Transcription
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรนะครับผม ณัฐพงษ์ เรือบรรยาวุธ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับท่านประธานครับ จากการที่ผมได้ติดตามการอภิปรายในญัตตินี้ทั้งวันนะครับจนถึงเวลา ณ ขณะนี้ก็คือประมาณ 20 น.นะครับ ก็มีเพื่อนสมาชิกได้ให้ความเห็นหลายคนครับ แต่สิ่งหนึ่งนะครับที่ผมอยากจะยืนยันนะว่า วันนี้เนี่ยปัญหาในเรื่องของวิกฤตไฟป่า ในเรื่องของปัญหาวิกฤตฝุ่นพิษ PM 2.5 เป็นปัญหาที่รัฐบาลรู้ละเลย และทำให้เกิดอะไรขึ้นครับ ความล่าช้าในการแก้ไขปัญหา ปัญหาลุกลามบานปลาย จนทำให้เกิดโรคเรื้อรังแก่ประชาชนคนไทยหลายล้านคน
ท่านประธานครับ ทำไมผมถึงบอกว่ารัฐบาลรู้ละเลย ดูจากตัวเลขค่าฝุ่น รวมถึงฮอตสปอตต่างๆ นะในพื้นที่ภาคเหนือ ผมขอลงรายละเอียดเล็กน้อยนะครับ ไม่ซ้ำซากกับที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายมานะครับ ในวันที่ 23 มีนาคมครับท่านประธาน จำนวนจุดฮอตสปอตในพื้นที่ภาคเหนือนะครับ ในประเทศไทยมีอยู่ 1,488 จุด ในประเทศเพื่อนบ้านเราก็คือประเทศเมียนมาร์และลาวมีอยู่ 8,000 จุด ค่าฝุ่น PM 2.5 ในวันนั้นครับ ยังไม่มีจังหวัดใดในพื้นที่ภาคเหนือนะฮะ ที่อยู่ในโซนสีแดงนะครับ ตอนนั้นเนี่ยมีมูลค่า มีค่าฝุ่นอยู่ที่ประมาณ 52.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเท่านั้นเอง
แต่ถัดมา 1 วันครับท่านประธาน ในวันที่ 24 มีนาคม ค่าฝุ่นพุ่งสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานที่อยู่ในโซนอันตรายก็คือเป็นพื้นที่สีแดงแล้ว 3 จังหวัดฮะ นั่นก็คือมีค่าฝุ่นเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 81.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สาเหตุที่เกิดขึ้นครับ ก็มาจากเรื่องของจำนวนฮอตสปอตที่เพิ่มขึ้นแปรผันตรงกันเลยครับ ทั้งในบ้านเราและในประเทศเพื่อนบ้าน ในบ้านเราเนี่ยเพิ่มขึ้นจาก 1400 จุดเป็น 2,000 จุด และประเทศเพื่อนบ้านเนี่ยนะครับ จาก 8,000 เป็น 9,000 จุด
ถ้ารัฐบาลไม่ละเลยในการแจ้งเตือนประชาชน ไม่ละเลยเขตภัยพิบัติ ไม่ละเลยในการที่จะสนับสนุนการช่วยเหลือนะครับไปยังเจ้าหน้าที่และประชาชนเนี่ย ผมเชื่อว่าปัญหาในวันนี้เนี่ย เราจะเห็นทิศทางที่ดีกว่านี้ในการแก้ไขปัญหาครับ ผมขอยกตัวอย่างอย่างเช่น ในเรื่องการจัดสวัสดิการนะครับ เครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่หน้างาน ท่านประธานครับ วันนี้เราได้ยินข่าวที่พวกเราทุกคนล้วนรู้สึกเสียใจ ที่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่หน้างานสูญเสียชีวิตนะครับ เนื่องจากมีการพัดหลงในป่าในอำเภอแม่ริม พัดหลงแล้วมีความเหนื่อยล้าสะสมครับ อันนี้เป็นสาเหตุคาดการณ์นะครับ ที่ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตจากเจ้าหน้าที่หน้างาน
ท่านประธานทราบมั้ยครับ ตามข่าวที่ผมได้ยินมา ทราบว่าภาคประชาสังคมและประชาชนระดมเงิน ระดมเงินบริจาค ระดมทุนกันเองครับ เพื่อที่จะไปซื้อประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่หน้างาน หัวละ 30 บาทครับ มันสูงเกินไปมั้ยครับ ที่รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณไปซื้อประกันชีวิต ประกันสุขภาพ สวัสดิการที่ดีให้เพียงพอกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่หน้างาน หรือจัดสรรกำลังคนลงไปให้มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน มีการเปลี่ยนกะที่ดีกว่านี้ครับท่านประธาน
เพราะอย่าลืมนะครับ อย่างที่ผมได้บอก สาเหตุจากการสูญเสียชีวิตเมื่อสักครู่ แน่นอนอาจจะยังไม่ได้ยืนยัน 100% นะฮะ พัดหลงในป่าและอาจจะเกิดจากการเหนื่อยล้าสะสมครับท่านประธาน นี่ใช่มั้ยครับ อีก 1 ความสูญเสียที่เราคิดว่าถ้าเราบริหารจัดการได้ดีกว่านี้ เราจะป้องกันการสูญเสียได้ดีกว่านี้ครับท่านประธาน
และไม่ได้เกิดกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่หน้างานอย่างเดียวเท่านั้นนะครับ ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน ผมขออนุญาตไม่พูดซ้ำ ไม่ต้องเอาภาพข่าวมาเปิดซ้ำก็ได้ครับ เพื่อนสมาชิกระหว่างวันได้เปิดแล้วนะครับ มีเด็กนักเรียน ลูกหลานของประชาชนคนไทยที่เลือดกำเดาไหลเนื่องจากไปสูดอากาศพิษตอนที่ไปโรงเรียน มีงานวิจัยครับจากคณะแพทย์ มช.ครับ เมื่อปี 67 ครับท่านประธาน เค้าบอกว่าทุกๆ ค่าฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่เพิ่มขึ้น 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร มีความสัมพันธ์ครับ มีสัมพันธ์ทางตรงแปรผันตรงกับอัตรา อัตราการสูญเสียชีวิตของประชากรในพื้นที่ 1.6% 6% ใน 6 วันข้างหน้า
ตัวเลขนี้กำลังบอกอะไรครับ ตัวเลขนี้ไม่ได้กำลังจะบอกว่าฝุ่นพิษฆ่าคนโดยตรงในอีก 6 วันข้างหน้าหรอกครับ แต่มันกำลังจะบอกว่ามันส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มเปราะบางครับท่านประธาน คนที่เป็นโรคเรื้อรังต่างๆ อยู่ในภาวะวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นโรคทางเดินหายใจ โรคทางเดินโลหิต ที่เขาอาจจะต้องอาศัยเครื่องพยุงชีพ หรือบางคนอยู่ในภาวะสุดท้ายอยู่ที่บ้าน เมื่อฝุ่นพิษมามันกระตุ้นภาวะต่างๆ เหล่านี้ครับ ให้เกิดภาวะที่มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จนนำมาสู่อัตราการสูญเสียชีวิตที่มากขึ้น
ผมคิดว่าตัวเลขต่างๆ เหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นชัดเจนแล้วที่สุดที่สุดแล้วนะครับว่า ค่าฝุ่นพิษ PM 2.5 นั้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างไรบ้าง เพื่อให้ปฏิบัติตามที่ท่านประธานได้ร้องขอมานะครับ เนื่องจากตอนนี้ครบ 5 นาที ผมขอสรุปตอนท้ายแบบนี้ครับท่านประธาน ผมขอสรุปตอนท้ายแบบนี้ครับ
ในขณะที่รัฐบาลพยายามสื่อสารมาโดยตลอดครับว่าให้ความสำคัญกับพ่อแม่พี่น้องครอบครัวและทหารที่กำลังต่อสู้กับอริราชศัตรูเพื่อปกป้องพ่อแม่พี่น้องในจังหวัดชายแดน ผมอยากจะให้รัฐบาลให้ความสำคัญสัตว์ดูและให้สวัสดิการที่ดีเพียงพอกับเจ้าหน้าที่ที่ต่อสู้ไฟป่าที่เขากำลังปกป้องชีวิตคนไทยอีกหลายล้านคนที่กำลังได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 นี้เช่นเดียวกัน อย่าเลือกปฏิบัติ 2 มาตรฐานครับ อย่าทำให้คนไทยตั้งคำถามว่ารัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับเรื่องชายแดนเพราะเล่นไปกับกระแสชาตินิยมหรือเปล่า และคุณละเลยการแก้ไขปัญหาไฟป่า แก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 หรือเปล่า
นอกจากเรื่องปัญหาฝุ่นในป่าครับ ฝุ่นข้ามพรมแดน ทิ้งท้ายนิดเดียวครับท่านประธาน ตอนนี้ พ.ร.บ.อากาศสะอาดอยู่ในอำนาจของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่ท่านเองต้องยืนยันกลับมาภายใน 60 วันหลังจากเปิดประชุมสภาวันแรกครับ อยู่ในอำนาจคณะรัฐมนตรีเต็มร้อยครับที่จะผ่านกฎหมายฉบับนี้เพื่อป้องกันปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน
ท่านประธานครับ ปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน เราต่างรู้ดีว่าวิธีในการแก้ไขปัญหานั้นใช้ในการใช้วิธีในการเจรจาทางการทูต เวทีระหว่างการต่างประเทศอย่างเดียวไม่พอ ถามว่าต้องทำมั้ย ต้องทำครับ อีก 1 วิธีครับ ใช้มาตรการทางเศรษฐศาสตร์ครับ ใช้เรื่องของเงินทุนนะครับ ในการควบคุม วันนี้เรารู้ดีครับว่าประเทศเพื่อนบ้านมีการปลูกข้าวโพดนำเข้ามาในประเทศไทย อยากให้ประชาชนต้องตั้งคำถามครับว่าตกลงแล้วมีบริษัทนายทุนในประเทศไทยที่กำลังผลิตอาหารสัตว์นำเข้าโพดที่ไม่ได้มีการตรวจสอบอย่างดีเพียงพอว่าตกลงแล้วไม่ได้ใช้การเผา ไม่เอ่อ ไม่ได้ใช้การเผาผ่านคุณภาพภาพนำเข้ามาในประเทศ หรือเปล่า หรือจริงๆ แล้วยังคงนำเข้าละเลยควบคุมเอ่อ ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดนอย่างนี้อยู่
ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกทุกคนที่วันนี้มาร่วมกันสะท้อนปัญหานะครับ ล้วนเป็นผู้แทนราษฎรในพื้นที่ แต่ที่ท่านประธานได้นำเรียนล่ะครับ อยากจะกอบกู้ศรัทธาของพ่อแม่พี่น้องประชาชนต่อสภาแห่งนี้ รวมถึงรัฐบาลชุดนี้ด้วยนะครับ วิธีการเดียวที่จะกอบกู้ศรัทธาได้นะครับ ก็คือการแสดงความจริงจังในการแก้ไขปัญหา วันนี้นะครับ อย่าทำให้ปัญหาต้องลุกลามและทำให้ประชาชนอีกหลายล้านคนต้องป่วยเป็นโรคเรื้อรังทางเดินหายใจและทางเดินโลหิตนะครับ ร่วมกันผ่าน พ.ร.บ.อากาศสะอาดนะครับ เพื่อที่คืนอากาศสะอาดที่ดีกับประชาชนคนไทยทุกคนครับ ขอบคุณ