Transcription
หลักๆ เลยนะคะไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ครั้งก่อนแล้วก็ไม่ได้แจ้งเหตุแห่งการไม่ ไปใช้สิทธิ์ซึ่งตรงนี้ถือเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 35 2 กกต. เขาจะขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งถอนชื่อผู้ สมัครส.ส.จากพรรคการเมืองต่างๆเพิ่มอีก 28 รายไปตรวจสอบพบว่าบุคคลเหล่านี้อยู่ใน ระหว่างถูกจำกัดสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง ค่ะ
เนื่องจากหลักๆเลยนะคะไม่ไปใช้สิทธิ์ เลือกตั้งครั้งก่อนแล้วก็ไม่ได้แจ้งเหตุ แห่งการไม่ไปใช้สิทธิ์ซึ่งตรงนี้ถือเป็น การฝ่าฝืนมาตรา 35 2 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า ด้วยการเลือกตั้งส.ส.ปี 61 ค่ะตอนนี้ สำนักงานกกต.อยู่ระหว่างเร่งจัดทำร่างคำ วินิจฉัยอย่างเป็นทางการก่อนจะมอบหมายให้ ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขตยื่นคำร้อง ต่อศาลฎีกาตามขั้นตอนต่อไปนะคะ
ทีนี้คุณผู้ชมตามบทบัญญัติของกฎหมายเนี่ย หากมีการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแล้วแต่ศาล ยังไม่มีคำสั่งถอนชื่อผู้สมัครก็คือ สมมุติว่ากกต.ยื่นไปแล้วศาลเนี่ยยังไม่มี คำสั่งอะไรออกมา ทันก่อนวันเลือกตั้ง 28 คนนี้นะคะยังมีสถานะเป็นผู้สมัครโดย สมบูรณ์แล้วก็สามารถที่จะลงแข่งขันได้ตาม ปกติ แต่ถ้าบุคคลใดได้รับการเลือกตั้งไปแล้ว สมมุติชนะการเลือกตั้งอ่ะกกต.จะไม่ประกาศ รับรองผลการเลือกตั้งแล้วจะต้องสั่งให้มี การเลือกตั้งใหม่ในเขตนั้นทันทีค่ะ
ไม่ เพียงเท่านั้นนะคะกกต.เตรียมพิจารณา ดำเนินคดีอาญาเพิ่มกับผู้สมัครที่เข้า ข่ายว่าตัวเองรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิ์ ในการลงสมัครส.ส.แต่ก็ยังสมัครซึ่งตรง เนี้ยจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปีปรับ ตั้งแต่ 20,000-200,000 บาทและศาลจะต้อง สั่งเพิดขอนสิทธิ์การเลือกตั้ง 20 ปีเลย นะคะ
ดังนั้นหัวหน้าพรรคการเมืองที่ลงนาม ในการรับรองส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งก็อาจ จะต้องรับผิดชอบกับประเด็นนี้ด้วยคุณผู้ ชมแล้วโทษคืออะไร จำคุกไม่เกิน 5 ปีปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับแล้วศาลอาจจะสั่ง เพิกถอนสิทธิ์การเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี ด้วยนะคะอันนี้สำหรับหัวหน้าพรรคนะ
แหล่ง ข่าวในกกต.ระบุว่ากรณีนี้ถือเป็นสัญญาณ เตือนพรรคการเมืองอย่างชัดเจนค่ะว่าการ คัดกรองผู้สมัครคุณจะต้องรอบคอบมากขึ้น เพราะความผิดไม่ได้จบแค่ตัวผู้สมัครแต่ ลากยาวถึงผู้บริหารพรรคโดยตรงด้วยนะคะ