📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ถอดรหัสเศรษฐศาสตร์ธุรกิจโรงแรม ONYX Hospitality Group โตกลางวิกฤตโลกยังไง | The Secret Sauce EP.971

THE SECRET SAUCE32:11

Transcription

สวัสดีครับผมเคนนครินทและนี่คือ The Secret Sauce. What's your secret? สนับสนุนโดย Onix Hospitality Group.

เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมแบรนด์โรงแรมหลายโรงแรมจึงสามารถสเกลตัวเองขึ้นเป็นผู้เล่นระดับประเทศและไปในระดับภูมิภาคได้? แล้วเคยรู้ไหมครับว่าการทำโรงแรมจริงๆ แล้วส่วนใหญ่คนที่ประสบความสำเร็จเบื้องหลังไม่ใช่เรื่องแค่ดีไซน์หรือรู้พฤติกรรมผู้บริโภค? ไม่ใช่เรื่องโปรดักหรือแบรนด์อย่างเดียว. เบื้องหลังที่แท้จริงคือกลยุทธ์การเงินเศรษฐศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังของอสังหาริมทรัพย์ หรือผมเรียกว่า Hospitality บวกกับ Financial Game นั่นเอง.

วันนี้เราจะคุยกับผู้เล่นรายใหญ่นึงของประเทศไทยนะครับ ที่เขาบอกว่าเขา "ยังเล็กอยู่" แต่เขาทำมาแล้ว 60 ปี. เป็นบริษัทที่ชื่อว่า Onix Hospitality. ผมเคยสัมภาษณ์คุณท็อปไป 2-3 ครั้งนะครับ เคยไปที่พัทยามาแล้วมีโรงแรมหลายรูปแบบมากๆ ที่แตกต่างกัน. ไม่ว่าจะเป็นแบบที่เป็นโรงแรมแบบ short stay, long stay, เป็น residential. อย่างวันนี้ที่ผมมาก็เป็น อ่าเรียกว่าเป็น Boutique Luxury Hotel ที่ชื่อว่า Oriental Residence. เขามีโรงแรม อ่ารี แล้วก็มีชามา มีอีกหลายๆ แบรนด์ที่ไม่ได้อยู่แค่ในเมืองไทย แต่ว่าอยู่ทั้งศรีลังกา, ฮ่องกง, บังกลาเทศ และก็อีกหลายๆ ที่ในภูมิภาคนี้. เป้าหมายของเขาคืออยากจะเป็น the best medium size hospitality ใน region นี้ หรือว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้ได้.

วันนี้ครับ เราจะมาชวนคุยกันนะครับ ไม่ได้คุยแค่เทรนด์ผู้บริโภคหลัง Middle East War จะเป็นอย่างไร? ไม่ได้คุยแค่ว่าโปรดักควรจะทำยังไงถึงจะตอบรับพฤติกรรมของผู้บริโภคหลังจากนี้ได้. แต่เราจะคุยกันว่ากลยุทธ์เกมการเงินเบื้องหลัง และการที่เขาเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งใหญ่ขององค์กรในรอบ 60 ปี มันเกิดจากอะไรบ้าง? ผมเชื่อว่าทุกคนจะได้ความรู้ และก็กลเม็ดเด็ดพรายเอาไปบริหารเบื้องหลังที่แท้จริงของการทำธุรกิจโรงแรม.

และเราจะเริ่มต้นด้วยธุรกิจแรกที่คุณท็อปไปทำ นั่นก็คือการเป็นนายหัวในเหมืองแร่ที่อินโดนีเซียครับ.

หลายคนไม่รู้ครับว่าพี่ท็อปนี่เา้าคือศิษย์มหาลัยเหมืองแร่. เ้าเคยไปนอนในแคมป์ เค้าเรียกว่าแคมป์ใช่มั้ฮะ?

แคมป์ไซตอะไรครับ?

แคมป์ไซตก็คือในเหมืองเลยที่อินโดนีเซีย.

ใช่ครับ ไปอยู่มาเกือบ 2 ปีครับ.

วันนั้นคิดอะไรอยู่ครับ? คือคืออาจจะเล่าให้ฟังเพื่อเป็น ผมคิดว่ามันเป็นบทเรียนที่ดีที่ผมเชื่อว่ามันติดตัวกับพี่ท็อป อ่าอ. จนมาใช้ในวันนี้. อยากให้ย้อนกลับไปในวันนั้นนิดนึงว่ามันเกิดอะไรขึ้นครับ แล้วมันสอนอะไรจนมาจนถึงวันนี้?

คือตอนนั้นเราก็เราก็แพลนว่าเรียนจบทำงานสักปี 2 ปีหาประสบการณ์แล้วก็ไปเรียนต่อ. ก็เลยมีโอกาสได้ไปทำงานไปหา concession เกี่ยวกับถ่านหิน.

ครับ.

เหมือนไปเพื่อไปหาซื้อเหมืองถ่านหิน.

อ๋อ.

ไซส์ขนาดเล็ก. แล้วตอนนั้นเราก็บอกโหถ้าเราทำได้นะ เราใช้เงินก้อนนึงน่ะเพื่อจะไปซื้อเหมืองถ่านหิน อ่า. แล้วเราก็รับไปขุดขน. โหมันน่าจะเป็นที่แบบเขียนให้กับมหาลัยได้แบบเท่มากอะไรอย่างเงี้ย. ก็เลยไปอยู่เกือบ 2 ปี.

ไปอยู่เกือบ 2 ปีจริงๆ.

จากโอ้โหใส่สูทผูกไท้จบอีคอนจากสหรัฐอเมริกาใช่มั้จบ?

จบเซีอเมริกา.

เอเมริกา. ทำงานคอนซัลต์ออดิชื่อดัง.

ใช่ครับ.

ไปอยู่ในเหมือง.

ไปอยู่ในเหมืองครับ. นั่งรถกระบะไปที 3-4 ชั่วโมง. มันก็ทำให้เรา grounded.

อืม.

ทำให้เรารู้สึกว่ามัน happiness มันมันหาได้ง่ายมากเนาะ.

อือ.

ในที่สุดคนเราเนี่ย ขอให้สุขภาพแข็งแรง. เราจะใช้เวลากับใครช่วงช่วงที่เรามีสติเรามีสุขภาพที่ดี.

อืม.

ตอนไปอยู่อินโดนีเซียเนี่ย เราไม่ได้เดินทางนั่งรถนั่งรถจนแบบกระดูกสันหลังมันจะแบบเบี้ยวอ่ะ. เพราะว่ามันลดกระบะแล้วก็เข้าป่ากระแทกกระแทกอย่างเงี้ไป. แต่มันก็เป็นประสบการณ์ที่ดีที่เราต้องไปเจอคนหลายๆ หลายๆ แบบ.

มีบทเรียนอะไรที่ได้มาจากวันนั้นยังใช้จนถึงวันนี้?

โอ้โหฝันมากไป. สนุกสนุกมากไป. เกือบ 2 ปี. ในที่สุดหา concession ไม่ได้.

อ้าวจริงป่ะฮะ? อ๋อ.

เพราะว่าการที่เราเป็น forer เนาะเข้าไปเนี่ย เราก็คิดว่าเรามีผู้ละเหมาประกบซ้ายขวาไปเนี่ยคิดว่าจะหาง่าย.

อืม.

ไม่ได้หาไม่ได้. ซึ่งความเสี่ยงมันเยอะมากในการทำธุรกิจ. ซึ่งบางทีเราฝันว่าเอ้ยไปสนุกๆ คิดว่ามันจะง่ายเนาะ. โหเกือบ 2 ปี. นั่งรถจากเหนือเกาะไปท้ายเกาะก็ยังไม่ได้.

โอห.

ซึ่งบางบางทีเนี่ย บางเรื่องบางอุตสาหกรรมเค มันไม่ใช่แบบว่า. มันจะได้มาง่ายๆ.

อ.

ผมว่าสิ่งที่ดีเนี่ย บางทีมันบายรัก.

อืม.

บายรักก็มีเยอะ.

ครับ.

แต่ในที่สุดเราต้องเข้าให้ถูกที่ถูกเวลา.

และจากวันนั้นคุณท็อปก็กลับมาบริหารธุรกิจต่อจากคุณพ่อ รวมถึง Onix Hospitality Group. ด้วยวิธีคิดติดดินแล้วก็เติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป. ปี 2026 6 Onix Hospitality Group เดินทางมาถึงปีที่ 60 แล้วครับ. ปัจจุบันมีพอร์ต 49 แห่งแล้วก็วางแผนขยายมากกว่า 75 แห่งภายในปี 2030 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก. พร้อมกับเป้าหมายสำคัญครับที่ต้องการ reinvent ธุรกิจให้สอดรับกับบริบทโลกปัจจุบัน เพื่อที่จะสามารถเติบโตต่อได้ในระยะยาวครับ.

วันนี้พี่ท็อปเห็นเทรนด์อะไรบ้าง? มีอะไรเปลี่ยนไป? เทรนด์การบิน, ลองฮอช็อตฮอเอาใน region นี้ก็ได้นะครับ. พฤติกรรมการท่องเที่ยวเขาเปลี่ยนไปยังไง? โดยเฉพาะถ้าเราใส่ factor ของ Middle East เข้าไปด้วยเนี่ย มันจะได้เห็นว่ามีอะไรที่ shift ไปบ้าง?

คือตอนนี้ผมว่าในตลาด hospitality เนี่ย มันยังคนยังไม่หยุดลงทุน.

อืม.

Choice ของแบรนด์ในแต่ละ segment ที่อยู่ในตลาดท่องเที่ยวเนี่ยมีเยอะมาก.

ใช่ครับ.

Behavior ของคนตอนเนี้ย ทุกคนจะแพลนล่วงหน้า. ถ้าเป็น long stay เขาจะแพลนยาวแล้วจะมาเฉพาะ. เพราะเป็นที่เขาจะมา. แต่ตอนนี้เราเห็นเราเห็นเทรนด์ของ long stay.

อืม.

เราเห็นเทรนด์ของชาติที่เราไม่คิดว่าจะมาอยู่ที่นี่แล้ว Long Stay.

อโอ้ครับ.

อย่างเช่นสิงคโปร์.

อืม.

อย่างเช่น Middle East. อย่างเช่นมาเลเซีย. ตอนนี้มันกลายเป็นว่าไม่ใช่เป็น vacation แล้ว. ตอนนี้อ่านช่วงแรกๆ อาจจะเป็นเหมือน short vacation.

ครับ.

แต่ตอนนี้จาก short vacation หา longer stay product.

อืม.

จาก longer stay product หา property.

อ๋อ.

ต่อไปก็จะมี east ละเราเห็น.

ใช่. เป็นคนอยากมาอยู่เมืองไทยเยอะจะเรียกอย่างงั้นก็ได้เนาะ.

ย้ายถิ่นหาเลย.

อืม.

ซึ่งในที่สุดเนี่ย. ข้อดีของบ้านเราเี่มันมีเรื่อง Long Stay Visa.

ใช่ครับ.

Hospitality Industry เนี่ยเป็น First Line of Defense.

อืม.

ว่าใครที่จะเข้ามาเนี่ย.

ใช่ครับ.

มันเจอชั้นก่อนละ.

ใช่ๆ.

แต่ตอนเเราเริ่มเห็นแล้วอยากเป็นur convert ตัวเองเป็น long stay long stay touch ครับ. Help the wellness ของแอมอ่ะเนาะ.

ครับ.

ซึ่งก็บอกว่า long stay.

ใช่ครับ.

แล้วเป็น repeat เพราะว่าไงต้องมาทำ treatment ทุกๆ กี่เดือน.

ใช่ครับ.

หรือจะต้องมาเช็คร่างกายปีละกี่หน.

ครับ.

เนี่ยเราเห็นเราเห็นเทรนด์นี้. เราเห็นเทรนด์เรื่องสปอร์ต. ลูกผมเล่นกอล์ฟนะลูกลูกตัวเล็กน่ะไปแข่งกอล์ฟ. เราเห็นแล้วแบบอายุ 10-1 ขวบเนี่ยมา จากเกาหลี.

มา.

มาจากจีนมาอยู่ที่เมืองไทยแบบองสเตย์. อย่างพี่แบบขำๆนะพี่ไปตีกอล์ฟที่เชียงใหม่กับเพื่อนน่ะแล้วก็ไปตีกอล์ฟตั้งแต่เช้ามืดเลยไปเจอเด็กเกาหลีมากับโปรเกาหลี.

อ๋อ.

แล้วมาอยู่ที่สนามกอล์ฟที่เมีโรงแรมด้วยครับ.

ครับ.

อยู่เป็นเดือนเพราะว่าอะไรมาเทรน.

โอ.

เพราะว่าต้นทุนในการตีกอล์ฟของบ้านเราถูกกว่าเยอะ. นี่ไง Sport Tourism ของจริง.

มันมาแล้ว.

ใช่.

มันมาแล้ว.

หรือล่าสุดที่มีไฮรอก.

โอ้โหไฮรอกนี่ก็เนี่ยแหละครับเป็น.

คนบินมาอยู่แล้วก็ไปแข่งซ้อมอะไรงี้ใช่ไหม.

ใช่ใช่มีมาหมด.

นี่คือโอกาส.

นอกจากโอกาสอุตสาหกรรมนี้ก็ยังเผชิญความท้าทายมากมายครับ. โดยเฉพาะ 2026 นะครับปีนี้มีความไม่แน่นอนจากสงครามในตะวันออกกลาง. ส่งผลกระทบทั้งเที่ยวบินระยะไกล. พฤติกรรมนักท่องเที่ยวเขาได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหนและเตรียมรับมือไว้อย่างไร?

สำหรับผมนะกลุ่ม ONEX เนี่ยผมคิดว่าเรากระทบน้อยมากจากสงคราม East.

อืม.

เพราะว่าส่วนใหญ่คนที่มาเนี่ยก็มาอยู่แล้วแพลนที่จะมาอยู่แล้ว. ที่เพิ่งเห็นใน quarter 2 ที่เพิ่งเข้ามาเนี่ยผมเห็น cancellation เล็กน้อยซึ่งส่วนใหญ่ก็มา จากพวกยูโรป.

เพราะไฟท์มันโดน.

จำกัด.

ใช่ครับ.

แต่ตอนเนี้ยผมว่าในช่วงเวลาประมาณเดือนนึงที่มีสงครามเนี่ยทุกอย่างก็ก็เริ่มกลับมาเป็นปกติแล้ว. จำนวนไลอาจจะน้อยลงหน่อยเอ่อคนที่อยากจะแพลนที่จะมาช่วงซัมเมอร์นี้ผมคิดว่าเขาก็ต้องคิดหนักนิดนึงเพราะว่าค่าตั๋วมันเพิ่มขึ้น.

ครับ.

แต่กลุ่มของ ONEX เนี่ยเรามี Market segment ที่หลากหลายเนาเห็นมันไม่ใช่แค่อ่า Luxury อย่างที่ Orienton Resident อย่างงี้. เรามีทั้ง Upper Upscale, มีทั้งเอ่อ Upscale ซึ่ง 4 ดาวเนี่ยตลาดเราค่อนข้างกว้าง. แล้วเราจะไม่ต้องยึดติดกับ Geosource ที่ใดที่หนึ่ง.

ครับ.

ซึ่งบอกว่าเหมือนรู้สึกว่าทุกคนที่แบบตกใจเนาะหุ้นโรงแรมนี่ลง. เทขายกันหมด. ซึ่งสำหรับผมผมรู้สึกว่ากลุ่มเรายังยังไม่ได้ไม่ได้ feel impact มากขนาดนั้น.

อืมครับ.

ใช่เฉพาะareียคือภาคใต้เท่านั้นเองที่มีผลกระทบในช่วงระยะเราคุยกัน 3 เดือนข้างหน้า. ที่อาจจะมี cancellation บ้าง.

ครับ.

แต่ผมคิดว่ามันก็จะมีตลาดอื่นอย่างออสเตรเลียอย่าง regional market อย่าง Japan หรือ even China ตอนนี้ก็เริ่มทยอยเข้ามาละ.

ครับ.

เพราะว่า Regional Airline มันยังวิ่งอยู่.

อืเข้าใจครับ.

มันยังวิ่งอยู่. เพราะในที่สุด Allospitality เราไม่ใช่เป็นเจ้าของโรงแรมอย่างเดียว.

ครับ.

เราทำ Service Apartment ด้วย. ซึ่ง segment ของตลาดเนี่ยเรามีทั้ง short stay และ long stay. ซึ่งในนิยามของคำว่า short stay เนี่ยเราคุยกันเป็น daily stay มาอยู่โรงแรม 3 วัน 3 คืน whatever. แต่ long stay เนี่ยเราอาจจะคุยกัน 30 วันขึ้นไป. หรือในนิยามของกลุ่มโรงแรมแรมที่เป็น Full Service ของผมจะเป็นแบรนด์ Amarีหรือแบรนด์ Oso เนี่ย.

อือ.

Long Stay เนี่ยเราเรา define คือ 14 คืนขึ้นไป.

ซึ่งการที่เรามี dynamic ของportfลioที่ มีทั้ง short stay และ long stay เนี่ย ตอนนี้อยู่ประมาณเกือบๆ 5050 เลย distribution balance พอสมควร.

ใช่.

ซึ่งมันก็ทำให้เราเวลามันเกิดมีการสวิงของตลาดเนี่ยการที่เรามี long stay base เกือบ 50% ของพอร์ตเนี่ย.

อืม.

มันทำให้ Performance ของบริษัทเนี่ยไม่สว ครับ.

ไม่สวมาก.

อืม.

แล้วมันกลายเป็นว่าเราเรามี base revenue ที่ยืนอยู่. แล้วพวก short stay เนี่ยในที่สุดเราก็เล่นราคา.

อืม.

ตามซีซั.

อืม.

ตาม geosurce ที่เข้ามา.

ครับๆ.

ซึ่งสงครามเราเราผ่านมาไม่รู้กี่สงคราม.

60 ปีน่าจะผ่านมาเยอะ.

ซึ่งจะเป็นสงครามกลางเมืองหรือจะเป็นสงครามนอกประเทศเราผมเชื่อว่าเนี่ยอันนี้เป็นภูมิที่เรามี.

นี่นี่แหละครับคือศิลปะการบริหารความเสี่ยงที่ทำให้ธุรกิจนั้นเจ็บตัวน้อยเวลา มีวิกฤต. เพราะโดยปกติธุรกิจโรงแรมรายได้จะขึ้นลงตามฤดูกาลครับ. แต่ว่าที่ Onix Hospitality Group ออกแบบ Portolio เอาไว้ให้มีทั้งลูกค้าแบบ Shot Stay แล้วก็ Long Stay ในสัดส่วนใกล้เคียงกันแบบครึ่งต่อครึ่ง. ผลลัพธ์ทางการเงินก็คือลูกค้าในกลุ่ม Long Stay ช่วยสร้างรายได้ประจำทำให้บริษัทมี base revenue ที่มั่นคง. กระแสเงินสดนิ่งไม่แกว่งไปตามวิกฤตโลก. ในขณะที่ลูกค้า short stay ก็ใช้เพิ่มรายได้แล้วก็เน้นทำกำไรในช่วงที่ตลาดท่องเที่ยวดีครับ.

แล้วในแง่ของ mix ของเรื่อง geography ครับเป็นยังไงบ้าง? คือผมจำได้ว่าปีที่แล้วที่เราไปที่โอซo.

อือ.

ที่พัทยากันเนี่ยเราก็คุยกันว่าอยากจะเป็น the best medium size.

ใช่มั้ครับ? ในภูมิภาคเอเชียแปซิวันนี้ยังเป็นอย่างนั้นอยู่มั้ครับ? แล้วทำไมคำว่า regional มันถึงสำคัญมาก?

สำหรับผมนะเคนผมรู้สึกว่าการเป็น the best medium side hospitality in Asia Pacific เนี่ย มันเป็น promise เป็น vision ของบริษัท. ซึ่งในที่สุดเราบอกว่าเราเราจะใหญ่ไปได้ขนาดไหน. เราอยากจะเป็นเบอร์ 1 ของตลาด. อยากจะเป็นมาช number one. มี property ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย.

ครับ.

ผมว่าใหญ่มันก็มีเล็ก.

อืม.

แต่ในที่สุดถ้าคุณใหญ่เกินไปแล้วเวลาเจอสถานการณ์ตลาดที่มันเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงอย่างช่วงเดือนที่ผ่านมาเนี่ยเซเหมือนกันครับ.

เหตุผลทางเศรษฐศาสตร์ของการเป็น medium s ที่คุมสเกลไม่เกิน 100 แห่งแล้วก็โฟกัสตลาดในระดับภูมิภาค. เขาบอกว่าถ้าเกิดเขาขยายใหญ่ไปมากขึ้นโดยเฉพาะตลาดในกลุ่มหรูหราหรือว่า luxury ต้นทุนการดำเนินงานก็จะยิ่งสูงครับ. ลองคิดดูครับทั้งจำนวนพนักงานสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องเพิ่มตามขนาดธุรกิจ. และมาตรฐานการบริการที่ต้องรองรับความคาดหวังของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น. แต่ว่าการรักษาสเกลขนาดกลางเอาไว้แล้วก็มีหลายแบรนด์ในหลายระดับราคาจะช่วยให้การบริหารต้นทุนนั้นยืดหยุ่นกว่า. ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ทรัพยากรกันได้หมุนเวียนพนักงานข้ามสาขาได้. และนิยามคำว่า Regional ของ Onix Hospitality Group ไม่ได้หมายถึงการไปตั้งโรงแรมทุกประเทศในเอเชียแปซิฟิกนะครับ. แต่คือการทำให้ลูกค้าในเอเชียแปซิฟิกนึกถึงแบรนด์ของเขาทุกครั้งที่วางแผนเดินทางครับ.

ผมอยากจะดึงลูกค้าที่อยู่ในเอเชีย Pacific Region มาพักที่โรงแรมของผมมาพักที่ Service Department ของครับ. แล้วในที่สุดความคุ้นเคยของแบรนด์จะเป็น อ่ารีจะเป็นโอโซจะเป็นชาม่าต้องอยู่ในพจนานุกรมของเขา.

อืม.

ถ้าเขาบอกว่าอยากจะมาพักที่เวียงจันทร์ไปพักที่ไหนดี.

อืม.

แบรนด์อรีอาจจะลอยขึ้นมา. หรือจะบอกว่าไปพักที่บางแสนไปนอนที่ไหนดีก็หวังว่าแบรนด์อรีจะมา. ซึ่งในที่สุดเนี่ย มันคือแบรนด์อรีที่อยู่มานานที่สุดคนรู้จักมากที่สุด.

เข้าใจ.

ถูกต้องอื. แต่ตอนนี้เราก็พยายามจะสร้างtrบ แล้วก็ service Department ที่มี positive Traction.

มากๆในในเอเชีย.

นั้นผมต้องถามในเชิงกลยุทธ์ครับว่าทำไมคิดว่า position นี้เป็น position ที่เราน่าจะมีความสามารถในการแข่งขันหรือว่าเราอยู่ในจุดที่มันเป็น sweet spot?

ผมรู้สึกว่ามันมีความยืดหยุ่นสูงแล้วเราบอกว่าเราสามารถคุมเรื่อง running cost ได้ดี. คือถ้ายูบอกว่าอยากจะไปเป็น Global Scale ต้นทุนมันจะสูงกว่าเยอะ. เอาแค่ตอนเนี้ยเคนพี่ผ่านจุดที่แบบ 60 ปีเนาะพี่เคยไปตั้งออฟฟิศที่อินเดีย.

อืม.

พี่เคยไปตั้งออฟฟิศที่เสี้ยงไฮ้.

อืม.

เป็น 10 ปี. แต่ในที่สุดการที่บอกว่า Vision ตอนนั้นอู้หูอยากจะเป็นแบบ Big Player.

ครับ.

มันมาแล้วมันไม่มีความต่อเนื่อง. มันเหมือนแบบอยากจะทำนะแต่ปัญหาคือใส่เงินถมเงินถมเงินเข้าไปแต่ในที่สุดมันไม่สิอ่ะ.

ครับ.

มันไม่มีชัจริง.

อืเข้าใจครับ.

ซึ่งพี่ก็เลยบอกว่าเฮ้ยกลับมาเหอะกลับมาเป็นเซาเอเชียเมื่อ 2 ปีที่แล้วเนี่ยนั่นคือจุดเปลี่ยน.

จุดเปลี่ยน.

แล้วพี่รู้สึกว่าความพอดีแล้วเรารู้สึกว่าเราเห็น crisis เห็น challenge มาช่วงแบบพีcovิดโคovิดโพสcโ covid แล้วนี่มาอิหร่าน war. ซึ่งในที่สุด industry ของของที่พี่อยู่เนี่ยมันกลายเป็นว่ามันมัน sensitive กับ Geolitics.

อืม.

Sensitive กับสงครามที่แบบ. เกิดขึ้นที่ไหนก็ได้. หรือในที่สุดผมว่า sensitive กับอะไร. เรื่องสนามบิน.

ครับ.

Airline Industry. ซึ่งมัน correlate กัน.

อืม.

ซึ่งเราบอกว่าทำยังไงที่บอกว่าเราจะสอน ได้เร็วถ้าเกิดปัญหา.

อืม.

เราสามารถ control fix cost หยุ่นที่สูง.

ครับ.

แล้วในที่สุดพี่มองนะการทำ Service Hospitality เนี่ยมันคือความใส่ใจด้วยเนาะ.

ใช่ครับ.

ซึ่งถ้ายูเป็นเจ้าของแบรนด์อย่างพี่เนี่ยคุณต้องถึงตัวเนาะเวลามันมีปัญหา. หรือการที่บอกว่าเราจะต้องคุยกันตลอดมอนิเตอร์ตลอดเพื่อให้แบรนด์มันอยู่ใน standard ที่มันควรจะเป็น.

อ.

จะเป็นทั้งฮาร์ดแวร์จะเป็นซอฟต์แวร์.

ซึ่งการที่บอกว่าเราต้องการเป็น regional player เนี่ยพี่เชื่อว่ามันคือการ respond ที่เร็วความเข้าใจ.

ครับ.

culture ประเภทประเพณี ภาษา.

ประเพณีเนี่ยสำคัญมาก.

ใช่.

ท่องเที่ยวใช่ขนาดเราอยู่เมืองไทยนะแล้วพี่ไปที่มาเลเซียมาเป็น 10 ปีเนาะ.

อือ.

โอ้มันต่างกันเยอะมาก.

ครับ.

แล้วตลาดของเขาจะเป็น domestic driven.

อ.

ประชากรเยอะ.

ซึ่งในที่สุดเา้าก็มีภาษา.

ครับ.

มีศาสนาและมีประเพณีที่ไม่เหมือนกับคนไทย.

อือๆ.

ซึ่งในที่สุดพี่ก็ต้องใช้เวลาในการที่จะฟอร์มทีมที่มาเลเซีย. ทำงานกับคนมาเลเซีย และคนต่างชาติอื่นๆ.

อืม.

เพื่อจะสามารถ match กับ expectation ของลูกค้าใน. ในประเทศนั้นๆ.

ครับ.

ซึ่งถ้ายูแบบว่าเป็น Global เนี่ย running cost ของอ. จะไม่รู้เท่าไหร่ครับ.

จากที่คุณท็อปเล่าผมสรุปกลยุทธ์ของ Onix Hospitality Group ออกมาเป็น 2 แกนหลักครับ. แกนแรกก็คือ Quality Growth การเติบโตแบบมีคุณภาพไม่เร่งเกินไปไม่กู้เกินตัวไม่รีบควบรวมกิจการเพียงเพื่อให้พอร์ตมันดูใหญ่. เพราะว่าทุกการลงทุนต้องประเมินความเสี่ยงจากหน้าตักของตัวเองหากผิดพลาดธุรกิจต้องไปต่อได้. แกนที่ 2 resilience คือการมีโครงสร้างที่รองรับความผันผวนได้ครับ. วิธีคิดแบบนี้เกิดจากบทเรียนในการลงทุนที่ผิดพลาดของเขาซึ่งต้องทำให้ศูนย์เงินระดับหลายร้อยล้านบาท. เรื่องนี้คุณท็อปยังไม่เคยเล่าที่ไหนเลยนะครับอยากรู้ว่ามันมีโมเมนต์ไหนบทเรียนไหนที่พี่ท็อปพอใช้นะทำให้เรา reinvent ตัวเองอย่างที่เราพูดกัน?

เด็ดๆเลยนะ. ตอนที่เราทำแบรนด์ Oso ใหม่ๆเลยเคาะออกมาจากโมนี่คือ Oso brand. เราก็บอกโหต้องเป็นแบบ Mid scale แบรนด์ต้องแบบ Good location อะไรเงี้ย. แล้วตอนนั้นก็เป็นแค่ขายกระดาษขายกระดาษอย่างเดียวเลย. แล้วไปมาลูกน้องเก่าที่อยู่กับพี่เนี่ยเขาก็ไปหาดีลมาได้โรงแรมเว้ยพร้อมรีแบรนด์เลย. อยู่ที่กลางกลางเมืองฮ่องกงอยู่ตรงหวัฉ.

โอ้โห.

อะไรอย่างเงี้ย. เออ. พร้อมเลยคุณท็อปเอามาเลย. ตอนนั้นกู ก็ไม่รู้เรื่องอะไรกู ก็โอโอเคเว้ยแบรนด์ใหม่กู ก็ตื่นเต้นน่ะแบบโอเคไปไว้ฮ่องกงโลเคชัดี. ไม่ได้ดูรายละเอียดอะไรเลย.

อ.

ก็เซ็นโพะเข้าไปแล้วก็ rebrand เป็น the first property of on hospitality ที่ฮ่องกงแล้วก็ operate มาเนี่ยเกือบ 10 ปี. เชื่อป่ะช่วงฮ่องกงที่ประท้วงเนี่ยจำได้ป่ะที่ประท้วงฮ่องกงแล้วเผารถเผายางอะไรเต็มไปหมดเนี่ย.

จำได้เป็นแต่วัดร่มตอนนั้นใช่มั้.

โอโรงแรมโอโซ่อยู่ตรงนั้นเลยจะเป็นแบบกลางเมืองเขารอบเรือ. แต่ปัญหาคืออะไรเคนพี่ก็บอกโอ้ยมีโอซoฮ่องกงนี่เจ๋งว่าดูดี. มันมี liability attach.

อืม.

ซึ่งในที่สุดตัว asset เนี่ยมันต้อง generate เงินได้มากกว่า 100 ล้าน.

ครับๆ.

ถึงจะอยู่รอด.

คือตามเเปอร์เป็นอย่างงั้นแหละใช่มั้ฮะ.

ใช่.

แต่พอเกิดการถึงมั้ฮะ.

ก็ไม่ถึงครับ. ก็เลยต้องแบบจนหาวิธีในการที่จะ exit.

อื.

contract นี้อ.

ซึ่งเสียเงินไปหลายร้อยล้านบาท.

โอ.

ในการที่บอกว่า property property เดียว เพื่อ represent brand.

โ.

ซึ่งเราเสียเงินไปหลายร้อยล้านบาท.

อูเป็นบทเรียนที่.

เพราะว่าเป็น contract ที่เราไม่ได้ดูหน้าดูหลังให้ดี.

ในมุมการลงทุนคุณท็อปมองเห็นความต่างในทางการเงินว่าการเป็นเจ้าของสินทรัพย์จะทำให้ได้ Total Return ที่สูงกว่าในระยะยาว. ทำให้ตอนนี้ Onix เริ่มขยับตัวเองสู่โมเดลการลงทุนแบบใหม่จากเดิมที่เน้น Asset Light รับจ้างบริหารเป็นหลักก็เริ่มเพิ่มสัดส่วนการทำ Joy Venture เข้าไปร่วมลงทุนใน Asset มากขึ้น. จากบทเรียนที่ผ่านมาทำให้ Onix เลือกจะเปิดกว้างกับพาร์ทเนอร์มากขึ้นแล้วก็มีความยืดหยุ่นในรูปแบบของการลงทุนมากขึ้นครับ.

ของ ONEX เนี่ยตอนนี้มันกลายเป็นว่าเราเราอยู่ในจุดที่เราทำอะไรเรามอง 5 ปีล่วงหน้า.

อืม.

เรื่อง Investment Plan พี่เปิดใจด้วยนะ ว่า.

ครับ.

ตั้งแต่ปีที่แล้วนะ. พี่ยอมทำ Joy Venture กับ Third Party Hotel operator.

อ๋อ.

โดยการให้ Third Party brandเนาะ.

ครับ.

มาลงทุนกับพี่.

อืม.

ทำเป็น Joy Avenger ร่วมกันแล้วแทนที่ พี่จะเป็น Operator ให้เค้า.

เป็น operator.

เป็น operator และเ้าใส่เงิน E Share กับพี่.

แล้วเราบทบาทเราคืออะไรครับ? Co.

Investor.

อืม.

แต่ใช้แบรนด์เค้า.

ใช้แบรนด์เค้าซึ่งอันเนี้ยก็เป็น First Step ของ Jenger 1 ที่เราทำกับทางมาเลเซีย.

อืม.

เดี๋ยวก็จะมีSteปที่ 2 ก็จะมี J Venture 2 กับทางญี่ปุ่น.

ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นว่าเราเป็น Operator เ เป็น coin investor.

Move นี้มันมันบอกอะไรหรือว่ามันมีข้อดีข้อเสียยังไงครับ?

ข้อดีคือเราไม่ต้องเอาเงินของเราหรือเงินกู้เนี่ยรับความเสี่ยงเต็มหน้าตักครับ. อย่างน้อยเรามีคนมาแชร์ risk ในการลงทุน. แต่ในที่สุดเราก็อยู่ใน Industry นี้เรายังมีความเชี่ยวชาญในตลาด.

ครับ.

โดยเฉพาะในเมืองไทยเนาะ.

ครับ.

ถึงจะเป็น Third Party brand หรือ Third Party Operator เข้ามาเรายังมีเรายังช่วยเขาได้.

อืม.

ถ้าเขามีปัญหาถ้าเขายังต้องการ market intelligent มากขึ้น.

ครับ.

หรือต้องการ recruit talent pool. เรามีเครือข่ายเรามี resource ตรงนี้. supพortได้. ซึ่งตรงเนี้ยในที่สุดเราเราลดความเสี่ยงในการในการที่จะต้องลงทุน.

ครับ.

เราเอาเงินที่เราเซฟเนี่ยไปทำอย่างอื่น.

ว่าคีย์หลักๆก็คือเป็นการเรียกว่า efficient เพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุน. แม้ว่าจะไม่ใช่แบรนด์เราบ้างอาจจะเป็นแบรนด์คนอื่นแบงคนอื่นด้วย. แล้วตอนนี้เรามอง franchise model ในเมืองจีนก็เดินละ. ตอนนี้แบรนด์อย่าง Service Apartment ก็เดินเป็น franchise Model ในเมืองจีน.

อืม.

ซึ่งต่อไปมาเลเซียก็คงจะมาที่เป็นแฟรนไชส์.

ให้สเกลได้เร็วขึ้นใช่มั้?

ให้สเกลได้เร็วขึ้น. หรือต่อไปผมบอกว่าโอเคเคนเดี๋ยวมีข่าวดีว่ะพี่อยากมีแบรนด์ในญี่ปุ่นมากเลย.

อืม.

แต่พี่ไม่เอาอลีไปปักนะ. พี่อาจจะไปพาร์ทเนอร์กับพาร์ทเนอร์ญี่ปุ่น.

อืม.

แล้วก็พี่ช่วยเ้าบริหาร.

ครับ.

แบรนด์ที่ที่เค้ามีอยู่แล้วแต่เขามี distribution.

อืม.

แต่เขาต้องการทางด้าน inbound ที่มาจาก international.

ครับ.

อะไรอย่างเงี้ยซึ่งพี่บอกว่าพี่ก็ welcome ที่จะรับ.

ฟังดูเหมือนมันกระบวน 5 มันไม่จำกัดมาก ขึ้นไม่ได้จำเป็นที่เราต้องเป็นเอ่อแค่ operator.

ใช่.

หรือว่าเป็นลงทุนเลยแบรนด์ owner อย่างเดียว.

ใช่ๆ.

เรา mix ได้หมด.

ไม้เด็ดที่คุณท็อปบอกว่า เป็น Secret Source ของ Onix Hospitality Group เลยคือกลยุทธ์การขยายรายได้บนต้นทุนเดิมผ่านโมเดล Multiple Brands in One Destination ในพื้นที่เดียวครับ. สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าต่างกลุ่มได้ขายราคาต่างกันได้แต่ใช้ทรัพยากรระบบหลังบ้านร่วมกันทั้งหมด. หมายความว่าบริษัทก็จะมี Fix C หรือว่าต้นทุนที่ค่อนข้างคงที่แต่สามารถเก็บรายได้เพิ่มขึ้นได้จากหลากหลายช่องทาง. ส่งผลให้อัตรากำไรหรือว่า margin นั้นพุ่งสูงขึ้นได้ทันทีครับ.

ซึ่งในสูตรอย่างเนี้ยที่ดินที่มีอย่างที่ภูเก็ตอย่างเงี้ยเราก็จะขยายต่อ. อย่างที่สมุยเราไปเช่าที่ข้างเพื่อนบ้านมาอีก 30 ไร่ก็จะขยายอีก.

อ๋อ.

lic การขยายคือไง?

เรามี fix คอยู่แล้ว.

ครับ.

การที่เราขยายจำนวนห้องตัวนี้เป็น additional income.

อืเข้าใจครับ.

fix cost ไม่ต้องเพิ่มมากมาย.

เข้าใจ.

ซึ่งในที่สุดถ้าเราสร้างห้องเพิ่มอ. ตัวนี้จะเป็น positive revenue เข้ามาที่เป็น flow through.

ที่ค่อนข้าง immediate เลย.

ยิ่งคุณสร้างได้เร็วขนาดไหนเพิ่มจำนวนห้อง. ที่ add value ให้กับ total revenue. fix cost เท่าเดิม.

อื.

GOP คุณสูงขึ้น.

อืๆ.

เพราะว่าrevenue คุณโต.

เข้าใจ.

ซึ่งตอนเนี้ย Strategy ของ ONEX เนี่ยเราจะไม่ไป เดี่ยวๆเราจะไปเป็น multiple brand in one destination.

หมายถึงว่ามีอารีมีโอโซ. แล้วต่อไปอาจจะมีรีเทลด้วยหรือเปล่าปล่อยเช่าข้างนอกให้มาเราก็รับค่าเช่าด้วย.

อโออันนี้ไม่น่าจะหรือเปล่าน่าจะเป็นแผนใช่มั้ครับ?

ทำอยู่.

ถ้าบอกว่าหรือเปล่าคือต้องได้ทำอยู่ทำอยู่ทำอยู่ที่ภูเก็ตอ.

แน่นอนทำอยู่ที่พัทยาซึ่งเคนไปที่พัทยาเคนก็เห็น 2-3 ทาเวอร์ที่พี่มีเห็นอยู่ครับ.

มันก็ leverage ได้อ.

แล้วเรามีเป็น segment price segment หลายๆ segment.

ซึ่งในที่สุดเราเล่นได้แต่ cost.

เท่าเดิม.

งั้นผมถามนิดนึงว่าareียaไหนหรือว่าเจนไหนหรืออะไรที่จะเป็นหมุดหมายว่าเราอยากจะลงทุนแบบเนี้ยคือสร้าง fix ขึ้นมาเลยที่ดินเลยอยากเช่าเป็นlนลอดเลยหรือว่าอันนึงจะเป็น asset ไมันวิธีคิดมันพิจารณาจากอะไรบ้าง?

มันแล้วแต่โอกาส.

แล้วแต่โอกาส.

ซึ่งอย่างพี่ไงอย่างพัทยาเนี่ยก็เป็นที่เช่าระยะยาว.

อือ.

ใหญ่มากที่ 30 กว่าไร่เนาะ.

อือ.

จะทำยังไงให้มันเกิด Economy of scale แล้วเกิด cost efficiency.

ครับ.

ต่อไปบอกว่าเอ้ยพี่มีโอซoละ. พี่มีอลีแล้วเว้ย. แล้วในอลีพี่มีอลีสวีทอีก.

อื.

ที่พี่ขาดขาดอะไรเคน.

อื.

พี่ขาด service apartment.

อ๋อ.

พี่ก็เลยบอกว่างั้นขอสร้างอีกตึกนึงแล้วกันเป็น Service Apartment เพื่อจะบอกว่าพี่จะมี Long Stay Product ด้วยอยู่ ใน complex เดียวกัน.

ครับอื.

ซึ่งในที่สุดพี่สามารถกระจายความเสี่ยง ได้ของของ Revenue Distribution.

ครับ.

คนพี่มีแต่ละแบรนด์มี Commercial Head แต่ละคน.

แต่ละ Property.

อือ.

แต่ Back on House แชร์หมดซึ่งมันกลาย เป็นว่ามันจะกลายเป็นหมู่บ้านเล็กๆ.

ครับเห็นภาพ.

ใช่มั้.

เป็น portfolio mix ในพื้นที่เดียวได้.

ใช่.

ซึ่งก็ทำให้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ตรงนี้มีวิกฤตตรงนั้นตรงนี้เป็นอย่างงู้นอย่างงี้เหมือนกันไป.

เหมือนกันไปแล้วแล้วมันการเล่น price segmentation same fix cost.

อ.

ซึ่งตอนนี้มันกลายว่าสิ่งที่อxเดินไปข้างหน้าเนี่ยพี่โชคดีพี่มีสเกลของ existing portfolio อยู่แล้ว.

อือ.

พี่แค่เพิ่ม.

อื.

FC พี่ Manage เท่าเดิม.

ครับ.

แล้วพี่สามารถสร้างเป็นclustตเป็นแชร์ Service ได้ว่าคนที่พี่จ้างต่อไปเนี่ยเ้ามีอนาคต.

ครับ.

มี Career Development แทนที่เขาจะดู Property 1 เ้าดู 2 ดู 3.

ค่างานเเพิ่มขึ้น.

เงินเดือนเพิ่มขึ้นโบนัสเพิ่มขึ้นมันวิน.

ครับ.

กับพนักงานด้วย.

อือ.

ตัวพี่พี่ก็สามารถใช้คนเดียวดูแล 3 Property. GOP Gross Operating Margin ของพี่ก็สูงขึ้น.

อเห็นภาพครับ.

ซึ่งอันนี้มันเป็น Secret ของ Allity.

ขอบคุณที่เอามาเล่าให้ฟังครับโอคุยมาทั้ง หมดผมว่าได้หลายเทรนด์มากแล้วก็เห็นทั้ง โอกาสและความท้าทายทั้งในแง่ของตุ อุตสาหกรรมจนไปถึงระดับประเทศเลยนะฮะ. ทีนี้มามาช่วงท้ายเนื่องจากอนิครบรอบ 60 ปีนะครับอยากจะย้อนรำลึกสักนิดนึงนะครับตั้งแต่รากของอนิสจุดเริ่มต้นจนมาถึงวัน นี้ DNA ของอนิคคืออะไรแล้วอะไรที่จะ 60 ปีถัดไปก็ได้ครับ 60 ปีถัดไปเนี่ย.

อยากเห็นอะไรครับ?

คือแห่ง hospital 60 ปี anniversary เนี่ยผมเชื่อว่าเราเราก็เป็นผู้เล่นรายใหญ่นึงในประเทศไทยเนาะเราจะต้องระลึกอยู่ตลอดว่าของเราคือเมืองไทย.

อืม.

การที่เราอยู่ในเมืองไทยเราเชื่อว่าเรามีคนเก่ง.

ครับ.

เรามี competitive age ในด้าน service industry ดีกว่าประเทศอื่นในในโลกนี้. เราจะต้อง reinvent แล้วเอา extract ไอ้ส่วนจุดเด่นเนี่ยของคนไทยขึ้นมาให้ได้.

อืม.

ให้reflect ภายใต้แบรนด์ต่างๆที่อยู่ภายใต้ Hospitality.

ครับ.

แล้วในที่สุดเราก็ขยายขยาย Knowhow ด้วยโดยการที่บอกว่าเรามี Global Perspective. เราเดินทางเราเห็น.

อืม.

ข่าวมีด่งมีดียทุกอย่างเนี่ยเราเห็นว่าโลกมันเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง.

ครับ.

ซึ่งในที่สุดเราก็ต้องเราก็ต้อง Aw. แต่เรายังมีรักษา expertise ของการที่เราเป็น regional operator.

อือื.

ของทั้งโรงแรมของทั้ง service apartment. แล้วในที่สุด reputation.

มันจะกลับมาที่ reputation ของ All hospitality. ใน 60 ปีข้างหน้าเนี่ยมันจะต้องเป็นบริษัทที่จะต้องติดดิน.

อืม.

ผมพี่ใช้คำว่า grounded.

อืม.

แล้วในที่สุดเราต้องเราต้อง generate value.

อือ.

ให้กับบริษัท.

ครับ.

แล้วในที่สุดมันก็จะไปreflect ให้กับสังคมให้กับประเทศ. แล้วก็ในที่สุดคนที่จะทำงานกับพี่เนี่ยต่อไปหรือทำงานในบริษัท Hospitality เต้องมีความภาคภูมิใจว่าเา้าเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะผลักดันให้ตลาดอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหรือ Hospitality Industry. ในประเทศไทยเนี่ยครับ. ดังออกไปใน Tweet Asia Pacific. แล้วในที่สุดเราจะเห็น result จะเป็นในรูปเม็ดเงินหรือในรูป brand awareness. ที่เขา้าเรียกว่าเป็น brand equity.

อื.

เนาะ.

แล้วในที่สุดมันก็บอกว่าถ้า brand equity คุณแข็งแรงคุณก็สามารถวาง pricing ได้.

อื.

เพื่อให้มัน match กับ promise ของแต่ละแบรนด์ที่เรามีภายใต้ Hospitality.

ครับ.

แล้วก็กลับมาว่าถ้ามี Hospitality เป็นคนบริหารทรัพย์สินของคุณเราให้ความมั่นคงในเรื่อง Financial Return.

อื.

ให้กับ owner shareholder investor ที่เขาให้ความมั่นใจกับเราที่เลือกแบรนด์ของ เราในเข้าไปบริหารจัดการ asset ของเขา.

ครับ.

ซึ่งตรงเนี้ยพี่มองว่าถ้าเราสามารถยืนต่อ ไปได้อีก 60 ปีเนี่ยตรงเนี้ยเราต้องจับมันให้แน่นๆ. อย่าเผลอ. อย่าไปทำสิ่งที่เราไม่ถนัดแล้วในที่สุดคำว่าพอดีอ่ะมันจะมันจะเห็นมันจะเห็นเองว่า. ความพอดีมันจะอยู่ตรงประมาณเนี้ย.

ครับ.

ขอบคุณมากนะครับ.

ขอบคุณมากครับ. เดี๋ส.