Transcription
ครับ. เวลาเกิดวิกฤตอะไรเรื่องค่าครองชีพ คนจะคิดถึงมาม่าก่อนเลย. เดี๋ยวมาออกวันนี้ไม่ได้บอกมาม่าจะขึ้นราคาเลยเรียกผมมาออก. ไม่ ไม่ ไม่ใช่นะ. ไม่ใช่เพราะคุณพันบอกแล้วยังไม่ขึ้น. ไม่ขึ้น ไม่ขึ้น ไม่ขึ้น ไม่ขึ้น.
เอ่อ เพราะมันจะมีปัจจัยถ้าจะขึ้นเนี่ย ผมฟังดูนะ. ถ้าเกิดน้ำมันปาล์มกับแป้งสาลีขึ้นด้วยเนี่ย. ครับ. ไปแน่. ที่ผ่านมาเป็นแบบนั้น. ที่ผ่านมาในปี 51 กับปี 65 เป็นแบบนั้น.
เอ่อ ปัญหาตอนนี้คือน้ำมันปาล์มเริ่ม. น้ำมันปาล์มมันขึ้น มันเริ่มขึ้น. อื. เพราะผมไม่แน่ใจว่าชาวสวนได้แพง ได้ตังค์เยอะขึ้นมั้ยนะ. แต่น้ำมันปาล์มมันผลิตในประเทศ. ไอ้มาตรการล่าสุดที่แล้วบ้านเอามา ผมชอบนะ. ห้ามส่งออก. อะ ห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มดิ. ส่งน้ำมันปาล์มเราต้องใช้กันเองก่อน. อือ. ส่วนจะเอาไปใช้กับการผลิตไบโอดีเซล. เมื่อกี้เห็นท่านรัฐมนตรี. เพิ่มเป็น B20. อ่า เพิ่มเนี่ย ถ้าชาวสวนได้เพิ่มด้วย. อ. โอเคนะ. อื. แต่ถ้าชาวสวนได้เท่าเดิม และไอ้ตรงกลางได้เพิ่ม. ไม่แฟร์. อ้า ไม่แฟร์สิ. อือ. ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่เราผลิตเอง. ถ้ามันได้ไปถึงต้นน้ำเนี่ย. ชาวสวนเค้ามีต้นทุนที่มันเพิ่มขึ้น. การที่ใช้พลังงานในการเก็บเกี่ยว. หรือค่าแรง หรืออะไรที่มันเพิ่มขึ้นทั้งหลายแหล่เนี่ย. เค้ามันแพงขึ้นเพราะเหตุนี้. เพราะว่าผลผลิตมันไม่ได้น้อยลง. ใช่ครับ. น้ำมันปาล์มเพิ่งออกเมื่อมีนาคมเนี้ย. มีนาคม เมษายนเนี่ย เป็นทยอยออกมา. ทยอยออกมา. มันช่วงมันควรจะเป็นช่วงที่น้ำมันปาล์มราคาถูกลงด้วยซ้ำ. อ. แต่ถ้าบอกว่า เฮ้ย ออกมาแล้ว ไอ้คนซื้อน้ำมันปาล์ม. เอ้ย ซื้อผลปาล์มดิบ. ซื้อไปแล้ว. อือ. ต้นทุนเก่า ราคาใหม่เนี่ย. พูดกันมา 2-3 อาทิตย์แล้วไอ้เรื่องเนี้ย. มันไม่แฟร์. ต้นทุนเก่า ราคาใหม่ที่. ขึ้นมาก่อนหน้านี้ถูกมั้ย. ใช่สิ. ไอ้ที่จาก 42 43 กลายเป็น 49 50 51. ผมไม่แน่ใจนะ. อันนั้นคือต้นทุนเก่าแน่ๆ. ก็ไม่ทราบ. ะ. ไม่ทราบ. แต่มันก็ซื้อมานานแล้วไง. เออ อ้า เพราะของใหม่มันเพิ่งออกนี่เอง. ใช่. เอ่อ เพราะฉะนั้นอันนี้มุมนึงคือข้อกังวล. ก็คือคำแนะนำได้มั้ยก็. ให้ว่าสิ่งที่มันได้มันควรจะไปได้ถึงเกษตรกร. ควรจะควรจะได้ถึง. อ. ถ้าต้นทางเขาได้. ถ้าเกษตรกรมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้น. เค้าต้องขายของให้แพงขึ้น. แล้วมันก็แพงขึ้นมาเป็นทอด. อือ. มันโอเค. อ่ะ ต้นทุนของชาวสวนปาล์มเพิ่มจริงนะ. ใช่. น้ำมัน. น้ำมันขึ้นแล้ว. ปุ๋ย. ใช่. ถูกมั้ย. ใช่ครับ. อ้า เพราะฉะนั้นมันต้องแฟร์กับเค้า. ใช่ครับ. ขณะเดียวกันพูดถึงมาม่า. เอ่อ ก่อนจะลงไล. แต่ว่าไอ้ปาล์มที่มันเพิ่งออกมาเนี่ย. อ. มันไม่ได้ใช้ปุ๋ยวันนี้ไง. มันใช้ปุ๋ยมาก่อนหน้า. ถูก. เอ่อ ตอนนี้น้ำมันปาล์มบริษัทยังไม่กระทบใช่ไหม. น้ำมันปาล์มเราซื้อล่วงหน้าไปจนถึงเดือน 8 เดือน 9. คำสั่งซื้อล่วงหน้า. ใช่ครับ. มันไม่กระทบเหรอ. เวลามันเกิดฉับพลันถ้าเกิดมันพรวดขึ้นไป. เราอันนี้นำผู้ผลิตนะ. มองแบบผมว่าในในกระบวนในอุตสาหกรรมเนี้ย. มันแฟร์กันอยู่. อื. สิ่งที่เขาเพิ่มมาคือให้ช่วยค่าขนส่งเขาหน่อย. อือ. เราก็บอกโอเค เฉลี่ยกันสิ. อื. เพราะว่าพี่ยุทธอย่าลืมนะว่าตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงขายของออกที่หน้าห้างเนี่ย. อือ. มันมีผู้ประกอบการประมาณ 1 2 3 4 5 6 7 ราย. ก็ต้องส่ง. ถ้าทั้ง 6-7 รายเนี่ย. อือ. ช่วยๆกันแอสไปคนละนิดคนละหน่อยคนละนิดคนละหน่อย. อือ. ปลายทางมันถึงผู้บริโภคมันไม่ต้องเพิ่ม. หรือเพิ่มน้อยที่สุด. แต่ถ้าไอ้นี่ก็ผลักมาให้นี่. ไอ้นี่ก็ผลักมาให้ไอ้นี่. ไอ้นี่ก็ผลักมาให้ไอ้นี่. ไอ้ นี่ผลักมาให้นี่. ถึงผมเป็นผู้ผลิต. อ. จะผลักต่อไปให้ห้าง. ห้างบอกว่า. อ. อ๋อ ไม่ต้องผลักมาฉันไม่รับ. อือ. แถมฉันยังจะเก็บค่าขนส่งจากคุณเพิ่มด้วย. อ้าว ไอ้ตรงนี้ตายสิ. อือ. มันเหมือนกับช่วงน้ำท่วมอ่ะพี่ยุทธ. ตั้งแต่เชียงใหม่ยันมากรุงเทพฯ. ก่อนจะออกไทยอ่ะ. อือ. ถ้าทุกจังหวัดผักน้ำหนักผักๆๆๆๆมาถึงแล้วบอกก่อนจะถึงกรุงเทพฯห้ามกรุงเทพฯท่วมนะ. อือ. อยุธยาตาย. อื. ไปกักไว้. ไปกักไว้แล้วก็ไปท่วมอยู่จังหวัดเดียว. แล้วก็บอกว่าทนไป. อือ. ทนไป 3-4 เดือน. ครับ. มันทนได้กี่เดือนน่ะ. อือ. แต่ถ้าเฉลี่ยเฉลี่ยกันไปเนี่ย. เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข. ใช่. ก็เฉลี่ยเนี่ย. ถามว่าถ้าเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขมันอาจจะเป็นกำไรที่น้อยลง. อื. แต่ถ้าทุกคนบอกว่าไม่ได้กำไรฉันจะเอาเท่าเดิม. บางคนฉวยโอกาสเอากำไรเพิ่มขึ้นด้วย. มี. อือๆ. มีคนได้กำไรเพิ่มขึ้น. เดี๋ยว มันงอกออกมาแน่. ไอ้. งบขาดทุนมันไม่เคยหลอกใครอ่ะ. อือ. จะลงกลั่นจะอะไรเนี่ยผมไม่ฟันธงหรอก. แต่เดี๋ยวมีเห็นแน่. แต่ว่ากว่าจะเห็นเนี่ยคนมันลืมไปหมดแล้ว. อ่า คุณก็แนะนำสิ. ต่อไปคอยดูเลย. อ่า ถึงเวลา. มันจะมีผลประกอบการถูกมั้ย. ผลประกอบการใครรวยขึ้นจากเหตุการณ์เนี้ย. มันจะไปโผล่อีก 3 เดือนข้างหน้า. งบอีก 3 เดือนข้างหน้าเห็นแน่. ในวิกฤตมันจะเห็นคนได้ประโยชน์. ซึ่งมันไม่ควรมีไง. อื. กำไรน้อยลงทุกรายอยู่กันได้. ประชาชนไม่เดือดร้อน. อือๆ. แต่ถ้าทุกรายบอกฉันจะเอากำไรเท่าเดิม. บางคนบอกงั้นกูฉวยโอกาสเอากำไรเพิ่มขึ้นด้วย. อ. อือ. คนตายคือประชาชน. อือ. ซึ่งแบบนี้มันไม่ได้ไงไง. อื. เรื่องเนี้ยมันคือการบริหารจัดการของภาค รัฐ. อื. ทุกวันเนี้ยยังบริหารจัดการแบบผมก็ว่าไม่ได้นะ. ว่ากันตรงๆเถอะไม่เป็นไรหรอก. ยังไม่ได้แถลงนโยบายรัฐบาล. ยังไม่ได้เป็นรัฐบาลเต็ม. อือ. อำนาจเต็ม. อำนาจเต็ม. แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ว่าคุณก็คือรัฐบาลเดิมที่ทำงานมาแล้ว. อื. การบริหารจัดการตรงเนี้ยกล้าๆหน่อย. กล้าๆหน่อยที่จะ. ก็อย่างเมื่อกี้ท่านรัฐมนตรีเอกนัสก็บอกว่า. จะคุยกับโรงกลั่น. อ. พี่ยุทธขอน้อยไป 2 บาทอ่ะ. ไม่หมายถึงเดือนมีนาคม. ถ้าการกลั่นน่ะ. เอาเอาเท่าไหร่คุณพัน. ไม่รู้. แต่ว่า. พี่พี่ไม่ได้ขอ. พี่คาดการณ์เอา. พี่ก็ไปดูค่าปีที่แล้ว. ลงกลั่น 6 โรงกำไร. รวมกันเท่าไหร่. เออ. เกือบแสน. แสนล้าน. ใช่ป่ะ. ใช่. เออ. เออ. แสนล้านน่ะอุดหนุนได้ไม่. ผมไม่ได้ว่านะ. ทุกคนทำธุรกิจก็ต้องมีกำไร. อ. แต่ว่าในจังหวะเนี้ย. ถ้ายังมองว่ามันคือจังหวะปกติ. สถานการณ์ปกติ. ทุกคนยังจะ enjoy กับกำไรเดิมเนี่ย. อือ. มันไปกันไม่รอดหรอก. นี่มันคือวิกฤต. เพียงแต่มันไม่ได้รบกันที่ประเทศไทย. อื. แต่ผลกระทบมันมาเต็มๆแล้ว. อ้า มันวัดฝีมือกันตรงวิกฤตนี่แหละ. ใช่ครับ. ก็. ทั้งโลกโดนเหมือนกันหมด. ใช่ครับ. ว่าใครมีฝีมือจริงไม่จริงอยู่ตรงนี้. ใช่ครับ. ไอ้ห่วงโซ่สินค้าที่คุณพันบอกเนี่ย. แต่ละตัวมันมีห่วงโซ่ของมัน. ใช่ครับ. อ่า ถ้าแต่ละคนแต่ละห่วงโซ่ เอ่อ เค้าเรียก ว่าอะไรนะ. เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข. ทุกคนไม่จำเป็นจะต้องรับภาระไปเท่าๆกัน. อื. แต่งานกลุ่มอ่ะพี่ยุทธ. อื. ทำคนเดียวตาย. อื. งานกลุ่มก็ต้องทำกันทุกคน. ใครทำมากทำน้อย. ถนัดตรงไหนทำแค่ไหนก็ช่วยกันทำไป. โดยรัฐบาลต้องเป็นผู้ควบคุมกลไกที่เข้าไปตรวจสอบ. ถ้าทุกคนคุยกันเองไม่ได้. บางกลุ่มอุตสาหกรรมผมว่าคุยกันพอได้. อย่างผมเองกับซัพพลายเออร์ผมคุยกันพอรู้เรื่อง. ก็คุยกันได้บางกลุ่มอุตสาหกรรม. ต่างคนต่างตกใจ. ถอยก่อนฉันเอาตัวรอดก่อนเนี่ย. รัฐบาลก็คงต้องมีหน้าที่เข้าไป. ช่วยบริหารจัดการตรงนี้. อื. ก็แนวทางมันไม่ผิดหรอกครับ. เอาสินค้านั้นเข้ามาควบคุม. เข้ามาควบคุม. แต่ทุกคนก็ตกใจว่าทำไมมาคุมแต่ฉัน. อื. รัฐบาลต้องทำให้เห็นว่าไม่ใช่รัฐบาลมีหน้าที่คุมแค่ราคามาม่า. คือรู้สึกน้อยใจใช่มั้ย. ไม่ใช่น้อยใจ. แต่มันไม่ใช่แค่มาม่าหรอก. สินค้า 5 60 ตัวแหละเป็นดัชนีเศรษฐกิจประเทศ. ทำไมคุมได้แค่เนี้ย. แต่พอไปบอกน้ำมัน. อ๋อ น้ำมันเป็นหน้าที่ของอีกคนนึง. อ้า ใช่มันมีอีก พ.ร.บ.นึง. แต่มันได้ดิ. ต้องได้ดิ. กระทรวงพาณิชย์ต้องคุมได้. ก็ไม่. กระทรวงพาณิชย์ก็เค้าก็มีหน่วยงานเฉพาะ. ใครสักคนน่ะมันต้องใครสักคนน่ะ. ทำไมมาคุมอยู่แต่กับมาม่าเนี่ย. ไม่ใช่มันก็ 50 กว่าตัว. ไม่เวลาคุณจะขึ้นราคาคุณต้องขออนุญาตนะ. ก็มีแต่มาม่าเนี่ยที่เป็นข่าวเยอะที่สุดเวลาจะขึ้นราคา. ซึ่งรอบนี้พี่ยุทธไม่ต้องห่วง. ไม่ ไม่ไม่ใช่ผมอ่ะ. อ่ะ ถ้าจะขึ้นก็ไม่ใช่มาม่า. ไม่ขึ้น ไม่ขึ้น ไม่ขึ้น ไม่. ไม่ขึ้นใช่มั้ย. ขึ้น. ประเมินสักการ. เดี๋ยวไปพูดว่าจะตึงราคาเหมือนใครบางคนนะ. เอ่อ วิสงครามอาจจะยาวนะ. ผมไม่ได้ตึง. แต่ว่าเค้าถาม. บริหารเหรอ. เค้าถามผมว่า. มาม่าต้องขึ้นเลยมั้ย. ผมเพื่อนผมอยู่ทรงพาณิชย์โทรหาเฉยๆ. มึงจะขึ้นราคาเหรอ. บอก เฮ้ย ไม่ใช่. โทรมาทักทายเฉยๆ. คือผมบอกแล้วนะ. ความไม่แฟร์ก็คือต้นทุนเก่าไปขายในราคาใหม่. อันเนี้ยไม่แฟร์. ซึ่งใครทำอยู่เลือกซะ. อื. แต่มาม่าเองเนี่ยเราใช้วิธีการซื้อล่วงหน้าอยู่แล้ว. อื. มันมีของบางอย่างที่. ไอ้สิ่งที่เราตกลงกันไว้ซื้อล่วงหน้าเนี่ย. วันก่อนเห็นข่าวโทฟูซังเค้าก็เพิ่งมาพูด. ผมพูดไปแล้วเมื่อ 2-3 อาทิตย์เรื่องของพลาสติก. พลาสติกมันขึ้นเลย. มันถูกเบรกคอนแทรคเก่า. ขาดด้วยเหรอ. ขาดด้วย. อันนั้นขาดจริง. อื. ดังนั้นไอ้ตัวต้นทุนวัตถุดิบที่เป็นตัวพลาสติกเนี่ยมันขึ้น. ดังนั้นไอ้ตัวเนี้ย. มันถูกขึ้นโดยเบรคสัญญาเก่าไป. เค้าก็ขอรอง. คือตรง. เนื่องจากไม่ใช่รายใหญ่ไง. ใช่แล้ว. ขวดมันแพง. มันแพงขึ้นจริงๆ. ขวดเพชรมันแพงขึ้นจริงๆ. ขวดเพชรเนี่ยนะ. ใช่ครับ. แล้วเกี่ยวอะไรก็ตามที่มาจากเม็ดพลาสติกถูกมั้ย. ใช่แล้ว. เครื่องดื่มเนี่ยต้นทุนของแพคเกจจิ้งอ่ะมันแทบจะเยอะกว่าน้ำข้างในอีกมั้ง. เอ. น้ำเปล่าเนี่ยยกตัวอย่างนะ. ใช่ๆ. อ่า ต้นทุนขวดเนี่ยแพงกว่าตัวน้ำอีก. ใช่. ส่วนของมาม่าเนี่ยต้นทุนวัตถุดิบที่ เป็น. บรรจุภัณฑ์น่ะ. ประมาณ 22% ของต้นทุนรวม. อันนี้เรากางออกมาให้เห็นเลย. ให้เห็นเลย. พูดได้. 22%. ไอ้ซองมาม่าเนี่ย. ใช่. 22%. รวมกล่องรวมอะไรมั้ย. ใช่. รวมหมด 22%. ไอ้ 22% อุ้ยตาย. เรากินบะหมี่กับเครื่องปรุงไป. อ่า 78% เองนะต้นทุนน่ะ. ไม่ถึง. ะ. มีอะไรอีกไม่ถึง. ก็แป้งสาลีประมาณ 20 กว่าเปอร์เซ็น. เออ. น้ำมันปาล์มรวมทั้งซองเครื่องปรุงอ่ะที่ใช้ทอดประมาณสัก 16%. ก็เป็น 38. โหนี่เป็นการแจกแจงต้นทุน. ไม่เป็นไรเราได้. อ้า ก็ชมนี้ไม่ต้องมาถามผม. ถามให้เลย. เอาว่าอีกทีแล้วก็. เอาแป้งสาลีเท่าไหร่นะประมาณ 20 กว่า. 20 กว่า. 20 กว่า. 20. 20 กว่า. 22 23. เครื่องปรุงประมาณ 16. เครื่องปรุง 16. เอ้ยไม่ๆโทษ. น้ำมันปาล์มประมาณ 16. น้ำมันปาล์ม 16. น้ำมันปาล์มนี่คือรวมที่ใช้ทอดแล้วก็ไอ้. น้ำมันซองๆด้วยนะ. รวมกันประมาณ 16. อ๋อ น้ำมันทอดหมี่แล้วก็น้ำมันเจียวหอมด้วยนะประมาณ 16. แล้วก็เครื่องปรุงรสอีกประมาณ 20 กว่าๆ. เครื่องปรุงรส 20 กว่า. แล้วก็แพคเกจจิ้ง 20 กว่าๆ. โอแพคเกจจิ้งนี่เป็นตัวสำคัญเลย. เราไม่คิดนะ. ดิลล่า. ประมาณ 5% กว่าของผมนะ. ของผมนะ. แรงงานที่ใช้แรง. 5. 56%. ใช่แล้ว. แล้วก็ที่เหลือก็จะเป็นค่าโอที. ค่าไฟ. ค่าน้ำ. ค่าสูตรการผลิต. ค่าเสริมเครื่องจักรต่างๆ. ขนส่งรวมหรือยัง. ผมส่งหน้าโรงงาน. ดังนั้นมันไม่ได้มีค่าขนส่ง. ค่าขนส่งก็จะเป็นทรัพย์. ไปรับไป. ใช่. เอ่อ เพราะฉะนั้นนี่คือต้นทุนมา. ใช่. ดังนั้นพอแพคเกจจิ้งมันขึ้นมาดีดมาตั้งแต่เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน. ที่เราได้รับราคาใหม่เนี่ย. ขึ้นมาประมาณ. หมายถึงเค้าแจ้งราคาล่วงหน้ามาเลย. แจ้งเดือนที่แล้วว่าขึ้นประมาณ 20%. ซึ่งเราต้องยอมรับนะ. พลาสติกมันขึ้นจริงๆ. โซเว. ขาด. เออ. ตั้งแต่มีนาคมก็เริ่มสัญญาณแล้วถูกมั้ย. มีนาแจ้งเริ่มขึ้น. เมษายน. เอามาม่าใหญ่ไง. เพราะฉะนั้นอเไม่มีของแน่. ใช่ๆ. ไม่เหมือนโทฟูซัง. มีปัญหาถ้าไม่เอาจ่ายเพิ่มอีก 40% ไม่มี. ใช่. ของเราโดน 20%. เรามีโรงพิมพ์เป็นของตัวเองด้วยไง. อ. เค้าก็แอสไปบางส่วน. คือถึงบอกไงว่ามาม่าเนี่ยเรามีการบริหารจัดการซัพพลายเออร์เราแบบคุยกันได้หมด. ดังนั้นโรงงานแพคเกจจิ้งของเราเองก็บอกว่า. เค้าก็โดนมาเหมือนกัน. เราก็แบ่งมาหน่อย. ออเออ. อ่า สหพัขนส่งเราไปขนส่งของไปขายก็รับไปอีกหน่อย. อ๋อ. ปลายทางถ้าห้างช่วยรับไปอีกหน่อยก็ไม่เป็นไร. ยังไปกันได้. มันก็. ตอนนี้ทุกฝ่ายยังช่วยกันดีมั้ย. ห่วงโซ่มาม่าเนี่ย. เรามาม่าช่วยกันดีครับ. ยังช่วยกันดีอยู่นะ. แพคเกจจิ้งขึ้นมา 20% เนี่ยผมบอกว่า. อ. นี่แปลว่าคุณพันบอกว่าไอ้ไอ้พลาสติกเนี่ยฟิล์มเฟิร์มต่างๆ. คือมาม่ามันต้องมีฟิล์ม. ครับ. มันไม่ใช่พลาสติกเฉยๆไง. ครับ. ไอ้ซองเนี่ย. มึงเอามาเปิดดูซิ. อ่ะ รู้สึกมีค่าขึ้นมาทีเดียวนะซองเนี่ย. เอ 22% อยู่นะ. เอ่ออ่ะเค้าแจ้งราคาล่วงหน้ามาแล้ว. พฤษภาคมขึ้นอีก. มิถุนายนขึ้นอีก. มีนาคม เมษายน. อ้า เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน. ขึ้นมา 20% เนี่ยก็มันเป็น 20% ของต้นทุนใช่มั้ย. อื. ราคาขึ้นมา 20%. คูณกันก็เท่ากับต้นทุนมาม่าเราขึ้นประมาณ 4%. เอ่อ รวมทั้งหมดขึ้นประมาณ 4%. แล้ว. ค่า. เฉพาะบรรจุภัณฑ์เนี่ย. ขึ้น 4%. ตาย. ไม่ตาย. โอ้โห. 4% ทนต้องทนได้ต้องทนได้ต้องทนได้ต้องทนได้ต้องทนได้ทนได้. อันนี้เป็นลูกรักกระทรวงพาณิชย์เลยนะ. ไม่ใช่ลูกรัก. พี่ยุทธคือกระทรวงพาณิชย์อ่ะ. เอาผมเป็นสินค้าควบคุม. ผมไม่ได้สนใจเลยนะ. เพราะว่า. อื้อหือ. ตั้งแต่ผมเข้ามาทำงานปี 42. ผมขอขึ้นราคาครั้งแรกปี 51. ขออีกที 65. เนี่ยผมอยู่มา 26 ปี. ขึ้นราคามา 2 ครั้ง. ไม่ใช่ว่าขอ 20 ครั้งแล้วให้เค้าให้ขึ้น 2 ครั้งนะ. อื. ผมขอ 2 ครั้ง. เค้าก็ให้ขึ้น 2 ครั้ง. คือถ้าไม่เหลือขอจริงๆเนี่ยไม่ไหวจริงๆ. ไม่ขอ. ถ้าขอแปลว่าไม่ได้แล้ว. ขอไปผมรู้เค้าต้องให้. เพราะมันกางให้เห็นเลยอ่ะ. ปี 65 เนี่ยผมคุยกับเค้าตั้งแต่พฤศจิกายนปี 64. อือ. ผมยื่นจริงๆตอนที่ยูเครนกับ. รัสเซีย. รัสเซียรบกันตอนมีนาคมปี 65. ผมได้ขึ้นเดือน 8. อื. ครึ่งปีแรกนะ. วันนั้นพี่ยุทธก็มาอ่านว่ากำไรครึ่งปีแรกของมาม่าปี 65. ไหนบอกไม่มีกำไร. ทำไมเปิดมากำไร 1,100 ล้าน. อ้า บริษัทใหญ่ขนาดนี้. ก็ 1,100 ล้านมาจากส่งออก 800. มาจากการลงทุนอื่นเกือบ 300. การลงทุนอื่นๆคือเราไปถือหุ้นในบริษัทอื่นๆ. กำไร 300. กำไรจากการขายในประเทศผมขายครึ่งปีแรก 7,000 ล้าน. อื. กำไร 50 ล้าน. โอ้โห มาจินิดเดียว. ไม่ถึง. ไม่ถึง. โอห. ไม่ถึงเปอร์เซ็นต์อ่ะ. ขายครึ่งปีแรกเท่าไหร่นะ. 7,000 ล้าน. ปีนั้นนะ. ปีนั้นนะ. ประเทศ. ประมาณ 7,000 ล้าน. กำไร 50 ล้าน. กำไร 50 ล้าน. ดังนั้นถ้าวันนั้นถ้ามันปาล์มขึ้นอีก 2 บาทอ่ะ. แล้วผมไม่ได้ขึ้นราคาวันนั้นผมก็ตาย. ดังนั้นมันคือไม่ใช่ขาดทุนกำไร. อันเนี้ย. ต้อง. อยากจะมาบอกหลายทีแล้วว่าไอ้คำว่าขาดทุนกำไรก็คือขาดทุนกำไร. ทุกวันเนี้ยขาดทุนกำไร. ปี. ทุนกำไรมันลดลงจนมาจิมันต่ำลงเรื่อยๆ. ถ้ามันลดลงอย่างปีที่แล้วกำไรก็ลดจากเหตุการณ์สงครามระหว่าง. เอ่อ ไทยกัมพูชาเนี่ย. อ. ยอดขายกัมพูชาผมหายหมด. แต่ผมก็บอกไม่เป็นไร. มันคือเรื่องของความมั่นคง. อื. กำไรก็ลด. อื. แต่มันก็ยังมีกำไร. อื. ก็ต้องทน. ตอนเนี้ยจนถึงทุกวันเนี้ยมันก็ยังมีกำไร. อือ. มันก็ต้องทน. อื. วันถ้ามันจะต้องขึ้นเมื่อวันที่มันเห็นแล้วว่ามันขาดทุนแน่ๆ. อื. แต่สมมุติบอกรู้แล้วว่าราคาทุกอย่างต้อง. ทุนมันจะเกินราคาขาย. สมมุติตุลาคมสิงหาคม. เอ้ย ตุลาคม พฤศจิกายน. มันมันไปถึงจุดนั้นแล้วเนี่ย. ผมก็ต้องคุยตั้งแต่. มิถุนายน กรกฎาคม. เพื่อให้มีเวลาปรับตัวอีก 3-4 เดือน. เอ่อ ตอนนี้ข้อดีคือมันยังไม่มีผลไปถึงแป้งสาลีใช่มั้ย. ใช่ครับ. แป้งสาลี. ตอนเชียยูเครนเนี่ยแป้งสาลีหนัก. แป้งสาลีตอนเนี้ยถ้าจะกระทบมันก็จะเป็นแค่ค่าขนส่งข้าวสาลีมาถึงเมืองไทย. ข้าวสาลีนำเข้าหมดมั้ย. ข้าวสาลีประเทศไทยไม่มี. ต้องนำเข้าหมดครับ. ปลูกไม่ได้เหรอ. มันหนาว. มันต้องหนาว. อ๋อ มันต้องหนาว. หนาว. เอาแป้งสาลีวัตถุดิบหลักเลยเนี่ยนะ. นำเข้าหมด. ตอนนี้จะมีผลคือค่าขนส่ง. แค่นั้น. ซึ่งไม่ได้เยอะ. ไม่เยอะ. ไม่เยอะไม่เยอะ. เออ เค้าไม่มีวอร์พรีเมี่ยมกับเค้าเหรอ. ค่าขนส่งเมื่อเทียบกับวอลลุ่มที่มันขน. พี่ยุทธมันไม่เยอะ. อย่างบอกว่าเอ่อเราขนของเที่ยวนึง. น้ำมันขึ้นมาลิตรละบาท. ใช้ต้นทางถึงปลายทาง 300 ลิตร. ก็ขึ้นเที่ยวละ. อ. ซักเอ่อ 6,000. 1,000 บาท. ถ้าขึ้นมา 20 บาท. 300 ลิตร. 6,000 บาท. สมมุติของมี 100,000 ชิ้นน่ะ. อ. อือๆ. 6,000 บาทหารลงไปต่อชิ้นน่ะ. อ. นิดเดียว. นิดเดียว. ดังนั้นอย่าไปเอาไอ้นี้มาอ้าง. อ้า เพราะฉะนั้นรอบนี้ดีคือรัสเซียยูเครน. เนื่องจากเค้าเป็นประเทศที่เกี่ยวกับเรื่องแป้งสาลี. คือผมก็ไม่รู้พี่ทัจะยิงที่ไหนต่ออีกไง. คือไม่ไว้ใจทำเหมือนกันใช่มั้ย. ไม่รู้. อะไรก็ไม่รู้. วันนี้เย็นนี้จะเลื่อนอีกเปล่าก็ไม่รู้. 20:00 น. เนี่ยเส้นตายอีกแล้ว. โกรธทำมั้ย. เค้าก็เป็นของเค้าอย่างเงี้ย. อ้า. ประชาธิปไตย. ก็เลือกมาทำไม. ก็เลือกมาอย่างงี้เนี่ย. ใช่มั้ย. เลือกเอง. อ่า คือมันยังมี. ไม่จะมาบอกอะไรแน่นอนก็ไม่ได้อีก. เดี๋ยวไปทำอะไรขึ้นมาเกี่ยวกับประเทศที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบแป้งสาลี. ซวยอีก. ครับ. อ่ะ ตอนนี้มุมที่ชมรัฐบาลมีตะกี้ก็คือเห็นด้วยกับการรีบห้ามส่งออกน้ำมันดิบ. เห็นด้วยอย่างแล้วยิ่งอันคืออันนี้ผมต้องยอมรับว่าเร็ว. ใช่. ถูกมั้ย. ใช่ครับ. รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นแน่. ใช่. อ่า ห้ามส่งออกน้ำมันดิบแล้วครับ. อ่ะ ทีนี้ย้อนกลับมาที่มาม่า. เราบริหารจัดการต้นทุนจนกระทั่งตอนนี้เนี่ย. มาจิคือ. กำไรมันลดลงเรื่อยๆ. อย่างเพิ่งเริ่มลดลง. เพิ่งเริ่มลดลง. อื. ไตรมาสแรกผมยังไม่ได้มีต้นทุนใหม่ของแพคเกจจิ้งเข้ามากระทบ. ไตรมาสแรกยังโอเค. ไตรมาสแรกขายไม่ค่อยดี. แต่ว่าต้นทุนไม่ได้เพิ่ม. ไตรมาส 2 เดือนมีนาคม. อ่า เมษายน พฤษภาคม มิถุนายน. ต้นทุนแพคเกจจิ้งเริ่มรับรู้. อื. ไตรมาส 3 ยังไม่มีอะไรจะต้องรับรู้เพิ่ม. จากนั้นของผมซื้อไว้ถึงไตรมาส. 3. 2 ปลายๆ. อ่า 3 เกือบกันยายน. อื. คือเดดังนั้นไตรมาส 4 ยังไม่เห็นอะไรเลย. ก็ยังไม่รู้. ยังไม่เห็น. ถ้าถ้าสงครามจบพรุ่งนี้จบคืนนี้. ก็แบบนึง. อือๆ. ถ้าสงครามอีก 6 เดือนยังไม่จบ. พี่ยุทธอย่าลืมนะ. ไอ้ 6 เดือนถ้ามันยังไม่จบแล้วมันต้องลากต่อไว้เนี่ย. อือ. ไอ้ 6 เดือนหลังจากเนี้ย. มันมันจะทำลายล้างอะไรกันไปอีกบ้าง. อื. ถ้าโรงกลั่นในตะวันออกกลางโดนถล่มถล่มถล่มถล่มถล่ม. วิกฤตเนี้ยเลากยาวอีก 2-3 ปี. คือมันไม่สามารถจะฟื้นขึ้นมาทันทีเมื่อสงบ. ใช่. แต่ถ้าเท่าแค่ทุกวันเนี้ย. มันยังเหลือพอใช้ทุกวันนี้นะ. ถ้าทนทำลายแค่เท่าที่เมื่อคืนนี้นะ. ที่ถล่มโล้งกลั่นอะไรกันเนี่ยนะ. ยังเหลือพอใช้. เอาเฉพาะ ณ วันเนี้ย. เพราะว่านี่สงครามมันเพิ่งเดือนกว่าเอง. ใช่. แต่ทำลายไปกี่โรงกัน. แต่ถ้ารอดกันนี่ 6 เดือนเนี่ย. ก็เอาจากวันนี้นะ. เอาคิดง่ายๆถ้าคูณ 6 เข้าไปแล้วโดนทำลายเท่านี้ไปอีก 6 เท่าอ่ะ. วิกฤตอีกกี่ปีอ่ะ. อือหือ. อันในมุมนักธุรกิจ. ตอนวิกฤต 40 ตอนนั้นทำอะไรอยู่คุณพัน. วิกฤต 40 เพิ่งเรียนจบเลยครับ. เพิ่งเรียนจบเลย. เอ่อ เทียบกับรอบนี้ลองดูแล้วเป็นยังไง. วิกฤต 40 มันเป็นวิกฤตการเงิน. แต่ไม่ได้เป็นวิกฤตซัพพลาย. อื. รอบเนี้ยปัญหาคือถ้าซัพพลายมันถูกทำลาย. อื. ห่วงโซ่ของพลังงานของโลก. จนถึงทุกวันเนี้ยมันยังไม่ได้ถูกทำลายเยอะ. ก็ไปเยอะแหละ. แต่มันไม่ได้ถึงเยอะถึงขั้นว่าโลกนี้มันจะขาด. ขาดแคลน. แต่ถ้าบอกว่าสงครามอีก 6 เดือนแล้วจะยิงกันอย่างนี้ไปเรื่อยๆ. แล้วบอกทนไม่ไหวแล้วโว้ย. อัดนิวเคลียร์กันมาแล้ว. ตะวันออกกลางบึ้มไปทีเนี่ย. ภาพมันจะไม่ใช่แบบเนี้ย. ภาพมันจะไม่ใช่แบบเนี้ย. ภาพมันจะเลวร้ายเหมือน. เหมือนสงครามโลก. อื. พี่ยุทธต้องย้อนผมเกิดไม่ทันนะ. แต่ถ้าย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์สงครามโลก. ประเทศที่โดนถล่มหนักๆอ่ะ. ฟื้นฟูกัน 20-30 ปี. เอ่อ รอบนี้คือห่วงเรื่องเกี่ยวกับโครงสร้างพลังงานของประเทศตะวันออกกลาง. ครับ. ซึ่งนี่โดนถล่มไปเดือนเดียว. เดือนนิดๆเนี่ย. ยังแค่นี้เลย. อ่า ถ้าโอเคถ้าประมาณนี้ก็สต็อกยังพอ. ก็มันยังฟื้นฟูเร็วได้. อื. แต่ถ้าไปต่อจากนี้อีกเดือนนึงก็เท่านี้คูณ 2. ถ้าอีก 6 เดือนก็เท่านี้คูณ 6. อันนี้เรามองแบบประเมินคือเกิดสมมุติคลั่งขึ้นมา. เอานิวเคลียร์ไปลงนี่อีกเรื่องนึงเลยนะ. ก็ไม่เหลือเลย. ก็จะเหลือแต่ที่อเมริกา. เหลือแต่ประเทศเครับ. เอ่อ เพราะฉะนั้นโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน. ครับ. ณ ขณะนี้พอทำพอเลือกมานี่. ครับ. รอบ 2 ด้วย. รอบแรกก็ทำไว้ดีแล้ว. ยังจะเลือกมารอบ 2 อีก. ยังเลือกมารอบ 2. เราไม่ก้าว. เราไม่ก้าวร่วง. เราไม่ก้าวร่วง. เออ. อ่ะ ไม่เป็นไร. ก้าวร่วงเถอะ. ไม่มีใครว่า. อ่ะ เราจะต้องวิเคราะห์กันไง. ตอนนี้ผมกลับมาเรื่องมาม่า. อ่อ คุณพันถึงบอกว่าอย่าไปออกข่าวนะว่าผมจะขึ้นราคา. ไม่มี. ถ้าจะมีเนี่ยมันต้องรอดูสถานการณ์. อาจจะต้องคุยกันอีกทีนึง. เนี่ยเราจะเริ่มเห็นมิถุนายน. หลังมิถุนายน. เนอะครับ. ถูกมั้ย. ใช่. Wordส. ใช่ครับ. แล้วมันต้องมีเวลาที่ต้องพร้อม. เพราะถ้าจะขอทั้งทีเนี่ยมันต้องได้. ถ้าขอต้องต้องมีเหตุผลมากพอที่จะไปขอ. อื. ดังนั้นเหตุผลที่อนุมัติกับเหตุผลในการขอเนี่ยมันต้องบาลานซ์กันน่ะ. ดังนั้นแปลว่าขอแล้วมันควรจะได้. ถ้าไม่ได้ผมถ้าไม่จำเป็นผมก็ไม่ขอ. อือ. ดังนั้นตอนนี้ยังไม่จำเป็น. อ่า ทานี้ผมมองในมุมอย่างโทฟูซัง. แต่ถ้าต้องแฟร์กับผู้ประกอบการนะ. ทุกรายมีทอลเลอแรนซ์ไม่เท่ากัน. อ่า ใช่ไง. คือผมก็บอกว่าเนื่องจากเราเป็นใหญ่. ใช่ครับ. เลยมีการจัดการอย่างมาม่าเนี่ย. ส่งออกด้วยนะ. ส่งออกด้วยครับ. ซึ่งช่วงวิกฤตตอนโน้นเนี่ย. รัสเซียยูเครนเนี่ยได้ส่งออกมาช่วยนะ. ใช่ครับ. ในประเทศเนี่ย. สาหัส. สาหัสเลยอ่ะ. ใช่ครับ. ถูกมั้ย. ใช่. แต่ธุรกิจเล็กๆ SE อย่างโทฟูซังเนี่ย. เค้าไม่มีหน้าต่อรอง. ใช่. เค้าพูดเลยว่าสั่งไว้เรียบร้อย. ถึงเวลาบอกอ้าของไม่มีนะ. ถ้ามีอ่าต้องยกเลิกออเดอร์เก่า. ออเดอร์ใหม่เลยนะ. ไอ้ขวดเนี่ยบวก 40%. ครับ. ถ้าไม่เอาของขาด. ใช่. เค้าไม่มีทางเลือก. เอามองแบบผู้ประกอบการเล็กๆ ยังไงคุณพัน. ผมว่าผู้ปกครองผู้ประกอบการรายใหญ่มันต้องแฟร์. คือมันเป็นไปได้ไงพี่ยุทธ. ของ 90 บาทไม่มี. อื. 130 โอเคมี. คืออะไรวะ. ก็เหมือนตอน 30 ไม่มี. เอ้อ. พอเป็น 38 มี. มี. เอ้อ. น้ำมันน่ะ. ก็มันมีไง. แต่มันไม่ขายไง. หรือมันขาดจริง. ไม่จริง. เราพูดถึงพลาสติกหรือน้ำมัน. ไม่รู้. แต่มันไม่ได้ขาดขนาดนั้น. ตอนณ 3 เดือนที่ผ่าน 2 เดือนที่ผ่านมานะ. มันยังไม่ขาด. จะไปขาดได้ยังไงอ่ะ. ของมันมีอยู่ตั้งนานแล้ว. เอ่อ มันไม่มีทางหรอกที่จะฉับพลันในเดือนมีนาคม. จะหายไปไหนอ่ะ. ของมันมีอยู่ตรงนั้นน่ะ. จะเอามาขายอยู่แล้ว. คนไม่ได้ซื้อวันนี้มาขายพรุ่งนี้. อือ. คุณซื้อมาล่วงหน้ากว่าจะมาผ่านกระบวนการทั้งหมดมันอยู่ในนั้นอยู่แล้ว. พอถึงเวลาไอ้ของมันเริ่มแพงปุ๊บเอ้ยของกูไม่มี. ไม่มีได้ไงอ่ะ. มี. มีดิ. มันจะไม่มีได้ไงก็มันอยู่ตรงนั้นน่ะ. แล้วมันอยู่ดีมึงขาดได้ยังไง. แล้วเดี๋ยวกพอได้ราคาใหม่มีมาจากไหนนั่น. ครับ. ใช่มั้ย. ครับ. พอบวกอีก 40% มีเลย. ครับ. เอ่อ เพราะเพราะอย่างงั้นมองในมุมคือผู้ประกอบการนี่ก็ส่วนหนึ่ง. ครับ. อย่าเอาเปรียบ. มองเรื่องรัฐต้องทำอะไรมากกว่านี้คุณพัน. ก็อย่าไปให้ผู้เอาเปรียบ. คือผมว่าถ้าจะโกรธรัฐนะ. โกรธแรงๆเลยว่าไปปล่อยให้มีไอ้โม่งไป. มีการปล่อยให้มีการคอร์รัปชั่นให้มันมี. คนบางกลุ่มได้ประโยชน์ที่ไม่ควรจะได้. ไอ้เนี้ยไม่ต้องไปพูดถึงภาษีรอบรอยเลย. ไอ้. เงินที่มันไม่ควรจะได้ภาษีสักบาทมันก็ไม่เสีย. เพราะมันหลบไง. ก็ใช่ไง. เงินคอร์รัปชั่น. อือ. ดังนั้นภาครัฐอ่ะต้องใจถึง. จัดการกับไอ้กลุ่มอิทธิพลพวกเนี้ย. ถ้ามันมีต้องให้มันน้อยที่สุดหรือให้มันไม่มีเลย. อันนี้พูดถึงรัฐ. น้ำมันเหลือเรื่องพลาสติก. ทุกเรื่อง. ทุกเรื่อง. ไอ้พลาสติกนี่ก็เหมือนกัน. มันทำอย่างนี้ถือว่าจริงๆแล้วเนี่ยรัฐเข้าไปคุม. อย่าให้มันเกิดขึ้น. ใช่ครับ. แต่มันเกิดแล้วไง. บางส่วนบางส่วนผมว่าบางจังหวะเนี่ยเค้าเค้าอาจจะเข้าใจว่าสถานการณ์เนี้ย. มันอาจจะเป็นแค่แป๊บนึงแป๊บนึง. เอ่อ เอาได้ก็เอา. บางบางคนนะบางคนเท่านั้นนะ. เอาได้ก็เอา. แต่พอตอนเนี้ยเรารู้สึกว่ามันยาวแล้วอ่ะ. เฮ้ย. ช่วยกันดี. ช่วยกัน. อย่าอย่าหยุด. หยุดพฤติกรรมเอาเปรียบ. คนอื่นก่อน. อือ. รับได้ช่วยกันรับไป. ต้นทางจนถึงปลายทาง. ช่วยกันรับมันอยู่ไปได้ยาวกว่า. เอ่อ มันต้องช่วยกัน. ผู้ประกอบการขอให้คิดถึง. ถ้าคุณเค้าไม่รอดที่สุดคุณจะไม่รอดอยู่ดีอ่ะ. ใช่ครับ. ถูกมั้ย. ใช่. ข้อที่ 2 คือรัฐบาลต้องเข้มแข็งกว่านี้. อย่าไปดูเบาว่าไม่มีอะไร. ใช่. เข้าไปดูแต่ต้นทาง. ไม่ใช่บอกแต่ว่าไม่มีไม่มี. อ่า ถ้าไม่มีอยู่ดีๆของมันจะหายไปไหนถูกมั้ย. มันไม่หายหรอกของ. เม็ดพลาสติกนี่เป็นตัวอย่าง. ครับ. คือเขาอ้างอิงกันว่าขาดวัตถุดิบ. คือแนท่าออกมาจากฮอมุดไม่ได้ถูกมั้ยครับ. แล้วก็เลยไม่มีผลิตในอุตสาหกรรม. ปีโตถึงขนาดต้องปิด. คุณพันก็บอกว่ามันไม่ได้แปลว่ามันปิดมานานแล้ว. มันมีของเก่าอยู่อ่ะ. ใช่. มันหายไปไหน. ครับ. แล้วมันขึ้นราคาได้ยังไง. ก็เพราะว่าอนาคตมันจะไม่มี. กำลังจะไม่มี. อื. งั้นก็เอาของวันนี้ขายแพงขึ้นหน่อยมั้ย. อือ. ก็. อือ. แรกๆก็พอไหวนานๆก็ไม่ควร. อือเออ. แต่อย่างที่บอกนะ. นี่คือช่วง 2-3 เดือนแรก. อื. แต่ 6 เดือน 7 เดือนน่ะ. อ. อันเนี้ยอาจจะขาดจริง. เอ่อ คือมีนาคม เมษายนไม่ควรจะมีปัญหาถูกมั้ย. ไม่ควรจะมีปัญหาขนาดนี้. อ้า ปุ๋ยก็ขึ้นแล้วนะเนี่ย. ใช่. ก็ชพดิชก็บอกไม่ขึ้น. ครับ. แต่จริงๆมันก็ขึ้น. ครับ. บังเอิญคุณพันไม่ได้ทำการเกษตรนะ. ก็ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง. อืๆ. เพราะฉะนั้นตอนนี้อ่าย้อนกลับมาที่มาม่า. อ่า ผมถามเป็นความรู้สักนิดนึง. เวลาเศรษฐกิจดีกับเศรษฐกิจไม่ดีช่วงไหนมาม่าขายดีกว่ากัน. ใกล้ๆกันครับ. ไม่ได้มีผลข. อ๋อ ไม่ได้เป็นดัชนีว่าพอเศรษฐกิจไม่ดีคนจนซื้อมาม่านี่ไม่ใช่ใช่มั้ย. ไม่ใช่ไม่ใช่ไม่ใช่. พอๆกัน. พอๆกันครับ. เพราะว่าเพราะก็ตั้งผมอยู่มา 26 ปี. ก่อนหน้านั้นก็อีกหน่อยนึงเท่าที่เคยเห็นก็คือมาม่าก็ขายมีการเติบโตทุกปี. อื. หรือจริงๆแล้วประเทศไทยไม่เคยเศรษฐกิจดี. อื. แลบลิ้นด้วย. เออ. ก็ขายได้ทุกปี. ขายได้ทุกปี. หรือจริงๆแล้วเไทยไม่เคยเศรษฐกิจดี. ใช่. เพราะว่าราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเนี่ย. มันทุก. มันมันมันแรกๆเมื่อก่อนมันก็เท่าก๋วยเตี๋ยว. 2 บาท 3 บาท. อือๆ. ราคาก๋วยเตี๋ยวดีนี้ก็ 20-30 บาท. บะหมี่ก็ยังอยู่เนี่ย 6-7 บาท. ไอ้ตัวซองใหญ่ก็ 10 บาท. เอ่อ คือเนื่องจากก๋วยเตี๋ยวคุมไม่ได้ไง. ก็ก็ประมาณนั้น. มาม่าคุมได้. มันก็ยังเป็นสินค้าที่ราคาถูกกว่า. ดังนั้นมันก็จะเป็นสินค้าทางเลือก. บางคนก็บอกว่าอย่าอย่ามาหาว่าฉันกินมาม่าเพราะฉันจน. ฉันกินเพราะฉันชอบกิน. ฉันไม่ได้จน. อือๆ. แต่คนที่กินมาม่าเพราะหรือบะหมี่สำเร็จรูปทุกยี่ห้อเนี่ย. ด้วยความจำเป็นในช่วงต่างๆของเดือนเนี่ยก็จริง. อ. ก็ถ้าบอกแต่วันช่วงหวย. คือมาม่าเนี้ยถูกกว่าก๋วยเตี๋ยวอาหารตามสั่ง. ช่วงหวยออก. มาม่าขายดี. ะ. ช่วงหวยออก. มาม่าขายดี. อ่า คนถูกหวยกินไง. ก็เลยต้องมากินมาม่าไง. อ่ะ เป็นความภูมิใจมั้ย. จริงๆเราต้องบอกว่าเรายังรู้สึกดีที่มัน. เรายังทำผลิตภัณฑ์ให้เป็นทางเลือก. หรือแม้แต่ทางออก. ทางเลือกแรก. หรือทางเลือกสุดท้าย. หรือทางเลือกของผู้บริโภคในจังหวะที่เขาต้องการแล้วไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงที่เขาจะซื้อ. อร่อยก็ดี. เป็นหลังพิงก็ได้. ใช่ครับใช่ครับ. เวลาหมดแล้วให้หวยออกปุ๊บมาม่า. ใช่. แต่ผมต้องแก้ข่าวอย่างนึงนะ. ผมอ่ะชอบไปอ่านคอมเมนต์. บอกมาม่าบางคนบอกเฮ้ยมาม่าขึ้นราคาอีกแล้วอีกแล้วอีกแล้ว. จริงๆผมอยู่มา 26 ปีเนี่ย. ขึ้นไปกี่ครั้ง. 2 ครั้ง. ปี 51 กับปี 65. ก่อนปี 51 คือปี 40. อ่า ซึ่งเป็นผลพวงมา. ปี 40 เนี่ยมันขึ้นจาก 4.50 เป็น 5 บาท. อื. คือตอนขึ้นมาเป็น 4.50 ตอนปี 38 เนี่ย. มันเป็นการขึ้นที่มันไม่มีประโยชน์. เพราะว่า 4.50 อ่ะถ้าทันนะ. อือ. เราไปซื้อมาม่าที่ร้านโชว์ซองนึง 4.50. 50 เนี่ยไม่ได้ 50 ตังค์ทอนนะ. ได้ท็อฟฟี่เม็ดนึง. อ่า ใช่. ช่วยให้ลูกออมเม็ดนึง. ใช่. ดังนั้น 10 50 ไม่มีประโยชน์. ก็เลยปรับเป็น 5 บาท. อ่า เป็น 5 บาท. ปอน 40. มาม่าต้มยำกุ้งขาย 4 บาทตอนปี 26. ก่อนแรกๆ 3.50 แล้วก็เป็น 4 บาทเนี่ย. อือ. 10 กว่าปีขึ้นมาเป็น 5.
บาท >> อือฮึ >> ตอนปี 40 ขึ้นมาขึ้นเป็น 6 บาทตอนปี 51 ปี >> อื >> ตอนปี 51 มาขึ้นเป็น 7 บาทอีก 14 ปี >> ถึงตอนนี้ >> แค่นั้น >> เอ่อตอนนี้ที่เป็น 7 บาทนี่ขึ้นปี 51 >> 7 บาทขึ้นปี 65 >> เอ่อปี 65 >> ครับ >> ออขึ้นมาปี 7 บาทคือราคาล่าสุดก่อน 7 บาท คือเท่าไหร่นะ >> คือ 6 บาทปี 51 >> 6.51 51 ปี 51 มาขึ้น 65 14 ปี >> 14 ปีครับ >> เป็น 7 บาท >> ใช่ครับ >> แล้ว 7 บาทตอนนี้มา 69 >> ก็ยังเท่าเดิม >> ไม่มียกเว้นมันจะลบกันยืดเยื้อ >> แล้วเราก็ไม่เคยปรับขนาดลดลดลงนะผมชอบไป อ่านคอมเมนต์ก็ไม่ขึ้นราคาไปหูซองเล็กลง ทุกวันทุกวันทุกวันผมว่า >> ไม่เค้ามีผลิตภัณฑ์อื่นพวกแชมพูสบู่ทำ ก้อนเล็กลงแชมพูน้อยลงไง >> ไอ้ขวดเท่าเดิมแชมพูน้อย >> เออนั่นแหละเวลามองนะส่องไฟนะอุ๊ยทำไมมัน เห็นจากส่องไฟเลยเฮ้ยเมื่อก่อนมันซื้อ ขนาดนี้น้อยลงนี่หว่า >> แต่บะหมี่เนี่ยไม่มันโดนคุมราคาพอเป็น สินค้าควบคุมราคาเนี่ยเควบคุมปริมาณด้วย ห้ามลดลง >> อ๋อเป็นสินค้าควบคุม >> ใช่ดังนั้นควบคุมไม่ใช่แค่ควบคุมราคาห้าม ขึ้นปริมาณก็ต้องแจ้งถ้าขายลดไป 2 กรัม เนี่ยโดนจับละ >> อ่าอาจจะระแวงไงพอเวลาจนขึ้นมาก้อนมัน เล็กลงหรือเปล่า >> ใช่ >> ไม่เคยเล็กลงเพราะเป็นสินค้าควบคุม >> ตะแกงทอดเท่าเดิมเลยที่โรงงานอันเดิมเท่า เดิมเลย >> เอ่อการเปลี่ยนตะแกงเนี่ยเรื่องใหญ่นะ >> ของเครื่องจักรเนี่ยไม่ใช่อยู่ดีๆจะทำ ซ้ายทำขวา >> ใช่ครับ >> ถูกมั้ย >> ใช่ >> เอ่อเพราะฉะนั้นขอใช้โอกาสนี้ยืนยัน ประวัติศาสตร์มาม่าจนถึงวันนี้เนี่ยครั้ง หลังสุดคือเมื่อปี 65 ขึ้นเป็น 7 บาท >> ครับ >> ก่อนหน้านี้ย้อนไปเมื่อปี 51 นู่นน่ะ >> ครับขึ้นเป็น 6 บาท >> 6 บาท >> ใช่ >> ทันไซองเท่าไหร่ >> 5 บาท >> 5 บาทตั้งแต่ 5 บาทค่ะ >> ผมน่ะจะทันช่วง 3.50 ะ >> ครับ >> เออเอ่อเพราะฉะนั้นถึงวันนี้อ่าให้โอกาส ที่จะประกาศว่ามาม่าอร่อย >> อร่อยครับอร่อย >> เออแล้วก็รวมถึงไม่ได้ขึ้นรังคารมานาน แล้วก็ยังรอบนี้ยังไม่เคยบอกว่าจะขึ้นเลย >> ไม่เคยมีความคิดอยู่ในหัวเลยเหมือนที่ ท่านวันนั้นมีคุยกับท่านสว.ผมคุยกับท่าน แล้วด้วยนะ >> เออ >> เออท่าน >> ท่านไหน >> ท่านสว.อ่ะ >> ปฏิอ๋อที่ท่านบอกว่ามีคนบอกว่าสว.ไง >> อ่า >> อ่ามีคนบอกว่าโทรกับผู้บริหารของมาม่าเ้า บอกเจะขึ้นราคา >> อ่า >> อ่าแล้วคุณบอกว่ายังไง >> ไม่มีผมไม่ได้ขึ้นผมไม่รู้เรื่องผมก็โทร ถามท่านก็บอกว่าเออๆช่างมันเถอะ >> ไม่โทรไปถามสว.ปฏิมาหรือยัง >> ทำแล้ว >> ท่านว่าไงคุณพันถามท่านว่ายังไง >> ก็ท่านก็บอกเหมือนที่พูดกับพี่ยุทธแหละ ว่าอาจจะเป็นข่าวจากแหล่งข่าวระดับสูง อะไรอย่างเงี้ยอะไรอย่างงั้นน่ะ >> พันพะเนียงเวทหันไปถามคบริษัทมั้ยเฮ้ยใคร ไปพูดวะ >> ถามไม่มี >> ไม่มีใครไปพูด >> ก็ไม่รู้เอาจะคุยบททนทนาเนี่ยมันบทสนทนา มันมันได้หลากหลายไงอาจจะบอกว่าเฮ้ย เตรียมการไอ้คำว่าเตรียมเนี่ยต้องบอกว่า เราเตรียมไว้ทุกซีนาริโอเตรียมไว้หมดว่า ถ้าสถานการณ์เป็นแบบไหนเราต้องทำอะไร >> เอ่อบริษัทขนาดนี้มันต้องเตรียม >> ใช่ดังนั้นการเตรียมการทุกเรื่องแม้แต่ เรื่องคำว่าขึ้นราคาเนี่ยมันอยู่ในมัน อยู่ในคัมภีร์เราอยู่แล้วถ้าแป้งสาลีกับ น้ำมันปาล์มดีดขึ้นเท่านี้ เล่ห์ไปหากระทรวงพาณิชย์ได้เลยแต่ตอน เนี้ยมันไม่มีสถานการณ์แบบนั้น >> อื >> ตอนปี 51 ก็ดีดพร้อมกันปี 51 เนี่ยถ้าวัน นั้นผมไม่ได้ขึ้นราคาตอนปี 51 นะปีนั้น มาม่าจะขาดทุนประมาณ 300 ล้าน 51 >> 51 ตอนปี 65 ถ้าถ้าขึ้นราคาช้ากว่านั้น อีกสัก 4 เดือนปีนั้นน่ะเอาราคาน้ำมันตาม แล้วก็เอมาดูปี 65 ก็ >> ไม่รวมเอาเฉพาะในประเทศเนี่ยขาดทุนแน่นอน แต่ถ้าอาจจะมีต่างประเทศกับหนุนอุดหนุน แต่ว่าเราก็ต้องแยกพอร์ตนะ >> เออเพราะว่าในประเทศมันขายเยอะวันละ >> 1000 เดือนเอ้ยปีละ 1,000 1,600 1,700 ล้านเนี่ยขาดทุนซองละสตางค์ก็ก็ 100 ล้าน บาทนึงก็ล้านบาทอย่างเงี้ย >> เอ่อเพราะฉะนั้นอันนี้เป็นเจ้าเดียวเนี่ย ที่พยายามจะพูดว่าไม่ได้ขึ้น >> ครับ >> อ่อถึงแม้ภาระที่เกิดขึ้นตอนนี้คือไอ้ พลาสติกที่เกี่ยวกับฟิล์ม >> ครับ >> ซึ่งเป็น 22% >> ครับ >> ของอ่าต้นทุนการผลิตอ่าก็ยังยันอยู่รอดู น้ำมันปาล์มกับแป้งสาลี >> น้ำมันปาล์มเนี่ยผมต้องบอกเรามันมีวิธี คำนวณอยู่แหละว่าถ้าปาล์มดิบที่เอ่อสวน ปาล์มปาล >> ปกติถ้าเราใช้สูตรคำนวณนะถ้าปาล์มดิบมัน จะประมาณ 6 เท่าถ้า 6 เท่านี่คือน้ำมัน ปาล์มที่ผมซื้อนะยังไม่รวมเป็นปาล์มขวด ที่เขาจะต้องไปทำให้รีฟายเป็นขวด >> ถ้าสเอ่อชาวสวดได้ 6 บาทน้ำมันปาล์มควรจะ อยู่ที่ประมาณสัก 36-37 บาทราคาน้ำมันดิบ ที่ผมซื้อน้ำมันปาล์ม >> อันนี้หมายถึงซื้อเข้าโรงงานนะไม่ได้เป็น ขวด >> อ่ากลัดแล้วกลัดแล้วซื้อมาใช้ที่โรงงาน >> ขวดมันจะแพงกว่านี้ >> ใช่ >> 36 >> ตอนเนี้ยชาวส่วนน่าจะได้ประมาณ 8 บาท >> อื >> 86 >> 48 >> ก็ ไม่ควรจะเกินนั้น 40 กว่าบาท >> อื อ้า >> ไงหลุด >> เอ่อเพราะฉะนั้นก็ขอยืนยันว่ามาม่ายังไม่ มีอยู่ในความคิดเลยถึง >> แต่เรามีตำราอยู่แล้ว >> ใช่ครับ >> ว่าถ้าตัวไหนไปถึงไหน >> ครับ >> อ่ามันต้องขึ้นก็จะไปหากระชาดิชแล้วก็ไม่ ง่ายหรอกเพราะต้องเอาต้นทุนไปแจกแจงหมด เลย >> ใช่ >> ถูกมั้ย >> คือไอ้ไออย่างที่บอกอ่ะเดี๋พูดไปก็หาไว ว่าคนอื่นก็คือไอ้ต้นทุนเก่าราคาใหม่ เนี่ยไม่มีทางทำได้อยู่แล้ว >> อือ >> ไม่เอาไม่เอาไม่ทำด้วย >> อื ว่าแต่แป้งสาลีตุนไว้พอมั้ยแป้งสาลีตอน นี้มีอยู่ถึงเดือน 8 แต่ว่าอย่างที่บอก ว่า เอ่อผลผลิตแป้งสาลีผมยังไม่เห็นช่วงปี ครึ่งปีหลังว่ามันจะมีเอลินญ่า เรเอลิโญอะไรพวกเนี้ยจะทำให้แบบแห้งแล้ง หรือเปล่า >> ปุ๋ยโลกอีกเหรอไม่รู้ราคาปุ๋ยโลก >> ใช่ใช่ก็คือ >> มันจะเป็นปัจจัยของแปงสาลีนะ >> ใช่ส่วนหนึ่งส่วนหนึ >> อื >> อื >> อ้าเพราะฉะนั้นนับจนดึงขนาดนี้ดูแล้วยัง >> ยังขอยืนยันตรงนี้ไม่ลดปริมาณ >> ไม่ลดอยู่แล้วลดไม่ได้ลดยากลดปริมาณทำยาก มาก >> ออาจจะมีวิธีลดต้นทุนแพคเagingมั้ย >> แพเกจิเนี่ย >> อันนี้เราเป็นธุรกิจเราต้องคิด >> ผมต้องเผื่อไว้นะว่าถ้า พลาสติก >> อื >> ขาด >> อื >> ตอนเนี้ยเดือนที่แล้วมันมีข่าวเรื่องของ พี่อาจจะเคยได้ยินเรื่องของเรื่องของสาร ทำละลายตัวทำละลายทินเนอร์ต่างๆที่เอาไว้ ใช้พิมพ์อ่ะ >> เออ >> เราคิดเผื่อถึงขั้นว่ามาม่าออกซองที่ พิมพ์น้อยได้มยหรือถ้ามันเข้าสู่ภาวะ สงครามจริงๆอาจจะต้องเปลี่ยนแพ็คเกจการ ขายให้เป็นแบบก้อนเปลือย 12 ก้อนอยู่ใน ถุงเดียวเพราะพลาสติกขาดเพราะว่าแป้งสาลี กับน้ำมันปลามันได้ขาด >> มันขาดส่วนไหนก็ลดการใช้ส่วนนั้นอันเนี้ย มีอยู่ใน >> มีแผนหมด >> มีแผนแต่ยังไม่ถึงเวลาจำเป็นต้องใช้เมื่อ คืนก็เพิ่งคุยกับกระทรวงพาณิชย์เบอกเฮ้ย จำเป็นแล้วทำมาม่าเปลือยขายได้มั้ยแต่ว่า มาม่าเปลือยปกติไอ้ซองเครื่องปรุงมันจะ ไม่ใช่เครื่องปรุงรสออริจินอ >> อือ >> ถ้าเอาเครื่องปรุงออริจินอใส่ลงไปในมาม เปลือแต่เชลไลทมันจะเก็บได้ประมาณสักแบบ ไม่ถึงเดือนมันจะนิ่ม >> เพราะถ้าซองซองเดี่ยวๆมันจะแพ็คอากาศเข้า ไม่ได้ 3-45 เดือนอย่างเงี้ยแต่ถ้าเป็น ซอง 12 ก้อนอยู่ในซองเดียวพอเปิดถุงแล้ว มันก็มันก็จะยวบเร็วมันก็จะนิ่มเร็วอย่าง เงี้ย >> อ๋ออันนี้หมายถึงผู้บริโภคเอง >> แต่ว่าอันเนี้ยมันคือถ้าภาวะสงครามเราก็ คงจะต้องกินอะไรกันแบบเนี้ยมันมีฉุกเฉิน ในฉุกเฉินในฉุกเฉินอยู่ในในกระบวนการ >> อทำความเสี่ยงอยู่แล้ว >> เอออันนี้ไงเป็นวิธีคิดนะ >> ใช่ครับ >> อ่ะถ้าเกิดวันไหนฉุกเฉินขึ้นมาอ่ะขั้นที่ 1 คือบรรจุพันธุ์ที่มันสวยงามตอนนี้ เนี่ยลดลงมานิดหน่อย >> ให้มันดื้อๆสักหน่อยนึง่ >> ไม่ต้องสวยมากอ่ะ >> พอให้รู้ถูกมั้ >> อ่าถ้าเกิดถึงเวลาปรับอีกขั้นนึงมาเป็น แพ็ค 10 ก้อน 12 ก้อน 6 ก้อน >> ใช่ >> เปื่อยๆเลยเพื่อลดไอ้บรรจุพันธุ์ >> ครับ >> ก็อยู่ในอยู่ในอยู่ในกระบวนการคิดทั้งหมด >> อื >> แต่ยังไม่ถึงเวลาที่ต้องทำตอนนี้มันอย่าง ที่บอกแหละถ้าสงครามจบพรุ่งนี้ >> อื >> ปรับตัวปรับตัวเข้ามาสู่ภาวะสภาปกติใช้ เวลาอีกเท่าไหร่ก็ปรับตัวกัน >> แต่ถ้ามันเลวร้ายไปกว่านี้กว่านี้กว่านี้ กว่านี้ซึ่งเราคาดการณ์ไม่ได้ไงมันเป็น ปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ >> อ่อถามต่อมามันมักจะคู่กันของไม่มีขาดใช่ มั้ย >> ไม่ขาด >> ไม่ต้องห่วงนะไม่ต้องไปกังวลเลย >> ไม่ขาดไม่ขาด >> กินใหม่ๆสดๆได้เลยนะไม่ต้องห่วงเลย >> ไม่ต้องตุน >> ไม่ต้องตุน >> ไม่ต้องตุน >> เอ่อซื้อปกติ >> ใช่ซื้อไปเยอะก็กินเท่าเดิมจะซื้อไปทำไม เยอะๆ >> เอ้าเ้าอาจจะลดกินอาหารนอกบ้านไง >> ก็ถ้ากินเยอะขึ้นก็ซื้อเยอะขึ้นแต่ซื้อ >> เปลูกผักเลี้ยงไก่ในบ้านอย่างเงี้ยเก็บ ไข่มาใส่มาม่าเอาผักมาเติมเข้า >> ก็ >> อ่าถ้ามื้อนอกบ้านตอนนี้ 6-70 นะ >> ก็ >> มาม่าเนี่ยคือ 7 บาท >> ก็ถ้ากินเยอะขึ้นก็ซื้อเยอะขึ้นไม่เป็นไร แต่อย่าซื้อไปตุน >> อื้อหืออ้าผมไม่ได้ยุให้ตุนนะผมถามดูว่า ของคุณไม่ขาดแน่ >> ไม่ขาด >> แต่ถ้าเกิดแห่เนี่ยมันก็ขาดแล้วไม่เกิด ประโยชน์เลย >> คือเวลามันขาดมันไม่ได้ขาดจากซัพพlyรถมัน ขาดขาดเพราะทุกคนแห่กันตุน >> ผมผมเคยเจอนักข่าวที่ >> ที่หน้าทำเนียบตอนปี 54 >> อือ >> เอ่อเ้าถามว่าน้ำท่วมมาม่าทำไมขาดทำไมขาด ทำไมขาด >> อ >> ผมก็วันนั้นยังเป็นเด็กๆนะทำงานมา 10 กว่าปีพ่อก็บอกพ่อเดี๋ยวไปเจอทัก ข่าวทำไง >> พ่อบอกว่าอ >> เอ่อตอบยังไงก็ได้ให้เค้าไม่ต้องไปเขียน ข่าวอ่ะ >> อ้านี่คำแนะนำของคุณพ่อ >> เออบอกเออมึงตอบยังไงก็ได้ให้เค้าไม่ต้อง ไปเขียน >> คือสิ่งที่ดีที่สุดของธุรกิจคือไม่ต้อง เป็นข่าว >> อ่าผมก็เลยถามนักข่าวว่าปกติซื้อมาม่าที ละกี่ห่อ >> เบอกก็ 3-4 ห่อ >> เออ >> แล้วตอนน้ำท่วมซื้อทีกี่ห่ออ >> ผมบอกเค้าก็บอกว่าซื้อเป็นกล่อง >> อือ >> บอกเออก็ในเมื่อคุณซื้อเพิ่มขึ้น 4-5 เท่า 5-6 เท่าไม่ขาดยังไงอ่ะแล้วซื้อไป กินหมดยัง >> ไอ้กล่องคือ 30 ซองเลย >> เออบางคนซื้อตั้งแต่ปี 54 น้ำแห้งยังกิน ไม่หมดเลย >> ตอนสึนามิที่ภูเก็ตอ่ะส่งลงไปช่วยส่งลงไป ช่วยไม่ต้องขายเป็นเดือนเลยอ่ะ >> อ >> มาม่าเต็มภูเก็ตไปหมดเลยอ่ะ >> อืออืออซึ่งมันไม่ไม่ง่าไปกักตุนกันเลย >> ของไม่ขาด >> ตังค์ก็ไม่มีอยู่แล้ว >> อื >> เอาตังค์ไหนไปตุนน่ะ >> ไม่เกิดคนไปคิดไงเมื่อจะเลี้ยงไก่กับปลูก ผักใช่มั้ยมันช่วยได้นะอ่าคุณพันไปกิน อาหารข้างนอกเคยออกไปกินข้าวแกงหน้า บริษัทบ้างมั้ย >> เคยๆ >> เท่าไหร่ >> 40 30 >> เอ้ยยังถูกนะทำไมเค้าขายถูกแถวนี้ 5-60 แล้ว >> แถวนี้มันมันพระราม 4 >> อ๋อเหรอศรีจัครินทร์มันชัน >> เอออ้าเห็นยังไงกับการเลี้ยงไก่ปลูกผัก >> ผมบ้านบ้านผมปลูกผมผมปลูกเห็ดนะที่บ้าน เพราะเห็ดกินเอง >> อือๆ >> เออ >> อือๆ >> ก็มันก็ดีมันก็ดีแต่ >> มันใช่มันไม่ใช่ทาง >> ใครอยากทำก็ทำ >> แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีเวลาไปปลูกผักอ่ะ >> เลี้ยงไก่ >> พี่ไปเลี้ยงตอนไหนพี่อ่ะพี่ยุทธตื่นกี่ โมง >> 3:00 น.พี่จะเลี้ยงไก่ตอนไหน >> ก็นั่นน่ะสิ >> เออมันไม่ใช่ทุกคนจะเลี้ยงไก่ได้วันนั้น แซวกันยับเลยว่า >> ไปถามแล้วนิติเค้าไม่ให้เลี้ยง >> เอาไปถามแล้วใช่มั้ >> นิติคอนโดเไม่ให้เลี้ยง >> อือ >> เค้าไม่ให้เลี้ยงไก่ >> อืเพราะฉะนั้น >> แต่คือผมว่าผมว่าดีนะแต่ว่าแต่ว่ามันควร จะทำเมื่อพร้อมแล้วทำเพื่ออะไรสักอย่าง อ่ะแต่ไม่ใช่บอกว่าอ๋อผมว่าการสื่อสารวัน นั้นที่จริงๆท่านสวก็ออกมามาผมแก้ข่าวให้ ท่านนะผมคุยกับท่านแล้วอว่าเพยายามจะสื่อ สารได้มุมนึงแต่มันถูกเอาไปตีความในอีก มุมนึงก็ให้ความเป็นธรรมซะหน่อย >> เอาเถอะ >> อื >> เอ่อทีนี้ผมจะถามเรื่องไทยช่วยไทย >> ครับ >> เอามาม่าร่วมด้วยแน่มั้ย >> มันต้องร่วมอยู่แล้ว >> คือสหพัน่ะร่วมแน่ๆ >> ร่วมอยู่แล้วร่วมอยู่แล้ว >> เพราะว่ามันจะมีพวกสบู่ผมสักพันี่คือมี ทุกอย่างที่เป็นอุปโภคบริโภคอ่ะ >> ถูกมั้ย >> เออไทยช่วยไทย >> ก็มันก็ ต้องมันบอกยังไงอ่ะคือไทยช่วยไทยก็ผมก็ คุยกับตัวพาณิชย์ว่าถ้ามันเป็นการตัดตอน ตัวกลางบางตัวออกไป เช่นบอกว่าอ้ามาม่าส่งตรงให้กระทรวงพาณิ ไปขายที่ปลายทางได้เลยมั้ย >> อื >> อ้าวแล้วตรงกลางเทำงานอะไรเค้าเจะประกอบ กิจการอะไรล่ะ >> อืออือ >> ถูกมั้ย >> อือ >> กลายเป็นว่าไปตัดการทำมาหากินของคนกลาง ออกทั้งหมดพวกนี้เค้าก็โวยดิว่าอ้าวฉันไป ส่งตรงให้คุณแล้วคุณก็ขายได้ถูกเพราะว่า ผลิตปุ๊บกระทงขายให้แล้วคนที่ซื้อไปแล้ว มีกำไรในแต่ละท่อนเนี่ยเขาอยู่ยังไงอ่ะ >> คือมันไม่ใช่เรื่องการตลาดอย่างเดียวถูก มั้ย >> ใช่ทุกคนต้องทำ >> เพราะเราถูกบอกว่าพอมันถูกได้เพราะว่ามัน ไม่มีค่าการตลาดไม่ต้องโฆษณาเป็น House bบรนด์ >> ค่าโฆษณาเนี่ยมันต้องลดอยู่แล้วไม่ต้อง Houseแบรนด์เลยHouseแบรนด์เนี่ยปัญหาคือ หมึกพิมพ์มันขาดไปออกHouseแบรนด์ต้องออก แคจingใหม่มั้ย >> ออก >> อ้าว >> พิมพ์ใหม่ >> แล้วจะพิมพ์ใหม่ทำไมอ่ะ >> เออ >> มันไม่ได้ช่วยหรอก >> อ้าเพราะฉะนั้นไอ้เรื่องค่าการตลาดหรือ ออกhouseแบนดไม่ช่วยหรอก >> ทุกวันเนี้ยทุกผู้ผลิตทุกเจ้าของสินค้า เนี่ยจะต้องผันเงินเนี่ยทีวีกระเทือนแน่ >> อ้ากระเทือนแน่นี่เตรียมมาแล้ว >> เพราะว่างบค่าโฆษณา >> งบการตลาดค่าโฆษดาลดหมด >> จะเอาไปลดราคาสินค้า >> อื >> จะเอาไปอยู่ในงบสินค้าค่าลดราคาสินค้า >> เอ่อนี่เอาพวกเรามีส่วนช่วยในการลดค่า ครองชีพนะ >> ใช่ๆบางส่วนบางส่วนแต่ว่าจริงๆมัน เปอร์เซ็นต์มันไม่ได้เยอะอยู่แล้วปกติอ >> เอ่อค่าการตลาดซัก 8-90% น่ะมันจะเป็นส่วน ลดร้านค้าทำ โปรโมชั่นเ้าเรียกอ >> below the line >> อื >> ส่วนไอ้ above the line ไอ้ค่าที่โฆษณา >> อยู่ข้างบนแค่ 10% แค่นั้นอยู่แล้ว >> อ๋อจริงๆค่าการตลาด 10 กว่าเปอ์มันจะอยู่ ไอ้พวกทีวีวิทยุหรือว่าจะเป็นออนไลน์ถูก มั้ย >> ใช่ >> ไอ้ค่ากันตัดจริงๆจะไปเป็นร้านค้าเทำ โปรโมชั่น >> ใช่เราต้องดึงดูดให้ร้านค้าซื้อร้านค้า ต้องมีกำไรถ้าเได้กำไรตัวไหนเยอะเค้าก็ ขายตัวนั้น >> อ้าจริงๆอันนี้แตะไปกระทบร้านค้านะเนี่ย >> ใช่ >> ถูกมั้ย >> ใช่ >> อ้าผมยังไปเข้าใจว่ามีเฉพาะค่าโฆษณาการ ตลาดไม่ใช่ >> ไม่ใช่ >> มันกระทบร้านค้านั่นแหละ >> ใช่ >> ร้านค้าจริงๆเนี่ยมาจิเค้าบางตัวเค้าไม่ ได้เยอะ >> มาม่านี่แทบไม่มีเลยครับ >> เพราะเราไม่นับรายใหญ่นะบอกพวกสะดวกซื้อ นะไม่นับนะ >> ไม่พูด >> อันนั้นน่ะเค้าเยอะ มาจิเเยอะอร้านค้าทั่วไปเนี่ยถูกมั้ย >> มาม่านี่เป็นยังไง >> ไม่เยอะครับมาม่าเน้นขายเร็ว ของเข้ามาไปเร็ว >> เค้าซื้อเราเครดิต >> อื >> เขาขายเงินสด >> อื >> เได้เงินหมุน >> อือ >> นั่นน่ะคือจุดเด่นของมาม่าเลย >> เพราะฉะนั้นการช่วยก้าการตลาดนี่หมายถึง ช่วยร้านค้า >> ครับ >> ให้เค้าสามารถที่จะมีลูกเล่นน่ะ >> ใช่ >> ที่จะพอมีกำไรถูกมั้ยเพราะมาจิ้งจริงๆมัน ไม่เยอะ >> ใช่ใช่ >> เอออ่ะกลับมาที่ไทยช่วยไทยมองอีกมุมนึงก็ คือเอ่อพอข้ามมาจากผู้ผลิตตรงมาขายเลยมัน ไปข้ามห่วงโซ่ของผู้ประกอบการ >> ใช่ครับ >> ซึ่งมันกระทบเค้าเหมือนกัน >> ใช่แล้วเค้าก็มีลูกจ้างนะ >> เออใช่ >> เออ >> คือมันมีผู้ผลิตออกมาที่อ่ะผู้ค้าส่งราย ใหญ่ >> ผู้จัดจำหน่ายอ่ะ >> ใช่ >> ผู้จัดจำหน่ายมาที่ยี่ปั๊ะ >> ใช่ >> อ่ายี่ปั๊อ่ะสัก 2 ที >> เอาไปถึงโชว์ห่วย >> ใช่ >> อ่าถ้าข้ามไทยช่วยไทยแบบนี้ไอ้ตรงกลางนี่ เสียหายเลย >> ใช่ >> แล้วได้บอกกระทรวงมั้ย >> เรู้ เค้ารู้ทำไมเค้าจะไม่รู้ทวงรู้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าสุดท้ายมันต้องมาคุยกันว่าทำ ยังไงให้ทุกคนอยู่ได้แล้วที่ผมบอกไปตอน แรกพี่ยุทธ >> อ >> ทุกคนช่วยกันช่วยกันช่วยกันแล้วปลายทาง 1 ไอ้ถูกลงอ่ะมันก็เป็นทางเลือกที่ดี >> แต่อย่าเพิ่งแพงขึ้นเนี่ยมันเป็นทางที่ ต้องทำก่อน >> ถ้าช่วยกันแอsสอบก่อนเนี่ยนี่แหละไทยช่วย ไทยทุกคนช่วยกัน >> เอ่อถ้าเกิดไอ้ข้ามไอ้ห่วงซ่อเข้าตรงกลาง ไปก็ไปทิ้งเค้านั่นน่ะกี่คนน่ะตรงนั้นน่ะ เยอะ >> อันนี้ในความเห็นถูกมั้ย >> ใช่โชว์ห่วยร้องตายเลยคุณมาขายอยู่ข้างๆ ร้านโชว์ห่วยขายอยู่ 7 บาทบอกเฮ้ยรับจาก โรงงานไปขาย 6 บาทไอ้ล้าน 7 บาทอยู่ไงอ่ะ >> เออว่ะ >> คือมองอีกมุมนึงนะ >> ใช่ๆคือรอบด้าน >> คือมันมีผู้ประกอบการด้วยไง >> อื >> มันไม่ได้มีแค่ผู้บริโภค >> คือมันก็ไปแทรกแซงกลไกตลาดน่ะแหละ >> ใช่ทำได้บางส่วนบางอย่างบางสินค้ามันก็ ควรจะต้องเอาสินค้าใหม่มั้ยหรือสินค้าตัว ที่ไม่ใช่ยอดนิยมไปทำ >> อื >> ซึ่งประชาชนจะได้มีทางเลือกว่าสมมุติผม บอกว่า >> เอ่อไม่ใช่ยังไง >> อ่าสมมสมมุติว่าไอ้มาม่า 7 บาท >> เออ >> ก็ปล่อยให้มันไปตามคนไกลตลาด >> เออ >> แต่ถ้าบิ๊กแพค >> เออ >> ซึ่งมันสัดส่วนขายน้อยกว่า >> อือ >> บิ๊กแพค 10 บาทเนี่ยมาทำไทยช่วยไทยหรือ อะไรก็แล้วแต่เนี่ยไปขายสักไอ้ร้านค้าบอก ไม่เป็นไร 7 บาทฉันขอทำทำหากินไป >> อือๆ >> แต่ไอ้บิ๊กแพคเนี่ย 10 บาทเนี่ยขาย 8 บาท ถ้าธงๆว่าจะขาย 8 บาทช่วยกันได้มั้ย >> ไอ้ตรงนี้ถูกข้ามไปได้บางส่วนใหญ่เยัง เก็บยังทำมาหากินกันได้อยู่ >> คือสินค้ายอดนิยมเนี่ยมันต้องให้กลไกของ ผู้ประกอบการเค้าได้ไปไอเดียนะ >> ทุกรายซึ่งมันเยอะ >> ถูกมั้ยซึ่งมันมีห่วงโซ่ของมัน >> ใช่ครับแต่ไม่ใช่ทุกคนเอาเปรียบประชาชน แล้วก็เอากำไรเท่าเดิมนะ >> ทุกคนก็ต้องบีบบีบตัวเองหน่อยใ >> อ่าก็คือลดกำไรของตัวเองลง >> ยอมใช่ >> ยอมเจ็บทุกห่วงโซ่ >> ใช่ >> ทุกข้อโซ่ >> ใช่ครับ >> แล้วไอ้ไทยช่วยไทยเข้าไปเสริมในตัวที่มัน อาจจะมันไม่ใช่แบบเดียวกัน >> ตัวแมสจะเป็นทางเลือก >> ไม่ใช่เอ่อเป็นไม่ใช่ตัวแมสเป็นทางเลือก ซะ >> ใช่ครับ >> แต่เขาทำแบบตัวแมสเลยนะ >> ได้ไปแป๊บเดียว >> ทำไม >> ก็ตรงกลางมันตายจะอยู่ยังไงอ่ะ >> เอาวิธีนี้มันกลายเป็นค่าผู้ประกอบการอีก ส่วนนึงเหมือนกัน >> ผมเห็นว่าอย่างงั้น โอ้โห >> ผมเห็นว่าอย่างงั้นมันมีคนได้รับผลกระทบ >> อื >> มีคนได้รับผลกระทบ >> อื >> ใช่มั้ยอย่างถ้าบอกว่า >> พาณิชบอกฉันจะทำขนส่งเองแล้วไอ้คนที่ทำ ขนส่งอยู่เค้าอยู่ไงอ่ะทำขนส่งเองสมมุตินะ เค้าไม่ได้ทำนะแต่ทำบอกทำขนส่งเองสมมติ >> สมมุติเออ >> จะได้ลดค่าขนส่ง >> อื >> รถเนี่ยเอาเงินที่ไหนไปจ่ายภาษี >> อื >> เอาภาษีไปจ่ายแล้วไอ้ผู้ประกอบการขนส่ง ตายหมด >> อื >> อยู่ยังไงอ่ะไเดอร์เป็นล้านเลยอ่ะ เออมันการแก้มันก็ไม่ง่ายนะ >> ไม่ง่ายไม่ง่ายไม่ง่ายผมว่าผมว่าช่วง เดือนที่ผ่านมาเนี่ย รัฐบาลอาจจะตั้งตัวช้าไปนิดนึง >> อื >> อาจจะ >> ผมว่าทุกวิกฤตเลยแหละตั้งแต่โควิดละที่ น่าจะชินกับการที่ 2 อาทิตย์แรก 3 อาทิตย์แรกเนี่ยประเมินสถานการณ์ไว้เท่า เนี้ย >> ประเมินต่ำไปอ่ะ >> ใช่ไม่รู้จะใช้คำอื่นแต่ประเมินต่ำไป หน่อยประเมินต่ำไปหน่อยแล้วมันก็ >> รุนแรงขึ้นอย่างน่าตกใจ >> อือ >> พอมันรุนแรงขึ้นตกใจก็มีเวลาตั้งกระบวน ท่าไปอีกสักแป๊บนึงอ >> แป๊บนึงแล้วก็ก็หวังว่าจะไม่เป็นอย่าง โควิดปี 21 อ >> ซึ่งโควิดปี 20 แรกๆประเมินต่ำแต่ สถานการณ์ไม่ได้แย่รับมือได้ดี >> อใช้มาตรการแรงไป >> ปี 20 ประเทศไทยใช้มาตรการแรง >> แรงเกิน >> แรงเกินเกิน >> แล้วก็เหมือนจะดีพอปี 21 คิดว่ามันจะดีพอ เจอเอ่อ >> เดต้า >> เจออ่าเจอเดต้าเจออะไรนะไอ้ คอกเทนเล้าพอมาถึงสงกรานต์บึ้มปี 21 นี่ ถึงขั้นฉิบหายเลยตอนนั้นน่ะ >> ซึ่งตอนนั้นเนี่ยคือมาตรการไม่ทันกับความ เสียหาย >> ซึ่งยังโชคดีที่พอปี 21 แล้วหลังจากนั้น วัคซีนมันมา >> อื >> มันก็เลยได้พอได้อยู่แต่รอบเนี้ยอ >> ผมว่าผ่านมาเดือนนึงแล้วรัฐบาลเดี๋ยวเอ่อ ถวายสัตว์ไปแล้วใช่มั้ย >> อื >> เดี๋ยวแถลงผลงาน >> แถลงนโยบายก่อน >> อ่าแถลงนโยบายแล้วก็แล้วก็แล้วก็ >> เอ่อเท่าที่ฟังรัฐมนตรีหลายๆท่านก็ดูขึง ขังแล้วก็น่าจะจริงจังกับเรื่องเแบบเห็น ว่ามันเป็นปัญหาจริงๆ >> อือ >> อ่า >> เออก็คงไม่มีใครอยากเข้ามาโดนด่าแบบผมว่า ผมว่ายังค >> คือสถานการณ์นี้มุมนึงต้องยอมรับว่ามัน ยากนะ >> ยากครับยากครับยาก >> ยากครับยากครับไม่ได้ง่าย >> ยากอื >> เออดังนั้นมันไม่ได้บอกว่ารัฐบาลจะต้อง เก่งแค่ไหนเค้าเมีหน้าที่ผมว่าเค้าโดย เฉพาะข้าราชการประจำเนี่ยเค้ารู้อยู่แล้ว ว่าเค้าต้องทำอะไร >> อื >> เอ่อรัฐบาลเข้ามาใหม่บางคนก็อยู่มานาน แล้วก็ฟังข้าราชการแล้วก็เน้นกันพี่เอกผม ว่าแกรู้เยอะอยู่แล้ว >> เอกนิติ >> ใช่ผมชอบผมชอบท่านมาก >> เก่งอยู่แล้วอ >> อือ >> ซึ่งขอให้เสียงของคนที่รู้จริงอ่ะ >> ได้รับการพิจารณา >> มีบทบาทจริง >> บทบาทจริง >> เอกนิติเนี่ยจริงๆถูกวางเป็นหัวหน้าทีม เศรษฐกิจ >> ดีแล้ว >> ซึ่งจริงๆถ้าพูดกันตรงๆคือเข้ามาเปลี่ยน เกม >> ไอ้เรื่องน้ำมันเนี่ย >> ครับ >> คุณนิติเข้ามาเปลี่ยนเกมตรงที่ตอนแรกตึง มาก >> ครับ >> แล้วปล่อยพรวดนั่นแหละ >> แต่โดนด่านะแต่มันก็ไปทิศทางที่มันต้อง ไปอ่ะ >> ก็ยอมโดนด่าวันนึง >> อื >> ก็มีคนได้ประโยชน์ไปทีเดียวจบไป >> อือะ >> อ่ะเปล่าๆก็คงมีคนได้ประโยชน์ไปบ้าง >> อื >> มีบ้างก็นี่เค้าจะมาไล่ตามจับกันอยู่ไง เค้าก็ยอมรับกันแล้วว่ามีไอ้โม่มีคนได้ ประโยชน์ >> เค้าก็พูดกันอยู่ 2-3 วันเนี้ยยอมรับกัน หมดละ >> เออๆ >> แต่จับได้หรือเปล่าไม่รู้นะ >> เออทำไมถึงไม่รู้ >> ไม่รู้ ทำไมเค้าจะไม่รู้ >> เอ่อเค้ารู้มั้ยว่าเป็นใคร >> รู้มีใครไม่รู้อ่ะ >> อย่าไอ้ฆ่าการกลั่นที่พูดเนี่ยจะต้องกลับ ไปศึกษาค่าการกลั่นมันมีค่าอะไรบ้าง >> ศึกษาอะไรล่ะ >> รู้อยู่แล้วมันมีค่าอะไรบ้างทำไมจะไม่รู้ อยู่กันมาขนาดนี้มันไม่ได้เป็นค่าของใหม่ ที่มันเพิ่งมี >> ใช่ >> มันมีมานานมากแล้วเราก็เห็นว่าไอ้ค่าการ กัดเนี่ยทำให้แต่ละคนมีกำไรอยู่เท่าไหร่ ซึ่งสถานการณ์ปกติทุกคนเป็นบริษัททำกำไรอ >> ก็ทำไปแต่แล้วการวิกฤต >> ช่วยกันได้แค่ไหน >> อ >> ทำไมเขาจะไม่รู้วันนี้ไปคุยอ่ะ >> มีข้อมูลหมดแหละรู้อยู่แล้วข้อมูลมันมี เท่ากันทุกคนน่ะไม่มีใครไม่รู้หรอก >> ศึกษาแล้ว >> จะศึกษาอะไรเรื่องเก่าไม่ใช่เรื่องใหม่ >> อืมอ่ะอ่ะทานี้เดี๋ยวจะไม่ได้คุยถึงมาม่า ท่านผู้ชมหัวเราะอะไรกันอ่ามันใช่มั้ยนี่ แหละเสียงจากผู้ประกอบการตัวจริงเอ่อทาน นี้เอ่อคือบอกว่าเอาจริงๆบริหารธุรกิจ เนี่ยคือข้อได้เปรียบที่ทำให้พยุงตัวได้ แล้วมีแผนรักตะดีคือบริษัทใหญ่แล้วมีการ วางแผน >> มันเคยมีประสบเอ่อมันมีมันมีบทเรียนเก่าๆ อยู่ >> อือื >> ครั้งที่เจ็บหนักที่สุดของมาม่าตอนไหน >> ถ้าตั้งแต่ผมอยู่นะกระเทือนหนักๆจริงๆก็ นี่แหละ 2 ครั้งที่ปรับขึ้นราคานี่แหละ แต่มันมีเจ็บแล้วไม่ร้องก็มีปีที่แล้ว เจ็บไม่ค่อยร้อง >> ปีที่แล้วมันโดนอะไร >> ไม่ร้องไม่บอกกัมพูชา >> ร้องออกมาเถอะอ๋อไม่ได้ส่งของไปขาย กัมพูชาเลย >> ใช่แต่ไม่ง้อนะไม่ง้อนะ >> ไม่ง้อเพราะเราก็เข้าใจความมั่นคง >> ใช่ >> เอายอดหายไปเยอะมั้ย >> เยอะ อ่อที่โนเติดเรางำๆเลยว่างั้นเถอะ >> เยอะ >> ถูกมั้ย >> เยอะๆ >> เอ่อยอดขายหายไปเลยเนี่ยกัมพูชาประเทศ >> 9 เดือนละ >> อ่ะไม่มีปัญหาไม่ง้อ >> ไม่เป็นไรขายคนอื่นไปขายคนอื่นก็ได้ >> ขายคนอื่นก็ได้ >> แต่ปีที่แล้วมันปรับตัวไม่ทัน >> อ๋อมันตั้งรับไม่ทันไง >> โออยู่ๆก็กรกฎาคมยอดหายเลย >> หาย >> หายเลย >> คือเป็นศูนย์เลย >> ใช่ๆๆ >> เออ >> มันศูนย์จาก 3 ทางนะผมมีโรงงานที่นู่น ด้วยแรกๆยังพอขายได้ >> เฮ้ยมีโรงงานที่โน้นจะกระทบมากมั้ย >> ก็ไปเพิ่มแรกๆปิดชายแดนกระทบแค่ส่งออก >> เออใช่ >> แต่หลังๆมันมีมาตรการทะเลาะกันแล้วมัน โกรธกันแล้วมันแบนสินค้า >> สินค้าไทยมันขายไม่ได้ก็กระทบรอบ 2 >> อือๆ >> ไอ้ที่ส่งไปตามร้านค้าแล้วชายแดนเ้าส่ง ข้ามไปนั้นก็กระทบอันที่ 3 อันมันกระทบ หมด >> อือ >> แต่ก็อย่างที่บอกนะผมไม่อยากจะพูดบอกว่า เดี๋ยวเดี๋ยวเจะมาสะใจกันบอกว่านี่ไงฉัน ทำให้มึงเดือดร้อนได้แล้วไม่ไม่เดือดร้อน >> ไม่ร้อง >> อ่าทางโน้นได้ยินมั้ยฝั่งโน้นไม่เดือด ร้อนเว้ย >> เนี่ยเดี๋พอสงครามปบ๊ผมนี่เป็นนี่เป็นไอ้ เออนะคเทนเดี๋ยวเค้าก็เอามาโพสต์ด่าว่า ไอ้นี่มึงบอกว่ามึงไม่เดือดร้อนใช่มั้ เดี๋กูไม่แดกมึงคราวนี้หนักยาวเลยแคร >> แครแครแคคือประชาชนผู้บริโภคทุกรายมันคือ ผู้มันคือมันคือลูกค้าของเราแต่ถ้ามัน เกิดจากเรื่องของนโยบาย >> ก็ต้องยอมรับว่ามันต้องเป็นอย่างงั้น >> อืออื >> แต่เราแคร์ผู้บริโภคทุกราย >> อือ้าเพราะฉะนั้นการปรับตัวของเราวันนี้ เป็นประโยชน์มากที่ได้คุยนี่แจกแจงต้นทุน ให้เห็นเลยนะกี่เปอร์เซ็นต์แล้วมีแผนฉาก ที่เลวร้ายที่สุด >> ครับ >> อ่าปานกลาง >> ครับ >> ปกติ >> ครับ >> ถูกมั้ยแล้วเตรียมแผนมีคู่มือเอาไว้มือ อาชีพเนี่ยก็ต้องทำว่าถ้าถึงจุดไหนอะไร >> ครับ >> ไปถึงจุดไหนต้องเริ่มดำเนินการอะไร >> ครับ >> ระหว่างนี้ประคองตัวหมายถึงต้องลดอะไรถูก มั้ย >> ใช่ครับ >> อ่าเอ่อรวมถึงผมได้ข่าวว่าผลิตภัณฑ์เนี่ย มาปรับตัวอย่างที่เห็นเลยไม่ลดคุณภาพแต่ จะมีกรณีที่ออกสินค้าใหม่มันยากหน่อยมัน ต้องไปเอาสินค้ายอดนิยมให้เพียงพอไง >> ใช่ >> ใช่มั้ยมันยังไง >> หลักคิดเป็นยังไง >> ใช่ก็สมมุติว่าฟิล์มมันมีจำกัด >> อื >> แล้วไอ้รสชาติที่ไม่ใช่ทนน่ะเวลาพิมพ์ ฟิล์มออกมาปั๊บสมมุติพิมพ์ออกมา 1,000 ม้วนพิมพ์ทีนึงมันต้องใช้พิมพ์ยาวๆมันจะ ได้ไม่แพง >> อ >> พิมพ์ 1000 ม้วนแล้วใช้ทีละ 200 ม้วน เฉลี่ยไป 5 ครั้ง >> แล้วต้องมาสต๊อกไว้ 800 อย่างเงี้ยเอ >> อันนี้ไม่ทำหยุดก่อน >> อ่าพูดง่ายๆคือรถที่อาจจะเป็นรถทางเลือก เย็นอะไรอย่างเงี้ย >> รถส่วนที่มันทำออกมาแล้วเป็นสต๊อกขายช้า ยังไม่ถึงผู้บริโภคจริงๆยังไม่ใช่ความ ต้องการหลักของผู้บริโภค >> นี่ก็ปรับตัว >> ก็มีบางตัวหยุดสินค้าใหม่บางตัวหยุดก่อน ยังไม่ออกบางตัวที่อยู่ในไลนหรือทำออก แล้วเอ่ออย่างไอ้โอเคต้มยำกุ้งน้ำข้นนะ ไม่ได้โฆษณานะเพิ่งออกอร่อยด้วย >> เอ่อเอาติดมือตัวบ้างมั้ย >> ไม่ไม่ได้เอามา >> ได้ข่าวว่าออกคืออนKิenโอเคซีรีย์รสต้มยำ กุ้งน้ำข้น >> ชอบมากอัน >> อันนี้แหละคือพรีเมี่ม >> ใช่มั้ยเหมือนดีเซลพรีเมี่มอ่ะ >> ถ้าตังค์เหลือนะใส่น้ำร้อนแม่ยังอร่อยไม่ พอใช้นมต้ม >> ะ >> เอ้ยสุดยอดเลยต้มยำกุ้งน้ำข้นตัวโอเค เนี่ยใช้นมต้มโคตรอร่อย >> ไม่หมายถึงน้ำเติมนมหรือนมต้ม >> เอานมต้มเลยสุดยอด >> นมสดรสจืดเนี่ยเหรอ >> ใช่ >> เอ่อคือปกติผมกินรสแบบอะไรเนี่ยอ่าจี๊ด จ๊าดอ่ะแบบเกาหลีอ่ะอันนี้ต้มยำกุ้งออก เหรอ >> ต้มยำกุ้งน้ำข้นมันมีซองปกติอยู่แล้วอัน นี้เป็นต้มยำกุ้งข้นในโอเคซีรies์แล้ว >> ใช่มันอยู่ในโอเคซีรies์ไง่ >> ซึ่งเส้นนุ่มไงเส้นใหญ่ >> เส้นนมด้วยแล้วถ้าใช้นมแทนน้ำเนี่ยสุดยอด >> เอ่อ >> รวมกันแล้วยังถูกกว่าข้าวแกงอีก >> นี่ถ้าเลี้ยงไก่ปลูกผักจบ >> จบเลยเชือดไก่ใส่หม้อ >> อ้าเพราะฉะนั้น มันก็ต้องมีผลิตภัณฑ์ที่จะประคองบริษัทก็ คือมีพรีเมี่ม >> ใช่ >> เพื่อเป็นทางเลือกแล้วก็มาหนุนอยู่เหมือน กัน >> อันนี้คือบริหารจัดการถูกมั้ >> ใช่ครับ >> เอ่อเพราะฉะนั้นอ้าเดี๋ยวไปลองกันเลยนะ เอานมสดเนี่ยเหรอ >> ใช่ใส่แทนน้ำก็น้ำข้นไงมันจะได้ข้นสุดยอด >> ลองแล้วลองแล้วลองแล้วจริงๆอร่อยจริงๆ >> อ่ะเอ่อได้เดี๋ยวลองเลยเฮ้ยไปหามาซิะเอ่อ เอาไข่นะแล้วก็หาผักนิดหน่อย ทดสอบการอยู่แบบ >> แบบปลูกผักเลี้ยงไก่ >> แบบปลูกผักเลี้ยงไก่อ่าทั้งหลายทั้งปวง วันนี้ขอบคุณคุณพันมาก >> ครับผม >> อ่าที่มามุมผู้ประกอบการถ้าจะมีคำแนะนำ กับผู้ประกอบการ รายเล็ก >> เล็กคือที่ผมพูดเนี่ยนะเดี๋ยวจะหาว่า เดี๋ยว >> คือเค้าเดือดร้อนจริงๆนะคุณพ >> เดือดร้อนเดือดร้อนราายเล็กเดือดร้อนจริง ๆรายที่มันต้องไปดูอย่างที่บอกไงว่าไอ้ สิ่งที่มันกระทบโดยตรงแล้วเนี่ยแต่ละราย >> มันเป็นสัตส่วนมากน้อยขนาดไหนของผมมาบอก ได้ที่ผมพูดได้บางคนก็บอกว่ามึงพูดได้มึง รวยนี่ >> อ >> ก็เพราะมันไม่ไม่เพราะรวยมันไม่ได้เพราะ เงินมันเยอะแต่เพราะว่าไอ้ส่วนที่มัน กระทบแล้วมันยังเป็นสัดส่วนที่น้อย >> อื >> แต่บางรายทำของต้องส่งเองอย่างเงี้ยค่าขน ส่งเ้าเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนผมน้อย ของเขาอาจจะเยอะ >> อของเราไม่ได้มาของเราแค่มารับหน้าโรงงาน >> ใช่ >> ของเขาต้องส่งอ่ะ >> ใช่แล้วถ้าเค้าขายเท่านี้แต่ต้องส่งแล้ว มันเป็นสัดส่วนที่เยอะ >> เขาก็กระทบอันนี้ก็ต้องยอมรับ >> อื >> เอ่อ >> อำนาจต่อรองเค้าอีกนะ >> ใช่แล้วอย่างแค่ตั้งแต่ 2 อาทิตย์ที่แล้ว ก่อนที่เอ่อบริษัทขนส่งไม่ว่าจะ >> แชไปรษณีย์ไทยเคอรี่ JAT จะมาบอกว่าขึ้น เอ่อ 3 บาทต่อกล่องใช่มั้ยอ >> แต่จริงๆอ่ะก่อนหน้านั้นถ้าพี่ยุทธซื้อ >> น้องเฟิร์ดซื้ออาหารออนไลน์อ่ะ >> ค่ะ >> มันปรับขึ้นมา 20 บาทก่อนหน้านั้นอาทิตย์ กว่าแล้ว >> อื >> ค่าส่ง >> เวลาส่งสั่งอาหารจากแก๊บอ่ะค่าส่งมันขึ้น มาแล้วขึ้นมาตั้งแต่น้ำมันขึ้น 35 บาท >> บังเอิญไม่เคยสั่งแอบขึ้นแล้ว >> จริงๆขึ้นไม่ได้แอบเค้าก็มันเป็นความกด ขึ้นประกาศเรากดเองกับมือไง >> รู้อยู่ >> เออก็รู้อยู่แล้วมันแพงไม่ไหวก็ไม่ต้อง สั่งแต่ก็สั่งมันก็อยากได้ก็สั่งขับรถไป มันก็แพงเหมือนกัน >> อือๆ >> ก็มันขึ้นมาแล้วขึ้นมาแล้ววันนั้นคุยกับ กรมสั่งบอกอ้าเหรอพี่ผมก็ไม่เคยสั่งวัน เนี้ผมจะประกาศว่าแชทจะขึ้น 3 บาท >> อือ >> อ๋อค่าขนส่งทั้งไอ้ >> อ่ะ >> ไเดอร์ขึ้นไปแล้วเหรอ >> ไอ้พวกแอปแอส่งอาหาร >> ใช่ขึ้นไปแล้ว >> เอาฉันนั้นไม่ต้องแปลกใจ 3 บาทเขึ้นไป แล้ว 20 >> ครับ >> ถูกมั้ย >> บ้านผมไกลบ้านผมไกลผมสั่งร้านไกลตอนนี้ก็ ต้องสั่งร้านใกล้หน่อย >> อ่าคำแนะนำผู้ประกอบการปรับตัวจะต้องทำ ยังไง >> คืออะไรที่ปรับตัวได้อะไรที่จะต้องควบคุม ต้นทุนเนี่ย >> อื >> ก็คงต้องคุมแต่ผมไม่ได้บอกว่าทุกรายมี ความสามารถในการทำแบบนั้นได้ครบถ้วน >> อื >> ไม่ไหวก็ขาดทุนก็ต้องเค้าก็ต้องปรับราคา ก็ต้องยอมรับว่ามันต้องมีสิ่งเหล่าเนี้ย มันต้องเกิดขึ้นแน่ๆอยู่อ >> แต่ก็ เอาให้อยู่ได้เอาให้อยู่ได้อย่าไป >> อ >> คือคือผมว่าสถานการณ์เนี้ยถ้าจะอยู่ไม่ ได้กันเลยก็คืออย่างที่บอกว่าทุกราย >> อือ >> ทุกคนทุกๆภาคส่วนบอกว่าฉันจะต้องได้เท่า เดิม >> มันเป็นไปไม่ได้ >> ไม่ได้เอาอยู่รอดตรงไหนก่อนผมว่า >> ผู้ประกอบเล็กหลายๆรายนะผมเห็นสัมภาษณ์ใน สื่อในอะไรเค้าบอกว่าฉันขอหน่อยเถอะฉันจะ ตายละจะตายก็ขออากาศหายใจให้มันพ้นน้ำ >> ทุกคนพ้นน้ำมันอย่าปล่อยให้ใครจมน้ำ >> อื >> คุณก็อย่าปล่อยให้ตัวเองจมน้ำแต่คุณก็บาง รายที่มันไหวก็อย่าไปพูดว่าไม่ไหว >> อื >> ความไหวของแต่ละคนมันไม่เท่ากัน >> อื >> ใครไหวก็ช่วยคนอื่นไปก่อนมันเป็น สถานการณ์ที่มันต้องช่วยกันน่ะคือถ้าเรา มองว่านี่คือวิกฤต >> มันต้องช่วยกัน >> อื >> ต่างคนต่างช่วยกันมันจะไปกันรอดต่างคน ต่างเอาตัวรอดมันจะไม่รอดแต่ถ้าสำหรับคน ที่มันไม่ไหวเขาคือกลุ่มปักบางหรือกลุ่ม ที่เราจะต้องช่วยก็ให้เขา้ารอดก่อน >> พาไปด้วยกันคือมันพูดเหมือนแบบโลกสวยนะ แต่มันบริหารจัดการได้ไม่ทั้งหมดก็ได้บาง ส่วนหรือได้เป็นส่วนใหญ่มันจะทำให้ สถานการณ์กระทบน้อยลงทำได้มากแค่ไหน สถานการณ์ก็จะเลร้ายน้อยลงแค่นั้น >> คืออย่าไปทิ้งใครว่างั้นเถอะ >> อย่าไปทิ้งใครอย่าไปปล่อยให้ใครตายซึ่ง มันมีคน >> เพราะสายป่าของแต่ละคนมันไม่เท่ากันนะ >> ไม่เท่ากันไม่เท่ากันไม่เท่ากันไม่เท่ากัน >> เออ >> ใช่ >> ไอเดียเรื่องจะมาช่วยน้ำมันไข้ให้กับชาว นาชาวสวนชาวไร่เกษตรกร >> ก็ควรจะช่วย >> ลำโมงอุตสาหกรรม >> ช่วยต้องช่วย >> อ้าเพื่อจะหยุดการขึ้นของห่วงโซ่อาหาร >> เก็ไม่ไหวแทรกเตอร์เค้าก็ไม่อยากจะไปเก็บ ข้าวก็ไปเกี่ยวข้าวแล้วอ่ะไปขึ้นค่า แทรกเตอร์เพราะว่าน้ำมันมันแพงอ >> อื >> ถ้าเค้าไม่ขึ้นเค้าก็ไม่คุ้มไม่คุ้มเค้า ก็บอกไม่ทำไปเก็บแพงมันก็อันนั้นมันก็ ต้องช่วย >> ครับ >> แต่อย่างผมอ่ะไม่ต้องมาช่วย >> อื >> รายใหญ่ไม่ต้องการการช่วยเหลือหรอก >> เออ >> ก็ปรับตัวได้เองอยู่กันมาขนาดนี้แล้วต้อง ปรับตัวได้ >> ช่วยรายเล็กรายกลางโดยเฉพาะลายเล็กเลย แหละตัวเล็กเลยแหละต้นน้ำทั้งหลายเนี่ย กระทบหมดเล็กเอ่อต้นน้ำทั้งหลายนะ >> ใช่แล้วอย่างที่บอกว่าอะไรที่มันผลิตได้ ในประเทศนะถ้าราคามันจะต้องขึ้นนะต้นน้ำ ต้องได้นะดูดีๆไม่ใช่ไอ้ตรงนี้ได้เท่า เดิมไอ้ตรงนี้แพงไอ้ตรงนี้ได้ไม่เอานะ >> เอายกตัวอย่างปาล์มน้ำมัน >> ไม่ยกตัวอย่างไม่ยกตัวอย่างไม่ยกตัวอย่าง ฟังเฉยๆถ้าต้นเดี๋จะไม่เดี๋ลงกัดมันก็มา ด่าผมหาผมไปหาว่าเแบบไม่ใช่นะเุอุตสาห อุตสาหกรรมผมเนี่ยทุกคนแฟร์อยู่ อุตสาหกรรมอื่นผมไม่ทราบแต่ว่าผมแค่บอก ว่า >> ถ้าตรงนี้มันจะต้องแพงของผลิตในประเทศ ตรงนี้เขาต้องได้เพิ่ม >> อื >> ไม่ใช่ตรงนี้ได้ >> อื้อหือ >> เออ >> เออ Ja.