Transcription
กระทรวงวัฒนธรรมเนี่ยเป็นที่ที่น่าสนใจมาก เรานำเสนออะไรให้กับโลกนี้ได้ที่เขาอยากได้จากเรานะ แล้วคนอื่นทำไม่ได้ คนไทยอ่ะเป็นคนที่เราใช้คำว่ามีความรุ่มรวยทางวัฒนธรรม ต้นทุนทางวัฒนธรรมอันเนี้ยทำไมเราไม่สามารถทำให้มันดีกว่านี้ได้
หลายสิบปีที่ผ่านมาเนี้ย Time ใดๆอ่ะถูกมองว่าเป็นของผิดของถูก รักอ่ะมองประชาชนเป็นเด็ก อันนี้ห้ามทำ อันนี้ให้ทำ เราต้องเชื่อใจประชาชนมากกว่านี้ เราไม่ค่อยให้ค่าของความคิดและแรงงาน เราเสียเงินซื้อเทคโนโลยีแพงๆ เราเสียได้แต่เราเสียเงินค่าความคิดถึงค่าแรงไม่ได้ ไม่รู้ทำไม อันเนี้ยมันก็คือวัฒนธรรมเหมือนกัน มันเปลี่ยนได้ ถ้าเราสามารถจะสื่อสารให้คนในประเทศกันเองเนี่ยเห็นค่าของสิ่งเหล่าเนี้ยในแง่ของการเป็นสมองหรือเป็นทักษะที่มีคุณค่าได้
ถ้าอาจารย์อ้อนมาช่วยในเรื่องของด้านความมั่นคงเนี่ย ผมจะเห็นภาพด้านเศรษฐกิจโอเค ด้านการเกษตรโอเค วัฒนธรรมจะทำให้ชีวิตคนไทยดีขึ้นอย่างไรถ้าเกิดมีความแข็งแกร่งจริงๆ อ้อนน่ะเป็นเทคโนแลตนะ อ้อนเป็นนักวิชาการ อ้อนเนี่ยเอาหนังสือเอาเงินทุนของรัฐบาลไทยไปเรียนหนังสือ ปริญญาโทปริญญาเอก ตั้งรวมแล้วก็ 6-7 ปีนะ เป็นเงินเยอะนะ เราก็รู้สึกว่าเราเอ่อติดหนี้ประเทศนี้นะ ถึงเราจะสอนหนังสือไปแล้วเนาะที่จุฬาเราใช้ทุนหมดไปนานมากแล้ว แต่ว่าเรารู้สึกว่าเอ้ยเราเราก็ได้ไปเห็นโลกมาเยอะเนาะ แล้วก็เราก็มีหน้าที่จะต้องแชร์กับคนอื่นเนาะ แบ่งปันว่าจริงๆเนี่ย มันดีกว่านี้ได้นะที่เห็นๆอยู่เนี่ย แล้วจริงๆปกติเนี่ยถึงไม่มีใครมาถามในเรื่องสิ่งที่เราพอจะรู้อยู่บ้าง เราคิดว่าเราพอจะรู้อยู่บ้างเนี่ยเราก็บอกคุณแล้วนะ หมายถึงบางทีเวลามีใครทำอะไรเราก็เขียนหนังสือบ้าง เขียน Facebook บ้าง เขียนอะไรอย่างเงี้ยเพื่ออยากจะบอกกับสาธารณะอ่ะว่าจริงๆสิ่งที่มันควรจะเป็นน่ะเป็นยังไงในความเห็นของเรา
ในเรื่องของนโยบายศิลปะพัฒนธรรมเนี่ย ปกติเราก็บอกชาวบ้านอยู่แล้วว่ามันน่าจะทำแบบนี้ได้นะ เราที่เราทำทุกอย่างเนี่ยเนี่ยไม่ใช่เราไม่อยากเอ่อจะได้ประโยชน์กับตัวเองนะ แต่อ้อนเชื่อว่าถ้าเราเนี่ยได้ประโยชน์อยู่คนเดียว เราก็อยู่ในที่ที่มันไม่ได้อยู่อ่ะ มันต้องทุกคนเนี่ยได้ประโยชน์ไปพร้อมๆกัน ทุกคนอ เอ่อมีกินมีใช้ไปพร้อมๆกันน่ะ มันถึงจะเป็นสังคมที่แน่อยู่ สมมุติว่าเรา เอ่อได้ประโยชน์อยู่คนเดียว เรารวยอยู่คนเดียวแล้วคนที่เหลือมันลำบากอ่ะ มันจะอยู่ไงอ่ะ
ถ้าอาจารย์อ้อนมาช่วยในเรื่องของด้านความมั่นคงเนี่ย ผมจะเห็นภาพว่าโอโอเคมันจะด้านเศรษฐกิจโอเค ด้านการเกษตรโอเค วัฒนธรรมจะทำให้ชีวิตคนไทยดีขึ้นยังไงถ้าเกิดมีความแข็งแกร่ง
ต้องเห็นภาพใหญ่นิดนึงว่าสมมุติว่าเราเห็นภาพประเทศในโลกนี้เนาะ มันแต่ละเหมถ้าเราเห็นภาพเหมือนการทำงานกลุ่มนะ แต่ละคนเนี่ยมันก็มีจุดแข็งจุดอ่อนคนละ คนละแบบกันเนี่ย สมมุติเราทำงานกลุ่มกับเพื่อนเรา บางคนเพื่อนคนนี้มันเก่งเลศเว้ย เพื่อนคนนี้มันคุยเก่ง เพื่อนคนนี้มันเอ่อเอ่อทำกับข้าวเก่ง เพื่อนคนนี้มันไปคุยกับครูเก่ง แต่ละคนน่ะมีศักยภาพไม่เท่ากัน ทีเนี้ยถ้าเรามองภาพทั้งโลกอย่างเงี้ย ประเทศไทยเนี่ยมันดียังไงนะ เรานำเสนออะไรให้กับโลกนี้ได้ที่เค้าอยากได้จากเรานะ แล้วคนอื่นทำไม่ได้
อ้อรู้สึกว่าถ้าทำเราเข้มแข็งมาก เพราะจริงๆคนไทยอ่ะเป็นคนที่เราใช้คำว่ามีความรุ่มรวยทางวัฒนธรรม คือเราอ่ะจริงๆในแง่ของเอ่อภูมิศาสตร์ สภาพภูมิศาสตร์ สภาพเอ่อภูมิประเทศของเราเนี่ย ภูมิอากาศด้วย มันอ่ะมันร้อนแหละนะ แต่มันไม่มีใครตายเพราะร้อน มันไม่ถึงถึงขั้นแบบเวลาร้อนในเอ่อยุโรป หรือในแอฟริกา หรือในอินเดียที่มันถึงขั้นมีคนตายเนาะ เราร้อนแหละแต่เราก็มีร่มพอให้หลบเนาะ เอ่อมันไม่ได้หนาวจนแบบเกินไป เพราะฉะนั้น น่ะชีวิตเราชิลๆ
วัฒนธรรมเนี่ยมันเป็นเรื่องของมนุษย์ วัฒนธรรมคือสิ่งที่มนุษย์เนี่ยสร้างขึ้นมาแล้วเอ่อมันกลายเป็นเอ่อเรียกว่าจะใช้คำว่าอัตลักษณ์ก็ได้นะ ประจำของพื้นที่หนึ่งๆที่คนจำนวนมากเนี่ยเอ่อแบ่งปันกันเข้าใจกันว่าอันเนี้ยคือสิ่งที่เราทำ ทีเนี้ยเราเนี่ยมีวัฒนธรรมที่น่าสนใจ เพราะว่าอย่างที่บอกว่าเราเป็นประเทศชิลๆ ประเทศที่แบบอยู่ในไม่ร้อนเกินไปไม่หนาวเกินไปเอ่อพืชพันธุ์ธัญาหารอะไรของเราก็ถือได้ว่าอุดมสมบูรณ์นะ โยนๆอะไรไปเดี๋ยวมันก็ขึ้นเป็นต้นเออ มันคือให้มันไม่ขึ้นน่ะยากกว่าจริงๆ บางทีเนี่ยไม่อยากให้ขึ้นมันก็ขึ้น เพราะฉะนั้นเนี่ย มันเลยทำให้เราเนี่ยมีมีวัฒนธรรมที่ร่ย เป็นต้นทุนที่สูงมากที่ที่เราไม่ค่อยได้ใช้
ตอนเนี้ยที่เราใช้อยู่เนี่ยเราขายกันแค่การท่องเที่ยวเนาะ เป็นหลักจริงๆเราดิฉันเชื่อว่าเราทำได้มากกว่านั้นเยอะ แล้วก็ตอนเนี้ยเห็นเราเห็นภาพอีกภาพนึงเนาะ นักเรียนเนี่ยเด็กๆนะ ใครเรียนเลขไม่เก่งเนาะ ใครเรียนวิทยาศาสตร์ไม่เก่งเรียนฟิสิกส์ห่วยอะไรอย่างเงี้ยคือเด็กที่แบบแบบพ่อแม่ไม่รักอ่ะ เพราะว่าเรียนไม่เก่งไง ในไม้บรรทัดของการวัดแบบการศึกษา แต่ว่าอ่ะเอ่อสเต็มแล้วกันนะสายสเต็มนี่คือสายที่แบบสายที่มาใช่มั้ แต่ว่าคนมันก็มีเด็กที่เก่งเรื่องอื่นไง รำเก่ง วาดรูปเก่ง ทำกับข้าวเก่ง เอ่อประดิษฐประดอยเก่งอะไรอย่างเงี้ย แล้วเราอึมันอยู่ในอยู่ใน DNA เรานะ เรามีคนแบบเนี้ยเก่งอย่างเงี้ยเยอะๆ ทำผมเก่ง แต่งหน้าเก่งอ่ะ แต่เราไม่ค่อยให้คุณค่ากับเค้าอ่ะ เพราะเราไม่คิดว่าเราเนี่ยจะทำให้เอ่อ DNA เนี้ยมันไปต่อได้ยังไงที่มันมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้
ก็เลยคิดว่าศิลปะวัฒนธรรมของเราเนี่ยมันอยู่ข้างในตัวคนน่ะ เราเป็นเรามีของเหลือเยอะอ่ะ เราก็ชอบเอาของมาประดิษฐประดอย เราก็ชอบเอาของมาทำนู่นนี่นั่น แล้วคนเหล่าเนี้ยเควรจะได้เค้าควรจะได้ เอ่อความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้ หรือเค้าไม่ควรจะถูกดูถูกว่าเฮ้ยเรียนเลขไม่เก่งอ่ะ ที่พูดนี่คือดิฉันเรียนเลขเก่งมากนะ แต่ว่าเรารู้สึกว่าเอ้คนที่มันเรียนเลขไม่เก่ง ไม่ได้แปลว่าเค้าโง่ไง เค้าเก่งอีกแบบนึง ใช่มั้ เพราะฉะนั้นเนี่ยเราจะพัศักยภาพของคนเหล่าเนี้ยซึ่งอาจจะเกินครึ่งของประเทศด้วยซ้ำเนี่ย ให้เป็นเอ่อภาษาการลงทุนคุณจะบอกเป็น asset เป็นเป็น somebody เป็นต้นทุนที่ดีของเราได้ยังไง
ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้คุณภาพชีวิตเค้าดีขึ้น อแน่นอนถ้าเราถ้าเราสามารถจะทำให้สิ่งเนี้ยมันมากไปกว่าที่เราทำอยู่ตอนนี้ คนไทยนวดเก่งมาก ทำไมเราถึงไม่มีการจัดการเรื่องการนวดให้มันให้มันได้มาตรฐานกว่านี้ ทำไมยังต้องมีผีน้อยที่หนีไปแอบรับจ้างนวดที่ประเทศต่างๆที่เกาหลีอะไรอย่างเงี้ย มีน้ำเอ่อเทอรปิที่อ้อนนวดอยู่ประจำ บางทีหายไปแล้วไปไหนเนี่ย หนีไปเกาหลี แล้วก็โดนจับกลับมาใหม่ ซึ่งทำไมเราไม่ทำอันเนี้ยให้มันให้มันดีๆ อ่ะ เป็นกิจลักษณะไปเลย แล้วให้ได้ตังค์เยอะๆ เออแบบที่แบบว่ามีการรับรอง มีการส่งไปอย่างจริงจังเออแล้วก็สามารถเค้าก็ได้ไม่ต้องโดนหลอกออกเก็ไม่ต้องโดนจับในฐานะคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย เนี่ยอย่างเงี้ย แล้วเราก็สามารถจะสื่อสารกับโลกนี้ได้ว่าเออไอ้นวดไทยเนี่ยมันดี ยังไง
เนี่ยต้นทุนทางวัฒนธรรมอันเนี้ยทำไมเราไม่สามารถทำให้มันให้มันดีกว่านี้ได้ แล้วมันก็จะลไปถึงอ่ะ สมุนไพรของไทยๆต่างๆที่จริงๆเราทิ้งๆขว้างๆมากเลยนะเนี่ย ขิงค่ะตะไคร้เป็นมะกรูดอะไรที่เอามานวด เอามาทำไมเราไม่สามารถจะสื่อสารในโลกนี้ได้ว่าไอ้วัฒนธรรมอันเนี้ยมันดีมากเลย โดยเฉพาะณเวลาเนี้ยที่คนทั้งโลกอ่ะมันเครียด ทุกคนมาถึงเมืองไทยอยากนวด แล้วทุกคนก็เพื่อนๆต่างชาติอ้อนเนี่ยอิจฉามาก เพราะอ้อนก็บอกว่าไม่ไหวแล้ว วันนี้มันเหนื่อยฉันจะเดินไปนวด 2 ชั่วโมง เดี๋ยวกลับมาคุยกันใหม่ แล้วทุกคนก็จะแบบว่าเรานวดกันได้ใน 2 ชั่วโมงในราคาแบบ 600 บาทอ่ะ มันเป็นไปไม่ได้อ่ะที่ 600 นี่คือแพงแล้วด้วยนะ นวดดีด้วย ดีมากด้วยทีเนี้ย ทำไมเราถึงไม่สามารถทำสิ่งเนี้ยให้มันเป็นวัฒนธรรมที่เราที่มันที่มันเจ๋งได้ อ่ะแล้วเราสามารถจะให้กับโลกนี้ได้
อันนี้คือสิ่งที่เราคิด
อาจารย์ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศไปสอนหนังสือทั้งที่เยลเนาะ ที่โคลัมเบียเนาะ ไปจัดนิทรรศการต่างประเทศนะ มุมมองที่คนต่างชาติที่อาจารย์ไปเจอเนี่ย แล้วเมองมองกลับมาที่ประเทศไทยเนี่ย เค้าเห็นเราเป็นยังไง เค้ายังถามมั้ว่าเอ้ยยังขี่ช้างไปโรงเรียนอยู่มั้อะไรเงี้
ก็ส่วนนึงมีนะ มันมันก็ จริงๆต้องต้องแบ่งเป็นง่ายๆแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ก็มีคนต่างชาติกลุ่มนึงที่ยังเห็นความเค้าเรียกว่าอะไรนะความexotic ของประเทศไทย ที่แบบว่าอยากเห็นเราแบบนั้นน่ะ จริงๆเค้าเค้าอยากเค้ายังอยากเห็นสิ่งนั้นอยู่ เอ่อมันก็จะมีความเค้าเรียกอะไรคลีเชเนาะ ของของภาพลักษณ์บางประการ แต่จริงๆส่วนนึงเราก็ขายด้วยนะ เราก็ยังขายแบบขี่ช้าง เราก็ยังขายลำไทยอยู่ เราก็ยังขายรถตุ๊กๆต้องมานะ เออตุ๊กๆก็ยังพอไหวนะ มันก็ยังร่วมสมัยนะ แต่มันจะมีของที่แบบว่าอ้าว ทำไมยุงไม่อยู่บ้านไทยอ่ะ โหยุงเยอะตาย ใครจะอยากอยู่ใช่มั้ ไม้มันแพงไม้อพูดอย่างงี้เลยเนี่ย เก็ถามว่าเอ้ยคุณเป็นสามนิกมาจากเมืองไทย คุณไม่เห็นทำบ้านจากไม้เลย บอกโอโหใครจะมีปัญญาสร้างบ้านไหมศักดินะตอนนี้เนี่ย คือมันต้องรวยมากๆเลยนะ เพราะว่าคนตอนเนี้ยคนทั่วไปก็สร้างบ้านด้วยคอนกรีตนี่แหละ สร้างบ้านด้วยเอ่อผนังสำเร็จรูปนี่แหละ คือถ้าสร้างบ้านด้วยไม้สักนี่มันจะมีกลิ่นของอ้อ global warming อะไรอย่างงี้มาก็ว่ากันไป ใช่มันแบบโอ๊ยนี่เราแบบว่าใช้วัสดุแบบว่า เอ่อรักโลกอะไรอย่างงี้ แต่ว่าอันนั้นก็จะ มีกลุ่มกลุ่มนึงอีกกลุ่มนึงเนี่ยเขาก็จะมองว่าเอ้อคนไทยสนุกนะ คนไทยใจดีนะ คนไทยแบบอลุ้มอร่วย คนไทย flexible ซึ่งก่อนหน้าเนี้ยดิฉันน่ะไม่เคยรู้สึกว่าเรามีลักษณะแบบนี้ จนกระทั่งพอไปทำงานที่ต่างประเทศเยอะๆเนี่ยรู้สึกว่าเราอ่ะ เราปรับตัวง่าย อื เราก็เวลามันมีปัญหาขึ้นมาเราก็จะแบบว่าเออมันทำยังไงให้ที่จะแก้ปัญหานี้ได้นะ โดยที่แบบว่ามันไม่ต้องไม่ต้องไม่ต้องชน น่ะ ไม่ต้องชนให้ตายกันไปให้หมด เอาตัวผลลัพธ์เป็นที่ตั้ง ไม่ต้องมานั่งแบบว่าเธอเป็นคนไม่ดีฉันเป็นคนดีอะไรเงี้ยไม่ใช่ก็คือเรามาคิดว่าเอ้ยเรามันจะมาช่วยกัน เอ่อแก้ไขให้มันรู้เรื่องไปได้ยังไง แต่คนประเภทนั้นเป็นเมืองไทยมีไม่น้อยนะ ประเภทเชิญคนดีนะ ไม่ใช่คนดีค่ะแก้ปัญหาเป็นคนแก้ปัญหา คือแล้วเค้าก็จะรู้สึกว่าเราเราแบบเข้าใจ เราไม่เรามีหลักการแต่เราไม่ต้องชนไง ซึ่งเออแต่ก่อนเไม่เคยรู้สึกว่าเราพิเศษ แต่ว่าหลังๆคนจะพูดเรื่องเนี้ยเยอะว่าเออทำงานกับคนไทยมันสนุกดีเนอะ มันสบายใจนะ มันเอ่อไม่แบบว่าไม่เหนื่อยไม่เหนื่อยแบบเหนื่อยใจอ่ะ เอออันเนี้อันนั้นอันเนี้เป็นอันที่เ้า รู้สึกแล้วก็ทำให้เขารู้สึกว่าเออสักพักจะเริ่มมีคนถามว่าเมืองไทยนี่อพาร์ทเมนต์มันแพงมั้ย คนจะเริ่มแบบอยากมาอยู่เตรียมของวีซ่ามาเที่ยวอะไรอย่างเงี้ยเอ้ยฉันอยากจะรู้จริงๆว่าวีซ่ามันยากมั้ยเนี่ย อะไรอย่างเงี้ยซึ่งอ้อนว่าเรามีเรามีดีเยอะแล้วจริงๆเนี่ยอาจจะอาจจะบอกได้ว่าสิ่งที่ดีที่สุดในเมืองไทยเนี่ยคือคนไทยนี่แหละ คนไทย คนไทยนี่แหละคนไทยในเชิงวัฒนธรรมเนี่ยต้องใช้คำว่าสุดยอดนะ ตลกที่สุดแล้วอ่ะคือถ้าเราขายไอ้ความตลกเนี่ยเป็นสินค้าส่งออกได้คือเรารวยมาก คือโฆษณาตลกเรานี่ อาจารย์เออใช่อันเนี้ยอันนี้เนี่ย 1 แต่ นี่มันแค่ 1 อันเองในโฆษณามาแต่ว่าทุกอย่างอ่ะเราทำให้มันตลกได้หมดเลยอ่ะ เรามีความคิดสร้างสรรค์สูงส่งมากๆจนแบบบางทีเห็นค่าอ่านในโซเชียลีเดียต่างๆเอยากจะกราบว่าแบบเฮ้ยคิดได้ไงอ่ะคือเก่งเก่งจังเลยอ่ะคือแบบนี่มันอยากจะถ้าสามารถมีอำนาจในการถวายดุษฎีบัณฑิตอยากจะถวายดุษฎีบัณฑิตเพราะมันเก่งจริงๆ ในหลายๆทางคนไทยแบบสามารถพลิกแพลงสนุกสนานครับ เอ่อตลกโปกฮา แล้วเรื่องที่มันที่เหมือนจะคอขาดบาดตาย มันก็จะซอฟลง เราเราเก่งในการทำให้สถานการณ์มันแบบเบาลงนิดนึง หย่อนๆนิดนึงอะไรอย่างเงี้ย อันเนี้ยดิฉันว่าเราเก่ง
จากทั้งหมดนั้นเราสามารถมาต่อยอดเป็นสมมุติว่าใช้คำว่า creative economy ยังไงอาจารย์ อ่ะต้องต้องเริ่มก่อนเลยว่าเราต้องมองก่อนว่าวัฒนธรรมอ่ะไม่ควรเป็นของแช่แข็ง อันเนี้ยมันมีเอ่อประเด็นอยู่นิดนึงคือวัฒนธรรมเนี่ยมันถูกมองเป็นของมีผิดมีถูก เป็นของอันเนี้คือของที่ถูกอันนี้คือของที่ผิด ซึ่งมันไม่ควรจะมีคำว่าผิดหรือถูก วัฒนธรรมเนี่ยมันเป็นของที่มีพลวัต เปลี่ยนอยู่ตลอดเวลามันมีวัฒนธรรมดั้งเดิมเนาะแล้วมันก็มีวัฒวัฒนธรรมร่วมสมัยเนาะซึ่งจริงๆมันก็ต่อยอดมาจากของดั้งเดิมนั่นแหละ แต่ว่ามันก็ปรับปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลาเนาะ เอ่อเวลาที่มีเอ่อข้อมูลใหม่ๆ มีเทคโนโลยีใหม่ๆ มีเอ่อวัสดุใหม่ๆ ทุกอย่างมันก็ปรับไปทีเนี้ยถ้าเราถ้าถ้าเรายอมรับได้ก่อนว่าวัฒนธรรมเนี่ยเป็นของที่ปรับเปลี่ยนได้มีพลวัตเลื่อนไหลเราจะสามารถทำอะไรกับมันได้เยอะมากเช่นอ ดิฉันจำได้ว่าเมื่อ 2-3 ปีที่แล้วมีคนทำขนมเป็นรูปพระ แล้วเราไปสั่งให้เค้าเลิก หน่วยงานราชการไปสั่งให้เค้าเลิก ซึ่งดิฉันบอกว่ายิดูใจตอนนั้นว่าทำไมวะ มันไม่ดียังไงหรอ แต่ทำไมเราถึงทำขนมเป็นรูปพระไม่ได้อ่ะ เราไปเที่ยวเราไปเที่ยวญี่ปุ่น ไปเที่ยวเอ่อวัดใดๆเนี่ยมันมีคุกกี้โมจิมีอะไรเป็นรูปพระกินเข้ามากัดเข้ามาไส้ไหลอะไรอย่าง เงี้ย เราก็ตื่นเต้นยินดีกันอีก แต่พอมันเป็นอันเนี้ยทำไมเราถึงคิดว่ามันทำไม่ได้ มันความหวงแหนอะไรบางอย่างอ่ะอาจารย์ไง คือจริงๆดิฉันว่ามันมีของจำนวนมากที่เราเราไปไปเซตว่ามันมีของถูกของผิดอันนี้มันต้องแตะไม่ได้ มีกรอบบางอย่าง ใช่ทั้งๆที่จริงๆเนี่ย คนไทยอ่ะเป็นคนผสมเก่ง เป็นคนเป็นคนที่เอาไอ้นู่นจับมาใส่อาหาร หรือวัฒนธรรมของเราเนี่ยมันเป็นการผสมจากนู่นนิดนี่หน่อยเนื่องจากภูมิศาสตร์เราอยู่ระหว่างหลายๆที่ จีนอยู่ข้างบน อินเดียอยู่ฝั่งนี้อย่างเงี้ยเราก็มีเอ่ออิทธิพลของต่างๆเยอะแยะเนาะ เราก็เอาไอ้นู่นมาผสมไอ้นี่มาผสมแล้วมันก็ออกมาเป็นของที่เป็นเอกลักษณ์จะใช้คำว่ามีอัตลักษณ์พิเศษแล้วกัน ซึ่งดิฉันว่าพอเราไปจำกัดจำเคลียร์มันน่ะว่าอันเนี้ทำได้อันนี้ทำไม่ได้เนี่ยไอ้ความผสมอันเนี้ยมันหายนะ มันต่อยอดต่อไม่ได้นะ คือมันทำให้เอ่อความเก่งอันนี้ของเราอ่ะมันหายไป
ถ้าเราดูแม้กระทั่งเพลงไทยเดิมอันนี้ตลกมากวันนี้อันเพิ่งๆไปดูในทัศการอันนึงมาที่อัศวินที่ เป็นนิทรรศการเรื่องเอ่อการทำเครื่องดนตรีไทยที่ย่อส่วน เป็นสเกล 1:2 แต่ว่ายังเล่นได้เหมือนเดิม อันนี้คือเจ้าท่านเป็นคนมีดำริแล้วก็มีอาจารย์ที่เอ่อเป็นครูเพลง ดิฉันจำชื่อเป๊ะไม่ได้เลยไม่อยากจะเอ่ยนามของทุกท่านเนี่ยเอ่อไปทำมาจนได้แล้ว ดิฉันว่ามันครีเอทีมากๆมันสร้างสรรค์มากๆ ก็ไม่มีใครว่าอันนี้ผิด วันที่ไปฟังก็มีการพูดกันเรื่องนี้ว่าเพลงไทยอ่ะถ้าดูจริงๆนะเพลงไทยเดิมเนี่ย ราวดวงเดือน เพลงที่ขึ้นด้วยแขกใดๆ เพลงที่ขึ้นด้วยเขมรไซโยก เขมรไทโยคเราเอาของคนอื่นมาทั้งนั้น แล้วเราก็เอามาทำเป็นของเราเอง เราผสมเก่งเราแบบเราต่อยอดเก่งอ่ะ แต่ว่าในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาเนี้ย Time ใดๆอ่ะถูกมองว่าเป็นของผิดของถูกอันนี้ทำได้อันนี้ทำไม่ได้ เอ่อดิฉันว่ารัฐอ่ะมองประชาชนเป็นเด็ก อันนี้ห้ามทำ อันนี้ให้ทำ เราต้องเชื่อใจประชาชนมากกว่านี้
อาจารย์จะบอกว่ารัฐไทยหรือว่ารัฐบาลไทยในสมัยก่อนหน้านี้เราไม่ได้ระบุเนี่ยนะมีการมองและบริหารจัดการวัฒนธรรมในมุมมองที่ทำได้ดีกว่านี้ได้ เอ่อดิฉันว่าแข็งเกร็งเกินไป เอ่อ ครับ แน่นอนมันมีวัฒนธรรมสายที่อาจจะจำเป็นจะ ต้องรักษาให้มันเอ่อคงรูปเนาอาจจะอยากเก็บให้มันเป็นแบบนั้นไม่ได้ผิดนะเก็บได้ แต่ว่าคนอื่นน่ะ ก็สามารถเอาไปต่อยอดได้ เออที่ถ้าเราดูต่างประเทศอย่างเงี้ยที่มาของแฟชั่นอย่างฝรั่งเศสหรืออิตาลีมันก็มาจากแฟชั่นที่อ มามีมาก่อนหน้านั้น 3-400 ปีเค้าก็เอาต่อยอดมาเรื่อยๆ จนกระทั่งตอนนี้คราฟที่เกี่ยวกับแฟชเอ่อแฟชั่นในฝรั่งเศส นี่คือแบบโอ้โหขายกันโอกดตัว อ่าสุดยอดราคาแบบไม่ต้องคิดอ่ะว่าเท่าไหร่ อิตาลีนี่ก็มีความรุ่มรวยทางวัฒนธรรม หรือแม้แต่ญี่ปุ่นเองคือถ้าเราดูในประเทศเหล่านี้อ เค้าไม่ได้เค้าไม่ได้เกร็งในการเอาของเก่ามาตีความใหม่อ่ะ แต่ดิฉันว่าเราเกร็งในเรื่องเนี้ยว่าเราไปกลัวว่ามันจะไม่จริงแท้ อือแต่จริงๆด้วยต้นกำเนิดมันก็ไม่เคยจริงแท้ นะต้นฉบับแต่แรก ใช่เพราะเราไปเอาของชาวบ้านเค้ามาอยู่ดีอ่ะ
อาจารย์ถ้าผมถามอย่างงี้หน่อยถ้าสมมุติเราปลดล็อคตรงนี้แล้วเรามีมุมมองว่าเออ มันflลuน่ะสามารถเอาไปต่อยอดอะไรของเดิมก็อะไรที่ต้องอนุรักษ์ไว้ก็โอเคเข้าใจได้ อะไรที่ไปต่อได้ก็อไปเลยเงี้ยฮะงั้นหน้าที่ของกระทรวงวัฒนธรรมก็ต้องทำอะไร
จริงๆกระทรวงวัฒนธรรมเนี่ยเป็นที่ที่น่าสนใจมากเพราะเอาจริงมีคนเก่งเยอะมากเลยนะ แต่ดิฉันว่าเราไม่ได้ใช้ศักยภาพของเค้าเท่าที่มีประสบการณ์ทำงานอันน้อยนิดกับวัฒนธรรมเนี่ย เจอคนเก่งเยอะ คนที่มีความรู้เยอะมากๆทั้งในแง่เอ่อศิลปะเอ่อโบราณคดีต่างๆเนี่ยแต่ว่าแล้วก็แม้กระทั่งศิลปะร่วมสมัยที่ในช่วงดิฉันว่า 10 20 กว่าปีที่ผ่านมาเนี่ยเราส่งคนไปเรียนต่างประเทศในสาขาที่เกี่ยวข้องกับอ ศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัยมาค่อนข้างเยอะนะ แต่เราไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์จากเค้า มีน้องๆมีเด็กๆที่เรียนจบมาแล้วแบบอุ๊ยตายนี่เรียนจบมาจากโรงเรียนนี้เลยเหรอเนี่ยแต่เราให้เค้าทำอะไรก็ไม่รู้เนี่ยเยอะมากดิฉันเชื่อว่ากระทรวงวัฒนธรรมสามารถข้อ 1 เลยเนี่ยไอ้ของที่ยังต้องเก็บอเก็บไปไม่ได้ไม่ได้มีปัญหาใดๆทั้งสิ้นกรมศิลทำหน้าที่เอ่อทำนุบำรุงโบนาสถาน เก็บข้อมูลสร้างองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับโบนาสถานใดๆเนี่ย ดิฉันว่าเทำได้ดีขึ้นมากในช่วง 10 20 ปีที่ผ่านมามีถ้าเราไปตามพิพิธภัณฑ์สถานใดๆในจังหวัดต่างๆเนี่ยมันก็ดีขึ้นเยอะ แม้กระทั่งแห่งชาติเนี่ย ก็ได้รับการอัปเกรดจำได้ว่า 30 ปีที่แล้วมานี่มีของเป็นฝุ่นๆ กองๆอยู่ตามที่ต่างๆแล้วเราก็แบบนี่สมบัติของชาติเหรออะไรอย่างเงี้ยแต่ตอนนี้นี้มันได้รับการจัดการ มีมัลติมีเดีย เออสวยงามดูรู้เรื่องอะไรอย่างเงี้ยดีขึ้นมาก อันนั้นน่ะดิฉันว่าทำได้ดีเลยแหละทำดีต่อไป ใช่แต่ว่าอาจจะต้องมีการเปิดโอกาสให้นำของเหล่าเนี้ยมาตีความให้มันสนุกมากขึ้น เช่น เอ่อเอ่อถ้าเราเคยไปพิพิธภัณฑ์ในต่างประเทศจะมีแบบว่าโชว์ของเก่าปะทะปะทะของใหม่ ของเก่าแบบตั้งแต่สมัยเรซองอายุแบบ 400 ปี กับงานศิลปะร่วมสมัยปะทะกัน เพื่อให้เห็นถึงเอ่อความสัมพันธ์การต่อยอดอะไรอย่างเงี้ยดิฉันว่าไอ้ตรงเนี้ยเรายังทำได้อยู่
ถัดมาคือของที่เราอาจจะยังทำแล้วเอ่อไม่ค่อยดีเท่าไหร่เนี่ยคือของร่วมสมัย มันดีขึ้นนะไม่ใช่ไม่ดี แต่ว่ามันยังไปต่อได้อีกเยอะเยอะเพราะว่าเรายังสามารถเอ่อจัดการกับเรื่องตรงเได้เยอะมากหนังละคร เอ่อศิลปะร่วมสมัยใดๆเนี่ยจริงๆเราเก่งนะ เอ่อในแง่ของศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัยดิฉันว่าหนังกับศิลปะร่วมสมัยเราเนี่ยเป็นเลิศมากนะเก่งมาก เรามีเอ่อศิลปินระดับโลกหลายคนมาก หลายๆท่านก็คงรู้จักกันอยู่อย่างเอ่อพี่เลิกฤิธคุณเลิกฤิธธีรวณิตอย่างเงี้ยคือแกเนี่ยถือได้ว่าเป็นแบบทุกปีที่เค้าจัดลำดับคนที่มีความสำคัญมีอิทธิพลในวงการศิลปะโลกสมัยโลกแกก็ติดใน 10 ทุกปีแล้ว หรือคุณอภิชาติพงษ์อย่างเงี้ยเจ้ยเนี่ยก็ถือว่าคือจริงๆเรามีเรามีเรามีเอ่อคนเหล่านี้เป็นหัวหอกแล้วก็เราสามารถจะดันอันเนี้ยต่อไปกับคนที่ตามมาเป็นพรวนเลยได้อีกเยอะมากๆกระทรวงวัฒนธรรมเนี่ยไม่ต้องทำอะไรเยอะลงมาช่วยเป็น facilitator facilitator ก็พอ อนวยการ อำนวยการเช่นศิลปิน เอ่อคนทำหนังหรือว่านักออกแบบอ่ะดิฉันพูดลมาถึงนักออกแบบนะ เพราะว่าจริงๆดิฉันอยู่ในวงการออกแบบเป็นหลักเนี่ย เอาข้อจริงส่วนมากไม่ค่อยมีตังค์ ดิฉันว่าไม่ต้องให้ถึงกับให้ตังค์เค้าด้วยซ้ำอ่ะให้ยืมยังได้เลย อ่า เนี่ยไม่ต้องลงทุนอะไรนะแค่ตั้งกองทุนน่ะให้ยืมแล้วพอทำงานได้ตังค์เอามาคืน อ่าเสียดอกเบี้ยให้เฉยๆครับเออ อันเนี้ยช่วยมหาศาลอันนี้มีน้องเอ่อนักออกแบบคนนึงเนี่ยคุณหนูหมูนนทวัฒน์เนี่ยเคยให้อันนี้ไว้ว่าพี่ไม่ต้องทำอะไรเลยนะ พี่พี่สมมุติว่าพี่ได้สัญญาทำงานมาพี่เอาไปกู้เงินมาจากกระทรวงหรือกองทุนที่รันโดยกระทรวงเนี่ยแล้วเอาเงินมาให้ผมทำงานนะพี่ เท่านั้นแหละเดี๋พอผมได้เงินผมเอาไปคืน อ่าเสียดอกเบี้ยนิดหน่อย ปกติอ่ะหมุนเงินไม่ทัน จริงๆมีของง่ายๆแบบเนี้ยมันกว่าจะเสร็จกว่าจะวางบินเนี่ยมันจ่ายไปเยอะเลยนะที่เจ่ายใส่โปรดักชัอถูกๆเพราะฉะนั้นเนี่ยของแบบเนี้ย อือถ้ากระทรวงทำเนี่ยลงไปเจาะของที่มัน practical มากๆ โอเคเป็นจุดๆให้กับสาขาต่างๆอ่ะดิฉันว่าเราแทบไม่ต้องทำอะไรเลยไม่ต้อง PR ด้วยเดี๋ยวนี้นะจะทำทำไม PR เพราะว่าทุกคนน่ะมีสื่ออยู่ในมือ ทุกคนมีโซเชียลMedเดีย ขอโทษนะดีไซน์เนอร์ทำเก่งกว่าคุณ
อาจารย์จะพูดถึงมหกรรมกีฬาอะไรบางอย่าง ที่เพิ่งไม่ใช่พูดถึงอันนั้นก็ต้องทั่วไปทั่วไปท เออ Official Channel แต่หมายถึงว่าเราไม่จำเป็นจะต้องลงทุนกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์เยอะขนาดนั้นไม่ต้องจัดงานไม่ต้องอะไรหรอกอ คือแค่คุณไปช่วยเค้าในเรื่อง practical ต่าง ๆซึ่งตอนนี้กระทรวงวัฒนธรรมก็พยายามจะทำอยู่ ครับไม่ได้ไม่ไม่ช่วยอย่างล่าสุดดิฉันไปแสดงงานที่เอ่อเวนเบนเล่เนี่ย อือก็ได้งบสนับสนุนมาจากที่เวนิ แต่ว่ามันก็ไม่พออย่างเงี้ยเราก็เขียนโครงการไปขอทุน อือจากที่เอ่อ สสร.สำนักศิลปะวัฒธรรมร่วมสมัยเขาก็ไปเจียดบัจมาให้ทั้งๆที่มันค่อนข้างช้าอย่างเงี้ยคือจริงๆดิฉันว่าของแบบเนี้ยพอ และไม่ต้องทำอะไรยาก อือๆ แล้วก็อันนี้คือ 1 ไปช่วยสนับสนุนคนเหล่าเนี้ยให้เขาต่อลมหายใจไปได้เรื่อยๆเนาะ แล้วก็จริงๆอีกอันนึงที่จะเป็นประโยชน์เป็นครูปการอย่างสูงมากเลยเนี่ยคือเรามีองค์ความรู้อยู่เยอะเนาะ แล้วมันกระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ อือๆ เรามีเอ่อมหาวิทยาลัยเรามีมหาวิทยาลัยในภูมิภาค ครับใดๆทำวิจัยในเรื่องวัฒนธรรมเยอะมาก เยอะ อยู่ไหนไม่รู้อ่ะ อืภูมิปัญญาปราชาวบ้านทั้งหลาย ใช่ดิฉันดิฉันอยากหาเนี่ยไม่รู้จะไปหาที่ไหนนะ เพราะเราเชื่อว่ามันมีของน่าสนใจในภูมิภาคเยอะ อื แล้วก็เคยเวลาเคยคุยกับเอ่ออาจารย์ท่านต่างๆที่อยู่ตามภูมิภาคว่าเค้าเค้าให้ความรู้เราแบบมหัศจรรย์มากเลยนะบางเรื่องเราแบบอุ๊ยไม่เคยรู้มาก่อนเลยอ บอกว่าอย่างเคยคุยกับอาจารย์ที่มหาสารคามบอกว่าอาจารย์ช้างไทยนี่ฉลาดมากนะฉลาดที่สุดในรอบๆนี้เลยนะบางทีเส่งช้างจากอินเดียมาเทรนที่เราดิฉันก็แบบเฮ้ยมันมีอะไรแบบนี้ด้วยเหรอหรือส่งช้างเราไปที่อินเดียอย่างเงี้ย อะไรแบบเนี้ยคือมันเป็นมาหลายร้อยปีแล้วอย่างเงี้ยกระทรวงวัฒนธรรมเนี่ยควรจะทำหน้าที่เป็นคนจัดการองค์ความรู้เหล่านี้ที่เขาใช้คำว่า Knowledge Management เนี่ย ครับเราสามารถจะจัดการองค์ความรู้เป็น interface ได้มั้ยไอ้ความรู้ที่มันกระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ อือ คือควรจะร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ครับ อ่ามีกระทรวงอวอย่างเงี้ยเค้าก็มีพารทที่ เป็นวัฒนธรรมเนาะ อันเนี้ยมันจะยังไงนะมันเหมือนทำงานซ้ำๆกันอยู่เนาะ อ่าอันนั้นเหมือนทำวิจัยแต่ว่าอันนี้เหมือนจะใช้จริงแต่ไม่มีข้อมูล ครับก็งงๆ กระทรวงศึกษาอีกอ่ะ อ่ะมีกระทรวงศึกษาอีกอะไรอย่างเงี้ยแล้วก็มีวัฒนธรรมจังหวัดอีก ครับ ตกลงเราอาจจะต้องมาหาวิธีทำงานร่วมกันให้มันให้มันเอ่อสามารถจะแลกเปลี่ยนแล้วก็แบ่งปันข้อมูลจำนวนมากเนี่ยที่มีอยู่มันไม่ได้ไม่มีนะคะมันมีแต่มันไม่รู้อยู่ไหน
อาจารย์อ้อนเองเป็นคนที่เท่าที่ผมพูดคุยด้วยเป็นคนที่แบบมีความคิดแบบกล้าที่จะเรียกว่าท้าทายเปลี่ยนแปลงกล้าที่จะดึงของบางอย่างที่คนไม่นึกแล้วเอ้ยเอามาทำสิ่งนี้ในฐานะที่เป็นผู้เป็น founder เนาะแล้วก็เป็นเจ้าของเป็นผู้บริหารอยู่ที่เอ่อ All zone ซึ่งเป็นบริษัทออช้อน เคยมีเหตุการณ์ที่ได้ออกแบบสิ่งนี้ไปแล้ว เฮ้ยเราว่ามันดีนะแต่ว่าคนอีกคนนึงที่เขาอาจจะยังไม่เปิดมากในเรื่องของความแตกต่างในเชิงความคิดแล้วตีว่าเ้ยอย่างงี้ไม่เอาอย่างงี้ไม่เอาเจออย่างงั้นมั้งก็มีเรื่อยๆอ่ะค่ะหมายถึงว่าเอ่องานที่ดีในงานออกแบบเนี่ยส่วนมากเนี่ยมันไม่ใช่เราคนเดียวนะมันคือคนที่ออกตังค์นะ อ่าลูกค้าเนี่ยเค้าต้องเห็นดีเห็นงามกับเราด้วยเนาะ อือๆ คือบางครั้งเราก็อาจจะนำเสนอของบางอย่างที่มันอาจจะไปไกลเกินไปนิดนึงสำหรับเค้า อ เอ่อมันก็มีมันก็มีของแบบนั้นอยู่บ้าง แต่เราก็พยายามจะหาเอ่อเค้าเรียกว่าแต่ตัวร่วมเนาะหมายถึงว่าของที่เรารับกันได้ทั้ง 2 ฝั่ง อือ แล้วก็จริงๆก็คือทุกคนต้องได้ประโยชน์ โอเคคนที่จ่ายเงินก็ต้องได้ประโยชน์ อืเราต้องบอกเค้าว่าถ้าคุณทำแบบเนี้ยมันจะดีอย่างงี้คุณจะได้ประโยชน์อย่างงี้ โอเค เอ่อการที่เค้าวิ่งไปหานักออกแบบเนี่ยเค้าว่าเค้ามั่นใจไปครึ่งนึงแล้วแหละว่านักออกแบบทำให้มันสวยได้แน่ๆแต่ว่าทำยังไงเค้าต้องได้สิ่งที่เขาเป็นประโยชน์กับเขาด้วย อืออันนี้ดิฉันว่าเอาแบบต้องหาให้เจอว่าสิ่งที่เราทำเนี่ยมันเป็นประโยชน์ยังไงกับคนที่ที่จ่ายตังค์
แล้วถ้าเกิดถึงท่านเอ่ออาจารย์ในฐานะจะมาดูแลเรื่องวัฒนธรรมเนี่ยเราจะต้องมีแบบอารมณ์แบบจุด lนมาร์กของประเทศไทยเพิ่มมั้ยหรือว่าแค่ลำพังธรรมชาติเราโอเคแล้วอย่างผมยกตัวอย่างอาจารย์หอไอเฟลเนี่ยตอนที่เขาทำสมัยนั้นเนี่ยก็มีคนค้านไม่น้อยนะบอกไอ้โครงเหล็กนี้มันมันสวยยังไงวะเนี่ยสุดท้ายก็กลายเป็นไอคอนของปารีสอาจารย์มองว่าประเทศไทยเรายังต้องมีอะไรโครงสร้างใหญ่ๆอย่างงี้ที่แบบ
มันหมดยุคนั้นไปแล้วอ่ะคือถ้าเราย้อนกลับไปอ่ะ สิ่งนี้มันสร้างขึ้นเมื่อ 100 กว่าปีที่แล้วเนาะ การก่อสร้างอะไรอ่ะของสูงๆอะไรอย่างเงี้ย ณตอนนั้นมันเป็นความท้าทายเนาะ โอเคตอนนี้นี้มันก็ไม่ได้ท้าทายแล้วนะมันก็เชยเนา คือแล้วจริงๆหอไอเฟลที่เขาไม่รื้อเนี่ยเพราะรื้อยากกว่าก็สร้างแล้วตอนรื้อเนี่ย โอเคมันรื้อเหนื่อยกว่าก็เลยปล่อยๆไว้อย่างงั้นน่ะกลายเป็นlนมาร์คคนดูไปนานาก็ชิน โอเคตอนแรกทุกคนก็ค้านอย่างงี้ ตอนนั้นก็ทำสำหรับงาน World Expo สักอันนึงขึ้นมาเฉยๆใช่ใช่ค่ะใช่ค่ะก็มันก็เป็นความท้าทายทางเอ่อวัสดุและโครงสร้างอ่ะนะ ครับซึ่งดิฉันว่าเราเนี่ยณวันเนี้ยเราต้องคิดว่าทำยังไงให้สร้างให้น้อยแล้วเป็นประโยชน์ที่สุดมากกว่า เพราะว่าตอนนี้โลกมันเข้าสู่ยุคของการที่เราใช้ทรัพยากรเยอะเกินไปในทุกๆมิติ min มา minimal อยู่ อาจจะไม่ใช่minิalอ่ะดิฉันอาจจะใช้คำว่า minิimัมากกว่า โอเค minิalเนี่ยมันจะเป็นสไตล์ อ่า minิimเนี่ยก็คือต้องตั้งคำถามก่อนว่าต้องมีมั้อันเนี้ย ต้องมีมยมีแล้วคุ้มมย โอเคมีแล้วได้อะไร เออๆ คือณวันเนี้ยทรัพยากรมันถูกใช้ไปอย่างอย่างที่เราแบบอันนี้เรียกได้ว่าบ้าคลั่งแล้วกันเนาะ อืแล้วมันก็เป็นภาระให้เราต้องมาดูแลตอนนี้แล้วเรายังต้องสร้างอีกมั้ยไม่รู้นะ ครับคือของที่มันต้องยังต้องสร้างอ่ะมันยังมีนะเช่นดิฉันว่าของที่เราควรจะสร้างแล้วยังไม่มีพอเนี่ยเช่น บ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อย อืเราเนี่ยไม่มีนะบ้านที่ดีสำหรับผู้มีรายได้น้อยแต่ว่าของใหญ่เฉันก็ไม่แน่ใจว่าเรายังต้องสร้างอีกมั้ไอ้lนบารคอะไรหรืออะไรอย่างเงี้ยเพราะว่า ณวันเนี้ยเวลาใครสร้างอะไรแบบเนี้ยคนในโลกก็จะแบบเรายังต้องการมันอยู่อีกเหรอ อ่าเพราะว่าเราก็สร้างกันเยอะมากแล้วไอ้พวก lนมาร์กใดๆ ครับ ล่าสุดที่นิวยอร์กสร้างเอ่อ structure อันนึงขึ้นมาเป็นเค้าเรียกซle เป็นแบบเป็นบันไดที่เดินขึ้นไปได้แล้วเป็นเหมือนคล้ายๆเป็นชามเงี้ยค่ะ โอเคในที่สุดพอสร้างเสร็จก็เป็นแลนด์มาร์กถ่ายรูปอยู่พักนึงคนก็ไปโดดฆ่าตัวตายก็เลยต้องปิด โอเคอะไรอย่างเงี้ยอะไรอย่างเงี้ยก็มันก็มีมันก็มีความพยายามในการทำของแบบนี้อยู่เรื่อยๆแต่ว่าดิฉันว่ามันมีเยอะแล้วอ่ะถ้าตอบคำถามเนี่ยเยอะเยอะ อืมเราถ้าเราเป็นประเทศไทยเราจะเอ่อนำเสนอวัฒนธรรมเราน่าจะทำอย่างอื่นที่ดีกว่านี้ได้ โอเคไอ้แบบ just ไปถ่ายรูปอะไรอย่างเงี้ย อือๆ ดิฉันว่าไม่ต้องก็ได้มั้ง มันมีอย่างอื่นที่ เราน่าจะทำได้ดีกว่านั้น
โอเค ขอมาตัวอย่าง เนี่ยตะกี้พูดเรื่องนวดเนี่ยยังรู้สึกว่าแบบ อย่าคาจันจันเมื่อยป่ะเนี่ยทำไม ไม่ๆๆไม่ดิฉันสงสัยไม่ๆดิฉันว่าสงสัยว่ามันมีของเยอะแยะมากมายอ่ะ สมมุติว่าเราจะขายทouris โอเคเราทำให้มันปลอดภัยมยเราทำให้แท็กซี่ไม่โกงมย อ่าอ่ะตอนนี้เราก็มีแกรปกลายเป็นว่า GR ชัด นะท่องเที่ยวแพงแต่ว่าแท็กซี่ไม่ไม่ได้ตังค์ อืจอดคุอะไรอย่างเงี้ยคือดิฉันว่าสมมุติเราขายท่องเที่ยวอย่างเงี้ยเราจัดการโรงแรมให้ดีกว่านี้มย อือเราเราจะขายเรื่องของอาหารอย่างเงี้ยเราจัดการเรื่องของเอ่ออ อะไรอ่ะเราสอนเราสามารถให้ความรู้นักการท่องเที่ยวในเชิงการกินอาหารไทยว่าอาหารไทยมันดียังไงเป็นยาด้วยเองนะมากินอาหารพวกนี้อาหารสดเราเราสามารถจะทำให้ประเทศเนี้ยที่เคยมีเมื่อซักหลายปีที่แล้วที่เราพูดว่าครัวไทยครัวโลกอะไรอย่างเงี้ย ค่ะเราไม่ต้องเป็นครัวโลกก็ได้มเราเป็นครัวที่กินแล้วสุขภาพดีได้มย อือครัวโลกนี่มันAmbcious นะมันแบบมันโอ้โหมันใหญ่อ่ะโลกมันใหญ่ คือจีนเค้าเป็นโรงงานโลกเราก็เป็นครัวแล้วกันโรงงาน เราเป็นไม่เราเป็นครัวแต่มันไม่ต้องครัวโลกเราประเทศเราก็เล็กๆเนาะ เราจะไปผลิตอะไรที่ดินเราก็มีอยู่แค่เนี้ย อเราผลิตให้ตายไงอ่ะ ครับก็ปริมาณสู้ไม่ได้อยู่แล้ว อืคือที่ดินจีนมันใหญ่กว่าเราเยอะแยะ ครับเราเป็นครัวที่อาหารดีได้มั้ย อือืเราเป็นครัวที่อาหารกินแล้วสุขภาพดีได้มั้ย อ >> ครัวที่อาหารกินแล้วเอ่อไม่ต้องกินยาได้ม โอเค เออสมมุติแบบไม่สบายเป็นหวัดแทนที่จะกินยาเรากินต้มยำแทนม ดิฉันว่าอันเนี้ยของเหล่าเนี้ยเราทำได้อีกเยอะ ครับเยอะมากๆ อือๆ แต่ว่าเรายังเรายังไม่เห็นค่าของมันเท่าที่ควร
ประเทศอื่นเขาบริหารวัฒนธรรมกันยังไงให้มันไปได้ไกลไปได้ใหญ่อาจารย์อืดิฉันไม่ได้มีความรู้เยอะขนาดนั้นแต่เท่าที่เห็นที่คุ้นเคยอยู่ 2-3 ประเทศเยอะๆเนี่ยก็อย่างญี่ปุ่นหรืออิตาลีเนี่ยดิฉันว่าเ้าไม่ได้แช่แข็งวัฒนธรรมอ่ะ เบอร์ 1 เลยอย่างที่บอกว่าเราไปเที่ยววัดแล้วก็มีคุกกี้พระให้เรากิน อ่าหลุมโมจิรูปพระอะไรอย่างเงี้ยเอ่อของทุกอย่างมันต่อยอดมาจากของเก่าแล้วก็อีกอันนึงเค้าค่อนข้างเปิดกว้างกับการศึกษาทางด้านวัฒนธรรมโดยเฉพาะเพราะให้คนต่างชาติมาศึกษา อืญี่ปุ่นเนี่ยโตมาด้วยการให้คนต่างชาติมาศึกษาวัฒนธรรมญี่ปุ่น โอเคมันมีJapanesี Study เนี่ยอยู่ในประเทศต่างๆ โอเคเยอะมาก เพราะว่าเค้าต้องการเห็นของที่เค้ามองไม่เห็นเอง ครับดิฉันว่าอันนี้น่าสนใจ อือๆ หรือว่าอย่างอิตาลีเองก็เหมือนกันไม่ไม่ค่อยแช่แข็งทางวัฒนธรรมมีหน่วยงานวัฒนธรรมเยอะมากแล้วก็สามารถที่จะเอ่อเอาของเก่าของใหม่มาปนกันโดยที่ไม่ได้แบบว่าเฮ้ยอันนี้อันนี้ยุ่งอันนี้แตะไม่ได้อันนั้นแตะไม่ได้ อืออือๆ แล้วก็เค้าก็ทำของที่ไม่ได้ใหญ่โตไม่ได้อะไรที่มันแบบว่าต้องจัดงานมหัศจรรย์แต่เขาทำต่อเนื่องแล้วคุณภาพสูงอย่างง่ายๆอย่าง เวนิเบนเล่อย่างเงี้ย เนิล่เนี่ยเริ่มต้นจากการเป็นนิทรรศการศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในโลกเอ่อเมื่อประมาณ 100 กว่าปีที่แล้ว ครับแล้วมันก็พัฒนามาเรื่อยๆก็มีหลังจากนั้นก็มีเิของฟิล์ม อืของเอ่อสถาปยกรรมจัดกันสลับไปมามันกลาย เป็นแบบว่า destination เป็นเอ่อพืที่ที่คนทั้งโลกอยากไป อือๆ ซึ่งดิฉันก็ไม่แน่ใจว่าเราทำได้ถึงขนาดนั้นหรือเปล่าแต่ว่า อ มันบวกกับว่าคนน่ะมันอยากไปเที่ยวอิตาลีอยู่แล้วเพราะมันสนุกมันสวยอาหารมันอร่อย เอ๊ะที่พูดมาทั้งหมดนี้เรามีนะ อืเอ๊ะทำไมเราทำไม่ได้ล่ะ อ่าแต่อันนี้เค้าทำมาก่อนแล้วนะเค้าทำมา 100 กว่าปีแล้ว ครับแต่จริงๆอ่ะตอนนี้เราก็เริ่มพยายามจะทำนะ เราทำ Thailand เวทุก 2 ปีเราทำการศิลปะ ที่ย้ายไปทุกๆที่ ล่าสุดจัดเชียงรายมั้ย เชียงราย 2 ปีที่แล้วปีนี้จัดที่ภูเก็ต ครับ อ่าโอเค ก็ดิฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าไอ้การย้ายเนี่ยมันดีหรือไม่ดีก็อาจจะดีมีทั้งข้อดีและข้อไม่ดีอ ครับก็ต้องลองดูกันต่อไปแต่ดิฉันว่าเราทำได้ อือๆ ไอ้แบบเนี้ยถ้ามองจากสมมุติมุมโมเดลของอิตาลีมาเอ่อโมเดลของญี่ปุ่นมา อือๆ เรายังทำของได้อีกเยอะ โอเคแต่เราไม่ได้ร่วมมือกันเป็น อะไรอ่ะระบบนิเวศมั้ยใช้คำนี้มั้ ใช่คือเรายังแยกกระทรวงเรายังแค่คนนู้นทำดีคนนี้ทำกลัวคนนั้นโกงให้คนนี้ไม่เอาเนี่ยหรืออย่างเงี้ยอโอเคโอเคทุกปีที่เราไปอย่างเงี้ยมันก็งงเพราะเราเปลี่ยนเจ้าภาพกระทรวงทุกปี ครับเราไม่เคยมีการถ่ายทอดความรู้จาก 5 ปีที่แล้วมาสู่อันใหม่ อืไilandพวีนมันก็เลยจะ มีประเทศอื่นเาค้าประกวดแบบนะคะ อ่าเป็น public competition อ่าเป็นการประกวดแบบสาธารณะฮะโชว์กันเลยว่าใครมีเห็นว่าประเทศไทยควรจะไปทางไหน โอเคโชว์อะไร อ่าแล้วเค้าก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สถาปนิกใน
ประเทศเขาด้วยนะ เค้าให้สถาปนิกต่างชาติ เนี่ยอ่า มาประกวดด้วย โอเค เพราะฉะนั้นเนี่ย มันโอ้โห มันเวที มันอลังการอ่ะ แล้วมันทำให้ภาพ ของประเทศนั้นๆน่ะเอ่อ มันชัดเจนมากขึ้นด้วยซ้ำ บางทีคนนอกมองมา เนี่ย อือๆ เอ๊ มันชัดกว่าคนในมองนะ อือๆ เราต้องไปรื้ออ่ะ เราต้องไปรื้อของบางอย่างที่มันอาจจะมีข้อติดขัด อือ นู่นนี่ เต็มไปหมด โอเค แล้วมันจะสามารถทำให้เราเป็น พื้นเป็นประเทศที่เอ่อ ขายไม่ใช่ขายอย่างเดียวอ่ะ เป็นประเทศที่ใช้วัฒนธรรมเป็นอาวุธได้
อ่า โอเค อาจารย์ เมื่อกี้เราแวะมาตรงนึงคือ การสร้าง เค้าเรียกอะไรเอ่อ ระบบนิเวศทางวัฒนธรรมทำเนาะ อ่า ไอ้ไอสิ่งเนี้ยนอกจากรัฐบาลจะต้อง facilitate แล้วเนี่ย ไอ้สิ่งนี้เราจะต้องช่วยผลักดันยังไงให้มันเกิดระบบนิเวศที่มันทุกคนเอื้อในการที่จะเอาวัฒนธรรม เอาศิลปะพวกนี้ออกมา
อย่างที่เรียนตั้งแต่ต้นว่าคนไทยมันมันเก่งอยู่แล้วนะ ดิฉันว่าคนไทยมันเก่งนะ เราเดินไปข้างถนนอะไรก็เห็นคนเอาแบบเอาหลอดมาทำอะไร อุ๊ย มันสวยจังเว้ย เออ อะไรอย่างเงี้ย แล้วก็เอาไอ้นู่นเอา กระป๋องมาประดิษฐ์อะไรอย่างเงี้ย คือเราแค่ต้องไม่ไปห้ามให้เขาไม่ทำอ่ะ อ่า ปลดล็อก ปลดล็อก ใช่ เราปลดล็อก แล้วก็ จริงๆอ่ะ ดิฉันว่าเราต้องให้ค่านิดนึง อื เราไม่ค่อยให้ค่าของความคิดและแรงงาน นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมศิลปินเราหลายๆคน ค่อนข้างหิวใช่ เสื้อเฮง เราให้ค่า เราเสียเงินซื้อเทคโนโลยีแพงๆ เราเสียได้ แต่เราเสียเงินค่า ความคิดหรือค่าแรงไม่ได้ ไม่รู้ทำไม เออ ดิฉันว่าแต่ดิฉันเชื่อว่ามันเปลี่ยนได้นะ อันเนี้ย เออๆ เพราะว่า อันเนี้ยมันก็คือวัฒนธรรมเหมือนกัน มันเปลี่ยนได้ ถ้าเราสามารถจะสื่อสารให้คนในประเทศกันเองเนี่ย เห็นค่าของสิ่งเหล่าเนี้ย ในแง่ของการ เอ่อ เป็นสมองหรือเป็นทักษะที่มีคุณค่าได้เนี่ย อือ มันจะทำให้ของเหล่าเนี้ยมันอัปเกรดขึ้นมา คุณยายที่ศาลปลาตะเพียนเนี่ย เราซื้อตัวละ 5 บาท คุณยายไม่ควรจะได้ตัวละ 5 บาทมั้ย อ่า เพราะอันนี้มันเฮ้ย มันเจ๋งมากเลยนะ คนทำเป็นก็มีอยู่ไม่เป็นไม่กี่คนน่ะ เราจะทำยังไงให้คนเห็นค่าตรงนี้ มันอาจจะต้องมีการรณรงค์ให้เห็นภาพนี้ชัดขึ้นหรือเปล่า
อย่างดิฉันจำได้ตอนเด็กๆ อันนี้พูดไปคนรู้เลยว่าอายุเท่าไหร่มันมีการรณรงค์เรื่องไม่ทิ้งขยะนะ ตาวิเศษ เห็นนะ อ่า แต่ก่อนเคนก็ทิ้งขยะกันเลอะเทอะเนาะ เดี๋ยวนี้ไม่มีคนทิ้งแล้ว อือๆ เพราะว่าเรารณรงค์ไง ครับ อันเนี้ยก็เหมือนกัน ดิฉันว่าถ้าเรารณรงค์ให้คนเห็นค่าของความคิด อือ และเอ่อ ทักษะบางประการ เช่น ทักษะมืออย่างเงี้ย ที่เราเก่งมากนะ ศิลปาชีพของเรานี่ อู้หู แบบ แล้วทำไมมันต่างกับที่เขาขายยังไงอ่ะ อ่า ทำไมเราไม่เห็นค่าของอันนี้
อาจารย์ อย่าไปเอ่ยยี่ห้อเขา ไม่ๆ นี่ดิฉันหมาย โอกุตูต่างๆ อย่างเงี้ย คืออันนี้คือ มันไend มากๆ คือดิฉันว่าเราทำได้นะ ทำได้
อาจารย์ คราวนี้มันมีหลายๆครั้งนะ วัฒนธรรมที่มันบางทีมันมันจับต้องไม่ได้ อ่ะ เมื่อกี้เราพูดถึงเรื่องของกิน โอเค มันเห็นอยู่ เรื่องเอ่อ สมมุติเอ่อ ทำหนังมวยไทย เงี้ย มันจะมีหลายๆพื้นที่ที่มันแบบจับต้องยากนิดนึง ซึ่งเป็นการเอื้อเปิดโอกาสให้มีการคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นได้ เราจะการันตียังไง ให้เวลาเราจะสร้างสรรค์อะไรบางอย่างเนี่ย เงินมันไม่รั่ว มันต้องโปร่งใสค่ะ มันต้อง มันต้อง ทำไง มันต้อง มันต้องประกวดแบบอ่ะ ของทุกอย่าง มันต้องแบบ มันต้องทำให้เห็นว่ามันเป็น public เออ คือตอนเนี้ยมันมีความแบบงงๆว่าเอ๊ะ ทำไมคนนี้ได้ทำอันนี้นะ อือ ทำไมคนนั้นได้ทำอันนั้นนะ ทำไมภาพแห่งนี้แขวนอยู่ที่สนามบินแห่งชาติประเทศหนึ่ง มันแพงจัง สืบราคาแล้วอ่ะ เงินมีส่วนเปอร์เซ็นต์นิดหน่อยเปล่า อะไรอย่างเงี้ย มันไม่มันไม่โปร่งใสไง คือเราสามารถทำให้ ของเหล่านี้มันตรวจสอบได้มั้ยอ่ะ อย่างกระทรวงวัฒนธรรมล่าสุดอ่ะมีจัดนิทรรศการเอ่อ ที่เค้าซื้องานศิลปะเข้ามา ให้กับเอ่อ เป็นเค้าเรียกว่าอะไรอ่ะ เป็น เป็นคอลเลกชันของชาติเนี่ย ครับ เค้าก็มีกรรมการจริงจัง อือ แล้วก็ มีเกณฑ์ชัดเจน ครับ ว่าทำไมซื้อคนนี้ คนนี้เข้าเกณฑ์มั้ย คนนี้เพราะอะไร ดิฉันว่าถ้ามันโปร่งใสอย่างเงี้ย อือ มันก็ มันก็เป็นไปได้นะ โอเค มันก็เป็นไปได้ใช่ว่า มันตอนนี้มันมีของที่เกิดโดยวิธีพิเศษ อย่างเงี้ยๆ เยอะ เอ๊ มันทำไมมันต้องพิเศษงง ใช่มั้ยคะ ครับ คือดิฉันว่ามันอันนี้มันเราพูดลามมันไม่ ใช่แค่วัฒนธรรมแล้วมันลามไปถึง อ เอ่อ กระบวนการบริหารงบประมาณ โอเค ของประเทศนะ อ่า ว่ามันเอ๊ะ ทำไมมันมันไม่โปร่งใสนะ
ครับ อาจารย์ ฟังดูไอ้เรื่องการไอ้ตรวจสอบงานศิลปะว่าไม่ให้มีเงินรั่วไม่ให้อะไร ถ้าทำดีๆมันก็ทำได้นะ การเมืองที่ดีเนี่ยจะทำให้เรื่องของมันก็ดีไปหมดอ่ะเนาะนะฮะ รวมทั้งเรื่องของวัฒนธรรมด้วย ในทางกลับกัน วัฒนธรรมที่ดีมันสามารถพลิกกลับมาทำให้การเมืองดี ชีวิตดี คนมีกินมีใช้ก็ได้ด้วยเหมือนกัน
เอาเป็นเคสแล้วกันเนาะ โอเค วัฒนธรรมที่ดีเนี่ยหมายถึงเอ่อ สมมุติว่าศิลปะวัฒนธรรมทำมันเข้มแข็งเนาะ ครับ เอาง่ายๆเลยอ่ะ ดูงานศิลปะร่วมสมัยตอนเนี้ย ครึ่งนึงหรืออาจจะเกินครึ่งด้วยมันเกี่ยวข้องกับการวิพากษ์การเมืองซะเยอะ อื เพราะว่าจริงๆบางทีคุณพูดตรงๆไม่ได้เนาะ ครับ แต่ว่ามันไปอยู่ใน มันไปอยู่ในงานศิลปะแทน มันเป็นเอ่อ การสะท้อนเสียงของกลุ่มคนหรือพื้นที่ ที่จริงๆอ่ะเนี่ยเค้าอาจจะพูดไม่ได้ ครับ แต่ว่างานศิลปะไปช่วย ซึ่งอย่าออย่างอันนี้ยกตัวอย่างใกล้ตัวเดี๋จะหาว่าโฆษณาอย่างตอนนี้ที่หอศิลป์บ้านจิม ทอมสันเนี่ยมีนิทรรศการเอ่ออันนึงของคุณส้มเนี่ย พูดเรื่องเกี่ยวกับพื้นที่ที่มีการไปสร้างโรงไฟฟ้าเนาะ สร้างเขื่อน ครับ ซึ่งอันเนี้ยปกติเนี่ย เราก็อ่านหนังสือพิมพ์เราก็เห็นแต่พออันเนี้ย มันเห็นเป็นภาพ มันเห็นเป็นแบบของที่มันถูกเอามาถ่ายทอดผ่านสายตาของศิลปิน น่ะ มันทำให้เราเกิดความตระหนักอีกแบบนึง อาจจะภาษาอังกฤษใช้ว่ามัน imprint อ่ะ มันมีความรุนแรงเข้าไปใน อ เข้าไปในเอ่อ การรับรู้ของเราเนี่ยที่เยอะกว่า ซึ่งอันเนี้ยเราก็จะแบบเฮ้ยทำไมถึงเป็นอย่างงี้ล่ะ การเมืองมันเป็นยังไงล่ะ มันถึงเป็นแบบนี้ อันนี้คือดิฉันเห็นภาพของ ของว่า งานศิลปะร่วมสมัยเนี่ย มันช่วยทำให้เราเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมแบบที่ปกติเราอาจจะไม่ได้เห็นมันด้วยซ้ำ โอเค นะคะ หรือว่า เอ่องานออกแบบที่ดี อือ มันจะช่วยให้ชีวิตคนมันดีได้ยังไง แล้วมันจะลามไปถึง เอ่อ ประเทศที่ดี การเมืองที่ดีได้ยังไง ดิฉันพูดเรื่องเอ่อ บ้านของผู้มีรายได้น้อยเนี่ยเนี่ย ภาษาอังกฤษมันเรียก Affordable housing บ้านที่คนซื้อได้เนี่ย ครับ มาตลอดว่าจริงๆมันควรจะเป็นวาระแห่งชาติ ของประเทศเลยแหละ เพราะว่า คนเนี่ยถ้ามันไม่มีบ้านเนี่ย ไม่มีบ้านที่สามารถกลับไปได้ทุกวัน ครับ เรารู้สึกปลอดภัยเนี่ย คุณทำอะไรก็ไม่เจริญหรอก มันยากเพราะคุณเหนื่อยอ ครับ คุณชนชั้นกลางทั่วไปอาจจะไม่เข้าใจสิ่งนี้เนาะ อือ แต่ว่าถ้าคุณไม่รู้ว่าวันนี้กลับบ้านไปเนี่ย อือ กลับไปแล้วเนี่ยจะได้นอนบ้านนี้หรือเปล่า นะ เราอาจจะถูกไล่ออกจากบ้านก็ได้นะ เราไม่ได้จ่ายค่าเช่ามาละ 2 เดือน ครับ น้ำจะไหลมั้ยนะ อื น้ำคือเค้าก็กังวลอย่างเงี้ยอยู่อ่ะ อันเนี้ยคุณจะให้เค้า มีสมองไปคิดเรื่องอื่นเพื่อจะพัฒนาตัวเอง อือ ได้ยังไง เด็กนักเรียน คุณทุ่มงบไปที่การศึกษาเท่าไหร่ถ้าเด็กนักเรียนเหล่าเนี้ย ไม่มีที่ไม่มีบ้านให้กลับไปทำการบ้านน่ะ อื อยู่ไงต่ออ่ะ คือโรงเรียนเลิก 3-4 โมงเย็นอย่างเงี้ย ไม่มีที่ทำการบ้านกลับบ้านไม่มีที่ทำการบ้าน อ เด็กไปอยู่ไหนไม่รู้เนาะ แล้วเราก็จะบอกว่าเด็กพวกอย่างงี้แบบไม่เอาไหนอย่างเงี้ย ครับ เค้าไม่มีที่ให้กลับนะ อย่างในอเมริกา มันมีเลยด้วยซ้ำว่าแบบ บังคับให้โรงเรียนบางโซนที่ต้องเปิดจนถึงเย็น เพราะเด็กไม่มีที่กลับบ้าน ถ้าเกิดออกไปเดินๆอยู่เดี๋ยวติดยาหมด อ อะไรอย่างเงี้ย เพราะว่าเค้าก็ไม่มีบ้านเหมือนกัน ครับ อันเนี้ยดิฉันว่าหรือแม้ ลาไปที่การสาธารณสุขถ้าบ้านมันดีเนี่ย คนมันจะป่วยน้อยลง อื เราอยู่ในที่ที่ สุขอนามัยมันไม่ดีเนี่ย ยังไงก็ป่วย อากาศใหม่ไทยเท่เอ่อ สกปรกมียุงอะไรอย่างเงี้ย ยุง คืองบสาธารณสุขเยอะมาก งบการศึกษาเยอะมาก ลงไปเท่าไหร่ก็หมดค่ะถ้า พื้นฐานเราชอบพูดเรื่องปัจจัย 4 เนาะ อือ ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ส่งยารักษาโรค อย่างเงี้ย ที่อยู่อาศัยเนี่ยเบอร์ 1 เลย อื ดิฉันก็เชื่อว่าการออกแบบเนี่ย มันช่วยทำให้เราเนี่ยสามารถจะสร้างที่อยู่อาศัยในราคาที่ไม่แพง ครับ เพื่อทำให้คนจำนวนมากในประเทศอ่ะมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ เอ่อ แล้วประเทศมันก็จะพัฒนา การเมืองมันก็จะดี ทุกอย่างมันก็จะดีขึ้น คือมันไม่ได้ยูโทเปียขนาดว่าแบบมันจะดีสุดๆนะ แต่การตอนเนี้ยดิฉันว่าเราใช้งบผิดที่ ครับ แล้วก็มันก็มีหน่วยงานที่พยายามทำเอ่อ ของพวกนี้เยอะๆ เอ่อ มีองค์กรพัฒนาชุมชน มีการเคหะ อื แต่เค้าก็มีเอ่อ กำลังจำกัดมากๆในการที่จะทำค่ะ เอ่อ ที่อยู่อาศัยเหล่าเนี้ยให้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะคนที่อยู่ในเมือง อือ สามารถที่จะอยู่อาศัยในคุณภาพชีวิตที่ดีได้ ครับ คือดิฉันว่ามันต้อง มันต้องไปไกลกว่านี้อีกเยอะอ่ะ ต้องมีวาระแห่งชาติมากกว่าเนี้ย อันเนี้คือนักออกแบบไทยเก่งเยอะมาก ถ้าคุณบอกว่าเนี่ยเอาเลือกประกวดแบบกันเลย อือๆ 20 โครงการ นักออกแบบสถาปนิกไทยมาออกแบบอันเนี้ให้มากมาย ไม่นับค่าที่ดิน เอ่อ ให้คนที่สมาชิกครอบครัวควรมีสัก 4 คนเนี่ย สัก 100,000 เอาอยู่มั้ยไอ้บ้านที่ว่าเนี่ย อุ้ย 100,000 ตอนนี้สร้างอะไรไม่ได้แล้ว ค่ะ ไม่ได้ไม่ ไม่ได้ค่ะไม่ได้ น้อยไปน้อยไป อ 500,000 ไปได้ 500,000 ไปไม่ได้นะ ได้ป่ะ ได้ ทั้งหมดเนี่ยที่ไม่มียุงไม่มีอะไรลมไหลผ่านได้หมดไม่ต้องแต่ติดแอร์มันค่าไฟมันแพงไม่ติด ไม่ไม่ติดสิ แต่ลมพัด ใช่ ทั้งหมดนี่คืออยู่ที่ดีไซน์ ใช่ แล้วจริงๆที่ดินเนี่ยเรามีที่ดินของรัฐจำนวนมากเลยที่ไม่ได้ใช้ อื อยู่ในโลเคชั่นดีๆเต็มไปหมดเลยในเมืองอ่ะ โอเคโอเค แล้วก็อ่ะ ดิฉันเป็นข้าราชการดิฉันรู้ว่าข้าราชการเนี่ยมีไอ้บ้านพวกเนี้ย อือๆ ที่เป็นสวัสดิการ บ้านสวัสดิการ เยอะแยะเลย ครับ เอ๊ะ ทำไมเราทำอันนี้ให้ประชาชนไม่ได้ด้วยนะ อือๆ อันนี้ก็เป็นคำถามนะ ที่งานศิลปะวัฒนธรรมถ้าเรานับงานออกแบบเข้าไปอยู่ในนั้นด้วยเนี่ย มันทำได้ พรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาลเซสมมุติ 250 บวกได้เป็นพรรคเดี่ยวอาจารย์อ้อในฐานะที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรม นโยบายเร่งด่วนที่สุดด้านวัฒนธรรมคือ โหอันเดียวดให้อันเดียวด้วยให้อันเดียวพอ อันเดียวเลย ด่วนสุดๆเลยมันต้องมีที่สุดของที่สุด อาจารย์ ไม่มี อ่า ให้ 3 อันให้ 3 อัน ไม่มีเร่งด่วนสุดไม่มีประเทศนี้ทุกอย่างเร่งด่วนหมด เออๆๆ ทุกอย่างเร่งด่วนหมด ตายางนี่มันมีด่วนนะ ด่วนที่สุด ด่วนจู๊ดๆ ไม่ๆ ดิฉันว่าดิฉันว่าต้องคิดก่อนว่าเราจะกระจายอำนาจ อื แล้วร่วมมือกันทำงานได้ยังไง อันเนี้เร่งด่วนสุด เพราะว่าตอนเนี้ย ครับ ของทุกอย่างอ่ะ ดิฉันเข้าใจว่ามันมีความเป็นไซโลอยู่เยอะเนาะ แนวตั้ง ใช่ๆ นโยบายในเชิงวัฒนธรรมเนี่ย เดี๋ยวตามมาถ้าเราสามารถเรียกคนเก่งๆ คนเก่งๆมีเยอะมาก อ่าๆๆ ประเทศนี้คนเก่งเยอะมาก เก่งคนเก่งเยอะจนแบบ เออ ดีนะที่รอบๆตัวเป็นคนเก่งเต็มเลยอย่างเงี้ย แต่ว่าเขาไม่ได้มีพื้นที่ในการทำงานยังไง ถ้าเกิดเราสามารถจะ ร่วมมืออันนี้ฟังดูแบบ แบบเป็นยูโทเปียมากๆ แต่ว่าคนเหล่าเนี้ยทุกคนก็อยากทำให้มันดีนะ อ่า ไม่ได้ไม่อยากทำ แต่ว่าเราไม่มีพื้นที่ให้เขาอ่ะ ดิฉันว่าเราต้องทลายไอ้ไซโลเหล่าเงี้ยก่อน แล้วก็ไม่ได้มองภาพว่ามันเป็นแค่กระทรวงวัฒนธรรมด้วยนะ มันคือวัฒนธรรม ของประเทศเนี้ยเราจะไปยังไงต่อ เราจะยังไงต่อ ถ้าเราต้องทำงานกับคนเนี้ย เราต้องทำให้ได้ เราต้องทำงานกับคนเนี้ย เราต้องทำให้ได้ เราต้องทำงานกับคนเนี้ย เราก็ต้องทำให้ได้ โอเค คือมันไม่ควรจะจำกัดอยู่แค่ อำนาจกระทรวง อื อันนี้น่าจะเป็นถ้าถามว่าเลขด่วนเบอร์ 1 อ่า เรื่องนี้เลย ทลายกำแพงให้หมด ทลายกำแพง โอเคนะฮะ ค่ะ
ก็จากสถาปัตยกรรมนี้ตอนนี้จะกลายเป็นช่างก่อสร้างที่ถือไม้เอ้ยละครค้อนโตทลายกำแพง จริงๆดิฉันเป็นคนที่เวลามีคนมาถามว่าจะสร้างอะไรอ่ะ อือ ดิฉันบอกว่าไม่ต้องสร้างอ่ะเยอะนะ อือ แบบว่าดิฉันจะบอกว่ามันจำเป็นจริงๆต้องสร้างอันเนี้ย โอเค บางทีคนเดินมาหาแบบอยากทำบ้านแบบ 5 ห้องนอนอะไรฉันบอกอุ้ยเยอะใหญ่ 3 ห้องนอน 2 ห้องนอนก็พอแล้วทำทำไมใหญ่ๆ อโอเค คือมันจะทำไปทำไมอ่ะ อือๆ คือดิฉันเป็นพวก ไม่ได้คิดว่าจะต้องสร้างเสมอไปจริงๆแล้ว ครับ บางคนมีบ้านอยู่ให้ไปซ่อมบ้านให้ดิฉันบอกหดมยบ้านคุณน่ะไม่ได้ใช้เลยพื้นที่เนี่ยหดสักครึ่งมั้ย อ่า ก็มีนะ ก็มีนะ มันไม่ได้จำเป็น ครับ ค่ะ
ผมจะรอติดตามข่าวของอาจารย์ว่าอาจารย์ให้คำแนะนำอะไรในรัฐบาลบ้างนะอาจารย์ วัฒนธรรมเนี่ยมันมีการถ่ายทอดกันได้เนาะ มีการแชร์กันได้ถ้าเราต้องมีการแบบสอนกันแบบเป็นกิจลักษณะเลยแบบเข้าไปอยู่ในเรื่องของระบบการศึกษาเลย คือดิฉันมีประสบการณ์การสอนตั้งทั้งในและต่างประเทศเนาะ อย่างที่สอนที่จุฬาเนี่ยก็เหมือนพูดเหมือนเดิมเลย พูดเหมือนว่าที่ตะกี้พูดเรื่องกระทรวงวัฒนธรรมเลย คนเก่งเยอะมาก ครับ เราไม่เราไม่ได้ใช้ศักยภาพของเค้าให้พอเพียง เราใช้เค้าเราใช้อาจารย์เก่งๆทำไง เอกสาร อื ทำไมก็ไม่รู้นะ สงสารจัง วัฒนธรรมต้องดิฉันว่าต้องแก้อันนี้ก่อนแก้เรื่องวัฒนธรรม ไอ้การทำงานเอกสารนี้ก่อน แล้วก็ ต้องทำให้ผู้เรียนน่ะไม่เกร็งไม่กลัวผิดทุกวันนี้เค้าเก่งเหรออาจารย์ อะไรนะทุกวันนี้เค้าเกร็งกัน เกร็ง เออ เค้าเกร็ง เค้ากลัวผิด เออ เราต้องไม่ เด็กกลัวผิดมากตอนนี้ อื เด็กเกร็งมาก ครับ เด็กกลัวทำแล้วไม่ได้คะแนน อื อันนี้คือเป็นความเกร็งเบอร์ 1 เราต้องทำให้เด็กรู้สึกว่าทำมาเหอะสนุก เดี๋ยวคุยกันคนไทยเป็นคนสนุกอ่ะ ถ้าเราทำแล้วมันสนุกอ่ะ เดี๋ยวมันดีค่ะ อือ เราต้องทำให้มันสนุกก่อน เออ ถ้าทุกอย่างเป็นเรื่องสนุกเกี่ยวข้าวเรายังต้องมีแบบลงแขกเกี่ยวข้าวแล้วมีเพลงเลยนะ เออ เราต้องทำทุกอย่างให้สนุกอ่ะ โอเค เราเราลงแขกไม่ใช่เพราะเราต้องการรายงานอย่างเดียว ครับ แต่ทำคนเดียวมันเหงา อื มันมาเยอะๆเนี่ยมันสนุก ครับ เราชอบทำแบบเนี้ย เพราะฉะนั้นเนี่ย ถ้าเราสามารถจะ เอาความสนุกเข้าไปใส่ในทุกๆที่ อ่า ได้เนี่ย รวมทั้งการเรียนด้วย ปลดล็อ facilitate ใช่มันจะทำให้ มันสนุก เอ่อ ดิฉันเข้าใจว่าพรรคประชาชนตอนนี้มีนโยบายวัฒนธรรมอันหนึ่งที่พูดอยู่เรื่องของสไปซี่ไทยแลนด์นะ ครับ เนี่ยคำว่าสไปซี่มันก็แบบมันไม่ใช่แค่รสชาติอย่างเดียว อือๆ มันก็สนุกนะ อือๆ มันมีความสนุกปนอยู่ในนั้น มันมีความเอ่อ เป็นกันเอง มันมีความ ลำลองอยู่เนาะ มันไม่ได้เป็นความแข็งเกร็ง ไม่ได้เป็นความแบบขึงขัง ครับ ซึ่ง อันนี้ถ้าเข้าใจไม่ผิดคือคนที่คิดคำว่าสไปซี่นี่คือคุณฤกษ์ฤทธิ์ นวนิช นะแกเป็นคนพูดขึ้นมาในเอ่อการกินข้าวการหดนึง ครับ คงโดนขอนเผ็ดเข้าไปพอดีอู้สไปซี่ไล ไม่ๆแกเก่งแกเก่งแกทำกับข้าวแกทำกับข้าวแกทำกับข้าวแกก็เลยแกก็เลยดิฉันก็เลยรู้สึกว่าเออมันมัน มันการเรียนการสอนมันต้องทำให้มันสนุกด้วยให้ทุกคนรู้สึกสนุกแล้วมันจะเกิดความคิดสร้างสรรค์ อือ เพราะความคิดสร้างสรรค์มันต้อง ไม่กลัวผิดก่อนน่ะ อือๆ มันต้องเป็นการลองผิดลองถูก เราถึงใช้คำว่าลองผิดลองถูก อือ ถ้าเราสามารถทำให้การเรียนการสอนเนี่ย เอ่อ มันมีทั้งการลองผิดและการลองถูกแล้วทั้ง 2 อันเนี่ย อ ผิดก็ได้ ถูกก็ได้ อือ ค่อยๆเรียนกันไปเนี่ย ดิฉันว่ามันน่าจะทำให้เอ่อเกิดพัฒนากการของการศึกษาในเชิงเอ่อคนที่เรียนวัฒนธรรมและเรียนของที่ต้องผลิตวัฒนธรรมอ่ะนะอ ได้ มากกว่านี้อีกเยอะ ครับ ย้ำอีกทีว่าคนไทยเก่ง โอเค สร้างสรรค์อย่างสนุก สนุก ครับ
หลายๆครั้งเนี่ยที่เราทำกันเรื่องวัฒนธรรมเนี่ยจริงๆมันไปแบบเงียบๆแบบซึมๆไปให้คนเห็นเองชอบเองรักเองก็ได้นะแต่บ้านเราเนี่ยsอtพาที่ผ่านมาเนาะเราจะมันเสียงดังมากเลยเหมือนเราซอพามันมันมันซอฟยังไงวะอะไรเงี้ยนั่นอาจารย์มองสิ่งนี้ไงปรากฏการณ์นั่นคือต้องย้อนกลับไปนิดนึง จริงๆต้องให้เครดิตพรรคเพื่อไทยนะ อื คือเป็นพรรคแรกที่มีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมนะ ครับ เรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทำมา 20 กว่าปีแล้วตั้งแต่ อ การตั้งเอ่อหน่วยงานเอ่อ OKMD เนี่ย เอ่อชื่ออะไรนะ Office of Knowledge Management management and Development เนี่ยนะ แล้วก็มีลูกเป็นต่างๆหนึ่งในนั้นคือ TCDC เนาะ Thailand Creative and Design Center เนี่ย จริงๆต้องให้เครดิตเลยว่าเป็นรัฐบาลแรกแล้วกันที่เคยพูดเรื่องเนี้ยในฐานะ อ นักออกแบบนี่เราก็แบบอูมีคนสนใจเราด้วยเหรอเนี่ย อือๆ เอ่อดิฉันจำได้ 20 กว่าปีที่แล้วแล้วก็ตั้งองค์กรเป็นเรื่องเป็นราวเอ่อก็ต้องให้เครดิตเอ่อท่านอาจารย์พันศักดิ์เนี่ย ที่แกเป็นหัวเรือใหญ่ในการคิดนี้เอ่อดิฉันว่ามันมันดีนะ อือ ในถ้าเราย้อนกลับไป 20 ปีที่แล้วแล้วก็ 10 ปีแรกของเอ่อ TCDC เนี่ยงานหลักอ่ะคือการทำให้คนเข้าใจว่า งานออกแบบคืออะไร อื งานออกแบบมันสร้างมูลค่า ครับ ให้กับสินค้าและบริการได้อย่างไรซึ่งดิฉันว่าเค้าประสบความสำเร็จนะอ ในตรงนั้น แต่มันเป็นลักษณะของการสื่อสารเป็นการแคมเปญเอ่อเอ่อหลังจากนั้นเนี่ยยังไงต่ออ่ะคือมันไม่มี ของที่ต่อจากนั้นคือดิฉันคิดว่ามันต้องมีเรื่องของเนื้อหาที่มันเข้มข้นกว่านั้น อะไรคือของที่เราจากที่เราคุยกันเนี่ย อื วัฒนธรรมหรือต้นทุนที่เรามีในเชิงวัฒนธรรมเนี่ยมันจะเอาไปทำยังไงต่อได้ ครับ มันต้องการเนื้อหา ต้องการการวิจัย อื ต้องการของที่มาสนับสนุน ครับ แต่ว่า พอหน่วยงานต่างๆที่พูดถึงมันเนี่ยไม่ได้ลงไปลึกขนาดนั้น อือๆ มันไปต่อยากไง อือ มันไปต่อยากทีนี้ พอมาถึงณช่วงที่ผ่านมาเนี้ยดิฉันเข้าใจว่าในความเห็นดิฉันคิดดิฉันว่า Soft Powerมันเป็นภาคต่อ นะของ Creative Economy ที่เป็นนโยบายหลักที่เอ่อ เพื่อไทยพูดมาตลอดแต่ว่า มันมันเป็นการจะขายอ่ะ อื จะขายซึ่งไม่ได้ผิดนะแต่ตอนเนี้ยขายแล้ว ของมันซ้ำไง อื เราต้องเราต้อง ลงลึกกว่าเดิมแล้วอ่ะ ครับ เราต้องหา เราต้องศึกษา อื เพื่อทำให้ของที่เราจะขายเนี่ยมัน มันมีอะไรมากไปกว่าเดิมแล้วมามากไปกว่าเดิมที่เรากว่ากว่าที่เราเคยขายมา อือ ดิฉันว่าสิ่งที่มันหายไปอ่ะคือมันมันยังไม่มีตรงเนื้อหาตรงเนี้ย ครับ ที่ตะกี้คุยกันว่าเอ๊ะกระทรวงวัฒนธรรมควรจะเป็นคนจัดการกับเนื้อหาตรงนี้มั้ย อือๆ หรือจะให้อวเป็นคนทำหรือก็คุยกันทีนี้ เนี่ย ถ้ามันมีเนื้อหาตรงนี้หรือ ต้องมีการให้ทุนเพิ่มเติมแม้เราศึกษารอบแรกแล้วเราเห็นภาพว่าเฮ้ยตรงนี้ตรงนี้ตรงนี้มันเจ๋ง อ่า ให้ทุนเพิ่มเติมทำวิจัยขึ้นมา ครับ ซึ่งดิฉันว่ามันจำเป็นนะ อือ ที่เราจะต้องทำของเหล่านี้เราเราอยู่ในพื้นที่ที่คนมีความคิดสร้างสรรค์ดีมากเราเป็น early adapter คือประเทศไทยเนี่ยใครอยากทดสอบอะไรเนี่ยเค้ามาทดสอบกันในเมืองไทยนะคะอย่างโดยเฉพาะในเรื่องวัฒนธรรมป๊อปร่วมสมัยอย่างเงี้ย ครับ เกาหลีอยากเทสอะไรนี้เคเทสที่เมืองไทยก่อนนะ ในเซอเอเชียนะเทสที่เราก่อนนะ อื เพราะว่าถ้าเทสแล้วตลาดไทยเวิร์คเนี่ย ผ่ายมือไปทางอินโดมีประชากร 240 ล้านคน อะไรอย่างเงี้ย อันเนี้ยคือคือเรา เรา เราปรับตัวง่าย เราทำของแบบเนี้ยเราเก่ง แต่เรายัง ยังไม่สามารถไปได้ถึงที่เกาหลีทำที่สามารถจะใช้เอ่อตัววัฒนธรรมร่วมสมัยเนี่ย อือ สร้างมูลค่าหรือว่าสร้างงานให้กับคนได้เยอะขนาดนั้น แต่อาจารย์ว่าไปได้ ดิฉันก็ทำได้หมด เรา คนเราเก่งทรัพยากรเราเยอะ ต้นทุนเราดี อือๆ มันแค่เราจัดการยังไม่ดีอ่ะ โอเค แต่มันต้องมีคนมาจัดการเก่งๆอ่ะ อือๆ ถ้าถามดิฉันดิฉันอาจจะไม่ใช่คนจัดการเก่ง แต่ดิฉันเห็นภาพนะ ว่า มันมีตรงไหนที่เราดึงออกมาได้อีกโอเค มันดูแล้วภารกิจก็ไม่เบา นะหน่วยๆนะ คือดิฉันว่าเราไปแขวแข่งกับจีนเราคงแพ้ อ่ะ อือ ไอ้อันเนี้ยเราสู้ได้ เออเรามาชกในสนามที่เราพอมีรุ้นดีกว่านะ ใช่ๆคือเราไปแข่งไปทำรถ EV แข่งกับจีนมากสุดเราก็เป็นได้แค่ผู้ผลิตซึ่งเราก็ไม่ ได้แล้วตอนนี้โรงงานเค้าไปไกลกว่านั้นมากแล้ว โอเค เราคงสู้ไม่ไหวเรา ควรจะมาหาที่ทางที่เราเราถนัด มาสู้ในสนามวัฒนธรรมดีกว่า เราเก่งซึ่งจริงๆจีนเขาก็ไม่ได้น้อยนะ วัฒนธรรมเนี่ยเป็นเล่นไปโอเค เราก็เหนื่อยเหมือนกันแต่ว่า เราไม่เหมือนไง เราต้องถ่ายความไม่เหมือนอันนี้ โอเคได้ครับไงก็เป็นกำลังใจให้อาจารย์นะฮะท่านที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมครับ