Transcription
ของประเทศไทยอ่ะ โดนโค้ดเรื่องอะไร รู้ป่ะ ของประเทศไทยโดนโค้ชเรื่องการที่เอ่อ สภาให้ใส่ให้ไม่ใส่สูตร ให้ใส่เชิ้ตแล้วก็ผ้าไทยไปทำงานนะคะ แล้วก็เปิดแอร์ 26 องศา เออ เป็นสิ่งที่ถูกโค้ชว่ารัฐบาลไทยเนี่ย รับมือกับวิกฤตพลังงานอย่างไร ก็คือให้ใส่เสื้อเชิ้ตไม่ใส่สูทไปทำงาน แล้วก็ให้ข้าราชการเปิดแอร์ 26 องศานะคะ แล้วเขาก็จะดอกจันว่าประเทศไทยเป็นประเทศร้อนชื้น ซึ่งอากาศร้อนมาก โดยเฉพาะในเดือนเมษายนแบบเนี้ย ก็เป็นสิ่งที่ฝรั่งอาจจะไม่เข้าใจนะคะ แต่ว่าในแง่หนึ่งอ่ะ ก็เป็นตลกร้ายเนาะ ว่าสิ่งที่ต่างชาติเขาจับได้ว่าเราทำอะไรเนี่ย จับประเด็นน่ะ มันมีแค่นี้เองอ่ะ ก็คือเรื่องเปิดแอร์ 26 องศา กับเอ่อ เรื่องให้ใส่เชิ้ตไม่ใส่สูทนะ
สวัสดีทุกคนค่ะ วันนี้กลับมาเจอกันกับมองโลกจากดาวอังคารนะคะ ผ่านไปแค่สัปดาห์เดียว มองโลกจากดาวอังคารมาวันพุธ แต่ว่าจริงๆ เป็นความตั้งใจ บวกกับ บวกกับความงานยุ่งนะคะ พอดีช่วงเอ่อ จันทร์ อังคาร เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ อังคารที่ผ่านมา งานค่อนข้างยุ่งนิดนึงนะคะ บวกกับว่าอยากจะให้เป็นตอนที่ 2 เป็นตอนของเดือนเมษายนนะคะ วันนี้วันที่ 1 เมษายนเนาะ แต่ว่าเราจะไม่เล่นมุก April Fool's Day นะคะ ไม่เอาเมษายนหน้าโง่นะคะ เพราะว่าสถานการณ์ในโลกตอนนี้มันแบบเดือดมากๆ เดือดจนรู้สึกว่าไม่ควรที่จะมาเล่นมุกอะไรกันนะคะ ควรจะจริงจังดีกว่านะคะ
วันนี้มองโลกจากดาวอังคาร ชวนมองเรื่องอะไร ก็ยังเห็นไม่พ้นเรื่องสงคราม อิหร่าน สหรัฐอเมริกา อิสราเอลนะคะ ซึ่งส่งผลกระทบกับราคาน้ำมันนะคะ ทีนี้เพื่อให้เข้าคอนเซ็ปต์ว่าเราจะมองโลกจากดาวอังคาร เราจะไม่ได้พูดถึงแค่การรับมือสถานการณ์น้ำมันแพงในประเทศไทย แต่ว่าวันนี้หัวข้อที่จะมาชวนคุยกันนะคะ ก็คือแล้วโลกใบเนี้ยค่ะ เค้า รับมือกับสถานการณ์น้ำมันแพงอย่างไร
ก่อนที่เราจะเข้าเรื่องแล้วไปดูว่าแต่ละประเทศเนี่ย เค้า รับมือสถานการณ์น้ำมันแพงอย่างไรนะคะ ต้องบอกทุกคนว่าเมษายนเนี้ย มันจะเป็นเมษายนที่ร้อนที่สุดในชีวิตของพวกเราๆ หลายๆ คนจริงๆ เพราะอะไรคะ เพราะว่าอ่ะ 1 สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 แม้ว่าจะไม่เกี่ยวข้องอะไรเลยกับเรื่องราคาน้ำมันนะคะ แต่ว่าก็กระทบกับคุณภาพชีวิตแน่นอน แล้วหนึ่งในวิธีการที่เราจะต้องใช้ในการเอ่อ หลีกเลี่ยงหรือปกป้องคุณภาพชีวิตของเราจากฝุ่น PM 2.5 โดยเฉพาะในภาคเหนือนะคะ ซึ่งหนักมากๆ ตอนนี้เนี่ย ก็คือการใช้เครื่องฟอกอากาศ หรือการปิดปิดห้องแล้วอยู่ ในห้องแอร์ คือมันอยู่ในอากาศเปิดโลกไม่ได้ เพราะว่า PM 2.5 หน้ามันหนักมาก ใช่มั้ยคะ ทีนี้สิ่งที่ตามมาคืออะไร ก็คือคุณต้องใช้ไฟฟ้ามากขึ้นใช่มั้ย เพราะว่าทั้งเครื่องฟอกอากาศ ทั้งแอร์ ในเมื่อเราอยู่ในอากาศโปร่งโล่งไม่ได้ เราต้องปิดห้องอยู่ เปิดแอร์อยู่ เพราะว่ามันคือเดือนสาย ซึ่งเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดของประเทศไทยเนี่ย มันก็ช่วยไม่ได้ว่ามันจะต้องเสียค่าแอร์ ค่าค่าไฟเพิ่มขึ้นนะคะ มันก็มาปะเหมาะเพาะร้ายกับเป็นสถานการณ์ที่วิกฤตพลังงานกำลังแผ่ขยายและลุกลามไปทั่วโลกนะคะ
พูดให้คิดนิดนึงนะคะว่าทำไมเมษายนถึงจะเป็นเดือนที่วิกฤตที่สุด ก็เพราะว่าทุกคนคะ ช่องแคบฮอร์มุซเนี่ย เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันมาเอเชียและประเทศไทย อันนี้เราพูดกันไปหลายรอบแล้วนะคะ แล้วทุกคนรู้มั้ยว่ามันใช้เวลาในการเดินทางเนี่ย ประมาณเท่าไหร่ ในการที่เรือขน LNG LPG น้ำมันจากช่องแคบฮอร์มุซก็คือออกจากประเทศ อ่า เปอร์เซียที่เราซื้อน้ำมันเขาเนี่ย มาถึงประเทศไทยเนี่ย มันใช้เวลาประมาณ 2 เดือนนะคะ เพราะฉะนั้นในวันนี้ที่ทุกคนพูดว่า เฮ้ยจริงๆ น้ำมันมันยังไม่ขาดเลย แล้วน้ำมันมันแพงได้ไงเนี่ย มันจะขาดจริงๆ เนี่ย ก็คือหลังจากสงครามผ่านไป 2 เดือน เพราะว่าพอสงครามกันปุ๊บ มันก็ปิดช่องแคบใช่มั้ยคะ เกิดการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพราะฉะนั้นเนี่ย สิ้นเดือนเมษายนนี้ก็คือช่วงเวลาครบ 2 เดือนของการเกิดขึ้นของสงคราม อ่า เขาโจมตี อ่า สังหารคมนีอีผู้นำสูงสุดอิหร่านเนี่ย ก็คือวันที่ 28 กุมภาพันธ์ใช่มั้ยคะ เพราะฉะนั้นสิ้นเดือนเมษายนนี้แหละ คืออีเด ก็คือมันจะเป็นช่วงเวลาที่น้ำมันมันมาไม่ถึงประเทศเราจริงๆ นะคะ ก่อนหน้านี้ที่รัฐบาลไทยคุณอนุทินพยายามจะบอกว่าเรือน้ำมันลำนั้นลำนี้ผ่านมาได้เนี่ย มันน้อยมากๆ อ่ะค่ะ มันน้อยมากๆมากๆนะคะ แล้วตอนนี้เนี่ย อิหร่านเองก็ทำดำเนินการทางการทูตที่โหดมาก ก็คือเขาประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ แล้วจริงๆ ตอนแรกบอกว่าเปิดๆ ใช่มั้ยคะ แล้วบอกว่าเรือลำนั้นลำนี้ผ่านได้ ตอนนี้อิหร่านใช้สิ่งที่ทั่วโลกกังวลกันว่าเขาจะใช้จริงๆ แล้วนั่นก็คือใครจะผ่านต้องขออนุญาตเป็นรายลำรายลำไป เรือลำไหนจะผ่านต้องขออนุญาตไปที่กองทัพอิหร่านแล้วไอเทอร์นะคะ ไม่จ่ายค่าจังกอบ ค่าภาษีผ่านทางนะคะ ก็ต้องจ่ายเป็นอะไรสักอย่างหนึ่งในการเป็นพันธมิตรนะคะ เป็นพันธมิตรของอิหร่านนั่นเองนะคะ อย่างเช่น บอกว่าเอ้ยคุณมาค้าขายกับเรา คุณอะไรกับ พูดง่ายๆ มันคือการใช้การทูตที่เอาน้ำมันเป็นตัวประกัน แล้วก็บอกว่าถ้าประเทศไหนเข้าข้างอิหร่านเนี่ย เรือน้ำมันก็จะได้ผ่านไปสู่ ไปสู่ประเทศเป้าหมายปลายทางนะคะ เอ่อ ซึ่งอันนี้มันก็น่ากังวลใจนะคะ หลายๆ คนอาจจะบอกว่า ก็ไม่เห็นจะยากเลย ก็เราต้องการน้ำมัน เราก็ซื้อน้ำมันอิหร่าน แต่ว่าอย่าลืมนะคะว่าอิหร่านเนี่ย สู้กับใครอยู่ อิหร่านสู้กับสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่เราค้าขายด้วยมากที่สุดนะคะ การส่งออกครึ่งหนึ่งของเราเนี่ย ไปที่อเมริกา แล้วก็เราได้ดุลมหาศาล ในขณะที่เราขาดดุลจีนมหาศาลเนี่ย เราได้ดุลอเมริกามหาศาลนะคะ เพราะฉะนั้นการที่จะไปเอ่อ ซื้อของหรืออุดหนุนอิหร่านในช่วงเวลาที่เขาทำสงครามกับสหรัฐอเมริกาเนี่ย มันก็เป็นความละเอียดอ่อนทาง การดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมากๆ นะคะ ว่าเอ่อมันมันจะต้องทำยังไง แต่เอาเป็นว่าวันนั้น อันนี้มันไม่ใช่เรื่องที่เราจะพูดกันในวันนี้นะคะ เกริ่นให้ฟังเฉยๆ ว่าสถานการณ์มันจะหนักยาวนาน แล้วก็ทาง สปก.นะคะของรัฐบาลเองก็ยืนยันแล้วว่า สถานการณ์ไม่คลี่คลายภายใน 1 เดือน ซึ่งเอาจริงๆ นี้ไม่ต้องบอกก็ได้เนาะ เพราะว่ามันก็ผ่านไป 1 เดือนแล้วพอดีนะคะ นี่มันคือ 1 เดือนแล้วมันไม่คลี่คลาย เพราะฉะนั้นมันก็คือสถานการณ์ไม่คลี่คลายใน 1 เดือน อันนั้นเป็นแฟกนะคะ เป็นข้อเท็จจริงที่ผ่านการพิสูจน์ด้วยเวลาไปแล้วว่า 1 เดือนไม่คลี่คลายนะคะ
ทีนี้แล้วมันจะไปถึงขนาดไหนนะคะ เราคิดว่าเราคิดว่ายาวนะคะ ยาวหลายเดือนแน่ๆ นะคะ เพราะว่าอย่างที่บอกว่า สิ้นเดือนเนี้ย มันจะรู้กันจริงๆ ว่าน้ำมันที่มันที่มันขาดตอนไปจากตอนที่ปิดช่องแคบฮอร์มุซเนี่ย แล้วสถานการณ์เราจะบริหารสต็อกน้ำมันสำรองแบบไหนอย่างไรนะคะ ทีนี้ในขณะที่ประเทศไทยเนี่ย แบบว่าติดกึกติดกักอะไรกันก็ไม่รู้ใช่มั้ยคะ จะลดภาษีน้ำมันเนี่ย ก็บอกว่าลดให้แค่บาทเดียว นะคะ ซึ่งเอาจริงๆ ก็น้อยกว่าที่ช่อคิดไว้นะคะ จริงๆ อาจจะลดได้มากกว่านั้น การบอกว่าเติมเงินให้กับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มขึ้นเดือนละ 100 บาท มันก็มันก็ช่วยน้อยมากอ่ะ เพราะว่าต้นทุนค่าใช้จ่ายในการค่าครองชีพ อ่อเอ่อของประชาชนเนี่ย มันก็มากกว่านั้นมากนะคะ นอกจากนั้นก็จะมีเรื่องที่เห็นว่าจะทำ แต่ยังไม่รู้ว่าจะทำออกมาแบบไหนอย่างไรได้เมื่อไหร่นะคะ เช่น การอุปโภคบริโภคขนส่ง เกษตรกรนะคะ
เพราะฉะนั้นเข้าเรื่องของเรานะคะ วันเนี้ยเราก็เลยจะชวนคุยว่าแล้วประเทศอื่นในโลกนี้ คือเราไม่ได้เจออยู่ประเทศเดียว นะคะ สถานการณ์วิกฤตน้ำมันเนี่ย มันเกิดขึ้นกับทั่วโลก โดยเฉพาะเอเชียอย่างที่เราเกริ่นกันไปครั้งที่แล้วว่าเอเชียอาเซียนเนี่ยโดนหนัก แล้วเขาทำอย่างไรกันในแต่ละประเทศเขารับมือกับสถานการณ์เอ่อน้ำมันแพงในประเทศอย่างไรนะคะ อยากจะไปดูเริ่มจากใกล้ๆ บ้านเราก่อนนะคะ เอ่อ คราวคิดแล้วพูดไปแล้วนิดนึงก็คือเมียนมาร์ เมียนมาร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์นะ ประเทศเหล่านี้เนี่ยค่อนข้าง เอ่อ ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงมาก เมียนมาร์ก็คือใช้วิธีเขาเรียกว่าสลับวันวิ่งนะคะ ก็คือตอนนี้หลายประเทศเริ่มใช้เนาะ รถทะเบียนขี้ให้วิ่งวันนึง รถทะเบียนคู่ให้วิ่งวันนึง แล้วก็ห้ามห้ามห้ามลดห้ามลด เอ่อ ก็คือพูดง่ายๆ เขาลดลดปริมาณรถยนต์ลงครึ่งหนึ่งนั่นเองนะคะ เพราะว่าทะเบียนคู่ ทะเบียนขี้มันก็จะแบ่งได้คร่าวๆ ครึ่งนึงใช่มั้ยคะ ว่าเอ่อ วันนี้เนี่ย ให้เฉพาะรถทะเบียนคู่ อีกวันนึงให้เฉพาะรถทะเบียนคี่เท่านั้นนะคะ นี่ก็คือสิ่งที่ทางเอ่อ เมียนมาร์ทำนะคะ เพื่อที่จะจำกัดปริมาณการใช้น้ำมันปิโตรเลียมในประเทศนะคะ เขาก็มีการเอ่อ ให้เติมน้ำมันเนี่ย โดยใช้สแกน QR Code ด้วยนะคะ เพื่อที่จะเป็นการแรชั่นน้ำมันอ่ะ แรชั่นน้ำมันก็คือเขาเรียกอะไรปันส่วนนะคะ ก็เป็นสิ่งที่หลายๆ คนเอ่อ หลายๆ ประเทศเนี่ยใช้กันเยอะเช่นเดียวกันนะคะ เดี๋ยวเราค่อยๆ ไปพูดกันว่าประเทศไหนบ้างใช้วิธีปันส่วน พูดง่ายๆ ก็คือจำกัดการเติมน้ำมันว่าไม่เกินกี่ลิตร กี่ลิตรต่อวัน สำหรับยานพาหนะแต่ละประเภทนะคะ หรือว่าสำหรับผู้ใช้ทั่วไป หรือเกษตรกรอะไรแบบเนี้ยนะคะ เอ่อ เพราะฉะนั้น อ่า ประเทศแรกนะคะ เมียนมาร์ก็ใช้วิธีสลับวันวิ่งรถนะคะ ทะเบียนคู่ ทะเบียนขี้
ต่อมาประเทศเวียดนามนะคะ เวียดนามทำอะไรบ้าง เวียดนามเนี่ยนะคะ อันนี้หลายๆ คนพูดถึงว่าทำไมเราไม่ทำแบบเวียดนาม นั่นก็คือการลดภาษีน้ำมันนะคะ เวียดนามลดภาษีน้ำมันลงแบบว่าเยอะมากนะคะ แล้วก็ทำให้เอ่อ ราคา น้ำมันในเวียดนามเนี่ย ถือว่าตรึงได้อยู่พอสมควรนะคะ เพราะว่าเขาเอ่อ ลดภาษีน้ำมันในน้ำมันดีเซลเนี่ย ค่อนข้างที่จะเยอะนะคะ แล้วก็นอกจากนั้นก็จะเป็นนโยบายที่คล้ายๆ เรานะคะ คือส่งเสริมให้ประชาชนเนี่ยใช้จักรยานนะคะ หลายๆ คนก็ทราบดีว่าจักรยานเนี่ย เป็น signature ของเวียดนาม เพราะบอกว่าหันให้คนหันกลับไปใช้จักรยานมากขึ้น ใช้วิธีคพู แล้วก็ public transport นะคะ ก็คือการขนส่งมวลชน เอ่อ แล้วก็ขอความร่วมมือประชาชนว่าให้ใช้ยานพาหนะส่วนตัวเท่าที่จำเป็นเท่านั้นนะคะ นี่ก็คือสิ่งที่เอ่อ เวียดนามทำนะคะ เวียดนามนี่คือเขาลดภาษีน้ำมันเยอะนะ เดี๋ยวนะ ลดลงราคาน้ำมันเบนซินในเวียดนามเนี่ย ลดลง 19% นะคะ คือเขายกเลิกภาษี 3 ชนิด ถามว่า ไอ้วิธีการยกเลิกภาษีน้ำมันเนี่ย มันแลกมาด้วยอะไร ตรงไปตรงมามากค่ะทุกคน ภาษีคือรายได้รัฐ การยกเลิกภาษีน้ำมันเพื่อตรึงราคาน้ำมันให้มันไม่แพงเกินไป แล้วกระทบกับประชาชน ก็คือรัฐสูญเสียรายได้ อย่างเช่น เวียดนามเนี่ย ลดภาษีน้ำมัน 3 ตัว เขา กดราคาน้ำมันให้ถูกลงได้ตั้ง 19% นะคะ แต่เขาก็จะเสียรายได้ไปประมาณ 9,000 ล้านบาทต่อเดือนนะคะ เพราะฉะนั้นมันก็เป็นสิ่งที่แต่ละรัฐบาลต้องแลกมา แล้วก็ต้องไปคิดว่าแล้วจะหารายได้เพิ่มเติมอย่างไร ไม่ งั้นเดี๋ยวรัฐบาลก็จะช็อตนะคะ ถังแตกได้ นี่ก็คือสิ่งที่แต่ละประเทศเนี่ยต้องมีวิ มีวิธีการในการจัดการว่าเอารายได้ที่สูญเสียไปกลับมาผ่านวิธีอื่นได้อย่างไร ถ้าจะใช้วิธีลดราคาน้ำมันลงนะคะ
ไปดูประเทศไหนอีกดีนะคะ เอ่อ ประเทศอย่างฟิลิปปินส์นะคะ ฟิลิปปินส์เนี่ยเป็นประเทศที่เอ่อ หนักหน่วงมากนะคะ เพราะว่าเอ่อ 98% ของน้ำมันที่ฟิลิปปินส์ใช้มาจาก อ่า เปอร์เซีย เพราะฉะนั้นเขาอยู่ในสถานการณ์วิกฤต แล้วเขาก็มีน้ำสำรองค่อนข้างน้อยด้วยนะคะ เอ่อ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เอ่อ ฟิลิปปินส์กำลังทำอยู่เนี่ยนะคะ ก็คือใช้หลากหลายวิธีควบคู่กันไป เขาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วนะคะ ฟิลิปปินส์ ประธานาธิบดีบองบอง มาร์กอส เนี่ย ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อที่เขาจะได้มีเครื่องไม้เครื่องมือใช้อย่างเต็มที่มากขึ้นนะคะ ฟิลิปปินส์เนี่ยใช้วิธีที่ เอ่อ subsidies นะคะ ให้เงินอุดหนุนกับ เอ่อ คนที่ขับรถที่เป็นขนส่งนะคะ แล้วก็ เอ่อ ใช้วิธีประกาศให้ข้าราชการทำงานแค่ 4 วันต่อสัปดาห์ อันนี้ก็เป็นเทคนิคยอดนิยมเหมือนกันนะคะ หลายๆ ประเทศใช้ ก็คือให้วัน เช่นวันพุธหยุด อะไรอย่างเงี้ยคะ คือหยุดพุธเสาร์อาทิตย์ หรือหยุดศุกร์เสาร์อาทิตย์ พูดง่ายๆ ก็คือลดวันทำงานของข้าราชการลงเหลือ 4 วันต่อสัปดาห์นะ แน่นอนว่าเขาบังคับเอกชนไม่ได้เนาะ แต่ว่าเขาก็ เอ่อ ให้ข้าราชการเนี่ยทำงานแค่ 4 วันต่อสัปดาห์ เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำมันลงนะคะ เอ่อ แล้วทำฟิลิปปินส์ทำอะไรอีก เขาบอกว่าเดี๋ยวเขาจะเอ่อ ดูว่าจะมีอะไรที่จะทำได้อีกบ้าง เพราะว่าตอนนี้หน้ามืดแล้วนะคะ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว ทุกมาตรการที่สามารถใช้ในการพยุงราคาน้ำมันได้ก็จะใช้ทั้งหมดนะคะ อืม แต่ดูแล้วลำบาก แต่ดูแล้วลำบากนะ สำหรับสถานการณ์ในฟิลิปปินส์ก็เรื่องของการ subsidies เนี่ยมันคล้ายๆ กันนะคะว่าสมมุติ ถ้าคุณยิ่งใช้ 2 มาตรการผสมกัน คือตัดภาษีน้ำมัน ลดภาษีน้ำมันเพื่อพยุงราคา แล้วก็คุณก็ subsidy ด้วยเนี่ย ก็คือคุณทั้งตัดรายได้ของตัวเอง แล้วคุณก็มีรายจ่ายเพิ่มจากการที่จะต้องไปจ่ายเงินอุดหนุนให้กับกลุ่มต่างๆ ในประเทศ แต่แน่นอนว่ามันคล้ายๆ กับช่วงโควิดอ่ะค่ะ ช่วงโควิดเนี่ยรัฐบาลหลายแต่ประเทศใช้จ่ายแบบขาดดุลมหาศาลนะคะ เป็นหนี้เป็นสินกันมหาศาล เพราะว่าต้องช่วยเหลือประชาชน มันเป็นหน้าที่ของรัฐนะ คะ เพียงแต่ว่าทุกคนก็ต้องบริหารสถานการณ์ ให้มันเกิดความเสี่ยงต่อสภาวะการคลังน้อยที่สุดนั่นเอง
ไปดูประเทศไหนอีกดีนะคะ จริงๆ เอ่อ ประเทศที่ช่อคิดว่าน่าสนใจเนี่ย อ่ะ เอาเอเชียให้หมดก่อนเดี๋ยวเราจะไปที่ออสเตรเลียแล้วก็ยุโรปตามลำดับนะคะ เพราะช่อคิดว่าเอ่อ ประเทศที่น่าสนใจที่สุดในการจัดการเรื่องเรื่องน้ำมันเนี่ย อาจจะเป็นออสเตรเลีย แต่เราเอาเราไล่ไปอินเดียก่อนแล้วกัน อินเดียเนี่ยแน่นอนประเทศใหญ่นะคะ ปริมาณการใช้น้ำมันและพลังงานในครัวเรือนเนี่ย เยอะ ทุกคนต้องเข้าใจอย่างนึงนะ เวลาเราพูดว่าน้ำมันแพง น้ำมันแพงเนี่ย มันไม่ใช่แค่น้ำมันสิ่งที่ส่งออกจากเปอร์เซีย มันคือก๊าซธรรมชาติ ก๊าซ ก๊าซนะคะ เอ่อ มันคือพลังงานทั้งหมด เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่แค่น้ำมันรถ แต่มันรวมถึงค่าไฟ แล้วก็ในหลายๆ ประเทศเนี่ย เขาก็ใช้น้ำมันหรือก๊าซในการให้ความอบอุ่นกับบ้านเรือนนะคะ ประเทศหนาว หรือว่าเป็นก๊าซหุงต้มด้วยใช่มั้ยคะ ก๊าซหุงต้มเราก็ใช้เหมือนกัน อย่างอินเดียเนี่ย สิ่งที่เขาเอ่อ กังวลมากที่สุดก็คือเรื่องของ LPG นะคะ คือก๊าซหุงต้มที่ใช้ในครัวเรือน เขาบอกเลยว่าเอ่อ ตอนมาตรการก็คือการันตีว่าคนที่เป็นเอ่อ กลุ่มที่เป็นเป้าหมายสำคัญอันดับหนึ่งที่เขาต้องรักษาไว้เพื่อความมั่นคงแห่งชาติเนี่ย คือการใช้แก๊ส LPG สำหรับหุงต้มในครัวเรือน คือมันจะต้องมีการจัดการสัดส่วนใช่มั้ยว่าเมื่อพลังงานมันถูกจำกัดเนี่ย คุณต้องใช้พลังงานกับอะไร ซึ่ง Priority ของอินเดียเนี่ยคือ เอ่อ Cooking Cooking Gas นะคะ ก็คือเอ่อ ก๊าซที่ใช้หุงต้มในครัวเรือน ซึ่งเขาถือว่าอันเนี้ยสำคัญกับปากท้องของประชาชนมากที่สุด คือนึกออกใช่มั้ยว่าเราไม่มีรถยนต์ไปไหนมาไหนเนี่ย ยังพอมีชีวิตอยู่ได้ แต่ถ้าเราไม่มีก๊าซหุงต้มในการหุงข้าวเนี่ย มันไม่ได้ใช่มั้ยคะ นี้ก็คือเอ่อrationหลักคิดของรัฐบาลอินเดียว่าเขาเนี่ยเอ่อ สงวนให้ความสำคัญกับเรื่องของการหุงต้มเอ่อในประเทศมากที่สุดนะคะ คืออินเดียเองเนี่ย เขาบอกว่าเขามีปริมาณสำรองน้ำมันสำรองนะคะ แล้วก็จะสามารถหาจากแหล่งอื่นๆได้มาเสริมนะ แต่ว่าก็ยังไม่รู้ว่าจะไปหาจากไหน อาจจะเป็นปฏิบัติการฮาจิวิทยาของรัฐบาลอินเดียว่าเขาไม่กลัวนะคะ ไปหาซื้อได้ทั่วไปนะ อาจจะรัสเซีย เพราะว่าอินเดียกับรัสเซียเนี่ย ก็ค่อนข้างเป็นพันธมิตรที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันมานานนะคะ ก็เป็นไปได้เขาก็เลยบอกว่ามีมีน้ำมันสำรองจากที่อื่นที่ไม่ใช่ช่องแคบฮอร์มุซนะ รวมไปถึงว่า เอ่อ เรืออินเดียเองเนี่ยก็เจรจาผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาได้ เพราะว่าอินเดียก็พูดคุยกับอิหร่านได้ค่อนข้างพอที่จะได้ผลอยู่เหมือนกันนะคะ ก็โดยสถานะทางการทูตของการเป็นมหาอำนาจของเอเชียนะคะ เขาก็มีพลังต่อรองค่อนข้างสูง นั่นก็คือสถานการณ์ของอินเดียนะคะ
อ่ะ ทีนี้ไปดูจีนเนี่ย อันนี้จีนน่าสนใจนะคะ จีนเนี่ยสิ่งแรกที่ทำแล้วยังทำมาต่อเนื่องก็คือการจำกัดการส่งออกน้ำมัน เขาจะส่งออกน้ำมันออกนอกประเทศเลยนะคะว่าเอ่อ เพื่อสงวนให้เกิดความมีเสถียรภาพทางพลังงานภายในประเทศนะคะ แต่ว่านอกเหนือจากนี้ก็เราก็ยังไม่เห็นจีนทำอะไรมากไปกว่านี้เนาะ แล้วก็ อืม ก็แปลกใจเหมือนกันนะคะว่าเอ่อ แล้วเขาจะยังไงต่อ นะคะ แน่นอนเขา มีปริมาณน้ำมันสำรองใหญ่ที่สุดอันดับต้นของโลก แต่ว่าการบริโภคของเขาก็เยอะด้วยเนาะ เพราะเขาเป็นประเทศจีน ประเทศใหญ่ นะคะ เขา มีปริมาณน้ำมันสำรองเนี่ย 900 ล้านบาร์เรล แต่มันก็จะหมดภายใน 3 เดือนนะคะ เอ่อ เพราะว่าเขาใช้เยอะ ทีนี้เนี่ย ถ้าสถานการณ์มันไม่จบภายใน 3 เดือน แต่ก็คล้ายอินเดียนะคะ จีนก็คงรู้สึกว่าตัวเองมีทั้งรัสเซีย แล้วก็มีน้ำมันของตัวเอง แล้วก็มีเชื้อเพลิงของตัวเอง แล้วก็น่าจะสามารถเจรจามีพลังในการต่อรองใดๆ เนี่ย มากกว่าประเทศอื่นเขาคือจีนเนาะ ของท่านสี จิ้นผิงเนาะ เพราะฉะนั้นเขาก็อาจจะคิดคล้ายๆ อินเดียว่าเขาใช้วิธีไปเจรจาเอาน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาเนี่ย อาจจะดีกว่านะ
อ่ะ ทีนี้เราไปที่ออสเตรเลียนะคะ ก่อนที่เราจะไปยุโรป ออสเตรเลียเนี่ย น่าสนใจมากนะ นอกจากที่ทุกคนเห็นในข่าวแล้วพูดถึงกันมากก็คือออสเตรเลียใช้วิธีเดียวกับเวียดนาม นั่นก็คือการลดภาษีน้ำมัน ออสเตรเลียเนี่ยลดภาษีน้ำมันลงไปเลย แน่นอนก็กลับสู่รูปเดิมนะคะ รถก็ประเทศก็ขาดรายได้ใดๆ ไป แต่ว่าเขาเป็นออสเตรเลียนะคะ เพราะฉะนั้นสถานการณ์การคลังเขาก็ถือว่าอยู่ในระดับค่อนข้างดี เขา ก็ยอมสูญเสียรายได้ตรงนี้ แต่ว่าพยุงราคาน้ำมันเอาไว้ นะคะ นี่ก็คือสิ่งที่รัฐบาลออสเตรเลีย ออสเตรเลียนะคะ เลือกที่จะทำ ทีนี้เนี่ย เอ่อ นักศึกษาจากออสเตรเลียเขาเป็นแบบสหพันธรัฐใช่มั้ยคะ เป็น Federal State ก็จะมีนโยบายแต่ละรัฐที่แตกต่างกันออกไปนะคะ แต่เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจมาก เช่นในรัฐวิกตอเรีย ในรัฐวิกตอเรียเนี่ยนะคะ เขาไม่ได้แค่พูดพูดว่าให้ประชาชนลดการใช้รถส่วนตัวแล้วให้ไปใช้ขนส่งสาธารณะ แต่เขาทำให้ประชาชนอยากไปใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้นนะคะ ด้วยการให้ขนส่งสาธารณะฟรีตลอดเดือนเมษายนไปจนถึง เอ่อ พฤษภาคม มิถุนายนเลย ก็คือ 3 เดือนนะคะ เมษายน พฤษภาคม มิถุนายนนะคะ ก็คือไม่ว่าจะเป็นเอ่อ รถบัส โค้ช เฟอรี่ใดๆ นะคะ ก็คือไม่ต้องจ่ายตังค์ขึ้นฟรีนะคะ คือส่งเสริมให้ประชาชนสามารถใช้ขนส่งสาธารณะได้ฟรีนะ ในแทสเมเนีย ในแทสเมเนียเนี่ยก็น่าสนใจมาก ก็คือรถโรงเรียนนะคะ แบบที่ต้องจ่ายตังค์ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องจ่ายรายเดือนเนี่ย ไม่ต้องจ่ายรถโรงเรียนขึ้นฟรี เอ่อ รถโรงเรียนขึ้นฟรีนะคะ ที่แทสเมเนียของออสเตรเลียนะคะ แล้วก็ เอ่อ ที่อื่นๆ เนี่ยก็คือไอ้ที่ใช้โดยทั่วกันก็คือเรื่องของการเอ่อ ลดภาษีน้ำมันนะคะ ก็ทำให้ราคาน้ำมันโดยรวมเนี่ย ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ประชาชนน่าจะพอรับไหว แต่ว่าน้ำมันมันก็แพงขึ้นมาเยอะมากๆ นะคะ ส่วนใหญ่โดยทั่วไปในทั่วโลกเนี่ย เขาขึ้นกันมาประมาณ 20-30% อย่างน้อยนะคะ ในออสเตรเลียเนี่ยก็มีหลากหลายมาตรการที่เขาใช้ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างที่ทำไมช่อถึงบอกว่าน่าสนใจ ช่อคิดว่าในเวลาที่รัฐบาลไทยบอกว่าเราต้องใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น เฮ้ยถ้าถ้าเราใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้นโดยรัฐบาลบอกอย่างเดียวเนี่ย อันนี้มันก็ไม่ไม่ต้องบอกก็ได้ป่ะ คือคนก็อยากจะใช้ลดการใช้น้ำมันอยู่แล้ว คุณต้องมีอะไรสักอย่างที่ส่งเสริมให้คนรู้สึกว่าเออไปใช้ขนส่งสาธารณะดีกว่า อย่างออสเตรเลียเนี่ยก็คือรถเมล์ใดๆ ขึ้นฟรีเลยจ้ะ ซึ่งมันก็จะได้ส่งเสริมให้คนรู้สึกอยากใช้มากขึ้นนะ หรือลดราคาก็ยังดี เพราะฉะนั้นเอ่อ ถ้ารัฐบาลอยากจะลดการใช้พลังงานแล้วอยากให้ประชาชนประหยัดการใช้พลังงานโดยการขึ้นขนส่งมวลชนเนี่ย ก็ลองดูนะคะ แบบออสเตรเลียก็คือให้ขึ้นฟรีแล้วคุณไปอุดหนุนราคากับผู้ให้บริการอะไรก็ว่าไปนะคะ
มาที่ไอร์แลนด์นะคะ ไอร์แลนด์ก็ใช้วิธีเดียวกันกับเวียดนามและออสเตรเลียนั่นก็คือภาษีน้ำมันนะคะ เขาตัดภาษีน้ำมันเลย ซึ่ง เอ่อ ก็จะลดราคาน้ำมันลงได้อย่างมีนัยยะสำคัญนะคะ แล้วก็เอ่อ มีการสนับสนุนเรื่องของน้ำมันที่ใช้ในการให้ความอบอุ่นน่ะ ให้ system นะคะ ให้ความร้อนภายในบ้านด้วยนะคะ เอ่อ เพราะฉะนั้นเนี่ย ไอร์แลนด์ถือว่ามีมาตรการที่ค่อนข้างครอบคลุม ที่ช่อชอบมากอีกอย่างนึงก็คือสำหรับคนที่อยู่ในเอ่อ รับสวัสดิการรัฐนะคะ รับ social welfare เนี่ย เขาให้เลื่อนจ่ายค่าไฟนะคะ เลื่อนจ่ายค่าไฟไป 4 สัปดาห์ เพื่อที่จะลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชน เอ่อ รัฐบาลแบบนี้ดีนะคะ คือไม่ได้ไม่ได้ยกเว้นให้ แต่ว่าเขาเลื่อน ซึ่งมันก็ยังดีใช่มั้ย ก็คือว่าตอนนี้คุณเอาตังค์ไปจ่ายค่าน้ำมันที่ขึ้นก่อน ส่วนค่าแก๊สเนี่ย ค่าแก๊สก็คือค่าที่เอามาใช้ในระบบทำความร้อนในบ้านเรือนเนี่ย ก็สามารถประวิงออกไปแล้วไปจ่ายในเดือนหน้าได้นะคะ เลื่อนให้ 4 เดือน อันนี้ก็คือแพ็คเกจของไอร์แลนด์นะคะ อืม เพราะฉะนั้นราคาน้ำมัน ราคาพลังงาน ราคาไอ้พวกเครื่องทำความร้อนในบ้านอะไรอย่างเงี้ยก็ถูกลง โดยเขาใช้แพ็คเกจการสนับสนุนจากภาครัฐนะคะ
เอ่อ ประเทศที่น่าสนใจอีก 1 ประเทศนะคะ ก็คืออังกฤษนะคะ อังกฤษเนี่ยก็ก็เหมือนกับประเทศยุโรปอื่นๆ นะคะ ก็คือกัดฟันมากนะคะ เพราะว่าเดิมพึ่งพาพลังงานรัสเซีย ตอนนี้ก็รบกันนะคะ ก็ไปพึ่งพาพลังงานตะวันออกกลาง พอตะวันออกกลางก็รบกันอีก รัสเซียก็ยังไม่เคลียร์กับยูเครนนะคะ ทาง EU เนี่ย รวมไปถึงทางอังกฤษเองเนี่ย ก็อยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แล้วก็เริ่มๆ เห็นการใช้การแรชั่นแบ่งปันส่วนน้ำมันแล้วนะคะ ในเอ่อ อังกฤษนะคะ ในอังกฤษเนี่ยก็ครัวเรือนรายได้ต่ำนะคะ ก็จะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐนะคะ ในการจ่ายค่าระบบทำความร้อนของบ้านนะคะ มีแพ็คเกจมูลค่าประมาณ 53 ล้านปอนด์นะคะ ที่จะให้ความช่วยเหลือนะคะ ให้เงินอุดหนุนกับประชาชนนะคะ เพื่อแบ่งรับภาระค่าใช้จ่าย คือเราเป็นประเทศร้อน เราอ่ะรับมือภาระค่าไฟจากแอร์ ใช่ป่ะ แต่ประเทศหนาวอ่ะเขารับภาระค่าไฟจากฮีเตอร์นะคะทุกคน เพราะฉะนั้นมันก็กลับกัน แต่ใช้พลังงานเหมือนกันระหว่างแอร์กับฮีเตอร์เนี่ย ช่อไม่แน่ใจนะคะ ใครที่มีความรู้เรื่องเครื่องไฟฟ้าเนี่ย ไม่รู้อันไหนเปลืองกว่ากันเนาะ ระหว่างแอร์กับฮีเตอร์ นั่นก็อาจจะอยู่ที่อุณหภูมิด้วยว่าถ้ามันต้องร้อนมากแอร์ต้องทำงานหนักมากมันก็คงแพงขึ้นใช่มั้ยคะ ฮีเตอร์ก็เช่นเดียวกัน หนาวมากมันก็ทำงานหนักขึ้นนะคะ แต่ว่าอันนี้ก็คือเอ่อนโยบายของอังกฤษนะคะ นั่นก็คือการอุดหนุนค่าพลังงานในการเอ่อ ค่าไฟนะคะ ในการเครื่องทำความร้อนของบ้านนะคะ สำหรับครัวเรือนรายได้ต่ำนะจ๊ะ
จริงๆ มีเอ่อ มาตรการที่เราพูดถึงกันคือ Windfall Tax นะคะ หลายๆ คนคุ้นกับคำนี้ ในเยอรมนีเองเนี่ย มีการพูดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน ว่าต้องเก็บภาษี Windfall Tax ภาษีลาภลอย ก็คือถ้าเกิดว่ามันเกิดสถานการณ์วิกฤตที่ทำ ให้ที่ทำให้บริษัทอย่างเช่นบริษัทพลังงาน เนี่ยได้กำไรโดยไม่ควรจะได้นะคะ ลาภลอยนะ ก็คือลาภที่มันได้มาอยู่ดีๆ ฟลุคๆ ได้มา ก็คือเกิดวิกฤตสถานการณ์น้ำมันราคาพุ่งขึ้นอย่างเงี้ย ก็จะต้องมีการเก็บภาษีลาภลอยนะคะ ดิฉันเพิ่งเห็นเอ่อ คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการนะคะ ซึ่งตกลงจะได้เป็นรัฐมนตรีเอ่อคมนาคม หรือว่าจะดูแลดูแลไม่ดูแลพลังงานอีกต่อไปแล้ว เพราะว่ากลัวโดนข้อหาเรื่องพรรคปั๊มทองเป็นกิจการของครอบครัวนะคะ แต่คุณพิพัฒน์เนี่ย บอกว่าเรื่องภาษีลาภลอยก็คิดอยู่ แต่ต้องตอบคำถามด้วยว่าแล้วถ้าในช่วงเวลาที่เขาขาดทุน เอกชนเขาขาดทุนเนี่ย รัฐจะไปช่วยซัพพอร์ตเขาอย่างไร ซึ่งอันนี้แบบฟังแล้วงงมากว่าถ้าบริษัทเอกชนขาดทุน แล้วรัฐต้องไปช่วยอย่างไรด้วยหรือนะคะ เอ่อ ถ้ามันขาดทุนมันก็บริษัทก็ต้องหลับไปใช่ไหมคะ แต่ว่าคือถ้ากำไรโดยปกติเนี่ยก็ไม่รัฐบาลเขาก็ไม่ยุ่งอะไรอยู่แล้ว แต่ว่ากำไรที่มันได้มาโดยภาวะวิกฤตที่คนทั้งประเทศเดือดร้อนเนี่ย คุณอาจจะต้องโดนเก็บภาษีเพิ่มเพื่อความแฟร์ อย่างเช่นสถานการณ์ตอนนี้เป็นต้นใช่มั้ยคะ ก็เอ่อ ไม่แน่ใจว่าตกลงในประเทศเราเนี่ยจะได้เก็บไมค์ภาษีลาภลอย เพราะว่าคุณพิพัฒน์ดูเป็นห่วงเอกชนที่อาจจะโดนเก็บภาษีมากเลยนะคะ ไม่แน่ใจว่าอาจจะเป็นความกตัญญูรู้คุณส่วนบุคคลของครอบครัวด้วย หรือเปล่าก็ไม่ทราบนะคะ แต่คุณพิพัฒน์ก็บอกว่าไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับกิจการ PT มา 20 ปีแล้วนะคะ เราก็ต้องเอ่ยยกประโยชน์ให้กับคุณพิพัฒน์ไปนะคะ ว่าเพราะว่าแกดิสเคลมแบบนี้แล้วแต่ว่ากลับมาที่ประเด็นภาษีลาภลอยเนี่ย ในเยอรมนีแล้วก็อีกหลายๆ ประเทศนะคะ มีการพิจารณาว่าจะเก็บต้องเก็บภาษีลาภลอย เพราะว่าอย่าลืมว่าดูจากสถานการณ์ที่ทั่วโลกเขาเอ่อ มีวิธีการรับมือเนี่ย มาตรการระยะสั้นอย่างเช่นเอ่อการลดจำนวนวันทำงานเพิ่มวันหยุดนะคะ หรือว่าการเอ่อให้ subsidiz พวกค่าไฟอะไรแบบเนี้ย มันเป็นมาตรการระยะสั้นเช่นเดียวกับการให้คนขึ้นขนส่งมวลชนฟรีเนี่ย มันเป็นมาตรการระยะสั้นเนาะ แต่เวลาพูดถึงภาษีลาภลอยเนี่ย มันแปลว่าเขาเริ่มเห็นแล้วว่าสถานการณ์มันไม่จบเร็วแล้ว มันต้องคิดถึงการหารายได้เข้ามาชดเชยด้วย เพราะว่าการลดภาษีน้ำมัน การจ่าย subsidiz นะคะ การจ่ายเงินอุดหนุนให้กับประชาชนที่เดือดร้อนเนี่ย เป็นเรื่องที่ต้องทำก็จริง แต่เป็นค่าใช้จ่ายมหาศาลของรัฐ แล้วอย่างที่ช่อบอกไปตอนต้นมัน 2 ทางเนาะ คุณลดภาษีน้ำมัน คุณเสียรายได้ คุณต้องจ่ายเงินอุดหนุนประชาชน คุณก็ต้องมีรายจ่ายเพิ่ม ทำไประยะยาวเนี่ย มันก็จะช็อตนะคะ เพราะฉะนั้นมันก็ต้องคิดถึงวิธีการหารายได้อื่นๆ เพิ่มที่ ไม่ใช่การรีดเลือดกับปู เช่นภาษีลาภลอย ซึ่งเก็บกับบริษัทพลังงานขนาดใหญ่ที่เขาได้กำไรจากวิกฤตพลังงานในรอบนี้นะคะ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเอ่อ เรื่องที่พรรคประชาชนเองอ่ะก็พูดมาตั้งแต่วันแรกๆ นะคะ คุณเติ้ล วรภพกับคุณโต๋เอ่อ ศุภโชติเนี่ยก็พูดเรื่องภาษีลาภลอยมาตั้งแต่แรกๆ เหมือนกัน เดี๋ยวจะมีแถลงนโยบายของรัฐบาลที่สภาในเร็วๆ นี้เนี่ย ดิฉันก็จะรอฟังเหมือนกันว่าในการอภิปรายเนี่ยฝ่ายค้านหลายๆ พรรค ซึ่งเขามีจุดยืนตรงกันหมดเรื่องเก็บภาษีลาภลอยไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์นะคะเอ่อก็น่าจะมีการอภิปรายเรื่องเรื่องนี้กันเดี๋ยวดูกันว่ามันจะเป็นไปได้จริงมั้ยที่รัฐบาลไทยจะเก็บภาษีนายทุนใหญ่มากๆ ซะทีนะคะก็กล้าๆ หน่อยประชาชนเดือดร้อนขนาดนี้แล้วนะคะ
อ่ะ กลับมาที่เรื่องของเรา ช่อวกกลับไปเรื่องการเมืองไทยเนาะ ดูเรื่องนโยบายของประเทศอื่นๆ ต่อ นะคะ มีประเทศอะไรอีกบ้างที่น่าสนใจ คืออย่างอียิปต์เนี่ย อียิปต์เขา desperate nature พอสมควรเนาะ คือเขาให้ร้านอาหาร ร้านค้าคาเฟ่เนี่ย ปิด 21:00 น. ก็คือลดใช้พลังงาน แต่ถามว่าในประเทศอย่างประเทศไทย ที่เราภูมิใจกับ signature หิวข้าวต้ม 4:00 น. ก็ต้องได้กินนะคะ หิวชานมตอน 2:00 น. ก็ต้องได้กินเนี่ย ถ้ารัฐบาลประกาศจำกัดเวลาทำการของร้านค้า บอกว่าให้ปิด 21:00 น. 22:00 น. เนี่ย สงสัยจะเป็นเรื่องนะคะ แต่ว่าในหลายๆ ประเทศเนี่ย เขาก็เริ่มทำกันเนาะ อันนี้อาจจะต้องขึ้นอยู่กับเอ่อ lifestyle ของในประเทศนั้นๆ ด้วยนะ อียิปต์เนี่ย เขาประกาศเลยว่าให้ร้านรวงต่างๆ เนี่ย ปิด 21:00 น. เพื่อประหยัดการใช้พลังงานนะคะ มันก็คือการเปิดไฟตอนกลางคืนนั่นเองนะคะ ปิดร้านเร็ว มันก็ลดการใช้พลังงานได้เนาะ
ในศรีลังกาเนี่ย ก็ค่อนข้าง desperate measure เหมือนกันนะคะ ก็คือการประกาศเพิ่มวันพุธเป็นวันหยุดราชการเนาะ ศรีลังกาก็บอกเลยว่าวันพุธให้เป็นวันหยุดข้าราชการ โรงเรียน มหาวิทยาลัยให้หยุดนะคะ แล้วก็เริ่มมีการใช้การปันส่วนน้ำมันแล้ว นั่นก็คือรถเอ่อ ทั่วไปเนี่ยนะคะ 15 ลิตร แล้วก็มอเตอร์ไซค์ 5 ลิตรนะคะ ต่อ week ต่อสัปดาห์นะทุกคน ไม่ใช่ต่อวัน ใช่ไม่ได้อ่านผิดนะคะ 15 ลิตรต่อสัปดาห์นะคะ และมอเตอร์ไซค์ 5 ลิตรต่อสัปดาห์นะคะ จริงๆ มีอีกหลายประเทศเนาะ ที่มีการแรชั่นน้ำมัน ออกจากศรีลังกา หยุดวันพุธแล้วก็ให้เติมน้ำมันได้แค่สัปดาห์ละ 15 ลิตรสำหรับรถยนต์ แล้วก็ 5 ลิตรสำหรับรถมอเตอร์ไซค์นะคะ ประเทศแรกในยุโรปที่มีการปันส่วนน้ำมันแล้วคือประเทศสโลวีเนียนะคะ สโลวีเนียเนี่ยให้จำกัดให้เอ่อ มีการเติมน้ำมันอยู่ที่ 50 ลิตรนะคะ แต่ว่า per day อ่า อันนี้ก็ใจดีหน่อยนะคะ ก็คือคนทั่วไป คนธรรมดาเนี่ย 50 ลิตรนะคะ แล้วก็เอ่อ สำหรับเกษตรกรนะคะ ซึ่งต้องใช้น้ำมันในการทำเกษตร แล้วก็ภาคธุรกิจเนี่ย จะได้ 200 ลิตร อันนี้ก็เป็นการปันส่วนน้ำมันที่ดูยืดหยุ่นหน่อยนะคะ สิหลักการที่โหดมากคือสัปดาห์ลิตรกับ 5 ลิตร อันนี้ไม่ไหวนะคะ ก็คือไม่ต้องออกจากบ้านหรือเปล่านะคะ แต่ว่าสโลวีเนียเนี่ย เขาก็เริ่มการแรชั่นเป็นประเทศแรกในยุโรป น้ำร่องไปก็เป็นการปันส่วนที่ค่อนข้างให้ space ไว้กว้างนะคะ เอ่อ วันละ 50 ลิตรสำหรับคนทั่วไป แล้วก็ 200 ลิตรสำหรับธุรกิจ แล้วก็ชาวนา ชาวนา เกษตรกรที่ต้องใช้ในการทำเกษตร
อืม ถ้าดูโดยภาพรวมเนี่ยนะคะ หลายๆ ประเทศไม่ได้มีมาตรการอะไรที่ครีเอทีฟมากน้อยกว่ากันนัก มันไม่ได้แข่งกันที่ความ creative นะคะ แต่มันแข่งกันที่ความสามารถในการบริหารการเงิน บริหารการเงินก็คือทำอย่างไรให้การ subsidiz เนี่ยไม่ส่งผลกระทบต่อสภาวะการคลัง การจ่ายเงินอุดหนุนให้กับประชาชนเนี่ย ตรงเป้านะคะ เอ่อ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ได้รับการอุดหนุนดีพอแล้ว สามารถที่จะลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้จริง สำหรับประเทศไทยเนี่ย กลุ่มคนที่ควรจะต้องได้รับการอุดหนุน คงไม่ใช่แค่เพิ่มเงินสวัสดิการแห่งรัฐ 100 บาทต่อเดือน มันน้อยมากนะคะ แต่ว่าภาคขนส่ง โลจิสติกส์นะคะ ก็คงจะต้องได้รับการอุดหนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐ เกษตรกรนะคะ จนถึงวันนี้เรายังไม่เห็นรัฐบาลมีนโยบายอะไรเกี่ยวกับเรื่องปุ๋ยเลย ซึ่งตอนนี้ปุ๋ยยูเรียแพง ขาด และขึ้นราคา และดราม่าล่าสุดใช่มั้ยคะ ที่ว่าตกลงสต๊อกปุ๋ยในประเทศไทยเนี่ย มีถึงเมษายนหรือสิงหาคมกันแน่ เพราะว่ารัฐมนตรีพาณิชย์คุณสุปจีเนี่ย พูดไม่ตรงกันนะคะ ซึ่งเราก็ต้องเอาอันหลังสุดใช่มั้ยที่พูดล่าสุดก็คือมีสต๊อกถึงแค่เมษายน ซึ่งอันนี้วิกฤตมากๆ นะคะ เพราะว่าถ้ามีสต๊อกถึงแค่เมษายนเนี่ย มันแล้วยังไงต่อ นี่มันคือเดือนเมษายนแล้วนะคะ เราเกษตรกรเนี่ย เขาจะต้องเริ่มครอปใหม่กันในหน้าฝน ก็คือลงพืชผลใหม่เนี่ยในหน้าฝนเนาะ ซึ่งมันกำลังจะมาถึงแล้ว แล้วมันไม่มีปุ๋ยแล้ว เราต้องทำอย่างไรนะคะ ไอ้ประเภทปุ๋ยธงฟ้า หรือว่าการแบบสนับสนุนปุ๋ยราคาถูกเนี่ย อาจารย์ต้น วีรยุทธได้เคยอภิปรายไปแล้วในสภา นะคะว่ามันแค่โอโหแบบคือความการใช้งาน 50 ล้านตันน่ะของประเทศไทยอ่ะ แต่คุณมีปุ๋ยราคาถูกให้ประชาชนแค่แบบเท่าไหร่อ่ะ หลัก 1 ล้าน 2 ล้านตันอะไรแบบเนี้ยนะคะ ซึ่งมันมันน้อยมากๆ น้อยมากๆ มันไม่ไม่เพียงพอ นะคะ ได้แค่แบบ 1 ใน 10 เพราะฉะนั้นกลุ่มที่ต้องการการเอ่อ อุดหนุนจากรัฐมากที่สุดเนี่ย ก็คงจะเป็นเกษตรกรที่โดน 3 เด้ง ก็คือปุ๋ยแพง น้ำมันแพง ค่าไฟแพงนะคะ อย่าลืมว่าเกษตรสมัยเนี้ย ใช้ปั๊มน้ำ ใช้รถไถ รถเกี่ยว นะคะ ทุกอย่างมันเป็นพลังงานหมดนะคะ มันเป็นน้ำมัน มันเป็นไฟฟ้า นะคะ แล้วก็อีกกลุ่มนึงก็คือกลุ่มชาวประมง เอ่อ อันเนี้ย เล่านิดนึงเนาะว่าช่วงสัปดาห์ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาเนี่ย ช่อไปพัทยาเนาะกับครอบครัว ปรากฏว่าอาหารทะเลค่ะ หาซื้อได้ยากแล้วนะ เพราะว่าเรือประมงเนี่ย ออกไม่ได้เพราะว่าน้ำมันแพง แล้วเขารู้สึกว่าไม่คุ้มทุน รวมถึงหายากมากนะคะ เพราะฉะนั้นกลุ่มพี่น้องชาวประมงเนี่ย ก็เป็นกลุ่มที่เดือดร้อนมากๆ เช่นเดียวกันนะ
เอ่อนโยบายที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยเอ่อ นิดเดียวเนาะ ที่เขาพูดกันในสื่อทั่วโลก เช่นถ้าคุณเปิด BBC เปิด DW เปิด CNN อะไรอย่างเงี้ย แล้วเขาจะรวบรวมเอาสิ่งที่หลายๆ ประเทศทำกันว่าในวิกฤตพลังงานเนี่ย แต่ละประเทศทำอะไร ของประเทศไทยอ่ะโดนโค้ดเรื่องอะไร รู้ป่ะ ของประเทศไทยโดนโค้ชเรื่องการที่เอ่อ สภาให้ใส่ให้ไม่ใส่สูตร ให้ใส่เชิ้ตแล้วก็ผ้าไทยไปทำงานนะคะ แล้วก็เปิดแอร์ 26 องศา เออ เป็นสิ่งที่ถูกโค้ชว่ารัฐบาลไทยเนี่ย รับมือกับวิกฤตพลังงานอย่างไร ก็คือให้ใส่เสื้อเชิ้ตไม่ใส่สูทไปทำงาน แล้วก็ให้ข้าราชการเปิดแอร์ 26 องศานะคะ แล้วเก็จะดอกจันว่าประเทศไทยเป็นประเทศร้อนชื้น ซึ่งอากาศร้อนมาก โดยเฉพาะในเดือนเมษายนแบบเนี้ย ก็เป็นสิ่งที่ฝรั่งอาจจะไม่เข้าใจนะคะ แต่ว่าในแง่หนึ่งอ่ะ ก็เป็นตลกร้ายเนาะ ว่าสิ่งที่ต่างชาติเขาจับได้ว่าเราทำอะไรเนี่ย จับประเด็นน่ะ มันมีแค่นี้เองอ่ะ ก็คือเรื่องเปิดแอร์ 26 องศา กับเอ่อ เรื่องให้ใส่เชิ้ตไม่ใส่สูทนะคะ แล้วอีกเรื่องนึงก็คือเรื่องเอ่อ สนับสนุนให้ work from home ซึ่งนโยบายสนับสนุนให้ work from home เนี่ย หลายๆ ประเทศก็ทำกันเช่นเดียวกันนะคะ แต่ว่าคือการบอกอยู่ๆ บอกให้คน work from home เนี่ย มันไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ คนก็จะทำได้ใช่มั้ยคะ มันก็ต้องดูด้วยว่าแล้วคุณมีมาตรการอะไรซัพพอร์ตเขา เอ่อ หรือส่งเสริมหรือสนับสนุนว่าให้เขา work from home นะคะ ก็ลองดูแล้วกัน เพราะจริงๆ เอ่อ การ Work from home เนี่ย มัน 2 ต่อเนาะ สำหรับสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ด้วยนะคะ Work from home ก็อาจจะเป็นหนึ่งในมาตรการ แต่ว่าอยู่บ้านแล้วยังไง ค่าไฟเราก็จะแพงขึ้นด้วย แล้วมันจะต้องยังไงต่อ นะคะ
1 ในโจทย์ที่ท้าทายของรัฐบาลไทยเองก็คงเป็นเรื่องเนี้ยค่ะ แท็ก 3 เรื่องไปพร้อมๆ กันนะคะ เอ่อ วิกฤตพลังงาน ค่าไฟแพง เอ่อ น้ำมันแพงนะคะ แล้วก็วิกฤต PM 2.5 ซึ่งจริงๆ แล้วทำให้คนเนี่ย มีแนวโน้มที่จะใช้พลังงานแล้วใช้ไฟเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันนะคะ ช่วยกัน brace for impact จากนี้ไปสิ้นเดือนเมษายนคือเผาจริง คือการที่เราจะรู้จริงๆ ว่าน้ำมันมันจะมันจะเริ่มขาดแคลน ต้องมีการแรชั่นน้ำมันในประเทศไทย จำกัดการเติมหรือไม่ แล้วก็การให้การสนับสนุนอย่างตรงเป้าแก่พี่น้องเกษตรกร ชาวประมงนะคะ แล้วก็ในอุตสาหกรรมขนส่งเนี่ย เพื่อที่จะตรึงราคาสินค้าโดยเฉพาะอาหารทั้งหมดเอาไว้เนี่ย จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่นะคะ เดี๋ยวเราดูว่าในช่วงการแถลงนโยบายของรัฐบาล ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้าเนี่ย จะทำอย่างไร จะทำอย่างไรกับภาระหรือว่าวิกฤตที่ใหญ่ขนาดนี้ พูดเลยว่าน้องๆ โควิด น้องๆ โควิดรัฐบาลอนุทินจะทำอย่างไรนะคะ ก็ลองดูแล้วก็ลุ้นไปพร้อมๆ กัน เราไปที่น้องประชาชนคนไทยนะคะ ก็ทุกคนทุกชีวิตในประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจเชิงนโยบายของรัฐบาลในครั้งนี้เหมือนๆ กัน ถ้าจะขออะไรได้อย่างนึงก็ขอให้ทำแบบที่รัฐบาลในประเทศอารยประเทศหลายๆ ที่เขาทำนะคะ ก็คือเขายอม เขายอมรับจบ รับเจ็บนะคะ ก็คือเขายอมตัดภาษีน้ำมันแล้วไปหารายได้จากแหล่งอื่น หรือไปเก็บภาษีบริษัทพลังงาน เพื่อที่จะช่วยอุ้มประชาชนในห้วงเวลาวิกฤตแบบนี้นะคะ เราก็มีมาตรการที่จริงจังในการส่งเสริมให้ประชาชนเนี่ย ใช้ระบบขนส่งมวลชนโดยรัฐซัพพอร์ตให้ว่าให้ขึ้นฟรีนะคะ อันเนี้ยก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดนะคะ ประชาชนได้ประโยชน์แล้วรัฐเองก็ถือว่ามันก็ไม่ได้เป็นค่าใช้จ่ายที่มากขนาดนั้นหรือเปล่านะคะที่จะไป subsidiz เอ่อ ใช้จ่ายในด้านของการขึ้นขนส่งมวลชน ก็ลองดูแล้วกันนะคะ เอ่อ ดูหลายๆ ประเทศว่าเขาทำอย่างไร แล้วก็หวังว่าพี่น้องประชาชนคนไทยจะได้รับการดูแลจากรัฐบาลไทยสมกับภาษีที่พวกเราเพิ่งจะจ่ายกันไปมากมายมหาศาลในช่วงนี้นะคะ เป็นช่วงที่ยื่นภาษีนะนะคะ
ก็วันนี้ขอจบแต่เพียงเท่านี้นะคะ เลยเวลามานิดหน่อยนะคะ 34 นาทีแล้วก็หวังว่าคุณภาพการไลฟ์จะดีขึ้นนะคะ เอ่อ ครั้งที่แล้วครั้งแรกของมองโลกจากดาวอังคารเนี่ย คุณผู้ชมคอมเมนต์มาเรื่องเทคนิคล้วนๆ เลยนะคะ เหมือนกับว่าทุกคนไม่ได้สนใจเรื่องเนื้อหาเท่าเรื่องของเทคนิคนะคะ ต้องขออภัยด้วยว่ามือใหม่หัดไลฟ์เองนะคะ เพราะว่าไม่อยากเป็นภาระทีมงานก็พยายามที่จะไลฟ์เองแบบคนเดียวจบนะคะ แล้วก็เช่นเคย หลังจากที่เราไลฟ์ใน Facebook แล้วเนี่ย มีคนถามว่าไลฟ์ทาง YouTube มั้เนี่ย ก็จะบอกว่าแผนการก็คือ เราจะไลฟ์ทาง Facebook ค่ะ แต่เราจะไปลงพอดแคสต์ใน YouTube นะคะ ซึ่งมองโลกจากดาวอังคาร สัปดาห์ที่แล้วเนี่ย ก็ไปลงเป็นพอดแคสต์ใน YouTube เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นท่านที่ไม่ได้ฟัง หรือขี้เกียจฟังจากทาง Facebook Live นะคะ ไปฟังใน YouTube จะมีพอดแคสต์ลงให้โดยเร็วพลันนะคะ จะพยายามลงให้ภายในวันเดียวกัน หรือวันรุ่งขึ้นนะคะ ก็รอชมกันได้เลยนะคะ ย้ำอีกครั้งว่ามองโลกจากดาวอังคาร เรามีสัปดาห์ละครั้งนะคะ ชวนมองโลกนะคะ แล้วก็กลับมาเปรียบเทียบกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจกับช่อนะคะ เราไลฟ์กันใน Facebook แล้วเราก็ลงพอดแคสต์ใน YouTube Channel ของคณะก้าวหน้า The Progressive Movement นะคะ เป็นพอดแคสต์ที่ชื่อว่ามองโลกจากดาวอังคารค่ะ เจอกันใหม่ หวังว่ารอบหน้าจะเป็นวันอังคารตามเดิมแล้วนะคะ สำหรับสัปดาห์นี้ สวัสดีค่ะ
[เพลง]