Transcription
คำสอนองค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
จงพากันมีสติคอยระวังตัว อย่าให้เป็นคนประเภทใบลานเปล่า เรียนเปล่า และตายทิ้งเปล่า ไม่มีธรรมอันเป็นสมบัติของตนอย่างแท้จริงติดตัวบ้างเลย
ลองหลับตาลงช้าๆ แล้วปล่อยให้ใจได้ทบทวนประโยคนี้ดู ใบลานในสมัยก่อนก็คือสมุดที่ใช้จดจารึกตำรา องค์หลวงปู่ท่านกำลังเตือนสติพวกเราว่า อย่าปล่อยให้ตนเองเป็นดั่งตู้กระจกที่เก็บคัมภีร์ไว้สวยหรู แต่ไม่เคยนำมาน้อมปฏิบัติจริง เราอาจจำบทสวดได้ยาวเหยียด อ่านหนังสือธรรมะมานับไม่ถ้วน รู้หมดว่าความโกรธเป็นไฟ ความโลภเป็นพิษ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเผชิญกับบททดสอบ มีผู้มากล่าววาจาให้ขัดใจแล้ว เรายังปล่อยให้ไฟนั้นเผาใจตนเองจนร้อนรุ่มทุรนทุราย หากเป็นเช่นนั้น ความรู้ธรรมะทั้งหมดที่มีก็หาได้เกิดประโยชน์อันใดไม่
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยตรัสเปรียบเทียบเอาไว้ว่า คนพาลแม้นนั่งใกล้บัณฑิตอยู่ตลอดชีวิตก็ไม่รู้รสแห่งธรรม เปรียบเหมือนทัพพีที่ไม่รู้รสแกง ทัพพีตักแกงอยู่ทุกวัน แต่หาได้ซึมซับรสชาติของแกงนั้นได้เลย ใจผู้ที่เอาแต่จดจำแต่ไม่เคยน้อมนำมาปฏิบัติก็เป็นเช่นนั้น
ธรรมะที่แท้จริงมิใช่การประลองปัญญาว่าผู้ใดจดจำได้มากกว่ากัน แต่คือมีสติ รู้ทันใจตนเองในวินาทีที่ความทุกข์หรือความโกรธเข้ามากระทบ แล้วสามารถปล่อยวางลงได้เบาสบาย สิ่งนั้นต่างหากคือธรรมะที่เป็นสมบัติอันแท้จริง ที่ไม่มีผู้ใดจะช่วงชิงไปจากใจเราได้
วันนี้ลองถามใจตนเองดูเถิดว่า เรากำลังน้อมนำธรรมะมาอาบชะโลมใจ หรือเพียงจดจำไว้เพื่อโอ้อวดผู้คน ค่อยๆ กลับมารู้สึกตัว หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ ดูแลรักษาใจของตนเองให้ดี