Transcription
13 สวัสดีครับท่านผู้ชมนะครับ ตอนนี้เราอยู่ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ชื่อห้องอะไรอีกทีน้องภูมิ?
ซักที่ครับผม ของคณะมนุษยวิทยานะครับผม มหาวิทยาลัยนเรศวรนะครับ เอ่อ ซึ่งวันนี้นะครับจะเป็นบรรยายนะครับที่เขาเรียกว่า บรรยายวิชาการเนอะ แต่ผมดูหน้า เอ่อ ผู้ร่วมนะครับในวันนี้มันน่าจะไม่วิชาการเท่าไหร่นะครับ น่าจะเป็นแค่เกือบวิชาการเท่านั้น คือมีคุณแมนนะครับ หมออ๋อง บริพัฒน์นะครับ แล้วก็คุณไอซ์ รักชนกนะครับ วันนี้นะครับ เห็นมั้ยครับแล้วบอกว่าคนเท่ากัน ทำไมถึงต้องได้นั่งบอกนะฮะ ที่ต่ำกว่าคนอื่นเค้า นะครับ แล้วเดี๋ยวอีกสักครู่นึงนะครับเดี๋ยวมันจะมาแชร์กันนะครับ เป็นการ เอ่อ เค้าเรียก ว่า เชิญมาจากทางมหาวิทยาลัยนเรศวรนะครับ
ก็อย่างที่ย้อนกัน recap นิดนึงก็คือผม บอกมีการชวนมาก่อนเลือกตั้งแล้วนะครับ ซึ่งตอนแรกหมออองก็ค่อนข้างจะเครียดมากเลยนะครับ เพราะกลัวว่าจะติดในการจัดตั้งรัฐบาลนะครับ แต่พอปรากฏว่าคะแนนเลือกตั้งออกมาก็อย่างนี้เห็นนะครับ คุณหมอเลยอ๋มก็เลยบอกว่าว่างมากนะฮะ นาทีนี้้นะครับ ใครเชิญไปไหนก็สามารถไปบรรยายได้ ขำๆ แบบขำหน่อย ขอขำหน่อยนะครับ ใครเข้ามาแล้วนะครับช่วยกันกดไลก์ กดแชร์นะครับ กดติดตามเพจ ติดตาม Channel นะครับ ถ้าคิดว่าสิ่งที่เราทำเนี่ยมีประโยชน์นะครับ ตอนนี้ผมกับน้องภูมินะครับ ค่าน้ำมันยังไม่ถึงอยุธยาเลยนะครับ ท่านผู้ชมนะครับ ก็อย่าลืมช่วยกันกดไลก์ กดแชร์ แล้วก็สนับสนุน Channel เรานะครับ ให้ยังคงทำงานรับใช้ทุกๆ คนต่อไปได้ด้วยนะครับ ภาพและเสียงชัดเจนมั้ยครับ ถ้าภาพและเสียงชัดเจน รบกวนคอมเมนต์กันมาสักนิดนึงนะครับ เราจะได้ทราบนะครับว่าภาพและเสียงตอนเนี้ย ปกตินะครับ ชัดเจนนะครับ จะได้ปล่อยไลฟ์ให้มันไหลไปเลยนะครับ
วันนี้นะครับ เอ่อ วันนี้จะกินเวลานานค่อนข้างยาวนะครับ ก็คือตามกำหนดการก็คือตั้งแต่ 13:00 น. ถึง 15:00 น. เลย เอ้ย 16:00 น. เลยนะครับ แล้วจริงๆ แล้วมันจะมีหมายกำหนดการอีกอันนึงของคุณไอซ์ที่ไปลง แต่ผมคิดว่าไม่ทันนะครับ เพราะวันนี้คุณไอซ์ก็ต้องเดินทางกลับนะครับ กรุงเทพมหานคร แล้วพรุ่งนี้ก็ต้องไปลำพูนต่อ นะครับ แต่เราอ่ะเดี๋ยวน้องภูมิจะขับรถไปลำพูนเลยวันนี้นะครับ เพื่อที่จะรอสแตนบายพรุ่งนี้ นะครับ เห็นว่าจะมีการไปดับไฟป่ากันด้วย เดี๋ยวพรุ่งนี้จะติดตามไปนะครับ แล้วก็วันมะรืนก็จะเป็นที่เชียงใหม่นะครับ แล้วก็วันพฤหัสบดีนะครับ ก็คือเดี๋ยวมันจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ เนอะ เหมือนคุณไอซ์เจะมีคิวไป เอ่อ งาน People Show เมื่อวานผมแซวเพราะว่าเาจะเรียกคุณไปให้มอบรางวัลให้คุณกันจอมพลังหรือเปล่า หรือคุณได้รางวัลหรือเปล่า คุณเช็คดีๆนะครับ พอไปถึงอาจจะเป็นแบบ เค้าเรียก อ๋อ รักชนกมาแจกรางวัลให้กันจอมพลังหน่อย อะไรอย่างเงี้ยนะฮะ เออ ก็รอดูพฤหัสบดีแล้วกันนะครับ ผมก็ไม่รู้ว่าเห็นเขามีคิวร่วมงานเไม่รู้ว่าเขาได้อะไรเฉยๆนะครับ ก็รอไปดูกันนะครับวันพฤหัสบดีนะ ครับ
ส่วนวันศุกร์นะครับ เดี๋ยวผมจะส่งน้องภูมิไปจองตั๋วเรียบร้อยแล้วนะครับ มาทวงเงินท่านผู้ชมด้วยนะครับ ค่าตั๋วน้องภูมิ นะครับ ไปคุณไอซ์ไปสกลนะครับ วันเสาร์ไปกาญจนบุรีนะครับ วันอาทิตย์ไปสุพรรณบุรีนะครับ เดี๋ยวจะพยายามไปถ่ายให้ครบทุกวงนะครับ ท่านผู้ชมนะครับ อย่าลืมช่วยกันกดไลก์ อย่าลืมช่วยกันกดแชร์นะครับ กดติดตามเพจ ติดตาม Channel นะครับ เดี๋ยวอันนี้ก็พูดไปเรื่อยๆ นะครับ ให้จนกว่าจะเริ่มขึ้นนะครับ อย่าลืมช่วยกันสนับสนุนรายการด้วยนะครับ รายการของเราย้ำอีกทีว่าไม่มีพรรคการเมืองไหนสนับสนุนนะครับ ไม่มีนักการเมืองคนไหนสนับสนุนนะครับ มีแต่พี่น้องประชาชนนะครับทุกคนที่ดูอยู่นะครับ เป็นกำลังที่ทำให้ช่องเรายังสามารถทำงานต่อไปได้นะครับ ถ้าคิดว่าสิ่งที่เราทำยังมีประโยชน์ อย่าให้ทำต่อไปได้นะครับ อย่าลืมช่วยกันสนับสนุนนะครับ เพราะมันเป็นหนทางเดียวที่ทำให้ช่องเรายังคงทำงานต่อไปได้นะครับ คนละคนละเล็กคนละน้อย แต่คนละเยอะก็ได้ฮะ ไม่ติดนะฮะ ไม่ใช่พรรคการเมืองครับผม สามารถจะซัดเข้ามาเท่าไหร่ หรือพูภูมเอาเท่าไหร่ดี วันนี้ 3 ล้านมั้ย สัก 3 ล้านมั้ย ถ้าถ้าวันนี้เงินเข้า 3 ล้านผมซื้อกางเกงใน เควินคให้คุณเลยนะ คุณภูมิดูอยากได้ Victoria Secret เอา Victoria Secret ได้ เออ ถ้าวันนี้ยอดถึง 1 ล้านบาท เราจะพา น้องภูมิไปซื้อกางเกงใน Victoria Secret นะครับ แล้วก็เดี๋ยวจะเปิดนี่ด้วย ภูมิเปิดรูปเฉพาะแบบ Member only เอ่อนะฮะ คนที่แบบสนับสนุนช่องมากๆ ถึงจะได้เห็นภาพน้องภูมิใส่ Victoria Secret นะ กลับ เอาน้องมาหาแดกอีกแล้วกู นะครับ ก็อย่าลืมช่วยกันนะครับ
ตอนนี้เดี๋รอแป๊บนึงนะครับ คือมหาวิทยาลัยนะครับ มันเป็นคลาสนะครับ ซึ่งมีนักศึกษาค่อนข้างเยอะนะครับ ที่วันนี้ก็คือเห็นเขาบอกว่าลงทะเบียนกันมาเยอะนะครับ คือประมาณ 300 บวกๆ คนเลยนะครับ เดี๋ยวรอให้เขา เอ่อ อย่าเพิ่งเปิดเลย เพราะว่าเดี๋รอให้เขาปิดเพลงก่อน เพราะเพลงเนี่ยจะพาเราปลิว นะครับ เอ่อ ล่าสุดไปถ่ายอะไรวะ ภูมิละครใบ้ >> เสียงชัดเจนดีมั้ย >> เปิดเพลงยัง >> ชัดเจนนะ อ่า ฉะนั้นตอนนี้นะครับ ทั้งคณะผู้บริหารนะครับ คณะท่านวิทยากรอยู่ >> ลองเปิดลองเปิดนิสิตเงียบเสียงนิดนึงเนาะ เพราะว่าช่วงสำคัญมาถึงละนะครับ โอปิดก่อน ปิดก่อน เดี๋ยว >> ต้องบอกให้เขาปิดเพลงก่อนว่ะเดี๋ยวนะครับ เชิญๆ 1 2 3 4 5 เชิญๆๆ บอกให้เค้าปิดเพลงทดสอบ 1 2 3 >> ฝากปิดเพลงหน่อยพี่ ฝากปิดเพลงหน่อยนะครับ ฝากปิดเพลงหน่อย เวลาเข้าไลฟ์แล้วมันติดลิขสิทธิ์ พี่ปิดแล้ว ปิดแล้ว ปิดแล้ว ใช่มั้ย ใช่ >> ภูมิเปิดได้เลย >> เป็นไงนะ >> ไม่ผมบอกให้เค้าปิดเพลง >> เดี๋ยวมันติดลิขสิทธิ์พี่ อ๋อ >> เออเปิด >> เปิดยังผมเปิดแล้วใช่ป่ะ โอเค มหาวิทยาลัยนเรศวรนะครับ ตอนนี้นะครับเดี๋อ่ะตามกำหนดไปเลยแล้วกัน ภูมิรันไปเลยนะ ภูมิปวดฉี่ พูดปวดฉี่เดี๋สลับกันไม่ไหวแล้ว ปวดฉี่เมื่อกี้ไม่ได้ฉี่รีบมา อ้า แล้วหมอไปไหน >> ปาเหรอ เออ เพราะวันนี้มันมีทั้งหมด 3 คน ไม่มีคนมั่วบ้านงาน 1 คน เพราะว่าตกงาน ช่วงนี้ปกรอลกุล >> ทดสอบ ทดสอบ อ่ะ ทดสอบ ทดสอบครับ เรียนท่านรองคณบดีนะครับ ท่านวิทยากรทั้ง 3 ท่านนะครับ ที่ได้ให้ความอนุเคราะห์กับคณะสังคมศาสตร์เป็นอย่างสูงในวันนี้นะครับ แล้วก็สวัสดีท่านคณาจารย์นะครับ แล้วก็ นิสิตนะครับที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านในวันนี้นะครับ
ก็วันนี้เป็นโอกาสอันดีนะครับ ที่ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา นะครับ ได้จัดกิจกรรม public lecture ในหัวข้อแนวคิดทฤษฎีทางสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาในงานการเมืองและการพัฒนา นะครับ แน่นอนว่าบ่อยครั้งที่เราอยู่ในห้องเรียนนะครับ นิสิตนักศึกษาอาจจะคุ้นชินกับการท่องจำเนาะ หรือการทำความเข้าใจในเรื่องของโครงสร้างทางสังคม ส่วนใหญ่เราก็ผ่านในเรื่องของทฤษฎีตำรานะครับ แต่ในความเป็นจริงแล้วนะครับ หัวใจสำคัญของการศึกษาสังคมวิทยานั้นนะครับ คือการที่เราสามารถที่จะนำกรอบแนวคิดเหล่านั้นน่ะนะครับ ไปเป็นเลนส์เพื่อทำความเข้าใจในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางสังคมผ่านการลงมือทำจริงนะครับ ด้วยเหตุนี้ครับทางภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวรนะครับ จึงได้จัดโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อเปิดโลกทัศน์และเปลี่ยนพื้นที่ในห้องเรียนของเราในวันนี้นะครับ ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป้าหมายหลักของกิจกรรมในวันนี้มี 3 หัวข้อสำคัญนะครับ ที่อยากจะนำเรียนก็คือข้อแรกเพื่อให้พวกเราทุกคนได้เรียนรู้ว่าทฤษฎีทางสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ถูกนำไปใช้ประยุกต์ในการทำงานทางการเมืองและการพัฒนาในระดับชาติได้อย่างไรนะครับ ข้อที่ 2 เพื่อสร้างแรงบันดาลใจทางวิชาการให้กับนิสิตได้เห็นคุณค่าของการศึกษาทฤษฎีว่ามันสามารถนำไปเป็นเครื่องมือในการทำงานจริงได้อย่างไรนะครับ และข้อสุดท้ายครับเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการแลกเปลี่ยนนะครับระหว่างสถาบันการศึกษาและวิทยากรผู้มีประสบการณ์ตรงทุกท่านนะครับ ซึ่งในวันนี้ครับเราจะได้รับฟังประสบการณ์เรียกว่าแน่นอนว่าน่าจะเข้มข้นมากๆนะครับ จากผู้ที่ทำงานพัฒนาการเมืองในระดับชาติทั้ง 3 ท่านครับ ทั้ง เอ่อ วิทยากรท่านแรกนะครับ คุณรักชนก ศรีนอกครับ และนายสัตวแพทย์ ปฏิภัทร์ สันติภาดา นะครับ หรือหมออ๋องนะครับ แล้วก็คุณปกรอารีกุลนะครับ ซึ่ง 3 ท่านนี้ได้ให้ความอนุเคราะห์ทางคณะสังคมศาสตร์เป็นอย่างสูงในวันนี้นะครับ ที่จะมาช่วยไขข้อสงสัยและเติมเต็มทั้งในเรื่องของความรู้และทักษะทางปัญญาให้กับพวกเราอย่างเต็มอิ่มตลอดช่วงบ่ายนี้นะครับ
และเพื่อให้การเรียนรู้ในวันนี้บรรลุผลสัมฤทธิ์อย่างสมบูรณ์แบบนะครับ ก็ขอให้ทุกท่านนะครับเงียบนะครับในระหว่างฟังนะครับ แล้วก็เพื่อจะได้เก็บเกี่ยวทั้งหมดเนี่ยนะ คือให้เก็บว่าพอยท์ไหนในระหว่างที่ท่านวิทยากรมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันบนเวที มีพอยท์ไหนมีประเด็นไหนที่เราจะเชื่อมโยงจากตำราเรียนไปสู่ในพื้นที่จริงได้นะฮะ เพราะเราจะต้องจบไปเป็นบัณฑิตแล้วจะต้องได้ลงพื้นที่จริงในการปฏิบัติงานนะฮะ ฉะนั้นเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากท่านวิทยากรซึ่งเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าในวันนี้อย่างเต็มที่แล้วก็เตรียมประเด็นแลกเปลี่ยนในช่วงท้ายกับท่านวิทยากรนะครับ ที่เราเปิด session ให้ Q&A อีกครั้งหนึ่งนะครับ ฉะนั้นในโอกาสแรกนี้นะครับ กระผมขอเรียนเชิญท่านรองคณบดีฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์เพื่อสังคมครับ ได้ให้เกียรติกล่าวเปิดโครงการและกล่าวต้อนรับวิทยากรครับ ขอเรียนเชิญครับ
ครับก็เรียนท่านวิทยากรนะครับ สวัสดี เอ่อ คณาจารย์นะครับ นิสิตและก็ผู้เข้าร่วมโครงการทุกท่านนะครับ คิดว่าทุกคนตื่นเต้นมั้ยครับ ตื่นเต้นเนาะนะครับ ก็จริงๆ วันนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆนะครับ ที่เราได้มา เอ่อ ร่วมกิจกรรมในวันนี้นะครับ เพราะว่าเราจะได้เรียนรู้จากผู้ที่มีบทบาทจริงโดยตรงนะครับ แล้วก็จริงๆ เอ่อ วันนี้เราได้รับเกียรติจากวิทยากรทั้ง 3 ท่านที่ทุกคนรู้จักเป็นอย่างดีแล้วนะครับ ไม่ว่าจะเป็นคุณหมออ๋องนะครับ คุณไอซนะครับ แล้วก็พี่แมนของเรานะครับ เอ่อ ทั้ง 3 ท่านเสียสละเวลามากๆนะที่มาในวันนี้นะครับ ผมก็ขออนุญาตเป็นตัวแทนคณะสังคมศาสตร์นะครับ ขอขอบคุณท่านวิทยากรนะครับที่สละเวลามีค่าแล้วก็มีความหมายมากๆนะฮะ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับพวกเราแล้วก็มาสร้างแรงบันดาลใจดีๆให้กับพวกเราในวันนี้นะครับ แต่ว่านอกจากนี้ผมต้องขอขอบคุณผู้จัดด้วยนะครับ รองศาสตราจารย์ ดร.อัจฉริยา ชุวงศ์เลิศนะครับ แล้วก็ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุษรินทร์ เลิศวิสกุล รวมถึงคณาจารย์ภาควิชาสังคมวิทยามนุษยวิทยานะครับ ที่ทำให้โครงการดีๆวันนี้เกิดขึ้นได้นะครับ ต้องบอกว่าอย่างที่ว่ากันนะครับว่าสังคมทุกวันนี้มันเปลี่ยนไวมากใช่มั้ยฮะ ถึงแม้ว่าบางอย่างมันควรเปลี่ยนมันไม่เปลี่ยนก็ตามอ่ะเนาะ แต่การเรียนรู้สังคมนะครับสำหรับครู ครูคิดว่ามันเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เราเข้าใจอนาคตของเราเองได้ในที่สุดแล้วนะฮะ
ก็โครงการ public lecture ในวันนี้นะครับ เป็นกิจกรรมในหัวข้อ เอ่อ สังคมวิทยาและมนุษยวิทยาในงานการเมืองและการพัฒนาครับ ครูว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของการที่เรามีโอกาสได้มานั่งฟังเท่านั้นนะฮะ แต่มันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะได้มีความคิดใหม่ๆนะฮะ เกิด เอ่อ เรียกอะไรนะ แรงบันดาลใจใหม่ๆ หรือมุมมองใหม่ๆที่จะเอาไปใช้ได้จริงนะครับ ก็ขอให้วันนี้เก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างเต็มที่แล้วก็เอาสิ่งดีๆกลับไปให้มากที่สุดเลยนะครับ แล้วก็ขออนุญาตเปิดโครงการ public lecture ครั้งที่ 3 ในวันนี้อย่างเป็นทางการ และก็ขอเสียงปรบมือให้กับวิทยากรทั้ง 3 ท่านด้วยครับ ขอบคุณครับ
ผมต้องขอขอบพระคุณนะครับท่านรองคณบดีเป็นอย่างสูงนะครับ ที่ได้ให้เกียรติกล่าวต้อนรับวิทยากรและกล่าวเปิดโครงการในช่วงนี้ครับ และแน่นอนครับตอนนี้เรามาถึงช่วงเวลาที่สำคัญนะฮะ ที่ทุกคนรอคอยนะครับ ก็เป็นการเสวนาในหัวข้อแนวคิดทฤษฎีทางสังคมวิทยาและมนุษยวิทยาในการเมืองและการพัฒนานะครับ ซึ่งวันนี้เราได้รับเกียรติจากวิทยากรทั้ง 3 ท่านที่เป็นล้วนแล้วแต่เป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการเมืองระดับประเทศนะครับ และจะมาช่วยเราถอนรหัสการนำทฤษฎีไปสู่การปฏิบัติด้วยกันนะครับ ฉะนั้นในโอกาสแรกนี้ขอเสียงปรบมือต้อนรับวิทยากรทั้ง 3 ท่านครับ ท่านแรกครับ คุณรัชนก ศรีนอกครับ ท่านที่ 2 ครับ นายสัตวแพทย์ ปฏิภัทร์ สันติภาดา ครับ ท่านที่ 3 ครับ คุณปกรอารีกุลครับ ขอเรียนเชิญครับ
และก่อนเข้าสู่ session การบรรยายนะครับ แน่นอนว่าเวทีนี้จะต้องมีผู้ดำเนินรายการนะฮะ ขอเรียนเชิญครับ ผู้ดำเนินรายการครับ ท่านอาจารย์เอ๋ยครับ ขอเรียนเชิญครับ
ครับก่อนเข้าสู่ session ของการเสวนายิงยาวไปนะครับ ฉะนั้นเนี่ย มั่นใจว่าจริงๆ แล้วเนี่ย วิทยากรทั้ง 3 ท่าน พิธีกรไม่แนะนำประวัติก็ได้นะฮะ แต่จริงๆ แล้วเพราะทุกท่านเป็นเรียกว่าเป็นไอคอนในเรื่องของทางการเมืองการพัฒนา แล้วก็ เอ่อ ลูกศิษลูกหา หรือนิสิตทุกคนรู้จักดีนะฮะ แต่เพื่อให้พวกเราทำความเข้าใจภาพรวมโดยสังเขปนะครับ ขออนุญาตแนะนำ เอ่อ ให้รู้จักวิทยากรแต่ละท่านสั้นๆนะครับ
ท่านแรกนะครับ วันนี้เราได้รับเกียรติจาก คุณรัชนก ศรีนอกนะครับ บทบาทท่านเป็นทั้งสมาชิกผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครนะครับ แล้วก็ปีนี้ก็นะฮะ เป็นบัญชีรายชื่อก็ได้รับเลือกเช่นกันนะครับ ที่เราทราบผลกันแล้วนะครับ จุดเชื่อมโยงทางวิชาการที่ได้รับการเรียนเชิญท่านมาร่วมเราในวันนี้นะครับ ก็เป็นเส้นทางของท่านนั้นครับ ท่านเป็นผู้ที่รู้จักในฐานะผู้สมัครที่สามารถเอาชนะการเมืองในระบบบ้านใหญ่ได้นะครับ และสะท้อนถึงพลวัตของการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างอำนาจสังคมยุคใหม่นะครับ ท่านมีบทบาทโดดเด่นเป็นอย่างมากเลยนะครับ ในด้านของการพิจารณาและตรวจสอบงบประมาณภาครัฐและผลงานสำคัญล่าสุดเลยนะครับ ท่านก็ตรวจสอบเรื่องของการใช้งบประมาณสำนักงานประกันสังคม ซึ่งก็ยังคงจะต้อง go on อยู่ใช่มั้ย เพราะยังมีอีกหลายจุดที่เราจะต้องช่วยกันติดตามนะครับ ก็ท่านเชื่อมโยงแนวคิดทางทฤษฎีสังคมวิทยาและการวิเคราะห์ความเหลื่อมล้ำต่างๆทางชนชั้นนะครับ แล้วก็การต่อสู้เพื่อสวัสดิการของคนทำงานนะครับ นอกจากนั้นครับ การแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่างๆทางสังคมร่วมสมัยผ่านช่องทางต่างๆอย่างต่อเนื่องของท่านนั้น ยังแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการใช้พื้นที่สาธารณะเพื่อขับเคลื่อนมวลชนได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ สำหรับคุณรัชนก ศรีนอกครับ
ท่านที่ 2 ครับ นายสัตวแพทย์ ปฏิภัทร์ สันติภาดา ครับ บทบาทครับ ท่านเป็นอดีตรองรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 นะครับ และท่านเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดพิษณุโลกเราด้วยนะครับ จุดเชื่อมโยงทางวิชาการนั้นนะครับ ในฐานะอดีตผู้แทนของจังหวัดพิษณุโลกเป็นระยะเวลาหลายปีนั้นนะครับ ท่านมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งนะครับในบริบทของพื้นที่ชุมชนและพลวัตการพัฒนาของภาคเหนือตอนล่างนะครับ ซึ่งสอดคล้องกับความสนใจอย่างยิ่งของนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรโดยตรงนะครับ และการเคยดำรงตำแหน่งระดับบริหารของฝ่ายนิติบัญญัติอย่างรองประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้นนะครับ ทำให้ท่านได้มีมุมมองและประสบการณ์ตรงต่อการทำงานของสถาบันการเมืองหลักของประเทศนะครับ ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้ครับจะสามารถสะท้อนภาพที่ชัดเจนในการนำแนวคิดทางรัฐศาสตร์ทางสังคมวิทยาเชิงสถาบันมาวิเคราะห์เรื่องการกระจายอำนาจการปรับโครงสร้างรัฐสภาให้ยึดโยงกับประชาชนนะครับ อันนี้ก็เป็นที่มาของนายสัตวแพทย์ ปฏิภัทร์ สันติภาดา นะครับ
และท่านที่ 3 ครับ ได้รับเกียรติจากคุณปกรอารีกุลนะครับ บทบาทของท่านครับ ท่านเป็นอดีตผู้ช่วยเลขานุการรองประธานสภาผู้แทนราษฎรนะครับ และท่านเป็นอดีตผู้สมัคร สส. เขต 1 นครศรีธรรมราชด้วยนะครับ คุณปกรนั้นนะครับ ท่านมีบทบาทเป็นนักกิจกรรมมากกว่า 10 ปีนะครับ โดยเริ่มต้นจากการเป็นนักศึกษาทำกิจกรรมอาสาต่างๆนะครับ แล้วก็ตลอดเส้นทางท่านได้ขับเคลื่อนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรมาอย่างต่อเนื่องนะครับ ท่านมีความมุ่งมั่นในการจัดการกับปัญหาของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาต่างๆของรัฐ และการลงพื้นที่จริงของท่านนั้นครับ ก็เพื่อรับฟังปัญหาเหล่านี้ ถือว่าเป็นการประยุกต์ใช้วิธีทางวิธีวิทยาทางมานุษยวิทยา นะครับที่เน้นการทำความเข้าใจวิธีคิดของมนุษย์ชุมชนนะครับ และการตั้งคำถามต่อวาทกรรมของการพัฒนาที่มักจะละเลยเสียงของคนในระดับรากหญ้านะครับ ฉะนั้นในโอกาสนี้ครับ ขอมอบเวทีให้ท่านผู้ดำเนินรายการและวิทยากรทุกท่านนะครับ ดำเนินรายการได้เลยครับ ขอเรียนเชิญครับ
อ่า ขอขออนุญาตแซร้งกำหนดการนิดนึงเพื่อนะครับ ณ ขณะนี้มีทั้งคณาจารย์และผู้บริหารนะครับ ขออนุญาต session แรกขออนุญาตถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกันก่อนครับ ขอเรียนเชิญทุกท่านครับ ท่านอาจารย์พระจินครับ เรียนเชิญครับ ท่านอาจารย์ทุกท่านเลยครับ ขอเรียนเชิญครับผม ขอเรียนเชิญบริเวณด้านบนเวทีเลยครับ ภาพแรกเถ่ายก่อนนะฮะ ก่อนที่จะมีคน >> หลังจากฟังไอไอซ์นะครับ >> ซึ่งเมื่อกี้ย้ำอีกทีนะฮะว่ายังไม่มีใครเสียชีวิต >> ขอวิทยากรทุกท่านก่อนนะครับเดี๋ที่ 2 เราจะลงไปถ่ายกันเหมือนแบบ >> ขอเรียนเชิญครับ ขอเรียนเชิญ >> ต้องทอดพระไตแล้วอ่ะเออ จังหวะเมื่อกี้คือมันต้องทอดพระไตแล้วแต่ยัง ยังไม่มีใครเสียชีวิตนะฮะ เป็นประวัติของการทำงานของผู้ยังดำรงยังมีชีวิตอยู่นะครับ ยังยังไม่มีใครเสียชีวิตแต่อย่างใดนะครับ ตอนแรกผมจะภาพเสียงชัดเจนนะครับ วันนี้ขอให้ช่วยกันพิมพ์นะแฮชแท็กนะครับ ไอซ์หลับให้สบายนะ ครับ นะครับ ขอแฮชแท็กนิดนึงไอซ์หลับให้สบายนะ ครับท่านผู้ชมนะครับ เพื่อเป็นการไว้อาลัยนิดนึงนะฮะ ซึ่งนะครับ เมื่อกี้ก็เห็นคุณหมอทั้งไอซ์ทั้งหมออ๋องทั้งคุณแมกำลังปั่นจักรยานเดี๋ก็ไม่น่าเชื่อเวลามันแป๊บเดียวนะครับ จะทำเรื่อง >> ช่วงนี้เราเซ็ตนะฮะแต่ >> โดนถ่ายโดยนิสิตปัปซี่ไปแล้ว 100 กว่าเท นะฮะเท่าที่สังเกตใช่ๆ >> ช่วงนี้รออีกนิดนึงนะครับนะ จะมีการเวียนรอบเมุมาศนะครับสัก 3 รอบนะครับ ก่อนมีการทอดผัดไตรแล้วก็ประชุมเพลิงนะครับ ในเวลา 16:00 น. มาตรงนะครับ ภูมิโฟกัสฉมหน้าผู้บวยชนนิดนึงอ๋อโฟกัส ครับอีกขอเรียนเชิญทุกท่านด้านล่างนิดนึง ครับแล้วก็หันหน้ามาทางเวทีเพื่อหาทุกท่านนะครับผม >> นะครับแล้วก็นะครับเออ แล้วไอซ์กับหมออ่องไปซักหน้าเมื่อไหร่นะฮะเออ นิสิตนิสิตทุกคนยืนได้เลยครับ นิสิตทุกคนยืนได้เลยอ่าจะได้ดูนะฮะ >> เออนี้เป็นกิจกรรมของพยายนะครับร่วมกับผู้ไหว้ชนก็รีบยืนขึ้นนะฮะ แต่เราจะไม่ยืนขึ้นเพราะเราจะไม่บังคนอื่นเ้ากล้องเราก็บังชาวบ้านเพอแล้วท่านผู้ชมนะครับ คือผมมาถ่ายงานแบบนี้ผมก็ตื่นเต้น ทำอะไรไม่ค่อยถูกนะครับ มันดูแบบ เอ้ยเราเอามือวางไว้บนขาเนี่ยถูกมั้ย หรือว่าเราต้องเก็บมือยังไงอะไรอย่างเงี้ยเออบางทีแบบผมเป็นคนแบบไม่เคยวิชาการไม่ได้อ่ะ วิชาเกินตลอดเป็นเด็กหลังห้องแต่ตะกร้อหลังห้องอะไรเงี้ยนะครับ ไอซ์ไอซ์ไม่ได้ลืมถอดแว่นครับไอซ์แค่หาแว่นไม่เจอเฉยๆ มันหามาตั้งแต่ตอนทีมจักรยานแล้วแว่นมันหายไปไหนนะครับ แต่เราก็จะไม่บอกไอนะครับ ก็จะให้มันงงไปเรื่อยๆว่าแว่นมันหายไปไหนนะครับ อย่าลืมช่วยกันสนับสนุน Channel เราให้ยังคงทำงานรับใช้ทุกคนต่อไปได้ด้วยนะครับ ช่องของเราอยู่ได้ในการสนับสนุนจากประชาชนเท่านั้นนะครับ ตอนนี้เรายังเจ๊งอยู่นะครับ ช่วยให้เรานะครับ ขอค่าน้ำมันขามาก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวจะไปต่อที่ลำพูน เราต้องไปเชียงใหม่ต่อเองมันน่าสงสารนะ 10 บาท 20 บาท 100 บาท 1,000 บาทนะครับผมจะปิดไมค์แล้วนะครับ
ด้วยนะคะก็อย่างที่ทางคุณยอดนะคะ เอ่อ พิธีกรของรายการกล่าวไปนะคะว่าการบรรยายพิเศษหรือการสัมมนาครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนนะคะเรียนรู้นะคะจากรายวิชาแนวคิดสังคมแนวแนวคิดทฤษฎีทางสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา นิสิตหลายท่านเนี่ยอาจจะไม่ได้เรียนวิชานี้แต่ก็ด้วยความสนใจใช่ มั้คะ วิทยากรแบบว่า เอ่อ ดึงดูดมากเลยนะคะ ทำให้ที่นั่งเต็มนะคะ ก็ขอกล่าว นิดนึงนะคะว่าการจัดงานครั้งนี้เนี่ยก็มาจากตัววัตถุประสงค์ของรายวิชาที่เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องทางสังคมแล้วก็ผ่าน เอ่อ แนวคิดและมุมมองของสังคมวิทฤษฎีทางสังคมวิทยาและมานุษยาซึ่งเป็นศาสตร์หนึ่งในการเรียนรู้ทางด้านสังคมเนาะ ทีเนี้ยสิ่งที่เจอคือความปวดหัวของนิสิตทุกปีก็คือว่าเราเรียนทฤษฎีนักคิดทฤษฎีตะวันตกเยอะเพราะว่ามันเป็นพื้นฐานนักคิดทฤษฎีก็จะพูดกันในลักษณะนามธรรมและปรัชญาค่อนข้างมาก บางคนก็เรียนแล้วก็เหม็นเบื่อมากทั้งอาจารย์และเอ่อนิสิตเองก็เนื้อหาก็เหนื่อยมากนะ เพราะฉะนั้นวันเนี้เราก็เลยอยากจะเชิญวิทยากรทั้ง 3 ท่านเนี่ยผู้ทำงานด้านทางการเมืองการพัฒนาและแน่นอนนะคะเขาก็ต้องมีแนวคิดมีหลักการนะคะมีทฤษฎีในการทำงานเพื่อที่จะทำให้เห็นว่าทำไมเรายังต้องมีทฤษฎีแนวคิดหรือหลักการรวมไปถึงสิ่งที่สูงไปกว่านั้นนะคะ ปรัชญาการทำงานหรืออุดมการณ์นะคะ อุดมคติหรืออุดมการณ์ต่างๆ สิ่งเหล่านี้เราไม่ได้แยกขาดจากกันเนาะ เรียนไปเนี่ยไม่ได้หมายความว่าเอาไปใช้ไม่ได้ ทีนี้เราก็เลยเชิญทั้ง 3 ท่านมานะ คะเพราะฉะนั้นการสัมมนาในกึ่งบรรยายพิเศษวันนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ช่วงนะคะ ช่วงแรกเนี่ยเราในฐานะผู้ดำเนินรายการแล้วก็เป็นผู้สอนด้วยทั้ง 15-16 สัปดาห์เนี่ยก็จะโยนคำถาม 2-3 คำถามให้กับแต่ละท่านพูดนะ คะก็จะมีเวลาประมาณ 40-45 นาทีทั้งหมดนะ คะใน session แรกหลังจากนั้นเนี่ยเราก็จะให้ทั้ง 3 ท่านเนี่ยฟรีสไตล์เลยนะคะ พูดการทำงานของเค้าในแต่ละด้านที่ทางคุณยอดได้ เอ่อ แนะนำไปบ้างแล้วเนี่ยอีกประมาณ 40-45 นาที เพราะฉะนั้นแต่ละคนก็จะมีเวลาประมาณ 15 นาที และสุดท้ายเราเปิดเลยเปิดเวทีให้ทุกคนเนี่ยสามารถที่จะมีคำถามมายังผู้ เอ่อ เอ่อ วิทยากรทั้ง 3 ท่านนะคะ เราก็จะมีเวลาอีกประมาณ 40-45 นาทีเช่นกัน เพราะฉะนั้น 3 ชั่วโมงนี้จะเต็มไปด้วยความแน่นมากนะคะ ถ้าต้องการเข้าห้องน้ำบอกได้นะคะ แบบมีช่วงไหนให้เข้าห้องน้ำได้มั้ยอะไรอย่างเงี้ยนะ มันไม่ควรเข้าห้องน้ำเลยค่ะ เต็มที่เลยนะคะ ไม่งั้นคุณจะพลาดสิ่งสำคัญไปเนาะ เพราะฉะนั้นถ้าใคร เอ่อ อยากมีคำถามระหว่างที่เอ่อวิทยากรตอบคำถามแล้วก็ในระหว่างที่บรรยายอีกช่วงนึงคือช่วงช่วงตรงกลางเนี่ยให้เก็บเอาไว้เราจะเยินไมค์ให้นะคะไปถามเลยเต็มที่มีการสื่อสารกับวิทยากรโดยตรงนะคะ วันนี้เป็นวันพิเศษสำหรับพวกคุณเนาะ หรือถ้าใครยังเขินๆอายๆนะคะ ก็เขียนกระดาษนะคะมาได้นะคะเรื่อยๆนะคะ เดี๋ยวเราจะรวบรวมคำถามเพื่อถามในตอนท้ายนะคะ แล้วก็อาจจะมีเวลาช่วงท้ายให้สำหรับเผื่อใครอยากจะถ่ายรูปนะคะคู่ถ่ายรูปกับวิทยากรเนาะ อ่า ก็อย่างที่บอกนะคะว่าวิชานี้เนี่ยหลักๆก็คือจะเริ่มคำถามแรกเลยเพื่อเป็นการเสียเวลานะคะ คือการเรียนด้านสังคมศาสตร์โดยเฉพาะผ่านแนวคิดเรื่องสังคมวิทยาแล้วมนุษยวิทยาหลักๆเนี่ยเราก็จะสนใจเรื่องเกี่ยวกับสังคมเนาะ ในทางสังคมวิทยาเนี่ยอันนี้เราจะ lecture นิดๆนะไม่เยอะเพราะว่าไม่ใช่หน้าที่ของเราวันนี้เนาะ ดูเรื่องโครงสร้างทางสังคมสถาบันทางสังคมหน่วยทางสังคมองค์กรทางสังคมนะคะที่เราในฐานะปัเจกเป็นส่วนหนึ่งเนาะ เพราะฉะนั้นเนี่ยเดี๋ยวเราก็จะเป็นมุมนี้ที่ให้ทั้ง 3 ท่านเนี่ยช่วยถ่ายทอดแล้วก็อีกด้านนึงก็คือว่าการทำงานการเมืองการพัฒนาคือการทำงานร่วมกับผู้อื่นนะคะในระดับที่เล็กลงไปคือกลุ่มนะคะ สถาบันพรรคการเมืองต่างๆรวมไปถึงการทำงานในระบบที่ใหญ่ขึ้นไปทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับการเมือง เพราะฉะนั้นแล้วเนี่ยการเรียนรู้ที่จะทำงานกับผู้อื่นก็เหมือนกับการเรียนรู้วัฒนธรรมคำการทำงานที่เราไม่ได้ทำงานอยู่คนเดียว เพราะฉะนั้นในแง่นี้มุมมองทางมานุษยวิทยาก็จะเข้ามา เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเป็นช่วงแรกเนี่ยก็จะเป็นเรื่องเนื้อหาที่จะพูดพูดเรื่องสังการทำความเข้าใจ เอ่อ สังคมผ่านแนวคิดของผ่านความคิดของทั้ง 3 ท่านนะคะ ไม่ได้หมายความว่าจะมาทิมาเน้นทฤษฎีอีกต่อไปแต่เล่าจากสิ่งที่เป็นประสบการณ์แล้วก็การทำงานของแต่ละท่านที่ชี้ให้เห็นว่ามันมีแนวคิดทางสังคมวิทยาและมานุสยาอยู่นะคะ เพราะฉะนั้นคำถามแรกเลยนะคะก็คือว่าอยากจะถามแต่ละท่านแต่ละท่านเนี่ยจะมีเวลาประมาณ 5 นาที นะคะ คำถามแรกนะว่าก่อนที่จะมาทำงานการเมืองในฐานะ เอ่อ ในสถานการณ์ปัจจุบันเนี่ยค่ะ ใน เอ่อ สถานภาพปัจจุบันเนี่ย มีความสนใจประเด็นทางสังคมหรือการเมืองใดเป็นพิเศษ และประเด็นนั้นน่ะสร้างแรงบันดาลใจให้เข้ามาสู่การทำงานการเมืองและการพัฒนาได้ อย่างไร ประเด็นสังคมที่สนใจตอนนั้นสะท้อนแง่มุมไหนในเชิงหลักการบ้างในเชิงปรัชญาการเมืองหรืออุดมคติอุดมการณ์อะไรค่ะ เริ่มจากใครดีคะ โอน้อยออกมั้ย อ่า เอาใครดี เอาอ่ะอ่างั้นขอเชิญเชิญหมออ๋องก่อนเลยนะ คะ ขอเรียกง่ายๆนะคะเนาะจะได้เป็นกันเองนะคะ หมออ๋องของเรานะ
ครับสวัสดีนะครับอาจารย์แล้วก็อ่านิสิตที่เคารพรักเพื่อนๆนะครับ เอิ่ม ผมเกาะ 5 นาทีนะอาจารย์ 5 นาทีก่อนที่จะเข้าสู่การเมืองนะครับ เอาว่าโมเมนต์สำคัญก็แล้วกัน เพราะว่าจริงๆ ผมก็คงมีผ่านช่วงเวลาหลายอย่างเนาะ มี 2 โมเมนท์ที่ทำให้รู้สึกว่าประเทศไทยอยู่ในวิกฤตนะครับ ที่ทำให้พี่น้องประชาชนเนี่ยรวมถึงตัวผมและลูกสาวของผมเนี่ยไม่น่าจะมีชีวิตที่ดีเนาะ อันแรกก็คือตอนที่ตอนนั้นยังไม่มีลูกนะครับ แต่ผมไปที่ไปเรียนต่อที่ประเทศสิงคโปร์แล้วก็ตอนนั้นเนี่ยเป็นช่วงเวลาของรัฐบาลของยิ่งลักษณ์นะ ช่วงก่อนน้ำท่วมใหญ่เล็กน้อยนะครับ ปี 2009 ถึง 2011 ก็ไปเรียนแล้วปรากฏว่าไปเรียนด้านศิลปศาสตร์พอดีก็ก็เลยต้องเรียนด้านประวัติศาสตร์ด้านศาสนาประวัติศาสตร์ของชาตินิยมประวัติศาสตร์นะ ครับ เอ่อ การตีความในเรื่องคุณค่าอะไรดีอะไรชั่วเน แล้วก็เลือกจะทำการบ้านนะครับเกี่ยวข้องกับเรื่องไทยล้วนๆเลยนะ อย่างเช่นตอนนั้นก็อยากจะรู้ว่า เอ่อ วัฒนธรรมและความเชื่อของฮินดูเนี่ยมันมีผลต่อการแบ่งคลาสในประเทศไทยยังไงบ้าง ระบบเจ้าขุนมูลนายระบบหมอ ระบบพราหมณ์ใช่มั้ยครับ เอ๊ะ ทำไมประเทศไทยเป็นพุทธแต่เวลาวันสำคัญของเราเป็นพราหมณ์หมดเลยใช่มั้ยเอ่อ หรือทำไมอะไรอย่างเงี้ยก็ลองไปศึกษาดูแล้วก็ลองศึกษาเรื่องการเกลียดกลัวอิสลามในประเทศไทยหรือที่เรียกว่าอิสลามโมโฟเบียนะครับ ก็เลยไปเจอคำถามง่ายๆว่าทำไมเราเรียกมุสลิมว่าแขกเนาะ ทำไมอยู่ดีๆเราเรียกมุสลิมว่าแขก อ่า มีพี่น้องมุสลิมอยู่เนาะ เคยโดนเรียกแขกใช่มั้ยครับ อ่า ถ้าเราเรียกใครว่าแขกก็คืออะไรที่นี่ไม่ใช่บ้านมึงจริงมั้ย ที่นี่ไม่ใช่บ้านคุณเราเป็นบ้านของคนไทยพุทธอ่า เอ๊ะ แล้วทำไมคำว่าแขกมันถึงพูดได้ติดปากขนาดนี้ อ่า อันนี้ก็เป็นหัวข้อที่ 2 แล้ว ในระหว่างที่ศึกษาไปนั้นเองก็ เอ่อ มีการเคลื่อนไหวใหญ่ในประเทศมาเลเซียแล้วก็อินโดนีเซียพอดีนะครับ ตอนนั้นมีการเลือกตั้งนะประเทศไทยว่าบัดซบแล้วนะ ประเทศที่แย่กว่ามากนะครับคือมาเลเซียปิดเกาะซื้อเลยนะไอ้บอนเนียวมาเลเซียตะวันออกเนี่ยนะ อะไรที่ประเทศไทยว่าชั่วร้ายนะครับ มาเลเซียยิ่งกว่าแล้วก็ผู้นำของมาเลเซียก็ถูกคุมขังเนาะ ตอนนี้คุณธนาธรยังไม่อยู่ในคุกนะพี่ทาก็ไปมีความสุขกับก้อยแล้วนะฮะ แต่ถ้าเราไปดูอันวาอับราฮีมเนี่ยก็คือเข้าคุกแบบขังลืมนะ ด้วยข้อหาของการมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกันใช่มั้ย ซึ่งเป็นข้อหาศีลธรรมที่มาจัดการนักการเมืองอ้า แต่คนมาเลเซียก็ฟื้นขึ้นมาแล้วก็ต่อต้านการเลือกตั้งที่ไม่ยุติธรรมนะครับ หรือเรียกว่าขบวนการเบอร์เซเนาะก็ได้นั่งคุยกับคนมาเลเซีย ได้นั่งคุยกับคนอินโดนีเซียซึ่ง เอ่อ ตอนนั้นโจโกวี่ก็อยู่ในช่วงกำลังจะเอ่อขึ้นเป็นประธานาธิบดีนะ คนมาเลเซียก็บอกว่า เอ่อ God is number one Jกovi is number two นะครับ ก็คือตอนนั้นโจโกวีได้เบอร์ 2 แต่เบอร์ 1 ยังเป็นอีกพักนึงเขาก็เลยบอกว่าอัละเนี่ยหรือว่า God เนี่ย Number one นะส่วนJโกovี่ Number 2 เพราะฉะนั้นเราต้องเลือก Number 2 นะครับ ก็ทำให้เราเห็นว่าแต่ประเทศไทยตอนนั้นเจอแช่แข็งด้วยรัฐประหาร ทีนี้อ่า 5 นาทีนะ อันนี้คือโมเมนต์ที่ 1 ที่เราเห็นว่าประเทศไทยเป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว แล้วก็เรานึกว่าตอนนั้นรัฐประหารยาวนานเนาะ ไม่มีเลือกตั้ง เอ่อ ตอนนั้นยิ่งลักษณ์ใช่มั้ย แต่พอกลับประเทศไทยมาปุ๊บรัฐประหารยาวนานไม่มีเลือกตั้งใช่มั้ยครับ แล้วก็มีอะไรแปลกๆให้เราเห็นอยู่ตลอดเวลาจนเรารู้สึกหมดหวังในประเทศไทยไปแล้ว แต่ก็ได้รับครรภ์เอ่อบอกว่าประเทศไทยยังมีหวังเพราะว่าสู้ในถนนก็ไม่ได้มีการตายตอนปี 53 จำนวนมากใช่มั้ยครับ มีคนโดนคุมขังใช่มั้ย คุณแมนปกรเข้าคุกไปตั้ง เอ่อ หลายรอบใช่มั้ย ทีนี้ทำยังไงดีให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าประเทศยังมีหวังมันก็เลยต้องมีพรรคการเมืองเนาะ ซึ่งตอนนั้นผมก็เ้างั้นไปจะร่วมพรรคการเมืองก็แล้วกัน เพื่อจะทำให้เห็นว่าประเทศยังมีหวังได้ ให้ประชาชนคนไทยได้ตื่นรู้ผ่านการรณรงค์ เพราะว่าลำพังสถาบันการศึกษาเนี่ยอาจจะจำกัดเนาะ เราคุยกันในห้องเรียนใช่มั้ยครับ หรือว่าลำพังนักเคลื่อนไหวก็อาจจะมีแค่กลุ่มเฉพาะกิจของ NGO แต่ถ้ามีการรณรงค์ด้านนโยบายเนี่ยแปลว่าความคิดมันจะกระจายไปได้ทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นยังไงก็ต้องเข้าพรรคการเมืองดีนะ ไปไม่ไปเข้าพรรคพี่เต้นะเอ่อไม่งั้นมีเมียเป็นเอเลี่ยนไปละนะ ก็ตอนนั้นก็เลยเจอพรรคอนาคตใหม่นะ ครับอ้า 1 นาทีสุดท้ายนะ ก็คือโมเมนต์ที่ 2 ก็คือโมเมนต์ที่มีลูกสาวนะ จริงๆ เพศอะไรก็ช่างมานะ เอาว่ามีลูกอ่ะ แต่พอคลอดออกมาป้างเนี่ยนะครับ ด้วยตอนนั้นเราเป็นชนชั้นกลางเนาะ ตอนนั้นเงินเดือนก็กับภรรยาอยู่ ในกรุงเทพฯ รวมกันคนนึงก็ 2 คนรวมกันไม่เกิน 60,000 ก็นั่งคำนวณแล้วเฮ้ยลูกไม่รอดว่ะ ตอนนี้นะ ถ้าน้องๆจะมีลูกสักคนเนี่ย น้องๆคำนวณมั้ยว่าต้องมีตังค์ในกระเป๋าเท่าไหร่ เลี้ยงหมายังไม่ไหวเลยจริงป่ะเออ แล้วนี่ต้องเลี้ยงลูกนะ แล้วพอเกิดมาปุ๊บแล้วพอเราคิดอ่ะ ตอนนั้นมีคดีใหญ่คดีนึงนะครับก็คือคดีบอสกระทิงแดง เราก็คิดว่าอ้าวแล้วถ้าลูกเราอ่ะโดนคนรวยคนนึงชนตายอ่ะ จบเลยนะ สมมุติเราเลี้ยงมานะกู้หนี้ยืมสินมา 5 ล้าน 10 ล้าน ถ้าคนชนเป็นคนธรรมดาโอเคต้องไปสู้เอาค่าเรียกร้องคืนได้ อ้าวคนชนรวยอย่างนี้ตายฟรีแน่นอน เพราะฉะนั้นผมก็เลยบอกว่างั้นต้องไปทำกฎหมายให้ยุติธรรม เพราะลูกของผมแล้วก็ลูกของคนอื่นจะได้เติบโตในประเทศนี้ได้เนาะ อันนั้นก็เป็น 2 โมเมนท์สำคัญที่ทำให้ผมเนี่ยเดินเข้าไปที่ตึกไทยสมมินะครับ ไปเจอคุณธนาธรแล้วเดี๋ยวค่อยเล่าในพาร์ท 2 ว่าแล้วเราเจออะไรที่เกี่ยวข้องว่าเอ๊ะโครงสร้างสังคมและโครงสร้างของลำดับชั้นเนี่ยของประเทศไทยเนี่ยมันก่อให้เกิดโลโก้ อ่ามันทำให้เกิดโลโก้นี้ขึ้นมาว่าเราเชื่อว่ามันเปลี่ยนโครงสร้างได้แล้วก็เลยเป็นที่มาของการทำการเมืองนะครับ
ค่ะ สวัสดีค่ะ ก็ก่อนที่จะมาทำงานการเมืองเนาะ ถ้าสมมุติว่าฉายภาพไปตอนเด็กๆนะ คือส่วนตัวเนี่ยเป็นคนที่เชื่อเรื่องบาปบุญ อ่า เราเชื่อว่าเพราะว่าต้องบอกต้องบอกว่าที่เราเชื่อเรื่องบาปบุญเนี่ย เพราะว่าการศึกษาหรือว่าพุทธศาสนาเนี่ยสอนเราบอกว่าคนที่เกิดในชนชั้นวรรณะไหนคือมันเพราะว่าอะไรชาติที่แล้วคุณทำบุญมาเท่าไหร่ถูกป่ะ รอบชาตินี้รอบนี้คุณเกิดมายากจนคุณเกิดมาร่ำรวยมันเกิดจากการที่ว่าคุณเนี่ยสั่งสมบุญจากชาติที่แล้วเนี่ยมามากน้อยแค่ไหนถูกมั้ยนะ อันนี้คือพุทธจริงหรือพุทธไม่จริงไม่รู้แต่อันนี้คือสิ่งที่มันสอนอยู่ในโรงเรียนหรือว่าบางทีก็คืออยู่ในแบบเรียนหรืออยู่ในอยู่ในเอ่อนอมของสังคมไทยอยู่ในวัฒนธรรมเรานะคะ ตอนเด็กๆเนี่ยบ้านจนเราก็คิดว่าที่เรายากจนเนี่ยมันก็คงเป็นเพราะชาติที่แล้วอาจจะเป็นตัวเราหรือว่าเป็นพ่อแม่เราเนี่ยทำบุญมาน้อยเนาะ เอ่อ ชาตินี้เราก็เลยได้ประมาณนี้ หรือว่าเราต้องไปโรงเรียนที่มันโอ้โหจำกัดจำเขี่ยบางโรงเรียนมีสนามกีฬาใหญ่เด็กๆสามารถเล่นบาสเก็ตบอลเล่นฟุตบอลได้แต่ว่าโรงเรียนเราเนี่ยมีแค่ เอ่อ เสาธงแล้วก็มีสนามเล็กๆรอบเสาธงแล้ววิ่งเล่นไม่ได้ด้วยซ้ำเราก็คิดว่าโอเคมันคงเป็นเพราะว่า เอ่อ เรียกว่าอะไรอ่ะ บุญธรรมกรรมแต่งจากชาติที่แล้วเนาะ ส่งผลมาถึงชาตินี้้นะคะ พอเราโตขึ้นมาหน่อยพอเราโตขึ้นมาหน่อยเราก็เริ่มรู้สึกว่าโอเคบุญธรรมการแต่งชาติที่แล้วจะเป็นยังไงไม่รู้แต่ว่าฉันเนี่ยก็เป็นคน ที่ขยันขันแข็งพอสมควรก็สร้างเนื้อสร้างตัวได้เนาะเราหาเงินได้พอในช่วงที่เราเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวแล้วก็หาเงินได้เป็นกรอบเป็นกรรมเนี่ยก็เรารู้สึกว่าเราดูถูกคนเหยียดคนที่ไม่สามารถที่จะเรียกว่าเขยิบสถานะทางสังคมหรือว่าไม่ขยันเหมือนเราเรารู้สึกว่าเนี่ยคือถ้าคุณไม่ขยันเท่านี้ไม่ไขวคว้าเท่านี้ไม่ทำแบบชั้นหรือไม่ทำแบบคนที่เขาสามารถขยับชั้นทางสังคมได้เนี่ยถ้าไม่โง่ก็ขี้เกียจเนาะ แต่ว่าพอพอเป็นช่วงชีวิตที่เริ่มตั้งแต่ช่วง เอ่อ การรณรงค์รัฐธรรมนูญ 60 เนาะ ต้องบอกว่าช่วงที่เราเชื่อเรื่องการเอ่อบุญธรรมกำแต่งหรือว่าช่วงที่เราเชื่อว่าเรียกว่าความร่ำรวยของคนนึงเนี่ยเกิดขึ้นเกิดขึ้นได้เนี่ยก็เพราะว่าความพยายามของคนๆนั้นเท่านั้นเนี่ยคือต้องบอกว่าเราเป็นอนุรักษ์นิยมแบบค่อนค่อนข้างที่จะขวาแบบสุดโต่งก็คือเป็น Royalลิแล้วก็ตกขอบด้วยเพราะว่าคลั่งเจ้ามากนะคะ ซึ่งก็หลายๆคนในสังคมนี้ทุกวันนี้ก็ยังเป็นแบบนี้อยู่เนาะ แต่พอมีการรณรงค์รัฐธรรมนูญ 60 ช่วงนั้นน่ะคือมันเป็นมันเป็นแบบสิ่งเล็กๆที่เกิดขึ้นเลยนะ ก็คือจำได้ว่าคนรณรงค์เนี่ยก็น่าจะมีกลุ่มพี่แมนด้วยไปยืนอ่านหนังสือแล้วก็กินแฮมเบอร์เกอร์ที่สยามพารากอนปรากฏว่าถูกจับเนาะ ซึ่งเราเนี่ยก็ต้องบอกว่าคือเป็นขวาเป็นอนุรักษ์นิยมมากแต่เราเอ๊ะว่าทำไมทำไมการที่คนที่เห็นต่างจากเราอ่ะคนที่ไม่ได้ไม่ได้เป็นเอ่อสนับสนุนอนุรักษ์นิยมแบบเราอ่ะทำไมแค่ไปยินยืนกินแฮมเบอร์เกอร์หรือว่าไปยืนอ่านหนังสือที่สยามพารากอนทำไมถึงต้องโดนข้อหาแล้วก็โดนดำเนินคดีแล้วก็ถูกจับเนาะ หลังจากนั้นก็เริ่มรู้สึกว่าโอเคสังคมมันมีอะไรแปลกๆ แต่เราก็ยังเป็นคือค่อนข้างที่จะขวาอยู่ จนเริ่มมีการรณรงค์หาเสียงทางการเมืองของอนาคตใหม่นะคะ คุณธนาธรขึ้นไปบนเวที อาจารย์ปิบุตรขึ้นเวที คุณช่อไอดีเบตแล้วก็บุคลากรอีกหลายท่านไปหาเสียงเนี่ยเรา รู้สึกว่ามันมีความเอ่อมันมันเกิดมันเกิดความเปลี่ยนแปลงในตัวเราแต่เราอ่ะไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไรจากเดิมที่เราคิดว่าความยากจนที่เราเจอสมัยเด็กๆการศึกษาห่วย ความอยุธรรมยกตัวอย่างเช่นที่พี่อ๋องพี่อ๋องพูดเมื่อกี้คือคนรวยเนี่ยดูเหมือนว่า จะสามารถจ่ายเงินเพื่อซื้อความยุติธรรมได้มากกว่าคนจนในสังคมนี้เราเคยคิดมาตลอดว่ามันเป็นเรื่องของบุญธรรมกรรมแต่ง ก็ทำบุญมาน้อยชาติที่แล้วชาตินี้ก็ได้การศึกษาห่วยเกิดมายากจนแล้วก็ไม่พบกับความยุติธรรมไม่สามารถเขยิบชั้นทั้งสังคมได้ มันเป็นเพราะเนี่ยแหละชาติที่แล้วทำบุญมาน้อยแต่พอมันเริ่มมีการรณรงค์ของอนาคตใหม่คุณธนาธรขึ้นเวทีอาจารย์เปี่ยทำงานทางความคิดเราเริ่มเข้าใจว่าการศึกษาที่ทุกคนก็รู้สึกว่ามันห่วยอยู่ทุกวันเนี้ย มันไม่ได้เป็นเพราะว่าชาติที่แล้วเนี่ยเด็กไทยทั้งประเทศอ่ะทำกรรมเอาไว้อ่ะมันไม่ไม่ใช่แต่มันเป็นเพราะว่าชาตินี้ต่างหาก ที่เราไม่สามารถที่จะหารัฐมนตรีที่มีความรู้ความสามารถมีแพชชั่นในการที่จะปฏิรูปการศึกษาหรือทำให้เด็กๆที่เรียนอยู่ในชั้นอุดมศึกษาเนี่ยมีอนาคตหรือว่าเรียนจบมาในสายที่มีงานทำหรือไม่ถามไม่สามารถที่จะทำให้การศึกษามันเป็นการศึกษาที่มีความหมายได้มันไม่ใช่เรื่องของบุญธรรมแต่งเว้ยมันเป็นเรื่องของพฤติกรรมมนุษย์ พฤติกรรมของคนที่มีอำนาจและความยากจนที่มันเกิดขึ้นในประเทศเราเนี่ยมันไม่ใช่เพราะว่าคนจำนวนมากชาติที่แล้วทำบุญมาน้อยมันไม่ใช่แต่มันเป็นเพราะการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นในประเทศเรา งบประมาณปีนึง 3 ล้านล้านถึง 4 ล้านล้านบาท เมื่อก่อนพี่ไม่มั่นใจว่าถ้าเราเอามาจัดสรรใหม่ในแบบที่เนี่ยคุณหาเสียงกันน่ะมันจะสามารถทำให้ทุกชีวิตในประเทศนี้มันดีขึ้นได้จริงๆหรือเปล่า เมื่อก่อนพี่สงสัย แต่พอเข้ามาเป็นนักการเมืองแล้วเราถึงมั่นใจเลยว่าถ้าเราเอาเงินที่มันเป็นทรัพยากรที่เราทุกคนเนี่ยใส่ลงไปเป็นกองกองกลางเป็นภาษีที่เราเสียร่วมกันเนี่ย เอา 3 ล้านล้านถึง 4 ล้านล้านบาทต่อปีเนี่ยมาบริหารมาจัดสรรใหม่มันจะไม่ต้องมีใครเชื่อเรื่องบุญธรรมแต่งอีกแล้วเว้ย เราสามารถที่จะยกระดับสถานะคุณภาพชีวิตเราสามารถที่จะเข้าถึงระบบการศึกษาที่มันทำให้เราทุกคนในประเทศนี้เนี่ยสามารถไปสู่ศักยภาพที่มันดีกว่าที่มันสูงกว่าได้โดยทรัพยากรที่เราแชร์ร่วมกันโดยทรัพยากรที่พ่อแม่เราอ่ะเสียร่วมกัน ดังนั้นมันคือมันคือความเรียกว่ามันคือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในในตัวของพี่เนาะในระยะแบบ 30 กว่าปีที่ใช้ชีวิตมาต้องบอกว่าไม่มีใครในสังคมนี้นะคะที่โตมาแล้วจะซ้ายเลย เพราะการศึกษาในประเทศไทยหล่อหลอมให้เราเป็นอนุรักษ์นิยมตั้งแต่วันแรกที่เราเข้าโรงเรียนค่ะ หล่อหลอมให้เราเป็นอนุรักษ์นิยม หล่อหลอมให้เราเป็นloyalลิโดยที่เราไม่รู้ตัว แต่เมื่อคุณเริ่มเรียกว่าสงสัยหรือเอ๊ะหรือตามหาความหมายแบบอื่นหรือตามหาคุณค่าแบบอื่นที่คุณจะสมาทานน่ะ หรือคุณสงสัยว่าเฮ้ยทำไมสังคมมันเป็นแบบนี้แล้วคุณเริ่มตามหาความหมายอ่ะเฉดในตัวคุณอาจจะปิดอาจจะเริ่มเปลี่ยนไปนะคะ อันนี้ก็อันนี้ก็เป็น เอ่อ เรียกว่ามันไม่ได้เป็นความสนใจก่อนงานการเมืองเนาะ แต่ว่ามันเป็นมันเป็นสิ่งที่พี่คิดว่ามันน่าจะเกิดขึ้นกับทุกๆคนเนาะ คือถ้าคุณไม่เชื่อเรื่องบุญธรรมกรรมแต่งที่ศาสนาพุทธสอนน่ะคุณก็ต้องเชื่อเรื่องอะไรนะ ฉันรวยทำตัวเองให้รวยขึ้นมาแล้วเดี๋ยวก็เขยิบฉันทางสังคมได้แล้วก็เดี๋ฉันก็จะไปซื้อทุกอย่างซื้อความยุติธรรมซื้อการศึกษาซื้อนู่นซื้อนี่ซื้อนั่น แต่ว่าเราไม่เคยคิดว่าทำยังไงถึงไม่ต้องรวยอ่ะแต่จะได้สิ่งเข้าถึงสิ่งเหล่านี้อย่างเท่าเทียมเข้าถึงทรัพยากรที่มันเป็นส่วนกลางได้อย่างเท่าเทียมกัน อันนี้ก็คือก่อนก่อนทำงานการเมืองเนาะ ก็คงประมาณนี้ค่ะ
ครับ อ่า แมนปกรนะครับ ก็ถ้าติดตามข่าวช่วงนี้จะเห็น กกต. ไปฟ้อง เอ่อ 6 บุคคลนะครับ เรื่องที่ไป เอ่อ สังเกตการณ์หน่วยเลือกตั้งใช่มั้ยครับ 1 ในคดีที่ฟ้องแล้วก็ 1 คนที่ถูกฟ้องก็คือคุณไอติม พฤติโฆษกพรรค เอ่อ ของพวกเรานะครับ นั่นคือข้อหาประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 นะ เอ่อ ก็คือยุยงปลุกปั่นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงกฎหมายใดๆ อัตราโทษของกฎหมายอาญามาตรมาตรานี้ 7 ปี ผมเนี่ยเคยมีคดีข้อหาที่ถูกฟ้องด้วยมาตรา 116 เนี่ยอยู่ในกระเป๋าเนี่ย 3 คดี 37 21 นะครับ เอ่อ เคยถูกฟ้องคดีรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญฉบับนี้แหละนะครับ ที่มีอัตราโทษ 10 ปี 1 คดีนะครับ แล้วก็มีคดีอื่นๆ ผมเคยมีคุกอยู่ในกระเป๋าพูดเล่นๆนะ เอ่อ ประมาณเกือบ 40 ปี นะครับ แต่ว่าทุกคดีเหล่านั้นเนี่ยเมื่อมาถึงถูกฟ้องในยุคที่ เอ่อ บ้านเมืองนี้ไม่มีประชาธิปไตยนะครับ ตอนนั้นมีการปกครองอีกรูปแบบหนึ่งเมื่อปี 57-62 เนี่ยนะครับ แต่ว่าเมื่อมีการเลือกตั้ง 62 แล้วค่อยๆคลายล็อคมาเนี่ยทุกคดีที่ผมถูกฟ้องณตอนนั้นนะ ยกฟ้องหมดเลยนะครับ ยกฟ้องก็คือ เอ่อ เค้าเรียกว่าชนะทั้ง 3 ศาลนะ ครับ บางคดีสู้ถึงฎีกาก็มี เอ่อ อันเนี้ยเป็นจุดจุดผมเรียกเป็นจุดเปลี่ยนหรือจุดที่ทำให้ความสนใจซึ่งเราเคยมีมาตั้งแต่เด็กๆมันตอกย้ำ ผมเคยพูดกับแม่ผมแม่ผมก็ถามว่ารู้สึกยังไงที่ที่ เราคิดว่าเราเป็นคนเล็กๆคนหนึ่งแล้วก็เคลื่อนไหวทำกิจกรรมออกค่าอาสาแต่ว่าวันหนึ่งเนี่ย เอ่อ เข้าไปนอนอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯนะครับ ผมก็บอกว่าผมไม่ได้รู้สึกผิดอะไรเลยเพราะว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิดเราแค่ทำเหมือนถ้าบอกว่าชุมนุมประท้วงเนี่ยผมเริ่มชุมนุมประท้วงตั้งแต่อายุ 16 ปี ตั้งแต่นายกชื่อทักษิณชินวัตรนะครับ พี่ๆพิษณุโลกหลายคนที่ปัจจุบันนี้เอ่อประกาศตัวว่ารักชาติเนี่ยผมก็เคยรักชาติแบบนั้นมาก่อนแหละนะครับ อาจจะมากกว่าด้วยเพราะว่าตอนที่พี่ๆยึดทำเนียบกันเนี่ย 193 วัน ผมอยู่เกือบ 100 วันนะ ระเบิดลงกี่ลูกผมก็อยู่ตรงนั้นในอายุ 17-20 ปี คล้ายๆไอซ์เรียนจบโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย นครศรีธรรมราช ครับ เป็นโรงเรียนที่ทุกคืนก่อนนอนเป็นโรงเรียนประจำทุกคืนก่อนนอนต้องหันหน้าไปทางทิศเหนือเพราะเราอยู่ภาคใต้แล้วก็ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีทุกเช้าเข้าแถวก่อนเข้าโรงเรียนนะครับ ถวายคำสัตปฏิญาณประโยคสุดท้ายพูดว่าข้าพระพุทธเจ้าใต้ฝ่ารองทาพระบาทพร้อมจะสละชีวิตและเลือดเนื้อเพื่อใต้ฝ่ารองทาพระบาท แต่ว่าวันหนึ่งพอผมมาเคลื่อนไหวการเมืองที่ต่างไปจากที่พี่ๆเขาเคยเคลื่อนไหวผมก็เหมือนที่ไอซ์บอกถูกเรียกว่าเป็นฝ่ายซ้ายถูกหมออ๋องล้างสมองผมก็คิดว่าโหสมองเนี่ยที่เราถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เกิดจนถึงอายุ 18 นะครับ ให้ร้องเพลงสรรเสริญทุกคืนก่อนนอนถวายสัตว์ปฏิญาณทุกเช้าถ้ามันจะล้างง่ายขนาดนั้นเนี่ยแสดงว่าแสดงว่ามันน่าจะยังไงมันน่าจะพิมพ์ไม่แน่นนะใช่มั้ยมันผมจึงคิดว่าความสนใจของผมในวัยเด็กนะครับ แล้วก็มาเรียนมหาวิทยาลัยผมเรียนสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยบูรพานะครับ เป็นเครือเดียวกันกับมนนะ มันเริ่มต้นง่ายๆแค่พอเรามองออกไปนอกหน้าต่างนะครับ แล้วเราเห็นคนงานก่อสร้างคนหนึ่งก่อสร้างตึกอยู่ที่ม.บูอ่า ครึ่งหนึ่งเป็นแรงงานข้ามชาตินะครับ วันดีคืนดีตึกที่สร้างนั้นถล่มครับ เหมือนตึกสตง. วันนั้นเนี่ยรถมูลนิธิมาเก็บศพวิ่งเข้าทั้งคืนเช้ามามหาวิทยาลัยออกข่าวว่ามีคนตายแค่คนเดียว พวกผมก็คิดว่าเฮ้ยไม่ใช่ไม่ว่าคนที่มาสร้างตึกนั้นจะเป็นชาติอะไรแต่ถ้าเขาตายอย่างน้อยเาต้องถูกนับ พวกผมก็เลยไปจุดเทียนแล้วก็เริ่มต้นการทำกิจกรรมทางสังคมที่วันหนึ่งอ่ะก็ไม่คิดนะว่ามันจะมีปลายทางคือเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯนะครับ แต่ผมก็รู้สึกว่าผมก็บอกแม่ว่าผมไม่ได้ทำผิดอะไรเราก็แค่ชุมนุมเหมือนที่เราชุมนุมตอนที่ทักษิณเป็นนายกตอนอภิสิทธิ์เป็นนายกตอนสมัครเป็นนายกตอนยิ่งลักษณ์เป็นนายกไปชุมนุมทุกครั้งไม่ว่าใครจะเป็นนายกเพราะเชื่อเรื่องประชาธิปไตยทางตรงเชื่อว่าประชาชนมีเสรีภาพที่จะแสดงออกได้ แต่พอลุงตู่เป็นนายก แค่แบบเหมือนที่ไอซ์บอกแค่ชู 3 นิ้วนิ้วนะ ครับกินแฮมเบอร์เกอร์อยู่ที่หน้าหอศิลป์ก็ถูกจับแล้วถ้าใครเข้าใจกฎหมายพื้นฐานถ้าน้องมียาบ้า 5 เม็ดอ่ะน้องยังไม่ติดคุกเลยนะเบอกตำรวจว่าเป็นผู้เสพเฉยๆไม่ได้ขายเขาจะสันนิษฐานว่าน้องป่วยอันนี้ไม่ได้แนะนำนะครับ แต่พี่ติดคุกเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในข้อหาเพียงแค่ไปชู 3 นิ้ว สำหรับพี่รู้สึกว่าเหมือนไปออกค่ายอาสาเหมือนไปทัศนศึกษาคือมันเป็นประสบการณ์ที่ทำให้เมื่อเราออกมาจากเรือนจำเมื่อผ่านพ้นคดีเหล่านั้นมาสำหรับพี่โลกใบนี้ไม่มีไม่มีความน่ากลัวะพร้อมจะสู้ในทุกๆสมรภูมิะ ดังนั้นถ้าถามว่าความสนใจก่อนจะมาทำการเมืองผมคิดว่ามันคือ 2 เรื่องครับ เรื่องแรกก็คือโลกใบเนี้ยมีคนจนมากเกินเกินไป แล้วก็คนรวยที่มีอำนาจน่ะแล้วก็ผูกขาดระบบการเมืองเศรษฐกิจสังคมวัฒนธรรมเนี่ยไม่พยายามที่จะคลายการควบคุมนั้นเพื่อให้คนส่วนใหญ่หายจน เรื่องนี้ถามว่าสนใจมาตั้งแต่มันมันเริ่มมันคงสนใจมาเรื่อยๆอย่างที่ 2 ผมคิดว่าเราคือทุกวันเนี้ยเวลาเจอคนที่ยังเรียกตัวเองว่าเป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยมอยู่ผมไม่เคยรู้สึกว่าเราจะคุยกันไม่ได้เลยนะ คือไม่เคยรู้สึกว่าเฮ้ยเป็นคนละพวกคนละฝ่ายเป็นคนที่ไม่ควรจะอยู่ร่วมกันผมคิดว่าเราอยู่ร่วมกันได้เพียงแต่ว่าในท่ามการความหลากหลายทางความคิดที่มันอาจจะไม่เหมือนกันเนี่ยมันควรที่จะมีพื้นที่มีกระบวนการหรือมีการหาทางออกที่ทำให้ยุคสมัยหนึ่งคนที่คิดแบบคุณมีอำนาจก็ได้ลองดูบริหารสัก 4 ปีอีกยุคสมัยหนึ่งให้พวกผมมีอำนาจบริหารบ้างนะ ครับ เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาเมื่อมีแนวโน้มว่าแบบพวกเนี้ยจะได้บริหารเนี่ยมักจะมีวิธีการพิเศษนะครับ เอ่อ บางอย่างมาทำให้พวกเราไม่ได้เข้าไปทำหน้าที่ตรงนั้นซึ่งมันแค่นั้นเองนะครับ ดังนั้นก็คิดว่า 2 เรื่องนี้ครับก็คือเรื่องความเหลื่อมล้ำ กับเรื่องการเคารพความต่างทางความคิดครับ
ขอบคุณมากนะคะสำหรับคำถามแรกในเรื่องของ การก่อนเข้ามาสู่การทำงานการเมืองการพัฒนาแล้วก็การเคลื่อนไหวเราจะพบเนาะสิ่งที่เป็นประเด็นร่วมกันก็คือการมองเห็นเรื่องโครงสร้างที่บิดเบี้ยวแน่นอนเราอยู่ในโครงสร้างทางสังคมที่เราตั้งคำถามไว้ว่ามันบิดเบี้ยวหรือเปล่ามันไม่เท่าเทียมกันและขณะเดียวกันก็คือสิ่งที่ผลักให้ทุกคนเข้ามาทำงานตรงนี้ก็คือเราจะทำยังไงให้ความเหลื่อมล้ำมันหมดไปหรือน้อยลงนะคะ ทีนี้คำถามถัดมานะคะก็คือจะเป็นคำถามอย่างที่บอกมันจะแข็งๆเลยนะช่วงแรกนะ เพราะว่าเหมือนเราเซ็ตคำถามมานิดนึง เดี๋ยวจะฟรีสไตล์แต่ละคนน่าจะมีอีกช่วงที่ 2 นะคะ อันนี้จะเป็นคำถามเชิงสังคมวิทยานิดนึงว่าเมื่อเข้ามาทำงานการเมืองแล้วเนี่ยก็มีประสบการณ์การทำงานในสถาบันการเมืองในทั้งระดับท้องถิ่นเนาะ ตั้งแต่เขตกรุงเทพฯในพื้นที่ชนต่างจังหวัดนะคะ แล้วก็ท่านก็มาจากเป็นคนต่างจังหวัดด้วยอย่างคุณแมนกับหมออ๋องเนาะ เราเรียกว่าต่างจังหวัดมั้ยไม่รู้นะเดี๋ค่อยว่ากันเนาะ จะตีก็ได้นะคะว่าโอ๊ยไม่มีไม่ไม่มีไม่เรียกบ้านเนาะ ไม่เรียกไม่เรียกอฮะ ไม่ใช่กรุงเทพฯก็พอเนาะ แล้วก็ทำงานในสถานการณ์เมืองในหลายระดับด้วยทั้งในสภาเนาะ แล้วก็ในระดับ เอ่อ พรรคการเมืองต่างๆ ก็เลยอยากจะสะท้อนว่า เอ่อ แต่ละคนในฐานะปัเจกอ่ะมีวิธีการทำงานภายใต้สถาบันแล้วก็กลุ่มองค์กรอย่างที่บอกนะคะ แล้วก็สถาบันการเมืองที่ตัวเองไปมีประสบการณ์อย่างไรคร่าวๆนะคะ รวมถึงการทำงานกับประชาชนด้วยอันนี้อาจจะพูดมาเลยเพราะว่าเราเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องทำงานในการพัฒนา กับประชาชนด้วยนะคะ สั้นๆอีกเหมือนกัน 5 นาทีนะคะ เกรงใจมากเลยค่ะท่าน คนละด้านนะคะ ขอโทษนะคะขอแทรกนิดนึง ขอบคุณสำหรับน้ำนะคะ มีผู้ฟังของเราใจดีนะคะ เอา น้ำมาให้เอ่อให้พวกเรานะคะ ขอบคุณมากๆเลยนะคะค่ะ
ก็ เอ่อ ต้องบอกว่าวิธีการทำงานกับประชาชนเนี่ย หรือว่าวิธีการทำงานทางความคิดของพรรคประชาชนหรือว่าองคาพยพสีส้มคือต้องบอกว่าตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่มาก้าวไกลมาพรรคประชาชนเนี่ยคือมันไม่เหมือนกับพรรคอื่นจริงๆนะคะ เพราะว่าด้วยคือพูดตรงๆว่าเราเริ่มด้วยต้นทุนที่น้อยกว่ามากๆและวิธีคิดวิธีการทำงานการเมืองของเราเนี่ยเราเราอยากทำงานการเมืองที่สุดท้ายแล้วไม่ต้องมาถอนทุนคืนทุกคนคงเข้าใจเนาะว่าคำว่าถอนทุนคืนคืออะไร ดังนั้นเนี่ยเราไม่อยากจะเริ่มต้นด้วยการที่จะประโคมทรัพยากรลงไปนะคะ แล้วก็สุดท้ายเนี่ย เอ่อ ทุกคนต้องมาหาวิธีว่าทำยังไงทำให้ทำให้มันคุ้มทุน ดังนั้นเราเริ่มด้วยต้นทุนที่มันน้อยกว่านะคะ เอ่อ ดังนั้นเนี่ยมันเลยเป็นโจทย์ว่าทำยังไงให้ด้วยต้นทุนที่เรามีอ่ะมันสามารถที่จะเข้าถึงพ่อแม่พี่น้องประชาชนหรือว่าสามารถทำงานทางความคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพภาพมากที่สุด ซึ่งจริงๆเราคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดีนะ เพราะเวลาที่เรามีทรัพยากรที่น้อยอ่ะมันจะทำให้เราใช้ไอเดียหรือว่าใช้ความคิดสร้างสรรค์เข้ามาเยอะขึ้นนะคะ แล้วมันจะทำให้สามารถที่จะดึงศักยภาพของทุกๆคนน่ะออกมาได้มากขึ้น เพราะว่าเวลาที่คุณมีทรัพยากรที่มันน้อยอ่ะคือคุณต้องคิดต้องใคร่ครวญกับมันเยอะมากในการที่จะใช้ไปแต่ละบาทแต่ละสตางค์ ก่อนหน้าที่เอ่อก่อนหน้าที่จะเริ่มเข้ามาเนี่ยไม่รู้ว่าพรรคทำยังไงเนาะ แต่ว่าตอนที่พี่เข้ามาเป็นเอ่อผู้สมัคร ส.ส. เนี่ยต้องบอกว่าตอนนั้นมันเป็นรุ่น 2 แล้วก็แล้วเราเข้ามาทำงานรุ่น 2 เนี่ยมันก็เหมือนกับว่าคือพูดตรงๆคือพรรคก็เหมือนกับโยนโยนโยนลงน้ำแล้วก็ให้คุณเนี่ยไปหัดว่ายเอาเองไม่ได้ไม่ได้มีทรัพยากรให้ไม่ไม่ได้มีแบบว่าทุนตั้งต้นว่าโอเคคุณมาเดินหาเสียงเนี่ยพรรคมีทรัพยากรให้คุณเท่านั้นเท่านั้นมีเครือข่ายให้คุณมีเพื่อน ส.ส.มาอธิบายไม่มีนะคะ ก็คือว่าสนใจเป็นนักการเมืองใช่มั้ยอ่ะเชิญค่ะแล้วก็เริ่มเลยคุณอยากจะทำอะไรในพื้นที่ของคุณเชิญค่ะ ซึ่งนะคะคือคุณลองนึกดูว่าถ้าวันนี้คุณต้องไปหาเสียงอ่ะคุณทำยังไงวะ พี่ก็เป็นแบบพี่ก็คงแบบงงๆแบบคุณแบบวันนี้แหละ แต่ว่าแน่นอนว่าเราก็ต้องพยายามคลำไปเนาะ การไปเดินไปเดินตามบ้านอะไรอย่างเงี้ยเราก็เริ่มจากเอ้ยคือเราต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้างในการที่จะแนะนำไปเดินสวัสดีเฉยๆเขาจะงงหรือเปล่าว่ามาจากไหนอ่ะ มันก็ต้องมีโบว์ชัวร์มีนู่นมีนี่มีนั่นแต่คือการอยู่ดีๆที่คนที่รู้จักอ่ะแล้วมันไม่ได้อยู่ในช่วงหาเสียงไปเดินสวัสดีเนี่ยมันก็คือเอาง่ายๆว่าชาวบ้านงงนะคะ คือต่อให้เขารู้จักพรรคคุณน่ะเขาก็งงอยู่ดีว่าเออคุณมาเดินทำอะไรเพราะว่าพูดตรงๆนะประเทศไทยอ่ะไม่คุ้นเคยกับการที่อยู่ดีๆนักการเมืองมาสวัสดีในเช้าวันธรรมดาเพราะว่าคือเราจะเห็นนักการเมืองเมื่อไหร่นะช่วงหาเสียงเลือกตั้งอ่าแต่ว่านั่นแหละทุกวันนี้มันก็ยังเป็นอยู่นะเวลาที่พวกเราไปลงพื้นที่อ่ะหลายๆหลายๆหลายๆหลายๆหมู่บ้านหรือหลายๆหลายๆพื้นที่ในชนบทอ่ะเขาจะถามว่าเอ้าอยู่ในช่วงหาเสียงแล้วเหรอเราจะอ๋อเปล่าค่ะก็เป็นการทำงานปกติของพรรคประชาชนเนาะ ถามว่าแล้วเราจะทำยังไงนอกจากไปแนะนำตัวให้ได้รับความไว้วางใจอ่ะเราก็ต้องเริ่มจากการที่เริ่มจากการที่ไปหากิจกรรมทำกับเค้าใช่มั้ยคือเราเริ่มยังไงอ่ะไม่มีทรัพยากรตังค์ก็ไม่มีคนช่วยก็ไม่มีก็ต้องเริ่มจากคนที่เป็นสมาชิกก่อนก็โทรไปฮัลโหลสวัสดีค่ะแนะนำตัวเนาะ แล้วก็เอ่อถามว่าวิวลิ่งที่จะมายินดีที่จะมาช่วยลงพื้นที่หรือว่าถ้าคุณอยู่ในหมู่บ้านไหนอ่ะพาเราเข้าไปเจอคนในหมู่บ้านหน่อยได้มั้ยแบบเวลาประชุมนิติหรือว่ามีกิจกรรมสมมุติมีเวียนเทียนในเอ่อหมู่บ้านใกล้ๆวัดหรือว่าเอ่อมีงานในชุมชนอะไรอย่างเงี้ยคือให้เราเข้าไปช่วยให้เราเข้าไปเสนอหน้าหน่อยได้มั้ยมันก็เริ่มจากวิธีการแบบนี้เนาะ แต่ว่าถ้าเป็นพรรคอื่นเข้าไปเนี่ยมันง่ายเลยคือคุณไปคุยกับหัวคะแนนแล้วก็คุยว่าจะสนับสนุนเนาะหัวคะแนนยังไงเท่าไหร่แล้วเขาก็จะคือจะจัดแจงให้คุณหมดดังนั้นเนี่ยวิธีการเริ่มต้นในการที่จะเข้าหาประชาชนของพวกเราเนี่ยกับเอ่อของวิธีการทำงานการเมืองแบบที่ผ่านมาเนี่ยมันอาจจะไม่เหมือนกันเนาะ แล้วอย่างในช่วงช่วงเลือกตั้งเนี่ยก็พูดเลยว่าสิ่งที่เราพรรคประชาชนเรายอมรับไม่ได้คือการซื้อเสียงนะคะ แล้วพรรคเราก็ไม่ทำเพราะว่าไม่ใช่เพราะว่าเรารู้สึกว่ามันโอ้โหเราเป็นคนดีกว่าใครหรือว่าโอ๋ฉันเนี่ยแบบเลิศเลอเพราะว่าฉันไม่ซื้อเสียงไม่ใช่แต่มันเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่คุณการันตีกับประชาชนน่ะว่าถ้าคุณไม่ซื้อเสียงมันแปลว่าอะไรแปลว่าคุณไม่ต้องถอนทุนคืนไงมันเป็นการมันเป็นการสัญญาประชาคมขั้นต่ำเลยอ่ะว่าถ้าคุณไม่ต้องไปจ่ายแบบ 500,000 นึงในช่วงซื้อเสียงอ่ะก็คุณก็ไม่ต้องถอนทุนคืนเอ่อประชาชนก็เมื่อก่อนมันอาจจะไม่ได้คุ้นชินในสังคมนี้มากเนาะ แต่พอเราทำงานไป 3 Generation แล้วอ่ะ เมื่อก่อนเนี่ยคือถ้าตั้งพรรคการเมืองใหม่แล้วคุณอยากที่จะเข้ามาทำงานการเมืองเริ่มต้นก็คือคุณต้องเข้าหาประชาชนด้วยทรัพยากรเงินถูกป่ะ แต่พอมันมีองคาพยพสีส้มเข้ามาประชาชนก็ได้เริ่มเรียนรู้แล้วว่าโอเคมันมีพรรคนักการเมืองที่ทำงานในรูปแบบนี้อยู่จริงๆแล้วพูดตรงๆว่าพฤติกรรมของในหลายๆพื้นที่หรือว่าวิธีคิดของประชาชนเองก็เริ่มเปลี่ยนไปจริงๆเมื่อก่อนเนี่ยเวลาเจอหน้านักการเมืองก็คือเริ่มต้นเลยใช่มั้ยว่าจะขออะไรจะขอตังค์ขอการสนับสนุนฝากลูกเข้าโรงเรียนนู่นนี่นั่น แต่พอเจอหน้า สส. พรรคส้มเนี่ยอาจจะต้องเริ่มจากการว่าเลี้ยงกาแฟ สส.ก่อนนะคะ หรือว่า สส.วันนี้เอ่อข้าวกลางวันกินอะไรนะคะ หรือว่าแบบเอาของเอาอะไรมาให้คือเราจะบอกว่ามันไม่ใช่คือเวลาเราบอกว่าเราทำงานการเมืองด้วยต้นทุนต่ำหรือว่าเราเราขอเงินประชาชนมาทำงานการเมืองอ่ะมันไม่ใช่คือมันไม่ใช่กิมมิคหรือมันไม่ใช่เป็นเรื่องตลกหรือว่ามันไม่ใช่แบบเป็นคำแซวกันว่าเฮ้ยพรรคนี้ขอเงินประชาชนไปมันไม่ใช่นะ แต่คุณคิดดูดิว่าในการทำงานภายภาคหน้าสิ่งที่เราฝันกันน่ะคือพรรคการเมืองแบบที่ไม่ถูกควบคุมโดยกลุ่มทุนถูกป่ะไม่ถูกควบคุมโดยกลุ่มทุนหรือคนมีเงินไม่กี่คน ที่ถือกระเป๋าเจมบอลมาแล้วก็อ่ะปฏิภัตติเอาไป 100 ล้าน เอ่อ ปกรเอาไป 100 ล้านแล้วคุณไปสร้างเครือข่ายในพื้นที่แล้วไปทำยังไงให้ สส.มันได้แล้วก็สุดท้ายคือคุณก็มาโหวตกฎหมายในแบบที่ในแบบที่มันเรียกว่าสนับสนุนคนที่ให้เงินคุณมาดังนั้นน่ะเราจะทำงานการเมืองยังไงในแบบที่เราจะได้นำเสนอในสิ่งที่ประชาชนได้ประโยชน์จริงๆ แล้วไม่ถูกครอบงำโดยกลุ่มทุนกลุ่มไหนง่ายๆเลยก็คือต้องให้ประชาชนนั่นแหละต้องทำงานทางความคิดเพื่อให้ประชาชนคือให้พวกคุณนั่นแหละมาร่วมกันสร้างพรรคนี้ไปด้วยกันกับเราไม่ใช่แค่ไม่ใช่ใช่แค่ทำงานทางความคิดแล้วรู้แล้วก็โอเครู้เฉยๆนะไม่ใช่แต่ว่ามันต้องมีส่วนร่วมมาร่วมเป็นสมาชิกมาร่วมฟังกิจกรรมสมาชิกสัมพันธ์มาร่วมเป็นอาสามาช่วยลงพื้นที่มาสนับสนุนบริจาคให้พรรคเพราะว่ากิจกรรมเหล่านี้อ่ะมันจะทำให้คุณน่ะเป็นส่วนหนึ่งของพรรคการเมืองจริงๆแล้วมันจะทำให้คุณกลายเป็นเจ้าของพรรคนี้จริงๆแล้วเมื่อไหร่ก็ตามที่พรรคพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองนึงอ่ะสามารถที่จะอยู่ได้ด้วยการที่เดือนนึงอ่ะนะมีคนบริจาคให้ซัก 100 บาท 100,000 คน 100 บาท 100,000 คน 10 ล้านใช่มั้ยคือถ้าคุณมีเงินจากประชาชนแบบเนี้ย 100 บาทบริจาคให้ทุกเดือนทุกเดือนนะแล้วก็สม่ำเสมอ 100,000 คนคุณมีเงิน 10 ล้านจากประชาชนน่ะแล้วคุณไม่ต้องไปขอเงินแบบนายทุนคนไหนไม่ต้องไปขอเงินจากกระเป๋าเจมเต็มบอลกระเป๋าไหนอ่ะ อันเนี้ยคุณจะสามารถเป็นอิสระในการทำงานโดยที่ทำงานแบบตอบแทนประชาชนได้อย่างแท้จริงแล้วเราอยากเห็นในอนาคตไม่ใช่แค่พรรคเรานะพรรคอื่นๆก็ทำงานเป็นสถาบันทางการเมืองแบบนี้มันจะได้มีคนมาๆมาแข่งขันกันไง ซึ่งตอนเนี้ยคือพรรคประชาชนเราก็เราก็เรียกว่ากำลังจะไปสู่จุดนั้นเนาะ เรามีสมาชิกแสนกว่าคนและแต่เรายังขอตังค์สมาชิกแสนคนไม่สำเร็จนะคะอ้า บางทีเนี่ยเวลาเราเวลาเราขอตังค์อ่ะเราจะใช้เป็นกิมขำๆเนาะ แต่ว่าสิ่งที่พวกพวกพวกเราทุกคนสิ่งที่ สส.เราคิดจริงๆอ่ะคือเราอยากอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องไม่ต้องเรียกว่าไม่ต้องไปขอส่วนเพิ่มจากจากคนที่จะมาให้เป็นก้อนใหญ่ๆอ่ะเราอยากจะขอจากประชาชนเนาะ อันนี้ก็คงเป็น เอ่อ วิธีการทำงานทางการเมืองในแบบที่เราเองเป็น สส.เขตแล้วก็รอบนี้มาเป็นบัญชีรายชื่อแล้วในอนาคตก็คงจะได้จะ ได้เอ่อไปทำอะไรเป็นภาพใหญ่เนาะ เพราะว่าตอนนี้เนี่ยเป็นปารตี้ลิสไปแล้วมันก็มันก็อยากจะมาสะท้อนให้ฟังว่านี่คือนี่คือค่า นิยมในการทำงานขององคาพยพสีส้มค่ะ
เดี๋ยวเค้าก็บอกว่าพักส้มมาขอตังค์อีกแล้วเหรอ ครับเอ่อ ผมจะพูดในส่วนของเนื่องจากเรียนสังคมวิทยาเนาะนะครับ เอ่อ จริงๆแล้วพรรคการเมืองเนี่ยมันก็เป็นสถาบันหนึ่งในสังคมตามโครงสร้างของทางสังคมที่ระบบการเมืองเราเป็นแบบนี้เห็นมั้ยครับ ระบบการเมืองเราเป็นระบบประชาธิปไตยอันมีพระทรงเป็นประมุขปกครองแบบรัฐสภานะ เราเลือก สส. สส.ไปเลือกนายก นายกแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี 35 คน เป็นฝ่ายบริหารและขับเคลื่อน รู้มั้ยว่าประเทศเนี้ยขับเคลื่อนด้วยอะไร ประเทศนี้ขับเคลื่อนด้วยการประชุมอ่าวันอังคารประชุมคณะรัฐมนตรีใช่มั้ย ประชุมครม.เสร็จมีเรื่องอะไรก็ตามนะที่จะต้องเข้าไปในสภาวันพุธพฤหัสบดีนะครับ เขาก็จะมาประชุมกันที่สภานะครับ อ่า สว.ประชุมวันจันทร์อังคารสุดท้ายประชุมกันเรื่องไหนที่ต้องมีมติก็จะมีกฎระเบียบนู่นนี่นั่นเขียนไว้ว่าต้องออกมติยกมือกันเป็นมติ ครม. มติสภา มติ สว. มติรัฐสภาแล้วก็ขับเคลื่อนกันไปแบบนี้ ดูเหมือนจะดีใช่มั้ย ดูเหมือนจะดีเพราะว่าเสียงข้างมากโหวตกันไปทางไหน หรือว่ามติเมื่อไม่มีใครเห็นเป็นอื่นนี่เวลาพี่อ๋องนั่งอยู่บนบัลลังก์เวลาพูดประโยคนี้ผมฟังมันสุขเท่ทุกครั้งเลย ถ้าที่ประชุมไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นเห็นมั้ยครับ มันอำนาจมันอยู่ที่แก่ใช่มั้ย ก็คือมีใครจะเห็นอย่างอื่นมั้ย ถ้าไม่มีเอาตามนี้นะ ประเทศนี้ขับเคลื่อนแบบนี้ แต่ที่ผ่านมามันไม่เคยมีพรรคการเมืองแบบนี้นะครับ เดี๋ยวเวอร์ชั่นของการอวยพรรคให้รัชนกพูดไปแต่ผมจะพูดในเวอร์ชั่นอวยพี่อ๋องเล็กๆแล้วกันว่า การเมืองแม้ว่าเราจะเป็นประชาธิปไตยนะครับ แต่ในวัฒนธรรมการเมืองที่ผ่านมายังเป็นระบบจารีตอยู่น้องๆรู้มั้ยครับว่า 30 ปีที่แล้วเนี่ย ถ้าพี่อ๋องเป็น สส.นะ พี่อ๋องเป็น สส.พิษณุโลกแล้วพี่อยากจะทำงานการเมืองต่อ พี่เป็น สส.โฟล์คเนี่ยอยากจะทำเงินต่อจากพี่อ๋องเนี่ย โฟล์คไปหาพี่อ๋องเนี่ย ถ้าพี่อ๋องนั่งเก้าอี้เนี่ย โฟล์คต้องนั่งพื้น อันนี้เกิดขึ้นในพรรคการเมืองบางพรรคปัจจุบันนี้ก็ยังดำรงอยู่แล้วเรียกพี่อ๋องว่านาย ถ้าพี่อ๋องจะเลิกลง สส.พิษณุโลกเขต 1 ถ้าเป็นคนอื่นนะ อันนี้ไม่ใช่โฟล์คนะ โฟล์คเนี่ย โฟล์คเนี่ยจะต้องเอาธนบัตรเงินบาทไทยที่ใช้หนี้ได้ตามกฎหมายมีลายเซ็นของรัฐมนตรี กระทรวงการคลังเนี่ยไปตั้งให้พี่อ๋องอย่างน้อย 20 ล้านบาท นี่คือวัฒนธรรมการเมืองที่เป็นมาแล้วเรากลับไปครับน้องเลือก สส. สส.ไปยกมือเลือกนายก นายกไปประชุม ครม. เป็นมติ ครม. พี่กำนันจะบอกว่าอะไรครับ โครงสร้างทางสังคมที่เราเป็นอยู่นี่มันกำลังบอกตามหลักการทฤษฎีที่คุณเรียนน่ะว่าคุณน่ะเลือกตัวแทนเข้าไปใช้อำนาจแทนคุณแล้วก็ขับเคลื่อนประเทศบริหารในแต่ละสัปดาห์แต่ วัฒนธรรมการเมืองที่มันเป็นมันไม่ได้เป็นประชาธิปไตยครับ มันยังเป็นระบบจารีตลูกน้องเจ้าขุนแล้วก็มูลนาย เมื่อ สส.คนนั้นเข้าไปเป็นถ้าเขาไม่มีเงินของตัวเองแล้วก็มีที่มาเงินจากคนอื่นเขาเข้าไปปุ๊บเขาต้องตอบแทนประชาชนมั้ยครับ ไม่ต้องครับ เพราะว่าเขาได้รับการเลือกตั้งมาจากเงินที่มูลนายจ่ายมาแล้วก็ไปซื้อครับ จบ 4 วินาทีตอนที่น้องกาครับ ดังนั้น 4 ปีที่เขาเป็นที่ผ่านมาเขาก็จึงทำงานเพื่อตอบแทนอะไรครับ ตอบแทนมูลนายของเขาไม่ได้ตอบแทนพวกเรา ผมคิดว่าถ้าพูดถึงในแนวคิดทฤษฎีทางสังคมวิทยาเนี่ยเรากำลังพูดว่ามันจะเริ่มต้นที่ความเชื่อหรือวัฒนธรรมทางการเมืองแบบที่เชื่อว่าคนเนี่ยเท่ากันก่อน ขอโทษนะครับถ้าผมนั่งกินเหล้ากับพี่อ๋องเนี่ยวันไหนพี่อ๋องอยู่ติดถังน้ำแข็งพี่อ๋องก็จะเป็นคนต่างน้ำแข็งครับ ไม่ได้เป็นเพราะว่าไอ้แมนที่เป็นผู้ช่วยเลขารองพลานสภาต้องตักสมัยที่พี่อ๋องเป็นรองพลานสภาเนี่ยผมเจอช็อตประทับใจหลายช็อตมันมีตำแหน่งข้าราชการประจำที่ต้องทำกับเราซึ่งที่ผ่านมาใครมาเป็นนายเขาก็จะเรียกว่านายตลอด แต่พี่อ๋องบอกว่าไม่ต้องเรียกผมว่านายไม่ไม่ต้องเรียกผมว่าท่านรองถ้าอยากจะเรียกแบบให้เกียรติกันก็คุณหมอ เจ้าหน้าที่เหล่านี้เวลาไปกินข้าวกับรองประธานสภาไม่เคยนั่งโต๊ะเดียวกันครับ แต่พี่อ๋องก็บอกว่ามานั่งโต๊ะเดียวกันเลย เจ้าหน้าที่เหล่านี้เวลานั่งรถไปกับรองประธานสภาเขาจะมีรถนำรถตามใช่มั้ย พี่อ๋องบอกไม่ต้องเอารถคันเดียวไปนั่งข้างรองประธานสภาไปเลย จนเขาพูดกับผมว่าเรียกผมพี่แมนพี่แมนผมเนี่ยทำหน้าที่นี้กับรองประธานมาหลายคนแล้วแต่ผมไม่เคยนั่งรถคันนี้เลยนะไม่เคยนั่งรถนั่งในตำแหน่งข้างรองประธานสภานี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้นั่งข้างตำแหน่งรองประธานสภาแม้ว่าจะทำนั้นด้วยกันก็แล้วแต่ ผมว่านี่แหละครับคือความต่างและความเปลี่ยน ถามว่าผมเคยไปกินข้าวกับพรรคการเมืองมั้ยผมเคยนะ บางพรรคการเมืองถึงขั้นถ้าใครเคยเป็นรัฐมนตรีนั่งโต๊ะเดียวกัน ถ้าใครไม่อย่างอย่างไอซ์เนี่ยจะนั่งตัวเดียวพี่หยองไม่ได้เพราะว่าอันนี่เค้าโอรองประมุขใช่มั้ยใหญ่แล้วฝ่ายนิติบัญญัติอันนี้ สส.เขตทำนั่งตัวเดียวกันไม่ได้อ่าเป็นพรรคการเมือง เอ่อ ที่ไม่ได้อันดับ 1 ในครั้งนี้นะครับ แต่ว่าไม่ได้อันดับ 4 นะเป็นอย่างนั้นครับน้องแบ่งกัน ดังนั้นผมคิดว่าตอนคำถามนี้ตอบตอบให้เห็นทั้งโครงสร้างของสังคมโดยภาพใหญ่แล้วมองมาที่เราว่าเราจึงทำการเมืองแบบถ้าเราอยากจะเห็นสังคมนี้เป็นแบบไหนเราทำการเมืองแบบนั้น เอ่อ ชนะทางการเมืองในท้ายที่สุดต้องชนะที่ความคิดด้วยไม่ใช่ชนะแค่เลือกตั้งครับ ขอบคุณครับ ตบมือได้นะตบมือได้นะเออ
โอเคก็ เอ่อ เห็นอะไรในด้านสังคมนะครับ ด้านในพรรคการเมืองแล้วก็คงจะเล่าเป็นประสบการณ์เล็กๆน้อยๆก่อนแล้วกันเนาะ ก็อันแรกเนี่ยก็เป็นภาพที่เราเห็นปารตี้ลิสชุดแรกของพรรคอนาคตใหม่นะครับ ก็ตอนนั้นคน ที่อยู่บนเวทีเนี่ยก็แน่นอนมีพิธากับเอ้ยไม่มีธนาธรกับปิยบุตรใช่มั้ยเอ้าเบอร์ 3 เบอร์ 3 ดันเป็นสาวโรงงานชื่อวันวิภาไม้สนอยู่บนเวทีนะ ผมบอกโหปาตินิเบอร์ 3 หรอวะเนี่ยนะ เบอร์ 4 พิธา เบอร์ 5 จำไม่ได้ละ แล้วก็มีครูจุ๊ยแล้วก็มีชาติพันธุ์คนนึงนะครับ แล้วก็มีผู้พิการคนนึงแล้วก็มีเถ้าพิภพอันเป็นผู้ก่อตั้งพรรคอะไรอย่างเงี้ย คือผมมองไปปุ๊บเนี่ยถ้าเทียบกับข่าวการเปิดตัวพรรคการเมืองเนาะ แน่นอนเป็นการดีไซน์นะฮะว่าเราจะออกข่าวยังไงนะเนี่ย อันนี้เดี๋ยวว่ากันในเรื่องของวิชาพรรคการเมืองการสื่อสารการเมืองเนาะ แต่พอเราเห็นปุ๊บเนี่ยเราบอกทันทีว่าไอ้พรรคเนี้ย มึงมาเพื่อเปลี่ยนแปลงแน่นอน เพราะปกติเนี่ยอาเฮียเจ้ที่อยู่บนเวทีเนี่ย ถ้าเป็นปฏิลิตเบอร์ 1-10 นะ เอ่อ ต้องเป็นคนจ่ายจ่ายตังค์ให้พรรคการเมืองอย่างอาเจกสุริยะเนี่ยเค้าเรียกอาเจก 500 คือย้ายพรรคที่ไหนอ่ะรับรองมี 500 ติดกระเป๋านะ 500 กล นะครับก็ >> เอ่ออ้าก็เค้าคุยกันจริงๆอาเจกตังค์เยอะนะ ผมว่าไอ้พรรคเเปลี่ยนแปลงแน่แต่การเปลี่ยนแปลงเนี่ยโคตรไม่น่าไว้ใจเลยว่าจะ เป็นของจริงหรือเปล่าคุณคิดดูนะเข้าไปในพรรคนะประชุมกันนะมันมีรถสปอร์ตอ่ะของคุณพี่จารชวะพัฒนวงศ์อ่ะเป็นพชอ่ะจอดอยู่อ่ะ แล้วก็อีกคันมาจอดข้างๆอ่ะเป็นชาวนามาจากสกลน่ะแล้วมันจอดข้างกันน่ะรถกระบะนะเอ่อขับเข้ากรุงเทพฯมามาประชุมพรรคกันแล้วก็มีชาวเขาเดินเข้ามาอีกสักพักมีดอกเตอร์เดินเข้ามาเฮ้ยมีกระเทยมาเว้ยมีผู้พิการมา พอพูดเรื่องทลายทุนผูกขาดผมนั่งข้างคนนึงนะเราพูดเรื่องทลายทุนผูกขาดนะผมก็ถามเขาว่าเออวงการนี้เป็นยังไงเบอกอ๋อกูเองแหละ 1 ใน 3 คนนั้นเป็นนายทุนผูกขาดเหล็กนะ ครับเป็นปารตฤทธิ์เบอร์ประมาณ 10 กว่าๆ ตอนนี้แยกไปตั้งพรรคอื่นแล้วนะเพราะว่าแล้วสุดท้ายนะนายทุนผูกขาดเหล็ก 3 เจ้านะครับโดนพี่จีนโซยเรียบเลยตอนนี้เจ๊งหมดแล้วนะ เพราะฉะนั้นในพรรคเ่ะเต็มไปด้วยความไม่ไว้ใจกันเพราะเป็นไปไม่ได้ที่คนเรามันจะจริงใจเนาะโอ้โหไม่ใช่ศาสดานะมาถึงทุกคนเท่ากันนะฮะโอให้เกียรติกันนะเอามุสลิมมาโอเราไม่มีใบแอดเลยไม่มีทุกคนมันเป็นสลิ่มคนละเรื่องทุกคนมันเป็นใบแอดคนละเรื่องอ้าวผมเกิดมารวยอ่ะผมจะเข้าใจคนจนได้ยังไงเป็นไปไม่ได้นะใครบอกเข้าใจนี่ขี้โม้ นะส่วนคนจนคุณก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเค้ากินข้าวมื้อละ 2,000 ได้คุณไม่เก็ตเลยเว้ยใช่มั้ยเพราะฉะนั้นในพรรคการเมืองมันเลยกลายเป็นที่ประชุมก็เลยได้ฟังว่าคนนั้นพูดอย่างนี้คนนี้พูดใช้เวลาประมาณ 2 ปี กว่าจะเชื่อใจกันว่าอ๋อเราอยากเห็น representative ก็คือแปลว่าอะไรครับแปลว่าคุณมองเข้าไปในสภาเนี่ย 400 คนน่ะอย่างน้อยคุณต้องเห็นสักคนนึงอ่ะเหมือนคุณจริงป่ะคือในสภามี 500 ส.ส.อ่ะถ้าคุณมองเข้าไปแล้วเจอคนหน้าเหมือนธนาธรหมดเลยอ่ะรวยเหมือนกันหมดเป็นนายทุนเหมือนกันหมดแล้วคุยเรื่องอะไรอ่ะผู้พิการคุยเรื่องการศึกษาบนเขาขี้โม้จริงป่ะ แต่ถ้า 500 คนน่ะมันมี 500 คุณมองเข้าไปเฮ้ยเจอคนอายุน้อยอ่ะคุณเจอไอติมเว้ยเอ้ยพูดอย่างเงี้ยโดนเลยคุณเจอข้าราชการเกษียณเว้ยคุณเจอคนบนดอยเว้ยคุณเจอคนที่ชายหาดเว้ยคุณเจอทหารอย่างเงี้ยอ๋อเนี่ยมันที่ของประชาชนเเรียกว่า House เค้าเรียกว่าเป็นบ้านนะเป็น House of Representative เพราะฉะนั้นพรรคพรรคไอ้พรรคอนาคตใหม่เนี่ยมันก็เลยเอ่อดื้อแพ่งที่จะส่งคนธรรมดาเข้าไปเป็นนักการเมืองน่านะครับ เพราะว่าถ้าเอาคนที่มีความสามารถในการชนะการเมืองได้เข้ามาเนี่ยส่วนใหญ่หน้าคล้ายๆกันจริงป่ะ ส.ส.บ้านน้องหน้าเหมือนกันป่ะอ่ะ ก็โตมาจากผู้ใหญ่บ้านกำนันสจ.ใช่มั้ยมีฐานมวลชนเท่าไหร่แล้วจริงๆถ้าเราอยู่ในภาคเหนือตอนล่างจะมีคาแรคเตอร์เดียวกันของ สส. ก็คือต้องเป็นนายทุนเกษตรจริงป่ะคุณอยู่พิจิตรนะคุณอยู่อุตรดิตถ์คุณอยู่กำแพงเพชรส่วนใหญ่อ่ะนายทุนเกษตรก็คือเจ้าของที่เจ้าของโรงสีใช่มั้ยอ่าเจ้าของอะไรทำนองเนี้ยแล้วก็เข้าสู่การเมืองท้องถิ่นแล้วก็เข้ามาเป็น สส.แพทเทิร์นเดียว กันหมดคุณไปดูชาดาไทยเสษก็ได้เคยเป็นอะไรมาก่อน สจ.จริงป่ะอ่านี่ลูกนะฟันโครงการไปเยอะเลยลูกเขยลูกเขยนะก็ดีประเทศจะได้เจริญไงอ่านะครับคุณไปดูก็ได้ปริศนา นันทกุลคุณดูชำพูนก็ได้มาจากโรงสีเพราะฉะนั้นเนี่ยพอมันขึ้นไปเนี่ยมันเลยคุยเรื่องทำนองเดียวกันไงเออการประชุมสภาเลยน่าเบื่อนะตอนประชุมสภาตอนเอกผมดูนะอะไรก็ไม่รู้นะเพราะว่าผมโตมาในยุค 30 แต่พอ 40 เริ่มมันเริ่มมี สส.ที่เป็นคนธรรมดาเพราะว่ารัฐธรรมนูญมันเปลี่ยนแล้วเกิดพรรคไทยรักไทยขึ้นมาเริ่มเจอ สส.ที่เป็นครูเริ่มเจอ สส.ที่เป็นชาวนาเริ่มจน สส.ที่ เป็นโน่นเป็นนี่แล้วผมรู้สึกว่าโอเคนี่คือจุดเปลี่ยนพอกลับไปอีกรอบนึงสนช.ยึดอำนาจเสร็จปุ๊บสภาเงียบกิ๊บเลยไม่มีการถกเถียงไม่มีการประท้วงกฎหมายออกได้วันนึง 30 ฉบับ อ้าวก็คนเหมือนกันหมดไงคุณจะเถียงกฎหมายเรื่องอะไรอ่ะครับมันก็จะมีกูรูกฎหมายมานะชื่ออะไรก็วนเวียนอยู่เนี่ยมีชัย ริชุพันธ์ วิษณุเครือ บวรศักดิ์อวนโนแล้วก็มีกฤษฎีกาพ่อทุกสถาบันนะมานั่งบอกแล้วทุกคนก็โหวตโหวตโหวตผมเข้าใจว่ายุคสมัยประยุทธ์เนี่ยออกกฎหมายได้เป็นพันเลยนะไอ้สมัยเราเนี่ยนะกว่าจะออกแต่ละมาตราเนี่ยนะตามกันอีลุงตุงนังเลยเพราะสภามันวุ่นวายเพราะคนมันเห็นต่างกันไงจริงมแต่คุณคิดว่าสภาแบบไหนที่ออกกฎหมายได้ตรงใจประชาชนกว่าสภาที่เห็นด้วยกันหมดหรือสภาที่มีการถกเถียงต้องมีการถกเถียงจริงมั้ย อ่าแล้วถ้าจะเป็นเนี่ยอันนี้ผมก็เลยเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น
อีกอันนึงแล้วกันก็คือตอนไปเป็นรองประธาน สภาแมนก็อวยไปเยอะแล้วเนาะแต่ว่าเราเรา เจอจริงๆสิ่งที่อาจารย์ปิยบุตรบอกตอนที่ ผมชนะเลือกตั้ง 62 ว่าเดี๋ยวเข้าไปในสภา เนี่ยเดี๋ยวจะมีพิธีกรรมทำให้คุณเนี่ย เป็นชนชั้นนำใหม่ชนชั้นนำใหม่คืออะไรก็ คือชนชั้นนำที่ไม่ใช่ by bloodัเนาะไม่ ได้เกิดมาเป็นท่านน่ะแต่ว่าใช้การเลือก ตั้งเนี่ยทำให้กลายเป็นท่านโอเคมั้ยคือใบ ถ้าคุณจะมีชาติกำเนิดที่สูงเนี่ยมันทำได้ 2 อย่างคือคุณ 3 อย่าง 1 เกิดมาแล้วคุณ ตระกูลสูงเลย 2 คุณแต่งงานเว้ยใช่มยไม่ งั้น 3 คือคุณโค่นตระกูลเก่าแล้วคุณ สถาปนาตัวขึ้นเป็นชนชั้นนำอีกแบบนึงแต่พอ ดีระบบการปกครองมันเปลี่ยนมันมีอีกวิธี นึงทำให้คนธรรมดาเป็นชนชั้นนำใหม่ก็คือ เลือกตั้งทีนี้พอเลือกตั้งเสร็จปุ๊บนึก สภาพนะในห้องเนี้ยมันเป็นโต๊ะจีนใช่ป่ะ ของคนที่เป็นส.ส.ประชาชนน่ะนั่งมองข้าง นอกคุณเลือกตัวแทนเขไปอ่ะเข้าไปในงานโต๊ะ จีนโดยหวังว่าเดี๋เขาจะห่อห่อไอ้หอยจ้อ เนี่ยนะออกมาให้คุณกินข้างนอกบ้างแต่ ปรากฏว่าประวัติศาสตร์ของประเทศไทยคือ อะไรครับส่งคนเข้าไปเสร็จนั่งกินกัน ตลอดเลยจริงป่ะประชาชนที่ส่งคนเข้าไป ข้าง ในห้องโต๊ะจีนน่ะบอกกูนั่งรอมึงท้องกิว เลยอ่ะแต่มึงไม่เคยเอาขาหมูออกมาให้กูกิน เลยเพราะอะไรครับเพราะคุณoข้างในอ่าชน ชั้นนำใหม่ไงเกิดมาไม่เคยเจอนายทหารรุ่น ใหญ่ไปเรียนวปอเว้ยใช่มั้ยคุณไม่เคยได้ แบบคุยกับประธานศาลฎีกาเว้ยตอนผมเป็นรอง ประธานสภานี่นะโอ้โหได้ยืนข้างๆประธานศาล ฎีกาไม่มองผมสักกระแอะเลยนะ ครับมันได้บอกท่านไม่ดีนะแต่ท่านก็อีกชน ชั้นนึงเหมือนกันนะครับผมก็เลยมองว่าอ๋อ เข้าใจละถ้านักการเมืองยังไม่โดนประชาชน ครอบงำหรือยังไม่โดนเลี้ยงกาแฟแบบนี้นะ คุณเองก็จะเจอแปลว่าคุณน่ะเป็นแค่คนส่ง คนเข้าห้องโต๊ะจีนโดยที่คุณน่ะหิวเหมือน เดิมเพราะพวกเขาอ่ะกินทรัพยากรกันต่อนะ ครับแต่ไอ้พวกเราเนี่ยเป็นพวกเข้าไปแล้ว แบบรื้อโต๊ะ นะไอ้ไอซ์เนี่ยชอบรื้อโต๊ะโต๊ะเอ้ามึงจะ กินกันเหรอ 7,000 ล้านตึกสกายไนรือโต๊ะ ต้องเอาเงินออกมาให้ผู้ประกันตนหรือไม่ก็ ต้องต่อรองที่โต๊ะเช่นส่งคุณโลมกับคุณ วิโรธไปต่อรองกับนายพลหน่อยว่าช่วยได้มย ดูแลทหารชั้นผู้น้อยที่ส่งผมเข้ามาในห้อง นี้ให้หน่อยต้องส่งนายทุนเข้าไปต่อรองกับ ทุนใหญ่พวกผมคุยไม่รู้เรื่องนะแต่คุณต้อง ส่งนายทุนเล็กๆเข้าไปต่อรองกับทุนใหญ่ว่า ถ้าคุณกินรวบแบบเนี้ยพวกอั๊ตายแล้วเค้าก็ คายเอ่อ หมี่ซั่วเอาไปกินข้างนอกต่อกับทุนที่เล็ก กว่าเขาลงไปอีกอันเนี้ยหน้าตาของการต่อ รองทางการเมืองที่ผมเห็นใน 7 ปีที่ผ่านมา เนาะปัจจุบันนะ จะเข้าประตูเว้ยมันส่งยามไปกั้นยาม ชื่อกกต.เว้ย เออ มึงห้ามเข้าเพราะมึงเข้ามาแล้ว 2 รอบข้าง ในกินไม่อร่อย ไอ้โต๊ะจีนข้างในอ่ะกินไม่สะดวกเพราะพวก คุณมันคุยไม่รู้เรื่องถ้าให้ไอซ์เข้า ประชุมบอร์ดประกันสังคมนะแล้วบอกว่าเออ งั้นเดี๋ยวไปเที่ยวยุโรปด้วยกันไปดูซะ หน่อยว่าประเทศสแกนดิเนเวีย มันจัดระบบประกันสังคมยังไงไอซ์ก็ไปสัก พักกลับมากินกันอร่อยเลยจริงมั้ไอซ์บอก ไม่ไปมึงไปดูมาเลเซียก็พอรอบงั้นคนใน ห้อง นี้บอกว่างั้นรอบหน้ามึงไม่ต้องเข้าเพราะ มึงเข้ามาแล้วเป็นไงครับโต๊ะจีนกูป่วน อ่านี่พอจะเป็นทฤษฎีได้มั้ยนะอันนี้ อาจารย์อาจารย์ปิยบุตรสอนผมมานะซึ่งตอน นี้ผมก็เข้าใจแล้วเพราะว่าผมเป็นคนที่โดน ส่งเข้าข้างในเลยห้อง VIP แล้วผมก็รู้ว่า งบประมาณสภาเนี่ยมัน 6,000 ล้าน แต่ว่าสุดท้ายอ่ะเค้าต้องเอาผมออกเพราะ 6,000 ล้านเนี่ยเค้ายังกินกันไม่เสร็จนะ ครับอื
ขอบคุณอ่าเติบมือหน่อยค่ะ เห็นภาพเลยเนาะเรียนเรียนทฤษฎีมาไม่ได้ ภาพเท่านี้ใช่มั้ยคะทุกท่านให้ภาพหมดเลย ตั้งแต่คุณไอซัพูดถึงการทำงานที่ทำงานกับ ประชาชนแล้วสร้างการมีส่วนร่วมได้อย่างไร เพื่อทำให้คนเท่ากันและขณะเดียวกันสร้าง สัญญาใจกับประชาชนโดยที่ไม่ต้องการถอนทุน คืนเนาะคุณได้เรียนรู้แล้วเนเรื่องการแลก เปลี่ยนเรื่องอะไรเหล่านี้ที่เราเรียนกัน ไปหรือคุณแมเนี่ยพูดถึงเรื่องของเอ่อเรา การทำงานในสภาที่มีเรื่องของการสร้าง ลำดับชั้นในสภาหรือการทำงานการเมืองที่ ยังมีเจ้าขุ่นมูลนายต้องเรียกนายต้องคาน เข่าอยู่เรายังมีอย่างนั้นอยู่ใช่มั้ยใน โลกที่สังคมที่เคลื่อนไปที่คนเท่าเรา เรียกร้องความเท่ากันแต่เรายังต้องเรียก คนว่านายหรือการเข้าสู่อำนาจการสืบทอด อำนาจนี่เห็นชัดมากนะคะฟูโกพูดยังไงก็ไม่ เท่าหมออ่องพูดในเรื่องของระบบโต๊ะจีนใช่ มั้ยชัดเจนเลยใช่มั้ยคะอ่าเสริมๆจะเสริม อีก
ไม่ตอนมันกินโต๊ะจีนนะขนาดจะไปขอดูถ่าย ทอดสดพว่าพวกมึงกินกันยังไงมันยังไม่ยอม เลยปิดกล้องปิดจอปิดทุกอย่าง เอาจริงป่ะเอออ่ะทำไมชอบกันป่านนี้เล่า ให้ฟังว่าขนาดกูรู้ว่ามึงกินกันข้างในนะ แค่ขอไปติดกล้องดูหน่อยอ่ะยังไม่ให้เลยก็ แสดงว่าข้างในอ่ะมากกว่าที่เราเห็น
อ่าเห็นภาพแล้วเนาะทีนี้ก็คืออย่างที่บอก นะคะว่าเดี๋ยวเราเข้าสู่คำถามสุดท้ายเรา เริ่มมีประสบการณ์แล้วก็เค้าเรียกอะไรนะ คะสีสันมากขึ้นเรื่อยๆนะคะทีนี้เราเป็นคำ ถามสุดท้ายที่เราตั้งไว้เนาะอย่างที่บอก เราอยู่บนความเปลี่ยนผ่านแล้วมันมีแรง เสียดทานเยอะมากในเรื่องทั้งอุดมการณ์ เรื่องการทำงานเรื่องการเป็นพรรคการเมือง ใหม่ที่ยังต้องค่อยๆเดินไปนะคะทีนี้อยาก ให้ทุกท่านเทั้ง 3 ท่านนะคะสะท้อน ประสบการณ์อีกด้านนึงถึงในเรื่องของ วัฒนธรรมการเมืองเนาะที่เราต้องอยู่บนแรง เสียดทานตรงเนี้ยเราจะยึดถือเราจะมีแนว ทางยังไงที่เราจะต้องพูดคุยกับคนต่าอย่าง คุณไอซเดินไปหาเสียงเนาะไปตลาดก็เจอทั้ง คนที่แบบเข้ามาขอถ่ายรูปมีทั้งแบบทรข่ง ใช่มั้ยคะด้วยการหมออ๋องทำงานในสภาเจอสภา 500 คุณแมนเนาะอยู่ในเอ่อนครนะคะที่เค้า สีฟ้าเนาะชัดเจนใช่มั้ยไม่เคยเลือกใช่มั้ คะไม่ไม่ไปใช้เอ่อเอ่อพรรคประชาธิปัตย์ เนาะที่บอกว่าก็รู้สึกว่ามันก็มีความแตก ต่างในแต่ละแง่มุมกันหมดเลยทีนี้อยากให้ ทุกคนสะท้อนว่าเรามีแนวทางไงที่เราจะอยู่ แบบนี้บนความแตกต่างแน่นอนมันต้องค่อย ขยับขับเคลื่อนไม่มีใครเหมือนกันหมดอยู่ แล้วเนาะอย่างไรแล้วเราจะยึดถืออุดมการณ์ อะไรที่เราจะอยู่บนความต่างแล้วก็การเดิน ทางของความเปลี่ยนแปลงที่ยังมีหนทางอยู่ ในระยะสั้นยาวกลางอย่างเงี้ยค่ะ
ครับเอ่อผมคิดว่าหลังเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 69 เนี่ยจะมีคำนึงซึ่งเป็นคำ ทางสังคมวิทยามนุษวิทยาเลยนะครับถูกพูด ถึงเอ่อจากเอ่อบรรดากูรูการเมืองก็ดีนัก การเมืองก็ดีหรือนักวิชาการก็ดีบ่อยๆนะ ครับถ้าเราติดตามข่าวสารนั่นคือคำว่าระบบ อุปถัมภ์ใช่มั้เอ่อเอ่อซึ่งอาจจะอาจจะยัง มีอยู่ไม่แน่ใจว่ากรุงเทพฯเดี๋ยวเดี๋พี่ ไอซ์อาจจะช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่าเพราะพี่ ไอซ์สมัยที่แล้วเหมือนชนะสิ่งนี้มาได้อ่า แต่ว่าเวลาที่เราพูดถึงระบบอุปถัมภ์ถ้าใน การเป็นนักเรียนนักศึกษาในวิชาสังคมวิจาร เนี่ยแน่นอนว่าเราคงเอ่อเรียนรู้ทำความ เข้าใจมันก่อนนะครับผมผมคิดว่าถ้าสำหรับ บ้านผมนครศรีธรรมราชเนี่ยระบบอุปถัมภ์มัน คือการที่อมันมีความต่างนะจากสมัยก่อนการ ที่เราเป็นนายแมนปกรเฉยๆเดินเข้าไปในงาน ศพสักงานนึงเนี่ยนะครับคุณก็อาจจะรู้จัก กับคนตายไม่ว่าความสัมพันธ์ใดก็ความ สัมพันธหนึ่งใช่มั้ยครับเพื่อนแม่ของ เพื่อนพ่อของเพื่อนอะไรก็ว่าไปแต่เมื่อ คุณเป็นนักการเมืองนะครับอ่าถ้าคุณเป็น ผู้สมัครส.ส.เป็นแบบหนึ่งแต่ถ้าคุณเป็น ผู้สมัครสส.ที่เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รองประธานสภา มันจะเริ่มแม้แต่เราเองก็จะเริ่มรู้สึก ว่าเอ้ยงานนี้กูไปตัวเปล่าไม่ได้มันต้อง ไปพร้อมพวงหลีดนะ อันนี้เวลามองย้อนกลับไปเนี่ยผมมาทำความ เข้าใจตัวเองเนี่ยอันเนี้ยผมก็เป็นคนที่ อยู่ภายใต้ระบบหรือวัฒนธรรมอุปถัมภ์ที่ มันเป็นอยู่คือเราไปรู้สึกเองเลยว่าเฮ้ย วันนี้กูเป็นรองเป็นเลขารองประธานสภาอ่ะ เราเดินไปตัวเปล่าไม่ได้พอไปถึงปุ๊บ เขาก็จะเชิญถ้าเป็นวันเผาศพเขาก็จะเชิญ ขึ้นทอดผ้าถ้าเป็นผู้สมัครสส.เราอาจจะทอด 1 ใน 9 แต่พอเป็นเลขารองพลานภาให้ทอดผ้า ใหญ่สุดผืนสุดท้ายผ้ามหาบังสุก แรกๆเราก็ทอดแต่พอตอนหลังเราเริ่มรู้สึก ไม่ดีเพราะรู้สึกว่าเอ๊มันมันน่าจะเชิญ ผู้ใหญ่ที่อยู่ในหมู่บ้านนั้นเป็นที่รู้ จักกับคนตายหรือญาติคนตายอย่างใกล้ชิดอ่ะ เป็นคนได้รับเกียรตินั้นมากกว่าเราเนี่ย ถือว่าห่างมาก ผมกำลังบอกว่าระบบอุปถัมภ์ไม่ว่าเราจะมอง มันในแง่บวกหรือลบยังไงนะครับแต่ว่าบาง ครั้งมันแน่นอนล่ะมันยังดำรงอยู่ในทุกๆ ชุมชนทุกๆแห่งหนในประเทศของเราในขณะเดียว กันบางครั้งเราเองที่อาจจะอยู่กับมันจน ลืมไปว่าให้เราได้รับประโยชน์จากสิ่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้ไม่ว่าจะเป็นคน อุปถัมภ์เขาหรือถูกอุปถัมภทำก็ตามอันนี้ ผมลองพูดให้พวกเราได้เห็นภาพก่อนนะเช่น น้องจะรู้สึกดีมั้ยถ้ามีงานที่บ้านน้อง ไม่ว่างานมงคลหรืองานไม่มงคลแล้วส.ส.พอ ไปร่วมงานน่ะ รู้สึกดีมั้ยรู้สึกว่าเอ้ยเค้าแบบจะอ่า เห็นมั้ฝั่งนี้มีทั้งคนพยักหน้าและคนส่าย หัวอันนี้มันเป็นเพราะว่าเรากำลังอยู่ใน ช่วงผมคิดว่าประเทศไทยอ่ะกำลังอยู่ในช่วง เปลี่ยนผ่านของวัฒนธรรมการเมือง ที่สิ่งใหม่นะครับแล้วถูกปฏิบัติการทดลอง ให้เห็นเป็นรูปธรรมผ่านพรรคการเมืองสีส้ม เนี่ย กำลังนำเสนออยู่แต่มันยังเปลี่ยนไม่เสร็จ ครับ มันกำลังเปลี่ยนอยู่ ในมนุษย์ 1 คนเองเนี่ยผมเคยเจอโหวตเตอร์ ประเภทที่แบบชอบมากเลยแมนพาไอซ์รัชนกมา นครหน่อยอยากเลี้ยงข้าวสุดท้ายเลือกพรรค อะไรครับพรรคประชาธิปัตย์ คือเขาชอบนะแบบไอซ์อ่ะเขาชอบนะเขาชอบมาก เลยโอหมออ๋องเป็นรองประธานสภาไม่เคย ครับพี่ไม่ จะแล้วจะไปยังไงต่อเลย ไม่เค้าเรียกปฏิบัติทั้ง 2 ใบเลยอ่า
คือเขาชอบในแง่ของ การนำเสนอหรือการที่เราตรวจสอบแต่เ่อแต่ แต่เป็นเพราะว่าผมอาจจะไปงานศพสู้ผู้ สมัครส.ส.บอกพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้อใช่ มั้หรือตอนที่เขาแต่งงานเนี่ยนายชวนหลีก ภัยเป็นประธานงานแต่งเา้านะครับตอนนั้น ธนาธรยังไม่ได้ทำการเมืองแเมันก็จะมีความ ในมนุษย์ผมคิดว่าณปัจจุบันเนี้ยในปี 69 เนี่ยมนุษย์ 1 คนเนี่ยหรือคนไทย 1 คน เนี่ยแม้แต่แม้แต่ตัวเขาเองอ่ะเขาก็ กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางความคิดมัน จึงเป็นภาษาแบบเราใช้คำว่าอะไรครับส้ม ครึ่งลูกใช่มั้ยเลือกพรรคไม่เลือกคนนะ ครับอันเนี้ยเป็นสิ่งที่ผมได้เห็นแล้วก็ ได้ได้เรียนรู้แต่อยากจะบอกตรงนี้ว่าผม คิดว่าถ้าช่วยกันบอกต่อได้ในห้องนี้นะ ครับคอนเซปตของการปกครองระบอบประชาธิปไตย เนี่ย มันคือการปกครองที่รัฐบาลจะต้องมาจาก ประชาชนโดยประชาชนแล้วก็เพื่อประชาชนนะ เป็น เรื่องที่จะดำรงอยู่นะครับตลอดไปไม่สูญ หายเป็นคำกล่าวของอับราบาฮัมลินคอนว่าการ ปกครองโดยประชาของประชาชนเพื่อประชาชนจะ ดำรงอยู่ตลอดไปไม่หายระบบอุปถัมภ์เนี่ย ถ้าจะมีมุมที่มันเลวร้ายแล้วไปทำลายสิ่ง นี้ผมคิดว่าอยากให้พวกเราในฐานะคนรุ่น ใหม่เนี่ยช่วยกันเช่นคุณอาจจะรู้สึกดี แหละเช่นถ้าเป็นเพื่อนกันน่ะถ้าเพื่อนมา งานแต่งเราเต็มที่ก็ทำไมครับเราก็ไปงาน แต่งมันอ่าดังนั้นถ้าเราจะตอบแทนส.ส.พอ ที่มางานศพเราศพญาติเราถ้าพ่อเค้าตายทำไง ครับเราก็ไปงานศพพ่อเค้าอ่านะครับแต่ไม่ ได้ต้องตอบแทนกันด้วยการไปกากบาทเสมอไป นะครับดังนั้นผมคิดว่าอันเนี้ยเ่อพูดให้เห็น ภาพในเชิงวัฒนธรรมว่าแต่ผมยังยังคิด ว่าสิ่งนี้จะกำลังอยู่และเราต้องหาช่อง ทางในการค่อยๆเปลี่ยนมันต่อไปนะครับก็คง พูดไว้ประมาณนี้ครับ
ก็รับมือยังไงเนาะก็ผมคิดว่าจริงๆประชาชน เนี่ยเป็นคนสอนนักการเมืองนะเพราะว่าทำไม ทำไมถึงบอกเอ่อผู้สมัครใหม่ว่ามันไม่มี โรงเรียนสอนนักการเมืองหรอกบางทีมันรู้ ทฤษฎีละแต่จริงๆคนที่จะสอนให้คุณเป็น ผู้แทนเขตอ่ะก็คือคนในเขตคุณเองคุณต้องไป เดินไหว้เค้าเดินไปคุยกับเค้าเแล้วก็ถามเ ว่าคุณอยากได้ผู้แทนแบบไหนใช่มั้ครับ เพราะฉะนั้นผมเลยไม่เคยโทษใครเลยนะที่ เอ่อถ้าเราแพ้ก็ไม่ได้แพ้เพราะอะไรเลยอ่ะ ก็เพราะประชาชนเขตเขาไม่เลือกเเลือกไม่ ถึงใช่มยถ้าเขาเลือกเพราะเขาชอบคนที่ อุปถัมภ์อ่ะคุณก็ต้องอุปถัมภ์ไงถ้าคุณ อยากได้รับเลือกแต่มันจะมีเส้นยังไงล่ะ เส้นที่เราบอกว่าเออถ้าอุปถัมภ์มากก็แปล ว่าเราต้องเลือกแต่คนรวยมาเป็นผู้สมัคร เราก็จะไม่ได้ส.ส.อย่างที่เราอยากได้แต่ ไม่อุปถัมภ์เลยก็ไม่ชนะอีกแล้วถ้าไม่ชนะ จะไปขับเคลื่อนนโยบายยังไงเพราะว่าคุณมี ผู้แทนน้อยมันขับเคลื่อนนโยบายไม่ได้ใช่ มั้ยครับอันเนี้ก็ตัดสินแทนกันไม่ได้ผู้ แทนเขตแต่ละคนเลยต้องไปสัมผัสเองใช่มยใน ขณะเดียวกันถ้า passive เกินไปก็คือประชา ชนอยากได้ยังไงก็จัดให้อย่างนั้นคุณก็จะ กลับไปสู่ประชาชนกลุ่มนึงก็จะเรียกร้อง นักการเมืองที่ให้เห็นมั้ยใจถึงพึ่งได้ นี่ไปโค่นมาแล้วนะใจถึงพึ่งได้ทำอะไรครับ อ้าว น้องขับรถโดนตำรวจจับเหรอโหวตพี่ป่ะโหวต นะเดี๋พี่เคลียร์ตำรวจให้อาจารย์เดี๋ยว เด็กๆเข้าโรงเรียนเปล่าผมฝากให้ใช่มั้ย มันเลยเส้นไงมันเลยเส้นจนไปเบียดบังคน อื่นที่ไม่ได้ชอบคุณหรือไม่ได้เป็นเด็ก ของคุณหรือไม่ได้เป็นประชากรของคุณมันก็ เลยมีคำพูดของคุณธรรมนัสไงอันนี้พลาดพิง เยอะนะอ่ามีคำพูดของคุณธรรมนัสไงบอกว่า จังหวัดพะเยาอ่ะของเค้า ผู้ว่าก็ของเค้า อบจ.ก็ของเค้าอบต.ก็ของเค้าผู้ใหญ่บ้านก็ ของเค้าประชาชนก็ของเค้าเพราะว่าระบบ อุปถัมภเนี่ยมันลึกเพราะฉะนั้นทุกคนเลยผม รู้หมดว่าคะแนนผมจะมาจากหมู่บ้านนี้เท่า ไหร่เพราะคนของผมมีเท่าไหร่เนาะอันนี้ไม่ ได้บอกว่าคุณธรรมนัสผิดนะก็ context ของ เขาก็เป็นอย่างนั้นแต่ประเด็นก็คือพวกเรา เดินไปเนี่ยคุณเห็นไอซ์อ่ะคุณคิดว่าคุณ เป็นคนของไอซ์หรือไอซ์เป็นคนของคุณ จริงป่ะ คือคุณจะรู้สึกว่าไอซ์อ่ะเป็นของคุณเพราะ คุณเลือกเ้ามาไม่ใช่เพราะไอซ์ไปแจกไข่ที่ บ้านไม่ใช่ว่าไอซ์ไปฉีดยุงแต่แน่นอนไอซ์ อาจจะไปงานศพนะผมนี่เมื่อก่อนไม่เคยเชื่อ เลยนะเนี่ยทำงานกับคุณเอเนี่ยนะไม่ไปงาน ศพเว้ยส.ส.พวกเรานิติบัญญัติ ชาวบ้านด่าเละเลยก็อ้าวไม่ได้ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกันไงคือคนเป็นส.ส.อ่ะครับมันต้อง ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันร่วมทุกข์คืออะไรงาน ศพร่วมสุขคืออะไรงานแต่งร่วมสุขคืออะไร งานบวชใช่มย.แต่ว่าคุณจะดึงจากอุปถัมภ์ อ่ะมาเป็นร่วมทุกข์ร่วมสุขได้ยังไงอันแรก สุดเลยก็คือคุณอาจจะไม่ใช่ อะไรนะเค้าเรียกอะไรอ่ะประธานผ้าป่าอ่ะเ นะหมอวรงค์นี่โคตรชอบเป็นประธานผ้า ป่าเลยแถวเนี่ยวัดพิกวังน้ำคูบึงพระเนี่ย นะ อ่าก็เป็นประธานผ้าป่าแล้วคุณก็ต้อง ประเดิมไงใช่มั้ยครับคุณนำกองมาคุณใส่ ก่อนเลย 100,000 โอ้โห 100,000 นะกว่าพวก ผมจะหาได้นะเก็บสะสมตั้งนานกว่าจะมีตังค์ ติดป้ายนะครับให้ผมสู้ในเกมประธานผ้าป่า ไม่ได้แต่ผมต้องไปงานผ้าป่าใช่มั้ยเพราะ ฉะนั้นสู้ด้วยอะไรครับไอติมตักเอ้าตัก ไอติมนะเพราะไอติมถังไอติมมันพันเดียวไง ใช่มั้ยแต่ถ้าคุณไปตัวเปล่าอ่ะแล้วไปขอ ข้าวเค้ากินน่ะคุณก็เป็นส.ส.อะไรก็ไม่รู้ อ่ะขี้หมาจริงป่ะไอ้ตรงเนี้ยครับมันเลย ต้องบาลานซไงระหว่างแบบระหว่างอุปถัมภ์ กับแบบวิถีชีวิตนะผมก็เลยเข้าใจหรือผู้ ใหญ่บ้านเราก็บอกว่าโอผู้ใหญ่บ้านเนี่ย เป็นระบบล้าหลังเลยนะควรจะยกเลิกนะปรากฏ ผู้ใหญ่บ้านที่เป็นที่รักเนี่ยเยอะแยะเลย ใช่มั้ยครับชาวบ้านตายเด็กเกิดผู้ใหญ่ ป่วยเอ่อน้ำแล้งน้ำท่วมผู้ใหญ่บ้านเอยู่ กับสุขทุกข์ประชาชนน่ะเพราะฉะนั้นเราก็ เอ๊เออน้องๆควรลงผู้ใหญ่บ้านด้วยนะเออนะ แต่ผู้ใหญ่บ้านซื้อเสียงหนักกว่าส.ส.นะ
เป็นตลอดไป
เพราะว่าเพราะว่าอะไรครับ
เพราะว่ามันวัดกันไม่กี่คะแนนใช่มั้ส.ส. นี่มัน 40,000 ใช่มั้ยผู้ใหญ่บ้านมันหลัก ร้อยไงบางทีมันต้องชนะกัน 1 คะแนนบางที ขึ้นไป 3,000 ใช่มั้ครับเพราะฉะนั้นเนี่ย อันเนี้ยมันก็เป็นยุคเ่อที่เราต้องเ่อ ต้อง balanceซความเห็นต่างก็ต้องคุยอุปถัมภ์ก็ ต้องมีการเมืองใหม่ก็ต้องทำเนาะเพราะ ฉะนั้นทุกคนต้องสอนพวกเรานะครับพาพวกเรา ไปลงพื้นที่พาพวกเราไปเยี่ยมคุณยายคุณ เนาะแล้วก็ให้เราแพ้ชนะอ่าคือถ้าชนะล้วนๆ เนี่ยมันไม่ค่อยเรียนรู้นะตอนนี้ซึ้งเลย ครับคือถ้าชนะรัวๆนะมันจะแบบโหการเมือง ใหม่ไปได้ไปได้ไปได้โดนตบกระบาลทีนึง บอกออไม่ใช่สังคมไทยไม่ใช่ไม่พร้อมนะอย่า ไปโดนหลอกด้วยคำว่าไม่พร้อมนะประเทศไทย โคตรพร้อมเลยสำหรับการเลือกตั้งแต่ แปลว่าคุณยังชนะใจในเวอร์ชั่นของเขตนี้ ไม่ได้ก็ต้องไปหาวิธีชนะให้ได้ใช่มั้ครับ มีคนบอกเนี่ยสส.ห้ามแจกแยะห้ามแจกของเ โอ้โหหมองแจกยับเลยนะแจกนิทานให้เด็กไง อ่าไปเยี่ยมเด็กใช่มั้ยเอานิทานไปให้เด็ก เพราะเด็กเรารู้ว่าเด็กในประเทศไทยเนี่ย มีหนังสือต่ำกว่า 3 เล่มต่อคนต่อบ้านนะ อ้าเราไปเพิ่มให้บ้านละ 2 เล่มได้มั้ยจะ ได้ขึ้นค่าเฉลี่ยอะไรอย่างเงี้ยคือเราก็ ต้องเยี่ยมลงพื้นที่ไปแจกของไปในกำลังที่ เราทำได้โดยไม่ต้องถอนทุนแล้วก็ทำงานเชิง นโยบายไปด้วยอันเนี้ผมก็คิดว่าเป็นการทำ งานแบบเขตนะที่จะชนะใจประชาชนแล้วก็อยู่ กับคนที่เห็นต่างได้สุดท้ายคือเลือกตั้ง ระดับชาติกับเลือกตั้งท้องถิ่นน่ะคนละ สมการเลยเลือกตั้งท้องถิ่นเนี่ยเาเลือก ญาติโยมเนอะเอ่อคนที่เคยมาช่วยอะไรอย่าง เงี้ยครับซึ่งเราก็มองว่าเอ๊ะเลือกตั้ง ท้องถิ่นมันโบราณจังเลยอ่ะทำไมเลือก แบบนั้นอ๋อไม่ใช่เนาะเผลอๆมีใครช่วยทำวิจัย ให้หน่อยนะเดี๋ยวจะรออ่านก็คือแล้วงั้น สรุปการเมืองใหม่ก็ห้ามชนะท้องถิ่นเลยสิ คุณไปเล่นระดับชาติอย่างเดียวหรือพอเล่น ท้องถิ่นคุณเอาการเมืองเก่ามาเลยนะแต่จาก จ่ายหัวละ 1000 เนี่ยเหลือหัวละ 200 เพราะว่ากระดุมเม็ดแรกคือซื้อเสียงกระดุม เม็ดได้ที่ 2 นโยบายใช่มั้ยเพราะฉะนั้น เปิดหัวก่อน 200 แล้วค่อยคุยกันเปล่ายอม รับได้มยอย่างี้ถึงจะเรียกว่าชนะท้องถิ่น เนี่ยพวกเรายังหาคำตอบไม่เจอนะก็ต้องช่วย กันสอนพวกเราด้วยนะ โอเคก็ต้องบอกว่าสำหรับไอซ์นะมันเหมือน กับว่าเราอ่ะมีมันเราต้องมีธงหมายถึงว่า การทำงานการเมืองเนี่ยเราต้องมีธงมีปลาย ทางสุดท้ายมีภาพที่เราอยากให้สังคมเนี่ย มันไปถึงอยากให้คนทั้งประเทศไปถึงจุดหมาย ปลายทางยกตัวอย่างเช่นว่าเราอยากเห็นเอ่อ การศึกษาที่มันเท่าเทียมเด็กๆทุกคนได้ เข้าสู่ระบบการศึกษาที่ดีที่มีคุณภาพใกล้ บ้านพ่อแม่ไม่ต้องขูดกระดูกมาจ่ายเรามี ปลายทางอยากเห็นกระบวนการยุติธรรมที่เอ่อ ทุกคนในสังคมนี้สามารถยืนเสมอหน้าเท่า เทียมกันได้ต่อหน้ากระบวนการยุติธรรมเรา อยากเห็นการกระจายอำนาจในทุกๆจังหวัดทำ ให้แต่ละจังหวัดเนี่ยสามารถเลือกผู้นำที่ จะมาทำบริการสาธารณะในจังหวัดเพื่อให้คุณ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนในจังหวัดให้มันดี ขึ้นได้จริงๆอันนี้คือปลายทางที่เราอยาก เห็นการเปลี่ยนแปลงแบบที่เราอยากเห็นแต่ เราจะพาสังคมไปสู่สิ่งนั้นได้ยังไง อันเนี้ยมันเป็นเหมือนการเล่นชักกเย่อกัน นะมันมีวลีที่มันมีวลีที่ในช่วงเอ่อม็อบ 63 อ่ะคนจะชอบพูดก็คือเวลาอยู่ข้างเราพอ เวลานั้นน่ะพี่ก็ยังอินกับคำนี้นะแต่พอ เข้ามาทำทำงานการเมืองอ่ะมันไม่ใช่แบบ นั้นเว้ยเวลาอยู่ข้างคนที่ออกแรง ฝ่ายฝ่ายเสรีนิยมตอนนั้นน่ะก็ต้องยอมรับ ว่าเราออกแรงเยอะเราถึงพาสังคมพากระแส สังคมไปได้ถึงขนาดนั้นแต่พอฝ่ายอนุรักษ์ นิยมเขาตั้งหลักได้อ่ะเค้าก็ไม่อยู่เฉยไง เค้ามีทั้งทรัพยากรรัฐถืออำนาจรัฐถือ อำนาจควบคุมองค์กรอิสระถืออะไรอีกหลายๆ อย่างที่ฝ่ายเสรีนิยมไม่มีดังนั้นเขาก็ ไม่อยู่เฉยเช่นเดียวกันมันเหมือนเป็นการ เล่นชักกะเย่อระหว่าง 2 ฝั่งเนาะดังนั้น น่ะถ้าเราอยากจะเปลี่ยนแปลงสังคมไป ไปสู่ อนาคตในแบบที่เราอยากเห็นน่ะเราทำยังไง คือต้องบอกว่าพี่เองก็เวลาไปลงพื้นที่ เนี่ยได้เรียนรู้นะว่า เรียกว่าอะไรอ่ะ ทำงานทางความคิดกับตัวเองด้วยว่าสุดท้าย แล้วคุณจะเอาอะไรก่อนถ้าคุณบอกว่าคุณเอ่อ อยากเปลี่ยนแปลงความคิดประชาชนก่อนเนาะ แล้วก็สุดท้ายไปชนะเนี่ยก็โอเคโอเคนะคุณ ก็ทำงานทางความคิดไปใช่มยแต่ว่าคือสุด ท้ายคือกี่ปีวะกว่าที่จะทำงานทางความคิด แล้วทุกคนตกผลึกหมดแล้วก็มาเลือกเรา จนกว่าจะครึ่งประเทศอ่ะหรือเราจะเปิด กว้างเปิดกว้างในการรับเรียกว่ารับสิ่ง ที่เราอาจจะเราอาจจะเราอาจจะไม่ได้รับมาก่อนใน ก่อนหน้านี้ยกตัวอย่างเช่นเราเปิดทางให้ บ้านใหญ่ที่เขาต้องยอมสมาทานแนวทางเรานะ ไม่ซื้อเสียงไม่ทำงานการเมืองในแบบที่ใช้ ทุนทรัพย์มาทุ่มจนเกินไปแต่แค่เค้ามีนาม สกุลน่ะมีต้นทุนทางนามสกุลแล้วก็มีฐานะ ที่ดีที่สามารถที่จะทำงานการเมืองได้มี ฐานทางการเมืองอะไรอย่างเงี้ยหรือว่าเรา จะเปิดรับแบบนี้เข้ามามันเป็นการชักกเย่อ กันทางความคิดนะพรรคการเมืองหรือแม้ กระทั่งส.ส.เองอ่ะเราก็ต้องเรียนรู้กับ สถานการณ์ที่มันเกิดขึ้นเหมือนกันพี่ยก ตัวอย่าง เราสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศเราอยาก เห็นผู้หญิงผู้ชายเรียกว่าสามารถเป็นผู้ นำได้อย่างเท่าเทียมกันแล้วเราจะพูด สิ่งนี้ในทุกๆสนาม ตอนก่อนเป็นนักการเมืองเราคิดว่าเราจะพูด สิ่งนี้ในทุกๆสนามทุกๆที่ที่เราเห็นว่า มันมีความไม่ยุติธรรมไม่มีไม่มีไม่มีความ เท่าเทียมทางเพศเกิดขึ้นแต่ พอเราไปจังหวัดตากเราไปเจอกลุ่มชาติ พันธุ์ ก็คือเขาแยกโต๊ะกันเลยผู้ชายผู้หญิงผู้ หญิงเนี่ยมีหน้าที่อยู่แค่ในครัวอย่าง เดียวทำอาหารแล้วก็ผู้ชายเนี่ยสังสรรค์ แล้วผู้หญิงคนเดียวที่เขายอมให้มาร่วม โต๊ะกับเค้าเพราะว่าเขาให้เกียรติก็คือ ส.ส.ว่าคือเรา วันนั้นน่ะเราจะไปเพื่อโอเคเอาฐานคะแนน ก่อนทำให้ทุกคนมาสนับสนุนเราก่อนทำให้ทำ ให้เรียกว่าผู้ใหญ่บ้านหัวคะแนนสจ.ที่เ ยังไม่เชื่อในแนวทางเรามาสนับสนุนตัวเรา ก่อนมาสนับสนุนพรรคเราก่อนหรือเราจะไป พูดเลยไม่ได้ค่ะคุณพี่คุณพี่ต้องไปเชิญเมีย พี่ลูกสาวพี่ที่อยู่ในครัวมานั่งกินด้วย กันไม่งั้นดิฉันไม่ยอมค่ะคือเนี่ยนึกออก มยเราก็เกิดทำงานทางความคิดกับตัวเองคือ ยังไงดีวะเราก็ไม่ได้สะดวกใจในการที่ต้อง ในการที่ต้องเห็นการเลือกปฏิบัติแบบนั้น เกิดขึ้นแต่ในฐานะที่คุณเป็นนักการเมือง อ่ะจังหวะนั้นน่ะคุณจะเอาอะไรก่อนนึกออก มั้ยคือถ้าไปพูดแบบนั้นน่ะคือมึงไม่ได้ ทั้ง 2 อย่างมึงไม่ได้การสนับสนุนด้วย โอกาสในการชนะการเลือกตั้งไม่ว่าจะระดับ ใหญ่หรือว่าท้องถิ่นเนี่ยมันน้อยลงแน่นอน แล้วก็ไม่ได้ทำงานทางความคิดเรื่องความ เสมอภาคเท่าเทียมด้วยเพราะว่าเค้าไม่ฟัง มึงแน่ๆแล้วรอบหน้าก็ไม่ได้มาอีกดังนั้น มันคือเนี่ยมันคือการเรียนรู้ไปว่า การเรียนรู้ว่าเรียกว่าอะไรอ่ะเป็นนักการ เมืองอ่ะเราจะชักเย่อทางความคิดยังไงเนาะ เราก็เราก็สิ่งที่เราทำก็คือว่ามันแบ่ง โต๊ะกันชัดเจนใช่มั้แต่เราก็เลือกที่จะไป ไปคุยกับคนที่อยู่ในครัวคนที่ทำอาหารอยู่ คนที่ล้างจานอยู่แล้วก็บอกว่ายินดีเหมือน กันนะคะที่ได้เจอกับพวกเค้าแล้วก็พยายาม ที่จะบอกเนาะบอกเด็กผู้หญิงที่อยู่ในพื้น ที่นั้นน่ะเพราะว่าแนวคิดส่วนใหญ่ก็คือ เด็กผู้หญิงไม่ต้องไปโรงเรียนเพราะว่ามี หน้าที่ก็คือว่ามีหน้าที่ก็คือรอรอว่าจะ เรียกว่าอะไรเป็นคุณแม่แล้วก็อยู่เฝ้า บ้านทำอาหารแล้วก็เลี้ยงลูกเนาะเราก็ พยายามที่จะเวลาเราไปอ่ะเรามีโอกาสไป เราก็จะบอกเด็กผู้หญิงที่อยู่ในพื้นที่นั้น ว่าถ้าถึงวัยที่ต้องไปโรงเรียนแล้วอย่า ออกจากโรงเรียนนะถ้าเราเลือกได้ว่าเราไป โรงเรียนน่ะเราไปเรียนเราไปเรียนคือเรียน ให้มันจบ แล้วชีวิตเราจะเป็นยังไงอ่ะโอเคเราเรามา เลือกทางเดินของเราอีกทีแต่อยากให้ไป โรงเรียนถ้ามีโอกาสคือพี่ก็จะบอกแบบนี้อยู่ เสมอแล้วเราก็เราก็เราก็เรียกว่าแนวทาง ของเราเนาะคือเราทำยังไงอ่ะให้การศึกษา เนี่ยมันมันไปถึงในพื้นที่นั้นแบบที่เด็ก ผู้หญิงเนี่ยไม่ต้องเรียกว่าอะไรอ่ะไม่ ต้องถูกเลือกว่าพ่อจะมีเงินให้ลูกคนนึงไป โรงเรียนเนี่ยจะเลือกว่าผู้หญิงหรือผู้ ชายก่อนทำยังไงให้การศึกษาเนี่ยมันไปถึง พื้นที่ตรงนั้นอันนี้มันคือมันคือเรียก ว่าอะไรเราอาจจะทำงานทางความคิดตรงนั้น ได้ไม่ใช่จังหวะนั้นเลยแต่เราสามารถออก แบบนโยบายในอนาคตที่มันจะไปส่งผลกับพื้น ที่ตรงนั้นได้ หรือเรื่องฉีดยุงอ่ะฉีดยุงเนี่ยมันก็คือ เป็นตอนเป็นสส.ใหม่เนี่ยคือเป็นทอปิที่ เกิดขึ้นในเขตเลยว่าสรุปแล้วส.ส.รักชนกจะ ฉีดยุงหรือไม่ฉีด คือ จะบอกว่าไอ้เรื่องฉีดยุงเนี่ยคือสนุกมาก นะเพราะว่าพอเราพอเราพอเราเรียนรู้ ลึกๆแล้วเนี่ยมันมันเป็นประเด็นที่คือ ส.ส.ที่เป็นสส.พื้นที่เก่าเอาจริงๆหลายๆ พื้นที่นะสก.ด้วยจริงๆแล้วเนี่ยการฉีดยุง เนี่ยมันเป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข หรือว่าท้องถิ่นถ้าสมมุติว่าคุณมีpoนcial ในชุมชนคุณน่ะมีpoentลว่าจะมีคนเป็นไข้ เลือดออกหรือมีคนที่เป็นแล้วในอนาคตอาจจะ accate ขึ้นเป็นการเป็นการแบบติดแล้วก็ เอ่อคนในชุมชนอาจจะเดือดร้อนเนี่ยคุณ สามารถเรียกให้สาธารณสุขหรือว่าท้องถิ่น เนี่ยไปฉีดได้แต่ สส.สก.จะไปบอกที่เขตว่ามึงอย่าถ้ามึงไป ฉีดมีเรื่องกับกูแน่เพราะว่าพื้นที่นี้ เนี้ยพื้นที่ฉันเดี๋ฉันไปฉีดเอง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในในสังคมการเมือง เสมอมาคือจริงๆคุณให้รัฐไปทำได้แต่บางที สส.สก.สจ.ท้องถิ่นอื่นๆเนี่ยเขาจะบอกว่า อย่าทำเพราะว่าสิ่งนี้เนี่ยมันเป็นเหมือน เป็นแบรนด์ของเค้าถ้าคุณไปทำเนี่ยคุณต้อง มีเรื่องกับส.สส.สก.แน่แล้วท้องถิ่นบาง ท้องถิ่นก็คือเหมือนกับเค้าอยู่ใน วัฒนธรรมแบบนี้มาบางเขตก็คือลืมไปแล้วว่า ฉันจะต้องมีเครื่องฉีดยุงนึกออกมั้ยเออ แล้วต้องบอกว่าเวลาส.ส.หรือสก.หรือว่า ท้องถิ่นไม่ใช่หรือนักการเมืองไปฉีดเนี่ย เค้าไม่ได้เอาไม่ได้เอาของคุณภาพดีแบบที่ สาธารณสุขไปฉีดให้นะเค้าจะผสมเบนซินเพราะ ว่าถ้าคุณเอาของดีๆไปฉีดเนี่ยมันรอบนึง อ่ะไม่ต่ำกว่า 4-5,000 อันเนี้คือต้นทุน ในการฉีดยุงแต่ถ้าเค้าไปฉีดแบบนี้ทุกวัน ทุกสัปดาห์คือบางทีเขาก็ไม่ไหวเหมือนกัน ต่อให้เงินเขาจะมีคนให้มาเนาะเค้าก็ต้อง ผสมเบนซินลงไปก็คือว่ามันจะทำให้ยุงยุง น็อคจริงๆก็คือยุงไม่ตายหรอกแต่คนแต่ที่ ตายอ่ะคือคนลูกเด็กเล็กแดงหมาแมวอะไรเงี้ ได้รับความเดือดร้อนหมดแต่ยุงอ่ะไม่ตาย แต่มันเป็นการปลูกฝังประชาชนในพื้นที่ไป แล้วว่าส.ส.ต้องทำอะไรฉีดยุงเนี่ยคือเรา ตอนนั้นน่ะคือเราก็ต้องเลือกถูกมั้ยว่า เราจะฉีดหรือไม่ฉีดเราก็เลือกว่าอันเนี้ย เราเราคิดว่าเราสามารถทำความเข้าใจกับคน ที่อยู่ในสังคมเมืองได้เราก็เลยเลือกว่า อ่ะอันเนี้ยเราเลือกที่จะไม่ฉีดแล้ว อธิบายกับคนในสังคมคนในพื้นที่คนในชุมชน ว่าวิธีการจัดการไข้เลือดออกที่ดีที่สุด คือคุณต้องเรียกว่าอะไรอ่ะตัดแหล่งเพาะ พันธุ์ถ้ามีแหล่งแบ่งน้ำขังก็คือคว่ำทิ้ง คว่ำทิ้งถ้ามีต้องเลี้ยงปลาเลี้ยงอะไร จริงๆเอาทรายอเบสไปใส่เราใช้วิธีนี้ใน เมืองได้แต่ถ้าเราไปเจออย่างพื้นที่ใน ชนบทอ่ะสุดท้ายคุณอาจจะต้องยอมแพ้ความ ความต้องการของคนในพื้นที่นะนึกออกมย เนี่ยถึงเล่าให้ฟังว่ามันคือการชักอเย่อ ทางความคิดเออซึ่งบางทีคนเป็นนักการเมือง เองอ่ะก็ต้องตัดสินใจว่าคุณจะเลือกแนวทาง แบบไหนแล้วสุดท้ายอ่ะเวลาคุณเลือกแนวทาง แล้วอ่ะคนที่จะเลือกอีกทีนึงก็คือประชาชน ว่าเค้าอ่ะจะสนับสนุนแนวทางของคุณมั้ย ดิฉันเลือกไม่ฉีดยุงอ่ะคนเมืองอาจจะบอก ว่าคนกรุงเทพฯบอกว่าอ่ะโอเครักษนกอธิบาย ดีเข้าใจแล้วว่าการกำจัดลูกน้ำยุงลาย เนี่ยทำยังไงอ่ะฉันเลือกแต่ถ้าคุณไปทำ วิธีการแบบเดียวกันนี้ในจังหวัดอื่นๆคุณ อาจจะไม่ได้รับเสียงตอบรับที่มันเหมือน กันก็ได้นะเนี่ยมันคือมันคือทำยังไงที่ คุณจะที่คุณจะชักกเย่อทางความคิดให้ใน พื้นที่อื่นๆมันก็มีความรู้ความเข้าใจที่ มันตรงกันเนี่ยสะท้อนคือจะบอกว่ามัน สะท้อนความยากนะการเมืองมันไม่มีอะไรที่ แบบว่าโอ้โหพี่มาบอกน้องแบบ 1-5 ทำแบบนี้ เป๊ะไปได้เป็นส.ส.แน่นอนไม่มีค่ะเราเอง ที่นั่งอยู่ตรงนี้เนี่ยก็ต้องเรียนรู้อีก เยอะแล้วก็ต้องปรับเปลี่ยนอีกเยอะเช่น เดียวกันค่ะ ก็ขอบคุณทั้ง 3 ท่านมากๆสำหรับรอบแรกนะคะ อย่างที่เห็นนะว่าทั้ง 3 ท่านก็ได้สะท้อน ประสบการณ์เล่าการทำงานแล้วก็สอดแทรก เรื่องแนวคิดทฤษฎีเนาะอย่างมีสีสันนะคะ แล้วก็ขอบคุณตอนท้ายเราก็จะเห็นหลาย เรื่องนะทั้งระบบอุปถัมภ์เอยเรื่องของการ ทำงานการเมืองที่ยังต้องยึดโยงประชาชน แล้วก็เรื่องของพื้นที่เนาะที่ทั้งเอ่อ 3 ท่านได้พูดไว้นะคะทีนี้ขอฟรีสไตล์ในรอบ นี้เลยก็คือให้เวลา 10-15 นาทีพูดถึงสิ่ง ที่ตนเองนะคะแต่ละท่านเนี่ยกำลังจะทำตอน นี้เรายังอยู่จุดเรายังถือว่าสุนยากาศ อยู่นะตกลงเราจะต้องทำยังไงเราจะมีเลือก ตั้งใหม่มั้ยเราจะมีรัฐบอาชุดใหม่ยังไง เนาะมันยังรู้สึกว่าคลุมเครืออยู่เราเอง ก็ยังรู้สึกไม่แน่นอนเรื่องของวาระโลกนะ คะก็น่ากลัวเนาะสงครามมากมายไก่กองเราคง ไม่พูดพูดเยอะนะคะเราพูดที่การทำงานของ 3 ท่านดีกว่าว่าตอนนี้แต่ละท่านมีพันธกิจ อะไรที่คิดจะทำหรือวางแผนไว้ว่าอย่างไร แล้วจะวางแล้วจะทำยังไงเป้าหมายคืออะไร อันนี้แบบอย่างพี่บอกฟรีสไตล์เลยแล้วก็ ให้แต่ละท่านเอ่อสะท้อนมานะคะเล่าให้เด็ก ๆฟังนะคะขอบคุณค่ะ
อ่ะของผมก่อนผมสั้นๆเพราะว่าผมโดนตัด สิทธิ์ทางการเมืองนะยาว
ก็ลงอะไรไม่ได้นะลงไอ้สส.ส.ไม่ได้เป็น รัฐมนตรีไม่ได้เป็นไอ้ประธานสภาอะไรพวก นี้ไม่ได้แล้วนะครับเป็นสมาชิกพรรคการ เมืองไม่ได้ดีมันยังให้เลือกตั้งได้นะ เอ่อยังคงความเป็นมนุษย์ไว้หน่อยไม่งั้น ผมมีค่าเท่าแมวเองนะเออเลือกตั้งไม่ ได้นะ ก็จะทำอะไรต่อนะครับก็จริงๆต้องขอบคุณคน รุ่นแรกนะก็คือขอบคุณพวกธนาธรปิยบุตรช่อ นะเอ่อที่บอกว่าตัดสิทธิ์การเป็นส.ส.ได้ แต่ตัดสิทธิ์ความเป็นนักการเมืองไม่ได้ จริงมยคือมีใครรู้สึกว่าช่อโดนตัดสิทธิ์ มั้ยเค้าแค่ลงสมัครไม่ได้แต่เขายังสามารถ แvoเนาะเรื่องราวในสังคมได้เพราะฉะนั้นผม ก็คิดว่าแต่ผมก็ไม่ได้แข็งแกร่งเท่าพวก เขาอ่ะนะก็คงเดี๋ยวต้องหาเวอร์ชั่นที่ เหมาะสมกับผมเองและโทษทีคุณธนาธรแกเป็น ไพ่หมื่นล้านเนาะเอออีเราเนี่ยมีอยู่ หมื่นเดียวนะครับเพราะฉะนั้นก็ต้องหางาน ทำนะก็สะใจดีนะคืออันนี้เล่าเลยนะ พรรคนี้ไม่เลี้ยงจริงๆนะคือเพราะมัน มีงบจำกัดแล้วมันก็ต้องส่งคนชนะเลือกตั้ง ไปเรื่อยๆแต่คนที่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง แล้วยังอยากอยู่ในขบวนนี้ต่อเนี่ยก็ต้อง ทำงานกึ่งอาสาสมัครอ่าซึ่งจริงๆแล้วเป็น ความตั้งใจก่อนมาลงส.ส.ก็คืออยากจะเป็น ส่วนหนึ่งในการสร้างพรรคนะแต่ตอนนี้ต้อง สร้างพรรคเป็นที่ปรึกษาโดยที่ไม่เป็น สมาชิกพรรคซึ่งน่าเสียดายเพราะอะไรเพราะ ถ้าเป็นสมาชิกพรรคเนี่ยมันโหวตได้นะครับ เช่นโหวตว่าเดี๋เราจะมีประชุมสามัญตอน เดือนเมษายนเนาะผมก็เข้าไม่ได้ละเพราะว่า มันต้องโหวตหัวหน้าพรรคใหม่หรือเปล่าต้อง โหวตกรรมการใหม่ต้องโหวตนโยบายต้องหยั่ง เสียงเรื่องของนั่นนี่นั่น อะไรอย่างเงี้ยนะครับก็อดทำก็คงจะทำงาน อย่างอื่นเนี่ยว่าจะมาสมัครสอนที่คณะ สังคมด้วยเผื่อมีใครอยากเรียนเรื่องเอ่อ การเลือกตั้งนะอ่าผมสอนได้นะหรือใครอยาก จะลงเลือกตั้งประธานสภาอะไรอย่างี้นะของ ม.นเรศวรอะไรเงี้ยหรือไปลงผู้ใหญ่บ้านแถว บ้านอะไรเงี้ยถามได้ก็จะเป็นโค้ชอิสระนะ ครับในการสอนเรื่องการเลือกตั้งนะแล้วก็ ผมคิดว่า อันเนี้ยกลับไป คเฟิร์มสิ่งที่ปิยบุตรบอกตอนที่ไปชวนคน ต่างๆมาทำก็คือถ้าไม่นับการยุบพรรคนะ อาจารย์ปิยบุตรบอกว่าต้องใช้การเลือกตั้ง ประมาณ 5 รอบประมาณ 4-5 รอบ เราถึงจะสามารถชนะแล้วก็เป็นรัฐบาลแล้วก็ ทำนโยบายได้สำเร็จ อันนั้นพูดอย่างงั้นไม่ได้แปลว่าเราไม่ อยากชนะเร็วนะแต่แปลว่าเรามองความเป็น จริงอ่ะครับพวกเราเป็นพวกนักอุดมคติใช่ มั้แต่เราก็ต้องมองความเป็นจริงด้วยว่า สถาบันอื่นๆน่ะที่เขายังทรงอำนาจอยู่ เนี่ยมันจะ decine หรือว่ามันจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเมื่อไหร่เพราะฉะนั้น ก็เลยคุยกันว่าประมาณ 20 ปีเราน่าจะทำภารกิจนี้ สำเร็จซึ่งตอนนี้ผมก็ผ่านมาแล้ว 7 ปีนะ ครับได้คะแนนเสียงมากกว่าที่คิดเว้ยอ่า เพราะรอบแรกกะได้สัก 5 ที่เนาะได้ 81 รอบ 2 กะได้สัก 100 นอบ นี้กะ 200 เหลือ 120 เองนะครับ เพราะฉะนั้นต้องลุยต่อนะเพราะว่าการ commitment หรือการวิ่งมาราธอนมันยังไม่จบนะครับแต่ ช่วงนี้ก็ต้องไปทำมาหากินด้วยนะแล้วก็คง จะสนับสนุนพรรคอยู่เบื้องหลังนะอันนี้ สั้นๆของมองนะครับ
ครับก็ ของผมนี่ ลงมา 2 ครั้ง นะครับครั้งแรกครั้งแรกปี 66 แพ้ 1000 คะแนนนะครับเขต 1 นครศรีธรรมราชนะครับ ครั้งล่าสุดเมื่อ 8 กุมภาพันธ์แพ้ 10,000 9,000 คะแนนนะครับก็กำลังอยู่ใน ช่วงทบทวนว่าว่า จะลงสมัครอ่าอีกหรือไม่นะครับแต่ว่าอย่าง ที่พี่อ๋องบอกก็คือเราผมเชื่อว่าการทำงาน เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมที่เคยทำมาในอดีตนะ ตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาตอนผมเป็นนัก ศึกษาเนี่ยผมคัดค้านการนำมหาลัยของนอก ระบบแล้วก็เริ่มต้นจากเพื่อนแค่ 3 คนนะ ครับจนสามารถชุมนุมนักศึกษาหลายพันคนที่ หน้ารัฐสภาได้เอ่อผมทำชมรมอาสาออกค่ายที ละ 50-60 คนแต่ว่าพอเสร็จค่ายอาจจะเหลือ น้องในชมรมให้เราทำความคิดได้ไม่ถึง 5 คน แบบเนี้ยผมคิดว่าการเปลี่ยนแปลงที่จะต้อง ใช้คนจำนวนมากต้องทำทั้ง 2 ด้านเสมอคือ จากคุณภาพไปสู่ปริมาณและจากปริมาณไปสู่ คุณภาพ เอ่อถ้าเราเชื่อตาม ทฤษฎีนักปฏิวัติชาวจีนว่ามีคนมีทุกอย่าง ใช่มั้เหมอเจตงกล่าวว่ามีคนมีทุกอย่างนะ ครับเอ่อแต่ว่าพรรคส้มเคยมี 14 ล้านคน เมื่อปี 66 แล้วก็พบสัจธรรมว่าเมื่อถึงปี 69 เหลือ 10 ล้านเห็นมั้ฮะซึ่งยังไม่มาก พอในการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่จะนำพา ความเปลี่ยนแปลงได้แต่อย่างไรก็ตามแต่ สำหรับผมเนี่ยผมผมเล่าให้ฟังเรื่องหนึ่ง เมื่อปี 57 เนี่ยครับมีตำบลตำบลนึงที่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ชื่อตำบลโยธกาตำบลเนี้ยทำนากันมาตั้งแต่ รุ่นทวดนะครับในที่ดินประมาณ 4,000 ไร่ ริมคลองที่เป็นคลองน่าจะคลอง 21 คลอง 21 เนี่ยถูกขุดในสมัยรัชกาลที่ 5 ก็คือทำนากันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ตก ทอดกันมานะครับวันดีคืนดีครับเมื่อหลัง จากปี 57 มีรการประหมีการรับประหารของ หลวงตู่มีหนังสือจากกองทัพเรือนะครับส่ง มาที่กำนันบอกว่าให้ชาวบ้านโยธกา 100 กว่าครอบครัวเนี่ย 4,000 กว่าไร่เนี่ย ย้ายออกภายใน 7 วัน เพราะบอกว่าที่ดิน 4,000 ไร่ที่ทำนากันมา ตั้งแต่รุ่นปู่ทวดเนี่ยเป็นที่ดิน ราชพัสดุครอบครองโดยกองทัพเรือ วันนั้นเนี่ยผมกับเพื่อนคนนึงชื่อคุณ ที่วัฒน์ดำแก้วปัจจุบันนี้ก็ทำงานที่ดิน อยู่ในพรรคประชาชนเครับลงพื้นที่ไปกับพี่ คนนึงไปกัน 3 คนจัดประชุมชาวบ้าน ชาวบ้านเนี่ยร้องห่มร้องไห้ว่าที่ดินที่ เขาทำนามาตั้งแต่รุ่นปู่เนี่ยมันเป็นของ กองทัพเรือได้ยังไงนะครับประชุมไปได้ ประมาณชั่วโมงนึงมีรถทหารวิ่งเข้ามาล้อม แล้วก็มีนายทหารเรือประมาณยศพลพลตรีนะ ถ้าเป็นยศยศทหารบกเนี่ยเดินเข้ามาแล้วบอกว่า คสช.ห้ามรวมตัวกันเกิน 5 คนผมก็บอกอันนี้ ไม่ใช่ชุมนุมทางการเมืองครับเจ้านายเป็น พอดีท่านส่งหนังสือมาชาวบ้านเ้าไม่รู้จะ ทำยังไง เราก็ต่อรองกับทหารว่าอย่าแจ้งคดีได้มั้ย ขอไปยื่นหนังสือร้องทุกข์ครับแล้วรวบรวม เรื่องราวข้อมูลทั้งหมดเพื่อต่อสู้ในยุค นั้นซึ่งไม่มีการเลือกตั้งไม่มีสส.ไอซ์ ไม่มีสส.หมออ๋อง จากวันนั้นถึงวันนี้ปี 57-69 ปีชาวบ้าน โยธกายังคงทำนายังคงอยู่ในที่ดินที่เป็น ที่ดินบรรพบุรุษแล้วก็โดยที่ยังไม่ถูกขับ ไล่ได้ผมจึงคิดว่าสำหรับผมเนี่ยตราบใดก็ ตามที่ 1 เราสู้ด้วยปัญญานะครับ 2 เรามี คนที่ร่วมขับเคลื่อนไปด้วยกันมากพอซึ่งผม ตอนเด็กๆผมเริ่มน้อยมากผมเริ่มแค่ 3 คน เองวันนี้ผมมีพี่อ๋องเป็นที่ปรึกษามีพี่ ไอไปอยู่ด่านหน้าผมอยู่ตรงไหนก็ได้ใน กองเกวียนนี้ในกองทัพนี้ผมอยู่ตรงไหนก็ ได้เพียงแต่ว่าถ้าเรายังไปข้างหน้าแล้วก็ มีทิศทางอย่างที่ไบอกคือกำหนดเป้าหมายให้ ชัดเจนว่าประเทศนี้น่าจะเป็นประเทศที่ดี กว่านี้ได้มีผู้นำที่ดีกว่านี้ได้มี รัฐบาลที่ดีกว่านี้ได้เอ่อแล้วก็สร้างการ เมืองใหม่เริ่มต้นที่เราไปทุกวันเนี่ยผม ก็ยังยังมีความสุขกับการเปลี่ยนแปลงนี้ เสมอนะครับก็คงเอ่อรอบสุดท้ายไว้ประมาณ นี้ครับขอบคุณครับ
ค่ะฮัลโหลฮัลโหลโอเคก็เดี๋ยวพี่อ๋องย้าย มานั่งทางนี้ดีมั้คะสไลด์มันจะได้ไม่ส่อง หน้าพี่เนาะโเคจะขอยืนซักนิดนึงเพราะว่า จริงๆก็พูดคนเดียวแล้วอยากจะยืนนะคะก็ เอ่อเริ่มสไลด์ซึ่งอันนี้ก็ก๊อปมาจาก Google เนาะเพื่อให้เพื่อให้ได้แบบว่ามีการมีการ มีการเปิดหัวซึ่งเดี๋ยวขอสไลด์ถัดไปค่ะมี หนังสือ 2 เล่มนะคะที่อยากจะแนะนำให้น้อง ๆได้ไปอ่านคือเล่มเมียซามูไรเนี่ยพี่อ่าน ไปได้เกินครึ่งละแล้วก็รู้สึกว่าเป็น หนังสือที่บทแรกนะมันมันจั่วหัวเลยก็คือ ว่าเอ่อในในสังคมญี่ปุ่นเนี่ยเมื่อก่อนก็ คือมันจะมีพิธีรีตองใช่มั้ยขนาดว่าสามี ที่เป็นซามูไรเนี่ยจะเอาจะมีเพศสัมพันธ์ กับภรรยาเนี่ยก็ยังจะต้องมีพิธีรีตองเลย เพราะว่านอมหรือว่าขนบธรรมเนียมกับ ประเพณีต่างๆเนี่ยมันมันครอบไว้นะคะแล้ว พูดตรงๆเลยก็คือว่าสามีเนี่ยเรียกว่า ไม่มีฝีมือแล้วกันมีฝีมือทางด้านเอ่อวิชา สมูไรแต่ว่าไม่มีฝีมือในด้านการมี เพศสัมพันธ์นะคะก็เลยทำให้ภรรยาเนี่ยได้ ตัดสินใจว่าไปมีชู้เนาะแล้วก็แต่ว่าคือ มันไม่ได้เป็นการเบรมใครคนใดคนนึงนะก็คือ มันเป็นมันเป็นการเขียนเรื่องสั้นเชิงนัก มนุษยวิทยาเลยที่สะท้อนให้เห็นว่าด้วยนอม ด้วยค่านิยมของสังคมด้วยวัฒนธรรมมันทำให้ สามีที่เป็นซามูไรเนี่ยก็ต้องมีพฤติกรรม แบบนั้นแล้วมันก็ทำให้ผู้หญิงซึ่งเป็น ภรรยาเนี่ยไม่มีความสุขและสุดท้ายเนี่ยผล ที่ออกมาก็คือต้องไปติดตามนะคะตอนจบเอา เองแล้วก็เรื่องอื่นๆเนี่ยก็จะเป็นเรื่อง ยกตัวอย่างเช่นอ่ะไปนักมนุษยวิทยาเนี่ยไป อยู่ที่แอฟริกาแล้วก็ศึกษาพฤติกรรมแล้วก็ ได้เห็นว่าโอเคสิ่งที่สิ่งที่สิ่งที่คน ที่อยู่ในแอฟริกาเจอเนี่ยไม่ใช่เจอสิ่ง ที่เขาใช้ชีวิตกันอยู่อ่ะมันคือความล้า หลังมันคือวิธีคิดในแบบที่ในแบบที่โอ้โห ก็เมื่อประมาณแบบ 500 ปีที่แล้วอ่ะชนเผ่า ที่ยังแบบว่านุ่งน้อยห่มน้อยอยู่อะไรแบบ นี้เนาะแล้วก็อีกเล่มนึงเนี่ยเจ้าของ แผนที่นะคะอันนี้เนี่ยจะเป็นจะเป็นมุมมอง ของนักมนุษยวิทยาที่สังเกต คนขับวินมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพมหานคร แล้วก็สะท้อนสะท้อนเอ่อวิธีคิดหรือสะท้อน พฤติกรรมทางสังคมของวินมอเตอร์ไซค์โดยที่ ฉากหลังเนี่ยจะเป็นเอ่อเป็นเหตุการณ์ของ พ่อแม่พี่น้องเสื้อแดงนะคะ 2 เล่มเนี้ย ถูกเขียนโดยนักมนุษยวิทยา ซึ่งหลังๆมาเนี่ยตัวพี่เนาะชอบชอบหนังสือ ที่ถูกเขียนโดยนักมนุษยวิทยาเพราะว่าความ ที่เป็นนักมนุษยวิทยาคือเขาจะสังเกต มนุษย์ละเอียดมากแต่ ไม่รู้ว่าเป็นข้อห้ามหรือว่ามันเป็นเอ่อ มันเป็นกฎเหล็กของของการเป็นนักมนุษย์ หรือเปล่านะก็คือเขาจะไม่เข้าไปเปลี่ยน แปลงพฤติกรรมถูกมั้ยสังเกตเฉยๆแล้วก็ เรียนรู้แล้วก็เอามาถ่ายทอดแล้วก็แล้วก็ ปล่อยไว้แบบนั้นน่ะนะคะแต่พี่คิดว่าการ เป็นนักการเมืองหรือว่าการทำงานการเมือง เนี่ยขานึงเราเหมือนนักมนุษยวิทยานะคือ เราต้องไปเจอผู้คนเราต้องไปทำความเข้าใจ วิธีคิดเราต้องไปกินข้าวกับเขาอยู่กับเขา เข้าไปในวัฒนธรรมของเขาเพื่อที่จะเพื่อ ที่จะได้รับความไว้วางใจใช่มั้คะขอสไลด์ ถัดไปนะคะสำหรับพี่นะนักการเมืองคือนัก มนุษยวิทยาที่ทำเรียกว่าอะไรอ่ะที่จะมา สร้างการเปลี่ยนแปลง คือนักมนุษย์จริงๆเนี่ยก็คือสังเกตแล้วก็ อาจจะบอกเล่าเรื่องราวแล้วก็เอ่อทำให้ สังคมเนี่ยได้ทำความเข้าใจว่าอ่าทำไม สังคมแอฟริกาถึงเป็นแบบนั้นทำไมในบางที่ ของแอฟริกาเนี่ยถึงมองว่าคนเผือกเรียกว่า เป็นเหมือนเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะต้อง ฆ่าแกงแล้วก็เอาส่วนบางส่วนเนี่ยนะคะมา เป็นเครื่องรางของขังหรือว่าทำไมในบาง สังคมเนี่ยยังเหยียดเพศอยู่หรือว่าในบาง สังคมเนี่ยทำไมคือถึงให้มีภรรยาได้หลายคน อะไรแบบเนี้ยคือนักมนุษยนักมนุษย์ก็คือจะ เรียนรู้ใช่มั้ยแล้วก็อ่าทำความเข้าใจ แล้วก็อาจจะถ่ายทอดให้สังคมได้รู้เรื่อง ราวที่มันคล้ายๆกันแต่ว่าไม่ไปเปลี่ยน แปลงแต่สำหรับนักการเมืองอ่ะคือเราทำ สิ่งเดียวกันเลยคือสังเกตพฤติกรรมมนุษย์แต่ เราสังเกตและเราอยากเข้าไปเปลี่ยนแปลงมัน ยกตัวอย่างเช่นการเลือกตั้งครั้งนี้เนาะ เอางี้ตัดสิ่งที่พวกเรารู้อยู่แล้วว่ามัน เกิดขึ้นออกไปก่อนคือเรื่องการทุจริต คอร์รัปชั่นหรือเรื่องการโกงการเลือกตั้ง อ่ะแน่นอนว่าไม่ปฏิเสธว่ามีแต่ เราก็ต้องยอมรับแหละว่าสุดท้ายแล้วผล คะแนนมันออกมาเป็นแบบนี้เนาะแล้วมันก็ เริ่มมีแนวคิดที่ว่าแบ่งแยกอ่ะคนเมืองกับ คนชนบทมันเริ่มมีคนตั้งข้อสังเกตหรือว่า มันเริ่มมีคนที่จะเริ่มแบ่งเขาแบ่งเราว่า เฮ้ยคนเมืองเนี่ยเลือกได้ฉลาดกว่าคนชนบท แล้วก็เริ่มดูถูกคนที่อยู่ในพื้นที่ห่าง ไกลอยู่ในพื้นที่ที่มันอาจจะไม่ได้เอ่อ เอาพูดง่ายๆว่ามันอยู่ในระบบอุปถัมภ์ อ่ะการศึกษาเข้าไม่ถึงทรัพยากเข้าไม่ถึงไม่ มีขนส่งมวลชนสาธารณะแล้วก็ยังถูกแปะป้าย อีกถามว่าวิธี เรียกว่าเรามาทำความเข้าใจกันเนาะว่าสุด ท้ายแล้วเนี่ยคนชนบทเลือกไม่ดีหรือว่าเขา ฉลาดน้อยกว่าคนกรุงแบบที่บางคนเนี่ยคิด จริงหรือสำหรับพี่นะอันเนี้ไม่จริงนะคะ พี่อยากจะบอกอย่างงี้สิ่งที่พี่ได้จากการ สังเกตหรือว่าได้จากการตกผลึกจากการทำงาน การเมืองนะคนที่อยู่ในชนบทคนที่อยู่ใน ระบบอุปถัมภ์คนที่มีฐานะยากจนหรือว่า ใคร ก็ตามแต่ที่คุณกำลังเลเบลเค้าอ่ะเค้ามี เศรษศาสตร์มีวิธีการตัดสินใจในแบบของเค้า เว้ยพี่ยกตัวอย่างนะอันเนี้ยเจอมากับตัว เพราะว่าเป็นคนที่เกิดในครอบครัวที่มี ฐานะยากจนถ้าคุณไปดูสถิตินะยิ่งครอบครัว ที่มีเอางี้เอาคนปกติก่อนเราได้รับการ ศึกษาเรารู้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดีเรารู้ว่า เราต้องอยู่ในระบบการศึกษาให้นานที่สุด ให้สูงที่สุดเพื่อที่จะยกระดับมีเรียกว่า อะไรมีใบประกาศสนียบัตรเพื่อไปยกระดับ สถานะทางสังคมของตัวเองถูกมั้ยแต่ อันเนี้ยอันเนี้ยคือนอมปกติที่เราคิดว่า โอเคทุกคนควรจะเข้าสู่ระบบการศึกษาถูก มั้ยแต่ จากการสังเกตจากการที่อยู่ในสังคมแบบ นั้นมานะยิ่งคุณมีฐานะยากจนมากเท่าไหร่ยิ่ง คุณตกอยู่ในภายใต้ได้ความเหลื่อมล้ำมาก เท่าไหร่ยิ่งมีโอกาสที่คุณจะเอาลูกเอา หลานคุณออกจากระบบการศึกษาเร็วมากเท่า นั้นซึ่งมันขัดกับสิ่งที่มันควรจะเป็นถูก ป่ะถ้าคุณยิ่งยากจนพวกคุณจะคิดว่าไง คุณก็ต้องยิ่งทำยังไงก็ได้ให้ลูกหลานคุณ เนี่ยอยู่ในในระบบการศึกษาถูกป่ะแต่ เศษศาสตร์ของคนที่เค้า รายได้วันละ 300- 500 อ่ะเศษศาสตร์ของ คนที่เค้าอยู่ในชนบทแล้วบางทีคือมันไม่มี งานด้วยซ้ำอ่ะเศษศาสตร์ของเขาค้าคือเอา ลูกหลานออกจากระบบการศึกษาให้เร็วที่สุด เพื่อมาเป็นแรงงานเพื่อที่จะมาทำงานได้ วันละ 300 500 หรือได้วันละเท่าไหร่ไม่ รู้แต่ถ้าอยู่ในโรงเรียนเนี่ยต้องจ่าย ต้องจ่ายแน่ๆต้องจ่ายทุกวันต้องจ่ายค่า เทอมแล้วก็ต้องจ่ายค่าบำรุงการศึกษาทุกปี แต่ถ้าเอาเด็กๆออกจากระบบการศึกษาเนี่ย ได้เงินเลยทันทีดังนั้นเนี่ยมันคือเนี่ย วิธีการตัดสินใจของเค้าึกออกมั้ยคะซึ่ง หลายๆคนจะบอกมอ่ะว่านี่เป็นการตัดสินใจ แบบที่คิดผิดหรือเป็นวิธีการคิดที่ไม่ถูก ต้องคุณอาจจะไม่ชอบวิธีการตัดสินใจแบบนี้ นะแต่คุณต้องเข้าไปอยู่ในรองเท้าของเค้า อ่ะเข้าไปอยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกับเค้า อ่ะที่การศึกษามันก็ไม่ได้ฟรีไงแล้วการ ศึกษามันก็ไม่ได้เข้าถึงง่ายขนาดนั้นไง เออดังนั้นน่ะเนี่ยมันคือมันคือมันคือพี่ เลยพอที่จะเข้าใจว่าทำไมคนที่อยู่ในชนบท หรือคนที่อยู่ในระบบอุปถัมภ์อ่ะเค้าถึง เลือกในแบบที่เขาเลือกอยู่ทุกวันนี้เพราะ ว่าเวลาที่คุณอยู่ในอยู่ในชนบทหรือว่า อยู่ต่างจังหวัดจริงๆไม่ค่อยใช้คำไม่ชอบ ไม่ชอบคำว่าต่างจังหวัดนะแต่ว่าพูดแล้ว มันจะเข้าใจ ทำไมคุณถึงต้องเลือกถูกมั้เลือกนักการ เมืองที่ให้เรียกว่าอะไรอ่ะให้คุณแบบ เฉพาะมางานศพงานบวชงานแต่งเพราะว่านี่คือ เศษศาสตร์ของเค้านะนโยบายที่คนอื่นมาขาย อ่ะกูไม่รู้ว่ากูจะได้วันไหนอาจจะอีก 1 ปีอาจจะ 3 ปีอาจจะ 4 ปีแถมไม่รู้ว่า ยังจะเกิดขึ้นจริงหรือเปล่านึกออกป่ะ สิ่ง ที่คุณมาขายฝันน่ะแต่สิ่งที่เขาจับต้อง ได้ตรงหน้าเลยคือ สีน้ำเงินมางานศพใส่ซอง 1,000 สีแดง ฝากลูกแล้วเข้าโรงเรียนได้เลยทันที สีเขียว ไปหาก็ได้ตังค์กลับมาเนาะติดมาแบบ 500,000 นึงอันนี้มันคือสิ่งเฉพาะหน้าที่เค้าเค้า ได้อ่ะนึกออกมยแล้วคุณกำลังจะบอกว่าเฮ้ย อย่าไปมองสิ่งที่มันแบบว่าอยู่ในเฉพาะ หน้าสิคุณมองระยะยาวอีก 4 ปีมองเบี้ยผู้ สูงอายุ 600 ถ้าสมมุติว่าพรรคนี้มาได้ เป็นมันอาจจะได้เพิ่มเป็น 1,000 หรือ 1,500 คุณมองสิคือคุณนึกออกมั้ว่าหลายๆ คนน่ะเค้าจินตนาการไม่ออกจริงๆว่าเค้าจะ รอโดยที่แบบรอแบบลมๆแล้งๆได้ยังไงแต่ ถ้าสมมุติว่าเลือกไอ้ของที่เขาเคยจับต้อง ได้อ่ะ 500 1000 นึงถึงแม้ว่ามันจะน้อยอ่ะ แต่มันได้เลยทันทีแล้วคุณต้องเข้าใจนะว่า บางคนน่ะคือคุณเคยมีช่วงเวลาที่ช็อตป่ะใน บัญชีเหลือแบบ 300 แล้วแบบว่าครอบครัว กำลังมีปัญหาพอดีแล้วแล้ว มันเป็นช่วงเวลาแบบที่คุณจะต้องจ่ายค่า เทอมสิ้นเดือนมันทุกอย่างมันประดังประ เข้ามาแล้วมีคนหยิบมาให้คุณ 3,000 น่ะ ถ้าคุณถ้าคุณเคยอยู่ในช่วงเวลานั้นน่ะคุณ จะเก็ตเว้ยว่าทำไมอ่ะคนที่เขา้าตกอยู่ใน ระบบอุปถัมภ์หรืออยู่พื้นที่ยิ่งห่างไกล หรือยิ่งได้รับการศึกษาที่มันที่มัน เหลื่อมล้ำมากเท่าไหร่อ่ะคุณจะเริ่มเข้า ใจว่าทำไมเขาถึงตัดสินใจแบบนั้นดังนั้น น่ะนี่คือโจทย์ไงโจทย์ของนักการเมือง โจทย์ของคนที่อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลง ว่าอ่ะในเมื่อคุณเข้าใจพฤติกรรมแล้วว่า ทำไมเขาถึงตัดสินใจเลือกแบบนี้ในเมื่อคุณ เข้าใจแล้วว่าวิธีการวิธีการเลือกของ เขาค้ามันเป็นแบบไหนและคุณกำลังจะนำเสนอ สิ่งที่มันดีกว่าจริงๆอ่ะแต่ทำยังไงให้ เขาซื้อนั่นแหละคือ งานของคุณงานของพวกเราว่าเราจะทำยังไงที่ ที่เราเราจะทำสิ่งที่เราฝันน่ะให้ทุกคน น่ะมาเห็นด้วยกันกับเราแล้วก็ลงคะแนนให้ เราเนี่ยสำหรับพี่คือนักการเมืองมันคือ นักมนุษยวิทยาที่คุณต้องสังเกตพฤติกรรม แล้วก็ทำความเข้าใจแต่ว่าไม่ใช่แค่เข้าใจ แล้วก็อยู่เฉยๆคือคุณต้องคุณต้องหาวิธีใน การที่จะในการที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง เนาะซึ่งพี่อยากจะบอกว่า ภารกิจนี้อ่ะมันไม่ใช่ของของคนแค่องคพายพ สีส้มมันไม่ใช่ของเอาง่ายๆมันไม่ใช่ของ ส.ส. 120 คนที่ได้เป็นส.ส.รอบนี้อ่ะมัน ไม่ใช่แค่ภารกิจของพี่อ๋องที่เป็นผู้ช่วย หาเสียงมันไม่ใช่แค่ภารกิจของคนที่ได้รับ ตำแหน่งทางการเมืองเว้ยเวลาที่เราบอกว่า เราจะเปลี่ยนแปลงสังคมนี้อ่ะคน 120 คนอาจ จะเป็นหัวหอกแต่ถ้าเราอยากจะเปลี่ยนแปลง สังคมนี้ได้จริงๆให้ทุกคนมาสมาทานใน สิ่ง ที่เราอยากเห็นว่ามันเป็นอนาคตของเราอ่ะ คนทั้งสังคมต้องช่วยกันและนั่นคืองานการ เมืองในแบบที่พรรคประชาชนเราทำคือเรา เรียกร้องจากประชาชนมากมายเหลือเกินเรา เรียกร้องว่าอยากให้ท่านไปเฝ้าครูหาเลือก ตั้งอยากให้ท่านมาร่วมกิจกรรมสมาชิก สัมพันธ์อยากให้ท่านบริจาคอยากให้ท่านทำ นู่นทำนี่ทำนั่นคือมันไม่ใช่เพราะว่ามัน ไม่ใช่เพราะว่าเราเรียกร้องจากประชาชนนะ แต่นี่มันคือการสร้างวิธีคิดใหม่ให้กับ สังคมคือคุณจะรู้สึกว่าคุณเป็นเจ้าของ พรรคการเมืองจริงๆได้ยังไงอ่ะถ้าส.ส.สก็ คือถึงวันก็คือเอาตังค์มาให้คุณใช่มยฝาก คุณฝากลูกหลานคุณเข้าโรงเรียนนู่นนี่นั่น คือถ้าเขาใช้วิธีแบบเนี้ยแบบเดิมๆอ่ะซึ่ง เราไม่เห็นด้วยไงเค้าก็จะเป็นเจ้าของคุณ ถูกป่ะแต่เราอ่ะอยากทำให้ทุกๆคนน่ะรู้สึก ว่าเป็นเจ้าของพรรคนี้จริงๆและไม่ใช่แค่ เป็นเจ้าของแล้วก็มามีกิจกรรมร่วมกันนะ วันนึงอ่ะวันนึงในอนาคตในอีก 5 ปี 10 ปี ข้างหน้ามันอาจจะเป็นพวกพวกคุณก็ได้ที่ เข้าไปยืนอยู่ในสภาอภิปรายในแบบที่วิโรธ เคยอภิปรายหรืออภิปรายในแบบที่รักชนกเคย อภิปรายหรือไม่ต้องเป็นใครเลยเว้ยคุณไม่ ต้องเป็นรักชนก 2 วิโรธ 3 โลมที่ 4 ไม่ ต้องเป็นคุณเป็นตัวของคุณเองแต่คุณเป็น นักการเมืองในแบบที่ในแบบใหม่อ่ะแบบใหม่ ล่าสุดของฉันน่ะก็คือฉันอยากเข้ามาทำงาน การเปลืองเปลี่ยนแปลงสังคมแล้วฉันก็นำ เสนอรูปแบบนี้วันนึงในอนาคตอ่ะหัวหอกบอก 100 กว่าคนที่ที่ชนะการเลือกตั้งอ่ะมัน อาจจะเป็นคุณก็ได้คุณอย่าลืมคิดสิ่งนี้ เว้ยเนาะเพราะว่าตอนเนี้ย สังคมการเมืองมันเปลี่ยนไปแล้วเมื่อก่อน ถ้าคุณอยากจะเป็นนักการเมืองคุณอาจจะต้อง มีเงินถุงเงินถังมีเรียกว่าเอ่อเสีย กระเป๋าเจมบอมาซัพพอร์ตคุณหรือคุณอาจจะ ต้องมีนามสกุลมีเครือข่ายในพื้นที่หรือมี อะไรก็แล้วแต่ในแบบที่นักการเมืองแบบรุ่น เก่าที่เขาทำแต่ตอนเนี้ยองคพยพสีส้มเปิด รับเว้ยคือถ้าคุณเป็นเด็กจบใหม่หรือว่า คุณทำงานมาแล้ว 2-3 จ๊อบแล้วคุณอยากจะ เข้ามาจอยองคพยพทางการเมืองคุณอยากจะเข้า มาเป็นผู้ช่วยสส.คุณอยากจะเข้ามาสร้างการ เปลี่ยนแปลงด้วยตัวคุณเองจริงๆแล้วเป็น active citizen ก็ได้แชร์โพสต์ปัญหาของ ประเทศนี้แล้วช่วยกันอธิบายแต่ถ้าอยากจะ ทำมากกว่านั้นน่ะคุณเข้ามาจอยองคพยพนี้ ได้แล้วเรายินดีที่จะเปิดรับเรายินดีที่ จะมีผู้ช่วยส.ส.เป็นเด็กจบใหม่เป็นคนที่ อาจจะทำจ๊อบแบบไม่ได้เรียนจบรัฐศาสตร์ไม่ ได้เรียนจบมนุษย์ไม่ได้เรียนจบสังคมคุณจะ จบอะไรคุณก็สามารถที่จะมาเริ่มทำเป็นผู้ ช่วยส.ส.ได้หรือถ้าวันนึงคุณมีไฟมี แพชชั่นอยากจะเป็นผู้แทนราษฎรก็ยินดีที่ นี่ยินดีต้อนรับนะคะแล้วเราแล้วเราแล้ว เราคิดว่านี่แหละคือสังคมในแบบที่เราอยาก สร้างคือใครที่มีแพชชั่นกับเรื่องไหนคุณ เข้ามานั่งอยู่ในที่ 500 เรียกว่าห้องสุริยันตเนาะสังคม 500 อ่ะ เออคือคุณเข้ามานั่งอยู่ในศูนย์กลางอำนาจ ด้วยตัวเองเลยเพราะพูดจริงๆว่าใครจะพูด เรื่องความเจ็บปวดของคนพิการที่ต้องใช้ ชีวิตอยู่ในสังคมนี้ที่รูปแบบดีไซน์มัน ยังไม่เป็นแบบ universal design ที่ได้ รับค่าครองชีพเท่านั้นใครจะมันจะรู้สึก เจ็บปวดได้เท่ากับคนที่พิการเองเข้ามาพูด เรื่องของตัวเองหรือว่าเข้ามาพูดในสิ่ง ที่ตัวเองต้องเจอใครจะเข้ามาพูดแทน SE ที่เจ็บปวดกับทุนเทาทุนใหญ่ได้ดีกว่าคน ที่เจอสิ่งสถานการณ์นั้นด้วยตัวเองใครที่ จะมาทำเรื่องการศึกษาได้ดีกว่าคนที่มี แพชชั่นเรื่องการศึกษาดังนั้นน่ะ ไอ้ห้องสุริยันต 500 คนน่ะมันคือห้องที่ กำหนดความเป็นไปของประเทศนี้กำหนดทิศทาง ว่าคน 60 ล้านคนใครจะได้ทรัพยากรตรงไหน เท่าไหร่กำหนดว่าเงินมันจะไปลงในการศึกษา เท่าไหร่ลงในโครงสร้างพื้นฐานเท่าไหร่ หรือจะถูกทุจริตคอรัป ไปด้วยวิธีอย่างไรมันถูกกำหนดด้วยคน 500 คนเว้ยดังนั้นน่ะ อยากให้พวกคุณลองฝันว่าในอนาคตมันอาจ จะ มันอาจจะเป็นคุณก็ได้ที่เข้าไปมีอำนาจ แล้วก็เข้าไปยกมือโหวตผ่านร่างกฎหมายใน แบบที่ในแบบที่คุณอินหรือว่าเข้าไปทำ เรื่องผลักดันในเรื่องที่คุณอยากให้มัน เกิดขึ้นเองในห้องนั้นก็ประมาณนี้ค่ะ
โอเคก็ขอบคุณมาก อ ฮัลโหลเอารับนักศึกษาฝึกงานเลยดีกว่าอ่า นะครับเดี๋ยวใครอยากฝึกงานกับคุณไอซ์อ่า นะครับหรือว่ากับพรรคประชาชนพิษณุโลกนะ ครับก็ติดต่อได้เลยนะครับหาคนทำงาน
อ่าrecูตกันตรงนี้เลย
ปิดโปรเจคได้ ช่วงคำถามนะคะเราบอกแล้วเนาะว่าเราอยาก ฟังเสียงทุกๆคนนะคะแล้วก็เปิดโอกาสให้มี การถามคำถามหรือแสดงทัศนะกับวิทยากรทั้ง 3 ท่านแล้วมีมาเยอะพอสมควรเดี๋ยังไงเราจะ อ่านทุกคำถามนะคะเราให้เกียรติทุกคนอยู่ แล้วเนาะต้องอ่านทุกคำถามแต่ว่าทั้ง 3 ท่านเนี่ยอาจจะต้องแบ่งปันกันถ้าทุกคนถาม ถามมาแล้วทั้ง 3 ท่านตอบแล้วว่า 19:00 น. ก็คงไม่จบนะคะไม่ได้นะคะทุกท่านมีภารกิจ ต่อเนาะทีนี้วันเนี้ยเรามีไลฟ์ผ่าน Facebook ของทางคณะสังคมศาสตร์ด้วยแล้ว เราก็มีคำถามขอให้เริ่มต้นที่คำถามจาก ไลฟ์ก่อนแล้วกันนะเพราะถ้าเอ่อคนที่ถามมา ไม่ได้อยู่ที่นี่นะคะเอ่อเดี๋ยวลองดูนะคะ ว่าใครจะเป็นคนตอบนะคะตอนนี้ได้เห็นขีด จำกัดต่างๆในการทำงานการเมืองแล้วในภาพ รวมสุดท้ายในสถาในสภาวะที่ประเทศไทยเป็น อยู่ตอนนี้การที่เชื่อว่าประเทศสามารถ เปลี่ยนได้จริงๆถ้าชนะเลือกตั้งเข้าไปได้ ด้วยเสียงจำนวนประชาชนจำนวนมากตกลงแล้ว เนี่ยจะสามารถเปลี่ยนได้จริงใช่ไหมครับ อ่าสร้างความหวังกันต่อค่ะมาใครจะตอบคะ คือสำหรับพี่นะเอาจริงๆกูจะรู้มั้ย คือแต่ประเด็นก็คืออันเนี้คือสิ่งที่พี่ ที่อ่ะสงสัยกับตัวเองเหมือนกันตลอด 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาว่าสรุปแล้วการเปลี่ยน แปลงเนี่ยมันจะเกิดขึ้นได้จริงมยเราจะ เราจะสามารถทำมันได้มั้นี่คือสิ่งที่เรา สงสัยมาตลอดเหมือนกันแล้วจะบอกให้น้อง รู้เลยว่าถึงแม้ว่าจะเป็นนักการเมืองเราก็ สงสัยในตัวเองบางวันได้เหมือนกันแต่สิ่ง ที่พี่ไม่เคยสงสัยในตัวเองหรือไม่เคย สงสัยในเพื่อนร่วมองคพายพเลยคือพวกเราจะ ไม่หยุดทำงานเราจะไม่หยุดทำงานเราจะไม่ หยุดเปลี่ยนแปลงจิตใจของคนเปลี่ยนแปลง ความคิดของผู้คนในสังคมนี้การเปลี่ยนแปลง จะเกิดขึ้นหรือเปล่าเราไม่รู้แต่สิ่งที่ เราควบคุมได้แน่ๆคือเราจะไม่หยุดทำงาน แล้วเราจะทำให้มันเข้มข้นมากขึ้นรอบที่ 2 รอบที่ผ่านมาเราชนะเลือกตั้งเนาะเรียกว่า รอบแรกก็เกินความคาดหมายของนักวิชาการของ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเมืองของใครหลายๆ คนรอบ 2 ก็ยิ่งมาแบบถล่มทลายเข้าไปอีกนะ คะแต่ว่ารอบที่ 3 เนี่ยแน่นอนว่าเราไม่สามารถ ไปคว้าชัยชนะมาเป็นพรรคอันดับ 1 ได้แต่ ข้อดีของมันคือทำให้เราได้กลับมา ถอดบทเรียนแบบจริงๆจังๆในแบบที่เราจะเอา ไปใช้จริงๆถามว่า เรื่องการทุจริตในการเลือกตั้งอ่ะ เราประเมินมั้ยก่อนการเลือกตั้งอ่ะเรา ประเมินนะแต่พูดตรงๆไม่คิดว่ามันจะหนัก ขนาดนี้ไม่คิดว่ามันจะหนักขนาดนี้ไม่คิด ว่ามันจะอ่ะพูดง่ายๆคือไม่คิดว่ามันจะเอา กันหน้าด้านแบบนี้นะแต่ว่าสุดท้ายมัน เกิดขึ้นแล้วบทเรียนที่เราถอดก็คือสุด ท้ายนะหน่วยเลือกตั้งมีทั้งหมด 100,000 หน่วยทั่วประเทศ รอบเนี้ยเราหาคนไปเฝ้าหน่วยได้ไม่ถึง 1 ใน 5 แปลว่าจำนวนหน่วยเลือกตั้งที่เหลือ อ่ะคือพอมันไม่มีคนเฝ้าคุณก็คงจะนึก จินตนาการออกเนาะว่าคะแนนเลือกตั้งเนี่ย มันไม่ได้มาจากการที่คุณไปกาลงบนบัตรสี ชมพูหรือบัตรสีเขียวนะคะมันมาจากไหน มันมาจากคนขานค่ะ คนขานคะแนนว่าคะแนนเป็นของใครก็คือคน นั้น นั่นแหละที่ได้คะแนนดังนั้นหน่วย เลือกตั้งมากกว่ามากกว่า 80,000 หน่วยที่เราไม่มีคนเฝ้าคุณคิดว่าจะเกิด อะไรขึ้นอ่ะคุณจินตนาการง่ายๆนะหน่วยละ 10 คะแนน จบ หน่วยละ 10 คะแนนหน่วยละ 20 คะแนนเนี่ย ถ้านับเป็นปารตี้ลิก็คือปารตี้ลิ 3 คนแต่ ถ้านับเป็นสส.เขตเนี่ย 20-30 เขตนะบางเขต มันชนะกัน 500 อ่ะบางเขตมันชนะกัน 3,000 น่ะดังนั้นน่ะถามว่าแน่นอนว่าคุณเห็นว่า สิ่งนี้มันเกิดขึ้นคุณจะคุณจะโอเคไป ดำเนินการทางกฎหมายนู่นนี่นั่นอะไรคือเรา ก็ทำนะในขานึงแต่อีกขานึงที่เราต้องทำคือ ทำยังไงที่จะปิดช่องโหวนี้ในการเลือกตั้ง ครั้งหน้า เพราะว่าอะไรคุณบอกว่าเฮ้ยในเมื่อเห็น แล้วว่ากระบวนการเลือกตั้งมันไม่ปกสงสัย กกต.พอทำงานแบบนี้เฮ้ยเราต้องทำให้ล้ม โต๊ะเลยหรือเปล่าเราต้องทำให้มันโมฆะเลย หรือเปล่าพี่จะบอกอย่างี้ว่าบารของพรรค การเมืองอ่ะมันมีอยู่ว่าคุณจะทำอะไรก็ได้ เว้ยแต่คุณต้องทำในระบบ ไม่งั้นน่ะคุณก็ไม่ต้องมาแข่งในระบบสิคุณ ก็ไปเรียกว่าอะไรเป็นแกนนำใช่มยแล้วก็ไป เรียกร้องแล้วก็จัดการชุมนุม แต่ว่าสุดท้ายอ่ะมันจะนำไปสู่อะไร ไม่แน่ใจถูกป่ะแต่ถ้าคุณสู้ในระบบอ่ะ อย่างน้อยที่สุดนะรอบเนี้ยพี่จัดสมาชิก สัมพันธ์เอจัดเรียกว่าเป็นงานกินกาแฟกับ ประชาชนเนาะคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกหรือคน ที่ไม่ได้เป็นโวรเตอร์เราเนี่ยก็มาร่วม ได้มีคนหน้าใหม่ที่มาร่วมเนี่ยเกินครึ่ง โดยที่ทุกคนเนี่ยบอกว่ามาด้วยแพชชั่น เดียวกันก็คือรู้สึกว่าการเลือกตั้งครั้ง เนี้ยมันไม่มันไม่โปร่งใสมันไม่เที่ยงทำ แล้วอยากจะทำอะไรสักอย่างนึงแต่ว่าไม่รู้ จะทำอะไรดีก็เลยมาร่วมกิจกรรมกับพรรคของ พี่เมื่อวานเนาะซึ่งเนี่ยจะบอกว่าในวิกฤต ที่เราเห็นน่ะมันก็มีโอกาสอยู่ที่หลายๆคน เนี่ยเค้าอ่ะพูดตรงๆก็คือเขาเป็นคนที่ไม่ สนใจทางการเมืองเลยนะเออพอมันมีวิกฤต เกิดขึ้นครั้งนึงเนี่ยมันคือโอกาสในการที่ ทำ ให้ผู้คนน่ะได้เห็นว่าสังคมนี้เนี่ยมัน บิดเบี้ยวอย่างไรนะคะแต่ว่ามันก็ไม่ ควรจะเกิดขึ้นบ่อยนะคะไอ้เหตุการณ์ที่มัน แบบว่าเอ่อความบิดเบี้ยวที่มันเกิดขึ้นใน สังคมอ่ะอ่ะดังนั้นกลับไปตอบคำถามการ เปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นหรือเปล่านะคะไม่ ได้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ 120 คน นึกออกมยอย่างที่บอกเมื่อกี้มันขึ้นอยู่ กับคนทั้งสังคมด้วยขึ้นอยู่กับพวกคุณที่ นั่งอยู่ในห้องนี้ด้วยขึ้นอยู่กับคนที่ รับชมอยู่ทางบ้านด้วยว่าแล้วคุณล่ะยินดี ที่จะเป็นส่วนนึง ของการเปลี่ยนแปลงนี้มยคุณยินดีที่จะเป็น ฟันเฟืองนึงที่ยกตัวอย่างนะรอบหน้าออกไป เฝ้าครูหาเลือกตั้งสักหน่วยนึงอ่ะหรือคุณ อยากจะเข้ามาทำงานอะไรสักอย่างผลักดัน ประเด็นอะไรสักอย่างเองในศูนย์กลางอำนาจ มั้ยหรือคุณอาจจะเป็นประชาชนคนธรรมดาก็ ได้แต่คุณเห็นเฟกนิวส์ในประเทศนี้มันเยอะ เหลือเกินน่ะคุณอาจจะไม่ต้องเชียร์พรรคสี อะไรเลยก็ได้นะคุณอยากเห็นสังคมนี้เป็น ทำ คุณทำคลิปอธิบายให้ อันเริ่มจากคนในบ้านก่อนก็ได้ได้เข้าใจ ว่าความผิดปกติในสังคมเนี้ยมันเป็นยังไง เนี่ยคือการเปลี่ยนแปลงมันเริ่มง่ายมากๆ คือบางคนอาจจะคิดว่าโอโหกูต้องเป็นส.ส. ก่อนใช่มั้ยถึงจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ใช่เลยเว้ยการเปลี่ยนแปลงมันเริ่มจาก อะไรง่ายๆแบบเนี้ยอาจจะเริ่มจากการที่คุณ กลับไปคุยกับคนที่บ้านว่าแม่ป๊าการเลือก ตั้งรอบเนี้ยทุจริตจริง เออแล้วองค์กรอิสระมันควร ที่จะถูกปฏิรูปได้แล้วเดี๋หนูจะอธิบายให้ฟัง 1 2 3 4 5 การเปลี่ยนแปลงมันอาจจะเริ่มจากอะไร ง่ายๆแบบนี้ก็ได้แต่คนในครอบครัวค่ะ เปลี่ยนใจยากสุด
ค่ะก็คำถามแรกเนาะเนาะเดี๋ยวเอ่อมีใคร อยากจะถามโดยตรงมั้คะก่อนที่เราจะถาม คำถามจากกระดาษที่ส่งมาเนาะอยากมีคำถามโดย ตรงค่ะงั้น อยากรู้ว่าการทำงานเป็นนักการเมืองอ่ะค่ะ มันมีแรงกดดันหรือเอ่ออะไรที่รู้สึกว่า เราจะต้องแบบต้องสู้หรือว่าเราจะต้องเข้ม แข็งมากกว่านี้ค่ะในการรับแรงกดกดดันรอบ รอบทิศทางค่ะทั้งเรื่องเฟกนิวสหรือเรื่อง ที่มันบิดเบือนละเกินความจริงค่ะที่รู้ สึกว่าเอ่อมันมันเป็นสิ่งที่พรรคมันเผชิญ ตลอดทุกทุกเอ่อที่ผ่านมานะคะเพราะหนูก็ เห็นมาตลอดก็คืออยากรู้ว่าเอ่ออะไรที่รู้ สึกว่ามันทำให้แบบทำให้รู้สึกว่าแรงกดดัน อันเนี้ยค่ะเราจะต้องแบบเรามันเค้าเรียก ไงนะปรับตัวหรืออะไรยังไงอ่ะคะกับเรื่อง พวกนี้อ่ะค่ะ ขอคำถามทีเดียวสัก 2-3 คำถามเลยดีกว่าจะ ได้ไม่เสียเวลานะคะจะได้ให้ทางวิทยากร คิด ว่าใครจะตอบนิสิตอยากให้ใครตอบเมื่อกี้คำ ถามใคร ได้หมดอ่าได้หมดอ่าค่ะ ฮัลโหลเส
อ
ครับก็อยากจะถามว่าอ่าคือพี่ๆได้ลงพื้น ที่กันใช่มั้ยครับอยากรู้ว่าคือปัญหาหา หลักในการลงพื้นที่อ่ะคืออะไรแล้วก็อีก หนึ่งคำถามที่อยากถามเลยคืออยากถามพี่ๆ เกี่ยวกับมุมมองในระบบของการศึกษาเพราะ ว่าคือหนูอ่ะเคยเคยทำแบบสำรวจเกี่ยวกับ การศึกษามาแล้วคือผลที่ได้รับคือว่าอ่า เสียงส่วนใหญ่จะพูดว่าการศึกษามันมีความ เหลื่อมล้ำแต่ว่าเอ่อหนูได้ไปสอบถามข้อ มูลกับทางเอ่อเรียกว่าเป็นทางอาจารย์หรือ ว่าแบบในมุมผู้สอนอะไรเงี้ยเค้าก็บอกว่า การศึกษาไทยของเราอ่ะมันดีนะแต่ว่าอาจ จะมีกระบวนการบางอย่างหรือเปล่าที่ทำให้ ผู้ คนเนี่ยคิดว่ามันยังเหลื่อมล้ำอยู่เลย อยากถามพี่ๆว่าพี่ๆมีมุมมองอย่างไรเกี่ยว กับการศึกษาไทยครับ
อ่าขอ 2 พี่ก่อนมเห็นประการแล้วค่ะ
งั้นเดี๋ขอ 3 คำถามนี้ก่อนเนาะไม่งั้น เดี๋ยวผู้ดำเนินเอ้ยผู้วิทยากรจะลืมคำถาม นะ แล้วมี 2 คำถามตรงนี้เราจำได้เราจำได้ไม่ ต้องห่วงเดี๋ยวเราเรียกให้ถาม
ก็คือหนูอ่ะหนูเป็นเด็กที่ไม่ได้อยู่คณะ สังคมนะคะก็หนูก็อยากจะคำถามเรื่องที่หนู เจอมาเนาะก็คือเรื่องเฟกนิวสนะคะ
คือพี่ไอซ์สส.อ๋องสวัสดีค่ะแต่คือว่าหนู อยากรู้ว่าพี่ไอซ์กับสส.ออกจากไกลยังไง เมื่อแบบปัจจุบันเค้าจะแบบคนที่แบบผู้สูง อายุใช่มั้ยคะเาค้าจะแบบเค้าจะส่งข่าว เฟกนิวสเรื่องพรรคประชาชนว่าแบบไม่ให้ เงินบำนาญน่ะพี่ไอซ์กับสส.อนจะจะจัดการ ยังไงหรอคะพอดีว่าเฟakeสตอนเมันแบบเกื่อน มากเลยอ่ะค่ะหนูอยากรู้การจัดการเรื่อง แบบเฟกนิวส ค่ะงั้นเดี๋เดี๋ขอล็อตนี้ก่อนนะคะ 3 คำ ถามนะคะแต่ละท่านอ่าสประมาณ 3 ไม่ๆเดี๋ยว รออีกล็อตนึงไงไม่งั้นมันจะเยอะเกิน วิทยากรตอบแล้วก็จำไม่ได้นะจำคำถามไม่ได้ ไม่มีอีก 2 คำถาม เดี๋ยวพี่ขอโทษด้วยอีกล็อตนึงแน่นอนพี่คน แรกค่ะ
อ่ะผมตอบก่อนเรื่องความกดดันเนาะก็จริงๆ มันต้องรู้อ่ะว่ามันเข้ามาในสนามแข่งอ่ะ ครับยังไงก็ต้องมีความกดดันเนาะเหมือนเรา เตะบอลกับเพื่อนน่ะแต่พอเราไปเตะบอลแบบ สนามใหญ่ขึ้นใช่มั้ยครับมันก็ต้องมีความ กดดันมีแรงเชียร์มีความคาดหวังใช่มยแล้ว ถ้าเตะบอลโชว์หญิงหรือกินตังค์น่ะก็ยิ่ง แบบกดดันใช่ป่ะก็เสียบกันขาหักแข้งหักใช่ มั้ครับผมว่าการเมืองก็ประมาณเดียวกันก็ คือว่าเราก็ต้องไม่อิน Inocense เกินนะ ครับถ้ากลัวลำบากก็ไม่ต้องลงนะถ้ากลัวโดน คนด่าก็ไม่ต้องลงถ้ากลัวโดนความขัดแย้งก็ ไม่ต้องลงเพราะว่าการเมืองมันเป็นพื้นที่ ของการปะทะสังสรรค์อยู่แล้วนะครับแค่มัน จะปะทะที่ไหนมันจะปะทะที่ตลาด นะไปตลาดแล้วโดนด่าหรือมันจะปะทะในสภาที่ ต้องเถียงกันแล้วก็โหวตกันแต่ยังไงการ เมืองก็ต้องปะทะ เนาะแล้วเผอิญไอ้พวก 3 ตัวเมันชอบพวกปะทะ นะครับมันเอ่อมันสู้มือนะครับแต่เราต้อง รู้ว่าการปะทะในทางการเมืองเนี่ยเรามี เส้นเนาะเรามีเส้นก็คือจะต้องไม่ใส่ร้าย ป้ายสีเฟกakenewวสใช่มยจะต้องไม่เอ่อเอา ถึงชีวิตเอาถึงร่างกายกันเอาถึงอะไรกัน แล้วก็ยิ่งประชาชนน่ะมีตัวแทนในการสู้อัน นี้ก็ไม่รู้มันดีมีดีมีเสียนะคือบางทีพอ เปิดทีวีดูใช่มั้ยโอนี่ท่าเก่ามากเลยนะ เปิดทีวีนะเออเปิดทีวีดูอ่ะเราเห็นไอซ์ มันสู้อยู่อ่ะพวกเราก็ได้ผ่อนคลายใช่มั้ย แต่ถ้าเปิดทีวีมาแล้วไม่มีอะไรเลยอ่ะเรา อยากลงถนนเว้ยเราอยากลงไปสู้เองแล้ว หลายทีอ่ะเวลาลงถนนน่ะเราเจ็บตัวเราโดน คดีใช่หรอครับเพราะฉะนั้นการต่อสู้ที่สงบ สันติที่สุดเนี่ยมันอยู่ในสภาเนาะอัดกัน ให้หนักเลยนะที่เราเห็นเนี่ยพูดไปเลยแต่ มีใครเจ็บตัวมั้ยไม่มีอาจจะมีฟ้องร้อง เนาะก็นั้นก็ไปสู้กันเองเนาะแต่ว่าประชา ชนน่ะมีตัวแทนในการสู้ไปแล้วเพราะฉะนั้น ก็เอ่ออันนี้ที่ 1 เนาะก็คือคาดหวังให้ ถูกไม่ต้องกังวลว่าจะไม่กดดันนะครับอัน ที่ 2 ก็คือพวกเราก็เป็นคนฮะก็คือสุดท้าย เราก็handิลไม่ค่อยอยู่หรอกนะไอ้ที่แมน บอกว่าผมต้องไปเสิร์ฟเหล้ามันเอ่อน่ะก็ คือก็เครียดอ่ะเครียดก็ไปกินเหล้ากินลาบ กันเนาะแล้วก็ พลาดก็มีเช่นเมาพอเมาก็ไปพูดจาไม่ดี อันเนี้ยมันก็เลยกลายมาเป็นเ้าเรียกว่า code of conduct อ่ะก็คือการครองตนของ นักการเมืองซึ่งอาจจะต้องเป็นศีลธรรมหรือ จริยธรรมเช่นศาลเนาะอ่ะคุณเคยเห็นศาลแบบ ผู้พิพากษาภาษาเมาแอ๋ควงหญิงมั้ล่ะเคย มั้ยเค้าอาจจะสันดานอย่างงั้นก็ได้นะแต่ เขาทำไม่ได้เพราะอะไรครับเพราะเมีตำแหน่ง ที่จะให้คุณให้โทษแล้วก็พิพากษาได้นั้นก็ เรียกว่าจริยธรรมของผู้พิพากษาของนักการ เมืองก็มีจริยธรรมของนักการเมืองเพราะ ฉะนั้นพวกเราก็เลยมีความกดดันที่ต้องอยู่ ในร่องในรอยมากนะครับซึ่งเนี่ยก็เอ่อผม ว่าถ้าวิธีผ่อนคลายเนาะหรือวิธีจะทำให้ เราอยู่กับการต่อสู้ได้เนี่ยก็ต้องมีมวล ชนต้องมีที่พูดคุยกันเพราะฉะนั้นเค้าได้ บอกว่าการปฏิวัติหรือการต่อสู้ส่วนใหญ่ เนี่ยก็เกิดรอบกองไฟหรือว่าเกิดในวงเหล้า ซะเยอะนะเพราะว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ ไม่ใช่พระอิฐพระปูนเนาะโอ้โหสู้ตลอดเลยนะ ธนาธรนี่สุดยอดเลยพิธานี่แข็งแกร่งนะ คนธรรมดาครับผมตกเย็นเนี่ยก็นั่งจิบกัน เนาะระบายกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำไมเรา ยังแพ้อยู่ทำไมเราถึงสู้สู้ไม่ได้พอผมว่า เราก็มองกันเป็นขบวนการอย่างเงี้แหละครับ แล้วก็เอ่อใครผิดใครเหนื่อยก็ถอยกลับไป ข้างหลังหน่อยเดี๋ยวเอาคนใหม่มาสู้พอเรา พักผ่อนพอแล้วเราก็กลับมาสู้บ้างคุณไอซ์ นี่ก็มีวันอ่อนแอวันแข็งแกร่งเนาะผมก็มี วันอ่อนแอวันแข็งแกร่งแต่ถ้าเรารวมกัน กลายเป็นมวลชนกลายเป็นการเคลื่อนไหวเราก็ จะมีทีมซัพพอร์ตเนาะที่ไปข้างหน้าได้ตลอด นะเราก็เลยไม่ใช่การเมืองแบบชายเดี่ยว ซุปเปอร์ฮีโร่ที่จะมีนารีขี่ม้าขาวอ่า หรือว่าซุปเปอร์ฮีโร่มาแบกรับภารกิจนี้นะ ครับซึ่งไม่มีความเป็นจริงอยู่ในขบวนการ ของประชาธิปไตยนะแต่ต้องมีleadดอร์อ่า แล้วleadเดอร์ส่วนใหญ่ก็จะเหนื่อยกว่าคน ตามนะเพราะฉะนั้นก็เอ่อต้องให้กำลังใจกัน แล้วก็พรรคเราก็เป็นพรรคที่ทำผิดซะเยอะ ด้วยแล้วผิดไม่พอชอบไปผิดออนไลน์รู้ กันทั้งประเทศนะฮะก็ช่วยสั่งสอนพวกเรา ด้วยเนาะว่าอันไหนที่เราทำผิดทำพลาดกดดัน แล้วครองตนไม่ดีประชาชนก็ต้องสั่งสอนเรา เนาะผมว่าก็ก็ตรงไปตรงมาแบบนี้ส่วนใครบ่ง มากก็ไปพักซะนะครับเอ่อเอาคนไม่บ้งมาแทน
ครับเดี๋ยวเดี๋ยวแบ่งกันอ่ะแบ่งกันเรื่อง ปัญหาหลักในการลงพื้นที่ส่วนใหญ่เราก็จะ เจอปัญหาเรื่องนโยบายปากท้องเนาะนะครับ ซึ่งต้องบอกว่าอันเนี้ยใช้สิ่งที่แบพูด เมื่อกี้ความเป็นนักมนุษยวิทยาผมคิดว่า เอ่อเศรษฐกิจเนี่ยกำหนดการเมืองอันนี้ มารกซิบอกใช่มั้ครับโครงสร้างเศรษฐกิจ เป็นโครงสร้างพื้นฐานของสังคมดังนั้น เศรษฐกิจเป็นยังไงการเมืองก็จะเป็นแบบ นั้นประชาชนเป็นยังไงสส.ก็จะเป็นอย่าง งั้นเวลาประชาชนถามว่าทำไมพรรคส้มถึงไม่ มีนโยบายเศรษฐกิจแบบแจกจำนำหรือประกันก็ ต้องบอกว่าเราก็มาเราวิเคราะห์มาแล้วว่า อ่าการจะแก้ปัญหาโครงสร้างของสังคมเนี่ย ต้องเริ่มจากการปรับฐานเพื่อลดความ เหลื่อมล้ำดังนั้นการอุดหนุนเงินเข้าไปใน ระบบเศรษฐกิจของพรรคส้มจึงเป็นลักษณะของ การไปสร้างฐานของระบบสวัสดิการผู้สูงอายุ เด็กนะครับแต่ว่าปัญหาปัญหาหลักที่เจอคือ เรื่องปากท้องเรื่องเศรษฐกิจเนาะถ้าถาม ว่าปัญหาในการลงพื้นที่ที่รู้สึกว่า หนักใจแล้วตอบไม่ได้ผมพูดแบบนี้นะอันนี้ พูดกับพวกเราในฐานะมามรนเรศวรบ่อยรอบที่ แล้วเนี่ยตอนมีนโยบายแก้ 112 เนี่ยผมรู้ สึกผมรู้สึกตอบง่ายกว่ารอบนี้ที่ถูกถาม ปัญหาเรื่องชาตินิยมชายแดนอาจารย์คือ 112 ของมันเหมือนเราตกผลึกอย่างชัดเจนว่าทำไม และเพราะอะไรแล้วก็กล้าที่จะผมลงเขต 1 นครศรีธรรมราชเนาะบรรยากาศน่าจะคล้ายๆที่ พิโลกนะครับเอ่อความเข้มข้นของความเป็น นรกิยมเนี่ยแต่ว่าเรา สามารถอธิบายเรื่องการว่าทำไมพรรคถึงมี นโยบายนี้ได้ผมคิดว่าเอาอยู่แต่รอบนี้ ต้องยอมรับว่าพอเจอเอ่อคำถามเรื่องชาท่าน นิยมหรือว่าชายแดนเนี่ยแล้วมันไม่ใช่ เพราะว่าเราไม่มีคำตอบนะแต่พูดไปยังไงคน ฟังก็ไม่พร้อมที่จะฟังนะครับอันเนี้ย ปัญหาเนี่ยในการลงพื้นที่สำหรับนักการ เมืองเนี่ยคือมันเหมือนกับว่าก่อนจะออก จากบ้านแต่ละวันเนี่ยเราดูข้อมูลนะถ้าเจอ แบบนี้ไอซยังไงพี่อ๋องทำยังไงไอติมทำยัง ไงพรรคมียังไงพยายามจะมีคำตอบหลายๆเลเวล ไปตอบเมื่อถูกถามเมื่อถูก การตลาดอ่ะแต่ว่าเมื่อใช้ทุกวิธีการแล้ว เค้ายังไม่ฟังก็จะรู้สึกว่าเอ่อแอบเสียใจ อยู่เหมือนกันว่าเอ่อแค่แค่ให้เขาอดทนฟัง เราสัก 3 นาที 5 นาทีเขายังไม่ฟังเลยนะ ครับอันนี้เป็นเป็นปัญหาในการลงพื้นที่ เพราะรู้สึกว่าผมคิดว่าสุดท้ายถ้าไม่ เปิดใจกันก่อนเนี่ยมันมันไปต่อลำบากอื่นครับ
โอเคก็เอาเรื่องการศึกษาก่อนนะคะคือสนใจ เรื่องการศึกษาแต่ว่าพูดตรงๆว่าก็ยังคิด เชิงนโยบายไม่เก่งเท่าคนอื่นๆในพรรคยุค ไหนเช่นไอติมอะไรงี้เนาะแต่สิ่งที่พี่ตอบ ได้อย่างมั่นใจเลยว่าการศึกษาไทยมีปัญหา มยคือเราไม่ต้องเถียงกันแล้วนะคะดิฉันคิด ว่าทุกคนในประเทศนี้เห็นชัดเป็นประจัด ประจักษ์แก่สายตาว่าก็เอาง่ายๆอ่ะสะท้อน ผ่านเอ่อคะแนนปีซ่าของเด็กๆแล้วเราเชื่อ ว่ายิ่งนานวันนะถ้ายิ่งยิ่งไม่ปฏิรูปการ ศึกษาอย่างจริงจังเดี๋มันจะยิ่งแย่กว่า นี้นะคะแต่ถามว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไงอ่ะ ใครๆอาจจะบอกว่ามีการมีความเหลื่อมล้ำทาง การศึกษาต้องปฏิรูปหลักสูตรภาระงานครู เยอะปัญหาอย่างเดียวที่พี่อยากจะพูดเลยก็ คือว่าเรามีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา ที่ห่วยแตกมาหลายยุคหลายสมัยค่ะกระทรวง ศึกษาเป็นกระทรวงเกรดอะไรพี่ C ม C คือ เอาง่ายๆว่าไม่มีงบอะไรให้เข้ามาตักตวงผล ประโยชน์มากแต่ถ้าจะดีก็คือมีเครือข่าย
ครูนะคะ คนที่เวลาพรรคการเมืองเวลาแบ่งกระทรวงกันเนี่ย ก็เอากระทรวงศึกษาไปไว้ท้ายๆ แล้วก็จะให้คนที่ไม่ได้มีแพชชั่น ไม่ได้มีความรู้อะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปการศึกษา หรือไม่ได้อยากจะเข้ามาทำอะไรจริงๆ จังๆ เพื่อเด็กๆ หรือครู เข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแล้วเนี่ยแหละ
มันคือมันคือมันก็จะหมักหมมไปเรื่อยๆ เรๆๆๆๆๆ เพราะพอคุณไม่ได้คนที่อยากเข้ามาแก้ไขปัญหาจริงๆ อ่ะ ปัญหาเดิมที่มีอยู่มันก็เน่าเฟะพออยู่แล้ว ปัญหาใหม่เข้ามาก็หมักหมมเข้าไปอีก แล้วมันก็มีทั้งเรื่องอำนาจนิยม มีทั้งเรื่อง เอ่อ คุณภาพการศึกษาของเด็กๆ เรื่องหลักสูตร เรื่องภาระงานครู เรื่องการบริหารจัดการงบประมาณ เรื่องโรงเรียนขนาดเล็ก มันมีปัญหาอยู่อีก 108,900 ที่มันรอคนเข้ามาแก้
แต่พี่พูดเลยนะ ถ้าถ้า ระบบการเมืองยังเป็นแบบนี้อยู่อีก 10 ปี เราก็แก้ไขปัญหาเรื่องการศึกษาไม่ได้ เพราะเราไม่มีรัฐมนตรีที่มีเจตจำนง แล้วก็เราไม่มีรัฐมนตรีที่มีความรู้ความสามารถ ในการที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องการศึกษาจริงๆ นะคะ ทุกท่านลองคิดเอาเองว่าเราจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ร่วมกันยังไง สุดท้ายมันก็กลับไปนั่นแหละ เอาชนะทางความคิด แล้วก็สุดท้ายต้องต้องไปเอาอำนาจรัฐมาให้ได้อ่ะ คุณถึงจะได้มีโอกาสเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาในแบบที่คุณอยากเห็น แบบที่แบบที่คุณคิดว่ามีความรู้ความสามารถเข้าไป
ต่อมาเรื่อง fake news นะคะ คือพี่เนี่ย เอ่อ ตอนนี้อัปเกรดแล้วเข้ามาอยู่ในแบบว่าทีมโฆษกเนาะ คือรอบที่ผ่านมา เราต้องบอกว่าเราจัดการกับปัญหาเฟกนิวส์ได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เนาะ เพราะว่าเราเราจริงๆ เราประเมินนะ แต่เราไม่คิดว่ามันจะรุนแรงหนักขนาดนี้จริงๆ นะคะ ก็อย่างที่ทุกคนเห็นแล้วนะคะ ใน Line กลุ่ม ใน Line กลุ่ม ในบ้านของท่านนะคะ หรือว่า Line กลุ่มอื่นๆ ที่ก็ต้องยอมรับว่าส่วนใหญ่เนี่ยจะเป็นผู้สูงอายุที่ไม่มี Media Literacy ใช่มั้ย
เราไม่ได้มี Line กลุ่มอย่างเดียวนะ ตอนนี้เนี่ยเรามีกลุ่มแบบ กลุ่มใน Facebook อ่ะ กลุ่มแฟนคลับท็อปนิวส์ กลุ่มเรารักคุณกันจอมพลัง เรารักทหารไทย เรารักพลเอกบุญสิน หรือกลุ่มแบบที่มันจะมีผู้สูงอายุรวมตัวกันอยู่เยอะๆ อ่ะ วิธีการวิธีการแก้เฟกนิวส์นะ พูดจริงๆ นะ คุณอย่ารอ รักชนกค่ะ คุณอย่ารอพรรคประชาชน คุณอย่ารอ ถ้าคุณเห็น คุณต้องช่วย เพราะว่าปัญหาเฟกนิวส์อ่ะ มันไม่ใช่มันไม่ใช่ปัญหาแค่ที่เกิดขึ้นกับพรรคประชาชนนะ คือมันเกิดขึ้นสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างเลยอ่ะ ความเข้าใจ ความไม่มี Media Literacy และความที่ไม่ไม่มีคนไปคอเลกความเข้าใจที่มันถูกต้องให้ คือมันเข้าใจผิดไปหมดเลย นอกจากจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพรรคการเมือง เรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพ เรื่องที่เกี่ยวกับการสู้รบชายแดน เรื่องที่เกี่ยวกับ 108,900 ในชีวิต คือมันคือพอมันไม่มี Media Literacy แล้วอ่ะ มันคือมันได้รับเฟกนิวส์ได้หมดทุกรูปแบบ อย่างที่อย่างที่คุณอาจจะเห็นปรากฏขึ้นกับคนในครอบครัวคุณ
ดังนั้นน่ะ ถามว่าวิธีแก้ไงอ่ะ ของพรรคประชาชนรอบนี้เนาะ เรามีแกเช็คที่ เอ่อ เดี๋ยวเพจพรรคก็คงจะเข้ามาทำแล้วก็จะทำเป็น archive ไว้ว่าเราเนี่ยโดนเฟกนิวส์อะไรบ้าง แล้วก็จะมีการแก้ไข สามารถเข้ามากดดูได้ แต่ต้องบอกว่ามันไม่ มันคือการทำเฟกนิวส์เนี่ย เวลาแก้อ่ะ มันดัง มันดังไปไม่เท่ากับตอนที่มัน spread ออกไป นึกออกมั้ยคะ ดังนั้นน่ะ เราก็จะพยายามอย่างถึงที่สุดในการที่จะแบบทำความเข้าใจ generate content ใหม่ๆ อีกอย่างนึงคือรอบนี้ เราจะดำเนินคดีนะคะ กับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ตั้งใจจะบิดเบือนจริงๆ คือวิพากษ์วิจารณ์อย่างสุจริต หรือการด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย อันเนี้ยไม่มีปัญหากับพรรคเรา คุณทำได้ คุณวิพากษ์วิจารณ์ คุณเอาเลยเต็มที่ อยากด่าพวกเราไม่เคยสะทกสะท้านนะคะ มันสะทกสะท้านรับฟังรับฟัง แต่เราจะไม่ฟ้องในกรณีที่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์แบบสุจริต เฮ้ย พรรคทำนโยบายห่วยมาก สส. พฤติกรรมโป้งมาก พูดแบบนี้ออกมาได้ยังไง จะด่าด้วยหยาบคาแบบไม่เป็นไร แต่เมื่อไหร่ที่มันเริ่มเข้าขั้นเฟกนิวส์ ยกตัวอย่างเช่น เอ่อ รักชนกไปเป็นชู้กับคนในพรรค อ่ะ อันเนี้ยคือไม่ได้ อันนี้คือเฟกนิวส หรือหมออ๋องอะไรอ่ะ ไปเข้าร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดนอ่ะ อย่างเงี้ยคือไม่ได้ละ ถ้าเป็นเฟกนิวสแบบเนี้ย พรรคจะมีขบวนการในการที่จะดำเนินคดีต่อไปนะคะ
แต่ถึงที่สุด เราอยากจะบอกว่าไอ้เรื่องการทำให้สังคมมันมี Media Literacy อ่ะ มันคือความรับผิดชอบของทุกคน เพราะว่าคุณจะเห็นว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องเฟกนิวส์ของพรรคการเมืองนะ อย่างเรื่องสุขภาพอย่างเงี้ย วันดีคืนดีบอกกินน้ำมะนาวโซดารักษามะเร็ง พ่อแม่เลิกฉายแสงคีโมละกิน นึกออกป่ะ หรือผู้ใหญ่ที่ผู้ใหญ่ที่บอกว่ามันจะมี ยามันจะมียาชุดอ่ะ กินแล้วหายปวดหลังหายปวดขาอ่ะ แต่สุดท้ายตับพัง แต่คือเนี่ย มันคือเฟกนิวส์ที่เขาได้รับมาว่าไอ้กินยาชุดเนี้ย แล้วเดี๋ยวมันจะหายปวดหลังหายปวดขา แต่สุดท้ายแล้วมันไปส่งผลกับสุขภาพในรูปแบบอื่นๆ ดังนั้นน่ะ อยากจะบอกว่าเราต้องช่วยกันเว้ยจริงๆ เวลาเห็นเฟกนิวสส่งผ่านกลุ่ม Line หรือว่าส่งผ่านในกลุ่ม Facebook อ่ะ Active Citizen ค่ะ เข้าไปเข้าไปช่วยกัน เอ่อ ทำความเข้าใจให้มันถูกต้อง เรื่องเนี้ยมันมันอาศัยคนเดียว คน 100 กว่าคนไม่ได้จริงๆ มันอาศัยคนทั้งสังคมที่จะต้องแบบเรียนรู้แล้วก็ทำความเข้าใจข้อมูลที่ถูกต้องไปด้วยกันค่ะ
>> จากบุคคลภายนอกนะครับก็อยากถามว่าเราจะมีวิธีคิดและวิธีทำอย่างไรต่อที่เราเห็นน่ะ ที่หมออ๋องบอกว่าเราเห็นเค้ากินบุฟเฟ่ต์กันอยู่แล้วเราไม่ได้กินนะครับ หรือการ กกต.หักเนี่ยครับที่เลือกตั้งอ่ะไม่รู้ว่าบริสุทธิ์มั้ยหรือการซื้อเสียงเงี้ยเราจะกดดันหรือเราจะปฏิบัติตัวยังไงหรือวิธีคิดยังไงกับวิธีนี้นะครับ แล้วข้อที่ 2 ถ้าเราจะเล่นการเมืองเราจะบาลานซ์ยังไง เช่นเมื่อกี้น้องนักศึกษาถามว่าถ้าผมเป็นแค่นักศึกษาตังค์ก็ไม่มีก็ยังต้องเรียนหรือคนทำงานเนี่ยก็ยังต้องทำมาหากินเนี่ยเราจะเล่นการเมืองง่ายๆอย่างไร แล้วข้อที่ 3 ถ้าเราจะเล่นหรือเราจะเลือกเนี่ยเราจะไปตั้งพรรคใหม่ที่เหมือนพรรคประชาชนดีมั้ย หรือเราจะเลือกพรรคประชาชนแล้วก็ที่พรรคประชาชนประชุมพรรคมาเนี่ยว่าจะเข้าหาชุมชนมากขึ้นน่ะแนวทางของพรรคเป็นยังไง ขอบคุณครับ
>> เอ่อ ผมขออนุญาตถามในฐานะของนิสิตคณะศึกษาศาสตร์นะครับ คือว่าจากการที่ไปสังเกตการสอนมาครับ ผมได้เห็นปัญหาทางระบบการศึกษามากมายนะครับ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ปัญหาอ่านักเรียนไม่เป็นโรงเรียนนะครับอาจารย์ แล้วก็ปัญหาเกี่ยวกับอ่าปัญหาเชิงโครงสร้างของการศึกษาครับ ผมอยากจะถามว่าถ้าจะแก้ปัญหาในระบบการศึกษาครับ ควรจะแก้ปัญหาใดเป็นปัญหาแรกครับ แล้วก็เพราะเหตุใดครับ
ก็อยากจะถามพี่ๆ ทั้ง 3 คนนะครับว่า ไอ้จากประเด็นทางสังคมที่เป็นกระแสอยู่ ณ ตอนนี้ ไอ้เรื่องที่เขาพูดกันเรื่อง เอ่อ เปลี่ยนคำนำหน้าชื่ออ่ะ ที่ช่วงนี้เขาค่อนข้างจะเป็นประเด็นกันเยอะ ก็จากเพื่อนฝากถามมา บอกว่าถามว่ามันจะสามารถเปลี่ยนได้จริงๆ ใช่มั้ย แล้วพอมันเปลี่ยนได้แล้วเนี่ย ประเทศไทย ณ ตอนนั้นน่ะ มันต้องบริบท ณ ตอนนั้นน่ะ ที่เปลี่ยนได้มันเป็นแบบไหนอ่ะครับ ถามคำถาม
>> ขออ่านคำถามใกล้เคียงกันเลยนะคะ มี 2-3 คำถามเรื่องนี้เลยนะคะ พี่มีความคิดเห็นอย่างไรในประเด็นที่มีการออกมาเรียกร้องของกลุ่ม genders ในการขอเปลี่ยนคำนำหน้าจากนายเป็นนางสาว อ่าล็อตเดียวกับคุณเนาะ คิดเห็นอย่างไรกับที่กลุ่ม LGBTQ Plus จะใช้คำนำหน้าจากนายเป็นนางสาว และส่งผลกระทบด้านใดบ้าง และจะแก้ไขอย่างไรเชิงนโยบาย อยากทราบว่าจะถึงจะเป็นฝ่ายค้านมีแนวทางอะไร อยากผลักดันคนกลุ่ม LGBTQ เรื่องการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่ออย่างไรบ้าง และแนวทางในอนาคตอยากจะทำอะไรเพื่อความเพื่อ community นี้
อ่ะ อันนี้ก็จะล็อตคำถามเรื่อง LGBT กับการเปลี่ยนคำนำหน้านะคะ ค่ะ โอเคนะครับ เอ่อ เดี๋ยวผมตอบเรื่องนโยบาย เอ่อ นายนางสาวเนาะ คือเอางี้ก่อน ผมคิดว่าพรรคการเมืองอ่ะ พอมันเริ่มใหญ่ใช่มั้ยครับ มันเป็นที่รวมตัวของกลุ่มผลประโยชน์เนาะ แล้วนโยบายที่จะทำให้ตอบโจทย์คนทั้งหมด 70 ล้านคนเนี่ย มันจะมีกลุ่มผลประโยชน์ที่เข้ามาในพรรคการเมืองแล้วเสนอ หน้าที่ของพรรคการเมืองคือต้องปล่อยให้เขาเสนอทุกอย่างก่อนนะ ต้องเสนอทุกอย่างก่อน แล้วเอาข้อเสนอทุกอย่างนั้นน่ะ มาถกเถียงกันจนได้ฉันทามติ ยกตัวอย่างนะครับ ยังไม่ต้องเอาเรื่องคำนำหน้าชื่อนะ เอาเรื่องง่ายที่สุดที่พวกเรานึกว่าเถียงกันง่ายนะ ค่าแรง ฝ่ายลูกจ้างเสนอให้สุดเลยคุณอยากได้ค่าแรงเท่าไหร่ แต่ประเทศนี้ประกอบด้วยลูกจ้างเท่านั้นไหครับ ไม่ใช่ประกอบด้วยนายจ้าง ประกอบด้วย supplier ประกอบด้วยตลาด ประกอบไปด้วยหลายอย่าง เพราะฉะนั้นกลุ่มที่เสนอสุดเนี่ยจะได้รับการถกเถียงจนเราหาฉันทามติให้เจอ อย่างคำนำหน้าเนี่ย ถ้าเราบอกว่าห้ามเสนอเพราะสุดโต่งเกินไป คนที่พูดเป็นใครครับ คนไม่มีปัญหาเรื่องนี้ จริงมั้ย ผมไม่มีปัญหาเรื่องเนี้ย ผมบอกคุณไม่ต้องเสนอ เพราะว่าสุดโต่งเกินไปไม่ได้ เพราะว่ากลุ่มผลประโยชน์ในพรรคอ่ะ ต้องการเสนอเรื่องนี้ เพราะงั้นเสนอให้สุดไปเลย แล้วเรารู้แน่ๆ ว่าจะมีเสียงต้าน แต่ถ้าเราปิดปากคนเสนอเนี่ย คุณจะไม่ได้ฟังเสียงของเขา
แต่ว่าผมมั่นใจเหลือเกินว่าผ่านไม่ ง่ายใช่มั้ย ผ่านไม่ง่าย มันอาจจะต้องถกเถียงกันต่อเรื่องอัตลักษณ์ identity ความมั่นคงอัตลักษณ์ทางดิจิทัล อัตลักษณ์ทาง physical และใครจะเปลี่ยนได้บ้างเนาะ แล้วโอโห สารพัดเลยนะ ผมว่าสุดท้ายเนี่ย มันอาจจะมาออกมาในเวอร์ชั่นนี้ ถ้าสมมุติอันนี้ผ่านนะ อาจจะมาเขียนชัดลงในบัตรประชาชนว่าคุณมีคำนำหน้าแบบที่คุณเปลี่ยนเรียบร้อยนะ แต่คุณมีโครโมโซม XX หรือ XY อาจจะเป็นอย่างนี้นะ เพื่อที่กลุ่มผลประโยชน์อีกกลุ่มนึงจะดำเนินวิถีชีวิตของเขาได้ คืออะไรครับ ทางการแพทย์และก็ทางการพิสูจน์อัตลักษณ์ที่เป็นตำรวจอย่างเงี้ย เค้าเรียกประชาธิปไตยใช่มั้ย แต่ถ้าคุณปิดเพียงเพราะแค่เห็นว่ามันสุดโต่งนะ สมรสเท่าเทียมไม่มีวันเกิดนะ ครับ เพราะว่าสมรสเท่าเทียมเมื่อ 10 ปีก่อนน่ะ คือเรื่องสุดโต่งนะ เพราะฉะนั้นคุณจะปิดปากเค้าอ่ะ แล้วก็จะทำให้เรื่องนี้ตกไปในลำดับแรก เพราะฉะนั้นพรรคเราเลยไม่ค่อยกลัวทัวร์ลงเท่าไหร่นะ ต่อให้รู้ว่ามันเสียคะแนนเสียงบ้างนะ แต่ว่าถ้าไม่ปล่อยให้เปิด เราจะไม่มีวันนำบทสนทนาแบบนี้เข้าสู่การถกเถียง โอเคมั้ยครับเนาะ เพราะฉะนั้นก็แต่จุดยืนเป็นยังไงเนี่ย ก็คือจุดยืนคือกลุ่ม LGBT มีสิทธิ์เรียกร้องสุดลิ่มทิ่มประตูเลยในพรรคของพวกเรา เฉกเช่นเดียวกับกลุ่มผลประโยชน์อื่น ยกตัวอย่างนะ ถ้าผมเป็นกลุ่มมุสลิม ผมบอกว่าวันหยุดราชการเนี่ย จะต้องบรรจุวันฎอนไปด้วย อ่า มีใครในห้องนี้เห็นด้วย เห็นด้วยใช่มั้ย มันก็ต้องไปคำนวณก่อนว่าวันหยุดในประเทศไทยทั้งหมดมีกี่วัน แบ่งเป็นกี่ประเภท อ้าว คุณรู้เปล่าวันหยุดในประเทศไทยอ่ะ วันประเภทไหนเยอะที่สุด พูดไม่ได้ เดี๋ยวโดน 112 อ่ะ ไปดูเลย เพราะฉะนั้นนั้น ถ้าคุณจะปรับสัดส่วนให้มีรอมฎอนเพิ่มขึ้น คุณต้องไปลดอะไรบ้าง อันเนี้ยเถียงยากนะ แล้วชุมชนชาวคริสต์เอามั่ง วันคริสต์มาสต้องเป็นวันหยุดอ่ะ เอามั้ย เอามั้ย เอา อ้าว แล้วโอ้โห มันไม่ง่ายนะ ไอ้ทำนโยบายสาธารณะเนี่ย แต่อะไรครับ ต้องปล่อยให้กลุ่มผลประโยชน์เรียกร้องก่อน โดยที่ไม่มีใครไปปิดปากว่าอันเนี้ยสุดโต่ง มันถึงจะทำสังคมไปข้างหน้าได้นะครับ
เออ เรามีเรื่องตอบโต้เฟกนิวสนะ คุณตอบโต้ได้หลายอย่างนะ ผมผมขอแบบเจนซีได้มั้ยอ่ะ สมมุตินะ คุณโดนคุณป้าคุณบอกว่าเนี่ยไม่เลือกหรอก ไอ้พรรคประชาชนเนี่ย มึงจะรื้อรั้วเขมรถ้าคุณเป็นบอกกูยังไม่ได้สร้างรั้วเลยอีดอกใช่มั้ย เออ แต่ว่าเนี่ยผมเลยเสียแต้มไง ก็พวกคุณปากอย่างเงี้ย ก็ต้องใช้อะไรครับ ใช้ เอ่อ
>> ยกตัวอย่างก็คือเฟกนิวส์เนี่ยเราต้องรู้ก่อนว่าคนก่อเฟกนิวส์ แบบเป็นขบวนการเนี่ยคืออาชญากรนะ แต่คนรับเฟกนิวส์ไม่ใช่นะ เพราะฉะนั้นคนที่รับเฟกนิวส์ซึ่งเป็นคนที่เรารักเนี่ย คุณป้าคุณแม่คุณพ่อหรือตัวเราเองเนี่ย เราต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยในการคุยกันแล้วไปดำเนินคดีกับไอ้พวกปล่อยเฟกนิวสนะ อันนี้ก็ฝากไว้นะครับ ไอ้เดี๋ยวมีนี่ที่ท่านที่ถามยาวๆ
>> ใช่ๆ แต่ว่าเดี๋ยวอันนี้ตอบคำถามเรื่องเฟกนิวส์ มีคำถามมาอีกซึ่งคิดว่าบางส่วนตอบไปแล้วนะคะ เมื่อฟ้องเพจพวกเฟกนิวสแล้ว จะสามารถปิดพวกเพจเจ้าปัญหาที่ชอบสร้างเฟกนิวสให้กับพรรคให้มันหายไปเลยได้ไหม เพราะมันจะเป็นปัญหากับพรรคมากๆ แล้วพวกนั้นดื้อด้าน โดยเฉพาะพวกเพจจักรวาลด้อมส้ม หรือหมออมขี้เมาส์ เราคิดว่าอาจจะต้องไม่ได้ตอบในรายละเอียดทุกอันเนาะ แต่อย่างน้อยเราอ่านคำถามแล้วนะคะ อ่ะ อ๋อ บุฟเฟ่ต์เหรอ บุฟเฟ่ต์ที่เห็นเค้ากินกันใช่มั้ย อ่า ก็ ประเทศไทยเนี่ย นักการเมืองเดิมเนี่ย ไอ้ห้องที่เค้ากินบุฟเฟ่ต์กันเนี่ยครับ เค้าก็แค่ผลัดกันว่าใครเป็นหัวโต๊ะใช่มั้ย ถ้าใครเป็นรัฐบาลก็กินเยอะหน่อย ใครเป็นฝ่ายค้านก็รอรอบหน้าใช่มั้ยครับ ทีนี้เราเห็นการกินวนเวียนนี้มาเยอะ คำถามก็คือเราไปเคาะประตูเนี่ยบอกว่ากูขอกินด้วยเนี่ย มันไม่เคยมีใครเปิดใช่มั้ย มันต้องได้บัตร มันต้องได้บัตรถึงจะเข้าห้องได้ ทีนี้บัตรที่จะเข้าห้องได้เนี่ย ประเทศไทยอ่ะมันให้โอกาสในการลงเลือกตั้งเพื่อจะชิงบัตรในการเข้าไปต่อรอง หน้าที่ของเราคืออะไรครับ คือต้องเลือกตั้งไง คือถ้าเราปล่อยคนนั่งกินบุฟเฟ่ต์เนาะ แล้วคนมาใช้สิทธิ์แค่ 60% น่ะ ห้องเนี้ยไม่มีทางเปิดประตู แต่ถ้าคนมาใช้สิทธิ์ 80% นะฮะ ประตูแง้มเลยนะฮะ มันจะมีคนถือบัตรเนี่ย แล้วบอกว่ากูได้บัตรนี้มาแล้วเข้าไปในห้องที่เป็นหน้าใหม่ได้ เพราะฉะนั้นอันแรกสุดเลยคือเราต้องออกไปเลือกตั้งให้เยอะที่สุด เพื่อมอบบัตรให้คนที่เราคิดว่าไปช่วยเอาขาหมูออกมาจากห้องให้เราหน่อย อันที่ 2 คือคุณต้องลงสนามเองนะครับ เพื่อชิงบัตรให้ได้นะครับ ซึ่งการลงเนี่ยก็อย่างที่บอกว่าถ้าไปลงพรรคไหนก็ได้นะ เอ่อ จริงๆ ตอนที่คุณอภิสิทธิ์ลงมา พรรคประชาธิปัตย์เนี่ย ผมก็ดีใจว่าจะได้มีตัวแทนฝั่งอนุรักษ์นิยมที่แข็งแรงไปสู้กับน้ำเงินให้ได้นะครับ คือพรรคการเมืองทุกพรรคในประเทศควรแข็งแรง แล้วก็กติกาเป็นธรรมให้มีการแย่งชิงบัตรเข้ามาในห้องนี้ได้อย่างเท่าเทียมกัน แล้วก็ผลัดกันใครเข้ามาก็จัดสรรกันให้ดีนะ ครับ และมีกติกาที่แน่นอนว่ามันหมดเวลากินเมื่อไหร่ ทีนี้ประเด็นคืออย่างงี้ ไอ้การกินบุฟเฟ่ต์เนี่ย มันเป็นสัญลักษณ์ของการกินงบประมาณเนาะ ซึ่งอาจจะเป็นตัวอย่างที่ทำให้เราเห็นความน่ารังเกียจของนักการเมืองนะ ไม่ใช่นะ แต่เรากำลังพูดถึงการแบ่งงบประมาณไง เพราะว่าการเมืองเนี่ย มันเป็นการต่อรองว่าทรัพยากรเนี่ยจะไปอยู่ที่ไหนจริงมั้ย คุณอยากจะเปลี่ยนแปลงทรัพยากรใน ม.นเรศวรมั้ยล่ะ อยากเปลี่ยน ม. อ้าว คุณก็ต้องลงเลือกตั้งไปเป็นสภามหาวิทยาลัยดิ ใช่ป่ะครับ หรือคุณเข้าสู่กระบวนการของสภานิสิตก่อน คุณเอาแต่บ่นในโซเชียลมีดีไม่มีผล จริงป่ะ อันเนี้ยคุณเลยต้องเข้าไปลงสนามถึงจะสามารถได้ แล้วกติกาของแต่ละที่อ่ะ มันก็เปิดให้เราลงสนามไม่เหมือนกัน แต่ว่าเลือกตั้งใหญ่ก็คือมันเปิดให้พวกเราเข้าไปเป็นผู้แทนราษฎรได้ เพราะฉะนั้น welcome นะครับนะ ใครที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง เอ๊ะ สส. มันต้อง 25 ใช่มั้ยอ่านะ ถ้า 25 ปีเมื่อไหร่ก็มาลงสมัครได้เลยนะครับ แต่ว่าถ้าให้ดีก็มาฝึกงานก่อน อันนี้พูดจริงๆ จะได้รู้ว่าเราเหมาะกับการเป็น ส.ส. หรือเปล่า บางทีเนี่ยหน้าที่เรานะ เพื่อนๆ เราบางคนหลายคนเนี่ย คุณหมิว ศิรพัฒน์อ่ะ ลองมาเป็นละ ตอนเป็นแคดดี้อย่างมันเลยนะ พอมาเป็น ส.ส. โอ้โห ต้องประชุมต้องแบบโน่นนี่นั่น รอบนี้ไม่ลงละนะ ไม่เหมาะก็คือรู้งี้ไม่ลงดีกว่า ให้คนอื่นที่เหมาะมาลงดีกว่า เพราะว่าไม่ได้ฝึกงานไง ใช่มั้ย เพราะฉะนั้นก็เปิดนะ ครับ หรือไปลงยุชนประชาธิปัตย์ก็ได้ก็แข็งแกร่งเหมือนกันนะ ไปลงอะไรนะ YPP ของเพื่อไทยก็ได้นะครับ ขออย่างเดียวอย่าลงกล้าทำนะครับ ขอบคุณ
กำลังกำลุ้นว่าจบเวทีนี้อาจารย์อาจจะต้องไปเป็นพยาน ให้พี่อ๋องกี่คดี แสดงความเห็นใช่มั้ย แสดงความเห็น แต่ผมตอบเรื่องไม่มีเงินทำการเมืองได้มั้ย เอ่อ ตรงไปตรงมานะครับ ถ้าถ้าไม่มีเลยทำไม่ได้ครับ อ่า แต่ไม่ต้องมีเยอะ อ่า ไม่ต้องมีเยอะ อ่า พรรคเนี่ย ส่งพรรคประชาชนรอบเนี้ยตอนเลือกตั้งเนี่ยนะครับ เขาจะเปิดหน้าเว็บ เปิดหน้าเว็บว่าประชาชนทั่วประเทศเนี่ยอยากจะบริจาค ช่วยในการหาเสียงของผู้สมัครคนไหนเนาะ อ่า ยอดนี้นี่พี่ก็ได้เยอะพอสมควรเ่อ 10 10% ของเงินแคมเปญทั้งหมดได้มาจากประชาชนที่บริจาคจากผ่านทางหน้าเว็บ โดยที่เราไม่เคยรู้จักเขามาก่อนเลย อ่าเนาะ เอ่อ อีกส่วนหนึ่งก็คือโอเคเรามีเงินส่วนตัวที่มาจาก การทำงานหลายๆอย่าง พี่จะคิดแบบนี้ ถ้าเดือนนึงนะ เดือนนึง เอ่อ ตอนพี่เรียนจบมาปุ๊บเนี่ย พี่ไปทำงานสถานีโทรทัศน์ไทย PBS แล้วก็ทำงาน Event Organizer คอนเสิร์ตนะ ช่วงช่วงพีคเนี่ยหาเงินได้เดือนนึงเกือบแสน แล้วก็กินเหล้าเดือนนึงประมาณ 50,000 อ่า ถ้ากินเหล้าเดือนละ 50,000 น่ะ นึกออกมั้ย สำหรับพี่นะ ถ้ามีเงินพอที่จะกินเหล้าได้เดือนละ 50,000 น่ะ มันพอเรามาทำงานการเมืองอ่ะ เราก็ควรจะเก็บเงินเพื่อที่จะทำงานการเมืองได้ เพราะอะไรครับ เพราะเรากำลังบอกประชาชนว่าเราอาสาเข้าไปทำงาน ดังนั้นพี่ก็จะมาคิดว่าถ้าเป็นพี่ พี่มีเงินที่จะใช้กับการนันทนาการตัวเองในชีวิตเท่าไหร่นะครับ อย่างน้อยครึ่งนึงของเงินสดนั้นเนี่ย ควรจะเก็บไว้ทำงานการเมือง ส่วนที่ 2 เพื่อนเพื่อนที่เจอกันปุ๊บ ปาร์ตี้ทีนึงเท่าไหร่ นะ พอดีโชคดีเป็นคนมีเพื่อนเยอะนะครับ เพื่อนพวกเนี้ยนะครับ ตอนเลือกตั้งเนี่ย ตอนเลือกตั้งเนี่ย 60% เปอร์เซ็นต์ของเงินที่ผมใช้ในแคมเปญทั้งหมดมาจากเพื่อนนะครับ เอ่อ พูดตรงนี้มันถ่ายโทษเนาะ เดี๋ยวจะไปตรงกับที่แรงงาน กกต. แต่ก็เอาเป็นว่าเอ่อ ยอดที่มากที่สุดนะ ยอดที่มากที่สุดที่โอนมาโดยที่ไม่ได้บอกไม่ ได้ขอเลยอ่ะ ไม่ได้แบบทักไปบอกเฮ้ยกูลงเลือกตั้งแต่เขาโอนมาเองเพราะว่าเป็นเพื่อนกันเนี่ย ก็คือตัวเลขหลักแสนบาทนะครับ อันนี้ดังนั้นผมคิดว่าโอเค ถ้าคุณเป็นคนธรรมดาวันนี้นะครับ อย่างแรกไม่มีตังค์เลยเนี่ย ไม่มีตังค์เลยหมายถึงว่าถ้ายังต้องขอแม่อยู่เลยเนี่ยนะครับ ก็ให้ไปเริ่มต้นเหมือนพี่อ๋องว่า อาจจะเริ่มต้นด้วยการทำอะไรสักอย่างก่อนนะครับ อย่างที่ 2 ก็คือลองดูว่าเราคือต่างประเทศเนี่ย ถ้าคุณไปเป็นนักการเมืองในประเทศอย่างอังกฤษ หรืออเมริกาคุณจะดีกว่านี้นะ เพราะคุณอาจจะเริ่มต้นด้วยการแคมเปญรับบริจาคเลยระดมทุนเลยว่าถ้าจะให้ไอซ์รักชนกลงเลือกตั้งแบบเนี้ยนะครับ จะมีคนช่วยเห็นด้วยเท่าไหร่ก็จะมีคน donate มานะครับ อันนี้แต่จริงๆ พี่ไอซ์น่าจะตอบได้เพราะว่าอันนี้เป็นคนระดมทุนเก่งมากนะครับ เอ่อ เรื่องการศึกษา จริงๆ มันเป็นเรื่องโครงสร้างในเรื่องเนื้อหาที่เขียนในรัฐธรรมนูญด้วยนะครับ รัฐธรรมนูญ 40 นี่เขียนว่าประเทศไทยนะครับ ต้องให้สิทธิ์ประชาชนในการเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน อ่า 12 ปี เท่านั้นนี้พอเป็นขั้นพื้นฐานน่ะ โรงเรียนเนี่ยจะจัดให้เรียนฟรีไปจนถึง ม. 6 ได้เพราะ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติเนี่ย บอกว่าการศึกษาขั้นพื้นฐานเนี่ยคือ ป. 1 เอ่อ ถึง ม. 6 ใช่มั้ย แต่พอ 560 เป็นต้นมาเไปเปลี่ยนคำครับน้อง เไปเปลี่ยนเป็นการศึกษาภาคบังคับซึ่งมันจบแค่ม. 3 ดังนั้นการศึกษาที่ดีถ้าเราบอกว่าประชาชนไม่ว่าญาติจนหรือร่ำรวยต้องเข้าถึงอย่างเท่าเทียมอ่ะ ของเราเนี่ยที่รับรองรัฐธรรมนูญเนี่ย มันสั้นไปมันไปจบแค่ ม. 3 ตอนนี้นะครับ ซึ่งเรื่องเนี้ยเวลา รณรงค์ให้แก้รัฐธรรมนูญรอบเนี้ย พี่ก็เอามาเป็นตัวอย่างนึงนะ พี่จะไม่พูดเรื่องยากเรื่องยากให้ไอซ์พูดนะครับ แต่เอาเรื่องว่าเนี่ย ที่การศึกษาคนจนเข้าไม่ถึงทุกวันเนี้ย เพราะรัฐธรรมนูญมันไปล็อกคไว้จบแค่ม. 3 นะครับ รัฐธรรมนูญเคยเขียนให้เรียนฟรีไปจนถึง ม. มาแล้วแต่เราไปแก้มัน ดังนั้นแก้กลับสินะครับ ก็ก็ประมาณนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวเรื่องยากๆ ให้พี่ไอซ์ตอบ เรื่องจริงๆ เรื่องการศึกษาเนาะ ก็คือจริงๆ ต่อไปก็คงจะคล้ายๆ เมื่อกี้ พี่คิดว่าอันดับแรกเลยคือเราต้องหารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาที่มีความรู้ความสามารถ มีแพชชั่น มีเจตจำนงก่อนอ่ะ แต่ถ้าเมื่อมีนะ สมมุติว่าเรามีแล้ว เราจะต้องแก้อะไรเนาะ พี่คิดว่ามีประมาณ เอ่อ 3 เรื่องใหญ่ๆ ก็คือ 1 อำนาจนิยมในระบบการศึกษา คือเราต้องทำให้ทั้ง 4 แล้วกัน เราต้องทำให้เราต้องทำให้เรียกว่าอะไรอ่ะ หาความ balance อ่ะ ว่าทำยังไงให้เด็กไทยเนี่ยมีอิสระมากพอที่จะสามารถที่จะแบบ แสดงสิทธิเสรีภาพของตัวเองได้อยู่บนเนื้อตัวร่างกาย ทรงผม การแต่งหน้า การใส่ถุงเท้าในรูปแบบไหนอะไรอย่างเงี้ย คือทำยังไงให้ให้สามารถที่จะ เอ่อ ใช้สิทธิเสรีภาพของตัวเองได้ แต่ว่ากฎระเบียบเนี่ยมันไม่มันไม่มันไม่แข็งตึงจนเกินไป หรือว่าคนที่บังคับใช้กฎระเบียบเองเนี่ย ไม่ได้บังคับใช้โดยใช้ดุลยพินิจของตัวเอง เราจะเห็นเนาะว่าอย่างคุณครูเนี่ย ถ้าเป็นคุณครูยุคใหม่น่ะ ก็คือค่อนข้างที่จะผ่อนคลายถูกมั้ย เราจะบางทีเด็กๆ อาจจะแบบ อ่า ทาแป้งแต่งหน้าทาปากบ้าง หรือว่าทำผมมาโรงเรียน หรือว่า เอ่อ ใส่กระโปรงสั้นอ่ะ ถ้าเป็นคุณครูที่เป็นเจนใหม่ๆ จะเริ่มเข้าใจว่าเออมันก็คือเด็กทุกคนก็อยากที่จะดูดีไปโรงเรียน มันไม่ผิดเนาะ แต่ว่าถ้าเป็น เอ่อ เป็นเป็นรุ่นเก่าๆ อย่างเงี้ย เราจะทำความเข้าใจยังไงให้เขา้าอ่ะ ยอมรับ คือการเปลี่ยนแปลงมันก็มันก็ต้องเรียกว่าทำให้ทุกคนสบายใจที่จะเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆ กันเนาะ ครูที่เป็นครูยุคเก่าอ่ะ เค้าก็เก็เรียกว่าเค้าก็รู้สึกว่าสิ่งที่เขาสมาทเนี่ย มันก็เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดี ทำยังไงให้ทุกคนเนี่ยเรียกว่า เอ่อ สบายใจที่จะออกจากระบบอำนาจนิยมไปพร้อมๆ กัน เราคงต้องมาหาทางแล้วก็ทำเรื่องนี้อย่างจริงๆ จัง เพราะว่าพี่คิดว่าถ้าเอาอำนาจนิยมออกจากระบบการศึกษาไม่ได้นะ คือสุดท้ายอ่ะ เราอย่าฝันให้เด็กแบบคิดวิเคราะห์แยกแยะอะไรด้วยตัวเองได้เลย เพราะว่าขนาดเสื้อผ้าหน้าผมเขาจะยจะใส่ยังไงเนี่ย ยังต้องมากะเกณฑ์ทุกสิ่งทุกอย่างบนเนื้อตัวร่างกายเลย คืออย่าไปฝันว่าจะให้คิดอย่างอื่นเลย ถ้าเรื่องแค่เนี้ยยังรับกันไม่ได้เนาะ ก็มันรวมไปถึงว่าอำนาจนิยมในในระบบการศึกษามันไม่ใช่แค่กดแค่เด็กอย่างเดียวนะ มันกดครูด้วย เพราะว่าครูเองก็ถูกหล่อหลอมออกมาจากเบ้าของการระบบการศึกษาได้แบบของครูเหมือนกัน ถูกมั้ยคะ ถ้าเราอยากจะขยายเสรีภาพทางความคิดอย่างเงี้ย พี่คิดว่ามันก็ต้องขยายทั้งทั้งฝั่งเด็ก ฝั่งครู แล้วก็ฝั่งผู้บริหาร ด้วย แต่ว่านั่นแหละ มันเริ่มจากหัวที่มีเจตจำนงแล้วก็มีมีวิสัยทัศน์ในการทำเรื่องนี้ก่อน แล้วก็ต้องมีความกล้าหาญทางการเมืองด้วย เพราะคุณจะต้องมีปัญหากับครูจำนวนมากเลยล่ะในระบบการศึกษา อันต่อมาคือเรื่องงบประมาณ คือการ เอ่อ กระทรวงศึกษาเนี่ย เป็นกระทรวงที่น่าจะท็อป 3 ที่ได้งบประมาณมากที่สุดเนาะ แต่ว่าเอ่อ เราก็ยังไม่สามารถบริหารจัดการทรัพยากรให้เด็กๆ สามารถที่จะมีโรงเรียนที่ดีมีคุณภาพได้นะ คะ เอาพูดจริงๆ ว่าเราจะทำยังไงกับการที่ เอ่อ โรงเรียนเนี่ยถูกจ่ายแบบรายหัวแล้วทุกวันนี้เนี่ย อัตราการเกิดของเด็กมันน้อยลง แปลว่าถ้าโรงเรียนมีเด็กน้อยเนี่ย ก็จะยิ่งได้รับการอุดหนุนที่มันน้อย สุดท้ายอ่ะ เรื่องการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก เราจะต้องมาพูดกันจริงๆ จังๆ แล้วมั้ยเนาะ แต่ว่าถ้าควบรวมแล้วทำให้เอ่อ โรงเรียนมันหายไปเนี่ย เราจะชดเชยให้กับเด็กที่จะต้องเดินทางไกลออกไปได้ยังไง อันเนี้คือต้องมาคุยกันจริงๆ จังๆ นะคะ แล้วก็เรื่องของเอ่อ หลักสูตร หลักสูตรที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้เนี่ย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาแห่งชาติ อ่ะ ใช้มา 20 ปีแล้ว โทรศัพท์เครื่องนึงคุณใช้กี่ปีเปลี่ยนอ่ะ เออ คุณยังต้อง 3 ปี 5 ปีคุณยังต้องอัปเดตระบบปฏิบัติการคุณยังต้องเปลี่ยนใหม่เลยถูกป่ะ แต่กฎหมายประเทศ ไทยหลายๆอย่างอ่ะ ยกตัวอย่างเช่นหลักสูตรการศึกษาแห่งชาติเนี่ย โคตรล้าหลังเลย แต่ว่าก็ทดลองเนาะ มีการทดลอง แต่ว่ามันกลายเป็นว่าพอทดลองทำหลักสูตรใหม่ทีก็ไปเป็นภาระกับครูที เราต้องมาถอดบทเรียนได้แล้วว่าสุดท้ายเนี่ย เราจะ เราจะเอาหลักสูตรการศึกษาแห่งชาติแบบไหน เราจะแก้กันไปในทิศทางไหนนะคะ เรื่องหลักสูตรต่อมาคือเรื่องภาระงานครู คือน่าจะเป็นพรรคการเมืองเดียวอ่ะที่ที่พูดเรื่องภาระงานครูนะคะ ก็คือพรรคประชาชน สิ่งที่มันซ่อนเร้นที่ทำให้ครูเนี่ยไม่สามารถที่จะทุ่มเทศักยภาพของตัวเองในการที่จะมาสอนได้ อาจารย์มหาวิทยาลัยเองก็ก็เจอเหมือนกันไม่ใช่แค่ครูอย่างเดียว คือเอกสารคือคุณต้องมานั่งทำเอกสารแบบจำนวนมากมายมหาศาล แล้วก็ต้องทำแบบประเมิน ประเมินแล้วประเมินอีก ประเมินซ้ำประเมินซากนะคะ แล้วก็มีงานธุรการอื่นๆ งานการเงิน บางโรงเรียนต้องทำอาหาร บางโรงเรียนต้องเอ่อ มาครูมาทำการเงินเอง หลายๆ โรงเรียนครูจะต้องมาเรียกว่าทำตรวจรับพัสดุอ่ะ เออ ซึ่งมันไม่มีใครที่มาคิดจริงๆ จังว่าทำยังไงให้เอางานพวกเนี้ยออกจากมือครูให้ได้นะคะ ซึ่งเราก็มีนโยบายเนาะ แต่คือสุดท้ายเราก็เราเราก็ไม่มีโอกาสได้เข้าไปทำนั่นแหละ เราก็คงต้องใช้สภาใช้กรรมาธิการนี่แหละในการผลักดันให้สิ่งเหล่านั้นมันเกิดขึ้นต่อไป พี่คิดว่าเรื่องปัญหาการศึกษาก็คงจะ 4 เรื่องหลักๆ ประมาณนี้
อืม มีอย่างงี้้นะคะ ด้วยความที่เรามีเวลาจำกัด แล้วตอนนี้เวลาจริงๆ ตามกำหนดการเดิมคือหมดแล้วนะคะ แต่คำถามเข้ามาอย่างพรั่งพรูเยอะมากเนาะ ทีนี้อย่างงี้้นะคะ คำถามที่อาจจะไม่ได้ถูกอ่านในรอบสุดท้ายนี้เนี่ย เนี่ยทาง เอ่อ 3 ท่านเนี่ย บอกว่าจะไปตอบในรายการเฟน Talk นะคะ พูดถูกมั้ย เฟรน Talk
>> เดี๋ยวก็
>> เอางี้ เมื่อกี้พูด
>> เพราะว่าทุกท่านเนี่ยซีเรียสกับการที่จะตอบคำถามทุกคนนะคะ อย่างที่บอกเนาะ เกิดการมีส่วนร่วมนะ แล้วเราก็พยายามที่จะเป็น active citizen ใช่มั้ยคะ เพราะฉะนั้นแล้วคำถามเนี่ย ถ้าเราไม่ได้อ่านเพราะมันใช้เวลาอ่านอีกเหมือนกันเยอะ แล้วก็ไปตอบในนั้น แล้วก็อยู่ใน เอ่อ เค้าเรียกนะ บันทึกเอาไว้ในรายการนะคะ แต่นี้จะเหลือล็อตสุดท้ายเนาะ เราพูดเรื่องการเมือง เราพูดเรื่องสังคมในหลายมิติแล้วนะคะ อาจจะยังขาดประเด็นเรื่องเศรษฐกิจเนาะ พรรคในทาง ลองลองดูนะคะว่าจะตอบยังไงได้บ้างนะคะ อยากพัฒนาประเทศไทยให้ทันสมัยขึ้นไม่ เอ่อ ไม่ตามหลังประเทศอื่นๆ ต้องเริ่มจากอะไร และมีปัจจัยอะไรบ้างนะคะ ในฐานะนักการเมืองมีความคิดเห็นอย่างไรกับการพัฒนาเมืองที่เน้นแก่แค่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงความหลากหลายอื่นๆ เช่นกลุ่มชาติพันธุ์หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่เขาคิดว่าไม่มีประโยชน์จนสุดท้ายก็กีดกันสิ่งเหล่านี้ออกไปเป็นกลุ่มชายขอบ เอ่อ คิดว่ายังไงกับเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน เช่นราคามะพร้าวตกต่ำ ถูกจีนมายึดการสัมมนาญไปหมด ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะแก้ปัญหาหรือมีนโยบายยังไงในการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศไทยในให้การมีเงินเดือนของประชาชนเพียงพอต่อความต้องการและการใช้จ่ายค่าครองชีพต่างๆ นะคะ ไม่ใช่แค่เติบโตในสังคมจังหวัดใหญ่ๆ นะคะ แล้วก็น่าจะประมาณนี้นะคะ เรื่องของเศรษฐกิจนะ แล้วก็เรื่องของแนวโน้มสินค้าเกษตรนะคะ จะทำยังไงไม่ให้สินค้าเกษตรตกต่ำอ่ะ
>> อ่า อันนี้ตอบสั้นๆนะ ก็ผมว่าเราลองดูโปรเจค 2 อันใหญ่ที่สุดเนาะ ตั้งแต่น้องจำความได้เนี่ยน้องจำกับโปรเจคอะไรบ้างที่รัฐบาลประกันว่าเมื่อเกิดเมกะโปรเจคนี้แล้วจะกระตุ้นเศรษฐกิจอ่ะ มีใครจำอะไรได้มั่ง จำได้มั้ยฮะ คนละครึ่งอันนั้นไม่ใช่เมกะ อ้าว เมกะโปรเจคอย่างเช่น เอ่อ รถไฟฟ้า 3 สนามบินนะ จะเชื่อมตั้งแต่กรุงเทพฯ นะครับ ดอนเมือง สุวรรณภูมิ แล้วไปจบที่ EEC อู่ตะเภา เมกะโปรเจคอะไรอีกครับ EEC นะ พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก คำถามคือตั้งแต่มีเมกะโปรเจคระดับเป็นแสนล้าน นะระดับเป็นแสนล้านนะลงมาที่ประเทศไทย แล้วเกิดขึ้นเนี่ยน้องๆ มีใครรู้สึกว่าเศรษฐกิจประเทศไทยดีขึ้นบ้าง รู้สึกมั้ย แต่รู้สึกตอนไหนครับ คนละครึ่งมาถูกมั้ย อ่ะ คนละครึ่งมาแบบโอ้ แม่ค้าคึกคักใช่มั้ย อ่ะ อ่า ไอ้พวกเมกะโปรเจคใหญ่ๆ อย่างเงี้ย พิสูจน์อะไร รู้มั้ยครับ แปลว่าเมกะโปรเจคพวกเนี้ย ใช้กับโมเดลเศรษฐกิจปัจจุบันไม่ได้แล้ว เราไปพึ่งการลงทุนจากญี่ปุ่นเนาะ ที่ผ่านมาเนี่ยทำให้ระเบียงเศรษฐกิจโตใช่ไหมครับ ตอนนี้ไม่มีแล้วฝันดีแบบนั้นไม่เหลือแล้วนะ คุณจะพึ่งเมกะโปรเจคอะไร เดี๋ยวจะมี Land Bridge เดี๋ยวจะมี Disneyland เดี๋ยวจะมีคาสิโน เดี๋ยวจะมีอะไรพวกเนี้ย คำตอบก็คือว่ามันไม่ส่งผลต่อ GDP สักเท่าไหร่ และไม่ส่งผลต่อเงินในคนพิษณุโลกและที่นี่เลยนะครับ เพราะฉะนั้นวิธีคิดเรื่องเมกะโปรเจคต้องเปลี่ยน อันที่ 2 ก็คือว่า ตอนอ่ะ ตอบสั้นนะ เดี๋ยวจะยาวนะ ตอนเนี้ยประเทศไทยอ่ะ มันไม่ใช่ประเทศไม่โตแต่มันเป็นประเทศที่เป็นมะเร็งถูกมั้ย อ่า เพราะฉะนั้นเนี่ย คุณเคยเห็นหมอรักษา มะเร็งอ่ะ เอา M1 ไปให้กินป่ะ แล้วบอกว่าเดี๋ยวเดี๋ยวลุกไปวิ่งหน่อย คนป่วยเป็นมะเร็งนะ คุณเติม M1 แล้วบอกเดี๋ยวไปวิ่งให้ดูหน่อย อันเนี้ยวิธี กระตุ้นเศรษฐกิจแบบไทยๆ ก็คือมันป่วยจนเป็นมะเร็งกระดูกอ่ะ แต่คุณบอกเอาคนละครึ่งไป เอาจำนำข้าวไป เอาแจกเงินหมื่นไป เดี๋ยวเอาหนี้ไป แต่ปรากฏว่าคุณไม่สนใจอะไรครับ การปฏิรูปภาครัฐ เวียดนามไปไกลได้นะ เอาจังหวัดหายไปตั้ง 20 กว่าจังหวัด กระทรวงหายไปตั้งเยอะ ราชการตกงานเป็นแสน เพราะกล้าผ่าตัดโครงสร้างประเทศ คุณไม่จัดการเรื่องอะไรครับ ทุจริตคอร์รัปชันที่ทำให้งบประมาณที่คุณไอซ์บอก 400,000 ล้าน ล้านเนี่ยนะ หายไปแล้ว 40% นะ ก็เหมือนกับว่าเรามีอ่างน้ำที่มีรูรั่วแล้วคุณบอกว่า งั้นเติมน้ำสัก 2 ขันแล้วน้ำจะดีขึ้นไม่ มีทาง เพราะคุณไม่อุดรูรั่วถูกมั้ย คุณไม่กล้าทำอะไรอีกครับ คุณไม่กล้าแตะกับโครงสร้างเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรมจริงป่ะ ตอนเนี้ยคุณคุณจะตั้งบริษัทบริษัทนึงตอนอายุ 18 อ่ะ คุณต้องมีต้นทุนอะไรบ้าง ใบอนุญาต 15 ใบใช่มั้ย แต่ละใบรอ 6 เดือน จ่ายใต้โต๊ะประมาณ 200,000 คุณตั้งธุรกิจได้มั้ย คุณอยากจะผลิตถุงเท้าแข่งเว้ย นะ คุณไปหา supplier มาอย่างดีแล้วนะ คุณผลิต 10,000 คู่ เสียภาษี 7% เอ้ย 15% ถุงเท้าจีนเข้ามา 0% นะครับ คู่ละ 2 บาท คุณสู้ได้มั้ย ไม่ได้ เพราะฉะนั้นนี่คือหน้าที่ของรัฐเศรษฐกิจนะ น้องๆ เลิกฝันเลยนะว่าเดี๋ยวจะมีรัฐบาลมาแล้วทำเรื่องเล็กๆ อย่างคนละครึ่งอย่างอะไรก็ไม่รู้อ่ะ น้องรู้ได้เลยนั่นคือการจิบ M1 ของคนไข้มะเร็งนะ กินแล้วแข็งชื่นใจดี พรุ่งนี้ตาย โอเคมั้ย ชื่นใจดี แต่ความตายเพราะมะเร็งยังอยู่ เพราะฉะนั้นตอนนี้นะครับ ต้องผ่า ไม่ใช่ผมไม่อยากแบบปฏิรูปประเทศเลย พูดเหมือนลุงตู่เนอะ จะเลือกทั้งทีนะ คุณไปดูว่ากล้าทำ 3 เรื่องนี้เปล่า 1 คือปฏิรูปภาครัฐ และระบบงบประมาณทั้งหมดของประเทศ กล้าทำเปล่า ถ้าไม่กล้าทำนะ M1 เท่าไหร่ก็ไม่ฟื้น 2 คุณกล้าเช็คบิลการทุจริตคอร์รัปชันที่เป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการไทยหรือเปล่านะ แล้วก็สุดท้ายอันที่ 3 คุณกล้ากิโยตินกฎหมายและระเบียบในการแข่งขันทางธุรกิจให้เป็นธรรมต่อรายเล็กรายน้อยหรือเปล่า ถ้าไม่มี 3 เรื่องนี้นะ ฝันไปเลย เรื่องพัฒนาพัฒนาเศรษฐกิจมันก็จะมีแต่ M1 แล้วเปลี่ยนยี่ห้อไปเรื่อยๆ นะครับ อ่ะ ที่เหลือไปอ่านในเว็บไซต์พรรคประชาชนนะ เพราะว่ามันต้องผ่าโครงสร้างใหญ่ๆ อย่างเงี้ย แล้วทำทุกเรื่องพร้อมกัน เออ ขอโทษแล้วมันไม่มีนะน้อง ต้องออกจากกับดักนี้ก่อน เศรษฐกิจดีก่อนแล้วค่อยปฏิรูปการเมือง ไอ้นี้ไม่มีทางเกิดขึ้นจริงนะ มันต้องทำ 2 มือ 2 ขา คือแก้การเมืองพร้อมกับแก้เศรษฐกิจ เพราะเศรษฐกิจดีไม่มีจริงมันจะเป็นโจทย์อนันต์ และการเมืองที่เลวเนี่ย จะฉุดรั้งจนเราไม่มีภาพที่ไกลกว่าภาพที่เราเคยเป็น ผมไปถามคนที่ชายแดนเชียงรายนะว่าคุณมีความฝันถึงเศรษฐกิจชายแดนยังไง คิดไม่ออกนะ เออ เพราะชายแดนคิดไม่ออกเพราะอะไรครับ เพราะการเมืองมันห่วย การเมืองชายแดนน่ะ ครูเลยบล็อกความฝันของคนชายแดนไว้ว่าเศรษฐกิจดีก็แค่อะไรครับ มีคาสิโนไปเปิดเพิ่มใช่มั้ย ความฝันมันเลยจำกัดเพราะว่าการเมืองมันล็อกเอาไว้นะครับ อันนี้ก็ตอบโจทย์เศรษฐกิจประมาณนี้
ก็คงจะต้องเอ่อนะคะ ยุตินะคะการสัมมนาการเชเอ่อหรือบรรยายพิเศษในวันนี้จากวิทยากรทั้ง 3 ท่านตัวจริงเสียงจริงทำงานการเมืองจริงทำงานการพัฒนาจริงนะคะ หวังว่าทุกคนจะฟินนะคะนะคะ แล้วว่าเป็นอะไรที่ เอ่อ เรารู้สึกว่าได้เรียนรู้มากเลยนะคะ ยังไงก็ในนามของภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์นะคะ มหาวิทยาลัยนเรศวรนะคะ ต้องขอขอบคุณวิทยากรทั้ง 3 ท่านมากในการที่มาถ่ายทอดความรู้แล้วก็ที่สำคัญคือการสร้างแรงบันดาลใจและทำให้เห็นว่าเราอยู่ในสังคมแบบไหน โครงสร้างแบบไหนที่ยังต้องการทำงานกันต่อ นะคะ ก็หวังว่าวันนี้จะได้สร้างความหวัง
อ่านะคะ ให้กับทุกคนนะคะ ขอขอบคุณนะคะ คุณปกรอารีกุล คุณรักชนก ศรีนอก และหมออ๋องนะคะ ปฏิภาสันติานะคะ สำหรับวันนี้มากๆ ตบมือดังๆ อีกรอบค่ะ ค่ะ อ่ะ เดี๋ยวใครอยากถ่ายรูปบ้าง อ่า เดี๋ยว 2 รูป เดี๋ยวให้ไอซ์ถ่ายเซลฟี่ก่อน จะได้รู้ว่ามามนเรศวร
>> คือประเด็นคือ
>> แล้วก็อยากถ่ายรูป
>> เดี๋พอถ่ายรูปเสร็จปุ๊บผมเป็นหัวแถวตรงนี้จะทันมั้ยวะเนี่ยไ
>> แล้วก็ต่อแถวยาวไปตรงนู้น ถ้าใครอยากถ่ายรูปเดี่ยวกับ
>> จบแล้วครับสำหรับรายการนะครับถ่ายตรงแวย
>> เอ้ยถ่ายตรงไอไเวย์นะครับอ๋องเวรขอเอาจริงแล้ววิดีโอหน่อยนะมาหา
>> เค้าเรียกว่าอะไรนะ มหาิ
>> อ่าโอเคครับอ่ะใครอยากถ่ายรูปเชิญเข้าแถวได้เลยนะครับ
>> เออคืออาสะมาหา
>> อ่ะเดี๋ยวๆขออ้าอ่ะไอซ์ไซคุณเข้าวีดีโอไป
>> อ่าตรงนี้นะอ่ะก็
>> มาหาอาสาเพิ่มท่านผู้ชมเรียบร้อยนะครับก็ บรรยากาศค่อนข้างจะคึกคักนะครับแล้วก็
>> เรียกว่าคนให้ วันนี้นักศึกษาให้ความสนใจค่อนข้างมากนะ ครับถ่ายกว้างๆก็พอเน คิดว่านะครับวันนี้ไอซ์จะตกเครื่องหรือเปล่า ก็เดี๋ยวดูกันนะครับเพราะคนเยอะมากนะ ครับ 16:30 นะ เพราะฉะนั้นให้จับ
>> 15 นาทีนะครับเท่านั้นเพราะว่าคุณไอซ์ต้องไปขึ้นเครื่อง แต่เดี๋ยวเราเนี่ยจะขับขับรถไปที่ลำพูนก่อนนะครับ เพราะว่าเราจะไปกันเลยกับน้องภูมิไม่งั้นนะครับเราออกมาทีนึงต้องเอาให้คุ้มนะครับ แต่ตอนนี้นะครับท่านผู้ชมนะครับผมกับน้องภูมิเนี่ย ยังอยู่ในสถานะ
>> เอ่อ
>> คนที่จดงานเรานะคะ
>> ผู้เาเรียกว่าอะไรนะ
>> ตารางหุ้นแดงอยู่นะครับเนื่องจากนะครับ เอ่อ เรายังเจ๊งอยู่นะครับท่านผู้ชมสำหรับทริปนี้นะครับ อย่าลืมช่วยกันนะครับกดไลก์ กดแชร์ แล้วก็สนับสนุนนะครับน้องกับน้องบูมนะครับในการทำงานซะด้วยนะครับนี่ เพื่อนเราเป็นสื่อขอทานนะครับเราก็ต้องขอทานนะครับท่านผู้ชมนะครับคนละ 10 บาท 20 บาท 100 บาท 1,000 บาทนะครับให้
ช่องของเรายังคงทำงานรับใช้ทุกคนต่อไปได้ ด้วยนะครับเดี๋ยวพอเสร็จตรงนี้เดี๋เราจะ บื้นๆไปเลยมั้ยวะภูมิ
>> 4 ช่โม
>> 4 ช่มใช่ป่ะ ขับจากนี่ไปจุดพรุ่งนี้ที่นัดกัน 4 ชม.
>> ผมกับภูมิจะรอดไหมเมื่อเช้าก็ 3 ชม.ครึ่ง มาแล้วนะฮะ ไปอีก 4 ชม.นะครับจะมีชีวิตรอดต่อไปหรือเปล่านะครับ จะพยายามทำงานรับใช้ทุกคนเต็มที่นะครับ ตื่นมาตั้งแต่ตีลูก
>> ก่อน 4:00 น.นะครับ ออกจากบ้าน 4:00 น. กว่านะครับก่อน
>> ผมขอฟ้องตื่นภูมิ ตื่นสายด้วยท่านผู้ชม วันนี้ทำให้ผมต้องมานั่งรีบทำเวลาระหว่างทาง ในขณะที่ภูมิเนี่ยก็หลับคอหักกรนอยู่ข้างๆ ผมนะครับ ปล่อยให้ผมผจญภัยในการขับรถโดยลำพัง เนื่องจากภูมิทำได้ทุกอย่างยกเว้นขับรถกับกินเครื่องใน ภูมิทำได้มีไ้ 2 2 อย่างที่ภูมิทำไม่ได้คือไม่สามารถจะกินเครื่องในได้กับขับรถได้ อะไรนะ
>> กินกบไม่ได้ด้วย
>> กินอะไรนะ
>> กบ
>> เออ แล้วก็กินกบไม่ได้ด้วยนี่คือ 3 สิ่ง ที่ภูมิทำไม่ได้นะครับ ขับรถ กินเครื่องใน กินกบนะครับ 3 อย่างนะครับ กินเผ็ดไม่ได้ด้วย ตอนนี้เป็นคนใต้ที่กินเผ็ดไม่ได้ แล้วมันไม่ใช่คนใต้ต่อเลยท่านผู้ชม ผมเพิ่งด่ามันเมื่อตอนกลางวันว่า ภูมิ มึง ผมจะไปฟ้องแมนปกรว่าให้ไล่ภูมิออกจากการเป็นคนใต้ เพราะภูมิไม่สามารถกินภูมิกินเผ็ดสู้ผมไม่ได้แล้ว เออ มานั่งบ่นนั่งกินแบบผัดขี้เมาแบบบอกว่าเผ็ด ผัดฉ่า บอกเผ็ด บอกเผ็ดห่าอะไรกูกินหมดแล้ว ภูมิ เฮ้อ น่าเศร้าใจจริงๆ ไอ้พวกคนใต้ลืมลืมพื้นเพ ลืมตีนอยู่กรุงเทพฯ แป๊บเดียวทำเป็นกินเผ็ดไม่ได้ ท่านผู้ชม เออ นะครับ อย่าลืมช่วยกันกดไลก์ กดแชร์นะครับ แล้วอย่าลืมช่วยกันสนับสนุนนะครับ อ้อนเสียงหล่อๆ อะลืมเลยนะ ครับ เวลาเราชวนคนสนับสนุนรายการนะครับ แต่ อย่าลืมช่วยกันสนับสนุนช่องของเรานะครับ ให้มีกำลังในการทำงานรับใช้ทุกคนต่อไปได้ ด้วยนะครับ ช่องของเรานะครับไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากพรรคการเมือง นักการเมืองคนไหนนะครับ เอ่อ ช่องของเราอยู่ได้จากการสนับสนุนจากประชาชนเท่านั้นนะครับ ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของการที่ทำให้ช่องนี้ยังคงทำงานรับใช้ทุกคนต่อไปได้นะครับ ถ้ายังอยากให้เราทำงานต่อไปนะครับ ก็ช่วยกันสนับสนุนรายการของเรานะครับ คนละ 10 บาท 20 บาท 100 บาท 1,000 บาทนะครับ แต่ช่วงนี้นะครับ สนับสนุนกันเป็นแสนก็ได้นะฮะ รายการเราจะได้มีกำลังในการพัฒนาขยายช่องต่อไป เราก็พยายามที่จะขยายช่องความครอบคลุมกิจการของเราต่อไปนะครับ ขอบคุณทุกคนด้วยนะครับ ผม เหนื่อย นะครับ โอเค นะครับ พี่กันนะครับที่ไม่ใช่จอมพลังนะครับ ก็อย่าลืมช่วยสนับสนุนผมด้วยนะครับ พี่กันยังไงสังเกตคุณกัน เอ่อ ยังชื่อไม่เป็นสีเขียวด้วยนะ พี่ เอ่อ ถ้าชื่อเป็นสีเขียวเนี่ย มันทำให้เราอุ่นใจนะ ครับว่าเวลาเราไปไหนเนี่ย มันดูแบบ พูดแล้วทำอ่ะ เออ ทำก็พูด เออเออ มันดูแบบผิดสีเขียวเยอะๆ มันจะดูทำมากกว่าพูดนะครับ อย่าลืมช่วยกันสนับสนุน Channel เราด้วยนะครับ
ก็อย่างไรก็ตามนะครับ เดี๋ยวผมจะปิดไลฟ์แหละ เดี๋ยวหนูภูมิก็จะปิดไลฟ์แล้วจะได้เดินทางไปนะครับ เอ่อ เอ่อ ไม่ถึง 3 ล้านจบกัน Special Content วันนี้เลย วันเนี้ยไม่ได้ดูแล้ว ภูมิใส่อะไรนะ กางเกงใน Victoria Secret อ่ะ ไม่ถึง 3 ล้านไม่ใกล้เลย เอาให้ถึง 30,000 ก่อน ไม่ต้องถึง 3 ล้าน 30,000 ยังใกล้เลย โถ เออ ขอบคุณทุกคนด้วยนะครับ แล้วเดี๋ยวไง เดี๋ยวเจอกันนะครับวันพรุ่งนี้นะครับ วันนี้เดี๋ปิดไลฟ์หล่อ เพราะตอนแรกจริงๆ คุณไอซ์มีอีกหมายนึงนะ แต่ก็น่าจะ cancel แล้ว เพราะว่ามันไม่ทันหรอกนะครับ เพราะว่าคนแค่ขอถ่ายรูปนี่ก็จะตกเครื่องอยู่แล้ว ท่านผู้ชมนะครับผม โอเค เจอกันในวันพรุ่งนี้นะครับผม สวัสดีครับ ขอบคุณพีู่ so เชง ผมอ่านถูกป่าไม่รู้นะ พี่เออผมจะอ่านเป็นแบบชื่อจีนผมไม่ค่อยถนัดนะ แบบช่วยช่องเถอะน้องสู้ขนาดนี้ครับ ผมจนคนเขาไปแซวนี้ช่องนี้เพื่อนรักชนกบอก เออไม่รู้อ่ะ ผมชอบไปดูอ่ะ เวลาเป็นรักชนกมันไปไหนมันสนุกดีอ่ะ แล้วถามอะไรมันให้ทำอะไรมันก็ทำไง เออ ให้ทำอะไรให้ทำอะไรประหลาดๆมันก็ทำไง เออ ก็เป็นเพื่อนรักชนกนะครับ โอเค ขอบคุณทุกคนด้วยแล้วยังไงเดี๋ยวเจอกันในวันพรุ่งนี้นะครับผม สวัสดีครับ บ่ายๆ บ่ายๆ เลยนะ พรุ่งนี้บ่ายๆ แก่ๆ เลยใช่ป่ะ 300 น. ป่ะ เพราะว่าไอซ์กว่ามันจะถึงอ่ะ มันต้องไปลงเครื่องที่เชียงใหม่ก่อน แล้วมันก็ต้องนั่งเครื่องรถไปลำพูนอีกใช่ไหมนะครับ เดี๋ยวๆ รอดูนะครับเคเดี๋ยวเจอ กันพรุ่งนี้นะครับเดี๋ยวผมกับภูมิจะไปหาที่นอนชิลๆ สักนิดนึง เพราะว่านานกว่าจะรอรักมาเนี่ย หนีกลับกรุงเทพฯ เราขับรถกันไป เอ้ย ผมขับรถไม่ใช่เราอย่าใช้คำนี้ ผมโบสขับรถ ภูมิหลับคอหัก ฉะนั้นภูมิเก็บกล้องไปเลย
>> แบ่งงานกันเอองั้นภูมิเก็บกล้องไปเลยว่า
>> นะครับโอเค ขอบคุณทุกคนด้วยครับ เจอกันครับ ผมสวัสดีครับ
>> ลืมไปปิดเสียงไม่ได้ปิดเสียงทีไรโดนลิขสิทธิ์ทุกที ใครมันหัวหมอเอาเสียงเงียบไปเป็นลิขสิทธิ์ตัวเอง ไอ้เสย ไอ้เส โดนไปหลายทีแล้วจนแบบใครว้าหัวหมอเคลมลิขสิทธิ์เสียงเงียบกูเลย ชอบจริงๆ มีอะไรประหลาดๆ เยอะดีในโลกนี้ ไปแล้วท่านผู้ชมเจอ