Transcription
บนเวทีที่ควรจะเป็นพื้นที่แห่งคำตอบอย่าง Meet the place เรากลับได้ยินสูตรคณิตศาสตร์ระดับประถมจากปากของผู้นำอย่างคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปด้วยความมั่นใจว่าถ้าทุกครอบครัวลดการใช้น้ำมันคนละ 1 ลิตร ประเทศจะลดการใช้ได้วันละ 10 ล้านลิตร ฟังดูช่างเรียบง่าย เรียบง่ายจนน่าตกใจ เพราะในที่สุดประเทศไทยเขาได้ค้นพบวิธีแก้ วิกฤตพลังงานระดับโลกด้วยโจทย์เลขที่เด็กประถมก็ตอบได้
ในโลกแห่งความเป็นจริง วิกฤตพลังงานคือใยแมงมุมที่ซับซ้อน มันคือเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดโลก ทุนผูกขาด และโครงสร้างภาษีที่บิดเบี้ยว แต่ในโลกของวาทกรรมนี้ ทุกอย่างถูกย่อส่วนให้เหลือเพียงขวดน้ำพลาสติกใบเดียว นี่ไม่ใช่การแถลงนโยบาย แต่มันคือการโยนการบ้าน ปัญหาที่รัฐแก้ไม่ได้ถูกส่งต่อให้ประชาชนไปจัดการกันเองที่หน้าปั๊มน้ำมัน ราวกับว่าวิกฤตเศรษฐกิจจะหายไปเพียงแค่เราปิดไฟก่อนนอน หรือขับรถให้น้อยลงอีกนิด
ตัวเลข 10 ล้านลิตรนั้นยิ่งใหญ่ แต่มันคือมายากลครับ มันทำให้เราตื่นตากับตัวเลขรวมจนลืมถามถึงสิ่งที่ซ่อนไว้หลังฉาก ในขณะที่เรามัวแต่เพ่ง 1 ลิตรของเรา กลับไม่มีใครพูดถึงล้านลิตรของระบบ ใครควบคุมคลังน้ำมัน ใครกำไรจากค่าการตลาด และใครที่ได้ประโยชน์จากความผันผวนนี้ ตัวเลขนี้จึงไม่ได้มีไว้เพื่ออธิบายความจริง แต่มันมีไว้เพื่อเบี่ยงสายตาออก จากความจริงที่เจ็บปวดกว่านั้น
ที่แยบยลที่สุดคือการสร้างแรงกดดันทางศีลธรรม ใครลดการใช้น้ำมันคือคนดี ใครใช้เท่าเดิมคือคนเห็นแก่ตัว รัฐไม่ต้องออกกฎหมายบังคับ แค่ใช้ความรู้สึกผิดเป็นเครื่องมือการปกครองก็เพียงพอแล้ว ช่างเป็นผู้นำที่แสนปราบเปลือง ผู้ค้นพบวิธีแก้ วิกฤตระดับโลก โดยไม่ต้องแตะโครงสร้าง ไม่ต้องเผชิญหน้า กับอำนาจทุน และไม่ต้องเสี่ยงทางการเมือง แม้แต่น้อย
นี่คือศิลปะการทำให้เรื่องใหญ่ ดูเล็ก เปลี่ยนภาระของรัฐให้กลายเป็นหน้าที่ส่วนบุคคลอย่างแนบเนียน เพื่อให้เราเชื่อว่าการเสียสละเล็กๆ ของเราคือคำตอบทุกอย่าง แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่ถูกลดลงไปมากที่สุด อาจไม่ใช่น้ำมันในถังหรอกครับ แต่มันคือมาตรฐานของผู้นำต่างครับ