📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

คุยให้ชัดกับพรรณิการ์” EP.60 จะเกิดอะไรขึ้นถ้าน้ำมันราคา 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

คณะก้าวหน้า - Progressive Movement36:00

Transcription

สวัสดีค่ะ พบกับคุยให้ชัดกับพรรณิกานะคะ ตามสถานการณ์อิหร่านกันอย่างต่อเนื่องนะ คะ ที่คิดกันว่าจะจบเร็ว ตอนนี้ดูเหมือนว่าไม่จบง่ายและไม่จบเร็วอย่างที่คิดนะคะ นำมาซึ่งปัญหาสำคัญ ซึ่งก็พูดกันตั้งแต่ Day one วันแรกของสงครามอิหร่าน-สหรัฐแล้วว่า ถ้ามันยืดเยื้อ น้ำมันแพงทั่วโลก แล้วชีวิตพวกเราจะอยู่กันยังไง วันนี้จะมาคุยให้ฟังกันให้ชัดว่า ถ้าน้ำมันมันไปไกลถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ชีวิตพวกเราจะอยู่กันยังไง มาคุยให้ชัดกับพรรณิกาค่ะ

เอาล่ะค่ะทุกคน ก่อนที่เราจะตื่นตกใจ หรือว่ารู้สึกว่าพรรณิกาเพ้อเจ้อว่าน้ำมันจะ บาร์เรลละ 200 ดอลลาร์ได้ไง เพราะว่าตอนนี้ ราคาน้ำมันดิบในโลกเนี้ย ยังอยู่ที่ประมาณ 100 นะคะ มันขึ้นไปถึง 120 แต่ว่าก็ลงมานะคะ ตอนนี้มันก็จะแบบ 100 บวกลบนะคะ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละวัน แต่คำถามก็คือ ว่าแล้วไอ้ตัวเลข 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาจากไหน มันไม่ได้ลอยมาจากอากาศนะคะ มันมาจากทั้งตัวเลขที่นักวิเคราะห์เค้าตั้งเอาไว้ว่า ถ้ามันข้ามเส้น 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มันจะหายนะ หรือว่าอิฟอายอันอังโอค นะคะ ดิฟอายกันทางโลกนะคะ ถ้า 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลนะคะ และมันก็ดูเป็นจริงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อทางการอิหร่านนะคะ เขาประกาศ ตอนนี้ก็อยู่ในระหว่างการทำสงครามกับ เอ่อ สหรัฐใช่มั้คะ เขาก็ขู่มาว่า เตรียมตัวไว้ได้เลย ไอ้พวกอเมริกา พวกแกเจอน้ำมัน 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแน่ๆ นะคะ ไอ้ตัวเลขที่เคยเป็นตัวเลขทางวิชาการ ที่เขาเรียกว่าเป็นเทรดโชว์ ก็คือมันเป็นตัวเลขสมมุติว่า ถ้ามันข้ามเส้นเนี้ย มันจะเกิดหายนะกับเศรษฐกิจโลก มันก็เลยเกิดเป็นความรู้สึกว่า หรือมันจะไปถึงจุดๆ นั้นจริงๆ ขึ้นมา เพราะว่าอิหร่านพูดออกมาว่า ให้เตรียมตัว เตรียมใจกันมาได้เลย ว่าน้ำมันจะไปถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลนะคะ แต่ไอ้ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเนี่ย จะไปถึงได้จริงหรือไม่ ถ้าไม่ถึง มันจะไปถึงแค่ไหน แล้วถ้าถึง มันจะเกิดอะไรขึ้น เดี๋ยวเราค่อยๆ ไปกันนะคะ

ก่อนอื่นนะคะ จะพูดถึงราคาน้ำมัน ก็ต้องเกี่ยวข้องแน่นอนกับสถานการณ์สงคราม ทุกคนคะ เราเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 แล้วนะคะ สัปดาห์ที่ 3 มันสำคัญอย่างไร มันสำคัญค่ะ เพราะว่า เอ่อ บรรดานักวิเคราะห์ แม้แต่บรรดารัฐมนตรีของประเทศในตะวันออกกลาง ที่อยู่ในสถานการณ์ความขัดแย้งเอง อย่างเช่นกาตาร์เนี่ยนะคะ เขาก็ประเมินไว้แล้วว่า ถ้าสถานการณ์ยังไม่จบภายใน 2-3 สัปดาห์ มันจะเละค่ะ ราคาน้ำมันอาจจะไปถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลนะคะ ก่อนหน้านี้มันอยู่ ที่ราคาเท่าไหร่ ก่อนหน้านี้มันอยู่ที่ประมาณ 60 กว่าถึง 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลนะคะ แล้วพอเกิดสถานการณ์ขึ้น เอ่อ ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่สหรัฐไปทิ้งระเบิดสังหารผู้นำอิหร่านเนี่ยนะคะ ราคา มันก็สปริง มันก็ดีดปึ้งขึ้นมาเลยนะคะ แล้วก็ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ก็ขึ้นไปแล้วประมาณ 50% นะคะ ก็คือจาก 6-70 มาอยู่ที่ 100 บวกดอลลาร์ต่อบาร์เรลนะคะ แล้วก็อย่างที่เราบอกไปว่า ไม่ว่าจะเป็นโกเมนซค หรือว่าจะเป็นรัฐมนตรีของกาตาร์เองเนี่ย ก็พูดตรงกันว่า ถ้าสถานการณ์มันยืดเยื้อไปกว่า 2-3 สัปดาห์เนี่ย น้ำมันอาจจะไปถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ประตู ด่านแรก ประตูเงิน ประตูทอง อันนี้ยังเป็นประตูเงินอยู่ ประตูเงิน 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เราอาจจะได้เห็นนะคะ จาก 120 ไป 150 แล้วก็ถ้ามันยังจบไม่ลงจริงๆ เนี่ย มันก็มีความเป็นไปได้ว่า ราคา น้ำมันอาจจะไปไกลถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลนะคะ ก็ผ่านมาถึงสัปดาห์ที่ 3 นะคะ เราก็ยังไม่ได้เห็นสถานการณ์คลี่คลาย แล้วมันก็ยังมีจุดร้อนอยู่ด้วยกันถึง 2 จุด ที่กระทบต่อราคาน้ำมันนะคะ ไม่ใช่แค่เรื่องช่องแคบมะละกา ตอนนี้ทุกคนก็ได้ยินเรื่องช่องแคบมะละกา จนเบื่อแล้วใช่มั้คะ ว่าช่องแคบมันถูกปิด ซึ่งอิหร่านก็บอกว่าไม่ปิด จะสัปดาห์นี้เดี๋ยวนี่ต้องดูว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า เพราะเขาเพิ่งบอกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานะคะ ว่าเขาจะให้เรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบมะละกาได้ ถ้าเป็นการซื้อขายด้วยเงินหยวน แรงป่ะ แรงนะคะ ก็คือเพราะว่าจีนเค้าเป็นพันธมิตรสำคัญของอิหร่าน เป็นลูกค้าน้ำมันรายใหญ่ของอิหร่าน แทบจะเป็นพันธมิตรหนึ่งเดียวท่ามกลางการคว่ำบาตรจาก EU แล้วก็ทางสหรัฐอเมริกานะคะ แต่ยังไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไง ก่อนหน้านี้ก็เคยบอกไปแล้วว่าเรือจีนผ่านได้นะ ก็ไม่ก็ไม่เป็นผล เพราะว่าสุดท้ายแล้ว พอเรือเนี่ย เอ่อ ค่าประกันแพง บริษัทน้ำมัน บริษัทประกันไม่รับทำประกัน เรือก็ไม่ไม่กล้าที่จะเดินผ่านใช่มั้ยคะ แล้วก็มีเรือถูกโจมตีเป็นระยะๆ เช่น มยุรีนารีของไทยใช่มั้คะ ก็เป็นหนึ่งในเรือที่ถูกโจมตี เพราะฉะนั้น เอ่อ การเดินทางขนส่งสินค้า โดยเฉพาะน้ำมันผ่านช่องแคบมะละกาเนี่ย ตอนนี้มันก็แทบจะหยุดชะงักไป 100% นะคะ แต่มันไม่ใช่แค่เรื่องที่ช่องแคบมะละกา ซึ่งเราจะต้องดูว่า ไอ้ที่บอกว่าจะยอมให้เรือของประเทศอื่นๆ ยกเว้นสหรัฐ อิสราเอล ผ่าน ถ้าค้าขายกันด้วยเงินหยวนเนี่ย มันจะเป็นไปได้จริงแค่ไหนนะคะ

แต่มันก็ยังมีอีกเรื่องนึง ซึ่งกระทบกับราคาพลังงานทั่วโลกมาก ก็คืออิหร่านยังโจมตีเขาเรียกว่า Oil Infrastructure ในตะวันออกกลางไม่หยุด Oil Infrastructure คืออะไร ก็คือโรงผลิต โรงกลั่น สายส้มน้ำมันนะคะ ในประเทศตะวันออกกลางนะคะ จนถึงตอนนี้เนี่ย เอ่อ กาตาร์ ซึ่งเป็นผู้ส่งออก LNG ก๊าซธรรมชาติเหลวรายใหญ่ของโลกเนี่ย รวมๆ ส่งมาให้ไทยด้วยนะคะ ไทยก็เป็นลูกค้าสำคัญมากของกาตาร์นะคะ เราซื้อแก๊สไอ้ธรรมชาติเหลวมาผลิตไฟฟ้า นะคะเยอะมาก กาตาร์ยังหยุดการผลิตอยู่นะคะ เขาบอกว่าหยุด เขาหยุดตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา เพราะว่าเขาถูกโดรนอิหร่านโจมตี แล้วเวลามันหยุดเนี่ยทุกคน มันไม่ใช่เปิดปิดแอร์ นึกออกป่ะ ที่เราจะเปิดปิดๆ เปิดๆ ปิดๆ ได้ เวลาเขาหยุดการผลิตโรงกลั่นน้ำมัน หรือโรงเอ่อ Liquefied ก๊าซขนาดใหญ่เนี่ย มันใช้เวลาเป็นเดือนกว่ามันจะกลับมาทำงานได้ตามปกติ เพราะฉะนั้น เมื่อปิดไปแล้ววันที่ 2 มีนาคมเนี่ย ก็คาดเดาไว้เลยว่า ขั้นต่ำที่มันจะกลับมาผลิตเต็มศักยภาพ ส่งออกลูกค้าทั่วโลกได้เหมือนเดิม รวมถึงประเทศไทยเนี่ย ก็คือ 1 เดือน 1 เดือนเต็มนะคะ ที่มันจะกลับมาผลิตได้ เพราะฉะนั้นเนี่ย เอ่อ ในท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนนี้เนี่ย มันก็เลยทำให้ทั้งเราก็ต้องนั่งดูว่า ช่องแคบมะละกา ตกลงที่อิหร่านบอกว่าจะเปิดให้แบบนั้นแบบนี้ บนเงื่อนไขนั้นเงื่อนไขนี้ จะเปิดจริงมากน้อยแค่ไหนอย่างไรนะคะ ซึ่งมันก็อาจจะทำให้สถานการณ์ไม่เลวร้ายไปถึงระดับ 150 หรือ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลนะ คะ อีกอย่างนึงก็คือ ถ้าอิหร่านโจมตีบรรดาโรงกลั่นน้ำมัน โรงผลิตก๊าซ พลังงานของตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง แล้วเขาต้องหยุดการผลิตเนี่ย มันก็จะทำให้ต่อให้สงครามหยุด สถานการณ์ก็จะยังไม่คลี่คลายนะคะ เพราะว่าเขาก็ใช้เวลานานมากนับเดือน กว่าจะกลับมาทำการผลิตได้ใหม่นะคะ

ทั้งหมดทั้งปวงนี้เนี่ย จึงนำไปสู่วิกฤตราคาน้ำมันนะคะ กลับมาสู่เรื่อง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถามว่าในประเทศชาติโลกนี้เนี่ย เคยเจอน้ำมัน 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลมั้ย ก็ต้องบอกว่าในทางตัวเลข 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเนี่ย ไม่เคยเจอ แต่ว่าถ้าเราคิดคำนวณโดยเอาไปผสมอัตราเงินเฟ้อ คือนึกออกมั้ย แบบว่าเงิน 200 ดอลลาร์วันนี้ กับ 200 ดอลลาร์ 20 ปีที่แล้ว มันก็ไม่เท่ากันใช่มั้คะ ถ้าเราคิดคำนวณอัตราเงินเฟ้อเพิ่มเข้าไปด้วยเนี่ย ไม่มีอยู่ช่วงนึงที่น้ำมันเกิน 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลนะคะ ก็คือวิกฤตเศรษฐกิจ ก่อน เอ่อ วิกฤตการเงิน แฮมเบอร์เกอร์ crisis ปี 2008 นั่นเอง ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจ เอ่อ อุตสาหกรรมมันบูม แล้วความต้องการใช้พลังงานสูงมาก แล้วมันก็ดันเกิด เอ่อ เอ่อ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้โปรดักชั่น การผลิตพลังงานเนี่ยมันตกลงนะคะ มันก็เลยปะทุกลายเป็นวิกฤต เอ่อ ราคาพลังงาน ตอนนั้นเนี่ย ราคาน้ำมันคือ 147 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อ้าว ก็ไม่ถึง 200 ใช่ค่ะ 147 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเนี่ย มันคือ all time high แต่ทำไมเขาถึงพูดกันว่า 200 ก็เพราะว่า 147 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันนั้น ปี 2008 อ่ะ มันคือ 210 ดอลลาร์ในวันนี้ เมื่อเราคูณอัตราเงินเฟ้อเข้าไป นึกออกใช่ มั้คะ เอ่อ คือ 147 ดอลลาร์เมื่อปี 2008 คือ 210 ในวันนี้ เพราะฉะนั้น ถามว่าโลกเคยเผชิญรสชาติอันขมขื่นของน้ำมัน 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ว่ามันเกิดอะไรกับเศรษฐกิจมั้ย เคย ก็คือช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 นั่นเองนะคะ

มันก็จะมีอีกช่วงนึงนะคะ ที่ใกล้ตัวเราเข้ามาหน่อย ที่ราคาน้ำมันอาจจะไม่ไปถึง 200 หรือ 147 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลนะ คะ แต่ว่ามันแพงยาวนานต่อเนื่องนะคะ ก็คือช่วงแรกก็คือช่วงปี 2011-2014 นะคะ อาหรับ สปริง ที่เราเคยพูดกันในตอน regime change ที่ตอนที่แล้วนี้เองนะคะ สปริงเนี่ย มันก็คือเกิดการลุกฮือของประชาชนในกลุ่มประเทศแอฟริกาและตะวันออกกลาง ซึ่งแน่นอนว่าเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลกนะคะ ทำให้พอมันเกิดความวุ่นวาย เกิดการประท้วง การชุมนุม การโค่นล้มรัฐบาล แล้วมันยาวนานต่อเนื่อง เป็นแบบสงครามกลางเมืองเนี่ย มันก็ทำให้กระบวนการผลิตน้ำมันเนี่ย หยุดชะงัก หรือว่าลดลงนะคะ เอ่อ ทำให้ราคาน้ำมันเนี่ย มันก็แพงยาวเลยนะคะ แต่ว่ามันไม่ได้แพงโดดนะคะ แต่การแพงยาวเนี่ย ก็ส่งผลกระทบทำให้โลกได้ริมลดราคาน้ำมันในระดับที่ประมาณ 120-130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเนี่ย ยาวมากนะคะ แล้วก็จะมีอีกช่วงนึง อันนี้ใกล้ตัวเราเข้ามาอีกนะคะ ก็คือช่วงสงครามยูเครน-รัสเซียนะคะ ตอนสงครามยูเครน-รัสเซียเนี่ย เอ่อ รัฐบาลไทย ใช้เงินกองทุนน้ำมันอุดหนุนราคาน้ำมันไป 150,000 ล้านบาท ทุกคนช็อกป่ะ ตอน เอ่อ วิกฤตยูเครนเนี่ย ราคาน้ำมันมันก็พุ่งไป เนี่ยค่ะ 130 กว่าเกือบ 140 นะคะ แล้วก็เป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างยาวนานนะ อย่าลืม ตอนเนี้ย สงครามก็ยังไม่จบเลยใช่มั้ย ตอนนั้น เอ่อ รัสเซียก็คิดว่าเผด็จศึกได้โดยง่าย ปรากฏมันไม่ง่าย มันยืดเยื้อ แล้วก็การที่รัสเซีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกพลังงานรายใหญ่ของโลก อยู่ในสงครามกับยูเครน แล้วโดน EU คว่ำบาตรพันพละวันพันเกเนี่ย มันก็ทำให้เกิดภาวะ เอ่อ ราคาน้ำมันถีบตัวสูงทั่วโลกเลยนะคะ ตอนนั้นเนี่ย กองทุนน้ำมันของเราก็คือแบบว่า สุดๆ นะคะ รัฐบาลต้องออก เอ่อ พระราชบัญญัติกู้เงินนะคะ พอ พรบ.กู้ พรก.กู้เงินนะคะ ไป 8 ครั้ง รวม 150,000 ล้านบาทนะ คะ แล้วก็แน่นอน กลายกลายเป็นหนี้ที่เราก็ต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันกันมาอย่างยาวนานต่อเนื่องนะคะ

ทุกคน เรื่องตลกร้ายก็คือ อะไรรู้ป่ะ เราอ่ะ เพิ่งจะทำให้กองทุนน้ำมันหายติดลบได้เมื่อแบบแป๊บเดียวที่ผ่านมานี่เองนะคะ ก่อนเกิดเหตุการณ์อิหร่าน-สหรัฐไม่นานเนี่ย กองทุนน้ำมันเพิ่งอยู่ในแบบระดับที่ลืมตาอ้าปากได้ หลังจากที่ติดลบแล้ว เราก็พอพอพอราคาน้ำมันมันเริ่มลงเนี่ย เราก็ยังต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนน้ำมันต่อเนื่อง เพื่อชดเชย นึกออกมั้ยคะ กองทุนน้ำมันเนี่ย มันเป็นกลไกที่มีมาตั้งแต่ปี 62 เนาะ จริงมีมาก่อนหน้านั้นแล้ว แต่แต่เราคุ้นเคยกับมันแล้ว ใช้จริงจังเนี่ย 62 เป็นต้นมาเนี่ยนะคะ มันเป็นบัฟเฟอร์ มันเป็นเกราะป้องกันราคาน้ำมันผันผวน ก็คือว่า มันก็จะมีกองทุนอยู่อันนึงนะคะ ใส่เงินเอาไว้ ในช่วงเวลาที่น้ำมันแพง ก็จะเอาเงินจากอันเนี้ย มาอุดหนุน ทำให้เราจ่ายเงินที่ปั๊มเนี่ย เราไม่ต้องจ่ายราคาเท่า น้ำมันในตลาดโลก แต่พอพอน้ำมันในตลาดโลกลด แล้วเราจ่ายถูกลงมั้ย ไม่ เราจ่ายเท่าเดิม เพราะว่าอะไร เพราะว่าเราต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนน้ำมัน เพื่อเอาไปเก็บไว้ในเวลาที่น้ำมันแพง เขาก็จะได้เอาเงินจากกองทุนน่ะ มาอุดหนุน เขาก็คือรัฐบาลนะคะ นึกออกมั้ย อันนั้นน่ะ คือสิ่งที่เขาเรียกว่ากองทุนน้ำมันนะคะ ก็คือในเวลาที่น้ำมันแพง ก็เอาเงินมาโปะ ประชาชนจ่ายน้อยหน่อย ในเวลาที่น้ำมันถูก ประชาชนก็ยังจ่ายค่อนข้างราคา ค่อนข้างแพงอยู่ ก็คือแพงกว่าราคาเป็นจริงในตลาด เพื่อเอาเงินเข้ากองทุนน้ำมันสะสมไว้ ที่จะเอาไว้ใช้ในยามที่ราคาน้ำมันมันแพงนะคะ มันเป็นแบบนี้ ซึ่งผลพวงจากตอน เอ่อ ยูเครนเนี่ย ทำให้ เอ่อ กองทุนน้ำมันนี่คือแบบว่า วิกฤตหนักมากนะคะ แล้วเราก็ต้อง เอ่อ ใช้หนี้กันมาอย่างยาวนาน ทีนี้กองทุนเพิ่งจะหายติดลบนะคะ พอหายติดลบปุ๊บ เกิดอิหร่าน-อเมริกา รอบใหม่นะคะ กองทุนน้ำมันที่เพิ่งจะลืมตาอ้าปากได้ ก็ต้องใช้เงินวันละถึง 1,000 ล้านบาทโดยประมาณนะคะ ทุกใช้ไปตอนเนี้ย ก็คือ น่าจะเกือบๆ หมื่นล้านแล้วนะคะ นับตั้งแต่สถานการณ์ที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่วันแรก Day one ของสถานการณ์ คือ 28 กุมภาพันธ์ใช่มั้ยคะ แล้วก็เสาร์อาทิตย์ใช่มั้ยคะ เปิดมาวันจันทร์เนี่ย เราตอนนั้นเราอุดหนุนราคาดีเซลยังอยู่ที่ประมาณไม่ถึง 1 บาทนะคะ ณวันนี้ ที่เราถ่ายทำรายการกันอยู่เนี่ย คือวันที่ 17 ของสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล กองทุนน้ำมันต้องอุดหนุนราคาน้ำมันไปแล้ว ลิตรละ 18.31 31 จากวันแรกที่เกิดเหตุการณ์ที่อุดหนุนลิตรละไม่ถึง 1 บาทใช่มั้คะ ตอนนี้อุดหนุนไปแล้ว 18 กว่าบาทนะคะ ต่อลิตร แล้วคิดดูว่าใน 1 วัน ประชาชนไทยใช้น้ำมันดีเซลเนี่ยกันเท่าไหร่ ใช่ มั้คะ เพราะฉะนั้นเนี่ย จากนี้ไป ถามว่าราคา น้ำมันมันจะแพงขึ้นเรื่อยๆ ม เราก็มองเห็นได้ชัดเจนว่า มันคงจะยังแพงไปอย่างต่อเนื่องต่อเนื่อง ถึงเมื่อไหร่ ก็อยู่ที่สถานการณ์สงครามว่ามันจะจบลงเมื่อไหร่ แล้วพอจบลง ก็ต้องให้เวลากระบวนการโปรดักชั่น การผลิต การส่งน้ำมันเนี่ย ฟื้นตัวอีกเป็นเดือนนะคะ เพราะฉะนั้นเนี่ย เรากำลังพูดถึงระยะเวลาไม่น่าจะน้อยกว่า 1-2 เดือน ที่เราจะอยู่ในราคาน้ำมันที่ค้างเติ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแบบนี้ ซึ่งมันจะร้อยเท่าไหร่ไม่รู้นะ 120 130 140 เพราะว่าเปิดสัปดาห์มา สัปดาห์นี้เนี่ย ราคาน้ำมันก็อยู่ที่ระดับเลย 100 ขึ้นมาแล้วนะคะ แต่ว่ายังไม่ได้ไปไกลถึง 120 นะคะ แล้วจากนี้ไป เราจะเป็นยังไงๆ ต่อไปนะคะ

เดี๋ยวขอแวะนิดนึงว่า ในขณะที่เราพูดถึงราคาน้ำมันในประเทศไทยเนี่ย ราคาน้ำมันในประเทศอื่นๆ ก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ากันนะคะ พูดให้เราสบายใจว่าเราไม่ได้แพงอยู่คนเดียวในโลกนะคะ ทุกที่ก็ต้องใช้ราคาน้ำมันที่มันขึ้นขึ้นมาพร้อมๆ กันนะคะ ประเทศที่โดนหนักที่สุดเนี่ย คือกลุ่มประเทศยุโรปนะคะ เพราะว่าอะไร เพราะว่าอเมริกา นางชิ่งไปซื้อน้ำมันรัสเซียเรียบร้อยแล้วจ้าทุกคน อาจจะงงนิดนึงนะคะ ใครที่พอจะเคยได้ยินอยู่บ้างว่า เฮ้ย อเมริกาเค้าเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลกไม่ใช่หรอ เค้า น่าจะได้รับผลกระทบน้อยมากเลย ความลับนางฟ้าเป็นงี้ค่ะทุกคน น้ำมันที่สหรัฐอเมริกาผลิตได้เนี่ย เขาเรียกว่า Light Sweet Oil เป็นน้ำมันเบาๆใสๆ ฟีลน้ำมันถั่วเหลืองนะคะ ให้นึกภาพน้ำมันที่อยู่ในครัวเรา มันก็คือมีความบางเบา ซึ่งน้ำมันไอ้ที่มีความบางเบาแบบนี้เนี่ย ที่ผลิตได้โดยไอ้ระบบการ Shell เชลล์ ระบบการผลิตที่เขาเรียกว่า Shelling เนี่ยนะคะ มันไม่สามารถใช้กับโรงกลั่นช่วงยุคปี 70 ของอเมริกาได้ อเมริกาสร้างโรงกลั่นในช่วงทศวรรษ 70 เพื่อกลั่นน้ำมันเม็กซิโก เวเนซุเอลา ซึ่งมันเป็นน้ำมันที่เขาเรียก ว่า Sour น้ำมันเปรี้ยวน้ำมันน้ำมันที่มันหนักนะคะ มันเป็นมันเป็นน้ำมันที่มีความข้นหนืด ฟีลยางมะตอย ไอ้โรงกลั่นของอเมริกาเนี่ย สร้างขึ้นมายุคนั้นน่ะ เพื่อรองรับน้ำมันจากเวเน จากเม็กซิโกที่หน้าตาเป็นแบบน้ำมันยาวนะคะ ทีนี้เขาก็ไม่ได้สร้างโรงใหม่ เอ่อ โรงกลั่นใหม่ขึ้นมา คือสร้างโรงกลั่นน้ำมันก็ไม่ใช่สร้างขึ้นมาง่ายๆ ใช่มั้คะ ก็ไม่ได้สร้างโรงใหม่ขึ้นมา เพราะฉะนั้นเนี่ย พออเมริกาเอามาผลิตน้ำมันเอง แล้วมันเป็นน้ำมันแบบ Light Sweet Oil น้ำมันเบาใสประหนึ่งน้ำมันถั่วเหลืองเนี่ยนะคะ ก็ใช้วิธีผลิตน้ำมัน เอ่อ Light Sweet Oil ของตัวเองอ่ะ ส่งออก แล้วก็นำเข้าน้ำมันอีหนักๆ หนืดๆ อย่างยางมะตอยจากที่อื่นเนี่ย เข้ามากลั่นในประเทศตัวเอง แล้วใช้ในประเทศ นึกออกป่ะ คือเขาไม่ได้ใช้น้ำมันในประเทศตัวเองนะคะ เพราะฉะนั้นเวลาเกิดวิกฤตการขึ้นเนี่ย อเมริกาทำไง คุณพี่ทำมองซ้ายมองขวา ขวานึกอะไรไม่ออก นางยกเลิกการแบนรัสเซียชั่วคราว จนนึกออกใช่ป่ะ คืนก่อนหน้านี้ EU อเมริกาจับมือกันแบนรัสเซีย เพราะว่าไม่ถูกกันอยู่นะคะ พอเกิดวิกฤตขึ้น คุณพี่ทำกลัวประชาชนด่า ประชาชนอเมริกาก็เหมือนประชาชนไทยนะคะ ไปด่ากันหน้าปั๊มว่าทำไมน้ำมันแพงขนาดนี้นะคะ ทรัมป์ก็เลย เอ่อ เวฟ นะคะ ก็คือยกเลิกการแบนการซื้อน้ำมันจากรัสเซียชั่วคราว 30 วันนะคะ ทุกคนก็เริ่มตั้งแต่ประมาณ 10-11 มีนาคมที่ผ่านมาแล้วนะคะ จะไปถึง 11 เมษายนนะคะ ตอนนี้น้ำมันในอเมริกาก็เลยไม่ได้แพงขึ้นมามาก แต่ก็แพงนะ แพงขึ้นมาประมาณ 20-30% นะคะ ตอนนี้เขาอยู่ ที่ลิตรละประมาณ ของเขาเติมเป็นแกลอนนะ แต่ถ้าหารออกมาเป็นลิตรเนี่ย ก็จะประมาณ 30 บาทต้นๆ โอ้โห แทบจะเท่าประเทศไทยเลยนะคะ ซึ่งก็เป็นปกติอเมริกา น้ำมันถูกมากแต่ไหนแต่ไรนะคะ ส่วนทางนาง EU ค่ะ นางกัดฟันคว่ำบาตรรัสเซียต่อไป เพราะว่า เป็นศัตรูถาวรต่อกันนะคะ แล้ว EU เนี่ย เขาทำอะไรเป็นระบบ ไม่ใช่แบบนึกจะทำอะไรก็ทำ แบบอเมริกานะคะ เขาออกกฎหมายอะไรมาเป็นการแบนรัสเซียไปเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้น อยู่ดีๆ จะมาเวฟแบบว่า เฮ้ย ฉันขอยกเลิกการแบนซื้อน้ำมันรัสเซียเนี่ย เขาทำไม่ได้ ด้วยกฎหมายของ EU นะคะ แล้วต่อให้เขาทำได้เนี่ย EU ก็คงไม่ทำ เขาใช้คำว่าอะไร รู้ป่ะ เขาไม่ต้องการที่จะไปเติมเงินให้กับวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ก็คือทุกยูโรที่เขาซื้อน้ำมันจากรัสเซีย เขาก็รู้ว่ามันเป็นเงินที่จะไปสนับสนุนกองทัพกับรัสเซีย ที่จะเอามาสู้รบ แล้วก็ทำให้เกิดความไม่มั่นคงในภูมิภาคยุโรปใช่มั้ยคะ เพราะฉะนั้น เขาก็กัดฟันนะคะ แล้วใช้วิธีแบบว่า ประหยัดพลังงาน หรือว่ากำลังพิจารณาที่จะปล่อยน้ำมันสำรองที่ EU เขาก็มีเยอะเนี่ย ออกมาเพื่อควบคุมราคาน้ำมันนะคะ ก็อันนี้แวะเล่าเนาะ เพื่อให้เห็นว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันก็เดือดร้อนกันทั่วโลกนะคะ โดยเฉพาะนาง EU ก็คือจะค่อนข้างหนักสุด ในขณะที่อเมริกาตัดช่องน้อยแต่พอตัวหนีไปซื้อน้ำมันรัสเซีย ตอนนี้คนที่ยิ้มกว้าง ยิ้มขวาง ยิ้มลึก ยิ้มรื่นที่สุดก็คือปูตินนั่นเองนะคะ เพราะว่าขายน้ำมันรัวๆ มาก

ทีนี้กลับมาที่สถานการณ์ของประเทศไทย จากนี้ไป เราจะเจอกับอะไรนะคะ อ่า หลายๆคนก็จะงงอยู่ ว่าเมื่อวันช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา เกิดอะไรขึ้นใช่มั้คะ ที่เราเห็นข่าวว่า โอ้โห คนแห่ไปเติมน้ำมันที่ปั๊ม ปั๊ม ปตท. พอ ปั๊มบางจาก ปั๊มใดๆ เนี่ย พากันออกประกาศ จำกัดการเติมน้ำมัน 500 บ้าง 700 บ้าง แล้วอยู่ดีๆ ก็ออกมายกเลิกการประกาศ บอกว่าไม่ใช้ แต่พอไปเติมหน้าปั๊มจริงๆ ปั๊มก็บอกว่าให้เติม 500 อะไรก็ไม่รู้วุ่นวายไปหมดเลยนะคะ ถามว่ามันเกิดจากอะไร เอาอย่างงี้ นะคะ กลับมาตั้งต้นใหม่ ตั้งแต่สถานการณ์ เอ่อ สงครามปลาทูขึ้น เมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ แล้วก็ต่อมาต้นเดือนมีนาคมเนี่ย ผ่านไปครึ่งเดือนเนี่ยนะคะ ราคาน้ำมันมันขึ้นใช่มั้ย แบบเมื่อกี้ที่เราพูดกันเรื่องกองทุนน้ำมัน ทีนี้เนี่ย รัฐบาลก็ประกาศว่าจะตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน ประชาชนอย่าตื่นตกใจ สถานการณ์จะคลี่คลายในไม่นานนี้นะคะ เพราะฉะนั้น 15 วันนี้ เราจะตรึงราคาน้ำมันให้อยู่กับที่ไม่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนะคะ ซึ่งตรึงโดยใช้อะไร ก็คือตรึงโดยใช้กองทุนน้ำมันนั่นแหละค่ะ ที่เราบอกไปเมื่อกี้ว่า โห ดีเซลเนี่ย จนถึงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเนี่ย คือต้องเอาเงินไปเติม เพื่อให้ราคาน้ำมันมันอยู่ที่เดิมอ่ะ ลิตรละ 28.3 บาทนะคะ เป็นประวัติการ กองทุนน้ำมันไม่เคยต้องอุดหนุนราคาต่อลิตรมากขนาดนี้มาก่อนเลย เพราะว่าน้ำ น้ำมันมันแพงโดดขึ้นมามากนะคะ ทีนี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเนี่ย มันคือวันที่ 15 คือวันสุดท้ายที่จะมีการตรึงราคาน้ำมันนะคะ เพราะฉะนั้น ประชาชนก็ไม่รู้ไงว่า เปิดมาวันจันทร์น่ะ จะเจอน้ำมันราคาไหนนะคะ ก็แห่กันไปเติมน้ำมัน ในขณะที่ปั๊มน้ำมันเองเนี่ย เขาก็รู้อยู่แล้วว่าเดี๋ยวมันจะเกิดสถานการณ์นี้นะคะ เขาก็เลยประกาศเหมือนกับ Ration แบบว่าจำกัดการซื้อน้ำมันนะคะ ซึ่งก็เดือดร้อนกันไปหมด เช่น เอ่อ ในต่างจังหวัด ห้ามเติมแกลอน เพราะว่าการเติมแกลอนเนี่ย เขาจะตีว่าเป็นการกักตุนน้ำมันนะ ในขณะที่บรรดาเกษตรกรเนี่ย บอกว่าไม่ได้กักตุน รถไถจะให้ขับรถไถมาเติมที่ปั๊มหรอ ไม่ได้กักตุน ฉันเป็นบ่อกุ้ง บ่อกุ้งจะให้ฉันยกเครื่องปั๊มน้ำมาเติมน้ำมันที่ปั๊มได้ยังไง มันก็ต้องเติมใส่แกลอน เพื่อเอาไปใส่ปั๊มน้ำที่บ่อกุ้งอะไรแบบเนี้ยนะคะ เพราะฉะนั้นก็เกิดความกลัวโหลวุ่นวายมาก ซึ่งเราเข้าใจได้นะคะ เพราะว่าประชาชนย่อมไม่ คืออยากจะประหยัดเท่าที่จะเป็นไปได้อ่ะ คือถ้าไม่รู้ว่าวันจันทร์น้ำมันมันจะราคาเท่าไหร่เนี่ย เขาก็พยายามไปกักตุนไปเติม เพราะว่ามันก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับชีวิตพวกเขาใช่มั้ย เวลาน้ำมันมันแพงเนี่ย ต้นทุนในชีวิตมันเพิ่มขึ้นใช่มั้คะ

แต่หลังจากนี้เป็นต้นไปเนี่ย สัปดาห์เนี้ย เราอยู่กับสัปดาห์ที่เชื่อว่ารัฐบาลก็คงจะมีการอุดหนุนนะคะ ทีนี้สิ่งที่น่าคิดเนี่ย ก็คือแล้วจะมีการบริหารกองทุนน้ำมันอย่างไร อย่างที่บอกไปว่าตอนสงครามยูเครนเนี่ย เอ่อ ใช้เงินไปเบ็ดเสร็จ 150,000 ล้านนะคะ ในการอุดหนุนราคาน้ำมันในระยะเวลาที่นานพอสมควรนะคะ ครั้งนี้เนี่ย เผลอๆ อาจจะต้องใช้ในระดับเดียวกัน ก็คือหลักแสนล้านนะคะ ซึ่งรัฐบาลเขาก็ใช้ได้ โดยการออกออก เอ่อ ตัว พรก.เงินกู้นะคะ ทีนี้เนี่ย มันก็เป็นใน เอ่อ ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลนะ ว่าเขาจะอุดหนุนขนาดไหน เพื่อไม่ให้ไม่ให้มันคือมันต้อง Balance นะคะ ระหว่างประชาชนแล้วก็เศรษฐกิจเนี่ย ไม่ได้รับผลกระทบมากเกินไป จากราคาน้ำมันที่มันพุ่งขึ้น ซึ่งมันจะทำให้ทุกอย่างแพงขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าอุดหนุนมาก มันก็จะเป็นหนี้มหาศาล ซึ่งหนี้ นั้นก็คือหนี้สาธารณะ ที่ประชาชนต้องร่วมกันแบกรับอยู่ดีนะคะ เอ่อ สิ่งที่เราคาดว่าจะเห็นคืออะไรนะคะ ก็คือในสัปดาห์นี้เนี่ย เอ่อ รัฐรัฐบาลเขาบอกแล้วเนาะว่าดีเซลเนี่ย เขาจะยังอุดหนุนแน่นอนนะ เพราะว่าอะไร เพราะว่าดีเซลคือน้ำมันที่ใช้เติมรถบรรทุก รถเมล์ รถโดยสารทั้งหมด ซึ่งต้องอุดหนุนแน่ๆ เพราะว่าถ้าไม่อุดหนุนเนี่ย มันจะกระทบกับชีวิตผู้คน แล้วก็ราคาสินค้าทั้งประเทศ เพราะว่าทุกอย่างมันใช้การขนส่ง ใช่ มั้คะ ส่วนเบนซินเนี่ย คำนี้ก็น่ากลัวนะ เบนซินเขาบอกว่าจะขึ้นตามสถานการณ์จริง ขึ้นตามสถานการณ์จริง แปลว่าแปลว่าก็เตรียมใจไว้เลยว่าขึ้นแรงแน่นอนนะคะ เพราะว่ารัฐบาลก็คงจะต้องทุ่มเงินกองทุนน้ำไป กับการอุดหนุนดีเซล เพราะว่ามันเป็นการรักษารักษาสภาวะเศรษฐกิจให้มันนิ่งที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้นะคะ เพราะฉะนั้น เราก็คงจะได้เห็นสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลเนี่ย ที่อุดหนุนแล้วนะ อยู่ที่ทะลุ 30 แน่นอน คือที่ผ่านมาเนี่ย เขาจะอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ภายใน 30 บาทไม่เกินนะคะ แต่สัปดาห์นี้ ฟันธงยังไงก็เกิน ยังไงก็เกินแน่ๆ นะคะ

จะกระทบกับเรามากขนาดไหนนะคะ มันมีสูตรการคำนวณง่ายๆ อยู่แบบนี้นะคะ สำหรับเราคนไทยนะคะ ก็คือทุก 5 ดอลลาร์ที่น้ำมันขึ้นต่อบาร์เรลเนี่ย มันจะขึ้นมา 1 บาทต่อลิตร นึกออกมั้ย เอ่อ จาก 100 เป็น 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มันก็จะขึ้นมา 1 บาท 105 เป็น 110 มันจะขึ้นมาอีก 1 บาทต่อลิตร ก็คูณไปเลยค่ะ 5 ดอลลาร์ 1 บาท 5 ดอลลาร์ 1 บาทต่อลิตรนะคะ นั่นคือราคาน้ำมันที่ยังไม่ถูกอุดหนุน แต่ถ้าให้คาดเดานะคะ คิดว่ารัฐบาลคงจะอุดหนุนไว้ให้มันไม่เกิน 40 เพราะว่าถ้าไม่อุดหนุนเลยเนี่ย 50 นะคะทุกคน ถ้าตอนนี้เราหยุดอุดหนุนน้ำมันปุ๊บ ดีเซลราคา ร่วม 50 ค่ะ อยู่ที่ 48-50 บาทนะคะ แล้วก็อาจจะขึ้นไปอีกนะคะ เพราะฉะนั้นเนี่ย รัฐบาลคงจะอุดหนุนให้อยู่ซักไม่เกิน 40 อาจอยู่ที่ 36 37 38 39 บาท อันนี้ก็อยู่ที่ว่าเขาจะตัดสินใจอย่างไรนะ อยู่ที่นายกรัฐมนตรีแล้วก็ เอ่อ บรรดารัฐมนตรีที่เป็นผู้รับผิดชอบนะคะ แต่ว่าต่อให้มันอยู่ที่ไม่เกิน 40 เนี่ย น้ำมันดีเซลก็ยังจะขึ้นมาเยอะมากพอสมควรอยู่ดี ก็คือจาก 30 มาเป็น 30 ปลายนะคะ เพราะฉะนั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นคืออะไร นี่เรายังไม่พูดถึงราคาน้ำมัน 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเลยนะ เดี๋ยวนะคะคุยให้ชัดเทปนี้ไม่ตรงปกนะคะ คืออย่างที่บอก ไอ้ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเนี่ย ยังเป็นสถานการณ์ระยะไกล ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริง อ่ะ ก็จะเกิดความหายนะระดับรุนแรงแน่นอนนะ คะ แต่เราเอาแบบนี้ สมมุติสมมุติมันถึง 150 สมมุติว่าราคามันไปถึง 150 ซึ่งน่าจะถึง เพราะว่าอะไร เมื่อกี้นี้ต้นรายการที่บอกว่ารัฐมนตรีกาตาร์และโกเมนซคเนี่ย พูดตรงกันว่า ถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อไปมากกว่า 2-3 อาทิตย์ ซึ่งนี่คือสัปดาห์ที่ 3 แล้วเนี่ย มันจะไปถึง 150 ได้นะคะ เอ่อ ก็คือพูดง่ายๆ ถ้าไม่จบภายในสัปดาห์นี้ เจอ 150 แน่นอนนะ คะ ถ้าสมมุติมันเป็น 150 เรื่อยไป จนถึงแตะใกล้ 200 เนี่ย จะเกิดอะไรขึ้นนะคะ เมื่อกี้เราพูดถึง เอ่อ กองทุนน้ำมันไปแล้วนะคะ ถ้ายังอยู่ใน Range 120-150 เนี่ย กองทุนน้ำมันคงยังจะพออุดหนุนไหว นะคะ แล้วก็อยู่ในช่วงที่ค่อยๆ แบกรับ ค่อยๆ ปรับขึ้นนะคะ ปรับขึ้นแล้วก็ค่อยๆ แบกรับสถานการณ์ราคา กันไป แต่ถ้ามันไปแตะแบบเกิน 150 ยาวนานมาก หรือว่าไปใกล้ 200 เนี่ย คิดว่าอันเนี้ย รัฐบาลคงต้องพิจารณาจริงๆ ว่าต้องมีเงินกู้ฉุกเฉินก้อนพิเศษ หรืออะไรก็ตามนะคะ ที่เข้ามาพยุงราคาน้ำมัน ไม่งั้นเศรษฐกิจทางประเทศก็จะพังนะคะ แล้วก็ยังไงก็ยังต้องมีมาตรการประหยัดพลังงานแน่ๆ เพราะว่าถ้าเกิดยังใช้พลังงานกันเท่าเดิมเนี่ย ก็ต้องใช้เงินอุดหนุนกองทุนน้ำมันเพิ่มขึ้นมหาศาลนะคะ ก็วิธีที่ดีก็คงจะเป็นการยังอุดหนุนน้ำมันต่อ ในขณะที่ก็ต้องให้ประชาชนลดการใช้พลังงานลงเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่น มาตรการ Work from home เช่น มาตรการ เอ่อ เพิ่มแรงจูงใจให้ใช้ขนส่งมวลชนใช่มั้คะ ให้ไปใช้รถเมล์รถไฟฟ้ากันมากขึ้น อะไรก็แล้วแต่นะคะ เพื่อที่จะ เอ่อ พยายามลดการใช้พลังงานของประเทศ

ที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างนึงก็คือ ค่าไฟ สิ่งที่จะกระทบกับประชาชนมากๆ เนี่ย คือค่าไฟนะคะ ทุกคนประเมินกันว่า ถ้าราคามันไปถึง 120-150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลนะคะ สำหรับน้ำมัน ซึ่งก็แปลว่าอะไร แก๊สธรรมชาติ แก๊สธรรมชาตินะคะ LNG ที่มาผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยเนี่ย ก็จะขึ้นนะคะ เพราะว่ามันก็ขาดเหมือนกันนะคะ แล้วก็กาตาร์อย่างที่บอกว่ายังหยุดการผลิตอยู่อย่างน้อยก็อีก 2-3 สัปดาห์นะคะ เพราะฉะนั้น ค่าไฟก็อาจจะขึ้นนะคะ แล้วก็ปะเหมาะข้อร้าย เป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยอ่ะ ใช้ไฟมากที่สุดของปี เพราะว่าคือหน้าร้อน มีนาคม เมษายนเนี่ย มันเป็นช่วงหน้าร้อนนะคะ เราก็จะเจอค่าไฟพุ่งแบบ Double ก็คือดับเบิลจากการที่เราใช้พลังงานเยอะ แล้วก็ดับเบิลจากการที่ค่า FT มันจะขึ้นด้วย จากค่าพลังงานที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า นะคะ นอกจากนี้อะไรอีกที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนคนไทย ถ้าราคา น้ำมันยังมันค้างไปตั้งแต่ 120-150 ถึงไปแตะ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล บ่นกันมาแล้วจากแม่พ่อค้าแม่ขาย คือเรื่อง Packaging เกี่ยวอะไรกับ Packaging ทุกคนรู้จักคำว่าผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีมั้ยคะ ฟังดูยาก ปิโตรเคมี พูดง่ายๆ พลาสติกค่ะทุกคน พลาสติก โฟมนะคะ บรรจุภัณฑ์ Packaging ก็คือบรรจุภัณฑ์นะคะ บรรจุภัณฑ์แทบจะ 100% ที่เราใช้กันในชีวิตนี้ โดยเฉพาะมนุษย์ที่แบบชอบชอบสั่งข้าวใช่ไหมคะ Delivery อะไรแบบเนี้ย อ่ะ ดิฉันก็เป็นคนหนึ่งนะคะ พยายามจะลดการสั่งอาหาร Delivery ลง เพราะว่ามันเกิดขยะเยอะเนี่ยแหละนะคะ ทุกอย่างที่เป็นผลิตภัณฑ์แบบ Packaging เนี่ย มันคือผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี พูดง่ายๆ ก็คือเป็นผล ผลิตจากการผลิตน้ำมันนะคะ ตอนนี้เนี่ย สินค้าขาดแล้วนะคะ ถุงพลาสติกนะคะ กล่องพลาสติก หนังยาง ไอ้ก๊อปแก๊ปต่างๆนานาใส่ขนมต่างๆเนี่ย ขึ้นราคาหมดนะคะ บรรดาพ่อค้าแม่ขายเนี่ย ได้รับผลกระทบ 3 ต่ออ่ะ คืออะไร 1 ต้นทุนวัตถุดิบแพงนะคะ เอ่อ เพราะว่าทุกอย่างมันใช้การขนส่งใช่ไหม มันต้องขนส่งจากนา จากไร่ จากฟาร์มมาตลาด จากตลาดก็ต้องไปซื้อมาประกอบอาหารนะคะ ค่าขนส่งแพง เอ่อ ค่าแก๊สขึ้นนะคะ อย่าลืมแก๊สหุงต้มก็ขึ้นนะคะทุกคน ค่าแก๊สขึ้นนะคะ แล้วก็ค่าไฟ นึกออกมั้ย ร้านอาหาร คนประกอบอาหาร ใช้ตู้เย็นแช่ผักอะไรอย่างเงี้ย ก็ต้องใช้ค่าไฟ เป็นส่วนหนึ่งของไอ้ต้นทุนวัตถุดิบนะคะ เพราะฉะนั้น ทั้ง 3 อย่างเนี้ยขึ้น ทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ขายเนี่ย จะได้รับผลกระทบหนักมาก และเมื่อเอาได้รับผลกระทบหนักมาก สิ่งที่เขาจะต้องทำแน่ๆ คือข้าวแกงของทุกท่านขึ้นราคาชัวร์ 10-15 บาทนะคะ อันนี้ไม่ได้การประเมินจากดิฉันนะคะ เป็นการประเมินจากนักเศรษฐศาสตร์นะคะว่า เอ่อ ถ้ามันอยู่ในราคาพลังงานค้างเติ่ง 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเนี่ย ข้าวแกงขึ้นนะคะ บรรดาอาหารที่เป็นอาหารปรุงสำเร็จเนี่ย น่าจะขึ้นในระดับระดับ 10-15 บาทได้เลยนะ คะ อย่างเนี่ย เช้าเนี้ย เราก็เห็นแล้วใช่ไหม ไข่ไก่ขึ้นราคาแล้ว คือทุกคน เอ่อ เวลาที่ราคาน้ำมันมันขึ้นเนี่ย อย่างแรกที่เราคิดคือน้ำมันแพง 2 ก็คือค่าไฟแพง แต่ที่ตามมาติดๆ คืออาหารแพง เพราะอะไรคะ เพราะว่าการเกษตรสมัยใหม่ในโลกทุกวันเนี้ย มันใช้น้ำมันในการขับเคลื่อนทั้งหมด ฟาร์มไก่ ฟาร์มหมู ฟาร์มวัว ทำโคนม ปลูกผัก เกษตรแปลงใหญ่ ข้าว ถั่วเหลือง เอ่อ ข้าวโพด อะไรใดๆ ที่มันเป็นอาหารวัตถุดิบหลักของโลกเนี่ย มันเป็นโรคของเกษตรแปลงใหญ่ แล้วมันไม่ใช่แบบว่า เราไปเกี่ยวข้าวด้วยมือ แล้วก็มาซ้อมมือ แล้วก็แบบกินกันในครัวเรือนใช่มั้ยคะ เพราะฉะนั้นเนี่ย เอ่อ ต้องเรียกว่าราคาน้ำมันเนี่ย มันส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อราคาอาหารของโลกนี้นะคะ เพราะฉะนั้น เมื่อน้ำมันแพงเนี่ย สิ่งที่ขึ้นทันทีก็คือราคาอาหารของทางโลกรวมถึงในประเทศไทยที่จะขึ้นทันที เขาเรียกว่ามันจะเกิด เอ่อ Grocery Crisis นะคะ หรือว่า Global Food Crisis ตามมา ก็คือวิกฤตร้านของชำ คือของที่อยู่ในร้านของชำทั้งหมด แล้วก็อาหารทั้งหมดเนี่ย มันจะราคาแพงขึ้น

อะไรอีกที่จะแพงขึ้น ปุ๋ย งงล่ะสิว่าทำไมปุ๋ยแพงนะคะ ปุ๋ยไนโตรเจนเนี่ยนะคะ ใช้ปิโตรเลียมนะคะ ใช้ เอ่อ ก๊าซธรรมชาติในการผลิต เพราะฉะนั้น เอ่อ เมื่อกระบวนการโปรดักชั่นของน้ำมันเนี่ย มันหยุดชะงักลงเนี่ย ปุ๋ยไนโตรเจนแพงขึ้นอย่างรวดเร็วนะคะ ตอนสงครามยูเครนจำได้มั้ย ก็ปุ๋ยแพงเหมือนกันนะคะ แต่นั่นเป็นเพราะว่ายูเครนกับรัสเซียล้วนเป็นผู้ส่งออก เอ่อ วัตถุดิบทำปุ๋ยด้วยนะคะ แต่ว่ากรณีของรอบนี้เนี่ย ก็คือเรื่องของปุ๋ยไนโตรเจนที่เป็นไนโตรเจนเบส แล้วปุ๋ยที่ เป็นไนโตรเจนเบส ใช้กับพืชชนิดใด คือพืชเศรษฐกิจหลักของโลกค่ะ ข้าวโพด ข้าวสาลี ถั่วเหลืองนะคะ ซึ่งมันก็จะทำให้ราคาอาหารเพิ่มขึ้นอีก จากราคาปุ๋ยที่เพิ่มขึ้นนะคะ จะมีอะไรอีกที่แพงขึ้น ตั๋วเครื่องบิน ตั๋วเครื่องบินจะแพงขึ้น 30-35% นะคะ เอ่อ แล้วแน่นอน ชีวิตของคนไทยเราผูกติดชีวิตกับสายการบิน Low Cost ใช่มั้ย เวลาเราเดินทางต่างจังหวัดเนี่ย เดินทางไปไหนมาไหนเนี่ย เราก็ใช้สายการบิน Low Cost อย่างสบายใจนะคะ Low Cost ตอนนี้ก็จะไม่ Low Cost แล้วนะคะ อย่าไปพูดถึง เอ่อ การบินระหว่างประเทศนะ ซึ่งตอนนี้ เอ่อ เที่ยวบินก็ถูก disrupt มากมาย จากสถานการณ์ตะวันออกกลาง บินขึ้นข้างบนก็ติดสงครามยูเครน บินลงมาข้างล่างก็ติดสงครามตะวันออกกลาง เอ่อ บรรดาสายการบินต่างๆ ก็ต้องเปลี่ยนรูทบินกันวุ่นวายไปหมด เปลี่ยนรูทบินก็ต้องบินอ้อม บินอ้อมก็ใช้น้ำมันเพิ่ม แถมน้ำมันก็ยังแพงอีกนะคะ เพราะฉะนั้น ตั๋วเครื่องบินต่างประเทศ สายการบินในประเทศล้วนแล้วแต่จะแพงขึ้นนะคะ อาจจะ 30-35% ถ้าราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับนี้นะคะ แล้วเมื่อตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น กระทบกับอะไร ทุกคน การท่องเที่ยวค่ะ อย่าลืมนะคะ เศรษฐกิจของประเทศไทยอยู่ได้ ส่วนใหญ่ก็ส่วนสำคัญเลยก็คือเรื่องของการท่องเที่ยว ไม่ต้องพูดถึงนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง ซึ่งจริงๆ มีนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่มากนะ คะ นักท่องเที่ยวที่อื่นๆเนี่ย เขาก็จะมาเที่ยวน้อยลงเหมือนกัน เพราะว่าเรื่องของตัวเครื่องบินมันแพงนะคะ นอกจากตะวันออกกลางแล้ว จีน เกาหลี ญี่ปุ่น เกาหลี ญี่ปุ่น ตอนนี้ก็คือระส่ำหนักมากนะคะ เพราะว่าน้ำมันของเขาเนี่ย เกือบทั้งหมดมาจากช่องแคบมะละกา นะคะ เพราะฉะนั้นเนี่ย สถานการณ์เศรษฐกิจตึงมากทั่วเอเชียเลยนะคะ บรรดาลูกค้าของ เอ่อ น้ำมันจากช่องแคบมะละกา นะคะ เพราะฉะนั้นในสถานการณ์แบบนี้เนี่ย บวกกับราคาตั๋วเครื่องบินที่แพงเนี่ย มันทำให้คนไม่ได้อยากจะเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศนะคะ ลดลงแน่นอน เมื่อนักท่องเที่ยวลดลงเนี่ย อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางระบบก็จะได้ รับผลกระทบนะคะ เมื่อบวกกับค่าครองชีพที่สูง ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าอาหาร Grocery ก็คือสินค้าของชำ บริโภคบริโภคทั่วไปนะคะ เอ่อ ค่าไฟนะคะ มันก็จะนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจนะคะ ที่จะมีปัญหาแน่นอนในปีนี้นะคะ เรียกว่ารับรองรัฐบาลใหม่ของประเทศไทยนะคะ ก็สถานการณ์โลกนำพาซึ่งวิกฤตใหม่มา ซึ่งก็ดูแล้วจะยาวนานต่อเนื่องนะคะ ย้ำอีกครั้งว่าอย่างที่ชอบบอกไป ต่อให้สงครามยุติลงภายใน 1 เดือน สถานการณ์ก็ไม่กลับมาปกติในวันถัดไปนะคะ มันก็ต้องใช้เวลาในการฟื้นไอ้ Supply Chain ของน้ำมันอีกเป็นเดือนนะคะ ทำไมก็เพราะว่าอย่างที่บอกนะคะ มันไม่ใช่แอร์ เปิดปุ๊บ ปิดปุ๊บ ปิดปุ๊บ เปิดปุ๊บได้นะคะ เวลาที่สายพานการผลิต เอ่อ อุตสาหกรรมน้ำมันเนี่ย มันถูกหยุดชะงักลง หรือเขาต้องปิดโรงกลั่น หรือปิดโรงก๊าซเนี่ย พอจะกลับมาใหม่เนี่ย มันใช้เวลาเป็นเดือน เพราะฉะนั้นเนี่ย เอ่อ ภายใน 2-3 เดือนนี้ เราก็ต้องเตรียมรับมือกับผลกระทบที่จะตามมาจากราคาน้ำมันที่จะค้างแพงขึ้นอย่างต่อเนื่องนะ คะ

เอ่อ แล้วอะไรอีกที่เราจะสามารถทำได้ภายใต้สถานการณ์นี้นอกจากรอว่ารัฐบาลจะอุดหนุนกองทุนน้ำมันเท่าไหร่ ราคาเท่าไหร่ มากน้อยแค่ไหนยังไง เอ่อ ช่อคิดว่าตอนเนี้ย เป็นเรื่องสำคัญมากๆ ที่เราคงต้องติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิดจริงๆ นะคะ อย่างใกล้ชิดจริงๆ เพราะว่าสุดท้ายแล้วอ่ะ ถึงจะบอกว่าสงครามหยุดแล้ว มันก็ไม่ได้หมายความว่าน้ำมันจะกลับมาถูกลงในวันรุ่งขึ้น แต่มันต้องหยุดก่อนค่ะทุกคน สงครามมันต้องหยุดก่อนนะคะ แล้วเดี๋ยวเราค่อยๆ เห็นราคาน้ำมันปรับลงนะคะ เพราะฉะนั้นก็คงต้องช่วยกันติดตามสถานการณ์ เอาใจช่วยว่าให้สถานการณ์ เอ่อ อิหร่าน-สหรัฐเนี่ย คลี่คลายโดยเร็ว นะคะ ในระหว่างนี้ สิ่งที่เราต้องติดตามมีอะไรอีก ก็คือรัฐบาลจะสามารถหาน้ำมันจากที่อื่น หรือแหล่งเชื้อเพลิงจากที่อื่นมาทดแทนได้จริงหรือไม่นะคะ สำคัญก็คือตัวน้ำมันนะคะ น้ำมันที่จะเติมเนี่ย ดีเซล เบนซินเนี่ยนะคะ กับตัว LNG ซึ่งใช้ในการผลิตไฟฟ้า นะคะ ซึ่งเมื่อกาตาร์หยุดการผลิตไปเนี่ย เราจะเอาจากที่ไหนนะคะ เอ่อ รัฐบาลพูดถึงน้ำมันจากรัสเซีย ว่าจะไปซื้อน้ำมันจากรัสเซียมาได้ ซึ่งรัสเซียเขาขายอยู่แล้วค่ะ ขนาดอเมริกาเขาก็ยังขายเลยใช่มั้คะ ตอนนี้ปูตินรับทรัพย์นะคะ นั่งนับเงินไม่หวาดไม่ไหว นะคะ แต่ว่าน้ำมันจากรัสเซียเนี่ย มันก็ไม่ได้จะมาชดเชยน้ำมันจากตะวันออกกลางได้ 100% นะคะ เพราะว่าอันนี้แบบเทคนิคนิดหน่อยนะ น้ำมันจากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะจากอิหร่านเนี่ย มันเป็น Industrial Standard คือ มันมีลักษณะความข้นหนืดที่พอดี ไม่ได้เบามาก ไม่ได้หนักมากนะคะ แล้วก็เลยทำให้โรงกลั่นทั่วโลกเนี่ย ไอ้ใช้ไอ้น้ำมันเนี้ย เป็น Standard หลักในการกลั่นกลั่นน้ำมันนะ คะ ทีนี้ น้ำมันจากรัสเซียเนี่ย มันหนืด เพราะฉะนั้น เอาเข้ามากลั่นเนี่ย ก็ต้องใช้โรงกลั่นที่มีศักยภาพสูงนะ ชอบไม่ได้มีความรู้มากพอว่าโรงกลั่นในไทยเนี่ย เอ่อ มีศักยภาพในการกลั่นน้ำมันจากรัสเซียมากน้อยแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ เนี่ย ค่ากลั่นมันจะแพงกว่าน้ำมันจากตะวันออกกลางนะคะ เพราะฉะนั้นแน่นอน การแสวงหาแหล่งน้ำมันทางเลือกเนี่ย เป็นเรื่องที่ควรจะทำสำหรับรัฐบาล แต่ว่าก็แค่จะบอกเผื่อไว้ว่า มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะว่าน้ำมันจากแต่ละที่มันไม่ได้เหมือนกันนะ น้ำมันเวเนซุเอลา น้ำมันรัสเซียเนี่ย หนืดหนักข้น ต้องใช้ศักยภาพการกลั่นสูง ต้นทุนการกลั่นสูงกว่านะคะ ในขณะที่น้ำมันไอ้ที่มันเป็นน้ำมัน Standard อย่างน้ำมันจากตะวันออกกลางเนี่ย มันมีลักษณะที่ เอ่อ เข้ากับโรงกลั่นทั่วไปได้มากกว่า โดยปกติแล้วก็ใช้ผสมกันใช่ไหม แต่ว่าตอนนี้ก็ต้องดูแล้วล่ะว่าจะแก้สถานการณ์หน้างานได้อย่างไรนะคะ

แล้วก็เรื่องสุดท้ายที่เราทำอะไรได้นะคะ อันนี้ก็ย้ำอีกครั้งว่า ในสถานการณ์แบบนี้เนี่ย เราต้องตระหนัก อย่าตระหนกนะคะ พูดคำนี้ก็ฟังดูเชยมาก แต่ว่าที่เห็นไปแห่เติมกันในปั๊มเนี่ย 1 เราเข้าใจได้ว่าทุกคนต้องพยายามรับมือกับราคาน้ำมันแพงใช่มั้คะ แต่สุดท้ายแล้วเนี่ย ยังไงมันก็ต้องเติมในราคาที่แพงค่ะทุกคน เราจะไปกักตุนไว้แค่ไหน มันก็สถานการณ์มันไม่ได้จบใน 3 วัน 7 วัน เพราะฉะนั้น ในเมื่อเราต้องเผชิญกับน้ำมันที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่องแน่ๆ เนี่ย เพื่อไม่ให้กองทุนน้ำมันต้องแบกรับภาระ ด้วยการอุดหนุนน้ำมันมาก เพื่อไม่ให้ตัวเราเองแบกรับภาระน้ำมัน เพราะถึงแม้ว่าจะอุดหนุนกองทุนแล้ว น้ำมันมันก็แพงขึ้นอยู่ดีเนี่ย เราก็ต้องคิดถึงวิธีการที่จะ เอ่อ เดินทางน้อยลงนะคะ ใช้น้ำมันน้อยลงจริงๆ นะคะ แล้วก็แน่นอน พูดในหน้าร้อน แต่บอกว่าให้ใช้ไฟน้อยลงเนี่ย ก็เป็นเรื่องที่โหดร้ายมากใช่มั้คะ แต่ว่ามันก็อาจจะต้องคิดถึงวิธีการแบบนี้จริงๆ นะคะ เพื่อที่เราจะผ่านสถานการณ์ยากลำบากที่เป็นกันทั้งโลกนี้ไปให้ได้นะคะ เอ่อ สุดท้ายแล้วก็ เอ่อ อย่างที่บอกนะคะ ติดตามสถานการณ์กันอย่างใกล้ชิดนะคะ แล้วก็คอยเอาใจช่วยให้พวกเราทั้งโลกนี้ นะคะ ผ่านสถานการณ์วิกฤตน้ำมันครั้งใหม่ไป ด้วยกันค่ะ และนี่ก็คือคุยให้ชัดกับพรรณิกา ค่ะ