📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

5 เทคนิคใช้ NotebookLM ให้ฉลาดขึ้น 10 เท่า (ที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้)

NewVeerachai36:27

Transcription

สวัสดีครับทุกคน ยินดีต้อนรับเข้าสู่ช่อง New Vซครับ

เพื่อนๆ เคยเป็นมั้ยครับ ที่เวลาใช้งานโน้ตบุ๊ก LM นะครับ แล้วปรากฏว่าเค้าตอบเราออกมาเนี่ย ได้คำตอบที่ไม่ค่อยตรงใจเราเท่าไหร่เลยครับ แต่ในช่วงที่ผ่านมานะครับ ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา ผมใช้งานโน้ตบุ๊ก LM เยอะมากๆ เลยครับ สร้างโน้ตบุ๊กไปแล้วกว่า 200 เล่มนะครับ ทำให้ค้นพบเทคนิคหลายๆ อย่าง แล้วก็การตั้งค่าที่จำเป็นหลายๆ อย่างครับ ทำให้เขาตอบเราออกมาได้ตรงใจมากขึ้น

วันนี้เลยสรุปออกมาเป็น 5 กลุ่มของเทคนิคต่างๆ นะครับ ที่จะนำมาฝากเพื่อนๆ ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับการใช้งานของเพื่อนๆ นะครับ และเพื่อไม่ให้เสียเวลา เดี๋ยวเราไปเริ่มดูเทคนิคในกลุ่มแรกกันเลยครับ

มาเริ่มกันที่เรื่องแรกนะครับ ซึ่งผมบอกเลยครับว่าเป็นเรื่องที่หลายๆ คนที่ใช้งานโน้ตบุ๊ก LM นะครับ อาจจะมองข้ามไปครับ โดยอยากให้เข้าใจก่อนครับ ว่าตอนที่เราเปิดใช้งานโน้ตบุ๊ก LM ขึ้นมาใหม่นะครับ เค้าจะไม่รู้เลยครับว่าเราเป็นใคร ทำอะไรอยู่ครับ หรืออยากได้คำตอบแบบไหน เค้าก็เลยตอบเราแบบ PlaySฟครับ ตอบแบบกลางๆ นะครับ ที่ใครอ่านก็เข้าใจ แต่พอเราเองเอาไปใช้จริงครับ คำตอบเหล่านั้นอาจจะช่วยเราไม่ได้เท่าไหร่ครับ

ทีนี้ผมเลยจะมาแชร์เทคนิค 3 หัวข้อแรกนะครับ คือการตั้งค่าง่ายๆ ที่ใช้เวลาไม่ถึง 30 วินาที ในแต่ละหัวข้อครับ แต่เปลี่ยนคุณภาพคำตอบเราได้แบบหน้ามือหลังมือเลยครับ

อันดับแรกครับ คือเรื่องของชื่อโน้ตบุ๊คนะครับ ซึ่งอาจจะฟังดูแล้วเป็นเรื่องเล็กๆ นะครับ แต่จริงๆ แล้วนะครับ ทางโน้ตบุ๊ก LM นะครับ ใช้ข้อมูลในส่วนของชื่อนี้นะครับ เป็นบริบทตั้งแต่วินาทีแรกที่เปิดเข้ามาเลยครับ

และเรื่องที่ 2 ครับ คือการกำหนด Role หรือบทบาทให้โน้ตบุ๊ก LM ครับ ซึ่งอันนี้เป็นส่วนสำคัญจริงๆ ครับ เพราะมันคือความต่างระหว่างการได้คำตอบเหมือนเวลาเราเปิดหนังสือเรียน กับแบบที่เราได้คำตอบนะครับ จากคนที่เป็นเหมือนที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญนั่นเองครับ

และต่อมาในเรื่องสุดท้ายนะครับ คือการปรับความยาวของคำตอบครับ ให้เหมาะกับงานที่เราทำอยู่ ว่าคำตอบนั้นที่เราต้องการนะครับ จะลงลึกหรือขอแค่สรุปสั้นๆ เราสามารถเป็นคนเลือกได้ครับ

และข้อดีของทั้ง 3 อย่างนี้นะครับ คือการตั้งค่าเหล่านี้ตั้งค่าแค่ครั้งเดียวครับ และเราจะใช้ได้ตลอดทั้งโน้ตบุ๊กเล่มนั้นเลยครับ เราไม่ต้องมานั่งบอกโน้ตบุ๊ก LM ใหม่ทุกครั้งที่ถาม

เอาล่ะครับ ผมพูดมาเยอะแล้ว เดี๋ยวเราลองดูกันเลยดีกว่าครับ ว่าการตั้งค่าทั้ง 3 อย่างนี้ทำยังไงนะครับ และผลลัพธ์ที่ได้จะต่างกันแค่ไหนครับ

ตอนนี้ผมก็อยู่ในหน้าของโน้ตบุ๊ก RM แล้วนะครับ เดี๋ยวเราเรามาเริ่มจากการสร้างโน้ตบุ๊กเล่มใหม่กันสักนิดนึงครับ โดยเริ่มจากการที่กดปุ่มที่เขียนว่า Create New นะครับ 1 ครั้งแบบนี้ครับ ตอนนี้เราก็จะได้หน้านี้ขึ้นมานะครับ เดี๋ยวผมจะอัปโหลดเอกสารเบื้องต้นเข้าไปก่อนนะครับ โดยผมเลือกจากเอกสารที่เตรียมไว้แล้วนะครับ ที่เป็นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ กดอัปโหลดเลยครับ

คราวนี้สังเกตว่าโน้ตบุ๊ก OM นะครับ ก็จะทำการอัปโหลดข้อมูลเข้าไปในส่วนนี้ครับ แล้วปกติแล้วนะครับ หลังจากที่อัปโหลดข้อมูลชุดแรกเสร็จแล้วนะครับ เค้าก็จะตั้งชื่อให้เราเองอัตโนมัติครับ ซึ่งชื่อนี้นะครับ อาจจะตรงหรือไม่ตรงกับสิ่งที่เราต้องการทำงานก็ได้ ให้เพื่อนๆ เข้าไปเปลี่ยนชื่อก่อนสักนิดนึงครับ โดยคลิกเลือกที่ด้านซ้ายมือตรงนี้นะครับ พอวางเมาส์ลงไปก็จะเป็นกรอบสี่เหลี่ยมแบบนี้ขึ้นมาครับ เราก็ทำการลบชื่อนี้ออกนะครับ แล้วก็ใส่ชื่อของงานที่เราต้องการลงไป จากตัวอย่างนี้นะครับ ผมจะทำการวิเคราะห์นะครับ ข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดร้านกาแฟนะครับ แบบ specialty นะครับ แล้วก็การวางแผนนะครับในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 จากนั้นก็กด Enter ได้เลยครับ ชื่อของโน้ตบุ๊กเล่มนี้ก็จะถูกเปลี่ยนไปแบบนี้ครับ

แล้วก็จากในช่วงนะครับ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีฟังก์ชันที่ทำให้เราสามารถเปลี่ยนปกนะครับของโน้ตบุ๊กเล่มนี้ได้ โดยคลิกเลือกที่ปุ่มคัดสมัยตรงนี้ครับ 1 ครั้ง โดยกดที่ปุ่มอัปโหลดตรงนี้นะครับ 1 ครั้ง จากนั้นเลือกไฟล์ภาพที่เราต้องการครับ แล้วก็กดอัปโหลดได้เลยครับ หลังจากที่ไฟล์อัปโหลดขึ้นไปเรียบร้อยแล้วนะครับ เราก็จะได้ภาพปกของโน้ตบุ๊กเล่มนี้นะครับ ตามที่เราต้องการ จากนั้นครับก็กดปุ่มดันได้เลยครับ 1 ครั้ง เวลาเรากลับมาที่หน้าโน้ตบุ๊กนะครับ โน้ตบุ๊กเล่มนี้ของเราก็จะมีปกแบบนี้ และเวลาเราดูในภาพรวมของโน้ตบุ๊กเล่มต่างๆ นะครับ โน้ตบุ๊กของเราก็จะโดดเด่นมากขึ้น แล้วก็ทำให้เราเลือกดูเล่มต่างๆ ได้ง่ายขึ้นครับ

คราวนี้เทคนิคต่อมาครับ คือการที่เราจะมาที่เมนูด้านบนตรงส่วนนี้นะครับ แล้วคลิกเลือกที่คำว่า config ebook ครับ ในส่วนนี้ครับคลิกลงไป 1 ครั้งแบบนี้ครับ เราจะได้หน้าจอที่เขียนว่า config chat ขึ้นมานะครับ โดยฟังก์ชันในส่วนนี้จะมีทั้งหมด 2 ฟังก์ชันใหญ่ๆ ครับ

อันดับแรกครับ คือรูปแบบของการที่เราจะกำหนดนะครับ การที่เค้าตอบเราออกมาครับ รวมถึงเป้าหมายของการทำงาน หรือสไตล์ หรือกำหนดตัวให้เค้านะครับ แบบนี้ โดยตัวเลือกที่มีให้เราเลือกนะครับ จะมี Default, Learning Guide แล้วก็ Custom ครับ โดย Learning Guide เนี่ย เขาก็จะตอบเป็นเหมือนกับว่าเขาจะเป็นผู้สอนเราครับ เขาจะไม่ให้คำตอบเราออกมาตรงๆ นะครับ แต่ตัวที่ผมแนะนำเลยก็คือในส่วนของ Custom ครับ กดลงไปแบบนี้ครับ

คราวนี้พอกดลงไปแบบนี้นะครับ เราสามารถใส่ค่า instruction ตรงนี้ได้ครับ โดยรองรับความยาวมากถึง 10,000 ตัวอักษรเลยครับ โดยผมมี instruction ตัวอย่างนะครับ จากในเคสนี้มาฝากกันครับ โดยผมจะใส่ instruction นี้ นะครับว่า ให้เขาเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดและ content creator อาวุโสนะครับ ที่มีประสบการณ์มายาวนานนะครับ แล้วก็ระบุว่าเขามีความเชี่ยวชาญด้านใดบ้าง และในกรณีที่ตอบคำถามนะครับ ให้ตอบแบบคำแนะนำนะครับ ที่นำไปใช้ได้จริง ไม่ตอบกว้างๆ นะครับ และอ้างอิงข้อมูลที่เราอัปโหลดไว้เสมอ พร้อมระบุแหล่งที่มา คำนึงถึงข้อจำกัดทางธุรกิจ งบประมาณนะครับ ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงและข้อแลกเปลี่ยนต่างๆ อย่างตรงไปตรงมา และทวนการตอบนะครับ เป็นมืออาชีพแต่เข้าถึงง่าย และปรารถนาดีนะครับ อยากให้เห็นธุรกิจของผู้ถามประสบความสำเร็จจริงๆ แล้วก็ตอบเป็นภาษาไทยนะครับ

เดี๋ยวเราจะ copy นะครับ instruction ตรงนี้ไปใส่ใน config chat กันครับ พอเรา copy มาแล้วนะครับ ก็กลับมาที่หน้า notebook ครับ แล้วก็วาง instruction ลงไปในส่วนนี้ครับ เราก็จะเป็นการปรับนะครับ รูปแบบการตอบของทางโน้ตบุ๊ก LM ให้ของเรานะครับ ให้ตรงกับที่เราต้องการมากขึ้น

แล้วก็ในส่วนสุดท้ายครับ คือเรื่องของความยาวครับ ว่าเราต้องการให้ตอบเป็นค่า default ตอบแบบยาวหรือตอบแบบสั้น จากตัวอย่างผมขอเรียกแบบ Longer นะครับ แบบยาว ไว้พอกำหนดเสร็จเรียบร้อยก็กดเซฟได้เลย ครับ

จากนั้นเดี๋ยวเราลองมาถามโน้ตบุ๊ก LM กัน ครับ โดยผมพิมพ์พร้อมลงไปในลักษณะนี้ครับ ว่าช่วยวิเคราะห์คู่แข่งให้หน่อยครับ ร้านกาแฟ Specialty ที่เปิดใหม่ในย่านที่มีคู่แข่งเยอะ ควรวางกลยุทธ์ content ยังไงให้โดดเด่นนะครับ จากนั้นก็กดส่งครับ แล้วเดี๋ยวเรามารอดูคำตอบกันครับ ว่าตรงกันกับ instruction ที่เรากำหนดลงไปหรือเปล่านะครับ

หลังจากรออยู่แป๊บเดียวนะครับ เราก็ได้คำตอบออกมาแล้วนะครับ ก็เป็นคำตอบที่ค่อนข้างดูดีเลยนะครับ เค้าก็แนะนำออกมาทั้งหมด 4 กลยุทธ์นะครับ ว่า content ที่เราสามารถนำไปปรับใช้ได้กับทีมงานเล็กๆ ของเราได้ทันทีมีอะไรบ้างนะครับ อันดับแรก คือการสร้าง Virtual Identity ให้ชัดเจนนะครับ จนลุกลูกค้าต้องถ่ายรูปลงโซเชียลนะครับ แชทคืออะไร มีเทรด off อะไรบ้างนะครับ แล้วก็กลยุทธ์นะครับของโซเชียลมีเดีย เน้นการถูกค้นพบมากกว่ายอดผู้ติดตามครับ แล้วก็จัดเมนูให้กระชับและขายด้วยการเล่าเรื่อง 4 ครับ กลยุทธ์ที่ดึงลูกค้ากลับมาใน 14 วันแรกนะครับ คือการทำ retention นั่นเองครับ ก็เป็นคำตอบที่ดี แล้วก็มี Next step นะครับ ตามที่เราขอไว้ครับ ว่าทุกครั้งให้เขาแนะนำเสมอนะครับ ว่า Next Step ที่เราทำได้ทันทีคืออะไร นะครับ เรื่องการสร้างโลเคชั่นใน Google Map แบบการตั้งค่าใบเสร็จนะครับ การวาง content calendar ก็ถือว่าเป็นคำตอบที่ดีและนำไปปรับใช้ได้ในลักษณะนี้เลยครับ

และนี่ก็คือเทคนิคในหัวข้อที่ 1 นั่นเองครับ

มาต่อกันที่หัวข้อที่ 2 ครับ คือคุณภาพของ source ครับ เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ก่อนอื่นอยากให้เพื่อนๆ เข้าใจก่อนนะครับว่าโน้ตบุ๊กนะครับ มีจุดเด่นที่ต่างจาก AI ตัวอื่นๆ เลย คือเขาจะไม่ดึงข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต และไม่ได้ใช้ข้อมูลที่ถูกเทรนมาเป็นหลักครับ เขาจะดูเฉพาะสิ่งที่เราอัปโหลดเข้าไปครับ แล้วใช้สิ่งนั้นเป็นสมองของเขา เพราะฉะนั้นคำตอบจะแม่นยำมากๆ ครับ เขาจะไม่มั่ว ไม่หลอน แต่ข้อเสียก็คือถ้า source ของเราอ่อน นะครับ คำตอบที่ได้ก็จะอ่อนตามไปด้วย

ซึ่งข้อผิดพลาดส่วนนึงที่ทั้งผมเองก็เคยเจอ และเพื่อนๆ หลายคนเคยเจอนะครับ ก็คือการที่เรานำข้อมูลนะครับ ที่พูดเรื่องเดียวกันนะครับ นำมาเป็น source อาจจะเป็นบล็อกที่พูดเรื่องเดียวกันนะครับ ซึ่งให้มุมมองเดียวทั้งหมดครับ จะทำให้โน้ตบุ๊ก LM นะครับ มีเพียงมุมมองเดียวในการทำงานครับ

และเทคนิคสำหรับในเรื่องนี้นะครับ ที่จะแก้ปัญหานี้ก็มี 3 เรื่องหลักๆ นั่นเองครับ

เรื่องแรกครับ ก็คือการเลือก source ที่มีหลากหลายมุมมองครับ ไม่ใช่เลือกแค่เพราะว่าเขาพูดเรื่องเดียวกันกับที่เราอยากได้ยิน แต่ให้เลือก source ที่ใช้งานนะครับ โดยมองปัญหาจากคนละมุม เช่น รายงานสถิติ งานวิจัย Case Study ความเห็นลูกค้า แบบนี้ครับ โน้ตบุ๊กก็จะมีวัตถุดิบที่ดีมากพอที่จะสังเคราะห์คำตอบออกมาให้เราได้ลึกยิ่งขึ้นครับ

และเรื่องที่ 2 ครับ คือการสั่งให้โน้ตบุ๊กนะครับ ตรวจสอบ source ของเราก่อน อันนี้ก็เป็นโปรทิปที่ผมชอบมากๆ เลยครับ โดยใช้เวลาไม่มากนะครับ แต่เขาจะบอกเราได้ว่าข้อมูลของเรามีจุดไหนที่ขัดแย้งกัน หรือมีช่องโหว่ตรงไหนที่ยังไม่ครอบคลุม ครับ ก่อนที่เราจะไปสร้างงานบนข้อมูลที่อาจจะไม่ครบถ้วนครับ

และเรื่องสุดท้ายนะครับ คือถ้าเรามี source ไม่มากพอนะครับ โน้ตบุ๊ก LM เนี่ย จริงๆ แล้วมีฟังก์ชัน research ช่วยเรานะครับ ทั้งแบบ Fast Research แล้วก็ Deep Research ครับ แต่เคล็ดลับก็คือเราต้องบอกเค้าให้ชัดครับ ว่าเราต้องการให้เค้าไปค้นหาข้อมูลอะไร และที่สำคัญต้องบอกด้วยครับว่าเราไม่เอาอะไรครับ ไม่งั้นเราก็จะได้ข้อมูลขยะเข้ามาปนใน source ของเราอีก

ลองนึกภาพตามในเรื่องนี้ง่ายๆ นะครับ อยากให้มองว่า source คือสมองของโน้ตบุ๊กเล่มนั้นๆ ครับ การที่เราเลือก source ที่ดีนะครับ ก็เหมือนกับการที่เราให้สมองของเรากินอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ นั่นเองครับ

แล้วเดี๋ยวเราไปดูวิธีการใช้งานเทคนิคเหล่านี้กันเลยดีกว่าครับ

จากในโน้ตบุ๊กเล่มนี้นะครับ มี source ส่วนนึงนะครับ ที่ผมอัปโหลดเข้าไปแล้วนะครับ อยู่ประมาณ 6 ไฟล์ คราวนี้เดี๋ยวเราจะลองสั่งให้เค้านะครับ ตรวจสอบ source เหล่านี้กันครับ ว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ ครบถ้วนหรือเปล่า หรือมีข้อขัดแย้งกันหรือเปล่าครับ โดยผมก็จะใช้ prompt นี้ลงไปครับ โดย prompt นี้เขียนว่า ในฐานะที่ปรึกษานะครับ ขอให้เขา scan ทุกแหล่งข้อมูลที่อัปโหลดไว้ และประเมินตามหัวข้อเหล่านี้ครับ 1 คือเรื่องของความขัดแย้งของข้อ 2 นะครับ เรื่องช่องว่างของข้อมูล 3 คุณภาพของข้อมูล และ 4 ครับ ข้อแนะนำต่างๆ และให้เขาตอบเป็นรายการที่อ่านได้ง่ายนะครับ พร้อมอ้างอิงชื่อแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องในแต่ละจุดครับ

แล้วเราก็กลับมาที่หน้า notebook LM นะครับ แล้วก็นำ prompt เมื่อสักครู่นี้ วางลงไปครับ แล้วก็กดส่งครับ

หลังจากรออยู่สักครู่เดียวนะครับ เค้าก็ตอบเราออกมาแล้วครับ ก็เป็นข้อมูลที่ดูดีใช้ได้เลยนะครับ ในลักษณะแบบนี้ครับ ข้อแรกครับ ในเรื่องของความขัดแย้งของข้อมูลนะครับ เค้าก็บอกว่ามีจุดที่ข้อมูลขัดแย้งกันอย่างชัดเจนนะครับ โดยเฉพาะระหว่างแผนงานของเรานะครับ กับข้อมูลเชิงลึกในอุตสาหกรรมครับ ไม่ว่าจะเป็นงบการโฆษณานะครับ ความถี่ของ content ขัดแย้งกันยังไงเค้าก็อธิบายไว้นะครับ แล้วก็ช่องว่างของข้อมูลนะครับ มีประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการตลาดยุคใหม่นะครับ แต่แผนหรือข้อมูลบางอย่างยังพูดถึงน้อยเกินไปนะครับ เช่น ไม่ได้พูดถึง retention นะครับ ในการรักษาลูกค้าเก่า ตัวชี้วัด KPI นะนะครับ ที่ตกยุคเลยครับ

ต่อมาในคุณภาพของข้อมูลนะครับ ข้อมูลน่าเชื่อถือสูงนะครับ นำไปใช้ได้ทันที และข้อมูลที่ต้องนำไปใช้อย่างระมัดระวังมีเรื่องไหนบ้างนะครับ เค้าก็วิเคราะห์ออกมาว่าข้อมูลอยู่ในไฟล์ไหนนะครับ แบบนี้ รวมถึงข้อแนะนำด้วยครับว่า กลยุทธ์หรือ next step คืออะไรนะครับ ปรับแก้ content plan ครับ รื้อโครงสร้างแผนงบประมาณนะครับ ใส่กลยุทธ์ Local SEO Google Map เข้าไปในแผนด้วยนะครับ แบบนี้

คราวนี้สังเกตว่าเค้าก็ได้สรุปสรุปออกมาเป็นคำแนะนำต่างๆ แบบนี้นะครับ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวเราจะต้องทำการหาข้อมูลเพิ่มเติมครับ โดยเราจะใช้ฟังก์ชันนี้ครับ ก็คือการ research นะครับ ซึ่งทาง notebook LM เนี่ยมีทั้ง Fast Research และ Deep Research ครับ คราวนี้เดี๋ยวเราไปดู prompt ที่เราจะใช้กันครับ โดยผมก็จะใช้ prompt นี้ นะครับ ให้เขาค้นหาข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมนะครับ เกี่ยวกับ Content Marketing สำหรับร้านกาแฟ Specialty นะครับ คราวนี้ผมก็จะนำสิ่งที่เมื่อกี้ทางโน้ตบุ๊ก LM แนะนำมานะครับ ว่าเราต้องการเพิ่มเติมข้อมูลใน 4 หัวข้อนี้นะครับ ในลักษณะแบบนี้ โดยผมเพิ่มเติมลงไปนะครับว่า ให้เน้นแหล่งข้อมูลเหล่านี้ครับ คือ งานวิจัยทางวิชาการ งานวิจัยการตลาดนะครับ สื่อธุรกิจชั้นนำ และ Case Study แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จนะครับ สิ่งที่ตัดทิ้งนะครับ บล็อกส่วนตัว บทความเห็นนะครับ เนื้อหาโปรโมท และข้อมูลที่เก่ากว่าปี 2023 เพราะเมื่อกี้ นะครับมีหัวข้อหนึ่งที่เขาบอกว่า KPI ของเราตกยุคนะครับ เพราะงั้นเราก็จะใช้ prompt นี้ครับ ในการ research ครับ

โดยเมื่อผม copy prompt นี้ไปแล้วนะครับ ก็กลับมาที่หน้า notebook LM ครับ แล้วเราก็จะใช้ฟังก์ชัน research ซึ่งแนะนำนะครับ จริงๆ ว่าให้ใช้ Deep research นะครับ แบบนี้ แล้วก็วาง prompt ลงไปในส่วนนี้ครับ แต่เดี๋ยวนะครับ เพื่อความรวดเร็ว นะครับในคลิปนี้ผมขอปรับเป็น Fast research แทนนะครับ จากนั้นก็วาง prompt เมื่อสักครู่ลงไปครับ แล้วก็กดส่งได้เลยครับ จากนั้นก็รอให้ทาง notebook LM นะครับ เค้าไป researching ให้เราสักครู่นึงครับ ซึ่งถ้าเป็นไฟล์ research อาจจะใช้เวลาไม่นานนะครับ แต่ถ้าเป็น deep research นะครับ อาจจะใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที

คราวนี้ได้ผลลัพธ์ออกมาแล้วนะครับ แนะนำครับ อย่าเพิ่งกด Import ครับ ให้กดปุ่ม View ก่อนเสมอนะครับ 1 ครั้งแบบนี้ เราไล่เรียงอ่านหัวข้อคร่าวๆ ก่อนครับ ว่าหัวข้อเหล่านี้ นะครับ ตรงกับที่เราต้องการหรือเปล่านะครับ หรือมีอันไหนไม่ตรงเราสามารถ uncheck ออกไปได้นะครับ ไม่จำเป็นต้องเลือกทุกอันนะ ครับ หรือหากต้องการลงลึกในรายละเอียดของตัวไหน เราสามารถคลิกปุ่มนี้ครับ เพื่อเปิดเว็บไซต์นั้นดูขึ้นมาก่อน กดแบบนี้ ครับ เราก็จะได้หน้าเว็บไซต์แบบนี้ขึ้นมาครับ เราสามารถอ่านทวนข้อมูลต่างๆ ในส่วนนี้ก่อนนะครับ เพื่อดูว่าข้อมูลส่วนนี้ เหมาะกับการที่จะมาเป็นสมองของโน้ตบุ๊กเล่มนั้นๆ หรือเปล่านะครับ โดยจากตัวอย่างนี้นะครับ ผมจะ import ทั้งหมดนะครับ ก็กดที่ปุ่ม Import แบบนี้ได้เลยครับ จากนั้นก็รอทาง notebook LM นะครับ นำเข้าข้อมูลในส่วนนี้สักครู่นึงครับ

หลังจากข้อมูลนะครับ ถูกโหลดเข้าใน notebook ลูกเล่มนี้เรียบร้อยแล้วนะครับ คราวนี้เราจะมาตรวจสอบข้อมูลกันอีกรอบนึงครับ โดยเราจะกลับไปที่ prompt นี้ นะครับ ให้เขาค้าตรวจสอบแหล่งข้อมูลของเรานะครับ ให้สรุปว่าตอนนี้เราพร้อมสร้างกลยุทธ์ Content Marketing ที่ครบถ้วนหรือยัง ถ้ายังขาดอยู่อีกขาดอะไรบ้างนะครับ และแหล่งข้อมูลใดที่ทรงพลังที่สุด ที่เราควรใช้เป็นฐานหลักของกลยุทธ์เพราะอะไร ตอบให้กระชับนะครับ ไม่เกิน 200 คำก็พอ

เราก็กลับมาที่หน้า notebook LM นะครับ แล้วก็นำ prompt เมื่อสักครู่นี้ วางลงไปครับ แล้วก็กดส่ง แล้วเดี๋ยวเรามารอดูคำตอบด้วยกันครับ

หลังจากรออยู่คู่่นึงก็ได้คำตอบออกมาแล้วครับ รอบนี้เค้าบอกว่าข้อมูลรอบนี้ แน่นและครอบคลุมมากๆ ครับ เราพร้อมหรือยังนะครับ ข้อมูลใหม่ช่วยอุดรอยรั่วได้ดีเยี่ยมเลยครับ ยังขาดอะไรอีกมั้ยนะครับ เขาบอกว่าสิ่งที่ยังขาดคือการประเมินกำลังคน และเวลาของทีมงานคุณจริงๆ นะครับ คราวนี้เราก็อาจจะหาเพิ่มเติมได้ครับ และข้อที่ 3 ครับ แหล่งข้อมูลใดที่ทรงพลังที่สุดนะครับ เขาก็บอกว่าฝ่ายไฟล์ที่ชื่อว่า Hostweed Later Algoritum 2025 นะครับ คู่กับไฟล์ที่ 05 นะครับ Toost Coffee Shop Playbook เป็นฐานหลักครับ เหตุผลเพราะอะไร แล้วก็มีบอกว่า Next Step นะครับ ว่าเราควรทำอะไรต่อในลักษณะนี้ครับ

คราวนี้เพื่อนๆ ก็อาจจะปรับเพิ่มเติมได้นะครับ ในสิ่งที่แนะนำ โดย copy ข้อความตรงส่วนนี้นะครับ ไปทำ Fast Research หรือ research ในส่วนนี้เพิ่มเติมอีกทีนึงก็ได้ครับ ในส่วนนี้

และนี่ก็จะเป็นวิธีการนะครับ ที่เราใช้จัดการตรวจสอบสมอง หรือตรวจสอบ source ของเรา ที่เราใช้ในโน้ตบุ๊กแต่ละเล่มนั่นเองครับ

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์สั้นๆ สักครู่นึงนะครับ ในช่องของเรานะครับ ตอนนี้มีคอร์สที่ชื่อว่า Mastering Notebook LM ครับ มีเนื้อหาจัดเต็มมากกว่า 20 บทความยาวรวมกว่า 4 ชม.ครับ ในคอร์สนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ลงลึกทุกฟังก์ชันของโน้ตบุ๊ก OM แบบครบจบในคอร์สเดียวครับ โดยเราจะไม่ได้เน้นแค่ให้ใช้งานเป็นนะครับ แต่ผมจะพาเพื่อนๆ ไปต่อยอดด้วยการใช้งานโน้ตบุ๊ก LM ร่วมกับ AI ตัวอื่นๆ อย่างเช่น Gemini และ Perpixity เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้สูงขึ้นไปอีกขั้นครับ รวมถึงแนะนำ Plugin ที่จะช่วยลดเวลาการทำงานของเพื่อนๆ จากหลักวันให้เหลือเพียงหลักนาทีครับ เหมาะมากสำหรับเพื่อนๆ ที่อยากจะอัปเกรดการทำงานให้โดดเด่นและรวดเร็วกว่าใคร

โดยสำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจนะครับ สามารถดูรายละเอียดของบทเรียนทั้งหมดและทดลองเรียน 5 บทแรกได้เลย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายครับ ผ่านลิงก์ในคำอธิบายของคลิปนี้ และหากเพื่อนๆ สนใจก็สามารถสมัครเรียนได้ในลิงก์เดียวกันครับ ขอบคุณครับ

ต่อมาครับ ในหัวข้อที่ 3 หรือกลุ่มเทคนิคที่ 3 นะครับ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ผมถือว่าเป็นดาวเด่นของโน้ตบุ๊ก LM เลยครับ แต่หลายคนอาจจะใช้งานแค่ผิวๆ นะครับ ก็คือเรื่องของฟังก์ชันที่ชื่อว่า Audio Overview ครับ

หลายคนน่าจะทราบอยู่แล้วนะครับว่า โน้ตบุ๊ก LM สามารถสร้าง podcast ได้นะครับ ที่มีเหมือนโฮสต์ 2 คนคุยกันเกี่ยวกับเอกสารของเราครับ แต่ปัญหา ก็คือคนส่วนใหญ่นะครับ มักจะใช้แค่โหมด Default ครับ และหลายคนอาจจะยังไม่ค่อยได้ใช้ นะครับว่าทางโน้ตบุ๊ก LM สามารถสร้างไฟล์เสียงออกมาให้เราได้ถึง 4 แบบ ครับ และแต่ละแบบนะครับ ใช้งานกันคนละแบบกันเลยครับ

แบบที่ 1 นะครับ ก็คือ Deep Drive ครับ อันนี้เป็นแบบ default นะครับ ที่ทุกคนใช้กัน เหมาะกับการสร้างไฟล์เสียง podcast นะครับ เพื่อฟังแบบทำความเข้าใจภาพรวมของเอกสารครับ

ต่อมาคือแบบ Short ครับ เป็นเวอร์ชั่นสั้นๆ นะครับ เหมาะกับเวลาที่เรามีเวลาไม่มาก แต่อยากได้สาระสำคัญแบบเร็วๆ ครับ

และต่อมาครับ แบบที่ 3 ครับ คือ CRITIC ครับ เป็นโหมดที่ผมว่าดีมากๆ เลยครับ คือแทนที่โฮสต์ 2 คนจะมาสรุปข้อมูลให้เราฟังเฉยๆ นะครับ เขาจะกลายเป็นผู้วิจารณ์ ครับ ช่วยหาจุดอ่อน หาช่องโว และหาข้อโต้แย้งใน source ของเราให้เลยครับ โดยอยากให้นึกภาพว่าสมมุติว่าถ้าเรากำลังจะส่ง proposal ให้ลูกค้า นะครับ หรือกำลังจะ pitch งานโปรเจคใหญ่ๆ ถ้าเรานำเอกสารเหล่านั้นมาให้เขา วิจารณ์ก่อนครับ เราจะสามารถรู้ได้เลยครับว่าจุดไหนที่เราอาจจะโดนตอกกลับ จุดไหนที่ข้อมูลเราอาจจะยังไม่แน่นพอ ก่อนที่เราจะไปเจอหน้างานจริงๆ ครับ และที่สำคัญครับ คือฟีดแบ็กแบบนี้ ถ้าเป็นคนวิจารณ์ให้เรา อาจจะใช้เวลาเป็นชั่วโมง ครับ แต่ Critic Mode ใช้เวลาเพียงแค่หลัก 10 นาทีเท่านั้นครับ

และแบบสุดท้ายครับ คือ DEBATE ที่จะให้โฮสต์ 2 คนนั่งถกเถียงกันคนละฝั่งครับ เหมาะมากๆ ครับ เวลาที่เราต้องตัดสินใจเรื่องที่มีหลายมุมมอง เช่น สมมุติว่าเรารับงานฟรีแลนซ์นะครับ เราจะคิดราคาแบบรายชั่วโมงดี หรือคิดเป็นเหมาโปรเจคดี เพราะเราจะได้ฟังข้อโต้แย้งที่หนักแน่นที่สุดของทั้ง 2 ฝั่ง และเราค่อยนำมาประมวลผลเองแล้วตัดสินใจเองทีหลังครับ

ประโยชน์ของทั้ง 4 โหมดนี้นะครับ คือการที่เขาเปลี่ยนงานวิจัยของเรานะครับ หรือเอกสารของเรานะครับ ให้กลายเป็นการเรียนรู้ที่หลากหลายมิติมากขึ้น เราเลือกได้นะครับ ว่าเราจะให้โน้ตบุ๊ก OM ทำหน้าที่เป็น ครู เป็นผู้สรุป เป็นผู้วิจารณ์ หรือเป็นคู่ดีเบต ตามงานที่เราต้องการเลยครับ

แล้วเดี๋ยวเราไปดูวิธีการสร้าง Audio Overview View กันสั้นๆ สักนิดนึงนะครับ

เดี๋ยวเรามาดูวิธีการใช้ฟังก์ชัน Audio Overview View กันสั้นๆ สักนิดนึงนะครับ ฟังก์ชัน Audio Overview View นะครับ ก็จะอยู่ในส่วนของ Studio ทั้ง 9 ฟังก์ชันนะครับ ก็จะอยู่ในกล่องที่ชื่อว่า Audio Overview นะครับ โดยถ้าเรากดลงไปสั่งงานเลยนะครับ เขาจะ เป็นการ Gen Podcast Style Deep Dive นะครับ แต่ที่แนะนำนะครับ คืออยากให้เพื่อนๆ กดเข้ามาดูนิดนึงครับ ตรงปุ่มที่เป็นหัวลูกศรที่ชี้ไปทางด้านขวามือครับ กดลงไป 1 ครั้งแบบนี้ครับ เราก็จะพบเจอกับ C mode เมื่อสักครู่นี้นะครับ ที่ผมอธิบายไป คราวนี้นะครับ โหมด CRITIC นะครับ คือโหมดที่ผมแนะนำมากที่สุดนะครับ เพราะเหมือนเรามีผู้เชี่ยวชาญนะครับ ผู้ชำนาญการมานั่งรีวิวแล้วก็ข้อมูลให้เราเองเลยครับ โดยเพื่อนๆ สามารถปรับแต่งความยาวได้นะครับ ว่าจะเป็นแบบ Short หรือเป็นแบบ default เลือกภาษาที่ต้องการได้ แล้วก็สามารถ prompt เพิ่มเติมลงไปได้ครับ

โดย prompt สำหรับ Critic Mode นะครับ จากตัวอย่างนี้นะครับ ผมก็จะบอกว่า ขอให้โฮสต์ทั้งสองนะครับ เล่นบทเป็นที่ปรึกษาการตลาดนะครับ ที่มีประสบการณ์สูง และพิจารณา content Marketing นะครับ ที่ผมแนบมาในเอกสารอันนี้ สมมุติว่าเราแนบเข้าไปแล้วนะครับ อย่างตรงไปตรงมาแล้วก็เน้นประเด็นต่างๆ เหล่านี้ครับ คือจุดอ่อนนะครับ ข้อสมมุติที่อันตราย ช่องว่างที่สำคัญ ความเสี่ยงในเชิงปฏิบัติครับ แล้วก็พูดในโทนของการวิจารณ์ ครับ ตรงไปตรงมาแต่สร้างสรรค์ เหมือนที่ปรึกษาที่อยากเห็นแผนนี้สำเร็จจริงๆ ครับ

จากนั้นก่อนที่เราจะสั่ง Gen ไฟล์ Podcast นี้นะครับ ให้เราแนบแผนเมื่อสักครู่นี้เข้าไปครับ สมมุติว่าผมแนบเข้าไปแล้วนะครับ สมมุติว่านะครับ เราก็เลือก source เฉพาะแผนที่เราต้องการนะครับ ในไฟล์ที่เราต้องการเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องเลือกทั้งหมดนะครับ จากนั้นมากดสั่งตรงนี้ครับ ตรงปุ่มลูกศร Shift ไปทางขวานะครับ กดไป 1 ครั้ง เลือกโหมด critic นะครับ แล้วก็วาง prompt ลงไปครับ จากนั้นก็กด generate ได้เลยครับ

ทาง notebook LM นะครับ ก็จะทำการ Generate Audio Overview นะครับ เป็นไฟล์ podcast โดยจะมีรายละเอียดตาม prompt ที่เราต้องการนะครับ ที่เรา prompt ลงไปเมื่อสักครู่นี้เท่านั้นเองครับ จากนั้นเพื่อนๆ ก็สามารถเปิดฟังฟังเพื่อฟังบทวิจารณ์ บทวิเคราะห์ต่างๆ ได้เลยครับ โดยหลักการสำคัญนะครับ ก็อย่าลืมนะครับ แนบเฉพาะไฟล์ที่เราต้องการให้เขา วิจารณ์แล้วก็เลือกเฉพาะไฟล์นั้นเท่านั้นเองครับ ไม่จำเป็นต้องเลือกทุก source นะครับ

ต่อมาในกลุ่มเทคนิคที่ 4 นะครับ คือเรื่องของ Studio Panel ครับ สำหรับการสร้าง Deliverable ในรูปแบบต่างๆ เพราะสุดท้ายแล้วนะครับ ไม่ว่าข้อมูลเราจะดีแค่ไหนนะครับ ถ้าเราเอาไปนำเสนอลูกค้าไม่ได้ ส่งงานหัวหน้าไม่ได้ มันก็ยังคงเป็นแค่ข้อมูลในหัวเราอยู่ดีใช่มั้ยครับ นี่คือจุดที่ Studio Panel จะเข้ามาช่วยเราครับ มันเป็นแผงเครื่องมือนะครับ ที่อยู่ทางด้านขวาของหน้าจอ ซึ่งหลายคนอาจจะมองข้ามไปครับ หรือใช้แค่ผิวเผินครับ โดยมีเทคนิคย่อยๆ มาฝากกันทั้งหมด 3 อย่างนะครับ

โดยอันดับแรกนะครับ คือเรื่องของสไลด์เด็ก ครับ ที่หลายคนน่าจะใช้งานกันอยู่แล้วนะครับ เพราะว่าเราสามารถสร้าง presentation ที่มี layout สวยงามได้ภายในคลิกเดียวครับ และจุดที่ผมว่าดีที่สุดนะครับ ก็คือตอนนี้ถ้าเราไม่ชอบหน้าไหน หรือต้องการแค่ปรับแค่หน้าไหนนะครับ เราก็สามารถสั่งแก้ นะครับ โดยกดปุ่ม Revise แค่ปุ่มเดียว แล้วก็พิมพ์บอกเค้าว่าเราต้องการแก้เป็นแบบไหนครับ

และฟังก์ชันต่อมานะครับ ที่คิดว่าหลายๆ คนอาจจะยังไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่ แต่จริงๆ แล้วดีมากๆ เลยนะครับ คือเรื่องของ report ซึ่งจุดที่แตกต่างจาก AI ตัวอื่นๆ นะครับ คือเขาจะไม่ได้โยนคำตอบออกมาเป็นรายงานตาม template มาตรฐานให้เรานะครับ แต่เราสามารถนะครับ สร้างหรือ prompt ลงไปเองได้ครับ เช่น ถ้าเราเป็นเรื่องของราคานะครับ เค้าก็จะแนะนำรูปแบบที่เหมาะสมกับการนำเสนอราคา แต่ถ้าเราไม่ถูกใจนะครับ เราก็สามารถเขียน prompt บอกได้เลยครับ ว่าเราอยากได้รูปร่างหน้าตาของรายงานแบบไหน ซึ่งเดี๋ยวเราไปลองสร้างด้วยกันดูนะครับ

และเรื่องสุดท้ายครับ ที่ผมว่าดีมากๆ เลยคือ Video Overview ครับ คือวิดีโอที่มีนะครับ หรือมีเสียงภาพพร้อมกับ visual ประกอบครับ เป็นเหมือน presentation ที่มีคนมาบรรยายให้เราฟังครับ และจุดเด่นคือเราสามารถกำหนดสไตล์ภาพที่อยากได้ลงไปเลย ครับ ทำให้วิดีโอที่ออกมาดูเป็นมืออาชีพนะ ครับ ไม่เหมือน AI ในวิดีโอทั่วๆ ไป

ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของ Studio Panel เลยครับ คือทุกอย่างสามารถส่งมอบออกมาได้นะครับ และเขาจะใช้ตาม prompt ที่เราตั้งไว้แต่แรก และ source ที่เราคัดมาอย่างดีครับ โดยเดี๋ยวเราไปดูวิธีการใช้งานกันเลยครับ

ตอนนี้เราก็กลับมาอยู่ในหน้าของโน้ตบุ๊ค LM นะครับ คราวนี้ในส่วนของ presentation นะครับ สไลด์เด็ก วิธีการสร้างเราก็เพียงกดปุ่มนี้ก็ได้นะครับ 1 ครั้ง แต่แนะนำว่าให้เราเข้าไปปรับตั้งค่าดีกว่าครับ โดยกดที่ลูกศรทางด้านขวามือแบบนี้ เราสามารถเลือกรูปแบบ presentation ได้นะครับ ว่าเป็นแบบ presentation ที่มีรายละเอียดครบถ้วน เหมาะกับการอ่านเอง หรือ presentation ที่เราจะเป็นคนนำเสนอเองนะครับ แล้วก็สามารถ prompt เพิ่มเติมลงไปตรงนี้ โดยจากตัวอย่างนะครับ ผม generate ออกมาแล้วครับ โดยผมใช้ prompt นี้ครับ

วิธีการดู prompt presentation ที่เรา generate ไปแล้วนะครับ ก็กดที่ปุ่ม More ครับ แล้วก็เลือกที่คำว่า View Custom Prompt แบบนี้ครับ เขาก็จะแสดง prompt ที่เราใช้ในการ generate ไฟล์นี้ขึ้นมาครับ จากตัวอย่างนะครับ ผมพิมพ์ไปว่า สร้างสไลด์เด็ก สำหรับนำเสนอกลยุทธ์ Content Marketing นะครับ ของร้านกาแฟ Specialty นะครับ ความยาวประมาณ 12 สไลด์ครับ โดยโครงสร้างที่ต้องการ ผมระบุไปได้เลยนะครับ ว่าแต่ละหน้า เนี่ยพูดถึงเรื่องอะไรทั้งหมด 12 หน้าแบบนี้ครับ

คราวนี้เดี๋ยวเราไปดูสไลด์ที่สร้างเสร็จออกมาแล้วกันครับ โดยวิธีการเปิดดูนะครับ ก็เพียงแค่คลิกลงไปครับ แบบนี้ แล้วก็กดปุ่ม Start Slide Show นะครับ เราก็จะได้สไลด์ออกมาเต็มหน้าจอแบบนี้นะครับ ซึ่งตามตัวอย่างก็ทั้งหมด 12 หน้าในลักษณะแบบนี้ครับ ครบถ้วนตามหัวข้อที่เรากำหนดลงไปได้เองครับ

คราวนี้หากมีบางหน้านะครับ ที่ผมต้องการปรับเปลี่ยน สังเกตว่าด้านบนจะมีปุ่มคำว่า revise อยู่นะครับ เราสามารถเลือกหน้าที่เราต้องการปรับเปลี่ยน จากตัวอย่างผมต้องการแก้หน้าที่ 6 นะครับ เลือกปุ่ม revise ครับ เขาจะขึ้นมาให้เราใส่ prompt ลงไปครับ ว่าเราต้องการแก้อะไร แล้วก็ใส่ prompt ที่ต้องการแก้ลงไปครับ ว่าผมต้องการแก้อะไรบ้างนะครับ จากนั้นเค้าก็จะขึ้นว่า pending change นะครับ ตอนนี้ทั้งหมด 1 ถ้าเราแก้มากกว่า 1 หน้า จำนวนตัวเลขนี้ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นะครับ จากนั้นสมมุติว่าเราต้องการสั่งแก้ครบถ้วนแล้ว เราก็เพียงแค่กดปุ่ม generate revised slide deck ตรงนี้ครับ 1 ครั้ง ทาง notebook lm นะ ครับก็จะทำการ generate นะครับ ไฟล์ presentation เวอร์ชั่นใหม่ขึ้นมาให้เราอีก 1 ครั้งครับ โดยแยกออกมาเป็นไฟล์ใหม่เลย ไฟล์เดิมก็ยังอยู่นะครับ ไฟล์นี้ก็อยู่ระหว่างการ generate อยู่

คราวนี้ระหว่างเรานะครับ เดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างที่ 2 กันครับ คือฟังก์ชันที่ผมมองว่าทุกๆ คน under rate เค้าพอสมควรครับ คือเรื่องของ report ครับ โดยจากตัวอย่างนะครับ เวลาเรากดฟังก์ชัน report ลงไปเนี่ย 4 แถวบนนะครับ จะเป็น template สำเร็จรูปนะครับ ที่โน้ตบุ๊ก LM แนะนำมา แต่ด้านล่างนะครับ สังเกตว่าจะขึ้นว่า Loading Suggestion แบบนี้ใช่ไหมครับ คือ Notebook LM เนี่ยกำลังทำความเข้าใจ data ของเรานะครับ และแนะนำออกมาว่าจากข้อมูลของเรา เราสามารถสร้าง report แบบไหนได้อีกครับ คราวนี้แต่ละตัวก็จะมีเอกลักษณ์ของตัวเองครับ โดยเราสามารถกดเข้าไปดูรายละเอียดได้นะครับ ที่รูปดินสอ เค้าก็จะบอกรายละเอียดเราในส่วนของ prompt ตรงนี้ครับ ว่าเอกสารนี้จะพูดถึงเรื่องอะไรบ้าง

แต่คราวนี้ฟังก์ชันที่ผมว่าดีที่สุดครับ คือ Create Your Own ครับ คือเราสามารถเลือกรูปแบบ report ที่เราต้องการเองได้ครับ โดยเรากดเข้าไป 1 ครั้งครับ เค้าจะให้เรา prompt เข้าไปเองครับ ว่าเราต้องการสร้างรายงานอะไร โดยจากตัวอย่างครับ ผมต้องการสร้างรายงานในลักษณะของ One Page Brief Report ครับ เพื่อส่งให้หัวหน้า นะครับ ก็จะเป็น prompt ในลักษณะนี้ครับ คือ สร้างรายงาน Content Marketing Strategy Brief นะครับ ความยาว 1 หน้า สำหรับร้านกาแฟนี้ครับ โดยมีโครงสร้างแบบนี้ครับ ส่วนที่ 1 เป็น Executive Summary ครับ ส่วนที่ 2 เป็น Key Insight ส่วนที่ 3 เป็น Strategy pillar ทั้ง 3 pillar ครับ ส่วนที่ 4 เป็น Action Plan แล้วก็ ส่วนที่ 5 เป็น Success ครับ

จากนั้นครับ เราก็นำ prompt นี้ครับ กลับไปนะครับ จากนั้นเราก็นำ prompt นี้กลับมาครับ ที่ notebook LM แล้วก็วางลงไปแล้วก็กดสั่ง Generate ได้เลยครับ ตอนนี้ระหว่างรอจนรายงานเรากลับไปดู presentation เมื่อสักครู่ครับ ที่เราสั่งแก้หน้าที่ 6 ไปนะครับ ที่ผมขอเป็นตารางแบบนี้นะครับ ก็ได้ออกมาเรียบร้อย ครับ เปรียบเทียบนะครับระหว่าง Instagram กับ TikTok เรียบร้อยในลักษณะนี้นะครับ Font อาจจะมีผิดอยู่บ้างนะครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่เราก็สั่งแก้ได้ ครับ

ระหว่างรอรายงานนะครับ มาดูอีกตัวนึงครับ คือเรื่องของ Video Overview View ครับ เป็นตัววิดีโอที่เราสามารถสั่ง generate ขึ้นมาได้นะครับ ในลักษณะแบบนี้ เดี๋ยวผมขอเปิดเต็มหน้าจอให้เพื่อนๆ ดูดีกว่าครับ แล้วเดี๋ยวเราไปดูพร้อมๆ กันครับ

You spend $10,000 designing a beautiful modern cafe. Yet the specialty coffee market is expanding. In 2024 the segment grew by 7.2% reaching $2 billion globally. Experience-based loyalty programs like early menu access or community cupping events show significantly higher effectiveness in driving repeat visits. This chart shows how Instagram distributes content in 2025, illustrating a shift away from the traditional follower graph. Half the content an average user sees comes from accounts they don't follow.

ตอนนี้รายงานก็เสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ ที่เป็นรายงานลักษณะ 1 หน้า นะครับ แต่รวมข้อมูลทุกอย่าง เหมาะกับการส่งให้หัวหน้าหรือผู้บริหารนะครับ เราก็เปิดเข้ามาดูเลยครับ เราก็จะได้โครงสร้างแบบนี้ครับ ส่วนแรกตามที่เราขอไปเลยครับ เป็น executive summary 3-4 บรรทัดแบบนี้ ครับ มี key insight นะครับ มีหัวข้ออะไรบ้าง ต่อมาเป็น Strategy pillar ทั้ง 3 ข้อครับ Pillar ที่ 1 2 3 แบบนี้ครับ แล้วก็ Action Plan ครับ ว่าเราจะทำอะไรบ้างนะครับ สุดท้ายก็เป็น success matrix ครับ เป็นตัวชี้วัดนะครับ ว่าเราจะวัดความสำเร็จของเราได้ยังไง ก็จะได้เป็นเอกสารออกมาแบบนี้เลยครับ และเราก็สามารถเลือก More option นะครับ แล้วก็กลับไปดู prompt ได้ว่า เรา prompt ไปว่าอะไรแบบนี้

โดย prompt ต่างๆ ที่เราใช้กันในวันนี้นะครับ เดี๋ยวผมทำเป็นไฟล์นี้ออกมาให้เพื่อนๆ สามารถดาวน์โหลดได้นะครับ โดยเพื่อนๆ สามารถดูลิงก์ในการดาวน์โหลดได้ที่คำอธิบายในคลิปนี้นะครับ ผมจะแปะลิงก์ Google Drive ไว้ให้ครับ

แล้วก็ขออนุญาตแนะนำคอร์สที่ชื่อว่า The Art of Prompting นะครับ หรือศิลปะการสั่งงาน AI อย่างเป็นระบบนะครับ โดยคอร์สนี้ นะครับในช่องของเรานะครับ เปิดเป็น Open Access Course ครับ คือทุกท่านสามารถลงทะเบียนเรียนได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ นะครับ โดยจะเหมาะกับผู้ที่เริ่มต้นใช้งาน Generative AI ใหม่ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็น Chat GPT, Gemini, Cross นะครับ โดยเนื้อหานะครับ จะมีทั้งหมด 6 บท ใช้เวลาเรียนสั้นๆ ครับ เพียงแค่ประมาณ 30-40 นาทีครับ โดยแบ่งออกเป็น 6 บทดังนี้ครับ

บทที่ 1 ครับ เป็นการปูพื้นฐานความเข้าใจนะครับ โลกแห่ง AI

บทที่ 2 ครับ เป็นการปรับจูนวิธีคิดครับ ให้สื่อสารกับ AI ให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ

บทที่ 3 ครับ เป็นการผ่าตัดโครงสร้าง prompt ฉบับสมบูรณ์ครับ

บทที่ 4 เป็นศิลปะการขัดเกลาและแก้ปัญหาเมื่อ AI ไม่เข้าใจเราครับ

บทที่ 5 เป็นการสร้างผู้ช่วยส่วนตัวที่รู้ใจเราที่สุด

และสุดท้ายครับ เป็นเทคนิคการสั่ง AI ให้คิดเป็นระบบ ด้วยเทคนิค Chain of Thought ครับ

โดยทั้งหมดนี้ครับ เพื่อนๆ สามารถลงทะเบียนเรียนได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ครับ โดยสามารถดูรายละเอียดและลงทะเบียนเรียนได้ในลิงก์ในคำอธิบายของคลิปนี้ได้ได้เลยครับ

เอาล่ะครับ ตอนนี้เรามาถึงเรื่องสุดท้ายแล้วนะครับ ซึ่งผมมองว่าทริกนี้นะครับ เป็นเทคนิคที่น่าสนใจมากๆ ครับ ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนครับว่าปัญหาที่หลายคนเจอ เวลาใช้โน้ตบุ๊ก LOM นะครับ ไปสักพักเลยก็คือเรื่อง Source Limit ครับ โดยเฉพาะใครที่ใช้ Free Plan Limit ของฟรี plan จะค่อนข้างจำกัดมากๆ ครับ คือรองรับที่ 50 source นะครับ แต่ใครที่ใช้ Pro Plan นะครับ ก็จะเป็น 300 ส่วนใครที่ใช้ Ultra Plan ก็อาจจะติดยากหน่อยครับ เพราะว่า Ultra Plan เนี่ยจะได้อยู่ที่ 600 source เลยครับ คราวนี้พอ source เราเต็มแล้วนะครับ เราก็ต้องตัดใจนะครับ ลบข้อมูลบางอย่างออกไปใช่มั้ยครับ เพื่อที่เราสามารถแนบไฟล์ต่างๆ เพิ่มเติมเข้ามา คราวนี้ก็เลยมีเทคนิคมาฝากครับ

ก็คือขั้นตอนแรกนะครับ เราจะเป็นการถาม AI เข้าไปในแชทครับ โดยขอให้เค้าสังเคราะห์ข้อมูลนะครับ จาก source ต่างๆ ที่เรามีนะครับ ให้กลายเป็นคำตอบเดียวที่มีรายละเอียดและครบถ้วนครับ และขั้นตอนที่ 2 ครับ เราจะนำนั้นมาเซฟเป็น Note ครับ ซึ่ง Note ก็จะอยู่ทางด้านขวามือใช่ไหมครับ คราวนี้และขั้นตอนที่ 3 ครับ หลังจากได้ Note แล้วเราจะ convert Note นั้นนะครับ ให้กลายเป็น source แทนครับ และขั้นตอนสุดท้าย คราวนี้เราก็จะเลือกลบ source เดิมที่เราเพิ่งบีบอัดออกไปได้ครับ ทำให้ข้อมูลทั้งหมดถูกย่อยมาใน source ใหม่ และผลลัพธ์ก็คือโน้ตบุ๊กของเราก็จะสามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่าเดิมครับ ทำให้เราไม่ติดลิมิต แล้วก็สามารถทำซ้ำได้เรื่อยๆ ไม่จำกัดเลยครับ

และเพื่อไม่เสียเวลานะครับ เพราะคลิปคลิปนี้น่าจะยาวมากๆ แล้วเดี๋ยวเราไปดูวิธีการกันเลยครับ

จากตัวอย่างนะครับ เรากลับมาที่หน้าของโน้ตบุ๊ก LM นะครับ ตอนนี้ผมก็มี source อยู่ประมาณนึงนะครับ โดยเดี๋ยวเราไปเริ่มดูที่ prompt ที่จะใช้กันก่อนครับ ผมก็จะใช้ prompt นี้ นะครับ สำหรับการสังเคราะห์ source ครับ ขอให้คุณนะครับ ทำหน้าที่เป็นผู้สังเคราะห์ข้อมูลนะครับ โดยอ่านและประมวลผลแหล่งข้อมูลทั้งหมด เราก็บอกไว้ได้นะครับว่าเราเน้นเรื่องไหน จากนั้นนะครับ สังเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดให้กลายเป็นเอกสารสรุปเชิงลึก ครับ ส่วนที่ 1 คือมี Executive Summary ครับ ส่วนที่ 2 คือ Key Market Insight ครับ ส่วนที่ 3 คือ Consumer Behavior Pattern ส่วนต่างๆ อันนี้จะแปรผันตามเนื้อหาของเพื่อนๆ นะครับ และส่วนที่ 4 ครับ คือ Success Brand นะครับ Strategy ส่วนที่ 5 Platform Specific Insight ส่วนที่ 6 Cross Source Connection ครับ ข้อกำหนดนะครับ ให้เก็บข้อมูลสำคัญทั้งหมดเอาไว้ ห้ามตัดทิ้งโดยไม่จำเป็น ครับ ระบุชื่อ source ทุกครั้งที่อ้างอิงข้อมูล ผมต้องการเป็นภาษาไทยนะครับ โทนเป็นมืออาชีพ จัดรูปแบบให้อ่านง่าย พร้อมใช้อ้างอิงต่อไปครับ

เราก็กลับมาที่หน้า notebook LM ครับ แล้วก็นำ prompt เมื่อสักครู่ วางลงไปแล้วก็กดส่งครับ

หลังจากรออยู่สักครู่นะครับ เราก็ได้ผลลัพธ์ออกมาแล้วครับ ตามส่วนที่เราแจ้งไปนะครับ ส่วนแรกคือ Executive Summary นะครับ ส่วนที่ 2 คือ Key Market Insight ครับ ก็ได้ออกมาละเอียดเลยนะครับ แล้วก็ส่วนที่ 3 ครับ คือ Consumer Behavior Pattern ครับ ก็ได้ออกมาละเอียดพอสมควรครับ ส่วนที่ 4 Successful Brand Strategy นะครับ ส่วนที่ 5 นะครับ Platform Specific Insight ย้ำอีกครั้ง ครับ ส่วนต่างๆ อันนี้ขึ้นอยู่กับ content ของเพื่อนๆ แล้วก็เนื้อหาใน source ของเพื่อนๆ นะครับ

จากนั้นครับ เราจะทำการ Save to Note ครับ กดปุ่มนี้ นะครับ 1 ครั้งแบบนี้ครับ เนื้อหาเราจะถูกเปลี่ยนมาทางด้านขวามือตรงนี้ครับ จากนั้นครับ เราจะเลือกที่จุด 3 จุดตรงนี้ครับ More ครับ แล้วก็ Convert to source ครับ เราก็จะได้ใหม่ ออกมาครับ เป็นตรงนี้ครับ จากนั้นครับ เราจะ uncheck source ทั้งหมดออกครับ แล้วเลือกเฉพาะ source ใหม่แบบนี้ครับ

โดยเราจะกลับมาใช้ prompt นี้ครับ Prompt สำหรับทดสอบ source ใหม่ครับ ตรวจสอบว่าเอกสารสังเคราะห์ที่ผมเพิ่งสร้างขึ้นนะครับ มีข้อมูลครอบคลุมประเด็นต่อไปนี้หรือเปล่า เราก็ระบุประเด็นต่างๆ ลงไปนะครับ แล้วก็หากมีประเด็นใดที่หายไป หรือรายละเอียดน้อยกว่าที่ควรจะเป็น โปรดระบุให้ชัดเจน ครับ เพื่อที่เราจะได้ตัดสินใจว่าควรเก็บ source เดิมไว้หรือเปล่านะครับ

เราก็นำ prompt นี้ครับ มาวางลงไปครับ แล้วตอนแชทนะครับ ติ๊กเลือกเฉพาะเมื่อสักครู่ที่เรา convert มาเท่านั้นนะครับ จากนั้นก็กดส่งครับ

ตอนนี้เค้าก็ตอบเราออกมาแล้วนะครับ โดยพบว่านะครับ เนื้อหาส่วนใหญ่มีข้อมูลที่แน่นหนา และนำไปใช้งานได้จริง แต่ก็มีประเด็นที่หายไปครับ คือเรื่องของเทรนด์ตลาดร้านกาแฟในปี 2026 ครับ บอกว่าเอกสารนี้ไม่ได้ระบุข้อมูลคาดการณ์ของปี 2026 เลยครับ ประเด็นนี้ครอบคลุมได้ครบถ้วนและดีเยี่ยมมีอะไรบ้างนะครับ 1 2 3 4 5 ตรงนี้แล้วเค้าก็มีคำแนะนำในฐานะที่ปรึกษาศึกษานะครับ ซึ่งรูปแบบการตอบแบบนี้นะครับ เกิดจากการที่เราใส่ config chat ไว้ในเทคนิคที่ 1 นั่นเองครับ แล้วก็มีเรื่องของ Next Step คราวนี้ส่วนที่ขาดหายไปนะครับ เราก็สามารถใช้ Fast Research หรือ Deep research ก็ได้ครับ เฉพาะเรื่องนี้ จากนั้นนะครับ เราก็สามารถทำการนะครับ เลือก source อื่นๆ นะครับ ที่เราไม่ต้องการเนี่ย สามารถลบออกไปได้เลยครับ เราก็สามารถ remove source ออกไปได้ ก็จะทำให้เราสามารถมีพื้นที่นะครับ สำหรับที่จะแนบข้อมูลใหม่ๆ เข้าไปเพิ่มเติมได้ในลักษณะแบบนี้นั่นเองครับ

และนั่นก็เป็น 5 เทคนิคที่นำมาฝากกันในวันนี้นะครับ ตั้งแต่การตั้งค่าให้ดีก่อนเริ่มนะครับ การ cut source ที่มีคุณภาพไม่ใช่แค่จำนวนนะครับ การใช้ audio overview ในทุกโหมดนะครับ แล้วก็การเปลี่ยน research ให้กลายเป็น deliverable และสุดท้ายครับ เมื่อสักครู่คือการ add source ให้ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ นะครับ ก็หวังว่าเพื่อนๆ จะนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ครับ

และสุดท้ายครับ เคยมีเพื่อนๆ ถามว่าวิธีการทำสไลด์แบบต่างๆ ที่ผมใช้ในคลิปต่างๆ นะครับ ทำได้ยังไง ตอนนี้เรามี mini course ออกมานะครับ ชื่อว่า Mini Course Presentation by Gemini นะครับ สไลด์ทั้งหมดนี้ผมใช้ Nano Banana Pro ในการสร้างนะครับ เพื่อนๆ สามารถนะครับ ลงทะเบียนเรียนได้นะครับ โดยในคอร์สนี้จะใช้เวลาเรียนประมาณ 2.5 ชม.นะครับ ถ้าเพื่อนๆ สนใจ สามารถดูลิงก์ในคำอธิบายของคลิปนี้ได้เลยครับ

และสำหรับวันนี้นะครับ ผมนิวชัยก็ต้องขอลาไปก่อน และต้องขอบคุณเพื่อนๆ มากๆ เลยนะครับ ที่ดูจนถึงตรงนี้นะครับ เพราะคลิปนี้เชื่อว่าน่าจะยาวมากๆ เลยครับ แล้วเราพบกันได้ใหม่นะครับ ในคลิปถัดๆ ไป และหากต้องการให้เราทำเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรนะครับ ก็สามารถคอมเมนต์บอกกันไว้ได้ที่ใต้คลิปนี้ได้เลยครับ สำหรับวันนี้สวัสดีครับ