📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ทำไมผู้สร้าง ChatGPT ถึงถูกท้าทายอย่างหนัก l Ceemeagain

Ceemeagain16:08

Transcription

มันไม่ได้จำเป็นที่เราจะต้องเข้าใจไปจนถึงช่วงที่เขาประสบความสำเร็จ. วันนี้จะเป็นเรื่องของ Open AI ค่ะ. ในวันที่ยากลำบากนะคะ, ในวันที่ชีวิตเดินเข้ามาถึงจุดเปลี่ยนนะคะ, หลายครั้งเราเห็นแบบว่า "ว้าว! บริษัทเทคทำไมเจริญจัง!" แต่ก่อนที่จะเจริญเนี่ย, ผ่านความยากลำบากมาสุดๆ เลย. อยากจะบอกทุกคนว่าประวัติของ Open AI เนี่ย, ชีวิตก็ไม่ได้มาง่าย. และวันที่ Turn Around ไม่รู้วันนี้หรือเปล่า, แต่ที่รู้น่าสนใจมากๆ ในตอนนี้ค่ะ. อย่าลืมกดติดตามกันนะคะ.

บอกว่าเราจะไปเล่าถึง "ว้าว M" ของแบบ Tech Industry. ว้าว M ครั้งแรกเกิดขึ้นตอนที่ SteีฟJจob ประกาศว่ามี iPhone, ถูกต้องไหมคะ? ตอนนั้นย้อนกลับไปปี 2007, ทุกคน, ตอนนั้นคือเรียกว่าเป็นโมเมนต์เปลี่ยนโลก. คือ UVD ใช้โทรศัพท์มือถือแบบจุดๆๆ แลกพิกัดอะไรอย่างเนี้ยนะ, แล้วโผล่ขึ้นมาเป็น iPhone ที่แบบจิ้มจอมีอยู่ปุ่มเดียว. โลกของการจิ้มจอก็เลยดำเนินมาถึงปี 2026 ณ ปัจจุบันนี้ค่ะ.

แต่อีกหนึ่งว้าวโมเมนต์ที่เกิดขึ้นในโลกยุคเนี้ย, คือมันเกิดและดำเนินมาจาก Open AI ผู้สร้างแชท GPT ค่ะ. คนทำงานในยุคนี้ต้องรู้จัก Open AI เป็นอย่างดี. เป็นเพื่อนสนิทของเรา, บางคนอาจจะใช้เป็นเพื่อนร่วมงานไปเลย, เป็นสมองที่ 2, ใช้เป็นที่ปรึกษา, ใช้เป็นคนดูดวง. เอาเป็นว่าใช้มาอุดทุกจุดอ่อนที่เป็นช่องโหว่เรา. บางคนใช้ช่วยเขียนโค้ด. Open AI เนี่ยสำคัญระดับถูกจารึกไว้นะคะว่า เป็นบริษัทที่สร้าง iPhone MW M. เขาเรียกว่า iPhone M เลย, เขาไม่เรียกว้าว M นะในวงการ.

แล้วทำไม Open AI บริษัทแห่งยุคถึงเดินทางมาสู่ความยากลำบากนั้นได้? เออ, แหม, ของดีก็ต้องมีข้อพิสูจน์กันบ้างค่ะ. สถานการณ์มันสร้างวีรบุรุษ, ถูกต้องไหมคะ? มาสู่กำเนิดของ Open AI. คุณต้องเข้าใจรากเหง้าที่มาเขาก่อนค่ะ. ทำไมต้องชื่อว่า Open เช่น AI? เขาย้อนกลับไปตั้งแต่นู่นค่ะ, 2010. ก็ย้อนกลับไปไม่ตอนนั้นนะคะ, การพัฒนาเทคโนโลยี AI เนี่ยถูกคอนโทรลเหมือนถูกขับด้วยทิศทางของยักษ์ใหญ่ไม่กี่ราย. นั่นก็คือ Google เองก็ไปซื้อ Deep Epind เป็นบริษัทอังกฤษนะที่พัฒนา AI ตั้งแต่ 2014. อยู่ในวงการเดียวกันก็จะมองกันอยู่นิดนึง.

สิ่งนี้ทำให้คนที่เป็นผู้นำทางเทคโนโลยีหลายคนกังวลว่า, "แกพัฒนา AGI ซึ่งก็คือ AI ค่ะ ที่เป็นปัญญาประดิษฐ์ที่เก่งรอบด้านเหมือนมนุษย์แต่ไม่ใช่มนุษย์เนี่ย จะพัฒนาไปเพื่อผลประโยชน์ของบริษัทใหญ่ๆ อย่างเดียวหรือเปล่า? มันจะไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของมนุษยชาติ?" พอพูดถึงแมนไคขึ้นมาเนี่ย, ชีวิตดูมีอุดมการณ์, ถูกต้องไหมคะ?

ถัดไปค่ะ, ในช่วงปี 2015, ธันวาคม 2015 ค่ะ, Open AI จึงถือกำเนิดขึ้นในซานฟรานซิสโก ด้วยพันธกิจที่ให้มั่นใจว่าคำว่า AGI ที่เป็นอุดมการณ์ของมวลมนุษยชาตินั้นนะคะ จะเป็น AI ที่ให้ประโยชน์แก่ผู้คนทั้งมวล. ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันนะคะ ได้แก่ แซมalมน มาก่อนเลย, อีอนมาส ก็มาจ้า, เอ่า skier (พูดชื่อเขาถูกไหม? เอล่าซุอุยซุสกีโอ้นั่นนะคะ เขียนอย่างงี้ค่ะ) Scientist ของ Open AI อันนี้ก็ร่วมด้วย. มี Greก Brockman เป็น CTO ของ Strike, Reed Hman ค่ะ ผู้ก่อตั้ง Linkิน ค่ะ, และ Peter Deal FE Steel (เหมือนปีแต่เป็นตัว L) ผู้ร่วมก่อตั้ง Play Pal แล้วก็ AWS ค่ะ.

Open AI เลยมารวมการก่อตั้งด้วยทุนที่เริ่มต้นถึง 1,000 ล้าน US ดอลลาร์. แต่เป็นทุนที่ได้รับคำมั่นสัญญานะคะว่าจะให้ได้จริงก็ประมาณ 130 ล้านดอลลาร์. เช่น อีอนมาส, แซมalมน ในบริจาคกันไปคนละประมาณ 10 ล้านดอลลาร์ลงขันค่ะ. AWS ก็สนับสนุนเป็นเครดิตที่ใช้ใน Cloud เหมือนที่ทำกับ Startup แหละ.

โดย Open AI ในช่วงแรกเนี้ยก็คือตั้งขึ้นอยู่บนอุดมการณ์, ถูกไหม? เพราะฉะนั้นเขาก็เลยเขียนว่าองค์กรไม่แสวงหากำไรแบบเต็มตัว. เพื่อให้ทีมวิจัยไม่ต้องเครียดเรื่องกำไร, ไปเครียดเรื่องความปลอดภัยผู้ใช้, ผลกระทบระยะยาวของ AI ไป study กันเอาไว้. ไม่ต้องโดนกดดันเรื่องเป้า, ไม่ต้องกดดันการเงิน. ผลงานเด่นของ Open AI ในยุคนั้นก็คือ GP1, GPT 2 นะคะ ที่เปิดเผยรายละเอียดการวิจัยได้ชัดเจน, ชัดเจนนะคะ, สามารถเอาไปต่อยอดได้.

แต่จุดพลิกผันค่ะ, GPT 3 เป็นต้นมาค่ะ, เปลี่ยนมาเป็นการแสวงหาผลกำไรแล้วค่ะ. อ้าว, ทำไมทำงั้นน่ะ? อ้างเหตุผลไงคะ, บอกว่าต้นทุนการเทรนโมเดลเนี่ยแหละคะมันเยอะ, มันแพงมากเลยอ่ะค่ะ. เลยไม่สามารถเปิดข้อมูลการพัฒนาให้คนภายนอกได้แล้ว. Free for some time, free for one and two. พอ three ปั๊บ, คิดตังค์และปิดข้อมูลค่ะ. ถึงตอนแรกอุดมการณ์ชัด, แต่ในโลกความเป็นจริงค่ะ, ทุกอย่างต้องทำเงิน.

พอผ่านเงินไปเยอะ, การเทรน AI พอใช้เงินเยอะ. ในปี 2017 Open AI ต้องใช้งบประมาณ 250 ล้านบาทในการใช้คลา Computing ค่ะ. ซึ่งเมื่อเทียบกับดิฟ mind ของ Google ค่ะ, รู้ป่ะคะนั่นงบเท่าไหร่? 13,800 ล้านบาท. My God! อุตสาหกรรมนี้คือแบบเอาเงินไปเผาๆ ค่ะ. จะเห็นว่าโมเดลที่ใช้เงินบริจาคของ Open AI มันไปไม่ได้หรอกค่ะ. ใครจะอยากให้เผาเงิน? ถึงเรารวยแค่ไหนนะคะ, เราก็ไม่อยากเผาเงินค่ะ. ยิ่งเทรนโมเดลให้เก่งขึ้น, คุณก็ต้องยิ่งใช้เงินสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดค่ะ.

Open AI ก็เลยปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ในปี 2019 ค่ะ. กลายเป็นบริษัทที่แสวงหากำไรแต่มีข้อจำกัดค่ะ. เพื่อให้มีเงินพัฒนา AI โดยแบ่งบริษัทออกมาคือแตกโครงบริษัทออกมานะคะ คือ 1. เอาล่ะ, อุดมการณ์มันก็ยังมี, แหม, ไม่มีก็น่าเกลียดเกิน. Open AI in ค่ะ หน่วยงานแม่นะ, แม่นะ, มีอำนาจในการควบคุมเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร. กำหนดทิศทางให้บริษัทย่อยๆ ลูกๆ เนี่ยทำภารกิจเพื่อมนุษยชาติด้วยนะลูกนะ. อ่า, และก็มี Open AI Global LLC เป็นแขนขาในการดำเนินธุรกิจ. กระทำไประดมทุนก็ทำไป, จ้างงาน, ผลตอบแทนนักลงทุนแล้วก็พนักงานจะถูกจำกัดเพดานแค่ 100 เท่าค่ะ. ถ้านักลงทุนลง 1 ล้านดอน จะได้คืนสูงสุดไม่เกิน 100 ล้านดอน. ถ้ามีการลงทุนแบบนั้น, ซิว่าควรเอาเงินไปลงด้วยนะคะ. ส่วนที่เกินจากนั้นจะถูกเก็บเข้าไปในบริษัท Open AI เพื่อใช้งานวิจัยสาธารณะต่อ.

แต่ปัจจุบันก็คือล้มเลิกไปแล้วนะ, เพราะว่า AGI ต้องลงทุนระดับล้านล้านเหรียญ. ทำให้ Open AI ยกเลิกการจำกัดเพดานการตอบแทนไปเป็นที่เรียบร้อย. Microsoft ก็เลยเข้ามาลงทุนค่ะแบบโอเค, ฟังๆ ดูแฟร์แล้ว. เป็นดีลประวัติศาสตร์ทุกคน. เขาลงทุนไป 1,000 ล้านเหรียญในปี 2019 ค่ะ. เพื่อจะได้เอาสิทธิ์ในการเอาเทคโนโลยีของ Open AI ออกไปใช้ต่อ. โลกเทคโนโลยีเป็นแบบนี้ค่ะ, เขาจ่ายเงินกอนเนี้ย, สิ่งที่เขาได้คือเขาเอา GPT 4 อ่ะเอาไปใช้ใน Microsoft COP ค่ะ. ก่อนที่แชท GPT จะได้ใช้ซะอีก, นึกออกไหม? เหมือนเวลาที่แบบ Samsung คุยกับ Gemin ว่าแบบ "แกล็อกความสามารถให้ฉันก่อน, ฉันจ่ายปึ้งเลยนะ." เออ, แล้วเขาก็แบบโอเค, อ่า, คนนึงได้ต้นปี, คนนึงปลายปีค่อยออก, นึกว่าออกมืออกมนะคะ?

ช่วงเวลาแห่งความสำเร็จค่ะทุกคน. จำการเปิดตัว iPhone โมเมน ได้ใช่ไหมคะ? เปลี่ยนโลกเนี่ยมาจนถึงปัจจุบัน. วงการเทคโนโลยีก็เลยเรียกการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่พลิกโลกได้ว่า "iPhone Moment". คำว่า iPhone Moment ทำให้เราคิดถึง Steีฟ Jobs ค่ะ. สิ่งที่เกิดขึ้นกับแซม almen ก็คล้ายๆ กับ Steีฟ Jobs เหมือนกันค่ะทุกคน. วิกฤตใหญ่ในการรัฐประหารภายในกับองค์กรค่ะ, บอกให้ฟังดูน่ากลัว. วิกฤตนี้เกิดพฤศจิกายน 2023, ไม่กี่ปีเอง.

บอร์ดของ Open AI มีมติไล่แซม OM ออกจากบริษัทในตำแหน่ง CEO ออกไปเลย. ด้วยเหตุผลว่าความไม่ตรงไปตรงมาในการสื่อสาร. เกิดจากความขัดแย้ง 2 อย่างนะคะในบริษัท. ฝั่งที่เน้นความเร็วที่แซม Alman แล้วก็ Greก Blockman ต้องการเร่งการออกผลิตภัณฑ์, ต้องการระดมทุนเยอะๆ เพื่อขยายธุรกิจชิงความได้เปรียบ. กับอีกฝั่งนึงเป็นฝั่งความปลอดภัยนะคะที่นำโดยคุณชื่อยากๆ นะคะ, คุณ อิ่าเนี่ยนะคะ. เขาเป็นหัวหน้าทีมวิทยาศาสตร์บริษัท. แต่เขามองว่า "เฮ้ย, อย่าเร่งได้ป่ะ? ไม่ใส่ใจความปลอดภัยไม่ได้. เสี่ยงสร้าง AI ที่ควบคุมไม่ได้นะ." อ่า, เถียงกันนะคะถึงความถูกต้อง, ถูกใจ, ถูกใจ, ถูกต้อง. ยกแรกจบที่แซมอแมน ถูกไล่ออกค่ะ. เออ, ไล่ออกจริง.

แต่ว่า ศัตรยNadดล่า ค่ะ, เออ, ผู้นำ Microsoft ค่ะ, Unฮปี้สุดๆ คือโกรธมากที่ Open AI มาไล่แซมเอาแม่นออก. "เฮ้ย, ไล่ออกได้ไง? จะบ้าเหรอ? ไม่รับรู้มาก่อน. ไล่ออกทำไมไม่ถามเขา? ลงทุนไปตั้งเท่าไหร่? บิลเลี่ยนนะ!" แกก็จึงเสนอตำแหน่งให้แซมเอาแม่นที่ Microsoft ทันที. คือ "ไม่เป็นไรนะจ๊ะ, คือถ้าเกิดเขาไม่เอาหนู, หนูมาอยู่กับพี่." ก็เลยเสนอตำแหน่งให้พนักงานของ Open AI ด้วยนะคะ. เพราะว่ามีคนอยากลาออกตามแซมเอาแม่นมาเพียบเลย. ทำให้เกิดการประท้วงของพนักงาน 90% ขู่เลยค่ะว่า "แก, ถ้าแกไม่ไปตามแซมเอาแม่นกลับมา, ฉันจะลาออก." แล้วลาออกจะไปยกที่...

สิ่งหนึ่งที่ต่างกันก็คือแซมเอาแม่นเนี่ยแสดงว่ารวบรวมจิตใจของพนักงานได้. สุดท้ายค่ะ, บอทต้องยอมจำนนค่ะ. ละนะคะ, เรียกแซมอน กลับมานิมนต์อยู่ที่เดิมภายใน 5 วันค่ะ. เพราะฉะนั้นก็เลยเป็นการลาออกที่ปิดแผลได้รวดเร็วนะคะ. ไม่เหมือนกับแบบ Steีฟจ๊อป เขายังเล่าเรื่องการลาออกของเขาไปสร้างบริษัทแอนิเมชันอะไรกันได้ยืดหยาว. การลาออกนี้ก็เลยไม่ได้มีการค้นพบอะไรมาก, แค่ค้นพบว่า "ว้าว! เขาเป็นแบบมนุษย์ทองคำที่คุณจะเสียไปไม่ได้เลยนะคะ." การรัฐบหารครั้งนี้นะคะจึงจบลงที่ยกที่ 2 ค่ะ. แซมเอาแม่น ชนะน็อกค่ะ. บอร์ดชุดเก่าถูกเปลี่ยนหมดเลยค่ะ. และ อิ่า คุณชื่อยากๆ นี้นะคะก็เลยถูกลดบทบาทจนลาออกไปเอง, บ๊ายบาย, ในเดือนพฤษภาคมปี 2024 ค่ะ.

และคู่แข่งที่แข็งแรงค่ะ. ความขัดแย้งภายในของ Open AI ระหว่างด้านธุรกิจที่ต้องเร่งออกผลิตภัณฑ์ทำเงินกับนักวิจัยค่ะที่ต้องการมั่นใจ (Make sure) ว่าสิ่งที่คุณบอกอุดมการณ์แล้วดึงฉันเข้ามาน่ะ, มันลงทุนกันเนี่ยมันจะไม่เป็นพิษเป็นภัยในสังคมนะคะ. สิ่งเหล่านี้เนี่ยมันยังคาราคาตังอยู่ตั้งแต่ช่วงปี 2020 ที่ Open AI เปลี่ยนโครงสร้างเพื่อรับเงินทุนจากภายนอก. และนะคะ, อยากได้ตังค์ก็ต้องแลก. ทำให้นักวิจัยเองก็ทยอยลาออก, บ๊ายบาย, บ๊ายบาย, บ๊ายบายออกจากบริษัทไปเรื่อยๆ.

การลาออกครั้งสำคัญคือ Darิโออ่า Dario, รองประธานฝ่ายวิจัยของ Open AI ค่ะ. คนนี้คือขัวขอกในการพัฒนา GPT 2, 3 จนคลอดออกมาได้. แล้วมีน้องสาวเขาด้วยชื่อ Danลโอโมินะคะ. อดีตทีม Open AI อีก 5 คนค่ะลาออกไปตั้งบริษัทใหม่ชื่อว่า Antropic ค่ะ. สร้าง clอส ค่ะ, clอส, clอ, clอ ออกมาแข่งกับแชท GVT ค่ะ. เออ, เข้าใจยัง? ค่ะ, โฟกัสในตลาดที่แตกต่างออกไปค่ะ. แต่ก็คือคู่แข่งที่ปี 2025 นี่สูสีสูสี, จะใช้อะไรกันดี, ถูกไหมคะ?

แต่ว่าเขาออก crอcoค ค่ะ, เครื่องมือช่วยเขียนโค้ดที่นักพัฒนาไว้วางใจ. โฟกัสกลุ่ม B2B สร้าง API เรียก clอส ไปให้ธุรกิจต่างๆ ใช้. ซึ่งได้รายได้ดีกว่าฝั่งผู้ใช้ทั่วๆ ไป. เพราะว่าโฟกัสกับตลาด B2B ก็เลยประเมินว่าในปี 2025 ค่ะ มี ARPU หรือมี Apple ก็คือรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้หัวนึงอ่ะสูงถึง 211 US ดอลลาร์ต่อเดือน. เทียบกับ Open AI ค่ะ มีรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้หัวนึง 25-30 ดอน. ดูเป็นเด็กน้อยเลยนะคะ. แม้ Open AI มีฐานผู้ใช้เยอะกว่าจ๋า, แต่ Antropic ก็ฟังดูแล้วแบบเป็นหนามยอกอก, เป็นแนวโน้มที่ไม่ดีสำหรับธุรกิจที่ต้องเผาเงินเยอะๆ อย่าง AI.

Open AI เสียนักวิจัยเก่งๆ ไปในช่วงก่อตั้ง, ช่วงระหว่างเดินทางเยอะมาก. ความผิดพลาดในการพัฒนา GPT 5 Model Oron ซึ่งคาดหวังว่าน่าจะต้องดีขึ้นกว่า GPT 4. เห็นไหมคะตอนนั้นที่เราแบบเอาออกมารีวิวนะว่าแบบ "บ้า! ทำไมมันนี่เหรอ? มีแล้วเหรอ?" อะไรอย่างเงี้ย. ทำผลงานไม่ค่อยดีเท่าไหร่ค่ะ. แต่ว่ายังต้องเร่งพัฒนาไปอีกเพื่อปล่อยสู่ตลาดเพราะแข่งดุมาก. ทำให้เจ ค่ะอยู่ดีๆ ก็ตีตื้นครองใจผู้ใช้ค่ะ. จนต้องเร่งส่ง GVT 5.2 2 มาคุมเกม. เรื่อง Gemิ9 เนี่ยซีเคยเล่าไปละ, เล่นคลิปก่อนหน้าตามไปดูคลิปเก่าได้นะคะ. คือแบบพูดกันได้ 3 ด้าน 8 บ้าน.

Open AI ค่ะมาถึงตอนนี้ต้องปรับแผนในการสู้รบกับ Google โดยเฉพาะในด้านโครงสร้างพื้นฐานทั่วๆ ไป. ความสำเร็จของ Open AI อ่ะมันได้ไปติดอยู่กับชิป NVIDIA แยกกันไม่ออกเลย. เหมือนเป็นก้อนเดียวกันขี่กันอยู่กับ Nvidia เนี่ยจน AI บูม. ความต้องการชิปทั่วโลกก็พุ่งสูง. เจนห่วง ก็ดังนะคะจนชิปขาดแคลนค่ะ. ทำให้นVIDIA มีอำนาจกำหนดราคาโค้ดต้าในการส่งมอบ. พอเขาเริ่มปึ๊บๆ ขึ้นไปเรื่อยๆ แบบนี้ค่ะ, เริ่มตกที่นั่งลำบากค่ะ. คือเมื่อเทียบกับ Google เขาทำชิปเอง. แซมอัลม เลยแบบ "ไม่ได้แล้วอ่ะ, ต้องมีโปรเจกต์ที่กริที่!" ที่ดึงตัวริชาร์ดโหนะคะ อดีตหัวหน้าทีม TPU ของ Google ค่ะ. ซื้อตัวเขามาเลยค่ะ, กระชากเข้ามานะคะ, นำทีมตั้งเป้าเริ่มผลิตในปี 2026 ค่ะ.

การที่ Open AI เริ่มสร้างชิปเองค่ะ, รอยร้าวมันไม่ประสานนะคะ, อย่างเงี้ยนะคะ, แตกค่ะ. ดีลการลงทุน 100 สนล้านดอลลาร์ระหว่าง 2 บริษัทถูกฟรีซ, ถูกแช่แข็งในเดือนกุมภาพันธ์ 2026. มีรายงานว่า เจนเซen ห่วง ค่ะวิจารณ์ Open AI เลยว่า "แกมันขาดวินัย!" แสดงความกังวลค่ะที่ Open AI กำลังกลายเป็นคู่แข่งฉันแล้วนะ, ผ่านการพัฒนาชิปเองแล้วนะ. ภายหลังหวงก็ออกมาปฏิเสธค่ะแบบว่ายืนยันว่าการลงทุนแบบนี้ไปต่อเนาะ, ไปต่อ. แต่ก็มีรายงานค่ะว่า Nvidia อาจจะลงทุนจริงอยู่ประมาณ 20,000 ล้าน US ดดอลลาร์, ลดลงไป 80,000 ล้าน. อ้า, 80,000 หายไปไหนนะคะ? หันไปกระจายเงินลงทุนในกลุ่ม Startup AI อื่นๆ แทนดีกว่า. เช่นการลงทุนในแอนทic สักหมื่นล้านและบริษัทเทคโนโลยีในยุโรปอีกหลายๆ แห่งในปี 2025.

การเติบโตและปัญหาของ Open AI ค่ะก็เกี่ยวกับ แซมAlmenน ค่ะ. เขาเป็นผู้นำที่มีความซับซ้อนแล้วก็ทรงอิทธิพลคนนึงในยุคปัจจุบัน. จุดแข็งของเขาอ่ะก็คือเรื่องวิสัยทัศน์ในเรื่องของภาพมองโลกกว้าง, มีทักษะในการคุยเจรจาดำเนินการเมืองต่างๆ ให้ส่งผลดี. เติบโตจากแล็บวิจัยเล็กๆ สู่บริษัทที่ก้าวกระโดดไปมูลค่า 500 สนล้านดอลลาร์. แล้วก็สร้างแชท GPT มาหมุนโลกใบนี้นะคะ. เป็นหมุดหมายระดับที่ iPhone โมเมน์ แล้วกัน, พลิกโฉมการทำงานของโลกได้.

แต่ค่ะ, เขาทำให้เกิดปัญหามากมายเช่นกันค่ะ. มีข้อมูลจากเen toner อดีตบอร์ดของ Open AI ที่ปลด แซมAlmanน อ้างถึงพฤติกรรมซับซ้อนซ่อนเงื่อนที่ แซม Alman น่ะไม่เคยบอกบอร์ดเรื่องการเปิดตัวแชท GPT. บอร์ดมารู้เมื่อตอนเปิดตัวผ่าน X ค่ะ. พร้อมทุกคนปิดบางข้อมูลเรื่องความปลอดภัยของ AI ทำให้บอร์ดไม่สามารถตัดสินใจอย่างเหมาะสมได้.

แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ด้วยนะ. เช่นกรณี Alman เนี่ยไปลงทุน 1 ล้านเหรียญค่ะใน Rน AI. Rน AI เป็น Startอที่ไปผลิตชิป Neuromorphic. คือจ่ายไปเลยล้านเหรียญด้วยเงินตัวเองนะคะ. แล้ว Open AI ก็ไปลงนามซื้อ Ship Rน AI มูลหมดแล้วคะ 51 ล้านเหรียญอีกที. ก็เลยมองว่าแบบ "แกรู้หรือเปล่าว่าบริษัทจะไปซื้อแล้วแกไปซื้อก่อนน่ะ? แกซื้อแบบราคาเท่านี้แล้วแกก็มาบวกเปล่า?" อะไรอย่าเงี้ย. อารมณ์ประมาณเนี้ย, นึกออกมั้มันมีความแบบธรรมาภิบาลอยู่เบาๆ นะคะ.

ความขัดแย้งเหล่านี้ค่ะนำไปสู่ปัญหาการเมืองภายใน Open AI จนหลายครั้งก็คือเสียทีมงานเก่งๆ ไปหลายคน, เสียม้าดีไปนะคะ.

สรุปแล้วค่ะ, ถึงแม้ว่า Open AI จะสร้างการเติบโตของรายได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์เทคโนโลยี. เติบโตจาก 2,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2023 สู่ 3,700 ล้านในปี 2024. จะทะลุ 12,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025. แต่ต้นทุนค่า Computing เอย, บุคลากรเอย, ทำให้บริษัทขาดทุนหนัก. ขาดทุน 5,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2024. คาดการขาดทุน 8,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025. และคาดว่าจะต้องเผาเงินอีกหลายหมื่นล้านเหรียญ. เราเลยต้องติดตามตัวต่อไปค่ะว่า Open AI จะทำยังไงต่อในวันที่เริ่มยาก.

ถ้าคุณชอบคลิปนี้, อย่าลืมกดแชร์ไว้ให้คนที่คุณรู้สึกว่าคลิปนี้จะสามารถ Inspire เขาได้โดยตรง. เราหลายๆ เรื่องจากมุมมองตรงนี้ให้เขาได้เห็นว่าโลกแห่งความเป็นจริงน่ากลัวเหมือนกันนะคะ, แต่เราต้องสู้.