📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ปชน.แถลง วิกฤตน้ำมันเกษตรกร 20มี.ค.69

Friends Talk 33:41

Transcription

ฮัลโหล เทส มาหรือยังเอ่ย สวัสดีครับ สวัสดีคนดูทุกท่านนะครับ ก็ใครที่เข้ามาแล้วนะฮะ ก็คอมเมนต์กันเข้ามานะครับ ภาพจะเสียงชัดหรือเปล่านะครับ ตอนนี้อาจารย์ต้นมาแล้วนะ ครับ

>> ขอเวลาสักครู่นะครับ >> สักครู่นะครับ สวัสดีครับคนดูทุกคนนะฮะ ใครที่เข้ามาแล้ว ช่วยคอมเมนต์หน่อยนะครับ ภาพชัดเสียงชัดมั้ยนะครับ เดี๋ยวผมจะเปิด โอเค ครับ สวัสดีทุกคนฮะ

>> ขอมขอครับ ขอสักครู่นะครับ โอเค ใครที่มาแล้วคอมเมนต์กันเข้ามานะครับ อ่ะ เดี๋ยวอีกสักครู่นึง สวัสดีครับ อีกสักครู่นึง อาจารย์ต้นจะแถลงข่าวนะครับ เกี่ยวกับวิกฤตน้ำมันนะครับ การเกษตรนะฮะ ก็รออีกสักครู่นึงนะฮะ ระวัง >> มาเลยนะ >> พร้อมครับพร้อม >> ฮัลโหลครับ >> สวัสดีครับผมวีรยุทธ จางชูฉัต ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาชนนะครับ แล้วก็ติดตามสถานการณ์วิกฤตการน้ำมันที่กำลังเกิดขึ้นทั่วประเทศในขณะนี้ วันนี้พรรคประชาชนก็อยากจะมีแถลงข่าวนะครับ ใน 2 ประเด็น ผมจะพูดถึงภาพรวมนะครับที่รัฐบาลและ สบก. ได้ดำเนินการล่าสุด และก็วันนี้นะครับ อยากจะเน้นไปเรื่องของผลกระทบต่อเกษตรกร ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ยังถูกมองข้ามไปอยู่นะครับ ก็เลยมีตัวแทนจากทีมเกษตรนะครับ พรรคประชาชน เดี๋ยวจะละท่านจะมาเล่าให้ฟังจากคนละมุมมองนะครับ ว่าเกิดปัญหาและควรจะเตรียมการรับมือกันอย่างไร

ผมขอเริ่มอย่างนี้ก่อนนะครับ เอ่อ เมื่อวานนี้มีการหลังจากที่เราเลือกนายกรัฐมนตรีเสร็จที่รัฐสภาก็มีการประชุมของศูนย์อำนวยการ หรือที่เรียกชื่อย่อๆ ว่า สบก. กันต่อนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีมานั่งหัวโต๊ะด้วย ต้องบอกว่าเราผิดหวังจากการแถลงข่าวของตัว สบก. เพราะว่าวันก่อนหน้านั้นวันที่ 18 นะครับ คุณพิพัฒน์ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการ สบก. บอกเองว่าจะจับคนผิด จะจับไอ้โม่งที่เอาน้ำมันออกไปจากระบบนะครับ ว่าอยู่ที่ไหนกันแน่ อยู่ที่โรงกลั่น อยู่ที่จ๊อบเบอร์ อยู่ที่ผู้ค้าน้ำมัน หรืออยู่ที่ประชาชน หรืออย่างไรนะครับ แต่กลับปรากฏว่าพอคุณอนุทินมานั่งหัวโต๊ะเนี่ย เรากลับไม่เห็น กลับกลายเป็นว่าไม่มีแล้วไอ้โม่งนะครับ ดังนั้นสิ่งแรกที่เราอยากจะเรียกร้องเลยก็คือ ขอให้จับตัวเอาผิดให้ได้กับคนที่หากินบนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

เมื่อเช้าเราอาจจะเห็นข่าว นะครับ มีการบุกไปจับที่จังหวัดอ่างทอง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ต้องเรียนว่าถ้าดูมูลค่าที่เกิดขึ้นที่ไปจับที่จังหวัดอ่างทองเนี่ย มูลค่าประมาณแค่ 10 ล้านบาทเท่านั้น แต่ถามว่าปริมาณน้ำมันที่มันหายไปจากระบบเนี่ย มันทำกำไรเท่าไหร่ คิดว่าสูงกว่านั้นมากนะครับ ดังนั้นข้อเรียกร้องแรกก็คงเป็นการขอให้มีการเอาผิดอย่างจริงจัง ไม่อย่างนั้นวิกฤตที่มันลากยาวไปอีก มันจะมีผู้หากินบนความเดือดร้อนของประชาชนอย่างนี้ไปอีกเรื่อยๆ

ส่วนข้อที่ 2 เราขอเรียกเรียกร้องรัฐบาลและ สบก. เรื่องของการเปิดเผยข้อมูลน้ำมัน ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ยากลำบากเลยนะครับ ในยุคดิจิทัลอย่างนี้ เราเห็นประชาชนนะครับเนี่ย ผมนั่งรถผ่าน มาวันนี้ก็ยังเห็นคนไปต่อคิวรอเติมน้ำมัน แม้แต่ในกรุงเทพฯ ชั้นนอกชั้นในก็ยังมีคิวยาวอยู่ และหลายปั๊มก็ยังเขียนว่าน้ำมันหมดอยู่ดีนะครับ แปลว่าสถานการณ์นี้ยังไม่ได้บรรเทาลงในสายตาของพี่น้องประชาชน รวมถึงพี่น้องในจังหวัดต่างๆ ด้วย การเปิดข้อมูลจึงมีความสำคัญมาก และไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย

ก่อนหน้านี้ 2-3 วัน เราเห็นภาคเอกชนนะครับ ทำเอง เค้าทำเว็บไซต์ ปั๊มเรดาร์ แล้วก็ให้ประชาชนแต่ละพื้นที่เนี่ย ส่งข้อมูลเข้าไป แล้วก็แจ้งกันเลยว่าปั๊มเนี้ย ที่อยู่ใกล้บ้านเค้าเนี่ย น้ำมันดีเซลเหลือเท่าไหร่ น้ำมันเบนซินหมดหรือยัง แล้วประชาชนก็จะได้ตัดสินใจได้ ไม่ต้องเสียเวลาไปรอคอยตั้งแต่เช้า หรือไปแล้วไม่น้ำมันไม่มีนะครับ ในขณะเดียวกัน เราก็เห็นนะครับ จะมีบทบาทของสำนักงานพลังงาน พลังงานแต่ละจังหวัดเนี่ย จะมีหน่วยงานของกระทรวงพลังงานไปดูแลข้อมูลอยู่ระดับจังหวัดอยู่แล้ว เราทำให้เห็นแล้วนะครับ ว่าที่ อบจ. ลำพูนนะครับ ด้วยความร่วมมือของกระทรวงพลังงานระดับจังหวัดเนี่ย สามารถเปิดเผยข้อมูลให้พี่น้องประชาชนได้เห็นรายปั๊มเลยว่าแต่ละปั๊มมีปริมาณน้ำมันเหลือเท่าไหร่ เหลืองแดงเขียว ประชาชนจะได้รู้และไม่ตื่นตระหนก

ดังนั้นถ้าจะแก้ไขเรื่องนี้ ก็ขอเรียกร้องนะครับ เรื่องนี้คุณพิพัฒน์อาจจะไม่เคยพูด แต่ขอเรียกร้องไป ยังเทคโนแต หรือผู้กำหนดนโยบายนะครับ อย่างคุณเอกนิติ อย่างคุณศุภจี ที่อยู่ร่วม สบก. และรัฐบาล ว่าถ้าต้องการลดความตื่นตระหนกของประชาชน ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ขอให้มีการเปิดเผยข้อมูลทำแดชบอร์ดอย่างจริงจัง ซึ่งสามารถทำได้เลย อยู่ภายใต้ข้อมูลที่กระทรวงพลังงานมีอยู่แล้ว

โดยสรุปข้อเรียกร้องไปต่อรัฐบาลและ สบก. มี 2 ข้อนะครับ คือขอให้เอาผิดคนให้ได้อย่างจริงจัง ในปริมาณที่มันเหมาะเหมาะสมกับน้ำมันที่มันขาดหายไปจากระบบ และข้อ 2 คือขอให้มีการเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนเพื่อลดความตื่นตระหนกในเรื่องการตามหาน้ำมันนะครับ

เรื่องที่ 2 ที่อยากจะเป็นเรื่องสำคัญในวันนี้นะครับ คืออยากจะชวนสังคมมาให้ความสำคัญกับภาคเกษตรกร ตอนนี้เสียงของพี่น้องเกษตรกรยังไปไม่ถึง สบก. และรัฐบาล ทั้งในเรื่องน้ำมันและเรื่องที่จะเกิดปัญหาตามมาที่สุดคือเรื่องปุ๋ย

เรื่องน้ำมันเนี่ย นะครับ ตอนเป็นฤดูเก็บเกี่ยว ข้าวเริ่มเก็บเกี่ยวแล้ว แต่น้ำมันขาด น้ำมันเนี่ย ชาวนาต้องใช้ตั้งแต่เครื่องสูบน้ำนะครับ จนถึงรถไถ แล้วก็รถเก็บเกี่ยว ถ้าไม่มีตรงนี้ โอกาสที่ข้าวมันจะร่วงลงนาโดยไม่ได้เก็บเกี่ยวมีสูงมาก และจะทำส่งผลต่อรายได้ของพี่น้องเกษตรกรแล้วก็ต่อปริมาณข้าวที่เราจะผลิตและซื้อขายกันได้ในตลาด

ตามมาด้วยจึงขอเรียกร้องว่าเรื่องน้ำมันที่จะต้องช่วยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรในช่วงเวลานี้ คนที่ทำเกี่ยวกับอ้อยก็เช่นเดียวกันนะครับ ฤดูนี้ก็เป็นฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว ถ้าไม่ ถ้าเขายังหาไม่ได้ ไม่มีมาตรการช่วยเหลือที่ไปเฉพาะจุด ตรงไปเลยเนี่ย ก็จะเกิดความลำบาก

ตรงนี้เราเรียกร้องให้ทำเป็นคูปองครับ ขอให้ทำเป็นคูปองน้ำมัน เพราะข้อดีของภาคเกษตรกรไทยคือเรามีฐานข้อมูลที่ดีอยู่แล้ว เรารู้จำนวนเกษตรกรรู้รายพื้นที่ รู้ว่าใครเพาะปลูกอะไรด้วยซ้ำ ดังนั้นถ้าจะช่วยเหลือให้ตรงจุด เราจึงเรียกร้องให้มีการทำคูปองน้ำมันนะครับ ช่วยไปที่ตรงจุดเลย

อีกเรื่องนึงคือเรื่องปุ๋ยที่กำลังจะเป็นปัญหาตามมา ซึ่งต้องเรียนว่าตอนนี้เราได้ข้อมูลจากรัฐไม่ตรงกัน เมื่อ 2-3 วันก่อน คุณสุปจีพูดว่าจะมีสต๊อกของปุ๋ยเนี่ย เหลืออยู่ถึงเดือนพฤษภาคม แต่เมื่อวานนี้เอง กรมการค้าภายในบอกว่าจะใช้ได้ถึงเดือนสิงหาคม อันดับแรกเลยคงต้องเรียกร้องว่าตกลงข้อมูลมันเป็นอย่างไรกันบ้าง คุณนับรวมตรงไหน คุณนับรวมที่ยังส่งมาทางเรือแต่ยังไม่ถึงหรือเปล่า หรืออย่างไร ตกลงมันมีถึงเมื่อไหร่กันแน่

แต่ในเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกันครับ เรื่องปุ๋ยนี่มีความจำเป็นมาก และเราต้องเรียนว่าการใช้กระบวนท่าเดิมที่เรียกกันว่าธงฟ้า หรือธงเขียวเนี่ย ไม่เพียงพอจริงๆนะ ครับ โครงการอย่างธงเขียวเนี่ย ยอมรับว่ามีประโยชน์นะครับ แต่เราต้องดูไปให้ถึงปริมาณครับ โครงการในปีงบประมาณที่ผ่านมาเนี่ย มีการใช้โครงการเรียกว่าปุ๋ยราคาพิเศษ ที่กรมการค้าภายในเข้ามาช่วยในโครงการธงเขียว จริงไปได้ประมาณ 100,000 ประมาณ 90,000 - 1,000 กระสอบนะครับ 1 กระสอบนี่ก็ประมาณ 50 กก. รวมแล้วเนี่ย มีปริมาณปุ๋ยราคาพิเศษที่ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรเนี่ย ประมาณ 5 ล้านกิโลกรัม แต่ถามว่าความต้องการปุ๋ยที่เราใช้กันในประเทศไทยทั้งหมด เนื่องจากเราเป็นประเทศเกษตรกรเนี่ย มีความต้องการใช้ปุ๋ยถึง 5 ล้านตันนะครับ แปลว่าโครงการธงเขียวที่ผ่านมาเนี่ย ช่วยเหลือเกษตรกรได้จำนวนทั้งหมดนะครับ คิดเป็นปริมาณปุ๋ยเนี่ย ประมาณ 5 ล้านกิโลกรัม ต่อ 5 ล้านตัน หรือคิดเป็น 1 ใน 1,000 เท่านั้น มันคือ 0.1% 1% เท่านั้นเองนะครับ ที่โครงการธงเขียวเข้าไปช่วยเหลือ แม้ว่าจะมีการโปรโมท เอ่อ กันอย่างจริงจัง แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันช่วยเหลือจำนวนเกษตรกรและสัดส่วนได้น้อยมากเกินไป

ขอให้เปลี่ยนกระบวนท่าใหม่ที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้ตรงจุดมากขึ้น เราจึงเรียกร้องนะครับ ให้ทำคูปองปุ๋ยเช่นเดียวกัน ดังนั้นในเชิงเกษตรกร เนื่องจากข้อดีคือเรามีฐานข้อมูลอยู่แล้ว มีข้อมูลระดับพื้นที่ ข้อมูลว่าใครเพาะปลูกอะไร และรู้ว่าจะเก็บเกี่ยวเวลาไหนด้วยซ้ำ ดังนั้นความช่วยเหลือที่ตรงจุดที่สุดคือการยิงตรงให้คูปองปุ๋ย คูปองน้ำมันไปถึงเกษตรกรในเวลาที่ตรงกับการเก็บเกี่ยวของเขา และข้อดีก็คือเราสามารถควบคุมงบประมาณได้ด้วยครับ เราสามารถควบคุมงบประมาณได้ว่าเราจะใช้เท่าไหร่ ให้คูปองจำนวนกี่คนในแต่ละเวลา

ผมขอพูดภาพรวมเท่านี้นะครับ คือมีข้อเรียกร้องต่อตัว สบก. รัฐบาล และก็มีข้อเรียกร้องในเชิงเกษตรกรนะครับ ช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการให้คูปองน้ำมันและคูปองปุ๋ย เพื่อที่จะให้ตรงจุด หลังจากนี้้นะครับ จะมีตัวแทนของเกษตรกรจากกลุ่มต่างๆ ที่จะมาขอเล่าให้พี่น้องสื่อมวลชนและสังคมไทยได้รับฟังกันต่อ

เดี๋ยวผมขอเชิญคุณวริสา นะครับ คุณวริสาเนี่ยเป็นอดีตผู้สมัครบัญชีรายชื่อนะครับของพรรคประชาชน และก็เป็นตัวแทนเกษตรกรจากภาคตะวันออก ที่ทำจริงจากหน้างาน จะมาเล่าให้ฟังว่าประสบปัญหาอย่างไร และอยากให้รัฐบาลช่วยเหลืออย่างไรครับ เชิญคุณวริสา

สวัสดีค่ะ วันนี้นะคะ ดิฉันจะมาพูดในแง่มุมของเกษตรกรที่อยู่หน้างานและประสบปัญหาจริง ปัญหาที่เกษตรกรต้องพบเจอในเรื่องของปุ๋ยเคมีในปัจจุบันนี้นะคะ สามารถที่จะสรุปออกมาได้ถึง 3 ประเด็นก็คือ 1. เรามีความสงสัยว่าสต๊อกในประเทศนั้นมีเพียงพอหรือไม่ 2. คือปุ๋ยเคมีที่ขึ้นราคาในปัจจุบันนี้ที่เราพบกันเนี่ย เป็นสต๊อกเดิมใช่หรือไม่ แล้วทำไมถึงขึ้นราคา 3. ปุ๋ยเคมีล็อตใหม่ที่จะเข้ามาตามที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์พูดเนี่ย จะเพิ่มต้นทุนให้เกษตรกรเท่าไหร่ และราคาแพงขึ้นเพียงใด เกษตรกรจะได้รับมือและวางแผนการทำเกษตรได้นะคะ

ในประการแรกค่ะ ก็ขอที่จะอ้างถึงการแถลงของคุณศุภจีกับ สปก. ในวันที่ 17 มีนาคมนะคะ คุณสุภจีกล่าวว่าปุ๋ยสต๊อกที่มีอยู่ในประเทศไทยสามารถใช้ได้ถึงพฤษภาคมปีนี้ ซึ่งส่วนทางกับที่กรมการค้าภายในแจ้งว่าจะสามารถมีใช้ได้ถึงสิงหาคม เมื่อย้อนกลับคำพูดคุณสุภจีไป ก็พบว่าสิ่งที่คุณสุภจีพูดถึงว่าจะนำเข้ามา คือเรือที่ยังไม่ได้ผ่านช่องแคบอ่าวอุส แล้วปุ๋ยในสต๊อกของประเทศจะอยู่ได้ถึงสิงหาคมสิ สิ่งนี้ค่ะ เป็นประเด็นที่น่าสนใจมาก เนื่องจากว่าในเดือนพฤษภาคมก็เป็นช่วงที่คุณสุภจีแจ้งว่าปุ๋ยจะหมดสต๊อกในประเทศ และอาจจะยังไม่มาใหม่ถ้าไม่ผ่านช่องแคบอ่าวอุสใช่มั้คะ แต่เดือนพฤษภาคมนั้น เป็นเดือนที่เกษตรกรเริ่มกระบวนการเพาะปลูกรอบใหม่ ยกตัวอย่างเช่นนาข้าวก็มีความต้องการที่จะใช้ปุ๋ยเคมีในจำนวนมาก จุดนี้ค่ะ เราจะประสบปัญหาปุ๋ยขาดแคลน รวมถึงปุ๋ยที่มีก็จะราคาสูงขึ้นอย่างที่ควบคุมไม่ได้นะคะ

พรรคประชาชนค่ะ เราจึงเสนอให้รัฐบาลต้องเร่งออกมาแถลงเป็นระยะนะคะ ถึงปริมาณปุ๋ยเคมีที่มีในสต๊อกจริงๆ หรืออย่างที่คุณสุภจีแจ้งว่าได้มีการเจรจาจัดหาปุ๋ยเคมีมาจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่ตะวันออกกลาง ก็ขอให้ออกมาแถลงว่าแล้วจัดหาได้เท่าไหร่ เจรจาไปแล้วถึงระยะไหนนะคะ เพื่อให้เกษตรกรเนี่ย มีความคลายกังวลใจ และสามารถที่จะวางแผนในการเพาะปลูกในฤดูถัดไปได้ค่ะ

นอกจากนี้นะคะ พรรคประชาชนเราก็อยากจะเสนอไปยังกระทรวงการต่างประเทศค่ะ ว่าท่านจะต้องดำเนินนโยบายเชิงรุกในการที่จะเจรจาจัดหาปุ๋ยจากแหล่งอื่นๆ นะคะ รวมถึงสนับสนุนด้านทูตการเกษตรอย่างเข้มงวด และจริงจังมากขึ้น

เมื่อย้อนกลับไปค่ะ เราพบว่ากระทรวงพาณิชย์นะคะ วันที่ 11 มีนาคม เนี่ย ได้ให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบคลังสินค้าปุ๋ย ซึ่งเป็นรายใหญ่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยานะคะ แล้วก็ได้รับการยืนยันทั้งจากคลังสินค้าและเจ้าหน้าที่เอง ว่าปุ๋ยในประเทศมีเพียงพอใช้ ในคลังสินค้าก็มีปริมาณมาก แต่สิ่งที่พูดเนี่ย ส่วนทางกับผู้ประกอบการรายย่อย และร้านค้าที่จำหน่ายปุ๋ย เนื่องจากพบว่าร้านค้าเนี่ย จะต้องไปต่อคิวหน้าคลังสินค้าปุ๋ยเป็นเวลา 2-3 วัน เพื่อไปขอซื้อปุ๋ย แล้วก็ได้ออเดอร์ไม่ได้ครบจำนวนที่ออเดอร์ไปด้วยนะคะ จุดนี้ทำให้ร้านค้าปุ๋ยเนี่ยเนี่ย ต้องเพิ่มค่าใช้จ่าย เพิ่มต้นทุน เนื่องจากการไปต่อคิว เนื่องจากค่ารถ ค่าขนส่งที่มากขึ้น เพราะฉะนั้นค่ะ

ในประการที่ 2 นะคะ ปัจจุบันเราจะพบว่าปุ๋ยเคมีที่เราใช้อยู่ ถึงจะเป็นสต๊อกเดิม แต่ราคาเพิ่มขึ้นจากเดิมเนี่ย ยกตัวอย่างเช่นปุ๋ยยูเรียค่ะ จะขายกันที่ราคา 850 บาทต่อกระสอบนะคะ แต่ปัจจุบันเนี่ย ราคาเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 900 จนถึง 1,200 บาทต่อกระสอบ จุดนี้ก็ค่อนข้างที่จะกระทบเกษตรกรมากนะคะ แต่กระทรวงพาณิชย์เองก็ออกมาประกาศโดยคุณสุปจีพูดว่าปุ๋ยเคมีเนี่ย เป็นหนึ่งในสินค้าควบคุม ซึ่งจะต้องควบคุมราคารวมถึงถ้าเกิดการขึ้นราคาก็ต้องแจ้งกระทรวงพาณิชย์ด้วย แต่สินค้าควบคุมกลับไม่เคยมีประกาศราคาควบคุมออกมาเลย กระทรวงพาณิชย์ค่ะ ไม่เคยเปิดเผยราคาควบคุมให้เกษตรกรทราบ ไม่ว่าจะเป็นราคาควบคุมกลาง หรือว่าควบคุมรายจังหวัดนะคะ จุดนี้เมื่อเรียกร้องให้เกษตรกรร่วมมือกันแจ้งว่ามีปุ๋ยขึ้นราคาตรงไหนให้แจ้ง เกษตรกรจะแจ้งได้อย่างไรอ่ะคะ ในเมื่อยังไม่ทราบเลยว่าราคาควบคุมที่จะพูดว่ามันแพงคือเท่าไหร่ และจะแจ้งได้ทางช่องทางไหน ก็ไม่ได้ลงรายละเอียดไว้ขณะนั้น นอกจากพูดว่ากรมการค้าภายใน และก็ทางสายด่วนนะคะ

พรรคประชาชนค่ะ เราจึงเรียกร้องให้เกิดกระบวนการที่เกษตรกรสามารถที่จะแจ้งการขึ้นราคาของปุ๋ยอย่างไม่เป็นธรรมได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่นการแจ้งใน Line Official Account ค่ะ ซึ่งจะทำให้สามารถส่งรูปใบเสร็จ หรือแม้กระทั่งการแชร์โลเคชั่นของร้านที่ขายสินค้าไม่เป็นธรรมนะคะ

ประการที่ 3 ค่ะ แม้ว่าปุ๋ยเคมีจะเป็นสินค้าควบคุมอย่างเช่นคุณศุภจีได้พูดไว้ นะคะ และเมื่อสินค้าควบคุมก็ต้องมีการควบคุมราคา โครงการที่นำมาใช้อย่างที่คุณวีรยุทธ์พูดไป ก็คือโครงการปุ๋ยธงเขียว แต่โครงการปุ๋ยธงเขียวค่ะ เป็นโครงการที่มีมาอยู่แล้ว ไม่ต้องมาจัดตั้งในสถานการณ์วิกฤตก็ได้ และไม่ได้สามารถที่จะเข้าถึงเกษตรกรได้ทั่วประเทศขนาดนั้นนะคะ พรรคประชาชนเราจึงอยากจะให้พัฒนาเป็นคูปองส่วนลด ซึ่งคูปองส่วนลดตรงเนี้ย ยกตัวอย่างเช่นจะช่วยสนับสนุนลดราคาค่าปุ๋ย 500 บาทต่อไร่ โดยจำกัด 10 ไร่ต่อราย เพื่อให้เกษตรกรสามารถจะนำคูปองส่วนลดนี้ไปซื้อปุ๋ยได้ด้วยตัวเอง และโครงการนี้จะได้เข้าถึงเกษตรกรและประชาชนทั่วประเทศได้มากกว่าโครงการปุ๋ยธงเขียวที่ค่อนข้างจำกัดการเข้าถึงนะคะ

ในขณะเดียวกันค่ะ คุณศุภจี ได้พูดว่าสิ่งที่จะช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้ ก็คือไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างปุ๋ย การใช้ปุ๋ยสูตรผสม หรือแม้กระทั่งการใช้ปุ๋ยอินทรีย์นะคะ แล้วก็มีตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะไม่ให้ผลผลิตล้นลง ด้วยการที่ไม่ให้ผลผลิตลดลงแล้วใช้ปุ๋ยที่เปลี่ยนไป เนี่ย อาจจะเป็นจริงได้ในเชิงเทคนิค แต่ในเชิงปฏิบัติหน้างานของเกษตรกรแล้ว เราพบว่าการใช้ปุ๋ยทดแทนเนี่ย ไม่ได้สามารถทดแทนประสิทธิภาพของปุ๋ยเคมีได้ในระยะสั้นค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าหากรัฐบาลต้องการที่จะดำเนินนโยบายหรือมาตรการการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ หรือว่าปุ๋ยทดแทนอื่นๆ จริงๆเนี่ย ก็ขอเสนอให้รัฐบาลจะต้องมีมาตรการควบคู่ ยกตัวอย่างเช่นการมีมาตรการเร่งให้เกษตรกรตรวจดิน วิเคราะห์ดินฟรีแบบเร่งรัด แบบครอบคลุมทั่วประเทศค่ะ เพื่อให้เกษตรกรเนี่ย สามารถจะคำนวณสูตรปุ๋ยใช้ในแปลงเพาะปลูกของตัวเองได้อย่างถูกต้อง และก็ได้ประสิทธิภาพสูงสุดนะคะ รวมถึงรัฐบาลเองเนี่ย ถ้าอยากจะส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีย์จริง ก็ควรที่จะส่งเสริมให้เกิดการขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ หรือปุ๋ยอินทรีย์เคมี เพราะในปัจจุบันนี้ค่ะ การขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ค่อนข้างเป็นไปอย่างยากลำบากและล่าช้า ทำให้ผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์เนี่ย เลี่ยงการจดแจ้งขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ไปเป็นวัสดุปลูก เมื่อเป็นวัสดุปลูกอ่ะค่ะ จะไม่ต้องตรวจสอบค่าอินทรีย์ในปุ๋ย หรือว่าธาตุอาหารต่างๆ เมื่อเกษตรกรนำไปใช้ ก็จะทำให้ไม่ได้ทราบคุณภาพที่แท้จริงของปุ๋ยนะคะ

ในขณะเดียวกันค่ะ ปัจจุบันนี้ทุกท่านก็เห็นอยู่แล้วว่าเกษตรกรออกมาร้องเรียนเรื่องปุ๋ยเคมี ที่มีแนวโน้มจะขึ้นราคา แต่รัฐบาลก็ยังแจ้งว่ายังเป็นราคาเดิม ไม่ได้ขึ้นนะคะ ฉะนั้นรัฐบาลเนี่ย ควรเข้มงวดในการจะควบคุมสินค้าควบคุมดังกล่าว ไม่ใช่แค่ราคาเท่านั้น แต่เป็นถึงคุณภาพด้วย ปัจจุบันนี้เริ่มมีกระแสข่าวว่าปุ๋ยเริ่มลดคุณภาพลง รวมถึงมีปุ๋ยปลอมระบาดนะคะ สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ที่เกษตรเกษตรกรที่อยากจะขวนขวายหาปุ๋ยใช้ ก็จะต้องยอมแลก และก็ไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ด้วยว่าปุ๋ยที่พวกเขาซื้อไปนั้นคุณภาพดีหรือไม่

และนอกจากปุ๋ยเคมีแล้วค่ะ ยังมีปัจจัยการผลิตอื่นๆ ที่รัฐบาลอาจจะยังไม่เคยพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดพันธุ์ อาหารสัตว์นะคะ ก็อยากให้ไม่ฉวยโอกาสในการกักตุนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

ครับ ก็รายละเอียดจะเยอะหน่อยนะครับ เพราะว่าคุณวริสาเนี่ย พูดในนามตัวแทนของคนที่ทำเกษตรจริงๆนะนะครับ อย่างเรื่องปุ๋ยทดแทนเนี่ย มันไม่ใช่ว่าจะทดแทนกันง่ายนะ ครับ คนที่เคยทำเรื่องเกี่ยวกับดินจะรู้ ไม่ใช่ว่าไปทดแทนแล้วมันจะได้ผลผลิตเท่าเดิม ดังนั้นในรายละเอียดเนี่ย เราก็อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญลงมา เอ่อ ดูหน้างานด้วยนะครับ ว่าเกษตรกรประสบปัญหาความเดือดร้อนอย่างไร

ถัดจากนี้นะครับ เดี๋ยวผมจะเชิญอาจารย์เดชรัตน์ สุขำเนิด ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมนโยบายเกษตรของพรรคประชาชนนะครับ มาเล่าให้ฟังถึงปัญหาและข้อเสนอต่อไปครับ เชิญอาจารย์เดชรัตน์ครับ

ครับ สวัสดีครับ ผมเดชรัตน์ สุขำเนิดนะครับ จะเล่าในส่วนของน้ำมันเชื้อเพลิง ปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้าขณะนี้ก็คือความขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะใช้สำหรับเครื่องเก็บเกี่ยวนะครับ นวดข้าวนะครับ เหลือแล้วก็ส่วนของการ เอ่อ ตัดอ้อยที่จะเข้าสู่โรงงานนะครับ ในกรณีของข้าวมันจะมีผลว่าถ้าเกิดการเก็บเกี่ยวล่าช้า ข้าวก็จะล่วงหล่นเสียหายในพื้นที่นา เกษตรกรก็จะมีรายได้ลดน้อยลงนะครับ ส่วนในเรื่องกรณีตัดอ้อย เอ่อ ฤดูกาลตัดอ้อยก็กำลังจะปิดหีบลงของโรงงานน้ำตาลนะครับ เพราะฉะนั้นนั้นตอนนี้ก็เป็นเรื่องเร่งด่วนมาก สิ่งนี้มันสะท้อนอะไร ครับ มันสะท้อนว่าภาวะการบริหารจัดการของรัฐบาลก็ดี การกำหนดมาตรการต่างๆ ก็ดี ไม่ได้คำนึงถึงความจำเป็นนะครับ วิถีชีวิตของพี่น้องเกษตรกรนะครับ

สิ่งที่อยากจะให้รัฐบาลคิดก็คือว่า การบริหารจัดการต่อไป ต้องเอาวิถีชีวิตของพี่น้องเกษตรกรเนี่ย เป็นตัวตั้งด้วย แล้วก็วิถีชีวิตของพี่น้องเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นการเกี่ยวข้าวก็ดี การตัดอ้อยก็ดี ส่วนหนึ่งก็จะขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการทางเครื่องจักรกลการเกษตร เพราะงั้นการจัดหาน้ำมันที่เพียงพอ และการกำหนดมาตรการที่เหมาะสมสำหรับผู้ให้บริการเครื่องจักรกลลำนึง ถึงอย่างดีด้วยนะครับ

ประเด็นต่อมาที่อยากจะพูดถึงก็คือ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน มีการพูดถึงเรื่องของการลดความต้องการใช้ น้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งสิ่งเนี้ย เอ่อ มันเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์นะฮะ ถ้าเราจะเปลี่ยนจาก เอ่อ น้ำมันเนี่ย เป็นไฟฟ้าในภาคเกษตร แต่ มันไม่สามารถทำได้ลอยๆ โดยคำพูดลอยๆนะครับ มันจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการ ซึ่งถ้ากระทรวงพลังงานจริงจังกับเรื่องนี้จริงๆ พรรคประชาชนขอเรียกร้องให้มีมาตรการในการสนับสนุนให้พี่น้องเกษตรกร เอ่อ เปลี่ยนจากเรื่องของน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นไฟฟ้า ซึ่งอาจจะไม่ได้ดำเนินการได้ในระยะสั้น แต่เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ในระยะกลางและระยะยาวต่อไปนะครับ

ตัวอย่างของมาตรการ เช่น การให้มีการเทิร์นเครื่องจักรที่เป็นเครื่องจักรที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เป็นเครื่องจักรที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสูบน้ำ หรือรถไถเดินตาม ถ้ารัฐบาลจริงจังกับเรื่องนี้ ควรมีมาตรการนี้ออกมา หรือการขยายแนวเขตการให้ไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ลงไปถึงในไร่นานะครับ เพราะว่าไฟฟ้าปัจจุบันเนี่ย บางทีจะถึงแค่บ้านเรือนของพี่น้องเกษตรกรเท่านั้น ยังไม่ได้ถึงในไร่นา ถ้าอยากจะให้ เอ่อ พี่น้องเกษตรกรเปลี่ยนจากน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นไฟฟ้า ก็จะต้องไปถึงในไร่นา แล้วก็ควรสนับสนุนเรื่องของการติดตั้งโซล่าเซลล์ สำหรับกลุ่มเกษตรกร ชุมชน และก็เรื่องท้องถิ่นด้วยนะครับ

สุดท้ายก็จะเป็นประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของการที่รัฐบาลสนับสนุน ให้มีการใช้ไบโอดีเซล และก็เอทานอลนะฮะ ที่เราเรียกกันว่าแก๊สโซฮอล์ หรือ E20 เนี่ยนะฮะ ในการทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งสิ่งนี้พรรคประชาชนเห็นว่าก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกพืชพลังงานเหล่า นั้น ไม่ว่าจะเป็นปาล์มน้ำมันก็ดี ไม่ว่าจะอ้อยก็ดี หรือมันสำปะหลังก็ดี แต่สิ่ง ที่พรรคประชาชนอยากจะเน้นย้ำให้รัฐบาลไปบริหารจัดการให้ดีก็คือ การคำนวณผลประโยชน์นะฮะ และก็ส่งผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการอุดหนุนดังกล่าวให้ถึงมือของพี่น้องเกษตรกร เพราะในระบบปัจจุบันเนี้ย พี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรชาวไร่อ้อยเนี่ย ไม่ได้รับ เอ่อ ส่วนของผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นจากการผลิตเอทานอลอย่างเป็นธรรมเท่าที่ควรนะครับ เพราะงั้นอยากให้รัฐบาลดูในส่วนนี้

ส่วนในกรณีของไบโอดีเซล มีประเด็นที่จะต้องบริหารจัดการให้สมดุลครับ เพราะว่าขณะนี้ก็เริ่มมีข่าวแล้วว่า เอ่อ การที่จะมีสต๊อกไบโอดีเซลเพิ่มขึ้น ก็อาจจะกระทบกับน้ำมันพืชพืชที่ประชาชนใช้ในการบริโภค เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องบริหารทั้ง 2 ส่วนนี้อย่างสมดุล ไม่ให้เกิดเป็นภาระในเรื่องของค่าครองชีพในแง่ของน้ำมันพืชที่ใช้ในการบริโภคกับพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ

ครับ เอ่อ ผมรอฟังบเดทสกุลนะครับ ก็ เอ่อ พูดในฐานะที่เป็นตัวแทนของ เอ่อ กลุ่มเกษตรกรบนพื้นที่สูงนะครับ คือผมอยากจะให้ภาพอย่างนี้นะครับว่า ณ ขณะนี้นะครับ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือว่า เอ่อ ผู้ปลูกนะครับ ได้ขาย เอ่อ ผักผลไม้ในราคาที่ต่ำนะครับ ต่ำมากจนถึงขั้นที่ เอ่อ เวลาขายแล้วเนี่ย ไม่คุ้มทุนแล้วนะครับ แต่ว่าในทางตรงกันข้ามนะครับ ผู้บริโภคทั่วๆไป เวลาไปซื้อผักซื้อผลไม้ในท้องตลาดนะครับ ยังซื้อในราคาที่สูง โดยเฉพาะบนห้างนะครับ ยังซื้อในราคาที่สูงมากนะครับ เอ่อ ปรากฏการณ์เหล่านี้นะครับ จะได้ในข้างหน้า เนี้ยครับ สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือว่า ราคา น้ำมันที่เพิ่มขึ้น และราคาปุ๋ยที่เพิ่มขึ้น จะไปซ้ำเติมปัญหาตัวนี้นะครับ ก็คือจะทำให้เกษตรกรที่เป็นผู้ปลูกเนี่ย ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นจากเดิมนะครับ ในขณะเดียวกันนะครับ เอ่อ ผู้บริโภคทั่วไปเนี่ย ก็อาจจะต้องได้ซื้อผักซื้อผลไม้ซื้ออาหารในราคาที่เพิ่มขึ้นนะครับ ตรงนี้เนี่ย มันจะเป็นปัญหานะครับ

เพราะฉะนั้นในส่วนที่เป็นข้อเรียกร้องของผมนะครับ ประการที่ 1 ก็คือ เอ่อ อยากจะให้ทางกระทรวงพาณิชย์นะ ครับ ใช้กลไกที่มีอยู่แล้วนะครับ ซึ่งมีอยู่ 2 กลไกนะครับ ที่แล้วก็เป็นเครื่องมือที่ผมคิดว่ามีความสำคัญมาก ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ไม่ค่อยใช้ แต่ว่าเวลาเครับมันได้เวลาได้จังหวะได้โอกาสที่กระทรวงพาณิชย์ต้องนำเครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่มาใช้แล้วนะครับ

ประการที่ 1 ก็คือ เอ่อ ใช้เครื่องมือตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ 2542 นะครับ ในการควบคุม เอ่อ ราคาสินค้าเกษตรนะครับ เอ่อ เครื่องมือตัวที่ 2 ก็คือใช้งบประมาณในกองทุน เอ่อ กองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรนะครับ ซึ่ง เอ่อ งบประมาณก้อนนี้เนี่ย จัดตั้งไว้ อยู่ที่ประมาณปีละ เอ่อ กว่า 2,000 ล้านบาท นะครับ ก็ซึ่งเป็นเงินก้อนที่เยอะพอสมควร แม้ที่ผ่านมานะครับ ทางกระทรวงพาณิชย์ยังไม่เคยเอาไปใช้กับกลุ่มผักผลไม้นะครับ แต่ว่าเวลานี้มันจำเป็นที่จะต้องนำมาใช้แล้วนะครับ

แล้วก็สิ่งที่เป็นประการสุดท้ายที่อยากจะ เอ่อ เสนอก็คือว่า อยากจะให้ทางกระทรวงพาณิชย์นะครับ โดยเฉพาะในส่วนของ เอ่อ สำนักงานเศรษฐกิจ เอ่อ การเกษตรนะครับ ติดตามแล้วก็ เอ่อ ตรวจสอบปัญหานะครับ เอ่อ ต้นทุนที่มันจะเพิ่มขึ้นนะครับ การติดตามตรวจสอบตรงนี้เนี่ย เพื่อที่จะได้นำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรนะครับ ที่จะต้องไม่ได้ไปแบกครับ ต้นทุนที่มากเกินไปนะ ครับ ในในขณะเดียวกันนะครับ ก็ เอ่อ ติดตามตรวจสอบไม่ให้ราคาผักผลไม้เพิ่มสูงมากเกินไปแล้วก็จะไปกระทบต่อผู้บริโภคก็ได้

ร่วมมือกับกลุ่มอาสาสมัคร เราจะทำการ เอ่อ รวบรวมนะครับ เป็นแดชบอร์ดที่สามารถส่งราคา สินค้าในตลาดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นราคา สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต้องใช้ในบ้าน หรือราคา หรือพี่น้องสามารถส่งราคาปุ๋ยเคมีที่พี่น้องเกษตรกรต้องใช้เข้ามานะครับ แล้วเราก็จะประมวลผลเพื่อที่จะนำเสนอต่อสาธารณะ และนำเสนอให้รัฐบาลทราบ ว่าปัจจุบันนั้นมีสินค้าไหนที่ขึ้นราคาเกินกว่าการควบคุมของกระทรวงพาณิชย์บ้าง ทั้งหมดนี้เราจะดำเนินการตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปนะครับ และเมื่อดำเนินการแล้ว ถ้ามีความคืบหน้าอย่างไร เราจะนำเรียนต่อสาธารณะ และจะขยายผลให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศสามารถใช้แดชบอร์ดนี้ได้ในโอกาสต่อไปครับ

ครับ ก็ต้องเรียนว่าความรู้สึกของคนไทยทุกวันเนี้ยเนี่ย คือรู้สึกว่าไม่มีใครอยู่ข้างเขาเลยนะครับ เอ่อ มองหารัฐบาล รัฐบาลก็ชี้กลับมาว่าประชาชนนั่นแหละกักตุน ถามว่าประชาชน 1 คนเนี่ย ต่อให้จะเก็บน้ำมัน จะเก็บที่ไหนนะครับ เกษตรกรเนี่ยจะมีสักกี่แกลอนนะครับ ดังนั้นคนที่เป็นนายโม่งที่ตุนน้ำมันและสร้างปัญหาความปั่นป่วนในระบบเนี่ย เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องจับหา ไม่ใช่มองชี้หน้ากลับมาที่ประชาชนว่าเป็นคนผิดนะครับ

ผมอยากให้ประชาชนคนไทย พี่น้องเกษตรกร รู้ว่าอย่างน้อยที่สุด พรรคประชาชนจะยังอยู่เคียงข้างพวกเขา และถ้าใครมีเสียงที่อยากส่งมา เราจะเป็นคนที่ส่งต่อเสียงนั้นไปสู่สังคมและรัฐบาลให้นะครับ ก็วันนี้มีเท่านี้ก่อนนะครับ แต่จะจับตาทำงานกันต่อเป็นระยะ และแถลงข่าวเป็นระยะครับ พี่น้องสื่อมวลชนมีคำถามได้มั้ยครับ

ครับ เมื่อวานนี้ก่อน สปาประกาศตาม เอ่อ คนตามหาคนจับเช็ค แต่พอประชุมเสร็จแล้วว่า เอ่อ เป็นประชาชน ประชาชน >> เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผิดหวังและน่ากังวลมากนะครับ เพราะว่าเกิดวิกฤตเมื่อไหร่ และมีการ subsidy มีการอุดหนุนราคาเมื่อไหร่มันจะมีคนทำกำไรได้เสมอ ตั้งแต่ตอนวิกฤตหน้ากาก หรือแม้แต่ตอนน้ำมันปาล์มในสมัยก่อนนะครับ ดังนั้นก็ต้องเรียนว่าตอนเนี้ย ปริมาณน้ำมันมันมโหฬาร และมูลค่ามันมหาศาล มันจะต้องมีกลุ่มใดสักกลุ่มหนึ่ง ที่กักเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ตรงนี้นะครับ ก็ต้องเรียนว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเลย ที่รัฐบาลและท่านนายกจะชี้กลับมาที่ประชาชน เพราะผมเชื่อว่าประชาชนทุกคนเนี่ย เดือดร้อนแล้ว ทุกคนเนี่ย เรียกว่าขอเอาตัวรอด เพื่อให้ไปทำงานได้ เพื่อให้มีน้ำมันไปขับรถ บางคนต้องขึ้นเหนือลงใต้ เกษตรกรต้องเก็บเกี่ยวข้าว เอ่อ จะให้เขาทำอย่างไรนะ ครับ รวมถึงชาวประมงที่น้ำมันเขียวก็มีปัญหา ดังนั้นแต่ละภาคส่วนเนี่ย กำลังประสบปัญหา เราต้องการรัฐบาลอย่างน้อยให้รู้สึกว่ายังมีคนที่อยู่เคียงข้างประชาชน และไปสามารถเรียกร้องเสนอ ปัญหาได้ ถ้าเป็นอย่างนี้นะครับ สมมุติประชาชนรู้ว่ามีที่ไหนแหล่งกักตุนใหญ่เนี่ย ไม่มีใครกล้าชี้เป้า นะครับ เพราะกลัวว่าสุดท้ายความผิดจะกลับมาตกที่ผู้ชี้เป้าซะเองนะครับ ก็ต้องเรียนว่าเรื่องเนี้ย เป็นเรื่องสำคัญที่จะส่งผลต่อการทำงานใน เพราะปีเนี้ย มันจะมีวิกฤตอีกหลายเรื่องนะครับ ดังนั้นในแต่ละวิกฤตเนี่ย ถ้าไม่ส่งสัญญาณชัดเจนว่าคนผิดจะไม่ลอยนวลเนี่ย ต่อไปมันจะเกิดปัญหานี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าครับ

ขอเริ่มเมื่อวานครับ ที่มีสืบ ประชาชนที่ไปครับ จะดำเนินการไปต่อไป >> จริงๆเรื่องเนี้ย ต้องเรียนว่าอะไรที่จะเป็นโทษกับเขามากที่สุด เราก็จะดำเนินงานสิ่งนั้นครับ ซึ่งในอดีตก็เคยมีบทเรียนด้านนั้นมาแล้วครับ >> ก็คือขับออก >> การขับออกไม่ได้เป็นประโยชน์เสมอไปนะครับ อย่าอย่าลืมว่าพอขับออกแล้วเขาก็วิ่งหนีไปเข้าที่อื่นได้ทันที มันจะยิ่งสนับสนุนปรากฏการณ์งูดูดงูเข้าไปอีกครับ ดังนั้นจำเป็นจะต้องควรจะเป็นมาตรการที่มันลงโทษ และได้ผลมากที่สุดครับ

เดี๋ยวขอ เดี๋ยวขอเรียน เดี๋ยวขอเป็นข้อสรุปจากที่ประชุม สส. อีกทีนึงครับ แต่โดยหลักการก็คือต้องเป็นสิ่งที่เป็นการลงโทษจริงๆ ไม่ใช่เป็นการให้ประโยชน์ครับ >> จากเมื่อวานนี้เกิดมาตัว สส. ได้พยายามชี้แจงครับ ที่มีการ สส. ครับ >> เอ่อ มีคนที่พยายามติดต่ออยู่ครับ แล้วเดี๋ยวจะนำข้อมูลมา แล้วก็มีการประชุม สส. เพื่อลงสรุปเป็นมาตรการต่อไปครับ เดินหน้าสังคมมีข่าวว่าประชาชนจะมีพรรคใหม่จะให้พี่เนี่ยเป็นพี่เตงเป็นเลขาธิการครับข้อ >> ก็ข้อเท็จจริงคือการตัดสินใจเรื่องตำแหน่งการบริหารเนี่ย จะต้องทำกันในที่ประชุมใหญ่ของพรรคนะครับ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงว่าจะจัดในช่วงปลายเดือนเมษายนครับ เพราะว่ามันครบรอบประจำปีนะครับ ดังนั้นก็ จะมีการจัด และทุกปีก็จะมีการเรียกว่า เอ่อ ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารอยู่แล้วนะครับ ดังนั้นก็ขอ เอ่อ ให้รอจังหวะเวลานั้น เพราะว่าจริงๆแล้วมันมันเป็นมติของที่ประชุมนั้นครับ ไม่สามารถพูดล่วงหน้าได้ครับ ที่ประชุมนั่งคุมที่จะนำพักแล้วก็ทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้าใน >> อ่ะเดี๋รอเวลานั้นก่อนดีกว่าครับ พี่น้องสื่อมวลชนมีคำถามเรื่องภาคเกษตร หรือเรื่องอื่นน้ำมันมั้ยครับ ถ้าไม่มีก็อาจจะขอจบเท่านี้นะครับ แต่ยังไงเรื่องนี้เราจะติดตามต่อไปเรื่อยๆนะ ครับเป็นระยะ แล้วก็มีเรื่องราคาด้วย ตอนนี้ช่วยกันเฝ้าระวังเรื่องราคาที่จะขึ้นโดยไม่จำเป็นและไม่เป็นธรรมด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

ขอบคุณครับ >> ครับ อ่ะ ถ่ายรูปรวมสักรูปครับ >> ข้างหน้า อ๋อ ข้างหน้าที อง องค ครับ โอเค สวัสดีครับ >> โอเค สวัสดีครับ สวัสดีทุกคนนะครับ ตอนนี้ก็จบไปแล้วสำหรับงานแถลงข่าวนะครับ ของอาจารย์ต้น โอเคฮะ คน ครับ แต่ว่าเรา >> โอเคฮะ ก็ขอบคุณสำหรับคนดูทุกท่านนะฮะ ที่ donate กันเข้ามานะครับ แล้วก็ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันกดไลก์ กดแชร์ สนับสนุนเรามานะ ครับ วันนี้อย่าลืมนะฮะ วันนี้วันศุกร์ตอนเย็นเองก็ยังมีรายการถึกกับเหมือนเดิมนะ ครับ วันไปดูคนเดียว มันก็เลยรู้ว่า >> ปึ๊บ เหมือนจะมีอะไรทุกอย่าง >> คนซื้อนึกออกมั้เซื้อเก็ต่อรองไม่ประเด็น คือเซื้อ ครับเดี๋ต้องคำตอบ แต่ต้องเรียนว่ามีวิธีการแน่นอนแน่นอนแน่นอนการเมืองคนไม่ การขับออกไปยิ่งสัญญา >> ขอเลือกความเดือดร้อนพี่น้องเกษตรกรก่อนนะครับ เพราะว่าคิดว่าเป็นเรื่อง >> ขอบคุณมากครับ >> อ่า อ่า โอเคครับ นี่น่าจะจบจริงละ เอ่อ ก็ไม่มีอะไรนะฮะ ก็แค่อัปเดตอบถามกันเรื่อง สส. งูเห่านิดหน่อยนะครับ ก็โอเคฮะ ตอนนี้นะก็น่าจะจบแล้วนะครับ สำหรับวันนี้ อ่า ไม่วันนี้ยังไม่จบนะฮะ ตอนเย็นก็ยัง ตอนนี้ตอนเย็นยัง มีรายการถึกกับเหมือนเดิมนะฮะ แล้วเดี๋ เราเจอกันในรายการถึกกับน้องภูมิอีกครั้งนึงนะครับ >> แล้วเจอกันครับ >> ขอบคุณทุกท่านนะครับที่สนับสนุนเรานะครับ แล้วเจอกันครับ วันนี้อัปเดตล่าสุดพี่โบตน่าจะเจอคอมแล้วนะฮะ เหมือนเมื่อตะกี้เห็นแวบๆในเฟซนะครับ ก็ ขอบคุณทุกท่านที่กดไลก์ กดแชร์นะฮะ แล้วก็โอนสนับสนุนเราให้เราทำงานตรงนี้ต่อไปได้นะครับ เพราะช่องของเราไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากนายทุนนะครับ ขอบคุณทุกท่านมากเลยครับ ขอบคุณคนดูทั้ง 500 กว่าคนที่ยังอยู่ในตอนนี้นะครับ ขอบคุณทุกท่านครับ แล้วเจอกันใหม่ครับ เอ่ย เดียว