Transcription
จะพูดถึงนโยบายผสมไปกับประโยชน์ที่จะใช้ เรื่องนี้นะครับ ผมพยายามจะใช้เรื่องนี้ ว่าเป็นเอ่อ Action Plan นะครับ หรือว่าแผนที่เราจะสามารถที่จะทำแล้วก็เริ่มต้น ตรงนี้ได้นะครับ ขออนุญาตเอ่อ ใช้กรอบนี้ก่อนนะครับ เนื่องจากว่ากระทรวงนี้ นะครับเรามีสภานโยบายอยู่แล้ว แล้วก็เรามีแต่ละหน่วยงานนะครับ ทั้งเกี่ยวกับการศึกษาเนาะ แล้วก็ส่วนของวิจัย เพราะฉะนั้นแต่ละคนเนี่ย เค้าจะมีแผนอยู่แล้วนะครับ
ทีนี้กรอบตรงนี้ หลังจากผมเอ่อ ได้พูดวันนี้เสร็จนะครับ ก็จะไปเยี่ยมตามจุดต่างๆนะครับ แล้วก็แผนสุดท้ายเนี่ยนะครับ ก็ไม่เกิน 1 พฤษภาคมนะครับ ก็จะมีการแจกแผนตรงนี้ให้กับทุกๆท่านนะครับ เพราะว่าอยากให้ทุกท่านมีส่วนร่วมกับการวางแผนในครั้งนี้นะครับ เพื่อที่เราจะสามารถที่จะผลักดันกระทรวง อว. ไปข้างหน้าได้นะครับ นะครับ ซึ่งกระทรวงก็ไปข้างหน้าอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าทำยังไงเราถึงจะทำให้ไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงแล้วก็ยั่งยืนนะครับ
ผมใช้คำนี้ว่าเป็นแบ็คโบนนะครับ หรือว่าเป็นกระดูกสันหลังอีกชิ้นหนึ่งนะครับ ให้กับประเทศไทย เราพยายามที่จะผลักดันนะครับ แล้วก็ยกระดับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อวันนี้เราจะวางรากฐานประเทศไทยให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูงนะครับ
ถามว่าเพิ่งคิดหรือเปล่าเรื่องนี้ ตั้งแต่ตอนที่เอ่อ ปวารณาตัวนะครับ เข้ามาสู่การเมือง พูดคำนี้มาตั้งแต่ต้นว่าผมเติบโตมาจากกระทรวง อว. นะครับ แล้วก็วันที่เดินออกมา ก็ไม่คิดนะครับว่าเราจะทำเรื่องอื่น เราพยายามที่จะคืนในเรื่องเกี่ยวกับอธิปไตยทางความคิด ทางเทคโนโลยีให้กับประเทศไทย เราพยายามที่จะเป็นหน่วยงานที่จะชนะ Tech Wall ให้กับประเทศไทย โดยที่ไม่ได้ลุยเอง แต่เป็นการลุยไปกับคนอื่นนะครับ
ผมก็มองว่าวันนี้ หากกระทรวง อว. เราตั้งทัพได้ เราไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องตั้งทัพและอยู่ตรงนี้ แต่เราควรที่จะเดินทางไปช่วยเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ เรื่องเกี่ยวกับการต่างประเทศ ความมั่นคง เรื่องสังคม เรื่องภัยพิบัติ สิ่งแวดล้อม และในเรื่องเกี่ยวกับการปฏิรูปภาครัฐ เรื่องการกำจัด การทุจริตคอร์รัปชันนะครับ ซึ่งตรงนี้เอง เราสามารถทำผ่านเรื่องของรัฐบาลดิจิทัลได้นะครับ อันนี้ก็เป็นแนวทางนะครับว่าวันนี้เรามีอะไรในมือ เราสามารถที่จะช่วยใครได้ และคำว่าวิทยาศาสตร์สำหรับผม ไม่ใช่วิทยาศาสตร์แค่ชีวะ เคมี ฟิสิกส์ แต่ All Science ก็เป็นหนึ่งในศาสตร์นะครับ ตรงนี้เราก็มองว่าพวกเราเนี่ย มีอยู่ 2 กลุ่ม กลุ่มที่ทำด้านวิทยาศาสตร์กับกลุ่มที่ทำสายสังคมนะครับ เราจะไปด้วยกันนะครับ
อันนี้ไม่ต้องโฟกัสในตัวอักษรย่อ มันอาจจะไม่ได้อัปเดตล่าสุด แต่ผมพยายามอยากให้ดูว่าเอ่อ กระทรวง อว. เราเนี่ย มีสภานโยบายอยู่แล้ว และมีบริบทที่จะปฏิรูปในเรื่องเกี่ยวกับการทำงานข้ามกระทรวงอยู่แล้วนะครับ สภานโยบายเนี่ย มีรัฐมนตรี 10 กระทรวงอยู่ในนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นเรามี อ่า บอดี้ที่จะผลักดันในเรื่องเกี่ยวกับอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมอยู่แล้ว ตรงนี้ไม่ต้องทำอะไรใหม่
ทีนี้จากตรงนี้เอง ก็จะแบ่งเป็น 2 ขาก็คือขาอุดมศึกษา นะครับ ก็คือด้านขวาเนาะ แล้วก็ด้านซ้ายก็จะเป็นขาที่ทำเกี่ยวกับทางด้านของการวิจัยนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะสื่อสารแค่ 2 เรื่องเนี้ยนะครับ ว่าดังนั้นชื่อของกระทรวง ก็จะเป็นการรวมระหว่างเรื่องเกี่ยวกับอุดมศึกษา แล้วก็เรื่องของวิจัย สำหรับเรื่องของอุดมศึกษา ก็จะมีมหาวิทยาลัยต่างๆ สำหรับในเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ วิจัย เทคโนโลยีนะครับ ก็จะมีทั้งหน่วยงานให้ทุน และก็หน่วยงานที่เป็น Operator หน่วยงานที่เป็น Infrastructure ต่างๆนะครับ ที่คอยสนับสนุนในเรื่องเกี่ยวกับนโยบาย ที่คอยสนับสนุนในเรื่องเกี่ยวกับการวิจัย การทดสอบต่างๆ เพราะฉะนั้นเราสามารถที่จะมองว่านี่คือกระดูกสันหลังอีกชิ้นหนึ่งนะครับ
ผมบอกว่าอีกชิ้นหนึ่ง เพราะว่าประเทศไม่สามารถที่จะรันโดยวิทยาศาสตร์อย่างเดียวได้ ก็ต้องรันด้วยทั้งสังคม ทั้งเกษตรกร และก็ทั้งทุกมิตินะครับ แต่วันนี้มิตินี้จะเข้มแข็งขึ้นได้อย่างไรนะครับ เดี๋ยวเราก็มาลองดูกันเบื้องต้นนะครับ ทีนี้ผมพยายามที่จะแบ่งตรงนี้ เพื่อที่จะสื่อสารให้กับทุกๆ ท่านได้เห็นง่ายขึ้นนะครับ การที่เราพยายามที่จะแบ่งออกมาเป็น 8 เรื่องเนี่ย ไม่ใช่เรื่องใหม่นะครับ เราพยายามแบ่งในเรื่องเกี่ยวกับนวัตกรรมออกมา เราพยายามจะแบ่งในเรื่องเกี่ยวกับเอ่อ ตัวงานวิจัย หรือแม้กระทั่ง Innovation ที่ช่วยในเรื่องของเศรษฐกิจ นั่นก็คือข้อที่ 2 ถึงข้อที่ 5 เราพยายามจะแบ่งนวัตกรรมที่ช่วยเหลือในเรื่องเกี่ยวกับสังคม เป็นข้อที่ 6 ข้อที่ 7 และสุดท้าย หากเราทำ 1-7 ได้ เบอร์ 8 เราสามารถที่จะสร้างมหาวิทยาลัยที่จะพลิกโฉมไปสู่ระดับโลกได้นะครับ ซึ่งตรงนี้เอง ก็เข้ากับกรอบของ ววน. อยู่แล้วนะครับ ในเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ สังคมนะครับ เรื่องของ Frontier นะครับ และก็ในขณะเดียวกัน เรื่องของการผลิตคน ก็คือข้อที่ 8 แล้วก็เข้ากับเรื่องของ ทปอ. นะครับ เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าวันนี้ อาจจะมีเป็น Action Plan ย่อยๆ แต่ในเรื่องการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยเนี่ย เดี๋ยวผมหารือกับทาง ทปอ. และก็สำนักปลัดที่ดูแลเรื่องนี้นะครับเพิ่มเติม เพื่อเราจะได้สามารถที่จะวาง Action Plan ได้อย่างรอบคอบ บางเรื่องดีอยู่แล้วนะครับ เราสานต่อ บางเรื่องหากต้องเสริมให้เข้ากับบริบทปัจจุบัน เราก็จะทำโดยการบูรณาการกับกระทรวงอื่นๆนะครับ
สำหรับในเรื่องนวัตกรรมที่ไปกับเรื่องของเศรษฐกิจนะครับ เราจะเข้าไปอยู่ในเอ่อ ใน ครม. เศรษฐกิจด้วยนะครับ ในครั้งนี้ เพื่อที่จะสามารถดันนวัตกรรมไทยนะครับ ให้เป็นตัวชูโรงในเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกัน สังคมต้องอยู่ได้ เราก็จะส่งเสริมนวัตกรรมในเชิงสังคมนะครับ ตรงนี้ก็จะเป็นบทบาทของทีมที่ทำทางด้านเศรษฐศาสตร์ ทางด้านกฎหมาย ทางด้านรัฐศาสตร์ ทางด้านโซเชียลต่างๆนะครับ ก็สามารถที่จะเข้ามามีส่วนในส่วนตรงนี้ได้นะครับ
เวลาทุกคนมองเห็นหน้าผมเนี่ย จะเห็นหน้าแค่คำว่าวิทยาศาสตร์นะครับ และก็อีกกลุ่มนึงใน ววน. ก็จะมีความรู้สึกว่าถูกทิ้งหรือเปล่า ก็เรียนว่าไม่ทิ้งแน่นอนนะครับ เรื่องนี้ต้องไปด้วยกันนะครับ ควบคู่กันนะครับ สำหรับในเรื่องเกี่ยวกับข้อที่ 1 ถามว่าทำไมต้องสำคัญนะครับ ข้อที่ 1 เนี่ย จะบอกว่ากลไกยังไงถึงจะเกิด Innovation แล้วหลังจากนั้น เราก็จะมาดูข้อที่ 2-7 ว่าแล้ว Innovation เนี่ยมีอะไรบ้างนะครับ เพราะฉะนั้นข้อที่ 1 ก็จะเป็นเรื่องของกลไกนะครับ
ผมขออนุญาตพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับการส่งเสริมให้เกิด Innovation Ecosystem ในประเทศไทยนะครับ เรื่องนี้เราพยายามจะพูดหลายครั้งแล้วว่า หากวันนี้เรานำคนนึงไปเกิดอยู่ที่ Silicon Valley ความสำเร็จมันรู้สึกว่าจะมีสูงกว่าการที่นำคนที่เก่งที่สุด อ่า สมมุติผมยกตัวอย่างเช่น Elon Musk มาอยู่ในไทย ทุกคนก็อาจจะมองว่าน่าจะฝืดกว่า เอา ยศชนันท์ ไปอยู่ที่ Silicon Valley อย่างเงี้ยนะครับ เพราะฉะนั้นอันเนี้ย มันทำให้เห็นเลยว่าถึงแม้คุณจะมีความรู้ขนาดไหนก็แล้วแต่ การอยู่ถูกจุดถูกที่มันมีความสำคัญจริงๆนะครับ Location เนี่ยสำคัญจริงๆนะครับ ตรงนี้เราพยายามที่จะทำให้เกิดขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างนะครับ เพราะว่า Location ปัจจุบัน บวกกับเรื่องเกี่ยวกับ เอ่อ AI บวกกับเรื่องเกี่ยวกับการทำงานทางไกล ก็สามารถที่จะทำ Location ที่ไม่ดีให้ดีได้นะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งนะครับ
ทีนี้ผมเอ่อ ยกเอ่อ Frame ของ World Bank ขึ้นมา เพราะว่าเราพยายามที่จะทำให้เรื่องเนี้ยแตกกับ Frame เศรษฐกิจมากขึ้น คำถามในสไลด์เนี้ยมีอยู่อันเดียวคือ Innovation ที่เราบอกว่าจะมาช่วยประเทศเนี่ย Innovation มาจากไหนนะครับ Innovation มาจาก 2 ส่วนก็คือมาจากการศึกษา วิจัย และ Innovation อีกส่วนหนึ่ง เรารับมาจากต่างประเทศนะ เพราะอะไรครับ เพราะว่าเราไม่สามารถรอนานได้นะ ความเดือดร้อนของคนเนี่ย ยังไงก็ต้องทำเลย อาจจะมาจากเรื่องของการลงทุนจากต่างประเทศ เรื่องของการร่วมมือ MOU กับหน่วยงานต่างประเทศ แต่ทีนี้สำคัญมากๆคือเราจะถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศเข้ามาสู่คนไทยได้ยังไงบ้าง แน่นอนว่าเราคงไม่สามารถที่จะถ่ายทอดเรื่องนี้ไปได้หมดนะฮะ เรามีความจำเป็นต้องเลือกเฉพาะเรื่องที่เราจะโดดเด่นและเราจะสามารถที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีตรงนี้เข้ามาได้นะครับ ถ้าไม่งั้นก็จะไม่มีใครคบเรานะครับ อันนี้ก็เป็น Frame หนึ่ง
ทีที นี้ถามว่าถ้าจะวิ่งจากการศึกษามาวิจัยเนี่ย ใครเป็นคนทำงานวิจัยออกมานะครับ 1 อาจจะเป็นศูนย์วิทยาศาสตร์นะครับ อาจจะเป็นกลุ่ม สวช. ก็ทำตรงนี้ได้ 2 ก็คือแต่ละมหาวิทยาลัย ทีนี้แต่ละมหาวิทยาลัยคนที่จะทำวิจัยเนี่ย ก็จะอยู่ในระดับปริญญาโท ปริญญาเอกซะส่วนมากนะครับ ท่านจะสังเกตเห็นในจุดนี้นะครับ หลายคนถามว่าวันนี้มหาวิทยาลัยยังมีความสำคัญอยู่หรือเปล่านะครับ ผมมองว่าถ้าเรามองมหาวิทยาลัย เป็นคนที่คิดค้นอะไรบางอย่างออกมาเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยยังมีความสำคัญครับ เครื่องมือ Lab ต่างๆ เครื่องที่ต้องทดสอบ มาตรฐานการหาองค์ความรู้ใหม่ทุกวัน แม้แต่ว่าวันนี้เราไม่รู้ว่าองค์ความรู้นี้จะมีประโยชน์หรือเปล่า แต่หากมีประโยชน์เรามีหรือยัง ตรงนี้คือบทบาทหน้าที่ของ Higher Education นะครับ หรือว่าอุดมศึกษา นะครับ เพราะฉะนั้นปริญญาโท ปริญญาเอก ก็ยังมีความสำคัญนะครับ ในความรู้สึกของผมที่ว่าวันนี้เรามีกลไกยังไงที่จะผลักดันงานของนักศึกษาปริญญาโทเอกให้ออกมาเป็นงานวิจัยที่เรียกว่า Deep Tech นะครับ Deep Tech สำคัญยังไง ท่านเอาของไปวางปุ๊บ แล้วท่านไม่ต้องกลัวเลยว่าคนจะ Copy ท่านได้ 1 ไปมองยังดูไม่ออกเลยว่าทำยังไง 2 ล็อคด้วยทรัพย์สินทางปัญญาได้อีกนะครับ อันนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งกลไกที่เรามีความจำเป็นต้องทำให้เกิดขึ้นนะครับ
จากเรื่องเกี่ยวกับงานวิจัย ทำยังไงเราถึงจะสามารถที่จะมีงานวิจัยที่เกิด Innovation ได้ แพลตฟอร์มในเรื่องเกี่ยวกับการตอบโจทย์งานวิจัย ให้เข้ากับความเดือดร้อนของประชาชน ตรงนี้เอง คือเรามีความจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน บูรณาการระหว่างกระทรวง กลไกที่มีก็คือ สป. นะครับ ที่เราสามารถที่จะนำพาทั้ง 10 กระทรวง แต่คราวนี้ผมก็มีความคิดว่าทำไมแค่ 10 กระทรวงนะครับ ทำไมไม่ทั้ง 35 ตรงนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่เราจะมีความพยายามที่จะขยายผลนะครับ ในส่วนของความร่วมมือ ให้เข้ากับหลากหลายกระทรวงเพิ่มขึ้นนะครับ
ผมแน่นอนครับว่าพอเห็นหน้าผมเนี่ย จะนึกถึง 5 กระทรวงที่เรากำกับนะครับ แน่นอนครับ นั่นคือสิ่งที่เป็นความรับผิดชอบของผม แต่ความรับผิดชอบของกระทรวง อว. ไม่ใช่แค่ 5 กระทรวงนี้ แต่คือทุกกระทรวงของประเทศไทยนะครับ ตรงนี้ก็อยากให้กำลังใจกับทุกคนนะครับ เรื่องนี้สำหรับพอเรามองว่าจากงานวิจัยจะมาสู่นวัตกรรมได้ จะมีกิจกรรมต่างๆ มากมายเลยนะครับ เดี๋ยวผมค่อยไล่ไปอีกทีนึงนะครับ ทั้งในเรื่องเกี่ยวกับเอ่อ Incubator เรื่องเกี่ยวกับการทำ Holding Company ต่างๆ กลไกตรงนี้เดี๋ยวลงรายละเอียดอีกทีนะครับ จากนั้นเรื่องของงานวิจัย บริษัทนึงจะเกิดขึ้นได้ หากวันนี้บริษัทนี้ผลิตของแล้วไม่ใช่ของที่คนไทยต้องการ เกิดอะไรขึ้น คนไทยอาจจะต้องการแต่ยังไม่ใช่บริบทตอนนี้ เราก็ต้องพาเขาไปขายที่ต่างประเทศ นี่คือกลไกที่เราเดินทางไปพบกับกระทรวงต่างประเทศ ในเรื่องเกี่ยวกับ Diplomacy เพื่อให้เราสามารถที่จะเห็นตลาดได้ สามารถแลกเปลี่ยน Tech จากหลากหลายประเทศได้นะครับ
อีกขานึง อีกขานึง บางคนพูดถึงเรื่องของอาชีวะนะครับ บางคนเรื่องพูดถึงเรื่องของคนที่ทำเรื่องของเชิงเทคนิค จากการศึกษา วิ่งมาที่นวัตกรรมเลยก็ได้ เพราะนวัตกรรมมีบางอย่างที่สำเร็จรูปแล้ว แต่ต้องการคนที่ เป็นนักปฏิบัติจริงๆ นี่คือทางของทางด้านของกลุ่มที่ทำสายอาชีวะ สายอาชีพ สายวิชาชีพ วิ่งจากด้าน Education วิ่งมาที่ Innovation ได้นะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็คือการผลิตคนจากภาคการศึกษา วิ่งเข้ามาที่คนที่เขาจะมาลงทุนในประเทศไทย ตรงนี้ก็เป็นบทบาทหน้าที่ของเรา อาจจะไม่ต้องทำในเรื่องเกี่ยวกับหลักสูตร 100% แต่เป็นการ Skill Up Skill นะ วันนี้กระทรวงทางด้านเศรษฐกิจบอกว่าจำเป็นต้องผลิตคน Semiconductor 40,000 คน แต่หลักสูตรเราผลิตได้ทีละ 5 คนบ้าง 10 คนบ้าง เราสามารถไป Up Skill Reskill คนที่เขาเกือบพร้อมแล้ว เพื่อที่ให้เขารู้เรื่อง Semiconductor แล้วมีตัวเลขให้ชัดๆ ตัวเลขนี้ไม่ได้ก็ต้องร่วมมือกับต่างประเทศ คนที่สามารถทำได้ให้มาอยู่ที่นี่ นี่ก็คือกลไกที่เราพยายามที่จะเป็นคนแนะนำเอ่อ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศนะครับ
เพราะฉะนั้นผมคิดว่าพันธกิจเนี้ย จะทำให้ทุกคนรู้สึกตื่นเต้น ถ้าพูดพลาดไปโดนใครนะครับ ท่านก็ยิ้มได้นะ ครับแต่อย่าส่ายหัวนะครับ [เสียงหัวเราะ] ใช้การพยักหน้านะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราก็จะอยากทำ แล้วก็เดี๋ยวเราทำไปด้วยกันนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านเห็นภาพนี้ วิ่งจากการศึกษาเข้ามาที่ Innovation ท่านต้องใช้ปริญญาโท ปริญญาเอก แต่ถ้าเกิดสมมุติว่าท่านวิ่งจากการศึกษามาแล้ววิ่งมาที่ Innovation เลย อาจจะเป็นปริญญาตรี อาจจะเป็นทางด้านเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยกลุ่มเทคนิค มหาวิทยาลัยกลุ่มที่ทำทางด้านของ อ่า ราชภัฏ ราชมงคลนะครับ ตัวนี้ก็จะเป็นสิ่งที่ความจริงเราแยกอยู่แล้วนะครับ เราแยกมหาวิทยาลัยอยู่แล้วตามพันธกิจนะครับ ตรงนี้ท่านก็จะเห็นชัดเจนขึ้นนะครับว่า Higher Education ยังมีความสำคัญนะครับ มหาวิทยาลัยยังมีความสำคัญนะฮะ อันนี้เป็นสิ่งที่เอ่อ ผมพยายามที่จะ อ่า ใส่เข้ามา แล้วผมพูดเรื่องนี้ตลอดว่า ประเทศรายได้สูง บางคนบางคนพูดว่านี่คือการเพ้อฝัน แต่หากไม่มีใครเพ้อฝันและไม่มีใครวางรากฐาน ก็ไม่มีทางเกิดขึ้น ถ้าวันนี้เราไม่มีความหวังว่าเราจะทำเรื่องนี้ได้ ก็จะไม่มีทางเกิดขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงใช้คำว่า วางรากฐาน และนี่คือหน้าที่ของกระทรวง อว. ที่วันนี้เราต้องวางรากฐานในทุกมิติ ทั้งในรั้วมหาวิทยาลัย การสร้างคน การผลิตคน การวางรากฐานทางด้านเกี่ยวกับเทคโนโลยี การวางรากฐานในเรื่องของปรัชญา ตรงนี้เป็นสิ่งที่เรามีความจำเป็นต้องทำและสื่อสารให้กับทุกๆ คนให้กับประชาชนได้เห็นในเรื่องนี้นะครับ
ผมผมพยายามจะพูดคำนี้ให้ง่ายขึ้นนะครับว่า ทำยังไงคนไทยถึงจะรวย และทำยังไงถึงจะรวยขึ้นอย่างยั่งยืนนะครับ อันนี้เป็นแนวทาง และก็เป็นคำถามที่หลายคนถามว่าทำยังไงดี ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำยังไงดี แต่จากการศึกษา นะครับ ของเ่อ Nobel Prize นะครับ ผมอ้างอิงนะครับ ไม่ใช่ของผมเองนะครับ ก็ Innovation Driven Economic Growth เนี่ย ก็ อ่า ได้รับรางวัล NOBEL กลไกเป็นอย่างนี้ฮะ กลไกที่เ่อ ผมพยายามจะดู ซึ่งผมไม่ใช่คนในสายนี้ 100% นะครับ แต่จะพูดแค่ภาพรวมว่า ด้านซ้ายมือคือนักคิดกับนักปฏิบัติมาเจอกัน และนี่คือ อ่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศอังกฤษเนาะ เข้าใจว่าเป็นลักษณะของการที่เค้าเริ่มมีไปมีสวนสาธารณะนะครับ คนเริ่มมาทำงาน นักคิดนักปฏิบัติมาที่สวนสาธารณะได้เจอกัน เริ่มมีโรงน้ำชานะครับ หลายคนได้มาเจอกันตรงนี้ จะคล้ายๆกับ Space เป็น Share Space ที่คนสามารถมาเจอกันได้และแลกเปลี่ยน พอนักคิดกับนักปฏิบัติมาเจอกันก็จะเริ่มเกิดความคิดสร้างสรรค์นะครับ สังเกตนะฮะ นักคิดได้ อย่างเดียว แต่พอเจอนักปฏิบัติก็จะเริ่มสนุกนะครับ เพราะฉะนั้นนี่คือบรรยากาศที่เราต้องสร้าง Ecosystem หรือว่าระบบนิเวศ ในเชิงนวัตกรรมให้เกิดขึ้นนะครับ เขาจะมาเจอกันได้ยังไง จะมาพูดคุยกันได้ยังไง ถ้าเราจัดกิจกรรมหรือเราจัดงานนะฮะ เราจะเหนื่อยมากแล้วปีนึงเราจัดได้กี่ครั้งก็ไม่รู้ แต่ถ้าเรามี Space ที่ยังไงเขาก็ต้องมาเจอกัน ธรรมชาติ นวัตกรรมจะออกมาทุกวันนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เราไม่มีงบประมาณมากนักนะครับ เรื่องของการจัดงาน Event ต่างๆเนี่ย ผมคิดว่าเราต้องทำอย่างรอบคอบในจุดนี้ เพื่อที่จะดูแล งบประมาณของพ่อแม่พี่น้องประชาชนให้สามารถที่จะ อ่า อ่า ทำมาหากินได้นะครับ เราก็พยายามที่จะช่วยกันในเรื่องตรงนี้นะครับ ในการประหยัดเรื่องของงบประมาณ และก็ใช้งบประมาณตรงนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนะครับ
ผมก็เลยมองว่านี่คือเรื่องของ Open Society นะครับ เป็นการ Integrate ความรู้เข้ามานะ ครับพอเราสามารถที่จะสร้างไอเดียใหม่ๆได้ ก็จะเริ่มเกิด R&D นะ ก็จะเริ่มเข้ามาที่ เบอร์ 1 นะครับ ข้อที่ 1 ตรงนี้ R&D ก็จะกลับเข้ามาที่ที่เรื่องเกี่ยวกับงานวิจัยนะครับ คนจะพูดถึงเรื่องขึ้นหิ้งขึ้นห้างกันเยอะพอสมควรนะครับ ภาพนี้ตอบได้ดีนะครับว่าไม่มีใครอยากขึ้นหิ้งหรอครับ แต่ไม่รู้จะเอาลงยังไงมากกว่า ลองดูสิครับว่าทำไม Huawei ถึงทำเสพติด เค้าเรียกว่าเสพติดงานวิจัยมาก ทำทั้งวันทั้งคืน เพราะอะไรครับ เพราะเค้าทำปุ๊บเค้าได้เงินไงฮะ เค้าได้ทำปุ๊บขายที่ทั่วโลกเลย คนทำงานวิจัยก็มีความรู้สึกว่าโห ทำวิจัยแล้วมีเงินมีทองกลับมาเลี้ยงดูลูกได้ สามารถที่จะทำให้บ้านเมืองเจริญเติบโตขึ้นมา ใครๆก็อยากทำครับ
ผมย้อนกลับมาเหมือนคล้ายๆกับว่าวันนี้ทำไมไม่มีใครให้เงินเราเลย แต่กลายเป็นว่าบางบริษัทเนี่ยอยู่ในตลาดทุนนะฮะ คนไปเล่นหุ้นกัน เราก็ไม่รู้จักเจ้าของ แต่เราก็ไปเล่นเพราะเรารู้ว่าบริษัทเขาจะได้กำไร เรายังเอาเงินเราไปแชร์ให้เขาเลย คล้ายกันครับ งานวิจัยไหนถ้าดีจริงๆ เนี่ย จะขอเงินง่ายมาก ไปพูดกี่ทีก็จะได้เงิน จะสังเกตนะครับ มันจะ อ่า ไม่ใช่จะมีเพื่อนเราเนี่ย เอ๊ะ ไปเวทีไหนได้เงินได้ทุนตลอด ทำไมของเราไม่ได้ ตรงเนี้ยคือจุดต่างของเรื่อง Market นะว่างานวิจัยเราเนี่ยเป็น Basic จริงๆ แต่เราต้องรู้ว่า ณ ปัจจุบันเราจะทำไปเพื่ออะไรในภาพรวมนะ ครับตรงนี้เราจะมองเห็นแล้วว่าหากเขาทำ R&D แล้วมองเห็นว่างานเขา สามารถที่จะใช้ทั้งโลกเนี่ยเป็น Co-host ให้เกิดความสำเร็จได้ เขาก็จะทำ ถึงเขาไม่ถนัดเราจะทำให้เขาเจอเจอกับคนที่ถนัดแล้วส่งงานต่อไปให้คนที่ถนัดทำต่อให้ครบวงจรนะฮะ สังเกตนะ ครับว่าไม่ได้บอกให้นักวิจัยไปเป็นนักธุรกิจนะครับ หากท่านเป็นท่านเป็นได้ แต่หากท่านไม่เป็น กลไกอะไรที่ท่านจะปล่อยงานของท่านไปสู่โลกธุรกิจ นั่นก็คือเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา การทำสัญญา การทำ Deal Diligence ต่างๆ การทำเอ่อ สิ่งที่เรียกว่า Technology Transfer Office นะครับ ตรงนี้ก็หลากหลายประเทศเนี่ยก็เกิดมาจากเรื่องตรงนี้นะครับ เรื่อง Technology Licensing Office นะครับ ก็ตัวนี้ก็ต้องมีการขยายผลต่อไป และเราก็จะคุยกับกระทรวงพาณิชย์นะครับว่าเราจะทำเรื่องทรัพย์สินปัญญาส่วนหน้าไว้ที่ อว. ได้มั้ย เพราะว่า TLO แต่ละท่านเนี่ย เค้าสามารถทำตรงนี้ได้แล้วเข้าไป Execute ที่กระทรวงพาณิชย์เลยนะครับ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าหลังสงกรานต์นะครับ ท่านไม่ต้องตกใจนะครับ หลังสงกรานต์เนี่ย เดี๋ยวจะนัดกับ อ่า ท่านสุปรีดิ์ กระทรวงพาณิชย์ เหมือนที่เราไปพบกับท่านศิศักดิ์มาแล้วเรื่อง Diplomacy นะครับ ตรงนี้ก็จะมีการทำตรงนี้อย่างต่อเนื่องนะครับ
เพราะฉะนั้นในส่วนตรงนี้เอง หากเรามี Share Space หากเรามีเรื่องกองทุนต่างๆ ใน R&D แล้วเกิดผลออกมานะครับ เราก็จะมีงานวิจัย พอมีงานวิจัย รู้ว่ามหาวิทยาลัยก็จะเป็นคึกคัก และงานวิจัยทุนที่จะสนับสนุนแค่ช่วงต้นเท่านั้นแหละที่จะมาจาก ววน. แต่ช่วงกลางๆถึงปลายก็ต้องมาจากเอกชนนะครับ ดังนั้นท่านจะเห็นความเชื่อมโยงของกระทรวง อว. ว่าวันนี้เราไม่สามารถอยู่คนเดียวแล้วสำเร็จได้นะครับ
ทีนี้มี GDP ดี ยังไง แต่การมีนวัตกรรมเพิ่ม GDP ไม่พอ นะฮะ 5 อย่างนี้จะมีในทันที บางคนชอบทำงานวิจัยมากจนกระทั่งได้ยามาได้วัคซีนมา นี่คือความสำเร็จของสาธารณสุขนะฮะ บางคนพยายามที่จะทำเรื่องแพลตฟอร์มงานวิจัยต่างๆ ในเรื่องการศึกษา นี่คือโอกาสทางการศึกษาใหม่ของทุกๆคนนะครับ นี่คือเวลาที่เพิ่มขึ้น การเพิ่ม Productivity การทำให้การสื่อสารมีประโยชน์ขึ้นมา เพราะฉะนั้นประเทศที่มี R&D อัตโนมัติเลยจะเป็นประเทศที่เจริญขึ้นมานะ เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องทำอะไรเลย เราเพียงแต่ทำ R&D ให้สามารถที่จะส่งต่อเข้าไปได้นะครับ
ทีนี้เราขาดอะไรนะครับ เราขาดอะไร เรามีมหาวิทยาลัยละ เรามีหน่วยงานภาครัฐละ เรามีหน่วยงานที่เรียกว่าเป็นหน่วยงานขนาดใหญ่ ในเชิงธุรกิจนะครับ หน่วยงานในเชิงธุรกิจเนี่ย จะนำเทคโนโลยีตรงนี้ออกไปใช้ เค้าจะเอาเทคโนโลยีที่ชัวร์ๆแล้วเท่านั้น สังเกตนะฮะ บริษัทใหญ่ๆเนี่ย ทำไมเขาต้องมาเสี่ยงกับเรื่องการมาซื้อ License ของงานนวัตกรรมที่ไม่แน่ว่าจะเจ๊งหรือไม่เจ๊งนะครับ เค้า รวยอยู่แล้ว เค้าซื้อมาขายไปก็พอละ แต่งานที่เสี่ยงๆของโทเอกเนี่ย จะมีนักลงทุนก็คือมี Angel Fund VC ที่เขามองว่าเค้าลง 10 บริษัทสำเร็จ 1 ก็โอเคละนะครับ เพราะฉะนั้น VC เนี่ย จะมาช้อนงานนวัตกรรม จากรั้วมหาวิทยาลัย หรือจากคนที่ทำอะไรแปลกๆแผลงๆออกมา ซึ่งนี่คือ 90% ของงานที่พวกเราทำนะฮะ สังเกตนะฮะว่าเวลาเราทำ Project Thesis เนี่ยต่อครั้งเนี่ย งานจะต้องแปลกหมด ถ้าไม่งั้นตีพิมพ์ไม่ได้ พองานแปลกก็จะอัตโนมัติมาเลยว่าบริษัทจะไม่กล้าซื้อ บริษัทก็จะซื้อแค่งานที่ไม่แปลก ก็คือเรื่องบริการวิชาการเท่านั้นนะฮะ อันนี้ก็จะพอเห็น
ทีนี้ตัวตัว Startup เองก็ต้องใช้เงินจากตัว VC ถ้าเกิดสมมุติวันนี้นักเรียนอยากออกมาทำเอง เขาก็ทำ Startup Spin-off ออกมา แต่วันนี้หากเขาไม่พร้อม ก็ต้องมีการทำ Lean-in ออกไปแล้วเค้าก็ยังอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยเรา เคี่ยวพอหรือเปล่าที่จะต่อรองในเรื่องผลกำไรนี้ อันนี้ก็เป็นจุดที่เดี๋ยวเราก็จะต้องมาดูในเรื่องตัวนี้ให้ชัดเจนอีกทีนึงนะครับ อันนี้ก็จะเป็นกิจกรรมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นนะครับ เราจะเห็นว่ากระทรวงเราเนี่ย จัด Hackathon เยอะนะครับ แล้วลามไปถึงกระทรวงอื่นแล้วนะครับ ตอนนี้แล้วก็เป็นกระทรวงเรานี่แหละที่เป็นคนไปจัดให้เขานะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง
ทีนี้ผมอยาก Frame ให้ท่านเห็นอย่างนี้ว่า Hackathon เราหวังผลในเชิงเอ่อ ความเป็นไปได้ที่เขา รู้สึกว่า 3 วันทำอะไรสำเร็จ 2 วันทำอะไรสำเร็จนะครับ เพื่อสร้าง Culture และเขาจะได้รู้จักกัน นี่คือการสร้าง Culture ของความสำเร็จและรู้ได้รู้จักเพื่อน เขาอาจจะเดินไปคนเดียว แต่วันออกจาก Hackathon เขามีเพื่อนละ เขารู้แล้วว่าเพื่อนคนไหนเก่งอะไร เรื่อง Challenge Competition เป็นเรื่องของบริษัท บริษัทสามารถตั้ง Challenge ขึ้นมาได้ว่าฉันอยากได้ Challenge แบบนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะทำเรื่องของเครื่อง CT ก็ได้ พวกเขาจะจับเรียงตัวกันมาเพื่อให้สามารถเติมเต็มกันได้ คนนี้ Marketing คนนี้ Engineer คนนี้ พอมารวมตัวกันปุ๊บ เค้าก็มาแข่งขันกัน คนที่ชนะ Challenge บริษัทจะเลือกมาแล้วนะ แต่คน ที่ชนะ Hackathon เนี่ย ไม่ใช่นะ ผลงานที่ได้จาก Hackathon เนี่ย อาจจะไม่ได้ดีนะครับ โดยธรรมชาติ แต่เขาได้รู้จักกัน เพราะฉะนั้นต้องมี Challenge ท้าทายเขาอีกสักรอบนึง เพื่อที่จะให้ดูว่าเขามารวมตัวกันใหม่ เพราะเค้ารู้จักเพื่อนละ หลังจากนั้นตัว Combination Challenge ตรงนี้ของบริษัท จะถูกคัดเลือกเข้าสู่ศูนย์บ่มเพาะ Incubator หาธุรกิจโมเดลใหม่ๆ ให้เชฟสักนิดนึง ให้เหมาะกับ Business Model ใหม่ๆ หรือแม้กระทั่งเรื่องของ Accelerator โปรแกรมเร่งความสำเร็จ หากไม่ใช่ความสำเร็จในประเทศนี้ ก็พาเขาไป Accelerate ที่ประเทศอื่นนะครับ และสุดท้ายตัว Startup เองต้องมีนวัตกรรมนะครับ หากเขามี Lab Innovation ได้ แต่หากเขาไม่มี เขาต้องอยู่ใกล้รั้วมหาวิทยาลัยเพื่อจะ License งานใหม่ๆเข้ามานะครับ ตรงนี้จะทำให้เขาสามารถไปแข่งขันในประชาคมโลกได้อย่างยั่งยืน บริษัทเล็กๆไม่มีทางมีเครื่องมือ Lab เขาก็มีความจำเป็นต้องใช้ Shared Facility ของเรานะครับ จากประสบการณ์ผมนะครับ การยืมเครื่องมือเนี่ยยากมากนะครับ และใน 1 มหาวิทยาลัยเราก็จะมีเยอะพอสมควรที่เราจะสะสมกันไว้นะครับ แล้วก็มันคือครุภัณฑ์นะฮะ ก็จะซ่อมบำรุงได้นะครับ อันนี้ก็ก็มีหลายส่วนนะครับที่เดี๋ยวเรามาจัดทับกันว่าถ้าเราเห็นภาพรวมทั้งหมด อะไรต้องเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยนนะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ให้ทุกท่านได้เห็น
ทีนี้ผมพยายามใช้คำว่า Flagship Project ในเรื่องเกี่ยวกับ การส่งเสริมให้เกิด อ่า Innovation Ecosystem นะครับ ซึ่งผมจึงเรียนว่าอันนี้คืออันที่ใส่มาเบื้องต้น แต่เรื่องเนี้ย เดี๋ยวผมก็จะคุยกับเอ่อ Owner ของ Project ว่าเขาอาจจะมีอะไรที่ดีกว่านี้ก็ได้ แล้วเราสามารถที่จะปรับเปลี่ยนตรงนี้ แล้วเดี๋ยวสักวันที่ 1 พฤษภาคมเนี่ย เราก็จะส่ง Blueprint ตรงนี้นะครับ แถลงอีกสักครั้งนึงนะครับ ให้ทุกคนเห็นชัดๆนะครับ ตรงนี้จะสามารถเห็น Project ว่า Area-based Innovation Ecosystem ทำได้มั้ยนะครับ ในเรื่องเกี่ยวกับการที่เราจะมีเรื่องนี้ เข้าไปที่จังหวัดต่างๆ ได้มั้ย เป็นไปตามความสามารถและความต้องการของแต่ละที่นะครับ เรื่องของการทำ Matching Fund นะครับ เรื่องเกี่ยวกับการร่วมกับทางด้านของตลาดทุนต่างๆนะครับ เรื่องการส่งเสริม Maker Space ชุมชนนะครับ ปัจจุบันจะมีชมรมอยู่แล้วที่ทำเรื่องทั้งอิเล็กทรอนิกส์ ชมรมที่ทำต่างๆ เราแปลงชมรมเป็น Space ได้มั้ย แล้วมาเชื่อมโยงกับการที่เราจะบูรณาการ Business Model ใหม่ๆ ให้เขา เทคโนโลยีใหม่ๆให้เขา การขยายผลนอกจาก Thai League ที่เป็นฟุตบอลอย่างเดียวแล้วนะครับ เราทำเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นได้มั้ยนะครับ ให้คนที่เขาอยู่ในที่ห่างไกลก็มีความรู้สึกว่าวันนี้จะมีคนมา Scout นะครับ นี่คือเรื่องของการ Scouting นะครับว่าเอ่อ เราจะไปเจอเจอนักบอลเก่งๆคนนี้ได้จากที่ไหนอย่างเงี้ย เราเห็นนะครับ นั่นคือสนามฟุตบอลที่เขาเตะกันในหมู่บ้าน หมู่บ้านนี้มีคนเตะบอลเก่ง แต่เราไม่มีทางรู้เลยว่านักเรียนคนเนี้ยทำนวัตกรรมเก่งแล้วเราจะไปดึงเข้าออกมาได้ยังไง นี่คือสิ่งที่ Startup Thailand League นะครับ ซึ่งพี่เติ้ลก็กำลังจะทำใช่มั้ย [เสียงหัวเราะ] ให้เกิดขึ้นตรงนี้นะ อันนี้ก็เป็นส่วนนึง
หลายเรื่องที่ผมพูดมีอยู่แล้วนะฮะ เพียงแต่ว่าวันนี้ ถ้า Mission เราชัด เราเชื่อไม่ชัดเนี่ย ทุกอย่างก็จะเคลียร์ ทีนี้เรื่องเกี่ยวกับการขยายผลเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อกี้ผมพูดไปแล้วนะฮะว่าตรงนี้เรายังขาด เรายังขาดอยู่เยอะนะครับ
2 3 4 5 เนี่ย ผมรวบเป็นก้อนเดียวกันนะครับว่า ทีนี้เมื่อกี้เรารู้แล้วว่า How to ในการทำนวัตกรรมเป็นยังไง แล้วเขาเชื่อมโยงกับการศึกษายังไง เชื่อมโยงกับอาชีวะยังไงนะครับ หลังจากนั้นทำอะไรดีนะ ครับเราจะพูดกันถึงเรื่อง Champion Product แล้วเราจะเถียงกันไม่ลงตัวนะครับ ผมเลย Champion ให้ก่อนเลยว่า [เสียงหัวเราะ] แต่ก็ไม่ใช่ว่าสิ่งที่ผมให้ Champion เนี่ยถูกนะฮะ อันนี้ก็เรามองมาจากภาพรวมของเอ่อ เรื่องของเศรษฐกิจต่างๆ ว่าคำถามคือ ถ้าเราเดินทางไปต่างประเทศแล้ว คำไหนที่เขาบอกว่าประเทศไทยคือเบอร์ 1 ของโลกนะ อันนี้คือสิ่งที่ผม เพราะฉะนั้นผมไม่ได้ไม่ได้ว่าบอกว่าเรื่องไหนต้องดีนะ ฮะแน่นอนเบอร์ 1 ของโลก วัฒนธรรมใช่มั้ยทุกคนจะบอกว่า เฮ้ยโอเค สวย Land of Smile สวย นี่คือ Creative นะฮะ และนี่คือส่วนหนึ่งของ Wellness อะไรอีก เรื่องเกี่ยวกับ Service บูรณาการทางการแพทย์นะ เรื่อง Service ทางการแพทย์ต่างๆ Medical Service เรื่องของคนที่มาทำเรื่องของทันตกรรม ทำกายภาพบำบัด การมารักษามะเร็งต่างๆ นี่คือจุดที่ใครๆก็บอกว่าเราคือเบอร์ 1 นะครับ เรื่องของพืชสมุนไพร เรื่องเกี่ยวกับการทำสมาธิอย่างเงี้ย อันนี้ใช่หมด เพราะฉะนั้นหากเรารวมเรื่องเบอร์ 1 มาเขย่ากัน คำว่า Wellness เนี่ย จะครอบคลุม แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าเราบอกว่าวันนี้ ถ้า Medical Service เราดี ขอเพิ่มมาเป็นว่า Service เรื่องไหน แล้วมีเทคนิคไหนที่หมอเราทำได้เก่ง ขอแปลงเป็นเครื่องมือแพทย์ได้มั้ย อ่า ขอแปลงเป็นชุดตรวจได้มั้ย ขอแปลงเป็นยาได้มั้ย แบบนี้นะครับ เพราะฉะนั้นเราจะใช้กลไกนี้ให้คนรู้ว่าวันนี้ พอเราไปพูดกับเขาเนี่ย เค้าอยากคุยกับเราเว้ย เฮ้ย เรื่องนี้ Thailand ว่ะ เบอร์ 1 ว่ะ เรื่อง Wellness พอคุยกันเสร็จปุ๊บ ก็จะพ่วงมาถึง AI ทางการแพทย์อย่างเงี้ย ก็จะพ่วงมาถึงเรื่องเกี่ยวกับการทำ Frontier อื่นๆ ก็จะมาถึงเรื่องที่มาช่วยเรื่องเกี่ยวกับทั้งเครื่องมือแพทย์และ AI นะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องพวกเนี้ย เป็นเรื่องที่เกี่ยวกันหมด แต่เราจะใช้เรื่องของ Wellness นำ ผมใส่คำว่า Thailand ขึ้นมา เพราะว่าเห็นคำว่า Genomic Thailand มันฮึกเหิมดีนะครับ ผมเลยใส่คำว่า Thailand ข้างหลังทั้งหมดนะครับ ตอนนี้ก็ไม่ใช่ว่าต้องเป็นชื่อนี้นะครับ ท่านเดี๋ยวเรามาลองดูกันอีกทีนึงนะครับ นี่คือภาพที่ทุกคนจะพูดถึงนะครับ เราจะได้ยินปัญหาเรื่องเนี้ยตลอดเวลา การไปแก้ปัญหาเป็นจุดๆ จะทำให้เราแก้ปัญหาไม่ทัน การยกระดับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะทำให้ปัญหานี้ไม่เกิดขึ้นนะครับ เรื่องเกี่ยวกับ Preventive Technology ข้อมูลทั้งหมดก็อยู่ในกระทรวง อว. นะครับ นี้ก็เป็นความจริงแล้วนะครับ ท่านอธิการหอการค้าก็ทำนายเศรษฐกิจได้นะครับ เพราะฉะนั้นท่านก็เป็นคน Predict และเตือนพวกเราหน่อยก็ดีนะครับ เพราะท่านก็อยู่กับเราเนี่ยแหละฮะนะ เพราะเราจะเตือนเรื่องน้ำกันตลอดนะฮะ เรื่องน้ำ เรื่อง Disaster แต่ Sign เรื่องเศรษฐกิจเนี่ย กระทรวงเราไม่เคยเตือนนะ ท่านกระทรวงเราไม่เคยใช้งานวิจัยทางด้านเศรษฐศาสตร์ มาเป็นคนเตือนเพื่อให้แต่ละคนมีความจำเป็นที่จะต้องทำเรื่องไหน วิเคราะห์ Supply Chain ทั้งหมดแล้วประกาศความจริง แล้วเราควรจะให้เครดิตเรื่องนี้นะครับ ในคนที่ทำเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ต่างๆด้วยนะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ผมอยากให้ทุกคนนะครับ เห็นในเรื่องนี้ Geopolitics เนี่ย คนที่โทรเข้ามาใน Phone Call ของทุกรายการ เนี่ย ส่วนมากจะมาจากกระทรวงเรานะฮะ มหาวิทยาลัย อาจารย์ท่านนี้ให้ความรู้เรื่องนี้ ในเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบนี้ นี่คือนี่คือองค์ความรู้ที่มาจากกระทรวงเราทั้งนั้นนะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่าบทบาทของเราเนี่ย คือการที่จะทำให้ทุกคนเห็นว่าทิศทางในอนาคตนะ
ผมใช้ภาพเนี้ยมา 2-3 เดือนแล้วนะครับ ก็ไม่คิดว่าจะไม่มาใช้ที่นี่ด้วยนะฮะ [เสียงหอบ] ประเทศอื่นอย่างเช่นประเทศที่เราคิดว่าเค้าเจริญมากนะฮะ ท่านเค้าวิ่งเร็วมากแต่เค้าวิ่งไปด้านซ้ายละวิ่งไปกิโลนึงแล้วด้านซ้ายแต่เอ้าเทคโนโลยีมัน Disrupt เค้ากำลังถอยหลังมา ประเทศไทยมาไม่เร็วมากมาเจอทางแย่งนี้พร้อมกันพอดีตอนนี้เรากับเค้าเท่ากันนะฮะ แต่ปีนี้เค้าจะมาถูกทางนะฮะ หากเรามาถูกทางเราก็คือเท่าเค้าเลยนะฮะ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ผมพยายามบอกว่า อว. เนี่ยคือความหวังนะครับว่าวันนี้เราจะสามารถที่จะปรับโครงสร้างการศึกษา ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยีได้ยังไงนะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราสามารถกำหนดทิศทางของประเทศ
ทีนี้เวลาเราจะของบประมาณเนี่ย หากเราไม่ผูกกับ GDP คนจะถามเราอีกว่าให้เงิน อว. ไปแล้วอ่ะ ทำไมไม่เกิดผลประโยชน์เลย ทั้งๆที่เราก็รู้ในกระทรวง เกิดนะแต่เราอาจจะไม่ได้สื่อสารออกมาเป็นภาษาทางการเงินหรือเปล่านะครับ อันนี้ก็คือส่วนหนึ่งที่ทุกคนจะมองเรื่องของ GDP ทีนี้ถ้าเราต้องทำให้ GDP โตขึ้น ขั้นตอนแรกที่ง่ายที่สุดคือเรามีสิ่งที่ Contribute ให้กับ GDP ก็คือภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิต และภาคบริการ 3 ภาคเนี้ยมีอยู่แล้ว ทีนี้คนอายุมากขึ้น Productivity ก็น้อยลง เพราะฉะนั้น อว. จะไปเสริม Productivity ให้ 3 เรื่องนี้นะครับ นี่คือสิ่งที่จะทำให้ทุกคนมองว่าเราอยู่เฉยๆเนี่ย มูลค่าไม่สูงมาก แต่พอเราไป X กับกระทรวงเกษตรนะครับ เมื่อกี้ท่านรัฐมนตรีช่วยเกษตรก็แวะเข้ามานะครับ เราก็มีการพูดคุยกันเรียบร้อยนะ ครับไป X กับเรื่องของแรงงานได้ไหม เพื่อที่จะทำให้ Productivity ของภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นนะครับ ไปเชื่อมกับเรื่องเกี่ยวกับทั้งสภาหอการค้า นะครับ เรื่องเกี่ยวกับ กก. ต่างๆ ทำให้เราสามารถที่จะทำให้ภาคบริการเนี่ย สามารถที่จะมี Productivity เพิ่มขึ้นได้ ตรงนี้เองเราสามารถทำได้เลย
และสิ่งที่ผมจะใส่เข้าไปอีกเรื่องนึงก็คือนโยบายเรื่องพวก AI for All ตรงเนี้ยไม่ว่าท่านจะทำจุดไหนก็แล้วแต่ ขอให้ท่านมีความเอ๊ะว่า AI ช่วยท่านได้มั้ยนะครับ อันนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่เรามีความจำเป็นที่จะต้องปรับตัวในการไปข้างหน้า
เวลาเราจะอุ้ม เราจะอุ้มอะไรดีนะฮะ ถ้าวันนี้เราไปอุ้มเทคโนโลยีเก่า เราก็จะไปทำให้ไอ้วงล้อ R&D เมื่อกี้มันไม่หมุน เพราะฉะนั้นเราต้องไม่อุ้มเทคโนโลยีเก่า Disrupt นะฮะ อุ้มที่คนที่เขาล้มลงมา อัพรีสกิลเขา ให้เขาวิ่งกลับเข้าไปใน Loop ได้เนาะ อันนี้อันนี้สำคัญมาก ถ้าไม่งั้นเราจะไปฝืนธรรมชาติ อัพรีสกิลให้เขากลับไปได้ แต่ อย่าไปอุ้มให้เขาทำงานเก่าๆ เพราะสุดท้ายใช้แล้วมันไม่มีผลดีกับใครเลย เฉกเช่นงานวิจัยที่อาจจะ Off-solid แล้วเนี่ย เราก็จะมาลองดูว่าเฮ้ย ขยายผลทำอะไรเพิ่มเติมได้มั้ย อัพรีสกิลสามารถทำได้ตั้งแต่ครูอาจารย์ นักเรียน หรือว่าแม้กระทั่งคนที่อยู่ในตลาดงานนะครับ
แล้วก็เรื่องเกี่ยวกับเอ่อ Gold Engine ใหม่นะครับ Gold Engine ใหม่เนี่ย มาได้ 2 ทางแรกคือบริษัทจากต่างประเทศวิ่งเข้ามา เราถ่ายทอดเทคโนโลยีเค้ายังไงดี เค้าก็ไม่รู้จะถ่ายทอดอะไรให้เราก็ไม่รู้จะรับอะไรให้เค้า เพราะอะไรครับ เพราะว่ามาเยอะเหลือเกินเทคโนโลยี แต่ถ้าวันนี้เราบอกว่าเรื่อง Wellness เนี่ยประเทศไทยคือเบอร์ 1 ใครเข้ามาฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเธอทำเทคโนโลยีอะไร แนะนำไปที่ BOI BOI ก็จะมี Contract ว่าถ้าเรื่องเนี้ย คุณต้อง Transfer บางอย่างให้ เพราะเราคือเบอร์ 1 เราไม่สามารถเป็นเบอร์ 2 ในเรื่องนี้ได้ เรื่องอื่นอาจจะยอม เรื่องอื่นอาจจะยอมเป็นผู้ใช้ แต่ถ้าเรื่อง Wellness เราต้องดีที่สุดในโลก อย่างเงี้ย อันนี้คือสิ่งที่สิ่งที่เราพยายามที่จะสื่อสารมา
เดี๋ยวอาจจะมีแท่งอื่นนะครับ ที่ไม่ใช่ Wellness นะฮะ ถ้ามีแท่งอื่นเดี๋ยวเราเพิ่มแท่งอื่นเข้ามา แต่จะเป็นแท่งที่วันนี้คนมองเราคือเราเบอร์ 1 เลย ไม่ต้องไปเบ่งว่าจะเป็นเบอร์ 1 นะ อันนี้ก็เป็นเป็นสิ่งที่เราจะให้ไปข้างหน้า ทีนี้ล้อกันเลยครับ ถ้าเกษตรก็เพิ่มคำว่า มูลค่าสูงเข้ามานะครับ อุตสาหกรรมก็เพิ่ม มูลค่าสูง บริการก็เพิ่ม มูลค่าสูง และนี่ก็จะเป็นสิ่งที่ความจริงแล้วเนี่ย พวกเราทำอยู่ แต่เรา Prioritize หรือยังนะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นวันนี้ ถ้าเรามี New Growth Engine GDP เราก็จะสูงขึ้นมาอีกนะครับ อันนี้ก็จะทำให้เราสามารถที่จะบรรลุเป้าหมายได้ว่าเราเป็นประเทศที่มีรายได้สูงได้เห็นมั้ยฮะ เพราะฉะนั้นสัดส่วนทุกอย่างเนี่ย จำเป็นที่จะต้องไปตามกันนะครับ อันนี้ผมแค่ไปเร็วๆนะครับ ให้ท่านเห็นว่าโครงการที่อยู่ภายใต้ตรงเนี้ย Wellness อาจจะเป็นเรื่องเกษตร Wellness อาจจะเป็นเรื่องของ Creative นะครับ Wellness อาจจะเป็นเรื่องของทั้งเรื่องของศูนย์บริการต่างๆ เป็นเรื่องของแพทย์แผนไทยนะครับ เพราะฉะนั้นคำว่า Wellness เนี่ย คือทำให้คนรู้สึกมีความสุข กินดีอยู่ดี ไม่ใช่คำว่าวิทยาศาสตร์ 100% นะครับ เป็นครึ่งๆระหว่างวิทยาศาสตร์และสังคมนะ แต่ทุกอย่างต้องไปให้สุดให้สุดทางนะฮะ
ผมยกตัวอย่างเรื่องคำว่าสุดทางนิดนึงนะฮะ ไม่ใช่สุดซอยนะครับ สุดทาง [เสียงหัวเราะ] สุดสุดทางเนี่ย คืออย่างงี้ สมมุติว่าเรามีไอเดียก็ต้องเริ่มตั้งแต่ Hackathon ก่อน แต่ในขณะเดียวกันน่ะ สมมุติว่ามันมีผลงานออกมาแล้วเนี่ย กรมวิทย์บริการอาจจะบอกว่าอุ้ย ถ้าวันนี้เราไปเรื่อง Wellness คนติดเรื่อง GMP หรือคนติดเรื่องเกี่ยวกับเครื่องมือ Lab ในช่วงต้น ช่วงกลาง ช่วงปลาย เครื่องมือ Lab เนี่ย ต้องเอ่อ พยายามทำให้มัน Certify เรื่องเกี่ยวกับการ Test ของมาตรฐานนี้เลย ตั้งแต่ต้นในการทำวิจัย เค้าก็สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่ได้มาตรฐานตั้งแต่เริ่มต้นเลย หลังจากนั้นวิ่งไป Try นะฮะ สมมุติเราจะทำเรื่องสมุนไพรอย่างเงี้ย Clinical Trial สัตว์มี Clinical Trial ของเรื่องเกี่ยวกับคนมีมั้ยอย่างเงี้ย การจดทะเบียน อย. ตรงนี้ผมว่าเริ่มโอเคะ ตอนนี้ก็เริ่มมี อ่า ความชัดเจนนะฮะ แต่อย่างถ้ามา Animal Test อย่างเงี้ย อันนี้ไม่พอนะ อันนี้บางทีต้องส่งไปต่างประเทศอย่างเงี้ยฮะ ส่งได้ไม่ว่ากันแต่อะไรที่เริ่มเป็น Lab เราะ เราบอกว่าเฮ้ย เศรษฐกิจตัวนี้ดีเว้ย ถ้ายังต้องส่งอีกอ่ะ ราคามันก็จะไม่ได้ และเราก็คงต้องมีเองนะครับ อันนี้ก็เบื้องต้นมีอะไรก็ Link กับต่างประเทศได้ก็ Link เรามี Diplomacy และนะครับ เราก็สามารถที่จะร่วมตรงนี้ได้นะครับ จนกระทั่งได้เป็น Product ทีนี้เงินจะมาจากไหน เงิน ววน. เนี่ย คงมาได้ถึงแค่ช่วงต้นนึงฮะ แต่ว่า Angel Fund ต้องเข้าฮะนะ VC ต้องเข้าฮะ อันนี้ต้องตอนเนี้ต้องมีสำคัญแล้ว VC เรากับเรื่องของ Tech เนี่ย ยังไม่ใช่ของคู่กัน ตอนเนี้ยจะไปที่ FinTech ซะส่วนมากนะฮะ เพราะฉะนั้น VC ที่เข้าใจเรื่องนี้ทำไงดีนะฮะ VC ไม่จำเป็นต้อง VC คนไทยเนาะ เป็น VC จากประเทศอื่นก็ได้นะครับ เพราะว่าเงินไม่มีพรมแดนนะครับ ถ้าเงินเข้ามาก็ดีนะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนที่อย่าไปกีดกันเค้านะ อันนี้ก็มีหลายหลายส่วนแล้วเขาจะมาเจอเราได้ยังไงนะอันเนี้ย อันนี้ผมคิดว่าเป็นหน้าที่ของพวกเราละว่าสร้างระบบนิเวศยังไงให้หน้าใหม่ๆเนี่ย ได้ Scout มาเจอกับทีมชาติ นะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนที่เราอยากให้ดูนะครับ
อันนี้ก็เป็น Flagship ที่ผมพยายามรวมว่าประเทศไทยอะไรเป็นเบอร์ 1 นะครับ เพราะงั้นประเทศไทยอะไรเป็นเบอร์ 1 บ้าง เรื่อง Creative อันนี้ชัดเจนมากเป็นเบอร์ 1 นะครับ บางเรื่องเป็นเบอร์ 1 แต่ไม่ได้อยู่ใน Scope กระทรวงผมเลยไม่ได้ใส่ นะครับ เดี๋ยวจะไปกินโดนกระทรวงอื่น [เสียงหัวเราะ] จะไม่สุภาพนะครับ อันนี้ผมก็พยายามสอนว่า เอ้ย เรื่องเนี้ย เราเป็นเบอร์ 1 ได้นะ เรื่องเกี่ยวกับการรักษาโรคมะเร็งอย่างเงี้ยนะฮะ แต่การรักษามะเร็งเราเนี่ย อาจจะจำเป็นต้องไปที่ อ่า ATMP ด้วยหรือเปล่านะครับ แล้วตอนนี้เราก็มีหลายส่วนเนาะ เราก็มี อ่า หลากหลายโรคอย่างเช่นกลุ่มทั้ง อ่า พาการินสันทาซีเมียอย่างเงี้ยนะฮะ พวกเนี้ยเราเราสามารถที่จะเริ่มทำได้เลยนะ ครับเรื่องเกี่ยวกับ Genomic Thailand ผมใส่เลข 2 นะครับ เพราะว่าท่านมีอยู่แล้ว แต่เราพยายามที่จะมองว่าวันเนี้ย ข้อมูลสุขภาพคนไทย อ่า Genotype Phenotype ต่างๆเนี่ย หากเราไม่เก็บ ประเทศอื่นเก็บนะ แล้วนี่คือการที่เราจะทำเรื่องของ Precision Medicine ไม่ได้แล้วนะ ถ้าข้อมูลไม่ได้อยู่ที่เราอย่างเงี้ย แล้วถ้าเราจะทำอย่างนี้ เราก็ต้องมี Freezer Freezer เนี่ยระบบ Power Management เราทำ Shift เองได้มั้ย อย่างเงี้ย อันนี้ก็จะเป็นหลายส่วนที่เราพยายามที่จะทำให้ใช้ของ Home-made นะครับ อันนี้ก็จะเป็นหลายส่วนเนาะ ที่เท่าที่ดูเนี่ย เรามีสิทธิ์ขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งได้แล้วเราคุยกับคนอื่นคนอื่นมองว่าอเป็นไปได้อะไร เงี้ยนี้ในเบื้องต้นนะครับ
ท่านไฟจริงๆผมให้วันที่ 1 นะ เพราะผมมั่นใจว่าผมพูดไปเนี่ย ต้องขาดแล้วเดี๋ยวผมจะได้รับโทรศัพท์แล้วก็ Line มาแล้วว่าลืมหรือเปล่าเรื่องนี้นะ ผมเลยต้องบอกท่านนะว่าวันเนี้ยแถลงกรอบนะครับ ยังไม่ได้แถลงไฟนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านเห็นตรงไหนขาดตกบกพร่องนะครับ ท่าน Note มาทางท่านปลัดได้เลย [เสียงหัวเราะ] นะอ่ะอย่างเงี้ย Semiconductor เนี่ย พอเรามาพูดคุยกันแล้ว สิ่งที่เราถ้าเราไม่ทำ Semiconductor เนี่ย เอ่อ ตอนนี้เวลาเราจะซ่อมของอะไรบางอย่างเนี่ย เราไม่สามารถไปล้ออุปกรณ์ Circuit ออกมาได้แล้วแล้วก็เปลี่ยน นะครับ ต้องเปลี่ยนทั้งแผงเลย เพราะฉะนั้น Semiconductor คือ Backbone ของการที่จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันเล็กลงและทำอะไรที่คนเก่งไม่ได้นะครับ ต้องทำให้อยู่ใน Chip เดียวไปเลยนะครับ เพราะฉะนั้น Semiconductor หมายถึงชีวิตของทุกคนในทุกอุตสาหกรรมนะฮะ ทีนี้เราจะเลือกอะไรดี ตอนนี้สิ่งที่เราสามารถเลือกได้นะครับ แล้วก็ต้องขอบคุณทาง สปว. นะครับ ทุกคน Connect มาครบหมด Photonic Chip เนี่ยเป็นสิ่งที่ใช้เยอะในเรื่อง Data Center Power Management Chip เนี่ยเหมือนกัน Data Center ใช้ อุปกรณ์การแพทย์ต่างๆ ใช้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าวันนี้จะซื้อ Data Center จะซื้อ Server เข้ามา หากมี Chip ที่ผลิตในประเทศไทยก็รับได้นะครับ พอรับได้อยู่ เพราะฉะนั้นไม่เสียเปรียบนะฮะ แต่ถ้าเราไม่มีส่วนเลยกับตรงนี้แล้วนำเข้ามา Purely เลยเสียเปรียบนะครับ เรื่องนี้จะรวมถึงเรื่องของ PCB แผงวงจรต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ นะครับ เราจะทำยังไงดีที่วันนี้ถ้าเราจะเลือก Data Center สักจุดนึงใช้ อุปกรณ์ที่มี Supply Chain ในประเทศไทยได้มั้ยนะครับ อันนี้ในบางครั้งต้องวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ก่อนแล้วก็มาวิเคราะห์ทางด้านสังคมแล้วก็มาวิเคราะห์ทางด้านเทคโนโลยีนะครับ ต้องทำงานบูรณาการร่วมกัน Sensor เนี่ย ถ้าเราบอก Sensor อาจจะไม่ใช่เบอร์ 1 แต่ถ้า Biosensor พอไหว เพราะเรามีเรื่อง Biodiversity เยอะพอสมควร Data เรื่องเนี้ยเรามีเยอะนะครับ ทั้งใน สวช. ไบโอเทค นะครับ นาโนเทคต่างๆเนี่ย เรามีเรื่องพวกเนี้ยอยู่เยอะพอสมควรนะครับ แล้วความจริงมีไปถึง Bed ด้วยนะ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ก็ต้องข้ามกระทรวงกันนะฮะ
ทีนี้เรื่องของ Frontier นะครับ เรื่อง Frontier สำคัญยังไง Frontier คือความหวัง ถามว่าวันเนี้ยคาดหวังอะไรจาก Frontier อาจจะไม่ได้คาดหวังแต่อยู่ดีๆเกิด Quantum มาประเทศไทยไม่เตรียมความพร้อมเลย ความผิดอยู่ที่เรานะฮะ ความผิดอยู่ที่ อว. ถ้าเราเกรงผิดก็ก็ช่วยไม่ได้ แต่ถ้าเกิดสมมุติว่าเราไม่เกรงเลยเนี่ย ก็มีปัญหาเหมือนกันนะครับ เพราะฉะนั้นการทำเรื่องของ Frontier เป็นสิ่งที่ผมมีความรู้สึกว่ายังไงก็ต้องทำ แล้วคนอาจจะไม่เห็นค่าด้วยซ้ำนะฮะ ท่านทำท่านอาจจะโดนทัวร์ลงเลยก็ได้ แต่ถามว่าไม่ทำแล้ววันเนี้ย กระทรวงเราทำอะไร [เสียงหัวเราะ] อันนี้ก็ก็คือเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องเก็งให้ถูกต้องให้ได้นะครับ อันนี้ก็จะเป็นกลุ่มทางด้านของ Quantum Space เรื่อง Green Energy ต่างๆนะครับ ผมผมพยายามจะไม่ได้ไม่ได้ลงว่า Quantum คืออะไรนะครับ เพราะว่าที่เริ่มจะใช้ได้ที่เรามีคนอยู่ก็คือทั้ง Quantum AI Communication Sensing ต่างๆนะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งอาจจะยังไม่ได้ต้องลงถึง Computing นะครับ อันนี้ก็เป็นหลายส่วนนะครับ เมื่อวานมีท่าน อ่า ผู้ สส. ท่าน สว. นะครับ พูดถึงเรื่องทั้ง SMR ไฮโดรเจนต่างๆ แน่นอนครับว่าคนอาจจะตั้งคำถามว่าใช้ได้มั้ย ทำไปเพื่ออะไรบ้าง แต่นี่คือหน้าที่เราฮะ นี่คือหน้าที่เราที่เรามีความจำเป็นต้องคาดการณ์เทคโนโลยีนะครับ แล้วก็กลับรำในการคาดการณ์ได้เรื่อยๆนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ไม่ใช่ว่าท่านต้องทำให้ปิดโครงการไปก่อน ทั้งนี้ที่รู้ว่าปิดไปก็ [เสียงหัวเราะ] อาจจะไม่ได้อะไรนะครับ ท่านก็ทำเปลี่ยนหัวข้อมานะครับ อาจจะเสียเวลาในการเปลี่ยนนิดหน่อยนะครับแต่อย่าเปลี่ยนบ่อยนะครับ ท่านต้องเก็งให้มันแม่นนะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนที่ถ้าท่านทำอย่างเมื่อกี้แล้ววง GDP เราจากวงเล็กจะเป็นวงใหญ่ละเห็นมั้ยฮะ ท่านรู้ How to ะท่านรู้นวัตกรรมที่จะช่วยเรื่องเศรษฐกิจจะนะครับ
ทีนี้ด้านสังคมนะครับ อีกนิดเดียว ทางด้านสังคมทำยังไงดีนะ ครับทางด้านสังคมเนี่ย เบอร์ 6 เบอร์ 7 เนี่ย เรามีความจำเป็น ถ้าวันนี้เศรษฐกิจดีแต่ประเทศไม่มีอธิปไตย ก็ไม่รู้จะมีประเทศไว้ทำไมนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้อาจจะวัดมูลค่าเศรษฐกิจไม่ได้นะฮะ แต่เป็นมูลค่าของความมั่นคง ซึ่งต้องทำเห็นมั้ยฮะ หากวันนี้มีคนถามว่าท่านทำไปเพื่ออะไร มี 2 ปัจจัยคือเศรษฐกิจและความมั่นคงนะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราต้องทำเรื่องเกี่ยวกับ อ่า เทคโนโลยีของ Defense นะครับ เทคโนโลยีไซเบอร์ การดูแลเรื่องเกี่ยวกับภัยพิบัติต่างๆ เรื่องของ Net Zero เพราะฉะนั้นพวกนี้อาจจะยังไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ หากมีก็ดีนะครับ แต่หากไม่มีต้องทำมั้ยก็ต้องทำนะฮะ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราต้องสื่อสารให้ว่าครึ่งนึงที่เราทำเนี่ย จะมีส่วนที่ทำไว้รองรับการเปลี่ยนแปลงนะฮะ ดังนั้นอันที่ 2 เนี่ย คือเรื่องเกี่ยวกับการดูเรื่องความเชื่อมั่นนะครับ การต่อต้านคอร์รัปชันต่างๆนะครับ 2 Project ที่ความจริงเราต้องทำวันนี้ นะครับ เพื่อที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ปราศจากเรื่องคอร์รัปชันก็คือเรื่องโครงการ Open Data นะครับ ซึ่งแน่นอนผมคิดว่าเนี่ย มีโครงการนี้อยู่แล้ว เดี๋ยวก็คงยังร่วมมือกับโครงการที่เกิดขึ้นเลยนะครับ พอเราทำ Open Data เรื่อง Digital Government ก็จะสามารถเกิดขึ้นได้นะครับ เพราะฉะนั้นการที่เรารวมองค์กรที่เขาดูเรื่องเกี่ยวกับการต่อต้านทุจริต คอร์รัปชันเนี่ย ผมคิดว่า อว. ต้องเป็นต้นแบบ เพราะคนที่ทำเรื่องนี้ส่วนมากจะอยู่ในกระทรวงเราทั้งนั้นนะครับ การที่ต้องไม่มีเรื่องของ Conflict of Interest ในทุกๆ เรื่องนะครับ ทั้งกรรมการทั้งมหาวิทยาลัยต่างๆ เรื่องนี้ผมคิดว่าเราต้องมานั่งดูกัน และผมเคยอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยมาก่อน เวลาเราทำเนี่ย เราไม่ได้มีเจตนาที่จะทำ แต่วันเนี้ย เราไม่ได้ Compile เรื่องมาตรฐานในเรื่องนี้ให้ชัดเจนมากนักนะครับ เพราะฉะนั้นการเราสื่อสารเข้าไปแล้วเราก็สามารถที่จะปรับเปลี่ยนกันได้ว่า วันนี้เรามาลองดูคนนี้จะดูเรื่องนี้ในทีม ทีมตรงนี้มี Conflict ม ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่า หากเราทำเรื่องเนี้ย ให้กระทรวงอื่นเห็น ให้เป็นตัวอย่างประเทศไทยจะไร้คอร์รัปชันนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมอยากให้ทุกๆคนเนี่ย อว. เนี่ยเราเป็นต้นแบบเลย เราเป็นตัวอย่างเลยให้เห็นนะครับ แล้วเราส่งเสียงตัวนี้ดังๆ ให้กับกระทรวงอื่นได้ดู ให้กับทั่วโลกได้ดูว่าเราเป็นกระทรวงที่ให้ความสำคัญกับเรื่องเนี้ยนะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนที่เราจะมุ่งสู่เรื่องของ Digital Government นะครับ แล้วก็การที่เราดูแลเรื่องคอร์รัปชันทั้งระบบนะครับ เพราะฉะนั้นพอเราทำเสร็จปุ๊บเนี่ย ภาพนี้เราสามารถที่จะ Support กระทรวงอื่นๆได้นะฮะ ทั้ง DGA ทั้ง DE เนี่ย เราก็สามารถที่จะ Support เขาได้นะครับ
สุดท้ายก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับทางด้านของโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่เราต้องมีนะครับ สุดท้ายเป็นอันนี้นะครับ พอดีสไลด์สลับสุดท้ายเนี่ย เรื่องเกี่ยวกับการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยนะครับ ท่านอาจารย์ปมมาอยู่นะครับ อยู่สุดท้ายก่อนนะ ไม่ได้ว่าไม่ให้ความสำคัญนะ ผมเลยขีดเส้นไว้เพราะผมรู้เลยว่ามีปัญหาแน่ นอนนะฮะ เอาเอาเรื่องนี้ลงมา คุณไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้หรือเปล่า ไม่ใช่ผม Highlight ขีดเส้นเลย แต่ถ้าผมเอาท่านขึ้นไปก่อนเนี่ย Narrative ในการเล่าเรื่องผมไม่ได้ [เสียงหัวเราะ] ผมต้องเล่าเรื่องก่อนว่าความสำคัญเรื่องเศรษฐกิจมีอย่างนี้ เพราะฉะนั้นเราจะ Support เรื่องทุนมนุษย์ ให้กับทั้งหมด เราจะ Support เรื่องนี้ ผมเคยคุยกับท่านอาจารย์อุดมตอนที่ท่าน อาจารย์อาจารย์อุดม อาจารย์สุวิทย์ ผมอยู่ในวันสุดท้ายที่กระทรวงวิทย์เนี่ยจะเปลี่ยนชื่อเป็นอุดมศึกษา ตอนนั้นถ้าท่านไปดูรูปผมเนี่ย ผมทำเรื่องของ Tree of Wisdom จะมีต้นไม้ที่ใช้คลื่นสมอง่ะฮะ แล้วถ้าท่านเครียดต้นมันจะขึ้นแบบสีแดงเลยอะไรเงี้ย ถ้าท่านรีแลกซ์มันจะขึ้นสีเขียวเนี่ย ถ้าท่านไปซูมรูปเนี่ย จะเป็นผมเองนะฮะ เพราะฉะนั้นผมก็อยู่ในวันสุดท้ายที่กระทรวงวิทย์เนี่ยเปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงอุดมศึกษา ก็เลยมีโอกาสได้คุยกับกลุ่มผู้ก่อตั้งนะครับว่าทำไมถึงรวม 2 กระทรวงนี้ เพราะเค้าบอกว่าคนทำวิจัยเนี่ย ส่วนมากไปอยู่ในอุดมศึกษาเฉพาะของประเทศไทยนะ ก็เลยเอามารวม แต่พอเอาคำว่าอุดมศึกษาเข้ามาวางก่อนเนี่ย หน้าตาก็จะเป็นเหมือนกับกระทรวงศึกษาละนะครับ คนก็จะงงกันนะ เพราะฉะนั้นจิตวิญญาณของ Science เนี่ยยังอยู่ และพลังตรงเนี้ยเสริมด้วยเรื่องเกี่ยวกับอุดมศึกษา มันก็ต้องเป็นเนื้อเดียวกันนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็เลยเอาตรงนี้เข้ามาเป็นการขมวดรวมสรุปนะครับ
เพราะฉะนั้นเรื่องของ TC ผมคุยกับ ทปอ. นะครับ เดี๋ยววันที่ 24 นะครับ เดี๋ยวเราก็จะมีประชุมร่วมนะครับ กับทาง ทปอ. เรื่องของ TCAS ที่ส่งเสริมความเท่าเทียมกันนะครับ แล้วก็เรื่องเกี่ยวกับ อ่า ข้อสอบต่างๆนะฮะ เรื่องเกี่ยวกับการดึงดูด Global Talent ให้คน ที่เค้ารับทุน กพ. เราเนี่ย ที่เค้าอยู่ทุนกระทรวงวิทย์เนี่ย อยู่ตามที่ต่างๆเนี่ย ให้เค้าสามารถที่จะทำอะไรได้มั้ยนะครับ ในขณะที่เขาอยู่ที่นั่น การรวมคนระดับโลกที่เป็นคนไทยเข้ามาเพื่อช่วย อว. ทำได้มั้ยนะครับ เรื่องเกี่ยวกับการเรียนทำให้ Skill ทักษะในรั้วมหาวิทยาลัย หรือในบางมหาวิทยาลัยที่จำนวนคนเรียนน้อยลง เราให้เขา Up Skill คนแทนได้มั้ย แล้วมองว่าคนที่ทำงานเนี่ย คือนักเรียนเค้านะครับ ไม่ต้องไปไล่ยุบเค้านะฮะ เราสามารถที่จะเปลี่ยนฟังก์ชันของมหาวิทยาลัยในบางพื้นที่ให้เหมาะกับฟังก์ชันที่เขาจะสามารถไปข้างหน้าได้นะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนที่ผมคิดว่าเราให้โอกาสได้ การเปลี่ยนมหาวิทยาลัยเป็นศูนย์บ่มเพาะนะครับ ตัวนี้ผมคิดว่ามีประโยชน์อย่างยิ่ง และหลายคนมองว่านี่คือจุดที่นักคิดกับนักปฏิบัติจะมาเจอกันง่ายที่สุดนะครับ การเปิดรั้วมหาวิทยาลัยออกมา แต่ก็ดูแลเรื่องความปลอดภัยด้วยนะครับ การสนับสนุนอาจารย์นักวิจัยเนี่ย อ่า เราเรียก Researcher to the nation นะครับ ซึ่งตัวนี้เราสามารถที่จะทำให้คนของเราเนี่ย ขยายผลจากเรื่อง Talent Mobility ได้นะฮะ ว่าเขาไปอยู่บริษัทเนี่ย ซึ่งผมว่า เป็นโครงการที่ดี ไปอยู่กระทรวงนี้ได้มั้ย ไปช่วยกระทรวงนั้นกระทรวง แต่ไม่ใช่ว่าหายไปหมดกระทรวงนะฮะ ก็ต้องอยู่ช่วยกันกับกระทรวงเราด้วยนะ อันนี้ก็เป็นเรื่องของ Flagship Project ที่เราพยายามที่จะทำเรื่องนี้ขึ้นมา เรื่องของ Park เรื่องของมหาวิทยาลัยเนี่ย เดี๋ยวก็จะมีการพูดคุยในรายละเอียดอีกทีนึงนะครับ ผมไม่กล้าแตะมากนะครับ เพราะว่าผมรู้ว่าท่านมีสภามหาวิทยาลัยแล้วก็ท่านมีแนวทางของแต่ละที่นะครับ เพราะมหาวิทยาลัยเนี่ยมีหลายฟังก์ชันนะครับ ได้หารือท่านปลัดนะฮะ เดี๋ยวเราก็จะไปลงรายละเอียดกับฟังก์ชันของแต่ละมหาวิทยาลัยด้วยกันกับทางทีม ทปอ. นะครับ
เพราะฉะนั้นสุดท้ายนี้นะครับ ก็เรามีเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ GDP แต่เราก็ต้องมีความมั่นคงทางด้านของสังคมนะครับ เป็นสิ่งประกอบร่างกัน ผมจึงบอกว่าวันนี้ กระทรวง อว. เรามีมูลค่ามหาศาล มี Asset มหาศาลอยู่ในกระทรวง และเรามีความจำเป็นต้องบูรณาการข้างในกระทรวง และนำองค์ความรู้ของเรา เราอยู่คนเดียวไม่เด่น แต่เราไปอยู่คนอื่นเด่นพร้อมกันนะครับ อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่วันนี้นะครับ ขอพูดถึงแนวทางในเบื้องต้น และจะนำตรงนี้เรียนกับคนที่เริ่มทำงานตรงนี้แล้วนะครับ เพื่อที่จะสามารถสื่อสารตรงนี้ได้
ก่อนจบนะครับ ผมต้องขอขอบคุณท่านผู้บริหารทุกคนนะครับ ที่มาในวันนี้นะครับ แล้ววันพรุ่งนี้มีประชุม ครม. นะครับ เราก็จะส่งมอบเรื่องของ Catalog นวัตกรรมต่างๆนะครับ ให้กับทุกกระทรวง ให้เห็นว่าวันนี้เราพร้อมแล้วที่จะบูรณาการกับทุกกระทรวงนะครับ ปัญหาเร่งด่วนผมไม่ได้พูดที่นี่ เพราะปัญหาเร่งด่วนเนี่ย พวกเราประชุมกันเร่งด่วนไปที่เรียบร้อยแล้วนะครับ แล้วก็ตั้งแต่ช่วงที่เกิดเรื่องของวิกฤตทั้งน้ำมันแล้วก็เรื่องฝุ่นพิษเนี่ย ก็ต้องขอบคุณทุกหน่วยงานนะครับ ที่ร่วมกันแล้วก็ส่งมอบสิ่งดีๆเนี่ย เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ เดี๋ยวเราก็จะได้มีการ อ่า จัดงานที่จะขอบคุณนะครับทางนักวิจัยต่างๆนะครับ ที่ อ่า ไปช่วยเหลือกันในพื้นที่นะครับ เพื่อที่จะทำให้ทุกท่านมีความรู้สึกว่ามีขวัญและก็มีกำลังใจนะครับ
ผมก็วันนี้ก็ได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นนะ ครับผมเป็นคนดวงแข็งมากในเรื่องเกี่ยวกับวิจัยและนวัตกรรมนะครับ ไม่ว่าจะไปอยู่การศึกษา อยู่การเมือง ยังไงก็ต้องได้มาที่นี่นะฮะ ก็ถือว่าเป็นคนที่ดวงแข็งจริงๆในเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีนะครับ ก็ต้องขอบคุณทุกๆคนมากนะครับ ผมขอบพระคุณมากครับ