📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ตัวจริงแฉ Data Center ทั่วโลก ถูกยกเลิกกว่า 50% หายนะฟองสบู่ AI ดร.วิบูลย์ รักสาสน์เจริญผล

Money Chat Thailand1:05:36

Transcription

Project Data Center ที่ announcer ก็จะทำเยอะแยะอีตรงก็จะถูกเอ่อ Trim down ออกไปครึ่งนึงแต่ครึ่งนึงนี่ซอนะครึ่งนึง นี่โหดเออมันเป็นการปืนดาวไขมันส่วนเกิน ที่อืปุกปรับ >> อื >> แล้วพอไอ้ชุดที่ผลิตรอเอา[เพลง]ไว้แล้ว ที่ผลิตรอไว้ตามน้า Center ที่คาดว่าจะ เกิดขึ้นแล้วมันไม่เกิดขึ้นสิ่งสิ่งที่ ตามมาก็คือมูลค่าหน้าบริษัทลดลง เพราะว่าสิ่งที่ตามมาก็คือ Wall Street ก็จะแพนิค เมื่อวานนี้มีใครติดตามที่เราสัมภาษณ์คุณ ปิงประกิจสิริวัฒนเกตไปหรือเปล่านะคะว่า โอ้โหเงินทุนกระแสทุนตอนนี้จากทั่วทุก สารทิศนะคะไหลเข้าสู่หุ้น AI แล้วก็ เิคักตอร์เร็วที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติ การของโลกการลงทุนนะคะเราจะเห็น Nvidia ก็ขึ้น TSME ก็ขึ้น SK ไฮนิคก็ขึ้นเหมือน กันนะคะบอดค่อหรือแม้กระทั่งที่มาแรงมาก อย่างไมคอนโอ้โหอันนี้เป็นผลิตเกี่ยวกับ เรื่องของหน่วยความจำขั้นสูงก็ขึ้นมา เนี่ยปีนี้ 250% นะคะไม่แน่ใจว่ามีใครตก รถบ้างหรือเปล่ามูลค่าบริษัทพุ่งคือทะลุ ระดับล้านล้านดอลลาร์นะคะหุ้นชิหลายตัว เนี่ยคือทำ all time high ต่อเนื่อง แล้วก็เลยทำให้ตลาดหุ้นเค้า all time high ไปด้วยเม็ดเงินจากกองทุนแล้วก็ ETF ทั่วโลกเนี่ยกำลังไล่ซื้อแบบไม่หยุดนะคะ ก็ตอนนี้ AI ไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยีแล้ว นะคะแต่ว่ามันกำลังกลายเป็นสนามรบใหม่ของ เงินทุนทั่วโลกค่ะแต่คำถามนะคะก็คือว่า อันนี้มันเป็นจุดเริ่มต้นของซเปอร์ไซเคิล รอบใหม่ที่มันจะเปลี่ยนโลกเศรษฐกิจไปอีก 10 ปีหรือเปล่าหรือว่าตอนนี้เนี่ยมัน กำลังอยู่ในช่วงกลางๆของฟองสบู่ที่ใหญ่ ที่สุดนะคะตั้งแต่ที่เขาชอบเอาไปเปรียบ เทียบกันก็คือ.com นะคะวันนี้เราเชิญตัวจริงเสียงจริงเพราะ ว่าจริงๆแล้วเนี่ยเราเนี่ยสัมภาษณ์ตั้ง แต่คนที่เอ่อให้คำแนะนำในเรื่องของการ เข้าไปลงทุนแล้วก็คือบรรดานักวิเคราะห์ ทั้งหลายนะคะแล้วก็เอ่อผู้จัดการกองทุนก็ โอสัมภาษณ์เยอะมากทีเดียวนะคะหรือแม้ กระทั่งนักวิเคราะห์หุ้นต่างประเทศนักลง ทุนหุ้นต่างประเทศวันนี้เราขอชวนทุกท่าน เนี่ยลองไปฟังดูนะฮะวันนี้เราจะสัมภาษณ์ ตัวจริงเสียงจริงแล้วกันเพราะว่าเป็นผู้ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เป็นเิคucu อุตสาหกรรมทิแล้วก็อุตสาหกรรมเกี่ยวกับ เทคโนโลยีขั้นสูง Ki นี่แหละที่เรากำลัง หมายถึงแล้วก็อยู่มา 30 กว่าปีแล้วด้วยนะ ผ่านมาทุกยุคทุกสมัยแล้วท่านก็ตอนนี้คือ เป็นผู้ที่อยู่ในผู้ประกอบการด้วยนะคะผู้ ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้นะคะศึกษาทั้งใน ตลาดโลกแล้วก็ในตลาดของประเทศไทยเองนะคะ วันนี้ค่ะเราก็เลยจะลองชวนคุยกันแล้วก็ไป ฟังกันนะคะกับตัวจริงเสียงจริงที่เขาอยู่ ในภาคอุตสาหกรรมจริงๆเนี่ยก็คือดร.เพื่อ วิบูลรักษาเจริญผลค่ะดำเอ่อตอนนี้ถ้าเป็น รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แล้วก็เป็นเลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า แล้วก็อิเล็กทรอนิกส์ด้วยยังไงแล้วเนี่ย ฟังไปพร้อมกับเรานะฮะแล้วก็แนะนำนิดนึง เนื่องจากว่าท่านก็อยู่ในแวดวงที่คือคุย อ่ะในระดับองค์กรกับองค์กรน่ะท่านอาจจะ ใช้ศัพท์เทคนิคในมุมของค่อนข้างจะเป็น เทคนิคขั้นสูงอ่ะเราแนะนำว่าถ้ายังไงแล้ว เนี่ยท่านได้ข้อมูลนี้มาก็ลองเอาไปโยน เข้า AI นะคะก็คือโน้ตบุ๊ค LM รอบนึงแล้ว ก็จะได้อ่านนะคะว่าเอ๊ะท่านพูดอะไรบ้างก็ เดี๋ยวแกะไปพร้อมกับเนาแล้วกันนะคะเพราะ ว่าท่านอาจจะใช้ศัพท์เทคนิคบ้างนะคะตอน นี้คุณวิบูลอยู่กับเราแล้วค่ะสวัสดีค่ะ คุณพิบูล >> สวัสดีครับคุณนาครับ >> อ้าววันนี้ต้องขอบอกก่อนนะคะสำหรับใครที่ ติดตามที่เราจะสัมภาษณ์คุณบูรจากนี้ไป เนี่ยตัวจริงในอุตสาหกรรม AI นะคะเพราะ ว่าอยู่ในอุตสาหกรรมนี้แล้วก็เป็นผู้ที่ เชี่ยวชาญโดยเฉพาะเลยเราสัมภาษณ์แต่ที่ เป็นนักวิเคราะห์สัมภาษณ์ที่เป็นผู้ บริหารกองทุนมาแต่วันนี้เรามาเจอกับตัว จริงในอุตสาหกรรมก็จะช่วยฉายภาพให้เรา เห็นตั้งแต่glบalลงมาเลยนะคะเพราะว่าคือ ทุกวันเนี้ยค่ะคุณพิพูคะคือเงินอู้โหมัน เป็นครั้งประวัติศาสตร์ของโลกเลยคที่แห่ เข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับเรื่อง ของ AI คือเป็นหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มประเทศ ที่แบบเรามองแล้วเราก็อิจฉานะฮะอย่าง อเมริกาอย่างเงี้ยอย่างญี่ปุ่นอย่าง ไต้หวันอย่างเกาหลีโอ้โหเาขึ้นแบบ all time high หมดเลยนะคะแต่ทีเนี้ยคำถาม ที่คุยมูลอยู่ในอุตสาหกรรมนี้เนี่ยอยากจะ ถามว่าไอ้เงินที่มันแหกเข้าไปตอนนี้เนี่ย มันเกิดจากมานดจริงๆมั้ในอุตสาหกรรมนี้ หรือจริงๆเนี่ยคนเนี่ยกำลังโฟโม่กันก็คือ กลัวที่จะตกหุ้นบิ๊กเทคกันน่ะก็เลยเข้าไป ค่อนข้างเยอะอ่ะคนในอุตสาหกรรมมองยังไง บ้างคะ

>> คือเอิ่มต้องถอยหลังถอยหลังถอยหลังกลับไป ก่อนปี 2023 >> ค่ะ >> คือประมาณปี 21 2022 เนี่ยมันยังไม่มี สิ่งที่เรียกว่า Generative AI มันยัง ไม่มีแชat GPT ไม่มี Gemini ไม่มี CL >> ค่ะ >> ตอนนั้นเนี่ยมัน AI boom มันมีแล้วนะตอน นั้น AI boบูมมันมีแล้วเออแต่มันเป็น AI อีกรูปแบบหนึ่งวันนั้นเนี่ยวิธีการวัดว่า วิธีการวัดว่า AI มันบูมหรือไม่บูมเนี่ยเราเราวัดง่ายๆ เลยก็คือว่าวัดที่ปริมาณ ปริมาณการใช้งาน AI >> อื >> ซึ่งเวลาเราวัดปริมาณการใช้งาน AI เนี่ย เราวัด based on power consumption ก็ คือมัน Consume Power แค่ไหนปี 2023 ก่อนที่เราจะมี Generative AI เนี่ย AI ทั้งโลกนะฮะ AI ทั้งโลกปริมาณ การใช้ AI เนี่ยอยู่ที่ 30-50 เมวัตต์ >> อือื >> เกกะนะเกกะ >> ค่ะ >> อืหลังจากที่มี[เสียงถอนหายใจ] Generative AI ปี 2024 25 ขึ้นมา 2 ปีเนี่ยปริมาณ การใช้ AI ทั้งโลกเนี่ยขึ้นจาก 50 เมวัตต์เป็น 12 GWวัตต์ >> อู้ >> ไม่รู้กี่เท่านะถ้าคิดกันแล้วเนี่ยนะน่า จะประมาณเกิน 100% อ >> อืเกิน 100% อาจจะ 200% เดี๋ไปคำนวณ แต่สรุปแล้วเนี่ยการคickinินของ Genive AI ที่เข้ามาในปี 202425 ปลายๆปี 2023 เนี่ยมันทำให้ปริมาณการใช้ AI ทั่วโลกเนี่ยเกิดขึ้นอย่างมหาศาลเกิด ขึ้นอย่างมหาศาลซึ่งแรกๆอ่ะมันดีแรกๆมัน ดีเพราะว่ามันมันก็กระจาย กระจายความเจริญด้านการซื้อขายตัวชิ้น ส่วนอิเล็กทรอนิกส์ออกไปหมดเลยนะไม่ว่าจะ เป็นเอ่อ Conventional Ship ที่ไต้หวัน หรือว่าคำว่า Conventional Ship หมายถึง ที่เป็นอิเลectronicไม่ใช่ ship AI เอ่อ Conal Ship ที่ไต้หวันหรือตัว Ship AI ที่อเมริกาที่ Nvidia เริ่มทำอันนั้นก็ เรียก Shif AI แต่มันทำงานด้วย >> เอ่อรวมไปถึงตัว Memmory Shift ที่ Samsung ทำแล้วก็ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อื่นๆทีนี้ 2 ปีที่ผ่านมา 202425 แล้ว กำลังก้าวเข้าสู่ 2026 เนี่ย การเจริญเติบโตมันไม่ได้เจริญเติบโตเป็น เส้นกราฟ 45 องศา >> มันเจริญเติบโตเป็น >> อิ่มตัว >> โอ้มันยังไม่อิ่มมันยังไม่อิ่มตัวมันยัง ไม่อิ่มตัวตอนตอนนี้เส้นกราฟปกติเวลามัน เจริญเติบโตมันจะเติมเป็น 90 เป็น 45 องศ เนาะแต่ตอนนี้มันชันเส้นกราฟมันชันมากมัน โตแบบexpโพนชียล >> อืเติบโตมันวัดก็อย่างที่ผมบอกมันมันวัด ที่เอ่อ AI consumption per day เอ่อ ไม่ใช่ per day per overall AI consumption Global เนี่ยใน Global Scale เนี่ยปัจจุบันเนี่ยอย่างที่ผมบอก อยู่ที่ 12 GW ซึ่งปีหน้าก็ปีหน้าก็น่า จะโตขึ้นนิดหน่อยเป็น 14 GWวัตต์ซึ่งตัว เลขเนี้ยสำคัญตัวเลขนี้สำคัญเพราะว่าเวลา เราอยากรู้ว่าเวลาเราอยากรู้ว่ามันโตแค่ ไหนเราต้องวัดวัดที่ตรงนี้เนาะแล้วกลับไป ที่คำถามคุณเนาว่าเอ่อมันมีมันมี demand จริงมั้หรือมันเake dem หรือยังคำตอบคือ ถูกทุกข้อคือมันมี real demand แล้วมัน ก็มีเอ่อเค้าเรียกว่า high demand ปนกัน ไปคือ back to wall street นะทำไมตลาด เงินทำไมตลาดเงินถึง respons >> เร็วเอ้ย respons ต่อ phenomenal อัน เพราะว่าในอดีตอ่ะในอดีตเนี่ยเวลาที่มัน มีไเกิดขึ้นอย่างเช่นเอ่อแฮมเบอร์เกอร์ หรือว่าเอ่อ Layon Brother พวกนั้นเนี่ย มันเป็น high 100% มันก็คือปั่นปั่นนแบบ 100% เลยจริงไม่มี มันเป็นการปั่นนแบบเอ่อข้างในกลวงแต่ว่า คราวเนี้ยมันมี Solid demand เป็นก้อน นิวเคลียส เพียงแต่ว่าไอ้รอบนอกมันเป็นเพราะฉะนั้น มันเป็น hybrid >> มันเป็น mix ระหว่าง real demand กับ high demand ซึ่ง Wall Street ชอบ >> เพราะว่ามันยื้อได้นานกว่า High Demand only High Demand only เนี่ยคุณคุณจะเห็นว่ามันประมาณปีนึงหรือปีกว่าเนี่ยมัน ก็ฟองสบู่แตก >> ค่ะ >> เออเพราะว่างูมันกินอาหารตัวเองสุดท้าย แล้วมันก็แต่ไอ้เนี้ยมันมันมี Real dem ที่จะมายืดไซเคิลมายืดไซเคิลของของของระยะเวลา boom เค้าเรียก booming cycle เนาะเพราะฉะนั้นเนี่ย booming cycle มัน จะนานกว่านานกว่าปกติอย่างเช่นแทนที่จะ เป็นปีปีไม่เกิน 2 ปีเนี่ยอันนี้ก็จะกลาย เป็นประมาณ 3-5 ปีที่จะเป็น booming cycle >> ค่ะ >> แต่สุดท้ายแล้ว bubble bu มom เพียงแต่ว่าช่วงบูom time ของมันเนี่ยจะ นานกว่าจะนานกว่าช่วง H ปกติที่เราเคย experience มาในอดีตเท่านั้นเองนะฮะ >> ซึ่ง >> ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเนี่ยช่วงบูม time เนี่ยมันมันมันดันมันดันโดยเอ่อตัวAIชิ อย่างเดียวนะฮะ >> ค่ะ >> อืแต่ทีเนี้ย ช่วง 2-3 6 เดือนที่ผ่านมามันมีตัวละคร ตัวใหม่ที่คุณเนาอาจจะได้ยินชื่อไอ้ ไมครอน อ่า >> เออ >> ใช่ค่ะ >> คือในอดีตเนี่ยมาล >> เออในอดีตเนี่ย story เนี่ยมันมันถูกดัน ด้วยพระเอกหน้าเก่าก็คือ Nvidia >> ค่ะ >> เออNVIDเดiaนี่มองเป็นพระเอกหน้าเก่า >> อื TSMC >> TSMC นี่เก่า TSMC เนี่ยเป็นเป็น >> เป็นเก่ากว่าเป็นเก่ากว่า >> TNC ไม่ได้ทำ AI Ship TNC ทำ อิเลectronic ship นะฮะเอ่อเอ่อ Nedia เป็นเป็นตัวดันเอ่อ AI Booming มาตลอด เกือบ 2 ปีที่ผ่านมาแต่ตอนเนี้ยพอ >> AI Consumption เนี่ยมัน spike มากๆ เป็นกราฟเส้น 90 องศาเลยเนี่ยมัน Limitation ขึ้นสิ่งหนึ่งก็คือ memmory memory limitation คือต้องเข้าใจทำงาน ของ AI ก่อนไม่ว่ามันจะ HP มันจะไม่ hype อะไรยังไงก็ตามเนี่ยการทำงานของ AI เนี่ย มันก็เหมือนหัวสมองมนุษย์ก็คือมันประกอบ ไปด้วยส่วนที่เป็น processing unit ก็ คือส่วนที่ Nvidia ทำแต่หัวสมองมนุษย์ เนี่ยทำงานไม่ได้ถ้ามันมีส่วนที่เป็นความ ทรงจำตัวเราเองเนี่ยเราคิดอย่างเดียวไม่ ได้มันต้องคิดประกอบไปกับ memmory ก็คือ thinking and memory ไปด้วยกันทีเนี้ย ใน 2-3 ปีที่ผ่านมาตอนที่ไอ้ demand demand ของ AI AI consumption เนี่ย มันยังไม่เยอะเยอะขนาดนี้เนี่ยตัว memmory ship ตัว memory ship เนี่ยก็เป็นการ ใช้เทคโนโลยีธรรมดาๆดาที่ตอบสนองตอบสนอง มานได้ประมาณนึงแต่พอดีมานดนมันสูงขึ้น เนี่ยมันจำเป็นต้องมีเทคนิคใหม่ในการปรับ ปรุงเอ่อขีดความสามารถทางด้าน mmory ซึ่ง เอ่อตัวละครที่เชี่ยวชาญด้านเทคนิคใหม่ ที่สามารถที่จะปรับปรุงขีดความสามารถด้าน memmory ใหม่ที่เเรียกว่า High Bandwid memmory HBM เนี่ยก็มีอยู่ 3 คนเนมี อยู่ 3 คนก็คือมี Samsung อิเลectronicมี เอ่อ SK แล้วก็มีเอ่อไมครอน 2 ใน 3 ที่ จริงเป็นเกาหลีใต้นะ >> อ >> SK กับ Samsung เป็นเกาหลีใต้นะที่ที่ เค้าเอ่อทำ Memory Ship based onchology ใหม่ซึ่งสามารถที่จะให้ memory capacity ตอบโจทย์ตอบโจทย์เอ่อเทคนิค เทคนิคใหม่ๆของ AI การใช้ AI มากขึ้น เรื่อยๆก็คือหมายความว่าในช่วง 6 เดือน ที่ผ่านมาเนี่ยพอเมื่อก่อนมันมีตัวละคร ที่สร้างสีสันอยู่คนเดียวก็คือ NVIDIA ตอนนี้มันมีตัวที่สร้างสีสันเพิ่มขึ้นก็ คือเอ่อแก๊งMมmoryที่ผมพูดไปทีเนี้ยหมาย ความว่าหมายความว่าถ้าวันนี้เราเป็นนักลง ทุนเมื่อก่อนลงกับ Nvidia อ่าแรกๆลง Nvidia เข้าไปตอนปี 2024 พอเข้าไปสักพัก นึงราคามันก็เริ่มสูงใช่มั้เรามันไม่มี มันไม่มีนักลงทุนที่ไหนหรอกที่ที่จะเข้า ตอนสูงส่วนใหญ่มันก็จะเข้าตอน early pick up คือตอนนี้ Nvidia มันมันก็ไม่รู้จะ มันถ้ามองในสายตาของของ Wall Street Wall Street ก็จะมองว่ามันมัน saturate อ่ะจะเป็นซื้อ Nvidia ตอนนี้มันมันมีแต่ พวกรายย่อยใช่มั้ยเค้าก็มองหามองหา Engine line ใหม่เงี้ยแล้วพอมันมองมันมีมันมี พระเอกลายใหม่เกิดขึ้นก็คือไมครอนเนี่ย มันก็เลยแหกกันออกมามันก็เลยเป็นคำตอบว่า ทำไมตลาดทุนถึงก้าวเข้าสู่ไซเคิลการก้าว กระโดดอีกครั้งหนึ่งเพราะว่ามันมีพระเอก รายใหม่โผล่เข้ามาแต่เดี๋มันก็จะเข้าเดิม ก็คือพอพอ gap การ gap ของ return on investment ที่จะลงไปอ่ะพอมันเริ่มที่จะ saturate มันก็ไม่น่าเข้าะวันนี้เราไป ซื้อหุ้นที่ราคามันสูงใกล้จะถึงซีลิ่งมัน ไม่รู้จะซื้อไปทำไมไง >> อืแต่ตอนที่ไมครอนมันเข้ามามันมันเริ่มจะ เป็นพระเอกอ่ะมันยังมีมันยังมีgป earning per share ที่คนโอว้าวเข้าไปซื้อมันพอ กันเข้ามาเยอะๆอันนี้พูดถึงฝั่ง Wall Street นะแต่ถ้าฝั่งฝั่ง Industry เนี่ย >> ฝั่ง industry เนี่ย >> ค่อนข้างที่จะต้องระแวดระวังค่อนข้างที่ จะต้องระแวดระวังเพราะว่า ในส่วนของในส่วนของของการเจริญเติบโตของ ฝั่ง industry AI เนี่ยตอนเนี้ยมัน gamble กันที่การเจริญเติบโตด้านเอ่อ Hyper Scaler อย่างเดียวอ >> คือมันไม่ต้องมานั่งพัฒนาซอฟต์แวร์แข่ง กันจริงๆมันพัฒนาซอฟต์แวร์แข่งกันแต่อัน นั้นมันไม่ยาก ไอ้ส่วนที่ไอ้ไอ้ส่วนที่ยากก็คือจะต้องมี ตัว Data Center มารองรับต้องมีตัวเตมา รองรับซึ่งวันเนี้ย ถ้าอยากจะรู้ว่ามันมีความเสี่ยงมากน้อย แค่ไหนเนี่ยให้ไปดูเรท การเจริญเติบโตของโครงการ Data Center >> ค่ะ >> ว่าหมุดไว้ที่เท่าไหร่แล้วก็ cancel passive อยู่เท่าไหร่ cancel ไปเท่าไหร่ Active จริงๆเท่าไหร่ซึ่งซึ Data Center เป็นตลาดเป็นตลาดใหญ่ของ บรรดา Ship Maker ทั้งหลายทั้งปวงยิ่ง Data Center cancel มากไอ้ตลาดที่ IP Maker ตั้งใจว่าจะขายให้ก็ไม่รู้จะขาย ใครนึกออกมั้แต่วันเนี้ยภาพมันเป็นอย่าง เงี้ยสมมุติว่ามันมีการ announce ว่าอุ๊ย เราจะทำ Data Center ทุกคนมัน announce แต่ announce เสร็จแล้วไม่ได้หมายความว่า จะทำทันทีเออเพราะฉะนั้นเนี่ยมันมีสิ่ง ที่เรียกว่าเอ่อ passive announcement ก็คือ announce แต่ยังไม่ได้ทำอะไรอ่ะ เยอะนะประมาณครึ่งอ่ะ 50% >> อือ >> 50% อย่างง่ายๆคือถ้าเรา announce ไป 100 >> จริงๆทำจริงอ่ะทำจริงอาจจะแค่ 1516 >> ทำจริงอาจจะแค่ 15 16 เออที่เหลือเนี่ย เป็น announce ที่ยังไม่รู้ว่า จะถูก cancel หรือเปล่าแล้วก็จะ หรือไม่ถ้าไม่ถูก cancel ทำแล้วจะกิ up ครึ่งทางหรือเปล่าเพราะการทำ Data Center มันก็ไม่ใช่ว่าเอ่อเหมือนเดินไปซื้อของ ที่ร้านเว่น-มันมีโอกาสสูงที่ทำแล้วจะ operate ไม่ได้เพราะว่าปัญหาเรื่อง electricity Consumtion อะไรพวกนี้ใช่ มั้ยหรือว่า ฮาร์ดแวร์ไม่พอ >> อื >> ตรงนี้เนี่ยมันกลายเป็นงูกินหางงูครับที่ เอ่อถ้า การเจริญเติบโตของ Data Center ไม่เป็น ที่ announce ซึ่งผมเชื่อว่ามันไม่เป็น เพราะว่ามันไปไม่ได้ที่จะเป็นไปตามที่ announce 100% >> อื >> เออต้องมีการ cancel ไปบ้างเอ่อโกนซไป แทรคมาโกนซ มาตอนเนี้ยมันมัน cancel ไป 50% เลยนะไอ้ ที่นั่นหมายความว่าถ้าวันนี้คุณเอา ผลิตสินค้าอะไรขึ้นมาสักอย่างนึงแล้วขาย เข้าไปในตลาดที่ คาดว่าจะเปิดตัวแต่บังเอิญมันดัน cancel ไม่เปิดตัวทีนี้สินค้าที่คุณเอาผลิตขึ้น มาก็คือชิเนี่ยก็จะถูกไล่มาเป็นงูกินหาง เรื่อยๆอ >> เออแล้วมันก็จะล้มไปเป็นงูกินอันนี้เป็น ปรากฏการณ์ว่าทำไมอาจารย์เส้นหวงถึงต้อง ไปลงทุนใน Open AI >> เอ่อเ้าลงทุเอาเงินให้ Open AI ไปช่วย เปิด Data Center แล้วก็เอามาซื้อ >> ตอนนี้มัน >> มันมันกลายเป็นอย่างี้แล้วไงตอนนี้มัน กลายเป็นอย่างนี้แล้วไงคือคือช่วยช่วยกัน ปั้นนช่วยกันปั้นมานคือคือ >> พอมันกลายเป็นอย่างเงี้ยมันเริ่มส่ง สัญญาณส่งสัญญาณให้เห็นนิดๆละว่าอ๋อไอ้ ที่เอ็งไปมันก็คือเอาเอาคืนให้ลูกค้า เพราะ Open AI เป็นเป็นลูกค้าของ Nvidia ก็คือเอาdiscาคืนให้ลูกค้า 100 Brilli แล้วก็ว่าช่วยเอาตรงเนี้ยไปทำ center เพิ่มทำ Data Center เพิ่มนะอืมแล้วแล้ว ก็เอามาซื้อเราต่อนะตอนนี้พอมันกลายเป็น เทคนิคเนี้ยเราเริ่ม suspect การ collapse ของ Data Center Boom ใช้ คำนี้ดีกว่าสัญญาณการ colapse ของ Data Center Boom เริ่ม detect ขึ้นมาแต่ยังอยู่ในสปที่เรียกว่า early detection ยังไม่ได้ยังไม่ได้ถึง ขนาดที่จะบอกว่าจะต้อง concern >> ค่ะ >> อื >> คุณครนี้แสดงว่าบิ๊กทั้งหลายเนี่ยอย่าง ที่คุณบุฟังเนี่ย Microsoft MAON Google ที่เขาเผาเงินแบบมหาศาลเนี่ยคือ ลงทุนมาอกี่ 600,000 ล้านเหรียญใช่มั้คะ ลงทุนแล้วเนี่ยมันใหญ่บ้าง >> คือคือคุณหมอมองกันว่าเกำลังเผาเงินหรือ เปล่าพอกลับมาดูตอนเนี้ยฟังจากคุณวิบมูล พูดเหมือนประมาณว่ามันเริ่มจะไม่คุ้มค่า ใช้จ่ายที่เค้าลงทุนแล้วคืออันเนี้คือ สิ่งที่คนกลัวที่สุดว่าโอไอ้คาเปกนี่ตรง นี้ถ้ามันสะดุดนี่ปุ๊บเนี่ยมันจะไปทั้ง ยวงเลยมั้คะคือมันมันจะแรงแบบทั้งยวงเลย มั้คะเพราะว่าอันนี้บอกแคนเซอร์ 50% >> ถ้ามันสะดุดถ้ามันสะดุดเนี่ยคนที่สบายที่ สุดคือ TSMC >> อืทำไมคะ >> เพราะว่าเพราะว่าไอ้คนที่ทำ Conventional Ship อ่ะยังไงก็รอด >> อื >> รอดเออถ้ามันสะดุดแต่ไอ้แก๊งAIชipนั่น แหละที่จะไปทั้งยวงเอ่อไม่ว่าจะเป็นเอ่อ NVIDIA MIRON หรือว่า Broadc >> อื >> พวกเจะสะดุดล้ม >> อื >> จริงๆแล้วมันถามว่าถ้ามันสะดุดเนี่ยมันจะ สะดุดมั้ยมีโอกาสเพราะว่ามีโอกาสสูงด้วย มีโอกาสสูงด้วยเพราะว่าตั้งต้นจากการที่ บรรดา Bigtech ทั้งหลายทั้งปวงเนี่ย เราตั้งคำถามว่าบรรดา Bigtech อย่างเช่น Google Microsoft กำลัง Over Invest หรือเปล่า >> อื >> อันนี้เป็นนะซึ่งคำตอบก็คือใช่ >> อื >> Over Invest ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า invest เกินเงินที่ตัวเองมีอยู่แต่มัน เป็นการ investual need >> โอ้โหโอเคมากกว่าของตลาดเยอะเกินการตลาด เยอะ >> ใช่เงินน่ะมีเยอะแต่มันเป็นinvestน อื >> อืเหมือนกับเราไปเปิดเราไปเปิดห้าง สรรพสินค้าที่ใหญ่โตเกินกว่าที่จำนวน ประชากรจะมาเดินเพราะฉะนั้นเนี่ยมันพอมัน invest เกิน actual need เนี่ยโอกาสที่ มันจะ catch up return on investment เนี่ยไม่สูงไม่สูงตอนนี้ผม ไม่ใช่ผมคนเดียวหลายๆคนด้วยเอ่อนัก วิเคราะห์ทั้งในทั้งปวงด้วยก็ค่อนข้างแน่ ใจว่าโอกาสที่มันจะได้ return on investment จากการ over invest เนี่ย ไม่เกินครึ่งไม่เกินครึ่งเราก็มองเห็นภาพ ว่าโอเคสัญญาณที่ 1 เกิดขึ้นแล้วว่าไอ้ ที่ bigtech มัน Invest ลงไปใน data center เนี่ยโอกาสที่คุณจะได้ return on investment กลับมาเนี่ยคงไม่ได้ละ >> อื >> อื >> อืค่ะ >> มันก็จะส่ง consequence กลับมาละเพราะว่า Big พวกนั้นเวลาเพูดเราพูดว่า Invest นี่เ invest อะไรเ invest ใน Data Center เนาะ >> อื >> ค่ะ >> ทีเนี้ยพอมัน Invest ไปเยอะๆแล้วมันไม่ ได้มี turn on investment กลับมาสิ่ง ที่ตามมาก็คือบอร์ดของบริษัทก็จะสั่งหยุด การ Investment >> เออใช่มั้บริษัทมันไม่เจ๊งหรอกไอ้พวกบิทค พวกนั้นน่ะมันไม่เจ๊งหรอกแต่บอร์ดของ บริษัทจะสั่งหยุดการ Investment พอบอร์ด ของบริษัทหยุดสั่งหยุดการ Investment เอ่อเอ่อปริมาณการเกิดของ Data Center ก็จะลดลง >> หรือจะถูก CEL ไปอันนี้ก็เป็นต่ำมาก >> พอปริมาณการ cancel โปรเจคของ Data Center ที่ตั้งธงว่าจะทำจะทำแล้วแล้วไม่ ทำเกิดขึ้นไอ้ไอ Shi ที่ผลิตรองเอาไว้ ซึ่งจริงๆ Nvidia มี ship อยู่ใน Inventory พอสมควรเธอบอกว่าถ้าขายดีจริง ไม่ควรจะมีของอยู่ในสต๊อกเยอะขนาดนี้ เหมือนกันนะอื >> คือไอ้ชิที่ผลิตรอเอาไว้อ่ะเพื่อเกรงกำไร อ่ะก็แป๊กตามไปด้วยอันนี้เราพูดในของ Track Track ที่ค่อนข้างที่จะ realistic นะว่าจะเกิดขึ้น >> อือื >> แล้วพอไอ้ชิที่ผลิตรอเอาไว้แล้ว ที่ผลิตรอเอาไว้ตามนของ Data Center ที่ คาดว่าจะเกิดขึ้นแล้วมันไม่เกิดขึ้นสิ่ง ที่ตามมาก็คือมูลค่าบริษัทลดลงพวกนี้แต่ เราต้องกิ๊ฟต้องเข้าใจว่ายังไงมันก็ไม่ เจ๊งหรอกนะเพียงแต่ว่าไอ้ไอ้ Market Cap ของบริษัทอ่ะมันจะลดลงอย่าง Nvidia นี้ ที่บอกว่าเป็นบริษัทที่แพงที่สุดในโลกก็ คงจะลดลงจากหลักทริเลี่ยนลงมาเท่าไหร่ก็ ช่างหัวมันแต่พอ Market Cap พอ Market Cap ลดลง >> ตอนนี้ 5 ล้านล้านเหรียญถ้าหล่นมาสัก ประมาณแค่ล้านเหรียญนี่ก็สะเทือนแล้วนะ ิบูน >> สะเทือนสิเพราะว่าสิ่งที่ตามมาก็คือ Wall Street ก็จะแพนิคอ >> เออใช่มั้เพราะ Market Cap ลดลงไอ้เราไป ซื้อหุ้นในบริษัทที่มี Market Cap 5 ล้านล้านน่ะเราอยู่ดีๆมันลงมาเหลือ 4 ล้านล้านไอ้ไอ้เงินที่เราไปซื้อหุ้นตรง นั้นมันก็ลงมาตามสัดส่วนด้วยใช่มั้ยมันก็ จะรีบเทขายเออทีเนี้ยมันก็เลยกลายเป็นภาพ อีกชิ่งนึงที่มองว่าผลกระทบผลกระทบจริงๆ ผลกระทบจริงๆในในตลาดตลาดเงินจะเกิดขึ้น >> ครับ >> จากจากการ ที่ไฮมันลดลงทีนี้ผลกระทบในภาคภาค อุตสาหกรรมจริงๆภาคอุตสาหกรรมจริงจริง เนี่ย กลับน้อยกว่าตลาดทุน >> เพราะว่าอุตสาหกรรมจริงๆเนี่ย [เสียงสูดหายใจ] มันก็มีคนที่อยู่ในsuppัly chain ที่ไป gambble กับการ >> คาดว่าจะเกิดของ Data Center อยู่เพียง แต่ว่าพอคนที่ GL หนักที่สุดก็คือ Nvidia ไง >> อ >> อืแต่คนอื่นๆเนี่ยเขาก็ไปไป Gamble กับ การเกิดของ Data Center ประมาณหนึ่งพอ มันลดลงเต็มที่ก็บอกว่าอืแจมตลาดหายไป เพราะว่าเมื่อก่อนการเกิดของ Data Center เนี่ยก่อนการเกิดของ Data Center เนี่ย ตลาดตลาดหลักๆเนี่ยคืออย่า Automotive นะ >> อื >> คือตลาดหลักๆคือคือ Automotive ที่ที่ แล้วก็พวก Consumer อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ อย่างเช่น Apple พวก Mobile Phone อะไร พวกพวกนั้นเป็นตลาดหลักพอมันเกิดเกิด Data Center ขึ้นมาหูมันมีตลาดใหม่อ่ะนึกออก ป่ะมันก็ดีใจพอดีๆตลาดใหม่ชริงลงเออมันก็ รู้สึกว่าอ้อแมน่าเสียดายถ้าพูดกันแบบนัก รู้แต่อย่างไรก็ตามเนี่ยไอ้ตลาดเดิมอ่ะ ตลาดเดิมเราพวกเราจะลืมไปว่ามันยังมีตลาด เดิมอยู่ก็คือเอ่ออิเล็กทรอนิกส์ใน อโมทิtiแล้วก็ Consumer อิเล็กทรอนิกส์ ที่ที่มันยังมันยังอยู่มันยังอยู่เพราะ ฉะนั้นเนี่ยโอกาสที่จะกระทบกับเอ่อ Conventional Ship อย่าง TSMC >> อือ๋อก็ >> เอแต่คนที่จะเดือดร้อนอีกคนนึงคือDelta้า ต้าของเราเนี่ยนะฮะ >> เออเพราะว่าDelta้าเนี่ยตอนเนี้ยเค้าได้ การเจริญเติบโตจาก Cooling Unit ที่ขาย ให้ Data Center เยอะมาก >> เเก็อยู่คนนึงที่ Gamble กับเอ่อคาดการ คาดว่าจะเกิดของ Data Center >> อืมอื >> อื >> คือคือเพราะว่ายิ่งมี Data Center มาก Cooling Unit ก็ขายดี >> ค่ะ >> ทีเนี้ยพอพอ ตัว Data Center Trink ไอ้ Cooling Unit ที่มัน Power up ที่มัน Stock เอาไว้อ่ะ ก็ไม่รู้จะไปขายอะไรเหมือนกันอันนี้เรา พูดในภาษาง่ายๆจะได้เข้าใจกันว่า >> เอ่อผมคาดว่าinัชellก็คือใครที่ Gamble ใครที่ gamble กับตลาด Data Center เยอะ ก็จะ suffer มากกว่าคนที่เป็น indirect ซึ่งผมมองว่าคนที่เป็น direct ก็มีอยู่ ไม่กี่คนก็จะมี Nvidia มีไอ้พวกแก๊งทำ เอ่อ Cooling Unit อย่าง Delta แล้วก็ อีก 2-3 รายนะฮะแล้วก็เอ่อคนที่ทำเอ่อ Memmory Ship อย่าง Micron Samsung อิเลectronicเค้าค่อนข้าง diversify เพราะฉะนั้นเนี่ยเค้าค่อนข้างต้องบูมต่อ ต่อให้ตอนนี้เขาบูมจาก Memmory Shi Memmory Ship มันมันลงก็คงไม่ได้แย่ เท่าไหร่ไม่เหมือนไมครอนที่มันค่อนข้าง โฟกัสกับเรื่องนี้เลย >> อื >> ค่ะแล้วอย่าง SK ไนิคะอันนี้โอโหตั้งแต่ ต้นปีมานี่ 250% ราคาหุ้นขึ้นมา >> เหมือนกันมาก SK SK HIC กับMicครonอยู่ ในกรอบเดียวกัน >> ก็คือไม่ diversify >> ไม่เหมือน Samsung Electronic เพราะ ฉะนั้นถ้า Data Center มันตรงเอ้ 2 คน นี้จะจะตาม >> อืโอ้โหก็รูดตามไอ้นี่เลยนะคะแต่ว่าคน อื่นเ Diversify ไปอาจจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า หรือเปล่าฮะหรือว่ารถยนต์ >> อโมทิtiดีกว่าเรียกอutโมทิtiveดีกว่า เพราะรถยนต์เฉยๆก็ใช้อิเล็กทรอนิกส์แล้ว ทุกวันนี้ >> อ >> อืรถไอก็ใช้อิเล็กทรอนิกส์แล้ว >> เอ่อทีเนี้ยเอ่อคนที่อยู่ในตลาดหลักก็คือ Consumer อเลectronicกับเอ่อ Automotive เนี่ยก็ยังมีมีฐานมีฐานที่อยู่เรามองใน ภาพแมคโครเนาะ >> เออแล้วจริงๆต่อให้ Data Center มันหดลง อ่ะมันก็ไม่ได้หายไปนะมันแค่ shrink trink ก็คือเหมือนกับถ้ามอง Data Center ตอนนี้เป็นตลาดที่คนอ้วนมากๆ >> อื >> OB เกณฑอ้วนนะอ้วนแบบ OB เลยไม่ใช่แค่แฟช เอ่อเวลามันลงเนี่ยมันมันก็แค่กลับมาinชฟ อีกครั้งนึงเออเท่านั้นเองมันมันไอ้ไอ้ไข มันส่วนเกินไอ้ไๆเect Data Center ที่ announcer จะทำเยอะแยะอีungตุงประบมันก็ จะถูกเอ่อ Trim down ออกไปครึ่งนึงแต่ ครึ่งนึงนี่ซฟอร์นะครึ่งนึงนี่โหดเออมัน เป็นการปูดาวไขมันส่วนเกินที่อื >> ปุกปักมันไม่ใช่ค่อยๆลดเหมือนกับคนไปออก กำลังกายลดน้ำหนักอ่ะมันอยู่ดีๆมันไโปซ ดูดออกไปเลยเพราะฉะนั้นผลกระทบก็มีอยู่ แน่นอนมีอยู่แน่นอนแต่ว่ามันจะเป็นการ เอ่อการ shrink การ shrink ที่นำไปสู่ cycle ใหม่ในอนาคตก็คือประมาณช่วงหลังปี 2030 หรือ 2035 เนี่ยมันจะเป็น cycle ที่ steady cycle ที่ steady >> อื >> อ่าค่ะกุ้ยขาคือจริงมั้คะที่บอกว่าตอนนี้ เอ่อเนี่ยที่พูดถึงอ่ะไอ้หน่วยความจำขั้น สูงอ่ะที่บอกว่าเริ่มมาทำมากขึ้นแก๊ง ไมคอนหรือว่า SK ไฮนิคอะไรพวกเนี้ยค่ะ แล้วก็รวมไปถึงเทคโนโลยีที่มันเป็นการ ประกอบการเชื่อมต่อหรือแม้กระทั่ง AI GPU เค้าบอกตอนนี้มันขาดตลาดหนักมากอันนี้เรา พูดถึงในอุตสาหกรรมนะคะเราพูดถึงใน อุตสาหกรรมมันขาดตลาดหนักมากมันก็เลยนำมา ส่งไปถึงวall Street ก็คือคนที่ลงทุนใน หุ้นก็เลยบอกโอ้โหมานมันเยอะขนาดนี้ส่ง มอบกันไปล่วงหน้าแล้วแสดงว่านี่ ซเปอร์ไซเคิลชัดๆเลยมันมันสอดรับกันมาก น้อยแค่ไหนคะคือจริงๆแล้วเนี่ยมันยังเป็น เรื่องของการเอ่อโตอย่างได้อย่างต่อ เนื่องมั้ฮะหรือว่าอันนี้อย่างที่คุณ วิบูลวิเคราะห์เราฟังอ่ะบอกว่าเอ้ยมันลง ทุนไปล่วงหน้าใช้จริงเนี่ยมันไม่ถึงมัน ไม่น่าจะถึงเหมือนที่แบบว่า over investment จนเกินไปแล้วอ่ะ >> เราต้องมาวิเคราะห์คำว่าขาดตลาด >> ค่ะ >> คำว่าขาดตลาดนี่แหละเป็นเป็นเป็นคำที่ เป็นต้นเหตุของความเข้าเป็นต้นเหตุของ ความ disaster หายนะครับคือคนที่อยู่วง นอกอ่ะเค้าตีความว่าขาดตลาดว่าของอะไรที่ ขาดตลาดแปลว่า High demand >> อื >> ใช่มั้อันนี้ทุกคนคิดอย่างงี้เราไปซื้อไอ เราไปซื้อเอ่อหน้ากาก >> หน้ากากอนามัยช่วงโควิด คนต้องการหน้ากากอนามัยเยอะมากหน้ากาก อนามัยมีไม่พอขายเราก็เรียกว่าขาดตลาด โอเค ผมใช้ตัวอย่างหน้ากากอนามัยเพราะว่ามัน เป็นตัวอย่างที่จะทำให้เห็นความแตก มันมีมันมียามของคำว่าขาดตลาดอีกแบบหนึ่ง ก็คือ demand น่ะไม่ได้ high อะไรหรอก ค่อนข้างจะ reasonable high >> แต่ฝายมันผลิตยาก >> ค่ะ >> มันนั่นหมายความว่าอย่างสมมุติว่าเทียบ กับเอ่อ analogy ของหน้ากากอนามัยแล้วกัน หน้ากากอนามัยผลิตง่ายมากแต่ผลิตแล้วไม่ พอใช้เพราะว่าฝั่งนดโอ้โหคนนึงซื้อเป็น แสนๆชิ้นอะไรก็ว่าไปนะเอออ่า ตลาดในวงการนี้ dem นจริงๆอย่างที่ผมบอก อ่ะ AI Consumption ตอนเนี้ยอยู่ที่ 12 GWวัตต์ >> อื[เสียงกระแอม] อื >> ถ้ามองแบบตรงไปตรงมาก็คือว่าอ่ะทำไมเรา ไม่ทำไมเราไม่ทำ supัly size ให้มัน match กับฝั่ง consumption 12 GW โอเค เอ่อคำตอบที่ที่ 1 เหตุผลที่ 1 ก็คือ เพราะว่าชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องอ่ะมันผลิต ยาก >> ค่ะ >> มันผลิตยากเพราะฉะนั้นเนี่ยมันก็ต้องทำ ให้เกินไว้ก่อนอ่าโอเค พอชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเช่นตัว shift หรือตัว Data Center มันทำยากทุก คนก็ต้องทำเผื่อทำเผื่อแต่มันทำเผื่อนิด หน่อยมันทำเผื่อเยอะ >> เพราะอะไรเพราะว่าเค้าคาดการณ์ว่าโอ้โห อย่างที่ผมบอกเมื่อกี้เนี้ยตัว AI Consumtion ในก่อนยุค Generative AI เนี่ยมัน SPIK ขึ้นมาจาก 50 MWวัตต์เป็น 12 GWวัตต์เค้าก็คาดตรงนี้เป็นคำว่าคาด การณ์ละถ้าเราคาดการณ์ว่าโอ้โหมันจะขึ้น เป็น 40 GWวัตต์ในปี 2030 Somebody ไป forec เอาไว้พอมันขึ้นเป็น 3 40 หรือไปเกือบๆ 40 GWวัตต์ในปี 2030 คราวนี้ทุกคนก็แห่กันไปลงทุนเตรียมตัวรอ ไอ้ไอนที่ consumption ที่คาดว่าจะเกิด ขึ้นทีนี้คำถามก็คือเอ่อ ความเสี่ยงของการที่มันจะไม่เกิดขึ้นมี สูงมยมีเกิน 50% มีเกิน 50% เพราะว่าปี หน้าเนี่ย AI consumption จาก 12 GWวัตต์เนี่ยมันไม่ได้ขึ้นเยอะเป็นสปike เป็น 24 25 นะมันขึ้นเป็น 15 ขึ้นนิด เดียวจาก 12 เป็น 15 >> อื >> เท่านั้นเอง >> อื >> เพราะอะไรเพราะอะไรมันถึงขึ้นนิดเดียว เพราะว่า เทคโนโลยีที่จะเข้ามา Spike AI Consumption ยังไม่มี >> อื >> ง่ายๆเลยไอ้ Spike 1 Spike เฟส 1 ที่ ขึ้นจาก 50 MWวัตต์เป็น 12 GWวัตต์เนี่ย มันขยับจาก Normal AI เป็น generative AI มันเป็น Shift ของเทคโนโลยีที่มหาศาล จัเลย การจะเกิดการจะเกิด ship consumption แบบ spike แบบนั้นได้อีกก็แปลว่ามันจะ ต้องมี new concept of AI เข้ามากระตุ้นให้มัน spike up อีกครั้งหนึ่งคำตอบคือมันยัง ไม่มีพอมันยังไม่มีเนี่ยโอกาสที่มันจะ spike up จาก 12 เป็น 40 ภายไม่กี่ปี มันก็ไม่มีตามไปด้วยไง >> อย่างนี่เกี่ยวกันมั้คะถ้าสมมุติว่าตอน นี้ที่เขากำลังทำอย่าง Google นี่ก็ดู จริงจังมากเลยคอนตั้มเป็นฝั่งซัพพlyเป็น เป็นไม่ใช่ไม่ใช่ไม่ใช่ AI quantum ไม่ ใช่ AI เทคโนโลยี Quantum เป็นเทคโนโลยี ที่ใช้ในการทำ Shift >> ค่ะ >> เออคือมันทำให้ Computing Process เร็ว ขึ้น >> อื >> แต่แต่คือคือมันไม่ใช่ตัวเทคโนโลยีด้าน AI >> อื >> คือณวันเนี้ยณวันเนี้ยเทคโนลยีด้าน AI ของเราปัจจุบันเนี่ยก็อยู่ที่ Generative AI กับเอ่อ Agentic AI คุณเอาคงได้ยินคำนี้ ซึ่ง Agentic AI มันมันมันไม่ใช่เป็นการ ก้าวกระโดดจาก Generative AI นะมันมัน เป็นแค่ Modify verชionขยับนิดเดียวหรือ ถ้าเป็นรถยนต์ก็เรียกว่า minor change >> อ๋อค่ะ >> อืมันมันไม่ใช่ก้าวกระโดดเหมือนอย่างช่วง ปี 2023 ที่จาก Machine Learning มาเป็น Generative AI >> อื >> ซึ่งจริงๆอยากจะอธิบายว่ามันต่างกันยังไง แต่ก็ >> กลัวว่าเดี๋ยวคนฟังก็จะเป็นบ้านไปซะก่อน เพราะว่ามันจะกลายเป็นเข้าคลาส AI ไปแต่ สรุปว่าจากปี 2023 มาช่วง 20245 เนี่ยมัน เป็นการก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI

ก็คือ จาก Machine Learning มาเป็น Generative AI พอมันก้าวกระโดดขนาดนั้นเนี่ย >> ค่ะ >> มันก็เลยเกิด spike ของของเอ่อ อิเล็กทรอนิกส์ขึ้นฝั่งเิคอuตor แล้วก็เกิด spike ของ consumption ก็คือ จาก 50 เมวัตต์เป็น 12 GWวัตต์โอเคอ >> คำถามคือแล้วเราจะมีการก้าวกระโดดแบบนั้น ภายใน 3-4 ปีข้างหน้าเหรอมันมีคนเชื่อว่า มีแล้วมีคนคิดว่านาผมมองว่าผมมองว่าไม่ น่าจะมีไม่น่าจะมีที่เา้าคิดกันว่าที่มัน จะเกิดขึ้นใน 3-4 ปีแห่งหน้ามันคืออะไรคะ >> คือ เค้า เค้าแค่มองว่าปริมาณการใช้ Generative AI จะมากขึ้นเหตุผลของการ High forcast คือ เขาแค่มองว่าปริมาณของมนุษย์ที่ต้องการ ใช้ Generative AI จะมากขึ้น >> แต่ว่าดีมาก >> มันมันมากมันมากขึ้นแต่มันไม่ได้มากขึ้น แบบแบบ super double แล้วไงอย่างที่ผม บอกปีหน้าก็ค่าการว่าจาก 12 Gตก็เต็มที่ ก็เป็น 15 GWวัตต์ >> อื >> เพราะว่าโดนประชากรมนุษย์มันไม่ บูมขนาดนั้นนี่เนาะเออสุดท้ายแล้วจำนวน การจำนวนประชากรมนุษย์เนี่ยมันเติบโตแบบ incremental มันไม่ได้เติบโตแบบexponนal เพราะฉะนั้นเนี่ย >> การคาดการณ์ว่าโอ้ปริมาณการใช้ generative AI จะเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นใช่เพิ่มขึ้นแต่ มันจะเพิ่มขึ้นแบบ increment มันจะไม่ เพิ่มขึ้นแบบ exponential เหมือนอย่างปี 2023 >> อื >> ทีนี้เรากำลัง[เสียงสูดหายใจ] >> ค่ะ >> เรากำลังเอาสมิษฐานของการเพิ่มขึ้นแบบ incremental แล้วเอาไป forecast แบบ exponential มันก็ s ติ๊งต๊องเหมือนกันเออคือมันควรจะ forecast แบบ incremental ก็คืออ่ะเต็ม ที่ 20 GW >> ค่ะ >> เอ่อเต็มที่นะ Advance 20 GW สำหรับ AI Consumtion ในอีก 3-4 ปีข้างหน้าถ้าไม่ มี Newtech เข้ามากระตุ้น มันก็จะประมาณเท่าเนี้ย 18-20 GW ในอีก 3-4 ปีข้างหน้าปีนี้ปี 2026 ใช่ป่ะก็ หมายความว่าปี 2030 เนี่ยมันเต็มที่มันก็ จะประมาณไม่ไม่ 20 กวัตต์วันนี้ 12 อัน นั้นคือแbasนะผมว่าจริงๆ 18 ด้วยซ้ำไป 18 GW ครับ >> เออมันจะไม่มีทางไปเป็นโอยย 40 GWวัตต์ บ้าบอคอแตกอะไรนั้นหรอก >> อืถึงแม้ว่าตอนนี้จะพยายามแข่งขันกันออก AI ตัวที่ฉลาดขึ้นเรื่อยๆเรื่อยๆใน เรื่องของการใช้มันไม่ได้มากขึ้นเหรอฮะ ตัวที่มันเป็นโครงสร้างทางด้านของ อุตสาหกรรม >> ใช้มากขึ้นใช้มากขึ้นแต่แต่ผมใช้แล้ว เนี่ยมันไม่ได้เติบโตแบบ incremental คือ ผมยกตัวอย่างการเติบโตแบบ exponential กับการเติบโตแบบ incremental มันต่างกันนะเอ่อการเติบโตแบบ exponential ภาพที่เราคุ้นเคยที่สุดก็คือการสวิตchจาก sybian phone เป็น smartphone คน >> ค่ะ >> อันนั้นเนี่ยมันคือการเติบโตแบบ exponential การกระตุ้นนแบบ exponential ที่ทำให้กราฟเนี่ยกราฟของนเนี่ยโตขึ้น 5 เท่า 10 เท่า 30 เท่าเออเพราะมันสวิตชเลย หลังจากการเติบหลังจากการสวิตชจาก Phone มาเป็นสมาร์ทโฟนเนี่ยจะเห็นว่าการเติบโต ของตลาดสมาร์ทโฟนก็เป็นการเติบโตแบบ increment ละทีละ 10% ทีละ 7% มันจะไม่ ใช่ 500% อันนี้คือตัวอย่างเนาะการ switch จาก machine learning มาเป็น generative AI ก็เหมือนกันการสวิตchจากเอ่อ Machine Learning เปรียบเทียบแล้วก็เป็นโทรศัพท์ มือถือรุ่นเก่า >> ค่ะ >> มา Switch เป็น Generative AI เปรียบ เทียบแล้วก็เหมือนกับเป็นสมาร์ทโฟนเพราะ ฉะนั้นในช่วงสวิตchอ่ะช่วงปี 2023 ขยับมา 202425 เนี่ยการจุดโตมันจะเป็น 1000% เลยแต่พอมันถึงแตะจุดนั้นเนี่ยมันก็จะ เปลี่ยนร่างเป็นการเจริญเติบโตแบบ increment >> อื >> อื >> มันมันจะไม่ทีละ 500% 600% เหมือนอย่าง ตอนสวิตชตอนเปลี่ยนผ่านนอกจากว่าจะมีการ เปลี่ยนผ่าเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งซึ่งมัน ไม่มีไงเราเราจะต้องอยู่กับเอ่อเอ่อ Generative AI ไปอีกสักพักถึงแม้เราจะ มีบอกว่าออจริงๆมันเข้า Agentic AI แล้ว ผม Agentic AI มันก็ Agentic AI ไปมัน ก็คือ generative AI ในเวอร์ชั่นที่ improve นั่นแหละแต่มันไม่ใช่การสวิตชไป สู่อีกโซนหนึ่งเหมือนอย่างตัวอย่างที่ผม พูดไปแล้ว >> อื >> คืออันนั้นมันแบบอื้อหือมันเปลี่ยนแบบมัน เปลี่ยนจริงๆเลยอ่ะมันเปลี่ยนในแง่คุณ >> คุณเอาดูง่ายๆเวลาที่มันเปลี่ยนจริงๆ >> เวลาที่มันเปลี่ยนจริงๆอ่ะนดมันจะสูงขึ้น แบบเกือบ 1000% เลย >> อื >> เออนั่นคือการเปลี่ยนจริงแต่ถ้ามันเป็น แค่ improvement ถ้ามันเป็นการ improvement เนี่ยมันก็ demand นมันก็ ประมาณเนี้ย 10% 7% ที่จะ increment ต่อ ไปในปีหน้าเท่านั้นเองจริงๆถ้ามองย้อน กลับไปอ่ะทุกๆการเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยีจะ เป็นแพทเทิร์นแบบนี้หมด >> ค่ะ >> ก็คือพอมีการสวิตช new tech นจเป็น 1000% เลยแล้วหลังจากนั้นถ้าไม่มีก็เราก็อยู่ กับ text อันนี้ไปแล้ว dem หรือการเจริญ เติบโตของตลาดก็จะโตแบบปกติ 5% 10% 7% ก็จะโตไปตามปกติ Generative AI ผ่านช่วง sวิตingไปแล้วก็คือปี 2425 เรากำลังเข้า สู่การเจริญเติบโตแบบปกติก็คืออ่ะ forecast ไปปีหน้าก็เพิ่มอีก 7% ปีหน้า ก็เพิ่มอีกแต่ว่า HP เนี่ย HP เนี้ยมันมันถูกมันถูกกลบมัน ถูกกลบไม่อยากพูดถึงเพราะว่าทุกคนอยากให้ มันอยู่ที่โหมด super Crazy ต่อไปเรื่อย ๆไง >> อือ >> อันนี้แหละเป็นต้นเหตุของ Bubble Bu คือ ถ้าเราพูดความจริงกันเนี้ย >> บเบิมันจะไม่นะแต่แต่พอ >> แต่เป็นเราเราก็ไม่พูดนะถ้าเรากำลัง make profit >> make money อยู่ >> เราก็ต้องยืดยืดไให้มันนานที่สุดอ่ะ >> ค่ะ >> จนถึงขนาดที่อย่างที่ผมบอกอ่ะจนถึงขนาด ที่ต้องเอาเงินไปลงกับลูกค้าเพื่อให้ลูก ค้าไปสร้างโปรเจค้า >> คือเราต้องยืดให้มันนานที่สุดเพราะว่าเรา make จาก hype ไง >> อื >> ค่ะ >> เอ็งสามารถแล้วทำไมเอ็งไม่สามารถ make profit จากเอ่อ incremental road ได้ มันมันไม่แพงไงเราอยู่ในโลกทุนนิยม >> เออก็เท่านั้นเองจริงๆพอเราเข้าใจอ่ะพอ เราเข้าใจเข้าใจ structure อ่ะ >> เราเราก็จะเห็นภาพว่าโอกาสที่ >> AI Consumtion จะโตแบบก้าวกระโดดอีก ครั้งนึงเหมือนอย่างที่ก้าวกระโดดจาก 50 เมวัตต์มาเป็น 12 GWวัตต์ >> อื >> ภายในอีก 5 ปีข้างหน้ามีหรือไม่คือคำถาม เยเป็นคำถามที่ถ้าถ้าตอบคำถามนี้ได้ทุก อย่างจะคลี่คลายหมดเลยไอ้ไอ้puซleความ งุนงงต่างๆนานาของของไอ้ไอ bubble อันเนี้ยจะถูกคลี่คลาย >> เราจะมีการเติบโตของ AI consumption แบบ ก้าวกระโดด >> อือ >> ภายอีก 3-5 ปีข้างหน้าหรือไม่ >> อื >> คุณไม่มี >> ค่ะ >> คำตอบคุณไม่มีมันไม่มีการเจริญเติบโตแบบ ก้าวกระโดดมันจะเป็นแค่การเจริญเติบโตแบบ ปกติ >> ค่ะ >> อื >> จริงๆเนี่ยวันเนี้ยเราสัมภาษณ์คุณวิบูรณ์ เนี่ยถูกคนมากเลยนะฮะคือแยกชัดเจนนะฮะ อุตสาหกรรมจริงกับสิ่งที่เป็นคิดไปอ่ะว่า ให้ value ในวันข้างหน้านะฮะจริงๆตอนนี้ มันเหมือนว่าฟังจากคุณวิบูลณ์แล้วมันดู ไม่ได้ไปด้วยกันเท่าไหร่เพราะว่า AI วัน นี้เนี่ยคือคนให้ Valu สูงมากคือไปแบบ อื้อหือสูงเป็นประวัติการเลยตอนนี้เงิน ไหลเข้าจนกระทั่งแบบว่าอู้ทำไมแบบคือเค้า เรียกว่าโฟโม่หรือเปล่าก็ไม่รู้กันขนาด นี้หรือมันไม่มีอะไรให้เล่นแล้วหรือเปล่า ไม่มีเทรนด์อะไรที่รู้สึกว่ามันจะแรงเท่า นี้แล้วเพราะอะไรคะทั้ง 2 อย่างทั้ง 2 อย่างคือทั้งโม่แล้วก็ต้องรู้รู้ว่ามัน ไม่มีจริงแหละแต่ขอเข้ามา make money ก่อน คือมันมี 2 ดาบเลยแบบนี้คือแบบที่คนไม่ รู้ว่า >> เฮ้ยมันเริ่มกลวงะแต่ >> ค่ะ[เสียงกระแอม] >> เข้ามา make money เพราะว่าเรารู้ว่ามัน มีคนพยายามจะ extend ไอ้ hy cycle อัน นี้ออกไปมันยังมีช่วงเวลาที่เราจะกอบโก อยู่ >> ก็ไอ้พวกนี้รู้ >> แต่ว่า what the hell เข้ามาอยู่ดีกับ ไอ้พวกที่โฟโม >> อื >> พวกที่ 2 นี่น่าห่วงกว่า[เสียงหัวเราะ] จริงๆแถวเอเชียเราอ่ะมีมีพวกโโม่เยอะผม เองอ่ะผมเองอ่ะที่ตลกก็คือก็มีนะมีมี คนมาถามเรื่องโครงการอยากจะลงทุนทำ Data Center เยอะมาก >> ไอ้พวกนี้โฟโล ทำตอนนี้เออพวกนี้โฟโoทั้งนั้น >> เออแต่ไอ้ไอ้พวกที่ไอ้พวกที่พยายามsqueส profit ออกไอ้พวกนี้อย่าไปห่วงมันเลย เดี๋ยวมันถึงเวลามันรู้มันก็เผ็ดเออมันก็ รู้แต่ว่ามันอยู่ในเกมลุกช้าจ่ายรอบวง >> [เสียงหัวเราะ] >> อย่างที่เรียนถามไปเมื่อสักครู่เนี่ยว่า AI ตอนนี้คือคนให้ราคาขึ้นไปสูงเป็น ประวัติการเลยแต่ถ้าอย่างคุณวิบูลเนี่ย คุณพิบูลผ่านเข้าใจว่าก็น่าผ่านมาหลายยุค นะแต่ยุคที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ เทคโนโลยีก็คือคอมผ่านมาตรงนั้นมาจนถึง ยุคที่แบบโอโหมาจนถึงปัจจุบันมันผ่านมา เยอะมากไงอยู่ในอุตสาหกรรมด้วยจะเรียนถาม นี้ว่า >> เอาก็จริงถ้าเราอยากจะลงทุนในหุ้นกลุ่ม นี้เนี่ยเอ่อ Business Model เนี่ยแบบ ไหนคะที่เราจะรู้สึกว่ามันเป็นตัวจริงใน เรยาวๆเงี้ยแล้ว[เสียงกระแอม]ก็สามารถที่ จะลงทุนได้ไปไปฝั่งกลุ่มไหนดีนะผม >> TSMC >> ออโอเค TSMC นี่ยาวเลย >> อืคือผมอ่ะเวลาลงทุนน่ะผมจะมอง มองbackน >> ค่ะ >> คำถามก็คือ Nvidia เป็นbackนหรือเปล่า >> อื >> เออ Nvidia เป็นbackนสำหรับ AI แต่ Nvidia ไม่ใช่ backbone สำหรับเอ่อ อิเล็กทรอนิกส์นะ >> เออ Nvidia เป็น backbone สำหรับ AI >> ซึ่งเอ่อ Nvidia เจริญเติบโตได้เพราะ AI >> ค่ะ >> AI มัน SR Nvidia ก็จะ Srink >> อื >> แต่ TSMC ตรงกันข้าม TSMC มันไม่ shrink เพราะว่ามัน diversify มัน AI โตมันก็โตแต่มันก็ตรงอื่นก็ ต้องการอยู่เหมือนกันเพราะฉะนั้นเนี่ย เวลาผมโอผมผมจะมองคนแบบที่มีคาแรคเตอร์ แบบ TSMC >> มากกว่าที่จะไปมองคนที่เป็น Nich อย่าง Nvidia หรือMicครหรืออ่าถ้ามองในตลาด Memmory Ship ก็บอกว่ามีมีคน 2 คนนะคือ Samsung Samsung Electronic กับ SK HIX >> อื >> SK HIX ซึ่งตลาด AI อย่างเดียวในขณะที่ Samsung อิเลectronicทำ Memmory Ship ที่หลากหลายกว่าถ้าเราจะลงทุนเราก็ต้อง พยายามลงทุนกับคนที่มัน diversify >> อื >> เพียงแต่ว่ามันไม่เซ็กซี่แต่มันให้เราคือ พวกโบคอ่ะพวกโบรคอ่ะเวลามันมาชวนเราไป ลง อ่ะมันมันมัน ขายมันขายความเซ็กซี่ไง >> ออรattiveฮะเล่าเรื่องไปเรื่อย >> เออไอ้พวกโบรคนี่แหละที่มันเวลากองทุน อะไรพวกเนี้ยคือมัน make money จากความ เซ็กซี่แต่ถ้าเราพูดใน principle ของการ ลงทุนจริงๆอ่ะเราควรจะลงทุนกับอะไรที่มัน เป็นbackน >> อื >> ปัญหาคือแบนมันไม่เซ็กซี่โบคไม่ชอบ >> แต่ไม่ใช่หมายความว่า SMC ไม่มีคนลงทุนนะ คนก็ลงเยอะอยู่ >> อื >> อื >> แล้วอีกคนนึงอีกคนนึงที่อีกคนนึงที่ อาจจะน่าเป็นห่วงอาจจะน่าเป็นห่วงก็คือ แก๊งhardดิสก Drive >> อืแก๊งนี้มีใครบ้างออก็มีอยู่ 2-3 คนนะมี SE Gate มี Western เอ่อผมจำไม่ได้แต่แกงฮาร์ดิส DVD นี่จะ ใกล้ตัวเราเพราะว่าเค้าก็มาลงทุนในประเทศ ไทยแล้วมันถ้ามองย้อนหลังกลับไป 10 ปีที่ ผ่านมาเนี่ยเราจะมาเราจะมีมันจะมีช่วงนึง จำได้มั้ที่เราบอกว่าโอ๊ยฮาร์ดดิสก์ Drive เป็น Sunset >> อืใช่ฮะ >> เอ่อแล้วอยู่ดีๆมันก็ไม่เป็น Sunset เพราะอะไรเพราะว่ามันไปเกาะ Ring ของ Data Center >> ค่ะ >> แต่ถ้า Data Center ซึ่งมัน speeculate ว่าจะเกิด 400 โครง การ 500 โครงการแล้วมันไม่เกิดตามนั้นไอ้ ไอ้ตัวที่ผลิตแล้วคาดว่าจะเกิดตาม speeculate ก็บันเทิงเหมือนกันก็จะตาม เหมือนกันเพราะฉะนั้นเนี่ยอีกคนนึงที่น่า ห่วงแล้วใกล้บ้านเราก็คือแก๊งดดิสก Drive เพราะว่าเขาก็ลงทุนอยู่ในประเทศไทยเหมือน กันเวลาเนี่ยมันพอมันพอมันการเจริญเติบโต ของhardดิ Drive ที่ตอนนี้หุ้นฮาร์ดิสDฟ ก็ขึ้นเยอะเพราะว่ามันก็ speculate ตาม ไอ้ hype ของ Data Center ไง >> อืของเราก็ขึ้นเยอะนะคะ Hana >> KCE แคomana HANA ขึ้นเยอะมาก่ >> ไอ้ไอ Hana Hana Hana นี่ HANA นี่ก็เอ่อเค้าเก็เป็นแก๊ง Power Supply Power อิเลectrทรอนicเหมือนกัน เอ่ออยู่ๆเ้าเป็นSupัพพายChaนเดียวกันกับ Delta้าเออเพราะพวกพวกเนี้ยขึ้นเยอะแต่ จริงๆอ่ะจริงๆผมไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่เพราะ เค้า diversify เออเค้าค่อนข้าง diversify เอ่อ จริงๆก็ไม่ได้ไปห่วง Western digit หรือ sec หรอกมันรวยจะตายมันไม่เจ๊งหรอกเอ่อ แต่ว่าเอ่อสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ bottom line ก็คือคนที่ gamble การเจริญเติบโตกับ data center ก็จะได้รับผลกระทบมากกว่าคนที่ diversify วิธีการดูก็แค่นี้เองอย่าง Hana มัน Diversify ก็ Impact >> เอ่อHardด Disk drive Impact เยอะ >> เพราะว่า >> มัน Gamble การเจริญเติบโตกับ Data Center >> อื >> ส่วนเอ่อDelta้า Delta ช่วงหลังๆมันโตจาก การขาย cooling Unit >> ค่ะ >> เออให้กับ Data Center เหมือนกันแต่ไม่ ได้หมายความว่ามันไม่ Divisify เพราะ Delta มันใหญ่มาก >> เออมันก็มี Power Supply Module Transformers อะไรเยอะแยะอีลุงตรงนำ ไปหมดมันก็มีชวิงบ้างแต่ก็คงคงไม่ไม่ กระเทือนมากมายจนเท่ากับ disk drive ผม ว่าhardด disk drive จริงๆมันตายไปแล้ว นะมันเป็นsunsซetว่าเออแล้วอยู่ดีๆมันมุม ขึ้นมาเพราะอะไรก็ก็เพราะว่า Data Center นี่แหละ >> อืค่ะแต่ราคาของDelต้านี่ก็โอ้โหดูเดือด นะดูเลยนะคะ >> อยากให้มันถึง 400 เลยมันกลายเป็นเดี๋ยว มันเข้าหลุดเข้าอะไรอ่ะโดนบังคับให้เป็น เทรด on cash >> อ่าใช่ค่ะ >> คือคือตอนนี้มันมีมีคนมีคนคิดว่าจะให้ถึง 400 ผมอ่ะไม่อยากให้มันถึง 400 เพราะว่า ถึง 400 แล้วเดี๋ยวมันจะเข้าไปในโซนที่ อ่ะแล้วแล้วเดี๋ยวมันจะมีการ step in เข้ามา interfere ไงคือให้มันอยู่ประมาณ 300 กว่าๆแบบเนี้ยดีแล้วเออแต่ผมไม่ได้ ราคาแต่ผมรู้ว่าถ้ามันสูงเกินไปอ่ะมันจะ ถูก ปัออกไม่ดี >> แต่จริงๆตัวธุรกิจเค้านี้คือมันจะไปได้ ไกลเหมือนราคาเค้าจริงๆเหรอคะ >> ใช่ครับ >> คุณวิบูลอยู่คุณวิบูลอยู่ในอุตสาหกรรม เนี่ยจริงๆเรต้าราคาเค้าเนี่ยคือคือ อุตสาหกรรมเค้าคือพูดง่ายๆคือตัวเค้า เนี่ยธุรกิจเค้ามันจะโตไปได้ไกลเหมือนกับ ที่ราคาที่มันขึ้นขนาดนี้เหรอคะ >> โตแต่ไม่เหมือนราคามันโตบ้าง >> อ๋ออันนี้คือคือค่ำ >> ใช่แต่แต่ภาพ >> พูดง่ายๆก็คือภาพราคาในภาพราคาหุ้นในตลาด วันเนี้ยมันไม่เฟลก >> กับการเจริญเติบโตของเค้าการเจริญเติบโต ของเก็โต >> โตดีด้วยแต่แต่มันยังไม่ใช่รีฟleกที่ถูก ต้องกับราคาที่อยู่ในตลาดวันนี้ราคาที่ อยู่ในตลาดวันนี้เป็นการโตแบบประหลาด >> ค่ะ >> อื >> ค่ะอ่ะทีนี้เรียนถามคุณวิบูลนิดนะเพราะ ว่าคุณวิบูลอยู่ในสภาอุตสาหกรรมแห่ง ประเทศไทยแล้วก็ดูเกี่ยวกับเรื่องของ เนี่ยแหละกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อย่างเงี้ยนะฮะน้องเรียนถามว่าตอนนี้ เนี่ยไทยเราเนี่ยควรจะโฟกัสคือเกมของ AI เนี่ยในด้านไหนฮะ PCB AI Infrastructure ที่พูดถึงนะฮะโดยเฉพาะ Data Center อะไร เงี้ยหรือว่าจะเป็น EV อเลเลectronicดี หรือว่าจะเป็นอะไรดีคะที่เรารู้สึกว่าเรา เนี่ยเก่งมันทางเก่งของเราจริงๆแล้วก็สู้ สู้กับอย่างเวียดนามมาเลเซียหรือว่า สิงคโปร์เนี่ยได้ คุณจะโฟกัสอะไร เป็นคำถามที่ดีเราควรจะโฟกัสอะไร >> ค่ะ >> ต้องเปลี่ยนคำถามใหม่เราควรจะโฟกัสอะไร ให้น้อยลงก่อน คือแล้วแล้วค่อยไปคำถามที่ 2 ก็คือถ้า โฟกัสสิ่งนี้น้อยลงแล้วสิ่งไหน >> มากขึ้น >> อ่ะโอเค >> สิ่งที่จะควรจะโฟกัสให้น้อยลงก็คือเอ่อ ความพยายามที่จะเป็นฐาน Data Center >> อืม ทำไม >> เพราะว่า 2 เหตุผลเหตุผลที่ 1 ก็คือ Data Center ที่มันแห่กันมาลงในบ้านเราเนี่ยมันกิน resource ของเรา >> อื >> แล้ว return on investment ให้กับ ประเทศน้อย Denter ไม่ได้จ้างงานคนเป็น แสนเหมือนอย่างโรงงานผลิตรถยนต์ >> เออ >> เพราะฉะนั้น เราคงต้องแต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าภาครัฐ เอ่อเค้าจะ หยุดต้อนรับ Data Center เมื่อไหร่เพราะ ว่า ข้าราชการก็คือพนักงานเนาะ >> ค่ะ >> คือเค้าก็ต้อง >> เขาก็ต้องทำตาม KPI ของตัวเองเออถึงแม้ ว่าบางครั้ง KPI ของตัวเองอาจจะทำลาย ประเทศแต่ มันไม่ใช่การทำลายประเทศก็ใช้คำว่ารุนแรง เกินไปเรียกว่าSideฟectดีกว่าถึงแม้ว่า บางครั้งถ้า KPI ของตัวเองมี side effect แต่ในเมื่อมันมี KPI ที่ต้องดึงดูดการลง ทุนด้าน text เข้ามาแล้วการลงทุนด้านที่ ดึงดูดง่ายที่สุดก็คือ Data Center >> อื >> แต่มันมี Side Effect เยอะแล้วก็ Benefit effect ไม่เยอะ >> ค่ะ >> อืเพราะฉะนั้นสิ่งที่ถ้าเรามองเป็น do and don't ก็คือควรจะ slow down เรื่องการรองรับการเข้ามาลงทุนของ Data Center >> ค่ะ >> อืมันก็ไม่ได้ช่วยจ้างงานอะไรมากมาย >> อื เบิร์นลงปากอื >> ใช่ Burn Energy มากกว่าด้วยทไป >> อื >> ค่ะ >> แต่พูดอย่างนี้ก็คงคงไม่มีใครเชื่อแต่ว่า สุดท้ายแล้วมันก็จะเกิดขึ้นอยู่ดีเอ่อถือ ว่าเป็นความปรารถนาที่อยากจะเห็นแล้วกัน ส่วนไอ้ที่ดูเมื่อกี้เราพูดเรื่อง don เออ >> ค่ะ >> ดูนี่คืออะไรเราควรจะ back to basic เราควรจะ back to basic ก็คือว่า โฟกัสกับชิ้นส่วนโฟกัสกับชิ้นส่วนที่ไม่ ว่าโลกมันจะหมุนไปทางไหนอ่ะยังไงก็ต้อง ใช้เราเออคือ Principle มันอยู่ตรงนี้ >> อื >> ในในโลกของชิ้นส่วนทำตัวเหมือน TSMC แต่ ไม่ต้องไปทำ ship เหมือนเค้านะแต่ใช้ Business Model ของเค้าอ่ะคือผมผมอยาก ให้เราใช้ Business Model ของ TSMC ไม่ ต้องไปทำสิ่งเหมือนเขาต้องย้ำตรงนี้พูด แล้วคนเข้าใจผิดตลอดคิดว่าจะให้เราเป็น TSMC [เสียงไอ] [เสียงกระแอม] ใช้ Business Principle ใช้ Business Philosophy ของ TSMC Business Philosophy ของ TSMC ก็คือไม่ ว่าเทคโนโลยีมันจะหมุนไปถึงไหนยังไงเอ็ง ก็ต้องการค่า >> อือื >> อันนี้คือพิเศษ philosopy ของ TSMC >> ก็จะอยู่ได้ตลอดไป >> ใช่อืมแต่เราไม่ต้องไปผลิตชิปเหมือน TSMC นะไปไปหาอย่างอื่นทำก็ได้แต่ให้ base on philosophy นี้ >> อื >> แต่ว่า philosopy ที่เราเป็นอยู่วันเนี้ย คือเราเป็น philosophy ของ hype ก็คือ เห็นมีบัสเวิร์ดที่ไหนก็แห่เรานี่หมายถึง ประเทศไทยด้วยเอ่อเห็นมีบัสเวที่ไหนก็ กระโจนเข้าไปเกาะ ซึ่งจุดอ่อนของการเป็นประเทศด้อยพัฒนาของ เราก็คือเรากระโจนเข้าไปเกาะแหละแต่เรา weak เราอ่อนยังไงกว่าเค้าอ่ะมันเราอยาก จะกระโจนเกาะช้าตอนที่รถไฟมันเริ่มจะแข็ง ไปถึงไหนแล้วถึงจะเริ่มเข้าไปเกาะกระโจน เข้าไปเกาะก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรแถมโดนเ้า หลอกใช้อีกต่างหากแพทเทิร์นนี้มีตลอดนะ >> ในในในเอ่อในแพทเทิร์นของเราประเทศไทยเรา เป็นอย่างนี้ตลอดคือเราพยายามจะโจรออกแต่ เราจะช้ากับเาประมาณ 2 ปี 3 ปีเพราะ ฉะนั้นเนี่ยเราจะผ่านช่วงตัดตวงไปพอเรา the time ถึงจุดที่เราเกาะได้กลายเป็น เราโดนตักตวงแล้วมันก็วนloูใหม่แบบนี้ >> อื >> อืผมอยากเห็นเรา Back to basic แล้วก็ ใช้ Business Philosophy เหมือน TSMC ก็ คือไม่ว่าโลกมันจะ crazy ยังไงก็ตามเองก็ ต้องการค่า >> อืซึ่งเราก็ทำได้แบบนั้น >> ทำได้ทำได้ทั้งคนทั้งสถาน >> [เสียงหัวเราะ] >> อื >> ก็ต้องตั้งสติแล้วก็เลิกบริหารระยะสั้น >> อ๋ออันนี้ก็กลับไปก่อนน้ำท่วมเลยนะคะ >> อืใช่ >> น้ำท่วมเราก็ยิ่งใหญ่เรื่องนี้ >> ใช่คือถ้ายุคก่อนน้ำท่วมอ่ะเราเป็นฐาน อิเล็กทรอนิกส์ in general ที่ดีเออคือ เราแค่ต้องตั้งสติแล้วก็เลิกเลิกหากินกับ res ระยะสั้นแล้วแล้วก็ back to basic ของการทำตัวเป็นฐานอะไรสักสักอย่างนึงของ โลกที่ไม่ว่ายังไงก็ตามเค้าก็ต้องการเรา >> ยุคยุคที่เราเป็นฐานรถยนต์ที่ดีก็มีภาพ ของ Business Philosophy แบบนี้ >> ใช่มั้ >> อ่าคือคือเราก็เราก็เป็นฐานการผลิตรถยนต์ ที่ ดีแล้วก็ sustain long term อื >> อ >> ซึ่งเราควรจะหา ตัว จิ๊กซอที่มีคาแรคเตอร์แบบนั้นก็คือข้อ 1 เอ่ออยู่ใน philosophy ของเอ่อ Principle Backbone >> อื >> แล้วก็ข้อ 2 เป็น ค่ะ >> เป็นpartเnerอร์เป็นpartnerอรกับเอ่อการ ลงทุนที่มันมี Impact ที่มัน wpress ออก ไปไม่ใช่แค่แบ >> อื >> คือหมายความว่าอะไรคือหมายความว่าไม่หลีก เลี่ยงการลงทุน 0 เหรียญ >> เออ >> เออคือคือเราอยากเห็นการลงทุนที่ พารทเnerอร์ด้วยแล้วเนี่ยมันกระจายออกไป ไม่ว่าจะเป็นซัพพly chain การซื้อขายหรือ การจ้างงานที่มันกว้างๆไม่ใช่เอาตัวเลข การลงทุนมาอย่างเดียวแต่ว่าไม่ได้มี กระจายออกไปเป็นการลงทุน 0 เหรียญแบบนั้น ไม่ดี >> อือ >> ซึ่งเราเราประเทศไทยควรจะ back to bic สิ่งในลักษณะนั้น >> อืค่ะโหนี้นึกไม่ออกเลยนะคะว่าตอนนั้นทำ ให้เกิดน้ำท่วมแล้วก็ใต้หงไต้หวันนี่คือ เขา้าเป็นประเทศที่เข้ามาลงทุนในเนี่ย อย่างที่คุณพี่บูออกเนี่ยเยอะมาก >> ประเทศไทยตอนนี้คงแบบ >> รักษาระดับการเติบโตได้อยู่ระดับเท่าๆ เวียดนามเลยนะฮะ >> เอ GDP ของเราอ่ะคงไม่หดหู่แบบวันนี้ >> ใช่ >> เออคือมอง >> ตอนนั้นน้ำท่วมนี่พัดพาเอาทุกสิ่งทุก อย่างไปเกือบหมดเลยนะ มาเยอะมากอื >> คือเราเราใช่แต่นั้นมันมันมันนอกนอกเหนือ จากเราเองก็เป็นต้นเหตุของน้ำท่วมด้วย เนี่ยการรีต่อ crisis ของเราก็ไม่ดีด้วย >> ครับ >> มันก็ทำให้พังพังแบบจิ๊กซอที่ต่อขึ้นมา เนี่ยพังหมดเลยแล้วมันทำให้วันเนี้ยเรา ไม่มี Engine เราไม่มี Engine แบบ >> Real Engine จริงๆอ่ะที่ไม่ใช่ Engine แบบpassเวิร์ดอ่ะที่จะมา >> ขับเคลื่อน ขับเคลื่อนไอ้ตัวการเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจช่วงนี้เราก็เลย[เสียงถอนหายใจ] กลายเป็นต้องอาศัย Engine แบบ password ไปเรื่อยเปื่อย >> อืซึ่งมันมันไม่มีทางหรอกในโลกความเป็น จริงอ่ะมันไม่มีทางหรอกที่เราจะเอาไอ้ Engine Quck Win >> อื >> เจตรงนี้นิดอจคตรงนี้หน่อยแล้วมันจะไป กระตุ้นที่ทำให้เกิดการเจริญเติบโตอย่าง แท้จริงมันไม่มีหรอกเอ่อการ Engine ที่จะ ทำให้เกิดการเจริญเติบโตอย่างแท้จริงมัน ก็ต้องเป็น backbone principle >> อ >> ใช่มยเข้าใจไม่ยาก >> ถึงจะยั่งยืน >> ใช่ถ้าเราเพราะถ้าเราไม่ทำ back principle ขึ้นมาเนี่ยมันไม่มีทางที่จะทำให้เกิดการ เจริญเติบตัวเราเคยมีนะในอดีตอย่างที่บอก ยุคไต้หวันอิเล็กทรอนิกส์หรือยุคเอ่อ Japanesีสอutโมิลพวกนี้เป็นBackบ Principle >> ใช่ค่ะ >> อืแต่พอเรา ออกจากตรงนั้นด้วยหลายๆสาเหตุ >> มันก็กลายเป็นว่าณวันนี้เราไม่มี black principle เราเราพยายามจะดิ้นรน Grab ไอ้บัเวิร์ดที่อยู่ในอากาศมาแล้วก็ปั่น SLี่ >> ปั่นให้ตายยังไงมันก็ไม่มีทางที่จะ >> อื >> เราขี่กระแส >> แต่กระแสมันมาแป๊บเดียวกับ >> โครงสร้างพื้นฐาน >> เราแย่กว่านั้นอีกอ่ะคือเราขี่กระแสตเรา ขี่กระแสไม่เก่งด้วย คือเราเราไปขี่กระแสตอนที่กระแสมันเกิด ขึ้นไปแล้ว 2-3 ปีด้วยคือเรามันขี่กระแส ช้าด้วยไงคือถ้าเราขี่กระแสเก่งเหมือน อย่างพวกกองทุน >> ไอไอ้พวกนั้นเนี่ยเราเราก็ make money จากการขี่กระแสได้คือตอนนี้มันกลายเป็น ว่าเราพยายามจะ make money จากการขี่ กระแสแต่ดันขี่กระแสไม่เก่งอีกต่างหาก >> อื >> เออก็เลยกลายเป็นทำอะไรก็เลยไม่ได้สัก อย่างคุณบอกว่าในเมื่อเราขี่กระแสไม่เก่ง ก็เลิกเลิกขี่กระแสซักทีแล้วก็ไป back to principal เถอะ >> อืค่ะโอ้วันนี้ได้ข้อมูลจากตัวจริงเสียง จริงอย่างที่เราบอกนะคะว่าเราฟังแต่ผู้ จัดการกองทุนฟังนักวิเคราะห์มานะคะเอ่อ แล้วก็นักเศรษฐศาสตร์มาค่อนข้างเยอะนะฮะ เกี่ยวกับเรื่องของกระแส AI เนี่ยวันนี้ เราก็นึกถึงคุณวิบูลนะคะเพราะว่าอยู่ใน อุตสาหกรรมนี้มานานนะคะแล้วก็ตอนนี้ก็ยัง เป็นคนที่ไปช่วยรัฐบาลอยู่ด้วยแล้วก็ทำใน อุตสาหกรรมนี้ด้วยพูดง่ายๆคือเป็นผู้ ประกอบการนะคะวันนี้เราได้ข้อมูลเยอะที เดียวนะคะจริงๆแล้วหลายๆท่านสามารถกลับไป ฟังย้อนหลังได้อีกรอบนึงนะฮะแต่เราสรุป สั้นๆแล้วกันว่าตอนนี้เนี่ยมันคือเค้าพูด ง่ายๆคือตอนเนี้ยมันเป็นเรื่องของฟองสบู่ เนี่ยไปประมาณสักครึ่งนึงได้ละอีกครึ่ง นึงเนี่ยมันเป็นของจริงแต่มันจะไม่เหมือน ปี 2000 นะคะที่เป็นอ่ะมันไม่ใช่แบบนั้น อันนี้มันมีมันมีความต้องการเกิดขึ้นจริง ๆเพียงแต่ว่ามันโอเวอร์ไปแล้วอ่ะตอนเนี้ย คราวนี้ต้องรอดูแล้วล่ะว่ามันจะไปได้ไกล อีกกี่ปีนะคะวันนี้คุณวิบูลขาขอบพระคุณ มากๆเลยนะคะที่มาร่วมพูดคุยกับทางแชทนะคะ ขอบพระคุณคุณคุณสรุปได้ดีสรุปได้ดีตรงก็ ประมาณนั้นก็เอ่อ >> ขอขอโทษก่อนที่คทentของตอนเนี้ยมันจะค่อน ข้างซับซ้อนแล้วก็ต่อให้พยายามจะอธิบาย ให้ง่ายแค่ไหนก็ตามเนี่ยมันก็ยังอาจจะฟัง ยากอยู่ดี >> ใครที่อยากจะฟังแล้วก็อ่านด้วยเราแนะนำ AI ตัวนึงโน้ตบุ๊ค LM โยนเข้าไปเลยแล้วก็ให้ แกะมาทุกคำพูดของคุณวิบูลย์แล้วก็มานั่ง อ่านอีกทีนึงอ่ะไม่ได้ปุ๊บเนี่ยให้เขาแปล จากทรัพย์เทคนิคที่คุณวิบูลพูดเนี่ยก็ เป็นภาษาไทยได้อีกรอบนึงเอาไม่เข้าใจก็ เอาไปขยายความจากภาษาไทยอีกทีนะหมายความ ว่ายังไงนะว่าตอนนี้ AI มาช่วยได้เยอะมาก ทีเดียวเครื่องมือในการหาความรู้นะคะ >> ค่ะขอบคุณมากเลยค่ะคุณบล >> ครับ >> ขอบคุณค่ะสวัสดีค่ะ >> เพื่อไม่ให้พลาดทุกข้อมูลและข่าวสารด้าน การลงทุนอย่าลืมกดไลค์กดแชร์กด Subscribe ทุกช่องทางของ Money Chat นะครับ