Transcription
ระหว่างนี้เราจัดตั้งรัฐบาลกันอยู่ครับ อาจารย์
ครับ
ผมไม่แน่ใจว่าเรามีตัวเลขล่าสุดไหม แต่ที่แน่ๆ เนี่ย จะน่าจะ 99.9999% คือไม่มีกล้าทำนี่ล่าสุดครับ อาจารย์ รัฐบาลเสียง
ครับ
เกือบ 290 เสียง
อืม
ภูมิใจไทยเพื่อไทย
ครับ
และที่เหลือ
ครับ
ก็เป็นพรรคใหญ่ 2 พรรคก็คือพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย แล้วก็ที่เหลือเนี่ย ประกอบด้วยพรรคเล็กที่มี ส.ส. 6 คน 5 คน 3 คนจนถึง 1 คน รวมแล้ว 290 เสียง
ขณะที่ฝ่ายค้านครับ อาจารย์ พรรคประชาชนแน่นอนยืนอยู่แล้ว 120 กล้าทำ
ครับ
แหกปากกาเซียนไปเหมือนกัน ไปอยู่ฝ่ายค้าน 58 เสียง แล้วก็มีประชาธิปัตย์
ฝ่ายรวมพลังก็เหมือนมีท่าทีสนับสนุนตั้ง แต่แรกเลยนะ คนแรกๆเลยนะ
แต่เขาไม่รับซะอย่างงั้น ปิดบ้าน
ไม่รับก็สรุปฝ่ายค้านรวมแล้ว 209 เสียง นี่คือหน้าตารัฐบาลแบบว่าเอาพรรคการเมืองเนอะ แล้วก็จำนวน ส.ส. ที่ได้ไปบวกรวมกันก่อน
ยังไม่นับงูเขียว งูเห่า งูอะไรนะ เอาประมาณนี้ก่อนเนี่ย
ครับ
ถ้าอาจารย์ดูหน้าตารัฐบาลแบบนี้ อาจารย์อ่านรัฐบาลภูมิใจไทยยังไง ทำไมเขาเลือกพรรคเพื่อไทยกอดกันขนาดนั้น ทำไมเขาไม่เลือกพรรคกล้าทำ ทั้งที่อ
ก่อนหน้าการเลือกตั้งอ่ะ
พรรคเพื่อไทยนี่ศัตรูเลยนะ
อ้อ ใช่ๆ
ใช่มั้ย พรรคกล้าทำนี่เหมือนพันธมิตรนะ
ครับ
ทำไมมันเป็นแบบนี้ ออกหน้านี้ได้ยังไงครับ อาจารย์
ประเด็นนี้ผมคิดว่า เอ่อ มันเป็นปมที่อาจจะทางภูมิใจไทยเนี่ย
อืม
คงจะมีปัญหา คือภูมิใจไทยเนี่ยเพียรพยายามจะสร้างตัวตน
ครับ
ว่าเป็นภาพที่มีภาพลักษณ์ดูดีหน่อย
อืม
นะ
ทีนี้เนี่ย ทางกล้าทำเนี่ยก็ เอ่อ อาจจะเป็นพรรคที่ถูกมองว่ามีภาพลักษณ์ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ แล้วก็อาจจะมีความเสี่ยงถ้าหากว่าเอาคุณธรรมนัสเข้ามา
ครับ
เอ่อ ร่วมเป็นคณะรัฐมนตรีเนี่ย ก็อาจจะถูกยื่นในเรื่องของการสอบจริยธรรม โดยเฉพาะทางพรรคประชาธิปัตย์เนี่ย เราก็ตั้งท่ารออยู่แล้ว เพราะงั้นถ้าหากว่าคุณธรรมนัสเข้าไปเนี่ย ก็อาจจะมีปัญหาตามมา
ทีนี้เนี่ย ตอนหลังถึงแม้ว่าทางคุณธรรมนัสแกจะยอมนะ ไม่ยอมเป็น
คือยอมขนาดว่าไม่เอาเป็นรัฐมนตรีก็ได้ ขอพรรคกล้าทำไปร่วมรัฐบาลก็ยังไม่ให้เลยนะ
อ้อ ก็ยังไม่ให้ใช่
เอ่อ ทีนี้เนี่ย มันก็คงจะมีผลจากในแง่ที่ว่า คือแฟนคลับของทางภูมิใจไทย โดยเฉพาะที่เป็นชนชั้นกลางอนุรักษ์นิยมที่สนับสนุน
เสียงหรือว่าคะแนนอะไรต่างๆของเขาในกรุงเทพฯ เนี่ย
ครับ
ก็มีการแสดงออกชัดเจนว่าเขา อ่า ไม่ประสงค์ที่จะได้ เอ่อ นักการเมือง เอ่อ ในลักษณะที่เป็นกล้าธรรมเนี่ย เข้ามาร่วมรัฐบาล เอ่อ เข้าใจว่าคุณอนุทินเนี่ยก็คงเกรงใจฐานเสียงอันนี้
แล้วก็อาจจะ
เอ่อ เป็นไปได้อีกอันนึงก็คือว่า กลุ่มที่อยู่เบื้องหลังที่เป็นอยู่ในโครงสร้างอำนาจเนี่ย ก็อาจจะไม่ต้องการใช้พรรคกล้าธรรมอีกต่อไปนะ นั้นพรรคกล้าธรรมก็เลยถูกเคลียร์ออกไปในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ นั่นเอง
เอ่อ ทีนี้เนี่ย ส่วนกรณีพรรคเพื่อไทยนั้นเนี่ย คือพรรคเพื่อไทยเวลาเขาขัดแย้งเนี่ย คือขัดแย้งเป็นคนๆ ไม่ได้ขัดแย้งเป็นพรรค
อย่างเช่นขัดแย้งกับภูมิธรรมอ่ะ
อืม แต่ก็หัวหน้าใหญ่เลยนะ อาจารย์รักเป็นแกนนำพรรคเลยนะ
อ่า ใช่ ก็คุณภูมิธรรมไง เขาไม่ได้เป็นรัฐมนตรีไง
นะ แล้วส่วนคนที่เหลือที่จะเป็นรัฐมนตรีเนี่ย ก็ไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรมาก อย่างคุณจุลพันธ์ หรือ หรือว่าคุณสมศักดิ์ คุณสุริยะเนี่ย ก็ไม่ได้ขัดแย้งอะไรกับทาง เอ่อ คุณอนุทิน หรือว่าคุณเนวินมากมายนัก
อืม
เพราะฉะนั้นเนี่ย
เอ่อ หรือว่าแม้กระทั่งคุณยศนะ
โอยิ่งไม่มีอะไร
ยิ่งไม่มีความขัดแย้งอะไรเลย
เพราะฉะนั้นเนี่ย ถ้าดูเป็นคนๆ ดูในแกนนำของพรรคเพื่อไทยในขณะนี้ คือเขาก็จะจัดสภาพคือคนที่เคยชน เคย เอ่อ จัดการกับพรรคภูมิใจไทยในอดีตเนี่ย เขาก็ถูกกันออกไป
นะ แล้วขณะที่คนที่อาจจะมีความสัมพันธ์ที่ดี
กับทางภูมิใจไทยเนี่ย ก็ถูก อ่า ให้เข้ามาแทน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย ผมเข้าใจว่าก็น่าจะเป็นการเจรจาระหว่างบ้านจันทร์ส่องหล้ากับทาง เอ่อ คนที่อยู่เบื้องหลังพรรคภูมิใจไทยในการเจรจากัน
แล้วก็อาจจะได้ข้อสรุปข้อตกลง แล้วก็พรรค เอ่อ เพื่อไทยเองเนี่ย
เขาไม่ได้มีข้อเรียกร้อง เอ่อ ในเรื่องของ เอ่อ กระทรวงต่างๆ มากมายนัก
นั่นน่ะสิ ผมก็ถามอาจารย์ต่อ สำหรับผมมันแปลก ไม่รู้อาจารย์คิดเหมือนผมมั้ย คือถ้าต่อมาดูอีกทีนึงเนี่ย ตัวเลขถ้ารวมกันเนี่ย หักลบง่ายๆเลยนะครับ อาจารย์
ถ้าพรรคเพื่อไทยถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาลเนี่ย เอาออก 74 ที่นั่งเนี่ย
ตัวเลขรัฐบาลจะต่ำกว่า 250
ก็แปลว่ารัฐบาลอยู่ไม่ได้ ในทางกลไกสภา เสี่ยงที่จะล่มกลางสภาครับ
ถ้าแบบนี้ปกติเนี่ย พรรคอันดับ 2 แบบนี้จะต้องมีฤทธิ์มีเดชพอสมควร
ใช่
จะต้องขอกระทรวงได้ จะต้องมีการคุยเจรจาแลกเปลี่ยนกันพอสมควรแหละ เพราะว่าถือว่าเป็นตัวแปรสำคัญของรัฐบาลชุดนี้
แต่รอบนี้ผมรู้สึกมันแปลกๆ คือทำไมเพื่อไทยดูเงียบๆ
เขา มีข่าวว่าให้ไป 4+4 ก็รับ มีข่าวว่าปฏิเสธ
นักการเมืองบางคนของพรรค
อ
ก็ไม่ได้ปฏิเสธข่าวนี้ คือดูมันดูยอมไปหมด ดูเหมือนพรรคที่ไม่มีความสำคัญ ทั้งที่ถ้าดูตัวเลขสำคัญมาก มันเกิดอะไรขึ้นอาจารย์
เอ่อ ผมคิดว่าปมปัญหามันอาจจะอยู่ที่ เอ่อ เรื่องคุณทักษิณด้วยนะ เพราะว่าทางพรรคเพื่อไทยเนี่ย เขาก็มีความจำเป็นครับ
ที่จะต้อง อ่า เข้าไปมีอำนาจรัฐน่ะนะ ก็คือไปเป็นรัฐบาลเนี่ย
ครับ
แล้วก็ประเด็นเรื่องของการเข้าไปเป็นรัฐบาลอันนี้เนี่ย ถ้าหากว่าเขาต่อรองมากเนี่ย พรรคภูมิใจไทยก็อาจจะไปดึงพรรคกล้าทำเข้ามาเสียบแทนก็ได้ แล้วก็เขี่ยภูมิใจไทย โทษที เขี่ยเพื่อไทยออกไปนะ เพราะงั้นก็ คือตอนนี้เนี่ย
คือพรรคภูมิใจไทยเนี่ย ก็มีทางเลือกอยู่แล้ว 2 ทางเลือก ไม่ว่าจะเลือกพรรคไหนเนี่ย เสียงเขาก็เกิน 250 อยู่ดี
เพราะงั้นในในจังหวะนี้ก็คือว่า เอาเพื่อไทย
แล้วก็ไม่เอากล้าทำ
นะ นอกจากเรื่องของการสร้างภาพลักษณ์ได้แล้วเนี่ย
มันก็ยังมีจุด
ที่อาจจะ เอ่อ เป็นประโยชน์ต่อพรรคภูมิใจไทยก็คือใน เอ่อ ตำแหน่งเก้าอี้ของรัฐมนตรีอะไรต่างๆเนี่ย มันก็จะได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย
ตอนนี้เขาได้ประมาณ 24 ใช่มั้ยครับ ได้เยอะ แต่ถ้าเอากล้าทำมาปั๊บๆ เนี่ย
ตัวอาหารมันเยอะขึ้น
ตัวอาหารเยอะขึ้นนะ เพราะงั้นในในขณะนี้เนี่ย เขาอาจจะรักษาสภาพโครงสร้างแบบนี้เอาไว้
ถ้าสมมุติเพื่อไทยแสดงอิทธิฤทธิ์ อ่า ก็อาจจะบอกเพื่อไทยว่า เอ๊ะ ถ้าอย่างงั้นเดี๋ยวผมจะไปเอากล้าทำเข้ามานะ อ่า เพื่อไทยก็อาจจะต้องยอมนะ ในการที่จะ อ่า รับอะไรก็ได้
ขอให้มีตำแหน่งแบ่งปันมาบ้างก็พอ
อ๋อ เข้าใจแล้ว คือดูตัวเลขอย่างนี้ไม่พอ เพราะว่าจริงๆไทยมีทางเลือก 2 ทาง
อ๋อ เราดูฝั่งเดียวเกินไป
เขาไม่เอาเพื่อไทยก็ได้นี่นา
ไปเอากล้าทำ หรือประชาธิปัตย์
ประชาธิปัตย์ไม่พอ ไม่พอ
หมายถึงว่ากล้าทำบวกประชาธิปัตย์ เอ่อ เอ่อ ประชาธิปัตย์ก็อาจจะไม่มา
เอามาพรรคเดียวก็พอ กับบวกกับพรรคเล็ก
เสียง
อาจจะน้อยลงอีก 10 กว่าเสียง ก็คือหมายความว่าจาก 290 90 เนี่ย
ครับ
ก็อาจจะเหลือ 270 กว่าๆ แต่ยังไงก็เกินครึ่งอยู่ดี
อ๋อ มี 2 ทางเลือก
ครับ
ตอนนี้เลือกเพื่อไทย
อือฮึ
แล้วตอนหน้าล่ะจะเลือกกล้าทำได้มั้ย อาจารย์คิดอย่างงั้น
ก็เป็นไปได้ คือ position ของกล้า กล้าทำในรัฐบาลเนี่ยนะ ผมคิดว่าเขามี 2 position หลักๆ
ครับ
คือ position แรกเลยเนี่ย
เขาต้องการเป็นพรรครอร่วมรัฐบาลอยู่
พรรครอร่วม
อ่า รอร่วมนะ คืออันนี้ก็หมายความว่า
เอ่อ เมื่อเขาเป็นพรรครอเนี่ย บทบาทต่างๆ ในฐานะที่เป็นฝ่ายค้านเนี่ยก็จะอ่อนนะ รอ หรือว่าถ้าค้านเนี่ย
ก็ค้านพอเป็นพิธี ไม่ได้ค้านเอาจริงเอาจังเท่าไหร่นักนะ แปลว่าคนที่เฝันกันว่า โอ้โห ประชาชนบวกประชาธิปัตย์บวกกล้าทำเป็นฝ่ายค้านจะแข็งแกร่ง อาจารย์ว่าไม่ใช่
อ่ะ เดี๋ยวสิ มันมี 2 ทางเลือกนี่ คือทางเลือกแรก อ่า position แรกครับ
ณ จุดเริ่มต้นเนี่ย ผมคิดว่ากล้าทำจะเลือกทางเลือกนี้ครับ
นะ รอว่าเมื่อไหร่ภูมิใจไทยจะเรียกตัวเองเข้าไปเป็นรัฐบาล
เมื่อไหร่หนูจะรอนัดบ้าง รอแต่หนิมอ่ะ
เอ่อ เพราะงั้นเนี่ย ก็ เอ่อ ในช่วงจังหวะนี้ อย่างน้อย 6 เดือนแรกเนี่ย ผมว่าเขาอาจจะค้านไปแบบตามสไตล์แบบอ่อนๆ ไม่ได้แข็งแกร่งเลยนะ ไม่เอาจริง ทีนี้เนี่ย ถ้าหากว่ารอแล้วรอเล่ารออีก
อืม
ก็ยังไม่ได้สักที
อืม นัดรออย่างเดียว หนูไม่เอานัด ใช่ ผ่านเวลาผ่านไปสักปีเนี่ย
เอาละ
เอ่อ ผมว่าคราวนี้เนี่ย เขาอาจจะเปลี่ยนบทบาท
อืม
รอขนาดนี้แล้ว อ่า ทอดสะพานขนาดนั้นแล้วก็ยังไม่แยแส
อืออื
อย่ากันนั้นเลย อย่าอยู่ร่วมกันเลย
อืม
ถ้าเขาตัดสินใจแบบนี้เนี่ย เขาจะเริ่มค้านแรงละ
อืม
ค้านแรงเนี่ย พอค้านแรงปั๊บเนี่ย
ครับ
เอ่อ มีเป้าหมายยังไง
ครับ
ก็อาจจะมี 2 เป้าหมายที่จะเป็นไปได้
ครับ
ก็คือ 1 เนี่ย ก็คือว่าเป้าหมายที่จะล้มรัฐบาล แล้วก็ให้มีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ไปเลย
นะ อันนั้นก็คือเป้าหมายหนึ่ง
ครับ
อีกเป้าหมายหนึ่งก็คือว่า เขาอาจจะก่อตัวเป็นพันธมิตรใหม่
ขึ้นมา
ระหว่างพรรคกล้าทำ พรรคเพื่อไทย แล้วก็พรรคอื่นๆ เพราะว่าตอนสักผ่านไปปีนึงเนี่ย บางทีสถานการณ์มันก็เริ่มที่จะมีการเปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควร ภาพลักษณ์อะไรต่างๆ ที่ติดกันอยู่ตอนนี้เนี่ย มันก็อาจจะเบาบางลง แล้วคุณธรรมนัสเนี่ย อ่า ซึ่งก็หลายคนอาจจะติดแก ก็อาจจะอยู่เบื้องหลังไปแล้วก็ส่งคน ที่หน้าตาดูดีหน่อยในพรรคกล้าทำเนี่ย ออกมาสวมบทบาทเล่นแทก เอ่อ ในกรณีแบบนั้นเนี่ย เอ่อ มันก็จะเกิดพันธมิตรใหม่ขึ้นมาก็ได้นะ แล้วถ้าหากว่าจับพัดจับหูเนี่ย เกิดคุณ เอ่อ อนุทิน เอ่อ มีอุบัติเหตุอะไรขึ้นมานะ ก็อาจจะมีรัฐบาลใหม่ที่พรรคฆ่าธรรมอาจจะ ร่วมด้วยก็ได้นะ เป็นอีกปีกหนึ่งที่อาจจะเคยมีการพูดกันอยู่บ้าง
ก็อาจจะมีรวมพรรคประชาชน เพื่อไทย กล้าทำ และประชาธิปัตย์เข้ามา
อาจารย์ยังเห็นว่าทฤษฎีนี้ยังเป็นไปได้ในอนาคตอยู่
ในอนาคตมันเป็นทางหนึ่ง ในเชิงทฤษฎีเนี่ย มันมันเป็นไปได้ที่จะออกทางนี้ อ่า เหมือนกัน
ทั้งที่ตอนหาเสียงจะไม่ติดพันธุไปเหรอ เพราะว่าพรรคประชาชนรวมถึงประชาธิปัตย์ ที่มีคนอภิสิทธิ์นำอยู่ถ้ายังอยู่นะ
ก็เคยบอกว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าทำ ของ
คือถ้าพรรคกล้าธรรมมีการจัดการสมมุติว่า คุณชนพัฒน์เรียบร้อยแล้ว แล้วก็คุณธรรมนัสไม่เกี่ยวแล้ว
นะ อ่า ถอยมาอยู่เบื้องหลังแล้วก็อาจจะชู คุณนฤมน ขึ้นมาข้างหน้า
ขึ้นมา แล้วก็อาจจะเอาคนอื่นๆ ที่ภาพลักษณ์เนี่ย ก็อาจจะไม่ได้แย่มากนักขึ้นมา
อันนี้เนี่ย ก็อาจจะทำให้ เอ่อ สถานการณ์ หรือว่าความคิดอาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้ เพราะว่าผมคิดว่าความคิดของนักการเมืองเนี่ย เขาไม่ได้หยุดนิ่งนะ
อ่า
เขา ก็ดูเงื่อนไขการเคลื่อนไหวไปตามสถานการณ์ เข้าใจ
โดยตลอด
อันนี้ผมถามอาจารย์ในฐานะคนบางคนเขาก็แซว อาจารย์ว่าอาจารย์โอโหเป็นแบกส้มอ่ะนะ ผมประเมินว่าถ้าตอนนั้นมาถึง สมมุติว่ารัฐบาลชุดนี้ที่มีเพื่อไทยกับภูมิใจไทยนำ ภูมิใจไทยนำเพื่อไทยเนี่ย ไปเรื่อยๆ แล้วเริ่มทรงไม่ดีแล้ว
เพื่อไทยอาจจะปรี่ออกมามีพันธมิตรใหม่ มีกล้าทำ มีเพื่อไทย มีพรรคประชาชน
ตั้งรัฐบาลแข่งฮ
ในอนาคตนะ ในฐานะอาจารย์ก็ติดตามพรรคประชา
ยอมได้เหรอ
เอ่อ ผมคิดว่าถ้าพรรคประชาชนเลือกเนี่ย เขาเลือกจะให้เกิดการยุบสภามากกว่า
อืม
เขาคงไม่เลือกเส้นทางนี้ ในการจัดตั้งรัฐบาลแข่ง
คงไม่ ไม่ร่วมว่าเอาเหมือนแบบเปลี่ยนรัฐบาลกลางคันโบสถ์โบวชในสภาไม่เอา
เพื่อให้รัฐบาลนี้ยุบไป
ผมเชื่ออย่างนั้นนะ ผมเชื่ออย่างนั้นว่าเขาจะเลือกให้มีการยุบสภา
อ่า มากกว่าที่จะมีการเปลี่ยนนายก
เปลี่ยนแปลงนายกนะฮะ แต่ว่าอันนี้ก็
ในอนาคตเราก็อาจจะไม่รู้นะ แต่ว่าเส้นทางที่เขาเดินเนี่ย ผมคิดว่าเขาน่าจะเลือกให้มีการยุบสภามากกว่า
ทางนี้มากกว่าเพื่อรักษาฐานมวลชนที่เชื่อมั่นในแนวทางของพรรคครับๆ
อืม ผมชวนอาจารย์ไปมองฝั่งภูมิใจไทยบ้างได้ไหม
ได้
ในฐานะที่เขา
คุมเกม
อือฮึ
คุมอำนาจ
ครับ
บางคนเขา วิเคราะห์ไม่รู้อาจารย์เห็นด้วยไหมว่าการเอาพรรคเพื่อไทยเข้ามาร่วมรัฐบาล
ก็เป็นการกำจัดศัตรูทางการเมืองในอนาคต ก็คือการเลือกตั้งรอบหน้า
ครับ
ให้พรรคพทัยอ่อนแอ
การผลักคุณธรรมนัส พรรคราชธรรมออกไป
ครับ
ก็ทำให้พรรคของคนธมนัสอ่อนแอ อาจารย์มองแบบนี้มั้ย
ครับ เอ่อ คือมันก็มีความเป็นไปได้นะว่าจะเกิดลักษณะเช่นนั้น
อืม
แต่ว่า เอ่อ ไอ้นี้คือเป็นสิ่งที่มีการวิเคราะห์และคาดการณ์
ครับ
มันก็อาจจะมีความเป็นไปได้ว่าพรรคเพื่อไทยเมื่อเข้าไปร่วมรัฐบาลแล้วก็อาจจะเข้มแข็งขึ้นก็ได้
อืม
นะ เอ่อ หรืออาจจะอ่อนแอก็ได้ แต่ว่าตอนนี้เนี่ย เอ่อ คนจำนวนหนึ่งอาจจะมองไปในมิติเดียวก็คือว่า พอเป็นร่วมรัฐบาลแล้วเกิดความอ่อนแอ หรือจบแล้ว
ซึ่งจริงๆ มันก็อาจจะจบแล้วก็ได้นะ หรือดีไม่ดีเนี่ย ถ้าเกิดว่าคุณทักษิณออกมาแล้วก็เกิด เอ่อ ฮึดขึ้นมาแล้วก็รวมเอาบ้านใหญ่ รวมเอาพรรคคุณธรรมนัสเข้ามาอยู่ในพรรคเพื่อไทยเนี่ย
อันนี้พรรคเพื่อไทยก็ขยายเลย
ออ
นะ
เอ่อ เพราะงั้นเนี่ย มันก็มีความเป็นไปได้ 2 อย่างก็คือจะทำลายพรรค เอ่อ ภูมิใจไทย เอ้ย โทษ พรรคเพื่อไทยกับพรรคฆ่าธรรมใช่มั้ยครับ
มันก็อาจจะมีทางออกคือพรรคเพื่อไทยกับกล้าทำก็มารวมกัน อ่า คราวนี้ก็ 3 ขั้วเลยนะฮะ ระหว่างภูมิใจไทย เพื่อไทยบวกกล้าทำ แล้วก็พรรคประชาชนนะ มันก็มีความเป็นไปได้ที่ออกในแนวนี้เหมือนกัน
แล้วในขณะเดียวกันมันก็มีความเป็นไปได้เหมือนกันว่าจะออกในแนวที่ว่า ทั้งพรรคเพื่อไทย
แล้วก็กล้าทำเนี่ย ถูกทำให้ อ่อนแอ จนไม่สามารถต่อกรกับพรรคภูมิใจไทยได้แล้ว เมื่อเช่นนั้นเนี่ย
บ้านใหญ่ทั้งหลายเนี่ย ก็แห่กันไปอยู่ ภูมิใจไทย
แล้วก็ทำให้ภูมิใจไทยเนี่ย ก็อาจจะมี ส.ส. เพิ่มจนถึงขนาดเกิน 250 ก็ได้
เพราะงั้นมันก็มีความเป็นไปได้อยู่ 2 แนว ที่อาจจะเกิดขึ้น
น่าสนใจครับ ถ้าเป็นแนวแรก ผมชวนอาจารย์สวมวิญญาณครูใหญ่
เปลี่ยนจากอาจารย์เป็นครูใหญ่นะ
แล้วอาจารย์มองว่า
มันมีโอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะไปรวมกับพรรคกล้าทำ เพื่อสร้างความใหญ่โตขึ้นนะ
แล้วก็เป็นปริปักษ์ หรือว่า
ทำให้พรรคพูทยลำบากได้เนี่ย
ครับ
ถ้าอาจารย์เป็นครูใหญ่อาจารย์จะแก้เกมนี้ยังไงกันยังไง
คือ ในกรณีพรรค เอ่อ ภูมิใจไทยเนี่ยนะ คือเขาค้า ก็พยายามจะขยายแล้วก็พยายามดึงบ้านใหญ่ แล้วก็เขา ก็อาศัยเครือข่ายอำนาจรัฐที่เขามีอยู่นี่แหละครับ
อืม
มาเป็นข้อเสนอที่ทำให้พรรคอื่นๆ เนี่ย เอ่อ ไม่ไม่คิดที่จะต่อกร หรือว่าไม่คิดที่จะแข่ง
ครับ
เพราะว่าไอ้สิ่งที่เขาคิดว่าเขาได้รับการสนับสนุนนั้นเนี่ย มันทำให้นักการเมืองทั้งหลายเนี่ย ต้องยอมสยบและยอมจำนน อ่า ขณะที่ เอ่อ ทางพรรคภูมิ เอ่อ พรรคเพื่อไทยกับพรรคกล้าธรรมเองเนี่ย ก็อาจจะติดในปัญหา นี้อยู่ก็คือหมายความว่า เมื่อมองไปคนที่อยู่เบื้องหลังพรรคภูมิใจไทยเนี่ย
เขาก็อาจจะมีความกังวลว่าถ้าไปแข่งด้วยเนี่ย ถึงแข่งอย่างไรเนี่ย โอกาสที่จะเข้าสู่อำนาจรัฐนั้นเนี่ย ก็อาจจะมีน้อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนะครับ คือสถานการณ์คือถ้าอะไรที่มันสุดโต่งอ
มาก ๆ เนี่ย
อืม
มันจะมีความเปราะบาง
นะ คือหมายความว่าถ้าเกิดว่าครูใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย เอ่อ เกิด เอ่อ มีความอหังการในอำนาจว่าตัวเองสามารถคุมได้ทุกอย่าง แล้วไปบดขยี้คนอื่นมากๆ มันจะเกิดแรงต้าน
ขึ้นมา
ทีนี้เมื่อเกิดแรงต้านนั้นก็อย่าลืมว่า ทั้งคุณธรรมนัสและคุณทักษิณเนี่ย
ก็ไม่ใช่มืออ่อนหัด 2 คนนี้เนี่ย ก็เป็นมือเซียนทั้งคู่
อ
แล้วก็มีความเป็นไปได้ที่เขาจะจับมือกัน
อ
แล้วก็จะมาต่อสู้กับครูใหญ่อ่าของพรรคภูมิใจไทยขึ้นมาได้
อ ครับ
เพราะงั้น เอ่อ ครูใหญ่ของเขาเนี่ย ก็ต้องพยายามแยกสลายภูมิใจไทยกับทาง เพื่อไทยเนี่ย
อืม
ออกนะ ไม่ให้ 2 พรรคนี้เนี่ย เข้ามารวมกัน ทำให้เขาไม่ต่อกันไม่ติดครับ
คราวนี้อาจารย์ลองเช็คกำลังของพรรค น้ำเงินดูตอนนี้ไม่ ไม่รู้ว่าข่าวนี้จะสอดคล้องกับเกี่ยวข้องกับกำลังทางการเมืองมั้ยนะ มันมี 2 ข่าวปรากฏในวันนี้อาจารย์ ก็คืออันแรกคุณชนพัฒนักสัที่เป็นส.ส.
ครับ
ก็ถูก DSI ดำเนินคดี
อ
ฝากขังค้านประกันด้วย
ไม่รู้ว่าคดีจะเป็นยังไง ได้รับการประกัน หรือเปล่า ต้องไปรอผลอยู่อีกอันนึงก็มีรายงานข่าวครับ อาจารย์ว่าอาจารย์จำคดีสสวได้มั้ย
อ ได้ๆ
อ่า คดีสว ตอนแรกมีกรรมการ กกต. กับนิสัยร่วมกัน
เขา มีมติเสียงข้างมากว่าส่ง กกต.
ว่าเขาขายฮั้วครับ
ปรากฏว่ากระบวนการ กกต. เนี่ย มันจะมีคณะอนุ กกต. อีกทีนึง
อ
คณะอนุกกต. เนี่ย มีรายงานข่าวว่ามีมติเสียงข้างมาก
อือฮึ
ถือว่า 100 กว่าคน สว. เนี่ย ไม่ได้ฮัว
ครับ
แล้วก็จะส่งเรื่องไปให้ กกต. ชุดใหญ่ พิจารณา
ก็เหมือนแบบว่าเตรียมหลุดนั่นแหละ คดีหัวสว
อืม 2 ข่าวนี้เกี่ยวข้องกับอำนาจรัฐที่พรรคภูมิใจไทยมีมั้ย หรือว่าอาจารย์บอกว่าไม่เกี่ยว
อ่า เกี่ยวแน่นอน
อ่ะ
คืออย่างกรณีแรกของคุณชนพัฒเนี่ย
ครับ
คือเขาคงจะต้องคงจะถูกกดดัน
อืม
ให้จัดการเรื่องสแกมเมอร์
นะ
แล้วก็คุณชนพัฒเนี่ย ก็ถือว่าเป็นตัวแทนที่อาจจะชัดเจนในที่ถูกกล่าวหาในเรื่องนี้
ครับ
ถ้าหากว่าไม่ทำอะไรเนี่ย สังคมก็จะตั้งคำถามว่าทำไมคุณเป็นรัฐบาลแล้วคุณไม่ทำอะไร
อืม
ทีนี้เมื่อทำเนี่ย
ครับ
มันก็จะได้ผลใน 2 ด้าน อ่า ด้านแรกก็คือ เป็นการ อ่า บรรเทา กันข้ามให้ อ่อนแอ
อีกด้านหนึ่งก็คือ ได้สร้างภาพลักษณ์ว่าเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้
ไม่ปล่อยปะละเลยนะครับ
เอ่อ เพราะงั้นเนี่ย เอ่อ การจัดการกับคุณ ชนพัฒน์ในจังหวะนี้เนี่ย มันก็เหมือนกับ เป็นการทำให้ภาพที่เขากำลังพยายามสร้างอยู่เนี่ย ได้รับการเสริมให้มีความแกร่งยิ่งขึ้นนั่นเอง ในแง่ของการเอางานเอาการกับเรื่องของเว็บพนัน เรื่องของ
เอ่อ สแกมเมอร์ หรืออะไรก็แล้วแต่นะครับ
ครับ
เอ่อ แต่เราก็สังเกตดู เขาไม่จัดการกับ เอ่อ ส.ส. เพราะอีกคนนึงที่อยู่แถวอีสานซึ่งมีข่าวเกี่ยวกับเรื่องเว็บพนันเหมือนกัน แต่ว่าอยู่อีกพรรคหนึ่งครับ
นะครับ
ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ตอนนี้เขาก็ไม่จัดการทั้งนั้น
เพราะงั้นตรงนี้เนี่ย ถ้าคนรู้ข้อมูลเนี่ย ก็จะเห็นได้ว่าการจัดการแบบนี้เนี่ย เป็นการจัดการแบบมีอคติแล้วก็มีเป้าประสงค์ทางการเมือง
หรือแม้กระทั่ง
ข่าวที่เราได้ยินก่อนการเลือกตั้งเนี่ย ว่าจะมีตั้ง 7 คนใช่มั้ย ตอนนี้หายเงียบเลยนะ
เพราะงั้นเรื่องราวเหล่านี้เนี่ย
เอ่อ มันเหมือนกับเป็นการเล่นละครให้ดูจริงจังมากกว่า แล้วก็หวังเป้าทางการเมือง
อืม
ส่วนเรื่องของ กกต. เนี่ย เรื่องของ สว. เนี่ยนะ
อ
เรื่องนี้เนี่ย ผมคิดว่ามันเป็นความอัปยศที่สุดนะ ขององค์กรอิสระไทย
นะ
คือเรื่องนี้เนี่ย มันเป็นที่ประจักษ์แก่คนทั่วไป
ครับ
ทั้งหมดที่ติดตามข่าวเรื่อง สว. การฮั้ว สว. แล้วก็มีหลักฐานเยอะแยะที่อยู่ในเอกสาร ที่ DSI เขาทำเนี่ย
อืม
เห็นชัดๆ อยู่หลายเรื่องนะว่ามันมี
ซ่อแววที่จะฮั้วจริงๆ แล้วก็กรรมการอนุสืบสวนสอบสวนชุดที่ 26 เนี่ย
ครับ
ก็วินิจฉัยระบุชัดเจนว่าจะส่งฟ้องจะส่งไป ว่ามี 229 คน
นะ ที่มีความเกี่ยวพันแล้ว หนึ่งในนั้นก็คือเขาส่งหมายเรียกไปเกือบทุกคนแล้วนะ คุณอนุทินก็โดนด้วย คุณเนวินก็โดนนะ ส่งหมายเรียกไป
นะ
เอ่อ ส่งหมายเรียกไปเพื่อให้เข้ามาสู่กระบวนการการสอบสวน ทีนี้ถ้าหากว่าไม่มีมูลเนี่ย กกต. ชุดสืบสวนสอบสวนชุดที่ 26 จะกล้าส่งหมายเรียกไปเหรอ คนแต่ละคนเนี่ยก็ยิ่งใหญ่ทั้งนั้น
ครับ
ทีนี้เนี่ย เมื่อเขา ส่งหมายเรียกไปแปลว่าเขาเห็นแล้วว่าข้อมูลนั้นเนี่ย มันมีมูลเพียงพอที่จะส่งหมายเรียกไป
นะ เพราะฉะนั้นเนี่ย
กกต. ชุดสืบสวนสอบสวนชุดที่ 26 นั้นเนี่ย เขาก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดีแล้วก็สังคม ก็ได้รับรู้เป็นที่ประจักษ์และข้อมูลใน เอ่อ ในเอกสารสืบสวนสอบสวนนั้นเนี่ย มันก็เป็นข้อมูล เอ่อ ที่ร่วมกับ DSI ในการทำงานในเรื่องนี้
เอ่อ ดังนั้นเนี่ย ผมคิดว่าเรื่องนี้เนี่ย ผมมีความเชื่อในกรรมการ เอ่อ ชุดที่ 26 สืบ สวนสอบสวนเนี่ยอ
ทีนี้พอกรรมการชุดที่ 26 สืบสวนสอบสวน ปั๊บเนี่ย เขาก็ส่งต่อให้กรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36
ครับ
ซึ่งไอ้กรรมการชุดวินิจฉัยที่ 36 นี่แหละ มันก็อ่านเอกสารเหล่านี้นะครับ
แต่อ่านเอกสารเหล่านี้เนี่ย ไม่รู้ตีความอย่างไร ที่ 2 229 คนนี้เนี่ย
ไม่เกี่ยวข้อง
อืม
อ่านหนังสือออกหรือเปล่า ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจนะ ดูหลักฐานเป็นมั้ย
นะ แล้วก็ได้ข่าวว่ามีมติออกมา 5-2 ไม่รู้ใครบ้างเดี๋ยวนี่ต้องไปตามสืบสอบดูนะครับ
เพราะฉะนั้นเนี่ย เอ่อ นัยยะก็เห็นชัด คือจากขั้นต้นที่คุณสืบมาแล้วมาสู่คำวินิจฉัย
อืม
เอ่อ มันเกิดการพลิกแบบนี้เนี่ย มันไม่ใช่เรื่องปกติ มันเป็นสิ่งผิดปกติ
อย่างชัดเจนแน่นอน
หรืออาจารย์จะรอลุ้น กกต. ชุดใหญ่ มั้ย เผื่อเขาเห็นสวน
กกต. ชุดใหญ่ ถ้าเห็นสวนก็แปลว่าดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก
ออ อย่างงั้นเหรอ อาจารย์
ครับ เพราะว่าโดยกลไกอำนาจ ถ้ามันถูกทำมาเป็นแบบนี้แล้วเนี่ย สิ่งที่เขาทำก็คือว่า เขาก็คงจะ อ่า มีมติไปในแนวเดียวกันกับคณะ อนุวินิจฉัยชุดที่ 36 เสนอไปนี่แหละนะ ครับ
ซึ่งอันนี้ก็หมายความว่า การกระทำครั้งนี้ ขององค์กรอิสระ ของอนุชุดนี้เนี่ย ของ กกต. เนี่ย แล้วก็ กกต. ในอนาคตนะ ซึ่งผมคาดว่าจะสอดคล้องกับของอนุวินิจฉัยชุดนี้อ
นะ
เอ่อ มันเป็นการทำลาย กกต. อย่างชัดเจนนะ ทำลายความน่าเชื่อถือของ กกต. ซึ่งในปัจจุบันนี้เนี่ย ก็มีน้อยอยู่แล้วเนี่ยอ
ก็อาจจะลายหายไป
สูญสิ้นเลยก็เป็นได้นะครับอ
เพราะงั้นเนี่ย อ่า การทำแบบนี้ขององค์กรอิสระเนี่ย มันก็ยิ่งสะท้อนให้เห็นชัดว่า ไอ้โครงสร้างอำนาจในสังคมไทยเนี่ย มันถูกครอบงำอย่างเบ็ดเสร็จ เรื่องที่สังคมรู้กันอย่างทั่วถึงทั่วหน้า
ยังกล้า
ที่จะบอกว่า เอ่อ ไม่มี ความผิดนะ แล้วก็ไม่ส่งต่อให้ กกต. ชุดใหญ่วินิจฉัย
นะ แล้วก็มีมติไม่ส่งต่อให้ ศาลวินิจฉัยเนี่ย ก็แปลว่าเขาทำขัดกับ เอ่อ ความรับรู้ทั่วไปของประชาชนนะ
อ
เอ่อ ทีนี้เนี่ย เราก็จะเห็นได้ว่า ไอ้รัฐบาลที่กำลังจะเกิดเนี่ยนะ มีสภาพคล้ายคืนกับรัฐบาลชุดพลเอกประยุทธ์
คล้ายเลยเหรอ
ก็คือหมายความว่า สว. ครับ
ก็อยู่ใน เอ่อ เครือข่าย
อืม
สีน้ำเงิน
เพราะตอนประยุทธ์เป็นคนแต่งตั้ง สว.
อ่า สมัย คสช. ก็คือประยุทธ์ก็ตั้ง
แต่อันนี้ว่า สว. ก็มีข้อหาว่าภูมิใจไทยเป็นเจ้าของ เป็นคนทำการ
ใช่ เป็นคนทำให้เกิดนะ อันนี้ก็คือคุม สว. ได้
ครับ
2 สว. ก็เลือกองค์กรอิสระ
ก็เลือกคนที่มีความคิดความอ่านสอดคล้องกับตัวเองนะ อย่างที่เราเห็นว่ามีอธิบดีหลายคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานที่จะไป องค์กรอิสระที่จะดูเลยนั่งกันเต็มเลย
ส่วนใหญ่จะมีอธิบดีฝั่งคมนาคม
ผ่านเข้าไปใช่
ซึ่งมันก็ดูว่าเป็นเรื่องที่ เอ่อ ดูแล้ว มันเป็นเรื่องตลกร้ายมากๆนะ ที่เอาคนเหล่า นี้ก็ไปเนี่ยงั้นถ้าไม่มีอะไรที่มันเกี่ยวข้องกับโครงสร้างอำนาจที่อยู่ข้างหลังของคนแต่งเนี่ย มันก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ เพราะงั้นเนี่ย องค์กรอิสระก็อยู่ภายใต้การกำกับนะ แล้วก็พอเลือกตั้งใหม่ สภาล่างก็อยู่ภายใต้การควบคุมอีก
ออ ได้เสียงข้างมาก
อ่า ได้เสียงข้างมากอ
นะ
แต่สิ่งที่เขาขาดอย่างเดียวก็คือว่าคะแนน Popular โหวตเนี่ยเขายังแพ้อยู่
อืม
นะ อันนี้เป็นจุดที่ทำให้เขาเปราะบางไง ถึงแม้ว่าเขาคุมได้หมดนะ
ครับ
แต่ว่าช่วงสมัยพลเอกประยุทธ์อ่ะนะครับ ในโดยเฉพาะในช่วงช่วงสมัยแรกเนี่ย พลเอกประยุทธ์มี Popular ชนะนะ
ใช่ ชนะพรรคเพื่อไทยครับ
อ่า พรรคเพื่อไทยด้วยนะ
แต่คราวนี้เนี่ย พรรคภูมิใจไทยเนี่ย Pop โหวตเนี่ยแพ้พรรคประชาชน
นะ
แล้วก็แพ้เนี่ย ไม่ใช่แพ้น้อยๆนะ เอ่อ ประมาณ 19% กับ 32% แล้ว 32% เนี่ย คะแนนของพรรคประชาชนไม่รู้หายไปกี่เปอร์เซ็นต์จาก กระบวนการนับคะแนนที่เราเห็นอย่างน้อยๆ ที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ก็คือที่ สุพรรณบุรี
อุ้ย อาจารย์ยังคาใจผลการเลือกตั้งอยู่
ก็แน่นอน
คือยังไม่ยอม คือคุณอ คุณออฟลองคิดดู
ครับ
ถ้าเราตั้งสมมติฐานว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เนี่ย สุจริตและเที่ยงธรรมจริง ไม่มี การซื้อเสียง
อืม
ไม่มีการโกงการนับคะแนน คุณคิดว่าพรรคที่ได้รับ อ่า จำนวน ส.ส. มากเป็นลำดับหนึ่งเนี่ย จะได้คะแนนถึง 100 มั้ย ถึง 100 ที่นั่งมั้ย ผมว่าอาจจะไม่ได้อ
ด้วยซ้ำไป ถ้าตัด เอ่อ เรื่องของการซื้อเสียงออกไป ตัดเรื่องของการโกงในการนับคะแนนออกไปเนี่ย
อันนี้ก็เป็นที่ประจักษ์ชัด
เพราะว่าถ้าหากว่า
แข่งกันในเชิงของนโยบาย มาแข่งกันแข่งกันในเรื่องของความนิยมเนี่ย
อืม
ตัวเลขปาร์ตี้ลิสต์เนี่ย คะแนนนิยมมันก็สะท้อนชัดไง
อืม
เพราะมันสู้พรรคประชาชนไม่ได้
ครับ แต่ผมฟังฟังแกนนำพรรคเพื่อไทย คุณ ณัฐวุฒิ สายเกื้อ บอกว่า อ้า พรรคเพื่อไทยเคารพในเสียงประชาชน แม้ว่าประชาชนจะออกมาใช้สิทธิ์ด้วยปัจจัยอะไรก็ตาม
อืม
ก็จะเคารพการเลือกผลการเลือกตั้งอันที่ 2 คือโกงคะแนนเนี่ย
ครับ
มันไม่มีหลักฐานไปเห็นน่ะว่าเขาโกงการนับคะแนน หรือบิดเบือนการ
คะแนนในหีบเนี่ย จะไปกล่าวหา
ก็สติปัญญาของเขา มีแค่นั้น เก่งพูดได้แค่นั้น คือบางอย่างเนี่ยนะ เราไม่จำเป็นจะต้องเห็นหลักฐานทุกข์
เอ่อ ทุกกรณีทุกเคสอ
นะ
คือคนมีสติปัญญาเนี่ย เขาสามารถอนุมานได้จากร่องรอยอ
อนุมานไปถึงความจริง เหมือนกับเราเห็นถนนเปียกเนี่ย แต่มันไม่มีฝนแล้วเราสามารถอนุมานความจริงได้ว่าก่อนหน้านี้ฝนตก
อืม
ถูกมั้ย
อ่า
อันนี้ไม่ต้องเห็นฝนตกจะหรอก แค่เห็นถนนเปียก อ่า เมื่อคืนที่หน้าบ้าน อ่า ที่มีฝนตกเนี่ย เราเห็นหน้าบ้านถนนเปียกตอนกลางคืน เห็นใบไม้ร่วงเต็มเลยตามลมพายุพัด เราก็อนุมานได้ว่าเมื่อคืนเนี่ยฝนตก
ครับ
มีสติปัญญา ใช้สติปัญญาแต่เพียงเล็กน้อยก็สามารถที่จะอนุมานได้ ต้องเห็นต่อหน้าต่อตา
ก็ไม่จำเป็นต้องเห็นต่อหน้าต่อตา
ส่วนไอ้คนที่บอกว่าต้องเห็นต่อหน้าต่อตา ได้ยินเนี่ย
อันนั้นก็คือคนที่
เอ่อ ความสามารถในการใช้เหตุผลในการอนุมาน ใช้ตรรกะเนี่ยต่ำ
นะฮะ ไม่สามารถที่จะใช้ปัญญานอกจากเห็นด้วยตา
ครับ
เท่านั้นเอง อันเนี้ยมีหลายคนนะ
ที่ชอบคิดแบบนี้
ว่าไม่เห็นด้วยตาแล้วรู้ได้ยังไง
อือ ว่าจริงแปลว่าสติปัญญาคุณในการใช้ปัญญา ใช้เหตุผล ใช้ตรรกะเนี่ยต่ำมาก
แต่เวลาไปสู้กันในศาลเรื่องแบบนี้มันก็ต้องเห็นจะใช่มั้ย อาจารย์จะใช้
คือศาลเนี่ย ก็ต้องพิสูจน์สืบสาก็แบบตำรวจไง
อือ
ตำรวจเนี่ย เขาเห็นว่ามีการยิงกันตายเหรอ
อือ
ก็ไม่มีครับ
ถูกมั้ย
คือกรณีที่เห็น เอ่อ เขาเรียกว่าอะไร ประจักษ์ภพหน้าเนี่ย เห็นยิงกันก็มี
ครับ
แต่เวลาตำรวจสืบสวนเนี่ย
อือ
เขาตายแล้วน่ะ
ครับ
ตำรวจเห็นมั้ยว่า
ตอนยิงก็ไม่ ตอนยิงไม่เห็น แต่สืบสวนร่องรอยหลักฐานพยานแวดล้อม
อืม
มาประกอบ หาแรงจูงใจ แรงจูงใจนี่คุณเห็นมั้ย
อ่า ก็ยังไม่เห็น
ไม่มีใครเห็นแรงจูงใจ มันเป็นนามธรรม
เออ แต่ศาลเชื่อไงว่าถ้าคุณโกรธเคืองกันมาก่อนเนี่ย คุณก็มีแรงจูงใจในการฆ่า อันนี้มันต้องใช้ปัญญาไง
อืม
นะ เพราะงั้นความจริงเนี่ย มันต้องพิสูจน์ ทั้งหลักฐานเชิงประจักษ์มาประกอบแล้วก็ ใช้ปัญญาในการอนุมานความจริงจะ
มุ่งแต่เอาหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าจะต้องเห็น จะแปลว่าคุณใช้ปัญญาไม่เป็น
นะ นั่นเอง
ครับ แต่กลับมาที่ประเด็นของอาจารย์ก็คือว่า ภูมิใจไทยอาจารย์บอกว่ามีครบเลยคล้ายๆ พลเอกประยุทธ์ มี สว. มี สส. เสียงส่วนใหญ่ แล้วก็องค์กรอิสระที่ สว. เป็นคนสรรหา
แต่ว่าไม่เหมือนพระเอกประยุทธ์ตรงที่ขาดคะแนนนิยม
ขาดคะแนนนิยมใช่
อ
ทีนี้เนี่ย ไอ้การมีแบบนี้เนี่ย มันทำให้เขามีเสถียรภาพระดับหนึ่ง
อืม
คือหมายความว่าถ้าจะมีคนไปร้อง หรือว่าใช้องค์กรอิสระ
ครับ
เพื่อที่จะเล่นงานจริยธรรมเขาเนี่ย
นะ โอกาสที่ประสบความสำเร็จเนี่ยมีน้อยมาก เหมือนที่พลเอกประยุทธ์อ่ะ ถูกร้องศาลรัฐธรรมนูญ 3 ครั้งแล้วรอดหมด แล้วก็แตกต่างจากสมัยคุณเศรษฐา แล้วก็คุณกำแพงทองธาน
อืม
เพราะ อ่า พรรคเพื่อไทยเนี่ย ไม่ได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับองค์กรอิสระ เพราะงั้นเนี่ย ก็เจอทั้ง 2 คน งั้นเสถียรภาพคู่เลย
เอ่อ ผมยังจำได้สมัยปี 66 เนี่ย ผมคาดการณ์ โดยไม่นับเอาปัจจัยเรื่องขององค์กรอิสระเนี่ย มาคิดเพราะคิดว่าเขาทำ เอ่อ จะเป็นกลาง
นะ แล้วก็ประเมินว่าคุณเศรษฐา น่าจะอยู่ได้ถึง 4 ปี โดยคะแนนเสียงนะอย่างเดียว แต่ปรากฏว่าในสภาเนี่ย โอเค โอเค เขา ก็คุมเสียงได้แหละ
แต่ว่าเจอองค์กรอิสระไปแต่ละดอกเนี่ย ปีเดียวก็ไปแล้วนะ แต่ว่ากรณีของคุณอนุทินเนี่ย
เอ่อ เมื่อเขา มีทิศทางเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับองค์กรอิสระทั้งหลายเนี่ย ตั้งแต่ ปปช. กกต. ศาลรัฐธรรมนูญเนี่ย
ครับ
โอกาสที่ถ้าเรื่องไปถึงนะ โอกาสที่จะ เอ่อ ถูกวินิจฉัยไปในทำนองเดียวกันกับที่มีการวินิจฉัยพลเอกประยุทธ์เนี่ย มีสูงมากก็คือ พ้นผิดหมดหรือไม่ก็อาจจะถูกตัดเสียตั้ง แต่ต้นทางเหมือนกับ กกต. ตอนนี้
ครับ
229 คนเนี่ย เห็นหนังสือพิมพ์พาดหัวว่า ปล่อยผี
เออนะ ก็แปลว่าตอนนี้เนี่ย ในสายตาของสื่อ สายตาของประชาชนเนี่ย เอ่อ 229 คนเนี่ย มีสภาพเหมือนกับเป็นผี หรือเปล่าก็ไม่รู้ นะ แต่ว่าเขาใช้พาดหัวแบบนั้นนะครับ
เอ่อ เพราะงั้นเนี่ย ก็คือหมายความว่าเขา ก็พยายามตัดตั้งแต่อ่า องค์กรอิสระระดับต้นก็คือถ้าเรื่องไป ปปช. ก็ตัดมันตั้งแต่ ปปช. อนุเลย
อ่า แล้วก็มันมีกล่าว ก่อนหน้านี้อีก คุณศักดิ์สยามใช่มั้ย
ครับ
เอ่อ ที่ ปปช. บอกว่าอะไรนะ ไม่รู้
คือไม่รู้ตอนดำรงตำแหน่ง
ก็เหมือนแบบบกพร่องสุจริตอ่ะ
อ่า เชื่อว่าไม่รู้ว่าอะไรนะ หุ้นๆ ของตัว เอง
ดูสิ
อ่า พูดออกมาแบบนี้เนี่ย เอ่อ ทำให้ความน่าเชื่อถือของ ปปช. เนี่ย มันมีมากน้อยขนาดไหน คนก็ได้แต่ฟังแล้วก็หัวเราะ แล้วก็อัดอเนต อนาถกับวิธีการพูด หรือว่าการคิดในลักษณะนี้ก็เช่นเดียวกับ กกต. คือพอตัดตรงนี้แล้วเนี่ย ไม่ต้องส่งไปเรื่องไปถึง ศาลนูญมันก็จบเสียต้น
ครับ
แล้วก็ยังมีกรณีที่มีการร้องเรื่องของ เลือกตั้งโมฆะอยู่ที่ผู้ตรวจการอีก
ครับ
ก็เห็นเงียบๆ ไปอยู่เหมือนกัน
เออ เงียบอยู่นะเ ผมเห็นวันก่อนเมาสัมภาษณ์อยู่ตรงเนี้ย นั่งอยู่ตรงเนี้ยที่ผมนั่งเนี่ยนะ ตอนนี้ไม่รู้เป็นยังไงครับ
ก็มีความเป็นไปได้เหมือนกันว่าจะถูกตัด ตั้งแต่ตอนนั้นเหมือนกันนะฮะ
เพราะงั้นเนี่ย เรื่องก็ไม่ถึง ศาลรัฐธรรมนูญนะ
เอ่อ เอ่อ ดังนั้นเนี่ย เขาจะมีความรู้สึกปลอดภัย หรือแม้กระทั่งเรื่องไปถึง ศาลรัฐธรรมนูญแล้วเนี่ย ก็
อาจจะ เอ่อ มีความรู้สึกไม่กังวลมากเท่ากับ เอ่อ คนของพรรคเพื่อไทย หรือว่าคนพรรคอื่นๆ เอ่อ อย่างเช่นพรรคประชาชนเนี่ย ถ้ามีเรื่องปั๊บเนี่ย ก็เร็วเลย แล้วก็สามารถคาดการณ์ได้เลยว่าผลออกมาออกมาในเชิงลบ ที่เป็นผลเสียต่อพรรคประชาชน
ครับ
อันนี้มันชัดว่าองค์กรอิสระตอนนี้เนี่ย เครือข่ายอำนาจที่อยู่ข้างข้างบนเนี่ย มันเอียงกระเท่เล่ห์จนไม่รู้จะเอียงยังไงแล้ว
เพราะงั้นเนี่ย ภายใต้สถานการณ์แบบนี้เนี่ย เขาจะไม่ถูกเล่นงาน
โดยพวกองค์กรอิสระทั้งหลาย
แต่ว่าจุดตายของเขา ก็คือว่านี่แหละ
การยอมรับจากประชาชน
อืม
นะ การยอมรับจากประชาชน ซึ่งตอนนี้เนี่ย ความนิยมของเขาเนี่ย น้อยกว่าพรรคประชาชน
19%
กับ 32% แล้วก็ในอนาคตก็ยังไม่รู้ว่าเป็นยังไง เพราะว่า ครม. ของเขาเนี่ย อ่า ถ้าคุณออฟดูเนี่ย มันก็จะมีองค์ประกอบ 3 ส่วน
นะ
เป็น ครม. 1 ก็คือว่าเป็นพวกเทคโนแลตหน้าใส
อ่า พวกนี้เนี่ย ก็เอาไว้เป็นตู้โชว์นะ มีอยู่ 5 คนนะครับ
เอ่อ เทคโนแลตนี้เนี่ย เขาก็ เอ่อ ตัดสินใจอะไรตามเหตุตามผลตามหลักวิชาการ ออกมาพูดภาษาอังกฤษบ้าง อ่า ไป อ่า เสนอนำเสนอเป็นกราฟเป็นสถิติวิชาการ
นะ แต่ว่าเวลาพอตัดสินใจเนี่ย ถ้ายิ่งอยู่นานเนี่ย
อืม
เวลาพอตัดสินใจนี่ปากกาอาจจะสั่นก็ได้
อืม
ทำไมอาจารย์ปากกาจะสั่นไง เกิดตัดสินใจตามหลักวิชาการแล้วไปขัดแย้งกับ อ่า ตัวโครงสร้างอำนาจที่เป็น เอ่อ กระดูกสันหลัง
อ
ของรัฐบาลเนี่ย ปากกาก็จะสั่นเนี่ย มันเซ็นไม่ออกแต่
เรื่องอนาคต แต่ตอนนี้ตอนนี้มีหน้าใสอยู่
เออ มีหน้าใส 2 ก็คือเป็น
บ้านใหญ่ไดโนเสาร์รุ่นเก่า
ออนะฮะ
ไอ้บ้านใหญ่ไดโนเสาร์รุ่นเก่าเนี่ยครับ
ทำหน้าที่อะไร
ก็ทำหน้าที่มาคอย เอ่อ ดูแลกระทรวงต่างๆ แล้วก็ดูว่าในกระทรวงนั้นมีโครงการอะไรต่างๆ แล้วก็ เอ่อ คอยจัดการจัดสภาพ แล้วก็ ปกติโดยทั่วไปนะ ในการเมืองในอดีตเนี่ย
ครับ
ก็เป็นที่รู้กัน เอ่อ ในแวดวงวิชาการ หรือแวดวงการเมืองด้วยกันเองแหละ
เขา ก็รู้ว่ามันมีนักการเมืองจำนวนหนึ่งเนี่ย พอไปมีตำแหน่งในรัฐบาลแล้วเนี่ย ก็ใช้ตำแหน่งนั้นเนี่ย แสวงหาผลประโยชน์ เงินทอนเงินทอนบ้าง
อะไรต่างๆ เนี่ย
อันนี้ก็จะเป็นพวกนักการเมืองแบบรุ่นเก๋า ทั้งหลายเนี่ย เขาจะมีความถนัดความเชี่ยวชาญครับ
นะ แล้วก็เหมือนกับเป็นการหาทุนให้กับพรรค อะไรต่างๆ เนี่ย ก็มีเรื่องเรื่องเล่าในทำนองนี้อยู่แล้ว ในขณะเดียวกันเนี่ย เอ่อ เรื่องราวแบบนี้เนี่ย มันก็ไม่ได้ยุติในอดีตนะ ปัจจุบันเนี่ย มันก็อาจจะยังมีอยู่ แล้วก็ในอนาคตมันก็อาจจะดำรงอยู่อีกเช่นเดียวกัน
ก็จะมีคนสไตล์แบบนี้เนี่ย ดำรงอยู่
มีหน้าไฝ มีบ้านใหญ่
อ่า แล้วก็มีเบบี้บ้านใหญ่
เบบี้ของบ้านใหญ่พวกนี้ก็เป็นทายาทบ้านใหญ่ทั้งหลายนะ อ่า เบบี้พวกนี้เนี่ย แต่ละคนเนี่ย บางคนก็เพิ่งผ่าน 35 ปีก็ไม่เคยทำประกอบอาชีพอะไรที่ประสบความสำเร็จก็เข้ามาเป็นรัฐมนตรีแล้วนะ อย่างนี้เป็นต้นนะ ก็ไม่ได้มีประสบการณ์อะไรในการที่จะบริหารบ้านเมืองใดๆ ทั้งสิ้นนะครับ เอ่อ แล้วก็พวกเบบี้เหล่านี้เนี่ย เขาก็พยายามสร้างภาพให้มันดูดีนะ เขาจะไม่ทำอะไรที่เป็นพวกไดโนเสาร์รุ่นเก๋าทำนะ
เขา ก็จะมีที่ปรึกษาศึกษา
อืม
ที่ปรึกษาที่ถูกส่งมาจากศูนย์กลางอำนาจ แถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีปราสาท ปนมรุ้งมาคอยกำกับโอ้ อาจารย์ไม่ชื่อว่าชื่อจังหวัดเลย นะ เพราะงั้นไอ้ที่ปรึกษาพวกนี้มันก็จะทำหน้าที่แทนนะ แล้วก็ในขณะเดียวกันก็จะสร้างภาพ อ่า ซื่อๆ ดูบริสุทธิ์ให้กับบรรดาพวกเบบี้เหล่านี้อ่านั่นเองนะ จะสร้างภาพลักษณ์ดีอะไรต่างๆ ขึ้นมา
ก็จะมีอยู่ 3 ส่วนครับ
ทีนี้ 3 ส่วนนี้เนี่ย ก็ยังนึกภาพไม่ออก ว่าจะรันประเทศได้อย่างไรภายใต้
อ
สถานะ ความซับซ้อน ความอ่อนไหวทั้งสถานการณ์ระหว่างประเทศ เศรษฐกิจอะไรต่างๆ ที่เราเผชิญอยู่เนี่ย คือ 1 เนี่ย พวกหนึ่งทำงานไม่เป็น
อืม
นะ พวกหนึ่งก็ไม่ได้ตั้งใจทำงานแต่ตั้งใจทำอย่างอื่นนะ
ส่วนบรรดาพวกหน้าใสทั้งหลายเนี่ย อยากทำงาน แต่มีข้อจำกัด
นะ ไม่สามารถที่จะฝ่า
กำแพงต่างๆ เหล่านี้ไปได้ แล้วท้ายที่สุดเนี่ย พวกหน้าใสเนี่ย ใจไม่ค่อยสู้หรอก
อืม
นะ เดี๋ยวพอเจออะไรแรงกระแทกอะไรเดี๋ยวก็ อาจจะไปภายใน 1 ปี ดังที่เราเคยเห็นในประวัติศาสตร์อันใกล้ๆ นั่นแหละ ตั้งแต่สมัยพลเอกประยุทธ์นะ พวกเทคโนแตนศัยทั้งหลายอยู่ไปสักพักเดี๋ยวก็
จะขัดแย้งกับพวกบ้านใหญ่วัยเก๋านะ แล้วก็
ก็จำเป็นต้องออกไป
อ่า ซึ่งโอเค งานออกไม่ออกคงต้องประเมินไปข้างหน้า แต่ถ้วยอาจารย์ประเมินขุมกำลังเนี่ย 4 ปีอยู่ครบวาระมั้ย เพราะว่าไปไม่ถึงถ้าจะบอกว่าโอโห องค์กรอิสระแข็งแกร่ง เป็นพวก สว. คุมได้ มีเสียงค่ามากในสภา ดูพร้อมหมดไม่ว่าจะเป็นถูกต้องตามหลักการหรือไม่เนี่ย แต่ถ้าประเมินเนี่ย อาจารย์ว่าอยู่ครบ 4 ปี เป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมั้ยฮะ
เอ่อ มันมีเงื่อนไขที่สำคัญอยู่ 4 อย่าง
นะ ครับ
เอ่อ เงื่อนไข เอ่อ เหล่านี้เนี่ย ก็จะเป็นเงื่อนไขที่อาจจะเป็นตัวกำหนด เอ่อ ชะตากรรม
ของรัฐบาล
อืม
นะ ครับ
เอ่อ เงื่อนไขแรกเนี่ย ก็คือเป็นเรื่องความขัดแย้งภายใน
อืม
ของตัวรัฐบาลเองนะ
ก็คือเรื่องของการแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีกันอ
นะ
เพราะงั้นบ้านใหญ่แต่ละบ้านเนี่ย เขาก็อยากจะเป็นรัฐมนตรี
ครับ
แล้วก็ตำแหน่งมันก็มีไม่พอจำนวนบ้านใหญ่ที่จะจัดสรรปันส่วนกัน
ทีนี้ถ้าบริหารจัดการ
เอ่อ ไม่ลงตัวเนี่ย มันก็อาจจะเกิดขบฏกันภายใน แล้วก็เกิดความขัดแย้งกันขึ้นมานะ ครับ
ทั้งภายในตัวพรรคพรรคภูมิใจไทยเอง และทางพรรคเพื่อไทย อ่า เพราะงั้นตรงนี้เป็นเงื่อนไขที่ 1
ครับ
ที่จะทำให้รัฐบาลมีอายุไม่ถึง 4 ปี ถ้ามี ความทะเลาะทะเลาะกันเองภายใน
ทะเลาะกันเองภายในนะ
อืม
อันที่ 2 ก็คือว่า เอ่อ บริหารไปแล้วเนี่ย เกิดไม่สามารถแก้ปัญหาใดๆ ได้อ
ขึ้นมานะ แก้ปัญหาใดๆ ไม่ได้ ประชาชนก็ไม่พอใจนะ เมื่อประชาชนไม่พอใจเนี่ย
ก็อาจจะออกมาชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาล เหมือนคราวที่เกิดขึ้นในช่วงของพลเอกประยุทธ์ในปี 63 นะ มันก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้เหมือนกันนะว่า ประชาชน เอ่อ ทนไม่ได้อีกแล้วนะ ในการที่จะรวบอำนาจกินรวบประเทศแบบนี้เนี่ย แล้วก็ทำอะไรเนี่ย ไม่เคยเกรงใจประชาชน ทำอะไรแบบ เอ่อ ไม่คำนึงถึงความชอบธรรมนะ คนก็อาจจะออกมาประท้วงแล้วก็มาขับไล่ก็ได้ครับ
อันนี้คือเป็นเงื่อนไขที่ 2 ที่จะอยู่ไม่ครบ 4 ปี
ครับ
ส่วนเงื่อนไขที่ 3 คือการทำงานของฝ่ายค้าน
อืม
การทำงานของฝ่ายค้านเนี่ย มันอาจจะเกิดขึ้นกรณีที่ทางพรรครัฐบาลมีเรื่องอื้อฉาว แล้วก็ฝ่ายค้านเนี่ย ก็เอาข้อมูลมาเปิดเผย เอ่อ มาแสดงจนกระทั่งทำให้รัฐบาลเนี่ย ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ แล้วก็อาจจะอย่างเช่น เอ่อ มีเรื่องอื้อฉาว หรือว่ามีเรื่องที่ไม่สุจริตเกิดขึ้นในพรรค เอ่อ ที่เป็นแกนนำ
แล้วก็ฝ่ายค้านก็นำมาแสดง แล้วก็ทำให้พรรคเพื่อไทยก็อาจจะตัดสินใจ เอ้ย อยู่ไม่ไหวแล้ว ถ้าขืนอยู่ไปเนี่ย มันจะเป็นต้นทุนของพรรค
นะ ก็อาจจะต้องถอนตัว พอพรรคเพื่อไทยถอนตัว รัฐบาลก็ล่ม
นะ อันนี้ก็คือเป็น
อ่า เงื่อนไขที่ 3
ครับ
ส่วนเงื่อนไขที่ 4 ก็อาจจะเกิดขึ้นยาก แต่ว่ามันมันอาจจะมีช่องทาง แม้มีรูเล็กๆ ก็คือมีการยื่นไปยังองค์กรอิสระ
เอ อาจารย์ยังเชื่ออยู่
ก็อาจจะมีรูเล็กๆ ที่อาจจะหลุดไปก็ได้ ก็ก็ไม่รู้เหมือนกันในอนาคต
ว่าจะมีเรื่องราวแบบนี้ หรือเปล่า
แต่อันนี้ก็คือเป็นเงื่อนไขอันหนึ่งที่จะทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ครบ 4 ปี
อืม ต่อให้คุม สมมุติว่ามีได้หมดเนี่ย ก็มีตั้ง 4 เงื่อนไขนี้
ครับ มี 4 เงื่อนไขนี้
แล้วก็แน่ๆ เลยเนี่ย ด่านแรกที่จะต้องเจอ คือเรื่องของการแบ่งแย่งเก้าอี้กัน
ใช่
ที่จะต้องเผชิญอยู่ตอนนี้
ซึ่งเหมือนกับว่าต้องรอการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีว่าตกลงใครจะมาโหวตให้ จะประเมินยังไงว่าเสียงโหวตเนี่ย แม้ว่ารวมตอนแรก 290 บางคนบอกว่าแต่วันโหวตจริงๆ อาจจะทะลุ 300 ไปเลย
เป็นไปได้
ครับ
คือโดยเฉพาะพรรคเล็กที่เหลือที่ไปอยู่ฝ่ายค้านเนี่ย ก็จะแสดงอาการทอดไมตรีครับ
เพราะพรรคเล็กเนี่ย เขา ก็ไม่ค่อยอยากจะอยู่ซีกฝ่ายค้านเท่าไหร่
อยากจะเกาะเป็นอะไรล่ะ
เป็น เอ่อ ส่วนหนึ่งของรัฐบาล เป็นไส้เต่ง อ่ะ ของรัฐบาล แต่ว่ามันก็มีตำแหน่งเยอะแยะ รัฐบาลใช่มั้ย
อาจจะจัดสรรไป
ที่ปรึกษานั่น ประธานคณะกรรมการอะไรแบบเนี้ยนะครับอ
ก็อาจจะคาดหวังในลักษณะทำนองนั้น
ก็อาจจะมีเสียงเพิ่มขึ้นมาส่วนหนึ่ง
อืม
แล้วก็ถ้าเป็นพรรคเล็กเนี่ย ผมไม่แปลกใจ
อ่า
แต่ว่า
แล้วถ้าเป็นพรรคกล้าทำอ่ะ
อ่า ถ้าเป็นพรรคกล้าทำเนี่ย ถ้าไปโหวตเนี่ย มันก็น่าแปลก
อืม
นะ เพราะท่าทีเขาไม่เอาคุณชัดเจนแล้ว คุณยังจะไปโหวตเขาอีกเนี่ย มันก็ดูแบบ อืมอืม มันแบบไร้ศักดิ์ศรีอย่างสิ้นเชิง แล้วก็คุณธรรมนัสเนี่ย เป็นคนที่พูดว่าต้องรักษาศักดิ์ศรีใช่มั้ย นักการเมือง
ก็พูดชัด เพราะงั้นคุณธรรมนัสเนี่ย คุมลูกน้องตัวเองให้ดีนะ คุม สส. ในสังกัดของตัวเองให้ดี
อย่าทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่ทำให้พรรคเนี่ย ซึ่งตอนนี้เนี่ย เมื่อไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้วก็ต้องรักษาศักดิ์ศรีเอาไว้บ้างในฐานะที่เป็นฝ่ายค้านอ
ครับ
อ่า ก็ฝากไปให้คุม ถ้าคุมไม่ได้ก็เดี๋ยวเราก็จะได้เห็น เพราะอาจจะมี สส. จำนวนหนึ่ง เขาก็อยากทอดไมตรี
อ่า กับรัฐบาลเหมือนกัน
ใช่
เพราะงั้นเนี่ย เขาก็อาจจะ
อ่า ไม่โหวตสนับสนุน แต่จะงดออกเสียง
อืม ประชาธิปัตย์อาจารย์ เขาบอกว่าเอ้ย มันอาจจะไม่เป็นเอกภาพนะ ไม่ใช่อยู่กับคุณอภิสิทธิ์ทั้งหมด
ประชาธิปัตย์เนี่ย ผมคิดว่า เอ่อ อย่างไรเสียเนี่ย เขา ก็คงจะต้องคำนึงถึงมติพรรคแหละ
อืม
นะ เอ่อ ปีกที่เราเห็นว่าเป็นบ้านใหญ่แถว นครเนี่ยเนี่ยครับ
คือแน่นอน เขาอยากเป็นรัฐบาลในนี้เราก็รู้ แต่ว่า เอ่อ โดยพื้นฐานของประชาธิปัตย์เนี่ย
เอ่อ ผมคิดว่าเขาก็ยังมี เอ่อ การเคารพกติกาอยู่ แต่ก็เข้าใจว่าน่าจะโหวต
เอ่อ ไม่โหวตให้คุณอนุทินอ่ะ ไม่โหวตให้คุณอนุทิน แต่อาจารย์งดออกเสียง หรือเปล่าไม่รู้
อาจารย์งดออกเสียง หรือจะไม่ จะยังไงก็ตาม แต่ว่าอาจารย์ว่าจะมีงูมั้ยในวันโหวต นายกเนี่ยงูอพรรคเล็กไม่นับนะ เอาพรรคเฉพาะกล้าทำ ประชาธิปัตย์ รวมถึงพรรคประชาชนด้วย
พรรคประชาผมเชื่อว่าไม่มี
ไม่มี
นะ ไม่มีนะ พรรคประชาชนเชื่อว่าไม่มีอ
เอ่อ พรรคประชาธิปัตย์อาจจะมี
ครับ
กลุ่มบ้านใหญ่แถวนคร
อืม
นะ พรรคกล้าทำ
กล้าทำเนี่ย
ก็อาจจะมี อ่า อาจจะมีงู เอ่อ อยู่บางส่วนที่มีความ เอ่อ ใกล้ชิดกับคุณอนุทินอย่างเช่นกลุ่มของคุณเฉลิม
ใช่
ก็เฉลิมชัยก็อาจจะเป็นไปได้
อยู่ที่อาจจะงดออกเสียง หรือโหวตสนับสนุน เพื่อทอดไบเรีเอาไป