Transcription
ตลาดพันธบัตรรัฐบาลกำลังอยู่ในโซนอันตราย ออันนี้ไม่ใช่เรื่องที่สายพูดเองหรือว่า คิดเองแบบเก๋ๆนะคะอันนี้คือสิ่งที่นัก วิเคราะห์จาก HSBC เขาพูดค่ะหลังจากที่ เห็นยิวพันธบัตรรัฐบาลรุ่น 30 ปีของสหรัฐ อเมริกาไปแตะสูงสุดที่ 5.2% 2% แล้วก็ พันธบัตรรัฐบาลของหลายประเทศโดยเฉพาะ พันธบัตรระยะยาวยิวมันขึ้นไปสูงแบบสูงมาก จนกระทั่งเขาเรียกว่าโซนอันตรายเพราะว่า มันเป็นโซนที่สามารถทำให้ภาคการเงินใน ส่วนอื่นๆเนี่ยสามารถล่มสลายตามมาได้ค่ะ
คำถามก็คือเฟดจะแก้ปัญหายังไงถ้าจะขึ้น ดอกเบี้ยไปมากกว่านี้เดี๋ยวตลาดหุ้นพัง แต่ถ้าเกิดว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยไปมากกว่า นี้เดี๋ยวตลาดพันธบัตรพังถ้างั้นเอาไงจะ ต้องหารายได้เพิ่มจะเอ่อเก็บภาษีเพิ่ม มั้ยหรือว่าจะตัดรายจ่ายตัดสวัสดิการเออ มันอาจจะเสียการเลือกตั้งหรือเปล่าหรือ สุดท้ายไม่อยากจะถามใครเลยไม่อยากจะโหวต ประชาชนพิมพ์เงินเพิ่มก็แล้วกันและปัญหา ที่มันกำลังเกิดที่ตอนนี้คือพันธบัตร รัฐบาลยิวสูงใดๆแล้วบอกว่าตลาดมันจะพัง เนี่ยมันเกิดมาจากเงินเฟ้อแต่วิธีการที่ รัฐบาลแก้ปัญหาคือการทำให้เงินเฟ้อมันมาก กว่าเดิมบวกกับปิดช่องแคบฮอร์โมสมานานน้ำ มันมันก็จะแพงขึ้นเรื่อยๆเรื่อยๆๆทีนี้ เงินมันก็จะเฟ้อหนักกว่าเดิมแล้วคลิปนี้ แหละเราจะมาเล่าให้ฟังกันนะคะว่าจุดต่อ จุดุดเพราะรัฐบาลทำอย่างี้ปัญหานี้มันถึง เกิดพอปัญหานี้เกิดรัฐบาลก็ยังทำซ้ำอยู่ แบบนี้และวนเป็นวงกลม จ้ะ
สนับสนุนข้อมูลคลิปตลาดพันธบัตรอยู่ในโซน อันตรายของช่อง Money Monster กันได้ที่ QR Code นี้ค่ะหรือว่าสนับสนุนช่อง Soney Monster นะคะด้วยการกดไลค์กดแชร์ กดคอมเมนต์มาคุยเล่นกันก็ได้และที่อยากจะ ให้ทำมากที่สุดคือกด Subscribe เอาไว้ให้ หน่อยนะคะหรือว่าถ้าเกิดว่าใครสนใจอยากจะ สนับสนุนช่อง Money Monster แบบยาวๆไป เลยเป็นสมาชิกกันได้นะคะเมberพร้อม มาเรามาเริ่มต้นคลิปนี้กันด้วยตอนที่ รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเขาเปิดประมูลพันธบัตร รัฐบาลรุ่น 30 ปีค่ะมูลค่า 25,000 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐนะคะเค้าเปิดมาแค่เพียง สัปดาห์เดียวค่ะพันธบัตรรัฐบาลรุ่น 30 ปี ของสหรัฐอเมริกาเนี่ยยิวหรือว่าดอกเบี้ย หรือว่าผลตอบแทนน่ะนะคะเค้าขึ้นไปแตะสูง สุดคือ 5.2% ในวันที่ 19 พฤษภาคมซึ่งไอ้ ยิวพันธบัตรรัฐบาล 30 ปีขึ้นไปถึง 5.2% เปอร์เซ็นต์เนี่ยมันสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 มาเลยนะคะแล้ว 2007 มันคืออะไรมัน คือสิ้นสุดปากเหวก่อนที่จะลงหลุมไปที่ วิกฤตหนี้เน่าsupพis 2008 ไงคะและไอ้ ตรง เนี้ยที่ 5.2% 2% เนี่ยคือจุดที่นัก วิเคราะห์ของ HSBC เขาบอกว่านี่เรียกว่า Danger Zone แล้วนะเพราะว่ามันจะเป็น จุดที่ต้นทุนการกู้ยืมมันแพงเกินไปแพงจน ที่สามารถทำให้ภาคส่วนอื่นๆของอุตสาหกรรม การเงินเนี่ยมันพังตามลงมาได้เลยและภาพ ที่เห็นโซนอันตรายในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรอะไรเนี่ยนะไม่ได้มีแค่ในสหรัฐ อเมริกาด้วยสิมันยังมีในต้นทุนการกู้ยืม ระยะยาวของอีกหลายประเทศเลยค่ะอย่าง แคนาดาฝรั่งเศสสเปนโปรตุเกสเนธเธอร์แลนด์ พันธบัตรรุ่น 30 ปีของรัฐบาลเยอรมนีเนี่ย นะคะยิวก็ขึ้นไปสูงถึง 3.5% อ่ะถ้าใครบอก ว่าอุ๊ย 3.5% 5% เองหรอเยอรมันยังน้อย กว่าอเมริกาตั้งเยอะนะแต่ยพันธบัตรรัฐบาล รุ่น 30 ปีของเยอรมนีเนี่ยมันถือว่าเยอะ แล้วค่ะเพราะมันทำให้ต้นทุนการกู้ยืมใน เยอรมนีมันแพงเกินกว่าที่เขาจะสามารถรับ ได้ตอนนี้ทำให้รัฐบาลของเยอรมันนะคะเขา คาดการณ์ว่า GDP ปีนี้จะโตแค่ไม่ถึง 1% คือโตแค่ 0.5% 5% เท่านั้นเองค่ะเพราะ ฉะนั้นไอ้ย 3.5% เนี่ยมันเยอะสำหรับ เยอรมันเพราะว่าสิ่งนี้แปลว่าไอ้อัตราดอก เบี้ยที่รัฐบาลจะต้องจ่ายเนี่ยมันคิดเป็น 7 เท่าของอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจใน ประเทศเยอรมันเลยนะคะส่วนในประเทศอังกฤษ นะคะพันธบัตรรัฐบาลรุ่น 30 ปีให้ยีแรง เหมือนกัน 5.6% 6% อันนี้สูงสุดนับตั้ง แต่ปี 1998 และประเทศญี่ปุ่นอันนี้น่า กลัวสุดประเทศญี่ปุ่นที่เคยพยายามจะทำให้ ประเทศแบบมีเงินเฟ้อขึ้นมาให้ได้สักนิด สักหน่อยไอ้ความพยายามนี้พยายามมา 30 ปี ก็ไม่สำเร็จจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ เกิดสำเร็จขึ้นมาทำให้พันธบัตรรุ่น 20 ปี ของญี่ปุ่นเนี่ยนะคะมันดีดแบบชันเลยค่ะ ขึ้นไปถึง 3.5% 5% นี่คือแปลกของญี่ปุ่น เพราะแต่ก่อนคืออยู่ที่ 0 นิดๆแล้วนอกจาก ประเทศใหญ่ๆที่ไซพูดมานะคะเอาจริงๆตอน เนี้ยประเทศที่เรียกว่าตลาดเกิดใหม่นะมี อัตราการเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2023 เลยถามว่า ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นเพราะทุกคน ต้องการเงินดอลลาร์แบบด่วนสุดเพราะต้อง เอาเงินไปซื้อน้ำ เพราะสงครามที่เกิดขึ้นที่อเมริกาก่อน นั่นแหละมันทำให้ฮอร์มุสปิดไปแบบ 3 เดือน แล้วจ้าวิกฤตน้ำมันมันมาแล้วจ้าแล้วทุกคน ก็ขาดแคลนน้ำมันแล้วจ้าเพราะฉะนั้นสิ่ง ที่ต้องการตอนนี้คือดอลลาร์เอาไปซื้อน้ำ มันทำไมก็อเมริกาทันดันทำสัญญาเอาไว้ไง ว่าจะต้องซื้อน้ำมันด้วยดอลลาร์เพราะ ฉะนั้นวันนี้ที่ทุกคนต้องการเงินดอลลาร์ อย่างด่วนวิธีคืออะไรขายสินทรัพย์ของ สหรัฐอเมริกาซึ่งทรัพย์ที่ดูจะขายง่ายที่ สุดคือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาค่ะแล้ว ยิ่งขายนะมันก็เท่ากับว่าจำนวนคนซื้ออ่ะ ลดลงและเมื่อมันลดลงซัพพlyมันเท่าเดิม ราคามันก็ร่วงค่ะและยพุ่งสูงขึ้นด้วยและ ไอ้ปัญหาที่แบบถ้ายิ่งน้ำมันแพงเดี๋ยวยิว พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะยิ่งสูงขึ้น น่ะมันมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นได้มากกว่า นี้อีกนะคะเพราะว่ารองประธานอาวุโสของ Mobilิเขาขึ้นมาพูดบนเวทีในงานประชุมที่ นิวยอร์กเลยนะคะว่าพลังน้ำมันสำรองจะ ลดถึงระดับวิกฤตภายใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า อ่ะวันที่อันนี้ออกอากาศก็อาจจะเหลือแค่ 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าและเมื่อนั้นราคาน้ำ มันมันจะพุ่งและเค้าประเมินเอาไว้ที่ราวๆ นี่ราคาในกระดาษนะ 160 ดอลลาร์สหรัฐต่อ บาร์เรลอื้อหือถ้าเกิดขึ้นจริงๆเนี่ยงาน เงินด่วนต้องการดอลลาร์ด่วนๆเนี่ยงอกแน่ และนั่นก็หมายถึงอะไรแนวโน้มโน้มบอลยิว ของอเมริกาจะต้องงอกด้วย
และถามว่าตลาดพันธบัตรมันสำคัญยังไงถ้า ให้ตอบฟิลง่ายที่สุดเลยอาจจะต้องตอบว่า เอ่อถ้าจะเห็นความสำคัญใช่มยให้เห็นความ ใหญ่ของตลาดพันธบัตรก็แล้วกันเพราะถ้าถาม ว่าตลาดสินทรัพย์ไม่นับอสังหารนะตลาดสิน ทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือตลาดพันธบัตร ค่ะข้อมูลจาก Sifma Capital Market นะ คะบอกว่ามูลค่าตลาดพันธบัตรโลกเนี่ยสูง ถึง 145.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐใหญ่กว่าตลาดหุ้นทาง โลกอีกนะเพราะว่าตลาดหุ้นทางโลกเนี่ยมี มูลค่าสูงแค่ 126.7 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐแปลว่าตลาด พันธบัตรมันจะแตกจริงๆมันอาจจะน่ากลัว กว่าตลาดหุ้นแตกก็ได้เพราะอ่ะลองคิดแบบ ง่ายๆไม่ได้บอกว่าจะเกิดขึ้นนะอ่ะลองคิด ลองคิดถ้าตลาดพันธบัตรเนี่ยมันมีมูลค่า 145 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐถ้าเกิด พันธบัตรทั่วโลกมันเกิดแบบราคาร่วงเฉลี่ย เฉลี่ยๆนะร่วงไปสัก 10% แปลว่ามูลค่าตลาด หายไป 14.5 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐหรือ หมายถึงเท่ากับตลาดทองหายไปเลยครึ่งนึง ดีดนิ้วอย่างงี้อ่ะถ้างั้นถามว่าเฮ้ยแล้ว ตลาดพันธบัตรมันแตกได้หรือเปล่าถ้าแตกมัน จะหน้าตาเป็นยังไงเหมือนตลาดหุ้นแตกมยตอบ ท่อนแรกก่อนคือแตกได้ตลาดสินทรัพย์แตกได้ หมดแหละตลาดพันธบัตรก็แตกได้เช่น default เกิดแบบเบี้ยวหนี้กันขึ้นมาอย่างเงี้ยแตก สิจ๊ะแต่ถ้าเวลาตลาดพันธบัตรแตกมันจะไม่ เหมือนตลาดหุ้นแตกซะทีเดียวคือตลาดหุ้น แตกเราอาจจะเห็นแบบหุ้นร่วงใช่ไหมมเพราะ ว่าเออตลาดแบบจับมือกันล้มละลายเยอะๆ อะไร แบบนี้แต่ทรงของตลาดพันธบัตรแตกมันก็คือ ราคาพันธบัตรมันร่วงหนักและยิวมันก็จะ พุ่งขึ้นไปสูงมากๆเหมือนที่เป็นกับ พันธบัตรรัฐบาลที่เล่าไปตอนต้นนั่นแหละ แต่แต่ยังไม่ได้บอกว่าตลาดพันธบัตรรัฐบาล แตกนะแล้วก็อ่ะใช่คลิปนี้เราก็เลยต้องพูด ถึงแบบยิวสูงมันหมายถึงอะไรวะกันไง ถ้างั้นถามว่าเออแล้วตลาดพันธบัตรมันเคย แตกมั้ยล่ะเอาจริงๆถ้าบอกว่าแตกเลยเนี่ย มันอาจจะไม่ขนาดนั้นแต่ถ้าเรียกว่านัก เนี่ยอันนี้ได้เช่นปี 1994 กับเหตุการณ์ ที่เขาเรียกว่า The Great Born Masker หรือตั้งชื่อเป็นภาษาไทยให้เองนะมหกรรม สังหารตลาดพันธบัตร 1994 ชื่อดูนะดูป่ะ นี่คือเหตุเหตุการณ์ที่นักลงทุนพันธบัตร รุ่นเก่าเขากลัวที่สุดเลยค่ะเพราะว่าตอน นั้นน่ะปี 1994 การสื่อสารมันยังไม่ค่อย เร็วแบบวันเนี้ยมันไม่มีใครแบบสามารถติด ตามข่าวเฟดได้โชะชะทันใจแบบนี้ค่ะแล้ว อยู่ๆเฟดก็ขึ้นดอกเบี้ยนเร็วกว่าที่ตลาด คิดก็คือตอนช่วงแถวๆต้นปีดูกราฟนี้อัตรา ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 6.4% ปลายปีมันไป อยู่ที่ 8.1% 1% ภายใน 12 เดือนนี่คือ เร็วมากของยุคนั้นแล้วพอยมันสูงพันธบัตร นะถ้ายีลสูงราคาพันธบัตรมันจะร่วงค่ะแล้ว ตอนนั้นมันก็เลยทำให้พันธบัตรทั่วโลกถูก เทขายมูลค่าตลาดหายไปเลย 1.5 5 ล้านล้าน ดอลลาร์สหรัฐซึ่งเงินจำนวนนี้เรียกว่า มหาศาลเลยนะคะในปี 1994 หรือถ้าเกิดว่า อย่างยุคใหม่ก็คือตอนปี 2022 อ่ะหนัก ที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่เลยก็คือหลัง จากที่เงินเฟ้อมันพุ่งและอดีตประธานเป็ด ที่ทุกคนคุ้นเคยเจอโรมพาเวลแกขึ้นอัตรา ดอกเบี้ยนโยบายจากศูนย์ลากขึ้นไปเลยฮึด 4% แบบเร็วสับวันนั้นจำได้เลยนะว่านั่งดู ชาร์จบitcoinอยู่อ่ะโอ้โหร่วงแดงเป็นน้ำ เลยตอนนั้นทำให้ราคาพันธบัตรรัฐบาลรุ่น 20 ปีของสหรัฐอเมริการาคาร่วงติดลบไปเลย 30% นิวยอร์กเฟดระบุเลยนะคะว่าเหตุการณ์ครั้ง นั้นเนี่ยเป็นการเทขายพันธบัตรรัฐบาลที่ ใหญ่ที่สุดในรอบ 4 ทศวรรษเลยสื่อหลาย สำนักนะคะตั้งชื่อเหตุการณ์นั้นว่า the worst born bear market in history แล้วความแปลกก็คือปกติแล้วอ่ะไอ้ตลาด พันธบัตรกับตลาดหุ้นน่ะมันจะสลับๆรับกัน ถ้าเกิดว่าอันนึงตกอันนึงจะขึ้นแต่ความ พิเศษของปีนั้นคือตลาดพันธบัตรพังตลาด หุ้นก็ร่วงด้วยเออมันก็เลยมีข่าวแบบออกมา ตอนนั้นนะคะว่าแบบวิธีการกระจายความ เสี่ยง Asset Allocation ที่นิยมเล่นกัน แบบ 60 40 พันธบัตร 60 หุ้น 40 อะไร อย่างเงี้ยใครถือสูตรนี้ทั้งหมดพอฟังมา ถึงจุดนี้แล้วจะมีบางคนถามว่าแล้วทำไมไม่ เรียกว่าตลาดพันธบัตรแตกไปเลยจบทำไมถึง จะต้องมีแบบเออต้องเรียกว่าทรุดหนักมากกว่า อะไรอย่างเงี้ยมันพูดยากและไอ้ความพูดยาก ตรงนี้เนี่ยนะมันต้องขยายความเพราะถ้าจะ พูดว่าตลาดพันธบัตรแตกเนี่ยมันควรจะแบบ ก็ไม่มีเงินจ่ายไปเลยไงแต่ที่ผ่านมาเนี่ยจะ เห็นว่ามันก็มีสื่อพูดกันตลอดนะตลาด พันธบัตรจะแตกจะแตกแต่ส่วนใหญ่แตกมยไม่ แตกเรียกว่าตลาดพันพันธบัตรมันพร้อมที่จะ ตีลังกากับหลังหันแบบหักหน้าคนทำนายได้ ตลอดเพราะตลาดนี้เนี่ยมันมีความมัวอยู่ อย่างนึงเพราะเชื่อมว่าเอาจริงๆนะต่อให้ ยิวหรือว่าดอกเบี้ยเนี่ยมันจะสูงขนาดไหน สิ่งที่เจ้าหนี้กลัวที่สุดเขาไม่ได้กลัว ว่าจะได้เงินคืนหรือไม่สิ่งที่เจ้านี่ กลัวมากที่สุดก็คือวันที่ได้เงินก้อนนั้น คืนมาเงินก้อนนี้จะเหลือมูลค่าเท่าไหร่ ต่างหากใช่เรื่องเงินเฟ้อแหละเรื่อง เดียวกันเพราะว่าลองนึกภาพนะสมมุติว่าคุณ ให้เงินใครสักคนนึงยืมและไอ้คนนั้นเนี่ยมัน ดันเป็นคนที่แบบพิมพ์เงินได้อ่ะแล้วตอน ที่คุณให้เงินมันยืมไปมันก็เล่นพิมพ์เงิน ออกมาตลอดเลยคุณให้มันยืมเงินแล้วบอกว่า เออ 30 ปีคืนตลอด 30 ปีคืนพิมพ์เงินฉ่ำ เลยจ้ะแล้วทุกครั้งที่มันพิมพ์เนี่ยไอ้ มูลค่าเงินน่ะมันก็เสื่อมลงไปเรื่อยๆไง นั่นก็คือเงินเฟ้อซึ่งแน่นอนถ้ากดว่าคุณ เป็นเจ้าหนี้แล้วคุณเห็นลูกหนี้ทำแบบนั้น ตลอดเวลามันโมโหเว้ยเพราะนั่นแหละมันคือ วิธีการที่พิมพ์เงินแล้วทำให้เกิดเงิน เฟ้อแล้วเงินเฟ้อมันลดมูลค่าหนี้ไงเพราะ ฉะนั้นเจ้าหนี้หรือคนที่เป็นคนซื้อ พันธบัตรเนี่ยนะเค้าไม่รักเงินเฟ้อแต่ ทั้งความขัดแย้งทางการค้าการล่มสลายของ glบalization สงครามอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์โมสอุปทานน้ำ มันหาย 20% ห่วงโซ่อะไรใดๆซัพพlychนหยุดชะงักจนเกิด เป็นวิกฤตพลังงานวิกฤตปุ๋ยวิกฤตอาหารรวม ถึงเรื่องที่ประชากรแก่เร็วเกินกว่าที่ รัฐบาลจะรับไว้ทั้งหมดนี้ชี้ไปทางเดียว กันเลยว่า Yes เฟ้อจ้ะ เพราะฉะนั้นถึงตรงนี้จำได้แล้วนะคะว่า ยิ่งเงินเฟ้อเจ้าหนี้ยิ่งไม่ชอบและถ้า เจ้าหนี้ไม่ชอบบอลยิของพันธบัตรมันจะยิ่ง สูงขึ้นแล้วถามว่าพันธบัตรรัฐบาลไอ้รุ่น ระยะยาวๆมีโอกาสขึ้นมากกว่านี้มยลองดูข้อ มูลนี้คือ Bank of America เขาพบนะคะ ว่า 62% ของผู้จัดการกองทุนมองว่า พันธบัตรรัฐบาลรุ่น 30 ปีของสหรัฐอเมริกา เนี่ยมีโอกาสจะพุ่งขึ้นไปสูงแตะ 6% ภายใน สิ้นปีนี้เลยทีนี้ต้องถามกันต่อว่ายิว พันธบัตรรัฐบาลแพงมันจะทำให้เกิดอะไรขึ้น คือมันก็สามารถถ้ามันแพงมากๆเนี่ยมันจะ กลายเป็นต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นใช่ มั้ยมันจะสามารถทำให้บริษัทเนี่ยมันพัง ได้และมันจะพังตลาดหุ้นได้และยิวที่สูง ขึ้นของพันธบัตรเนี่ยนะมันคือหนึ่งในกลไก ที่จะทำให้ตลาดหุ้นมันร่วงได้เพราะข้อแรก อันนี้เป็นความเชื่อดั้งเดิมที่ถึงแม้ว่า วันนี้อะไรมันจะเปลี่ยนไปแต่ก็ยังมีคน เชื่ออย่างนี้แหละว่าพันธบัตร รัฐบาลเนี่ยมันคือเซฟเวenมันคือสินทรัพย์ปลอดภัยปลอด ภัยทั้งทั้งที่วันนี้ปลอดภัยหรือเปล่าไม่ รู้อ่ะแต่ก็จะมีคนเชื่อแหละว่าพันธบัตร รัฐบาลมันคือสินทรัพย์ปลอดภัยแล้วถ้าเกิด ว่าพันธบัตรรัฐบาลเนี่ยยิวมันสูงมันก็จะ ทำให้เงินไหลออกจากตลาดสินทรัพย์เสี่ยง คือไหลออกจากพวกหุ้นคริปโตอะไรอย่างี้นะ เข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยค่ะเหมือนแบบถ้า คุณลงทุนหุ้นน่ะแล้วคุณไม่แน่ใจว่าแบบเออ ลงทุนไปแล้วฉันจะได้ผลตอบแทนถึง 5% หรือ เปล่าก็ไม่รู้เลยขาดทุนขึ้นลงสู้เอาเงิน ไปลงพันธบัตรดีกว่ามั้ยยังไงก็ได้ 5% แน่ ๆอ่าเป็นแนวความคิดอะไรแบบนี้แล้วนอกจาก นี้เนี่ยก็คือพอดอกเบี้ยของพันธบัตรมัน แพงไอ้ดอกเบี้ยตรงเนี้ยเดี๋ยวมันจะแทรก ซึมเข้าไปในระบบเศรษฐกิจทุกอย่างเลยค่ะ กลายเป็นต้นทุนทางการเงินที่มันสูงขึ้น แล้วคำว่าทุกอย่างเนี่ยคือมันจะแทรกซึมลง ไปในไหนสินเชื่อบ้านแพงขึ้นตลาดขายบ้านก็ ไปไม่รอดคนทำงานก็ต้องเอาเงินมาจ่ายหนี้ ที่เยอะขึ้นแทนที่จะได้เอาเงินไปใช้ชีวิต ไปจับจ่ายใช้สอยไปซื้อของก็ไม่ได้ใช้อัน นั้นคือภาพของส่วนบุคคลเนาะแต่ถ้าเกิดว่า เป็นระดับบริษัทจดทะเบียนอะไรอย่างเงี้ย ผู้ประกอบการถ้าใครกู้เยอะอันนึงก็คือจะ ซวยหนักและอุตสาหกรรมที่กู้เยอะที่สุดใน บรรดาอุตสาหกรรมสหรัฐอเมริกาตอนนี้ไม่ใช่ ใครที่ไหน AI นั่นเอง AI หนี้ใหญ่มากตอน นี้ที่สำคัญก็คือคนที่ดูดซับหนี้ของ AI ไปเนี่ยนะไม่ใช่ธนาคารด้วยเป็นแก๊งprรเวท เครดิตซึ่งprivเวทเครดิตตอนนี้เนี่ยมันก็ มีปัญหาค่ะไปดูกันในคลิปprเวทเครดิตนะว่า เนี่ย section นี้มันก็ทำท่าจะแตกเหมือน กันแหละเพราะว่ามันดูดซับหนี้ไว้แล้วแบบ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ AI จะทำกำไรมาใช้ คืนพร้อมดอกเบี้ยได้หรือเปล่าไม่มีใครตอบ ได้และที่สำคัญไอ้ตอนให้กู้เนี่ยเขาเรียก ว่าเรทแบบลอยตัวด้วยเรทแบบลอยตัวเนี่ยนะ มันจะใช้ได้ดีก็คือตอนที่อัตราดอกเบี้ย มันต่ำแต่ถ้าเกิดว่าอัตราดอกเบี้ยมันไม่ ต่ำมันก็จะแบบสูงขึ้นเท่าไหร่ก็ได้ใช่ป่ะ ไอ้ float rate เนี่ยอันนี้ก็คือ another ความซวยของบริษัทที่กู้มาเยอะและโดยเฉพาะ กู้กับไม่ใช่ระบบธนาคาร่ะกับ private เครดิตและยิ่งถ้ากู้เป็น flat rate ก็ คือปล่อยไหลได้เลยมันจะดอกเบี้ยลอยไปถึง ไหนไม่รู้สรุปก็คือพวกบริษัทตดทะเบียนน่ะ ที่กู้มาต้นทุนการกู้ยืมก็จะสูงขึ้นตาม นั้นแหละตามดอกเบี้ยที่ขึ้น ส่วนรัฐบาลภาพของรัฐบาลอ่ะรัฐบาลสหรัฐ อเมริกาตอนนี้หนี้สาธารณะอยู่ที่ 39 ล้าน ล้านดอลลาร์สหรัฐคิดว่าเขาต้องจ่ายดอก เบี้ยปีละเท่าไหร่คะรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ตอนนี้นะจะต้องจ่ายภาระที่เป็นหนี้พร้อม ดอกเบี้ยนะปีนึงเนี่ยอยู่ที่ 1 ล้านล้าน ดอลลาร์สหรัฐแล้วค่ะซึ่งมันเป็นภาระค่า ใช้จ่ายที่สูงกว่างบกะลาโหมแล้วงบกะลาโหม สหรัฐอเมริกาปีที่ผ่านมาทั้งปีอ่ะอยู่แค่ 900,000 กว่าล้านแต่หนี้อ่ะ 1 ล้านล้าน แล้วและในงานเขียนที่ชื่อว่า FUUSON Laws ที่เขียนโดยนายแอลฟusุสันนะเขาบอกเลยค่ะ ว่ามหาอำนาจใดก็ตามที่ใช้เงินในการชำระ หนี้มากกว่างบกะลาโหม เสี่ยงที่จะสูญเสียความเป็นมหาอำนาจซึ่ง สหรัฐอเมริกาข้ามเส้นนี้ไปเรียบร้อยแล้ว ถ้างั้นถามว่าตอนนี้มีทางออกมั้ยเฟดจะทำ อะไรได้มยคำตอบก็คืออาจจะมีก็ได้นะแต่ ค่อนข้างจำกัดมากซึ่งวิธีการที่เฟดจะ จัดการกับปัญหาเศรษฐกิจการเงินขนาดใหญ่ ได้เอาจริงๆช้อยส์ใหญ่พื้นฐานเลยนะมันมี แค่ 2 ช้อยส์คือจะขึ้นหรือจะลงดอกเบี้ยแต่ตอน นี้จะขึ้นหรือจะลงคือพังทั้งหมดเริ่มจาก เรื่องนี้ก่อนเงินเฟ้อเงินเฟ้อตอนนี้มัน แรงมากตั้งแต่เกิดสงครามมาราคาน้ำมันบวก ไปแล้ว 60% น้ำมันเครื่องบินบวกไปแล้ว 58% น้ำมันเบนซินบวกขึ้นมา 52% ก๊าซธรรมของ ยุโรปบวกขึ้นมาแล้ว 54% ปุ๋ยบวกขึ้นมา แล้ว 20% ทั้งหมดนี้กลายเป็นต้นทุนเข้าไป ในสินค้าที่เราซื้อค่ะทำให้ Producer Price Index หรือว่า PPI สูงถึง 6% และ CPI นะคะสูงถึง 3.8% เกินเป้าที่เฟด ต้องการที่ 2% แปลว่า 3.8% 8% คือเกือบ 2 เท่าจากทารเก็ตแล้วนะเงินเฟ้ออ่ะแล้วถ้า ถามว่าเฮ้ยเงินเฟ้อขนาดนี้ทำไมเฟดไม่ขึ้น น่ะตาดอกเบี้ยแรงๆไปเลยจัดการเงินเฟ้อ เพราะถามว่าในประวัติศาสตร์เคยมีมั้ล่ะ ประธานเฟดที่แบบเออจัดใหญ่ฉีดยาแรงขึ้น เงินเฟ้อไปเลยเคยมีค่ะในปี 1970 นะคะ ประธานเฟดตอนนั้นชื่อว่า Paul Roอกเกอร์ ค่ะอัแรงที่สุดเลยคือขึ้นอัตราดอกเบี้ย นโยบายไปเลย 20% ซิ่งมากขึ้นไปตอนนั้นต้น ทศวรรษที่ 1980 นะคะเรียกว่าอุตสาหกรรม หัวทิ่มหัวตำกันหมดค่ะคนทำบ้านแบบโกรธมาก ไม่รู้จะทำยังไงส่งไม้มาไว้ที่เฟดเลย คนขายรถขายรถไม่ออกส่งกุญแจรถไปกอง ไว้ที่เฟดเลยเออมีคนบอกด้วยนะว่าตอนนั้นน่ะพอ บล็อกเกอร์ถึงกับเอาไม้ที่พวกคนสร้างบ้าน อ่ะส่งมาให้ที่หน้าเฟดอ่ะเอาไปใส่ พิพิธภัณฑ์แล้วก็มีคนแซวว่าแต่ตอนหลังอ่ะ ไม่น่าอยู่แล้วเพราะว่าเจอโรมพาเวลอ่ะน่า จะเอาไม้พวกนั้นน่ะมาต่อเติมเฟดตอนที่แบบ โดนถล่มหยับเหมือนกันแต่ถามว่าสิ่งที่พอ บล็อกเกอร์ทำไปตอนนั้นที่ขึ้นอัตราดอก เบี้ยเพื่อแบบค่าฟันเงินเฟ้อทิ้งตอนนั้น เลย 20% น่ะดีมยเออมันดีเพราะมันตามมา ด้วยยุคดอกเบี้ยต่ำยาวๆเลยค่ะอีก 4 ทศวรรษและตลาดพันธบัตรที่แสนสงบสุข 40 ปี เหมือนกันแต่ถามว่าทำไมตอนนั้นทำได้ทำไม พอบล็อกเกอร์ทำได้เพราะตอนนั้นนะคะเราไป ดูที่หนี้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาค่ะมันอยู่ แค่ 30% ของ GDP เองค่ะเพราะฉะนั้นจะขึ้น ดอกเบี้ยมาอีกสัก 20% ก็คือรัฐบาลยังจ่าย หนี้ไหวแต่วันนี้หนี้สาธารณะของสหรัฐ อเมริกาที่บอก 39 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐนั้นไม่ใกล้เคียงคำว่า 30% นะคะเพราะว่า มันขึ้นไปอยู่ที่ 120% ต่อ GDP ละแค่ดอก เบี้ยก็ปาเข้าไปปีละ 1 ล้านล้านถ้ายัง จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปมากกว่านี้อีกเรา พูดเลยเราจ่ายไม่ไหวแล้วนะเพื่อน ถ้างั้นเอางี้มยลดอัตราดอกเบี้ยไปเลยจ้ะ ให้เศรษฐกิจมันเร่าร้อนแบบเร่าๆไปเลยเออ ให้แบบ AI มันจะบูมใช่มั้ยให้มันบูมปาก้า ไปเลยอย่างเงี้ยได้มั้ยก็ไม่ได้อีกแหละ เพราะถ้าลดอัตราดอกเบี้ยขึ้นมาตลาด พันธบัตรได้พังจริงแน่เพราะอะไรเพราะเงิน เฟ้อมันจะแรงสุดๆไปเลยค่ะเงินเฟ้อแรง เจ้า หนี้ไม่ชอบเจ้าหนี้ไม่ชอบมันก็จะทำให้ยพอ ยิวสูงมากๆราคาพันธบัตรตกคนจะเทขาย พันธบัตรค่ะและสุดท้ายนะถ้าบอลยิวของ พันธบัตรรัฐบาลเนี่ยดอกมันสูงขึ้นแบบมาก จริงๆอ่ะมันก็จะกลับมากลายเป็นต้นทุนการ กู้ยืมอยู่ดีและที่สำคัญคืออะไรรู้มยคือ ตอนเนี้ยมีความเป็นไปได้นะว่าจะต่อให้ลด อัตราดอกเบี้ยลงไปแบบเหยียบมิดเลยมันอาจ จะได้ผลไม่ดีเท่าแต่ก่อนก็ได้ถามว่ามันจะ ได้ผลมั้มันต้องได้ผลแหละแต่ผลดีเท่าแต่ ก่อนที่ทำมามั้มันอาจจะไม่เพราะตอนนี้ หนี้มันเยอะมากแล้วค่ะการลดอัตราดอกเบี้ย คือความตั้งใจที่จะทำให้ต้นทุนการกู้ยืม มันลดลงเพื่อที่จะให้คนมากู้เงินเพื่อที่ จะเอาไปขยายเศรษฐกิจปัญหาคือตอนนี้หนี้ มันเยอะอยู่แล้วคนมีหนี้มากอยู่แล้วไม่มี ปัญญากู้เพิ่มแล้วแล้วจะถามว่าธนาคารล่ะ ธนาคารจะเต็มใจอยากจะปล่อยกู้ง่ายๆมต่อ ให้อัตราดอกเบี้ยมันแบบเหยียบมิตรสุดก็ ตามอาจจะไม่ดูในประเทศไทยสิขนาดตอนนี้นะ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย 1% ถามว่ากู้ ง่ายมั้ล่ะเออก็ไม่ง่ายอ่ะถ้างั้นถามว่า โอ้ยบอลยิวจะสูงไปมากกว่านี้ได้อีกไหม เพราะอะไรคำตอบคือได้จะได้มันดูว่าน่าจะ ได้เลยล่ะเพราะก็อย่างที่บอกแหละคนเทขาย แบบกระหน่ำเทอ่ะไอ้ลายเล็กลายน้อยเทขายนะ มันก็ประมาณนึงแต่ถ้ารายใหญ่อย่างจีนกับ ญี่ปุ่นน่ะคือเจ้าหนี้ลายใหญ่ที่สุดของ สหรัฐอเมริกาค่ะประเทศจีนเคยถือพันธบัตร รัฐบาลสหรัฐอเมริกาสูงสุดอยู่ที่ 1.3 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐแต่จีนเทขายอย่าง ต่อเนื่อง 17 ปีติดกันเลยทำให้ตอนนี้จีน ถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอยู่แค่ 650,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐค่ะส่วนญี่ปุ่น เนี่ยเอาจะไม่ได้ขายพันธบัตรอเมริกา เพราะเขาไม่ชอบอเมริกาแต่ญี่ปุ่นต้องขาย พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเพราะต้อง รักษาค่าเงินเยนค่ะและที่สำคัญก็คือ ญี่ปุ่นน่ะเป็นประเทศที่จะต้องนำเข้าพลัง งาน 90% ของประเทศแต่ตอนนี้อะไรวิกฤตพลัง งานก็อเมริกาไปทำสงครามปิดฮอร์โมสไม่มี น้ำมันเาก็วิกฤตพลังงานแล้วถามว่าพอวิกฤต พลังงานอย่างที่เล่าไปตอนต้นนั่นแหละว่า เขาก็จะต้องเอาเงินไปซื้อน้ำมันไงคะแล้ว จะเอาเงินอะไรไปซื้อน้ำมันคือเงินดอลลาร์ ก็อเมริกากำหนดไว้อย่างเงี้ยต้องใช้เงิน ดอลลาร์ซื้อน้ำมันเพราะฉะนั้นวิธีการที่ ญี่ปุ่นจะได้เงินดอลลาร์มาได้ง่ายที่สุด คืออะไรก็ขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา นั่นแหละค่ะและใช่ประเทศอื่นๆก็คือทรง เดียวกับญี่ปุ่นค่ะที่จะต้องเทขาย พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเยอะๆ ซาอุดิอาระเบียอินเดีย UAE นอร์เวย์ สิงคโปร์ท่าเดียวกันเลยและทุกครั้งที่มี คนเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาออกไป จะเท่ากับดีมานพันธบัตรลดลงซึ่งหมายถึง อเมริกาจะต้องจ่ายยิวที่สูงขึ้นเพื่อหา ลูกค้าใหม่มาทดแทน ถ้างั้นถามว่าแกคิดสงสัยอ่ะถ้างั้นถามว่า เอาแล้วถ้าเกิดถามลูกค้าใหม่ไม่ได้เลย ขึ้นมาจริงๆจะไปขายใครอ่ะคะเออก็จริง คำตอบก็คือขายคนอเมริกันกันเองเนี่ยแหละค่ะ ขายยังไงเขาไม่ได้มานั่งเลขขายเป็นแบบลาย คนอะไรอย่างี้หรอกเขายผ่านกองทุนบำเหน็จ บำนาญกองทุน passive อะไรอย่างเงี้ยซึ่ง ตรงนี้นะเดี๋ยวจะทำคลิปเรื่อง IPO ที่ ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 3 IPO สเปace SX Open AIOPIC ที่พูดเลยว่าโอ้โหเร่าร้อนเหมือนกันเพราะ ว่า 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา Nasdack ค่ะ เปลี่ยนกฎหมายเลยนะเพื่อที่จะทำให้พวก แบบ กองทุนบำเหน็จบำนาญ Passive Income อะไร พวกเนี้ยเป็นคนรับซื้อ IPO ทั้ง 3 เจ้า นี้เว้ยปิดไว้ก่อนกดซับไว้สิเดี๋ยวฉัน กำลังเขียนอยู่เดี๋ออนแน่นอนไม่กี่วัน หรอกแต่สุดท้ายกลับมาที่เรื่องตลาด พันธบัตรก่อนคือแล้วถ้าเกิดว่าสุดท้ายใด ได้แล้วถ้าไอ้กองทุนทั้งหมดที่ว่ามากำลัง ซื้อมันยังไม่เพียงพอกับความต้องการที่ แบบอยากกู้อ่ะทำไงหรอสุดท้ายนะก็ให้เฟด พิมพ์เงินขึ้นมาซื้อหนี้ตัวเองค่ะเออท่า นี้เขาก็ทำกันได้ดูนะเดี๋ยวจะให้ดูก้อน หนี้สหรัฐอเมริกาอีกทีหนี้สาธารณะสหรัฐ อเมริกา 39 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐอันนี้ เพิ่มขึ้นนะประมาณปีละ 2.5 5 ล้านล้าน ดอลลาร์สหรัฐดูว่ารัฐบาลมีรายได้เท่าไหร่ รายได้จากการเก็บภาษีของรัฐบาลอเมริกา เนี่ยมันอยู่ที่ปีละ 5.23 2-3 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐมีรายจ่ายรายจ่ายก็พวกแบบเมด สวัสดิการงั้นงู้นงี้เอออยู่ที่ปีละ 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐแกเนาะและหนี้ที่จะ ต้องจ่ายปีละ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเกิน เยอะแปลว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาใช้จ่ายเกิน รายรับและใช้จ่ายเกินรายรับมานานแสนนาน มากแล้วและนั่นหมายความว่าทางคณิตศาสตร์ แล้วรายจ่าย ไม่มีทางพอรายลับและมีแต่ที่จะทำให้มี เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆและสุดท้ายมันจะจบได้ แค่วิธีเดียวเท่านั้นคือเฟดต้องพิมพ์เงิน มาชดเชยในส่วนที่จ่ายไม่ไหวและนั่นหมาย ถึงอะไรย้ำอีกครั้งนะนั่นหมายถึงเงินเฟ้อ ซึ่งเจ้าหนี้ไม่ชอบเงินเฟ้อและมันจะทำให้ บอลยีลเนี่ยมันสูงขึ้นพอบอลยีลสูงขึ้น ราคาพันธบัตรมันจะทิ่มลงและคนก็จะแห่เท ขายและมันก็จะทำให้บอลยิวยิ่งสูงไปมาก กว่านี้อีกแต่มีคนบอกว่านี่จะไม่ใช่การ ล่มสลายหรอกนะคะนี่อยากให้เรียกว่าการ ปรับฐานที่ราคาแพงมากกว่าและถามว่าเราทำ อะไรได้เตรียมตัวถือสินทรัพย์ฝั่งที่ไม่ เฟ้อเอาไว้นะคะเพราะเงินรัฐบาลเฟ้อแน่