Transcription
โรงกลั่นกำไรพุ่ง คนไทยจ่ายแพง สุภจี พาณิชย์ไม่กล้าชนของใหญ่ กระบวนการเริ่มจากการนำน้ำมันดิบเข้ามา จากนั้นก็ส่งเข้าโรงกลั่น พอกลั่นเสร็จเรียบร้อยก็กลายเป็นน้ำมันสำเร็จรูป แล้วถูกส่งต่อไปยังคลังน้ำมัน ซึ่งผู้เล่นหลักก็คือ ปตท. ก่อนจะกระจายออกไปขายผ่านเครือข่าย โดยมีหน่วยงานลูกอย่าง OR เป็นตัวจัดจำหน่ายหน้าปั๊ม ฟังดูเหมือนเป็นระบบปกติใช่ไหม แต่ปัญหาจริงมันอยู่ที่โครงสร้างราคาน้ำมัน ที่คนไทยจ่ายไม่ได้สะท้อนแค่ต้นทุนจริง แต่มันถูกซ้อนทับด้วยกลไกหลายชั้น ตั้งแต่ราคาน้ำมันดิบ ที่ไม่มีใครรู้ชัดว่าดีลกันยังไง ใครได้ของถูก ใครได้ของแพง และมีอะไรอยู่เบื้องหลัง
กรณีน้ำมันราคาถูก เช่น จากรัสเซีย ตามหลักมันควรถูกนำมาใช้เพื่อลดต้นทุนให้ประเทศ แต่ในความเป็นจริงกลับมีข้ออ้างว่าโรงกลั่นไทยรองรับไม่ได้ คำถามคือรองรับไม่ได้จริงหรือ ไม่อยากให้มันรองรับได้ เพราะมันจะไปกระทบโครงสร้างกำไรของคนบางกลุ่ม
พอมาถึงโรงกลั่น ยิ่งเห็นชัด ค่าการกลั่นที่เคยอยู่แค่ 2-3 บาทต่อลิตร วันนี้ขึ้นไปแต่ประมาณ 6 บาทขึ้นไป เกือบ 2-3% ทั้งที่เครื่องจักรก็ของเดิม คนงานก็คนเดิม ที่ดินก็ที่เดิม แล้วอะไรทำให้ต้นทุนมันพุ่งขึ้นขนาดนี้ ถ้ามันขึ้นปีละนิดคนยังพอเข้าใจได้ แต่นี่คือการกระโดดขึ้นเกือบเท่าตัวในไม่กี่ปี แล้วใครได้ประโยชน์ คำตอบก็ชัด คือผู้ถือหุ้นของธุรกิจพลังงาน
ตรงนี้แหละที่ต้องถามไปถึง สุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในเมื่อคุณมีความรู้ มีประสบการณ์ระดับบริหารองค์กรขนาดใหญ่ ทำไมไม่กล้าแตกโครงสร้างผูกขาด ทำไมไม่เสนอให้ค่าการกลั่นเป็นสินค้าควบคุม ตั้งเพดานให้ชัดเจนว่าเกินเท่าไหร่ไม่ได้ เพราะความจริงคือต้นทุนมันคำนวณได้ ถ้าลัดเอาจริง ราคาน้ำมันสามารถลดลงได้ทันที 2-5 บาทต่อลิตร คำถามคือทำไมไม่ทำ
ทั้งหมดนี้สะท้อนชัดว่า โครงสร้างพลังงานของไทยไม่ใช่ตลาดเสรีจริง แต่เป็นระบบที่ถูกครอบไว้โดยผู้เล่นไม่กี่ราย และคนที่ต้องจ่ายแพงก็คือคนทั้งประเทศ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำมัน แต่มันคือโครงสร้างผลประโยชน์ ที่บางคนได้บนความเสียเปรียบของคนส่วนใหญ่