📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

มีเรื่อง(อยาก)Live Ep.122 - อนุทิน แถลงนโยบาย 2 #Day2.2

Jomquan6:07:54

Transcription

อีกประเด็นครับ วันนี้ต้องยอมรับครับ ชุมชนหลายชุมชนไม่ได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวชุมชน หลายชุมชนรู้สึกว่านักท่องเที่ยวอาจจะมาเป็นคนที่ทำให้ชุมชนเหล่านั้นเดือดร้อน เพราะฉะนั้นการที่จะต้องคำนึงถึงชุมชนให้รู้สึกว่าชุมชนนั้นเป็นเจ้าของแหล่งท่องเที่ยว ต้องทำให้เกิดขึ้นแน่นอนครับ หนีไม่พ้นว่าสิ่งอะไรที่ชุมชนจะต้องได้รับจากการท่องเที่ยว ไม่ใช่มาแล้วชุมชนไม่ได้อะไรเลย มาแล้วชุมชนจะต้องมาแบกภาระต่างๆ นั่นคือสิ่งที่ไม่ยั่งยืนแน่นอนครับ ทำอย่างไรให้ชุมชนเหล่านั้นมีรายได้อย่างแท้จริงแน่นอนครับ ไม่ใช่ว่าเพียงแค่รายได้ที่จะสนับสนุน หมายถึงว่าการขายสินค้า การบริการในพื้นที่เท่านั้น การจัดสรรงบประมาณเป็นรายหัวบุคคลที่จะลงไปพื้นที่ หมายถึงว่านักท่องเที่ยวไปชุมชนไหนมาก รายได้ก็ต้องกระจายลงไปสู่ชุมชนนั้นตามรายหัว ก็จะเป็นนโยบายหนึ่งที่กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาจะกระทำครับ

การส่งเสริม ประทานโทษนะครับ ต่อไปที่จะเป็นหัวใจหลักอีกประเด็นหนึ่งของการท่องเที่ยวก็คือ การยกระดับความปลอดภัย การสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว นี่ก็เห็นก็เชื่อมโยงนะครับ คำถามของท่านสมาชิกรัฐสภาที่ถามว่า ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ การทำประกันอุบัติเหตุ การประกันชีวิต การดูแลนักท่องเที่ยว รัฐบาลมีทิศทางอย่างไร เดี๋ยวผมจะขออนุญาตตอบอีกครั้งนะครับ

การสนับสนุนให้คนไทยเที่ยวในประเทศมากขึ้น โดยสนับสนุนการยกระดับเมืองน่าเที่ยว ต้องยอมรับครับในภาวะเหตุการณ์โลกในปัจจุบัน ค่าครองชีพที่สูง ค่าเชื้อเพลิงที่สูง การที่จะต้องลงให้คนไทยเที่ยวไทยให้มากขึ้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวก็ยังต้องมี แต่แน่นอนครับมันก็จะดูเหมือนกับว่าให้ประหยัดพลังงาน แต่ทำไมยังต้องส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่การท่องเที่ยวที่เน้นมุ่งเน้นไปสู่การใช้คนส่วนมวลชนมากขึ้น ทั้งรถไฟหรือรถที่ใช้ร่วมกัน ก็จะต้องเป็นนโยบายที่ทางกระทรวงจะขับเคลื่อนและผลักดันครับ

ขออนุญาตตอบคำถามของ ขอบคุณนะครับท่านแรกเลยที่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวและกีฬา คือท่านอรรถกรนะครับ ขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านนะครับ ท่านได้มาทำในหลายๆ อย่างให้กับกระทรวงนี้ในช่วงที่ผ่านมาได้อย่างดีครับ แล้วก็ท่านก็ยังห่วงใย มีคำถามถามต่อในความชัดเจนและทิศทาง

เรื่องแรกก็คือ เรื่องฟรีวีซ่าครับ ในระยะเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยได้เปิดฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยว 90 กว่าประเทศ ที่ได้รับการอนุมัติฟรีวีซ่าแล้ว ในวีซ่าฟรีวีซ่านั้นสามารถพักพิงในประเทศไทยได้ 60 วันครับ แต่แน่นอนครับ ในช่วงที่ผ่านมาคณะกรรมการนโยบายการตรวจลงตราก็ได้ไปเก็บข้อมูลแล้วก็ศึกษาถึงแนวทางว่าการที่นักท่องเที่ยวอยู่ประเทศไทย 60 วันนั้นเป็นเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ จากสถิตินะครับที่กรมการท่องเที่ยวเองแล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเองได้เก็บข้อมูลไว้นั้น นักท่องเที่ยวโดยเฉลี่ยครับ หมายถึงว่าเฉลี่ยทุกโซนเลยนะครับ หมายถึงเอเชีย ยุโรป เฉลี่ยว่าอยู่ในประเทศไทยประมาณ 9 วันกว่าๆ แน่นอนครับ ประเทศใกล้ๆ ก็ 4 วัน 5 วัน 7 วัน ไกลที่สุดที่มีเรคคอร์ดไว้ก็คือ 21 วันกว่า แล้วนักท่องเที่ยวตั้งแต่ หมายถึงว่าเที่ยวในเมืองไทยตั้งแต่วันเดียวจนถึง 30 วันนั้น คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ในประเทศนี้คือ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ นั่นหมายถึงอะไรครับ หมายถึงว่ายังมีอีกเกือบ 10% ที่อยู่เกิน 30 วัน เพราะฉะนั้น คณะกรรมการเองก็มีแนวทางชัดเจนครับว่าการชวนระยะเวลาของการให้วีให้ฟรีวีซ่าที่สามารถอยู่ได้ 60 วันนั้นจำเป็นจะต้องมีการลดจำนวนวันเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวจริงๆ ครับ

ทุกท่านทราบดีครับว่าการอยู่เกินนานไปเริ่มจะไม่ใช่นักท่องเที่ยวครับ เริ่มจะมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่มาแย่งงานคน เริ่มมีนอมินีในบางประเด็นการทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นการศึกษาครั้งนี้ครับก็ระบุชัดว่า การที่จะลด 30 วันจะไม่กระทบนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของประเทศครับ ถ้าถามว่าแล้วคนที่อีกเกือบ 10% อยู่เกิน 30 วันทำอย่างไร จริงๆ แล้วเราก็มีวีซ่าอีกประเภทหนึ่งครับที่เรียกว่า DTV สามารถอยู่ได้ถึง 180 วัน นั่นคือหมายถึงว่าผู้ที่มาอบรมต่อยมวย มาทำอาหาร หรือลอง stay ยาวๆ สามารถขอวีซ่าประเภทนั้นได้ครับ แต่ถ้าวีฟรีวีซ่านั่นหมายถึงคนที่ จะต้องมาเที่ยวแล้วไม่ใช่ระยะยาวขนาดนั้น เพราะฉะนั้นคำถามขออนุญาตต่อไปท่านอรรถกร ต่อไปท่านณัฐพล ณัฐพล ด้วยนะครับว่ารัฐบาลเองโดยกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ก็ได้ศึกษาเบื้องต้นกับกระทรวงต่างประเทศ ก็จะให้ทบทวนเรื่องนี้ครับ เพื่อจะจำกัดเวลาให้มีนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอย่างแท้จริงครับ และไม่เพียงแค่จำกัดเวลาด้วย ในที่สุดประเทศต่างๆ ที่เคยเคยได้ฟรีวีซ่าเอง เราก็ต้องพิจารณาทั้งหมดทุกประเทศครับว่าประเทศไหนยังคงเหมาะสมอยู่ ก็แน่นอนครับ เราอยากได้นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพครับ สิ่งนี้ชัดเจนในนโยบายว่าการยกระดับคุณภาพมากกว่าปริมาณ สร้างรายได้มากกว่าปริมาณ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เป็นกลไกหนึ่งครับที่กระทรวงจะต้องทำ

ผมขออนุญาตที่จะตอบตอบคำถามต่อของท่านสมาชิกรัฐสภานะครับว่า การช่อง การการสร้างนะวงจรการท่องเที่ยวหยุดชะงักในหลายๆ จังหวัด การเปลี่ยนจากปริมาณเป็นคุณภาพการท่องเที่ยวไปอย่างยั่งยืน สิ่งที่เรามีปัญหาคือการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ ให้รองรับ ให้สามารถมีคุณภาพได้จริง การที่จะยกระดับนักท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ สถานประกอบการท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว ผู้บริการให้ท่องเที่ยวก็ต้องยกระดับคุณภาพเช่นเดียวกันครับ ปัญหาที่จะเกิดนั่นคือหมายถึงว่าแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ยังขาดงบประมาณในการสนับสนุน เพราะฉะนั้นวิธีการหาเงินเพื่อจะนำเงินเหล่านั้นกลับไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อความยั่งยืนเป็นสิ่งที่จำเป็นครับ และกระทรวงก็มีนโยบายที่จะทำในประเด็นนี้ครับ

ท่านยังมีคำถามเกี่ยวกับภาษีค่าเหยียบแผ่นดิน ที่ท่านทั้งท่านสิริกัญยา ท่านณัฐพงษ์ ณัฐพล ได้ถามไว้ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดที่ท่านเรียกว่าค่าเหยียบแผ่นดินหมายถึงกองทุนพัฒนาการท่องเที่ยวใช่มั้ยครับ ถ้าเป็นกองทุนพัฒนาการท่องเที่ยว สิ่งนี้ผมเชื่อเพราะว่า ไม่เพียงประเทศไทยไม่ใช่เป็นประเทศแรกที่ทำในเรื่องนี้ มีเหลือไม่กี่ประเทศที่ยังไม่ทำ และมีหลายประเทศที่กำลังเพิ่ม ขออนุญาตยกตัวอย่างอย่างเช่น เร็วๆ นี้ก็ประกาศชัดครับว่าจะมีการยกเพิ่มค่าเก็บภาษีไซโยนารแทกเพิ่มขึ้นจาก 1,000 เยนไป 3,000 เยน แต่ทำไมทุกเอ่อทางหลายๆ ประเทศทำได้ก็เพราะกองทุนเครับที่จะสามารถมาดูแลคุณภาพการท่องเที่ยวได้อย่างดี ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ ถ้ามีกองทุนผมก็เชื่อว่าไม่เป็นงบประมาณแผ่นดินและไม่มาเบียดเบียนค่ารักษาพยาบาลของคนในประเทศ ถ้ามีประกันชีวิตประกันอุบัติเหตุอย่างชัดเจนของนักท่องเที่ยว ผมเชื่อว่านักท่องเที่ยวก็จะเชื่อมั่น นำเงินที่ได้ไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สุขา ความปลอดภัย หรือแม้แต่นำเงินกลับไปสู่ชุมชนและท้องถิ่นที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยอะต่อปี เป็นรายหัว สิ่งเหล่านี้เป็นกลไกที่สามารถทำได้หมดแล้วครับ ที่การดำเนินการกองทุนนี้จะสามารถดูแลได้นักท่องเที่ยว สร้างความมั่นใจได้ว่ามาเมืองไทยแล้วเกิดอะไรขึ้น เขามีสิทธิ์คุ้มครองเป็นอย่างดี เขาปลอดภัย เขาได้รับการบริการที่ดี แหล่งท่องเที่ยวมีการพัฒนา หนีไม่พ้นครับสิ่งที่พวกเราพูดกันทั้งหมดคืองบประมาณครับกับการท่องเที่ยว กรมการท่องเที่ยวเอง กระทรวงเองแน่นอนครับได้รับงบประมาณ แต่ก็แน่นอนครับหนีไม่พ้นว่าไม่สามารถจะสามารถพัฒนาทุกที่ได้ ก็ต้องขอบคุณท้องถิ่นหลายๆ ท้องถิ่นที่พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว แต่ต่อไปนี้ภาระต้องไม่เป็นของท้องถิ่นครับ มันจะต้องสมควรมีการหารายได้เพื่อก็เข้าไปสนับสนุนและดูแลเรื่องนี้โดยตรงครับ

ซึ่ง เวลาผมขออนุญาตอีกสักนิดนะครับ ท่านประธาน นิดเดียวครับ ก็หลายๆ ประเด็น ที่ต่อไปเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ขออนุญาตวนกลับไปด้านกีฬานะครับ ด้านกีฬานั้นต้องขอบคุณท่านวชิสภา นะครับที่ให้ความห่วงใย ทั้งเรื่องของสนามที่ล้างในหลายๆ จังหวัด ในรัฐบาลชุดนี้ ภายใต้การนำของผมจะต้องเปลี่ยนสนามที่ล้างให้มาใช้งานได้ครับ แต่แน่นอนครับมีหลายปัญหา ไม่ใช่วันนี้เพียงแค่เรื่องงบประมาณอย่างเดียวครับ เรื่องการถ่ายโอน เรื่องเจ้าของที่หลายเรื่องต้องตั้งคณะกรรมการทำงานแล้วก็ทำงานร่วมกันอย่างจริงจังครับ ถึงจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้อย่างจริง ผมเชื่อครับรัฐมนตรีหลายๆ ท่านที่ผ่าน มาไม่มีใครสบายใจเรื่องนี้หรอกครับ ผมยังบอกกับคนในกระทรวงเลยครับ ถ้าแก้ได้แล้วไม่ต้องมารอสุรศักดิ์แก้หรอก แต่เชื่อครับมันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นข้ออ้างที่ผมจะไม่ทำครับ มันเป็นข้อที่ผมจะต้องทำให้ได้ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาครับ

เรื่องการสนับสนุนของนักกีฬาผมเห็นด้วยนะครับ วันนี้เงินที่ได้ในเบี้ยเลี้ยงต่างๆ มันถ้ามันคิดแล้วมันแทบจะไม่มีขวัญและกำลังใจใดๆ กับนักกีฬาเลย การพิจารณาโครงสร้างของการสนับสนุนเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา เป็นความตั้งใจของผมและก็กระทรวงที่จะทำครับ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจนักกีฬา ท่านราตกรถามมาอีกเรื่องนะครับ การจ่ายเบี้ยเลี้ยงตรงให้กับนักกีฬายังจะมีต่อมย เอ่อเอ๊ะ Asian Beach Game กีฬาเพิ่งผ่านไปเร็วๆ นี้ครับ ท่านอัชกรสมัยท่านเป็นรัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬาท่านก็ได้มีมติจ่ายตรงไป และซึ่งการไปเก็บข้อมูลทั้งผู้ที่มี stakeholder หมายถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด นักกีฬา โค้ช ทั้งสมาคม ด้วย ทุกคนเปอร์เซ็นต์ค่อนข้างพอใจในการทำลักษณะนี้ ถ้าตัวเลขความพอใจเกิดขึ้นก็ยืนยันครับ อะไรที่เกิดแล้วเป็นสิ่งดีต้องเดินหน้าต่อแน่นอนครับ

ต้องขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ และก็เรื่องการกีฬา เราจะมุ่งเน้นการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา การแยกกีฬาอย่างชัดเจน การจัดอีเวนต์ต่างๆ จะต้องเป็นการจัดที่เกิดประโยชน์กับประเทศอย่างแท้จริง มีนักข่าวถามผมว่าอยากจัดนู่นจัดนี่มั้ย รายการใหญ่ของประเทศนี้ ผมบอกโอ้ รัฐมนตรีทุกคนอยากจัดหมดครับ เพราะว่ายิ่งจัดมันก็เป็นเครดิต แต่แน่นอนครับถ้าดูความคุ้มค่า ผมต้องเลือกความคุ้มค่ามากกว่าที่อยากจะจัดโดยที่ไม่ได้ดูอะไรเลย เพราะฉะนั้นทุก World Event ในประเทศไทยมีได้แต่ต้องคุ้มกับการจัด คุ้มค่าหลายๆ เรื่อง ถ้าไม่คุ้มก็ต้องพิจารณาดีๆ ในยามภาวะที่เศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ แต่การสนับสนุนจะเต็มที่โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าเป็นหลักครับ ขอบคุณท่านสมาชิกที่ตั้งคำถามทุกๆ ท่าน ขอบคุณท่านประธานรัฐสภาครับที่ให้โอกาสได้ชี้แจง เผื่อมีอะไรจะขออนุญาตชี้แจงเพิ่มเติมครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

>> ครับต่อไปท่านรัฐมนตรีนิกรโสมกลางขอชี้แจงครับ เชิญครับ

>> กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาครับผมนิกรสวมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ครับ ขออนุญาตใช้เวลาตอบข้อคิดเห็นแล้วก็ข้อเสนอแนะกับการขับเคลื่อนของเอ่อภารกิจของกระทรวง พม. ในหลายมิติครับ ซึ่งตัวผมเองแล้วก็ทางกระทรวง พม. เองก็พร้อมน้อมรับข้อเสนอเนี้ยที่มีประโยชน์ และอยากจะขอเรียนนำเรียนเป็นข้อมูลเพิ่มเติมให้กับท่านสมาชิกสัก 3-4 ประเด็น

ประเด็นที่ 1 ครับ ที่ได้มีการถามเข้ามาคือวิกฤตประชากรเด็กเกิด กลุ่มแรงงานโหดตัวมีผู้เข้าสู่วัยผู้สูงอายุมากขึ้น กระทรวง พม. มีนโยบายหรือแนวทางการดูแลประชาชนแต่ละกลุ่มอย่างไรบ้าง เพื่อรองรับสังคมสูงวัย

ต้องนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับว่า กระทรวง พม. เองก็ได้เตรียมความพร้อมรองรับสังคมสูงวัย เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม พัฒนาสังคมและนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนนะครับ ยกตัวอย่างเช่น สำหรับเด็กและเยาวชนนะครับ ก็มีการสนับสนุนเงินอุดหนุนให้กับเด็กแรกเกิดตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ขวบนะครับ รายละ 600 บาทต่อเดือนนะครับ เป้าหมายปี 256900,000 2,778 ราย เป็นเงินกว่า 16,000 ล้านบาทนะครับ แล้วก็ได้มีการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กปฐมวัยตั้งแต่ 0 ขวบจนถึง 4 ขวบนะครับ ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้เด็กปฐมวัยตามมาตรฐาน ตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาตินะครับ

ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุ เราก็จะมีการมุ่งเน้นในการที่จะเสริมสร้างการมีงานทำของผู้สูงวัยนะครับ ให้เขาสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ สามารถยืนอยู่ในสังคมต่อไปได้อย่างภาคภูมิใจนะครับ โดยการให้มีเงินทุนประกอบอาชีพจากกองทุนผู้สูงอายุนะครับ ที่ผ่านมาที่ผ่านมานะครับ ได้มีการทำสัญญาคู่ไปแล้วกว่า 117,667 สัญญา เป็นเงินกว่า 3,217 ล้านบาทนะครับ และยังจะได้มีการเสริมทักษะเพิ่มสมรรถนะในการจ้างงานร่วมกันกับเครือข่ายภาคเอกชนอีกกว่า 900 กว่าเครือข่ายนะครับ

ในกาลนี้ นะครับ กระทรวง พม. เองนะครับไม่ได้หยุดแค่นี้ ก็ยังมีการเสริมสร้างกลไกการพัฒนาผู้สูงอายุในชุมชน ผู้สูงอายุในชุมชนนะครับ ด้วยศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ หรือ สพอส. ปัจจุบันก็มีอยู่ 2,258 แห่งทั่วประเทศนะครับ ช่วยกันเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุตามชุมชนต่างๆ นะครับ ยังไม่พอครับ ยังมีการสร้างผู้บริบาลผู้สูงอายุอีกเพิ่มเติมขึ้นมานะครับ ให้ดูแลผู้สูงอายุในชุมชนทั่วประเทศ ปัจจุบันมีอยู่ 878 คน ให้มีกำหนดว่า 1 คนสามารถดูแลต้องดูแลผู้สูงอายุอย่างน้อย 100 คนนะครับ ปัจจุบันมี 878 คน ก็สามารถดูแลผู้สูงได้ 87,000 800 คนนะครับ แล้วก็ยังมีการขับเคลื่อนโรงเรียนผู้สูงอายุร่วมกับท้องถิ่นนะครับ เพื่อให้ผู้สูงอายุเราสามารถมีทักษะการในการทำงานเพิ่มขึ้นได้แล้วก็ดูแลตัวเองได้นะครับ นี่คือเป้าหมายนะครับ

ประเด็นที่ 2 ครับ ที่ได้มีการสอบถามมาจากเพื่อนสมาชิกนะครับ ทางกระทรวง พม. มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวอย่างเป็นองค์รวมทุกมิติอย่างไรนะครับ

จริงๆ ต้องนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า กระทรวง พม. เองมีช่องทางในการที่จะรับแจ้งเหตุหรือให้คำปรึกษาผ่านสายด่วน 1300 หรือที่เราเรียกว่า 1,300 นะครับ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้บริการช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแล้วก็คุ้มครองผู้ประสบปัญหานะครับ จากสถิติที่ผ่านมานะครับ ปี 256 มีอยู่ประมาณ 4,000 กว่าเคส 3,000 เคสเนี่ยเป็น เอ่อกรณีที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว และอีก 1,000 กว่านี่เป็นความรุนแรงนอกครอบครัวนะครับ ก็เป็นตัวอย่างที่ทางกระทรวงเองเพิ่มมีช่องทางนะ แล้วยังไม่พอ ก็ยังมีช่องทางติดต่อผ่านทางเว็บแอปพลิเคชันก็ได้ ผ่าน Line แอปพลิเคชัน Line Official Account เพิ่มเติมขึ้นมา ก็จะมีเจ้าหน้าที่ตอบแล้วก็ให้ข้อคิดเห็นข้อเสนอเนี่ยแบ่งเป็นกลุ่มๆ เป็นด้านๆ ไปนะครับ

แล้วก็ในส่วนของกฎหมายนะครับ ทางกระทรวงเองก็อยู่ระหว่างการปรับปรุงพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ในประเด็นกระบวนการช่วยเหลือคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ โดยกำหนดขั้นตอนการรับแจ้งเหตุ ทำทันที การสอบข้อเท็จจริง การส่งต่อให้ความช่วยเหลือคุ้มครองนะครับ การร้องทุกข์ และการติดตามผล ซึ่งจะเป็นการพัฒนาให้กระบวนการทำงานเป็นระบบแบบองค์รวมโดยใช้กลไกทางกฎหมายนะครับ

ประเด็นที่ 3 ครับ ที่ได้สอบถามมาครับ กระทรวง พม. มีแนวทางในการพัฒนาเรื่องบ้านที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในทุกมิติอย่างไร

ต้องนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกครับว่า กระทรวง พม. เองนี่พัฒนาบ้านที่อยู่อาศัยควบคู่ไปกับการพัฒนาสิ่งแวดล้อมนะครับ เพื่อนำไปสู่การลดรายจ่ายให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของกลุ่มเป้าหมายเรา ให้เหมาะสมกับกลุ่มเปราะบางที่กระทรวง พม. ดูแลอยู่ นะครับ ปัจจุบันก็ได้มีการสนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงจำนวน 3,370 ครัวเรือน บ้านพอเพียง 15,625 ครัวเรือน ผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ภายใต้หลักการให้อย่างมีคุณค่าและรับอย่างมีศักดิ์ศรี และแล้วก็ยังมีไม่พอครับ ก็ยังมีส่วนของการเคหะแห่งชาติ นะครับที่อยู่ระหว่างการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีราคาเหมาะสมให้กับกลุ่มที่มีรายได้น้อย กลุ่มที่อาจจะโดนปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินอีกกว่า 21,712 ยูนิตนะครับ ที่จะมาช่วยเติมตรงนี้ให้นี่ ก็จะเป็นการเพิ่มพัฒนาศักยภาพเพิ่มพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องในด้านของที่อยู่อาศัยนะครับ

ประเด็นสุดท้ายครับ ประเด็นที่ 4 ครับ ด้าน พรบ. Universal Design นะครับ ก็อยากจะนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 2556 กำหนดให้คนพิการมีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากได้จากสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งสถานที่ สถานที่ ถนน ยานพาหนะ บริการขนส่ง การคมนาคม ทั้งทางบก ทางราง ทางอากาศ ทางน้ำ รวมไปถึงการเข้าถึงสิทธิในการสื่อสารต่างๆ นะครับ ทางกระทรวงเองก็ได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการฉบับที่ พ.ศ. อยู่ระหว่างดำเนินการเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี เพื่อปรับปรุงเนื้อหาในการเข้าถึงสิทธิสิ่งอำนวยความสะดวกให้เป็นรูปธรรม ให้มีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทั้งจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมาพิจารณาให้ความเห็น การจัดสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการของรัฐ และในโครงการที่ได้รับสัมปทานจากรัฐ รวมไปถึงการที่จะออกประกาศมาตรฐานอุปกรณ์หรือข้อแนะนำอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับรองรับหลักการ Universal Design ตามหลักกฎหมายนานาประเทศครับ

ท่านประธานครับ โดยรวมทั้งหมดนี้ ผมขอนำเรียนอย่างชัดเจนว่าข้อเสนอของท่านสมาชิกทั้งหมด จะถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดทิศทางการทำงานของกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นเชิงนโยบาย แผนงาน การปฏิบัติงานที่ส่วนกลาง การปฏิบัติการในพื้นที่ เพื่อให้การพัฒนาสังคมของประเทศสามารถตอบสนองต่อความต้องการในพื้นที่ได้อย่างครอบคลุม ได้อย่างเป็นรูปธรรม และเกิดผลในรูปแบบของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน ท้ายที่สุดนี้ครับ ผมเชื่อว่าการพัฒนาสังคมไม่ใช่ภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นการพัฒนาเป็นแต่เป็นภารกิจร่วมกัน ทั้งรัฐสภาแห่งนี้ ทั้งรัฐบาล ทั้งสังคมโดยรวมนะครับ ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมที่จะทำงานกับทุกภาคส่วนนะครับที่จะขับเคลื่อนไปบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง บนข้อมูลที่เข้าใจ และความมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศอย่างแท้จริงและยั่งยืนครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

>> ครับต่อไปท่านรัฐมนตรีสุริยะจึงรุ่งเรืองกิจท่านขอชี้แจงครับ เชิญครับ

>> กราบเรียน ท่านประธานสภาภาที่เคารพอย่างสูงครับ ตามที่สมาชิกผู้ทรงเกียรตินายกรจาิคนิชได้มีการอภิปรายถึงผม เรื่องการซื้อเครื่องบินเจ็ท ซึ่งมีทั้งหมดอยู่ 3 ประเด็น 1 มีการชำระเงินจริงหรือไม่ 2 เงินที่ใช้ชำระเงินเงินที่ใช้ชำระมาจากไหน และ 3 เมื่อชำระแล้วเงินนั้นไปที่ไหน โดยเรื่องการซื้อขายเครื่องบินเจ็ทจากภรรยาของนายเบนซิ ผมได้เคยชี้แจงผ่านสื่อมวลชนและผ่านสังคมก่อนหน้านี้แล้วให้ทราบถึงข้อเท็จจริงและความโปร่งใสไปแล้ว แต่ในเมื่อวันนี้ท่านกรถามอีก ผมก็ยินดีที่จะชี้แจงให้ทราบอีกครั้งหนึ่งนะครับ

ผมได้ซื้อเครื่องบินร่วมกับครอบครัว โดยเครื่องบินเจ็ทดังกล่าวมีมูลค่า 862 ล้านบาทเศษ ผมมีสัดส่วนถือครองจำนวน 30 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นของญาติพี่น้อง โดยชำระเงินและผ่านกระบวนการจดแจ้งเครื่องบินเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2567 ซึ่งขณะนั้นยังไม่ได้มีการกล่าวหานายเบนซมิ ว่ามีการยุ่งเกี่ยวกับเครือข่ายทุนศรีเทา โดยคุณรังสิมาโรมได้เอาเรื่องเบนซิมาพูดในสภาแห่งนี้ครั้งแรกในเดือนกันยายนปี 256 นับเป็นเวลาหลังจากการซื้อขายเครื่องบินเสร็จสิ้นไปถึง 1 ปีเต็ม ซึ่งถ้าผมทราบว่านายเบนสมิมีพฤติกรรมดังกล่าว ธุรกิจธุรกรรมการซื้อขายเครื่องบินกับนายเบนซmิธจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนครับ

สำหรับประเด็นข้อกล่าวหาขององค์กรผมขอตอบดังนี้นะครับ 1 การซื้อขายมีการซื้อขายจริง มีการชำระเงินผ่านธนาคารกรุงเทพฯ ในสาขาประเทศไทยทั้งหมด ไม่ได้ผ่านธนาคาร Bic กัมพูชาของนายยิมเียกคู่หูของนายเบนซฟิแต่อย่างใด 2 เงินที่ใช้ในการชำระเครื่องบินดังกล่าวเป็นเงินของผมและครอบครัว ซึ่งในส่วนของผมได้ชี้แจงบัญชีทรัพย์สินต่อ ปปช. ในเรื่องนี้ไปตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2567 ซึ่งสามารถตรวจสอบในส่วนนี้จาก ปปช. ได้ครับ 3 เมื่อชำระเงินแล้ว เงินที่ผมโอนเป็นการโอนผ่านธนาคารกรุงเทพฯ ในประเทศไทย ส่วนผู้ขายจะโอนไปที่ไหนต่อเป็นเรื่องของผู้ขายครับ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผมเลยครับ ขอบคุณครับ

>> ครับต่อไปเป็นการอภิปรายของสมาชิกนะครับ เชิญท่านพรณรงค์นินมะครับ เชิญครับ

>> ครับ

>> กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผมนายพรณรงค์เนินะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบลภูเขต 3 ในฐานะสมาชิก รัฐสภา จริงๆในวันนี้นะครับที่ลุกขึ้นอภิปราย มีประเด็นที่เอ่อ ต้องการอภิปรายหลายประเด็นด้วยกันนะครับ จากนโยบายที่คณะรัฐบาลที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อรัฐสภาแห่งนี้ แต่ด้วยมีสมาชิกสภาหลายท่านได้อภิปรายในหลายๆ ประเด็นไปแล้ว อาที่ิเช่น ในประเด็นของกรรมสิทธิ์ในที่ดินก็ดี ในประเด็นของที่ดินหลวงนะครับ ที่แต่ละหน่วยงานถือเอาแนวเขตนะครับ ในส่วนของหน่วยงานใครหน่วยงานมันทับซ้อนกันมั่วไปหมด นะเรื่องของ Map นะเรื่องของข้อระเบียบกฎหมายที่ต้องแก้ไขหรือต้องปรับปรุงให้ทันกับยุคกับสมัยกับสภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน เพื่อไม่ให้การอภิปรายซ้ำซ้อนและเป็นที่น่าเบื่อ และก็เป็นการกระชับเวลาในการประชุมด้วย ผมก็จะขอนะ อาจจะข้ามประเด็นที่สำคัญเหล่านั้นไปบ้าง แต่ก็หวังว่า การที่มีท่านสมาชิกรัฐสภาหลายๆ ท่านพูดถึงประเด็นเหล่านี้ หวังว่ารัฐบาลจะเห็นว่าเป็นประเด็นที่สำคัญและควรยิ่งที่จะนำมาพิจารณา และเป็นประเด็นที่ต้องดำเนินการเป็นลำดับต้นๆ แต่ประเด็นที่ผมจะอภิปรายต่อจากนี้เป็นเรื่องที่ข้ามไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ผมจำเป็นต้องอภิปรายเพื่อทวงถาม 3 สัญญา จากรัฐบาล จากพรรคร่วมรัฐบาลก็ดี ถึงสัญญาที่ท่านเคยนะครับให้ไว้กับประชาชนในช่วงที่ปราศรัยหาเสียงในห้วงที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้นโยบายดีๆนะครับ ได้เลือนรางจางหายไป เพราะวันนี้ถือว่าท่านได้อยู่ในอำนาจที่จะทำตามที่ท่านได้สัญญาไว้ได้แล้ว แล้วก็ชี้ให้เห็นว่านโยบายที่ท่านเรียก ว่าเปลี่ยนผ่านจริงๆ แล้วอาจจะไม่ใช่เปลี่ยนผ่านก็ได้ แต่มันอาจจะเปลี่ยนใจหรือทิ้งสัญญาที่มีต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรทั่วเทพ

ท่านประธานครับ พรรคร่วมรัฐบาลยังพรรคเพื่อไทยและในปัจจุบันนะครับ ก็ดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยประกาศกล้องนะครับนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตรขั้นต่ำ 30% และสและประกาศว่าสามารถทำได้ทันทีในปีแรก ด้วย แต่พอดูในคำแถลงนโยบายของท่านนายก ในนโยบายข้อ 4 ด้านการเกษตรครับท่าน คำสัญญาเหล่านั้นกลับถูกแทนที่ด้วยคำศัพท์ คำศัพท์ที่เป็นศัพท์เทคนิคอย่าง AI อย่าง Big Data อย่างเทคโนโลยีชีวภาพ รู้สึกเหมือนกำลังอ่านนิยายวิทยาศาสตร์อยู่เลยครับท่านประธานครับ ในความเป็นจริงในชีวิตจริงพี่น้องเกษตรกร เขาอยากรู้แค่ว่าราคาข้าว ราคาปาล์ม ราคาอ้อย ราคาอ้อย ราคาอ้อย จะขึ้นตามที่สัญญาไว้เมื่อไหร่เท่านั้นเองครับท่านประธาน

ในนโยบายที่ท่านพูดถึงนะครับ ในข้อ 4.1 โครงการ ดอกเบี้ยคนละครึ่ง ผมถามว่านี่คือการลดหนี้หรือการเติมหนี้ให้กับพี่น้องเกษตรกรครับท่าน ผลักภาระให้เกษตรกรต้องไปกู้เงินจาก ธกส. จากสถาบันการเงินมาเพื่อยกระดับทักษะในการใช้ปุ๋ย โดยที่รัฐออกดอกเบี้ยให้เพียงครึ่งเดียว นี่แหละครับคือการแก้ปัญหาหนี้สินแบบเบ็ดเสร็จของรัฐบาลชุดนี้

ประเด็นที่เจ็บปวดที่สุดครับท่านประธาน คือพี่น้องเกษตรกรคือฐานรากของประเทศไทย และเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ และสำหรับพี่น้องเกษตรกร เรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดิน แหล่งน้ำสำหรับทำการเกษตร ราคาสินค้าเกษตรคือเรื่องที่สำคัญที่สุด แต่ในนโยบายด้านการเกษตรของรัฐบาลชุดนี้ครับ กับเบาบางเหลือเกิน ผมกังวลเหลือเกินครับท่าน จากนโยบายผมกังวลมาก การที่ท่านไม่เขียนคำว่าโฉนดหรือกรรมสิทธิ์ให้ชัดเจน แต่กลับใช้คำว่าสิทธิ์ที่ดินทำกินอย่างเป็นธรรม มันคือการเลี่ยงบาลีหรือไม่ เพื่อที่จะรักษาที่ดินรัดไว้ให้นายทุนเช่าทำธุรกิจพลังงาน หรือธุรกิจเกษตรแบบครบวงจร พี่น้องประชาคนพี่น้องเกษตรกรที่รอโฉนดมาทั้งชีวิต วันนี้ท่านกำลังจะบอกเขาว่า เอาแค่สิทธิ์ทำกินไปก่อน ส่วนที่ดินของรัฐ ส่วนที่ดินเป็นของรัฐเหมือนเดิมใช่หรือไม่ ถ้าไม่กล้าประกาศชัดนะครับเพื่อรับรองสิทธิ์และความมั่นคงในชีวิตของพี่น้องประชาชนทั้งหมด อย่างน้อยน้อยครับก็แสดงความกล้าหาญประกาศชัดๆ ให้พี่น้องประชาชนได้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินในเขตพื้นที่เศรษฐกิจหรือพื้นที่ชุมชนก่อนก็ได้

ท่านประธานครับ นโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภาแห่งนี้ ข้อ 4.3 3 เรื่องเกษตรพันธสัญญาที่เป็นธรรม หรือ Contract Farming ชื่อเพราะครับ ดูสวยหรูเลยล่ะ ด้วยความรู้ความสามารถด้วยประสบการณ์ของท่านนายกท่านรัฐมนตรี ผมว่าท่านย่อมรู้ดีว่าในทางปฏิบัติเกษตรกรรายย่อยไม่เคยมีอำนาจต่อรองกับบริษัทใหญ่ได้จริง การที่รัฐบาลเน้น AI เทคโนโลยีชีวภาพ แต่กลับให้เกษตรกรพึ่งพาปัจจัยการผลิตผ่านโครงการของรัฐและเอกชน ยิ่งตอกย้ำว่ารัฐบาลกำลังบีบให้เกษตรกรต้องกลายเป็นแรงงานในที่ดินของตนเอง ที่ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ ซื้อปุ๋ย และใช้เทคโนโลยีจากบริษัททุนใหญ่ที่เข้าถึง Big Data ของรัฐได้มากกว่าชาวบ้าน นี่ไม่ใช่เกษตรยั่งยืนครับ แต่นี่คือเกษตรกรรมภายใต้การกำกับของทุนใหญ่ โดยมีรัฐบาลเป็นผู้จัดสรรทรัพยากร ทั้งทรัพยากรที่ดินและข้อมูลให้กับกลุ่มทุน

ท่านประธานครับ ผมจะไม่ถาม หรือขอคำตอบใดๆ จากรัฐบาลต่อจากนี้ แต่ผมอยากจะขอวิงวอนรัฐบาลล่ะครับ ขอวิงวอนว่าช่วยมีความจริงใจกับพี่น้องเกษตรกรหน่อยได้มั้ย คำศัพท์สวยหรูเพื่อปกปิดและเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุน คือนโยบายที่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร ต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ น้ำตา และเวลาทั้งชีวิตของพี่น้องเกษตรกร แต่เป็นการแลกมาด้วยสิ่งที่จะตามมาด้วยการสูญเสียโดยศูนย์เปล่านะครับ ฝากรัฐบาลด้วยครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

>> ครับต่อไปท่านนรพลตันติมนตรีครับ เชิญครับ

>> เรียนท่านประธานสภารัฐสภาที่เคารพ กระผม นายนรพลตันติมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคธรรมจังหวัดเชียงใหม่เขต 10 ในนามสมาชิกรัฐสภา ผมขอขอบพระคุณกล้าธรรมที่ให้โอกาสกับผม ได้มาสะท้อนปัญหาในอำเภอพื้นที่เขต 10 อันประกอบไปด้วยอำเภอพ่ออุมก๋อยดอยเตม ตำบลในพื้นที่ของจังหวัดเชียงที่อยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่บนพื้นที่สูง ติดกับทางตอนใต้ของอำเภออมก๋อย ติดกับจังหวัดตาก จากคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีได้มุ่งเน้นพัฒนาประเทศในรูปแบบ Smart City Smart Farming แต่ในขณะเดียวกันหมู่บ้านในอำเภอฮอด ในอำเภออมก๋อย และในอำเภอแม่แจ่ม ยังเป็นหมู่บ้านที่ไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง หรือมีก็เพียงแต่แค่ไฟแสงสว่างแค่ดวงเดียว เปิดพัดลมได้แค่ 1 ตัว อาจจะไม่สามารถใช้โซลารเซลล์ในการอ่าใช้เครื่องปรับเครื่อง เอ่อตู้เย็นได้ แล้วโครงการสามารถ เอ่อดิจิตอลต่างๆ ของรัฐบาลจะเข้าไปในหมู่บ้าน ได้อย่างไร อย่างเช่นหมู่บ้านในตำบลแม่หลอง ในตำบลนาเกียง อำเภออมก๋อย บ้านแม่ฮืดในตำบลบอหลวง อำเภอฮอด หมู่บ้านเหล่านี้ยังใช้โซล่าเซลล์อยู่เลยครับท่านประธานครับ โครงการสมาร์ทต่างๆ ของรัฐบาล ที่กล่าวถึงจะไม่สามารถเข้าถึงในหมู่บ้านได้ ตราบใดที่ยังไม่มีไฟฟ้า รวมไปถึงถนนเองก็ยังมีลักษณะเป็นลูกรัง หรือดินแดง และเป็นฝุ่น รัฐบาลที่แล้วมา ผมจำได้จำไม่ผิดว่ายังมีนโยบายถนนปอดฝุ่น ถนนไร้ฝุ่น มาจนถึงทุกวันนี้แล้ว โครงการนี้รัฐบาล พรรคการเมืองคงคิดว่ามันไม่มีหมู่บ้านที่มันไม่มีฝุ่นแล้ว แล้วนโยบายนี้ก็ผ่านไปแล้ว แต่ในความเป็นจริงยังมีหมู่บ้านที่ยัง มีฝุ่น ยังต้องการโครงการนั้นกลับมาให้ปัดฝุ่นได้ใช้อีก ผมถึงอ่าแล้วจากนั้นแต่ตอนนี้นะครับ อย่างจะได้ใช้สมาร์ทโครงการสมาร์ทต่างๆ ของรัฐบาลได้ พี่น้องประชาชนเรียกร้องเพียงแค่สาธารณูปโภคพื้นฐานที่ดีแค่นั้นเอง ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนไปเป็นสมาร์ทต่างๆ ในโลกสมัยใหม่ ยังต้องพูดถึงการรักษาพยาบาล การศึกษา เด็กๆ นักเรียนยังขาดแคนอุปกรณ์การเรียนอยู่เลย เด็กๆ นักเรียนจะได้ทานอาหารครบ 5 หมู่หรือไม่ แล้วจะเข้าถึงโอกาสสมารถต่างๆ ของนโยบายรัฐบาลปัจจุบันนี้ได้อย่างไรครับ

การรักษาพยาบาล เมื่อมีคนป่วยในหมู่บ้าน กว่าจะเดินทางมาถึงโรงพยาบาลที่อำเภอ จะต้องใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง ถ้าหากเป็นช่วงหน้าฝน หลายครั้งจะเกิดอุปสรรครถติดล่ม กว่าคนไข้จะเดินทางมาถึงโรงพยาบาล ต้องใช้เวลา 6-7 ชั่วโมง ในระยะทางเพียง 45 กม. อาการของคนไข้ก็คงจะอ่าปางตาย หรือหนักพอสมควรนะครับ กว่าจะมาถึงโรงพยาบาลได้ ใน Smart Medical ของรัฐบาลมาแล้ว แต่ชาวบ้านยังเดินทางไปถึงโรงพยาบาลไม่ได้เลยครับ รัฐบาลจะใช้การปรึกษาแพทย์ทางไกลโดยระบบ Zoom แต่ก็ยังมีอีกหลายหมู่บ้านที่ไม่มีไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตใช้ อย่างที่จะเข้ามาถึงนโยบายของรัฐบาลได้อย่างไรครับ

ในส่วนของพืชเศรษฐกิจบนพื้นที่สูง ได้แก่ ลำไย มะเขือเทศ กระเทียม พริก หอมแดง กะหล่ำ ข้าวโพด รัฐควรจะมีมาตรการรองรับเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว โดยจะใช้ระบบตลาดล่วงหน้า การทำ Smart Farming ตามที่ท่านแถลงนโยบายนั้นก็เป็นเรื่องที่น่า ยินดีครับ ถ้าท่านจะทำอย่างจริงจังและจริงใจที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในพื้นทีสูง อย่างจริงจัง อยากจะให้รัฐบาลได้ให้ความมั่นใจกับเกษตรกรว่า การที่พี่น้องเกษตรกรปลูกมะเขือเทศแล้วปลูกกระเทียมปลูกพริก แล้วราคาจะไม่ตกต่ำเหมือนที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้ ในข้อ 4.2 2 ของคำแถลงนโยบายรัฐบาลจะต้องช่วยวางแผนการปลูกและจำหน่ายสินค้าเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ สิ่งที่ผมอยากเห็นรัฐบาลเข้ามาดูแลพืชต่างๆ ที่ผมได้กล่าวมานั้นจะต้องสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชผสมผสาน ต้องจัดเตรียมแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร และแหล่งน้ำนั้นสามารถใช้ในการดับไฟป่าได้ด้วยเช่นกัน การปลูกพืชผสมผสานรัฐอาจจะสนับสนุนการปลูกกาแฟในพื้นที่บนภูเขาได้ เพราะยังมีตลาดรองรับอีกมาก และเป็นการรักษาป่ารวมถึงอาจเป็นการป้องกันไฟป่าไปในคราวเดียวกัน เพราะกาแฟต้องปลูกอยู่ในพื้นที่ร่ม อยู่ในใต้ร่มเงาของต้นไม้ ดังนั้นจะมีคำพูดที่ว่า ถ้าท่านจิบกาแฟทุกๆ แก้วจะเป็นการรักษาป่าไปในคราวเดียวกัน ส่วนพืชชนิดอื่นอย่างที่ผมได้กล่าวมาแล้ว มะเขือเทศ กระเทียม เหล่านี้จะต้องเตรียมดูแลเรื่องราคาผลผลิตการเกษตรอีกด้วยครับ และพืชชนิดที่รัฐส่งเสริมอยู่แล้วคือยางพารา อยากจะให้เกษตรกรมีความเชื่อมั่นในการที่จะปลูกยางพารา แล้วมีราคายางพาราที่จะรองรับให้กับเกษตรกรได้มั่นใจว่า การที่จะเข้าไปในโครงการของ คทช. ขอคณะกรรมการที่ดินทำกินแห่งชาติแล้วเกษตรกรจะมีข้อมั่นใจว่าที่ดินที่เข้าไปในโครงการคณะกรรมการที่ดินทำกินแห่งชาตินั้น จะไม่ถูกรัฐยึดคืนที่ดินไปเป็นของรัฐ ในส่วนนี้ผมได้ยินมาจากพี่น้องเกษตรกรว่าเกษตรกรไม่มีความมั่นใจว่าถ้าเข้าโครงการแล้วที่ของเขา ที่เขาปลูกข้าวโพดอยู่ที่เขาอ่าปลูกกะหล่ำอยู่ ถ้าเราจะสนับสนุนให้ปลูกพืชหมุนเวียนให้มากขึ้น เพื่อจะลดพื้นที่การปลูกพืชเชิงเดี่ยว จะทำให้พี่น้องสบายใจได้อย่างไรว่าถ้าเข้าโครงการแล้วที่ดินยังจะเป็นของพี่น้องประชาชนต่อไปครับ

ในส่วนของข้อที่ 22 การพัฒนากฎหมายเพื่อ ให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อย่างอำเภอพื้นราบ อำเภอดอยเต่า เรื่องที่ดินทำกิน เอกสารสิทธิ์ ประชาชนคอยดอยเต่าครับ ยังไม่มีโฉนดเอกสารสิทธิ์กันทั้งอำเภอเลยครับ ที่ว่าการอำเภอหรือหน่วยงานราชการในอำเภอดอยเต่าก็ยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ เอ่อพี่น้องอำเภอดอยเต่าถูกย้ายขึ้นมาจาก การจัดสรรที่ดินใหม่ เนื่องจากที่ดินเดิมเป็นแนวน้ำท่วมของโครงการสร้างเขื่อนภูมิพลตั้งแต่ปี 2500 หลังจากถูกย้ายขึ้นมาอยู่ หลังจากนั้นได้ย้ายขึ้นมาอยู่ในที่ปัจจุบันเป็นนิคมเป็นที่ดินของนิคมสร้างตนเองในการจัดสรรที่ดิน แต่ภายหลังมีการประกาศเขตป่าสงวน เกิดปัญหาคือพื้นที่ป่าทับซ้อนนี้ก็อาจจะเกิดจากกฎหมายการที่ประกาศเขตป่าที่ทับซ้อนกัน อยากจะขอรัฐบาลสะท้อนปัญหานี้ได้เร่งผลักดันให้พี่น้องชาวอำเภอดอยเต ดินมีเอกสารสิทธิ์กันในทางอำเภอด้วยครับ

ส่วนพืชเศรษฐกิจของอำเภอดอยเต่าและอำเภอฮอด เป็นอำเภอที่อยู่ที่อยู่ในพื้นราบคือลำไยครับ อีก 2 เดือนข้างหน้าเดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน ขอให้รัฐบาลได้เตรียมมาตรการที่จะรองรับเอาไว้ครับ ในโครงการจำนำหรือจะประกัน รัฐบาลเห็นว่าโครงการจำนำหรือประกันโครงการไหนที่จะดีช่วยเหลือเกษตรกรได้ อยากจะให้รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์คงจะได้เตรียมที่จะต้องผลักดันโครงการใดโครงการหนึ่ง เพื่อเตรียมรองรับโครงเรื่องของราคาลำไยที่จะเกิดขึ้น แต่ในอดีตที่ผ่านมานะครับ รัฐมนตรีท่านอดีตรัฐมนตรีธรรมนัสพรหมเผ่าท่านเคยได้ใช้โครงการอ่าชดเชยช่วยเหลือลำไยไร่ละ 2,000 ถ้าทางรัฐบาลเห็นดีว่าโครงการชดเชยลำไยไร่ละ 2,000 จะช่วยเหลือเกษตรกรได้ ก็คิดว่าโครงการนี้ก็คงจะไม่สงวนสิทธิ์ที่จะให้รัฐบาลได้ใช้ได้ครับ ขอบคุณครับ

>> ครับต่อไปท่านรักชนกศีนครับ เชิญครับ

>> ท่านท่านประธานครับขออนุญาตฮะผมลังรมครับ ท่านประธาน

>> เชิญครับ

>> พอดีเมื่อกี้มันเกิดปัญหานิดนึงท่านประธาน อยากจะให้เกิดความชัดเจนเนื่องจากว่าตัวสไลด์ของคุณรัชนกเนี่ยนะครับปรากฏว่ามีการเซ็นเซอร์ ซึ่งการเซ็นเซอร์ที่ว่าเนี่ยเป็นการเซ็นเซอร์หน้า ส.ส. และรัฐมนตรีในชุดนี้นะฮะ ทีนี้เนี่ยตั้งแต่เช้ามาเราก็เดินเรื่องนี้กันมาด้วยความเรียบร้อยหลายท่านนะครับ ถึงขนาดเปิดสไลด์เป็นบุคคลภายนอกหรือชื่อบริษัทอื่นๆ ด้วยซ้ำก็ไม่มีปัญหาซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่ดี แต่กลายเป็นว่าพอเป็นคุณรัชนกศรีนอกเนี่ย กำลังจะอภิปรายดันไปเซ็นเซอร์ทั้ง QR code ไปเซ็นเซอร์หน้าตานะครับของ ส.ส. ในสภาแห่งนี้ หรือรัฐมนตรีในสภาแห่งนี้ เนี่ย ผมคิดว่าทำแบบนี้ไม่ได้ จึงอยากจะหารือท่านประธานครับ เพราะทางเจ้าหน้าที่ที่ตรงห้องโสดเขาก็ไม่กล้าตัดสินใจเขาก็รอคำสั่งท่านประธานว่าตกลงท่านประธานเอาอย่างไร อันนี้อยากจะหารือก่อนครับ ไม่งั้นเนี่ยมันอภิปรายกันไม่ได้

>> ครับ อ่าเชิญนั่งครับ อ่าถ้าถ้าเป็นรัฐมนตรีที่เชิญ อ่าท่านมนั่งลงก่อนครับ เอ่อถ้าเป็นรัฐมนตรีที่อยู่ในคณะรัฐบาลชุดนี้ก็ไม่จำเป็นต้องเซ็นเซอร์ครับ ถ้าถ้าเป็นรัฐมนตรีที่อยู่ในรัฐบาลชุดนี้ เพราะตัวจริงก็เห็นอยู่แล้วนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเซ็นเซอร์

>> ท่านประธาน ถ้าถ้าเช่นนั้นนะครับ รวมสส. ด้วยถูกต้องไหมท่านประธาน

>> สส. ที่อยู่ในสภา นี้ใช่มั้ครับ

>> ครับ ดังนั้นท่านประธานช่วยรบกวนฮะแจ้งห้องโสดนิดนึงฮะ

>> ผมว่าเค้าได้ยินอยู่มั้งครับ

>> ครับ ถ้างั้นผมขออนุญาตนะครับก็คือให้สไลด์ของท่านรัชนกเนี่ยนะครับที่กำลังจะอภิปรายเนี่ยเป็นฉบับไม่เซ็นเซอร์ เพราะไอ้ที่เซ็นเซอร์เนี่ยมันมีแค่เฉพาะหน้า รัฐมนตรีหรือ ส.ส. ที่อยู่ในสภาแห่งนี้ฮะ

>> ครับ ด้วยความเคารพครับ ถ้าเป็นหน้า รัฐมนตรีที่อยู่ใน ครม. ชุดนี้แล้วก็เป็นท่านสมาชิกที่อยู่ในในสภานี้ท่านก็สามารถใช้สิทธิ์พาดพิงได้อยู่แล้ว ถ้าเป็นสมาชิก แต่ถ้าเป็นคณะรัฐมนตรีท่านก็มีสิทธิ์ชี้แจงอยู่แล้วนะครับ ยกเว้นว่าภาพนั้นจะไม่เหมาะสมแค่นั้นเอง แต่ว่าถ้าเป็นหน้า นี่อนุญาตครับ เชิญท่านลักชนครับ เชิญครับ

>> ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันรักชนกสีนอก บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนค่ะ วันนี้ขอร่วมอภิปรายการแถลงนโยบายของรัฐบาลภูมิใจไทย รัฐบาลสีน้ำเงิน รัฐบาลที่ได้รับการยกย่องว่า เป็นรัฐบาลที่มีอำนาจสูงที่สุด เพราะว่าท่านสามารถที่จะควบคุมเสียงได้ทั้งสภาผู้แทนราษฎรรวมไปถึงวุฒิสมิก และท่านยังมีอำนาจที่ผู้คนเนี่ยเชื่อกันว่าสามารถที่จะโน้มน้าวจิตใจขององค์กรอิสระให้ตัดสินไปในแนวทางที่ท่านต้องการได้อีกด้วย เรียกได้ว่ากลไกในประเทศนี้ค่ะ ทุกวันนี้แผ่นดินนี้เป็นของท่าน แต่การก้าวขึ้นสู่อำนาจที่ล้นฟ้าล้นแผ่นดินของท่านเช่นนี้หรือ ไม่คะ ที่นับวันนับวันทุกหย่อมหญ้าในประเทศนี้มันถึงมีแต่ปัญหาทุจริต คอร์รัปชั่น สิ่งนี้ค่ะ สะท้อนผ่านคะแนน CPI หรือดัชนีรับรู้คอร์รัปชั่น ปีก่อนหน้านี้เนี่ยเราอยู่ที่อันดับ 107 ซึ่งดิฉันก็ว่าแย่แล้วนะคะ แต่ปีนี้ 68 เราหล่นลงมา 10 อันดับ อยู่ที่ 116 จาก 180 ประเทศทั่วโลก รั้งท้ายอาเซียน รั้งท้ายโลก และที่สำคัญเป็นคะแนนและอันดับที่ตกต่ำมากที่สุดในรอบ 20 ปีค่ะ ดิฉันดีใจที่ท่านนายกได้กรุณาพูดถึงการทำให้ดัชนีรับรู้คอร์รัปชั่นดีขึ้นในการอภิปรายนโยบายค่ะ แต่เราพูดเรื่องนี้กันมาตั้งแต่รัฐบาลปี 62 นะคะ รัฐบาลปี 62 ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ พวกท่านเป็นรัฐบาลมาตลอดเลย แต่ดูเหมือนว่ายิ่งท่านเป็นรัฐบาลนานเท่าไหร่ ยิ่งพรรคท่านใหญ่ขึ้นเท่าไหร่ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นและดัชนีรับรู้คอร์รัปชั่นในประเทศนี้มันยิ่งตกต่ำค่ะ ล่าสุดท่านนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์นะคะว่าท่านประกาศจะทำสงครามกับคอร์รัปชั่นค่ะ นายกเสี่ยหนูของพวกเราค่ะ บอกว่ารับไม่ได้ อับอายเหลือเกินที่ CPI ของประเทศไทยเนี่ยมันล้างท้ายโลกและล้างท้ายอาเซียน ฟังดูดีใช่มั้ยคะ แต่ถามว่าประชาชนประเทศนี้เขาฟังแล้วรู้สึกยังไง ที่นายกประกาศจะทำสงครามกับคอร์รัปชั่นค่ะ โพสต์นี้มีคนมาแสดงความรู้สึกประมาณ 30,000 คน 25,000 คนกดขำนะคะ เค้ากดขำค่ะ ที่นายกรัฐมนตรีประเทศนี้บอกว่าจะต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น มันเป็นเพราะอะไร เวลาพูดถึงนายกรัฐมนตรีกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่มีใครคิดหรอกค่ะว่าท่านจะต่อต้าน เพราะคนรอบๆ ตัวของท่าน ส.ส. สว. รัฐมนตรี รวมไปถึงคนที่อยู่ที่บุรีรัมย์ ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของปัญหานี้มาโดยตลอด ท่านประธาน ดิฉันถามผ่านไปยังท่านประธานแล้วไปถึงนายก ท่านอายจริงๆ มั้ย หรือว่าท่านอาย content ท่านอายจริงๆ เนี่ย ท่านอยากจะล้างอายมั้ย ดิฉันมียาล้างอาย 2 ขนานมาแนะนำให้ท่านค่ะ และ 2 ขนานนี้จะทำให้ดัชนีรับรู้คอร์รัปชั่นของประเทศไทยดีขึ้นแน่นอนค่ะ

ยาขนานแรก เม็ดแรกเป็นยาที่แก้ง่ายๆ ค่ะ เป็นยาขับรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่ชื่อเฉียวๆ ท่านก็ออกไปให้พ้น ครม. 4 ท่านจะปล่อยเอาไว้ทำไมทุกคนคะ สไลด์เอาลงค่ะ ทุกท่านรู้จักผู้ชายที่ชื่อเบนซิธใช่มั้ยคะ ท่านนายกเนี่ยรู้จักดีเลยล่ะ เพราะว่าเมื่อวานเนี่ยนะคะ เพิ่งจะไปประกาศยึดทรัพย์เพิ่มอีก 8,000 ล้านบาท รวมทั้งหมดเนี่ยเป็น 20,000 ล้านนะฮะ แต่ดิฉันว่าท่านลืมทรัพย์สินไปอย่างนึงค่ะ คือเครื่องบินที่ท่านสุริยะจึงรุ่งเรืองกิจเนี่ยไปซื้อต่อมาจากเบนซิเมื่อสักครู่ ท่านได้กรุณาลุกขึ้นแล้วก็บอกแล้วว่าท่านซื้อมา 1 ปีก่อนที่ท่านรังสิมันโรมจะแนะนำให้ท่านรู้จักกับท่านเบนสมิธนะคะ และท่านบอกว่าถ้ารู้ก่อนว่าเป็นแบบนี้เนี่ยไม่ซื้อแน่ นอน ดิฉันฟังแล้วโอ้โห ขนลุกสู้เลยค่ะท่านประธาน ไอ้แบบนี้เนี่ยเรายิ่งไม่ต้องไปยึดอายัดทรัพย์มาตรวจสอบก่อนเหรอคะว่ามันอยู่ในขบวนการ หรือเข้าข่ายเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือไม่ ดิฉันเป็นห่วงท่านสุริยะจากใจของดิฉันจริงๆ ค่ะว่าท่านอาจจะตกเป็นเหยื่อ เป็นส่วนหนึ่งในการทำธุรกรรมอำพรางและเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินโดยที่ท่านไม่รู้ตัว ท่านนายกรัฐมนตรีคะ ท่านช่วยท่านสุริยะของดิฉันได้มั้ยคะ ช่วยสั่งให้ ปปง. ตรวจสอบเรื่องนี้ทีค่ะ เพราะว่ามันค้านกับความรู้สึกของพ่อแม่พี่น้องประชาชนเรา ยึดอายัดทรัพย์เบนซามิกับพวก 20,000 ล้าน แต่ทรัพย์สินที่ซื้อมาจากคนนี้มันจะขาวสะอาดจริงๆ เหรอคะ แล้วเงินเบนซิเส้น เงินสีเทาของเบนซิเนี่ย มันจะไม่บรรจบมาพบกับคนที่ซื้อเครื่องบินลำนี้เลยหรอ มันเป็นไปได้หรอคะ นี่กรณีแรก

กรณีถัดมา เบอร์รี่เลือดที่ฟินแลนด์ วันนี้ท่านสุชาติตื่นหรือยังคะ ท่านประธาน ท่านทราบมั้ยคะว่ากระทรวงแรงงานประเทศไทยเราเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีค้ามนุษย์ค่ะ เราเกณฑ์แรงงานคนไทยหลอกลวงเขาว่าจะได้งานดีๆ ได้มีชีวิตดีๆ ได้เงินเดือนดีๆ แต่สุดท้ายหลอกพวกเขาไปขูดรีดแรงงานอยู่ที่ต่างประเทศ ศาลฟินแลนด์ค่ะ สั่งจำคุกนายจ้างในคดีนี้ 1 ปี 10 เดือน ฐานมนุษย์ และทางการฟินแลนด์ได้กรุณาส่งข้อมูลมายังทางการไทยค่ะว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในสมัยนั้น หรือก็คือนายนายสุชาติชมกิ่นนะคะ กล่าวหาว่านายสุชาติรับสินบนแลกกับการส่งแรงงานไปทำงานในไร่เบอร์รี่ สถานะล่าสุดค่ะ DSI นะคะ และอัยการสูงสุด มีมติกล่าวหานายสุชาติชมกิ่น สรุปสำนวนส่งให้ ปปช. ไป 2 ปีแล้ว ตั้งแต่มกราคม 10 มกราคม 67 2 ปีแล้วค่ะ เกินระยะเวลาที่ ปปช. จะต้องดำเนินการแล้ว แต่ทุกวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เลย มันช่างไม่เหมือนกับคดี 44 ส.ส. ค่ะ ที่ ปปช. ทำตามเส้นเวลาเป๊ะ ดิฉันไม่แน่ใจค่ะว่าไอ้ความล่าช้าในคดีของท่านสุชาติชมกิ่นเนี่ย มันเกี่ยวข้องอะไรกับความสามารถพิเศษของรัฐบาลสีน้ำเงิน ภูมิใจไทยหรือไม่ ที่ท่านมักจะสามารถโน้มน้าวจิตใจองค์กรอิสระได้อยู่เรื่อยๆ เพราะดูเหมือนตอนนี้ค่ะ 4 ใน 9 คน ของ ปปช. ใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีอื่นๆ ในตู้เสื้อผ้า เดี๋ยวนี้ใส่เสื้อสีน้ำเงินบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองอีกนะคะ

แฟนคลับท่านสุชาติอย่าเพิ่งท่านผมขัดนิดเดียวนะครับ

>> เอ่อพยายามอย่า

>> ท่านประธานประท้วงแทนเลยเหรอคะ

>> ไม่ๆๆครับไม่อยากผมไม่อยากให้เดี๋ยวฟังผม ชี้แจงก่อนนะครับผมผมเตือนท่านรัชนกว่า อย่าเอ่ยถึงบุคคลภายนอกอ่าองค์กรภายนอกแค่นั้นเอง เพราะว่าจะมีการประท้วงงั้นผมก็เตือนไว้ไวไว้นะครับ ซึ่งมันก็ขัดข้อบังคับอยู่แล้วผมไม่ได้ประท้วงหรอกครับ เชิญท่านรัชนกศิษท่านคะ

>> ครับหารือก่อนที่

>> ครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเกศนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรีครับ ท่านประท้วงผู้อภิปรายนะครับ

>> ประท้วงเลยฮะ

>> ผู้อภิปรายนะครับข้อ 45 ครับการพูดใส่ร้ายครับ เพราะว่าข้อความที่ท่านผู้ปายพูดร้ายแล้วครับ

>> อ่าผมผมได้อ่าประเด็นใส่ร้ายนี่เราเรา ประเด็นยังยังไม่เข้าประเด็น

>> แต่ว่าผมได้เตือนในเรื่องกล่าวถึงพูดถึงเรื่องท่านฟังผมก่อนครับเ่าเรื่องนี้นี่ก็เป็นเรื่องเก่านั่นแหละ

>> นั่งเถ้าๆ

>> ก็เคยกล่าวในสภานี้อยู่แล้วนะครับ

>> อ่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับฉะนั้น อ่าผมเพียงแต่ว่าที่เตือนท่านผู้อภิปรายก็คือการพลาดพิงถึงองค์กรภายนอกซึ่งเขาไม่มีสิทธิ์ชี้แจง อย่างเช่นเรื่องเสื้อผ้าอย่างนี้นี่ผมถือว่ามันไม่เหมาะแล้วก็ไม่ถูกต้องด้วยผิดข้อบังคับด้วยนะครับ งั้นผมก็ได้แค่เตือนแค่นั้นเอง ส่วนท่านราชนผมก็ไม่ได้ว่าเตือนไว้ก่อนนะครับผมไม่ได้ประท้วงท่านนะ ครับเชิญท่านต่อครับ

>> ครับโทษครับ

>> ท่านประธานครับผมจากการเอกชาติเก

ก็เป็นการเล่นคำนั่นนะครับ ฉะนั้นอ่าผม วินิจฉัยตามนี้ครับ

โอเคถ้าถ้าดิฉันรักชนก 4 รอกค่ะ ขอใช้ สิทธิ์พาดพิงนะคะ ไม่ครับ อ้า คำว่าถ้ากล่าว แบบที่ท่านเข้าใจนี่กล่าวไม่ได้ แต่ท่าน ผู้อภิปรายท่านกล่าวว่าไม่เชื่อว่า ก็คือใส่คำว่าไม่เชื่อว่า ส่วนความหมายจะ เป็นอย่างไรน่ะ คำกล่าวมันไม่ผิดอยู่แล้ว ฉะนั้นอ่ากรุณานั่งลงนะครับ ท่านประธาน ดิฉันขอแค่ 15 วินาทีก็ได้ค่ะ ดิฉันเสีย หายค่ะ ที่ท่านรัชนนท์ เอ่อ พูดแบบนี้ ดิฉัน ก็ต้องขอย้ำนะคะว่าสิ่งที่ดิฉันพูดเนี่ย ก็คือดิฉันบอกว่าคนดีๆอย่างท่านสุชาติ ชมกิ่นเนี่ย ไม่มีทางหรอกค่ะ ที่จะไปทำ เรื่องเลวทรามต่ำช้าอย่างเรื่องการทำ ผมอธิบายแล้ว ผมอธิบายแล้วครับ

แต่ท่านการที่ท่านรัชนนท์เนี่ย ลุกขึ้น ประท้วงเช่นนี้นะคะ ท่านณัชนนท์กำลังจะ เชื่อแล้วนะคะว่าชาติอื่นเนี่ยเป็นคนที่ต เสียงมันผิดข้อบังคับครับ

ดิฉันคิดว่าคนที่ต้องขอเนี่ยคือท่านณนท์ นะคะ

เชิญๆ อ้า เชิญ

บันทึกไว้ค่ะ ท่านประธาน

ครับ ไม่ไม่บันทึกครับ ไม่บันทึกนะครับ ไม่ บันทึก อ่อ เชิญท่านสิริพงษ์ครับ เชิญครับ

ครับ เรียนท่านประธานครับ ผมสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติครับ ขออนุญาตชี้แจง ประเด็นที่ถูกพาดพิงเล็กน้อยครับ ผมอาจจะ ไม่ได้มีข้อมูลในเรื่องของว่าบริษัทที่ ที่ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่กล่าวอ้าง เนี่ย ว่าได้รับงานรัฐมากน้อยเพียงใดนะ ครับ เพราะผมไม่ทราบ เนื่องจากว่าผมไม่ได้ มีความเกี่ยวพันกันในเชิงลึก ความสัมพันธ์ ของผมกับบริษัทที่ท่านกล่าวอ้างมันก็คง เป็นความสัมพันธ์ประเภทเดียวกันกับบุคคล ในพรรคของท่านบางคนที่มีความสัมพันธ์กับ ท่านรัฐมนตรีหรือคนในรัฐบาลที่ท่าน อภิปราย เช่นนั้นเองครับ ก็คือนามสกุลเดียวกันแต่ ไม่ได้มีความเกี่ยวพันกันในเชิงการทำ ธุรกิจหรือการใช้ชีวิตครอบครัวแต่อย่างใด เนื่องจากว่าบริษัทที่ท่านกล่าวอ้างเนี่ย เป็นลูกพี่ลูกน้อง ไม่ใช่มารดาเดียวกันกับคุณพ่อผมนะครับ ฉะนั้นแต่ความสัมพันธ์ในเชิงความเป็นญาติ นั้นก็เป็นญาติครับ แต่ไม่ได้มีความเกี่ยว พันในเชิงธุรกิจใดๆ นอกนอกจากนั้นแล้วครับ ในปี 256 ที่ผ่านมาผมไม่ได้มีอำนาจในการบริหารใดๆ ครับ และในปี 2566 ผมก็ไม่ได้เป็นผู้ดำรง ตำแหน่ง ส.ส. เนื่องจากว่าผมสอบตกครับ เรื่องนี้นี่ผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ มันพิสูจน์ได้ว่ามันไม่ได้มีความเกี่ยว พันกัน แต่ขอบคุณครับที่ท่านกรุณาโยงให้ แล้วก็ข้อความที่ท่านได้กล่าวเมื่อสัก ครู่ก็ขอบคุณที่ท่านย้ำอีกครั้ง เพราะตลอด สัปดาห์ที่ผ่านมาผมก็เห็นในโซเชียลเ้า ก็เขียนมาอย่างที่ท่านพูด ขอบคุณที่ท่านเอา มาอ่านอีกรอบนึงนะครับ แต่ผมก็ย้ำให้ท่าน ทราบครับว่าไม่ได้มีความเกี่ยวพันกัน ก็คง ไม่ต่างจากท่านสุริยะกับท่านธนาธรครับ ขอบคุณครับ

ครับ เชิญท่านอัถวิตสุวรรณภักดีครับ เชิญครับ

ท่านที่เคารพครับ กระผม อรรถวิตสุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมไทยสร้างชาติ ขออนุญาตเข้าเรื่องแถลงนโยบายต่อนะ ครับ ผมอ่านนโยบายนะครับของรัฐบาลใน ประเด็นเรื่องของน้ำมันเรื่องของพลังงาน ครับ ก็เลยคิดว่าอยากจะเสนอแนะนะครับใน ฐานะพรรคร่วมรัฐบาลนะครับ คือขณะนี้การแก้ ไขปัญหาเนี่ยอยากให้ท่านแยกให้ออกว่าอะไร เป็นปัญหาการกักตุน อะไรเป็นปัญหาการขาด แคลน หรืออะไรเป็นปัญหาเรื่องของราคาไม่ เป็นธรรม สภาวะการขาดแคลนน้ำมันเนี่ยจะ เกิดขึ้นแน่นอนในช่วงเดือนพฤษภาคม เพราะว่าช่องแค่พมุสนั้นมันปิดตัวลงมา 1 เดือน น้ำที่มาน้ำมันที่มาตลอดใช้เวลาเดินทาง เดือนกว่าๆมันจะขาดแคลนครับในช่วงเดือน พฤษภาคม นี่คือปัญหาที่ต้องแก้ไข ในขณะ เดียวกันครับเรื่องของราคาไม่เป็นธรรม มันก็ไม่เป็นธรรมจริงๆล่ะครับ เพราะว่าน้ำมัน ที่ใช้กันอยู่ในประเทศไทยในขณะเนี้ยมัน เป็นสต๊อกเก่า แต่ว่าคนไทยต้องมาใช้ในราคา สมมติที่สิงคโปร์เพงั้นมันเป็นราคา ปัจจุบันที่สิงคโปร์ที่แพง แต่เป็นสต๊อกเก่า เพราะฉะนั้นก็เกิดการกำไรมหาศาลของ โรงกลั่น เลยต้องมีการเก็บภาษีลาบลอย อันนี้ก็เป็นเรื่องของราคาไม่เป็นธรรม แต่ประเด็นหัวใจสำคัญของเรื่องวันนี้ ปัญหาที่อยู่ ณ วันนี้คือเรื่องของการกักตุน ผมเลยนำเสนอแบบนี้ครับ พูดแล้วเสนอทางออกเลย ก็คืออยากให้เห็นท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีพลังงาน ิกราคาขายปลีกราคาขายส่งน้ำมันเบนซินและ ดีเซลครับ ผมขีดเส้นใต้ 500 ครั้งว่าเป็น การฟิกราคาทันทีครับในราคาสุดท้าย สาเหตุเนื่องจากว่ามันเกิดการกักตุนมา ตลอด ผมจะเล่าให้ท่านฟังแบบนี้นะครับ ตอนที่น้ำมันมันยังไม่ถึง 30 บาท มันมีการไปเสนอซื้อถ้าไปเสนอซื้อในราคา 32 พอน้ำมันมันกระชากขึ้น 34 กำไรไปแล้ว 1 สเต็ป พอมันขึ้น 34 ไปซื้อที่ 36 กระชาก ขึ้นอีกทีไป 39 มันกำไรแล้วสเต็ป 2 มันจะเป็นอย่างนี้ทุกขั้นในที่เกิดการกำไร ปัญหาครับ แล้วถามว่าทำไมตรวจสต๊อกไม่เจอ ก็มันฉลาดครับ เพราะเวลามันไปตกลงเอาตั๋ว สัญญาใช้เงินไปในช่วงเวลานั้นเนี่ย มันเอาไปเก็บไว้ในเรือ เอาไปเก็บไว้ในรถในส่วน ที่เค้าเก็บได้ครับ สำหรับโรงกลั่นขนาด ใหญ่ท่านครับท่านลองไปดูสิครับ สุราษฎรธานีไปลองดูสงขลาสิครับว่าทำไม เวลามันออกทะเลออกไปได้มันถึงกักตุนได้ เวลามองตัวเลขพลังกระทรวงพลังงานยังนั่ง งงอยู่อีกครับว่าไอ้ทำไมต้นต้นก็มีน้ำมัน ขาออกก็มีน้ำมันมันหน่วงเวลาอันนี้คือ สิ่งที่เกิดจากการกักตุนครับ คราวนี้ใน ตลอดเวลาช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเนี่ย ผมก็พยายามขอความกรุณาท่านสุภจี ท่านรองนายก นะครับว่าให้ท่านช่วยออกกฎหมายในการกำหนด ราคาที เพราะว่ามันมีอย่างนี้ครับ พระ ราชบัญญัติในการกำหนดสินค้าและบริการ ปี 2542 เนี่ยมันเป็นของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งท่านสุปจีเนี่ยมันเป็นสินค้าควบคุม ผมอยากให้ท่านเนี่ยควบคุมราคาสุดท้าย ปรากฏ ท่านบอกท่านไม่มีอำนาจจริงๆ ท่านมีครับ แล้วมติติดครม.ปี 68 ก็ระบุหรือท่านคิด ว่าท่านไม่มีท่านก็ไปขอครม.วันอังคารครับ ก็สามารถจะกำหนดราคาได้ ที่ผมพูดแบบนี้ไม่ ได้มาค้านท่านแต่ผมเชื่อมั่นคุณสุปจีว่า ท่านเป็นคนทำงานได้และเป็นคนเก่ง เพราะว่า ผมนี่สิ้นหวังไปแล้วกับทางการควบคุมกำกับ ของอดีตรัฐมนตรีพลังงานท่านที่แล้ว เพราะว่าท่านเป็นประธาน CEO ท่านเป็น CEO เก่า ของปตท.แล้วท่านเชื่อเรื่องการค้าเสรี เพราะฉะนั้นท่านไม่เชื่อหรอกครับว่าจะฟิก ราคาสุดท้าย แต่โชคดีนะครับท่านนายก รัฐมนตรีท่านอนุทินชานวีรกูลเนี่ย ท่านมอบหมายท่านเอกนัสพร้อมพันแล้วก็ตัดสินใจ ที่จะใช้อำนาจพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกัน สภาวะขาดแคลนปี 2516 ไอ้ตัวนี้แหละครับ กฎหมายฉบับนี้แหละจะเป็นกฎหมายที่กำหนด ราคา สินค้าค้าปลีกได้ ผมก็เลยบอกว่าเอ๊ะ ท่านอนุทินท่านตัดสินใจถูกต้องแล้วครับ และถ้าเป็นอย่างนี้ผมขีดเส้นใต้ว่าท่านเชื่อ ผมจะกำหนดราคาปลายทางค้าปลีกค้าส่งราคาสุด ท้าย เพราะมิฉะนั้นนะครับท่านเอกนัสท่านก็ หวังดีนะครับท่านไปกำกับราคาค่าการกลั่น ท่านประธานลองดูสไลด์นี้สิครับท่านประธาน ตกใจเลย คือในสไลด์ที่อยู่เชิญเลยนะครับ ท่านประธานรู้มั้ยว่าสัมภาษณ์วันที่ 7 เมษายน ว่าจะลดค่าการกลั่น 2 บาทและจะมีผลวันที่ 9 เมษายน ท่านประธานดูมันทำสิครับ ค่าการตลาด 7 เมษายนอยู่ 50 น้ำมันดีเซลพอวัน ที่ 9 เมษายนต้องลดค่าการกั่นลงไป 2 บาท มันกระชากขึ้นไป 10.50 50 มันล่อไปแล้ว 9 บาทท่านประธาน ท่านประธานรู้จักเตะปากหมู เตะเตะหมาเข้าปากหมูมั้ครับ เตะหมูเข้าปาก หมาเนี่ยอ้าหมายความว่าเราไปลดค่าการ กลั่นแต่มันดันไปขึ้นค่าการตลาด ท่านตรวจ เช็คด่วนเลยครับว่าโครงสร้างนี้ในกระทรวง พลังงานของท่านเกิดอะไรขึ้นนี่คือสิ่ง สำคัญครับที่ผมบอกว่าถ้าท่านไปฟิกราคาตอน ปลายมันจะเตะหมูเข้าปากหมาแบบนี้ไม่ได้ อย่างนี้คือวิธีการอะไรครับท่าน อย่างี้ คือวิธีการโยกกระเป๋าครับ มันแค่โยก กระเป๋าซ้ายกระเป๋าขวามันเล่นกล เพราะฉะนั้นประกาศให้ดี ทำไมรู้มั้ยว่าน้ำมัน วันนี้ถึงสำคัญ เพราะวันที่ 8 วันที่ 9 ราคาน้ำมันในตลาดสิงคโปร์มันลดลงเป็น 10 บาทครับ แต่คนไทยเนี่ยลดลงแค่ 2 บาทโดน เล่นกลแล้วครับท่านประธานครับเชื่อผมนะ ครับกำกับราคาปลายทางจะดีที่สุดนะครับ ต่อมานะครับการฟิกราคาตรงนี้เนี่ย โรงกลั่น ถ้าเค้ามีปัญหาให้ไปตั้งพระราชราชกำหนด ตอนที่ต้องจ่ายเงินคืนกองทุนที่ท่านต้อง กู้กู้เงินมาอยู่แล้วแสนล้านน่ะไปใส่ เงื่อนไขในพระราชกำหนดตอนคืนชดเชยว่าให้ ชดเชยได้เฉพาะแต่กรณีต้นทุนที่แท้จริง ไม่ใช่ชดเชยกำไรของโรงกัน ชดเชยการขาดทุนครับ แบ่งอย่างนี้เลยน้ำมันกลั่นแล้วอยู่ใน ประเทศไทยก่อนสงครามน้ำมันดิบหรือน้ำมัน ดิบที่ยังลอยคอมาหรือน้ำมันดิบในแหล่ง ใหม่แล้วท่านให้เขาชดเชยราคาให้โรงกลั่น ประกาศขอเงินอย่างเงี้ยเขียนลงไปได้ในพระ ราชกำหนดใหม่ที่รัฐบาลจะต้องกู้เงินอยู่ แล้วมาชดเชยท่านประธานครับวิธีนี้ในการ ฟิกสาขาจะแก้ไขและเป็นปัญหาทางและจะเป็น ทางออกได้ครับสุดท้ายครับ อิหร่านครับ ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ต่างประเทศท่านผมเป็นแฟนคลับท่านโดยตรงนะ ครับท่านเสียดครับอิหร่านผมว่าท่านเจรจา ขอซื้อน้ำมันได้แล้วครับเพราะว่าทาง อินเดียเนี่ยเขาเปิดเจรจาซื้อน้ำมันจาก อิหร่านแล้วเพราะท่านทรัมป์เองก็พูดแล้ว เนี่ยครับบอกว่าการผ่านช่องแค่ฮอมสให้ แต่ละประเทศดูแลกันเองฉะนั้นผมว่าเราเปิด สัมพันธไมตรีซื้อน้ำมันจากอิหร่านมาอัน นี้ก็จะแก้ไขปัญหาได้ครับสุดท้ายครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินเป็นคนนึงที่มีจิตอาสา ในมุมที่ผมเข้าใจนะครับท่านไปขนส่งหัวใจ คนเนี่ยเป็นรดวงนะครับจากทั่วประเทศคนจิต อาสาแบบนี้จิตใจเขามีแต่ข้อมูลสิ่งที่ผม นำเสนออยากให้ท่านนำไปลองคิดครับฟิก ราคาปลายทางแล้วมันจะลดการกักตุน ผมเชื่อว่าถ้าท่านมีข้อมูลครบท่านจะตัด สินใจอยู่ข้างประชาชนครับกราบขอบพระคุณ ครับ

ครับ เชิญท่านคงกิจฉัตรมาลีรัตน์เชิญครับ

ถ่ายรูป

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาครับ กระผมนายคงกิจฉัมริต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ระนอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ครับ วันนี้ขออนุญาตครับหลังจากที่ท่าน สมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายกันนะครับในแบบ ฮาร์ดคอร์แล้วขออนุญาตเอาแบบเบาๆครับ ผมขออนุญาตสนับสนุนการอภิปรายน่านโยบาย ของคำแถลงของคณะรัฐมนตรีนะครับนำโดยท่าน อนุทินชามิุลท่านนายกรัฐมนตรีแถลงต่อ รัฐสภาในครั้งนี้นะครับโดยเฉพาะอย่างยิ่ง นะครับในทั้งหมด 5 ด้านที่ผมอยากจะเจาะจง และพร้อมจะสนับสนุนนั่นคือด้านของการ เศรษฐกิจนะครับซึ่งมีหัวข้อด้านการท่อง เที่ยวเป็นหลักตามที่ท่านรัฐมนตรี สุรศาสตร์นะครับสุรศักดิ์พันเจริญวรกุลขอ อนุญาตเอ่ยนำท่านเมื่อสักครู่นี้นะครับ ที่ท่านได้ขึ้นมาชี้แจงนะครับผมต้อง สนับสนุนท่านเลยนะครับเพราะว่านั่นคือการ สร้างการท่องเที่ยวเป็นหลักคือสร้างไทย เป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค ยก ระดับภาคการท่องเที่ยวจากการเน้นปริมาณไป สู่การสร้างมูลค่าสูงท่านประธานที่เคารพ ครับการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และวัฒนธรรมตามที่ท่านรัฐมนตรีได้นำเรียน เมื่อสักครู่นี้เป็นการสอดคล้องกับภาคใต้ ทั้งหมด 14 จังหวัดภาคใต้ของภาคใต้ทั้ง หมดที่มีการท่องเที่ยวไม่ว่าจะมีธรรมชาติ ที่สวยงามมีทะเลมีน้ำตกมีภูเขามีรวมถึง น้ำแร่ที่เป็นธรรมชาติอยู่เกือบทุก จังหวัดของ 14 จังหวัดภาคใต้นอกจากนี้ยัง มีวัฒนธรรมต่างๆไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมดัง ด้านอาหารด้านการแต่งกายก็ดีด้านศิลปะ วัฒนธรรมด้านการแสดงด้านดนตรีและก็ยังมี สินค้าทางท้องถิ่นหรือเรียกว่าสินค้า G ความหลากหลายที่กล่าวมานี้ครับท่านประธาน จะเห็นได้ว่านะครับไม่ว่าจะเป็นชุมชนต่าง ๆหรือท้องถิ่นต่างๆนะครับก็มีความอุดม สมบูรณ์นะครับทุกๆภาคโดยเฉพยิ่งของภาคใต้ ที่ผมได้เน้นย้ำว่าวันนี้ตามที่ท่านนายก รัฐมนตรีที่อยากจะสร้างโอกาสสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้และนำพาประเทศให้มีความสามารถ ในการแข่งขันที่สูงขึ้นขอยกตัวอย่างครับ ท่านประธานในจังหวัดระนองครับจังหวัด ระนองนี้ท่านประธานครับมีความอุดมสมบูรณ์ ทางธรรมชาติยกตัวอย่างทางทะเลฝั่ง อันดามมันมีเกาะพยามที่ยังมีความสวยงาม อยู่มีความดิบนะครับมีความดิบของความ ธรรมชาติมีทุกอย่างนะครับที่นักท่อง เที่ยวยังนะครับยังมีโอกาสที่ได้มาเที่ยว ความเป็นธรรมชาติของจังหวัดนองมีป่าโกง กลางที่มีความอุดมสมบูรณ์มีน้ำตกนะครับ ที่มีน้ำอ่าไหลตลอดนะครับทุกๆปีนะครับ แล้วก็ทุกๆฤดูกาลแถมยังเป็นเมืองฝน 8 แดด 4 ในช่วงกีนซีซัก็มีนักท่องเที่ยวมา เที่ยวจังหวัดระนองนะครับยังไม่ขาดสายโดย เฉพาะอย่างยิ่งนะครับในการมาแช่น้ำแร่ ท่านประธานที่เคารพครับน้ำแร่ของจังหวัด นองเราต้องยกระดับนะครับเป็นน้ำแร่ของ เชิงสุขภาพหรือเnet touris เลยหรือจะ เรียกว่าเป็นจังหวัดนอนของมหานครน้ำแร่ ได้เพราะมีบ่อน้ำแร่ทั้งหมด 14 แห่ง 14 แห่งนี้รวมถึงบ่อที่เกิดตามธรรมชาติเอง และบ่อที่เกิดโดยนะครับภาคเอกชนที่มาลง ทุนและก็สามารถที่จะนะครับต่อยอดของน้ำ แรกของจังหวัดระนองได้ต่อไปนะครับโดย เฉพาะยิ่งในการเพิดสยภาพในการพัฒนาเรียก ว่าWellnet Destination นะครับระดับ ประเทศได้และเป็นยุทธศาสตร์ของจังหวัด ระนองด้วยในสิ่งนี้ต่างๆครับเรายังมีนะ ครับพืชนะครับทางการเกษตรพืช G นั่นคือมี ทุเรียนมีมังคุดแล้วก็มีกาแฟพันโบostต้า ท่านประธานครับกาแฟพันธุRobบสต้าของ จังหวัดนองนะครับเป็นกาแฟที่มีความเข้มแล ก็มีรสชาติที่แตกต่างกับพันโบostต้า จังหวัดอื่นๆที่มีมาแถมยังมีวัฒนธรรมเป็น ของตัวเองมีรถ 2 แถวไม้นะครับที่จดเป็น มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและของกระทรวง มหากระทรวงวัฒนธรรมเรียบร้อยแล้วด้วยเช่น กันท่านธารครับจากข้อมูลที่ผ่านมาที่ผมนำ เรียนนี้ผมต้องขอบคุณท่านประธานสภา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดหนองท่าน สมโชควงนะครับวิพัฒนานะครับท่านได้ให้ข้อ มูลว่าจังหวัดระนองณปี 256 มียอดเพิ่ม ขึ้นขยายตัวร้อยละ 6.94 94 นั่นถือว่ามี ยอดเพิ่มขึ้นทุกๆปีนะครับและปี 68 นี้ถือ ว่าเป็นการเพิ่มของนักท่องเที่ยวที่แสดง ให้เห็นถึงการเจริญเติบโตของการท่อง เที่ยวของจังหวัดระนองและวันนี้การเดิน ทางของจังหวัดระนองไม่ได้เดินทางลำบากอีก แล้วนะครับเรามีถนน 4 เลนนะครับจาก จังหวัดชุมพรมารนองอันนี้พร้อม 4 เลนและ ต่อด้วยไปที่จังหวัดพังงาตอนนี้ก็กำลัง ขยาย 4 เลนอยู่พร้อมกับสนามมีนระนองที่จะ ขยายทางวิ่งของรันเว ประกอบกับทางคู่ขนานระบบไฟฟ้าส่งสว่างของ สนามบินและองค์ประกอบต่างๆของอาคารผู้โดย สารอื่นๆที่จะรองรับนักท่องเที่ยวต่อไป นี่คือสิ่งนึงครับแสดงถึงความปลอดภัยต่อ ไปในอนาคตกับนักท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้น ของภาคใต้และจังหวัดหนองทุกๆอย่างที่ผม ได้กล่าวมานี้ครับท่านประธานอยู่ในกรอบ ของการท่องเที่ยวนั่นคือกรอบย่อยนะครับ ตามที่ท่านรัฐมนตรีสุรศักดิ์ได้นำเรียน เมื่อสักครู่นี้ชี้แจงว่าผมถึงเห็นว่าวัน นี้ถ้าทางรัฐรัฐบาลนำโดยท่านนายกอนุทิน ชามกุลพร้อมคณะรัฐมนตรีได้ทำนะครับด้าน การท่องเที่ยวเป็นหลักแล้วก็ถูกนะครับตาม ประเด็นตามนี้นะครับก็จะทำให้นะครับมีการ สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จะเกิดขึ้นในการ คมนาคมอย่างต่อเนื่องและเล่นด่วนและสิ่ง ที่สำคัญนะครับก็อยากให้มีสำนักงานทตท. ของจังหวัดระนองเกิดขึ้นที่จังหวัดนอง ด้วยเพื่อที่จะมีโอกาสให้จังหวัดระนองได้ เติบโตและสามารถแข่งขันกับจังหวัดอื่นได้ ต่อไปและสิ่งที่ซ้ายครับก็ขอขอบพระคุณ ท่านประธานรัฐสภานะครับแล้วก็ท่าน รัฐมนตรีนะครับที่ท่านได้ชี้แจงเมื่อสัก ครู่นี้หวังว่านะครับทางภาคใต้ของเราแล้ว ก็ภาคอื่นๆนะครับในเรื่องของการท่อง เที่ยวคงได้รับการผลักดันและเป็นไปตามการ แถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีครับท่าน อทินชาวีกุลครับขอกราบครับขอบคุณครับ

ครับ ท่านคงกิจรามศักดิ์ครับ

ครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมนายคงกิจรามศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต 4 พรรค ภูมิใจไทย วันนี้นะครับผมขอร่วมอภิปราย สนับสนุนนโยบายรัฐบาลในเรื่องของภัย พิบัติและสิ่งแวดล้อม ท่านประธานครับหลายปีที่ผ่านมาประเทศ ของเราประสบกับวิกฤตทั้งภัยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว ดินถล่ม เอ่อน้ำท่วมที่เชียงราย น้ำท่วมที่สงขลา หาดใหญ่ หรือแม้กระทั่งน้ำท่วมที่จังหวัด พระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นบ้านของกระผมเอง ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียมากมายครับท่าน ประธานไม่ว่าจะเป็นชีวิตของพี่น้องประชา ชน ความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจซึ่งแน่นอน ครับวิกฤตเหล่านี้ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเราก็ต้องหาวิธีการ เยียวยาเพื่อพี่น้องประชาชนให้เร็วและ เป็นธรรมมากที่สุดซึ่งก่อนอื่นเลยนะครับ ผมก็ต้องขอชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ที่ท่านได้เห็นถึงความลำบากของพี่น้อง ประชาชนในจังหวัดของกระผมจากการเอ่อน้ำ ท่วมที่ผ่านมานะครับซึ่งท่านก็ได้ลงพื้น ที่ด้วยตัวท่านเองและได้อนุมัติเงิน เยียวยานะครับประกัน เอ่อผู้ประสบภัยนะครับครัวเรือนละ 9,000 บาท แล้วก็เงินเยียวยา แบบขั้นบันไดอีกเดือนละ 5,000 บาท แม้เงิน ดังกล่าวนะครับจะเทียบไม่ได้กับความสูญ เสียที่พี่น้องประชาชนเสียไปก็ เอ่อผมก็ขอต้องชื่นชมท่านนะครับที่ผ่านมา ที่ไม่มีใครนะครับที่ต้องบอกตรงๆว่าไม่มีใคร จ่ายเงินเยียวยาได้เยอะและเร็วเท่ารัฐบาล ภูมิใจไทยผมจึงขอเป็นตัวแทนพี่น้องใน จังหวัดนะครับขอบคุณท่านนะครับอีกครั้งนะ ครับที่เข้าใจแล้วก็ เอ่อได้เห็นความสำคัญแล้วก็ได้รู้สึกถึงความลำบากของพี่น้อง ประชาชนนะครับ อย่างไรก็ตามครับท่านประธานแม้ว่ารัฐบาล จะจัดการเรื่องเงินเยียวยาได้ค่อนข้างดี แต่ก็ยังมีปัญหาหลายๆเรื่องที่รัฐบาลต้อง ปรับปรุงนะครับไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เอ่อหลักเกณฑ์ที่ไม่ชัดเจน ขั้นตอนที่ยุ่งยาก ซับซ้อนเหมือนเป็นการผลักภาระไปให้กับ บุคลากรข้าราชการที่ไม่อยู่อย่างจำกัดและ พี่น้องผู้ประสบภัยนะครับเลยทำให้พี่น้อง ประชาชนบางคนได้รับเงินเยียวยาที่ล่าช้า และไม่เป็นธรรมซึ่งปัญหาเหล่านี้นะครับ ท่านประธานเป็นปัญหาที่ซ้ำซากและยังไม่ ได้รับการแก้ไขที่จริงจังแต่หลังจากที่ผม นะครับได้รับฟังถ้อยคำแถลงของท่านนายก รัฐมนตรีเมื่อวานนี้นะครับผมก็รู้สึกมี ความหวังนะครับที่ปัญหาเหล่านี้จะได้ถูก จัดการสักทีผมจึงขอสนับสนุนนะครับนโยบาย จัดตั้งกองทุนภัยพิบัติแห่งชาติกองทุนภัย พิบัติแห่งชาตินะครับท่านประธานคือกองทุน ที่รัฐบาลนำเอาเงินเยียวยานะครับในเรื่อง ของภัยพิบัตินะครับในแต่ละปีไปใส่ไว้ใน กองทุนเพื่อเป็นเบี้ยประกันให้กับพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศแล้วนำเงินเหล่านี้นะ ครับไปซื้อประกันให้กับพี่น้องประชาชนหาก เกิดภัยพิบัติขึ้นบริษัทประกันก็จะเป็น เงินเข้ามาจัดการในเรื่องของการเยียวยา ทั้งหมดนะครับโดยที่ไม่ต้อง เอ่อโดยที่ รัฐบาลไม่ต้องเสียเงินเพิ่มใดๆ

ครับ ขอโทษครับ กองทุนภัยพิบัตินะครับมี ประโยชน์มากมายนะครับแต่ที่ผมเห็นชัดชัด เลยนะครับก็คือกองทุนนี้นะครับจะช่วยให้ รัฐบาลนะครับควบคุมงบประมาณได้ง่ายและ ดี ยิ่งขึ้นนะครับเพราะว่าในมิติของการ บริหารงบประมาณ เอ่อการบริหารงบประมาณแผ่นดินเนี่ย ปัญหาหลักๆก็คือสิ่งสิ่งที่น่า กลัวที่สุดนะครับก็คือความไม่แน่นอนในการ บริหารงบประมาณเพราะว่าเวลาเกิดภัยพิบัติ ขึ้นแล้วครับรัฐบาลต้องตัดงบบางส่วนนะ ครับในการจากการพัฒนาโครงการอื่นๆเพื่อไป เยียวยาผู้ประสบภัยซึ่งจะทำให้นโยบายอื่น ๆของรัฐบาลสะดุดไปด้วยนะครับและอีกหนึ่ง ประโยชน์นะครับที่ผมคิดว่ารัฐบาลจะได้จาก เรื่องนี้ก็คือความโปร่งใสครับเมื่อใช้ หลักเกณฑ์ที่มีมาตรฐานจากบริษัทประกันภัย ทุกอย่างจะถูกตรวจสอบด้วยระบบที่เป็นกลาง ลดการใช้ดุรยพินิจของเจ้าหน้าที่ตัดปัญหา เรื่องการของเรื่องการเลือกปฏิบัติหรือ การทุจริตในระดับ เอ่อในทุกระดับอย่างเด็ด ขาดและที่แน่นอนครับประโยชน์อีกอย่างนึง ที่ประชาชนจะได้รับก็คือความรวดเร็วและ มาตรฐานในการจ่ายที่พี่น้องประชาชนได้รับ โดยที่พี่น้องประชาชนไม่ต้องมารอภาครัฐ หรือระบบต่างๆจากทางภาครัฐนะครับซึ่งจะ ก็จะเป็นบริษัทประกันนะครับเป็นผู้จัด การทั้งหมดในเรื่องของการจ่ายเงินเยียวยา ให้กับพี่น้องนะครับ ระบบประกันภัยครับท่านประธานกอง เอ่อกอง ทุนภัยพิบัตินะครับคือการเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยจากระบบเยียวยาตามยัถกรรม นะครับไปสู่ระบบการเยียวยาที่มั่นคงมันคือการ เปลี่ยนแปลงระบบงบประมาณที่คาดเดาไม่ได้ ไปสู่ต้นทุนที่บริหารและจัดการได้และที่ สำคัญที่สุดนะครับคือการเปลี่ยนแปลงจาก การลอยคเอ่อเอ่อการรอคอยความเมตตาให้กลาย เป็นสิทธิ์ที่เท่าเทียมรวดเร็วและเป็นธรรม ของพี่น้องประชาชนทุกคนครับสุดท้าย นี้นะครับผมขอเป็นกำลังใจให้กับท่านนายก รัฐมนตรีนะครับและคณะรัฐมนตรีทุกๆท่านนะ ครับให้ช่วยผลักดันนโยบายดีๆเพื่อแก้ไข ปัญหาความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนและขอ ให้ท่านพาประเทศไทยผ่านวิกฤตการณ์ที่เรา กำลังเผชิญอยู่ไปได้อย่างราบรื่นขอบคุณ ครับ

ครับ ท่านราเชียนตะกรุตระกูลเวียงครับ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม ราเชนตระกูลเวียง หัวหน้าพรรคทางเลิกใหม่ ระบบบัญชีรายชื่อ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ นายกรัฐมนตรีคณะรัฐมนตรีที่ได้เปิดโอกาส ให้สถาบันการเมืองเล็กๆเข้าร่วมกับรัฐบาล ในครั้งนี้ผมในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรค ได้มีนโยบายที่อยากจะบอกกับรัฐบาลว่าฝาก นโยบายของพรรคเล็กๆไว้เป็นสต๊อกเผื่อจะ ใช้ในยามจำเป็นวันนี้รัฐบาลกล้าหาญใน สถานการณ์ที่ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจของประเทศไทยสงครามรอบบ้านแล้วก็ สงครามอ่าวเปอร์เซียทั้งหมดเลยนะครับ วันนี้ถ้าเราจะต้องสต๊อกนโยบายไว้ผมฝาก นโยบายของพรรคทางเลือกใหม่ไว้ 3 นโยบาย ตามที่ได้เสนอกับ กกต.ในตอนหาเสียงไว้ก็ คือนโยบายเงินทุนเจ้าบ้านแล้วก็นโยบาย เงินผดุงเกียรติของทหารผ่านศึกซึ่งนโยบาย เงินผดุงเกียรติของทหารผ่านศึกนั้นเป็น นโยบายที่จำเป็นและเป็นขวัญและกำลังใจให้ กับข้าราชการทหารที่รบอยู่ชายแดนดังนั้น ผมจึงจำเป็นที่จะต้องฝากนโยบายนี้ไว้และ นโยบายที่ 3 เป็นนโยบายเรื่องของ เอ่อเงินผู้สูงอายุซึ่งมีความจำเป็นจะเป็น สวัสดิการปัจจุบันนี้เงินผู้สูงอายุได้ แค่ 600 บาท ดังนั้นที่ผมเสนอไว้ก็คือว่า เดือนละ 3,000 บาทนเป็นสิ่งสิ่งที่จำเป็น ต่อพี่น้องประชาชนในสถานการณ์ข้างหน้าที่ เราพูดกันมาทั้งหมดนี้ยังไม่มีใครได้ ประเมินสถานการณ์ว่าถ้าหากว่าเกิดเป็น สงครามโลกครั้งที่ 3 ขึ้นมาเราได้เตรียม การไว้หรือยังว่าถ้าเกิดสงครามโลกครั้ง ที่ 3 ขึ้นมาปุ๊บเนี่ยเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจของประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ดังนั้นก็ฝากรัฐบาลให้กำลังใจนายกว่าอย่าลืม นะครับว่าเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญขณะนี้ เราแค่เผชิญแค่นิดเดียวปิดช่องแคบูดเรา ยังมีปัญหาเรื่องราคาน้ำมันเรามีปัญหา เรื่องน้ำมันมากมายนะครับดังนั้นอยากให้ รัฐบาลและคณะรัฐมนตรีทั้งหมด เอ่อได้เตรียมปัญหาที่จะเกิดขึ้นถ้าเกิด สถานการณ์นี้ขึ้นจริงๆปุ๊บเนี่ยเราจะทำ อย่างไรเพราะว่าใกล้สงกรานต์น้ำมันก็จะ ไม่พอจะกลับบ้านอยู่แล้วดังนั้นวันนี้น้ำ มันไม่ขาดแต่เงินในกระเป๋าของพี่น้อง ประชาชนนั้นขาดไม่พอที่จะเติมนั้นเป็น เรื่องสำคัญแล้วก็จำเป็นมากๆจึงต้องฝาก รัฐบาลนะครับว่าอย่าลืมอย่าลืมสถานการณ์ วิกฤตนี้นะครับว่าทางผมขอให้กำลังใจนายก รัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีให้เดินหน้าอย่าง เต็มที่แล้วก็รอบคอบเป็นกำลังใจให้ทุก ท่านนะครับให้ฝากวิกฤตครั้งนี้และฝากทุก ภาคส่วนโปรดทำความเข้าใจพร้อมกันนะครับ ว่าวันนี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติเป็น สถานการณ์ที่เราสุ่มเสี่ยงที่จะวิกฤตของ โลกและก็ประเทศไทยดังนั้นฝากไว้ด้วยนะ ครับขอบคุณครับ

ครับ ท่านวิชวีปทุมสวัสดิ์ครับ

กราบเรียนท่านประธานเพื่อนสมาชิกรัฐสภา ดิฉัน วิทาวีปทุมสวัสดิ์ค่ะ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ท่านประธานคะก่อน อื่นดิฉันขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไป ยังพี่น้องสื่อมวลชนเพื่อที่จะชี้แจง ประเด็นเรื่องของที่มีข่าวทางสื่อออนไลน์ ที่ชี้แจงไปว่าสมาชิกวุฒิสภาเตรียมที่จะ เสนอยกเลิกนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ เรื่องนี้ดิฉันได้มีการพูดคุยกับเพื่อน วุฒิสมิกรวมถึงกรรมาธิการสาธารณสุข วุฒิสภาเรื่องนี้ไม่เป็นความจริงค่ะท่าน ประธานคะเฟกนิวสนี้กระทรวงดีจะรับผิดชอบ อย่างไรดิฉันขออนุญาตฝากท่านรัฐมนตรีด้วย นะคะท่านคะดิฉันเองในฐานะของสมาชิก วุฒิสภากลุ่มการสาธารณสุขดิฉันขอสนับสนุน นโยบายรัฐบาลในเรื่องของการยกระดับ 30 บาทรักษาทุกที่นโยบายนี้มีความสำคัญมาก ค่ะเพราะว่าจะส่งเสริมให้พี่น้องประชาชน นั้นได้รับสิทธิ์การรักษาสาธารณสุขอย่าง ทั่วถึงเท่าเทียมและที่สำคัญลดอัตราการ เสียชีวิตระหว่างการเดินทางไปยังโรง พยาบาลต้นสังกัดท่านคะแต่นโยบายนึงที่ ท่านขออนุญาตตั้งข้อสังเกตนั่นก็คือ นโยบาย 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสานโยบายนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งนโยบายเรือธงของรัฐบาลนะ คะแต่ขณะเดียวกันก็เกิดคำถามมากมายใน พี่น้องพยาบาลค่ะว่านโยบายนี้ออกมาเพื่ออะไร ในขณะเดียวกันที่เรามี อสม. หรืออาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้านที่ดูแลสุขภาพพี่ น้องประชาชนอยู่ซึ่งก็ทำงานร่วมกับ รพสต. ซึ่งดิฉันทราบมาว่า อสม. เนี่ยนะคะมีค่า ตอบแทนอยู่ที่เดือนละ 2,000 บาทแล้วก็ทำ หน้าที่ในการดูแลพี่น้องประชาชน 20-30 ครัวเรือน นอกจากที่จะออกสำรวจลูกน้ำ ยุงลายแล้วเนี่ยพี่น้อง อสม. ยังจะต้องทำหน้าที่ในการที่จะรายงานสุขภาพประชาชนให้ กับ รพสต. ทราบทั้งผ่านระบบสมาร์ทอสม. และรายงานที่เป็นเปเปอร์ท่านประธานคะนอก เหนือจากภารกิจนี้แล้วเนี่ยมีภารกิจนึง ที่พี่น้อง อสม. รวมทั้งประชาชนในชุมชนรู้ สึกหนักใจมากนั่นก็คือการไปขอพี่น้อง ประชาชนถึงเลขบัตรประจำตัว 13 หลักไปขอ สถานภาพสมรส โสด ตาย รายได้เท่าไหร่ ทำประกอบ อาชีพอะไรข้อมูลเหล่านี้ค่ะเป็นข้อมูล ส่วนบุคคลเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าข้อมูล ของพี่น้องประชาชนจะไม่ตกไปอยู่ในมือของ สแกมเมอร์หรือภารกิจนี้จะเป็นภารกิจที่มี วาระทางการเมืองใดที่แอบแฝงให้พี่น้อง อสม. ต้องทำหรือเปล่าดังนั้นนะคะนโยบายที่ ท่านได้นำเสนอออกมา 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาล อาสาท่านมีนโยบายจะให้เงินเดือนพยาบาล 15,000 สัญญา 4 ปี job description นี้ จะมีความซับซ้อนหรือไม่ท่านอาจจะต้องทบ ทวนในทางกลับกันค่ะดิฉันขออนุญาตนำเสนอนะ คะงบประมาณที่ท่านจะมาจ้างพยาบาลเดือนละ 15,000 เนี่ยท่านไปบรรจุพยาบาลวิชาชีพใน รพ.สต. ให้ครบทุกพื้นที่ก่อนขณะเดียวกัน ท่านควรที่จะไปเพิ่มค่าตอบแทนให้กับ พยาบาลวิชาชีพก่อนก่อนที่ตอนนี้จะไม่มี พยาบาลวิชาชีพในระบบนะคะความกดดันในภาระ งานที่เพิ่มขึ้นรวมทั้งค่าตอบแทนที่ไม่ เหมาะสมดิฉันถือว่าเป็นการด้อยค่าวิชาชีพ และไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดนะคะ วันนี้ถ้ารัฐบาลเองมีความจริงใจในการที่ จะดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชนเอาใจใส่ในการ แก้ปัญหาระบบสาธารณสุขสุขอย่างจริงจัง ท่านจะต้องกลับมาดูแลคนทำงานค่ะเพราะเ้า เหล่านี้คือฟันเฟืองที่สำคัญของระบบ สาธารณสุขที่จะเกิดขึ้นได้พร้อมทั้งเป็น ฟันเฟืองที่สำคัญในการดูแลพี่น้องประชาชน ให้มีความทั่วถึงและมีความยั่งยืนนะคะสุด ท้ายค่ะสุขภาพของพี่น้องประชาชนจะดีได้ สำคัญขอให้คิดถึงคนทำงานสาธารณสุขนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาชีพพยาบาลก่อนที่ ระบบสาธารณสุขจะล่มสลัค่ะท่านประธานขอบพระคุณ ค่ะ

ครับ ว่าที่พันตรีกรพจน์รุ่งหิรัญญวัฒครับ

กราบ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพและท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ กระผมว่าที่พัน ตรีกพจนรุ่งรันวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ประธานประธานครับผมขออนุญาตอิปรายประเด็น เศรษฐกิจและความมั่นคงประเด็นปัญหา เอ่อ การขวาดล้างนอมินีและทุนเทาเพื่อรักษา อธิปไตยทางเศรษฐกิจไทยนะครับเพื่อให้พี่ น้องประชาชนและรัฐบาลได้ตระหนักว่าวันนี้ ประเทศไทยกำลังเผชิญกับภาวะฉุกเฉินเชิง ยุทธศาสตร์นะครับที่ไม่ได้มาในรูปแบบของ กองกำลังติดอาวุธแต่มาในคาบของนิติบุคคล นำพางนะครับปัญหาการใช้ตัวแทนนำพางหรือ นอมินีไม่ใช่เป็นเพียงแค่ความล่าช้าทาง ธุรการหรือความผิดพลาดในการกรอกเอกสาร แต่ มันคือมะเร็งร้ายที่กำลังกลับกินอธิปไตย ทางเศรษฐกิจของชาติจากภายในนะครับขบวนการ เหล่านี้ใช้ช่องโหวทางกฎหมายสัดส่วนการ ถือหุ้นร้อยละ 5149 9 มาเป็นเกาะกำบัง โดยใช้คนไทยเอ่อบางกลุ่มนะครับที่ยอมขาย ชาติเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนมาทำหน้าที่ เป็นหุ่นเชิดนะครับแต่ข้อเท็จจริงกลับมี การทำสัญญารับเพื่อโอนอำนาจในการบริหาร และผลประโยชน์ทั้งหมดกลับคืนสู่ทุนต่าง ชาติผิดกฎหมายนี่คืออาจกรรมซ่อนรูปนะครับ ที่เชื่อมโยงโดยตรงกับเครือข่ายอาชญกรรม ข้ามชาตินะครับความล้มเหลวที่ผ่านมาเกิด จากระบบราชการแบบประทับตาตามหน้าที่นะ ครับที่มุ่งต้องเน้นแต่ความสะดวกในการจด ทะเบียนจนขาดการตรวจสอบเชิงลึกนะครับข้อ มูลเชิงประจักษ์พบว่าคนไทย 1 คนนะครับ สามารถถือหุ้นแทนต่างชาติได้นับ 100 แห่ง นะครับรวมมูลค่าความเสียหายกว่า 300 ล้าน บาทนะครับโดยที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีโอกาส ได้สบตาหรือสัมภาษณ์เพื่อพิสูจน์ที่มาของ แหล่งเงินทุนเลยแม้แต่น้อยนะครับเพื่อให้ เกิดการปฏิรูปที่ยั่งยืนนะครับเราขอใช้ ยุทธศาสตร์การบังคับใช้กฎหมายที่นำ เทคโนโลยีโดยเปลี่ยนหลักการจากการทำงานนะ ครับจดก่อนตรวจทีหลังเป็นคัดกรองให้มั่น ใจก่อนนะครับและอนุญาตให้เริ่มต้นธุรกิจ นะครับผ่านปราการความมั่นคง 3 ระดับดัง นี้นะครับอันดับที่ 1 คือมาตรการสกัดที่ ต้นน้ำนะครับโดยเน้นไปที่กรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์และกรมการปกครองกระทรวง มหาดไทยนะครับประเด็นการตรวจสอบก็คือการ ยืนยันตัวตนนะครับที่มาของเงินทุนนะครับ กระบวนการจดทะเบียนรวมทั้งการตรวจสอบ บุคคลให้เข้มข้นนะครับ เอ่ออันดับที่ 2 ก็ คือมาตรการการตรวจสอบเชิงลุกนะครับคือ กลางน้ำนะครับการนำระบบใบอนุญาตอัจฉริยะ นะครับมาใช้เป็นปราการดิจิทัลที่ตรวจสอบ การซ้ำนะครับภายใน เอ่อ 180 วันนะครับหลังจากมีการจัดตั้งบริษัท หรือสมาคมมูลนิธินะครับพร้อมทั้งใช้ปัญญา ประดิษฐ์วิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างรายได้ จริงนะครับระดับที่ 3 ก็คือมาตรการการกวาดล้างและ การลงทอดซึ่งเป็นปลายน้ำนะครับการบังคับ ใช้กฎหมายจะมีความเฉียบขาดขึ้นนะครับโดย บรรจุพฤติกรรมตัวแทนอำพางให้เป็นความผิด มูลฐานนะครับภายใต้กฎหมายฟอกเงินเพื่อยึด ทรัพย์ให้เบ็ดเสร็จนะครับมีโทษจำคุก 3 ปี นะครับหรือปรับสูงสุด 1 ล้านบาทนะครับ ท่านประธานครับกระผมขอเรียนให้ทราบว่า ความเฉยเมยคือต้นทุนที่แพงที่สุดหากเรา ยังปล่อยให้ระบบการจดทะเบียนเป็นเพียง ประตูที่ไม่มีคนเฝ้านะครับเรากำลังสูญ เสียอธิปไตยทางเศรษฐกิจไปอย่างถูกกฎหมาย และทิงภาระไว้ให้แก่ลูกหลานที่ต้องชดใช้ นะครับท่านประธานครับเมื่อวานท่านรองนายก สุภจีขออภัยที่เอ่ยนามได้พูดถึงแนวทางใน การแก้ไขแต่ทั้งนี้ผมขออนุญาตเพิ่มเติม เพื่อให้เข้มข้นกว่าเดิมนะครับโดยรื้อ ทั้งระบบนะครับตัวปัญหาเกิดจากกรมพัฒนา ธุรกิจกํากับดูแลอยู่ตรวจสอบย้อนหลังไป ถึงบริษัททุนต่างชาติ 5-10 ปีนะครับ เอ่อ โดยเน้นไปที่สัญชาติจีน รัสเซีย อินเดีย อิสราเอล เกาหลีนะครับท่านจะพบปัญหาที่ หมักหมมแล้วก็ที่เน่าเฟ๊ะนะครับรวมทั้ง เอ่อการที่ซุกไว้ใต้พรหมนะครับผมอยากเห็น ฝีมือของท่านรองนายกนะครับในครั้งนี้นะ ครับกราบขอบคุณครับท่านประธานครับ

ครับ ท่านรัฐมนตรีประเสริฐขอตอบชี้แจงครับ เชิญครับ

ท่านประธานรัฐสภาสภาที่เคารพท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติกระผมนายประเสริฐจันทรลงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะขออนุญาตตอบข้อซักถามของท่านสมาชิกและ ก่อนอื่นต้องถือโอกาสนี้ได้กราบขอบพระคุณ นะครับท่านสมาชิกจากสภาผู้แทนราษฎรเอง ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลท่านสมาชิก วุฒิสภาครับที่ท่านได้ให้ข้อคิดเห็นหลาย อย่างที่เป็นประโยชน์ต่อวงการศึกษาของไทย และเด็กไทยในวันนี้เป็นเสียงที่พิสูจน์ ว่ายังมีสมาชิกคนในสภาแห่งนี้ให้ความ สำคัญคิดถึงเด็กๆและการศึกษาอย่างต่อ เนื่องครับ ท่านประธานที่เคารพครับตลอดระยะเวลา 2 วันที่ผ่านมานั้นผมเองได้นั่งฟังและก็ได้ ให้ทีมงานได้สรุปประเด็นที่ทุกท่านได้ อภิปราย ผมได้จดรวบรวมข้อซักถามและข้อคิดเห็นต่าง ๆโดยคัดประเด็นและลำดับความสำคัญมา ตามที่ทุกท่านได้อภิปรายและแสดงข้อกังวล มาหลายเรื่องด้วยกันหลักๆมีอยู่ 5 ด้าน ด้วยกันครับเรื่องแรกปัญหาเรื่องความ เหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและการจัดสรร ทรัพยากร เรื่องที่ 2 ก็คือปัญหาด้านการหลักสูตร และการจัดการเรียนการสอน เรื่องที่ 3 ปัญหาด้านบุคลากรและพาภาระงานของครู เรื่องที่ 4 ปัญหาด้านกฎหมายและพรบ. เรื่องที่ 5 เรื่องปัญหาด้านคุณภาพและ ความปลอดภัยในโรงเรียนท่านสมาชิกครับสิ่ง ที่ท่านได้อภิปรายมานั้นจริงๆแล้วตรงกับ วิสัยทัศน์ที่ เป็นความมุ่งมั่นที่ผมเองนั้นต้องการที่ จะพัฒนาการศึกษาของประเทศนี้และทุนมนุษย์ ที่ผมจะทำเพราะผมมีความเชื่อว่าการลงทุน ที่คุ้มค่าที่สุดนั้นเป็นการลงทุนที่การ ลงทุนกับคนและกระทรวงศึกษาจะเป็นแกนหลัก ที่สำคัญของการลงทุนในครั้งนี้ไปที่ เรื่องแรกครับเรื่องการวางรากฐานของด้าน กฎหมายผมทราบดีนะครับว่าเรื่องนี้ค้างมา ตั้งนานแล้วตั้งแต่สภาคราวที่แล้วเพราะ ว่าเป็นพันธกิจที่ผมเองนั้นมีความตั้งใจ อย่างยิ่งที่ถ้าได้มีโอกาสมานั่งดำรง ตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการนั้นจะเริ่มทำเป็นลำดับต้นๆนะ ครับแล้วก็ถือว่าเป็นวาระที่มีความสำคัญ โดยผมจะผลักดันร่างพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติฉบับใหม่ให้เกิดขึ้นภายในรัฐบาล นี้นะครับนี่เป็นความมุ่งมั่นและความตั้ง ใจเพื่อเกิดเพื่อก่อให้เกิดผลของการ เปลี่ยนแปลงให้ยังมีผลในเร็ววันได้อย่าง มั่นคงสิ่งที่ผมเป็นห่วงนะครับก็คือวัน เวลาที่เสียไปและก็นอกจากเด็กจะขาดโอกาส แล้วนะครับความล่าช้าทางนโยบายไป เรื่องขององค์ความรู้ต่างๆในเรื่องการ เรียนการสอนเด็กก็ดีครูก็ดีควรได้รับหลัก สูตรที่สามารถตอบให้กับโลกในยุคปัจจุบัน ได้นี่เป็นเรื่องสำคัญครับท่านประธาน เพราะว่าเรายังติดอยู่กับโครงสร้างทางการ ศึกษาที่ยังมีความล้าสมัยอยู่นั่นเป็น เหตุผลนะครับที่กฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญ ที่ต้องเดินหน้าต่อไปเรื่องที่ 2 ก็คือ เรื่องหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน ที่เชื่อมโยงกับการศึกษาและตลาดแรงงาน วิสัยทัศน์ของผมในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน ครับการศึกษาต้องไม่ใช่เป็นระบบที่ผลิต เด็กมาเพื่อให้จบแค่การศึกษาเอาใบ วุฒิบัตรหรือปริญญาบัตรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องผลิตคนที่ใช้ได้และเกิดการเรียน รู้เติบโตในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็วนี่เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญแต่ ท่านสมาชิกครับปัญหาที่พวกเราทราบกันดี อยู่ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็คือในเรื่องนี้ เนี่ยในเรื่องของการพัฒนาคน กระทรวงแต่ละกระทรวงนั้นการพัฒนาคนนั้นน ต่างคนต่างแยกกันทำนะครับทำให้ไม่เห็นคน ในภาพรวมว่าประเทศไทยนั้นต้องการคนแบบไหน ที่จะมาพัฒนาประเทศในอนาคตผลที่ตามมาเป็น อย่างไรครับก็คือเกิดช่องว่างในการพัฒนา ระบบที่ต้องการกับ ระบบผลิตที่สิ่งที่ตลาดต้องการนั้นมีความ ไม่สอดคล้องกันทำให้เด็กที่จบขึ้นมานี่มี ปัญหาเรื่องการไม่มีงานทำ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่จะเราจะต้องมา เปลี่ยนแปลงเราคิดแนวทางการแก้ปัญหาไว้นะ ครับในเรื่องนี้เราจะเปลี่ยนภาพใหม่นี้ ทั้งหมดโดยการผลักดันเรื่องของ Productivity superบอร์ด บอร์ดนี้จะเป็นบอร์ดที่มีความสำคัญอย่าง ยิ่งนะครับบอร์ดนี้ผมคิดว่าต้องมีนายก รัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลเกี่ยวกับ Human Capital Superบอร์ดหรือล่านทุนมนุษย์นั้น เป็นประธานในการขับเคลื่อนและก็ดึงที่ กระทรวงที่มีความสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคน นะครับโดยมีกระทรวงศึกษาธิการกระทรวงแรง งานกระทรวงอวกระทรวงพม.และภาคเอกชนนะครับ มานั่งทำงานบนโต๊ะด้วยกันเพื่อให้สัญญาณ จากตลาดแรงงานส่งถึงห้องเรียนได้อย่างถูก ต้องและก็ในเรื่องนี้ผมพยายามจะจัดตั้ง ไพ่อย่างเร็วที่สุดบอร์ดนี้จะเป็นบอร์ด ที่มีความสำคัญในอนาคตท่านสมาชิกครับจะ เป็นการกำหนดทิศทางหลักสูตรให้สอดคล้อง กับความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง อ่าความต้องการของบุคลากรทักษะสูงกว่า 1.08 ศนั้นในอีก 5 ปีข้างหน้าเป็นเรื่อง ที่สำคัญจะต้องตอบโจทย์ความต้องการของ ประเทศให้ได้ในเรื่องนี้ สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำงานควบคู่กันไปก็ คือเรื่องของการรวบรวมแพลตฟอร์มที่มีอยู่ ให้เห็นเป็นแพลตฟอร์มทักษะแห่งชาติเชื่อม โยงระบบธนาคารหน่วยกิจให้เกิดขึ้นจริง ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลักได้แก่ 1 e portfolio เก็บประวัติการเรียนรู้ตั้ง แต่วันแรกจนถึงวันที่เข้าสู่ระบบการศึกษา เรื่องที่ 2 ก็คือเรื่องของการรับรอง ทักษะการประสบการณ์จริงให้เป็นวุฒิการ ศึกษานะครับไปทำงานที่ไหนก็สามารถที่จะ รับรองเป็นหน่วยกิจได้นะครับ 3 เป็นหลัก สูตรที่ เรายอมให้เอกชนนั้นสามารถออกแบบและ การันตีรายได้และในเรื่องของรายได้และ ตำแหน่งงาน 4 ระบบและแนวทางตลอดชีวิตตั้ง แต่ประฐมวัยถึงวัยทำงานและสุดท้ายเรื่อง ที่ 5 ระบบการจับคู่เรื่องของทักษะราย บุคคลกับตำแหน่งงานที่มีความต้องการอยู่ จริงเพื่อแก้ปัญหาเรียนจบแล้วไม่มีงานทำ ท่านประธานครับเรื่องที่ 3 ที่มีความ สำคัญไม่แพ้แล้วก็ผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้ แทนราษฎรพูดถึงปัญหานี้ไม่น้อยก็คือ เรื่องบุคลากรทางการศึกษาและการลดภาระของ ครูสมาชิกทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล สมาชิกวุฒิสภานี่ได้พูดเรื่องนี้ผมเองเคย เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายสมัยผมเคย เห็นครูตื่นตั้งแต่ 5:00 18:00 น.ไปตลาด เพื่อไปซื้อของทำกับข้าวให้เด็กๆและต้อง มาทำการเรียนการสอนประกอบไปด้วยภาระเหล่า นี้เป็นภาระที่หนักเพราะฉะนั้นผมขอแบ่ง กลุ่มภาระงานออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้ครับ เรื่องแรกก็คือภาระโครงการที่ซ้ำซ้อนกับ ตัวชี้วัดเรื่องที่ 2 คือภาระอาหารกลาง วันที่เมื่อสักครู่นี้ผมได้กราบเรียนท่าน สมาชิกให้ได้รับทราบว่าเป็นภาระหนักของ ครูอีกเรื่องนึงสุดท้ายเรื่องภาระงานอื่น นอกเหนือจากการสอนนะครับ ปัญหาโครงการที่ตกลงมาสู่โรงเรียนเป็น จำนวนมากเป็นสิ่งที่ผมตระหนักดีวันนี้ครู ต้องแบกรักภาระต่างๆจากหน่วยงานภายนอก เป็นจำนวนมากซ้ำซ้อนกับสิ่งที่มีอยู่ใน หลักสูตรอยู่แล้วและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำ เพื่อคะแนนความดีความชอบไม่ใช่เพื่อผู้เรียน นะครับอันนี้เป็นเรื่องสำคัญดังนั้นกระทรวง จะลดภาระความซ้ำซ้อนดังกล่าวลดภาระการทำ งานทอนภาระของครูอย่างเป็นระบบทั้งนี้จะ มีการประกาศรายละเอียดแนวทางในการดำเนิน การอย่างชัดเจน ภายในภาคการศึกษานี้นะครับเราเห็นเรื่อง ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญใน ลำดับต้นโดยจะอยู่บนหลักการให้ทางเลือก ไม่ใช่ออกคำสั่งให้กับโรงเรียน ผมเน้นไปที่เรื่องภาระเรื่องอาหารกลางวัน เด็กนักเรียนนะครับผมมองเห็นปัญหาเช่น เดียวกับท่านสมาชิกปัญหานี้ยังไม่ได้แก้ อย่างถูกจุดนะครับและมีความซับซ้อนเบื้อง ต้นแนวทางของกระทรวงจะนำร่องด้วยระบบครัว กลาง Cloud คริชen นะครับในพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษาซึ่ง เรื่องนี้เราจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับองค์ กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำงานอย่างใกล้ชิด กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกองทุนเพื่อ ความเสมอภาพทางการศึกษาและก็จะดำเนินการ แก้ไขปัญหาไปพร้อมกันในการที่จะลดภาระ ความซ้ำซ้อนในเรื่องการทำงานอย่างหนักของ ครูสายผู้สอนที่จะได้ทำงานด้านการสอน อย่างเต็มที่นะครับในเรื่องนี้เนี่ย ไม่จบแค่นั้นนะครับปัญหาเหล่านี้ที่จริง แล้วผมเรียนท่านสมาชิกว่าไม่มีสูตรสำเร็จ ในการแก้ไขปัญหาแต่ละที่นั้นนะครับผมเอง จะออกรับฟังความต้องการของโรงเรียนแต่ละ เขตพื้นที่การศึกษา ผมเองจะฟังปัญหาของชุมชนและเปิดทางเลือก ให้โรงเรียนได้มีโอกาสตัดสินใจเองนะครับ ไม่ใช่สั่งจากส่วนกลางและสั่ง ให้ทำตามนะครับเราจะไม่ทำตามอะไรต่างๆเรา จะไม่ทำอะไรที่เป็นลักษณะ one s fิ all เราจะไม่ทำแบบเดิมอีกแล้วนะครับ สิ่งที่ผมมีความเชื่อมั่นอยู่เสมอก็คือ ภารกิจเรื่องของการจารการกระจายอำนาจสู่ ท้องถิ่นนะครับเรามีความประสงค์ที่ค่อยๆ ถ่ายโอนแล้วเราจะเพิ่มบทบาท ให้กับองค์กรท้องถิ่นในการจัดการศึกษาและ การเรียนรู้ขึ้นในการเพิ่ม การเปลี่ยนแปลงกันอย่างมั่นคงแต่ไม่เป็น ภาระกับท้องถิ่นนะครับในเรื่องนี้คงต้อง ประสานงานกับหน่วยการหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องและที่สำคัญคือไม่ให้กระทบกับเรื่อง ของเด็กและภาระการเรียนการสอนในอนาคตนะ ครับภาระงานนอกเหนือจากอื่นๆนะครับ กระทรวงมีการวางแผนการจัดสรรเจ้าหน้าที่ ช่วยปฏิบัติการที่จะเข้ามาดูแลงานพัสดุ งานจัดซื้อจัดจ้างอื่นๆโรงเรียนในโรง เรียนเพื่อครูที่ อ่าเพื่อครูต่างๆนี่จะไม่ต้องแบกภาระงาน ที่ไม่ใช่หน้าที่หลักของตนนะครับในเรื่อง นี้นี่เรามีแนวการเอาแนวคิดเอาระบบ เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเรื่องของ AI และ เทคโนโลยีเข้ามาลดขั้นตอนและเอกสารที่ซ้ำ ซ้อนสิ่งเหล่านี้ผมมีความเชื่อว่าจะทำให้ ภาระเรื่องอาหารกลางวันนี่ที่มีอยู่แล้ว ก็เป็นภาระของครูโดยส่วนมากเนี่ยได้เบา บางลงนะครับเราจะประสานกับท้องถิ่นแล้วก็ การใช้เทคโนโลยีเข้ามาด้วยท่านประธานที่ เคารพครับ ผมเชื่อว่าครูที่ดีนั้นต้องใช้เวลาอยู่ กับเด็ก ไม่ใช่ใช้เวลาอยู่กับเอกสารแล้วก็ทำงาน เอกสารทั้งวันนึงหลายชั่วโมงผมจะต้องผลัก ดันสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริงและยินดี ครับที่จะรายงานความคืบหน้าเหล่านี้อย่าง สม่ำเสมอให้กับท่านสมาชิกได้รับทราบเช่น เดียวกันครับการเพิ่มและการกระจายอัตรา กำลังครูเป็นสิ่งที่ กระทรวงให้ความสำคัญนะครับในเรื่องนี้ผม ไม่ขอลงในรายละเอียด เรื่องที่ 4 ที่เราให้ความสำคัญ เรื่องความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและการ จัดสรรทรัพยากรทางการศึกษา ทุกวันนี้ท่านสมาชิกทราบดีนะครับว่าสูตร คำนวณเงินอุดหนุนรายหวนในปัจจุบันมีช่อง โว โรงเรียนขนาดเล็ก ได้เงินอุดหนุนน้อย แต่ต้นทุนต่างๆค่าน้ำค่าไฟค่าบำรุงต่างๆ นั้นไม่ได้ลดลงตามจำนวนเด็กเลยเราจะปรับ ปรุงสูตรการจัดสรรงบประมาณใหม่ให้สะท้อน กับความเป็นจริงในแต่ละพื้นที่ในเรื่อง นี้นะครับผมจะเอาหลายแนวทางจริงๆแล้วได้ ฟังแนวทางของกระทรวงศึกษาเอง ผมเองได้ฟังแนวทางของพรรคการเมืองหลาย พรรคนะครับจะได้นำมาบูรณาการร่วมกันแล้ว ก็นำเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ในการทำงานใน พื้นที่จริงเพื่อมาเป็นฐานในการออกแบบ สูตรคำนวณที่ไม่เป็นธรรมนะครับแล้วก็ใช้ งานได้จริงนะครับแล้วก็เห็นว่าการกำหนด เพดานขั้นต่ำสำหรับโรงเรียนขนาดเล็กใน พื้นที่ห่างไกลนั้นเป็นเรื่องสำคัญ กระทรวงจะทำงานร่วมกับ กสส.นะครับในเรื่อง นี้อย่างจริงจังนะครับ เรื่องโรงเรียนขนาดเล็กที่ควบรวมไม่ได้นะ ครับผมขออนุญาตเราจะไม่บังคับเรื่องการ ยุบควบรวมแบบเหมารวมนะครับเรื่องนี้เป็น เรื่องละอ่อนแลมีเรื่องสำคัญกระทรวงจะ สำรวจร่วมกับ กสส.เพื่อหาจุดช่วยเหลือนะ ครับและกระจายงบประมาณไปอย่างอ่าอย่าง ทั่วถึงและเป็นธรรมนะครับเจตนารมณ์สูงสุด ของผมประการนึงในเรื่องการศึกษาก็คือ โรงเรียนดีๆจะต้องไม่กระจุกตัวอยู่แต่ใน เมืองนะครับการปรับจัดสรรงบประมาณจะทำให้ โรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือได้มาก ที่สุดได้ลบได้รับงบประมาณแบบมากขึ้น เราจะดำเนินการ 2 เรื่องไปพร้อมกันในการ ยกระดับโรงเรียนเข้าสู่ความเป็นเลิศโรง เรียนที่มาตรฐานต่ำเราจะใช้ความพยายามใน การยกระดับให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้นนะครับ เพื่อการ ไปสู่การบรรลุเป้าหมายเรื่องการเรียนฟรี มี เอ่อเรียนฟรีมีจริงให้เกิดกับเด็กทุกคน นะครับสุดท้ายเรื่องที่ 5 นะครับเรื่อง ความปลอดภัยในโรงเรียน ต้องเรียนว่า โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ที่มีความปลอดภัย สำหรับเด็กนักเรียนทุกคนไม่ว่าจะเป็น เรื่องร่างกายและจิตใจนี่ไม่ใช่ทางเลือก ที่ที่เราทำไม่ได้นะครับผมมีแนวทางที่ อยากจะกราบเรียนท่านสมาชิกอยู่ 3 เรื่อง ด้วยกันเรื่องแรกนะครับเรื่องสุขภาพจิต นักเรียนผมจะเร่งพัฒนาดูแลระบบสุขภาพจิต นักเรียนทั้งระบบ ประเด็นนี้ยังมีความท้าทายอยู่นะครับใน เรื่องมิติด้านกำลังคนผมจะขออนุญาตได้หา รือกับทางกระทรวงอว.เพื่อแก้ไขปัญหานี้ อย่างเป็นระบบในโอกาสต่อไปเรื่องความปลอด ภัยของอาคารและอุปกรณ์ ผมจะประสานงานกับสถาบันอาชีวศึกษานะครับ ในพื้นที่เนี่ยให้นักศึกษาได้เข้าไปตรวจ สอบและซ่อมแซมระบบไฟฟ้าโครงสร้างและ อุปกรณ์เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกปฏิบัติงาน จริงเพื่อให้โรงเรียนได้รับความปลอดภัย ท่านสมาชิกคงทราบดีนะครับว่าในแต่ละปี นั้นมีเด็กเป็นจำนวนมากที่เสียชีวิต โดยไม่น่าเกิดขึ้นในเรื่องของไฟช็อตใน เรื่องของไปเล่นตามสถานที่ต่างๆโดยโดยที่ อุปกรณ์นั้นเสื่อมสภาพนะครับซึ่งเป็น เรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นเรื่องที่ 3 คือ ศูนย์พิทักษ์สิทธิ์และเสรีภาพนักเรียน ต้องเป็นระบบทำงานอย่างถาวรไม่ใช่โครงการ ระยะสั้นเปิดเว็บแล้วปิดไปนะครับ เร่งจัดตั้งกลไกที่เด็กสามารถร้องร้อง เรียนได้อย่างปลอดภัยและพร้อมดำเนินการ อย่างเด็ดขาดกับบุคลากรทางการศึกษาที่ใช้ ความรุนแรง และละเมิดนักเรียนครับในเรื่องนี้ต้อง ขอบคุณท่านสมาชิกนะครับเมื่อคืนนี้ผมได้ ฟังท่านสมาชิกได้อภิปรายเรื่องของเว็บที่ ท่านได้เข้าไปแล้วแล้วก็ปรากฏว่าไม่ได้ ไม่ได้เป็น เอ่อเป็นข้อมูลตามที่ท่านในเรื่องนี้ต้องต้องเรียนว่ากระทรวงนี่ได้ ไม่ได้ใช้เว็บนั้นแล้วครับแล้วก็กระทรวง จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปิด กั้นโดยเร็วนะครับต้องขอบคุณท่านสมาชิก มากนะครับที่ช่วยกันสอดส่องผมจะดำเนินการ เรื่องนี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ด้วยความรวดเร็วนะครับก็ขอบคุณในความห่วง ใยต่างๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยืนแถลงต่อท่านสมาชิกในวันนี้สิ่งเหล่า นี้ไม่สามารถทำในชั่วข้ามคืนได้เพราะว่า อ่าพูดไปแล้วก็มันก็ไม่ใช่ความ จริงนะครับการศึกษาต้องใช้เวลา ท่านสมาชิกและพี่น้องประชาชนและทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้องย่อมทราบดีนะครับแต่ผมจะ เข้ามาประสานกับทุกฝ่ายหลายความเห็นเพื่อ มาร่วมพลังเป็นพลังในการขับเคลื่อนการ ศึกษาไทยสุดท้ายนี้ผมเข้าใจระเบียบที่ซับ ซ้อน และระบบราชการของกระทรวงศึกษาธิการเป็น อย่างดีนะครับผมเองมีความมุ่งมั่นและมี ความตั้งใจที่จะปรับปรุงและการเปลี่ยนแนว คิดในการทำงานจากระบบแท่งเป็นรูปแบบทีม และมากกว่านั้นนะครับผมจะประสานงานกับทุก กระทรวงเพื่อเป้าหมายในการยกระดับทุน มนุษย์นั่นหมายถึงเด็กๆลูกหลานเราทุกๆคน ไปหมดพร้อมกันและขอขอบคุณท่านสมาชิกนะ ครับที่ได้กรุณาตั้งคำถามหลายอย่างที่ เป็นประโยชน์ต่อเด็กและการศึกษาไทยนะครับ ผมจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ในการขับ เคลื่อนนโยบายดังกล่าวท่านประธานที่เคารพ ครับผมขอใช้เวลาอีกเล็กน้อยนะครับเพราะ ว่าการอภิปรายใน 2 วันที่ผ่านมานั้นนอก เหนือจากเรื่องนโยบายแล้วผมต้องเรียนท่าน ประธานว่าผมเองก็มีผู้อภิปรายท่านสมาชิกเ ได้มีข้อสงสัยและพลาดพิงผมในบางเรื่องนะ ครับถ้าผมไม่อธิบายเลยเนี่ยก็จะเกิดความ เสียหายต่อตัวผมเองนะครับแล้วก็ผมคิดว่า ไม่เป็นผลดีกับท่านใดก็ตามนะครับเมื่อการ นำเสนอข้อมูลที่มีความคลาดเคลื่อนและไม่ ถูกต้องเนี่ย นะครับผมเองก็ถือโอกาสดีได้มาชี้แจงใช้ เวลาไม่นานนะครับผมเรียนว่าการที่ผมเอง ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการนั้นผมเองย่อมได้รับการตรวจสอบ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับอย่างรอบ คอบแล้วนะครับทำให้ผมมีคุณสมบัติพร้อมใน การดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี นะครับในเรื่องนี้เมื่อมีสมาชิกหลายคนได้ อภิปรายในส่วนที่เกี่ยวข้องนะครับผมขอชี้แจงใน ประเด็นที่เกี่ยวข้องดังนี้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่คั่งค้างอยู่ ในช่วงที่ผ่านมาเรื่องของ MOU นะครับ MOU ที่ ในอดีตสมัยที่ผมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่า การกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ไปอ่ากระทรวงได้ไปลงนามกับบริษัทเอกชน บริษัทหนึ่งนะครับในเรื่องนี้เนี่ยผมขอ ได้กราบเรียนท่านสมาชิกและท่านประธานด้วย ความเคารพว่าผู้อภิปรายหลายๆท่านนะครับ ท่านยังได้รับข้อมูลที่มีความคลาดเคลื่อน และไม่ถูกต้องนะครับซึ่งผมจะขออนุญาตชี้แจงว่าเรื่องแรกนะ ครับเรื่องการสแกนม่านตราเป็นการกระทำที่ ไม่เกี่ยวข้องกับ MOU ทั้งสิ้น รายละเอียดใน MOU ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่อง การสแกนมาตราแต่อย่างใดเลยนะครับเรื่อง การสแกนมาตราเป็นการกระทำภายหลังจากการลง นาม MOU ซึ่งเราไม่เคยได้รับรายงาน หรือมีส่วนร่วมเกี่ยวข้องใดๆในการสแกน มาตราทั้งสิ้นเลย เรื่อง MOU ที่กระทรวงดีอีได้ทำในสมัย นั้นผ่านการตรวจสอบหลายหน่วยงานทั้งสำนัก งานกฤษฎีกา สำนักงานสูงสุดและกระทรวงต่างประเทศและ ฝ่ายกฎหมายจากกระทรวงดีอีในขณะนั้นนะครับ ได้มีการตรวจสอบแล้วการลงงานใน MOU ขณะ นั้นเป็นสาระสำคัญกว้างๆเป็นการพัฒนา เทคโนโลยี นะครับเพื่อการขยายตัวเศรษฐกิจดิจิทอลใน ขณะนั้นเรื่อง MOU ไม่มีประเด็นใดผูกมัด หรือผูกพันให้ราชการต้องเสียหายและยกเลิก ได้ซึ่งผมเองทราบว่าปัจจุบันมีการยกเลิก แล้วนะครับ ผมเองไม่เคยรู้จักกับกลุ่มบริษัทที่ลงนาม ทั้งสิ้นนะครับท่านผู้อภิปรายสามารถตรวจ สอบได้นะครับไม่เคยมีความสัมพันธ์และก็ ไม่รู้จักนะครับที่สำคัญไม่เคยรับผล ประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น การเข้าพบ DSI เมื่อช่วงที่ผ่านมาไปให้ข้อมูลในฐานะพยาน ไม่ใช่ผู้ถูกกล่าวหานะครับ นะครับผมเองไม่เคยโดนกล่าวหาไม่เคยถูก ดำเนินการชี้มูลต่างทั้งสิ้นนะครับใน เรื่องนี้ผมต้องออกมาชี้แจงต่อท่านสมาชิก และพี่น้องประชาชนเพื่อให้เข้าใจนะครับ เพื่อเป็นการปกป้องและก็เป็นการทำความ เข้าใจต่อสาธารณชนนะครับผมขอกราบขอบคุณ ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรท่านสมาชิกวุฒิสภา นะครับและท่านประธานสภาที่ให้โอกาสได้ ผมชี้แจงขอกราบขอบคุณมากครับ

ครับ ต่อไปท่านนายกและท่านประธานขออนุญาต สวเชิญครับ ท่านรังสิมโรมครับ

ท่านประธานครับผมรังสิมโลมครับสมาชิก รัฐสภาสั้นๆนิดเดียวครับต่อเนื่องจากท่าน ประเสริฐแค่ต้องการคอนเฟิร์มในสิ่งที่ ท่านประเสริฐชี้แจงเพื่อจะได้เข้าใจตรง กันนะครับในประเด็นแรกฮะที่ท่านประเสริฐ บอกว่าท่านประเสริฐไม่ได้ถูกดำเนินคดีใน ชั้น ปปช.เนี่ยเนื่องจากว่ามันมีการดำเนิน การเอ่อส่งเรื่องไปที่ ปปช.แล้วตามข่าวผมอยากให้ท่านประเสริฐ ชี้แจงสั้นๆนิดเดียวครับตกลงว่าท่านไม่ถูก ดำเนินคดีในชั้น ปปช.กับอันที่ 2 ครับที่ท่าน บอกว่า MOU ไม่เกี่ยวกับสแกนม่านตาแล้วเพราะเหตุใดนะ ครับท่านชัยชนกถึงดำเนินการในเรื่องของ MOU กับเรื่องของสแกนม่านม่านตาไปในคราว เดียวกันครับขอบคุณครับ

ท่านประธานที่เค

เชิญท่านประเสริฐครับ เชิญครับ

ประเสริฐจันทรองทอง ผมขออนุญาตตอบชี้แจงท่านสมาชิกนะครับ เรื่องแรกนะครับผมไม่เคยได้รับข้อกล่าวหา จาก ปปช.เลยนะครับไม่เคยเลยนะครับในเรื่อง นี้นะครับเรื่องที่ 2 การที่ท่านรัฐมนตรี ปัจจุบันเนี่ยได้พูดถึงเรื่องนี้ท่านต้อง ไปถามท่านเองนะครับผมไม่สามารถตอบแทน ท่านได้นะครับขอบคุณท่านประธานมากครับ

ขอบคุณครับ ครับต่อไปท่านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศครับ ท่านศรีศักดิ์ครัวเกแก้วครับ เชิญครับ

ครับ ขอบคุณครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพนะครับ เรียนสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ กระผมนายศิศักดิ์ พลเกตแก้ว รองนายมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศนะครับก่อนอื่นผมจะ ขอขอบคุณสมาชิกรัฐสภาทุกท่านนะครับที่ได้ ให้ข้อคิดเห็นแล้วก็ข้อเสนอแนะนะครับใน ประเด็นที่สำคัญต่อการดำเนินนโยบายต่าง ประเทศที่เป็นประโยชน์นะครับเอ่อผมมีความ เชื่อว่าในการดำเนินนโยบายต่างประเทศใน ระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภานั้นเรื่อง ของการทำงานร่วมกันนะครับกับรัฐสภาเนี่ย เป็นเรื่องที่สำคัญนะครับรวมทั้งการที่ เราจะเปิดกว้างเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยน ข้อมูลข่าวสารระหว่างกันนะครับและที่ สำคัญที่สุดคือการตรวจสอบได้ด้วยนะครับ คือช่วงนี้เป็นช่วงที่ท้าทายอย่างมาก สำหรับการต่างประเทศไทยนะครับเอ่อใน โลกมีสงครามมีความขัดแย้งนะครับมีการแข่ง ขันภูมิรัฐศาสตร์ภูมิเศรษฐกิจ ภูมิทคโนโologyนะครับแล้วก็อย่างที่เรา พูดกันโลกไปสู่ความไร้ระเบียบมากขึ้นนะ ครับเพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่เรามีความ จำเป็น ที่ต้องดำเนินการต่างประเทศที่เข้มแข็งนะ ครับที่เข้มแข็งก็หมายความว่าเราต้องมี เอกภาพในเชิงนโยบาย แล้วก็เอกภาพในการทำงานระหว่างทุกภาคส่วน นะครับซึ่งเรื่องนี้ผมให้ความสำคัญอย่าง มากนะครับวันนี้ก็อยากจะขอชี้แจงนะครับใน บางประเด็นที่สำคัญนะครับประเด็นแรกคือ เรื่องความมั่นคงนะครับก็คือสถานการณ์ไทย กัมพูชาที่ทุกท่านก็ให้ความสำคัญนะครับ คือขณะนี้เรามีการหยุดยิงตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคมปีที่แล้วนะครับก็เป็นการหยุดยิง ที่ยังเปราะบางอยู่นะครับแล้วก็มุ่งมั่น ให้เป็นการหยุดยิงที่มีความยั่งยืนนะครับ เพื่อที่เราจะได้ก้าวข้ามความขัดแย้ง ระหว่างทั้ง 2 ประเทศนะครับแต่มันก็ไม่ ใช่เรื่องง่ายนะครับต้องเป็นความพยายาม ของทั้ง 2 ฝ่ายนะครับแล้วเท่าที่ผ่านมาเนี่ย การตอบสนองของฝ่ายกัมพูชาเนี่ยมัน ยังน้อยไปหน่อยนะครับเพราะฉะนั้นผมอยากจะ เรียนว่าเราถึงจุดที่อยากฝ่ายกัมพูชา เนี่ยต้องตัดสินใจว่าจะเดินเส้นทางไหนนะ ครับเส้นทางของความร่วมมือสันติภาพหรือ เส้นทางของความขัดแย้งแงนะครับแล้วก็ความ สูญเสียนะครับ จะมีประเด็นเรื่อง MOU C4 นะครับเรื่อง นี้ก็จะเป็นไปตามที่ ปรากฏในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลนะครับ ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศจะนำเสนอให้ คณะรัฐมนตรีพิจารณากระบวนการในการยกเลิก MOUCC นะครับแต่ผมขออนุญาตในรายละเอียดเนี่ยผมอาจจะไม่ขอเปิดเผยในที่นี้นะครับ แต่จะหาโอกาสที่จะหารือกับทางรัฐสภาเพราะ ว่าเรื่องของการกระบวนการยกเลิกนั้นมัน เกี่ยวข้องกับท่าทีในการเจรจากับฝ่าย กัมพูชาที่เราจะต้องมีขึ้นต่อไปนะครับ ส่วน MOU 43 นั้น ผมตระหนักดีถึงข้อกังวลของฝ่ายต่างๆนะ ครับก็เรื่องนี้เราก็คงต้องพิจารณาอย่าง รอบคอบ ข้อดีข้อเสียนะครับการหารือก็ต้องเป็นไป อย่างเปิดกว้างนะครับเพราะเราต้องหา ฉันทามติว่าเราจะเดินหน้าในเรื่องของ MU43 อย่างไรนะครับ อีกประเด็นนึงที่มีการหยิบยกอภิปรายกัน มากพอสมควรคือเรื่องวีซ่าฟรี 60 วันนะ ครับซึ่งเรื่องนี้ขอเรียนว่าทางกระทรวง การต่างประเทศจะเสนอให้มีการลดระยะเวลา ของวีซ่าฟรี 60 วันเป็น 30 วันนะครับ เพราะว่า 30 วันนั้นน่าจะเพียงพอสำหรับ วัตถุประสงค์ของการท่องเที่ยวเพราะเป็น ที่ทราบกันดีว่า 60 วันนั้นได้มีการบุคคล นะครับที่ไม่พึงปรารถนาดีเนี่ยได้ใช้นี้ เป็นช่องทางนะครับในการเข้ามาประกอบ กิจกรรมกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของ ไทยนะครับ ส่วนวีซ่าประเภทอื่นๆเนี่ยเรากำลัง พิจารณาในภาพรวมนะครับเพื่อให้การออก วีซ่าแต่ละประเภทนั้นมีความรัดกุมยิ่ง ขึ้นนะครับ วิกฤตพลังงานก็เป็นเรื่องหลักของการ อภิปรายนะครับในครั้งนี้นะครับเอ่อในส่วน ของกระทรวงต่างประเทศนั้นก็เราได้พยายาม ที่จะหาแหล่งพลังงานใหม่ๆนะครับให้กับ ประเทศไทยโดยการติดต่อผ่านช่องทางรัฐบาล ช่องทางการทูตนะครับไม่ว่าจะเป็นบราเซล ไนจีเรียกซักสถาน ไอซบจานและรัสเซียนะครับ ขณะเดียวกันสถานการณ์ช่องแคบโมสเนี่ยเรา ก็มีความเป็นห่วงครับวันที่ 15-16 เมษายนนี้ผมจะเดินทางไปที่โอมานนะครับ เพราะโอมานมีความใกล้ชิดกับอิหร่าน นะครับก็อยากจะเปิดอีกช่องทางนึงในการติดต่อ กับทางอิหร่านนะครับเพื่อขอให้ทางฝ่าย อิหร่านเนี่ยได้ให้เรือที่บรรทุกสินค้า น้ำมัน แก๊สปุ๋ยเนี่ยที่จะมาประเทศไทยสามารถเดิน ทางผ่านช่องแคบฮุได้ด้วยความปลอดภัยนะ ครับวันนี้ผมก็เพิ่งเจอกับเอกชูตปากิสถาน นะครับเพราะปากิสถานก็เป็นประเทศที่มี ความใกล้ชิดกับอิหร่านด้วยก็ขอให้ทาง ปากีสถานเนี่ยได้ช่วยเหลือในเรื่องนี้อีก ทางนึงนะครับ ประเด็นที่ท่านมีการอภิปรายเรื่องนึงก็ คือเรื่องของสิทธิชนนะครับก็มีวุฒิสมาชิก ท่านหนึ่งที่แสดงความผิดหวังว่านโยบาย รัฐบาลไม่ได้มีการบรรจุเรื่องสิทธิมชน อย่างชัดเจนนะครับโดยเฉพาะผมเคยเป็น ประธานคณะมนตรีสิทธิมชนของสหประชาชาติ ครับเรื่องนี้ผมให้ความสำคัญนะครับแล้วก็ ที่จริงแล้วในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลนั้น เนี่ยถ้าท่านดูเนี่ยมันก็มีปรากฏอยู่นะ ครับเช่นการดำเนินนโยบายให้ไปไกลกว่า ประเทศไทยอันนี้ก็หมายความว่าเราไม่ได้ เอาแค่ผลประโยชน์ของประเทศไทยนะครับ เรื่องค่านิยมที่เป็นสากลเป็นเรื่องที่ สำคัญก็คือค่านิยมประชาธิปไตย แล้วก็สิทธิมชนนะครับในย่อหน้าเดียวกัน คือย่อหน้า 6 ก็มีการพูดถึงหลักการและค่า นิยมสากลก็หมายความถึงค่านิยมประชาธิปไตย และสิทธิมชนนะครับเพราะคงถือว่าการต่าง ประเทศที่ดีนั้นต้องสะท้อนถึงขั้นนิยมที่ เป็นสากลนะครับก็คือเรื่องของประชาธิปไตย และสิทธชนนะครับสุดท้ายผมก็ขอเรียนยืนยัน ว่าในการดำเนินการในเรื่องของการต่าง ประเทศนั้นผมเน้นการทำงานร่วมกับทาง รัฐสภานะครับเพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกัน ก็คือการปกป้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ไทยขอบคุณครับ

ท่านเอกนัสพร้อมพันครับ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงานครับ เชิญครับ

กราบเรียน ท่าน ประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม เอกนัสพร้อมพัน รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพลังงาน ก่อนอื่นนะครับผม ต้องกราบขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับ ที่ให้ความสำคัญ กับประเด็นการบริหารจัดการสถานการณ์ ต้องบอกว่าวิกฤตก็ว่าได้นะครับที่เกี่ยว ข้องกับพลังงานในประเทศจริงๆผมเข้าใจว่า สำหรับหลายท่านเนี่ยโดย เอ่อปกติเราก็ได้ สื่อสารอยู่แล้วนะครับผมไม่เคยที่จะปิด กั้น ความหวังดีจากเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับ ไม่ใช่มารอฟังอยู่ข้างบนอย่างเดียวแต่แต่ ว่าข้างล่างเนี่ยนะครับหลายคนก็ได้พูดคุย แลกเปลี่ยนกันอยู่ตลอดเวลาผมก็ต้องเรียน กับทุกท่านตามตรงครับว่าก่อนที่ผมจะเข้า มารับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงานเนี่ยเดิมทีก็คิดวางแผนเรื่อง การปรับปรุงโครงสร้างพลังงานนะครับของ ประเทศเอ่อต้องบอกว่าชนิดที่เรียกว่าพลิก โฉมเลยนะครับเพราะผมตระหนักดีครับว่าการ บริหารจัดการพลังงานของประเทศเนี่ยเป็น ต้องบอกว่าเป็นยุทธศาสตร์เป็นปัจจัยสำคัญ นะครับสำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของ ประเทศตั้งแต่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมเนี่ยก็เห็นว่าความหวัง ของประเทศนะครับในการขับเคลื่อนให้ เศรษฐกิจ ขยายตัวโตขึ้นเนี่ยก็อยู่ที่เรื่องการลง ทุน อยู่ในเรื่องของการดึงเอาเม็ดเงินการลง ทุน ที่มีมูลค่าสูงในอุตสาหกรรมยุคใหม่เนี่ย เข้ามาในประเทศไทยเพื่อสร้างฐานการผลิต ใหม่แล้วก็ส่งออกไปต่างประเทศนำรายได้ เข้าประเทศ แล้วผมก็เห็นว่า หลายครั้งแทนที่ปัจจัยในเรื่องของพลังงาน เนี่ยแทนที่จะเป็นปัจจัยในการเกื้อหนุน ให้กลุ่มนักลงทุนเนี่ยมีความสนใจในการ เข้ามาลงทุนในประเทศก็กลับกลายเป็น อุปสรรค นะครับแล้วก็เห็นมากกว่านั้นว่าหลายครั้ง เองเนี่ยจริงๆแล้วต้องบอกว่าต้นทุนของ พลังงานก็เป็นต้นทุนสำคัญนะครับในปัจจัย ในการครองชีพของพี่น้องประชาชนนั่นคือ สิ่งแรกที่ผมคิดแล้วก็วางแผนไว้ในใจแต่ ปรากฏว่าพอเข้ามารับตำแหน่ง ก็ต้องมาเผชิญกับสถานะสถานะภาวะวิกฤตใน เรื่องของน้ำมันนะครับเกิดขึ้นจากผลกระทบ ของความการปะทะกันในตะวันออกกลางปัจจัย นี้ทุกท่านทราบดีครับว่าเป็นปัจจัยที่ อยู่นอกเหนือ การบริหารจัดการขอบเขตอำนาจนะครับของ รัฐบาลไทยแต่ส่งผลกระทบเต็มๆครับ ต่อความเป็นอยู่ต่อสถานะทางเศรษฐกิจของ ประเทศ ผมก็ได้ทำการบ้านแล้วก็พยายามที่จะเข้ามา บริหารจัดการปัญหาทันที ผมเข้าใจ ความรู้สึกความเดือดเนื้อร้อนใจของพี่ น้องประชาชนที่ถูกสะท้อนผ่านไม่ว่าทาง สื่อมวลชนหรือว่าเพื่อนสมาชิกนะครับมาถึง ตัวผมนะครับก็จะเห็นได้ว่า ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงานเนี่ยผมไม่ เคยรอครับนะครับในการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งแรกก็นำวาระผลการศึกษาของคตร.ซึ่ง เป็นวาระของกระทรวงพลังงานเลยเข้าวาระแรก ๆในการประชุมคณะรัฐมนตรีแล้วท่านก็เห็น ว่าในวันแรกที่ผมเข้ากระทรวงนะครับผมเป็น รัฐมนตรีคนนึงที่เข้าไปถึงเนี่ยไม่ต้องมี วิธีรีตองอะไรเข้าไปถึงก็ทำงานทันทีนะ ครับแล้วก็ได้เรียกกลุ่มผู้ประกอบการมา พูดคุยรวมไปถึงการประชุมคณะกรรมการบริหาร นโยบายพลังงานในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ซึ่งผมต้องเรียนแบบนี้ก่อนครับ เรามีอาวุธ เรามี กำลังที่จะจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น เนี่ย เล็กน้อยมากนะครับผลกระทบที่เกิดขึ้น เนี่ยราคาน้ำมันที่แพงขึ้นนะครับน้ำมัน ที่หายากขึ้นเนี่ยนะครับส่งผลกระทบ หนักครับ สิ่งที่เรามีสำหรับต่อสู้กับเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นก็คือตัวกองทุนน้ำมันวันนี้ผมได้ ฟังความเป็นห่วงจากเพื่อนสมาชิกหลายท่าน นะครับของการบริหารกองทุนน้ำมัน ทำไม ตอนน้ำมันขึ้นก็ไม่ขึ้น ทำไมเวลาขึ้นบางทีก็ขึ้นน้อยไปบางทีก็ ขึ้นมากไป ทำไมบางทีราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มลงแล้ว ก็ไม่ยอมลงสักทีนึงนะครับผมใช้ความระมัด ระวังมากนะครับในการบริหารจัดการกองทุน เพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเนี่ย เป็นประธานกองทุนคณะกรรมการกองทุนน้ำมัน นะครับแล้วผมก็ต้องเรียนตามตรงกับเพื่อน สมาชิกทุกคนว่า ถ้าในยามปกติสิ่งแรกที่ผมจะทำเนี่ยก็คือ ผ่าตัดวิธีการทำงานของกองทุนน้ำมัน เชื่อมั้ยครับว่าผมตกใจ ว่าทำไมกองทุนน้ำมันเนี่ยมีอำนาจมากมาย ขนาดนี้นะครับการตัดสินใจของกองทุนน้ำมัน เนี่ยสามารถที่จะนำเม็ดเงินมหาศาลมาอุดหนุน ราคาน้ำมัน เท่าไหร่ก็ได้นะครับซึ่งจริงๆแล้วเนี่ย ตามเจตนาของกองทุนน้ำมันเนี่ยมีเงินเพียง กระเป๋าเงินเพียงประมาณ20,ื่ล้านเท่านั้น แหละครับสำหรับการบริหารจัดการสถานการณ์ แบบนี้แต่วันนี้ก็เห็นแล้วครับว่าที่ผ่าน มาทำงานตอนนี้ติดลบ 60,000 ในอดีตติดลบไป เป็นแสนล้านก็มี ผมยังจินตนาการเลยครับว่าถ้าวันเนี้ยผม สวมหมวกนักการเมืองแล้วอยากได้คะแนนเสียง เนี่ยผมจะลดราคาน้ำมันเช่นเบนซินดีเซลลด ลงอีก 10 บาท 20 บาท 30 บาทลงมาให้ถูกที่ สุดถามว่าผมมีอำนาจที่จะทำได้มั้ยก็มี อำนาจครับกองทุนน้ำมันมีอำนาจที่จะทำ แบบนี้แต่ในความคิดเห็นของผมเนี่ยไม่ควรมี องค์กรไม่ควรมีกองทุนไหนที่มีอำนาจมากมาย ขนาดนี้ครับ ผมเตรียมพร้อมนะครับหลังจากที่บริหารจัด การสถานการณ์ให้เอ่อคงสู่สภาวะปกติแล้ว เนี่ยก็ตั้งใจที่จะปรับเกณฑ์การทำงานของ กองทุนนะครับถ้าเจตนาของกองทุนมีเพียง เงินประมาณ 20,000 หมื่ล้านใช้ สำหรับชะลอผลกระทบที่เกิดขึ้นนะครับใน กรณีน้ำมันราคาขึ้นแล้วก็ใช้ชะลอผลกระทบ ไม่ให้สิ่งที่เกิดขึ้นเนี่ย ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในประเทศมากเกิน ไปเนี่ย ก็ควรที่จะต้องมีลิมิตนะครับในการทำงาน มากกว่านี้ไม่ใช่วันนึง อยากจะอุดหนุนเงินเป็นพันล้าน 2,000 ล้าน 3,000 ล้านก็สามารถทำได้เกณฑ์เหล่านี้ ต้องเปลี่ยนไปครับ รวมไปถึงการคำนวณอัตราต่างๆที่ต้องทำให้ โปร่งใสมากยิ่งขึ้นนะครับจริงๆข้อดีที่ ผ่านมาเนี่ยผมเห็นว่าทุกครั้งที่มีการ ประชุมนะครับการเผยแพร่ข้อมูลโดยสำนัก นโยบายเนี่ยก็เปิดเผยต่อสาธารณะทำให้เรา เห็นจุดบกพร่องในการทำงานหลายเรื่องนะ ครับท่านอัถวิทเมื่อสักครู่นะครับก็ได้นำ เสนอในส่วนของค่าการตลาดที่จะต้องคงจะ ต้องมีการทบทวนและปรับกลไกใหม่นะครับไม่ ให้ค่าการตลาดเนี่ยบางวันก็พุ่งสูงขึ้นไป 10 บาท 20 บาทบางวันก็ติดลบ 5 บาทติดลบ 10 บาทก็มีถึงแม้ว่าค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ ประมาณ 2 บาทนะครับตามผลการศึกษาแต่ว่า เวลาพุ่งขึ้นพุ่งลงแบบนี้เนี่ยมันก็ทำให้ ขาดเสถียรภาพในการบริหารจัดการนะครับ ผมเรียนตรงไปตรงมาว่า เมื่อกลไกเป็นแบบนี้เนี่ยแล้วกลไกให้ อำนาจกองทุนน้ำมันขนาดนี้เนี่ย ผมก็ต้องใช้ความพยายามในการบริหารจัดการ ด้วยความระมัดระวังด้วยความรอบคอบนะครับ ผมก็ปรึกษา ที่ท่านฝ่ายค้านหลายคนพูดบอกเทคโนแตทั้ง หลายแหล่เนี่ยนะครับก็พูดคุยกันอยู่ตลอด แล้วก็ใช้ความระมัดระวังเต็มที่แต่ในขณะ เดียวกันเวลาที่ต้องตัดสินใจใช้ความกล้า ในการบริหารจัดการนะครับผมก็ทำหน้าที่ของ ผมครับท่านก็จะเห็นว่า รัฐบาลนี้และผมเป็นรัฐมนตรีคนแรกที่ใช้ อำนาจตามพระราชกำหนด ปี 2516 ในการแก้ไขแล้วก็ป้องกันภาวะขาด แคลนน้ำมันที่ได้มอบอำนาจให้กับคณะ กรรมการบริหารนโยบายพลังงานเนี่ยสามารถไป กำหนดราคาน่าลงกลัน ที่ผ่านมานะครับการใช้กองทุนเงินกองทุน น้ำมันเนี่ยก็ไม่ต่างอะไรจากการเอาเงิน ของผู้ใช้น้ำมันในอนาคตมาชดเชยทำให้ สามารถใช้น้ำมันในราคาถูกลงในเวลา ปัจจุบันนะครับ ผมเห็นว่าในภาวะวิกฤตแบบนี้นะครับแล้วเรา ก็หลายคนก็เห็นตรงกันว่ากลไกตลาด ที่เคยทำงานเนี่ยมันไม่ทำงานตามปกติ นะครับกลไกราคาที่ประเทศไทยไปอ้างอิงเอา ราคาตลาดจากสิงคโปร์มา มันก็ผิดปกติราคาน้ำมันสำเร็จนะครับเทียบ กับราคาน้ำมันดิบเนี่ยมันถูกถ่างออกไปสูง ขึ้นผิดปกติมากทำให้ ค่าการกลั่นดูแล้วเนี่ย บ่งชี้ว่าโรงกลั่นก็น่าจะมีกำไรไปมากเกิน มาก ในยามวิกฤตแบบนี้นะครับถึงแม้ว่าประเทศ ไทยเราโชคดีครับเรามีโรงกลั่นที่สามารถ กลั่นน้ำมันดิบเนี่ยเพียงพอต่อความ ต้องการใช้แต่กลไกเดิมเราทำเสมือนว่า ประเทศไทยไม่มีโรงกลั่นอยู่เลยครับไปเอา ราคาที่สิงคโปร์มาบวกพรีเมี่มแล้วก็มา ตั้งที่หน้าโรงกลอง ทุนน้ำมันซึ่งเป็นเงินของผู้ใช้น้ำมันนะ ครับไปแบกรับภาระไว้ทั้งหมดในช่วงเวลา แบบ นี้เป็นความรับผิดชอบของโรงกลั่นที่ ประกอบกิจการในประเทศไทยต้องมีความรับผิด ชอบร่วมกันครับก็ควรที่จะแบ่งเบาภาระแบก ภาระในเวในเวลานี้ไม่ใช่มาหากำไรมากจน เกินควร ก็เลยมีการ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ครับที่ไม่ ได้นำราคาตลาดสิงคโปร์มาตั้งไว้เป็นราคา น่าลงกันซะทีเดียวแต่มีส่วนลด จากการคำนวณว่าค่าการกลั่นซึ่งสะท้อนกำไร ที่เกิดขึ้นจากการแปลงสภาพน้ำมันดิบหรือ วัตถุดิบมาเป็นผลิตภัณฑ์ก็คือน้ำมัน สำเร็จเนี่ยมันมากผิดปกติก็ดูตัวเลขจริง ในช่วงเดือนมีนาคมแล้วก็นำมาเป็นส่วนลด ของราคาหน้าลงกลั่นในเวลานี้ในช่วงเดือน เมษายน แล้วในช่วงเดือนเมษายนที่ค่าการพุ่งสูง ขึ้นอีกเดี๋ยวก็จะเอาข้อมูลจริงในช่วงต้น เดือนเมษายนไปพิจารณาและกำหนดส่วนลดใหม่ การทำงานในลักษณะนี้ก็คือการให้โรงกลั่น เนี่ยนะครับซึ่งเป็นผู้ประกอบการก็มาช่วย กันแบ่งเบาภาระ ความเดือดร้อนของประชาชนในส่วนที่เกิด ขึ้นจากราคาน้ำมันซึ่งไม่มีใครเคยทำมา ก่อนครับแล้วก่อนหน้านี้ถ้าท่านได้ติดตาม ข่าวสารเนี่ยมีข่าวแม้กระทั่งว่าก็เหมือน จะมีข่าวลือว่าจะมาฟ้องผมอีกแล้วนะครับ ซึ่งผมคดีก็เยอะอยู่แล้วนะครับ แต่ในที่สุดนะครับณเวลานี้นะครับก็ทุกโรง กันก็ให้ความร่วมมือดีแต่จะเห็นว่าในการ ทำงานของผมเนี่ยผมยืนยันได้เลยว่าไม่เคย มีความเกรงใจใครครับเรายึดตามกฎหมายเมื่อ กฎหมายให้อำนาจเราในเรื่องที่กฎหมายให้ อำนาจเราแล้วเป็นความรับผิดชอบของเราและ เป็นผลประโยชน์ส่วนรวมให้ความเป็นธรรมกับ ประชาชนผมทำเต็มที่ครับแต่ในบางส่วนที่ผม เห็นว่ากฎหมายก็ให้อำนาจเรามากเกินไปเช่น กลไกของกองทุนน้ำมัน ผมเห็นตรงกันเลยครับว่าควรที่จะต้องถือ โอกาสเนี้ยครับหลังจากเกิดวิกฤตนี้แล้วเนี่ยจะต้องผ่าตัดและปรับปรุงหลักเกณฑ์ การทำงานของกองทุนน้ำมันอย่างจริงจังสัก ทีนึงครับให้ชัดเจนให้โปร่งใสให้สามารถ

cheeck แอน balance ได้ครับ ไม่ใช่มอบอำนาจให้สามารถทำอะไรก็ได้โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าไปทำอะไรมานะครับ ผมตั้งใจที่จะทำแบบนี้ แต่ก็ต้องเรียนตรงไปตรงมา หลายท่านที่นำเสนอว่า มีอีกส่วนนึงครับ นอกจากเอาเงินในกองทุนไปอุดหนุนลดราคาน้ำมัน 2 ลดราคาที่น่าลงกลั่นให้ลงกลั่นมาช่วยแบกภาระของราคาน้ำมันอีกส่วนนึงก็คือภาษีสัมปสามิตร ซึ่งผมบอกเลยนะครับ การลดภาษีสัมปสามิตรไม่ใช่เรื่องยากเลย วันนี้รัฐบาลมีอำนาจเต็ม ถ้าตัดสินใจที่จะลดภาษีสัมปสามิตรวันไหนก็ทำได้ครับ แต่มันไม่ได้ได้มาฟรีๆ ผมถึงขอท่านเอกนิติว่า การลดภาษีสัมปสามิตรขอให้เป็นไพ่ใบสุดท้ายที่รัฐบาลจะใช้ในช่วงภาวะวิกฤต ที่รัฐบาลก็ต้องการเงินไปช่วยเหลือแบบมุ่งเป้าให้กับประชาชนที่เดือดร้อน ที่ต้องการเงินความช่วยเหลือจริงๆ

ดังนั้นเนี่ย ผมก็เลยตัดสินใจการแก้ปัญหาเนี่ยนะครับ ท่านจะแก้แบบเอาง่ายๆ ลดภาษีสัมสามิตรลงไป ราคาลดลงนะครับ ก็ทำให้คนสบายใจ ทำให้คนดีใจ แต่ประเทศเนี่ย เงินหาย เงินลดลงในเวลาที่เราต้องการเงินมาเยียวยามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผมเลยขอว่า ขอใช้กลไกบริหารจัดการกลไกของกองทุน ซึ่งวันนี้ก็ดีขึ้นมากนะครับ จากเดิมที่ขาดทุนวันละมากสุด 2,500 ล้าน วันนี้ก็ขาดทุนเหลือวันละหลักร้อย สถานภาพเริ่มคงที่ และขอใช้กลไกการลดราคาหน้าโรง ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะของกองทุนเลย ไม่ต้องเอาเงินของผู้ใช้น้ำมันในอนาคตมาแบกมาชดเชยให้ใช้ราคาน้ำมันในราคาถูกในปัจจุบันเลยนะครับ

ดังนั้นก็ขอว่าจะบริหารจัดการโดยใช้กองทุนน้ำมันและราคาน่าลงกลั่นก่อน ถ้าท่านไหนเห็นว่า ค่าการกลั่นในช่วงเดือนเมษายนเนี่ย มากกว่าช่วงมีนาคมอีก ไม่นานก็จะมีการประชุม กบง.อีกรอบนึง นำตัวเลขที่เกิดขึ้นจริง พีemiมต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในส่วนของการค่าขนส่ง ค่าประกันทุกอย่างเนี่ยนะครับ ตัวเลขเหล่านี้ทางผู้ประกอบการต้องมาครับ แล้ววันนี้เค้าเข้ามาคุย เค้าเข้ามาแน่นอน ถึงตอนแรกไม่แน่ใจว่าตกลงรัฐมนตรีที่ชื่อ เอกนัสจะเอาจริงหรือไม่เนี่ย ไม่เชื่อว่ารัฐบาลกล้าที่จะใช้กลไกอำนาจตามพรก.ในภาวะแบบนี้ ประกาศลดราคาน่ารวมกัดลงมา ไม่เชื่อ วันนี้ก็ต้องเชื่อแล้วครับ ทำแล้วครับ แล้วเขาต้องมาเจรจากับเรา ในเวลาแบบนี้ ไม่ปล่อยให้เอกชนผู้ประกอบการมากำกับการทำงานของรัฐบาล แต่รัฐบาลจะต้องกำกับการทำงานของผู้ประกอบการ ไม่ให้ซ้ำเติมสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งเดือดร้อนอยู่แล้ว ผมยืนยันว่า ในช่วงเวลาแบบนี้ครับ ผมก็จะไม่ใช้ความมั่ว มั่วมาบริหารสถานการณ์ที่มั่วๆ แบบนี้ นะครับ ก็ต้องใช้ความรอบคอบและใช้สติในการบริหารจัดการ

ในส่วนของภาวะขาดแคลนซึ่งหลายคนเป็นห่วงนะครับ ตามข้อมูลที่ผมได้เช็คเนี่ย ตอนนี้น้ำมันดิบขาเข้านะครับ ก็เริ่มกลับเข้าหมู่เข้ามาสู่ภาวะปกติ นะครับ เอ่อเท่าที่ผมได้เช็คดูเนี่ยในช่วงเดือนนี้นะครับ ก็เข้าได้เดือนหน้านะครับ ก็น่าจะเข้ามาตามปกติ แต่ก็ต้องพูดตรงไปตรงมาครับ ผมชอบพูดความจริงนะครับ แล้วก็ต้องสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา ในช่วงสถานการณ์แบบนี้ไม่มีอะไรแน่นอนครับ ก่อนหน้าที่เราคิดว่าสถานการณ์กำลังจะบานปลาย ท่านประธานาทีประธานาธิบดีทรัมป์ขู่ว่าจะยิงให้บรรไลเป็นจุนเลย อีกไม่นานต่อมาก็ประกาศหยุดยิง แล้วหลังจากประกาศหยุดยิงก็ไม่รู้ว่าจะหยุดยิงจริงๆ หรือไม่นะครับ เพราะฉะนั้นความแน่นอนเนี่ยอยู่บนความไม่แน่นอน เราก็ใช้ความระมัดระวัง เตรียมใจแล้ว ที่สำคัญก็คือต้องเตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้อยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งสถานการณ์ในเวลาที่แย่ที่สุดที่จะเกิดขึ้นนะครับ ผมถึงสื่อสารกับพี่น้องประชาชนทุกวันไงครับว่า วันนี้อยู่บนความไม่แน่นอน ราคาน้ำมันจะขึ้นจะลง เราก็ขอให้ทุกคนเนี่ย ใช้ความระมัดระวังมากที่สุดนะครับ ในการใช้ชีวิตแล้วเผื่อเตรียมใจเตรียมความพร้อมไว้ หากสถานการณ์ที่ตะวันออกกลางบานปลายแล้วเราอาจจะต้องปรับพฤติกรรมในการใช้ชีวิตของเรา

ที่สำคัญครับ ก็คือ ก่อนหน้านี้ที่มีประเด็นเรื่องของน้ำมันนะครับ ที่ผมได้พูดหลายครั้ง สิ่งที่ทางกระทรวงควรจะทำโดยเร็วที่สุดเนี่ย ก็คือการนำเสนอข้อมูลนะครับ อย่างตรงไปตรงมา ให้โปร่งใส ก็คุยกับกรมธุรกิจพลังงานนะครับว่า จากนี้ต่อไปเนี่ยจะต้องเก็บเอาข้อมูลทุกรายการ ทุกขั้นตอนน้ำมันที่ออกจากลงกลั่นไปถึงผู้ค้า ม. 7 หรือผู้ค้ารายใหญ่ ปริมาณเท่าไหร่ ไปถึงผู้ค้า ม. 10 หรือที่เราเรียกกันว่า จอเบอร์รปริมาณเท่าไหร่ จากผู้ค้า ม. 7 ไปที่ปั๊มในปริมาณเท่าไหร่ ขายต่อให้กับจ๊อบ ม. 10 ในราคาเอ้ยในปริมาณเท่าไหร่ เผลอๆ ต้องไปดูถึงที่ปั๊มหลอดปั๊มอิสระ ตรวจเช็คข้อมูลสถานะนะครับ ปริมาณน้ำมัน ซึ่งวันนี้ผมก็ส่งทีมไปตรวจเช็คทุกครั้ง น้ำมัน 92 ครั้งในเวลานี้ที่เรากำลังคุยกันอยู่ ชุดสุดซอยทำงานตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้ากระทรวงจนมาถึงวันนี้นะครับ เพราะผมก็เลือกที่จะไว้ใจ เลือกที่จะฟังเสียงของประชาชน ฟังข้อมูลจากพวกท่านว่าเอ๊ะวันนี้ น้ำมันไปอยู่ที่ไหนอยู่ตรงไหนแล้วผมยืนยันครับ ถ้าพบความผิดปกติ ไม่ใช่ที่เกิดขึ้นในเฉพาะปัจจุบันเท่านั้นนะครับ แต่ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในรอบเดือนที่ผ่านมาในช่วงเดือนมีนาคมเนี่ย ซึ่งตอนนี้ได้เรียกทุกข้อมูลมาเปิดดูแล้วนะครับ ถ้าพบความผิดปกติเนี่ย ผมเอาจริงผมเอาตายแน่นอนครับ ผมไม่ชอบที่สุดครับคนที่มาเอาเปรียบประชาชนในเวลาที่พี่น้องประชาชนต้องเดือดร้อนแบบนี้แล้ว ทุกท่านก็เห็นว่าถ้าคนอย่างผม เวลาตัดสินใจที่จะชนกับใครแล้วเนี่ย ผมก็สู้สุดซอย ผมไม่ถอยไปไหน ตั้งแต่สมัยผมอยู่กระทรวงอุตสาหกรรม ถ้าปิดต้องปิด ต้องปิด ถ้าถูกฟ้องก็ต้องฟ้อง รวนฟ้องมาแล้วก็สู้คดี แต่ตัวเขาเองก็ต้องสู้คดีเหมือนกันครับ คนที่เคยกระทำทำความผิดเอาติดเข้าคุกมาแล้วก็มี ที่บอกตายในคุกแล้วก็มีนะครับ ถ้ามาหา กำไรในช่วงเวลาแบบนี้ ผมก็ต้องบอกตรงไปตรงมาว่า ถึงมีเงินก็เตรียมไปใช้ในคุกนะครับ ก็แค่นั้นเอง ตรงไปตรงมาครับ ถ้าท่านมีข้อมูลอะไรก็ขออนุญาตมาแลกเปลี่ยนกันได้อยู่ตลอดเวลา

ซึ่ง พูดทั้งหมดเนี่ย อันนี้มันเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้านะครับ ในช่วงวิกฤต แต่สิ่งที่เราต้องเข้าใจก็คือว่า วันเนี้ยเราต้องพูดถึงเรื่องความมั่นคงด้านพลังงานนะครับ ในส่วนของน้ำมันเนี่ย ประเทศไทยเรานำเข้าน้ำมันดิบมากกว่า 90% นะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เองเราก็ต้องคิดครับว่า หากเกิดสถานการณ์วิกฤตแบบนี้ ถึงวิกฤตนี้จบ แต่วิกฤตในอนาคตข้างหน้า จะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ ในโลกที่มีความผันผวนแปรปรวนแบบนี้ เราต้องเตรียมความพร้อมอย่างไร เลยเป็นที่มาว่าทำไมวันเนี้ย ถ้าท่านสังเกตดูตั้งแต่การทำงานของกองกองทุนน้ำมัน รวมไปถึงรัฐบาลเราก็ส่งเสริมในเรื่องของเชื้อเพลิงชีวภาพ ถ้ากองทุนน้ำมันนะครับ ไปอุดหนุนน้ำมันดีเซลนะครับ ที่ไม่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพ หรือไบโอดีเซลน้อย ก็ได้รับการอุดหนุนน้อย แต่ในส่วนที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพเยอะ เช่น B20 E20 เอทานอล ไบโอดดีเซลนะครับ เราก็ส่งเสริม เราก็อุดหนุนเยอะ เพราะทุกหยดที่สามารถผลิตได้ เชื้อเพลิงชีวภาพที่สามารถเอามาผลิตและทดแทนได้โดยคนไทย โดยเกษตรกรไทยเนี่ย ก็จะนำมาทดแทนการนำเข้าของน้ำมันดิบที่นำเข้ามาใช้ในประเทศ ถึงจะใช้แพง แต่เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เราซื้อแพงเนี่ย ก็จะถูกส่งต่อเป็นรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวไทย นี่คือความยั่งยืน นี่คือความมั่นคงด้านพลังงานที่เราต้องคิดทำนะครับ รวมไปถึงการสำรองน้ำมันของประเทศก็ต้องคิดครับ ก่อนหน้านี้หลายคนบอกว่าแพง ให้เอกชนไปสำรอง สำรองด้วยกฎหมายให้ผู้ค้าไปสำรอง แต่ในที่สุดไปดูดีๆนะครับ วันนี้รัฐบาลก็จ่ายเงินอุดหนุนให้ผู้ค้าเป็นผู้สำรอง ถ้าต้องทำแบบนั้นอยู่แล้ว แล้วเพื่อรับมือกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเนี่ย ต้องตัดสินใจและต้องมาช่วยกันคิดว่า ในวันนี้ประเทศไทยจะต้องมีคลังน้ำมันที่เป็นน้ำมันของประเทศไทยสักทีนึงได้หรือไม่ เป็นเรื่องใหญ่ เมื่อสักครู่ผมฟังท่านศุภโชติก็มีกฎหมายนะครับ ก่อนหน้าที่รัฐมนตรีท่านเดิมเนี่ย ได้เคยคิดจะเสนอเอาไว้นะครับ แต่บางส่วนซึ่งบางส่วนก็เกี่ยวข้องกันเรื่องของ เอ่อคลังสำรองของประเทศนะครับ ผมยินดีที่จะนำมาแล้วก็มาพูดคุยกันนะครับ สำหรับในในเรื่องนี้ แต่สิ่งที่สำคัญก็คือวันนี้ในทั่วโลกเอง รวมไปถึงประเทศไทยเนี่ย เพื่อที่จะลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงที่เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงเนี่ย เราก็เดินหน้าเข้าสู่ไฟฟ้า แต่ไฟฟ้าเองนะครับที่เราผลิตไฟฟ้าจากแก๊สเนี่ยเป็นจำนวนมาก ปริมาณประมาณ 60% ใน 60% นี้ฟังดูน่าจะเป็นข่าวดีมากกว่าน้ำมันก็คือเราผลิตเองได้มากกว่า 50% แล้วก็นำเข้าเป็นแก๊สในราคาที่ไม่แพงจากพม่าอีกประมาณ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่ถึงอย่างนั้นเอง เราก็นำเข้าแก๊สเหลว หรือ LNG เนี่ยในประมาณ 40% นะครับ พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ LNG แพงขึ้น ก็จะส่งผลกระทบต่อค่าไฟ แล้วจริงครับ วันนี้ กกพ.ล่าสุดก็ประกาศค่าไฟเพิ่มขึ้นจาก 3.88 ไปถึง 3.95 ถามว่าสามารถลดค่าไฟจาก 3.95 มาเหลือ 3.88 ได้หรือไม่นะครับ ทำได้ครับ ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากที่ท่านเสนอก็คือหมายความว่า เราก็ต้องไปดึงเอารายได้นะครับของการไฟฟ้าเนี่ยนะครับ นำมาชดเชยส่วนต่างระหว่าง 3.90 95 กับ 3.88 ซึ่งไม่ใช่อะไรใหม่ครับ ผมก็พูดตามตรง จึงก่อนหน้าผมก็ให้สัมภาษณ์ว่า 3.95 มา 3.88 88 เนี่ย อันนี้มันเป็นการตัดสินใจเชิงนโยบายนะครับ เอ่อถึงลดได้ 395 มา 388 ก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ ก็เป็นการเอาเงินของ 3 การ หรือเอาเงินของรัฐบาลไปชดเชยส่วนต่างเท่านั้นเอง ไม่ได้ยากอะไรครับ

แต่สิ่งที่เราต้องคิดแล้วเป็นนโยบายที่เคยประกาศไว้ก็คือผู้ใช้ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาทเนี่ย ผมว่าเราต้องช่วยกันคิดนอกกรอบครับ ผมก็เตรียมพร้อมนะครับที่จะให้ กพช.เนี่ยพิจารณาโครงสร้างไฟใหม่นะครับ 395 หรือ 388 ที่เราพูดกันเนี่ยคือค่าเฉลี่ยของค่าไฟ แต่จริงๆเวลาชาร์จค่าไฟจ่ายค่าไฟจริงเนี่ย มันก็เป็นไปตามอัตราซึ่งผูกกับปริมาณการใช้ไฟขึ้นเป็นขั้นบันไดเหมือนเวลาจ่ายภาษีนะครับ วันนี้ในสถานการณ์แบบนี้นะครับ ก็ต้องพิจารณาปรับโครงสร้างใหม่ ให้ผู้ที่ใช้ไฟน้อยใช้ในอัตราที่ถูกมาก กว่าผู้ที่ใช้ไฟมาก ยิ่งใช้น้อยใช้ถูก ยิ่งใช้แพงยิ่งใช้มากใช้ในอัตราที่แพง นั้นตอนนี้ต้องมีการปรับโครงสร้างขั้นบันไดนะครับ ในส่วนของเรทค่าไฟ หมายความว่าต่ำกว่า 200 ยูนิต ต่ำกว่า 200 หน่วย กดให้ค่าไฟไม่เกิน 3 บาท สามารถทำได้ครับ โดยที่ไม่ได้ส่งผลให้เป็นภาระเพิ่มเติม กับค่าไฟเฉลี่ย ผมยืนยันว่าสามารถทำได้ แล้วเดินหน้าทำแน่นอนครับ แต่แค่นี้ก็ไม่พออีกครับ เพราะว่าถึงเราจะปรับโครงสร้างนะครับ เพื่อที่จะส่งเสริมให้มีการประหยัดไฟ สร้างแรงจูงใจให้ประชาชนที่ใช้ไฟน้อย ใช้ไฟในอัตราที่ถูกลง ผู้มีรายได้น้อยนะครับ ได้ใช้ไฟในราคาที่ถูกลงเนี่ย ในที่สุดหนีไม่พ้นก็คือการลดการพึ่งพานะครับ วัตถุดิบนำเข้าและรวมไปถึงการลดค่าไฟในภาพรวม การปรับโครงสร้างค่าไฟ ก็คือการส่งเสริมการติดตั้งโซลารนะครับ หรือการส่งเสริมการผลิตไฟจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งประเทศไทยเนี่ย ถือว่าเป็นประเทศที่โชคดีนะครับ สามารถผลิตไฟจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้มีประสิทธิภาพเกือบสูงสุดในภูมิภาค ในที่สุดผมยืนยันครับว่าทุกขั้นตอนที่เป็นอุปสรรคสำหรับประชาชนในการติดตั้งแผงโซลารเนี่ยนะครับ จะต้องลดอุปสรรคเหล่านั้นออกไปให้หมด ตั้งแต่การไปขอใบอนุญาตอ. 1 ปรับดัดแปลงอาคาร แจ้ง กกพ.นะครับ ขอให้ กฟพ. กฟน.เนี่ย ขออนุญาตแล้วก็มาตรวจเนี่ย ทุกขั้นตอนจะต้องลดลง ทำให้สะดวกที่สุด ครับ แต่ติดโซลารผลิตไฟไว้ใช้เองนะครับ ก็จะมีมาตรการในการส่งเสริม ลดหย่อนภาษี มีเงินกู้อัตราดอกเบี้ยถูก ส่งเสริมให้ประชาชนติดแผงโซลารผลิตไฟไว้ใช้เอง แค่นี้ไม่พอครับ ในขณะเดียวกัน ถ้าผลิตไฟมากกว่าที่มีความต้องการจะใช้ สามารถขายไฟคืนระบบได้ ในอัตราที่เอามาลดหย่อนค่าไฟในรอบบิน หรือที่เราเรียกกันว่า net builling นะครับ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าในที่สุดนะครับ ถ้าทำทุกอย่างควบคู่กัน เราปรับโครงสร้างราคาไฟใหม่นะครับ ผู้ใช้น้อยใช้ในราคาที่ถูก ติดโซลารผลิตไฟไว้ใช้เอง ผลิตเกินสามารถขายคืนให้นำไฟที่ขายคืนมาลดค่าไฟในรอบบินเนี่ย เอาจริงๆ 200 หน่วยแรก หรือ 300 หน่วยแรกเนี่ย ผมว่าถูกกว่า 3 บาทอีกด้วยซ้ำ บางทีใช้ฟรีเลยก็ว่าได้นะครับ แล้วก็ต้องกล้าที่จะตัดสินใจครับ ในการปรับโครงสร้าง เดินหน้าไปสู่การเปิดตลาดรับซื้อขายไฟอย่างเสรี หรือที่เราเรียกกันว่า Direct PPA เอง เพราะนั่นคืออนาคตของประเทศนะครับ ที่อุตสาหกรรมใหม่จะเป็น Data Center นะครับ จะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเิคu หรืออุตสาหกรรมที่ต้องการใช้ที่จะต้องกำลังเจอจาก Cb เนี่ยนะครับ ก็ต้องเปิดโอกาสให้มีการรับซื้อไฟตรง ให้ตลาดมีการแข่งขันกันมากขึ้นนะครับ แล้วผมก็เรียนกับเพื่อนสมาชิกที่บอกว่ากังวลว่าคนอย่างผม หรือรัฐบาลจะเกรงใจนายทุนนะครับ ผมคิดว่าการตัดสินใจของท่านนายกรัฐมนตรีที่ตัดสินใจตั้งผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนะครับ ก็เป็นสิ่งยันคำตอบให้กับท่าน ว่าไม่เกรงใจนายทุน ไม่เกรงใจนายทุนที่ไหน มากไปกว่าประชาชนของเราแน่นอนนะครับ สุดท้ายนะครับ ท่านก็บอกไปแล้วในเรื่องของพลังงาน มีหลายคนพูดครับ พูดมาเป็นปี พูดเยอะ แต่ก็ไม่มีใครคิดที่จะทำนะครับ ผมยืนยันว่าคนอย่างผมเนี่ย พูดแล้วทำ ท่านก็จะเห็นว่าตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้าสู่ตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการเรียกผู้ประกอบการลงกลั่นมาคุย หรือว่าการตัดสินใจที่จะประชุม กปง. คณะกรรมการบริหารนโยบายน้ำมันเชื้อเพลิงในวันแรกเนี่ยนะครับ ผมก็ทำทันทีครับ แล้วผมก็เรียนว่าในทุกเรื่องที่ผมพูดเนี่ย ผมก็จะเริ่มทันทำทันทำทันที แล้วผมก็จะไม่ยอมจนกว่าผมจะทำได้สำเร็จนะครับ ก็ขอแค่ว่าให้คำตอบนะครับ จากผมไปถึงท่านเนี่ย มันอยู่ที่ผลงานที่ผมจะทำในช่วงระยะเวลาอีกไม่นานในอนาคตอันใกล้ใกล้นี้ นะครับ ขอบคุณครับ

>> ท่านประธานครับ >> ครับ >> ครับศุภโชติครับขอใช้สิทธิ์พากเพลงสักครู่นึงครับเอ่อเมื่อสักครู่ที่ท่านรัฐมนตรีลุกขึ้นมาตอบครับผมก็ต้องขอขอบคุณครับเห็นถึงความจริงใจและเจตนารีในการแก้ไขปัญหาและหลายๆข้อครับที่ท่านได้พูดถึงก็เราเห็นตรงกันครับไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งรัฐบาลหรือทางฝั่งฝ่ายค้านเองยินดีเป็นอย่างยิ่งครับแต่ถ้าจะเพิ่มเติมอีกนิดนึงครับผมอยากให้ท่านชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมว่าไอ้ราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นที่ลดลงไปแล้ว 2 บาทเนี่ยแล้วโรงกลั่นยังได้กำไรอยู่เท่าไหร่ถ้ามีข้อมูลตรงนี้ไม่ต้องเปิดเผยตอนนี้ก็ได้ครับแต่เปิดเผยให้กับพี่น้องประชาชนรับทราบก็จะทำให้พวกเขาเนี่ยสามารถมั่นใจได้ยิ่งขึ้นว่าไม่มีใครกำลังหากินบนราคาน้ำมันของพวกเขาอยู่อีกประเด็นนึงครับคือเรื่องของการบ้านครับที่ผมฝากไปไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องของทางน้ำมันหรือทางฝั่งไฟฟ้าก็ตามครับผมก็เข้าใจดีแล้วหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะทำตามในสิ่งที่พวกเราเสนอครับยังไงก็ฝากไว้เท่านี้ครับขอบคุณครับ

>> ท่านประธานครับ >> ครับเชิญท่านประธานครับขออนุญาตครับ >> ครับเชิญครับ >> เอ่อเพื่อผมกรจาติกรณิตนะครับเ่อพรรคประชาธิปัตย์เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีได้มีโอกาสได้เอ่อตอบทีเดียวเลยนะครับก็ขออนุญาตฝากประเด็นที่เราได้ตั้งคำถามไปเมื่อเช้านะครับในการอภิปรายแล้วก็เอ่อท่านรัฐมนตรียังไม่ได้เอ่อมีโอกาสได้ตอบนะครับเมื่อสักครู่ประโยคที่ฟังแล้วชอบมากที่สุดนะครับที่ท่านรัฐมนตรีได้เอ่ออธิบายชี้แจงก็คือประโยคที่บอกว่าท่านไม่เกรงใจนายทุนนะครับเพราะฉะนั้นเอ่อประเด็นคำถามที่ท่านยังไม่ได้ตอบเนี่ย เอ่อพอดีมันก็อาจจะมีผลเกี่ยวข้องและกระทบกับนายทุนอยู่บ้างนะครับก็คือเอ่อประเด็นเรื่องของเอ่อโครงสร้างหลักสูตรการคำนวณการซื้อไฟระหว่างกฟผ.กับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนนะครับซึ่งได้เอ่อมีการตั้งข้อสังเกตไปนะครับว่าเอ่อสูตรการซื้อขายเนี่ยเอื้อให้ภาคเอกชนสามารถที่จะทำกำไรเพิ่มขึ้นได้ในกรณีที่ค่าแก๊สที่ท่านได้พูดถึงเมื่อสักครู่เนี่ยมีอัตราที่สูงขึ้น นะครับเอ่อถ้าท่านไม่เข้าใจประเด็นคำถามให้ผมขยายความได้แต่ผมไม่อยากที่จะใช้เวลาของสภามากเกินไปส่วนประเด็นที่ 2 ที่ตั้งข้อสังเกตไปนะครับก็คือเรื่องของเอ่อระบบการซื้อแก๊ส RNG เข้าสิ่งที่เรียกว่า P gสนะครับซึ่งเอ่อมีช่องโหว่ที่จะทำให้เอกชนผู้เป็นนำผู้เป็นผู้นำเข้า LNG เนี่ยสามารถที่จะซื้อ LNG ในราคาที่ถูกกว่าราคาที่นำมาขายให้กับกฟผ.ในพูแก๊สแล้วก็ส่งผลทำให้ค่าฝ่ายของพี่น้องประชาชนต้องสูงเกินไปด้วยนะครับก็ฝากท่านรัฐมนตรีไว้ 2 ประเด็นแล้วก็ฝากกำลังใจให้กับท่านรัฐมนตรีด้วยครับในการที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนขอบคุณครับ

>> ครับ >> ท่านประธานครับผมขอ >> ครับ >> ผมขอสั้นๆนิดเดียวฝากท่านรัฐมนตรีครับ >> ใช่นะครับ >> ผมนายแพบรงค์ >> อ๋อ >> ไทยภักดีครับ >> บัญชีรายชื่อในฐานะสมาชิกรัฐสภา >> ครับ >> ผมผมฟังท่านรัฐมนตรี ขิงถึงขออนุญาตนะอาจจะติดปากไปนิดนึงที่ ท่านได้ชี้แจงผมผมโอเคในหลักการนะท่าน ประธานครับโดยเฉพาะที่ท่านพูดว่าท่านไม่ เกรงใจในทุนมันทำให้ผมอยากจะฝากประเด็น สั้นๆท่านนิดนึงว่าวันนี้ไฟฟ้ามีปัญหา แล้วผมเชื่อว่าในแง่รองเทอมแล้วเราคาต้อง ขึ้นแน่นอนและอยากจะฝากท่านเรื่องพืชพลัง งาน >> เพราะผมเชื่อว่าทางเทคโนโลยีประเทศไทย เดี๋ยวๆขออนุญาตคุณหมอครับแป๊บนึงครับ >> ขออนุญาตท่านประธานครับผมขออนุญาตประท้วง ครับที่อภิปรายครับประท้วงครับ >> อันนี้มันเป็นการแถลงนโยบายครับถามต่อ ค่อยถามการถามตอบนี่ผมว่าต้องหลังจากการ แถลงนโยบายจะจบสิ้นนะครับ >> ครับ >> ขอท่านประธานควบคุมการประชุมด้วยครับ >> ครับผมขออนุญาตครับขอ >> ผมผมขอฝาก 30 วินาทีครับท่านฝากท่าน รัฐมนตรี เรื่องพืชพลังงานนะฮะแค่นี้เองครับท่าน ประธานครับเพื่ออนาคตของประเทศครับขอบคุณ ครับ

>> เดี๋ยวไม่งั้นมันเดินไปไม่ได้ครับมัน ประท้วงกันเรื่อยเลยนะครับเพื่อนคุณหมอ ครับผมขออนุญาตเถอะครับ >> จบแล้ว >> เดี๋ยวๆก็จะมีผู้ลุกขึ้นมาประท้วงไม่หยุด นะครับขอให้แถลงนโยบายจบก่อนนะครับครับ เชิญครับเอ่อท่านรัฐมนตรีจะ พูดอะไรไม่หรือถ้าเกิดไม่นั่นผมจะได้ให้ คนอื่นท่านอื่นพูดต่อเลยครับเชิญท่านศิรภ สมผลครับเชิญครับ

>> เรียนท่านประธานสภาที่เคารพผมนายศิรภสมผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 1 จังหวัดสกลนคร พรรคกล้าธรรมในฐานะสมาชิกรัฐสภาท่าน ประธานที่เคารพครับเมื่อวานนี้ผมได้มี โอกาสได้ฟังท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งนำคณะ รัฐมนตรีเข้าแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ผมก็มีโอกาสได้นั่งฟังแล้วก็พิจารณาตาม ถึงท่าแถลงนโยบายของท่านนายกนะครับซึ่ง ก็ต้องยอมรับว่ามีส่วนที่ทั้งต้องชื่นชมและ มีส่วนที่ทั้งต้องติติงรวมไปถึงมีส่วนที่ ทั้งต้องตั้งคำถามโดยเฉพาะนโยบายด้าน การเกษตรผมต้องเรียนตรงๆว่าผมรู้สึก ผิดหวังครับท่านประธานเมื่อนโยบายของ รัฐบาลพูดถึงเรื่องของอนาคตแต่พี่น้อง เกษตรกรยังติดอยู่กับความเป็นจริงใน ปัจจุบันภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี อนุทินชานวีรกูล ได้วางนโยบายด้านการเกษตรที่เต็มไปด้วยคำ สวยหรูทำสมัยใหม่นะครับไม่ว่าจะเป็น AI Big Data Smart Farming และการเชื่อม โยงสู่ตลาดโลกฟังดูดีนะครับท่านประธานฟัง ดูมีวิสัยทัศน์ฟังดูทันโลกทันเหตุการณ์ แต่สังคมควรตั้งคำถามให้ดังพอในตอนนี้คือ รัฐบาลกำลังแก้ปัญหาอย่างจริงจังหรือ กำลังสร้างภาพเพื่อกลบปัญหาที่มีอยู่ใน ปัจจุบันครับนโยบายของรัฐบาลที่ไม่แตะลง ไปถึงรากของปัญหาคือการหลีกเลี่ยงปัญหา ใช่หรือไม่ครับท่านประธานข้อเท็จจริงที่ ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือเกษตรกรรายย่อยจำนวน มากในประเทศนี้นะครับยังไม่มีที่ดินเป็น ของตัวเองยังไม่มีแหล่งน้ำทางการเกษตรที่ เพียงพอยังไม่มีหลักทรัพย์ในการเข้าถึง ทุนครับท่านประธานทุนในที่นี้ไม่ใช่ทุน ที่เอาไว้ตั้งตัวหรอกนะครับท่านประธานผม กำลังพูดถึงทุนที่เอาไว้หลอกเลี้ยงชีวิต ทุนเพื่อประทังชีวิตของเขาในแต่ละวันแต่ ละวันเท่านั้นครับในนโยบายระดับชาติที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงไปผมแทบมองไม่ เห็นเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างด้านการ เกษตรเลย นี่ไม่ใช่แค่การมองข้ามครับท่านประธานแต่ นี่คือการหลีกเลี่ยงปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในภาคการเกษตรใน ปัจจุบันเพราะการแตะเรื่องที่ดินย่อมต้อง กระทบโครงสร้างของอำนาจ กระทบโครงสร้างของนายทุนรายใหญ่ท่าน ประธานครับหากจะพูดถึงเรื่องหนี้สินของ พี่น้องเกษตรกรสิ่งที่ผมมองเห็นผ่าน นโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีนั่นก็คือวิธี การแก้หนี้ในรูปแบบเดิมๆเพิ่มเติมก็แค่ เปลี่ยนชื่อใหม่ครับท่านประธานรัฐบาลพูด ถึงการช่วยเหลือหนี้แต่สิ่งที่ผมได้เห็น ยังคงเป็นการเอ่อเป็นมาตรการเพียงระยะ สั้นนั่นก็คือการพักหนี้การยึดหนี้แล้วก็ การเติมสภาพคล่องลงไปที่เราได้เห็นที่ ผ่านมาในหลายๆรัฐบาลแต่เราไม่เคยเห็นการ ปลดล็อกคหนี้ให้พี่น้องเกษตรกรได้อย่าง จริงจังเลยสักทีคำถามก็คือเราจะปล่อยให้ พี่น้องเกษตรกรหายใจต่อไปแบบมีหนี้หรือ จะทำให้เขาสามารถลุกขึ้นยืนได้โดยไม่ต้อง พึ่งหนี้ครับท่านประธานคำตอบที่สำคัญของ คำถามนี้นั่นก็คือรายได้ครัวเรือนของพี่ น้องเกษตรกรครับหากคำตอบของรัฐบาลยังไม่ ชัดเจนนโยบายต่างๆเหล่านี้ก็แทบไม่ต่าง จากการซื้อเวลาทางการเมืองต้นทุนที่รัฐ ไม่ค่อยจะพูดถึงเพราะว่าแก้ยากนั่นก็คือ เรื่องเกี่ยวกับค่าเมล็ดพันธุ์ค่าปุ๋ย เคมีราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นใน ปัจจุบันนี้สิ่งต่างๆเหล่านี้นั่นคือหัว ใจของต้นทุนการผลิตของพ่อแม่พี่น้อง เกษตรกรทั้งประเทศแต่รัฐบาลกลับเลือกที่ จะพูดถึงราคาขายมากกว่าต้นทุนจริงที่ พี่น้องกำลังเผชิญอยู่เพราะว่าการคุมราคา เนี่ยมันทำได้ง่ายแล้วก็เห็นผลเร็วทางการ เมืองครับแต่การแก้โครงสร้างของต้นทุนมัน ต้องเผชิญกับกลุ่มทุนมันต้องใช้เวลามัน ต้องใช้ความกล้าหาญด้านนโยบายของคณะ รัฐมนตรีคำถามจึงไม่ใช่ท่านทำได้หรือไม่ แต่คำถามคือท่านกล้าทำหรือไม่ครับนี่นี่ จึงเป็นสิ่งสำคัญครับท่านประธานอีกแง่มุม นึงที่ผมมองเห็นนะครับคือนโยบายช่วยเหลือ พ่อแม่พี่น้องเกษตรกรที่เป็นแบบเหมาเข่ง ไม่ตรงเป้านั่นก็เท่ากับความล้มเหลวที่ เราสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้เลยครับท่าน ประธานท่านประธานอย่าลืมนะครับว่าพี่น้อง เกษตรกรในประเทศไทยของเราไม่ใช่คนกลุ่ม เดียวกันทั้งหมดบางคนทำนานครับซึ่งคนที่ ทำนาเนี่ยก็มีทั้งทำได้ปีละครั้งบางพื้น ที่ทำได้ปีละ 2 ครั้งหรือบางพื้นที่อยู่ ติดกับพื้นที่ชุ่มน้ำนะครับก็สามารถทำนา ได้ปีละ 3 ครั้งบางคนเป็นเกษตรกรที่เขาทำ ไร่ทำสวนปลูกอ้อยปลูกมันกรีดยางพารานะ ครับแต่ทางรัฐบาลยังใช้นโยบายแบบชุด เดียวกันทั้งประเทศนี่มันจึงไม่ใช่ความผิดพลาด ทางเทคนิคครับแต่นี่คือความล้มเหลวในการ ออกแบบนโยบายของรัฐบาลผมขออนุญาตฝากท่าน ประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็ คณะรัฐมนตรีด้วยความห่วงใยนะครับว่าใน ถ้อยแถลงของท่านนายกท่ามกลางคำว่า AI คำ ว่าดิจิทอลสิ่งที่หายไปที่ผมได้กล่าวไป แล้วนั่นก็คือหัวใจ ความรักและความเข้าใจเรื่องพื้นฐานเกี่ยว กับด้านการเกษตรนะครับกลับไม่เคยถูกยก ระดับให้เป็นวาระแห่งชาติเพราะหากรัฐบาล เข้าใจจริงครับรัฐบาล จะไม่เริ่มต้นจากคำว่าเทคโนโลยี รัฐบาลจะเริ่มต้นจากทำง่ายๆตั้งคำถามง่าย ๆก่อนนั่นก็คือพี่น้องเกษตรกร เขามีที่ดินหรือยังพี่น้องเกษตรกรวันนี้ มีน้ำเพียงพอสำหรับทำการเกษตรหรือไม่พี่ น้องเกษตรกรวันนี้เค้ากำลังเป็นหนี้ใคร อยู่ไม่แน่ครับท่านประธานครับเจ้าหนี้ของ พี่น้องน้องเกษตรกรอาจจะเป็นใครสักคนที่ นั่งอยู่บนบัลลังก์ข้างๆท่านประธานก็ได้ ครับ รัฐบาลควรตั้งคำถามว่าพี่น้องเกษตรกรเขา จะสามารถอยู่รอดได้อย่างไรในแต่ละฤดูกาล หรือวันแต่ละวันที่เขากำลังใช้ชีวิตอยู่ ความเข้าใจเหล่านี้ครับท่านประธานที่จะ สามารถนำไปตั้งต้นเพื่อเขียนเป็นนโยบาย เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรเพื่อตอบ สนองต่อความเดือดร้อนตอบสนองต่อปัญหาหา ที่พ่อแม่พี่น้องเกษตรกรกำลังเผชิญอยู่ ทั่วประเทศได้อย่างแท้จริงความเข้าใจแบบ นี้มันไม่สามารถเขียนได้จากบนโต๊ะในห้อง ประชุมติดแอร์ครับท่านประธานแต่เราต้องลง ไปยืนท่ามกลางท้องไร่ท้องนาเคียงคู่กับ พี่น้องเกษตรกรไปยืนกับความเป็นจริงและ อยู่ใกล้ชิดพี่น้องเกษตรกรให้ได้มากที่ สุดท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายส่วนนึง นะครับซึ่งผมจะขออนุญาตยกข้อ 4.3 มีข้อ ความว่ารัฐบาลจะสร้างเสถียรภาพและยกระดับ อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทยให้เป็นศูนย์ กลางความมั่นคงทางอาหารของโลกเพื่อสร้าง มูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรอย่างยั่ง ยืนคำถามที่ผมจะถามในวันนี้ก็คือท่านจะ สามารถทำให้สำเร็จได้อย่างไรในเมื่อพี่ น้องเกษตรกรทั่วประเทศนับแสนยังขาดเอกสาร สิทธิ์ในที่ดินทำกินของตัวเอง สิ่งที่ตัวผมไม่อยากเห็นเลยจากการแถลง นโยบายของรัฐบาลชุดใดก็ตามรวมไปถึงชุดนี้ นะครับอาจจะคาดหวังสูงก็คือนโยบายที่สวย งามสวยหรูดูแพงครับซึ่งอาจจะเป็นเพียงแค่ ม่านบังตาของเราเอาไว้เท่านั้นนโยบายด้าน การเกษตรของรัฐบาลชุดนี้อาจจะดูในทันสมัย ในสายตาของกลุ่มคนเมืองนะครับแต่สำหรับ พี่น้องเกษตรกรจำนวนมากมันยังคงห่างไกลไป จากชีวิตจริงและความจริงที่เขากำลังเผชิญ อยู่ในขณะนี้ซึ่งผมเองต้องขอร้องนะครับ ผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีผ่านไปถึงท่าน คณะรัฐมนตรี ให้ทุกท่านร่วมกันยอมรับและเผชิญความจริง ที่ว่าในวันนี้หากจะเริ่มต้นแก้ไขปัญหา ของพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรคนรากหญ้าอย่าง จริงจังปัญหาเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้าน การเกษตรนี่แหละครับต้องมาก่อนไม่ใช่ เรื่องเทคโนโลยีต้องมาก่อนหากยังคงเป็นไป ตามนโยบายที่ท่านได้แถลงมาก่อนหน้านี้ นั้นทั้งหมดนี้มันก็เป็นเอ่ออาจจะเป็น เพียงแค่การสร้างภาพอนาคตให้สวยหรูอย่าง ที่ผมได้พูดไปแล้วเพื่อหลีกเลี่ยงการแก้ ปัญหาในปัจจุบันผมจะขออนุญาตนำท่านประธาน นะครับเข้าสู่ภาพทัศน์กว้างๆเกี่ยวกับ ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้บางส่วน โดยการยกตัวอย่างปัญหาในพื้นที่จังหวัด สกลนครบ้านผมซึ่งจะเป็นภาพสะท้อนความล้ม เหลวเชิงโครงสร้างของพี่น้องเกษตรเกษตรกร คนรากญาติที่ได้เผชิญมาในพื้นที่จังหวัด สกลนครของผมนะครับพี่น้องเกษตรกรหลายครัว เรือนปัจจุบันไม่มีที่ดินทำกินครับหลายคน ไม่มีเอกสารสิทธิ์ของตัวเองในหลายๆพื้น ที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ในเขตรอบ หนองหารจังหวัดสกลนคร พื้นที่นี้นะครับท่านประธานเมื่อคนในภาค รัฐได้มองลงไปหนองหารญคือศูนย์รวมของ ปัญหาที่แทบไม่อยากจะไปแตะไม่อยากจะเข้า ไปแก้ไขไม่อยากจะเข้าไปรับผิดชอบเพราะว่า มันมีหน่วยงานมีเจ้าภาพรับผิดชอบเยอะแยะ ไปหมดครับขั้นตอนทุกอย่างมันยุ่งยาก วุ่นวายไปหมดจึงไม่ค่อยเห็นใครที่จะสนใจ แก้ไขปัญหาในหนองหารอย่างจริงจังปัญหา เรื่องที่ดินรอบๆหนองหารเป็นเพียงปัญหา นึงเท่านั้นแต่ที่น่าตลกนั่นก็คือหนองหาร ซึ่งเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากบึงบรเพชรนะครับ กลับมีพื้นที่บางส่วนเป็นพื้นที่นอกโครง การชลประทาน พี่น้องเกษตรกรอยากปลูกข้าวแต่ปลูกไม่ได้ ครับเพราะว่าขาดแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ทั้งๆที่แหล่งน้ำก็อยู่ข้างๆนั่นแหละนะ ครับท่านประธานทำให้พ่อแม่พี่น้องในบาง พื้นที่บางตำบลเช่นตำบลเชียงเครือหรือ ตำบลท่าแร่นะครับมีรายได้ไม่เท่ากับพี่ น้องที่มีพื้นที่อยู่ใกล้เคียงกันที่มี แหล่งน้ำเพียงพอ นอกจากปัญหาเรื่องที่ดินทำกินปัญหาเรื่อง แหล่งน้ำยังมีปัญหาเรื่องกฎหมายที่ทับ ซ้อนในพื้นที่หนองหาญสกลนครหลายฉบับครับ ข้อจำกัดในการพัฒนาหรือแม้กระทั่งการ ดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยท้องถิ่นเนี่ยมี อยู่มากทั้งๆที่เขาก็อยากทำนะครับแต่มัน ยากเขาก็เลยเลือกที่จะเลี่ยงยกตัวอย่าง เช่นการตราพระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตห่วงห้ามพื้นที่หนองหาญอำเภอ เมืองสกลนครเมื่อปี 2484 ทับซ้อนกับพื้นที่ของพี่น้องประชาชนที่ เป็นเจ้าของแต่เดิมตั้งรกรากทำมาหากินกัน อยู่แต่เดิมมีวัตถุประสงค์หลักในการตรา พระราชกฤษฎีกานี้นะครับนั่นก็คือเพื่อ เข้ามาจัดการแก้ไขปัญหาที่มันทับซ้อนอยู่ ทั้งในและรอบหนองหารไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ที่ดินทำกินการพิสูจน์สิทธิ์หรือการสงวน พื้นที่รกร้างว่างเปล่าบางส่วนเพื่อใช้ ประโยชน์ในการบำรุงพันธุ์สัตว์น้ำและมี กรอบระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 5 ปีนับแต่การตรา พระราชกฤษฎีกานี้ครับ ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ทับซ้อนแห่งนั้น ต้องเปลี่ยนแปลงสถานะจากเป็นผู้ครอบครอง เป็นเจ้าของแต่เดิมสุดท้ายเขากลายเป็นผู้ บุกรุกหนองหารญเรื่องสำคัญอยู่ตรงนี้ครับ ท่านประธานคือนับตั้งแต่ปี 2484 ล่วงเลยมาจนถึงปีปัจจุบันคือปี 2569 นับเวลาคือ 85 ปีครับพระราชกฤษฎีกานี้ ปัจจุบันยังคงประกาศใช้อยู่เลยเวลาตาม กำหนดการเดิมที่ต้องทำให้เสพมาแล้ว 5 ปี คือเลยมาแล้ว 80 ปีครับชาวบ้านที่รอคอย เอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ทับซ้อนนี้ตายแล้ว เกิดใหม่ 2 รอบแล้วครับท่านประธานและใช่ ครับปัญหานี้มันไม่ได้เกิดแค่เพียงรอบ หนองหารสกลนครเพียงเท่านั้นแต่มันเกิด ปัญหาปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้หรือคล้าย คึงกันในหลายพื้นที่ทั่วทั้งประเทศไทยหาก ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมีความ จริงใจในการแก้ไขปัญหาผมเรียนท่านว่าอย่า ลืมนะครับอาจจะเข้ามาสอดส่องดูแลให้มาก ขึ้นกว่ารัฐบาลก่อนๆที่ผ่านมาเพราะว่าถึงแม้จะเป็นความท้าทายเป็นงาน ยากครับหากท่านสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหา นี้ได้เมื่อข้อจำกัดมีลดลงสามารถพัฒนาได้ อีกหลายด้านแล้วก็จะไปสอดคล้องกับนโยบาย ของคณะรัฐมนตรีที่ท่านได้แถลงต่อสภาอัน ทรงเกียรติไปเมื่อวานนี้จะส่งผลดีต่อภาค เกษตรกรภาคเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวเป็น อย่างมากครับยกตัวอย่างนะครับจากเอกสาร ที่เราได้ศึกษากันนะครับนั่นก็คือคำแถลง นโยบายของคณะรัฐมนตรีลองเปิดอ่านไปพร้อมๆ กันได้นะครับข้อ 1.4 4 ส่งเสริมบทบาท ท้องถิ่นในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมใน พื้นที่เพราะท้องถิ่นจะสามารถบริหารจัด การพื้นที่รอบหนองหารและพื้นที่ของตน สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนแล้วก็ไปสอด คล้องกับข้อ 5.3 3 ส่งเสริมและสนับสนุน การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยคนในชุมชนได้ รับประโยชน์และมีความพร้อมในการร่วมการ ดูแลรักษาอย่างยั่งยืนอีกหนึ่งปัญหาใน หนองหารที่สำคัญและสอดคล้องกับหนึ่งใน นโยบายที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงไปนั่น ก็คือเรื่องเกี่ยวกับปัญหาวัชพืชพวกผักตบ ชวาจอกหูหนูยักษ์หรือแม้กระทั่งสาหร่าย หางกระรอกที่อยู่เต็มหนองหาญไปหมดครับ พื้นที่ประมาณ 77,000 ไร่ครับเต็มไปด้วย สิ่งเหล่านี้นะครับซึ่งในอดีตที่ผ่านมามี การใช้งบประมาณจากทางรัฐบาลครับเข้าไปแก้ ไขปัญหาจัดเก็บผักตบชวาปีๆนึงเสียงบ ประมาณไปหลายสิบล้านบาทบางปีใช้มากถึง หลักร้อยล้านบาทแต่เราจัดเก็บผักตบชวามา แล้วเสียประโยชน์เปล่าๆครับเพราะว่าไม่ สามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้เลยซึ่งผม ต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อนะครับคนนอกแต่ว่า ไม่ได้เสียหายนะครับท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดสกลนครท่านรณิดาเหลืองคิติสกุลนะ ครับมีความพยายามในการแก้ไขปัญหาหนองหาร เพราะว่าท่านก็เป็นคนสกลนครโดยการอยากจะ ตั้งโรงงานผลิตปุ๋ยนะครับเพื่อช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรและนำวัชืชเหล่านี้ให้เกิด มูลค่านะครับไม่ให้เสียประโยชน์เปล่าแต่ เริ่มโครงการทำไปทำมาศึกษาดูดีๆกลับทำไม่ ได้เนื่องจากพื้นที่รอบหนองหารเป็นพื้น ที่สีเขียวถ้าเกิดจะตั้งโรงงานต้องเป็น พื้นที่สีแดงนะครับก็ต้องฝากท่านคณะ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต้องลงไปดูแลหรือ ว่าช่วยส่งเสริมในเรื่องนี้หน่อยเพราะว่า ช่วงนี้ราคาปุ๋ยมันแพงเหลือเกินครับท่าน ประธานถ้าเกิดสมมุติว่าเอาเอ่อวัชพืชใน หนองหารมาทำปุ๋ยแจกจ่ายให้กับพี่น้อง ประชาชนได้เนี่ยก็น่าจะเป็นการลดรายจ่าย ให้กับพี่น้องประชาชนรอบรองหารได้ดีที เดียวครับเรื่องต่อมาครับท่านประธานเมื่อ คืนนี้ช่วงราวๆ 21:00 น.นะครับท่านรอง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์นะครับเมื่อสักครู่นี้ท่านก็ยัง อยู่นะครับตอนนี้ท่านน่าจะออกไปพักผ่อนนะ ครับได้มาตอบข้อสงสัยที่เพื่อนสมาชิก รัฐสภาได้อภิปรายและมีช่วงหนึ่งได้ขยาย ความเกี่ยวกับเอ่อการแถลงนโยบายของท่าน นายกรัฐมนตรีว่าหนึ่งในเรื่องที่รัฐบาล ตั้งใจจะส่งเสริมคือเรื่องเกี่ยวกับการ ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแล้วก็เมื่อเช้านี้ ครับผมก็ได้นั่งฟังท่านศาสตราจารย์ เอ่อเทนนะครับขออนุญาตท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอวก็ได้มาออกมาร่วมตอบคำถามซึ่ง พูดถึงเรื่องนโยบายนี้ในฝั่งของอวด้วยพอ ดีเรื่องที่เกี่ยวข้องกันที่ผมกำลังจะพูด ถึงนี้นั่นก็คือเรื่องพื้นที่ส่วนหนึ่ง ของหนองหาญที่อยู่ในความดูแลของทาง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตเฉลิมพระ เกียรติจังหวัดสกลนครจำนวน 700 ไร่เศษ ซึ่งเราเรียกว่าหนองหารน้อยครับที่ผ่านมา มีการพยายามผลักดันโครงการชื่อว่าชีวัทำ เวทนครตั้งใจจะทำให้เป็น Wellness destination ที่น่าสนใจของภาคอีสานตอนบน นะครับคืออยากให้คนมาเที่ยวที่สกลนครบ้าง ไม่ใช่ว่าพูดถึงเรื่องเลessเราจะลงใต้ไป เที่ยวริมทะเลอย่างเดียวเพราะว่าเรามี หนองหาญที่พื้นที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา สวยงามไม่แพ้กันนะครับก็จะพัฒนาโดยใช้ สมุนไพรไทยแพทย์แผนไทยแพทย์แผนปัจจุบัน บวกกับฝีมืองานบริการที่ยอดเยี่ยมของคน ไทยนะครับมาดึงดูดตลาดที่มีกำลังทรัพย์ ของคนรักสุขภาพสู่พื้นที่จังหวัดสกลนคร อีกทั้งเป็นการพัฒนาศักยภาพส่งออกบุคลากร คุณภาพให้ไปทำงานที่สถานประกอบการลักษณะ นี้ทั่วประเทศสร้างรายได้ให้กับชาวไทยของ เรานะครับโดยทางมหาวิทยาลัยเองก็ทำหลัก สูตรไว้รองรับมีสถาบันทางการแพทย์ในพื้น ที่นะครับเกี่ยวกับการแพทย์แผนไทยที่ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกันโดยโครงการ นี้ได้รับอนุมัติงบประมาณก้อนแรก 50 ล้าน บาทผ่านมติติคณะรัฐมนตรีเมื่อคราวมาสัญจร ในพื้นที่จังหวัดสกลนครและจังหวัดนครพนม ในสมัยท่านนายกแพททองธานชินวัตรเป็นนายก รัฐมนตรีครับแต่น่าเสียดายครับท่านประธาน ยังไม่ทันเริ่มโครงการเลยท่านอดีตนายก ก็ตกเก้าอี้ซะก่อนทำให้โครงการที่อนุมัติไป ในคราวเดียวกันอีกหลายโครงการต้องถูกแช่ แข็งเอาไว้และอาจจะตกไปเร็วๆนี้ครับแต่ มันยังไม่สายเกินไปนะครับหากท่านนายก รัฐมนตรีหรือท่านรัฐมนตรีท่านใดที่เกี่ยว ข้องเห็นว่าการดำเนินโครงการนี้มี ประโยชน์ท่านก็ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ครับ เพียงแต่เดินกลับไปที่ข้างๆโต๊ะทำงานของ ท่านอาจจะมีกองเอกสารที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องพวกนี้อยู่ท่านก็ไปหยิบมาแล้วก็ทำ ต่อได้ทันทีเพราะว่าถ้าเกิดตกไปไม่ต้อง ใช้ขั้นตอนอีกหลายปีครับกว่าเราจะได้ เริ่มโครงการนะครับท่านประธานที่เคารพข้อ สุดท้ายครับท้ายสุดและเหลือเวลาอีก 1 นาทีครึ่งที่ผมอภิปรายมาทั้งหมดในวันนี้ หากท่านนายกรัฐมนตรีท่านรัฐมนตรีกระทรวง ที่เกี่ยวข้องเห็นว่ามันมีประโยชน์และ อยากร่วมแก้ไขปัญหาหนองหารญอยากพัฒนา หนองหารญไปกับชาวจังหวัดสกลนคร แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหนเพราะว่ามัน เป็นเรื่องยากมันเป็นเรื่องที่อย่างที่ บอกนะครับผ่านมาแล้ว 80 ปียังแก้ไขไม่ได้ ผ่านมาหลายรัฐบาลยังแก้ไขไม่ได้ถ้าท่าน แก้ไขได้ท่านหล่อเลยครับไม่รู้ว่าจะทำยัง ไงผมแนะนำให้มาปรึกษาส.ส.ท่านนึงในพรรค กล้าธรรมของเราครับสส.ท่านนั้นท่านนายก รัฐมนตรีอาจจะคุ้นชื่อนะครับเพราะว่าท่าน ชื่อว่าธรรมนัสพรหมเผ่าท่านเคยเป็นอดีต รองนายกรัฐมนตรีในสมัยรัฐมนตเอ่อนายก รัฐมนตรีคนเก่าที่ชื่อว่าอนุทินชายวีรกูล ครับท่านธรรมนัสพรหมเผ่าได้ไปแก้ไขปัญหา สำเร็จแล้วที่กว้านพะเยาซึ่งตอนนี้กว้านพะเยานะครับกลายเป็นสถาน ที่ท่องเที่ยวสำคัญจัดกิจกรรมใหญ่ๆของ จังหวัดพะเยาเรียกคนมาเที่ยวงานสงกรานต์ ปีที่แล้วนับแสนคนสร้างรายได้สร้าง เศรษฐกิจที่ดีให้กับชาวจังหวัดพะเยาครับ และทราบมาว่าปีนี้สงกรานต์จังหวัดพะเยาเา ทำถึงกว่าเดิมครับเพราะว่าเพิ่มเติมปีนี้ มีแบมๆครับศิลปินระดับโลกมาแสดงคอนเสิร์ต เปิดรายชื่อมาปุ๊บขายบัตรหมดปั๊บที่พัก เต็มทั้งจังหวัดพะเยาลามไปถึงจังหวัดข้าง เคียงอานิสงส์ส่งไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ ที่กำลังจะซบเตาในปีนี้แต่ว่าธรรมนัสช่วย ครับท่านสามารถยกเรื่องนี้เป็นคว้านชั้น พะเยาโมเดลนำมาแก้ไขปัญหาหนองหารสกลนคร รวมถึงแหล่งน้ำหรือพื้นที่ทับซ้อนอื่นๆ อีกหลายแห่งในประเทศของเราเพื่อแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนปัญหาพื้นฐาน เรื่องที่ดินปัญหาพื้นฐานเรื่องน้ำปัญหา พื้นฐานเรื่องการพัฒนาท่องที่เอ่อพื้นที่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวนี่แหละครับหากท่าน ทำได้มันจะส่งผลดีต่อรายได้ของพี่น้อง ประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบายอัน สวยหรูของคณะรัฐมนตรีที่ได้นำเสนอต่อรัฐ รัฐสภาสุดท้ายครับท่านประธานผมขอฝากคำ ไว้สั้นๆ พูดแล้วทำจะไม่มีความหมายเลยถ้าเกิดทำ แล้วพลาดครับเพราะคนที่ต้องรับผลไม่ใช่ รัฐบาลแต่นั่นคือประชาชนประเทศนี้จึงไม่ ต้องการแค่คนที่พูดแล้วทำแต่ต้องการคนที่ ทำสำเร็จมากกว่าพูดขอกราบพระคุณครับ

>> ครับนางสาวพณนิดามงคลสวัสดิ์ครับเชิญครับ >> เรียนประธานที่เคารพดิฉันพณิดา มงคลสวัสดิ์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการเขต 1 อำเภอเมืองตำบลปักน้ำ ทายบ้านบางเมืองบังโปรงบังด้วนพรรคประชา ชนสมาชิกรัฐสภาค่ะวันนี้ดิฉันขอมีส่วน ร่วมในการเสนอความเห็นต่อการแถลงนโยบาย ของรัฐบาลอนุพินในประเด็นที่สำคัญอย่าง ยิ่งต่อการกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศตาม เจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันลุกขึ้นมาอภิปรายในฐานะของการ เป็น 1 ใน 21.6 ล้านเสียงที่กาเห็นชอบ เพื่อริเริ่มกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ค่ะท่าน ประธานที่ประชาชนอย่างเราได้มีโอกาสลง เสียงประชามติพร้อมกันกับการใช้สิทธิ์ เลือกตั้งทั่วไปส่งส.ส.เข้าสภา ท่านประธานคะเราพูดถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญ 60 มาตลอด 60 มาตลอด 10 ปีที่ผ่านมาค่ะ มีความพยายามในการแก้ไขรายมาตราหลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะติดอุปสรรคในรัฐสภา ก่อนการเลือกตั้งครั้งนี้ดิฉันเองก็มี ส่วนร่วมในการรณรงค์ให้ประชาชนกาเห็นชอบ เพื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ค่ะพูดตรงๆว่า ลุ้นเหมือนกันว่าประชาชนจะเห็นด้วยมกับ พวกเราว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาเข้าใจ แค่ไหนกับการที่พวกเรากำลังรณรงกันอยู่ เพราะในขณะนั้นก็มีหลายกระแสค่ะที่ออกมา ต่อต้านบ้างก็ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ดีอยู่แล้วบ้างก็ว่าเห็นด้วยว่ามีปัญหา แต่แก้ไขรายมาตราก็ได้ไม่จำเป็นต้องร่าง รัฐธรรมนูญใหม่บ้างก็ว่าเป็นการตีเช็ค เปล่าให้กับนักการเมืองบ้างก็บอกว่าเป็น เรื่องของนักการเมืองไม่เกี่ยวกับประชาชน โดยทั้งหมดอ้างว่าเป็นเสียงของประชาชนค่ะ หลังปิดคูหา 8 กุมภาพันธ์ผลประชามติออกมา ชัดเจนว่ามีประชาชน 21.6 6 ล้านคนกาเห็น ชอบเพื่อบอกเราทุกคนในที่แห่งนี้ทั้งสส. และสว.ว่าประชาชนพอแล้วค่ะไม่เอาแล้วกับ รัฐธรรมนูญฉบับ 60 ไม่ไหวแล้วกับกติกา เดิมมองจากสไลด์ด้านบนนี้นะคะท่านก็จะ เห็นค่ะว่า 21.6 6 ล้านเสียงนี้มีมาก กว่าคะแนนบัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนถึง 2 เท่าที่สำคัญมีมากกว่าเสียงเห็นชอบรัฐ รัฐธรรมนูญปี 60 ถึง 5 ล้านเสียงนะคะ เพราะฉะนั้นมีเสียงของคนที่เลือกพรรค รัฐบาลอย่างภูมิใจไทยเพื่อไทยแน่นอนนี่ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เท่านั้นนี่คือเสียงของผู้สนับสนุนทุก พรรคทุกกลุ่มความคิดทุกความเชื่อทางการ เมืองที่ได้มอบภารกิจในการเปิดประตูสู่ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เป็นวาระ สำคัญของประเทศที่เป็นความรับผิดชอบของ พวกเราทุกคน ปัญหาคือทำไมเรื่องนี้ถึงไม่สำคัญพอที่จะ ปรากฏอยู่ในถ้อยคำแถลงนโยบายของรัฐบาลเลย สักคำคะเพราะตั้งแต่เดินหน้าจัดทำนูญฉบับ ใหม่นั้นกระบวนการมันมีขั้นตอนต่อจากนี้ มากมายค่ะรัฐบาลต้องเตรียมการการตั้งคณะ กรรมาธิการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 ออกแบบ วิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ก็ต้องไปทำประชามติเห็นชอบจากประชาชนเป็น ครั้งที่ 2 ถ้าประชาชนเห็นชอบก็ต้องเริ่ม กระบวนการเลือกคู่ร่างจะวิธีการแบบไหนก็ อยู่ที่ออกแบบกันมาได้ผู้ร่างแล้วก็ต้อง มาเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้วต้อง มาถามประชาชนเป็นครั้งสุดท้ายว่าเห็นชอบ กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่กระบวน การนี้ใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปีและต้อง เปิดคู่หาให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมใน การทำประชามติอีก 2 ครั้งทั้งหมดนี้อาศัย การบริหารจัดการทั้งงบประมาณและการกำหนด ทิศทางจากรัฐบาลค่ะแต่จากที่ดิฉันฟังคุณ อนุทินแถลงนโยบายค้นทั้งเล่มนโยบายทั้ง เล่มเลยนะนะคะไม่มีไม่เห็นไม่เจอเจตจำนง ของรัฐบาลที่จะทำตามเจตนารมณ์ของพี่น้อง ประชาชนแม้สักนิดเดียว หรือการที่คุณอนุทินไม่ทำอะไรเลยแบบนี้ มันคือข้อพิสูจน์ให้พวกเราทุกคนเห็นได้ ชัดล่ะคะว่าคุณอนุทินและองคาพยพคือส่วน หนึ่งของผู้ที่ได้รับประโยชน์จาก รัฐธรรมนูญฉบับนี้โดยตรง ทุกคนคะขออภัยมันได้คิวสส.ซี๋ตอนนี้พอดี เพราะว่าตอนนี้เราก็ดูเราก็ดูทั้งแบบเอ๊ะ นายกเดินเข้าไปสภาเอ๊ะตกลงจะมีตอบเมื่อ ไหร่พูดคนเดียวตอนสุดท้ายเลยมั้ยหรือจะมา ตอบอะไรยังไงนะคะซึ่งเอาอย่างี้มันจะต้อง เข้าสส.ตี๋ตอนนี้เลยเพราะว่าถ้ามี รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเนี่ยตอบประเด็นที่ สส.พงษ์พูดเอาไว้เนี่ยตัวเขาจะต้องไปนั่ง ฟังด้วยเพราะฉะนั้นขออภัยที่เข้ามาตรง กลางตอนที่สส.อภิปรายเลยนะคะอ่ะเชิญค่ะ >> สวัสดีค่ะครับ >> สวัสดีค่ะ >> สวัสดีค่ะสส. >> ค่ะบอกสส.ภัทรพงษ์ไว้ก่อนเลยว่าเอ่อเรา อาจจะพูดทับกันเพราะว่าความเร็วของ อินเทอร์เน็ตเราไม่เท่ากันมันอาจจะเหมือน เราพูดทับกันไปทับกันมาขออภัยไว้ล่วงหน้า นะคะ >> อ่าโอเคได้เลยครับผม >> เออซึ่งตอนนี้ปัญหาอีกอย่างนึงก็คือปาก ของส.ส.ตี๋ขยับไม่ตรงกับเสียงสส.ตี๋ซึ่ง ช่างมันเถอะค่ะ >> โอเคได้ครับ >> ค่ะ >> มันเหลือมนิดนึงผมก็ได้ยินดีเลยหน่อย >> เออใช่เราเคยติดต่อสส.ตี๋ไปก่อนหน้านี้นะ แต่ตอนนั้นคิวเราไม่ได้พอดีแต่ว่าใดๆก็ แล้วแต่เรื่องนี้ยังต้องตามนะคะแล้วก็ เป็นเรื่องที่ส.ส.ว่าอภิปรายไปเอ่อในโซน ด้านบนของประเทศนอกเหนือจากของที่พื้นที่ ตัวเองแล้วเนี่ยก็ยังมีพื้นที่คือทั้งหมด >> ของภาคเหนือพี่เพิ่งพี่เพิ่งกลับมาจาก เอ่อภาคเหนือตอนล่างนะคะตอนนั้นจะต้องไป คดีพะเยาคุณธรรมนัสแจ้งความแต่ว่าเาถอนไป เองละ >> ครับ >> ก็คือได้รับผลกระทบคือมันมันรู้อ่ะมัน อยู่กรุงเทพฯมันก็รู้เหมือนกันน่ะนะว่า เวลามันเจอฝุ่นหนักมันยังไงทีนี้วันนี้ อภิปรายเรื่องของแม่น้ำกกด้วยตอนนั้นที่ เราจะคุยกันก็คือจะคุยเรื่องน้ำกกนั่น แหละเอาขมวดรวมก่อนที่ปูมาทั้งหมดคือสรุป แล้วเนี่ยคำพูดของคุณศุภจีไม่กี่ประโยค เมื่อวานเมันกระตุ้นอารมณ์การอภิปรายวัน นี้มากเลยใช่มั้ย >> ผมว่าอย่างแรกก่อนเลยคือเมื่อคืนเนี่ยไม่ คิดว่าคุณสุภจีจะมาตอบเรื่อง PM 2.5 เพราะว่าถ้าคือตอนแรกคิดว่าถ้าคุณสบจีมา ตอบ PM 2.5 เนี่ยแน่นอนเต้องตอบในส่วน ของกระทรวงพาณิชย์ก็คือเรื่องของการนำ เข้าโพดเลี้ยงสัตว์ที่เผาเนาะก็คือเราคิด ว่าจะไปโทนนั้นแต่พอมาโทนเรื่องการท่อง เที่ยวซึ่งแกเป็นรองนายกที่จะกำกับเรื่อง ของกระทรวงท่องเที่ยวนะตอนนี้เงี้ยผมก็ เลยคิดว่าเอ๊ะแล้วคือพอแกก็ไปมองในมุมคือ อย่างผมว่าข้อดีของการฟังคุณสุบจีเมื่อ คืนน่ะคือทำให้เราได้เห็นmindsตของแกที่ ชัดเจนเนาะว่าแกบริหารโดยอิงจากอาจจะอิง จากตัวเลขอิงจาก income outcome แล้วก็ มองจากเรื่องกำไรขาดทุนมากซะจนลืลืมว่า ประชาชนรู้สึกยังไงอ่ะผมรู้สึกว่าผมรู้ สึกอย่างงั้นนะแล้วผมก็รู้สึกว่าพอสะท้อน มาแบบนั้นปุ๊บอ่ะโอ้โหก็เห็นmindsตในการ ทำงานเรื่อง PM 2.5 ของรัฐบาลทันทีที่ ผ่านมาที่เราไม่เห็นเค้าแคบไม่เห็นเค้า ขยับอะไรเนี่ยโอเคแสดงว่าmindซตเค้าเป็น อย่างนี้ประมาณว่าถ้าเกิดมันฝุ่นมากคุณก็ ไปอยู่ที่อื่นสิซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่ ประชาชนทั่วไปสามารถทำได้ผมว่าอันนี้เป็น สิ่งที่ผมได้ไม่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากจาก โดยเฉพาะจากป่าของคุณสุบจีแต่ว่ามันก็ออก มาแบบนั้นก็เลยทำให้การอภิปรายผมก็เลย คิดว่าอันนี้เป็นอีกส่วนนึงที่ต้องอภิปราย ด้วยเพราะว่าmindซตของรัฐบาลตอนนี้ผมว่า มันแย่มากเริ่มตั้งแต่ที่คุณสุชาติบอกว่า ประกาศเขตภัยพิบัติไม่ได้เพราะมันจะกระทบ การท่องเที่ยวเงี้ยแล้วตอนนี้ก็มาพูดกับ PM 2.5 แล้วก็โฟกัสเฉพาะเรื่องของการ ท่องเที่ยวอีกเงี้ยผมว่าก็เลยค่อนข้างชัด ว่าตอนนี้รัฐบาลมองเรื่อง PM 2.5 ยังไง ครับ >> อ่าทีนี้เอ่อสส.ตีน่าจะได้อ่านข่าว ระหว่างวันแล้วที่คุณสุปจีตอบคำถามนัก ข่าวไปจิ้มไมค์ถามอ่ะเพราะว่ามันเป็น ดราม่าพอสมควรตั้งแต่แบบตื่นเช้ามาคนก็จะ รู้สึกแบบว่าเฮ้ยทำไมถึงพูดแบบนี้แล้วคน พื้นที่ไม่สนใจหรือไงซึ่งคุณสุปจีก็บอก ว่าโอเคถ้าฟังทั้งหมดเนี่ยก็จะเข้าใจอ่า คือพอพอฟังคำอธิบายผ่านข่าวแล้วเป็นยังไง บ้างคะ >> เอ่อผมก็ฟังทั้งหมดนะครับเมื่อคืนก็ก็รู้ สึกอย่างที่ผมรู้สึกอ่ะครับผมก็ฟังทั้ง หมดผมก็ไม่ได้ฟังเฉพาะไม่ได้ไปดูเฉพาะ ท่อนแล้วก็แล้วก็มาอ่าเข้าใจผิดคุณสุปจี เนาะผมก็ดูทั้งหมดแล้วผมนี่คือสิ่งที่ผม รู้สึกในฐานะที่ผมก็เป็นคนที่เจอปัญหานี้ มากว่า 10 ปีเหมือนกันนะครับก็เลยมองว่า เออนี้ไม่ไม่น่าจะใช่มุมมองที่ไม่น่าจะ ใช่มุมมองที่ใครก็ตามสามารถที่จะพูดแบบ นี้ได้ถ้าเกิดเข้าใจปัญหาครับ >> อ่าทีนี้ลองถามย้ำอีกครั้งนึงนะคะเพราะ เมื่อวานเมื่อวานพี่ก็นั่งฟังอยู่ด้วยนะ คะแล้วก็แต่เผอิญว่าโฟกัสดิฉันไปอยู่ เรื่องปุ๋ยอ่ะเมษายนสิงหาคมอ่ะแต่กแต่ก็ ก็ได้ยินประโยคนี้แต่ยอมรับว่าไม่คิดว่า จะถูกขยายความมากขนาดนี้ว่าจะกระทบกระทบ ตัวคุณสมจีที่พูดมากขนาดนี้แต่มีแบบฮึบ นึงเหมือนกันมันมีฮึบนึงเหมือนกันแล้วก็ อย่างที่สส.ตีพูดพี่ลองลองถามแย้งดูนะลอง ถามแย้งดูว่าก็เารับผิดชอบเรื่องตัวเลข พาณิชย์เอาเงินเข้าประเทศหาเงินให้ประเทศ อยู่ไงเพราะฉะนั้นคือเขาก็พูดนะประโยคที่ บอกว่ามันไม่ได้จะละทิ้งเรื่องแก้ PM 2.5 นะแต่ในเมื่อเรับผิดชอบตรงนั้นเก็เก็พูด ตามจ๊อบเอ่อตามงานที่เต้องรับผิดชอบอ่ะ >> ฟังไม่ขึ้นหรอ >> อืมอ่ะคือถ้าจะถ้าพูดในมุมนี้ก็ได้นะแต่ผม ว่าอย่างน้อยอ่ะคือการที่จะพูดบอกว่าไม่ ขึ้นจริงๆไม่ตัก็คือถ้าเกิดให้ผมมองอ่ะผม จะลองมองในมุมแบบมองในแง่ดีเลยนะมันก็ไม่ ควรที่จะมาพูดว่าหน้าฝนก็ไปที่นึงหน้า ร้อนก็ไปที่อื่นสิหน้าหนาวก็ไปที่อื่นสิ แล้วมาพูดพูดจากเรื่องฝุ่นน่ะมันทำให้เรามันตี ความได้ชัดเจนเลยว่าหมายถึงว่าหน้าฝุ่น เราก็ต้องไปอีกที่นึงใช่มั้อย่างเงี้ยคือ ผมว่ามัน >> อื้อหือมันผมพยายามจะตีความให้มันไม่ไป ทางนั้นนะอืแล้วก็เพราะผมตีความไม่ได้ จริงๆแล้วก็ >> อ่าเวลาผมโต้เรื่องเนี้ยผมไม่ได้โต้ เรื่องอารมณ์เลยแต่ตอนผมอภิปรายผมอาจจะมี อารมณ์ในเรื่องอื่นแต่พอเป็นเรื่องในท่อน นี้ปุ๊บเนี่ยผมพูดอีกมุมมุมนึงเลยก็คือ อยากให้ปรับMindซetจริงๆถ้าเรายังอยู่ ด้วยmindsซตเนี้ยมันแก้ปัญหาไม่ได้แต่ อย่างที่ผมพูดถึงคุณสุชาติอันนั้นน่ะมี อารมณ์จริงๆเพราะว่าโอ้โหเราบอกไปหมดแล้ว อ่ะแต่ว่าไม่ทำสักอย่างเลยคือเราไล่ลิฟส ทีละประเด็นเลยว่าเราบอกให้ทำอะไรอ่ะแล้ว เา้าไม่ทำเลยจริงๆอันเนี้ยอันเนี้อารมณ์ จริงๆอะอะเอ่อนับตั้งแต่ที่สส.ตี๋จับเอา งี้นับตั้งแต่เป็นสส.แล้วเป็นคนพื้นที่ มันก็ต้องรู้เรื่องฝุ่นนะคะแต่ความเป็น สส.มาทำให้เราได้รู้ข้อมูลใช่มั้ยได้ก้าว เข้าไปในกลไกต่างๆที่ว่ามันจะช่วยได้มัน จะช่วยไม่ได้เอ่อประเมินแล้วเนี่ยคือการ วางตัวคุณสุชาติเนี่ยคือมันมันผิดทั้งหมด เลยหรอคือมันต้องเป็นใครมั้ยที่เราจะโมโห น้อยกว่านี้ถ้าไม่ใช่สุชาติชมกลิ่นเนี่ย >> คือตอนครั้งที่แล้วที่เป็นคุณสุชาติชม กลิ่นผมก็รู้สึกว่าเอ๊ะแบบมันไม่ใช่แล้ว นะแต่ว่าตอนนั้นเนี่ยโอเคก็อ่ะก็เค้าก็ ยังไม่ได้มาเริ่มทำนะแล้วตอนนั้นเค้าเป็น รองรองนายกด้วยอ่าแล้วก็เป็นรัฐมนตรี กระทรวงทรัพย์เราก็บอกไปแล้วอ่ะโอเคคือ ตอนนั้นน่ะเป็นการอภิปรายด้วยการเสนอแนะ เพียวๆเลยนะคือแบบผมพูดว่าต้องโอเคควรทำ แบบนี้นะแบบนี้แบบนี้ผมเสนอเป็นไทม์ไลน์ ด้วยครับก็คือเป็นไทม์ไลน์เลยว่ากับ เรื่องฝุ่นพิษ PM 2.5 5 ช่วงเดือนนี้ ควรทำอะไรอหลังจากเดือนนี้เป็นยังไงต่อ อะไรอย่างเงี้ยผมทำเป็นไทม์ไลน์เลยแล้วก็ ในส่วนของอ่ามลพิทางน้ำข้ามแดงเรื่องน้ำ กกน้ำสายน้ำเนาะก็ทำลักษณะเดียวกันเป็น ไทม์ไลน์เสนอแนะชัดเจนเลยอ่ะก็คือคุณมา เป็นรัฐบาลชั่วคราวนั้นก็คือนี่คือสิ่ง ที่สำคัญมากๆกับรัฐบาลชั่วคราวเพราะว่างบ กลางกับเรื่อง PM 2.5 5 มันยังไม่มางบ ประมาณประจำปีมันก็ไม่พอเพราะฉะนั้นถ้า เกิดคุณมานั่งชั่วคราวเนี่ยแล้วคุณไม่ อนุมัติแล้วเดี๋ยวยุบสภาไปปุ๊บคุณไม่มี อำนาจอนุมัติละปัญหาเนี่ยเละแน่ๆนะครับ ซึ่งมันก็ดันมาเป็นอย่างนั้นอีกทั้งที่ เราบอกไปแล้วเพราะฉะนั้นรอบเนี้ยพอเป็น คุณสุชาติอีกเนี่ยผมไม่เข้าใจละอันนี้ผม ไม่เข้าใจจริงๆกับคนที่ละเลยงานได้ขนาด นี้จนทำให้ปัญหามันใหญ่ขนาดนี้แต่ยัง ถูกแต่งตั้งมาให้เป็นคนที่ดูแลกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะครับก็ คืออันนี้ชัดเจนเนาะว่ามาจากเรื่องของ มุ้งเรื่องจากเรื่องกับเก้าอี้สส.เรื่อง จากบ้านเล็กบ้านใหญ่อย่างเงี้ยผมรู้สึก ว่าไม่ค่อยแฟร์กับประชาชนเท่าไหร่ >> ถ้าถ้าสส.ตี๋มีอำนาจคิดว่าเนี่ยเท่าที่ เราเห็นโคต้ารัฐมนตรีเห็นหน้าเห็นรายชื่อ อ่ะไม่เอาสุชาติเอาใคร >> แต่คำถามที่ผมตอบยากมากเลยครับ >> ยากฉิบหาย ถามอะไรวะพี่ มึงถามอะไรเนี่ยเออแต่แต่ว่าแต่ว่าเอา อย่างงี้นะคะเอ่อมันขมขื่นเนาะแล้วก็มัน ก็เป็นตลกร้ายมากเนาะสำหรับคนที่เจอ เรื่องฝุ่นเนาะคือเนี่ยคือที่พี่ถามมันมี สาระในตัวเองนะว่าแบบเอ๊ะแล้วเราเห็นใคร นะที่เขาจะรู้รู้ทุกข์รู้ร้อนกับปัญหานี้ แล้วแบบจะใช้อำนาจรัฐมนตรีทำได้อ่ะ >> อ่าเอาจริงๆนะครับผมว่าอย่างที่เราเห็น กระทรวงอื่นเนาะอย่างที่เราเห็นบทบาทของ กระทรวงแรงงานใช่มั้เราเห็นพี่หนิมในการ take action ในเรื่องของประกันสังคมใช่ มั้แล้วไอซ์ก็ออกมาเรื่องของชื่นชมว่าเออ เนี่ยเป็นที่โอเคถูกต้องแล้วก็เป็นการทำ งานร่วมการข้อเสนอเนี่ยอะไรไปผมว่า อันเนี้ยมันก็เป็นอะไรที่ส.ส.ไม่ว่าจะ ฝ่ายค้าหรือรัฐบาลกับรัฐมนตรีสามารถทำงาน ร่วมกันได้แต่กับคุณสุชาติเนี่ยมันมันมัน ผมคิดภาพนั้นไม่ออกจริงๆไม่ออกจริงๆเพราะ เราเคยเสนอแนะอะไรไปหมดแล้วก็ก็ไม่ไม่ อะไรเลยครับเพราะฉะนั้นเนี่ยผมว่าถ้าอ่ะ สมมุตินะถ้าเป็นพี่หนิมอย่างเงี้ยอ่ะเป็น พี่คุณจุรพันธ์อย่างเงี้ยผมว่าก็ผมว่าก็ คุยกันได้แล้วก็คิดว่าดีกว่าคือใครก็ดี กว่าสุชาตินะครับเวลาเผมคิดว่านะครับ >> คืออย่างน้อยเข้าใจปอดคนเชียงใหม่เนาะ >> อืใช่ >> แล้วปอดคนเชียงใหม่กับปอดคนชนไม่เหมือน กันหรอคะ >> ผมว่ามันไม่ต้อง >> ถามใครอ่ะ ไม่ผมว่าไม่ต้องไม่ไม่ต้องเข้าใจปอดคน เชียงใหม่ก็ได้ครับเพราะว่า PM 2.5 ตอน นี้ผมว่ามันเจอทั้งประเทศนะอาจจะมีแค่ โซนภาคใต้บางส่วนบางโซนที่ไม่เจอเรื่องนี้ เลยตลอดปีแต่ว่าผมเชื่อว่า PM5 ตอนเเรา เจอกันทั้งประเทศจริงๆ >> คือเอ่อตอนที่เอ่อพี่ขึ้นไปถึงสุโขทัยค่ะ สส.ตี๋เพื่อเมื่อสัปดาห์ที่แล้วแล้วก็ อยู่ตรงอยู่ตรงสุโขทัยแล้วก็ค่อยๆไล่ลงมา แล้วก็กลับกรุงเทพฯเนาะเอ่อพี่ไม่แน่ใจ ว่าดีที่สุดตอนนี้เนี่ยเร็วดีที่สุดและดีที่ สุดและเร็วที่สุดสส.คาดหวังว่ารัฐมนตรี พอ เนี่ยแถลงแถลงจบแล้วนะรัฐมนตรีต้องทำอะไร คะสุชาติเนี่ย >> โอเคผมว่า เร็วที่สุดตอนนี้คือตอนเนี้ปัญหามันเป็น มันในความยากของมันคือมันเป็นช่วงที่ใกล้ ที่จะหมดปัญหาละเพราะฉะนั้นเนี่ยไอ้ เรื่องของงบกลางถ้าเกิดจะมาอนุมัติตอน เนี้ยโอหมันมันพูดตรงๆก็คือไม่ทันละกว่า จะไปถึงหน่วยงานก็คือแทบจะไม่ทันอะไรเลย เพราะฉะนั้นผมว่าดีที่สุดที่รัฐมนตรี กระทรวงทรัพย์สามารถทำได้ในตอนนี้ก็คือ คือผมมองเป็นมหาไทยด้วยซ้ำนะแต่ว่า กระทรวงทรัพย์ที่ทำได้ตอนเผมว่าก็ต้อง จัดทรัพยากรบุคคลจัดพื้นที่อื่นๆเข้าไปอัด แน่นในพื้นที่ภาคเหนือให้มากที่สุดนะครับ แต่ทีนี้เนี่ยสิ่งที่ต้องตามไปด้วยก็คือ งบประมาณในเรื่องของเรื่องพื้นฐานเลยค่า กินค่าอยู่อย่างเงี้ยต้องเข้าไปแล้วไม่ เป็นภาระของคนในพื้นที่เดิมด้วยเพราะว่า ถ้าเกิดเราอัดแต่คนเข้าไปแต่ว่าคนในพื้น ที่เดิมต้องมาซื้อต้องมาหางบประมาณในการ ซื้อข้าวให้ต้องมาเทรนingต้องมาพาไปรู้ จักพื้นที่กันอีกอย่างเงี้ยมันก็ไม่ได้ เกิดประโยชน์กับพื้นที่เท่าไหร่เพราะ ฉะนั้นผมว่าอย่างกระทรวงทรัพย์ตอนนี้สิ่ง ที่ทำได้ก็คือจัดการที่ต้นต่อในการลด เรื่องของไฟป่าให้ได้มากที่สุดนะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้อง 1 ก็คือเอาคนเข้าไปใน การช่วยทีมดับไฟนะครับ 2 ก็คือเราก็ต้อง เปิดอันนี้เท่าที่ยังทำได้อยู่เนาะพื้น ที่ไหนที่เราก็เอาแผนที่มาคอสกันพื้นที่ ไหนที่อ่ามีการเผาไหม้ไปแล้วพื้นที่ไหน ที่ยังไม่มีการเผาไหม้เเราก็ต้องเข้าไป โฟกัสในพื้นที่ที่ยังไม่มีเผาไหม้เพื่อ ที่จะทำให้คนในพื้นที่ตรงนั้นคนที่อยู่ใน พื้นที่ตรงนั้นจริงๆคนในชุมชนมาช่วยกัน รักษาป่าแล้วก็มีข้อตกลงร่วมกันนะครับ ต่างๆที่จะสามารถปกป้องพื้นที่มันยังไม่ ไหม้อยู่ได้นะครับก็คือเราไปเข้าไปจัดการ พื้นที่ที่มันไหม้ไปแล้วแล้วก็ช่วยลดใน เรื่องของค่าพื้นที่เผาไหม้ไม่ให้มันมาก ขึ้นคือลดฝุ่นด้วยแล้วก็เข้าไปอ่าจัดไป ป้องกันพื้นที่ที่ยังไม่ไหม้แล้วก็ให้คน ในชุมชนนั้นน่ะมีส่วนร่วมในการจัดการ เรื่องนี้จริงจริงเรื่องนี้ก็คือจะเป็น การพูดคุยก็ต้องเป็นเรื่องยาวตลอดปีเพราะ ตอนนี้ปัญหาก็คือว่าเราต้องทำยังไงก็ได้ ให้คนกับคนที่อยู่ในพื้นที่ป่าเนี่ยมี ส่วนร่วมในการดูแลป่าจริงๆตลอดปีด้วยไม่ ใช่ว่าพอหน้าฝุ่นมาทีบอกว่าเฮ้ยคนในชุมชน มาช่วยกันดูแลป่าหน่อยช่วยจัดการไฟป่า หน่อยแต่พอหมดหน้าฝุ่นไปปุ๊บไม่มีเจ้า หน้าที่ไม่โดนกดดันไปละทีนี้พอคนที่อยู่ ในพื้นที่นั้นจะเข้าไปเก็บของป่าอะไรก็ ตามโดนขวางโดนกีดกันโดนอะไรหมดเลยอย่าง เงี้ยกลายเป็นว่าแบบตัดขาดกันไปเลยอย่าง เงี้ยมันก็มันก็สุดท้ายก็จะเป็นความขัด แย้งที่ปีหน้ากลับมาก็จะมาแก้แค้นมาจุไฟ แกล้งกันอีกอะไรเงี้ยเพราะฉะนั้นผมว่าก็ ต้องทำให้คนในพื้นที่เนี่ยมีความสามารถ อยู่กับพื้นที่ป่าได้โดยที่ไม่มีการขัด แย้งมากที่สุดและให้เขาเป็นคนปกป้องพื้น ที่ป่าด้วยผมว่ามันเรื่องนี้มันค่อนข้าง ที่จะค่อนข้างที่มันจะซับซ้อนพอสมควรนะ ครับแล้วก็พื้นที่ไหนที่เรายังทำได้อยู่ ต้องทำพื้นที่ไหนที่มันไหม้ไปแล้วหรือว่า กำลังจะไหม้อยู่อันนี้เราต้องต้องไปดับผม ว่าเี่คือส่วนที่ชาติต้องเร่งทำแล้วก็จัด การเรื่องระบบฐานข้อมูลเท่าที่ทำได้ในตอน นี้ครับ >> เมื่อสักครู่นี้บอกว่าถ้าจริงๆแล้วอยาก ให้เป็นมหาดไทยเนี่ยคืออยากใช้หน่วยงาน ไหนของมหาดไทยคะ >> ถ้าไม่ต้องเป็นกระทรวงทรัพย์อ่ะ >> ของมหาดไทยคือมันตอนเคือผู้ว่าต้องประกาศ เขตภัยพิบัติไปตั้งนานแล้วแต่เยังประกคือ คือตอนนี้เเลือกไปประกาศเขตอัจีภัยเนื่อ ที่จะทำเป็นเฉพาะพื้นที่ไปซึ่งผมว่าไม่ เวิร์คตอนเสิ่งที่ต้องทำคือ 9 จังหวัด นั้นประกาศเกียรตภัยพิบัติกรณี PM 2.5 5 ไปเลยใน 9 จังหวัดนั้นพอประกาศเกียร พิบัติปุ๊บจะได้เงินจะมีเงินที่สามารถใช้ ได้จังหวัดละ 50 ล้านใช่มั้ครับก็ >> อื >> 9 จังหวัดก็ 450 ล้านละแล้วทีนี้เนี่ยก็ ต้องยกระดับภัยขึ้นมาเป็นระดับ 3 เพื่อ ที่จะเข้าถึงแหล่งเงินเพิ่มขึ้นนะครับพอ มันก็จะมีเงินจากแต่ละกระทรวงเนาะก็คือ อ่าถ้าเป็นกระทรวงกาลาโหมี 100 ล้านอย่าง กระทรวงมหาดไทยมี 100 ล้านอย่างสำนักนายก มี 100 ล้านอย่างเงี้ยครับแล้วก็กระทรวง สาธารณสุขกระทรวงพม.มี 10 ล้าน 10 ล้าน อะไรอย่างเงี้ยทุกกระทรวงก็จะมีเงิน ฉุกเฉินกรณีประกาศเขตไปพิบัตรอย่างี้ที่ สามารถเข้าไปลุยได้เลยแล้วก็สิ่งที่ผมจะ ทำต่อก็คือออกเงินออกแนวทางหลักเกณฑ์การ ใช้เงินนอกระเบียบเพราะว่าตอนเนี้ย ระเบียบการใช้เงินมันจะมีเขียนไว้เลยครับ ว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง 1 2 3 4 จำนวนเงินเท่าไหร่อะไรอย่างเงี้ยมันจะ ล็อคไว้เลยทีเนี้ยเราก็ต้องเขียนไปเลยเรา ก็ต้องระบุไปเลยว่าโอเคเราจะใช้เงินนอก หลักเกณฑ์ก็คือ 1 ก็คือถ้าจ้างคนในการ เข้าไปดับไปป่าเป้าระวังราดตระเวงอ่ะวัน ละไม่เกิน 400 450 อะไรอย่างเงี้ยครับก็ คือออกหลักออกขอใช้เงินนอกหลักเกณฑ์เพื่อ เอาเงินตรงเนี้ยไปสามารถจ้างคนไปจัดการ เรื่องของไฟป่าได้ซึ่งนี้เป็นส่วนที่ทำ ได้เลยนะครับเพราะว่าอ่าถ้าเป็นระดับ รัฐมนตรียิ่งง่ายเลยก็แค่รัฐมนตรีมหาไทย คุยกับรัฐมนตรีกระทรวงการคลังว่าเดี๋ยวจะ มีการใช้เงินนอกหลักเกณฑ์ตรงนี้นะเดี๋ เตรียมอนุมัติตรงนี้เลยซึ่งก็ไม่ไม่มี ปัญหาอยู่แล้วเพราะมันเป็นสิ่งที่จำเป็น เร่งด่วนที่ต้องเร่งทำอันเนี้ยผมว่ามหา กลไกของมหาดไทยตอนเนี้ยจะ effective มาก กว่าเพราะว่าตอนเมันเป็นเรื่องของภัย พิบัติละเพราะว่ามันเกิดเหตุไปแล้วนะครับ อย่างกระทรวงทรัพย์เนี่ยผมมองว่าอาจจะ เป็นเชิงในของการจัดการโครงสร้างระยะยาว เตรียมการระยะยาวเพื่อให้ปัญหาเนี้ยแก้ กันที่ระบบอันนี้ผมว่ากระทรวงทรัพย์จะ เหมาะกว่าแต่ในตอนเนี้ยมันเป็นภัยที่ไป แล้วผมเลยมองไปในโซนของมหาดไทยมากกว่า ครับ >> จะเป็นการเผานักสระแบบใดก็แล้วแต่ไม่ว่า จะเป็นไฟป่าหรือว่าเผาทางการเกษตรก็แล้ว แต่นะอันนั้นคืออันนั้นคือเรื่องนึงซึ่ง อยู่ในเขตแดนประเทศทีนี้เวลาข้ามแดนข้าม แดนนี่เรื่องใหญ่มากสสตรีก็ก็พูดเองใช่ มั้คือเรื่องใหญ่พี่นึกไม่ออกเลยด้วย ซ้ำว่าคือถ้าแบบปลายเหตุในพื้นที่อ่ะหมาย ถึงว่าในประเทศเราเองยังไม่จัดการน่ะแล้ว ข้ามแดนเขาจะขยับตัวเมื่อไหร่อ่ะคือพี่ นึกภาพไม่ออกเลยนะมันเริ่มมียังคะ >> ของหมายถึงว่าของข้ามแดนหมายถึงว่าของ ต่างประเทศเค้าขยับหรือยังใช่มั้ยครับ >> ไม่เราอ่ะเราอ่ะขยับอะไรหรือยังที่แบบคือ มันข้ามเข้ามาเนี่ยเออ >> โอเคผมว่าการขยับของเรากับต่างประเทศ เนี่ยน้อยมากเราจะมียุทธศาสตร์ชื่อว่า ยุทธศาสตร์ฟ้าใสที่เราทำกันตั้งแต่สมัยพล เอกประยุทธ์ซึ่งก็ทำกันมาเรื่อยๆอ่ะซึ่ง มันไม่เวิร์คเลยอ่ะผมไปดูผมไปดูแบบความ ร่วมมือที่ทำร่วมกันเนาะคือไม่อยากจะใช้ คำว่าความร่วมมือด้วยซ้ำอ่ะแต่ความร่วม มือที่ทำร่วมกันคืออ่ะสมมุติว่าเราตกลง กันว่าจะลดHotสปแต่ทีนี้ดาวเทียมที่เรา ใช้เนี่ยกลายเป็นดาวเทียมที่ไม่เวิร์คที่ สุดอ่ะเป็นดาวเทียมที่จัดเก็บค่าHotสได้ น้อยที่สุดเพราะฉะนั้นแค่ KTI ในการทำ ความร่วมมือยุทธศาสตร์นี้ก็ล้มเหลวแล้วผม ก็เลยรู้สึกก็ยุทธศาสตร์เไม่โอเคเลยไม่ เวิร์คไอ้ยุทธศาสตร์ฟ้าใสเนี่ยชื่อผมไม่ ค่อยเวิร์คมันไม่เวิร์คอันนี้คือสิ่งที่ รัฐพยายามเคลมมาตั้งแต่สมัยพลเอกประยุทธ์ ถึงตอนนี้เนาะอ่ะแล้วทีนี้อ่าการทำความ ร่วมมือเรื่องของข้อตกลงอาเซียนว่าด้วย การบริหารจัดการหมอบควันข้ามแดนน่ะอันนี้ ก็ไม่รัฐบาลเราอื้อหือไม่อยากจะเล่าให้ ฟังคือผมถามผมถามเดี๋ยวเจ้าหน้าที่เสวย อีกอ่ะโอเคเอาเป็นว่าการประชุมของข้อตกลง อาเซียนเนี้ยมันจะมีการประชุมปีละ 4 ครั้งอ่าก็ควarเตอร์ละครั้ง ประเทศไทยไม่เคยส่งรัฐมนตรีไปประชุมเลย หมายถึงว่ารัฐมนตรียังไม่เคยตอบรับไป ประชุมด้วยตนเองเลยเป็นปลัดหรือรองปลัด กระทรวงไปทุกครั้งแล้วก็มีเพียงครั้ง เดียวที่รัฐมนตรียังกระทรวงทรัพย์ของไทยไป นั่นก็คือเป็นไทยเป็นเจ้าภาพแล้วไปเปิด งานแล้วก็กลับแต่ตอนประชุมอ่ะตอนที่เป็น เนื้อหาจริงๆเนี่ยให้ปลัดหรือลองปลัดเป็น คนนั่ง อันเนี้ยคือสิ่งที่ประเทศเรากำลังเจอถ้า ถามว่าทำไมเราดูเหมือนไม่มีความขยับใน เรื่องของมลพิษข้ามแดนเลยก็เนี่ยแหละครับ ก็คือเราแค่ประชุมเรายังไม่เข้าประชุมเลย เพราะฉะนั้นไม่มีทางหรอกครับที่เราจะแก้ อะไรได้ >> จริงหรอเราคือเรื่องจริง >> จริงเหรอ >> ก็คือรัฐมนตรีไปครั้งเดียวคือครั้งนั้น คือไทยเป็นเจ้าภาพแล้วไปแค่เปิดงานแล้วก็ กลับนี่คือนี่คือสิ่งที่ผมได้ยินมาแล้วผม ช็อกมาก >> เอออืนึกคำสุภาพไม่ออกนึกอยู่แย่จัง >> เอ่อเอ่อโอเคเพราะฉะนั้นคือคำถามถ้าถาม ว่าแล้วข้ามแดนล่ะเพราะว่าคือถ้าเราดูเรา ดูมันมันเขตมันมันแบ่งด้วยเขตประเทศเราจะ เห็นว่ามันมาจากข้างนอกด้วยใช่มั้คะโอเค มันอาจจะมีการพูดถึงว่าโอเคคุณซื้อคุณ ซื้อสินค้าเกษตรที่แบบเผาไม่เผาสส.ตี๋ก็ อภิปรายใช่มั้ยว่าเออตกลงคุณตรวจหายังไง วะว่าอันเนี้ยที่เอาเข้ามาตกลงมันมาจาก เผามันไม่เผาอ่ะคุณดูจากอะไรวะทำไมให้ เอกชนตรวจตัวเองอย่างี้ใช่มั้ยพี่ขมวดถูก มั้ยคะ >> ใช่ก็คือตอนมกราคมที่ผ่านคือหลังจากที่ เราเรียกร้องกันมานานมากตั้งแต่ผมเป็นสส. ปุ๊บเรื่องแรกๆเลยที่ผมเรียกร้องก็คือ เรื่องของการออกประกาศห้ามนำเข้าโพ่ เลี้ยงสัตว์ที่เผาอ่าพูดตั้งแต่สมัยคุณ เศรษฐานะซึ่งคุณเศรษฐาตอนนั้นก็อ้างว่า เอ้ยมันติด WTO เราต้องรอร่างพรบ.สะอาดผม ก็มาเสนอทางเลยว่าสามารถทำได้ไม่ต้องรอมี พรบ.ตอนนี้นะ ึงอ่าเป็นคุณแพททองธานละคุณแพทองก็บอกว่า สั่งการไปแล้วสั่งการประมาณ 7 รอบนะครับ เพราะผมจำไม่ผิดปีสั่งการ 7 รอบแต่ก็ไม่ มีระเบียบประกาศห้ามนำเข้าสินค้าเผาออกมา แล้วก็คุณอนุทินมาออกประกาศนี้ตอนมกราคม ปี 69 นะครับคือเพิ่งคลอดออกมาเลยกับ ประกาศอันนี้แต่ว่าประกาศนี้เนี่ยก็ดันไป เปิดช่องให้ผู้นำเข้าเนี่ยสามารถรับรองตน เองได้ก็คือว่าตามหลักการแล้วก็คือว่าผู้ นำเข้าเนี่ยต้องระบุว่าพื้นที่ไปเพาะปลูก เนี่ยอยู่ตรงไหนที่ติจูดรองติจูดเป็นยัง ไงเราจะได้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ สมมุติว่าเนำเข้ามา 1,000 เนี่ยแต่ว่า พื้นที่ที่เขาcareมามันเฮ้ยมันไม่ใช่พื้น ที่พื้นที่ไม่ถึงอย่างเงี้ยเราก็สามารถ ตรวจสอบได้แล้วสามารถไปตรวจสอบได้ว่าพื้น ที่ที่เขาบอกเมันมันไม่เผาจริงหรือเปล่า อันนี้ก็สามารถใช้ดาวเทียมไปช่วยได้แต่ ทีเนี้แทนที่จะเป็นแบบนั้นอันนั้นคือสิ่ง ที่ควรจะเป็นนะแต่เขาดันไปเปิดอชัว่าให้ ผู้นำเข้าสามารถรับรองตนเองได้ก็คือเท่า ที่ผมคุยกับกระทรวงพาณิชย์ก่อนที่จะยุบ สภานะครับเราคุยเรื่องนี้ตอนที่มันเป็น ร่างเลยนะคุยกับกระทรวงพาณิชย์ก่อนยุบสภา ตัวพนิชก็บอกว่าช่วงเนี้ยมันเป็นช่วง เปลี่ยนผ่านอยู่เพราะว่าจะรอพรบ.อากาศ สะอาดมีผลบังคับใช้ค่อยเข้มงวดอ่าเพราะ ว่าในตัวของเนื้อหาในตัวพรบ.อากาศสะอาด เนี่ยทีมของพรรคประชาชนทีมพรรคก้าวไกลที่ เราทำกันเนี่ยก็คือเป็นคนทำในเรื่องนี้ เลยเรื่องแบบตรวจห่วงโซ่อุปทานเลยอ่าแต่ ทีนี้เาไม่เอาเรื่องนั้นมาเพราะเขาบอกว่า รอพรบ.แบบสะอาดเราก็เลยผ่อนปนไปก่อนแล้ว ผมก็เลยถามว่าอ้างั้นงั้นเอกชนรับรองตัว เองทำยังไงอเค้าก็บอกว่าอ่ะเอกชนจะมีระบบ อยู่ก็คือเอกชนเนี่ยเอกชนเจ้าใหญ่อะไร เนี้ยเป็นคนทำระบบของตัวเองที่จะตรวจสอบ ย้อนกลับของตัวเองอยู่แล้วเพื่อมากับ สังคมว่าฉันไม่ได้นำเข้าครอบครัวในสัต์ ที่เผานะอ่าแต่ทีนี้เนี่ยการแคลของเขาก็ คือไม่สามารถลงไปได้ระดับแปลงเนาะเค้า ลงไปได้ในระดับพื้นที่หมายความว่ากระทรวง พาณิชย์ตอนเนี้ยสิ่งที่เขาจะตรวจนะก็คือ สมมุติว่าถ้าเป็นอำเภอเนี้ยอำเภอAเนี่ยเ จะประเมินเลยอำเภอเอสามารถที่จะผลิตข้าว โพดเลี้ยงสัตว์ได้ประมาณสมมุติ 10 ตันอ่ะ ถ้าเกิดมีใครก็แล้วแต่นำเข้าโพดจากอำเภอ เอถึง 10 ตันปุ๊บก็คือเขา้าก็จะไม่ให้มี การนำเข้าจากอำเภออีกแล้วก็คือใช้เป็น โควต้าพื้นที่แทน >> อใช้ลักษณะนี้ซึ่งการตรวจสอบย้อนกลับผม ว่ายากยากกว่าการระบุแปลงเยอะมากนะครับ คือใช้เป็นวิธีนี้และเป็นวิธีที่บริษัท กลุ่มทุนเป็นคนออกแบบด้วยซึ่งแน่นอนว่า H เนี่ยคนที่ออกแบบก็ต้องรู้มากกว่าอยู่ แล้วแล้วก็ไม่มีการตรวจสอบซัพพly chain ด้วยนี้คือสิ่งที่สำคัญนะครับเพราะว่าการ ที่นำเข้ามาเนี่ยบางทีเป็นการนำเข้าโดย บริษัทที่เป็นบริษัทนำเข้าโดยเฉพาะแล้วก็ เป็นการขายส่งไปทอดแล้วสุดท้ายเราก็ไม่ รู้ว่ามันไปอยู่ที่ไหนทีเนี้ยถ้าเกิด สมมุติว่าเราตรวจสอบแล้วว่ามันเผาจริงๆ เราอยากจะเอาผิดกับต้นตอจริงๆเราก็เอาผิด ไม่ได้เพราะเราก็เอาผิดได้มากที่สุดก็แค่ บริษัทนำเข้าอย่างเงี้ยครับเพราะฉะนั้น เนี่ยผมว่าเรื่องเมันเป็นเรื่องที่ตรงไป ตรงมาก็คือต้องตรวจสอบทั้งsupัlychนนะ ครับผู้นำใครอ่าสมมุติว่าเราตรวจสอบ เรื่องของอาหารสัตว์เลยเนี่ยอาหารบริษัท อาหารสัตว์ก็ต้องมาว่าเขารับซื้อข้าวพวก เลี้ยงสัตว์มาจากไหนอ่ะแล้วคนที่นำเข้ามา ก็ต้องมาว่าเนำเข้ามาจากไหนแล้วก็จะตรวจ สอบซัพพlychนของบริษัทอาหารสัตว์ได้ทั้ง ซัพพายเนี่ยมันก็จะตรวจสอบง่าย >> แล้วตอนนี้ตกลงพรบ.อากาศสะอาดอ่ะคือสถานะ ของพรบ.ฉบับเนี้ยถึงตรงไหนแล้วสถานะที่ แท้จริงเนี่ยคือง่ายยากเร็วช้ายังไงคะ >> ตอนยุบสภาไปอยู่ในชั้นกรรมาธิการของสว.นะ ครับแล้วก็อ่า >> หลังจากวันที่ 14 มีนาคมที่มีการเปิด ประชุมรัฐสภาก็จะเริ่มนับ 1 ในวันนั้นนับ ไปถึง 60 วันก็คือประมาณวันที่ 13 พฤษภาคมเนาะรัฐนี่คือนี่คือกรอบ 14 มีนาคมถึง 13 พฤษภาคมคือกรอบเวลาที่ รัฐบาลสามารถหยิบร่างนี้เพื่อที่จะให้รัฐ รัฐสภามีความเห็นชอบให้มันกลับมาพิจารณา ต่อได้อันนี้คือกรอบที่ต้องทำเนแต่ตอนนี้ เราเดินทางมาก็เกือบครึ่งนึงละเกือบจะ 30 วันแล้วแต่รัฐบาลยังเงียบเนี่ย แล้วก็ส.ส.เองเรียกร้องในสภากันเยอะมากนะ ครับแล้วถึงขั้นคือผมถึงขั้นอภิปรายชัด เจนมากเลยนะว่าถ้าเกิดไม่มีใครออกมายืน ยันเนี่ยแสดงว่าสิ่งที่ผมได้ยินมาคือการ ปล่อยให้เรื่องให้ร่างนี้ตกไปเป็นเรื่อง จริงซึ่งก็ไม่มีใครออกมายืนยันอันนี้พอ เราพอผมพอเห็นช่องแล้วแหละว่าเขาคงที่จะ มีจุดประสงค์แบบนั้นแต่ตอนนี้ยังไม่กล้า พูดหรือเปล่าก็ต้องรอยืนยันจากวันนี้วัน นี้ผมหวังว่าทางท่านนายกหรือรองนายกที่ดู

แลเรื่องกฎหมายเนาะจะกล้าออกมาพูดยืนยัน ให้ชัดเจนว่าจะเอายังไงต่อกับร่างนี้ นี่คือสิ่งที่ผมต้องการได้ยินในวันนี้ แต่ถ้าเกิดสมมุติว่าวันนี้เราทวงถามอีกแล้วก็ยังไม่ได้ยินเลยเนี่ย ผมว่าโอเค อันนี้อาจจะอาจจะไม่ใช่ข่าวที่ดีเท่าไหร่นะครับ

ทีนี้เนี่ย ถ้าเกิดสมมุติว่าอ้า สมมุติเป็นข่าวดีก่อนแล้วกัน สมมุติเค้าหยิบมาพิจารณาต่อเนาะ ส.ว. ก็จะมีพิจารณา มีเวลาพิจารณาร่างนี้อีกประมาณ 60 วันนะ ตีไปตีไปแม็กซ์เลยก็คือ 60 วัน พอ ส.ว. พิจารณาเสร็จ ส.ว. แก้ไขอะไรมาเรียบร้อยแล้ว ก็จะไปเข้าวุฒิสภา ไปบวชเห็นชอบอีกทีนึง เห็นแล้วทีนี้ก็จะเด้งกลับมาที่ ส.ส. ละ ว่าโอเค ส.ว. แก้มาแบบนี้นะ เราเห็นชอบมั้ย ซึ่งแน่นอนแนวโน้มเราก็จะไม่เห็นชอบกับที่ ส.ว. แก้อยู่แล้ว ผมดูทรง เพราะผลติดตามตอนประชุมของกรรมาธิการ ส.ว. ช่วงพฤศจิกายนด้วยนะครับ

ทีนี้เราก็จะมี การตั้งกรรมาธิการร่วม ซึ่งจะมีทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ก็จะไปไฟท์ในห้องกรรมาธิการร่วมนั้นอ่ะ แล้วทีเนี้ยเนื้อหาจะออกมาอย่างไร ก็แล้วแต่การไฟท์ในห้องนั้นแล้ว และแล้วแต่เสียงข้างมากในห้องนั้นว่าจะเป็นยังไง เนี่ย ก็คืออีกส่วนนึงที่อ่า แม้ว่าแม้ว่าวันนี้นะ แม้ว่าวันนี้รัฐบาลจะรู้สึกว่า เฮ้ย กระแสสังคมกดดันฉันจริงๆ ฉันต้องเอาร่างนี้มาเดินต่อ อ่า ประชาชนก็ไม่สามารถที่จะสบายใจได้ในตอนนี้ ก็ต้องช่วยกันอ่า ติดตามร่างนี้ต่อในกรรมาธิการ ส.ว. และกรรมาธิการร่วมที่ ส.ส. ส.ว. ที่ต้องไปสู้กันเรื่องของเนื้อหานะครับ เพราะว่าเราไม่อยากให้ พ.ร.บ. อะไรออกไปแล้วมันเป็น มันเป็นแค่กฎหมายที่บังคับใช้ได้ไม่มีประสิทธิภาพอ่ะครับ คือเราอยากให้มันมีประสิทธิภาพจริงๆ เนาะ

ถ้าเกิดมันมีอากาศ ไอ้กฎหมายอากาศออกมา >> อ่า ดูทรงถ้าประเมินจากวันนี้นะคะ ประเมินจากวันนี้คิดว่ามันจะได้ออกมามั้ยคะ

ส.ส. >> ผมว่าได้ออกมาแน่ๆ ครับ เพราะว่ากระแสสังคมตอนนี้กดดันมาก แต่ทีเนี้ยคำว่า พ.ร.บ. อากาศสะอาด ไส้ในจะเป็นยังไง ผมว่าอันนี้เป็นสิ่งที่น่ากังวล

แม้ว่าต่อให้เลยนะครับ ต่อให้ท่านรัฐบาลไม่หยิบเอาร่างนี้มาพิจารณา ก็คือปล่อยให้มันตกไป ผมเชื่อว่าเขาจะยื่นเข้ามาใหม่ >> ผมเชื่อว่าเขาจะยื่นเข้ามาใหม่ แต่ว่าเนื้อหาในร่างที่เขายื่นเข้ามาใหม่เนี่ย แน่นอนว่าจะไม่เข้มข้นเท่าร่างเดิมที่ทุกพรรคการเมือง และภาคประชาชนและข้าราชการพิจารณากันมา 1 ปี 1 เกือบ 2 ปีครับ

อืม ทีนี้เดี๋ยวเราขอ เราขอจังหวะนี้ไว้ค่อนข้างกระชับ เพราะว่าคิดว่า ส.ส. ตี๋น่าจะอยากดูว่ารัฐมนตรีคนไหนจะขึ้นพูด แล้วเราจะได้ทวงถามเรื่องของเราด้วยใช่มั้ยคะ เอ่อ ทีนี้ขออีก 1 เรื่องค่ะ เรื่องแม่น้ำ เรื่องสายน้ำบ้าง คือแม่กกไม่ไหวแล้ว ไม่ไหว ฉันอยู่กรุงเทพฯ ฉันประสาทกินมากเลยตามข่าวตรงนี้อ่ะค่ะ แล้วพี่ก็มีเพื่อนอยู่โซนๆ เหนือเหมือนกัน ซึ่งก็แบบ คือเอางี้ นะ เพื่อนพี่นะ จากคนที่ไม่ได้แบบว่าเป็นคน ที่แคร์เรื่องการเมือง เรื่องสังคมอะไรนะ คือนางก็ออกไปเว้ย นางก็ออกไปแล้ว นางก็บอกว่า เฮ้ย ขวัญ คือกูก็ว่า คือภาคประชาชนก็ทำแล้วอ่ะ คือเราแค่แบบ เออ ทำไมเราไม่เห็นเสียงตอบรับจากว่าแบบ ระดับหน่วยงานหรืออะไรที่แบบเขารู้สึก รู้สึกร้อนหนาวเหมือนเราเลยอะไรอย่างเงี้ย บรรยากาศมันเป็นอย่างงั้นมั้ยเรื่องแม่กก เนี่ยค่ะ

>> โห เรื่องแม่น้ำกกเนี่ยเป็นเรื่อง คืออย่างพอมันเป็นเรื่องฝุ่นพอมันหนักขึ้นมา มันมีกระแสสังคมเนาะ แล้วก็เราจะเห็นความแคร์ของรัฐบาลขึ้นมา แต่พอมันเป็นน้ำกก คือมันอาจจะไม่ได้ คือมันมันรุนแรงมากนะครับ แต่ว่าคือมันอาจจะไม่ได้ คือผมก็ไม่เข้าใจนะ ผมก็พยายามที่จะเป็นหนึ่งใน voice เรื่องนี้ให้มันดังที่สุดนะ แต่ว่ามันมันอื มันก็ยังไม่ คือคือตัวรัฐบาลเองไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องเนี้ย ผมผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเค้าไม่ใส่ใจนะ เพราะตอนนี้มันแรงมากนะ คือข้าวที่ปลูกในพื้นที่นั้นน่ะตอนนี้ อ่า ค่าสารหนูเนี่ย ค่าสารหนูเนี่ย ถ้าผมจำตัวเลขไม่ผิดนะครับ 0.35 มั้ง หรือว่า 0.035 ผมจำหน่วยไม่ได้ทศนิยมไม่ได้เนาะ อ่า ตีเป็นว่า 0.035 แล้วกัน แล้วมันมีการวัดออกมาได้ 0.032 032 อย่างเงี้ยครับ คือมันปริ่มมากอ่ะ ค่ามาตรฐานสารหนูกับข้าวอ่ะครับ คือมันแค่นี้มันน่ากลัวแล้วนะ เพราะว่าเราไม่สามารถที่จะบริโภคมันสะสมเรื่อยๆ เราไม่สามารถที่จะพบแบบบริโภคแบบนี้ได้เยอะ ตัวปลาเองก็มีปลอดในเนื้อปลา ซึ่งมีค่าที่สูงมากถึงขั้นว่าถ้าเกิดไปเทียบกับมาตรฐานของอเมริกา ก็คือไม่ควรบริโภคเกินสัปดาห์ละ 2 มื้ออย่างเงี้ย แต่ว่าเราก็ไม่มีการประกาศแจ้งเตือนอะไรออกมาเลย แล้วก็ตัวอันนี้หนักเลย ตัวผัก ตัวผักไม่ว่าจะเป็น Baby C เนาะ หรือหรือว่าผักสลัดอื่นๆเนี่ย อันนี้ทั้งแคดเมียมและตะกั่วเกินมาตรฐานไปน่าจะ 2-3 เท่า ถ้าผมจำไม่ผิด แล้วก็ตัวมะเขือเปราะ ตัวเอ่อฟักทองเนี่ย โดยเฉพาะมะเขือเปราะ ถ้าผมจำไม่ผิดเนี่ย อ่า เกินมาตรฐานตัวแคดเมียมเกินไปประมาณ 10 เท่า มาตรฐานอยู่ที่ 0.05 แต่ว่าวัดมาได้ 0.58 58 อะไรเงี้ยครับ ซึ่ง >> อื >> อันเนี้คือโอโห มันสารพิษทั้งนั้นเลยอ่ะ แล้วก็นี่คือสิ่งที่คนกินกันมาโดยที่โดยที่รัฐบาลไม่ได้ขยับในการแก้ปัญหาที่ต้นตอเลย ไม่มี การเจรจาระหว่างเมียนมาร์กับจีนเลยนะครับ สิ่งที่รัฐบาลทำมาตลอดก็คือ เขาจะเรียกว่า Joint working group ในการเจรจากับเมียนมาร์ ซึ่งก็คือเหมือนตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างไทยกับเมียนมาร์ แล้วก็กำลังทำ EOR ว่าแต่ละประเทศจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งก็ไม่มีไม่มีขยับเลยอ่ะ แล้วยิ่งทำกับเมียนมาร์แค่ 2 ประเทศอ่ะ แล้วเราก็รู้กันอยู่แล้วว่าพื้นที่นั้นน่ะ เป็นพื้นที่ที่รัฐบาลเมียนมาร์ไม่สามารถเข้าไปจัดการได้ แต่เราไม่ได้คุยกับจีนที่เป็นเรารู้กันอยู่แล้วว่าแร่ต่างๆ โดยเฉพาะ Rare Earth อ่ะ มันไปจบที่จีน น่ะ แต่เราก็ไม่ได้คุยกับประเทศที่อยู่ใน Supply chain อย่างเงี้ย เพราะฉะนั้นน่ะ โอ้โห พอเราละเลยปัญหาขนาดนี้ทั้งทางต้นทางนะครับ แล้วปลายทางเราก็ยังละเลยอีกเนี่ย จนตอนนี้เป็นสารพิษกันหมดแล้วอ่ะ โดยที่รัฐบาลก็ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลอันนี้อีก ประเด็นหลักคือไม่เปิดเผย เผยข้อมูลให้ประชาชน อันนี้ผมว่าแย่มากนะครับในเรื่องนี้

>> อื เอ่อ พี่ ย้อนกลับไปหลักเป็นเดือนนะคะ ตอนนั้นที่มันมี มันมีงานศึกษาของสถาบันการศึกษาออกมา ที่บอกว่าเอ้ย มันตรวจในคนใช่ มั้คะ ตรวจในน้ำ ตรวจใน ตรวจในสัตว์น้ำ อะไรอย่างเงี้ย ว่าเอ้ย มันมีสาร มันมีสารพิษ อยู่ในทุกๆที่ แล้วมันก็เห็นภาพ เห็นตัวเลขต่างๆเนะคะ ที่มันน่าห่วง แต่ทีนี้เท่าที่ดูอาสือในพื้นที่ใดๆก็แล้วแต่นะคะ หรือว่าคำชี้แจง คือเอา เอาเท่าที่ ส.ส. ตี๋มั่นใจ ณ ตอนนี้นะ อ่า คือพอไปอ่านของที่อยู่ที่นู่นเนี่ย มันก็เหมือนกับเถียงกันอยู่ว่าตกลง คุณไม่สามารถสรุปได้หรอกว่ามันมาจากเหมือง มันอาจจะมาจากสารพิษจากอื่นๆนู่นนี่นั่นก็ได้ ตกลงคือดิฉันอยู่ประเทศกรุงเทพฯ แต่อยากเข้าใจด้วยว่าก็เราก็ห่วงอ่ะ ก็มนุษย์อ่ะ จะฝั่งเราฝั่งไหนก็แล้วแต่ ตกลงว่ามันสรุปได้หรือยังคะว่ามันมาจากเหมืองนั่นแหละ คุณจะปฏิเสธได้ไงวะ เออ มันสรุปได้มั้ยคะ

>> สรุปได้ครับ มันมีงานวิจัยของอาจารย์ธนพล เพ็ญรัตน์เนาะ แกชื่ออาจารย์ปอม ผมอาจจะจำนามสกุลแกผิด อาจารย์ปอมเนาะ ที่ทำงานวิจัยไว้ชัดเจนในการ คือแกเคยไปทำงานวิจัยไปตรวจน้ำที่ต้นเหมืองที่เมียนมาร์เลย แล้วก็จะได้ค่า เอ่อ ตัวโมเลกุลต่างๆที่เป็นเฉพาะว่าโอเค ถ้าเกิดตรวจแบบเนี้ย ในพื้นที่ที่มันใกล้เหมืองจะเจอค่าเหล่านี้ แล้วแกก็มาตรวจที่ไทย ซึ่งมันแมตช์กัน อันนี้คือเป็นอย่างแรกนึงก็คืองานวิจัยที่เคยทำที่เมียนมาร์ และตรวจค่าน้ำมา มันแมตช์กับการตรวจน้ำที่ประเทศไทยด้วย แล้วก็อีกอย่างนึง ผมว่าอันนี้ถ้าดูง่ายๆเนาะ ก็คือดูจาก เอ่อ ค่าสารหนูในแม่น้ำกก ต้นน้ำที่แม่อาย ฝั่งเชียงใหม่ที่เข้ามาจากเมียนมาร์ใหม่ๆ จะเข้ามาทางแม่อายต้นน้ำเนี่ย ค่าสารหนูจะเยอะมาก แล้วพอปลายมาเรื่อยๆ ผ่านอำเภอเมืองเชียงรายจะออกทางน้ำโขงเนี่ย มันลดลงเรื่อยๆอ่ะ แสดงว่าเรารู้แล้วว่าต้นทางที่มันเยอะที่สุดเนี่ย มันน่าจะเป็นโซนแม่อาย เพราะว่าเราตรวจได้แค่แม่อายในตัวเพม่า ไม่ได้ใช่มั้ครับ เรารู้แล้วเป็นโซนแม่อาย ทีนี้สารหนูที่มันเยอะขนาดนั้น ในโซนแม่อายเนี่ย มันมาน่าจะมาจากอะไรได้ มาจากชั้นหินได้มั้ย ทีเนี้ยมาดูเรื่องของชั้นหินในโซนแม่อาย ก็ไม่ใช่ชั้นหินคณีที่จะสามารถอัคคาลล็อคที่จะสามารถมีตัวนี้เยอะๆอยู่แล้ว แล้วก็อีกมีอีกอันนึงที่น่าสงสัยก็คือ เขาบอกเฮ้ย เป็นยาฆ่าแมลงที่ใช้ในการทำเกษตรหรือเปล่า เพราะว่ายาต่างๆที่ใช้ในการศัตรูพืชทั้งหลายเนี่ย มันจะมีสารหนูตรงนี้เยอะเหมือนกัน ถ้าเกิดมันปนเปื้อนน้ำ ทีเนี้ยพื้นที่ตรงตรงนั้นก็ไม่ได้มีการทำเกษตรในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นผมว่าถ้าแบบเนี้ย อันนี้คือข้อสันนิษฐานเนาะ แต่ว่างานวิจัยเนี่ยเป็นสิ่งยืนยันว่าโอเค ในเมื่อมันแมตช์กัน ซึ่งเพราะฉะนั้นมันก็ชัดเจนว่าอันเนี้ยเป็นการ อ่า เป็นการปนเปื้อนจากการทำมือ

>> คือเอางี้นะ คือชั้นนึงว่ามันสามารถบอกได้มั้ย ว่ามาจากเหมือง ข้อนึงนะ แต่ไม่ว่ามันจะมาจากอะไร แต่ถ้ามันเจออ่ะ เค้าไม่ตื่น เค้าไม่เค้าไม่ตื่นตัวกันบ้างหรอ หน่วยงาน หรือคือหน่วยงานรัฐไม่ได้ใช้น้ำประปาเดียวกับเราหรอคะ

>> ผมว่าหน่วยงานในพื้นที่ตื่นตัวนะครับพี่จอมขวัญ เท่าที่ผมไปเชียงรายบ่อยมากแล้วก็พูดคุยกับในพื้นที่ค่อนข้างตื่นตัวเลย แต่ว่า

>> พอระดับจังหวัดตื่นตัว แต่พอเป็นระดับรัฐ ระดับส่วนกลาง ความตื่นตัวเรื่องเนี้ย ผมว่าน้อยมากเลยอ่ะ แล้วงบประมาณที่ไปลงตรงนี้ก็น้อยมากอีกอ่ะ คือมันคือปัญหา มันเป็นปัญหาระหว่างประเทศ คนที่แอคชั่นเรื่องนี้ต้องเป็นรัฐมนตรีอ่ะ มันจำเป็นเป็นต้องเป็นรัฐมนตรีจริงๆ ผมพยายามที่จะใช้กลไกของกรรมาธิการในครั้งที่แล้วเนาะ ในการซึ่งผมก็คือผมพยายามทำให้มันเต็มที่ที่สุดเนาะ ก็คือเราก็ประสานผ่านกระทรวงต่างประเทศของประเทศไทยนะครับ เพื่อที่จะขอหารือกับทางกระทรวงทรัพยากรและการปกป้องสิ่งแวดล้อมของเมียนมาร์อ่ะ ทีเนี้ยพยายามที่จะขอคุยแล้วก็ได้คุยกันครั้งนึง ได้ประชุมซูม ซึ่งมันก็มันก็ไม่เวิร์คเนาะ เพราะเราอยู่ในฐานะของนิติบัญญัติอ่ะ เราจะไปแบบ push เค้าหรือว่าจะไปแบบพูดอะไรมากมันก็ไม่ได้ เดี๋ยวมันกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แล้วเดี๋เขาแก้ปัญหาฝ่ายจะบริหารแก้ปัญหาก็ไม่ได้ แล้วโทษเราอีกอย่างเงี้ย กลายเป็นว่ากลายเป็นว่า เป็นอุปสรรคในการทำงานของเขาอีกแล้วก็ ทำได้แค่แบบแลกเปลี่ยนข้อมูลเงี้ย แต่ที่สิ่งที่คนที่ต้องทำเรื่องนี้คือรัฐมนตรีจริงๆ คือผมไม่ได้จะอ้างว่าผมเป็น ส.ส. ผมทำไม่ได้นะ แต่ว่ามันต้องเป็นรัฐมนตรี อันนี้มันคือเรื่องระหว่างประเทศ บริหารไง

>> ใช่ >> บริหาร >> อื >> ซึ่งก็คือกระทรวงทรัพย์มั้ย หรืออันนี้ไม่ใช่กระทรวงทรัพย์แล้วคะ

>> อันนี้คือกระทรวงทรัพย์เลยครับ เพราะว่าถ้าเป็นกลไกอ่ะ อันเนี้คือคนที่ต้องทำคู่กันตอนนี้เนาะ คือรัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม กับรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ อันนี้ต้องทำคู่กัน โดยคนที่ถือข้อมูลหลักต้องเป็นกระทรวงทรัพย์ เพราะนี่คือเรื่องสิ่งแวดล้อมชัดเจนแล้ว คนที่เป็นเหมือน อ่า คนประกบก็คือรัฐมนตรีต่างประเทศที่จะคอยคอยให้คำแนะนำในเรื่องของในการแนวทางในการเจรจาเรื่องถ้อยคำที่ใช้ต่างๆเจะเป็นกระทรวงต่างประเทศ แต่เรื่องเทคนิคัลเนี่ย อันนี้จะเป็นกระทรวงทรัพย์ ซึ่ง 2 กระทรวงต้องเดินไปด้วยกันในการเจรจาเรื่องนี้ ซึ่งเรามีกลไกของร้านช้างแม่โขงที่มีทั้งจีน เมียนมาร์ ไทย ลาว ที่เนี่ยต้องคุยกัน 4 ประเทศตรงเนี้ย เรามีกลไกตรงนี้อยู่ที่เราต้องทำในส่วนนี้ แต่ว่าก็ไม่มีการขยับในเรื่องนี้นี่คือสิ่งที่ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมเขาไม่ทำ คือถ้าเกิดวัน ถ้าเกิดครั้ง ถ้าเกิดเดือนเนี้ย ถ้าเกิดวันเนี้ย เนี่ย ช่วงเนี้ยไม่มีปัญหาเรื่องฝุ่นรุนแรงขนาดนี้ วันเนี้ยน้ำหนักในการพูดของผมก็จะค่อนไปที่เรื่องน้ำกกเต็มๆเลย เพราะมันหนักมากนะครับ แต่ว่าวันเนี้ยมันต้องเรื่องฝุ่นมันหนักมากๆจริงๆ ผมก็เลยต้องพยายามที่จะเกลี่ยเวลาผมมีเวลาแค่ 18 นาทีอย่างเงี้ย ผมก็เลยต้องพยายามเกลี่ยเวลาให้มันให้มันโอเคที่สุด มันก็เลยพูดฝุ่นเป็นส่วนใหญ่ แล้วก็น้ำกกนิดนึงใช่

>> ค่ะ เอ่อ พี่จำได้น่าจะเป็นหน่วยเดือนนะคะ ซัก เอ่อ ซักช่วงที่มันมีข่าวว่ามันมีการตรวจเจอสารต่างๆ เอ่อ นอกเหนือจากในน้ำ นอกเหนือจากในสัตว์น้ำแล้วเนี่ย มันเจอที่ตัวคน ที่มันสะสม ที่มันตรวจจากผมด้วยใช่มั้คะ

ส.ส. ตี๋ >> ใช่ครับ ก็คือว่าใน

>> อ ถ้าเกิดการตรวจสารหนูครับ การตรวจสารหนู มันจะมี 2 วิธีเนาะ อันแรกที่เราเป็นข่าวกันช่วงกลางปีที่แล้ว จะเป็นการตรวจสารหนูในปัสสาวะคนที่มันเกิน อ่า แต่ปัสสาวะมันจะเป็นช่วงสั้นๆอยู่ได้แค่ 2-3 วัน แล้วมันก็จะหายตรวจไม่เจอละ แต่ว่าถ้าเกิดเป็นระยะยาวเนี่ย มันจะเป็นเล็บกับเส้นผมเงี้ยครับที่เราตรวจสารหนู

>> อื ซึ่ง เอ่อ แล้วถ้าถอยกลับไปอีกนะ คือย้อนอดีตกลับไปอีกเนี่ย เอ่อ พี่ไม่แน่ใจว่าพี่ได้ข้อมูลนี้จากการคุยกับ ส.ส. ตี๋ หรือว่าพี่ พี่พี่คุยกับหน่วยงาน หรือถามจากใครนะ แต่ว่ามันมีการพูดถึงว่า เฮ้ย จริงๆแล้วแม่น้ำกกมันเป็นน้ำดิบที่มันจะเข้าสู่ระบบที่ประชาชนใช้ด้วย แต่อาจจะยังอยู่ในระบบน้ำประปาหมู่บ้าน พี่เข้าใจถูกมั้ฮะ

>> เข้าใจถูกครับ

>> ก็คือ >> เออ ซึ่งถ้าเป็นส่วนเมืองจะเป็นอีกระบบนึง ซึ่งระดับของความสามารถในการกรองสารพิษ มันจะต่างกันหรอคะ ขอ ขออีกรอบได้มั้ยเชิญ ค่ะ

>> ใช่ครับ ก็คือในน้ำกกทั้งสายเนาะ ลองคิดภาพ มันจะผ่านอำเภอแม่อายที่อาจจะไม่ได้มีความเป็นเมืองขนาดนั้น แล้วพอไปเข้าอำเภอเมืองเชียงรายก็จะมีความเป็นเมืองละ อันนี้จะแพกละ อันเนี้ยจะเป็นประปาปปาภูมิภาคละ ก็คือจะโอโหรันกันแบบเต็มที่ อันนี้จะมีระบบบำบัดที่ค่อนข้างที่จะโอเคดีเลย แต่ว่าโซนที่เป็นโซนที่อ่ะ ยกตัวอย่างแม่อายก็ได้ ยกตัวอย่างแม่อายอย่างเงี้ย อันนี้เขาจะเป็นระบบปปาหมู่บ้านนะครับ ปปาหมู่บ้านก็คือว่าอาจจะเป็นการเจาะน้ำบาดาล หรือว่าเป็นน้ำผิวดินในพื้นที่ตรงนั้น แล้วก็เข้าระบบกรองด้วยปปาหมู่บ้านที่มีคณะกรรมการหมู่บ้าน ซึ่งอาจจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน ส่วนมากแล้วจะเป็นผู้ใหญ่บ้านในการดูบริหารจัดการตรงนี้เนี่ยครับ อันเนี้ย อันเนี้น่าห่วง

>> อ่า อันเนี้น่าห่วง แต่ว่าถ้าเป็นปะป๊าภูมิภาคเนี่ย ถามว่าน่าห่วงมั้ย น่าห่วงในระยะยาว แต่ระยะสั้นเนี่ย ยังบำบัด ยังอะไรกันไหวอยู่ แต่ตอนเก็มีโครงการก่อนที่พฤษภาคมเนาะ เดี๋ยวนี้เดี๋ผมต้องไปตามต่อ ก่อนที่ยุพฤษภาคมเนี่ย ทางปับปาภูมิภาค วางแผนไว้ว่าจะเปลี่ยนแหล่งน้ำดิบในการใช้ผลิตตับปาก็คือย้ายจากน้ำกกไปอีกน้ำเลย น่าจะน้ำลาวผมจำชื่อไม่ผิดนะ ย้ายไปน้ำลาวเนาะ เพื่อที่จะ เอ่อ และการทำตัวนี้ใช้ งบประมาณ 1,800 100 ล้านเลยนะ ในการที่จะย้ายระบบจัดการน้ำปับปา คือตอนเนี้ยคือพูดกันถึงว่าปัญหาเนี้ยมันกระทบไหนแล้ว การแก้ต้นตอไม่มีความคืบหน้าเลย แต่ตอนนี้เรากำลังมาคุยว่าเราจะใช้เงินในประเทศเรา 1,800 กว่าล้านเพื่อย้ายระบบประปา

>> อืม คืออันนี้ อันนี้เราพูดแบบใกล้ที่สุดคือ น้ำกินน้ำใช้คือน้ำที่มันเจอตัวคนแบบโดยตรงนะ ว่าน้ำดิบมันมาจากตรงที่มันเจอจากน้ำปนเปื้อนหรือเปล่า แต่นี่จริงๆแล้วคือ มันมันคือความพินาศพังในระยะยาวเลยนะคะ เพราะว่ามันส่งผลกับระบบนิเวศทั้งหมด คือมันไม่รู้จะกระจายไปฝังตรงไหนแล้วมันจะเชื่อมต่อกันไปขนาดไหนอ่ะ แล้วแบบเราได้ยินเรื่องนี้มาหลักปีนะ ส.ส. ตี๋ เรื่องน้ำกกอ่ะ ไม่ใช่ไม่ใช่ไม่ใช่พร้อมๆกันช่วงเดือน 2 เดือนนี้นะ

>> คือแบบ >> เธอ ฉันประสาทกินแล้ว ฉันประสาทกินแทนแทนคน ที่นู่นแล้วอ่ะ คือบอกทิศทางได้มั้ย บอกทิศทางจริงๆว่าเรารู้สึกว่าเราอยู่ในสภา เรา รู้สึกว่าฝ่ายบริหาร หรือแม้กระทั่งในสภา มันจะช่วยกันขับเคลื่อนตรงนี้ได้ผ่านจากอะไรบ้าง หรือมันจะเร็วแค่ไหนคะ

>> โอเค ในส่วนตัวของผมเอง ผมก็เหมือนเดิมก็คือเราต้องผลักดันผ่านกรรมาธิการแล้วก็ตั้งกระทู้กับรัฐมนตรีเพื่อจะให้เห็นถึงความสำคัญและความรุนแรงของปัญหานี้มากที่สุดเนาะ อย่างครั้งที่แล้วเนี่ย อนุกรรมาธิการก่อนที่ยุคสภาเราเป็นอนุกรรมาธิการ ผมเป็นประธานเนาะ แล้วก็โอห ตอนนั้นก็ขับเคลื่อนกับหน่วยงานภายในประเทศเยอะมากเนาะ เยับรัฐมนตรีอีกก็คือว่าจาก อ่า กรมพัฒนาที่ดินที่เขาอาจจะไม่ไม่ได้สนใจเรื่องนี้ ตอนนี้เขาทำเป็นแผนที่เสี่ยงตามที่กรรมาธิการของเราแนะนำละ เป็นแผนที่เสี่ยง หรือว่าพื้นที่เนี้ยเสี่ยงสูงไม่ควรที่จะปลูกพืชที่รับประทานได้เลย ตรงเนี้ยเสี่ยงต่ำไม่เป็นไรอะไรอย่างเงี้ย ก็คือแล้วก็มีการตรวจดินเพื่อที่จะหา เอ่อ ความเสี่ยงในตรงนี้ ก็มีการทำงานร่วมกันในแต่ละหน่วยงานมากขึ้น นี่คือสิ่งที่ผมเชื่อว่ากรรมาธิการเราสามารถทำได้ เพราะผมเชื่อว่าแต่ละหน่วยงานก็มีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาให้ประชาชนอยู่ละ แต่ที่ผ่านมาเอาจะไม่ได้ไม่ได้มี เอาจะไม่ได้รู้ด้วยซ้ำว่าปัญหามันเป็นยังไงบ้างนะ อันนี้คือเราก็ใช้กรรมาธิการตรงเนี้ในการที่จะไป push ตรงนี้ได้ แต่การเจรจาระหว่างประเทศเนี่ย อันนี้ผมว่าคือยังไงก็ต้องเป็นกระทู้กับรัฐมนตรีแล้วก็ต้องสะท้อนกระทุ้งตรงไปที่รัฐมนตรีแล้วก็ต้องทำทุกช่องทางเพื่อให้รัฐมนตรีเห็นถึงความสำคัญในส่วนนี้ แล้วถ้าเกิดเขาไม่ทำก็ตามกลไกของรัฐรัฐสภา ก็คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างเงี้ยครับ ผมว่าอันนี้ก็ต้องเป็น 2 ส่วน ส่วนในส่วนจากการจัดการในประเทศเนี่ย ผมเชื่อว่ากรรมาธิการมีบทบาทที่สามารถช่วยได้ แต่ส่วนการเจรจาระหว่างประเทศเนี่ย อันนี้ยังไงก็ต้องรัฐมนตรีครับ

>> เอ่อ สส.ตี๋เนี่ย สังกัดของเชียงใหม่นะคะ เป็นตัวแทนเขตของทางเชียงใหม่นะ ทีนี้เอ่อ จุดที่มันเข้มข้นที่สุดของการเจอเรื่องแม่น้ำกกมันอยู่เชียงรายถูกมั้คะ สส.

>> ใช่ครับ จะเป็นโซนน้ำสาย ไม่ใช่น้ำกก น้ำสายจะรุนแรงกว่า อ่า

>> อื อืม ทีนี้ เอ่อ คุณได้ คุณได้เอ๊ะ แล้วทาง สส. เชียงรายอ่ะ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่โซนที่ จะโดนเยอะใช่มั้ย ไม่ว่ามันจะเป็นน้ำกก หรือน้ำสายก็แล้วแต่ เป็นเชียงรายเป็นหลัก ใช่มั้คะ สส. ตี๋

>> ใช่ครับ เชียงรายเป็นหลักเลยครับ เชียงใหม่จะมีแค่เขตเดียวทั้งนั้น เชียงรายหมดเลย เชียงราย 4 เขต

>> พี่ สส. ตี๋แนะนำหน่อยค่ะ ต้องเป็น สส. เชียงรายเขตไหน พี่จะได้ไปตามมาคุยบ้าง เพราะจริงๆ พี่ก็ถามคุณเยอะ คุณก็เชียงใหม่เนาะ แต่ขอบคุณมากที่พูดแล้วก็ผลักดัน

>> ผมอาจ ผมอาจจะจำตัวเลขเขตไม่ได้เป๊ะเป๊ะนะครับ มีเขต 1 เขต 2 เนา

>> เขต 2 นี่เป็นตอนนี้เป็นรัฐมนตรีช่วยด้วยนะ รัฐมนตรีช่วยเกษตรด้วยแล้วก็ เอ่อ เขต

>> เขต เขตแม่สาย แล้วก็อีกเขตนึงที่อยู่ถัดจากแม่สายที่เป็นน้ำโขงเหมือนกัน แต่นี้จะเป็นน้ำโขงละนะครับ จะมีอยู่ 4 เขต

>> เขต 1 กับ 2 นี่จะเป็นน้ำกก แล้วก็เขตแม่สายเนี่ย ก็จะเป็นน้ำสาย น้ำล่วกนะ แล้วอีกเขตนึงก็คือจะเป็นน้ำโขง อ่า

>> อ่า ก็จะอันนี้ถ้าลองไล่เรียงตามที่เราคุยกันตอนนี้ก็คือเป็นเพื่อไทย เป็นกล้าทำนะ ใช่มั้ย น่าจะเป็นเพื่อ

>> ใช่ครับ เพื่อไทย เป็นกล้าทำ ซึ่งคุณประสานกับ สส. ของ 2 พรรคนี้มั้คะ ในการพูดเรื่อง หรือทำเรื่องน้ำกก หรือแม้กระทั่งเรื่องฝุ่นด้วยกัน

>> โอเค อันนี้ผม ผมไม่อยากที่จะ ผมพูดอย่างงี้แล้วกันว่าเวทีที่ภาคประชาชนจัดแต่ละครั้ง เวทีที่ภาคประชาชนจัดแต่ละครั้งที่ เราไปแลกเปลี่ยนกันเนาะ ไปเพราะภาคประชาชนจะขับเคลื่อนหนักมากที่เชียงรายนะ เราเวลาแลกเปลี่ยนกับอาจารย์อะไรแต่ละครั้งเนี่ย อย่างครั้งล่าสุดวัน 22 มีนาคมที่ผ่านมา วันน้ำโลก ก็มีพรรคผมไปพรรคเดียวก็

>> ออ ค่ะ >> แล้วใช่ มีผม มีพรรคผมไปพักเดียวเนาะ แล้วก็มี สว. ไป 2 ท่าน ซึ่งก็ สว. เป็นคนเชียงราย อ่า แล้วก็แลกเปลี่ยนกันได้ แต่ว่าพรรคอื่น ยัง ผมเชื่อว่าเดี๋เขาจะให้ความสนใจเรื่องนี้นะ เอาจจะเป็น สส. ใหม่ อ่า ก็อาจจะเป็น สส. ใหม่ ซึ่งเดี๋ผมให้ความสนใจมากขึ้นนะครับ ก็หวังว่าจะได้พูดคุย หรือว่าได้เจอคนที่สนใจประเด็นนี้ที่เชียงรายด้วยกันสักครั้งหนึ่งครับ

>> เออ แต่ว่าต้องได้ดีกรีระดับ สส. ตี๋เวลาอภิปรายนะ ต้องได้ดีกรีแบบพร้อมจะกระโดดกัดคออะไรอย่างเงี้ย ต้องได้ดีกรีนั้นนะ เพราะว่าขนาดนั้นไม่นั้นครับ

>> ไม่จะบอกว่ามันต้องเป็นดีกรีของคนที่ไล่ บี้จริงๆนะคะ เพราะว่าเรื่องพวกนี้มันมันลายวินาทีมันลายเสี้ยววินาทีนะ แบบออกซิเจน ฝุ่นมันสูดเข้าไปทุกๆเสี้ยววินาทีทุกวินาทีใช่ป่ะ น้ำก็เช่นเดียวกัน คือ

>> น้ำอ่ะ คุณ คือพี่นึกไม่ออกเลย คือฝุ่นนะ ถ้าเรามีเงินหน่อยนะ เราอยู่ในห้องปิดใช่มั้ย ซึ่งลำบากมากนะคะ อยู่ในห้องปิดเปิดแอร์มีเครื่องฟอกอัดเครื่องฟอกเข้าไป แต่ว่าเอาจริงๆแล้วมันมันใช้ชีวิตยังไงไม่ได้หรอก เราอ่ะ แต่น้ำเนี่ย พี่นึกไม่ออกว่าอ >> มันจะหนีกันยังไงอ่ะ พี่ก็จะหนีไม่ยังไงวะ หนีไม่ได้

>> ผมเคยไปคุย ผมเคยไปคุยกับคนที่แม่สาย ผมเคยไปคุยกับคนแม่สาย คนที่เป็นคนที่มีอันจะกินพอสมควรเนาะ เค้าก็บอกว่าทุกวันเนี้ย เค้าไม่กล้า >> ซื้อข้าวซื้อผักซื้อปลาจากตลาดทั่วไป คือเค้าเข้าห้างอย่างเดียว เพราะเค้าคือเค้ากลัวอยู่ตรงนั้นนะ แต่เขากลัวในการที่จะกินผักกินปลาที่นั่น ซึ่งผมก็เข้าใจได้ว่าทำไมถึงกลัวเนาะ เพราะเขาอยู่ตรงนั้นตลอด ถ้าเขา กิน ถ้าเรา ถ้าเราไปอย่างเงี้ย สมมุติผมไป ผมกินโชว์สักมื้อนึงไม่เป็นไร ไม่เป็นไรหรอกมื้อเดียว แต่ถ้าเกิดเขาอยู่ตรงนั้นแล้วเกินทุกวันน่ะ เออ ผมว่าอันเนี้ยสะสมและอันตรายมากๆแน่ๆ ซึ่งอันเนี้ยคือสิ่งที่คนที่นั่นกำลังเผชิญกันก็คือ เขาต้องไปเวลาเขาจะซื้อของเไม่แทบจะ ไม่กล้าซื้อที่ตลาดเต้องไปซื้อกันในห้าง เพราะเขาอยากมั่นใจว่าของที่มาที่ที่เขาไปกินมาเนี่ย ไม่ได้มาจากน้ำเหล่านี้ คือคนในพื้นที่สะท้อนมาให้ผมปรับ

>> อันนี้คือคนที่เหมือนกับทำมาหากินกับการ แบบรับเงินเดือนเนา แต่ว่าถ้าแบบเป็นเกษตรกร

>> ถ้าเป็นเกษตรกร คือทำมาหากินโดยการปลูก โดยการหา โดยการจับเพื่อแบบเอาไปขายอ่ะ

>> มันไม่มีทางเลือกในชีวิตเลยนะ

>> ใช่ครับ กินทำงานได้ >> ใช่ มีประชาชนอยู่ส่วนใหญ่เลยที่เขาไม่ไม่ สามารถที่จะเลือกได้เนาะ คือเขาไม่สามารถที่จะไม่สามารถที่จะเดินเข้าห้างแล้วไปซื้อของที่แบบ เอ่อ มีของนอกอะไรเงี้ยเไม่ สามารถที่จะทำอย่างงั้นได้อ่ะ มีส่วนใหญ่เลย เพราะฉะนั้นน่ะ ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อันตรายมากๆ ที่รัฐไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนได้รู้ด้วยซ้ำ เพราะว่าอันเนี้ยคือเราเราสนใจเรื่องนี้ เราเลยรู้ว่าตอนเ้ยข้าวสารหนูมันปริ่มแล้ว ถ้าเกิดมะเขือเปราะมันเกินละ แต่ว่าผมเชื่อว่าตอนผมพูดในสภาเมื่อกี้ สส. คนอื่นก็ไม่ได้รู้ว่ามีปัญหานี้อยู่อ่ะ เพราะฉะนั้นผมเลยว่าคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลขาดเลยคือการเปิดเผยข้อมูลตรงเนี้ให้ประชาชนรู้ แล้วประชาชนจะได้ใช้ชีวิตได้ถูกกับความเสี่ยงตรงนี้ ไม่ใช่ว่าปล่อยไม่บอกอะไรเลย ให้ความเสี่ยงไปตกที่ประชาชนเต็มๆ

>> สส. ตี๋บอกว่าที่ขายคือไม่ไม่ยอมเปิดเผยเรื่องนี้หรอ

>> อื >> เค้าคือเค้าไม่สนใจ หรือว่าเก็ >> หรือเค้าอาจจะไม่รู้หรือเปล่า เค้าเลยไม่เปิดเผย อ่า เราอาจจะใช้คำผิด อาจจะไม่ใช่ว่าไม่เปิดเผย อาจจะว่าเค้าปิดตาไปเลยไม่รู้เลย อันนี้ก็อย่าเปลี่ยนคำพูดเลยค่ะ มันไม่ได้ดีกว่าเมื่อกี้เลยค่ะ

>> มันไม่ได้ดีขึ้นใช่มั้ยครับ โอเค >> ค่ะ แล้วก็เป็นรัฐบาลเป็นฝ่ายบริหารทำไมคะ ถ้าคนอ่านข่าวเายังเจอ แล้วถ้าแบบว่ามีอำนาจในการบริหารแล้วไม่รู้เนี่ยค่ะ สรุปแล้ว 2 เรื่องนี้เนี่ย จริงๆก็คือต้องตาม คุณสุชาติ ชมกลิ่น ใช่มั้ย แต่ถ้าดีและเร็ว กว่าในเรื่องของฝุ่นก็จะเป็นมหาดไทยถูกมั้ย แต่จริงๆแล้วหลักเลยคือทรัพยากรธรรมชาติ คือสุชาติ ชมกลิ่นถูกมั้ย

>> ครับ ระยะยาวนี้เป็นคุณสุชาติ ระยะสั้นตอนเนี้ยควรเป็นมหาดไทยในการจัดการเฉพาะหน้าก่อนครับ

>> เอ่อ ซึ่ง สส. ตี๋คิดว่าในคืนคือคืนนี้นายกต้องขึ้นพูดเนาะ

>> ต้องขึ้นพูดครับ

>> เอ่อ เดี๋ยวเราเรามันมันไม่ได้มีบังคับให้ขึ้นพูด แต่ว่าโดยธรรมเนียมแล้วนายกต้องพูดปิด

>> เออ แต่เมื่อกี้เห็นเข้ามาตั้งแต่ตอนที่ ตอนที่ส เอ่อ คุณศิศักดิ์ พูดอ่ะ เห็นเดินอ้อมหลังแล้วก็คุยกับคุณปกรนินปันน่ะ เออ อ่ะ ใดๆก็แล้วแต่ พี่เกินเวลา สส. ตี๋ไปนิดหน่อย เดี๋ยวจะได้ไปเตรียมตัวเผื่อที่จะได้ทวงถามรัฐมนตรีหรือนายกได้นะคะ สส. ตี๋ ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณมากจริงๆ

>> ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ

>> สวัสดีค่ะ

>> ที่เราคุยกันนะคะ คือถ้าเป็นเรื่องฝุ่นเนี่ย สส. ตี๋ย่อมจะต้องดูใกล้ชิด เพราะว่าเชียงใหม่เป็นพื้นที่นึง มันคลุมหมดอ่ะ มันคลุมหมดทุกจังหวัดโซนภาคเหนือ ภาคเหนือตอนล่างลงมาถึงภาคกลาง แต่จริงๆแล้วก็เกือบทั้งประเทศล่ะค่ะ จะมีที่จะรอดหน่อยก็คือ ที่แบบใกล้ทะเล ใกล้ทะเลแบบเปิดอ่ะนะ เออ ที่มันจะมีลมเข้ามา แต่ว่า เอ่อ ถ้าเป็นน้ำเนี่ย มันจริงๆเชียงรายนะคะ เชียง สส. เชียงรายสังกัดพรรคอะไรก็แล้วแต่ค่ะ ต้องขยับ ต้องขยับ แต่จริงๆมันไม่ต้อง สส. ก็ได้ ป้าฝ่ายบริหารก็ต้องรู้ป่ะ เอาจริงคิดแล้ว ก็แบบ คุณลองคิดดูสิว่า ถ้าเป็นเกษตรกรน่ะ ทำมาหากินกับแม่น้ำอ่ะ คือไม่ใช่แค่กินนะ ทำมาหากิน คือเขาค้าต้องหาเลี้ยงชีพโดยการที่เป็นจะจับปลาปลูกผักอะไรก็แล้วแต่เนะคะ มันเลี่ยงไม่ได้ เหมือนคนที่ทำงานรับเงินแล้วพยายามจะแบบ ไปหาแหล่งอาหารจากที่อื่นแบบในห้างที่เอามาจากที่อื่นอะไรเงี้ย มันไม่หา คือเราปล่อยให้ เฮ้ย คนไทยของเราเจออย่างนี้ได้ยังไงคะ แล้วไม่ขอโทษค่ะ และมันไม่ได้เพิ่งมีนะ ปัญหานี้มันมีมานานแล้วค่ะ แล้วจริงๆแล้ว ถ้าจะบอกว่ามันไม่มีความต่อเนื่องของรัฐบาล คือมันเป็น คือมันเป็นรัฐแบบไหนที่แบบ ไอ้เรื่องนี้มันเป็นมันเป็นปัจจัยที่ทำให้ประชาชนไม่ได้รับการดูแลอย่างที่เค้า คุณจะได้รับจากรัฐน่ะ โอเค เดี๋ยววันนี้นะคะ เราคิดว่าเราคงจะได้ ได้ ค่ะก็ว่าจะอยู่จนจบแหละวันเนี้ย เพราะว่าเค้าบอก เจบ 23:00 น. ใช่มั้ยคะ อาจจะเขยิบไปนิดหน่อย หรืออะไรก็แล้วแต่แหละ แต่ว่าคิดว่าจะต้องอยู่ เพราะว่าอยากจะฟังนายก แล้วก็อยากจะฟังรัฐมนตรีท่านอื่นๆ ถ้าพูดมีสาระก็จะเป็นโชคดีไปนะคะ ที่อยู่แล้วได้ฟังสิ่งที่มันมีเนื้อนะคะ แต่ว่าถ้าแบบ เลอะเทอะหน่อยก็แบบ ก็ไม่เป็นไร ก็ถือว่าอื หนักกว่าเธอก็เจอมาแล้วอ่ะ เดี๋ยวเราจะกลับไป เราดึงสภามาให้ดูนะคะ เดี๋เจ๊เเจ้ไป เอาข้าวมากิน ตัดบทหิวหิวขอกินข้าวก่อนนะ เดี๋ยวมานะ เดี๋วิ่งมาวิ่งไปเอาข้าวแป๊บนึง ปายในการแก้คอร์รัปชั่นเชิงโครงสร้างด้านการบริหารงานภาครัฐ ซึ่งรัฐบาลได้แถลงเป็นนโยบายสำคัญต่อรัฐสภา ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยประกาศการปราบคอร์รัปชั่นอย่างต่อเนื่อง แต่ข้อเท็จจริงครับไม่อาจปฏิเสธได้คือดัชนีการรับรู้การทุจริต CPI ของไทยกลับลดลงอย่างต่อเนื่องครับ ในปี 68 เรามีคะแนนเพียง 33 คะแนนเท่านั้น นี่ไม่ใช่เพียงตัวเลขนะครับ แต่นี่คือสัญญาณเตือนว่าระบบรัฐของไทยยังเป็นเปิดช่องให้การทุจริตเกิดขึ้นได้ และที่สำคัญครับ ภาคเอกชน 3 สถาบันประกอบไปด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย ได้ร่วมกันสะท้อนปัญหาหา และยื่นหนังสือต่อรัฐบาลอย่างชัดเจนครับ ว่าคอร์รัปชั่นที่ซ่อนอยู่ในระบบกำลังบั่นทอนเศรษฐกิจไทย ลดความสามารถในการแข่งขัน ทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นครับ ตัวอย่างนะครับ ใบอนุญาตต่างๆในการทำธุรกิจในไทยที่ส่งผลกระทบอย่างเช่น ธุรกิจการก่อสร้างอาคารโรงงานมีใบอนุญาต 5-10 ใบ โรงงานอุตสาหกรรม 8-15 ใบ โรงแรม 6-12 ใบ ร้านอาหาร 2-6 ใบ ธุรกิจ SME ปีกและโลจิสติกส์ 2-6 ใบนะครับ การรวมศูนย์หรือการอนุญาต ณ จุดๆเดียวจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ หรือใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาเกี่ยว นะครับ การเรียกรับผลประโยชน์จะซ่อนอยู่ในระบบนะ ครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าไม่จ่ายนะ ครับ ประชาชนหรือนักธุรกิจเนี่ย ต้องรอไปเลยครับ 3-6 เดือน แต่ถ้าจ่ายภายใน 7 วัน ครับจะแล้วเสร็จนะครับ จ่ายเป็นงวดก็ได้นะครับ ร้านอาหาร พับ โรงงาน เพื่อไม่ต้องตรวจง่ายนะครับ ไม่ต้องมาตรวจบ่อยๆนะครับ หน่วยงานราชการครับ วิ่งเต้นยกย้ายครับ ซื้อขายตำแหน่งครับ เป็นปัญหาครับที่ซ่อนอยู่อีกอย่างนึงเลยครับ งานจัดซื้อจัดจ้างก่อสร้างภาครัฐครับ เราต้องนับว่าเป็นมูลค่าความเสียหายที่สูงที่สุดเลยนะครับ เราเรียกว่าค่าต๋ง หรือเงินทอนนะครับ จะซ่อนอยู่ในระบบของโครงการต่างๆ ถ้าเราดู 20-30% ของโครงการต่างๆ ฝ่ายการเมืองครับก็ต้องบอกว่ามีความเกี่ยวข้องด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข้าราชการ คณะกรรมการตรวจรับงาน ผู้ประสานงานและหัวคิวต่างๆนะครับ ต้องบอกว่ารัฐบาลนั้นได้คิดแนวทางที่ถูกต้องนะ ครับ ไม่ว่าจะเป็น AI การเชื่อมโยง Big Data การเปิดเผยข้อมูลตาม OECD การลดขั้นตอนการอนุญาตเนี้ยเป็นจุดประสงค์หลักที่จะแก้ไข แต่สิ่งสำคัญครับ ความกังวลคือเหล่านี้เองที่จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ประชาชนกังวลครับ หรือจะเป็นเพียงนโยบายในกระดาษที่ท่านวางไว้นะครับ เราเสนอนะครับ เราเป็นกรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องนี้โดยตรงมานะครับ การขับเคลื่อนยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริตเพื่อสร้างความโปร่งใส หรือความเชื่อมั่นของประเทศไทย หรือ CPI นั้น เราเอ่อ ศึกษามามีนโยบาย 5 ด้าน 42 มาตรการนะครับ อย่างเช่น ยกระดับการแก้ไขปัญหาการทุจริตให้เป็นวาระแห่งชาติ เรามีถึง 8 มาตรการนะครับ การป้องกันและแก้ไขปัญหาการติดสินบน เรามี 9 มาตรการ ทั้งหมดเรามีถึง 42 มาตรการนะครับ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการศึกษาของเราจะนำไปใช้ประโยชน์นะครับ ในการที่จะศึกษาวิกฤตที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย ต้องบอกว่าคะแนน CVI จะดีขึ้น เศรษฐกิจจะดีขึ้น ต้องอยู่ที่รัฐบาลจะเอาจริงเอาจังเรื่องนี้หรือไม่ วิกฤตของประเทศเกิดขึ้นแล้วครับ ต้องฝากท่านนายกรัฐมนตรีไว้ด้วยนะครับว่า ท่านคือผู้นำรัฐบาลจะปราบคอร์รัปชั่นประเทศได้นั้น ท่านต้องเป็นผู้นำการปราบคอร์รัปชั่นครั้งนี้ด้วยตัวท่านเอง ท่านจะเป็นอัศวินอย่างในรูป ขอบคุณครับ

ครับ ต่อไปเชิญท่านชรนัส โกยกุล เชิญครับ

เรียนท่านประธานรัฐสภา ดิฉัน ชลนัส โกยกุล ผู้แทนราษฎรชาวบางบอน จอมทอง หนองแขม จากพรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา หลังจากได้ฟังการแถลงนโยบายของรัฐบาลนะคะ ในฐานะอดีตสื่อมวลชน ดิฉันมีความกังวลเป็นอย่างมากถึงประเด็นเรื่องของสิทธิเสรีภาพ ภาพในการแสดงออกของประชาชนค่ะ คำถามคือ เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนจะได้รับการคุ้มครองจริงหรือไม่ หรือรัฐจะยังคงปล่อยให้การฟ้องปิดปาก หรือคดี SLAPP กลายเป็นเครื่องมือในการทำร้ายประชาชนที่ออกมาตรวจสอบรัฐบาลและกลุ่มทุนใหญ่ ตอนนี้ประชาชนกลัวไปหมดแล้วค่ะ ไม่กล้าพิมพ์ ไม่กล้าพูดอะไรแล้ว กลัวโดนฟ้องจนต้องร้องว่าไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้ว พอแล้วค่ะ ซวยมากๆเลยนะ คะ ตอนนี้ไม่มีที่เก็บหมายศาลแล้ว คนที่โดนฟ้องเนี่ย ลำบากจริงๆค่ะท่าน มันน่าคิดนะคะ ในสังคมเราคนที่พูดความจริง ต้องเหนื่อย ต้องเสี่ยง แต่คนที่ต้องสงสัยว่าทำความผิดเนี่ย กลับลอยตัวเหนือปัญหา ทำไมรัฐถึงปล่อยให้มีการบิดเบือนกระบวนการยุติธรรม ทำไมปล่อยให้มีการใช้นิติสงครามเป็นอาวุธในการทำลายล้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ทำไมปล่อยให้มีการเชือดไก่ให้ลิงดู ขัดขวางไม่ให้คนออกมาปกป้องผลประโยชน์ของส่วนรวม ดิฉันได้ยินรัฐบาลพูดถึงคำว่าหลักนิติธรรมนะคะ เป็นคำพูดแฟนซีสวยๆ แต่พอไปดูในรายละเอียดค่ะ มีแค่พูดเล็กน้อย หลักนิติธรรม ธรรมาภิบาล ความเป็นธรรมแค่นี้ค่ะ ไม่ได้ลงรายละเอียดเลยว่าจะ มีกลไกในการป้องกันการฟ้องปิดปากยังไงบ้าง ซึ่งดิฉันเป็นห่วงมากๆเลยนะคะ เพราะว่าประชาชนเดือดร้อนมากๆ เรื่องนี้ พูดถึงความร้ายกาจของการฟ้องปิดปาก ดิฉันไม่ได้พูดไปเรื่อยๆนะคะ มีตัวเลขยืนยันค่ะ ประเทศไทยเราเนี่ย เป็นแชมป์อาเซียนเลยค่ะ เรื่องของการฟ้องปิดปากอันดับ 1 เลยนะคะ ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงต้นปี 256 มีคดีลักษณะนี้ราวๆ 600 คดีนะคะ แล้วก็เหยื่อ 78% ล่ะค่ะ อันดับ 1 จะเป็นชาวบ้าน แล้วก็เป็นคนที่อยู่ในชุมชนที่ลุกขึ้นมาปกป้องท้องถิ่นของตัวเองนะคะ ในขณะเดียวกัน นักการเมืองและสื่อมวลชนก็โดนฟ้องเล่นงานเช่นกัน เพราะพวกเขาออกมาปกป้องความจริงนะคะ ดิฉันอยากจะตั้งคำถามกลับไปยังรัฐบาลอนุทินค่ะ ว่าท่านจะยังคงรักษาแชมป์ในแง่ลบแบบนี้ต่อไปหรือไม่คะ แล้วก็เรื่องของการฟ้องปิดปากเนี่ยนะค่ะ มันน่าปวดหัวมากๆ เพราะว่าประชาชนเดือดร้อนมากจริงๆ นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นล่าสุดนะคะ กกต. โอ้โห วีรกรรม ไม่อยากจะพูดเลยค่ะ มันร้ายแรงมากๆเลย สุดท้ายแล้วนะคะ ฟ้องกลับประชาชน 6 คน ที่แค่มาวิพากษ์วิจารณ์ ถามเรื่อง QR Code และ Barcode ค่ะ กกต. เนี่ยยัดข้อหาร้ายแรงกับประชาชนที่มาตั้งคำถามนะคะ มาตรา 116 ยุยงปลุกปั่น มาตรา 322 เปิดเผยเอกสารลับของผู้อื่น และมาตรา 209 ความผิดฐานอั้งยี่ค่ะ อั้งยี่ในทางกฎหมายเนี่ย หมายถึงว่าคน 2 คนขึ้นไปรวมตัวกัน เป็นสมาคมหรือว่าองค์กรไปก่อการร้ายค้าของผิดกฎหมาย กกต. ยัดข้อหานี้ให้กับคนที่ต้องการเห็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม นอกจากนั้นนะคะ 6 ท่านนี้ยังโดนยัดข้อหา พ.ร.บ. คอม มาตรา 14 และ พ.ร.ป. ว่าด้วย กกต. มาตรา 66 ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ท่านประธานคะ คน 6 คนไปแค่ยืนสังเกตการเลือกตั้ง หนึ่งในนั้นคือสื่อมวลชนไปทำงานนะคะ ขัดขวางแบบใดคะท่าน นี่คือเคสขององค์กรอิสระฟ้องประชาชนใช่มั้ยคะ แต่ว่าภาคธุรกิจก็ใช้ SLAPP เป็นเครื่องมือเช่นเดียวกันค่ะ ในภาคธุรกิจนะคะ ยกตัวอย่าง เลขาธิการมูลนิธิของไบโอไทยนะคะ ถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย 200 ล้านบาท เพราะเค้าลุกขึ้นมาเปิดโปงความจริงเพื่อปกป้องระบบนิเวศค่ะ โดนกลุ่มทุนใหญ่ฟ้องนะคะ นักวิชาการก็ไม่รอดค่ะ คุณสรณีย์ อาชวาณนท์กุล และก็เพื่อนสมาชิกของพวกเรานะคะ นักการเมืองโดนฟ้องคนละ 100 ล้านบาท เพราะออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของรัฐบาลแล้วก็เรื่องของสัมปทานโรงไฟฟ้าที่ไม่เป็นธรรม ค่ะ คนที่ฟ้องคดีนี่ค่ะ เขาไม่ได้ต้องการที่จะชนะคดีนะคะ แต่ต้องการให้จำเลยเนี่ย รู้สึกเหนื่อย สิ้นเปลือง เสียสุขภาพจิต ไม่ไหว จนหยุดพูดไปเอง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับการฟ้องคดี SLAPP ค่ะ เมื่อคน 1 คนโดนฟ้องปิดปาก สิ่งที่เกิดขึ้นเนี่ย ไม่ใช่กระทบกับเขาคนเดียว นะคะ แต่ว่าทำให้เกิดภาวะความหวาดกลัวในสังคม คนที่มีเรื่องที่อยากจะพูด เขาเลือกจะเงียบค่ะ ส่วนคนที่เคยพูดไปแล้วไม่พูดต่อดีกว่าค่ะ อันตรายกับตัวเอง สังคมจะมีคนที่กล้าพูดความจริงน้อยลงเรื่อยๆนะคะ และความร้ายกาจของการฟ้องปิดปากอีกอย่างนึงก็คือ ท่านรู้มั้ยคะ ไม่ได้กระทบแค่เรื่องของสิทธิมนุษยชนนะคะ แต่ว่ากระทบเศรษฐกิจด้วย รัฐบาลแถลงว่าอยากจะพาประเทศไทยเข้าไปสู่การเป็นสมาชิก OECD ก็คือเป็นกลุ่มประเทศที่มีการรวมตัวกันเพื่อยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจนะคะ กลุ่มนี้เขาให้ความสำคัญกับเรื่องของความโปร่งใสและหลักนิติธรรม รัฐบาลคิดเหรอคะว่าในประเทศที่มีการฟ้องปิดปากอยู่ เขาจะให้เราเข้าไปเวทีโลก เนี่ย เขาไม่ได้ดูแค่คำประกาศของรัฐบาลนะ คะ เขาดูว่ามีการบังคับใช้กฎหมายในประเทศอย่างเป็นธรรมหรือไม่ เราสอบตกตั้งแต่ต้นแล้วค่ะ ไม่ต้องพูดถึงเลย พอพูดถึงเรื่องกฎหมายนะคะ หลายคนอาจจะพูดว่าเอ๊ แล้วก็มีการอัปเดตกฎหมาย SLAPP ไปแล้วไม่ใช่หรอ พรรคประชาชนมันตื่นตูมหรือเปล่ามาพูดเรื่องนี้ ดิฉันบอกเลยค่ะว่าทราบดีค่ะว่าเมื่อปี 2562 เรามีการแก้ ป.วิ.อาญา มาตรา 161/1 และ 165/2 นะคะ เพื่อให้ศาลสามารถยกฟ้องคดีที่ไม่สุจริตได้ แต่ว่าความจริงที่เจ็บปวดก็คือ มาตราเหล่านี้แทบไม่เคยได้ใช้จริงเลยค่ะ เพราะว่าอะไรคะ ศาลมักจะรับฟ้องไว้ก่อน แล้วค่อยวินิจฉัยตอนจบ โอ้โห ประชาชนสิ้นเนื้อประดาตัวไปแล้ว หมดแรงไปแล้วค่ะ และอีกปัญหาใหญ่ก็คือ ดุลยพินิจของศาลที่มันกว้างมากๆเลยนะคะ ไม่มีคำนิยาม SLAPP ที่ชัดเจน สุดท้ายกฎหมายกลายเป็นแค่เสือกระดาษ ค่ะ แล้วก็ยังมีวาทกรรมที่ซ้ำเติมจำเลยนะ คะ พูดเสมอไม่ได้ทำผิดอ่ะ โดนฟ้องจะกลัวอะไร ดิฉันตอบแทนประชาชนค่ะ คนหาเช้ากินค่ำ ไม่ได้มีเงิน ไม่ได้มีเวลาเยอะแยะ คิดว่าคนแบบนี้ที่โดนฟ้องเนี่ย เขาต้องเสียต้นทุนอะไรในชีวิตไปบ้างคะ แล้วท่านประธานรู้มั้ยคะ สิ่งที่น่ากลัวกัดตัวคดีเนี่ย ก็คือพฤติกรรมของผู้มีอำนาจค่ะ เริ่มต้นที่ท่านอนุทินค่ะ ท่านฟ้องสื่อมวลชนและอดีต ส.ส. เพราะว่าไปวิพากษ์วิจารณ์นโยบายโควิด แล้วก็ฟ้องคุณเศรษฐา ทวีสิน ก่อนหน้านี้ เพราะว่าคุณเศรษฐาไปปราศรัยเรื่องกัญชาเสรี แต่ทำไมรู้มั้ยคะ พอจะจัดตั้งรัฐบาล ถอนฟ้องกลับมา จุบปากกันหวานเจี๊ยบ คำถามคือกฎหมายในประเทศนี้ถูกใช้เพื่อผดุงความยุติธรรม หรือเพื่อเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมืองกันแน่คะ รัฐมนตรีอีกท่านนึงค่ะ ดิฉันเป็นแฟนคลับเลยนะคะ เขามาแรงแซงทางโค้ง คุณสุชาติ ชมกลิ่น ฟ้องหมดไม่สนหน้า อินดี้พรหมที่ไหนนะคะ ฟ้องสื่อมวลชน ฟ้องประชาชนด้วย ล่าสุดฟ้องสื่อเดอีสานเรคคอร์ดนะคะ 50 ล้านบาท จากการที่บรรณาธิการบริหารออกมาเปิดเผยเรื่องราวเรื่องแรงงานไทยในฟินแลนด์ ไม่จบค่ะ ไปฟ้องบรรณาธิการเนื้อหาอีก หลังจากที่ถอนฟ้องคุณทัยรัตน์ พหลทัพไปแล้วนะคะ คือในความวุ่นวายทั้งหมดนี้ ดิฉันรู้ว่าสุดท้ายแล้วเนี่ย ศาลก็จะยกฟ้องคดี SLAPP เสมอใช่มั้คะ แต่ว่าระหว่างนั้น 3 ปี 5 ปี 7 ปี ประชาชนมีคดีติดตัวค่ะ เป็นตราบาปทางสังคมไปแล้ว และนี่คือความสำเร็จของการฟ้องคดีปิดปากค่ะ ไม่ต้องชนะคดีค่ะ แค่ทำให้คนหยุดพูดก็พอ แต่ดิฉันจะไม่หยุดพูดเรื่องนี้เด็ดขาดค่ะ วันนี้ดิฉันและพรรคประชาชนมีข้อเสนอมาให้รัฐบาลดังนี้ค่ะ ข้อ 1 ถ้าไม่เห็นด้วยกับการฟ้องปิดปาก ท่านทำให้เห็นเป็นตัวอย่างเลยค่ะ องค์กรของท่าน คนในรัฐบาลฟ้องใช่มั้คะ หยุดฟ้อง ถอนฟ้องตอนนี้เลยค่ะ ข้อที่ 2 รัฐบาลภายใต้การนำของคุณอนุทิน พร้อมหรือไม่ที่จะเซ็ตเป็นมาตรฐานเลยว่า ทั้งหน่วยงานรัฐและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะไม่ฟ้องประชาชนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต และข้อ 3 นะคะ รัฐบาลมีอำนาจในการเร่งรัดกระบวนการเสนอ กฎหมาย SLAPP ดิฉันแอบบอกนิดนึง เรามีร่างของพรรคประชาชนอยู่ในกระบวนการสภา นะคะ แต่ถ้าท่านไม่ถูกใจเนี่ย ท่านเร่งรัดไปที่กระทรวงยุติธรรมแล้วบอกเลย ออกร่างของรัฐบาลออกมาเข้าสู่การพิจารณาของสภาโดยเร็วค่ะ แล้วก็ในวันนี้นะคะ เราพูดถึงคดีฟ้องปิดปากกัน แต่ก็มีคนอีกจำนวนนึงที่เขาต้องอยู่ในกระบวนการยุติธรรม แค่เพราะแสดงออกทางการเมืองค่ะ นักโทษการเมืองตอนนี้ 2,000 กว่าคนนะคะ ใน 1,300 คดี และมี 600 คดีที่ยังไม่สิ้นสุดนะคะ พูดถึงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงในไม่กี่วันนะคะ ท่านประธาน พวกเราทุกคนในที่นี้มีโอกาสกลับไปหาครอบครัว ไปอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา นะคะ แต่ว่ามีแค่คนบางคน คนกลุ่มนึงในสังคม นักโทษการเมืองที่ไม่มีโอกาสแบบนั้นค่ะ อานนท์ นำภาค่ะ โทษสูงเหลือเกิน 31 ปี 9 เดือนนะคะ เกโสภล โทษรวม 4 คดี 10 ปี 6 เดือน ครูใหญ่ อรรถพลนะคะ โทษรวม 5 ปี แล้วก็ ไผ่ ดาวดินนะคะ โทษ 2 ปี 12 เดือน ล่าสุดวันนี้เพิ่งโดนปฏิเสธการขอประกันตัวไปนะคะ ทุกท่านในที่นี้ถูกเบลอหน้า แต่ว่าเสื้อดิฉันท่านเบลอไม่ได้ค่ะ นี่คือความเจ็บปวด เราควรจะต้องมีการลงโทษคนเหล่านี้ มันเป็นการลงโทษที่ได้สัดส่วนและเป็นธรรมหรือไม่คะ รัฐบาลเนี่ย มีการแถลงนโยบายด้านสังคม วันนี้นะคะ พูดสวยหรูในข้อ 15 บอกว่าเราต้องพัฒนา พัฒนาคนในชาติให้มีเหตุมีผล ให้อยู่ร่วมกันแบบมีความรับผิดชอบ อยู่ด้วยกันอย่างสมาร์ทฉัน ดิฉันขอถามกลับไปยังรัฐบาลค่ะว่า ท่านอยากจะให้คนในชาติอยู่ร่วมกันอย่างมีสิทธิเสรีภาพ ท่านสอนคน รัฐบาลท่านก่อน อย่าให้ฟ้องประชาชนซี้ซั้ว ให้เคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชนด้วยนะคะ อยากอยู่กันอย่างสมาร์ทฉัน ดิฉันก็อยากอยู่แบบไม่มีหมายศาลด้วยได้มั้คะ เพราะวันนี้ค่ะ ประชาชนไม่ใช่เหนื่อยไม่ไหวแล้ว แต่ว่าไม่โอเคค่ะ ไม่ใช่รวยไม่ไหวแล้วนะคะ เหนื่อยไม่ไหวแล้วค่ะ กับการที่ประชาชนต้องจ่ายราคาที่สูงมากๆ ในการที่จะพูดความจริง รัฐบาลต้องไม่ปล่อยให้ความเหนื่อยนี้ นะคะ กลายเป็นภาระของประชาชน เป็นราคาที่ต้องจ่ายเพื่อแลกกับการพูดความจริง ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน

ครับ ต่อไปท่านบุญชัย อินสวัสดิ์ เชิญครับ

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐบุญชัย สวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ วันนี้เป็นวันเริ่มต้นของรัฐบาลหนู 2 รัฐบาลที่นำโดยนายกอนุทิน ชาญวีรกูล ในครั้งที่ 2 ต้องขอยอมรับแบบตรงไปตรงมานะ ครับ เมื่อวานนี้ผมนั่งหลับตาฟังท่านนายก ตั้งแต่เริ่มจนจบ พอเห็นเค้ารางถือว่าเป็น การแถลงนโยบายที่ดีเท่าที่ผมทำหน้าที่มา ฟังการแถลงนโยบายมา 5 ครั้ง ถือว่าครั้งนี้เนี่ย พูดได้ดี เห็นภาพ มองแล้วมีอนาคต หลับตาฟังเพลินๆ แล้วรู้สึกอนาคตจะสดใส แต่พอลืมตาเท่านั้นท่านประธาน เจอหน้าท่านนายกคนเดิม มันหมดความน่าเชื่อถือ ว่าไอ้ที่ฟังดูดีเมื่อสักครู่เนี่ย มันจะเป็นจริงได้หรือ ไม่ ถ้าเปรียบเทียบนะครับ การทำงาน ถ้าไปฝึกงานเนี่ย เขาบอกให้ทดลองงานก่อน 4 เดือน พวกผมรอบที่แล้วพูดได้เพราะว่าเป็นคนเสนอ เป็นคนโหวต ให้ทดลองงานก่อน 4 เดือน ถ้าเป็นเด็กฝึกงานแบบนี้ เรียกฝึกได้กลางทางแล้วหนีกลับบ้าน เพราะผ่านไป 2 เดือนท่านไม่ทำอะไรเลย สิ่งที่มอบหมายภารกิจไว้ตาม MOA ท่านไม่ทำ อุตส่าห์มอบหมายงานที่ง่ายที่สุด นั่นคือไปควบคุมเสียงในสภา สภาบนทั้งสภาล่าง ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีน่าจะมีเทคนิควิชาที่จะสามารถทำเรื่องนี้ได้เชี่ยวชาญที่สุด แต่สุดท้ายทำไม่ได้ครับ เอาล่ะ มันอาจจะเป็นเพราะท่านคิดว่าไอ้เรื่องพวกเนี้ย มันเป็นสิ่งที่พรรคประชาชนต้องการ มันอาจจะไม่ใช่ความต้องการของประชาชนหรือเปล่า แต่สุดท้ายครับ วันนี้เสียงของประชาชนตะโกนดังๆ กู่ก้องทั้งประเทศ 21,621,638 เสียง นี่นี่คือเสียงตะโกนของพี่น้องประชาชนว่า เขาต้องการรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่ว่าเขาจะไม่ชอบอะไรในรัฐธรรมนูญ เขาบอกว่าต้องปรับเปลี่ยนต้องแก้ไข และไม่ใช่แค่เสียงของพรรคฝ่ายค้านด้วย เมื่อสักครู่พระนิดาบอกแล้ว มันเป็นเสียงที่มาจากรัฐบาล มันเป็นเสียงที่มาจากพรรคท่าน มันเป็นเสียงที่มาจากพรรคผม มันเป็นเสียงพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนที่เขาต้องการ แต่ท่านไม่ได้ยิน ยินเสียงตะโกนของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ท่านได้ยินแต่เสียงกระซิบเบาๆ ของคนบางคนในบุรีรัมย์ แล้วนำพาประเทศนี้ไปในทิศทางที่ท่านต้องการ แล้วเราจะอยู่ยังไงกันครับ ในวันเริ่มต้นแห่งการทำงาน ไม่มีแม้แต่คำเดียวว่าความต้องการของคน 20 กว่าล้านในประเทศนี้ จะทำให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมอย่างไร ให้โอกาสนะครับ ถึงแม้ว่าในเอกสารแถลงนโยบายฉบับนี้จะไม่มีท่านพูดสักนิด ก่อนจะจบคืนนี้ไป ขอเริ่มต้นบรรยากาศการทำงานที่ดีกว่านี้หน่อย พูดแล้วกันครับว่าจะทำแบบไหนยังไง มาดูกันต่อครับ ที่ผมบอกว่าคาแรคเตอร์ท่าทางมันดูไม่น่าเชื่อถือ ในรายงานฉบับนี้ ในคำแถลงนโยบายฉบับนี้ ข้อที่ 4.3 ถามท่านใส่เอาไว้ว่าท่านมีนโยบาย นู่นนี่นั่นมากมาย มีนโยบายหนึ่งครับที่เขียนบอกว่าท่านจะเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร อยากจะให้ประเทศไทยเป็นห้องอาหารโลก มีความมั่นคง มีความหลากหลายในเรื่องของอาหารที่จะเป็นจุดเด่น จนอุตส่าห์ใส่มาในนโยบาย แต่ท่านทราบมั้ยครับ พี่น้องประชาชนรับรู้รับทราบ นโยบายนี้ตกใจครับ วันนี้ปัญหาน้ำปลาหมอคางดำ กลิ่นแม่น้ำลำคลองไปหมดแล้ว ปลาท้องถิ่น ปลาสายพันธุ์ธรรมชาติไม่มีแล้ว ท่านจะนำพานโยบายห้องอาหารโลกไปในทิศทางไหนครับ เพราะในแม่น้ำลำคลองของบ้านเรามีแต่ศัตรูที่กำลังกัดกินชีวิตพี่น้องคนไทยไปดูเรื่องต่อไปครับ ข้อ 15.3 ท่านบอกว่า เปิดปากมาบอกว่าจะทำพยาบาลอาสา เพื่อนสมาชิกในพรรคของผมก็ได้อภิปรายไปแล้วลงรายละเอียดว่าพูดมาเนี่ย ดูดีครับ มันจะไปต่อได้หรือเปล่า เขากลับมองว่าไอ้เรื่องนี้เนี่ย มันอาจจะเป็น Career Path ของคน ที่ทำงานสำเร็จในช่วงเลือกตั้งหรือเปล่า กูรูทางการเมือง นักวิเคราะห์ทางการเมืองบอกที่ผ่านมาใช้องคาพยพอาสาสมัคร วันนี้ใส่นโยบายไปก็เลยจะยกระดับเรื่องพวกนี้ให้อาสาสมัครที่อำนวยความสะดวกภารกิจการเมืองของท่านไปทำงาน ทำไมถึงพูดแบบนั้นครับ ไม่ได้ปรามาส เพราะถ้าเกิดท่านมีความตั้งใจที่จะดูแลเรื่องของพยาบาล ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบางๆ ท่านไปดูตัวอย่างผู้บริบาลของกระทรวง พม. เขาทำไปแล้วครับ ปัจจุบันมีอยู่ 800 กว่าคน ยังไม่เพียงพอ ถ้าเกิดท่านไปดูเรื่องของพยาบาลอาชีพ ปัจจุบันมีอยู่ 198,836 คน ยังไม่เพียงพอ แต่วันนี้ท่านมาคิดชื่อใหม่ เอามาทำในกระทรวงที่ท่านดูแลเอง แล้วก็เปลี่ยนผ่านยกระดับไอ้เขียนนโยบายแบบนี้ครับ มองจากดาวอังคารมาก็รู้ครับว่า หวังประโยชน์อื่นใด มีหวังภาระซ่อนเร้นทางการเมืองหรือไม่ พวกผมถึงบอกครับว่าวิธีการเขียนแบบนี้ วิธีการบอกแบบนี้ มันดูเหมือนจะเป็นวิธีการบริหารแบบลวงโลก กินรวบ โยนบาปบนคราบน้ำตาของประชาชน ท่านประธานครับ ที่บอกว่าบนคราบน้ำตาของประชาชนก็เพราะว่าคนรอบข้างคนรอบตัว ไม่ใช่แค่ท่านนายกอย่างเดียว มันมักจะมีความสามารถพิเศษ ที่จะสามารถเห็นวิกฤตเป็นโอกาส สามารถใช้วิกฤตที่พี่น้องประชาชนกำลังอดจนตาย แต่สามารถเปลี่ยนแปลงให้พวกพ้องรวยจนอ้วก ท่านประธานคิดดูสิครับ ไม่ว่าจะตั้งแต่ วิกฤตโควิดสมัยนั้นเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแมส เรื่องวัคซีน เรื่องอะไรต่างๆ สุดท้ายโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่เกิดขึ้นภายใต้การบริหารจัดการ เมื่อท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการสาธารณสุขในขณะนั้น พอมาถึงตอนนี้ครับ วิกฤตนู้นเนี่ย ตายจริงๆ แต่พอมาวิกฤตนี้ครับ วิกฤตนี้เรียกว่าตายทั้งเป็น เพราะน้ำมันแพง เป็นชนวนเหตุให้เดินหน้าไปในทิศทางอื่นไม่ได้ ถ้าเป็นตาที่เคารพครับ ผมต้องพูดจริงๆก็เพราะว่าวิธีการบริหารจัดการของท่าน มันเป็นภาพรวมภาพลักษณ์ที่ทำให้เราไม่สามารถเชื่อมั่นและเชื่อถือผู้บริหารสูงสุดของประเทศนี้ได้ ท่านประธานคิดดูครับ เขายิงกันที่ตะวันออกกลางวันเดียว วันรุ่งขึ้นประเทศไทย เอเชียก็ละหล่ะ มันเป็นเพราะอะไรครับ ท่านนายกยังไม่ได้ทำอะไร ผมรู้ครับ เพราะเขาเพิ่งยิงเมื่อวาน ยังไม่ได้ทำอะไรก็วิกฤตแล้ว เพราะเขาไม่เชื่อมั่น ไม่เชื่อใจว่าคนๆนี้จะบริหารสถานการณ์วิกฤตอย่างไร ท่านคิดดูครับ พอเริ่มทำงานยิ่งตกใจใหญ่ครับ ประเทศไทยเรามีกระทรวงพลังงาน มีรัฐมนตรีพลังงาน ท่านตกใจครับ วิกฤตพลังงานเกิดขึ้น ตั้งรัฐมนตรีคมนาคมไปดูแลเลย แล้วคนประเทศไทยจะรู้สึกไปทิศทางไหนครับ เขารู้สึกเหมือนท่านกำลังให้เสือไปเฝ้าเขียงเนื้อ ท่านคิดเหรอครับว่าจะอดใจไหว แล้วไม่ใช่เสือธรรมดาด้วย เสือหิวหมดไปเยอะช่วงเลือกตั้ง เสือหิวเดินน้ำลายยืดไปเลย ไปบริหารงานแล้ว มันจะให้พี่น้องประชาชนเชื่อใจว่าจะนำพาวิกฤตนี้ผ่านพ้นไปได้ยังไง ท่านประธาน แล้วไอ้วิธีการบริหารแบบนี้อ่ะครับ เสร็จปุ๊บ ท่านบอกว่าท่านตั้งผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมันมาดูแลแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เสร็จแล้วท่านประกาศตรึงราคาน้ำมันทันที คิดว่าจะเอาอยู่ ผ่านไปแป๊บเดียว ตรึงให้นายทุนกักตุนไว้ เอากำไรกับพี่น้องประชาชน เผลอแป๊บเดียวประกาศลอยตัว คนได้ประโยชน์สูงสุดคือใครครับ นายทุนอีกแล้วนี่ มองจากดาวอังคารไม่ไหว มองจากดาวพลูโตมาเลยท่านประธาน เรื่องเนี้ย เพราะไอ้การกระทำแบบนี้ครับ พี่น้องประชาชนบอกว่า ตรึงราคาน้ำมันไม่ไหว งั้นตรึงราคา

สินค้าพื้นฐานก่อนได้มั้ย อาหารการกิน ข้าว ปลา อาหารอะไรต่างๆ เพราะมันเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนเค้าจำเป็น เค้าต้องการ ท่านนายกประกาศอีกแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีซุปเปอร์ G ก็ประกาศว่าสิ่งของจำเป็นต้องยังคงราคาเดิม สุดท้ายเป็นไงท่านประธาน ไปดูครับ ข้าวยากหมากแพง วันนี้จะหากินอะไรแต่ละอย่างไม่ได้อีกต่อไปแล้ว มันบริหารจัดการแบบวิ่งตามสถานการณ์อย่างเดียว วันนี้ความสามารถของท่านนายกรัฐมนตรี ตรึงราคาน้ำมันก็ไม่ได้ ตรึงราคาอาหารก็ไม่ได้ ตรึงได้อยู่ 2 อย่าง หน้าท่านตึง เวลาตอบคำถามประชาชนไม่ได้ วันนี้ปิดวาจา วันที่ 3 อีกอย่างที่ท่านตึงไม่ได้ก็คือ อีกอย่างที่ท่านตึงอีกอย่างก็คือหู หู ตอนนี้หูท่านตึงมากเลย ประชาชนบอกเปล่าๆ ว่าเค้ามีไอ้โม่ง ไอ้โม่งมันกักตุนน้ำมัน ท่านนายกท่านเถียงคอเป็นเณรบอกไม่มี ไม่มี ไม่มีแน่นอน นี่ท่านรัฐมนตรียุติธรรมนั่งอยู่ตรงนี้ด้วย ต้องขอกราบชื่นชมท่าน ทำงานตรงไปตรงมามาก วันหนึ่งท่านรัฐมนตรี

ยุติธรรมบอกว่าพบแล้วครับ วันนี้มีการกักตุนน้ำมัน 57 ล้านลิตร ท่านนายกบอกว่าไงครับ อ๋อ ผมรู้ตั้งแต่วันก่อนแล้ว แต่ไม่ไม่บอก ไม่บอกวัน แสดงว่าวันก่อนที่บอกว่าไม่มีไม่มีคืออะไรครับ หรือท่านบริหารงานแบบบอกประชาชนวันนี้โกหก ตั้งแต่เมื่อวาน ท่านประธานครับ แล้วจะไปต่ออย่างไร ในเมื่อความน่าเชื่อมั่น ความน่าเชื่อถือของผู้นำประเทศวันนี้ พี่น้องประชาชนต่างตั้งคำถามครับ ว่าวิธีการบริหารแบบนี้จะทำให้ประเทศไทยของเราติดลมไม่สามารถเดินหน้าต่อ นี่เสียงแว่วๆจะมาไล่กันตั้งแต่วันแรก จะเอายังไงกันต่อ สิ่งต่อมาที่เป็นเรื่องที่ท่านนายกชอบทำมากก็คือพฤติการพฤติกรรมที่ชอบโยนบาปโยนขี้โยนให้คนอื่นเขา ถ้าที่เพื่อนสมาชิกพูดกันบ่อยๆก็คือสถานการณ์น้ำท่วม น้ำท่วมภาคใต้ เป็นตัวเองเนี่ยเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีความรับผิดชอบรับผิดรับชอบในเรื่องของการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโดยตรง ท่านมอบหมายรัฐมนตรีเกษตร รัฐมนตรีเกษตรไม่ว่าไม่ได้อยู่ที่ภาคใต้ด้วย บินจากพะเยาไปเดินงงอยู่สักพักนึง แล้วมันจะไปต่อยังไงครับ นี่หลังจากเหตุการณ์นั้นมา เหตุการณ์น้ำมันก็ตั้งคนผิดฝาผิดตัวอีก ไอ้เรื่องราวเหล่านี้แหละครับ ที่มันเป็นที่มาที่ไปว่าวันแรกของการทำงาน เราอยากให้บรรยากาศมันดีขึ้น เลยขอแนะนำท่านนายกครับ 3 เรื่องด้วยกัน แนะนำให้ท่านนายกปรับคาแรคเตอร์ด่วน วันนี้ปรับใหม่ ผมเชื่อครับท่านทำได้ ท่านนายกหนูเนี่ย สามารถทำได้แน่นอน ท่านมีหลายคาแรคเตอร์อยู่แล้ว ปรับที่มันตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชนสักนิดนึง อันที่ 2 ครับ เร่งเพิ่มความน่าเชื่อถือ ความน่าเชื่อถือของท่านจะมาจากอะไรบ้างครับ เมื่อสักครู่รัชนกบอกไปแล้วมียาให้กิน 2 อย่าง 1 ปรับเปลี่ยนครม. ที่หน้าตาไม่ดี ที่มันจะทำให้ความน่าเชื่อถือของท่านลดลง 2 อย่าหยอดตาให้มันเห็นภาพชัดๆ ว่าใครที่มีความรู้ความสามารถ ใครที่ไม่มีความรู้ความสามารถ และหลังจากนั้นครับ ได้เริ่มต้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่คำสัญญาลอยๆ ที่ท่านชอบพูดบนเวทีหาเสียงว่าท่านพูดแล้วทำ วันนี้เราถึงมาขอเรียกร้องในสิ่งที่ท่านยังไม่ได้พูด ในคำแถลงนโยบาย แต่เราอยากให้ท่านทำ วันนี้ท่านบอกว่าพูดแล้วทำ แต่เมื่อมีอำนาจท่านพูดและทำพังทุกครั้ง เมื่อตอนหาเสียงเลือกตั้ง พี่น้องประชาชนพูดผ่านผู้แทนราษฎรหลายๆคนบอกว่าไอ้ วลีที่ท่านพูดบนเวทีนั้น จะนำพามาให้เกิดขึ้นจริงได้ มันต้องอยู่ในคำแถลงนโยบาย บนเวทีหาเสียงท่านโปรยคำหวานครับ พอแล้ว พอแล้ว พอแล้ว รวยไม่ไหวแล้ว พี่น้องประชาชนดีใจครับ วันนั้นกะว่าจะรวยกับเค้าบ้าง แต่มาเริ่มต้นรัฐบาลใหม่ ตั้งแต่วันแรก พี่น้องประชาชนบอก พอแล้ว พอแล้ว ซวยฉิบหายแล้ว มีนายกแบบนี้ เพราะฉะนั้นฝากไว้พิจารณานะครับ ท่านประธานครับ เริ่มต้นการทำงานให้ดี ขอคำตอบชัดๆจากท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับในวันนี้ ขอบพระคุณครับ

ครับ ต่อไปเชิญท่านบุลือ ประเสริฐโสภา เชิญครับ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายบุลือ ประเสริฐโสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขตเลือกตั้งที่ 5 พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เมื่อวานผมนั่งฟังพระพนะท่านนายกรัฐมนตรีท่านที่ 32 ที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ผมเรียนว่าทุกๆนโยบายทั้ง 5 ด้านเป็นเรื่องที่มีความครอบคลุม ผมเรียนว่าท่านนายกไม่มีฝึกงาน ท่านนายกเป็นมืออาชีพ ท่านนายกเป็นบุคคลที่มากด้วยประสบการณ์ทั้งสิ้น ผมลงรายละเอียดในเรื่องของการบริหารภาครัฐและปฏิรูประบบราชการ ผลักดันที่จะให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน ในเรื่องกฎหมายที่ค้างเก่าหรือกฎหมายที่จะต้องแก้ไข ผมถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เราสามารถจะทำให้ระบบราชการมีความมั่นใจและทันใจขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงผ่านสู่ระบบดิจิทัลอัจฉริยะ รวมถึงการปฏิรูประบบราชการ เสริมสร้างวินัยการเงินการคลังอย่างมีระบบ และการพัฒนากฎหมายเพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น หรือเรียกว่า Stop Service ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเกิดมาจากชีวิตเกษตร บ้านผมดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ทั้ง 3 4 อำเภอในพื้นที่ ทั้งดำเนินสะดวก ปลูกมะพร้าวเกือบ 100% ในพื้นที่อำเภอบางแพ 85% ในพื้นที่โพธาราม ตำบลบ้านสิงห์ บ้านคลอง ดอนทราย 70 กว่าเปอร์เซ็นต์ รวมถึงอำเภอเมืองที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติคุณวลีได้กล่าวไปเมื่อวานนี้ นับว่ามันเป็นความขมขื่นของพี่น้องผู้ปลูกมะพร้าวอย่างใหญ่หลวง ท่านประธานครับ วันนี้กฎหมายบางตัวเป็นอุปสรรคจริงๆครับที่เราจำเป็นต้องแก้ ครั้งหนึ่งก่อนเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ของรัฐ 6 หน่วยงาน 1 กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงแรงงาน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่ไปตรวจพื้นที่ มีโรงงานทำน้ำปลอม มีโรงงานผลิตน้ำปลอม มีโรงงานใช้แรงงานเถื่อน แต่ท้ายที่สุด พี่น้องประชาชน หรือเจ้าของโรง หรือผู้ปลูกมะพร้าวเช้าชาวสวนบ้านผมไม่ทราบเลยครับ ว่าผลลัพธ์ของการตรวจสอบผลรัฐของการมีการจับกุมหรือไม่ มีไม่มีการบอกกล่าวใดใดทั้งสิ้น นี่คือเหตุผลหนึ่งครับที่จะต้องปรับในเรื่องของการปฏิรูปกฎหมาย พี่น้องเกษตรกรผมปลูกมะพร้าวเนี่ยนะครับ ต้องใช้เวลา 1 ปีมี 12 เดือน มะพร้าวออกลูกเนี่ยแค่ 8 เดือนนะครับ อีก 4 เดือนเนี่ยออกลูกน้อยมาก ราคาวันนี้ราคาขึ้นสูงมากครับ แต่มะพร้าวไม่มีเก็บหรอกครับ เพราะว่าช่วง 8 เดือนนั้นเนี่ย เรามะพร้าวออกเยอะ ราคาก็ไม่ได้ ลูกละ 2 บาท 3 บาท คนบ้านผมอยู่ไม่ได้ ท่านประธานครับ เป็นไปได้มั้ยครับ วันนี้ประเทศไทยเรามีพืชผลทางการเกษตรนะครับ ข้าว อ้อย ยาง มันสำปะหลัง ยางพารา ทุกอย่างมีประกันราคาทั้งหมด จะเป็นไปได้มั้ย ถ้าผมจะเรียกร้องท่านประธาน ผ่านไปถึงรัฐบาล ให้ซื้อขายล่วงหน้าช่วง 8 เดือน ให้พี่น้องชาวสวนมะพร้าวผมได้ลืมตาอ้าปากได้บ้าง วันนี้ก็เป็นหนี้เยอะแล้วครับ นี่คืออีกผลหนึ่งที่ผมคิดว่าเราจะต้องเร่งในเรื่องของการปฏิรูปและแก้กฎหมาย ถัดมาครับ วันนี้พี่น้องผู้เลี้ยงโคนม อำเภอจอมบึง โพธาราม ศูนย์ดำเนินสะดวก ถูกบริษัทยักษ์ใหญ่ครับสั่งปิดนะครับ บอกว่าศูนย์นมดำเนินสะดวกมีการผสมน้ำนะครับ มีสิ่งเจือปน สั่งปิดทั้งๆที่ MOU ฉบับนี้เนี่ยมีผลมา 35 ปี ตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่ แต่วันนี้พี่น้องเกษตรกรถูกยกเลิก เขาเดือดร้อนครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เราอยู่ในสภา นี้กันมายาวนานตั้งแต่ปี 2544 มีการปฏิรูปแบ่งแยกกระทรวงทบวงกรม เรามีการแก้กฎหมายมาหลายฉบับ เราแบ่งงานหน่วยงานต่างๆของกระทรวงนึงไปอยู่อีกกระทรวงนึงนะครับ แต่ขณะนี้กฎหมายผมจำได้ว่าเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2560 ประธานโทษ 2547 พณะท่านอนุทิน นายกของผมเนี่ยแหละ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์นะครับ ขณะนี้กฎหมายในกระทรวงพาณิชย์เนี่ย ยังไม่สามารถที่จะจบ ยังมีส่วนที่แยกแยะไม่ออกกับกระทรวงพลังงานอย่างเงี้ยครับ เราต้องเร่งแก้แก้ไข วันนี้ผมเชื่อมั่นครับว่านโยบายที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อรัฐสภาครั้งนี้จะเป็นนโยบายที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี ผมเชื่อมั่นครับว่าการขับเคลื่อนครั้งนี้จะเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก และยอมรับจะทำให้เศรษฐกิจของเมืองไทยนั้นดีขึ้นครับ

ครับ ต่อไปเชิญท่าน อัจฉรพันธ์ หอมรส เชิญครับ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาว อัจฉรพันธ์ หอมรสิก วุฒิสภาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขอขอบคุณท่าน สวีรพจน์ นนท์ ค่ะ ที่ให้เวลาดิฉันได้อภิปรายในครั้งนี้ ขอต่อคำแถลงของนโยบายรัฐมนตรีในประเด็น การสร้างความมั่นคงเศรษฐกิจฐานรากเพื่อรับมือกับความผันผวนของโลก ดิฉันมองว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีแนวโน้มที่จะดีขึ้น และราคาน้ำมันก็จะคลี่คลายในที่สุดค่ะ ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้กับรัฐบาลที่ช่วยให้คนไทยฝ่าฟันวิกฤตนี้ไปได้อย่างโดยวัน เรามักจะกลัวเศรษฐกิจพัง สงครามโลก หรือเทคโนโลยีทำให้คนหลงเชื่อและตัดสินใจพลาด จนชีวิตพัง แต่เราไม่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดจากสถานการณ์ โดยการประชาสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์ และให้ประชาชนมีกำลังใจในการผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกันค่ะ ท่านประธานค้า รายงานจาก PBO ซึ่งเป็นรายงานวิเคราะห์งบประมาณและเศรษฐกิจที่จัดทำโดยสำนักงบประมาณประจำรัฐสภาค่ะ ชี้ชัดว่าเศรษฐกิจไทยเปราะบางเชิงโครงสร้าง เราพึ่งพาภาคบริการสูงถึงร้อยละ 60 ของ GDP ในขณะที่ภาคเกษตร ไม่ว่าจะเป็นปาล์มน้ำมัน ยางพารา รวมถึงผลไม้ตามฤดูกาล ซึ่งเป็นรายได้ของคนส่วนใหญ่ กลับมีสัดส่วนรายได้เพียงร้อยละ 9 เท่านั้นค่ะ นี่คือสัญญาณอันตรายที่บอกว่า เราไม่สามารถรอให้เงินไหลจากบนลงล่างได้อีกต่อไป แต่เราต้องสร้างรายได้ให้พุ่งทะยานมาจากฐานรากค่ะ ดิฉันขอชื่นชมรัฐบาลที่มองเห็นกลุ่มคนตัวเล็กกลุ่มที่มีวัตถุดิบมีผลิตภัณฑ์ แต่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชน วิเคราะห์จากนโยบายสิ่งที่ขาดหายไปคือการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้กรอบนโยบายยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ดิฉันมีข้อเสนอเพื่อให้รัฐบาลเปลี่ยนจากนโยบายเชิงสงเคราะห์เป็นนโยบายเชิงโครงสร้างดังนี้ค่ะ ปรับโฟกัสรายได้ครัวเรือนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น รัฐบาลต้องเลิกมองภาพใหญ่จนลืมภาพย่อย หัวใจของเศรษฐกิจฐานรากคือกระเป๋าเงินของคนในชุมชนค่ะ สร้างรายได้จากต้นทุนชุมชน รัฐบาลต้องสนับสนุนให้ทุกชุมชนค้นหาจุดแข็งของตัวเอง พัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น OTOP ให้มีมูลค่าสูงด้วยนวัตกรรมและมีดีไซน์ที่ดูน่าสนใจ ชวนซื้อ ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไข่เค็มจังหวัดสุราษฎร์ธานีค่ะ ทำไมกล่องต้องบรรจุเหมือนกันเป็นสี่เหลี่ยมเหมือนกันทั่วประเทศ เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ขาดการสนับสนุนการออกแบบดีไซน์ผลิตภัณฑ์ดึงดูดให้ดูดีที่น่าสนใจ จากที่มีอยู่แล้วก็ต้องให้ดีกว่าเดิม และสามารถจำหน่ายสินค้าของตัวเองได้ด้วย ตลาดในมือถือเปลี่ยนมือถือเป็นตลาดมือโปร ไม่ใช่แค่ผลิตเพื่อขายในงานอีเวนต์เท่านั้นค่ะ แต่ต้องผลิตเพื่อป้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับประเทศและระดับโลกได้ ดิจิทัลเป็นเครื่องมือที่ไม่ใช่เป้าหมาย ท่านพูดถึงดิจิทัลไว้มากค่ะ แต่ถ้ารากฐานไม่นิ่ง ดิจิทัลก็จะเป็นเพียงปลายทางที่คนตัวเล็กไปไม่ถึง รัฐบาลต้องใช้ดิจิทัลมาช่วยลดต้นทุนและขยายตลาดให้ผลิตภัณฑ์ชุมชน ไม่ใช่แค่แจกเงินผ่านระบบดิจิทัลอย่างเดียว บันไดการเติบโต 4 ขั้นเพื่อความยั่งยืน ดิฉันขอเสนอให้รัฐบาลวางแผนให้คนตัวเล็กเดินได้อย่างชัดเจนคือ ขั้นแรก สร้างสภาพคล่องและรายได้เสริมระดับครัวเรือน ขั้นที่ 2 ค่ะ รวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ยกระดับมาตรฐานสินค้าท้องถิ่น ขั้นที่ 3 เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ชุมชนค่ะ เข้าสู่การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐและภาคเอกชน ขั้นที่ 4 ต่อยอด SME ใช้เทคโนโลยีเต็มรูปแบบค่ะ การจ่ายงบประมาณที่ตรงจุดและรวดเร็ว น่าเสียดายที่งบประมาณปี 69 เกี่ยวกับชุมชนวิสาหกิจฐานรากรวมกว่า 5,000 ล้านบาท แต่ผ่านไปครึ่งปีเบิกจ่ายจ่ายเพียงแค่ร้อยละ 36 เท่านั้นค่ะ รัฐบาลต้องเร่งลักการเบิกจ่ายให้ถึงมือประชาชนโดยเร็ว เพราะความยากจนรอไม่ได้ค่ะ ปฏิรูปกลไกกองทุนและเงินสวัสดิการ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีต้องเปลี่ยนจากเงินสงเคราะห์ให้เป็นทุนสร้างอาชีพ ออกแบบสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษสำหรับสตรีค่ะ และนำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นทำเกษตรแปรรูปและเศรษฐกิจขาวบอนต่ำ ระบบสวัสดิการเดี่ยว ปฏิรูปฐานข้อมูลสวัสดิการให้เป็นหนึ่งเดียว ลดความซ้ำซ้อน นำเงินงบประมาณที่เหลือมาเพิ่มสวัสดิการที่จำเป็นจริงๆในกลุ่มเปราะบาง ท่านประธานคะ ดิฉันขอฝากถึงรัฐบาลว่า การสร้างชาติที่มั่นคงต้องเริ่มจากการทำให้บ้านทุกหลังมีรายได้ ชุมชนทุกแห่งมีผลิตภัณฑ์ขายได้ และประชาชนทุกคนมีสวัสดิการที่พึ่งพาได้ค่ะ ดิฉันขอดิฉันจะไม่ใช่สภาแห่งนี้มาพูดเพื่อสร้างคอนเทนต์ แต่ขอเสนอให้รัฐบาลสร้างรายได้เศรษฐกิจฐานรากให้กับประชาชน หากรัฐบาลมุ่งเน้นเพียงปลายทางโดยละเลยการสร้างรายได้กับครัวเรือนและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เราจะไม่มีวันสร้างเศรษฐกิจยั่งยืนได้เลย เพราะถ้าฐานรากไม่นิ่ง ไม่ว่านโยบายจะสวยหรูเพียงใด ก็เป็นเพียงปราสาททรายที่พร้อมจะพังทลายเมื่อลมพายุแห่งความไม่แน่นอนพัดมาถึงค่ะ และขอให้รัฐบาลปรับน้ำหนักนโยบายมาสร้างเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้คนไทยได้ยั่งยืน และภูมิใจในผลิตภัณฑ์ของคนไทย ขอบพระคุณค่ะ

ครับ ต่อไปเชิญท่าน วิรยุทธ สร้อยทอง เชิญครับ

เรียนประธานรัฐสภา วิรยุทธ สร้อยทอง สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมขออนุญาตร่วมอภิปรายคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ข้อ 1.4 ว่าด้วยเรื่องจะกระจายอำนาจการคลังให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามความพร้อม ผลักดันกฎหมายภาษีบ้านเกิดเมืองนอนและการส่งเสริมภาษีใหม่และค่าธรรมเนียมท้องถิ่น ครับ ฟังดูดีครับท่านประธาน แต่ถ้าดูอย่างละเอียดจะพบว่าเป็นถ้อยคำเชิงประกาศมากกว่าถ้อยคำเชิงปฏิรูป ผมขอตั้งข้อสังเกตไว้ 4 ประการดังนี้ครับ 1 นโยบายประกาศกระจายอำนาจ แต่ไม่มีแผนในส่วนของการถ่ายโอนเลย รัฐบาลพูดถึงแค่ภาษีบ้านเกิดเมืองภาษีสีใหม่ครับ แต่ไม่พูดถึง รพสต. จะดำเนินการอย่างไรต่อ ภารกิจด้านน้ำ ดิน สิ่งแวดล้อม จะยกจากกระทรวงให้ท้องถิ่นหรือเปล่า หากถ้าไม่มีการถ่ายโอน การผลักดันในเรื่องของการกระจายอำนาจการคลังคงไม่เกิดประโยชน์ครับ มีงบประมาณเพิ่มแต่ท้องถิ่นไม่สามารถดำเนินการ อ่า บริการสาธารณะให้กับท้องที่ได้ตามที่ประชาชนต้องการ 2 รัฐบาลใช้คำว่าตามความพร้อม ซึ่งเป็นข้ออ้างเดิมเมื่อ 20 ปี คำว่าตามความพร้อมคือคำที่ส่วนกลางมักใช้เพื่อชะลอการถ่ายโอน เป็นคำที่ไม่มีตัวชี้วัด ไม่มีกรอบเวลา ไม่เคยนำไปสู่การยุติการรวมศูนย์ 3 นโยบายกระจายอำนาจ แต่ไม่แตะโครงสร้างที่สำคัญคือภูมิภาค รัฐบาลแถลงว่าบูรณาการส่วนกลาง ภูมิภาค และก็ท้องถิ่น แปลตรงๆครับ โครงสร้างรวมศูนย์ยังอยู่เช่นเดิมครับ ผู้ว่ายังสั่ง อบท. อำเภอยังซ้ำซ้อนกับเทศบาล กรมยังถือ งบประมาณในส่วนของท้องถิ่นอยู่นี่ไม่ใช่การกระจายอำนาจครับ เป็นเพียงแค่การกระจายงาน ใช้ท้องถิ่นเป็นแขนขา ซึ่งท้องถิ่นไม่สามารถตัดสินใจในโครงการใหญ่ๆของตนเองได้ 4 รัฐบาลไม่พูดถึงธรรมาภิบาล ทั้งที่เป็นเรื่องที่สำคัญ หากรัฐบาลอยากให้ท้องถิ่นมีงบประมาณเพิ่ม ผมคิดว่าต้องทำ 2 อย่าง 1 คือเรื่องของการกระจายอำนาจ 2 คือสร้างระบบการตรวจสอบที่เข้มแข็ง ไม่พบการแถลงนโยบายของรัฐบาลว่าจะทำในเรื่องของงบประมาณแบบโปร่งใสครับ ไม่มีพูดถึงการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย แล้วก็ไม่มีการพูดถึงกลไกป้องกันทุนใหญ่ครอบงำพื้นที่ค่ะ สิ่งเหล่านี้ท้องถิ่นไม่โตครับ ประชาชนไม่เชื่อมั่น ผมขอเสนอ 4 แนวทางให้รัฐบาลทำเพื่อให้การกระจายอำนาจมีประสิทธิภาพครับ ท่านประธาน 1 Roadmap กระจายอำนาจ 4 ปี มีตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่าท่านจะกระจายอำนาจอะไรบ้าง มีงบประมาณเท่าไหร่ 2 ออกกฎหมายกระจายอำนาจใหม่ ลดบทบาทรัฐ เอ่อ ส่วนภูมิภาค ลบพนักงานซ้ำซ้อนนะครับ ถ่ายโอนภารกิจ งบประมาณ บุคลากรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ 3 คือต้องมีกลไกลดความเหลื่อมล้ำนะครับ คือรัฐบาลต้องจัดทำในส่วนของอ่างบประมาณ หรือภาษีแบบแบ่งปัน หรือกองทุนอุดหนุนเพื่อลดลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อที่จะดึงในส่วนของงบประมาณในส่วนของเมืองที่รวยไปสู่เมืองที่ไม่พร้อม ยกให้พร้อมให้เกิดการรวยกระจุกจนกระจายครับ 4 คือต้องสร้างระบบความโปร่งใสในระดับพื้น

ที่ครับ ก่อนที่จะให้ภาคเอกชนเข้าไปลงทุนในท้องถิ่นครับ รัฐบาลต้องผลักดันกลไกการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ และก็เอ่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ระดับตำบลและเทศบาล เพื่อป้องกันโครงสร้างที่จะทุนในพื้นที่ผูกขาดครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่รัฐบาลแถลงนโยบายตลอดสภาเป็นนโยบายที่ไม่มีตัวเลขครับ ไม่มีกรอบเวลา ไม่มีหลักในส่วนของการที่จะยุติการรวมศูนย์ครับ ประชาชนไม่ต้องการคำว่า "พร้อมเมื่อพร้อม" ครับ แต่ต้องการทราบว่าจะเกิดเมื่อไหร่และใครเป็นผู้รับผิดชอบครับ

ท่านสุดท้ายครับ ท่านประธาน ผมขอสื่อสารผ่านท่านประธานถึงรัฐบาล เอ่อถึงข้อเสนอวาระของจากภาคประชาสังคม 10 ด้าน 80 ข้อครับ โดยกรรมาธิการพาณิชย์และการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา และไทย PBS กลั่นกรองจากเวทีปฐมนิเทศแห่งจากรัฐสภาแห่งนี้นะครับ โดยมีอ่าองค์กรเข้าร่วมจัดอยู่ 57 องค์กร มีทั้งสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงอย่างเช่น ม.อ. และสหพันธ์พระปกเกล้า จากการระดมความคิดจากประชาชน 3,400 คน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีครับ หากรัฐบาลนำเอกสารชุดนี้ไปประกอบการบริหาร จะเป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วม และเปิดโอกาสให้ทุกคนรู้สึกว่าเป็นเจ้าของนโยบายอย่างแท้จริงครับ

แล้วก็ฝากกับผู้ติดตามนะครับ หากท่านใดสนใจเข้าไปดูที่เพจไทย PBS ในส่วนของ Watch นะครับ ซึ่งในส่วนของการเราเองจะเป็นสะพานเชื่อมเสียงของประชาชนสู่ นโยบายสาธารณะ ขอบคุณครับ

ครับ ต่อไปท่านมยุรี โพธิ์แสน เชิญครับ

กราบเรียนท่านประธานวุฒิสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน มยุรี โพธิสน สมาชิกวุฒิสภา ขอแสดงความ คิดเห็นต่อนโยบายการเกษตรของคณะรัฐมนตรี โดยอาศัยกรอบรัฐธรรมนูญ หมวดที่ 6 มาตรา 72 และ 73 ค่ะ ท่านประธานคะ รัฐธรรมนูญมาตรา 73 บัญญัติชัดเจนว่า รัฐพึงจัดให้มีมาตรการ หรือกลไกที่ช่วยให้เกษตรกรประกอบเกษตรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับผลตอบแทนอย่างเป็นธรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ทุกวันนี้ภาคเกษตรกรไทยกำลังเจอวิกฤต 3 ด้านนะคะ ด้านเกษตรกรสูงวัย ด้านต้นทุนการผลิตสูง และมีฝุ่น PM 2.5 จากการเผาฟางค่ะ

ดิฉันเชื่อว่าคำตอบอยู่กับการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินเอ่อในการจัดกิจกรรม ทั้งได้ใช้ทรัพยากรร่วมกัน การรวมกลุ่มเพื่อเพิ่มเอ่ออำนาจต่อรอง และการฟื้นฟูวัฒนธรรมการลงแขกเกี่ยวข้าวที่บรรพบุรุษสืบทอดมาช้านาน

สำหรับ 6 มาตรการ เอ่อที่ต้องการเสนอให้เอ่อเป็นกลไกที่รัฐที่จะต้องเอ่อปฏิบัติตามมาตรา 73:

1. จัดตั้งเขตเกษตรพอเพียงต้นแบบระดับตำบล

2. สนับสนุนเครื่องจักรกลเอ่อกองกลางรถไถรถเกี่ยวข้าวผ่านกลุ่มเกษตรกรหรือวิสาหกิจชุมชนค่ะ

3. มีการอุดหนุนจุลินทรีย์พดช่วยย่อยสลาย

4. ส่งเสริมเตาชีวมวลเผาฟางแบบควบคุมไม่ปล่อย PM 2.5 ค่ะ

5. สร้างตลาดรับซื้อฟางอย่างเป็นระบบ กระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์นะคะ กำหนดราคา

6. บังคับใช้กฎหมายห้ามเผาในที่โล่ง ควบคู่กับการสร้างแรงจูงใจเชิงบวก ลดภาษีที่ดินและคาร์บอนเครดิตสำหรับผู้ที่ไม่เผาฟางค่ะ

สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดจะไม่มีความหมายเลยค่ะ ถ้าไม่มีน้ำ มาตรา 72 กำหนดให้รัฐส่งเสริมแหล่งน้ำเพื่อเกษตรกรรม น้ำจะต้องถึงมือเกษตรกรทุกคนค่ะ ดิฉันขอเสนอ 2 กลไกด้านน้ำที่รัฐต้องดำเนินการโดยเร่งด่วนค่ะ

กลไกที่ 1: ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตร รัฐพึงจัดให้มีระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ให้เกษตรกรสูบน้ำโดยไม่มีภาระค่าพลังงาน

กลไกที่ 2: น้ำดื่มสะอาดในชุมชน เกษตรกรรมในขณะที่พวกเรา เอ่อต้องการที่จะส่งออกอาหารสะอาดสู่โลก เกษตรกรผู้ผลิตอาหารเหล่านั้นหลายพื้นที่ในเขตชนบทยังมียังต้องใช้น้ำปนเปื้อนสารเคมีทำลายสุขภาพ รัฐต้องจัดทำระบบกรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ให้ชุมชนบริหารจัดการเองค่ะ

และในภาวะที่วิกฤตพลังงานและราคาอาหารโลกกำลังพุ่งสูง ประเทศไทยมีโอกาสยืนหยัดในฐานะแหล่งผลิตอาหารสะอาด ปลอดภัย และยั่งยืนของโลก แต่โอกาสนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อรัฐปฏิบัติตามพันธะมาตรา 72 และ 73 อย่างจริงจังทันที ขอขอบพระคุณค่ะ

ครับ ต่อไปท่านสุทิน แก้วพนา เชิญครับ

เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม สุทิน แก้วพนา สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกสภา ครับ ผมขออภิปรายนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาล ข้อ 13 ในประเด็น "เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา" ขอสไลด์ด้วยครับ

ผมเห็นด้วยนะครับกับนโยบายของรัฐบาลทางด้านการศึกษาในภาพรวม ถึงแม้จะขาดประเด็นสำคัญบางประเด็นไปบ้าง ผมขอชื่นชมรัฐบาลที่นำเอานโยบายของรัฐบาลก่อนหน้านี้บางเรื่องที่สำคัญมาสานต่อให้เกิดความต่อเนื่อง

จากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่มีหลายขั้วอำนาจ มีการแข่งขันสูง ซับซ้อน เชื่อมโยงกันหลายมิติ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี ความมั่นคง การเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล โรบติกและ AI วิกฤตพลังงาน วิกฤตโรงเรียนขนาดเล็ก สถานการณ์ชายแดนในปี 68 และ 69 การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ต้องปิดโรงเรียนในช่วงปี 62-64 จึงจำเป็นที่จะต้องจัดการศึกษาในรูปแบบอื่นแทน On-site เช่น ออนไลน์ On-demand

การสอบ PISA ปี 2029 นอกจากจะวัดความฉลาดรู้ทางด้านภาษา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์แล้ว ยังเพิ่มการวัดความฉลาดรู้ทางด้านสื่อและปัญญาประดิษฐ์

แนวคิด "เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา" หรือ Anyware Time เป็นรากฐานสำคัญของการศึกษาในยุคดิจิทัล ที่มุ่งให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างยืดหยุ่น ไม่จำกัดเวลา สถานที่ และรูปแบบ เชื่อมโยงกับ 3 แนวคิดหลัก ได้แก่:

1. การเรียนรู้ตลอดชีวิต ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตั้งแต่ วัยเด็กจนถึงวัยทำงาน ผู้สูงอายุ

2. การเรียนรู้แบบยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง

3. การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ Mobile Learning รองรับการเรียนผ่านมือถือ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์

รัฐบาลนี้ควรถอดบทเรียนจากโครงการ Anywhere Anytime ของรัฐบาลที่แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นต้นทุนในการขับเคลื่อนนโยบายต่อไป

Anywhere Anytime ถูกขับเคลื่อนตั้งแต่ปี 2567 ถึง 2569 โดยกระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำโครงการขับเคลื่อนการบริหารจัดการและการประยุกต์ใช้อุปกรณ์ดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ ภายใต้โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน "ทุกที่ทุกเวลา" ประกอบด้วย:

1. แพลตฟอร์มการจัดการเรียนรู้แห่งชาติ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นฐาน หรือ National Digital Learning Platform (NDLP) มีระบบย่อยอยู่ 8 ระบบ ประกอบไปด้วย ระบบบริหารจัดการผู้ใช้งาน ระบบสนับสนุนผู้เรียน ระบบสนับสนุนครูผู้สอน ระบบบริหารจัดการเนื้อหาองค์ความรู้แห่งชาติ ระบบบริหารจัดการเรียนรู้แห่งชาติ ระบบจัดการเนื้อหาการเรียนรู้แบบเปิด ระบบบริหารจัดการวัดและประเมินผล และระบบบริหารจัดการระบบธนาคารเครดิตวิชาการ สำหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน

2. วิจัยและพัฒนาสื่อระดับ ม.ปลาย

3. เช่าใช้ระบบประมวลผลคลาวด์

4. การพัฒนาระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ในการจัดหาซอฟต์แวร์สำเร็จรูป การฝึกอบรมครู การจัดหาสื่อการเรียนรู้แบบดิจิทัล (Content) ในชั้น ม.ต้น

5. การจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา สำหรับนักเรียนจำนวน 547,991 เครื่อง ครูจำนวน 59,664 เครื่อง

6. ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ผลการดำเนินการแพลตฟอร์ม NDLP พบว่าผู้ใช้งานให้ความสนใจและเห็นว่าเมนูแพลตฟอร์ม NDLP มีประโยชน์ในระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน และการบริหารจัดการข้อมูลทางการศึกษา เช่น การเข้าถึงสื่อและแผนการสอน ระบบการจัดการห้องเรียนออนไลน์ คอร์สการเรียนรู้ด้วยตนเอง และการอนุมัติสื่อและแผนการสอน รวมถึงหลักสูตร

ปัญหาอุปสรรคที่สำคัญก็คือ:

1. ยังมีประเด็นด้านเสถียรภาพของระบบ การจัดการข้อมูลนักเรียน

2. บางส่วนยังไม่สามารถเข้าถึงสื่อเหล่านี้ เนื่องจากขาดมือถือ หรือแท็บเล็ต มีโรงเรียนคุณภาพเพียง 1,018 โรงที่ได้รับการแจกแท็บเล็ตเพื่อครูและนักเรียน

3. NDLP ยังมีระบบย่อยที่ไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถเชื่อมโยงกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการได้ เนื่องจากมีการส่งมอบงานที่ล่าช้ากว่ากำหนด

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย:

1. การพัฒนาระบบย่อยในอนาคต เช่น เพิ่ม AI Learning Engine, AI วิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล, Portfolio เก็บผลงาน, ระบบเชื่อมตลาดแรงงาน, เชื่อมกับภาคเอกชน, ระบบ AI สำหรับครู สร้างแผนการสอนอัตโนมัติ

2. ทำ Single Student ID เชื่อมทุกระบบ

3. บังคับใช้มาตรฐานข้อมูลเดียวกัน

4. ผลักดันให้ครูใช้จริง ไม่ใช่แค่มีระบบ

5. ใช้ข้อมูล NDLP ในการตัดสินใจเชิงนโยบาย

6. เปิดโอกาสให้เอกชนร่วมพัฒนา

ข้อที่ 7 ซึ่งถือว่าเป็นประเด็นสำคัญ เป็นการส่งเสริมพัฒนาหลักสูตรระดับสถานศึกษา เพื่อเตรียมสู่อาชีพ เสริมสร้างให้ผู้เรียนได้ค้นหาความสนใจ ความถนัดทางอาชีพ และเตรียมสู่การศึกษาเพื่อประกอบอาชีพในอนาคต

และประเด็นที่สำคัญประเด็นสุดท้ายครับ รัฐบาลควรจัดหาแท็บเล็ตให้กับนักเรียนกลุ่มเป้าหมายระดับมัธยมศึกษาที่มีความขาดแคลน ยืมเรียนเป็นกลุ่มกลุ่มแรก เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

สิ่งที่ท้าทายรัฐบาลก็คือ Anywhere Anytime จะทำให้คนไทยเข้าถึงสิทธิการศึกษาอย่างเท่าเทียมและเสมอภาค NDLP คืออนาคตของเด็กไทย

สุดท้ายนี้ นโยบายของรัฐบาลจะเป็นเข็มทิศ แต่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติคือรากฐานที่ทำให้การปฏิรูปการศึกษาเป็นจริง ผมขอสนับสนุนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในการที่จะออก พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ผมขอฝากรัฐบาลและสภาแห่งนี้ร่วมกันผลักดันกฎหมายฉบับนี้ เพื่อยกระดับคุณภาพของเด็กไทยให้ก้าวไกลไปกว่าที่เป็นอยู่ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน

ครับ ต่อไปท่านมาเรีย เผ่าประธานครับ เชิญครับ

เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ดิฉัน นางสาวมาเรีย เผ่าประธาน สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มเกษตรจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา จากคำแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ดิฉันขอบคุณที่รัฐบาลให้ความสำคัญของพี่น้องเกษตรกร ในการที่จะยกระดับการทำเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมไปสู่เกษตรแม่นยำ เพื่อให้มีความมั่นคงและยั่งยืน โดยการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้มีรายได้เพิ่มและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีค่ะ ถ้าทำได้จริง

ดิฉันอยากจะบอกรัฐบาลว่า ก่อนที่เราจะเดินไปข้างหน้า ไปสู่อนาคตที่ดีของพี่น้องเกษตรกร ดิฉันอยากให้รัฐบาลมองย้อนกลับมาข้างหลังค่ะ มองไปที่อดีต เพื่อที่จะไม่ทำให้เราเกิดความผิดพลาดซ้ำ ในการทำโครงการที่ตั้งใจออกมาเพื่อหวังจะช่วยแก้ไขปัญหา หรือเพิ่มรายได้ให้พี่น้องเกษตรกร แต่กลับไปซ้ำเติม หรือสร้างภาระหนี้สิน หนี้สินที่เพิ่มพูนให้ในที่สุด

จากที่ผ่านมา ภาครัฐมองความสำเร็จของการทำโครงการจากจำนวนโครงการ ผู้เข้าร่วม หรือการกระจายงบประมาณเป็นหลัก โดยอาจละเลยความจริงไปว่า เกษตรกรมีความพร้อม มีความรู้แค่ไหนในการบริหารจัดการต้นทุนโครงการนั้นๆ ต่อไป และเมื่อเกษตรกรไม่สามารถทำได้ แบกรับต่อไปไม่ไหว จึงก่อให้เกิดผลก็คือหนี้พอกพูน

นอกจากนี้ สิ่งที่ดิฉันอยากให้รัฐบาลมองย้อนค่ะ ก็คือต้นทุน ต้นทุน หรือทุนเดิมที่เรามีอยู่แล้วว่าเพียงพอหรือไม่อย่างไร และเรามีความจำเป็นหรือไม่อย่างไรในการทำโครงการใหม่ หรือทุ่มเทงบประมาณลงไปแก้ไขในเรื่องเดิมๆ โดยที่เราสามารถแก้ไขจัดการได้ เพียงแค่เราจัดระบบการบริหารใหม่

ตัวอย่างเช่น การแก้ไขปัญหานมล้นตลาดค่ะ เราอาจไม่ต้องใช้งบประมาณมหาศาล แต่ต้องใช้การกระจายบทบาทให้ทั่วถึง เช่น การให้ อบจ. อบต. หรือเทศบาล จัดสรรงบประมาณเพียงบางส่วนต่อปี เพื่อจัดซื้อน้ำนมไปใช้ในโรงเรียน ศูนย์การศึกษา หรือช่วยเหลือในกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยระบายผลผลิตแล้ว ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่อีกด้วย และถ้าเราทำพร้อมกันทั่วประเทศค่ะ จะสามารถช่วยดูดซับน้ำนมได้หลายหมื่นลิตรต่อวัน ซึ่งเป็นแนวทางแก้ไขที่ใช้งบประมาณไม่มาก แต่เห็นผลได้ชัดเจนค่ะ

เรื่องปัญหาผลผลิตมะพร้าวที่ราคายังคงตกต่ำอยู่ในขณะนี้ก็เช่นกันค่ะ ดิฉันอยากให้ภาครัฐมองที่ต้นทุนการผลิต มองผลผลิตมะพร้าวที่เรามีอยู่ ก่อนที่จะอนุญาตนำเข้า หรือพิจารณาราคาที่เป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จริงอยู่ที่ราคาของมะพร้าวมีขึ้นลงในรอบปี แต่เมื่ออยู่ในภาวะที่ราคาต่ำมาก โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาปุ๋ยแพง และน้ำมันแพง เกษตรกรอยู่ไม่ได้ จนทำให้เกิดปัญหาหนี้พอกพูน

สุดท้ายนี้ ดิฉันอยากจะฝากไปยังรัฐบาลและรัฐมนตรีที่มีอำนาจเกี่ยวข้องว่า ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรไทย ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของผลผลิต แต่มันคือระบบทั้งหมด ความมั่นคงของประเทศจะเกิดขึ้นไม่ได้ค่ะ ถ้าผู้ผลิตอาหาร ซึ่งก็คือพี่น้องเกษตรกรของประเทศ ยังไม่มีความมั่นคง การบริหารภาคเกษตรต้องไม่ใช่การใช้งบประมาณไปในการตามแก้ปัญหา แต่ควรจะต้องเป็นการใช้งบประมาณให้คุ้มค่า เพื่อออกแบบอนาคตที่ดีให้พี่น้องเกษตรกร สิ่งเหล่านี้จะสำเร็จได้ค่ะ ถ้าภาครัฐมีความจริงใจ มองเห็นความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร เป็นความรับผิดชอบของภาครัฐที่จะต้องทำ

สุดท้ายของท้ายนี้จริงๆ ค่ะ ท่านประธาน ถ้าโลกนี้คือละครไปแล้ว ดิฉันไม่อยากเห็นรัฐสภาแห่งนี้เป็นโรงละครค่ะ ที่ท่านสมาชิกผู้แทนของพี่น้องประชาชนเข้ามาแล้วเสียเวลาไปกับการพูดจาเสียดสีกันมากกว่าการเข้ามาเพื่อสะท้อนปัญหาและเสนอแนวทางแก้ไขร่วมกันค่ะ ดิฉันไม่แปลกใจค่ะท่านประธานที่ผ่าน มาทำไมถึงได้ยินคำพูดว่า ส.ว. มีไว้ทำไม เพราะบทบาทอำนาจหน้าที่ของ ส.ว. ไม่ได้ใกล้ชิดพี่น้องประชาชนเหมือนท่าน ส.ส. ไม่ได้อยู่ใน

ขออนุญาตนะคะ จะจบแล้วค่ะ

แต่ดิฉันจะแปลกใจนะคะ ถ้าเกิดว่าท่านสมาชิกผู้แทนทั้งหลายที่เข้าที่พี่น้องประชาชนเลือกมา เข้ามาทำหน้าที่ที่ไม่ใช่สิ่งที่พี่น้องประชาชนคาดหวังค่ะ ขอขอบพระคุณทุกท่านค่ะ

ครับ ต่อไปท่านผู้อภิปรายท่านสุดท้าย เชิญ ท่านพฤติวัชรศิลป์ครับ เชิญครับ

เรียนประธานสภาที่เคารพครับ กระผม พฤติวัชรศิลป์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ขออนุญาตได้รับมอบหมายให้เป็นผู้อภิปรายคนสุดท้ายของซีกฝ่ายค้าน ก็จะพยายามเต็มที่ในการสรุปข้อกังวล ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะที่พวกเรามีต่อรัฐบาลใหม่ที่กำลังจะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่

ท่านประธานครับ ท่ามกลางวิกฤตระดับโลกที่กำลังทำให้ชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยอยู่บนเส้นด้าย ผมเห็นด้วยกับท่านนายกครับว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาของการทดลองงาน แต่เป็นเวลาที่พี่น้องประชาชนคาดหวังให้รัฐบาลใหม่นั้นสามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนได้ตั้งแต่วันแรก ความจริงเรื่องนี้ไม่ควรจะเป็นเรื่องยากครับ เพราะรัฐบาลใหม่นี้ว่าจริงแล้วก็ไม่ได้ใหม่ขนาดนั้น นายกรัฐมนตรีก็คนเดิม พรีเซ็นเตอร์ก็ชุดเดิม ปรับเปลี่ยนก็แค่พรรคที่ร่วมรัฐบาลเพียงเท่านั้น

แต่ท่านประธานครับ จากการประเมินผลงานที่ผ่านมา โดยเฉพาะการรับมือกับวิกฤตพลังงานในช่วงรักษาการ และก็การชี้แจงคำแถลงนโยบายของทุกคน ยกเว้นนายกรัฐมนตรี ตลอด 2 วันที่ผ่านมานี้ ต้องยอมรับครับว่ารัฐบาลชุดนี้ ไม่ได้ทำให้พี่น้องประชาชนรู้สึกว่าเป็นรัฐบาลมืออาชีพที่ประชาชนฝากผีฝากไข้ไว้ได้ แต่กลับเป็นเหมือนรัฐบาลผู้รับเหมาครับ ที่เตรียมขึ้นบัญชีดำ

ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมต้องใช้ถ้อยคำที่รุนแรงแบบนี้ครับ ก็เพราะว่าหากท่านประธานไปเปิดดูหลักเกณฑ์การขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมาตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง ท่านประธานจะค้นพบครับว่ามีอย่างน้อย 5 พฤติกรรม ที่เหมือนหรือคล้ายกับสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้กำลังทำกับพี่น้องประชาชน

พฤติกรรมที่ 1 ครับ คือการเบี้ยวสัญญาครับ ตลอดการเลือกตั้งที่ผ่านมาครับ ผมเห็นถึงความพยายามอย่างมากของท่านนายกในการจะรักษาภาพลักษณ์ว่าพรรคภูมิใจไทยของท่านเป็นพรรคที่พูดแล้วทำ โดยใช้วิธีการไม่พูดอะไรเลยครับว่าจะทำอะไร จะขับเคลื่อนนโยบายอะไร นอกจากโอ้อวดว่ารักชาติกว่าใคร นโยบายที่พรรคท่านชี้แจงไปที่ กกต. ก็มีทั้งหมดแค่ 8 ข้อครับ น้อยกว่าที่พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคเพื่อไทยส่งไปถึง 7 เท่า แต่แม้จะสัญญาน้อยนิดกับพี่น้องประชาชนครับ รัฐบาลภูมิใจไทยก็ดูเหมือนจะเบี้ยวสัญญาพี่น้องประชาชนตั้งแต่วันแรก

ตัวอย่างที่ 1 ครับ ชัดเจนที่สุด ค่าไฟครับ เป็นประเด็นที่พี่น้องประชาชนสนใจแน่นอน ภายใต้ธุรกิจพลังงานแบบนี้ ในเอกสารที่ท่านชี้แจงกับ กกต. ครับ ท่านเขียนชัด ท่านจะลดค่าไฟเหลือ 3 บาทต่อหน่วย สำหรับ 200 หน่วยแรกให้กับทุกครัวเรือนทั่วประเทศ แต่มาวันนี้ครับ ตั้งใจฟังท่านรัฐมนตรีพลังงานชี้แจงเมื่อสักครู่ ในที่สุดหลังจากพูดมาหลายนาทีก็ยอมรับครับว่าย้อนสอน เปลี่ยนมาเป็นการลดค่าไฟ 3 บาทต่อหน่วย เฉพาะครัวเรือนประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศ ที่ใช้ไฟไม่ถึง 200 หน่วย แย่ไปกว่านั้นครับ คือการลดค่าไฟ 3 บาทต่อหน่วยไม่ถูกเขียนไว้ในเอกสารคำแถลงนโยบายด้วยซ้ำ ดังนั้นถึงแม้ท่านรัฐมนตรีจะมายืนยันในวันนี้ ผมก็อดสงสัยไม่ได้ครับว่าถ้าสักวันหนึ่ง มีการปรับเปลี่ยน ครม. แล้วท่านรัฐมนตรีเอกนัสหลุดออกจาก ครม. นโยบายนี้จะหลุดไปด้วยหรือไม่

ขยับมาอีกเรื่องครับ เรื่องรัฐธรรมนูญครับ ก่อนการเลือกตั้งครับ ครม. พอท่านมีมติครับ ไปสอบถามพี่น้องประชาชนทั่วประเทศว่าอยากมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ แต่พอพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ 20 กว่าล้านคนครับ ตอบกลับมาว่าอยากมี เสียงของพวกเขาครับ กลับดูจะไม่มีความหมายเพียงพอสำหรับรัฐบาลชุดนี้ ไม่ยอมแม้กระทั่งใส่แค่บรรทัดเดียวใน 19 หน้าของคำแถลงนโยบาย

หรืออีกตัวอย่างครับ นโยบายเรื่องการแต่งตั้งรัฐมนตรีมืออาชีพ 10 ที่พรรคภูมิใจไทยนิยามไว้เองนะครับ ในเอกสารที่เขียนไปที่ กกต. ว่าหมายถึงรัฐมนตรีที่มีความรู้และประสบการณ์ตรงกับภารกิจ ผมรู้ครับว่าเดี๋ยวท่านนายกอาจจะมาแย้งว่าข้อนี้ไม่ได้เบี้ยวสัญญา เพราะในเอกสารที่ส่งให้ กกต. ระบุแค่ 3 ชื่อ และท่านนายกก็ตั้งทั้ง 3 คนมาเป็นรองนายก แต่ผมไม่อยากให้ท่านนายกเข้าใจผิดกับท่านประธาน ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนเขาไม่ขัดข้องหรอกนะครับ ถ้าท่านจะตั้งรัฐมนตรีมืออาชีพมากกว่า 3 คน สิ่งที่ประชาชนเขาอยากให้รัฐบาลกำหนดเพดานมันคือค่าการกลั่นครับ ค่าน้ำมันครับ ไม่ใช่จำนวนรัฐมนตรีใน ครม. ที่มีความรู้และประสบการณ์ตรงกับภารกิจ

พฤติกรรมที่ 2 ครับ คือการส่งงานล่าช้า ไม่ว่าจะเป็นการผิดนัดส่งมอบ หรือการเพิกเฉยต่อวิกฤตจนสร้างความเสียหายกับพี่น้องประชาชน ผมสังเกตเห็นครับว่าในคำแถลงนโยบายทางรัฐบาลนั้นมีการย้ำถึง 3 ครั้งนะครับว่าโลกเรามีความไม่แน่นอนสูง ไม่รู้ว่าเป็นความพยายามจะหยิบเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างหรือเปล่า ว่าเพราะธุรกิจต่างๆมันเข้ามาอย่างคาดการณ์ไม่ได้ ก็เลยทำให้รัฐบาลนั้นต้องเบี้ยวสัญญาไปกับบางนโยบาย แต่เรียนตามตรงครับท่านประธาน ข้ออ้างนี้มันพอจะฟังขึ้นก็ต่อเมื่อเราเห็นนายกนั้นเป็นนายกที่ตอบสนองต่อวิกฤตของพี่น้องประชาชนด้วยความรวดเร็วที่ผ่านมา แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้นครับ ที่ท่านชอบบอกว่า "สั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวาน" สิ่งที่พี่น้องประชาชนเห็นครับ คือนายกที่มักจะปล่อยให้ประเทศเสียหายตั้งนานโดยไม่สั่งการสักทีครับ

ธุรกิจพลังงานครับ ชัดเจนสุดตัวอย่างของการบริหารประเทศที่ตามหลังปัญหาอยู่อย่างน้อย 1 ก้าวเสมอ พอน้ำมันครับ เริ่มหมดหน้าปั๊ม นายกรอเป็นสัปดาห์นะครับ กว่าจะออกคำสั่งให้ผู้ค้าน้ำมันนั้นรายงานสต็อกเข้ามาหาท่านรายวัน พอพี่น้องประชาชนทั่วประเทศเขาเรียกร้องต้องให้รัฐบาลตรวจสอบไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมัน ท่านนายกครับ กลับปฏิเสธเสียงแข็งและหันมากล่าวหาประชาชนว่าเป็นคนกักตุน พอประชาชนเริ่มตั้งคำถามว่าเมื่อไหร่รัฐบาลจะเดินหน้ามาตรการเรื่องภาษีลอยตัว รัฐบาลก็ชี้แจงว่ากำลังศึกษาอยู่ ทั้งๆที่ความจริงเรื่องนี้กระทรวงการคลังศึกษามาตั้งแต่ปี 2565 แล้วครับ

แต่ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมให้อภัยท่านนายกไม่ได้มากที่สุดก็คือเวลาปัญหามันเกิดกับพี่น้องประชาชนครับ นายกมักจะเอื่อยเฉื่อยเชื่องช้า แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ปัญหาเกิดขึ้นกับตัวท่านเอง ท่านกลับทำงานด้วยความรวดเร็วว่องไว ย้อนไปครับ ตอนนี้ท่านนายกตัดสินใจปล่อยให้ราคาน้ำมันขึ้นพรวด 6 บาทในคืนวันที่ 25 มีนาคม ท่านประธานสังเกตไหมครับว่าสิ่งที่ท่านนายกและรัฐบาลทำเพื่อปกป้องพี่น้องประชาชนกับปกป้องตนเองมันต่างกันราวฟ้ากับเหว

ในมุมหนึ่งครับ เพื่อปกป้องตนเองจากการถูกซักถามตรวจสอบโดยสภาแห่งนี้ ท่านวางแผนอย่างดิบดีครับ ผมเชื่อว่าวันนั้นท่านตั้งใจครับ รอให้ประชุมสภาแห่งนี้ปิดประชุมก่อน หยุดคุยเรื่องพลังงานก่อน ท่านถึงประกาศว่าจะมีการขึ้นราคาดีเซล 6 บาทในคืนเดียว พอเพื่อนสมาชิกจะกลับมาถามวันรุ่งขึ้นก็มาไม่ได้อีกครับ เพราะบังเอิญท่านประธานดันไม่นัดประชุมสภาๆ ที่ธรรมดาวันพฤหัสบดีก็ต้องมีประชุมสภากันทุกสัปดาห์

แต่ในทางกลับกันครับ เพื่อปกป้องพี่น้องประชาชนจากความเดือดร้อนของราคาน้ำมันที่มันสูงขึ้น ท่านไม่วางแผนอะไรเลย แผนช่วยเหลือเยียวยากลุ่มเปราะบาง 5-6 กลุ่ม ไม่ว่าจะพี่น้องเกษตรกร พี่น้องชาวประมง กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ที่ท่านรองนายกเอกนิติออกมาให้สัมภาษณ์ให้ความหวังกับพี่น้องประชาชนไม่กี่ชั่วโมงก่อนขึ้นราคาน้ำมันในค่ำคืนนั้น มาถึงวันนี้ครับ ผ่านไป 2 สัปดาห์ครับ ยังไม่มีเงินสักบาทจากมาตรการเหล่านั้นถึงมือพี่น้องประชาชน แล้วพอมาถึงเมื่อวานครับ ท่านรองนายกคนเดิมครับ ก็เอาสคริปต์เดิมครับ มาอ่านให้สภาฟัง มาเล่าให้สภาฟังว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้จะมีประชุม ครม. นัดพิเศษ และจะเคาะมาตรการเหล่านี้ให้ได้

แต่คำถามที่อยู่ในใจผมครับท่านประธาน คือทำไมก่อนหน้านี้ ครม. รักษาการมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 169 วรรค 3 ทำไมไม่ทำครับ ถ้าท่านจะอ้างว่ามันต้องไปขอกกต. เดี๋ยว กกต. จะไม่อนุมัติ เรียนตามตรงว่าฟังไม่ขึ้นครับท่านประธาน ขนาดผลการเลือกตั้งเขต 2 สุพรรณบุรีผิดปกติขนาดนี้ กกต. ยังอนุมัติเลยครับ แล้วทำไม กกต. จะไม่อนุมัติเงินเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชน

แต่ท่านประธานครับ อาการเพิกเฉยต่อวิกฤตของพี่น้องประชาชนนั้นไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะวิกฤตที่เข้ามาโดยไม่ได้คาดการณ์นะครับ แต่ยังรวมไปถึงวิกฤตที่รัฐบาลสามารถรู้ล่วงหน้าได้เป็นเดือนเป็นปี ตัวอย่างชัดเจนที่สุดครับ วิกฤตฝุ่น PM 2.5 ที่ภาคเหนือครับ ที่รัฐบาลรู้อยู่แล้วว่า จะหนักในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม แต่รัฐบาลก็ไม่ได้ทำอะไรล่วงหน้าเพื่อเตรียมการไว้เลย จนสถานการณ์บานปลาย มาถึงวันนี้ หน้ากากกันฝุ่นก็ไม่จัดเตรียมไว้ให้ ภาคประชาชนต้องไปดิ้นรนเอง งบประมาณสำหรับอุปกรณ์สวัสดิการทีมดับไฟป่าปีที่แล้วขาดแคลนอย่างไร ปีนี้ก็ขาดแคลนเหมือนเดิม

พฤติกรรมที่ 3 ครับท่านประธาน คือการลดสเปคครับ ผมรู้ครับท่านนายกชอบมากกับการห้อยท้ายทุกนโยบายด้วยคำว่า "พลัส" ครับ แต่ผมคิดว่าเครื่องหมายที่เหมาะสมกับนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่เครื่องหมายบวกครับ แต่เป็นเครื่องหมายดอกจัน (*) ครับ เพราะมีหลายนโยบายมากที่ซ่อนรายละเอียดที่ห่างไกลจากเป้าหมาย หรือมาตรฐานที่สังคมคาดหวัง หรือที่ท่านโฆษณาไว้ครับ

ตัวอย่างแรกครับ นโยบายเรื่องการเกษตรครับ เมื่อคืนครับ เรามักจะได้ยินรัฐบาลพูดถึงนโยบาย Thailand 4.0 Plus แต่เมื่อคืนครับ เราได้สูตรคิดเลขใหม่นะครับ นั่นก็คือเมื่อไหร่ก็ตามที่รัฐบาล หรือท่านรองนายกสุภจี ชี้แจงเรื่องแนวทางการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร หาร 10 ไว้ก่อนเลยครับท่านประธาน

ราคามะพร้าวครับ ท่านบอกว่าเช็คแล้วอยู่ที่ 7-10 บาทต่อลูก แต่เมื่อเช้าครับ พวกผมไปเปิดเว็บไซต์ ไม่ว่าจะหน่วยงานในกระทรวงเกษตร ไม่ว่าจะหน่วยงานในกระทรวงพาณิชย์ เอกสารนะครับ ประมาณ 3-5 บาทต่อลูก ถ้าไม่เชื่อให้พี่น้องเกษตรกรพิมพ์เข้ามาก็ได้ครับว่าราคาตอนนี้หน้าสวนอยู่ที่เท่าไหร่

ล้งกลางครับ ที่ตอนแรก รัฐบาลบอกว่าจะจัดทำเพื่อแก้ปัญหา เมื่อคืนนี้ก็ลดสเกลมาเป็นล้งชุมชนครับ ล้งกลาง ล้งชุมชน จะมีเมื่อไหร่ผมไม่แน่ใจนะครับ แต่ที่รู้แน่ๆว่ายังไม่มีคือ ล้งหน้างาน และล้งมือทำครับ

ขยับจากมะพร้าวมาปุ๋ยครับ ผมไม่พูดซ้ำครับ ถึงข้อถกเถียงว่าตกลงแล้วปริมาณปุ๋ยยูเรียมีเพียงพอถึงเดือนไหน เพราะตัวเลขปรับเปลี่ยนอยู่ตลอด แต่เมื่อวานครับ ท่านรองนายกพูดถึงเรื่องราคาครับ ท่านยืนยันว่าในเมื่อเป็นสินค้าควบคุม ราคาปุ๋ยไม่ขึ้น เพราะว่าถ้าขึ้นต้องมีการแจ้งมาขออนุญาตก่อน และไม่มีการแจ้งเข้ามาแม้แต่รายเดียว พี่น้องเกษตรกรมายืนยันกับพวกผมนะครับว่าไม่จริงครับ แต่ถ้าจะจริงครับ ก็คงเป็นเฉพาะกรณีในบางพื้นที่ที่ปุ๋ยมันขาดตลาดจนมันไม่มีของ ต้องขึ้นราคาแล้วครับท่านประธาน

และท้ายสุด โครงการอย่างปุ๋ยธงเขียวพลัส ที่ท่านฝากความหวังว่าจะมาแก้ปัญหาพี่น้องเกษตรกร บวกลบคูณหารแล้วครับ เพียงพอต่อแค่ 1% ของความต้องการในการใช้ปุ๋ยของเกษตรกรเพียงเท่านั้น

หรืออีกตัวอย่างนึงครับ ของการลดสเปคนโยบายครับ นโยบายกองทุนภัยพิบัติครับ ผมจำได้ครับ ตอนที่ท่านรัฐมนตรีครับ ในฐานะเลขาธิการพรรค ขึ้นเวทีหาเสียงครับ บอกว่าจะมีนโยบายเรื่องของกองทุนประกันภัยพิบัติ วันนั้นทุกคนได้ยินเต็มสองหูครับว่าท่านพูดว่ากองทุนนี้จะทำหน้าที่ในการให้รัฐนั้นจ่ายค่าเบี้ยประกันครัวเรือนละ 1,000 บาททุกครัวเรือนทั่วประเทศ และเมื่อเกิดเหตุ ก็จะเยียวยาให้กับผู้ประสบภัยครัวเรือนละ 100,000 บาท แต่พอมาวันนี้ครับ ไปเปิดดูเอกสารคำแถลงนโยบายครับ พี่น้องประชาชนกลับค้นพบว่า เป็นนโยบายที่ไร้ตัวเลข เหมือนกับอีกหลายนโยบาย จนเขาไม่เชื่อมั่น ไม่มั่นใจครับว่า ตกลงแล้วรัฐบาลจะเยียวยาให้กับพวกเขาหลักแสนได้จริงหรือไม่หากเกิดเหตุ

ไม่เชื่อมั่นกว่าเดิมอีกครับ ในเมื่อพี่น้องชาวหาดใหญ่ทำเรื่องของเงินซ่อมบ้านมาหลายเดือน มาถึงวันนี้ยังได้แค่หลักร้อย หลักพันอยู่เลย หลอกพี่น้องประชาชนกันแบบนี้ไม่แปลกใจครับ วันนั้นท่านไปเปิดนโยบายอยู่ที่โรงละคร

พฤติกรรมที่ 4 ครับท่านประธาน คือการโยนงานครับ ชาติประจำอย่างหนึ่งของท่านนายกนะครับ คือการโยนงานสำคัญๆ ให้คนอื่นไปรับผิดชอบแทน ทำตัวเสมือนกับพ่อค้าคนกลางครับ ที่พร้อมจะสับงานออกไปลอยตัวเหนือความรับผิดชอบ อาจจะแค่รอหักค่าหัวคิวครับ พอเจอวิกฤตชายแดนครับ ท่านก็โยนให้กองทัพคิดแทนทุกเรื่อง พอเจอเรื่องฝุ่น ท่านก็โยนให้ผู้ว่าไปทำแทนทั้งหมด พอเจอน้ำท่วมหาดใหญ่ ท่านก็โยนให้คณะกรรมการต่างๆ ที่ท่านเซ็นตั้งใหม่แทบจะรายวัน ผมจะรอดูนะครับว่าสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป รัฐมนตรีท่านใดบนบัลลังก์นี้จะเป็นผู้โชคดีที่ถูกท่านนายกโยนกระทู้ถามสด ให้มาตอบแทน

แต่ท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งที่อันตรายมากต่อประเทศ และที่ผมสังเกตเห็นจากการรับฟังคำชี้แจงตลอด 2 วันที่ผ่านมา คือมันดูเหมือนกับว่าท่านนายกนั้นกำลังจะโยนงานเกี่ยวกับการพัฒนาทุนมนุษย์ทั้งหมดให้กับพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งก็มีส่วนทำให้ประเทศเรากำลังจะมีรัฐมนตรีศึกษาธิการคนที่ 3 ติดต่อกันที่ไม่ได้มาจากพรรคแกนนำรัฐบาล

ผมเข้าใจดีครับ ในระบบรัฐสภา รัฐบาลผสม การแบ่งงานกันทำ แบ่งกระทรวง การทำงานเป็นเรื่องปกติ อันนี้เข้าใจได้ครับ แต่ผมยืนยันนะครับว่าวาระเรื่องการพัฒนาทุนมนุษย์ ที่ชี้เป็นชี้ตายอนาคตประเทศและอนาคตลูกหลานเรา เป็นวาระที่นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บริหารสูงสุดของประเทศ จะสับงานทั้งหมดไปให้คนอื่นทำแทนไม่ได้ครับ เพราะแม้พรรคร่วมรัฐบาลจะทำหน้าที่ได้ดีแค่ไหนในการพยายามจะปฏิรูปการศึกษา แต่ถ้า นายกเห็นภาพไม่ตรงกัน ไม่เอาด้วย อนาคตลูกหลานเราก็ไม่ดีขึ้น

แม้ วันนี้ผมดีใจนะครับที่รัฐมนตรีศึกษาธิการลุกขึ้นมายืนยันว่าจะพยายามทำให้การเรียนฟรีนั้นฟรีจริง และเห็นด้วยกับการปรับสูตรการคำนวณงบประมาณที่ไม่ใช่อิงกับแค่รายหัวนักเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เรียนตามตรงครับ ถ้าท่านนายกและสำนักงบไม่เอาด้วย ท้ายสุดก็ไม่สำเร็จครับ โรงเรียนขนาดเล็กก็จะต้องทอดผ้าป่าต่อไป ผู้ปกครองก็จะยังต้องเดินเข้าโรงรับจำนำทุกครั้งก่อนการเปิดเทอม

ท่านอาจจะอ้างครับว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่การโยนงาน แต่เป็นตัวอย่างครับของการบริหารแบบใหม่ที่มีการแบ่งภารกิจออกเป็นสิ่งที่ท่านเรียกว่า Cluster หรือว่าระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์ โดยมีรองนายกแต่ละคนรับผิดชอบแต่ละ Cluster แต่ข้ออ้างนี้มันฟังไม่ค่อยขึ้นครับ เพราะยังไม่ทันเริ่ม ท่านก็ไปรื้อ Cluster ของท่านเพื่อแก้โจทย์การเมืองมากกว่าแก้โจทย์ประเทศ โดยการไปดึงเอากระทรวงเกษตรครับ ที่โดยหลักแล้วก็ควรจะอยู่ภายใต้รองนายกที่ดูแล Cluster เรื่องของการผลิต การค้า บริการ ย้ายมาอยู่ภายใต้รองนายกที่ดูแล Cluster เรื่องสังคมและสวัสดิการ เพียงเพราะว่ามาจากพรรคเดียวกัน

สุดท้ายครับ พฤติกรรมที่ 5 ครับ คือข้อครหาเรื่องการทุจริตครับ ผมดีใจครับที่ท่านนายกออกมาพูดอย่างแข็งขันว่าท่านรู้สึกอับอายกับคะแนนความโปร่งใสและสถานการณ์การทุจริตของประเทศเราที่ตกต่ำสุดในรอบ 10 กว่าปี หากความเป็นธรรมครับ ถ้าจะยึดแค่เพียงคำพูด ข้อความคำพูดในเอกสารคำแถลงนโยบายนี้เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการทุจริต คอร์รัปชัน ผมว่าใช้ได้เลยครับ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยข้อมูลรัฐในรูปแบบที่วิเคราะห์ต่อได้ หรือว่า Machine Readable ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันเรื่องของ Superlicense หรือว่า Omnibus Law แต่ท้ายสุดแล้วครับ คำพูดเหล่านี้จะสวยหรูแค่ไหน มันจะขาดความน่าเชื่อถือครับ หากท่านนายกในฐานะผู้นำสูงสุดของประเทศ ยังไปกระทำการหลายอย่างที่เป็นการเปิดช่อง หรือสุ่มเสี่ยงจะเป็นการไปพัวพันกับการทุจริตคอร์รัปชันเสียเอง

ตัวอย่างแรกครับ การทุจริตประเภทหนึ่งที่เรามักจะไม่ให้ผู้รับเหมาทำกันครับ คือการไปมีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทที่ถูกตั้งขึ้นมาควบคุมงานก่อสร้าง เพราะจะเข้าข่ายปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ท่านนายกครับ ก็เลือกที่จะตั้งรองนายกพิพัฒน์ไปเป็น ผอ. สปก. นั่งหัวโต๊ะดูแลเรื่องการแก้ปัญหาธุรกิจพลังงาน เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ทั้งๆที่รู้ว่ารองนายกพิพัฒน์นั้นถือหุ้นในธุรกิจน้ำมันแทบจะครบห่วงโซ่อุปทาน และวันนี้ก็ยิ่งชัดขึ้นไปใหญ่ว่าอาจจะเป็นเจ้าหนี้ของเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการกักตุนน้ำมันที่อ่างทอง และอาจจะด้วยซ้ำ คิดไม่ได้ตอนตั้งว่าแย่แล้วครับ แต่ที่แย่กว่าครับ คือพอหลายฝ่ายทักท้วงท่าน ไม่ว่าสภาแห่งนี้ ไม่ว่าจะประชาชนทั่วประเทศ หรือไม่ว่าจะผ่านใบลาออกของรองนายกพิพัฒน์เสียเอง ท่านนายกก็ไม่ฟังครับ ดันทุรังปล่อยให้ท่านพิพัฒน์ดำรงตำแหน่งต่อไป ปล่อยให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นต่อไป จนในที่สุดครับ ผ่านไปเป็นสัปดาห์ครับ ท่านถึงยอมให้สัมภาษณ์ว่าท่านจะไม่ตั้งรองนายกพิพัฒน์กลับมาเมื่อ สปก. สิ้นสภาพตาม ครม. รักษาการ

ทุจริตอีกประเภทหนึ่งครับ คือการที่ผู้รับเหมานั้นได้งานมาโดยไม่สุจริต ไม่ว่าจะผ่านการจ่ายเงินใต้โต๊ะ หรือการฮั้วประมูลครับ ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งชุดนี้ เป็นรัฐบาลที่มีเสียงสนับสนุนจากรัฐสภามากที่สุดยุคหนึ่งครับ แต่ก็เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความชอบธรรมของฐานอำนาจตนเองมากที่สุดครั้งหนึ่งเช่นกัน

รัฐสภาของเราทราบดีครับ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 ครับ คือสมาชิกวุฒิสภาครับ ยอมรับครับว่าไม่มี ส.ว. ท่านใดครับที่อยู่พรรคเดียวกันกับท่านนายกครับ แต่มี 134 ท่านนะครับที่อยู่ในสำนวนเดียวกันครับ สำนวนที่ถูกจัดทำโดยคณะไต่สวนของ DSI และ กกต. เกี่ยวกับคดีการโกง ส.ว. และล่าสุดมีมติชี้ว่ามีมูลและเสนอให้ กกต. สั่งฟ้องไปที่ศาล

ในฝั่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ จริงอยู่ครับ พวกเรามาจากการเลือกตั้งครั้งเดียวกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นการเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยข้อพิรุธครับ ผมไม่ได้ด่วนสรุปนะครับว่าพรรคท่านนายก หรือท่านนายกนั้นไปเกี่ยวข้องกับข้อพิรุธเหล่านี้ แต่ในเมื่อพรรคที่ชนะการเลือกตั้งในสุพรรณบุรี เขต 2 ซึ่งเป็นเขตที่มีการนับคะแนนใหม่ในบางหน่วย และผลมันเปลี่ยนแบบเท่าตัว บังเอิญเป็นพรรคท่าน ในเมื่อการเลือกตั้งครั้งนี้ที่พรรคท่านชนะเป็นครั้งแรก ก็บังเอิญเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกที่มีบาร์โค้ดที่สามารถระบุรหัสบัตรและตรวจสอบย้อนกลับไปได้ว่าใครเลือกใคร และในเมื่อข้าราชการกระทรวงมหาดไทยครับ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งในพื้นที่ บังเอิญถูกโยกย้ายมากที่สุดตั้งแต่ปี 2562 ไม่กี่เดือนก่อนการเลือกตั้ง โดยกระทรวงมหาดไทยที่อยู่ภายใต้รัฐมนตรีที่ชื่อว่าอนุทิน ชาญวีรกูล

ผมเลยย้ำครับว่า ถ้าท่านอยากให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าไอ้ความบังเอิญพลเหล่านี้มันเป็นแค่ความบังเอิญจริงๆ ท่านลุกขึ้นมายืนยัน 2 เรื่องครับ

เรื่องแรกครับ ท่านลุกขึ้นมายืนยันครับว่าท่านจะสนับสนุนให้สภาแห่งนี้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อให้ทุกพรรคร่วมไปตรวจสอบปัญหาการเลือกตั้งที่ผ่านมา เพื่อทำให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัย และไม่มีใครมากล่าวหาได้ว่ามี ส.ส. คนไหน พรรคไหน ที่เข้ามาที่นี้ได้เป็น ส.ส. ได้เพราะโครงการเลือกตั้ง

อย่างที่ 2 ครับ ท่านลุกขึ้นมายืนยันครับว่าท่านยินดีให้ กกต. มีมติสั่งฟ้องท่านและพรรคพวก ตามมติของคณะไต่สวนเกี่ยวกับกรณีการโกง ส.ว. เพื่อให้ท่านได้ไปพิสูจน์ในชั้นศาลครับ ว่า ครม. ของท่านไม่มีรัฐมนตรีคนไหนที่ไปปล้นอำนาจมาจากพี่น้องประชาชนครับ

ฉะนั้น โดยสรุปของท่านประธาน ผมมีความหวังเป็นอย่างยิ่งนะครับว่า เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ 5 พฤติกรรม 5 อาการที่ผมได้ตั้งข้อสังเกตและเป็นกังวล และได้นำเสนอต่อท่านประธานเมื่อสักครู่นั้น จะเป็นเพียงอาการชั่วคราวครับ ที่รัฐบาลชุดนี้จะปรับปรุงตัว และพิสูจน์ว่าผมประเมินท่านผิดไป พวกผมในฐานะพรรคฝ่ายค้านครับ จะทำหน้าที่เป็นเงาครับ คอยติดตาม เฝ้าดู ตรวจสอบทุกย่างก้าวของท่าน เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และในเมื่อผู้รับเหมาครับ ยังสามารถถูกนำมาขึ้นบัญชีดำได้ ผมก็ต้องทิ้งท้ายแบบนี้ครับว่า หากพวกเราค้นพบว่ารัฐบาลท่านเดินหน้าโดยการเบี้ยวสัญญา ส่งงานช้า ลดสเปค โยนงาน หรือกระทำการทุจริตใดๆ ครับ พวกเราสภาแห่งนี้ครับ ก็ต้องเรียกท่านมาขึ้นบัญชีดำเช่นกันครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

ครับ ท่านสมาชิกสภาครับ เป็นอันว่าการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีจะกล่าวเพิ่มเติมอะไรต่อที่ประชุมหรือไม่ ถ้ามีเรียนเชิญครับ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นผมในนามของคณะรัฐมนตรี ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภา และท่านสมาชิกสภาทุกท่านนะครับ ที่ได้ร่วมกันอภิปราย ให้ความเห็น แสดงความเห็น ให้ข้อเสนอแนะ ข้อห่วงใย ต่อการแถลงนโยบายของรัฐบาลของผมนะครับ

ผมเข้าใจดีว่า ต่างฝ่ายก็ต้องต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ความเห็น ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ คำอภิปรายของท่านทั้งหมดนั้น ผมยืนยันได้เลยนะครับว่า ทุกถ้อยคำนะครับ พวกเราทุกคนที่เป็นคณะรัฐมนตรีอยู่นี้ได้รับฟังรับทราบ ในส่วนที่เป็นประโยชน์ เป็นสาระ เป็นความจริง เรายินดีที่จะนำไปประยุกต์ใช้ และนำไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนของพวกเรา

ผมตระหนักดีว่าความท้าทายที่ประเทศของเรากำลังเผชิญอยู่นะครับ ไม่ว่าจะระยะสั้น หรือระยะยาวเนี่ย ก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พวกเราทุกคน หมายถึงคณะรัฐมนตรีนะครับ ให้คำยืนยันครับว่า เราจะผลักดันให้ทุกอย่างที่ได้กล่าวไว้ในการแถลงนโยบายเนี่ย ได้ประสบความสำเร็จด้วยความมีประสิทธิภาพ นโยบายทั้ง 23 ข้อ มันคือนโยบายหลักที่พวกเราทุกคนจะต้องดำเนินการภายในเทอมของรัฐบาล ก็หวังว่าจะอยู่ได้ครบ 4 ปีนะครับ เพราะว่าพวกเราทุกคน ได้มีความตั้งใจ และคณะรัฐมนตรีทุกท่าน ผมก็ได้คัดเลือกมาด้วยความรอบคอบระมัดระวัง ทั้งเรื่องของคุณวุฒิ เรื่องประสบการณ์ เรื่องประวัติของทุกคนนะครับ กว่าจะตัดสินใจให้แต่ละท่านเนี่ย ไปรับผิดชอบในกระทรวงต่างๆ ผมให้คำยืนยันว่าผมได้พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ

ผม ก็ขอเรียนนะครับว่า ข้อกล่าวหาต่างๆ ที่ท่านได้พูดถึงตัวผมว่า ผมไม่ตั้งใจทำงาน โยนงาน ไม่รับผิดชอบงาน บริหารไม่เป็น อันนี้ก็ มันก็เป็นหน้าที่ของแต่ละฝ่ายเหมือนกัน เพราะว่าฝ่ายนี้ก็บอกผมเก่ง ผมบริหารดี ทำได้ดีนะครับ มีความรับผิดชอบ รักประชาชน ฝ่ายนี้ก็บอกอีกอย่างหนึ่ง ไม่เป็นไร นั่นมันบทบาทของเรา แต่ต้องขอความกรุณาว่าต้องพูดความจริงฮะ แล้วก็ต้องทำการบ้านให้มากกว่านี้นะครับ ท่านสมาชิกที่เพิ่งอภิปรายผมเมื่อสักครู่เนี่ย อย่างต้องต้องบอกว่า ท่านไม่ทำการบ้านจริงๆนะครับ ท่านบอกว่าผมเอาคลัสเตอร์ ที่พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคเพื่อไทยนะ มาดูเอง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตร กระทรวงเกษตรเนี่ย ท่านรองยศชนันท์เป็น ท่านเป็นคนดูครับ คลัสเตอร์ คำว่าคลัสเตอร์ เอ่อที่พูดเนี่ย ผมอาจจะหมายในส่วนของผมเนี่ยก็คือว่าเป็นคลัสเตอร์ที่ ถ้าในส่วนของเป็นพรรคภูมิใจไทย ผมก็ได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีแต่ละท่านได้ดูแลหน่วยงานนะ ครับตามเอ่อที่ผมได้มอบหมายไป ส่วนที่เป็นกระทรวง ในการกำกับดูแลรับผิดชอบของพรรคเพื่อไทย ทุกกระทรวง ท่านรองนายกท่านอาจารย์ยศชนันท์เป็นผู้ดูแลด้วยอำนาจเต็มนะครับ

ผมบริหารงานก็แบบนี้ฮะ ตั้งแต่อยู่เป็นผู้บริหารภาคเอกชน เพราะว่าผมอาจจะเป็นพรสวรรค์ของผมก็ได้นะ ผมสั่งงานเป็น ผมรู้ว่าคนไหนเก่งตรงไหน ผมรู้ว่าคนไหนมีความสามารถที่จะไปทำอะไร แล้วสามารถนำผลงานกลับมาส่งมอบผมด้วย สิ่งที่ผมต้องการ ผมคิดนะครับ เวลาผมส่งมอบงานมอบหมายงานใครเนี่ย ไม่ใช่ผมคิดถึงใคร คิดถึงรัฐมนตรีคนนั้นคนแรกแล้วก็เลยมอบหมายงานที่ไม่ถนัด ไม่เคยครับ ทุกคน ที่ผมมอบหมายงานให้ทำเนี่ยนะครับ ผมต้องมั่นใจว่าเขาทำได้ ด้วยความคิด ด้วยเป้าหมายที่ผมต้องการ แล้วก็ไม่มีใครที่กลับมาด้วยสิ่งที่ทำไม่ได้ สำหรับผม รัฐมนตรีคนไหน รองนายกคนไหน กลับมาด้วยความล้มเหลว นะครับ เขารายงานเสร็จ เขาก็รู้ว่าเขา ก็ต้องไปเก็บของนะครับ แล้วก็ต้องอ่าอ่าให้คนที่มีความสามารถที่ดีกว่ามาทำ ตัวผมเอง ผมก็บริหารงาน ทำงานในลักษณะที่ผมทำมาแล้ว ผมก็ประสบความสำเร็จมานะ ในทุกๆด้าน ล้มเหลวมั้ยบ้างมั้ย มีล้มเหลวนะครับ มีล้มเหลวบ้าง แต่ว่าสำเร็จมากกว่านะครับ มันก็เลยทำให้ผมก็สั่งสมประสบการณ์ ในการที่จะเอ่อดูว่าคนนี้ถนัดอย่างนี้ คนนี้ถนัดอย่างนั้น ผมก็มอบงานให้เขาทำไป ผมคิดก่อนครับ ผมรับรองเลยครับว่าผมคิดก่อนนะครับ แล้วก็อย่างที่ท่านบอก ท่านบอกว่าเดี๋ยวผมจะไปมอบหมายให้ใครมาตอบกระทู้ ก็เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีที่ต้องมาตอบกระทู้ครับ ถ้าผมว่างผมก็มาในส่วนที่ผมรับผิดชอบ ผมก็มา วันนี้ผมเป็นนายกรัฐมนตรีนะ นะครับ ก็ต้องขอบคุณท่านทำให้ผมเป็นครั้งแรก ต้องขอบคุณจริงๆนะครับ แต่ว่าวันนี้ผมมาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ผมก็ควบที่กระทรวงมหาดไทยด้วย ผมก็ตั้งรัฐมนตรีช่วยมหาดไทยถึง 3 คนมาช่วยผมทำงาน แล้วก็หน้าที่ที่ผมมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยมหาดไทยได้ทำนั้น ก็คือต้องมาช่วย ต้องมาตอบกระทู้ในสภา หน้าที่ที่ผมมอบหมายให้คณะรัฐมนตรีของผมทุกคนต้องทำ ก็คือต้องมาตอบกระทู้ในสภา ให้ความสำคัญรัฐสภา เมื่อเย็นนี้เห็นรัฐมนตรีเพียง 2-3 ท่านอยู่บนเวที ผมก็ไลน์เข้าไปในกลุ่มรัฐมนตรีของผมแล้วบอกว่าต้องให้เกียรติสภา ขอให้ขึ้นมารับฟังการอภิปรายของสภา ผมทำงานอย่างนี้ครับ อันนี้เรียกว่าโยนหรือเปล่าไม่ทราบนะครับ มีสมาชิกในช่วงหัวค่ำก็บอกว่าผม เอ่อทำงานแต่ส่วนใหญ่ก็ซ้ำ่ะนะครับ โยน ใช้คำว่าโยน เอ่อ มอบหมายให้รัฐมนตรีเกษตรไปแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่หาดใหญ่ ท่านรองธรรมนัสตอนนั้นเป็นรองนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ แล้วก็ไม่ใช่มอบหมายครับ สั่งการเลยครับ ให้ท่านเป็นประธานในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่เกษตร เพราะว่าท่านกำกับดูแลกรมชลประทาน ซึ่งต้องทำเอ่อ ต้องใช้ทรัพยากรอย่างมากในช่วงน้ำท่วมที่หาดใหญ่ไปแก้ไขปัญหา ตัวท่านไปลุยน้ำ เห็นว่าท่านทำงานดักพวกผมก็ไปลุยน้ำก็เห็นว่าผมก็ลงไปสัปดาห์นึง 2-3 ครั้งแก้ไขปัญหา แล้วก็ภายใน 2 สัปดาห์มันก็ฟื้นฟูกลับมาครับ ผมลุยน้ำจริงๆนะครับ ผมไม่ใช่ไปที่แบบน้ำแค่หัวเข่าแล้วก็พยายามกดตัวลงไปแล้วก็ถ่ายรูปแล้วก็ให้เห็นว่าเออผมไปลุยน้ำไปว่ายน้ำ ไม่ใช่ผมไม่ได้ทำงานแบบนั้น ผมลุยก็ลุยจริงๆ ถ้ามันน้ำไม่ท่วมผมก็ไม่พยายามที่จะเอาชูชีพใส่แล้วกดตัวลงไป ผมไม่ไม่ต้องสร้างภาพแบบนั้นครับนะครับ แล้วก็ต้องอยากจะเรียนให้ทุกท่านได้ทราบว่าเวลาทำงานผมไม่มีตำแหน่งครับ ผมเป็น ผมลงพื้นที่ปุ๊บผมก็ลุยทำงานกับเจ้าหน้าที่ทุกคนนะ ครับเพราะฉะนั้นไอ้เรื่องโยนคนงานเรื่องไม่รับผิดชอบงาน ผมไปร้อย 7 ย่านน้ำครับ ไปรบผมก็ไปครับ ไปตรวจแนวแนวชายแดนนะครับ กลับระเบิดอยู่ข้างๆ 2-3 เมตรก็ไป ทำให้ถึงทราบว่าหน้างานมันเป็นยังไง ชายแดนมันเป็นยังไง เวลามีต่างชาติมากดดันมาหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้ เหมือนพวกท่านนั่นแหละ รับรายงานแล้วมาพูดกับผมไง พวกพวกเนี้ยพอทำอย่างนี้ปุ๊บมาถึงก็ก็ต้อง ก็ต้องถูกผมตอกหน้าหงายกลับไปอ่ะ เพราะว่าผมอยู่หน้างานครับนะ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้เท่านั้น การที่จะมากล่าวหาอะไรผมนั้น ถ้าผมไม่ได้ทำ ผมก็จะยืนตรงนี้แล้วก็บอกกับท่านว่าผมไม่ได้ทำ เออ ขอบคุณนะที่เตือน ผมไม่ได้ไปทำอย่างนั้นจริงๆ ผมจะไม่พยายามมาแก้ตัวว่าผมได้ทำอย่างนั้นนะครับ ตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนชี้แจงจริงๆ ผมไม่ควรจะต้องมาตอบแบบนี้ เพราะว่ารัฐมนตรีทั้งหลายของผมเนี่ยก็ได้เอ่อชี้แจงก็นี่ก็คือการบริหารของผมเหมือนกัน รัฐมนตรีที่รับผิดชอบแต่ละกระทรวงก็ต้องชี้แจงข้อสงสัยตอบตอบข้อสงสัยนะครับให้กับสมาชิกรัฐสภาที่เคารพทุกท่านว่าเขาเอ่อได้รับฟังท่านแล้วเขามีวิธีการที่จะดำเนินการหรือคลายความกังวลของท่านอย่างไร

พวกเราเข้าใจดี ผมเข้าใจดีว่าความห่วงกังวลของพวกท่าน ความเห็นของพวกท่าน ข้อเสนอของพวกท่านน่ะ ท่านทำเพื่อประชาชนทั้งนั้น ตรงนี้เป็นสิ่งอย่างน้อยมีสิ่งหนึ่งที่เราเห็นตรงกันก็คือเพื่อประชาชน ผมไม่เคยมีความสงสัยเลยว่าท่านทำทุกอย่างเพื่อตนเองนะครับ เรื่องของการทำงานของรัฐมนตรีแต่ละท่านในคณะรัฐบาลของผม ก็ขอยืนยันต่อรัฐสภา นี้ครั้งว่าผมให้อำนาจอย่างเต็มที่ครับ แล้วก็ทุกคนก็ก็ต้องรับผิดชอบในการทำหน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดีนะครับ ยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมทั้งคุณวุฒิ วุฒิประสบการณ์และความทุ่มเทในการทำงานนะครับ ก็อย่างเดียวก็คือขอให้พวกเราทุกคนเนี่ยเอ่อ นำสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงมาแจ้งให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ เราเราต้องไม่ปั้นน้ำเป็นตัว เราต้องพูดถึงสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริง แล้วถ้ามันเป็นความจริงเมื่อไหร่ ตรงไหนเป็นข้อบกพร่อง ผมยินดีที่จะเอ่อ ยอมรับ แล้วก็นำไปปรับปรุงแก้ไขนะครับ ท่านคงเห็นว่าผมก็ออกมาขอโทษประชาชนหลายครั้ง เวลาทำอะไรแล้วมันรู้สึกว่ายังไม่เอ่อเป็นที่พอใจของพี่น้องประชาชน ทั้งที่หลายๆครั้งก็ไม่ได้รู้สึกว่าเอ่อเราทำไม่ถูก แต่ว่าก็เข้าใจแล้วก็ต้องเอ่อเห็นแก่พี่น้องประชาชน ถ้าพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้ที่เลือกพวกเราเข้ามาบอกยังไม่พอใจ ก็ต้องถือว่าเรายังทำไม่ดีพอก็ออกมาขอโทษ แล้วก็ทำต่อไปให้มันเรียบร้อยให้มันดีนะ ครับ

สุดท้ายนี้ ผมก็คิดว่าอย่างไรก็ตาม เราก็ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ทุกคน ผมรับฟัง จดบันทึกนะครับ สิ่งที่ท่านได้แนะนำให้รัฐบาลของผมไปปฏิบัติ ผมยืนยันครับว่าสิ่งที่อยู่ในนโยบายนะครับ เราพูดแล้วทำอยู่แล้วนะครับ แล้วก็สิ่งที่ท่านได้แนะนำมาให้พวกผมไปปฏิบัติ ผมก็จะยินดี เพราะว่ามันไม่จำเป็นที่จะต้องเอ่อทำเฉพาะนโยบาย 23 ข้อที่แจ้งไว้ นะครับ มีอีก มีจะมีกี่ข้อถ้าเป็นประโยชน์กับประเทศกับประชาชน ผมพร้อมที่จะ

แล้วก็ในเรื่องของการสนับสนุนภารกิจของรัฐสภานะครับ ไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ผมยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ กระบวนการมันมีอยู่แล้ว ถ้าทำให้มันตามกระบวนการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ผมยินดีอย่างเต็มที่นะครับ

แต่เรื่องของการที่ท่านสมาชิก ท่านล่าสุดที่อภิปรายอย่างเช่นบอกว่าผมต้องพร้อม ยินดีรับ ยินดีให้ กกต. เอ่อดำเนินคดี หรือสอบอะไรผมเนี่ย อันนี้ต้องแล้วแต่ กกต. ครับ ยินดีไม่ยินดีแน่นอนครับ ใครจะไปยินดีให้ตัวเองถูกดำเนินคดีล่ะครับท่าน ใช่มั้ท่าน หรือว่าท่านยินดีก็เชิญท่านคนเดียว นะฮะ แต่ผมไม่ยินดีแน่นอน ก็อยู่ที่ กกต. บอกเขา มีกรรมการ มีอนุกรรมการ มีอะไรก็แล้วแต่ ถ้าทำผิดกฎหมาย ก็ต้องถูกดำเนินคดีครับ ไม่มีใครที่จะหลุดพ้นไปได้ ต่อให้มีอิทธิพลขนาดไหนก็ไม่หลุดพ้นตรงนี้ไปได้

ส่วนเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในส่วนที่เป็นพรรคภูมิใจไทย ถ้าเรื่องนั้นถูกต้องตามกระบวนการและสภาทุกอย่าง พวกเรายินดีนะครับ ให้การสนับสนุนพวกท่านอยู่แล้ว ไม่เคยลืมพระคุณที่ท่านมีต่อผมนะครับ เพราะฉะนั้นเอ่อก็คิดว่าเราก็ยังคงต้องทำงานรับใช้ชาติด้วยกัน ด้วยความสร้างสรรค์นะครับ ท่านทำหน้าที่ของท่าน พวกผมทำหน้าที่ของผม ขออย่างเดียวครับ มีประชาชนเป็นเป้าหมาย เป็นศูนย์กลาง เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของพวกเรา

กราบขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาที่ให้โอกาสผมมาแถลงนโยบายในวันนี้ และหลังจากวันนี้เป็นต้นไป รัฐบาลนี้ก็จะมีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มที่แล้ว พวกเราทุกคนก็จะทุ่มเททุกสรรพกำลัง ทุกสิ่งที่เรามีอยู่ ทำงานรับใช้แผ่นดิน รับใช้พี่น้องประชาชน แล้วก็ทำให้ประเทศไทยของเราได้ก้าวหน้า ได้เจริญ ได้มีพลังขับเคลื่อนให้เป็นประเทศที่แข็งแรง มั่นคง เป็นที่ภาคภูมิใจของคนไทยทุกคนครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีและท่านสมาชิกทุกท่านครับ วันนี้ครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิ์พาดพิงครับ เป็นสิทธิ์ของสมาชิก รัฐสภาข้อบังคับข้อที่ 47 วรรค 2

มันจบแล้วล่ะครับ

ไม่ครับ พาดพิงเสียหายครับ ท่านประธานขออนุญาตครับ

ตั้งใจไม่ขัดจังหวะ เพราะต้องการจะให้เกียรติท่านนายก ท่านสมาชิกครับ

ท่านถามว่าผมไม่ทำการบ้านผิดครับ ไม่ ไม่ใช่ครับ ถ้างั้นอ่าผมผมเรียนผมอนุญาตไม่ได้ เพราะมันจบแล้วครับ

ไม่เปิดประเด็นใหม่ครับ ท่านประธานยังไม่เปิดก็ขอปิดประชุมครับ ผมก็บอกว่าให้เทนไงเข้า ว่าไงคะทุกคน ยังไงซิ ได้ยินมั้ยคะ ได้ยินแล้วมั้ยคะ อื ได้ยินนะคะ ได้ยินแล้วนะเอ๊ะ ได้ยินมั้ยคะ ได้ยินแล้วนะ เสียงออกแล้วนะ ไม่ต้องพูดอะไรเลย แต่ว่าทีมขึ้นคอมเมนต์ไม่ทันละ ดิฉันไม่ต้องพูดอะไรเลยมั้งใช่มั้ยคะทุกคนน่าจะอ่ะ เอาเลยเต็มที่ไป เอาเอา อันไหนก่อน เอาประธานหรอ หรือนายก หรือยังไงยังไงก่อน เอ่อ ไม่มีอะไรจะพูด มันเป็นความเห็นที่มันไหลออกมาอยู่แล้ว สำหรับใครที่อยู่กันประมาณ 1,300 ตรงนี้นะคะ โอเค บอกบทประธานก่อนนะ ไลฟ์นะเออ ก็คือจริงๆแล้วเอ่อเราคิดว่าตลอดการทำงานในช่วงเอาแค่ 2 วันก็แล้วกันนะคะเอ่อ พุ่งไปเฉพาะคุณโสภลสารัม เราคิดว่าแกก็ แกคงประมาณนี้จริงๆอ่ะค่ะ แกคงเป็นประธานได้ประมาณนี้จริงๆนะคะ แต่ว่าจะมันจะเป็นไปตามความคาดหวังที่เอ่อประชาชน หรือว่าชาวบ้านอย่างเราดูสภาแล้วดูวิธีการทำงานของประธานโสภลสารัมแล้วพอใจหรือไม่ มันอาจจะมาตรฐานใครมาตรฐานมันนะ แต่ว่าเหมือนก็มันก็เป็นการคอนเฟิร์มเนาะว่าเออแกทำได้แบบนี้แหละ แกเป็นประธานที่เป็นแบบนี้ แกเป็นประธานที่ทำได้แบบนี้ แกเป็นประธานแบบนี้อ่ะเออ แต่ว่าก็แน่นอนนะคะ มันไม่ได้แปลว่าอ๋อแกเป็นได้เท่านี้แหละก็เอ่อก็ปล่อยๆ ไปเหอะไม่ใช่ค่ะทุกคนมีสิทธิ์จะวิพากษ์วิจารณ์แกนั่นแหละ แล้วแต่เราก็เราก็ไม่ได้คิดว่าแกจะฟังคำวิพากษ์วิจารณ์เท่าไหร่นะ ดูจากสิ่งที่แกปฏิบัติในช่วงติดๆกันนี้มาเนาะก็ดูแบบอื แล้วก็เมื่อสักครู่นี้นะคะ จังหวะก่อนที่ประธานจะปิดเนี่ยเอ่อคุณไอติมนะ ขอใช้สิทธิ์พาดพิงเสียหายที่เอ่อนายกพูดถึง แต่ว่าประธานก็บอกมันจบแล้วก็คงมองว่าให้นายกเป็นคิวสุดท้ายแล้วก็พูดจบ แต่ว่าคุณไอติมเนี่ยก็คือต้องการจะใช้สิทธิ์ในการถูกพาดพิง พอนายกพูดจบก็เลยขอใช้สิทธิ์นั้น แต่ประธานก็จบนะคะ เอ่อโอเค นั่นคือประธาน ส่วนของคุณอนุทิน เอ่อตอนแรกเรากะว่า เรากะเอาเองคาดเอาเองนะคะว่าแวอาทิตย์น่าขึ้นมาแล้วก็พูดแบบขมวดอ่ะ น่าจะมาสไตล์คุณศุภจีอ่ะ คือแบบขมวดทุกประเด็นที่มีการพูดถึงใช่มั้คะ แล้วก็อาจจะแบบเรียงลำดับในการในการโต้แย้งอ่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข้อเท็จจริง หรือว่าเอ่อเหตุผล หรือว่ามุมมองนะคะ อาจนึกว่าจะมาแนวนั้น นึกว่าจะมาแนวนั้น เพราะว่าจริงๆแล้วดูทรงแล้วเนี่ยมันทำอย่างนั้นได้ไม่ยากเนาะใช่มั้ยคะ เพราะมันก็แบบเป็นจังหวะแถลงนโยบายอ่ะ อื มันก็อาจจะมีบางอย่างที่สามารถจะพูดได้ หรือว่าข้อจริงๆสไตล์ขุนนทิงก็จะเป็นสไตล์เหมือนประณีประนอมเนาะใช่มั้ยคะ เหมือนประณีประนอม พยายามไม่ไม่สร้าง คือทำให้เข้าใจว่าคุณอนุทินไม่สร้างความขัดแย้งไม่เป็นศัตรูกับใครก็โอเคบทบาทใครบทบาทมันอะไรนะคะ ก็เลยคิดว่า เออทรงเนี้ยคงจะมาปิดท้ายการแถลงนโยบายด้วยวิธีนั้น แต่ว่าเออแปลกมาก อันนี้เกินคาดเอาใหม่ อันนี้ไม่ได้เป็นไปตามคาด คือมาแนวแบบ ใช้คำนิยามว่าอะไรดีคะ มาแนวแบบ อะไรอ่ะ ไม่รู้สิใช้อ่ะ ถ้าคำแบบไวๆก็คือเฟียสเหรอ มาแนวเฟียสหรอ มาแนวแบบ แจ๋วแบบเอ่อหรอไม่รู้จะนิยามว่าอะไรนะคะ แต่ว่าไม่คิดว่าคุณอนุทินจะมาปิดแถลงนโยบายด้วยวิธีการแบบนี้เนแกใช้เวลาค่อนข้างเยอะนะคะ แต่ว่าเอ่อแล้วแกก็จริงๆแล้วแกก็ดูเหมือนแบบแกจะพยายามบอกว่าเออแกก็ฟังประเด็นต่างๆที่คนวิพากษ์วิจารณ์เสนอแนะกระทั่งพูดถึง คือเรานึกว่าแกจะขมวดต่างๆเหล่านั้นแล้วก็ยันกลับด้วยข้อเท็จจริงใช่มั้ยคะ ยันกลับด้วยข้อเท็จจริง ยันกลับด้วยข้อมูลที่ต่างออกไป ยันกลับด้วยวิธีการมองที่ต่างออกไป แล้วก็เหมือนกับยืนยันในสิ่งที่ตัวเองคิดวางแผนเอาไว้ แล้วก็เป็นแต่เราเอาจริงๆนะ เราไม่คิดว่านินจะใช้วิธีนี้ เพราะว่าคุณทิมแบบคือติดจะแบบมันเหมือนเป็นภาษาคนแบบโต้ปากกันน่ะ เอออ่ะเหมือนเป็นภาษาแบบโต้ปาก คือไม่คิดว่าจะมาแนวนี้นะคะ แต่ว่าก็โอเค ก็นายกก็ใช้วิธีนี้ในในครั้งนี้นะ อาจจะไม่ได้เป็นไปตามคาดสักเท่าไหร่แล้วก็ ขมวดแบบสั้นที่สุดนะคะ ขมวดแบบสั้นที่สุด เราคิดว่า เราได้เห็นและฟังจากปากคุณอนุทินเองว่า กล้าพูดว่าตัวเองเป็นแบบไหน เชื่อว่าตัวเองเป็นแบบไหน และเห็นตัวเองเป็นอย่างไร อันนี้ได้ฟังจากตัวคุณอนุทินพูดถึงตัวเอง อ่า เราคิดว่าก็นี่แหละค่ะ ก็เป็นความชัดเจนแบบหนึ่งที่เราได้เห็นนายกแสดงออกในการปิดสภาในรอบของการแถลงนโยบายนะคะ ส่วนใครจะฟังแล้วก็เห็นด้วยก็มีแหละแน่นอนนะคะ คนที่ไม่เห็นด้วยก็มีแหละ แต่ส่วนตัวเรานี่แบบว่าเราก็แบบอืมอืม อืม ค่ะ เหมือนเหมือนเก็บ เหมือนเหมือนเก็บเขาเรียกว่าอะไรคะ เหมือนเก็บเหมือนเก็บข้อมูล อ่าเหมือนเก็บข้อมูล เหมือนกับที่เอ่อเราได้ฟังคุณศุภจีเมื่อวานนี้นะคะ ราวๆ ชั่วโมงนึงแล้วก็ได้รู้ ได้รู้ตัวตนคุณศุภจีในมิตินอกเหนือไปจากที่เราเชื่อว่าเธอเป็น หรือเธอเป็นมาใช่ไหมคะ มันก็ได้รู้เพิ่มขึ้นน่ะในการตอบ ในการแม้กระทั่งเป็นการโต้แย้งในเชิงของทั้งข้อเท็จจริงแล้วก็มุมมอง เมื่อวานเราสักชั่วโมงนึงมันก็ได้โอเค มันก็ได้เห็นความรอบด้านมากขึ้น แล้วก็มันได้เห็นการซอยมิติของความเป็นตัวคุณศุภจีมากขึ้นใช่ไหมคะ เช่นเดียวกันกับรอบนี้ของนายก เราคิดว่าถ้าจะใช้ประโยชน์จากมันก็คือว่าโอเค เราประเมินได้ว่าเขาไปได้ถึงขนาดนี้ อ่า เขาเป็นแบบนี้ อ่า แล้วเขาก็อย่างนี้แหละ ใช่มั้ยคะ อันนี้ก็ถ้ามองในแง่ของการนำไปใช้แบบนำไปใช้ต่อไปในอนาคตนะค่ะ เท่านี้ ไม่มีมากกว่านี้ เท่านี้ค่ะ เท่านี้นะคะ เพราะฉะนั้นเมื่อคุณฟังนายกแล้วจริงๆ แนะนำให้กลับไปย้อนฟังใหม่ แล้วพอไปย้อนไปย้อนฟังใหม่ ก็จะได้รู้ว่าอ๋อ ทำไมเราถึงได้ ครม. แบบนี้ ทำไมเราถึงเห็นคนทินทำแบบนี้ อ่า พูดแบบนี้นะคะ เอ่อไอติมแถลงหรอ แถลงที่ไหนคะ แถลง

อะไรนะคะ

โสตา

อ๋อ โอเค งั้นทุกคนใครที่อยากฟังไอติมนะ เราปิดไลฟ์นี้เผื่อจะได้ไปฟังไลฟ์อื่นกันต่อเลยนะคะ วันนี้ขอบคุณมากนะคะ แล้วก็ขอแจ้งว่าในสัปดาห์หน้า ขอขอหยุดยาวหน่อยนะคะ ก็เป็นการคือจริงๆมันก็มีมีแผนเอาไว้สำหรับทีมด้วยค่ะเอ่อมีแผนเอาไว้สำหรับทีมว่าจะ จะให้น้องๆว่าเออพวกมึงในช่วงสงกรานต์พวกมึงก็ไปเนี่ยเอ่อฝึกปิดวาจาแล้วก็มึงไปหัดเตรียมตัวฝ่าวิกฤตความรวยด้วยนะคะก็ไปปลูกไก่ไปเลี้ยงผักแห่ ก็จะไปเจอกันอีกที ยาวๆเลยนะคะหลังสงกรานต์นะคะ ขอบคุณทุก เกลียดภาพประกอบมากทำตัวไอ้ใบกะเพรา เลวไม่ไหวคำชมคำชม เออปิดไลฟ์นี้แบบเร็วๆค่ะเผื่อใครอยากไปฟังคุณไอติมนะคะ ในฐานะของคนที่เมื่อกี้จะใช้สิทธิ์แต่ว่าประธานปิดสภาไปซะก่อนนะคะ วันนี้ขอบคุณค่ะ ขอบคุณทุกท่านไม่ว่าจะมาตั้งแต่ต้นแล้วก็อยู่กันยาว หรือไปๆมาๆ หรือจะมาช่วงไหนก็แล้วแต่ แล้วก็อยู่กันถึงตอนนี้นะคะ ขอบคุณทุกท่านค่ะ ขอบคุณที่สนับสนุน ใครที่ยังไม่ได้กด subscribe อย่าลืมกด Subscribe ไว้ให้ที่ช่องจอมขวัญด้วยนะคะ ถ้าสะดวกเรามีเมมเบอร์ ถ้าไม่สะดวกไม่ว่ากัน แล้วก็ถ้าใครคิดว่าเฮ้ยช่วงนี้ต่อเมมเบอร์ไม่ไหวก็ไม่มีปัญหาค่ะ คือเมมเบอร์ที่คุณสะสมมาถ้ามันขาดไป ถ้าคุณกลับมาเป็นเมมเบอร์อีกอ่ะค่ะ ไอ้ตัวแบชข้างหลังมันจะยังมันจะยังต่อเนื่องอยู่นะคะ ไม่ต้องห่วงช่วงไหนจังหวะไหนไม่ไหวไม่ว่ากันเลยนะคะ นอกเหนือจากเมมเบอร์ค่ะ เมมเบอร์คือ 2 ราคานะ 35 บาท หรือว่า 65 บาทต่อเดือน แล้วก็ขอบคุณซอชแชท ซอสสติกเกอร์ซงคแบบเป็นรายนะคะ สำหรับทุกๆคน ที่ส่งมาให้มากน้อยไม่สำคัญเท่ากับว่าคุณก็ยังเห็นว่าเราเป็นประโยชน์กับคุณอยู่นะคะ ขอบคุณมาก กดไลก์ กดแชร์ก็ช่วยนะคะ ช่วยทุกช่อง ช่วยยูทูบเบอร์ทุกคนเลยค่ะ วิธีการพวกนี้ วันนี้เราขอสวัสดีก่อนจะได้ไปตามดูข่าวอื่นๆกันอีกหลังสภาปิดนะคะ ขอบพระคุณทุกท่าน สัปดาห์หน้าอย่าลืมไปฝากวิกฤตความรวยกันนะคะ ฝึกเอาไว้นะคะ เดี๋ยวรวยไม่ทัน อุ้ยเดี๋ยวเชี่ยวชาญไม่ทันรวยแล้ว หลังสงกรานต์เรากลับมาเจอกัน กราบขอบพระคุณทุกท่านค่ะ สวัสดีค่ะ เฮ