📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

DUAL ACTIVE F

Prapatsorn Engineering Supply Co., Ltd.13:48

Transcription

สวัสดีค่ะ ทีมงานบริษัทประพัซรทุกท่าน วันนี้เราจะมาคุยกันเจาะลึกข้อมูลสำคัญๆ กันนะคะ สำหรับเตรียมทีมขายของเราให้พร้อมค่ะ หัวข้อหลักของเราวันนี้ก็คือ เครื่อง Shock Wave Therapy รุ่นใหม่ล่าสุด Dual Active F หรือว่า SFA 8100 นี่เอง เราจะมาดูกันจากคู่มือ แคตตาล็อก และข้อมูลทั่วๆ ไปเกี่ยวกับ Shock Wave นะคะว่า จุดเด่นจริงๆ ของมันคืออะไร เป้าหมายเราคืออยากให้เข้าใจลึกๆ เลยว่าทำไมคุณสมบัติต่างๆ มันถึงสำคัญ จะได้นำเสนอให้ลูกค้าได้อย่างมั่นใจนะคะ เริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ ตัว Dual Active F นี่มันคืออะไรคะ

>> ครับ ตัวนี้คือเครื่องบำบัดด้วยคลื่นกระแทก หรือ Shock Wave Therapy นะครับ แต่เป็นแบบโฟกัส ซึ่งใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Piezo Electric ครับ ออกแบบมาเพื่อจัดการกับเรื่องอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูกโดยเฉพาะเลย ผลิตโดย K1 Made Global ครับผม

>> อ๋อ Piezo Electric น่าสนใจค่ะ มันทำงานต่างจากแบบอื่นยังไงคะ

>> คือหลักการของ Piezo Electric เนี่ย เขาจะใช้ผลึกพีโซเล็กๆ เกือบ 200 ชิ้นเรียงกันครับ พอได้รับพลังงานไฟฟ้าเข้าไปเนี่ย ผลึกพวกนี้ก็จะสั่นแล้วก็สร้างคลื่นกระแทกที่พุ่งไปรวมกันตรงจุดโฟกัสจุดเดียวเลย มันจะแม่นยำมาก ต่างจากแบบเรเดียลที่พลังงานมันจะกระจายออกเป็นวงกว้างนะครับ แล้วก็อ่อนลงเรื่อยๆ ถ้าลึกเข้าไป

>> อ๋อค่ะๆ เข้าใจแล้วค่ะ เหมือนมีเป้าเล็งที่ชัดเจนกว่า

>> ใช่ครับ ความแม่นยำนี่แหละครับคือหัวใจสำคัญเลย ทำให้เราส่งพลังงานไปตรงจุดที่ต้องการรักษาได้เป๊ะๆ โดยกระทบเนื้อเยื่อรอบๆ น้อยที่สุด

>> เข้าใจเลยค่ะ ทีนี้ชื่อรุ่นก็บอกชัดเจนว่า Duo อันนี้หมายถึงอะไรคะ

>> ใช่เลยครับ Duo ในที่นี้คือเครื่องมันมีช่องต่อ Handpiece หรือหัวยิงคลื่นเนี่ย ได้ 2 ช่องพร้อมกันเลยครับ มี Channel 1 กับ Channel 2 โดยปกติเครื่องจะมาพร้อมหัวขนาดใหญ่เป็นมาตรฐาน แล้วก็จะมีหัวขนาดเล็กให้เลือกเป็น Option หรืออุปกรณ์เสริมได้ครับ

>> การที่มี 2 หัวต่อได้แบบนี้มันช่วยในการใช้งานจริงยังไงบ้างคะ

>> ประโยชน์หลักๆ เลยคือเรื่องความสะดวกครับ แล้วก็ประสิทธิภาพด้วย สมมุติว่าเคสหนึ่งต้องใช้ความลึกหลายระดับ อาจจะตื้นก่อนแล้วค่อยลงลึก แทนที่เราจะต้องเสียเวลาถอดเปลี่ยนเจลแพดบนหัวเดิม เราก็แค่สลับไปใช้อีกหัวที่เราเตรียมค่าความลึกไว้แล้วได้เลยผ่านหน้าจอ

>> อ๋อ กดสลับช่องเอา

>> ใช่ครับ ทำให้การรักษามันต่อเนื่องขึ้น เร็วขึ้น ลดเวลาตรงนี้ไปได้เยอะเลย แต่ต้องย้ำนิดนึงนะครับว่าเราเลือกใช้งานได้ทีละช่องเท่านั้น คือกด Channel 1 หรือ Channel 2 ไม่สามารถยิงคลื่นออกมาพร้อมกันทั้ง 2 หัวได้นะครับ

>> อ๋อค่ะ เข้าใจค่ะ เลือกใช้ทีละหัวแต่มีให้ต่อไว้ 2 หัวเลย สะดวกดีค่ะ แล้วเรื่องเจลแพดล่ะคะ ที่ใช้กำหนดความลึกมันมีหลากหลายแค่ไหน

>> อันนี้ก็เป็นอีกจุดที่ทำให้เครื่องนี้ยืดหยุ่นมากครับ สำหรับหัวใหญ่นะครับ มีเจลแพด 8 ขนาดเลยทีเดียว

>> 8 ขนาด

>> ครับ ตั้งแต่ 5 มม. สำหรับผิวตื้นๆ ไปจนถึง 40 มม. เลย อันนี้คือสำหรับบริเวณที่ลึกมากๆ อย่างเช่นกล้ามเนื้อสะโพกชั้นใน

>> โห ครอบคลุมมากค่ะ

>> ใช่ครับ ส่วนหัวเล็กที่เป็น Option เสริมก็มีให้เลือกอีก 4 ขนาดครับ คือ 1, 3, 5 แล้วก็ 10 มม. อันนี้ก็จะเหมาะกับพื้นที่เล็กๆ หรือภาวะที่ไม่ต้องการพลังงานสูง หรือความลึกมากๆ อย่างเช่นแถวๆ ข้อมือ Carpal Tunnel Syndrome หรือว่าในบางกรณีของ ED หรือภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศก็ใช้หัวเล็กได้

>> การมีตัวเลือกเยอะขนาดนี้ก็ช่วยให้เลือกชั้นเนื้อเยื่อที่ต้องการได้แม่นยำขึ้นไปอีกนะคะ

>> ถูกต้องครับ

>> แล้วพอพูดถึงพลังงาน เห็นว่าปรับได้ละเอียดมากๆ เลย อันนี้มีประโยชน์ยังไงคะ

>> ครับ ความละเอียดในการปรับพลังงานนี้เป็นจุดแข็งสำคัญเลย เราปรับได้ตั้งแต่ระดับ 1 ถึง 25 เลยนะครับ แล้วก็ยังมีโหมดพลังงานต่ำพิเศษอีกคือ 0.1-0.9 ที่สำคัญคือปรับเพิ่มลดทีละ 0.1 ระดับได้เลยครับ ละเอียดมากๆ

>> ละเอียดจริงๆ ค่ะ

>> ครับผมนั่นหมายความว่าเราเลือกพลังงานได้เหมาะกับเป้าหมายการรักษามากๆ ตั้งแต่ระดับเบาๆ เพื่อแค่กระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อหรือบริเวณที่บอบบาง ไปจนถึงระดับที่แรงขึ้นมาหน่อยสำหรับการบรรเทาปวด หรือสลายหินปูน จัดการกับภาวะเรื้อรังได้ ค่าพลังงานสูงสุดก็ประมาณ 0.800 mJ/mm² แรงดันสูงสุดก็ 82 MPa ที่ระดับ 25 ก็ถือว่าแรงพอสำหรับเคสยากๆ แต่ก็ยังเริ่มแบบนุ่มนวลได้ด้วยโหมดพลังงานต่ำ

>> ความถี่ก็ปรับได้ 1-8 Hz ด้วยนะคะ เพิ่มความยืดหยุ่นเข้าไปอีก แล้วการควบคุมผ่านหน้าจอล่ะคะ เป็นยังไงบ้าง

>> อันนี้ก็พัฒนาขึ้นเยอะครับ มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 12 นิ้วเลย

>> 12 นิ้ว ใหญ่กว่ารุ่นเก่านะคะ

>> ใช่ครับ ใหญ่กว่ารุ่น Sensation PO เดิมเยอะ ทำให้มองเห็นชัดเจน กดง่าย สั่งงานง่าย ลดโอกาสผิดพลาดไปได้เยอะ ตัว Interface หรือหน้าตาโปรแกรมก็ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อนครับ แล้วก็ยังมี Preset Mode หรือโปรแกรมสำเร็จรูปให้ด้วย

>> Preset Mode มีสำหรับส่วนไหนบ้างคะ

>> ก็มีสำหรับบริเวณหลักๆ ที่ใช้บ่อยๆ เลยครับ เช่น ไหล่ ข้อศอก ข้อมือ หลัง เอว สะโพก ต้นขา เข่า เท้า อะไรพวกนี้ครับ

>> อ๋อ ครบเลย

>> ครับ ช่วยให้ตั้งค่าเริ่มต้นได้เร็วมาก เหมาะกับคลินิกที่มีคนใช้หลายคน หรืออยากได้ความรวดเร็ว แต่ก็ยังเข้าไปปรับค่าละเอียดเองได้นะครับ ไม่ได้บังคับใช้ Preset อย่างเดียว

>> ดีจังเลยค่ะ แล้วถ้าเทียบกับรุ่นเดิม Sensation PO ราคาเป็นยังไงบ้างคะ ถือว่าคุ้มค่าไหม

>> ราคาจริงๆ แล้วจะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันนะครับกับ Sensation PO รุ่นเดิม แต่ว่าสิ่งที่ได้เพิ่มมาคือความสามารถในการต่อ 2 หัวนี่แหละครับ แล้วก็หน้าจอที่ใหญ่ขึ้นเยอะ ทันสมัยขึ้น การปรับค่าต่างๆ ก็ละเอียดกว่าเดิม ถ้ามองในแง่คุณสมบัติที่ได้เพิ่มมาทั้งหมดนี่ถือว่าคุ้มค่ามากครับ เป็นการลงทุนที่ดีเลย

>> เยี่ยมเลยค่ะ งั้นพอจะสรุปจุดขายสำคัญๆ ที่เราจะใช้สื่อสารกับลูกค้าสำหรับ Dual Active F ได้ประมาณนี้ไหมคะ คือ 1. เป็นเทคโนโลยี Piezo แบบโฟกัสแม่นยำสูง 2. มีระบบ Dual Hand เพิ่มความสะดวก ลดเวลาเปลี่ยนอุปกรณ์ 3. เจลแพดหลากหลายมากๆ ครอบคลุมทุกความลึก 4. ปรับพลังงานความถี่ได้ละเอียดสุดๆ รองรับการรักษาหลายรูปแบบ 5. หน้าจอใหญ่ 12 นิ้ว ใช้งานง่าย มี Preset ช่วย และ 6. คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับรุ่นเดิม เหมาะกับการรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อ กระดูกที่เจอบ่อยๆ อย่างเอ็นอักเสบมีหินปูน รองช้ำ หรือปวดข้อศอกด้านนอก Tennis Elbow อะไรพวกนี้

>> ครับ สรุปได้ครบถ้วนเลยครับ

>> ค่ะ ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลสำคัญๆ ของ Dual Active F นะคะ จุดเด่นคือความแม่นยำของ Piezo ความสะดวกจาก 2 หัว ความยืดหยุ่นในการปรับค่า และก็ความง่ายในการใช้งาน หวังว่าข้อมูลที่เราคุยกันวันนี้จะเป็นประโยชน์ให้ทีมขายประพัซรนำไปใช้ได้จริงนะคะ

วันนี้เราจะมาคุยเจาะลึกเรื่อง Extracorporeal Shock Wave Therapy หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ESWT นะคะ มาดูกันค่ะว่าเทคโนโลยีนี้มันทำงานยังไง มีหลักการอะไร มีประโยชน์ด้านไหนบ้าง โดยอิงจากงานวิจัยที่รวบรวมกลไกของมันในทางการแพทย์ฟื้นฟูค่ะ

>> ครับ น่าสนใจมากครับ ESWT เนี่ยจริงๆ มันเริ่มมาจากการใช้สลายนิ่วในไตนะครับ ตั้งแต่ช่วงปี 80 นู่นเลย แล้วก็ค่อยๆ ถูกนำมาปรับใช้ในทางกระดูกและกล้ามเนื้อมากขึ้น หลักการก็คือใช้คลื่นเสียงครับ แต่เป็นคลื่นเสียงแบบพลังงานสูงส่งเข้าไปกระตุ้นเนื้อเยื่อ

คลื่นเสียงพลังงานสูงฟังดูแล้วมันเข้าไปทำอะไรกับเซลล์เราได้ยังไงคะ เหมือนแบบส่งพลังอะไรเข้าไปเหรอคะ

>> อ๋อครับ มันเป็นหลักการที่เรียกว่า Mechanotransduction ครับ ถ้าพูดง่ายๆ ก็คือเหมือนเราใช้แรงกลเนี่ยไปเคาะที่เซลล์เบาๆ เซลล์ที่บาดเจ็บหรือทำงานไม่ค่อยดีมันก็จะรับรู้แรงกระแทกนี้ แล้วแปลงเป็นสัญญาณทางชีวเคมีข้างในให้มันตื่นตัวขึ้นมาซ่อมแซมตัวเองครับ

>> อ๋อ เหมือนส่งสัญญาณไปกระตุ้นว่างั้นน่ะนะคะ แล้วเห็นว่ามันมีแบบโฟกัสกับ Radial ด้วย 2 แบบนี้มันต่างกันยังไงคะ

>> ใช่ครับ มี 2 แบบหลักๆ แบบโฟกัส หรือ FSWT เนี่ยพลังงานมันจะไปรวมกันเข้มสุดๆ ที่จุดโฟกัสลึกๆ ลงไปในเนื้อเยื่อเลย ส่วนแบบเรเดียล หรือ RSWT พลังงานมันจะสูงสุดตรงผิวที่สัมผัส แล้วก็ค่อยๆ กระจายออกไปรอบๆ คล้ายๆ คลื่นผิวน้ำนะครับ ซึ่ง FSWT ก็จะลงได้ลึกกว่า RSWT เอ่อ จริงๆ ก็มีคนถกกันนิดหน่อยนะครับว่า RSWT เนี่ยตามหลักฟิสิกส์เป๊ะๆ มันใช่ Shock Wave แท้ไหม แต่ในทางปฏิบัติก็ใช้เรียกกันแบบนี้แหละครับ แล้วก็เห็นผลการรักษาเหมือนกัน

>> เข้าใจแล้วค่ะ ทีนี้มาถึงเรื่องสำคัญ ประโยชน์ของมันล่ะคะ นอกจากแค่ไปกระตุ้นเซลล์แล้วมันช่วยอะไรได้บ้างคะ

>> หลักๆ เลยนะครับ ข้อแรกคือช่วยลดปวด อันนี้สำคัญมาก คือมันมี 2 ทฤษฎีหลักๆ นะครับ อย่างแรกคือคลื่นมันอาจจะเข้าไปรบกวนปลายประสาทเล็กๆ ที่รับความรู้สึกเจ็บปวด ทำให้เรารู้สึกปวดน้อยลง หรืออีกทฤษฎีคือการกระตุ้นแรงแบบนี้มันไปกระตุ้นให้ร่างกายเราหลั่งสารระงับปวดตามธรรมชาติออกมาเอง คล้ายๆ เวลาเรานวดแรงๆ แล้วสบายขึ้นนะครับ มีผลกับสารสื่อประสาทอย่าง Substance P แล้วก็ CGRP ด้วยนะครับ แถมยังเจอว่าช่วยสร้าง Hyaluron ซึ่งเป็นเหมือนสารหล่อลื่นให้เส้นเอ็นด้วย

>> ลดปวดนี่ก็เยี่ยมเลยค่ะ แล้วเรื่องการซ่อมแซมเนื้อเยื่อล่ะคะ มันช่วยโดยตรงเลยไหม

>> ช่วยได้จริงๆ ครับ อันนี้เป็นประโยชน์สำคัญอีกด้านเลยคือการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ เหมือนเราส่งทีมกระตุ้นการซ่อมสร้างเข้าไปเลยครับ อย่างแรกคือมันไปกระตุ้นเซลล์ Tenocyte ให้สร้างคอลลาเจน Type I เพิ่มขึ้น คอลลาเจน Type I นี้คือโครงสร้างหลักของเส้นเอ็นเลยนะครับ เหมือนไปช่วยเสริมความแข็งแรงให้ส่วนที่สึกหรอ

>> อืม

>> แล้วก็ยังช่วยเรื่องการสร้างหลอดเลือดใหม่ด้วย อันนี้ก็สำคัญมากๆ เพราะหลอดเลือดฝอยใหม่ๆ จะนำสารอาหาร ออกซิเจนไปเลี้ยงบริเวณที่บาดเจ็บให้หายเร็วขึ้น มันไปกระตุ้นพวกสารอย่าง VEGF อะไรพวกนี้แหละครับ

>> ค่ะ

>> นอกจากนั้นนะครับ ยังมีงานวิจัยที่บอกว่า ESWT โดยเฉพาะแบบพลังงานต่ำเนี่ยอาจจะช่วยปกป้องเซลล์ประสาทได้ แล้วก็มีเรื่องปกป้องกระดูกอ่อนด้วยในบางกรณีนะครับ อย่างข้อเสื่อมระยะเริ่มๆ แต่เรื่องกระดูกอ่อนนี้ต้องระวังนิดนึงคือถ้าใช้พลังงานสูงไปก็อาจจะไม่ดีเหมือนกัน

>> อ๋อค่ะ มีข้อควรระวังด้วย

>> ใช่ครับ แล้วที่ใช้กันเยอะอีกอย่างคือเร่งการติดของกระดูก พวกกระดูกหักแล้วติดช้า หรือภาวะที่เรียกว่า Non-union หรือแม้แต่ภาวะหัวกระดูกขาดเลือด AVN ก็อาศัยหลักการสร้างหลอดเลือดใหม่แล้วก็กระตุ้นเซลล์สร้างกระดูกพวกนี้แหละครับ ช่วยได้ดีเลย

>> โห ฟังดูครอบคลุมการซ่อมแซมมากๆ เลยค่ะ แล้วเรื่องที่ว่ามันช่วยสลายหินปูนได้ล่ะคะ อันนี้เหมือนตอนรักษานิ่วในไตเลยหรือเปล่าคะ

>> คล้ายๆ แต่ไม่เหมือนสักทีเดียวนะครับ ในกรณีการสลายหินปูนที่เกาะตามเส้นเอ็น อย่างเช่นเอ็นข้อไหล่มีหินปูนเกาะที่เรียกว่า Calcific Tendinopathy ESWT ไม่ได้เข้าไปบดหินปูนโดยตรงแบบนั้น แต่เหมือนไปกระตุ้นให้เซลล์ของร่างกายเราเองเนี่ยแหละครับค่อยๆ ดูดซึมแคลเซียมที่เกาะผิดที่นั้นกลับคืนไป เหมือนไปเร่งกระบวนการตามธรรมชาติของร่างกายให้จัดการตัวเอง งานวิจัยก็บอกว่าใช้พลังงานค่อนข้างสูงหน่อยจะเห็นผลดีครับ แล้วก็แบบ Radial ก็ช่วยได้เหมือนกัน

>> อ๋อ เข้าใจกลไกแล้วค่ะ ไม่ได้ไปบดแต่ไปกระตุ้นให้ร่างกายจัดการเอง สรุปแล้วด้วยกลไกทั้งลดปวด ฟื้นฟูเนื้อเยื่อ สลายหินปูน ESWT เลยถูกนำมาใช้รักษาภาวะอะไรเป็นหลักๆ บ้างคะ

>> ข้อบ่งชี้ที่ใช้บ่อยๆ เลยนะครับก็จะเป็นกลุ่มอาการปวดเอ็นเรื้อรังทั้งหลาย เช่น เอ็นข้อศอกอักเสบ หรือ Tennis Elbow, พังผืดฝ่าเท้าอักเสบ, เอ็นลูกสะบ้าอักเสบ หรือ Jumper's Knee รวมถึงภาวะเอ็นไหล่มีหินปูนเกาะที่คุยกันไปแล้ว ก็พวกปัญหาเรื่องกระดูกอย่างกระดูกติดช้า กระดูกไม่ติด ภาวะหัวกระดูกขาดเลือดพวกนี้ครับ ส่วนใหญ่แพทย์ก็จะพิจารณาใช้เมื่อการรักษาแบบมาตรฐานอื่นๆ เช่น ยา หรือกายภาพบำบัดทำไปแล้วมันยังไม่ค่อยได้ผลดีเท่าที่ควรน่ะครับ

>> ค่ะ เข้าใจภาพรวมชัดเจนขึ้นมากเลยค่ะ สรุปง่ายๆ ก็คือ ESWT ใช้คลื่นเสียงพลังงานสูงเข้าไปกระตุ้นกลไกการซ่อมแซมของร่างกายเราเอง ทั้งลดปวด สร้างเนื้อเยื่อใหม่ แล้วก็จัดการกับหินปูนที่ผิดปกติ

>> ถูกต้องครับ ซึ่งพอเราเข้าใจกลไกพวกนี้แล้ว มันก็นำไปสู่คำถามที่น่าสนใจต่อนะครับ คือในเมื่อแค่แรงทางกายภาพอย่างคลื่นเสียงเนี่ย มันสามารถไปกระตุ้นการตอบสนองทางชีววิทยาที่ซับซ้อนได้ขนาดนี้ ตั้งแต่เรื่องความรู้สึกปวดไปจนถึงสั่งให้เซลล์สร้างโปรตีน สร้างหลอดเลือดใหม่ได้ มันก็น่าคิดว่าในอนาคตข้างหน้าจะมีกระบวนการทางชีววิทยาอื่นๆ อีกไหมที่มันซับซ้อนกว่านี้ ที่เราอาจจะสามารถเข้าไปควบคุมหรือปรับแต่งได้ด้วยการใช้แรงกลที่แม่นยำแบบนี้ อันนี้น่าติดตามมากครับ