Transcription
เอาของปัจจุบันทันด่วนก่อนในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเอ่อคุณสรกรู้สึกอย่างไร กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้ง ล่วงหน้า
>> อ้าครับก็ผมเห็นปรากฏการณ์บางอย่างที่ผม รู้สึกว่าเออมันเป็นมันเป็นมันเป็นเหมือน กับเวลาเราวิเคราะห์อะไรเราเห็นปุ่มอะไร มันเป็นสัญญาณเพราะว่าเอ่อเวลาเรา วิเคราะห์ว่าการเลือกตั้งผลการเลือกตั้ง หรือคนจะมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเป็นยัง ไงเนี่ยผมผมว่าเรามันมีมันบางทีเราไม่รู้ จนถึงวินาทีนั้นแต่ระหว่างนั้นน่ะจะดู สัญญาณอะไรบ้างเอ่อการเลือกตั้งล่วงหน้า ครั้งนี้เนี่ยต้องโยงไปตั้งแต่วันที่เอ่อ ให้ลงทะเบียนตามที่ลงทะเบียนเนี่ยครับ เมื่อผมจำปีที่แล้วนี่ประมาณ 23 ล้านใช่ มั้ฮะถ้าลงทะเบียนถ้าจำไม่ผิดฮะแล้วก็ ปรากฏว่าปรากฏว่าเอ่อก่อนการปิดการลง ทะเบียนประมาณ 2-3 วันเนี่ยมันเพิ่งได้ แค่ล้านมันต่ำกว่าประมาณเกือบ 50% ซึ่ง ตามมติหน่วยงานที่รับผิดชอบเนี่ยเหมือน กับสมมุติว่าผมเป็นพนักงานขายเนี่ยถ้ายอด ขายต่ำกว่าเป้าหมายประมาณครึ่งนึงถ้า ครั้งที่แล้วคือเป้าหมายเนี่ยผมต้อง กระตือรือร้นใช่มั้ยฮะผมจะต้องรู้สึกว่า เออalิtที่สุดที่จะพยายามทำยอดให้ได้ถ้า เป็นผมเป็นผู้จัดการฝ่ายขายก็ต้องพยายาม กระตุ้นลูกน้องแต่ผมเห็นความเอ่อความ กระตุ้นแบบกกต.ครับคือมันมันนิ่งมากมัน ใช้แบบอืใช้แบบเซ็นมากเป็นการกระตุ้นแบบ เซ็นมากก็คือแบบไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหว เท่าไหร่จนสุดท้ายแล้วไอเนี่ยคุณยิ้ม เนี่ยเเออกมาปกเรื่องนี้ขึ้นมาจริงๆก็ปก ทั้งเรื่องนี้และประชามติแล้วก็วันนั้น น่ะผมว่าทุกฝ่ายเนี่ยเข้ามาระดมซึ่งไม่ ใช่กกต.นะทุกฝ่ายที่ไม่ใช่กกต.ช่วยกัน ระดมประชามพันธ์เรื่องนี้แล้วมันก็ทำให้ ยอดเนี่ยมันพุ่งขึ้นมาเรื่อยๆวันสุดท้าย มีการลงทะเบียนถึง 900,000 คนครับ 900,000 คนแล้วทำตัวเลขเข้ามาถึง 24 ล้านมากกว่า ปีที่แล้วเอ่อ 900,000 คนจาก 24 ล้านเนี่ยคิดเร็วๆนี่ประมาณสัก 40% ซึ่งภายใน วันเดียว 40% เนี่ยแล้ววันนั้นก็แบบมัน มันมีคลื่นของโมเมนตัมของเรื่องนี้ภายใน โซเชียลมีดีเยอะมากซึ่งผมรู้สึกว่ามัน เป็นปฏิกิริยาของความรู้สึกโกรธโกรธที่ ไม่รู้เรื่องเลยบางคนเผมลงใน Facebook ผม เนี่ยผมรู้เลยคนเข้ามาเ้าไม่เห็นรู้ เรื่องไม่เห็นรู้เรื่องเลยพอคนรู้สึกว่า ไม่รู้เรื่องเลยเนี่ยแล้วก็โกรธเรื่องนี้ ว่าเหมือนกับเอ๊ะทำไมทำอย่างนี้ขึ้นมาอัน นั้นคือครั้งแรกที่ผมรู้สึกเอ๊ะขึ้นมาว่า เอ๊ะมันมีปฏิกิริยาบางอย่างแล้วคนที่ตั้ง ใจลงเนี่ยมันมันแน่นอนที่สุดคนที่ตั้งใจ ลงเไม่ใช่คนที่เอ่อไม่ใช่คนที่เลือกแบบ เรื่อยๆอ่ะครับมันมีความกระตือรือล้นมี ความตื่นตัวทางการเมืองสูงมากที่จะยอม เสียเวลาลงทะเบียนแล้วยิ่งวันที่ลง ทะเบียนวันที่ 1 ขึ้นมาเนี่ยเรายิ่งเห็น ชัดเลยว่าปฏิยาของคนที่ออกมาอย่าลืมนะฮะ การลงเอ่อการลงโหวตล่วงล่วงหน้าเนี่ยเรา ไม่ไปก็ได้นะครับเรานิ่งเฉยก็ได้เราไม่ โดนเสียอะไรเลยนะฮะแต่การที่คนที่ยอมลง ทะเบียนยอมไปนอกเขตการลงทะเบียนเอ่อการลง คะแนนล่วงหน้าเนี่ยมันไม่ได้ไปเขตใกล้ๆ เหมือนกับที่ลงปกติปกตินี่มันจะคูหาเลือก ตั้งอยู่ใกล้ใช่อำนวยปราสดูไอ้นี่ไม่ใช่ เลยต้องเดินทางไกลพอสมควรแล้วต้องไปตาก แดดบางคนรอเป็นชั่วโมง 2 ชั่วโมงแล้วก็ ต้องตากแดดแล้วก็บางทีเอ่อมีช่วงนึงที่ มันมีเต็นท์ไม่พอครับมันต้องยืนตักตะแดะ กันเอ่อประมาณ 17:00 น.เย็นใกล้ๆจะปิดหีบ คือขนาดวิ่งวิ่งที่จะไปเพื่อที่จะลงให้ ได้ลงให้ได้ลงให้ได้ซึ่งเขาสามารถที่จะ ไม่ลงก็ได้ใช่มั้ฮะคือผมรู้สึกว่าความ ตื่นตัวแบบเนี้ยมันน่าสน่าสนใจมากบวกกับ เอ่อคนที่มาลงถ้าผมดูจากสถิติของกทม.ก็ สูงมาก 87% ประมาณเนี้ยซึ่งตัวเลขมันสูง มากมันเสด็จถึงความตื่นตัวสูงมากของคนที่ ตั้งใจคนกลุ่มนี้ผมรู้สึกว่ามันมีเจตจำนง ทางการเมืองอยู่ว่าต้องการเพื่ออะไรเมื่อ สมัยก่อนเนี่ยผมเคยคุยกับพรรคการเมือง เก่าเก่าๆเนี่ยเบอกว่าคะแนนเสียงเลือก ตั้งล่วงหน้าในอดีตเนี่ยส่วนใหญ่เป็นของ พรรคเพื่อไทยเป็นของพรรคเพื่อไทยแล้วก็ เป็นคะแนนของที่เวลาที่ไปลงคะแนนคือเค้า ลงเนี่ยเ้าลงส.ส.ของเขตที่อยู่ในจังหวัด ที่เขาเกิดแล้วเวลาคะแนนนับคะแนนเนี่ยพอ นับคะแนนจากเอ่อจากในพื้นที่เสร็จแล้วพอ มีล่วงหน้าเข้าคะแนนล่วงหน้าเนี่ยเปลี่ยน เกณฑ์ได้ค่อนข้างเยอะอันนั้นคือนทำให้ผม รู้สึกว่าเจตจำนงทางการเมืองที่แสดงออก การปฏิกิริยาของเมื่อวานเนี่ยน่าสนใจมาก แล้วมันเป็นทำให้ผมย้อนนึกถึงเมื่อครั้ง เลือกตั้งปีปี 54 ถ้าผมจำไม่ผิดนะปี 54 สมัยคุณยิ่งลักษณ์ ที่ตอนนั้นมันเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ปี 53 มันมีกระแสความโกรธของคนเสื้อแดงมา มันมีภาพของ คนแก่ที่อุ้มที่ให้หลานอุ้มไปเพื่อไปลง คะแนนเสียงเลือกตั้งถ้าจำภาพเหล่านั้นได้ ผมก็ถูกคิดถึงภาพตรงนั้นเลยว่ามันมีภาพ แบบนั้นมาเพราะว่าเมื่อวานก็มีคนที่แบบ นั่งรถเข็นมาให้หลานเข็นรถมาอะไรต่างๆ เนี่ยมันมีความรู้สึกเหมือนกับว่าเอ๊ะเ้า มีเจตจำนงอะไรบางอย่างเอ่อบวกกับเมื่อวาน ไอเนี่ยครับที่ผมว่านี่เป็นเป็น ปรากฏการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นปรากฏการณ์ที่ ไอ้รอที่โพสต์ไปแล้วมีคนแชร์เป็นล้านคน เราอยู่ในโลกวันนี้เอของ Facebook เนี่ย เรารู้เลยว่าแชร์หมื่นคนนี่ก็ตื่นตะลึง กันแล้วนะเราโหหมื่นคนที่เยอะนี่เป็นล้าน คนแล้วโพสต์นั้นนี่ไม่ใช่โพสต์เรื่องการ เมืองเลยนะฮะคือโพสต์เพื่อบอกเล่าให้คน ระวังว่าเวลาไปลงทะเบียนล่วงเอ้ยไปลง คะแนนล่วงหน้าเนี่ยให้ดูรหัสเขตดีๆนะเท่า นั้นเองนะครับคือเป็นค่าเตือนเฉยเลยผมไม่ ได้สนใจเลยนะฮะผมไม่ได้แชร์ด้วยซ้ำผมมา เห็นตอนเช้าผมเฮ้ยตกใจเลยว่าประมาณล้านคน ล้านคนที่แสดงมันแสดงอะไรบางอย่างมันอยู่ ที่คุณตีกวางกับเรื่องนี้ยังไงบ้างฉะนั้น ผมรู้สึกว่าสิ่งเหล่าเนี้ยคือปรากฏการณ์ ที่เป็นเป็นสัญญาณอะไรบางอย่างซึ่งผมไม่ รู้ว่ามันวันที่ 8 มันแสดงออกด้วยรูปแบบ ไหนแต่มันเป็นอะไรบางอย่างในจุดที่ผมรู้ สึกว่ามันแปลกๆกว่ากว่าปกติธรรมดา
>> ครับ
>> พี่ตุ้มที่ที่พี่ตุ้มบอกเนี่ยนะคะคือถ้า สมมติขวัญถามแบบเฉพาะเจาะจงลงไปว่าพี่ ตุ้มรู้สึกยังไงกับการทำงานของกกต.บ้าง เพราะว่าเอางี้เอางี้
>> เวลาชั่วโมงทันพอเหรอ
>> น้อยไปมั้ย
>> อ อยากจะชื่นชมเยอะอ่ะครับในเรื่องทำชื่นชม
>> อนุญาตอนุญาตให้กลั่นออกมาได้แค่ 3 คำ
>> กต่อ
>> ครับ
>> เพราะว่าเพราะว่าแน่นอนคือคนจะไปทางเดียว กันซะซะส่วนใหญ่ไม่กล้าบอกว่าทั้งหมดนะคะ ซะส่วนใหญ่แต่ทีเนี้ย เอาพี่ตุ้มแล้วกันพี่ตุ้มดูการเมืองมา ใกล้ชิดจับตาจับตาการเลือกตั้งมาไม่รู้ กี่กี่ครั้งต่อกี่ครั้งพี่ตุ้มคิดยังไง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานกับหน้า ที่ของกกต.คะ
>> ผมว่าการทำหน้าที่ของกกต.ทำให้การไปลง ประชามติและรัฐธรรมนูญง่ายขึ้นนะมันมี มันคือถ้าอยากเปลี่ยนแปลงอะไรก็ไป สามารถลงประชามติง่ายขึ้นผมว่าความรู้สึกของคนมัน จะรู้สึกอย่างนั้นเลยทันทีเพราะว่ากกต. เนี่ยที่มีคนตั้งคำถามเยอะว่างานของเค้า คืออะไรอ่ะครับถ้างานของเค้าคือจัดเลือก ตั้งเนี่ยมันมีงานใหญ่เนี่ยมันพอๆกับ ประมาณเอเชียนเกมหรือ 4 เกมเอเชียนเกมอ่ะ 4 ปีครั้งประมาณโอลิมปิกอ
>> คือถ้ายกสภาเร็วอย่างครั้งนี้ก็คือ 2 ปี ครั้งมันมีการอยู่ตรงแค่นั้นครับมีงบ ประมาณจำนวนมากที่ใช้ไปคราวนี้ 6,000 กว่าล้านใช่มั้ที่ได้ถ้าผมจำไม่ผิด
>> อือ
>> เยอะมากนะฮะแล้วก็มันมีเวลาการลงประชามั เอ่อการลงคะแนนเสียงล่วงหน้าไม่ใช่ครั้ง แรกที่เขาทำทำมาไม่รู้กี่ครั้งแล้วแล้ว ทำไมเกิดความผิดพลาดแบบนี้ขึ้นมานะฮะแล้ว ก็เอ่อตั้งแต่ขั้นตอน 1 การประชาสัมพันธ์ 2 ผลงานที่ผ่านมาของเค้าที่เอ่อเค้าคือ คนทั่วประเทศรู้ว่ามีการซื้อเสียงเลือก ตั้งยกเว้นกกต.กกต.ไม่รู้ว่ามีการซื้อ เสียงตั้งให้สามารถจับได้เลยทั้งๆที่มัน ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นหย่อมๆนะฮะมันไม่ใช่ เป็นแบบฝนตกเป็นหย่อมหย่อมไม่ใช่นะมันไป ทั่วเลยทุกคนรู้หมดทุกคนคนในพื้นที่ี่ สามารถบอกได้ด้วยว่าใครๆจำนวนเงินเท่า ไหร่ทุกคนรู้หมดแต่กกต.ทำไม่ได้นั่นคือผล งานเรื่องที่ 1 ผลงานเรื่องที่ 2 คือ เรื่องการประชามพันธ์อย่างครั้งเนี้ยที่ ผมเห็นชัดที่สุดความหรือความตื่นตัวไม่มี เอ่อความตื่นตัวเรื่องของการประชาธันไม่ มีความตื่นตัวอย่างเช่นแบงค์ชาติแบงค์ ชาติผู้ว่าแบงค์ชาติเป็นครั้งแรกที่ผู้ ว่าแบงค์ชาติเนี่ยเอ่อบอกกกต.บอกว่าเนี่ย เฮ้ยมีคนเบิกเงินผิดปกตินะ 250 ล้านกับ 200 ล้าน ซึ่งเบิกเป็นเงินสดซึ่งมันผิดธรรมชาติของ การใช้จ่ายเงินของคนทั่วไปมากฉะนั้นผมรู้ สึกว่าไอ้สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่กกต.ควร คิดไม่ใช่เหรอเพราะว่าต้นทางของการซื้อ เสียงเลือกตั้งเนี่ยเต้องใช้เงินสดเ้าไม่ มีการใช้เช็คไม่มีการโอนไม่มีการอะไรทั้ง สิ้นฉะนั้นสิหัวใจสำคัญคือเงินเรื่องเงิน สดทำไมเขาไม่สสนใจเรื่องนี้และจัดการ เรื่องนี้ผู้ว่าแบงชาติเป็นคนทำพอพูดมา เสร็จครั้งแรกผมจำได้เลยคุณแสวงให้ สัมภาษณ์เลยผมเอ้ยแสวงผมคุณแสวงพูดมา ผมตกใจเลยเอ๊ะคุณแสวงบอกว่าเรายังไม่ได้ทำ MOU กับเอ่อกับแบงค์ชาติทำกับปปง.เท่านั้น ฉะนั้นยังไม่รู้ว่าจะเอาขั้นตอนการจะ เหมือนกับเอาข้อมูลการเงินมาได้ยังไง เพราะไม่ได้ทำ MOU อันที่ 2 จนพอเรื่อง เข้ามาสู่เข้ามาสู่ขั้นตอนของคณะกรรมการ ต้องเข้าบอร์ดพอเข้าคณะกรรมการของกกต. ปั๊บก็เลยมีให้ลองเลขาไปติดต่อประธานกกต. ให้สัมภาษณ์บอกว่าเนี่ยเอนักข่าวก็ถามว่า จะได้ข้อมูลเมื่อไหร่กประธานกกต.เก็ยิ้ม บอกว่าเนี่ยมันวันศุกร์นะมันวันศุกร์แล้ว คือความหมายของเค้าคือว่ามันจะต้องได้วัน จันทร์เพราะนี่วันศุกร์แล้วแต่เชื่อมั้ย ครับแบงค์ชาติเอาข้อมูลมาให้ตอนเย็นนั้น เลยผมรู้สึกว่าเ้ความalิtตกลงใครเป็นกกต. กันแน่ปาหรือจะโอนอำนาจกกต.ให้แบงค์ชาติ ดีเพื่อให้ดูแลเรื่องนี้เพราะผมรู้สึกว่า แบงค์ชาติalิtมากกว่าอย่าลืมนะครับว่าเรา มีเวลาวันศุกร์ที่แล้วเนี่ยครับหมายถึง ว่าเรามีเวลาอยู่ประมาณ 9 วัน 9 วันที่ เรารู้ว่าต้นมีคนที่มีข้อน่าสงสัยมากว่า จะซื้อเสียงเลือกตั้งเกิดขึ้นเนี่ยคุณ ต้องหยุดเสาร์อาทิตย์่ะฮะหยุดเสาร์ อาทิตย์เพื่อทำงานวันจันทร์ ถ้าเป็นงานใหญ่แบบเนี้ยโดยทั่วๆไปแล้ว บริษัททั่วๆไปถ้ามีงานใหญ่แบบเนี้ยผมว่า เสาร์อาทิตย์นะฮะเทำ OT กันแล้วเค้าทำกัน แล้วโotอ่ะเค้าเพื่อที่ปูงานเพื่อให้มี เวลาทำงานเตรียมตัวมากขึ้นแล้วก็วัน อาทิตย์นี่จะลงคะแนนเสียงเอตั้งล่วงหน้า ด้วยนะปรากฏว่าเค้าเค้าบอกว่าต้องรอวัน จันทร์น่ะเค้าหยุดเสาร์อาทิตย์อ่ะครับอื ผมก็รู้สึกว่าเออ เวลาชั่วโมงพอมั้ยเนี่ย พอผมมารู้สึกตรงนี้มากเลยว่าตกลงกกต.มี ไว้ทำไมอ่ะมีไว้ที่จัดการการเลือกตั้งใน งานซ้ำๆงานเดิมที่เคยทำอยู่แล้วและเป็น งานที่นานๆเกิดขึ้นทีเาเตรียมอะไรได้มาก กว่านี้หรือเปล่ายังไม่รวมกับการที่ เรื่องของการเลือกตั้งครั้งนี้ที่จะมีการ ลงประชามติแล้วที่คุณต้องทำเอ่อต้องต้อง อะไรต้องเอ่อแสดงบัตรประชาชน 2 ครั้งนะ ครับผมที่คิดแบบคิดแบบคนพอทำงานเป็นบ้าง ผมก็รู้สึกว่าเออมันมีขั้นตอนที่ง่ายกว่า นั้นนะที่ที่เวลาทำประชามิทำไมต้องไปลง คะแนนเรียบเรียบร้อยแล้วก็ไปแลกบัตรเอ่อ ประชามติครั้งนึงแล้วค่อยลงมันทำให้มี โอกาสที่คนจะหลุดจากอันนี้เยอะมากเลยแทน ที่คุณไปแล้วรับ 3 ใบแต่เขาอ้างว่ามีการ ลงเอ่อคะแนนล่วงหน้าด้วยก็คือมีคนลงคะแนน นอกเขตใช่มั้เค้าเรียกประชามตินอกเขตซึ่ง ต้องมีกล่องนึงเค้ากลัวคะแนนจะซ้ำกันผมป ลองคิดแบบง่ายๆเลยนะฮะแบบคนทำงานทั่วๆไป เลยนะฮะแบบคือเราสามารถที่แบ่งเป็น 2 ช่องได้มีป้าย 2 ป้ายป้ายนึงคือป้ายที่ เอ่อคนลงคะแนนปกติเข้ามาแล้วก็รับ 3 ใบ แล้วก็ไปหย่อน 3 กล่องอีกคนนึงสามารถเข้า มาช่องที่ 2 ได้บอกว่าผมจะลงประชามติ อย่างเดียวเพราะผมลงคะแนนเสียงล่วงหน้าไป แล้วแล้วก็รับบัตร 1 ใบแล้วก็ไปหย่อนกอง ต่างหากคะแนนไม่มีทางเขย่งคือไม่มีทาง เขย่งเลยก็แค่นี้ฮะมันลดคนได้อีก 5 คนมัน ลดเต็นท์ได้อีก 1 เต็นท์มันลดได้เกือบ1ัน ล้าน และทำให้ขั้นตอนโอกาสคนลงประชาิมากขึ้น กว่านี้ผมก็เลยไม่แน่ใจว่ากกต.เนี่ยเค้า อยากให้เราลงประชามติหรือเปล่าหรือเค้า ต้องการอะไรกันแน่อะไรเงี้ยผมผมไม่ค่อย เข้าใจนะอันนี้ผมเป็นคนที่ขี้สงสัยนิดนึง ว่าผมก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าเรื่องเหล่านี้ มันเกิดขึ้นได้ยังไงฉะนั้นผมรู้สึกว่าเออ เนี่ยทั้งหมดเนี่ยทั้งมวลเนี่ยไม่แปลก หรอกครับที่คนจะตั้งข้อสังเกตและคนมี สิทธิ์ระแวงบางสิ่งบางอย่างเป็นเรื่อง ความผิดพลาดอาจจะเป็นความผิดพลาดหรือความ เอ่อบกพร่องแบบโดยสุจริตใจจริงๆแต่คนพอคน เกิดความระแวงขึ้นมาแล้วเนี่ยเขาก็ไม่ เชื่อสิ่ง ใช่มั้ครับ
>> เหมือนกับผมกับผมกับคุณปั๋เนี่ยสนิทกัน แล้วก็รู้สึกดีต่อกันต่อให้ผมเดินชนคุณก็ คิดว่าบังเอิญแต่ถ้าเพียงแค่เรารู้สึกเรา ระแวงหรือไม่พอใจกันแค่เดินเฉี่ยวก็หาว่า เดินชนหรือว่าแกล้งได้คือความรู้สึกพื้น ฐานที่เรามีต่อกันคนนึงเป็นยังไงแล้วผม ว่ากกต.ได้สั่งสมสิ่งเหล่าเนี้ยให้อยู่ใน ใจคนเยอะมากให้อยู่ในใจคนรู้สึกหวาดระแวง ว่าตกลงเขาช่วยเหลือใครหรือเปล่านะเพราะ คดีวสว.นี่ 2 ปีนะฮะคือ 2 ปีแล้วนะครับ ยังไม่ไปไหนเลยมันผมรู้สึกว่าเฮ้ยสิ่ง เหล่าเนี้ยมัน question mark ในใจคนตลอด เวลาแล้วมันทำให้รู้ว่าองค์กรอิสระเหล่า เนี้ยเราทำอะไรกับเขาไม่ได้เลยแล้วมันคือ เหตุผลที่เวลาครั้งนี้ที่จะลงประชามติผม เชื่อว่าคนจะมีส่วนหนึ่งอ่ะที่จะเห็นชอบ ให้แก้ไขมูลเพื่อแก้ไของค์กรศิละโดยเฉพาะ กกต.ด้วยเหตุผลนี้เลยครับ
>> พี่ตุ้มขวัญนึกแบบเร็วๆอ่ะค่ะถ้าขวัญนึก แบบเร็วในในช่วง Generation ที่ขวัญมี สิทธิ์เลือกตั้งใช่ไหมขวัญก็จะนึกออกแค่ กรณีการหันคูหา
>> หันคูหาคนละทางกับวันเนี้ยสมัยคุณวาสนา เพิ่มลาภแล้วก็เอ่อคณะกรรมการชุดนั้นนะคะ ที่ที่มาดูจะแบบโหกูจำแบบกูจำได้เลยว่ากู งงมากว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไงอย่างเงี้ยนะ คะที่พูดกับตัวเองทีนี้ถ้าเทียบขวัญน เทียบแล้วขวัญจำครั้งนั้นมากกว่าแล้วก็มา ในรุ่นนี้คือช่วงตั้งแต่พลเอกประยุทธ์ รัฐประหารเป็นต้นมา
>> ที่เรารู้สึกว่าแบบ
>> ไอ้ตั้งแต่เครื่องคิดเลขตั้งแต่คดีต่างๆ ที่มันมากระจุกตัวใช่ป่ะพี่ตุ้มคนถามพี่ ตุ้มบ้างว่าของพี่ตุ้มอ่ะสะสมข้อมูลมาก กว่าขวัญอ่ะค่ะพี่ตุ้มคิดว่ารอบเนี้ยของ การทำหน้าที่กใช้คำว่ารอบได้มั้ยห้วงนี้ ยุคนี้
>> ช่วงนี้ได้ครับ
>> เออของกกต.เป็นยังไงคะถ้าเทียบกับในอดีต ที่ผ่านมาคือเราโมโหเค้าเกินไปมั้ยมันมี โซเชียลมีดียมันเลยโมโหกันแบบ
>> ก็
>> เป็นร่ำเป็นสันหรือเปล่าอ่า
>> เออ ก็เป็นไปได้นะแต่ผมรู้สึกว่าอันนึงก็ คือว่าถ้าคุณถ้าคุณหวานจำได้กกต.ยุคก่อนๆ ตั้งแต่ยุคแรกๆเลยที่ตั้งแต่รัฐธนมปี 40 เอ่อครั้งนั้นน่ะเป็นกกต.ชุดที่ดีมาก สำหรับผม
>> เอ่อมี
>> มีการตอบโต้และสื่อสารกับคนตลอดเวลากกต. ชุดนี้คุยกับคุยกับสื่อน้อยมากนะสื่อน้อย มากมีคุณแสวงคนเดียวที่พูดแล้วก็นานๆออก มาทีด้วยเราไม่สามารถที่จะหาข้อมูลจาก กกต.ได้กต.นี่ห่างเหินจากประชาชนมากเลยนะ ครับเอ่อมันไม่มีความรู้สึกที่โต้ตอบหรือ แก้ไขปัญหาหรืออะไรข้อสงสัยเลยโต้ตอบช้า มากขณะที่ครั้งก่อนเนี่ยผมรู้สึกว่าเค้า ดีกว่าเค้าตรงที่เ้าเมีความรู้สึกที่เค้า เได้เอ่อยิ่งชุดแรกเนี่ยไม่ต้องห่วงนะชุด แรกนี่เป็นการเริ่มต้นที่ทำให้คนรู้สึก ว่าดีจังเลยที่มีกกต.ที่เป็นองค์กรอิสระ แต่คราวเนี้ยคนรู้สึกว่ามันอิสระจน 1 แตะ ต้องไม่ได้ 2 เอ่อผลงานอย่างง่ายๆก็คือ ว่าเราต้องทำให้กระบวนการเลือกตั้ง ยุติธรรมเนี่ยก็คือใครซื้อเสียงเลือกตั้ง ต้องโดนปรากฏว่าวันนี้ถ้าผมว่าทำการสำรวจ กันเนี่ยผมว่าการซื้อเสียงเลือกตั้งหนัก ขึ้นเรื่อยๆเรื่อยๆเรื่อยๆๆๆภาคที่ไม่เคย มีการซื้อเสียงเลือกตั้งที่เคยได้ชื่อว่า ไม่มีการซื้อเสียงเลือกตั้งหรือภาคใต้ใน สมัยก่อนถ้าคุณขวัญจำได้เวลาทำข่าวเลือก ตั้งใหม่ๆเราจะรู้ว่าภาคใต้เป็นภาคที่แบบ ซื้อยากมากที่อื่นเยิงกันโดยเอ่อภาคต่างๆ มีการยิงกันเยอะอยู่แต่ปรากฏว่าการเอ่อ กกต.ชุดนี้หรือก่อนหน้านี้สักพักนึงเนี่ย ทำให้ภาคใต้เนี่ยเป็นพื้นที่ที่สามารถ ซื้อเสียงเลือกตั้งและซื้อหนักมากแล้ว ข่าวนี้รู้สึกว่ายอดเอ่อยอดที่ซื้อของภาค ใต้จะสูงที่สุดในเมื่อที่กับภาคต่างๆ ซึ่งซึ่งผมผมรู้สึกว่าเรื่องเนี้ยคือกกต. เป็นผลงานพื้นฐานของกกต.ที่ที่ควรจะมีที่ เราคิดว่าเค้าควรจะทำได้ดีก็ปรากฏว่า เหมือนผลงานเป็นอย่างเงี้ยครับ
>> นี่ยังไม่เข้าการเมืองเลยนี่กกต.ล้วนเลย อ่ะ ไม่หรอกขวัญขวัญคิดว่าถ้าสมมุติแบบว่าไม่ ได้ออกรายการเนาะพี่ตุ้มถ้ามันไม่ได้ออก สื่อเนาะแล้วก็แบบปล่อยให้แบบพูดได้ เหมือนแบบเพื่อนนั่งคุยกันน่ะมันจะไม่มัน จะไม่เครียดขนาดนี้มันจะมันจะแบบพ่นไฟ
>> คำสภาพคำสภาพ
>> เออ มันจะมันจะเลือกคำไม่ยากค่ะ
>> ครับ
>> ไม่แต่ที่คือที่ที่ชวนคุยเรื่องนี้เพราะ ขวัญคิดว่ามันมีผลต่อการเลือกตั้งแน่ๆ แล้วก็แบบอดจะคิดร้ายไม่ได้เลยว่าแบบมัน จะพลาดขนาดนี้ได้ยังไงวะคือ
>> อืคือต่อให้แบบมีงานเยอะขึ้นรอบนี้มี ประชามติหรืออะไรก็แล้วแต่นะพี่ตุ้มคือ พี่ไม่ออกว่ามันจะพลาดขนาดนี้ได้ไงวะมัน พลาดแบบมีสาระสำคัญด้วยนะพี่ตุ้มเนาะ
>> ใช่มั้คะ
>> ใช่ครับ
>> เออแล้วแล้วอย่าลืมนะครับว่า 1 เริ่มต้น เนี่ยคนเ้าก็ระแวงอยู่แล้วว่าเอ๊ะพรรค ประชาชนจะโดนอะไรหรือเปล่าแล้วก็ไปผิดที่ พรรคประชาชน
>> นึกออกมั้ฮะมันเป็นเรื่องที่เหมือนกับเรา ระวังเลยว่าเอ้ยระวังคนเนี้ยเาระแวงเรา อยู่นะแล้วก็ไปเกิดที่ตรงนั้นจริงๆ
>> อื
>> แล้วไปเกิดที่จุดจุดเดี๋มันหลายๆจุดด้วย ผมรู้สึกว่าเออสิ่งเหล่านี้ครับที่ที่บอก แล้วว่าเวลาคนคือแบรนด์ถ้าในเชิงการตลาด คือแบรนด์ของกกต.ตอนเนี้ยความเชื่อมั่นใน แบรนด์น่ะต่ำมากฉะนั้นความผิดพลาดที่เป็น ความบกพร่องโดยไม่โดยสุจริตใจหรือไม่ได้ ไม่ได้ตั้งใจเนี่ยคนก็จะมองได้ว่ามีงาน หรือเปล่าซึ่งไอ้ตรงเนี้ยเป็นสิ่งที่ อันตรายมากครับอื
>> สำหรับที่ควบคุมงานต่างๆ
>> จริงๆอยากให้นักการตลาดได้วิเคราะห์นะคะ ว่าแบบความเชื่อมั่นของกกต.ที่มันต้องแก้ ยังไงคือขวัญในฐานะที่ขวัญเป็นประชาชนมัน จะเที่ยวเป็นลูกค้าก็ไม่เชิงนะแต่โอเคมัน อาจจะสถานะใกล้กันคือขวัญรู้สึกว่าแบรนด์ ชิบหายมากเลยพี่พี่ตุ้มขอโทษทีหาคำอื่น ไม่ออกแต่ขวัญคิดว่ามันมันพินาศมากเลยอ่ะ มันพินาศมากจริงๆอ่ะ
>> แล้วเผอิญว่ามันมันไม่ใช่สินค้าเนาะที่ เราจะจะเลือกได้ว่าเราไม่ใช้อันนี้เราจะ ไปใช้อันอื่นน่ะคือ
>> ใช่ครับ
>> ผูกขาดด้วยนะถ้าเทียบกัน
>> ขแล้วทำอะไรกับมันทำอะไรกับเค้าไม่ได้เลย ทำกับอะไรเค้าไม่ได้เลยเค้ามีอำนาจที่ เต็มมีกฎหมายที่ป้องกันตัวเองไว้หมดทุก สิ่งทุกอย่างทำอะไรไม่ได้เลยอ่ะครับอ
>> คือพอทำอะไรไม่ได้เลยเนี่ยมันมันยิ่งทำ ให้ความรู้สึกมันเก็บกดมากขึ้นเรื่อยๆอ ครับ
>> อื
>> คือมันเริ่มรู้สึกว่าเอ๊ะทำไมมันหน่วยงาน ที่เราคือเวลาเราเลือกเลือกตั้งเนี่ยเรา ก็มีความคิดหรือมีเจตจำนงทางการเมืองอยู่ ว่าเราอยากเลือกใครแล้วบางทีเรารู้สึกว่า เอ๊ะสิ่งที่เราเลือกมันเหมือนกับไม่ได้ ความยุติธรรมอ่ะแล้วมันเป็นองค์กรที่พอ คุณจับเรื่องซื้อเสี่ยงไม่ได้เนี่ยมันก็ เท่ากับว่าโอเคเปิดให้ยิงกันน่ะครับเปิด ให้ใช้ปืนน่ะคือค่ากฎหมายมันควบคุมการใช้ ปืนได้ว่าใครจับปึ๊บแล้วโดนจับเนี่ยมันก็ ไม่มีใครกล้ายิงแต่วันนี้ทุกคนหาปืนหมด แล้วเพราะทุกคนรู้แล้วว่ามันต้องยิงเพราะ ถ้าไม่ยิงเค้าก็ยิงซึ่งมันปล่อยให้เปิด แบบเสรีแบบนี้มันไม่ได้ครับแล้วก็แบรนด์ ของเอ่อเรื่องนี้เป็นเรื่องความเชื่อมั่น จริงๆนะพอแบรนด์ของเขาเนี่ยสร้างสมจนความ รู้สึกเหล่านี้ขึ้นมาซึ่งมันไม่ได้เกิด ขึ้นเองนะมันเกิดขึ้นจากความจริงที่ต่อ เนื่องกันมาเรื่อยเป็นเรื่องราวต่างๆแล้ว คุณอธิบายแต่ละเรื่องไม่ได้เลย
>> อ
>> อย่างไอ้ประชามติที่ไปแลกบัตรนี่มัน มัน ผมไม่รู้พูดยังไงผมว่า ให้เด็กทำกิจกรรมมาคิดผมว่าคิดได้ดีกว่า นี้ครับผมพูดจริงๆระบบมันดีกว่านี้ได้ ง่ายเพราะว่าตรรกะมันไม่มีอะไรเลยอ่ะครับ นี่คิดแบบบางทีครั้งก่อนผมนั่งนั่งออกราย การกับอาจารย์ปริญญาก็คิดแบบเร็วๆมันง่าย มากเลยอ่ะแล้วมันไม่มีเหตุผลที่จะทำอย่าง นั้นเลยจริงๆผมหาเหตุผลให้เจอจริงๆว่า ทำไมต้องทำอย่างงั้นครับ
>> อืม
>> พี่ตุ้มหนูขออนุญาตตัดประเด็นค่ะกูจะร้อง ไห้แล้วภาษีกูทั้งนั้น
>> กูกูจะจ้างเ้าไปทำไมถ้าเขาทำได้แค่นี้วะ กูเอาเงินไปให้ไอรอมั้ย