Transcription
ความเครียดเนี่ยมันทำให้ลมพิษเนี่ย >> เหอได้จริงหรือไม่ครับ
>> เจ้าลมพิษแบบเฉียบพันธุ์กับลมพิษแบบเรื้อรังอ่ะครับมันรักษาต่างกันมั้ย
>> อืถ้าเป็นยาตระกูลเก่าๆอ่ะคะชตั้งแต่สมัยก่อนเราเกิดอีกอ่ะอ่าผลข้างเคียงมันก็อาจจะเยอะกว่าอาจจะมีปากแห้งตาแห้งงวงหัวทิ่มได้นะในคนแก่อะไรอย่างเงี้นะคะ
>> มันมีสาเหตุหลักๆเนี่ยจากอะไรบ้างครับ อาจารย์ดิว
>> ถ้าเป็นน้อยกว่า 6 สัปดาห์อ่าเราก็จะถือว่าเป็นเฉียบพลันสาเหตุมันไม่ค่อยเหมือนกันค่ะแต่ถ้าเกิดว่าเป็นเกิน 6 สัปดาห์ขึ้นไปโดยทุกๆสัปดาห์จะมีอาการอ่าเกิน 2 ครั้งต่อสัปดาห์แบบนี้เราจะเรียกว่าเป็นปากเรื้อรางค่ะ
>> เช่นปากบวมตาบวมหายใจไม่ออกอ่ะควรจะรีบมาพบแพทย์
>> ใช่รีบมาพบแพร่ สวัสดีครับเรากำลังอยู่กับรายการ Derma Digest by Drama Dermatology อัปเดต ทุกสาระเรื่องผิวกับแผนกผิวหนังรามาธิบดี เราจะย่อยทุกรายละเอียดเกี่ยวกับผิวหนัง นำสู่คุณผู้ชมกันนะครับ EP นี้เราจะพูดกันในหัวข้อผืนลมพิษครับเราอยู่กับรองศาสตราจารย์แพทย์หญิงกมุนาทจันทประภาพ อาจารย์เป็นอาจารย์ประจำสาขาวิชาโรคผิวหนังภาควิชาอายุรศาสตร์คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีสวัสดีครับอาจารย์ดิว
>> สวัสดีค่ะอาจารย์ตาม
>> ยินดีต้อนรับอาจารย์ดิวสู่รายการของเรานะ ครับ
>> อยินดีอย่างยิ่งเลยค่ะ
>> หัวข้อในวันนี้คือผืนลมพิษ
>> อ่าลมพิษเนี่ยถ้าเอากันเป็นดาบเฉียบพลัน นี่เกือบ 20% ของประชากรทั่วไปเลยนะคะ เพราะฉะนั้นเนี่ยก็เป็นสิ่งที่เราควรจะรู้กันไว้ทุกคนน่ะนะคะทีนี้เข้าสู่คำถามว่าเอ๊ะแล้วเมื่อไหร่เราจะสงสัยว่าเราเป็นผื่นลมพิษนะคะ
>> จริงๆก็สังเกตได้ไม่ยากเลยมีกดเหล็กอยู่ 3 ข้อค่ะอาจารย์ตั้มขาคือข้อแรกเนี่ยก็คือจะเป็นรอยโรคนูนบวมแล้วก็ขอบเขตชัดเจนอาจจะมีรอยแดงรอบๆนะคะที่สำคัญก็คือมันจะ ต้องคันค่ะทุกคนจะต้องคันนะอันนี้คือเป็นกดเหล็กเลยนะคะแล้วข้อสุดท้ายเนี่ยก็คือมันเป็นวัยหายไวค่ะมันก็จะมาภายใน 24 ชมง แล้วก็ย้ายที่ละไม่ทิ้งร่องรอยนะคะดังนั้นเนี่ยก็คืออันเนี้ก็จะเป็น 3 ข้อหลัก ๆของการสังเกตที่ทุกท่านจะสังเกตได้ว่าท่านอาจจะเป็นผืนลมพิษหรือไม่นะคะ
>> อแล้วผืนหลงพิษพวกเนี้ยครับมันมีสาเหตุ หลักๆเนี่ยจากอะไรบ้างครับอาจารย์ดิว
>> อมันขึ้นอยู่ว่ามันเป็นเฉียบพลันหรือเรื้อรังอันดับแรกเนี่ยก็คือว่าเราจะตัดกันที่ 6 สัปดาห์นะคะอาจารย์ตั้มขาก็คือว่าถ้าเป็นน้อยกว่า 6 สัปดาห์อ่าเราก็จะถือว่าเป็นเฉียบพลันสาเหตุมันไม่ค่อยเหมือนกันค่ะแต่ถ้าเกิดว่าเป็นเกิน 6 สัปดาห์ขึ้นไปโดยทุกๆสัปดาห์จะมีอาการอ่าเกิน 2 ครั้งต่อสัปดาห์แบบนี้เราจะเรียก ว่าเป็นแบบเรื้อรังอ่ะทีนี้เฉียบพันธุ์ เนี่ยก็จะมีสาเหตุตั้งแต่ติดเชื้อเป็นหวัดอะไรนำมาก่อนเยอะเลยนะคะหรือเป็นสาเหตุจากอาหารเป็นสาเหตุจากยาอะไรประมาณเนี้ยนะคะแล้วก็อีกกระบุงใหญ่ๆเลยค่ะก็ไม่ทราบสาเหตุแล้วมันก็หายไปได้เองส่วน อ่าพวกลมพิษเรือรังเนี่ยค่ะก็จะมีสาเหตุ ที่โอวlapกันคล้ายๆกันแต่ว่าก็จะมีความจำเพาะของเขาอีกประเภทนึงคืออาจจะมีแพ้ภูมิตัวเองขึ้นมาสัก 30% หรืออีก 30 กว่าเปอร์ก็อาจจะเป็นแบบถูกกระตุ้นได้ง่ายทางกายภาพสมมุติว่าบางคนนั่งนานๆเป็นรอยโรค รวมพิษที่ก้นอย่างเงี้ยเคยเห็นมั้คะหรือบางทีเกาอะไรอย่างเงี้ยก็เป็นรอยตามตัวความร้อนความเย็นออกกำลังกายเข้าฟิตเนสอะไรอย่างเงี้ยค่ะอันนี้ก็จะเป็นพวกที่ตระกูลของการที่เกิดโรงผิษเรื้อรังได้ค่ะ
>> มีคำถามหว่าฟันผุเนี่ยมันทำให้เกิดลงผิดได้จริงหรือไม่ครับอาจารย์
>> อจริงจริงๆก็คือมีได้เหมือนกันนะคะเพราะว่ามันก็เป็นการติดเชื้อชนิดนึงค่ะ
>> ก็อ่าถ้าเกิดว่าไอ้สาเหตุนั้นน่ะมันหายไปอย่างรวดเร็วมันก็เป็น >> acิก็คือเป็นเฉียบคานอ่าแต่ว่าถ้าเกิดเราก็ไม่รู้สาเหตุนี้มันซ่อนอยู่ตั้งนานมันก็อาจจะเป็นแบบเรื้อรังได้ค่ะ
>> ทีนี้รู้แล้วว่าเราต้องแบ่งก่อนว่าเป็นแบบเฉียบพันหรือแบบเป็นเรื้อรังอ่าอันนี้เป็นหัวใจเลย
>> เพราะว่า 1 ก็คือสาเหตุไม่เหมือนกันอันที่ 2 ก็คือการวินิจฉัยเพื่อคล้ายๆกับสืบ ค้นหรือว่าหาโรคที่เกี่ยวข้องเกี่ยวเนื่องก็ไม่เหมือนกันและที่สำคัญสุดท้ายก็คือการรักษาก็อาจจะไม่เหมือนกันซะทีเดียวค่ะอ
>> มันก็เลยต้องแยกค่ะอ่าพยากรณ์โรคก็ไม่เหมือนกันค่ะเพราะว่าในตระกูลของเอ่อที่ เป็นเฉียบพลันเนี่ยเราเรียกว่า 90% นะคะอาจารย์ตั้มจะหายใน 3 สัปดาห์
>> หายใน 3 สัปดาห์หายได้เองใน 3 สัปดา
>> หายได้เองแต่ว่าพวกเรื้อรังเนี่ยก็คือเขา ก็จะอยู่กันเป็นปีอ่ะค่ะเรียกได้ว่า 1 ปีอาจจะหายสัก 50% 3 ปีหาย 65% อะไรแบบเนี้ยดังนั้นเนี่ยกลุ่มเนี้ยจะอยู่กับหมอผิวหนังแล้วก็อยู่กับหมอพวกอเลอร์จิสอ่ะนะ คะนานนิดนึงค่ะ
>> ค่ะนั่นแปลว่าแยกได้เพราะสาเหตุมันต่างกันแล้วก็การวางแผนในการดูแลคนไข้ก็ต่างกันด้วยอ่าทีนี้เนี่ยถ้าสมมุติว่าคนไข้เป็นแบบลมพิษฉับพันนะครับเฉียบพลันนะครับตัวนี้เองเมื่อไหร่ที่คนไข้เนี่ยเนี่ยควรจะมาหาหมอ
>> คนไข้สามารถที่จะซื้อยาแก้แพ้กินเองได้ มั้ยอย่างเงี้ยครับอาจารย์อาจารย์มีคำแนะนำยังไงบ้างครับ
>> แนะนำอย่างงี้ค่ะว่าถ้าเกิดว่าผืนลมพิษเป็นแค่เล็กๆน้อยๆนะคะแล้วก็ไม่ได้รุนแรงมากคำว่ารุนแรงมากนี่หมายความว่ายังไงแปลว่าผืนมันไม่ได้เยอะทั่วร่างอะไรแบบเ นะคะไม่ได้มีอาการอื่นๆร่วมด้วยเช่นไม่ได้แบบมีปากปากบวมตาบวมหรือเนื้อเย่ออ่อนบวมแล้วก็ไม่ได้มีอาการของอวัยวะภายในอันนี้สำคัญมากเลยคือไม่มีท้องเสียหรือบางคนเคยได้ยินมั้คะว่าแบบไปกินอาหารบางอย่างแล้วแพ้รุนแรงมีแน่นอกแน่นอกหายใจหอบเหนื่อยอะไรแบบเนี้ยคือพอเมื่อไหร่ก็ตามที่มีอาการที่นอกเหนือจากผิวหนังแล้วก็เป็นรุนแรงแบบเต้องไปหาต้องมาพบแพทย์นะคะแต่ถ้าเกิดเป็นผืนแค่เล็กๆน้อยๆอย่าง เงี้ยท่านอาจจะดูแลตัวเองเบื้องต้นไปก่อนอาจจะไปอ่าซื้อยาที่ร้านขายยาเป็นยาตระกูลแก้แพ้หรือว่าสารต้านฮิสตามีนอย่าง เงี้ยเป็นต้นนะอ่าโอเคเบื้องต้นก่อนนะถ้าเกิดสมว่ากินสักพักแล้วไม่หายหรือว่าเป็นติดต่อต่อเนื่องกันมากกว่า 6 สัปดาห์หรือมีอาการรุนแรงที่อาจารย์ดิวบอก
>> เช่นปากบวมตาบวมหายใจไม่ออกเงี้ยควรจะรีบมาพบแพทย์
>> ใช่รีบมาพบแพทย์ค่ะ
>> ทีนี้แล้วเจ้าลมพิษแบบเฉียบพันธุ์กับลมพิษแบบเรื้อรังอ่ะครับมันรักษาต่างกันมั้ย
>> อื
>> คือเบื้องต้นขั้นตอนแรกๆก็จะเหมือนกันค่ะอาจารย์ปั้มขาก็คืออันดับแรกก็คือถ้ามีอาการแค่ผิวหนังแล้วก็เป็นไหมหนักเราก็ให้ยาอ่าแอนิฮิสตามีนหรือยาแก้แพ้เหมือนๆกันนะคะอ่าอ่าทีเนี้น่ะในกรณีของเฉียพลันเนี่ยอย่างที่นำเรียนไปแล้วนิดหน่อยก็คือว่าก็จะมีคนจำนวนนึงไม่ไม่น้อยเอไม่เยอะ นะคะที่อาจจะแพ้รุนแรงแล้วก็มีอาการภายในแบบเนี้ยถ้าท่านมาห้องฉุกเฉินก็อาจจำเป็นจะต้องฉีดยา
>> บางตัวบางคนเคยได้ยินอิเเพ็ญอะไรอย่าง เงี้ยถ้าเกิดว่าแบบ
>> เออที่ปักหน้าขาถ้าถึงขั้นแบบว่าโอ้โหหายใจเหนื่อยแน่นอกหรือความดันตกบางคนนะก็ต้องปะแบบนั้นเลยอะไรแบบเนี้ยนะคะแต่ว่าถ้าในกรณีของเรื้อรังอันนี้มันก็คนละแบบล่ะคือเขาจะมีโรคที่มันก็
>> รบกวนชีวิตอ่ะ
>> อ่ะรบกวนชีวิตประจำวันการเข้าสังคมอะไรใด ๆแต่ว่าไม่ถึงขั้นกับโอ้โหรุนแรงมากจนแบบ เอ่อแน่นหน้าอกเป็นลมอะไรแบบนั้นไปใช่มั้คะกรณีแบบเนี้ยเราก็จะใช้ยารักษาเป็นหลักใช้ยาต้านอ่าฮิสซามีนอ่าปรับยากันไปเพิ่มยาเป็น 4 เท่าอาจจะมีตระกูลยาฉีดหรือยากดภูมิตัวอื่นก็การรักษาเป็นตามสเต็ปไปซึ่งกลุ่มเนี้ยค่ะอย่างที่นำเรียนตั้งแต่ต้นว่าอาจจะต้องอยู่กับเรานานหน่อยเพราะว่าโลกของเขาเนี่ยเป็นได้เป็นปีครับ
>> สำคัญเลยเนี่ยคนไข้ต้องรู้จักสังเกตอาการตัวเองก่อนนะครับแล้วแยกให้ได้ว่าตัวเองเนี่ยเป็นลมพิษแบบฉับเฉียบพลันแยกให้ได้ว่า เป็นลมพิษแบบเฉียบพันหรือว่าลมพิษแบบเรื้อรังนะครับ
>> จริงๆเฉียบพันธุหรือเรื้อรังเนี่ยเราให้ความรู้เา้านะคะแต่จริงๆอ่ะก็คือถ้าเขาเป็นพอสมควรน่ะเขาก็ให้ให้มารักษาเถอะแล้วเราก็จะเป็นคนแนะนำเขาเองอ่าแล้วว่าเขาจะเป็นในกรณีแบบไหนค่ะต่อไป
>> อ่ะมีคำถามจากทางบ้านเข้ามานะครับว่าความเครียดเนี่ยมันทำให้ลมพิษเนี่ย
>> เหอได้จริงหรือไม่ครับ
>> แหมมันก็เหมือนโรคทุกโรคมยอ่ะความเครียดมันก็กระตุ้นได้ใช่มั้คะมันก็คงกระตุ้นโรคให้รุนแรงขึ้นได้แต่มันไม่ใช่สาเหตุหลักหรอกนะคะไม่ใช่ว่าเราเครียดปุ๊บลงพิษเราก็จะขึ้นมันก็แปลว่าคนๆนั้นน่ะโคลนหรือว่ามีโอกาสที่จะเกิดลงพิษอยู่แล้วค่ะ
>> แล้วมีคนหลายๆคนถามว่าการทดสอบทางผิวหนังที่เรียกว่าเหมือนการทำสกินสะกิดคิกเทสอย่าเงี้ยครับมันมีความจำเป็นในคนไข้ที่เป็นโรคลมพิษเนี่ยมากน้อยขนาดไหนครับ
>> อาจารย์ก็ต้องตอบอีกแหละว่าคนไข้เป็นแบบเฉียบพลันหรือรังนะคะอ้าถ้าเป็นแบบเฉียบพลันโดยเฉพาะเป็นเฉียบพลันแล้วซ้ำแล้วซ้ำเล่าภาษาอังกฤษเขาจะเรียกว่า acute intermittent ลมพิษนะคะแบบเนี้ยมันก็แปลว่าเขามีเสียงกระตุ้นซ้ำๆอ่ะน้องตั้มนึกออกมั้ยอ่ะมาแล้วก็ไปไม่ได้ต่อเนื่องตลอดเวลาดังนั้นเนี่ยจึงอาจจะมีประโยชน์ในการทดสอบว่าไอ้สิ่งที่กระตุ้นเขาซ้ำๆอ่ะมันเป็นจริงหรือเปล่าอย่างเช่นอาหารบางประเภทอย่างเช่นสิ่งที่ปลิวมากับอากาศบางประเภทแบบกรณีแบบเนี้ยค่ะทำสกินพลิกเทest หรือการทดสอบผิวหนังก็จะมีประโยชน์
>> ออ
>> แล้วก็จะต้องอิงไปกับประวัติของคนไข้ด้วยค่ะแต่ในกรณีของลงพิษเรื้อรังอ่ะส่วนตัวคิดว่าไม่จำเป็นค่ะเข้าใจทีนี้แล้วยาแก้แพ้เนี่ยคนไข้มักถามถ้าจำเป็นต้องกินยาแก้แพ้แท้ในกลุ่มที่เป็นต้านฮิสตามีนอ่ะครับกินนานๆเนี่ยมันมีอันตรายต่อร่างกายมั้ครับ
>> มันเป็นยาโบราณมากนะ
>> มอ่ะใช่มยก่อนเราเกิดกันอีกแล้วเออแล้วก็ความปลอดภัยมันสูงมากค่ะท่านผู้ชมขาแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ยก็ต้องนำเรียนว่าถ้าเป็นยาตระกูลเก่าๆอ่ะคะชตั้งแต่สมัยก่อนเราเกิดอีกอ่ะอ่าผลข้างเคียงมันก็อาจจะเยอะกว่าอาจจะมีปากแห้งตาแห้งงวงหัวทิ่มได้นะในคนแก่อะไรอย่างเงี้นะคะดังนั้นเนี่ยในตระกูลที่แบบสั้นตระกูลเก่าๆก็อาจจะต้องระมัดระวังผลข้างเคียงของเขาแต่ว่ายาในตระกูลใหม่ๆอ่ะค่ะใหม่ๆยิ่งใหม่ยิ่งแบบว่าโอ้โหก็เรียกได้ว่าความปลอดภัยสูงมากๆเว้นว่าท่านอาจจะมีบางตัวอาจจะมีต้องปรับยาบ้างในโรคตับโรคไตอะไรอย่างเงี้ยนะ คะหรือคนท้องคนให้นมบุตรอะไรอย่างเงี้ยก็จะต้องมาปรึกษาแพทย์ว่ายาแต่ละตัวเนี่ยเหมาะสมกับท่านหรือไม่ค่ะ
>> อครับจริงๆแล้วยาอะไรก็ตามเนี่ยรับประทานได้เมื่อมีข้อบ่งชี้
>> และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ติดตามกันไปเรื่อยๆก็จะสกรีนให้ท่านอย่างดีค่ะว่าด้วยอ่าความเหมาะสมของโรคต่างๆของท่านอ่าท่านเหมาะสมด้วยสภาวะร่างกายของท่านเนี่ยท่านเหมาะสมกับยาตัวไหน
>> ครับซึ่งผมเชื่อว่าวันนี้เราได้ความรู้กันเป็นพอสมควรเลยครับสุดท้ายแล้วอยากให้ อาจารย์ดิวฝากอะไรกับคุณผู้ชมเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับเรื่องของลมพิษครับ
>> ค่ะก็อยากจะเรียนท่านผู้ชมให้ทราบทุกท่านนะคะว่าโรงคิดเป็นสิ่งใกล้ตัวนะคะเอ่อลูกหลานของเราคุณพ่อคุณแม่หรือแม้แต่ตัวเราเองก็อาจจะเป็นนะคะก็คือควรที่จะรอบรู้เกี่ยวกับโรคนี้พอสมควรเมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านมีอาการที่เรียกได้ว่ารุนแรงก็คือมีลมพิษที่เป็นเยอะมีตาบวมปากบวมมีอาการทางระบบหายใจก็รีบมาปกแพทย์นะคะในกรณีที่ท่านเป็นอ่อค่อนข้างเรื้อรังนะคะเราก็อยากจะเน้นย้ำว่าก็ให้อ่ามารักษาอย่างต่อเนื่องตามที่แพทย์นัดนะคะเพราะว่ามันก็เป็นเรือรังได้จริงๆค่ะ
>> อย่างที่อาจารย์ดิวได้เรียนกล่าวไปนะครับว่าลมพิษเนี่ยสามารถเจอได้ทุกเพศทุกวัยทุกช่วงอายุนะครับหากเป็นแล้วเราสามารถรักษาได้นะครับแล้วก็เราก็ต้องมาดูกันว่าสาเหตุเราอ่ะเกิดจากอะไรนะครับวันนี้นะครับรายการ Derma Digest by Drama Dermatology ต้องลาไปก่อนผมแล้วก็อาจารย์วนะครับขอบคุณคุณผู้ชมมากๆนะครับแล้วก็กลับมาพบกับ EP ถัดๆไปได้ในเร็วๆนี้นะครับวันนี้สวัสดีครับ