Transcription
อาจารย์ช่วยสรุปสิ่งที่ ปปช. ต้องการสื่อสารให้ฟังหน่อย อะไรอธิบายอะไร
อืม คืออย่างงี้ ผมเริ่มจากการพูดภาพรวมก่อนแล้วกัน ว่าเรื่องราวมันเป็นยังไงเนาะ เผื่อใครไม่ได้ตามมาแต่ต้น
เรื่องราวคือ เมื่อปี 67 เนี่ย ต้นปีนะครับ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 1/267 วินิจฉัยว่าคุณศักดิ์สยาม ชิดชอบเนี่ย ทุกหุ้นอย่างที่คุณจอมหวานบอกนะครับ ด้วยการที่ด้วยความที่เค้าถ่ายเททรัพย์สินของเค้าไปให้คนที่เค้ารู้จักนะครับ คนที่เขารู้จัก โดยที่โดยที่ก็ทำเป็นเหมือนกับว่ามีสัญญาซื้อขายกัน แต่ศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยว่าสัญญาซื้อขายตรงนั้นน่ะ หุ้นพวกนั้นน่ะ มันเป็นนิติกรรมลวง มันไม่ได้เกิดขึ้นจริงๆ แล้วศักดิ์สยามยังคงถือหุ้นอยู่ พอถือหุ้นก็มีผลประโยชน์ทับซ้อน พอมีผลประโยชน์ทับซ้อนก็ไม่มีคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรี ก็เลยพ้นออกจากตำแหน่งวันนั้น
หลังจากวันนั้นนะครับ ศักดิ์ คุณศักดิ์สยามทำอะไรบ้าง หลังจากโดนคำพิพากษานั้นไป ก็พ้นจากตำแหน่ง ถูกมั้ยครับ พอพ้นจากตำแหน่ง สิ่งที่คุณศักดิ์สยามทำก็คือพยายามต่อไป หลังจากนั้นเนี่ย คุณศักดิ์สยามก็พยายามที่จะปฏิบัติตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
ด้วยการ ด้วยการพยายามจะให้ เอ่อ คุณศาลา เนี่ยนะครับ คุณศาลาเนี่ย เออ โอนนะครับ โอนหุ้นเหล่านั้นกลับคืนมั้ย ให้คุณศักดิ์สยามตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
ถ้าเราฟังคุณประกรวุฒเมื่อสักครู่นะครับ เราก็จะเห็นว่าจริงๆ แล้ว 2 คนเนี่ย ไว้ใจกันมากนะ ไว้ใจกันมากถึงขั้นที่เค้าให้ยืมเงินกัน 100 ล้านได้แบบที่แบบสบายๆ ชิลๆ เนาะ
เออ ขวัญผมยืมสัก 300 ได้มั้ย
ไม่ให้ แต่คำว่ายืม
ไม่ให้ แต่คำว่ายืมแล้วถูกมั้ยอ่ะ ประเด็นมันคืออย่างงี้ พอพอ 2 คนนี้เค้าสนิทกันมาก ยืมเงินไม่ต้องมีสัญญาใช่มั้ยฮะ พอนี้ คุณศักดิ์สยามก็เลยทวงเอาหุ้นพวกนั้นเนี่ย คืน คุณศาเนี่ยก็บอกว่าไม่ให้ ของฉันของกู ไม่ให้อะไรแบบเนี้ย
สู้กันด้วยนะ สู้กันด้วยนะ เออ
เออ สู้ ซึ่งผมก็สงสัยว่า เอ๊ะ ทำไมเพิ่งมาดื้อตอนนี้วะ ทำไมที่ผ่านมาไม่เห็นดื้อเลย เออ คืองี้ อันเนี้ย ผมพูดนี้ไปเนี่ย ผมสรุปไอ้ ปปช. 5 หน้าไปพร้อมกันก็ 2 หน้าแรกเล่าเรื่องนี้
เออ 2 หน้าแรกเล่าว่า หลังจากวันที่ หลังจากไอ้วันที่ 17 มกราคมเนี่ย คุณศักดิ์สยามเนี่ย ก็ไปทวงคืน พอไปทวงคืน คุณศศาลา ก็ไม่ให้
พออย่างนั้นปุ๊บ ยังไงต่อฮะ คุณศักดิ์สยาม แบบทวงไปทวงมาไม่ได้ ก็เลยไปฟ้องศาลแพ่ง พอไปฟ้องศาลแพ่งปุ๊บ ศาลแพ่ง
เอ่อ คือก็ก็ไม่รู้ศาลแพ่งเกี่ยวด้วยหรือเปล่านะ แต่ว่ามันดูเซ็ตมาแบบ อันนี้อะไรคือ ตุ คือยังไงอ่ะ นิติสงครามนิติอธรรมเนี่ย มันจะไปทุกศาลเลยเหรอ ไปถึงศาลแพ่งเลยเหรอ พอ มันไปถึงศาลแพ่งปุ๊บ ศาลแพ่งก็เห็นว่า เฮ้ย ไอ้ 2 คนนี้มันทะเลาะกัน พอมันทะเลาะกันปุ๊บ ก็ก็ไม่รู้จะทะเลาะกันยังไง สุดท้าย 2 คนเนี่ย ที่เคยทวงทวงหุ้นกันและไม่ได้เนี่ย อยู่ดีๆ ก็มาประนีประนอมยอมความกัน
อยู่ดีๆ ก็คุยกันรู้เรื่องเฉยเลย
นะครับ คุยกันรู้เรื่องเฉยเลยนะครับว่า อ่ะ ไม่ต้องคืนแล้ว เดี๋ยวเอาไอ้ที่ดินไปให้ อ่า แล้วก็เจ๊ากันไป พอศาลเห็นอย่างนั้นปุ๊บ ศาลก็บอกว่า โอเค
นะครับ อ่า หุ้นตัวนี้ตอนนี้ตัดสินแล้วว่า อ่า เป็นของใครของใครนะครับ ผมสรุปให้ฟังนะครับ เรื่องที่พูดมาคืออะไร คุณศักดิ์สยาม พยายามจะสร้างสถานการณ์ว่าความเป็นเจ้าของไม่รู้สร้างมั้ย เอาเป็นว่าผมพูดเองนะครับ เอ่อ มันเหมือนมันดูเหมือนจะเป็น มันดูเหมือนจะมีการสร้างสถานการณ์
นะครับว่า
อ
มันดูเหมือนจะมีการสร้างสถานการณ์ว่า เฮ้ย ความชัดเจนของทรัพย์สิทธิ์ตัวเนี้ย ของไอ้สิทธิเหนือหุ้นตัวเนี้ย มันยังไม่ชัด ไม่รู้มันเป็นของใคร คุณศักดิ์สยามก็เข้าใจว่าโอนไปเรียบร้อยแล้ว ถูกแล้วอย่างงี้นะครับ ขณะที่คุณศาลา ก็บอก เฮ้ย มันเป็นของฉัน คือมันมันเป็นความพยายามทำให้เรื่องนี้ มันมันไม่ชัดเจนว่ามันเป็นของใครกันแน่ จนต้องไปพิพาทแก้ไขกันใน 3 แท่ง
พอ มันไปแก้ไข 3 แพ่ง 3 แท่ง ก็พิพากษาออกมา พอพิพากษาออกมาเป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ก็เท่ากับว่า อ่ะ มันเพิ่งมีความชัดเจนตรงนี้แหละ ว่าหุ้นมันเป็นของใคร
อืม
คือทั้งหมดที่พยายามจะพูดมาตรงเนี้ย เพื่อที่จะบอกว่า ตอนที่โอนไปอ่ะ ตั้งใจจะโอนไปจริงๆ นะ
อืม ใช่
แต่ว่าใน 5 หน้าของ ปปช. เนี่ย แทบไม่มีการพูดถึงประเด็นที่มีการกล่าวอ่ะ ที่ศาลรัฐธรรมนูญกล่าวอ่ะ ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีการใช้เงินของอุตศักดิ์สยามไปซื้อหุ้นตัวเอง พอมันไม่มีการ พอมันไม่มีการเนชั่นเรื่องอย่างเงี้ย มันก็เลย มันก็เลยผิดฝาผิดตัวและสพิสฉัยออกมา มันก็เลยไม่เหมือนกันไปซะทีเดียว มันก็เลยงงอย่างที่คุณจอมขวัญเห็น แต่ยังไงก็ตามก็ต้องทำความเข้าใจเพิ่มถึงในแง่ของระบบนิดนึง ในแง่ของระบบเนี่ย ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอย่างที่คุณปิกข่าวบอกนะครับ คือวินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติของการเป็นรัฐมนตรี
อืม
ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนมั้ย ถ้ามีก็ไม่มีสิทธิ์ดำรงตำแหน่ง ก็พ้นจากตำแหน่งไป
แต่ ปปช. นะครับ มีอำนาจในการสืบสวนสอบสวน ว่ามีการกระทำความผิดอาญามั้ย มีการทุจริตมั้ย
อืม
เพราะฉะนั้น 2 เรื่องเนี้ย มันจริงๆ แล้ว มันเป็นคำถามคนละข้อกัน
อืม
อ่า คำถามข้อ คำถามของศาลรัฐธรรมนูญคือ มันมีผลประโยชน์ทับซ้อนมั้ย
อืม
คำถามของ ปปช. ก็คือ มันมีการโกงมั้ย
มันมีการเจตนาที่จะทุจริตประพฤติมิชอบ หรือเปล่า
ซึ่ง
ถ้าพูดในทางกฎหมายเนี่ย มาตรฐานในการพิจารณา 2 เรื่องเนี่ย มันไม่เหมือนกันซะทีเดียว ในทางกฎหมายกันเราจะเรียงจนว่ากฎหมายอาญาเนี่ย จะมีมาตรฐานในการในการพิจารณานะครับ ที่เคร่งครัดที่สุด หมายถึงว่าต้องแน่ใจว่าเขาผิดนะ ถึงจะลงโทษเขา เพราะฉะนั้นถ้าถาม ปปช. ปปช. ก็จะบอกว่า ก็มันเป็นกฎหมายอาญาไง ถ้ามันมีข้อสงสัยอยู่สักนิดนึง ถ้ามันมีเหตุผลในข้อสงสัยนี้ แล้วมันก็ต้องยกประโยชน์ให้จำเลย
อืม สงสัย
อ่า อันนี้คือ อันนี้คือกระบวนการคิด อันนี้คือกระบวนการคิดของ ปปช. ปปช. บอกว่าเหตุ สิ่งที่เขาสงสัยว่าคุณศักดิ์สยามจะไม่มีเจตนาทุจริต เป็นเพราะว่าหลังจากหลังจากวันที่ 17 มกราคม ตอนนั้นมีความพยายามจะแก้ไขสถานการณ์นี้ มีความขัดแย้งที่แสดงให้เห็นว่ามันมีมันมีการโต้แย้งกันอยู่ ว่าหุ้นนี้มันของใครกันแน่
อ่า ผมไม่รู้ว่าผมไม่รู้ว่ามันทะเลาะกันจริงหรือทำเป็นแกล้งกันเป็นทวงกันไปทวงกันมาแล้วไปฟ้องศาลแล้วผมก็สงสัยว่าถ้าสมมุติแกล้งกันเป็น
แกล้งกันเป็นว่ามีเรื่องมีราวไปฟ้องศาลเนี่ย มันถูกต้องมั้ย มันจะไปคิดอย่างอื่นอีกมั้ย ซึ่งอันนี้เราไม่ว่ากัน เราค่อยว่ากันทีหลังนะครับ
ประเด็นคือ ประเด็นที่สำคัญคือยกแรกประมาณนี้ คุณจอมขวัญ สรุปก็คือว่า ปปช. บอกว่า เอ้ย มันไม่ตั้งใจจะทุจริต ที่มันไม่ตั้งใจทุจริต เพราะมันแก้ไข เพราะว่าเรื่องนี้ยังมีความ dispute ยังมีความไม่ลงรอย ยังมีความงงกันอยู่ และที่สำคัญอีกอย่างที่ ปปช. ใช้มาอ้างว่าใช้มาวินิจฉัยมามาพิจารณาว่าคุณศักดิ์สยามเนี่ย ไม่ได้มีเจตนาที่เนี่ย คือการดูว่าตลอดเวลาที่คุณศักดิ์สยามอยู่ในตำแหน่งเนี่ย ขึ้นมาไม่นานเนี่ยนะครับ รายได้ของบริษัทมันไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ เพราะฉะนั้นเพราะฉะนั้น ปปช. เราก็เลยเห็นว่าเออ ก็ไม่เห็นได้ผลประโยชน์อะไรมากไปมากขึ้น
อืม
เออ ก็เลยมองว่ามันยังไม่ถึงขั้นทุจริต
อืม
อันเนี้ย อันนี้คือ อันนี้คือเล่าตามสิ่งที่ ปปช. เล่า
ษา ปปช. อ่า
อ่า อ่า ประมาณนี้ สรุปประมาณนี้ มีตรงไหนที่ยังงงอยู่มั้ยครับ พี่จอมขวัญยังไม่
งงที่ตัดสินอย่างงี้ค่ะ งงที่ตัดสินอย่างงี้ค่ะ
โอเค
ไม่ ที่อาจารย์ได้เล่ามาก็คือเป็นสิ่งที่ ปปช. พยายามสื่อสาร เพราะว่าเค้าพยายามพูดถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาด้วย ใช่มั้ย คือเพราะว่าเรา รู้ประเด็นว่าคนกำลังจับจ้องว่า เฮ้ย ทำไมถึงแบบสวนทางกับศาลรัฐธรรมนูญวะ คือภาษาชาวบ้านนะคะ คือศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าผิด
แต่ ปปช. เราตัดสินว่าไม่ผิด อันนี้ภาษาชาวบ้านมากเลย เขาก็จะพยายามอธิบายว่า ไอ้คำว่าผิดกับไม่ผิดมันคนละโจทย์กัน
เพราะโจทย์คนละอย่าง มันไม่สามารถบอกว่าผิดต้องผิดเหมือนกัน ถูกต้องถูกเหมือนกัน มันคนละโจทย์ มันถามคนละแบบ
อันเนี้ย ที่ชาวบ้านเข้าใจ เขยิบขึ้นมาอีกนิดนึง แต่ประเด็นก็คือ
แต่สิ่งที่ ปปช. อธิบายตลอดทั้งหมดใน 5 หน้า อาจารย์มันก็คือว่า
ครับ
มันหลุดหมดเลยได้ไงวะ คือมัน แหมจะบอกว่ามันชัดมาก เดี๋ยวก็จะหาว่าเอ๊ะ แหมคิดตามศาลรัฐธรรมนูญ หรือแหมแบบอคติกับเค้า แต่แบบมันไม่ชัดหรอคะ คือว่าเราไม่ได้เพิ่งได้ยินไอ้ลักษณะของการถือหุ้น มีคนถือหุ้น มีคนนั้นคนนี้มาแทนเนาะ คือของคุณศักดิ์สยามมันก็มีความชัดของมันตรงที่อะไร คนที่คนที่ซื้อขายหุ้นกัน คือเค้าก็ไปย้อนดูบัญชี เค้าก็ไปย้อนดูการเสียภาษีกันเนาะ เอ่อ เค้าก็ไปย้อนดูว่าพี่คนนี้เป็นใครในบริษัทเนาะ อยู่กับคุณสยามมากขนาดไหนเนาะ แล้วก็นอกเหนือจากนี้เนี่ย ไอ้ที่ ปปช. พยายามจะใส่มาว่า เอ้ย แต่เค้าเนี่ย ขัดแย้งกันถึงขนาดไปแบบต้องแบบมีประนีประนอมผ่านศาลกันเลยนะ คืออาจารย์เราแบบเราแบ๊วแค่ไหน เราก็แบบ อะไรอ่ะ เธออธิบายอะไรให้สยามอยู่ ปปช. มันเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่มีเหตุผล คือหมายความว่าถ้าเค้าไว้ใจกันมากขนาดนั้น ทำไมตอนคุณศักดิ์สยามทวง ไอ้สศาลาไม่ให้
ใช่มั้ย และถ้าเกิดมันจะทะเลาะกันขนาดนั้น ทำไมพอไปประนีประนอมกันแป๊บเดียว เค้าคุยรู้เรื่องแล้ว เอาที่ดินไป 50 ไร่ 100 ไร่ จำไม่ได้กี่ไร่ไม่รู้จบเลย คือมัน เรื่องมันเรื่องมันไม่สมเหตุสมผล
เออ
เลยตั้งแต่ต้นอย่างเงี้ยครับ พี่จอมขวัญ ครับ
เวลาเวลาพูดไม่เข้าใจอ่ะ อาจารย์ คือก็เข้าใจภาษาคนอยู่นะ อ่านภาษาไทยก็ใช้ได้อยู่ แต่ไม่เข้าใจคือกูอ่านอะไรวะ อะไรมันต่อกันวะ มึง
ใช่มันเป็นมันเป็นมันเป็นมีมีเขียนผิดด้วย ตกคำว่าไหม้ไปผมนั่งอ่านตั้งนานแล้ว แบบแปลว่าอะไรวะ เพราะมันเพราะมันตกคำว่าไหม้ไปคำนึง จงงไปหมดเลย เออ วอปปช. เอาไปช่วยตรวจด้วยว่ามันถูกจริงๆ เหรอ เออ ว่าไอ้ที่พิมพ์ออกมาเนี่ยเนี่ย
วอปปช. ตรวจปุ๊บ
เออ ตรวจปุ๊บ นะผมรู้สึกว่า เอ้ย มันมันน่าจะผิดสักสักที่นึงอ่ะเงี้ย คือคือผิดแบบสาระสำคัญเลยนะ คือคือผิดพิมพ์ผิดอ่ะ อะไรแบบเนี้ยฮะครับผม
อาจารย์แต่ว่าไม่ได้มุกนะไม่ได้ถ่อมตัวนะ อันนี้โทษสติปัญญาตัวเอง 1 คือไม่ได้เรียน 2 เออ กูก็น่าจะไอคิวต่ำมากๆเลย กูอ่านแล้วกูแบบ
อืม
มันภาษากฎหมายด้วยเนาะ อย่างนึงส่วนใหญ่ที่แบบ เอ่อ ทางทางเรามักจะคอมเมนต์ก็คือว่า เออ หน่วยงานที่เขาใช้บังคับใช้กฎหมาย หรือแบบเขียนคำวินิจฉัย เค้าเขียนคำตัดสิน เขียนคำพิพากษา ภาษาเหมือนกับแบบ เออ เค้าเขียนภาษาคนที่เขาเรียนกันน่ะ คงสื่อสารกับคนที่เรียนมา แต่ไม่ใช่ว่าพวกเราต้องเข้าใจด้วยหรอวะ
คุณตอบของช. อันนี้หนักมากเลย 5 หน้านี้ หนักมากเลย อาจารย์จ้า
5 หน้านี้ อ่านดูแล้วอ่านดูแล้วรู้สึกว่า โดยเฉพาะถ้าอ่านคู่กับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะรู้สึกว่า เอ้ย เป็นเรื่องเดียวกันเปล่าวะ มั้ฮะ มันดูเป็น ผมผมให้กำลังใจคุณจอมขวัญ แล้วก็ท่านผู้ชมอย่างงี้ ว่าสมมุติว่าอ่านใน 5 หน้านี้เราไม่เข้าใจนะ มันมันอาจจะไม่ใช่เป็นเพราะว่าเราไม่รู้เรื่องหรอก อย่างเงี้ย เออ มันจงใจเขียนให้งงหรือเปล่า
แล้วกือกฎหมายจะเข้าใจมั้ยห
ก็ไม่ได้เข้า ก็ไม่ได้เข้าใจได้โดยง่าย คุณจอมขวัญก็ไม่ได้เข้าใจได้โดยง่าย คือไอ้ 5 หน้านี้ มันที่เหตุผลที่มันเข้าใจไม่ได้เนี่ย ไม่ใช่เพราะว่าไม่ใช่เพราะว่าเราไม่มีสติปัญญาอะไร แต่เพราะมันไม่เป็นเหตุเป็นผล
เออ แล้วเราคือเราเรากำลังงงว่าการวางมาตรฐานของ ปปช. ในการแบบว่าตัดสินว่าใครที่มันแบบนอกกรอบนอกกรอบและต้องผิดเนี่ย มันแบบมันอะไรวะ อันนี้ไม่ได้แซวกันเล่นนะ อันนี้มันเหมือนเปรียบเทียบภาพเลยว่า เหมือน ปปช. เป็นพอคุณศักดิ์สยามนะ นี่อดคิดไม่ได้นึกคำอื่นไม่ออกเหมือนแบบ
อืม
ไม่ทำพให้คุณสัตว์สยามอยู่ป่าววะ เออ เหมือนไม่ได้อธิบายปักของตัวเองอ่ะ แต่โอเค อันนี้เป็นคำพูดให้เห็นภาพเฉยๆ แต่ว่า
เออ แต่ก็คิดอย่างงั้นน่ะ ก็รู้สึกอย่างงั้นน่ะ
อืมๆ ผมก็เห็นด้วยกับคุณจอมกวัดเลิ แต่ผมพยายามจะเมื่อกี้เมื่อสักครู่ผมพยายามจะอธิบายว่า ถ้าเขาจะแก้ตัวเนี่ย ในแบบนักกฎหมายจะแก้ตัวว่าอะไร เต้องบอกคนละโจทย์ มันเป็นอาญามันต้องมีมาตรฐานการตีความการพิจารณาหลักฐานที่เคร่งครัดกว่า แล้วมันไม่เข้าองค์ประกอบ
ก็เลยชี้ว่ามีมูล
มันก็เลยเนี่ย มันเป็นเทคนิคของมันแบบนี้ เพียงแต่ว่าใครๆ ก็ดูรู้ว่ามันเป็นปลาหี่อ่ะ มันเป็นมันเป็นการเล่นตลกกันน่ะ เออ
ใช่มใช่มั้ย มันคือไม่มีอะไรสมเหตุสมผลเลย ตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย
ค่ะ
อืม
สบายใจะ ขอบคุณนะคะอาจารย์ที่มาปลอบใจ
ครับ เออ มาตั้งใจว่าปลอบใจแหละ อืม
เหมือนด่ากูเหมือนกันนะ
อาจารย์ทีเนี้ย อย่างงี้นะคะ เอาเอาเฉพาะเรื่องของอันนี้ก่อน ยังยังไม่ไปเทียบกับ เอ่อ คดี 44 ส.ส. นะ เอาเฉพาะกรณีนี้ก่อน
คือถ้ามองในมุมของคนที่เรียนกฎหมายสอนกฎหมายเลยนะ อาจารย์จ้
แล้วเราต้องเข้าใจกรณีคุณศักดิ์สยามว่าอะไรอ่ะ อ้า แล้วตกลงเค้าผิดไม่ผิดวะ เอ๊ะ ตกลงเค้าทำได้ไม่ได้วะ ตกลงเค้าซุกไม่ซุกวะ ตกลงเค้าขาดคุณสมบัติมั้ย หรือตกลงเดี๋ยวเขาจะได้กลับมาเป็นรัฐมนตรีไม่มีปัญหา คือเราต้องเข้าใจเรื่องนี้ว่ายังไงคะ กับสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นน่ะ ระหว่าง ปปช. รัฐธรรมนูญ
เราเราจะเข้าใจได้ว่าพอไม่ถูกชี้มูลอย่างงี้ พอถูกพอว่าไม่ถูกส่งเรื่องฟ้องศาล ไอ้ตัวเนี้ยนะครับ ก็จะก็จะมีความชัดเจน ก็ก็จะมีมันก็จะโปร่งเคลียร์ขึ้นว่าจะทำให้คุณสยามเนี่ย อาจจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีได้
แต่ยังไงก็ตาม ปปช. เก็บอกไว้เองในเอกสารของเค้าว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้คิดถึงมาตรฐานทางจริยธรรม นะครับ ไอ้ตัวมาตรฐานทางจริยธรรมเนี่ยนะ ครับมันก็คือ ปปช. บอกว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้คิด เดี๋ยวว่ากันอีกรอบ เพราะฉะนั้นผมก็ จะบอกท่านผู้ชมแล้วก็คุณจอมขวัญว่า มันก็ยังไม่จบซะทีเดียวหรอก เออ เพราะว่ามันก็ยังต้องวินิจฉัยเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรมอีกอย่างเงี้ยฮะ ซึ่งแนวโน้มจะเป็นยังไง แนวโน้มผมก็จะคิดว่ามันก็น่าจะมันก็น่าจะ ไม่ผิดอะไรแบบเนี้ยครับ เรื่องของมาตรฐานทางจริยธรรมด้วยเช่นกัน
อาจารย์อันเนี้ย มันตัดสินจากสิ่งที่มันเห็นแบบว่าเส้นบัญชีใช่มั้คะ โอนไม่โอน ได้เงินว่าความเป็นใคร คุณออกบริษัทคุณเข้าคุณออกรายชื่อคณะกรรมการ คืออันเนี้ย ยังออกมาเป็นอย่างงี้แล้วถ้าเป็นเรื่อง มาตรฐานจริยธรรมโอ้โห
ตีความยังไงก็ได้เลย คือตามใจตามใจศาลฎีกาเลย อะไรอย่างงี้ เพราะว่าพูดยังไงมันก็ไม่ได้
สุริยะเลยนะ
ใช่ ซึ่งเรื่องเนี้ยเป็นปัญหาใหญ่มาก สำหรับไอ้คำวินิจฉัยของ ปปช. ตรงนี้ ไอ้ๆ ไอ้การตีความ ปปช. ตรงเนี้ย เพราะมันทำให้กฎหมายไม่เป็นหลักเป็นฐาน มันทำให้เราคาดหมายคาดคาดเดาผลของคำวินิจฉัยต่างๆ ได้ยากมาก
อ
เพราะมันไม่ได้มีมาตรฐานเดียวกันในแต่ละเรื่อง ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าเรื่องแบบนี้ น่าจะเป็นโอมินีน่าจะมีน่าจะผลประโยชน์ทับซ้อนแน่ๆ พอผลประโยชน์ทับซ้อนก็เสี่ยงที่จะทุจริต ปปช. เราบอกว่าไม่ เพราะฉะนั้นเนี่ย พอมันมีความคาดหมายไม่ได้อย่างเงี้ย สุดท้ายมันจะไปให้อำนาจกับคนที่ใช้ดุลพินิจ ให้สามารถกำหนดทิศทางของประเทศได้ และตอนนี้นะครับมันเป็นอย่างนี้เกือบทุกเรื่องเลย พูดถึงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ผมก็จะบอกว่าประเทศเราเนี่ย แบบมีปัญหาเรื่องนี้มาก ตั้งแต่คุณคุณรัฐมนตรีน้ำมันน่ะ เอ่อ คุณรัฐมนตรี เอ่อ คุณรัฐมนตรีน้ำมันที่บอกว่า เออ เออ จะลาออกแล้ว คุณอนุทินบอกคำเดียวว่า เฮ้ย ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ถามว่าคุณอนุทินเป็นใคร คือคุณอนุทินบอกไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ทำไมเราต้องเชื่ออนุทิน มองออกนะครับ การที่การที่กฎหมายวางระบบไว้เยอะแยะตรงเนี้ย ก็เพื่อที่จะป้องกันการมีผลประโยชน์ทับซ้อน นะครับ แล้วก็พอ ปปช. พิจารณากฎหมายแบบเนี้ย มันทำให้เรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน เงื่อนไขในการเข้ามาเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเนี่ย มันเป๋ไปหมดเลย คราวนี้ ไม่มีแล้ว the rule of law ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนของใครละ มันมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นอย่างนั้นครับ
เอ่อ อาจารย์จ้เอ่อถ้าให้เอาเฉพาะของคุณศักดิ์สยามก่อนนะคะ คือถ้าหลังจากนี้ถามถามว่าแล้วตกลงเรื่องคุณศักดิ์สยามจะจบแบบไหน เมื่อกี้อาจารย์จ้เหมือนตอบไปทางการเมืองแล้วนะว่าจริงๆเราอาจจะเดี๋ อาจจะเห็นคุณศักดิ์สยามเข้ามาเป็นรัฐมนตรีก็ได้ แต่ทีนี้แต่ถ้า
ถ้าเอาทางกฎหมายเอ๊ะมันมันควรตั้งคำถามมั้ว่าใครใหญ่กว่ากัน เพราะว่าเขาพยายามจะบอกแล้วนี่ว่า ปปช. พอพิจารณาด้วยโจทย์คนละแบบกับศาลรัฐธรรมนูญน่ะใช่ป่ะครับ
แต่ว่า
ครับ
อ้า แล้วอ่ะแล้วเค้าไม่เค้าไม่ได้ต่อกันด้วยถูกมั้ย 2 องค์กรนี้เค้าไม่ได้ทำงานต่อกันด้วยถูกมั้ย ไม่ใช่ถามถามว่าใคร
เออ
ถามว่าใครใหญ่สุด ถ้าถาม
ถ้าถามผมตอนนี้ผมจะบอกว่าคุณอนุทินใหญ่สุด
ไม่ได้กู
เพราะว่าเพราะว่าถ้าศาลและ ปปช. วินิจฉัยอย่างเงี้ย
มันจะทำให้สาธารณชนเข้าใจไปว่า
ทุกคนตัดสินคดีเพื่อประโยชน์ของพรรคภูมิใจไทย
อืม จะถูกเข้าใจแบบนั้น
ใช่มันมัน ก็เหมือนจะเป็นแบบนั้น มองออกใช่มั้ยครับ พี่จอมขวัญ คือพอถ้ามันถ้าเกิดประชาชนไปเข้าใจอย่างนั้นปุ๊บเนี่ย มันจะส่งผลต่อความเชื่อน่าเชื่อถือของระบบยุติธรรมทั้งหมด แล้วเราจะอยู่ร่วมกันไม่ได้ ดังนั้นถ้าถามว่าตอนนี้ ถ้าให้พี่จอมขวัญให้ผมวิเคราะห์ว่าใครใหญ่สุดในประเทศไทย ผมต้องบอกว่าไม่ใช่ทั้ง ปปช. ไม่ใช่ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ ทั้ง ปปช. และศาลรัฐธรรมนูญเนี่ย ต้องไปต้องไปไหว้คุณอนุทิน อันนั้นน่ะบอสใหญ่ ถ้าเกิดศาลและ ปปช. พอยังทำตัวอย่างี้อยู่นะครับ มันจะเสี่ยงมั้เนี่ยตบเดี๋มิ สามนูนอีกไหว้ครับ
เดี๋ยวจะใช่มั้ย เดี๋ยวจะ
เดี๋ยวจะ เออ
เออ
ด้วยความห่วงใย เออ ด้วยความห่วงใยครับผม
เออ อออ
อย่างงี้นี่เอง
แล้วมันก็ยังไม่จบนะครับ อย่างที่พรรคประชาชนเค้าก็พยายามจะทำคือการใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 236
นะครับ ที่พยายามจะเสนอ หรือว่า สส. 1 ใน 5 สส. หรือ สว. หรือทั้ง 2 รวมกัน 1 ใน 5 นะครับ คือ 140 กว่าคนที่พี่จอมขวัญคำนวณไปเมื่อสักครู่นะครับ หรือประชาชน 20,000 ชื่อนะครับ ถ้าเกิดเข้าชื่อกันก็กล่าวหา ปปช. ได้ แต่ วิธีการกลไกของ 2 236 คืออย่างงี้ฮะ พอเราไปกล่าวหาใช่มั้ เราไปเข้าชื่อกล่าวหาไปแล้วก็ไปยื่นเรื่องต่อประธานสภา ซึ่งก็คือคุณโสพลสลัำ ซึ่งก็ดูมีความใกล้ชิด ไม่รู้อ่ะรู้สึกว่า เอ้ย เขาชอบใส่เสื้อสีน้ำเงินเหมือนกันน่ะ อย่างเงี้ยฮะ แล้วก็อยู่พรรคเดียวกันอย่างเงี้ยครับ พอ มันเป็นอย่างเงี้ย ก็จะเห็นได้ว่ามันก็จะเห็นมัน ก็จะทำให้คนรู้สึกว่าผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างองค์กรอิสระกับรัฐบาลกับรัฐรัฐสภา สวมันเต็มไปหมดเลย พอ มันเต็มไปหมดอย่างเงี้ยนะครับ มันทำให้มันทำให้กฎหมายมันขาดความน่าเชื่อถือ
นะครับ ผมจะสรุปก็คือ 236 ที่จะใช้เนี่ย มันก็ยังมีข้อจำกัดพอสมควรอยู่ดี ถ้าเกิดพิจารณาในทางปฏิบัติครับ
เพราะว่า เอ่อ อันนี้ถ้าอ่านตามข่าวก็คือว่า ยังไง ส.ส. รวมยังไงมันก็ต้องผ่านประธานสภาถูกมั้ยคะ เพราะมันรวมโดยนิติบัญญัติใช่ไหม มันก็ต้องผ่านประธานสภา ผ่านมือเค้า
ซึ่ง
อย่างเงี้ สภาก็
กูอ้างเลย
สภาก็จะ
ก็จะยื่นต่อศาประธานศาฎีกา
ครับ ประธานศาฎีกา ก็จะตั้งกรรมการขึ้นมาพิจารณาต่อ ประมาณเมกลไกจะเป็นประมาณนี้ ไว้ตรวจสอบ ปปช. อีกรอบ ซึ่งก็อยากจะคอมเมนต์ว่ามันน่าจะตรวจสอบไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในในรัฐบาลชุดนี้ ที่มันมีคนค่อนข้างชัดเจนเงี้ยครับ
อืม
อาจารย์ ถ้าสมมุติให้เปรียบเทียบคดีคุณศักดิ์สยามกับคดี 44 สส. เพราะว่าส่วนใหญ่คนจะต้องจับตาดูอันนี้เนาะ เพราะว่าของ 44 สส. ของพวกนี้ก็จะรู้แล้วว่า ตกลงศาลจะว่ายังไงในในกรณีการพิจารณารับอ่ะนะคะ แล้วก็จะมีผลต่อการหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือเปล่า ทีนี้ให้อาจารย์จ้ในมุมของนักกฎหมาย 2 คดีนี้เป็นไง ปปช. หรือว่าเป็นยังไง คดีการเมือง หรือนักการเมืองที่อยู่คนละฝั่ง
คือ ไอ้ไอ้คดีไอ้คดีเนี้ย ที่เค้าแถลงเนี่ยนะ ครับ คดีคุณสัตว์สยามเนี่ย มันเป็นคดีที่แสดงให้เห็นว่า ปปช. เนี่ย อาจจะไม่ต้องรับลูก หรือคิด หรือวินิจฉัย หรือคิดไปตามศาลรัฐธรรมนูญเสมอไปก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราเทียบในมาตรฐานเดียวกัน ตอนที่ศาลรัฐธรรมนูญนะ ครับ บอกว่าวันที่ 7 สิงหาคมเนี่ย บอกว่าพรรคก้าวไกลนะครับ เอ่อ ล้มล้างการปกครอง มันก็ไม่มันก็เป็นมันก็ไม่ได้แปลว่า ไอ้ ส.ส. 14 คนที่ไปเสนอแก้ 112 มันจะต้องขัดมาตรฐานทางจริยธรรมไปด้วย เพราะฉะนั้น ปปช. ไม่จำเป็นต้อง follow หรือรับลูกศาลรัฐธรรมนูญเสมอไป อันนี้เป็นสัญญาณนึงที่เราอาจจะคิดกันไปได้ แต่ว่ามันก็แสดงให้เห็นในกรณีของ 44 สส. ว่าในกรณี 44 สส. พอเป็นเรื่อง 112 เนี่ยนะครับ ใส่เต็มเลย เออ เค้าเหมือนมันมีองค์ปยพ เป็นองค์ปยพเดียว อะไรอย่างเงี้ย ทั้ง ปปช. พอทั้งศาล แล้วก็ผลักดันไปในทิศทางเดียวกันว่า เอ่อ เรื่องแบบนี้เป็นเป็นการผิดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราเห็นเราเทียบ 2 คดีนี้เนี่ย เราจะเห็น เราจะเห็นความแตกต่างกันในการทำงาน มาตรฐานการทำงานของ ปปช. ซึ่งเรื่องนี้พรรคประชาชนเขาก็เลสขึ้นมาเขาก็ถามว่าทำไมทีเรื่อง ทำไมคดีคุณศักดิ์สยามเนี่ย เอ่อ ฟังข้อเท็จจริงคุณศักดิ์สยามตั้งเยอะไปฟัง ว่าเขาแบบไปทะเลาะกันเอง ทวงนู่นทวงนี่ไปศาลแพ่ง เอาที่ดินมาชำระหนี้เนี่ย ฟังตั้งเยอะตั้งแยะ แต่ขณะที่ในกรณีของคดีพรรคไอ้พรรคประชาชนเนี่ย 44 สส. เนี่ยนะครับ สส. ก้าวไกลเนี่ย เอ่อ ปปช. กลับไม่กลับไม่ฟังข้อเท็จจริงที่ประชาชนนำเสนอสักเท่าไหร่ เพราะเห็นว่าข้อเท็จจริงมันชัดเจนแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ผมก็จะบอกว่าผมก็จะมองว่า อันเนี้ยมันแสดงให้เห็นว่า ระบบกฎหมายของไทยอ่ะนะครับ มันค่อนข้างจะขยับนะครับ ไปในทางของอนุรักษ์นิยมมากขึ้นกว่าเดิม อำนาจนิยมมากขึ้นกว่าเดิม มีการตีความกฎหมาย เอ่อ อย่างเป็นทางการไปในทางที่ให้กฎหมายมันมีความศักดิ์สิทธิ์แบบอนุรักษ์นิยม ไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์แบบประชาธิปไตย
อืมครับ อืม
อาจารย์อย่างที่อาจารย์บอกนะคะ ก็คือว่า ถ้าสมมุติเราพยายามจะเปรียบเทียบ 2 อัน นี้ก็คือแบบ อ้า ถ้างั้นสิ่งที่ ปปช. ทำเนี่ย คือคุณไม่จำเป็นต้องเป็นไปทางเดียวกันก็ได้ คือเราเราเดาทางคุณไม่ออกก็ได้ แต่ส่วนใหญ่ที่ผ่านมามักจะเดาเอากันออกใช่มั้ย
อ่า
แล้วก็ แต่ว่ากรณี 44 สส. คือถ้าเราพูดถึง ณวันนี้เนี่ย ขั้นตอน ปปช. มันไม่ใช่เค้าแล้วอ่ะ พูดไปก็คือแค่วิจารณ์เค้าถูกมั้ย เพราะมันก็อยู่กับ ว่าศาลจะรับไม่รับแล้วแล้วจะส่งผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ หรือว่าหยุดปฏิบัติหน้าที่ ทีนี้ถามอาจารย์จ้เผื่อไว้นะคะว่า แล้วคดีนี้ อ๋อมันมีอันนึงขอแทรกก่อนเรามักจะพูดกันว่า ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแบบไหนผูกพันทุกองค์กร ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นคำที่ต้องพูดกันให้เข้าใจว่า ไอ้คำว่าผูกพันทุกองค์กรแปลว่าอะไร ไม่ได้แปลว่ามีอำนาจเหนือ หรือสั่งยังไงอย่างนั้นถูกป่ะ และนี่ก็เป็นข้อพิสูจน์อย่างนึงด้วยซ้ำไปใช่มั้ยอาจารย์ คือจริงๆ คำพูดนี้ ถ้าคุณถ้าคุณจะอ้างศาลรัฐธรรมนูญว่าว่าในความเข้าใจด้านนึงว่าผูกพันธุองค์กร
แล้วทำไม ปปช. ไม่ทำตาใจเย็นๆ อย่าอ้างคำนี้ คำนี้อันตรายมาก
ถูกมั้ยอาจารย์ ทีนี้เพราะฉะนั้นล่ะ
อ่ะ เชิญอาจารย์ค่ะ เชิญอาจารย์จ้ค่ะ
เปล่าๆ แค่แคจะตอบว่าครับ แค่จะแค่จะพูดว่า ครับ
อ เพราะว่าคืออยากเห็นว่าเป็นคดีศักดิ์สยามแล้วก็คิดว่า เฮ้ย สายรัฐมุองค์กรจริงๆ มันไม่ใช่ตั้งแต่เป็นคดีส้มแล้ว คือจริงๆ ไม่ควรใช้คำนี้ถูกมั้ยคะ ขวัญฟังนักกฎหมายพูดว่าบางคนที่แบบเขาละเอียดมากๆ จะเตือนว่า เฮ้ย คุณอย่าพูดแบบนี้ คือคุณระวังนะ คุณอันนี้คือการ
อันนี้คือสิ่งน่ากลัวนะ เออ เหมือนยื่นอำนาจที่แบบอาจจะเกินกว่าที่ที่เป็นของศาลรัฐธรรมนูญ ทีนี้ถามอาจารย์จ้แบบนี้ค่ะ แต่พอถึง ณจุดนี้แล้วอ่ะ อาจารย์จ้คิดว่าหลังจากนี้นะ อ่า คดี 44 สส. กับคดีศักดิ์สยามปลายทางเป็นยังไง
ปลายทางคดี 44 สส. นะครับ เอ่อ คือคืออย่างงี้ 2 เรื่องนี้มันไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียว นะครับ มันเหมือนกันเพียงแต่ว่ามันอันนึง มันเป็นเรื่องของอันนึง มันเป็นเรื่อง ปปช. มีอำนาจเหมือนกันนะครับ แต่ว่าเรื่องของ 44 สส. แล้วเนี่ย ถ้าผมอธิบายในทางวิชาการเนี่ย มันเป็นเรื่องที่ไปผูกพันกับรัฐธรรมนูญฉบับวัฒนธรรมไทย เพราะฉะนั้นมันมีแนวโน้มนะครับ ที่จะมีการใช้อำนาจพิเศษ ใช้อำนาจแบบข้ามหลักการทั่วไปอย่างเงี้ย ครับ แล้วมันน่าจะเป็นอย่างนั้น พอ มันไปเป็นเรื่องที่ไปแตะรัฐธรรมนูญฉบับวัฒนธรรมปุ๊บ มันจะมีข้อจำกัดอะไรทางกฎหมายก็แล้วแต่แหละ มันไม่มีผล มันข้ามได้ทุกเรื่อง มันเป็นข้อจบเว้นของทุกเรื่อง ได้ในระบบกฎหมายไทย
นี่เราใช้รัฐธรรมนูญอยู่กี่ฉบับนะ
ผมว่าผมว่าจริงๆ แล้วอาจจะไม่เคยแก้เลยก็ได้ เราอาจจะใช้แบบเดียวกันมาตลอด เพียงแต่ว่ากฎหมายมันก็ทำไปเปลี่ยนไปอะไรอย่างงั้นฮะ
คือคนมักจะวิเคราะห์กันอย่างที่อาจารย์จ้าบอกเมื่อสักครู่นี้นะคะว่า คือพอ ปปช. ออกมาแบบนี้จริงๆ เราไม่ต้องฟังวันนี้ของ ปปช. ก็ได้นะ วันนี้เหมือนเค้าออกมาอธิบายเฉยๆ มันไม่ได้เปลี่ยนอะไรกับก่อนหน้านี้ ที่เค้า
เอ่อ ได้เอ่อชี้ไปแล้วถูกมั้ยคะ แต่ว่าเราอาจจะเห็นคุณศักดิ์สยามกลับมาอยู่ในรัฐบาลอนุทิน ซึ่งก็คือต้องประเมินการทางทางการเมืองเอง ในขณะที่ 44 สส. ส่วนใหญ่คนก็มักจะบอกว่า วงเล็บนะคะ เราไม่ได้ทำให้เป็นเรื่องปกตินะ อ่า แต่คนมักจะวิเคราะห์ว่ามันก็เหมือนกับทุกครั้งที่ทายแล้วถูกตลอดเลย ถ้ามันเป็นส้ม
อืม
อาจารย์แจ้ก็เป็นหนึ่งในที่ในในหนึ่งในคน ที่มองไปทางนั้นเหมือนกันมั้คะ
ใช่ ช่วงเนี้ย ช่วงเนี้ยเริ่มเออเริ่มมองโลกแบบตามความเป็นจริงมากขึ้นน่ะ รู้สึกว่าอย่างงั้นแบบเออมันเริ่มแบบเจอเราซ้ำๆ ซๆๆซๆแล้วก็แบบ
เออ จนสักพักก็เริ่มคิดว่าเออๆเชื่อแบบที่มึงเชื่อก็ได้ อะไรอย่างเงี้ย เหนื่อยเหมือนกันอะไรอย่างเงี้ย คุณจอมขวัญว่าไง คือ
ใช่มั้ย
คือ
แต่เราก็ต้องยืนยันที่จะพูดสิ่งเหล่านี้ต่อไป เพราะว่า
เพราะว่าวิธีวินิจฉัยแบบเนี้ย มันสร้างปัญหาให้กับสังคม มันไม่ใช่แค่ไม่มันไม่ใช่มันไม่ถูกใจผม
อ
มันไม่ใช่ไม่ใช่แค่มันไม่ถูกใจพรรคส้ม หรือพรรคอะไรก็แล้วแต่อย่างเงี้ยครับ แต่ มันทำให้ระบบกฎหมายอ่อนแอลง
อือๆ
มันทำให้ระบบกฎหมายได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนน้อยลง Rue of Law Index จะแย่ลง
อืม
นะครับ พอ Rue of Law Index แย่ลงนะ ครับ ความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในการดึงดูดนักลงทุนที่มีคุณภาพ มีจริยธรรม แคร์เรื่องสิทธิมนุชนก็จะทำได้น้อยลง
แล้วเราก็จะดึงดูดสแกมเมอร์ดึงดูดอาชยากรต่างๆ เข้ามา อันเนี้ยเป็นผลกระทบที่มันจะเกิดขึ้นต่อระบบกฎหมายและสังคมไทยและเศรษฐกิจไทยในระยะยาวเรา เพราะว่ายิ่งเราใช้กฎหมายแบบนี้ มันยิ่งทำให้ความชัดเจนของกฎหมายน้อยลงไปเรื่อยๆ
อืม
มันจะทำให้กฎหมายเป็นการเมืองอย่างเงี้ย ฮะ
แล้วพอกฎหมายเป็นการเมืองมันก็
มันก็สูญเสียความน่าเชื่อถือของกฎหมายไป
ครับ
ใช่ คือกำลังจะบอกว่าแบบเออมันเหมือนกับ แบบตอนนี้เวลาวิเคราะห์เอาจริงๆนะ อันนี้พูดมากี่ปีเราไม่รู้อ่ะ จริงจริงๆรู้จัก กับอาจารย์จ้อยแรกๆก็ก็น่าจะได้พูดนะคะ บอกว่าคือเวลาเชิญนักกฎหมาย นักวิชาการที่สอนด้านนิติศาสตร์มาอ
คือบางทีก็เห็นใจอ่ะ คือคำถามเราต้องการคำอธิบายทางกฎหมาย แต่แบบกูก็เห็นใจว่าแล้วเค้าจะอธิบายกูยังไงวะ
คือผมก็ผมเออผมก็อีเหยียบเรือ 2 แคมอยู่ตรงนี้ เพราะว่าแนวทางวิชาการของผมเนี่ย ผมก็มองกฎหมายเป็นการเมือง
คือผมเห็นกฎหมายมันเป็นเรื่องการเมือง เพื่อจะทำความเข้าใจปรากฏการณ์ต่างๆ ในสังคม แต่อีกครั้งอีกข้างนึงก็ตระหนักดีว่า
ถ้าเกิดเราคิดว่ากฎหมายเป็นการเมืองไปซะทั้งหมดเนี่ย มันจะไม่สามารถใช้จัดระเบียบสังคม
อืม
อะไรได้เลย
และตรงเนี้ย มันจะสร้างปัญหาในระยะยาว
อืม งั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่ผมห่วงใที่ผมกังวลอย่างเงี้ยครับว่าเออมันมันไม่ใช่ แค่มันไม่ใช่แค่ชนชั้นนำเล่นการเมืองกัน นะ การเล่นการเมืองของชนชั้นนำเนี่ย มันกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ มันกระทบต่อความเชื่อถือที่ประชาชนจะมีต่อสถาบันยุติธรรม และนั่นกู้คืนยากที่สุด เหมือนแบบแฟนเราแบบนอกใจเราอะไรแบบเนี้ย คือเราจะ เราจะกลับมาไว้ใจเข้าใหม่ง่ายๆ มันก็ไม่ ง่ายถูกมั้ยเหมือนกัน ศาลเนี่ย ศาลหรือ ปปช. ก็ดีเนี่ย ทำแบบนี้ซ้ำๆ เนี่ย ทำจนคนรู้สึกว่า จนพี่จอมขวัญบอกว่าเดี๋มันมาอีหลอบนี้อีกแล้วเนี่ย มัน มันสร้างความเสียหายมากครับ