Transcription
ถ้าท่านนายกคิดว่าการจัดการโควิดคือความสำเร็จ อันนั้นแหละครับจุดที่อันตรายที่สุด
สวัสดีครับทุกคนฟังการแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรีในวันนี้แล้วท่านรู้สึกมีความหวังหรือไม่ ด้วยรัฐบาลที่มีเสถียรภาพทางการเมืองขนาดนี้ แต่สิ่งที่พวกเราได้รับ เราอาจจะไม่ได้รู้สึกถึงความมั่นคงในชีวิตของพวกเรากลับคืนมา ผมลองยกตัวอย่างครับ ในเรื่องของวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ที่ตอนนี้ พ.ร.บ.อากาศสะอาดทั้งการพิจารณาอยู่ในสภาตั้งแต่สภาชุดที่แล้วครับ อยู่ในชั้นของ ส.ว. รัฐบาลมีอำนาจเต็มครับในการดึงร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณาใหม่แล้วรีบผ่านสภาโดยเร็วที่สุด คำถามก็คือรัฐบาลพร้อมที่จะใช้อำนาจทุกอย่างที่ท่านมีอยู่ในมือเพื่อผ่านกฎหมายฉบับนี้หรือเปล่า หรือจริงๆแล้วครับ เสถียรภาพและความมั่นคงที่รัฐบาลมีนั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าของประชาชนทุกคน รัฐบาลชุดนี้อาจจะไม่ได้เป็นชุดที่มีความกล้าหาญทางการเมืองหรือมีเจตจำนงเพื่อทำเพื่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคนนะครับ ด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จที่รัฐบาลมีอยู่ในมือครับ ควบคุมกลไกของรัฐได้แทบทุกอย่าง ถ้าท่านมีเจตจำนงที่แน่วแน่ มีความกล้าหาญทางการเมือง ต้องแก้ไขปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้อย่างแน่นอน คำแถลงนโยบายที่สวยหรูที่อยู่ในเอกสารไม่เพียงพอครับ สิ่งที่จำเป็นมากกว่าก็คือคนที่มีอำนาจเลือกอยู่ข้างประชาชนทุกคนครับ
นโยบายอันเนี้ยมีความสำคัญมาก เพราะทุกคนในประเทศไทยกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต ปัญหาสำคัญก็คือเล่มเนี้ยพออ่านคำแถลงทั้งหมดแล้ว มันเหมือนกับว่าทุกอย่างยังอยู่ในภาวะปกติ เหมือนโลกเราไม่ได้ปั่นป่วน เหมือนน้ำมันไม่ได้มีปัญหา ไม่ได้มีราคาแพงเลย คือมันมีแค่ 52 นะครับที่เติมเรื่องวิกฤตตะวันออกกลางเข้ามา แต่เนื้อในที่เหลือทั้งหมดเนี่ย มันคือเขียนราวกับว่าประเทศยังเหมือนอยู่ปี 68 ปี 67 ไม่ได้เห็นความสำคัญ ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวกับประชาชนกับภาคธุรกิจมากพอนะครับ ดังนั้น วันนี้ผมเลยคิดว่ามันขาดทั้งเชิงรับเชิงรุกเลย เชิงรับก็คือจริงๆแล้วรัฐบาลจะต้องประกาศให้ชัดว่าเอายังไงกันแน่กับการจัดการการคลังกับราคาน้ำมัน มันทำได้นะครับ เพราะในรัฐอดีตเนี่ยก็เคยมีนโยบายที่เขียนในเชิงเร่งด่วนแล้วก็บอกได้อย่างน้อยประชาชนจะได้รู้ทิศทางว่าจะเป็นยังไงกันต่อ อีกเรื่องนึงก็คือเชิงรับแต่ไปอีกขั้นหนึ่ง เพราะผลกระทบเนี่ยมันจะเป็นลูกโซ่ไปอีกไกล เพราะวิกฤตครั้งเนี้ยมันเหมือนคนหนีไฟไหม้แล้วก็มายืนรอกันอยู่หน้าบ้าน หนีไม่ได้แล้วนะ แต่ยังไม่รู้จะไปไหนต่อ เราเสนอว่ารัฐบาลต้องชัดเจนว่าเราจะเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานให้ประเทศไทยได้อย่างไร แล้วก็ซอยย่อยลงมาว่าจะต้องให้แต่ละส่วน คนไทย ภาคธุรกิจ ภาคราชการ ทำอะไร ถ้าเห็นภาพตรงนี้ตรงกันเนี่ย มันก็จะมุ่งไปสู่เป้าหมายปลายทางเดียวกันได้ ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุดในภาวะวิกฤตที่เราจะช่วยลดความไม่แน่นอนนะครับ อย่าให้เราจัดการวิกฤตแบบผิดพลาดแบบโควิด จัดการวิกฤตแต่เราออกมาแบบสะบักสะบอมนะครับ เวลาท่านอนุทินท่านนายกพูดถึงการจัดการผ่านวิกฤตโควิดมาได้เนี่ย ผมคิดว่าทุกคนยังมีความเจ็บปวดอยู่ เราไม่อยากให้เกิดปัญหาแบบตรงนั้นอีกนะครับ หนี้สาธารณะเราก็พุ่ง หนี้ครัวเรือนเราก็พุ่ง เราใช้เงินเพื่อรักษาอดีต เราไม่ได้ใช้เงินเพื่อดูแลสร้างอนาคตเลย ถ้าท่านนายกคิดว่าการจัดการโควิดคือความสำเร็จ อันนั้นแหละครับจุดที่อันตรายที่สุด ท่านจะต้องคิดใหม่ ยอมรับความล้มเหลวในช่วงเวลานั้น และเปลี่ยนแนวทางการจัดการวิกฤตใหม่ทั้งหมด ต้องให้เราออกจากวิกฤตครั้งนี้แบบทุกคนแข็งแรงขึ้น ไม่ได้ออกจากวิกฤต