📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

"ไหม" มองรัฐบาลจะช่วยประชาชนหรือช่วยคะแนนนิยมตัวเอง? ติง ถ้าจะก็อปนโยบายพลัสต้องลอกให้ถูก

สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว16:47

Transcription

คาดกันว่า พ.ร.ก. กู้เงินอาจจะตั้งวงเงินไว้ 4-500,000 ค่ะ เพราะเป็นทางเดียวที่จะทันโอนงบประมาณ ไม่ทันงบประมาณ 70 ไม่ทันเพราะไทยช่วยไทยพัฒน์ จะเกิดขึ้นลงทะเบียน พฤษภาคม เริ่ม 1 มิถุนายน แล้ว อ่า พอเห็นโมเดลใช่มั้ยคะ

ค่ะ อ่า เห็นว่ายังไง อันนี้แหละค่ะ รม.เงาเหมือนกัน

ใช่ค่ะ อันนี้อัปเดตไปกว่าเมื่อวันจันทร์อีก

ใช่ อันนี้ก็ก็คือก็เป็นส่วนหนึ่งที่ที่ เราได้เอ่อแถลงในเรื่องนี้ด้วย เพราะว่า เราก็เห็นแล้วว่ามันมาแน่ๆ ตั้งแต่ตอนที่ บอกว่าไทยช่วยไทยพลัส มันมีก็มีข่าวมาเรื่อยๆ ว่าจะมีเป็นรูปแบบคล้ายๆ คนละครึ่ง 20 ล้านคน แต่ตอนนี้เพิ่มเป็น 30 ล้านแล้วใช่มั้ยคะ มีจ่ายเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในเพอ เราเห็นตัวเลขออกมาเคาะออกมาว่า เกินแสนล้านเนี่ย เรารู้ละว่ายังไงเนี่ย พ.ร.บ. พ.ร.ก. เงินกู้มาแน่นอนแล้วก็มาเร็วด้วย

อ่า รอบก่อนหน้านี้แค่ไม่กี่วันนะคะ คุณเอกนิติเพิ่งจะพูดไล่ว่าลำดับการใช้เนี่ย จะเป็นเอ่อ ใช้งบกลางเงินสำรองฉุกเฉินก่อน จากนั้นเนี่ยค่อยไปเปิดก๊อก 2 เงินสำรองฉุกเฉินตามมาตรา 42 ถ้าดิฉันจำไม่ผิด เอ่อ อีก 50,000 นะคะ แล้วค่อยไปโอนงบ

แล้วค่อยหมดตังค์แล้วค่อยกู้ แต่อันนี้คือลำดับลำดับมาละก็คือ พ.ร.ก. เงินกู้ก่อน เพราะว่าจะทำทั้งหมดนั้นเนี่ย ก็คือไม่ทันแน่แน่นอนใช่มั้ยคะ

เอาจริงๆ ตัว พ.ร.บ. พอโอนงบเนี่ย ดิฉันคิดว่ามันเกิดมาเพื่อเพื่อแก้ปัญหาภายในของรัฐบาลเองที่มีรายจ่ายประจำไม่เพียงพอ นะคะ เพราะว่าเงินกู้เอามาช่วยตรงนั้นไม่ได้อยู่แล้ว แล้วถ้าเกิดแต่ว่าจะไม่โอนก็ไม่ได้ เพราะว่าก็จะไม่มีรายจ่ายประจำก็จะก็จะขาดนะคะ ดังนั้นเนี่ยมันมันเห็นมาตั้งแต่

เอ่อ หน้าหน้าปากซอยอ่ะว่า พ.ร.ก. เงินกู้ต้องมาประมาณเดือนไม่ไม่เกินเดือนกรกฎาคมแน่นอน เพราะว่าหน้าตักที่มีอยู่เนี่ย ใช้ได้แค่เดือนเดียวเนี่ย จาก 4 เดือนเนี่ยก็หมดแล้ว

อือ ประมาณ 20,000 ใช่มั้ย

ใช่ค่ะ

อ่า

เอิ่ม แต่ว่าสิ่งที่สิ่งที่เราคิดว่าเร็วกว่านั้นด้วย เดี๋ยวพอเรากองเงินกู้ เพราะเมื่อวานนี้ค่อนข้างเคาะชัดเจนแล้ว

อ่า ใช่ค่ะ แต่ว่าสิ่งที่เราสิ่งที่เรามีข้อกังวลเนี่ยตั้งคำถามก็ก็มีอยู่ประมาณ เอ่อ 2 เรื่องด้วยกัน เรื่องแรกเนี่ยก็คือ พอพอหน้าตาของเงินแหล่งเงินเนี่ยมันชัดขนาดนี้แล้วเนี่ยเอ่อวิธีการแจกเนี่ยมันไม่เหมือนที่เคยคุยไว้ก่อนหน้าใช่มั้ย ก่อนหน้านี้เนี่ยโอ้โหบอกว่าให้ช่วยลดภาษีสรรพสามิตรหน่อย บอกว่าให้ช่วยลดราคาน้ำมันหน่อย บอกว่าไม่ได้เราจะต้องช่วยแบบตรงจุดตรงเป้าเฉพาะกลุ่มเปราะบางใช่มั้ยคะ แต่ว่าพอพอมีเงินมาปุ๊บเนี่ยก็คือเอ่อแจกแบบแจกแบบสุ่มเลยก็คือไม่ต้องมีแบบกลุ่มเปราะบาง ที่กลุ่มเปราะบางเอาไป 1,000 บาทต่อเดือนใช่มั้ย อีก 30 ล้านล้านเนี่ยก็คือ

ก็เกือบจะหมดนะถ้าผมคิดว่า 30 ล้านผมว่าเกือบหมด 30 ก็คือก็ยกเว้นเอ่อยกเว้นคน เอ่อคนที่ยังเป็นเด็กอยู่นะ แล้วก็แล้วก็กลุ่ม

30 ล้านบวกกับอีก 14 ล้านก็คือ 44 ล้าน แล้วอีก 15 ล้านก็คืออายุไม่ไม่เกิน 18 ปีอ่ะค่ะ ก็คือเท่ากับว่าก็คือแจกทุกคนแล้วอ่ะ ตอนเนี้ยเออ แต่ว่าก็คือไอ้ 30 ล้านเนี่ยก็ต้องใช้วิธีการเอิ่มแย่งชิงกันใช่มั้ยคะว่าใครลงทะเบียนก่อนก็ได้ก่อน แต่ว่าก็แทบจะได้กันครบทุกคนอยู่แล้วอ่ะ มันก็มันก็ไม่ใช่กลุ่มเปราะบางอยู่แล้ว

ไม่แต่ว่าเค้าก็บอกว่ามีความจำเป็นต้องช่วยเหลือประชาชน ไอ้คนละครึ่งพลัสตอนนี้เค้าเรียกไทยช่วยไทยพลัส 60 40 คือช่วยประชาชน

ก็ใช่ไง

เดือนละ 1,000 4,000 น่ะ

เหมือนกับว่าช่วยค่าครองชีพอ่ะคนละคนละ 1,000 ถ้าอย่างงั้นเนี่ยก็ก็ทำไปตั้งแต่ต้นก็ลดค่าราคาน้ำมันไปตั้งแต่ต้นก็ได้ก็ได้ถ้วนหน้าแบบนี้เหมือนกัน

ไม่ได้เค้าบอกว่าถ้าไปลดภาษีสรรพสามิตร มันไปทำให้รัฐขาดรายได้ที่จะต้องมีอย่างอื่นที่ต้องทำ

ใช่ ถ้าลดทีละ 7 บาทแน่นอนแน่นอนว่าเอ่อคลังถังแตกแน่นอนนะคะ แต่ว่าถ้าลดแบบไม่เยอะมากบาท 2 บาท 3 บาทอย่างเงี้ยมันจะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาในเรื่องของราคาค่าครองชีพ ไม่ใช่รอให้ค่าครองชีพมันขึ้นก่อนราคาสินค้ามันขึ้นก่อนแล้วค่อยมาจ่ายค่าครองชีพเอ่อจ่ายช่วยเหลือค่าครองชีพทีหลังแบบนี้ค่ะ มันก็คือกลายเป็นว่ารัฐบาลเนี่ย

มุมนี้คือสกัดตั้งแต่ต้นทาง ดึงเวลาของราคาของให้ขึ้น

ใช่

อันนี้คือปล่อยให้ขึ้นไปแล้วค่อยไปตัดยอดให้ไปช่วยปลายทาง

ถูก

อาจแต่ก็อาจจะคิดถูกได้มั้ย เพราะตอนนี้ราคาน้ำมันก็เริ่มลงมานะ

เริ่มลงเหรอคะ เมื่อวานนี้กลับไปขึ้นใหม่อีกแล้ว

เอ่อ เมื่อคืนนี้ลงอีก

แต่ว่าลงก็ยังไม่ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อแร่

ใช่ค่ะ ก็คือไม่หมายถึงถ้าเทียบกับช่วงที่มันดีเซลจำได้ใช่มั้ย

ใช่

อ่ะ ตอนนี้มันลงมาประมาณ 40 ต้นๆ

อือ

ใช่ค่ะ ก็คือแต่ว่ามันก็ไม่แต่มันขึ้นไปจาก 30 ไงคะ

ใช่มันก็ยังคงอยู่ในระดับสูง โอเคไม่ว่ากันนะ แล้วก็แล้วเดี๋ยวดูว่า

ไม่ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยใช่มั้ย วิธีนี้

ไม่เห็นด้วยค่ะ ก็คือ

44 43 ล้านคน ประมาณบัตรคนจน 13.2 2 ล้าน อ่า คนทั่วไป 60 40 อีก 30 ล้าน ใช้เงิน 172,000 ล้านโดยประมาณ

ค่ะ อ่ะ แยกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเนี่ย ไอ้ตัวที่เป็นไอ้บัตรสวัสดิการเนี่ยก็คือโอเค แบบนี้ใช้ได้ถูกต้อง

อ่า บัตรคนจนโอเค

อ่ะ พอพอคนที่เหลือเนี่ย พอมันไซส์มันเริ่มใหญ่โตขึ้นไปเรื่อยๆนะ แล้วก็ใช้วิธีการคนละครึ่งเนี่ย ดิฉันก็คิดว่ามันไม่ใช่วิธีการที่ดีที่สุดในการที่จะเหยี่ยวหยาค่าครองชีพด้วยซ้ำไปเนาะ เอ่อ ถ้าถ้าอย่างงั้นเนี่ย ทำไมไม่จ่ายเป็นเงินสดไปเลยแทนที่จะมาให้รอให้คนจ่ายเป็นอีกคนอีกครึ่งนึงอีกแบบนี้นะคะ

ให้เงินออกมาอีก 40 ก็จะได้เอ่อทำคู่ขนานไปเลยทั้งเยียวยาด้วยและทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจไปด้วย

ซึ่งมันไม่ใช่

อ่า มันเท่ากับว่าคูณ 2 ถูกมั้ย

ไม่คูณ 2 หมายความว่าลงไปพันเนี่ย ถ้าสมมุติ 50 50 ตอนนี้มัน 60 40 อ่า เหมือนกับว่าประชาชนออกมาอีกครึ่งนึงมันก็จะว่าหมุนเศรษฐกิจคูณ 2 อ่ะ เค้าคิดได้มั้ยว่า 2 in one เลยกระตุ้นต้นด้วย เยียวยาด้วยได้มั้ย

ก็ได้ เขาอาจจะคิดแบบนั้น แต่ว่าอย่าลืมว่าในช่วงเวลาแบบนี้นะคะ ที่เอ่อเศรษฐกิจเนี่ยมันมันตกต่ำด้วย แล้วราคาสินค้าเนี่ยมันสูงด้วยเนี่ย เราไม่ควรที่จะไปกระตุ้นให้ทางฝั่งของไอ้การจับจ่ายใช้สอยเนี่ย มันยิ่งฟูไปมากกว่าเดิม เพราะว่ามันจะไปซ้ำเติมเรื่องของราคาสินค้าให้มันแพงขึ้นไปอีก อันเนี้ยมันเป็นแบบ

เบสิค

คือความต้องการสูง ราคาสินค้าจะขึ้น

ก็จะขึ้นด้วย จะขึ้นต่อไปอีกอ่ะ หรือว่าลองนึกง่ายๆก็ได้ว่าช่วงช่วงคนละครึ่งมันก็ จะมีการอัพราคาสินค้าไปสักเล็กน้อย เพราะว่ายังไงประชาชนก็จ่ายถูกลงอยู่ดี แบบนี้เป็นต้น มันก็จะไปยิ่งยิ่งทำให้เงินเฟ้อมันยิ่งสูงขึ้น ราคาสินค้ามันยิ่งสูงขึ้น

ทำยังไง

ก็แจกเงินไปเลยค่ะ แจกเงินสดไปเลย แล้วก็ไม่ต้องมานั่งกังวลจะได้คนที่เหลือเนี่ย จะได้ไม่ต้องกังวลด้วยว่าเอ๊ 60 40 ตรงนี้

แจกเงินสดหมายถึงให้ 30 ล้านนั่นแหละ หรือ หรือให้เฉพาะกลุ่ม

ให้เฉพาะกลุ่มก็คือถ้าอยากจะขยายจากกลุ่มเปราะบางจากเดิมที่มีบัตรสวัสดิการก็อาจจะ 13.2 ก็อาจจะแจกเอ่อให้มันครอบคลุมมากขึ้น อย่างเช่นเกษตรกรที่ไม่ได้ไม่ได้รับไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนะคะ หรือว่า เอ่อคนที่มีรายได้คนทำรายได้ทำงานประจำที่มีรายได้ต่ำ เราก็สามารถเช็คได้ผ่านประกันสังคมอยู่แล้ว หรือว่ากลุ่มเอ่อแรงงานอิสระอะไรต่างๆอะไรเงี้ย มันสามารถที่จะออกแบบได้อยู่แล้ว เราไม่ใช่ไม่เคยทำมา

คล้ายๆไอเดีย Digital Wallet นะ

เอิ่ม Wallet

อ่า หมายถึงให้ไปเลยไม่ต้องไปไม่ต้องคนละครึ่ง

อ๋อค่ะ

แล้วก็ดูจากฐานรายได้ถูกมั้ย

ต้องย้ำนะคะว่าวันนี้เนี่ยมันวิกฤตจริงนะ แล้วก็มันก็เป็นเป็นในช่วงของการที่จะต้องเยียวยาจริงๆนะ จากปัญหาค่าครองชีพที่มันสูงขึ้นจากวิกฤตพลังงาน ไม่มีแนวไหนที่มันจะเหมาะกับการที่จะแจกเงินเปล่าเท่าตอนนี้อีกแล้ว

อ่า โมเดลแบบตอนนั้นน่ะ เพียงแต่ไม่ได้ใช้ระบบ Digital Wallet

แต่ไอเดียเดียวกันก็คือไม่ต้องมาคนละครึ่ง

ถูกค่ะ

ให้เงินไปเลยแต่เลือกกลุ่มเป้าหมายลงไปว่ารายได้ไม่เกินเท่าไหร่

ถูกค่ะ

ฐานข้อมูลมีอยู่แล้ว

ถูกค่ะ

ถูกมั้ยถูกค่ะ

มันดีกว่ายังไง

ก็คนไม่ต้องมานั่งกังวลว่าเอ๊ะเงินตรงนี้ฉันจะไปจ่ายค่าน้ำมันได้มั้ยไปจ่ายค่าเทอมลูกได้มั้ยไปใช้หนี้ได้มั้ยก็คือมันคือช่วยช่วยค่าครองชีพจริงๆอ่ะช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋าให้ประชาชนจริงๆไม่ได้อยู่บนเงื่อนไขอีกว่าใช้กับร้านค้าไหนได้ใช้กับร้านค้าไหนไม่ได้

ต้องควักมาคนละครึ่งมั้ยไม่ต้อง

ต้องควักต้องมีตังค์อีกครึ่งนึงเพื่อที่จะควักมาเติมด้วยอย่างเงี้ยมันก็จะตรงตรงกับเป้าประสงค์ของรัฐบาลที่จะช่วยค่าครองชีพประชาชนมากกว่า

อันนี้คือช่วยค่าครองชีพไปเลย

ใช่ค่ะ

ยกตัวอย่างตัดว่าอ้ารายได้ต่อปีไม่เกินเท่าไหร่

อืม

บัตรคนจนอันนี้เห็นด้วยถูกมั้ย

ค่ะ

อ้า 4,000 ตัวเลขเอาว่ากันไป

ค่ะ

ไอ้กลุ่มนี้ก็เหมือนกันว่าเหมือนกับเวลาเศรษฐกิจไม่ดีอ่าค่าใช้จ่ายสูงอะไรค่าครองชีพสูงก็บริษัทช่วยค่าครองชีพ

ใช่

พนักงานระดับไหนอย่างงั้นไปเลย

ใช่ค่ะ

ให้ไปเลย

ให้ไปเลยไม่ต้องมานั่งกังวลว่าจะใช้อะไรก็เรื่องของเค้า

แล้วเบอกก่อนหน้านี้ไปค้า Digital ทำไม

มันคนละคนละคนละช่วงเวลากัน ถามว่าพูดแบบเนี้ยพูดแบบนี้เหมือนเดิมเป๊ะเลยในช่วงของพลเอกประยุทธ์ดิฉันพูดแบบนี้เลยช่วงนั้นเนี่ยก็เยียวยาด้วยคนละครึ่งเหมือนกันแล้วก็พูดแบบนี้เลยว่าจะมาให้เยียวยาแบบคนละครึ่งทำไมทำไมไม่แจกเงินไปเลยในช่วงโควิดในช่วงโควิดในช่วงประมาณปี 2565 เนี่ย จะไม่มีจะไม่มีการแจกเงินแบบเรารัก เอ่อมันชื่อโครงการอะไรนะเรารักกันอะไรทำนองเนี้ย ที่มีการจ่าย 5,000 บาทบ้าง เอ่อต่อเดือนใช่มั้ย 2,000 บาทบ้างต่อเดือนนะคะในช่วงที่เอ่อมีการล็อกดาวน์

อ๋อ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์แล้วแลที่จะเลือกเครื่องมือที่มันจะทำให้ช่วยเหลือประชาชนได้จริงๆเยียวยาประชาชนได้จริงๆ

เงินใช้น้อยกว่ามั้ย

เงินและเอ่อใช้น้อยกว่าถ้าเลือกเฉพาะกลุ่มเปราะบางจริงๆมันใช้น้อยกว่า

อันนี้เราพูดถึงเกษตรกรถูกมั้ย

ใช่ค่ะ

เอ่อ

เอ่อกลุ่มคนไม่มีรายได้น้อยที่อาจจะยังไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในตอนนี้ เพราะว่าคนที่ได้รับบัตรสวัสดิ์ตอนนี้เนี่ยคือลงทะเบียนกันตั้งแต่ 2 ปีที่แล้วนะเออป่านี้คนจนเปลี่ยนหน้าไปไม่รู้เท่าไหร่แล้วใช่มั้ยคะ แล้วเค้าก็ยังไม่ได้มีการจดให้ลงทะเบียนรอบใหม่

อันนี้คืออันนี้คือข้อกังวลข้อแรก

เออ ข้อที่ 2

ข้อที่ 2 ก็คือหมดเนี่ยก็คือใช้ประมาณ 2 เกือบๆ 200 สนล้าน

อือ

แต่จะกู้

4-5 ใช่มั้ยคะ มีเริ่มมีเริ่มมีเอ่อนายกบอกว่าก็แถวๆนั้น แต่ว่ามันเป็นการเตรียมวงเงินไว้ไม่ได้แปลว่าจะต้องกู้หมด

ถูกค่ะ เตรียมวงเงินไว้ได้ แต่ว่าก่อนหน้านี้เนี่ยรองนายกนิติเนี่ยออกมาบอกไว้แล้วว่าเอ่อจะเป็นการเยียวยาไม่เกิน 200 สนล้าน อีก 200 สนล้านจะเป็นการทำการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียวเรื่องของโซลาร์เซลล์ transition transformation อะไรเนี่ย เป็น transition การเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียวใช่มั้ยคะ แล้วก็เอ่อเอ่อมีให้ส่วนราชการติดโซลาร์รูฟท็อป รถเก่ารถใหม่ อะไรอย่างงี้เป็นต้นนะคะ

เอาจจะมีก็ได้แต่ยังไม่บอก

ก็ไม่เป็นไร ปัญหาก็คือถ้าจะกู้ตาม พ.ร.ก.

อือ

นะคะ กู้ได้เฉพาะจำเป็นรีบด่วนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

อือ

ตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญนะคะ ซึ่งจะเยียวยาเนี่ยไม่มีปัญหาจำเป็นแน่นอน เพราะว่าตังค์หมดคลังแล้ว รีบด่วนแน่นอน เพราะว่าวิกฤตมันเกิดขึ้นมาเป็นเดือนแล้ว อ่า แล้วก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วยไม่มีตังค์ที่อื่นแล้วนะคะ อันนี้ตรง

อ่า

กู้เลยไม่ว่าอะไร แต่ไอ้ส่วน Green Transition ถ้าอยากจะกู้

ก็กู้ได้ แต่เบอกเป็น พ.ร.บ. ใช่ปกติ

ไม่เข้า พ.ร.ก. ไม่เข้า พ.ร.ก. แน่นอนไม่มีปัญหา ถ้าแบบอยากมีการ Green Transition ก็เห็นด้วยในหลักการ แต่ว่าโอเคเราอาจจะเห็นต่างกันด้วยวิธีการว่าวิธีการแบบนี้อาจจะยังไม่ใช่วิธีการ Green Transition ที่ดี หรือว่าเป็นการลงทุนที่ดี แต่ว่าเครื่องมือที่จะใช้เนี่ยใช้ พ.ร.ก. ไม่ได้

อันนี้เป็นเรื่องกฎหมายละ

เป็นเรื่องกฎหมายค่ะ

เอ่อ แต่ว่าหลักการเห็นด้วยคือเงินจำนวนหนึ่งเยียวยาเฉพาะหน้า

ค่ะ

แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการ

ใช่ค่ะ

ว่าไม่ต้องมา 60 40

ช่วยแบบบัตรคนจนเลย ขยายกลุ่มคนขึ้นมาที่เป็นกลุ่มเปราะบาง

จ่ายเต็มๆไปเลย

ค่ะ

ในขณะเดียวกัน ไอ้ส่วนที่เค้าเรียกอันหลังนี่เค้าเรียกว่าการปรับโครงสร้าง

ค่ะ

ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ อันนี้คือ transition อะไรที่ว่านี้เนี่ยนะ

ค่ะ

เอ่อ อันนี้เนี่ยใช้ พ.ร.ก. ไม่ได้ แล้วก็ยังไม่เห็นแผนชัดเจนถูกมั้ย

ถูกค่ะ

ก็คือจะมาแบบว่ารวมๆกันแล้วตีเช็คเปล่าแบบ พ.ร.ก. เงินกู้ปกติเนี่ยไม่ได้

ถูกมั้ย

ถ้า พ.ร.บ. ก็ต้องอธิบายว่าจะเอาไปทำอะไร

ใช่ ตัวโครงการต้องออกมาชัดเจนแล้วใช่มั้ยคะ เออ ซึ่งมันจะได้มาถกกันอีกว่าอันเนี้ย เรียกปรับโครงสร้างก็รู้สึกเขินๆอยู่นะคะ ว่าเอ๊ะ ติดโซลาร์รูฟท็อปนี่ปรับโครงสร้างแล้วหรอ มันก็มันก็อาจจะไม่ใช่ในใจเราอยากเห็นการลงทุนที่มันเอ่อรองรับการเติบโต

ในอนาคตจริงๆ

ใช่มั้ยคะ อย่างเช่นก็ยกระดับไอ้สายส่งไปเลยให้มันเป็นสมาร์ทกริดซะอะไรอย่างเงี้ย อือ ใช่ อ่า ถ้ากู้มาลงทุนแบบนี้ไม่มีปัญหา แต่ต้องไปออกเป็น พ.ร.บ.

เข้ากระบวนการตรวจสอบปกติ

ถูกค่ะ

อย่างนี้เป็นต้นถูกมั้ย

ค่ะ

แต่อันหลังนี่เรายังไม่เห็นนะ

แต่ข้อที่ 1 คือคุณไม่เห็นด้วยกับการที่ ไม่ยอมลดภาษี

ซึ่งไม่ตัดตัดโอกาสของการขึ้นราคาตั้งแต่ต้น

โอค่ะ

แล้วมาแก้ปัญหาในภายหลัง

ค่ะ

ข้อที่ 2 คือเรื่องวิธีการละ และสุดท้ายก็คือยังไม่รู้จะปรับโครงสร้างไอ้ transition ของคุณเนี่ยจะทำยังไง

ก็เลยไม่ตรงกับปกที่เคยพูดเอาไว้ในสภา นั้นใช่มั้ยถูกค่ะ

เด็กอ่ะ

ใช่ค่ะ งงมากค่ะว่าเอ๊ะคนเดียวกันหรือเปล่า

ที่โอ้แบบว่าแบบเราต้องเฉพาะกลุ่มเปราะบางเท่านั้นเราจะไม่แบบว่าช่วยเหลือทุกคนนะฮ แล้วก็เอ่อ

อ่า คุณบอกว่าการลดภาษีเนี่ยคือการให้คนใช้รถ นึกออกใช่มั้ย แต่ประชาชนทุกคนไม่ได้ใช้รถ เพราะฉะนั้นไม่ควรจะไปลดภาษี เก็บกระสุนเอาไว้มาทำช่วยกลุ่มเป็นกลุ่มๆ

ค่ะ

เออ

ใช่ ซึ่งเราก็เราก็เข้าใจว่าเอ่อแต่ว่ามันก็มีคนที่ใช้รถเป็นเครื่องมือในการขนส่งสินค้า

อืออื

ซึ่งในท้ายที่สุดเนี่ยมันจะไปเป็นเออไปเป็นต้นทุนของของสินค้าไปอีกต่อนึงด้วยใช่มั้ยคะ ซึ่งอ่ะแล้วไงต่อ เยียวยาภาคขนส่งเป็นยังไง

2 บาทต่อลิตร

อือ

เออ โอเค น้ำมันขึ้นน้ำมันลงน้ำมันขึ้นไปแล้วลงไปแล้วเนี่ย แต่ว่าซาลาตะแล้วก็ยัง 10 กว่าบาท

แต่ว่าอุดหนุน 2 บาทต่อลิตรนี่ตอนนี้แบบว่ารถบรรทุกร้องระงมนะคะ รถโดยสารสาธารณะนี่แบบว่าแล้วจะอั้นได้อีกเท่าไหร่ถ้าจะไมยอมให้ขึ้นราคาไม่ขึ้นให้ขึ้นค่าโดยสารน่ะ ยังไม่ได้มีความช่วยเหลืออะไรนะคะ วินมอเตอร์ไซค์ได้วันละ 20 อ่ะ

เขาบอกว่าโอ้เสียเวลาลงทะเบียน

20 บาทไม่ได้ช่วย

อันนี้น้อยไป

น้อยไปน้อยไปเยอะเลย แต่กลับกลายจะมาทำคนละครึ่งอีกแสนล้านเนี่ย ดิฉันคิดว่ามันโห

โห อะไรทำมันไม่ได้ มันไม่ได้สัดส่วนกับความเดือดร้อนลงช่วยอะไรเนี่ย ช่วยเรื่องคะแนนนิยมตัวเองหรือเปล่า

เอ่อ เกษตรเดี๋ยวจะทำปุ๋ย

ปุ๋ย 5 กระสอบ

ไม่เค้าเหมือนจะมี

มีอีกรอบนึงเหรอ แต่ว่ารอบก่อนจะทำให้เยอะนะ อย่าไปคิดถึงรอบก่อนสิ

ก็แต่ว่ามติยังไม่ออก มติล่าสุดก็คือยึดอันที่ประชุม ครม. นัดพิเศษ

อ่า

5 กระสอบ พลัส

อือ

พลัสอีก 1 กระสอบอะไรเงี้

อ่า เดี๋ยวกมีปุ๋ยสั่งตัดสั่งตัดอันนี้นี่ ยกเป็นตัวอย่างว่าการขับเคลื่อนของฝ่ายค้านถูกมั้ย

ค่ะ

ไอ้ลักษณะอย่างนี้มันควรจะออกมาเป็นระยะไง

ค่ะ

ไม่งั้นต้องมาคอยถามเอาว่าไงฝ่ายค้าน

อ๋อก็จริงๆก็เอ่อสื่อสาระ

การการตรวจสอบเนี่ยจะทำให้เกิดผลที่ดี

ค่ะ

ถ้าเราไม่พูดถึงกรณีใช้อำนาจโดยมิชอบ คอร์รัปชั่นนะ

อือ

ถ้าเอาแนวทางการทำงานเนี่ยอันในฐานะคนเป็นสื่อเนี่ย การตรวจสอบเหมือนกับโยนขึ้นมาแล้วจะได้เห็นว่าอะไรเป็นแนวทางที่ถูก

ค่ะ

อือ

อ่า แล้วฝั่งนั้นถ้าเค้าก็ไม่ประดิษฐ์เค้าเคยบอกกับผมนะอ่าถ้าของคุณดีเค้าลอกนะ เค้าไม่กลัวหรอกเค้าพลัดเลย

อือ

เออ

ก็ต้องลอกให้ถูก บางทีอ่ะถ้ามันแบบว่าแอบดูแล้วแบบว่าก๊อปมาไม่หมดอะไรอย่างเงี้ย มันก็มีปัญหาได้ค่ะก็

ใครก็ไปแอบดูคะ

ใครเข้าไปแอบดู

ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ก็ก็ได้ยินมาแบบนี้เหมือนกัน เรื่องกี้พลัสเนี่ยใช่มั้ยคะ ว่าถ้านโยบายใครดีก็เอามา

เออ

เออ แต่ว่าเสียหาย

ก็ไม่ก็ดีใจเหมือนกัน

เอาให้ถูกค่ะ ทำให้ถูกเออ No.