📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง: พรรคประชาชน จ่อฟ้อง ม.157 '7 กกต.-แสวง' ปม บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด

Jomquan32:30

Transcription

ตกลงว่าเดินหน้า เอ่อ จะเรียกว่าอะไรคะ ดำเนินคดี หรือร้องในสายไหนบ้างคะ ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ 157 หรือไปทางไหนบ้างคะ หมอเก่ง

ก็ถ้าในนามพรรคอ่ะนะครับ ถ้าในนามพรรคเนี่ย เราเดินหน้าที่จะเป็น ใช้คำว่าฟ้อง แล้วกันนะครับ เป็นคำฟ้อง

กำลังยกร่างฟ้องอาญาอยู่จริงๆเนี่ย ผมยก ร่างค่อนข้างเสร็จแล้วแหละ จริงๆสมบูรณ์ะ เกือบๆ 100% เหลือแค่การทำพวกเอกสารท้าย ฟ้องเท่านั่นเอง เพราะว่าเบื้องแรกเลยเนี่ย เราตั้งใจว่าเราจะไปฟ้องอาญาที่ศาล อาญาทุจริตและประพฤติวิรุ่ง นี้นะครับ ช่วงช่วงบ่าย เพราะว่าช่วงเช้า เนี่ยผมติดภารกิจมีสอนบรรยายที่สถาบัน ปปกเกล้านะครับ แต่ว่าเราคุยกันไปในทีม ทีม งานเนี่ยนะครับ เราเห็นว่ามันจะมีอีก 1 อีเวนต์ที่สำคัญก็คืออีเวนต์วันอาทิตย์ นี้นะครับ ซึ่งจะมีการเลือกตั้งใหม่ตามคำ สั่งของ กกต.นะครับ ซึ่งเราเห็นว่าน่าจะ หรืออาจจะนะครับ ได้พยานหลักฐานมีแค่ 2 กรณีนะครับ

1 คือเราอาจจะได้พยานหลักฐาน เพิ่มเติมนะครับ เพื่อมาสนับสนุนนะครับ หรือ 2 อาจจะเกิดพฤติการใหม่ กล่าวคือใน วันอาทิตย์เนี้ย ถ้าเขาเปลี่ยนบัตรไม่ใช้ บัตรที่มี QR Code กับบาร์โค้ดเนี่ย

ก็เป็นเสมือนถึงว่ายอมรับ กลายว่า เอ่อ การ มี QR Code หรือการมีบาร์โค้ดนั้นจะต้องเป็น อุปสรรคอะไรบางอย่างแล้วแต่เหตุผลที่เขา จะให้ ถ้าเขาเปลี่ยนนะนะครับ ซึ่งเราก็ สามารถเอาสิ่งเนี้ยมาเพิ่มเติมในคำฟ้อง ของเราให้สมบูรณ์ได้ แล้วผมก็ตั้งเป้าไว้ ว่าอย่างช้าเนี่ยจะไปยื่นฟ้องเนี่ยนะครับ ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเนี่ยไม่เกินวันพุธ

โดยโจทย์เนี่ยจะมี 4 คนนะครับ โจทย์ที่ 1 คือพรรคประชาชน โจทย์ที่ 2 คือณัฐกงเรือง ปัญญาวุธนะครับ ในฐานะหัวหน้าพรรคแล้วก็ใน ฐานะผู้มีสิทธิ์ เอ่อ เลือกตั้งนะครับ โจทย์ ที่ 3 นะครับ ก็คือผมเองนะครับ ในฐานะรอง หน้าพรรคไปกฎหมายแล้วก็ผู้มีสิทธิ์เลือก ตั้ง ส่วนสุดท้ายก็คือคุณพฤทธ์วัชรสิทธิ์ นะครับ ในฐานะโฆษกแล้วก็ในฐานะผู้มีสิทธิ์ เลือกตั้งนะครับ

ซึ่ง เอ่อ ถ้ามันออกมาอีก ทางนึงเมื่อสักครู่นี้คือวันอาทิตย์นี้ ออกได้ 2 หน้าใช่มั้ยครับ หน้าแรกคือไม่ใช้ หน้าแรกคือไม่ใช้เนาะ ถ้าไม่ใช้เนี่ยก็ จะเป็นแบบเมื่อสักครู่นี้นะครับ ซึ่งผม สามารถเอามาเขียนยำเพิ่มเติมได้ ส่วนหน้า ที่ 2 เนี่ยคือถ้าสมมุติสว่าใช้เหมือน เดิมใช้เหมือนเดิมเนี่ยพวกเรานะครับในทีม กฎหมายเนี่ยเรามองว่าแบบเนี้ยก็คือการ กระทำความผิดอีกกรรมนึงแยกต่างหากจากกัน คือของเดิมเนี่ยจัดเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์เนี่ยก่อนหน้านั้นเนี่ยวันและ เวลาใดไม่ปรากฏเราไม่รู้แต่ว่าเขามีคำ สั่งมีการจัดเตรียมมีเจตนาจงใจที่จะใส่ บาร์โค้ดและ QR Code ซึ่งรู้อยู่แก่ใจอยู่ แล้วว่าสามารถแทรกไปถึงบัตรเลือกตั้งของ บุคคลใดๆได้ให้ปรากฏในบัตรเลือกตั้งเมื่อ วันที่ 8 กุมภาพันธ์อันนี้เป็นการกระทำ ความผิดกรรมแรก

อืม

ส่วนของวันอาทิตย์นี้ถ้ายังดึงดันที่จะ ใช้อีกผมเห็นว่าเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่ง เพราะฉะนั้นเวลาเราเขียนคำฟ้องเนี่ยเราจะ เขียนพ่วง 2 กรรม 2 การกระทำซึ่งเวลาศาล พิพากษาเนี่ยเขาจะได้เอา 2 กรรมเนี้ยมา ต่อกันสมมุติว่ากรรมแรกวินิจฉัยให้จำคุก 3 ปี กรรมที่ 2 ถ้าอีก 3 ปีมันจะบวกกันเป็น 6 ปี เพราะถือว่าเป็นคนละกรรมกันต่างกรรม ต่างวาระก็เลยคิดว่าน่าจะเป็น benefit มากกว่ากับการที่จะดึงดันรีบฟ้องไปในวัน พรุ่งนี้รอดูอีกทีนึงวันอาทิตย์นี้น่าจะ ได้ประโยชน์ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง

เมื่อสักครู่นี้คุณหมอบอกว่าถ้าสมมุติ บัตรที่ใช้ในวันที่ 22 ไม่ใช้ก็คือเหมือนเดิม ก็เป็นกรรมเดียว เป็นกรรมที่แบบเกิดขึ้นไปแล้ว แต่ว่าถ้าคุณใช้มันจะเป็นกรรมใหม่

อ่า ซึ่งจะมีผลถ้าสมมุติมันผิดมันจะ มันจะ เป็นบทลงโทษตัวที่มันจะคูณเข้าไปเป็น 2 ถูกมั้ย

2 เห็นผมเห็นว่ามันเป็นการกระทำผล ลักกรรมต่างกรรมต่างวาระและเป็นการกระทำ ที่ไม่ต่อเนื่องกันมันเป็นการกระทำที่จบ ไปแล้วในตัวจากการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ส่วนการ

อ่า

เลือกตั้งใหม่เนี่ยเป็นอีกกรรมนึงซึ่งเขา สามารถที่จะซึ่งเขามีการประชุมกันถูกป่ะ เขามีการประชุมกันหารือกันว่าเขาจะเอากัน ยังไงเพราะฉะนั้นแปลว่าเขามีการตัดสินใจ มี action อีกกรรมคือการกระทำถูกมั้ย มี action อีก action นึงเพื่อให้เกิดผลลัพธ์อีกผลลัพธ์ นึงซึ่งเขาอาจจะเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์นั้น ได้แต่เขาก็ยังกระทำความผิดซ้ำอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นมันเป็นต่างกรรมกันคือถ้าใน ทางกฎหมายอ่ะการกระทำอะไรที่มันเป็น continuous กันเนาะแล้วมันยังไม่เว้นวรรคไปเนี่ยนะครับมันจะถือว่าเป็นการกระทำ เอ่อที่มันต่อเนื่องกันถือว่าเป็นการ กระทำกรรมเดียวเวลาการกระทำกรรมเดียว เนี่ยเวลาผิดกฎหมายหลายบทเนี่ยเขาจะลงโทษ บทที่หนักที่สุดแค่บทเดียวแล้วก็การกระทำ 1 กรรม 1 action จะมีโทษแค่ 1 ครั้ง

ครับ แต่ถ้าสมมุติว่าเราแยกการกระทำออก เป็น 2 กรรม 2 action โทษมันจะต้องเอามา บวกกัน

อืม ซึ่ง เอ่อ ถ้า ถ้าเอาข้อกฎหมายก่อนนะคะคุย กับข้อกฎหมายคือ มันแค่เดี๋ยวมันต้องโยง คือมันได้ข้อสรุปแล้วว่ามันไม่รับถูกมั้ย มันถึงว่ามี 2 กรรม ถ้าสมมุติใช้เหมือนเดิมถูกมั้ยคะ

ตอนนี้คือไม่ ไม่ตี ไม่ตีความแล้วถูกมั้ย

เอ่อ ในฐานะที่เป็นโจทย์แล้วก็เป็นทนาย ด้วยนะครับ คือในฐานะที่เป็นจริงๆเป็นหลาย หลายอันเนาะในฐานะที่เป็นผู้เสียหายนะครับ ผู้เสียหายเนี่ยทั้งในฐานะที่เป็น พรรคการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้งและ ผู้เสียหายในฐานะที่เป็นประชาชนผู้มี สิทธิ์ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งนะครับ เลยเป็นโจทย์เพื่อฟ้องคดีอาญาต่อผู้ที่กระทำ ความผิดละเมิดต่อ right to privacy ซึ่งผมเป็นคนกล่าวอ้างว่าเขาละเมิดเนาะ เพราะฉะนั้นผมก็ต้องเต็มที่เพราะการเขียน กับฟ้องอาญาก็คือเป็นการกล่าวโทษเป็นการ ยกข้อกล่าวอ้างขึ้นมานะครับแล้วก็ไปทนาย เข้าไปสู้คดีนะครับทีนี้เพราะฉะนั้นพวก ผมเนี่ยก็คือตีความเนาะแล้วผมเชื่อว่าก็ หลายคนเนี่ยจงอาจารย์วันนี้ก็ออกมาเยอะ เนาะก็วันนี้มีใครมั่งอ่ะ อย่างน้อยก็มี อาจารย์วิษณุแล้วก็มีอาจารย์จรัญนะครับ อาจารย์วิษณุนี่บรรยายค่อนข้างค่อนข้าง แหลมนะครับส่วนอาจารย์จรัญเนี่ยถ้าไปฟัง ดูจริงๆแล้วเนี่ยก็อาจจะจริงๆยังแบ่งรับ แบ่งสู้อยู่ไม่ได้

เอ่อ ชี้หรือตีแหลมขนาดนั้นนะครับ แต่ว่า ยังแบ่งออกเป็น 2 กรณีแต่อย่างไรก็ตาม เนี่ยทั้ง 2 ความเห็นเก็เป็นความเห็นที่ เอ่อมีคุณประโยชน์อยู่พอสมควรแต่อย่างไร ก็ตามผมก็ไม่ได้ยกกล่าวอ้างลงไปในคำฟ้อง เพราะก็พูดตรงๆว่าไม่อยากที่จะ reference บุคคล เอ่อ ต่างๆเท่าไหร่นะครับในฐานะ เอ่อ นิติกรหรืออะไรนะครับเพราะว่ามันก็จะมี หลายๆครั้งเนาะที่ความเห็นมันก็อาจจะ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้คล้ายๆกับเมื่อตอน ที่อาจารย์ปิยบุตรแสงกนกุลน่ะนะครับเขายก ตัวหนังสือที่อาจารย์วิษณุตอนนั้นในฐานะ รองนายกตั้งแต่สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์เ นะครับที่ท่านรองนายกตอนนั้นเนี่ยอาจารย์ วิษณุเนี่ยเข้ามาพูดในสภานะครับอาจารย์ ปิยบุตรก็หยิบหนังสือที่แกเขียนไว้เมื่อ 20 ปีที่แล้วนะครับเปิดหน้าที่นะครับ แล้วก็อ่านถ้อยคำที่อาจารย์เคยเขียนไว้ มันก็ไม่ตรงกันเพราะฉะนั้นการยกคำกล่าว อ้างของบุคคลเนี่ยมันก็มีความเปลี่ยนแปลง ไปได้จริงๆก็คล้ายๆกับรองนายกคนปัจจุบัน ท่านนึงอยู่เหมือนกันนะที่ก็เขียนไว้แบบ นึงนะครับแล้วปัจจุบันก็มาพูดอีกแบบนึง เพราะฉะนั้นโดยหลักเนี่ยผมจะยกกล่าวอ้าง ในเรื่องของข้อกฎหมายแล้วก็หลักสากลหลัก เอ่อวิชาการเป็นหลักมากกว่าว่าคำว่ารับ เนี่ยนะครับตรงและรับเนี่ยตรงไม่มีใคร เถียงเนาะมันคือการเลือกตั้งโดยตรงเราไป กาเพื่อเลือกคนนี้เราได้คนนี้อันนี้คือ การเลือกตั้งโดยตรงส่วนการเลือกตั้งนายก เนี่ยเป็นการเลือกตั้งโดยอ้อม

เพราะเราเลือกคนๆคนกลุ่มนึงไปเลือกนายก ให้เราอีกทีนึงอันนี้คือการเลือกตั้งโดย อ้อมแต่การเลือกตั้ง สส.เนี่ยเป็นการ เลือกตั้งโดยตรงหลักนี้ไม่มีใครโต้แย้ง แต่หลักเรื่องลับหรือไม่ลับเนี่ยที่กำลัง โต้แย้งอยู่ซึ่ง กกต.เนี่ยทั้งตอนที่ กกต.มาแถลงเองเมื่อวันที่ 13 และตอนที่พี่แหวงเนี่ย คุณแสวงบุญมีเนี่ยโพสต์ Facebook ในวัน ที่ 15 เนี่ยท่านพยายามที่จะยกหลักของ Security มาเหนือ Privacy หลัก 2 หลัก มันเป็นหลักที่มัน debatable กันค่อนข้างมากอยู่แล้วใน เอ่อระบอบประชาธิปไตยนะครับว่าโดยหลักส่วนใหญ่ in general แล้วเนี่ย right to privacy เนี่ยคือสิทธิ ในความเป็นส่วนตัวหรือสิทธิ์สิทธิ์ของเรา เนี่ยมันเหนือกว่านะครับ Security เนี่ย มาเพื่อปกป้องสิทธิ์นี้ของคนอื่นๆให้ได้ เท่าเทียมกันยกเว้นในบางกรณีที่หลัก security เนี่ยจะ over หลัก privacy ได้ ผมยกตัวอย่างเช่นเวลาเราป่วยเนี่ยเรามี right to privacy ที่แพทย์หรือใครก็ตามอ่ะที่ล่วงรู้ความเจ็บป่วยของเราเนี่ย ไม่สามารถที่จะเปิดเผยความเจ็บป่วยของเรา ได้นะครับหรือแม้แต่ทนายความหรือแม้แต่ ผู้ตรวจการบัญชีหรืออะไรแล้วแต่นะครับ เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายจำกัด เอ่อบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะอย่างยิ่งยกตัวอย่างเช่น ตอนโควิดที่บังคับให้แจ้งว่าถ้าคุณป่วย โควิดคุณต้องแจ้งคุณถูกบังคับแจ้งแพทย์จะ แจ้งเข้าไปที่กระทรวงสาธารณสุขโดยที่เบรค consent ของคุณแล้วคุณต้องเปิดเผย ไทม์ไลน์ด้วยซ้ำตอนแรกจำได้มั้ยครับหรือ แม้แต่ผู้ป่วยจิตเวชที่เข้าตาม พรบ.จิต สุขภาพจิต 2551 มาตรา 21 22 แถวๆนั้นนะ ครับที่ถ้าเป็นอันตรายแก่ตัวเองหรือผู้ อื่นเนี่ยจะถูกบังคับรักษาคือ over หลัก privacy แล้วก็ consent ไปเลยนะครับแต่ ในกรณีของบัตรเลือกตั้งเนี่ยหลักของชั้น ความลับเนี่ยคือทั้งคุณแสวงเองเนี่ยก็ และทางคณะกรรมการการเลือกตั้งเนี่ยนะครับ โดยท่านผอ.การเลือกตั้งเนี่ยท่านชื่ออะไร นะผมลืมะผอ.สนับสนุนไม่แน่ใจท่านรู้ตัว หรือยังว่าท่านกำลังเป็นจำเลยเป็นจำเลย ที่ 9 ในคำฟ้องของผมนะครับเพราะว่าท่าน เป็นคนแถลงแล้วท่านก็เป็นคนยอมรับ

ในการแถลง กกต.ว่าบัตรเนี่ยบาร์โค้ดเวลา สแกนไปเนี่ยสามารถแทรกไปถึงเลขที่บัตร ลงคะแนนได้จริงถ้อยคำนี้ก็เป็นถ้อยคำที่ยอม รับแล้วนะครับแล้วทีนี้พอผมไปสืบค้น ประกาศต่างๆระเบียบภายในต่างๆของ กกต.เนี่ยท่านเองก็มีหน้าที่ในการจัดทำบัตร เลือกตั้งกระบวนการเลือกตั้งรวมถึงการจัด ทำลายบัตรเลือกตั้งในกรณีที่ต้องมีการ ทำลายบัตรเลือกตั้งในกรณีพิเศษหรือว่าใน กรณีปกติที่ผ่านพ้นไป 2 ปีนะครับเพราะ ฉะนั้นท่านก็ต้องมีส่วนร่วมในการรับผิด ชอบด้วยนะก็เป็นจำเลยที่ 9 นะก็ยังไม่ ค่อยมีคนพูดถึงเท่าไหร่นะครับที่แสวง เนี่ยเป็นจำเลยที่ 8 ก็คือผมฟ้อง 7 เสือ บวกกับ 1 เลขา บวกกับ 1 ผอ.ขอสนับสนุนการ เลือกตั้งนะครับถึงไหนแล้ววะเนี่ยกูงงอ่ะ กลับมา

แป๊บๆนึงขอแชร์นิดค่ะมันมันไม่มีรองเลขาคน ที่แถลงแล้วพยายามจะอธิบายคุณภาษกรน่ะคน ที่พยายามอธิบายว่า

ได้เลยพี่จอมขวัญเสนอชื่อมาเลยเอาจำเลยคน ไหนเพิ่มอีกมั่งพิมพ์กันเข้ามาเดี๋ยวผม เดี๋ยวผมมาให้ทีมงานมามอนิเตอร์แล้วตรวจ สอบบางที่ผมอาจจะตกหล่นไป

จะ 12 คนจะ 20 คนไม่ได้ไม่ได้แตกต่าง เพิ่มเข้ามาได้ครับบางทีผมมอนิเตอร์ไม่ ครบ

เพิ่มได้เสียบเขียนชื่อจำเลยเพิ่มขึ้นมา ให้ เออ

ได้ๆใครมา

ท่านคือคนที่อธิบายอ่ะว่ารับ

เออว่ารับอ่ะแจ้งทีมงานเลย

คุณเอา

เพิ่มจำเลย คุณอะไรนะภาษกรใช่มั้ยโอเค

เออฝากไปตรวจสอบฝากไปตรวจสอบ

ว่าเข้ามั้ยไม่เพราะว่าเเป็นเเป็นคนอจิ

คุณจอมขวัญฝากเพิ่มมาโอ

วันหลังถ้าหมอเก่งมานี่ขอแฮชแท็กนะคะฮ#ทก ระแวงวาโย เอ่อเพราะว่าแกเป็นหัวอธิบายว่ารับเนี่ย แปลว่าเอาเข้าไปคุณกาในคูหาไม่มีใครเห็น คุณ

แกอธิบายแบบนี้เอออ่ะแต่ดิฉันไม่ได้หมาย ถึงว่าเธอเพิ่ม

แต่ผมต้องไปดูอีกทีเนาะคืออันนี้อันนี้ ไม่ติดตลกแล้วกลับมาคือปัญหาคือว่าผู้ที่ อธิบายเนี่ยกับผู้ที่มีหน้าที่และอำนาจ ที่เป็นคนเคาะห์ในการตัดสินใจเนี่ยมันอาจ จะเป็นคนละคนกันนึกออกมั้ยครับซึ่งจริงๆ อันเนี้ยมันเป็นสาเหตุการเบิร์นเอาท์ของ เจน Y อันดับ 1 เลยนะคือรับผิดอย่างเดียว

ไม่มีอำนาจในการรับชอบคือกูต้องเป็นคนไป แถลงเป็นคนไปอธิบายเป็นคนโดนด่าแต่กูไม่ ได้ทำแล้วกูไม่มีอำนาจในการที่จะทำด้วยเนาะ ผมก็เลยพยายามเอาตัวที่มัน

ที่ที่มีอำนาจแน่ๆนะที่เราสืบค้นมาว่ามี อำนาจแน่ๆนะครับส่วนเรื่องหลักของความ เอ่อ security ที่เขาบอกหรือว่ามันรับ แล้วเนี่ยเมื่อกี้เดี๋ยวเอาแปลกของพี่จอม ขวัญก่อนก็คือว่าถ้าย้อนไปดูคำนิยาศาล รัฐธรรมนูญที่ 9/2549 ก็คือไอ้คูหาอะไรตั้ทางหันออกอ่ะนะครับ

ตอนนั้นเนี่ยศาลน่ะวางหลักเอาไว้ว่า ความที่มันไม่รับเนี่ยมันเกิดขึ้นขณะที่ ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเนี่ยกำลังลงคะแนนก็ คือหันออกมาแล้วก็มีคนซูมกล้องเข้าไป อะไรต่างๆถึงแม้จะไม่มีคนเห็นแต่ก็ซูม เข้าไปในลักษณะที่อาจจะอยู่ในวิสัยที่จะ เห็นได้สาคำว่าวิสัยที่จะเห็นได้นะครับ หรือแม้แต่ตัวคณะกรรมการที่อยู่ในพวก กน.เนี่ยที่อาจจะมองไปเดินไปเดินมาแล้วก็ อาจจะเห็นได้อยู่ในวิสัยที่อาจจะเห็นได้นะ ครับ 3 ตีความอย่างนี้ซึ่ง กกต.เนี่ยเท่า ที่ผมฟังเนี่ยก็คือเขาพยายามจะ เอ่ออธิบายในส่วนนี้ว่าณเวลาที่กาเนี่ยนะครับถ้า อ้างอิงตามคำวิสัยสรรนูญที่ 9/49 เนี่ย เวลาขณะที่กาเนี่ยเป็นความลับซึ่งในกรณี เนี้ยผมไม่ได้โต้แย้ง

อืม

แต่เราต้องกลับมาที่หลักเนาะซึ่งคุณแสวง ได้พูดเรื่องนี้ก็คือหลักปฏิญญาสากลว่า ด้วยสิทธิมนุษยชนในเรื่องของ right to privacy การลงคะแนนเสียงโดยลับเนี่ยนะ ครับคุณแสงพยานพยายามที่จะอธิบายหลักของ Privacy กับหลักของ Security แล้วแก พยายามพูดเสมือนหนึ่งว่าหลัก Security เนี่ยมันอาจจะ over หลัก privacy ได้ หน่อยเนาะแต่ต้องบอกโดยตรงว่าใน รัฐธรรมนูญเนี่ยไม่ได้บัญญัติเรื่องหลัก Security เอาไว้โดยตรงแต่ในรัฐธรรมนูญ เนี่ยกลับบัญญัติหลักเกี่ยวกับ privacy เอาไว้โดยตรงอย่างน้อยก็คือในมาตรา 85 ซึ่งทุกคนพูดกันมาเยอะแล้วแต่จริงๆแล้ว เนี่ยรัฐธรรมนูญเราโดนแก้ไปทีนึงนะครับ 2560 เนี่ยเราโดนแก้ไปเมื่อปี 2564 ที่แก้แพ้ในเรื่องบัตร 2 ใบเพราะฉะนั้น แล้วหลักเรื่อง privacy ในบัตรเนี่ยมันมี อีกมาตรานึงที่ไม่มีใครพูดกันเลยยังไงฝาก เผื่อเพื่อนๆนะครับใครจะเขียนคำฟ้องอาญา เพราะทุกคนสามารถจ้างทนายไปทำได้นะเพราะ ทุกคนเป็นผู้เสียหายทั้งหมดเพราะเป็นผู้ มีสิทธิ์เลือกตั้งนะใครจะไปฟ้องก็เชิญเลย นะครับอย่าพูดอย่างเดียวก็ช่วยๆกันหน่อย นะครับก็เพิ่มมาตรา 83 ไปด้วยนะครับเพราะ ว่าของเดิมอ่ะตอนปี 60 อ่ะมันมีบัตรใบ เดียวมันเลยเขียนหลักเอาไว้ในมาตรา 85 ก็ คือบัตรของ สส.เขตคือบัตรใบเขียวใบเดียว เท่านั้นแต่พอปี 64 เราแก้เพื่อมาใช้ตอน ปี 66 มีบัตร 2 ใบเขาเลยไปเพิ่มมาตรา 83 วรรค 2 เอาไว้ด้วยก็ฝากเอาไว้เวลาอ้าง อ้างให้ครบ 85 วรรคแรกและ 83 วรรค 2 วัน นี้อาจารย์วิษณุยังอ้างไม่ครบเลยก็ฝาก เรียนอาจารย์เผื่อตกหล่นเอาไว้นะครับที นี้เนี่ยต้องกลับมาว่าสรุปแล้วเนี่ยใน กรณีที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เนี่ยมันเทียบเคียงกับตอน 9/49 ได้หรือ ไม่มันเทียบเคียงได้พอสมควรแต่ว่ามันไม่ เหมือนกันตอน 9/49 เนี่ยมันถูกละเมิด Right to privacy เนี่ยถูกเบรก right to privacy เนี่ยขณะที่ผู้มีสิทธิ์ กำลังลงคะแนนแต่ว่าในกรณีเนี้ยมันเกิด ขึ้นหลัง หลังจากนั้นก็คือเร็วที่สุดคือนับตั้งแต่ ที่ กปน.เนี่ยหยิบใบลงคะแนนขึ้นมาประกาศขาน ตั้งแต่ 17:00 น.เป็นต้นไปแล้วเห็นบาร์ค หรือเห็น QR Code กระบวนการที่จะสามารถ ถูกแทรกเนี่ยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2519 เวลา 17:00 น.ตรงเป็นต้น ไปนะครับซึ่งเป็นกระบวนการหลังจากที่ ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเนี่ยได้ลงคะแนนไปแล้วนะ ครับซึ่งย้อนกลับมาที่หลักความลับไม่ได้ มีที่ไหนในโลกรวมถึงปฏิญาสากลถ้าอ่านให้ ดีจะสามารถตีความได้ว่าหลักการรักษาความ ลับของบัตรลงคะแนนไม่ใช่จำเพาะอยู่เพียง เฉพาะเวลาที่ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนได้ลง คะแนนแต่หลักรักษาความลับนั้นจะต้องอยู่ ตลอดไป โดยไม่มีข้อยกเว้นไม่สามารถมีผู้ใดล่วง ร่วงรู้ได้แม้แต่ผู้ที่จัดการการเลือก ตั้งได้แก่คณะกรรมการการเลือกตั้งรวมถึง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคนไม่มี สิทธิ์ที่จะล่วงรู้ได้ตลอดกาลตลอดไป คล้ายๆกับพวกผมคดี 44 ที่มีโทษสถานเดียว ถ้าถูกตัดสิทธิ์ศาลไม่มีสิทธิ์ใช้ ดุลพินิจจะต้องตัดสิทธิ์ตลอดไปไม่ใช่ตลอด ชีวิตแต่คือตลอดไปคือถ้ากูตายแล้วชาติ หน้าเกิดมาใหม่ตามวิถีพุทธก็ยังโดนตัด สิทธิ์อยู่อันนี้กฎหมายเขียนแบบนี้อาจารย์ มีชัยเขียนไว้รำลึกแบบนี้นะครับก็ จะได้ศึกษาไว้

ครับ

จริงๆมันเป็นเรื่องซีเรียสเนาะ

แต่คุณดิฉันดิฉันถามเพราะว่า เมื่อกี้มีคอมเมนต์มาพอดีก็คือว่าอ่ะ อย่างวันเนี้ยมันมีนับนับใหม่ที่ปทุมใช่ มั้คะปทุมเขต 7 ทีนี้มันมันมีบางช็อตบางช็อตที่แบบเหมือน กับแบบตอนนับอ่ะมือไปปิดบาร์โค้ด

ผมดูมันไม่ได้เป็นทุกช็อตเนาะแล้วก็มันมี อีกหน่วยนึงที่ก็ไม่ค่อยได้ปิดด้วยซ้ำนะ ครับเพราะฉะนั้นเนี่ยสำหรับผมผมคิดว่าการ นับใหม่วันเนี้ยอาจจะยังไม่ได้เป็น เอ่อสาระสำคัญมากเนาะ

อืม

ผมคิดว่าค่ะ

อืม แล้วถ้ามันเกิดขึ้นสมมุติสมมุติเฉยๆนะ คะสุดโต่งเลยนะก็คือถ้ามันเกิดขึ้นทุกใบ ตอนที่นับของ เอ่อการลงคะแนนใหม่วัน อาทิตย์นี้ล่ะคะอันนั้นมีนัยยะมั้คะต่อ ข้อกฎหมาย

ผมคิดว่ามีนะอย่างน้อยเนี่ยผมก็สามารถ เอาไปเขียนได้คือถึงแม้คุณ

ผมคิดว่าจริงๆไม่มีประโยชน์ด้วยเพราะผม บอกไปแล้วเนาะเวยที่เค้าใช้บัตรเดิมที่มี QR Code แล้วก็บาร์คแต่เอามาปิดเอาไว้ เนี่ยผมคิดว่าทำแบบนี้นะยิ่งแย่หนักกว่า เดิมคือ 1 มันเข้ากรณีที่เลวร้ายกว่า สำหรับ กกต.และพี่แสวง

และ

คุณอะไรนะลืมแล้วผอ.สนับสนุนการเลือกตั้ง แล้วก็มากีเพิ่มคุณพศกรใช่มั้ยเป็นกรณี ที่เลวร้ายกับเขาเพราะว่าผมยืนยันว่าการ กระทำที่เขาเจตนาและจงใจใส่บาร์โค้ดกับ QR Code ลงไปปฏิบัติแล้วเอามาให้ผู้ลงคะแนนลง คะแนนเนี่ยเป็นเจตนาหรือการกระทำที่ ทุจริตนะครับหรือมิชอบเนาะแล้วทำให้เกิด ผลเสียต่อผู้หนึ่งผู้ใดก็คือพวกเราเนาะ ถ้าเขาทำอีกมันก็ผิดแล้วยิ่งเขาเอามาปิด เนี่ยก็จะต้องหมายไปยัง กปน.ทุกคนเหล่านั้นให้มาที่ศาลว่าปิดทำไมที่ผ่านมารอบก่อน คุณปิดหรือเปล่าคุณไม่ได้ปิดแล้วรอบนี้มา ปิดทำไมถึงปิดด้วยเหตุผลอะไรใครเป็นคน สั่งทำไม นึกออกมั้ยครับมันก็จะยิ่งยิ่งมัดตัวเองไป เรื่อยๆเนาะ

อืม ซึ่ง เอ่อ เอาเอาจริงๆนะคะเราก็คุยกันแบบ เราประเมินก็แล้วกันไม่ได้บอกว่ากระบวน การมันไม่ควรจะเกิดขึ้นสำหรับการตรวจสอบ นะแต่ว่าเอาจริงๆอ่ะเอ่อพี่พูดได้เต็มปาก มั้งว่าแบบพี่นึกไม่ออกว่า กกต.จะโดนได้ไงวะในประเทศเนี้ย

ก็โดนไปแล้วครับก็เคยโดนไปแล้ว

ไม่ในบริบทในบริบทวันนี้ในบริบทวันนี้

เนี่ยซึ่งผมอ่ะรู้สึกว่าทั้งเรื่อง กกต.นะ ครับแล้วก็เรื่องคดี 44 ของพวกผมเนี่ยมัน ทำให้ผมในฐานะที่เป็นนักกฎหมายเนี่ยแล้ว ผมก็สอนกฎหมายด้วยเนี่ยรู้สึกว่า

อืม

เออ สรุปเราจะต้องมีคณะนิติศาสตร์อยู่หรือ เปล่าเนาะซึ่งอันนี้มันหลายคนก็อาจจะติด โช๊คกันไปแล้วว่าเราจะสอนกันยังไงเนาะใน เมื่อหลายๆคน

เอ่อ บางคนแล้วกันผมอาจจะไม่พูด mostly นะ เอาเป็นว่ามีบางคนส่วนใหญ่หรือแม้แต่คุณ จอมขวัญที่ถามผมเมื่อสักครู่เนี้ยว่ามี assumption ไปแล้วโดยที่ไม่มีความ จำเป็นที่จะต้องมีความรู้กฎหมายหรือว่าจะ ต้องวิเคราะห์ในเชิงกฎหมายทุกคนที่บอกว่า 44 โดนยกเข่งแน่นอน กกต.ผิด 100% แต่รอด ล้านเปอร์เซ็นอย่างเงี้ยคือทุกคนไม่มีใคร สนหลักกฎหมายอีกต่อไปแล้วถูกมั้ยครับแต่ ว่าทุกคนเนี่ยคิดตาม เอ่อสิ่งที่มันเกิด ขึ้นแล้วมันการมันทำให้เราเกิดการเรียน รู้ในสังคมแบบ Habituation น่ะ Habituation Learning คือการเรียนรู้แบบ

เคยชินและด้านชาแล้วเรากำลังถูก เอ่อ desensitize กับ

กับความเคยชินที่มันไม่ควรจะเคยชินเนาะ อย่างเมื่อสักครู่นี้ที่คุณจอมขวัญคุยกับ อาจารย์ประวินว่าทำไมในเกตญี่ปุ่นเนี่ย แค่ 1 คะแนนเอแค่ 1 ใบเนี่ยเขาถึง เอ่อออกมาโค้งคำนับทำไมประชาชนชาวญี่ปุ่นเขาถึง ไม่ไม่เอ่อไม่รับการซื้อเสียงเมื่อผมอ่าน ในคอมเมนต์ก็มีบางคนก็บอกว่าสันดานนักการ เมืองญี่ปุ่นอาจจะดีกว่าสันดานของนักการ เมืองไทยด้วยหรือเปล่าอันเนี้ยนะครับซึ่ง ก็มันมีหลายอย่างเที่มันจะเห็นว่าประชาชน คนไทยเราหรือชาติเราอ่ะมันถูก ด้วยความผิดปกติกันไปจำนวนมากเนาะมันมี หลายครั้งที่เราเติบโตมาแล้วเลยเห็นความ ผิดปกติอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแต่ว่าเราเรา เลิกตั้งคำถามเราเลิกต่อสู้เพื่อสิ่งปกติ ไปแล้วเพราะว่าเราเคยชินแล้วเราด้านชากับ มันซึ่งผมรู้สึกว่าการที่สังคมมันเป็นแบบ เนี้ยมันอันตรายมากเลยนะครับกับสังคมณ ปัจจุบันแล้วก็อนาคตที่ลูกผมจะต้องเติบโต ขึ้นมาในสังคมนี้ก็ก็เลยพยายามที่อยากจะ บอกกันน่ะตอนนี้นะครับว่าถ้าใครมีกำลังก็ ช่วยอ่าพูดไม่ได้อีกเดี๋ยวยาทนายความ เอ่อคืนที่ผ่านมาเราจะเห็นว่ามีคนไปร้อง ศาลปกครองมีคนไปร้อง เอ่อผู้ตรวจการแผ่นดินอะไรพวกเนี้ยนะครับซึ่ง

ซึ่ง เอ่อ ผมไม่ได้บอกว่ามันทำง่ายนะแต่ว่า มันอาจจะสะดวกแล้วก็รวดเร็วแล้วก็อาจจะมี ความ simple กว่าการเขียนคำฟ้องอาญา

เราจะเห็นว่าจริงๆแล้วมีคนพูดเรื่อง 157 หลายคนมากแต่ยังไม่มีใครไปฟ้องเลย

เพราะว่าอะไรครับเพราะว่าการที่ประชาชน เนี่ยฟ้องหน่วยงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เนี่ยนะครับในฐานะประชาชนคมธรรมดาเนี่ย แล้วไปฟ้องคดีอาญาด้วยตัวเองในศาลมันไม่ ง่ายแค่การชั้นเขียนคำฟ้องมันก็ไม่ง่าย แล้วเพราะว่าอะไรเพราะโดยหลักแล้วอ่ะคดี อาญาเราควรที่จะไปแจ้งความกับเจ้าพนักงาน ตำรวจถูกต้องมั้ยครับ คดีอาญาต้องไปแจ้งความอือ

พนักงานตำรวจเนี่ยเขาก็จะสืบสวนสอบสวนทำ สำนวนรวบรวมสำนวนส่งเจ้าพนักงานอัยการ เจ้าพนักงานอัยการก็จะตรวจดูพยานหลักฐาน และสำนวนทั้งหมดแล้วมีความเห็นว่าเฮ้ยมึง ไปทำเพิ่มให้หน่อยหรือว่ามีความเห็นว่า ควรสั่งฟ้องหรือมีความเห็นว่าเอ้ยไม่เอา อ่ะไม่ต้องสั่งฟ้องหรอกนะครับแต่

พอเป็นแบบเนี้ยเราไม่ไปแจ้งความก็จะไม่มี ตำรวจมาช่วยไม่มีอัยการมาช่วยกลายเป็นว่า เราในฐานะประชาชนคนธรรมดาต้องทำเองทั้ง หมดแทนตำรวจแล้วก็อัยการและเวลาอัยการไป ฟ้องเนี่ยศาลจะประทับรับฟ้องเลยแต่ในฐานะ ประชาชนคนธรรมดาถ้าไปฟ้องคดีอาญาเนี่ยศาล จะต้องมีการกระบวนการเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ขั้นคือกระบวนการไต่สวนมูลฟ้องว่ามีมูล หรือไม่เขาเรียกว่าการไต่สวนมูลอีกขั้นนึง ขึ้นมาก่อนคล้ายๆกับทำหน้าที่แทนตำรวจ อัยการในในชั้นนึงบางๆนะครับแล้วทีเนี้ย พอเราขึ้นไปสู้ในศาลอ่ะแล้วอย่างที่ผมบอก นะว่าตอนแรกอ่ะเราฟ้องถ้าเราไปแจ้งความ อ่ะแจ้งตำรวจตำรวจส่งอัยการอัยการฟ้อง อัยการเป็นโจทย์นะครับ อัยการอัยการเป็นโจทย์ในคดีของเราให้นะ แต่อันเนี้ยผมสู้กับ กกต.ผมเป็นโจทย์เองผมต้องเป็นทนายเองหาทนายกันเองก็คือกูนี่แหละนะครับแล้ว ทางฝั่งนู้น กกต.เอาใครมาเป็นทนายเอาอัยการมาเป็นทนายนึกออกมั้ย

อืม

เพราะฉะนั้นมันยากมันไม่ง่ายแล้วก็ใน คดีอาญาเนี่ยมันใช้หลักผู้ใดกล่าวอ้างผู้ นั้นนำสืบเพราะฉะนั้นทุกอย่างทางพวกผมที่ เป็นผู้กล่าวอ้างทางฝั่งโจทย์ต้องเป็นคน นำสืบและควานหาพยานหลักฐานมาบอกมาสำแดง ในศาลทั้งหมดแล้วก็ไม่ใช่กระบวนการไต่ ส่วนด้วยอย่างในกรณีของผู้ตรวจการอะไร อย่างเงี้ยคือท่านอาจจะเขียน เอ่อคำร้อง หน้านึง 2 หน้าอะไรประมาณเนี้ยบรรยาย คร่าวๆให้มันความปับปรากฏกับตัวผู้ตรวจ กลางนะครับหรือศาลปกครองแล้วท่านก็จะใช้ อำนาจในการไต่สวนไต่สวนต่อไปนึกออกมั้ย ครับแต่ในคดีอาญาเหมือนกันก็จะเป็นที่ สังเกตได้ว่า 157 เนี่ยเอาจริงๆอ่ะผมยัง ไม่มีใครไปฟ้องเลยนะผมก็ผมพยายามทำก็ผมก็ พยายามทำอย่างเร็วที่สุดแล้วมันก็ยังไม่ เสร็จสมบูรณ์ดีด้วยเงื่อนไขตามที่ผมแจ้ง ไปเมื่อสักครู่

มันมันยากอย่างที่หมอเก่งบอกแล้วก็แบบโห 157 เนาะ

แต่ว่ามันก็มีบรรทัดมาแล้วอย่างที่ผมบอก นะครับก็ยังยังพอไปได้

คดีเนี้ยเอาจริงๆอ่ะมีการประเมินกันมั้ย ต้องถามแบบนี้นะก่อนที่มันจะมีข่าวว่า อาจารย์วิษณุอาจารย์จรัญหรือว่าคนอื่นๆ ออกมาพูดนะอ่ะคือประเมินกันมว่ามันยาก ขนาดไหนในการสู้เรื่องนี้ต่อให้ เรื่อง QR Code บาร์โค้ดมันถูกอธิบายโดยคนซึ่ง อยู่ในวิชาชีพนั้นๆค่อนข้างชัดเจนไปแล้ว อ่ะค่ะแต่จริงๆแล้วประเมินมว่ามันยากขนาด ไหนคะ

มันมี 2 ส่วนนะครับมันมีส่วนที่จะไปขึ้น ศาลรัฐธรรมนูญเนาะในการวินิจฉัยว่าการ เลือกตั้งเนี่ยจะเป็นโมฆะทั้งหมดหรือบาง ส่วนหรือไม่นะครับกระทรวงศาลปกครองเนี่ย ผมเห็นว่าศาลปกครองเนี่ยอาจจะไม่ได้เป็น เอ่อสาระสำคัญมากนักเพราะว่าคำสั่งเนี่ย ก็จะเป็นคำสั่งในลักษณะที่ว่าให้ชะลอการ ประกาศผลเลือกตั้งชะลอการรับรองการเลือก ตั้งหรือคำสั่งในการเก็บหีบการอะไรต่างๆ หรือทำลายบัตรอะไรพวกเนี้ยนะครับมันก็ เป็นแนวพวกนั้นแต่สิ่งที่สำคัญคือศาล รัฐธรรมนูญซึ่งในรอบที่แล้วเนี่ยนะครับก็ ตอน 49 เนี่ยก็มีคำวินิสัยออกมาค่อนข้าง เร็วนะครับประมาณสักไม่เกิน 3 เดือนเท่า ที่ผมจำไว้ผิดประมาณสัก 2 เดือนครึ่งนะ ครับซึ่งครั้งนี้ผมก็คิดว่าผู้ตรวจการ ท่านก็คงไม่ชักช้าเนาะเพราะว่าจริงๆถ้า สมมุติว่าท่านไม่ได้แอคชั่นอะไรเลยเนี่ย ถ้าเกินพ้นก่อเกินไปกว่า 15 วันเนี่ย ผู้ร้องเนี่ยก็สามารถยื่นตรงต่อศาล รัฐธรรมนูญได้เหมือนกันนะครับแล้วในกรณี แบบนี้ผมก็เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญเนี่ยก็ น่าจะลงนั่งพิจารณาเป็นการด่วนพอสมควร เพราะฉะนั้นเนี่ยผมเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญ เนี่ยน่าจะมีคำได้ออกมาเนี่ย ไม่น่าช้าไปกว่า 2 เดือนถึง 3 เดือนนะ ครับซึ่งถ้ามันออกมา เอ่อในลักษณะที่ว่า อ๋อทุกอย่างก็ปกติดีนี่คดี 157 นี่ก็แทบ จะปิดจ๊อบจบไปเลยเหมือนกันนะครับก็จะ ส่งผลไปอันนี้เหมือนกันแต่ถ้าออกมาเป็นลบ เนี่ยผมก็คิดว่าพี่แหวงก็น่าจะหนาวๆร้อนๆมาก อยู่พอสมควรเพราะว่าพอย้อนกลับไปของตอน ปี 49 ถ้ามันเป็นแบบนั้นเนี่ยมันก็จะเป็น Domino ตามมานะครับซึ่งถามว่าเราเดาอะไรได้มั้ยเนี่ย บอกตรงๆว่าก็เดาอะไรไม่ได้เลยเนาะถ้า สมมุติว่าเราคือเราพิจารณา 3 ด้าน 1 ถ้า เราพิจารณาในแง่ของกฎหมายเนี่ยผมคิดว่า หลักมันชัดเจนเนาะหลักของเรื่องความเป็น ความลับ right to privacy ของประชาชนใน การกาคะแนนเลือกตั้งเนี่ยแล้วเรื่องจริงๆ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่สำคัญมัน critical กว่าระบอบประชาธิปไตยมากเลยนะ ครับซึ่งมันจะมีอีกเวนต์นึงนะก็คือในเรื่อง ของจริยธรรมของ ปปช.ซึ่งก็ใช้ชุดๆเดียวกัน ของพวกผมนี่แหละนะครับในเรื่องของการที่ จะ เอ่อมีข้อหาที่ขัดต่ออุดมการณ์ในหมวด หมวดหนึข้อ 5 ถึงข้อ 10 แถวๆนั้นน่ะนะ ครับที่พวกผมโดนข้อ 5 ข้อ 6 เนี่ยการไม่ ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยการไม่ปกป้อง รักษาไว้ซึ่งระบอบพวกเนี้ยนะครับเพราะว่า อะไรเพราะว่าการที่ประชาชนไปกาลงบัตรไปกา บัตรลงคะแนนแล้วมันไม่ privacy เนี่ยสิ่ง เนี้ยมันเป็นการเซาะกล่อนบ่อนทำลายระบอบ ประชาธิปไตยอย่างยิ่งเพราะว่ามันจะทำให้ เจตจำนงของการลงฟรีวอ่ะเจตจำนงอิสระของ ปัจจเจกชนในการไปลงคะแนนเสียงเลือกผู้นำ ของเขาเนี่ยมันผิดเพี้ยนไปซึ่งอันเนี้ยมัน จะขัดต่อหลักระบอบประชาธิปไตยอย่างยิ่ง เลยอันนี้อาจจะยังไม่มีคนพูดเยอะซึ่งอัน นี้อาจจะเป็นคดีจริยธรรมของ กกต.ต่อมาได้ เหมือนกันนะครับเดี๋อันนี้ก็ทดเอาไว้ก่อนเนาะแต่ในส่วนของ 157 เนี่ยผมคิดว่าถ้า เรามองโดยหลักเนี่ยหรือว่าแม้แต่ส่วนของ ศาลรัฐธรรมนูญเนี่ยถ้ามองโดยหลักกฎหมาย ที่ผมเรียนไปเมื่อสักครู่นี้นะว่า มันต้องรับตลอดไปตลอดกาลไม่มีข้อยกเว้น ที่ กกต.มาแถลงว่าแยกเก็บซึ่งอาจารย์ ปริญญาบอกว่าอ้าวก็ระเบียบเองบอกให้เก็บ ด้วยกันอ่ะแต่ whatever นะการขัดระเบียบ ภายในมันไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้นเอาเป็นว่า ถ้า กกต.บอกว่าอันนี้อยู่ตรงนั้นอันนี้ อยู่ตรงนี้อันนี้อยู่แล้วแต่คล้ายๆกับเรา เป็นเจ้าของปืนแล้วเรานำปืนไปในที่สาธารณะ โดยใส่ในรถยนต์เราที่เราขับแล้ว พยายามแยกส่วนของปืนเอาแมกาซีนวางไว้ตรง นี้เนี่ยก็มีคำนิยาหลายทีว่าก็ถือว่า พร้อมยิงได้เหมือนกันหรือว่าเอาไปถึงที่ แล้วก็ประกอบแล้วก็ยิงได้มันก็จะมี เอ่อต่างกรรมต่างวาระหลาย situation นะครับ อันเนี้ยผมมองว่า กกต.เนี่ยนะครับเป็นองค์ กรหน่วยนึงเป็นนิติบุคคล 1 คนเค้าเป็น บุคคลตามกฎหมาย 1 คนไม่ว่าเขาจะเก็บ ขั้ว บัตรไว้ที่บ้านเขาที่ปทุมธานีแล้วเขาจะ เก็บบัตรเอาไว้อยู่ที่พัทยาแต่ทั้งหมดคือ บ้านมึงของมึงเข้าใจมั้ยเอ็งคือคนเดียวนะ ครับเพราะฉะนั้นเนี่ยการเป็นคนคนเดียวคน นั้นแล้วแขนขาอวัยวะของคุณก็คือเจ้าหน้า ที่หรือว่าสถานที่ต่างๆเนี่ยมันก็คือคุณ 1 คนเพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าองค์ประกอบ component นั้นมันอยู่ที่คนเดียวอ่ะมัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนๆนั้นจะสามารถร่วงรู้ ได้นะครับเพราะฉะนั้นเมื่อมันสามารถร่วง รู้ได้เนี่ยมันก็ไม่รับไม่ต้องมาพูดว่า มันจะยากแค่ไหนไม่ว่าบัตรชมพูเนี่ยผมคิด ว่าไม่ต้องเถียงมากเนค่สแกนมันก็ขึ้นมา แล้วอ่ะไอ้บัตรเขียวเนี่ยอาจจะต้องเอา เข้าไปทำเลขฐาน 36 อะไรสักอย่างนึงแล้วก็ จับหลังไปหน้าแล้วก็ทำลีเนียกราฟบ้าบอ อะไรสักอย่างนึงแต่จริงๆมันก็ไม่ได้ยาก ขนาดนั้นคนเรียนสถิติมาก็น่าจะทำกันได้ อยู่แล้วนะครับซึ่งไม่ว่ามันจะยากแค่ไหน ก็ตามแต่ถ้ามันทำได้แล้วมันอยู่ที่คุณคน เดียวเนี่ยยังไงก็ตามมันก็ไม่รับเพราะ ฉะนั้นหลักถ้าเราคิดตามกฎหมายเนี่ยผมคิด ว่ามันไปไม่ได้เลยเนาะ

แต่ถ้าเอาตามความรู้สึก

ตามความรู้สึกเราก็จะต้องรู้สึกว่ามันอาจ จะรอดก็ได้ใช่มั้ยหลายคนก็ชอบคอมเมนต์ใช่ มั้เมื่อกี้ที่ผมพูดไปว่าผิด 100% รอด ล้านเปอร์เซ็นน่ะซึ่งพอมันเป็นแบบนี้ปุ๊บเนี่ย มันก็กลับมาคุยกันเรื่องเดิมว่าเอ๊ะ เราเดินกันมาถึงจุด แบบนี้กันได้ยังไงแล้วก็ถ้า Domino ตัวแรกมันไม่ล้มอ่ะถ้าศาลรัฐธรรมนูญในอีก 2 หรือไม่เกิน 3 เดือนเนี้ยวินิจฉัยออกมา ว่าทุกอย่างถูกต้องบริสุทธิยุติธรรมแล้ว แล้วก็เดินหน้ากันไปแบบนี้เนี่ยผมคิดว่า ผลเสียหายมันไม่ใช่แค่ว่าเราเอาผิด 157 กับ กกต.ไม่ได้เนาะผลเสียหายมันจะเกิดขึ้น กับระบอบประชาธิปไตยและการเลือกตั้งใน ครั้งถัดไปอย่างยิ่งว่าประชาชนครั้งต่อไป เขาจะกล้าลงคะแนนกันยังไงอ่ะคือเอาไม่ ต้องรับเงินหมากาพรรคอื่นก็ได้นะคือที่จะ สามารถถูกข่มขู่ว่ารู้นะว่ากาอะไรทีนี้ ไม่ต้องมานั่งเช็คนั่งแบบไปนั่งรู้เลย นะครับซึ่งสามารถมีกระบวนการในการเช็คได้ เพราะฉะนั้นระบอบเนี่ยมันเสียแน่นอนเนาะ แต่มันจะส่งผลถึงความวุ่นวายในบ้านเมือง ด้วยถ้าพูดว่าข้อมูลต่างๆเหล่านี้ซึ่งตอน นี้ก็มีการลีกอะไรออกมาขายไม่กี่ร้อยนะ ถ้าจริงๆมันเอาจากพวกกันน่ะข้อมูลสำโน สัมโนประชากรเนี่ยนะครับซึ่งถ้ามันเป็น อย่างเงี้ต่อไปอ่ะมันจะกลายเป็นว่าความ ไม่ไว้วางใจกันหรือการแบ่งขั้ว polarize ใน กลาง เอ่อประชาชนคนไทยอ่ะมันจะสูงมากขึ้น มันจะกลายเป็นว่ามันอาจจะทำให้สามารถรู้ ได้กันหมดถ้าเราไปเหี้ยนกระหือรือในการ ที่จะหาว่าเฮ้ยไอ้นั่นมันกาอะไรวะมึงลอง ไปหาเข้า dark web ซิว่าเฮ้ยซื้อข้อมูล อะไรแล้วก็เอามาป้ายสีกันเอามาแฉกันว่าคน นี้ดูแบบเป็นคนดีมากเลยแบบโอ้โหแบบเป็น เอ่อทำตัวเป็นคนดีคนดีอะไรอย่าเงี้ยนะ แล้วก็เอ่อแบบกาคนเทาๆอะไรอย่างเงี้ยมัน ก็จะถูกเอามาแขวนเอามาอะไรกันได้ค่อนข้าง เยอะมากซึ่งผมคิดว่าสิ่งเหล่าเนี้ยมัน อันตรายมากถ้าศาลรัฐธรรมนูญเนี่ยไม่ตัดไฟ ตั้งแต่ต้านลมโดยใช้อำนาจของท่านเนี่ยผม คิดว่าก็อันตรายมากทีเดียว ผมคิดว่าตอนนี้เราน่าจะรอตัวศาล รัฐธรรมนูญซึ่งก็ต้องรอตัวผู้ตรวจการแผ่น ดินนะครับซึ่งเค้าเนี่ยเค้ารับวันศุกร์ วันจันทร์เค้า เอ่อวันอังคารเนี่ยเค้าก็ส่งไปที่ทาง กกต.เลยให้ กกต.ชี้แจงภายใน 7 วันถ้าผมประเมินไม่ผิดเนี่ย 7 วันก็น่าจะ ครบภายในออติดเสาร์อาทิตย์น่าจะจันทร์ หน้านะน่าจะตกที่จันทร์หน้านะครับเพราะ ฉะนั้นเนี่ยถ้าจันทร์หน้าเนี่ย กกต.ยังไม่ ยื่นไปที่ผู้ตรวจการแผ่นดินผู้ตรวจการ แผ่นดินเนี่ยก็มีอำนาจที่ชอบที่จะสามารถ พิจารณาฝ่ายเดียวแล้วก็ส่งเรื่องไปที่ ศาลรัฐธรรมนูญที่พิจารณาได้เลยทันทีนะครับผม เชื่อว่าผู้จัดการแผ่นดินเองก็คงไม่ชัก ช้าแล้วศาลรัฐธรรมนูญเองคงไม่ชักช้าน่าจะ มีคำวินิจฉัยออกมาเนี่ยตามความเห็นผมน่า จะภายใน 2-3 เดือนไม่เกินนี้นะครับอันนี้ ก็ว่ากันไปแล้วถ้ามันออกมาเป็นผลร้าย อย่างยิ่งเนี่ยผมว่า 157 กกต.นี่ก็สุ่ม เสียงอย่างยิ่งแต่ถ้ามันออกมาอีกเวนต์นึง เนี่ยก็คือเอาเป็นว่ารอศาลรัฐธรรมนูญถ้า ศาลรัฐธรรมนูญมันออกมาเป็นเวไหนเนี่ยก็ ก็ น่าจะเวนั้นเลยมันก็จะกลับมาอีกครั้งนึง ว่าหน้าที่และอำนาจแล้วก็ power ของศาล รัฐธรรมนูญเนี่ยมันค่อนข้างที่จะยิ่งใหญ่ มากเลยในในรัฐไทยแห่งนี้นะครับเพราะ ฉะนั้นเราก็น่าจะเห็นกันดีว่าปัญหามันมี อยู่มากน้อยแค่ไหนเนาแล้วทำไมเราถึงจะ ต้องแก้รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นที่มาของอำนาจ แล้วก็กระบวนการต่างๆซึ่งได้มาขององค์กร อิสระเหล่านี้นะ