📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

Highlight | "พรรณิการ์" เปิดสาเหตุ "พรรคส้ม" พ่ายแพ้ครั้งใหญ่! | เลือกตั้ง 2569 | เปิดโต๊ะข่าว | 9 ก

PPTV HD 3619:42

Transcription

เออ ทางพรรคส้มเองเนี่ย หรือในบรรดาแกนนำเนี่ย คุณช่อได้สรุปกันมั้ยว่า เฮ้ย รอบนี้มันเกิดอะไรขึ้น เราแพ้เพราะอะไร

ตอนนี้คือจริงๆ ทั้งคืนที่ผ่านมาเนี่ย เราดู เอ่อ พยายามรวบรวมคะแนนนะคะ ซึ่งแม้ว่าทุกท่านน่าจะบ่นกันไปมากแล้วในรายการเนี่ย ดิฉันก็คงต้องบอกว่า รอบนี้คะแนนมีปัญหามากจริงๆ อือ

เอ่อ ในระดับที่เหลือเชื่อเลยนะคะ แล้วก็พบความผิดปกติเยอะมากๆ นะคะ ซึ่งก็เป็นข่าวไปแล้วเยอะนะคะ คงไม่เสียเวลาพูดอีก แต่ว่า ทำให้เราเนี่ย สุดท้ายก็คือต้องใช้วิธีโทรเช็คกับผู้สมัครรายเขต จนถึงตอนนี้เนี่ย ก็ยังเหลืออีก เหลืออีก 1 เขตที่ยังไม่จบ ก็คือ เอ่อ เข้าใจว่าเป็น อุดร เขต 1 แต่ว่าโดยรวมแล้วเนี่ย น่าจะได้ 88 เขต

ครับ

แล้วก็ปาร์ตี้ลิสต์ ปาร์ตี้ลิสต์เนี่ย ก็ยังไม่จบเหมือนกันนะคะ ซึ่งมันเหลือเชื่อมากว่าเราผ่านการเลือกตั้งติดหีบมาเท่าไหร่แล้วนะ 10 กว่าชั่วโมงแล้วเนี่ย แต่ว่าคะแนนก็ยังไม่จบ ซึ่งคิดว่า Party List เนี่ย อาจจะไปจบที่ประมาณซัก สำหรับพรรคนะคะ น่าจะประมาณ 10 ล้านก็น่าจะอยู่ที่ 32

อืม

เบ็ดเสร็จรวมเนี่ย ไม่เกิน 120 ก็ต้องยอมรับว่าเป็นเป็นความพ่ายแพ้จริงๆ นะคะ แล้วก็ เอ่อ เกินคาดนะคะ เกินคาดจนถึง 17:00 น. ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์เนี่ย เราก็ยังเชื่อว่าไปถึง 200 ได้ แล้วก็ เอ่อ ไม่ได้ ไม่ได้เกิดจากเรามโนไปเอง หรือว่าเราหลงไปกับกระแส นะคะ เพราะว่าพวกเราเนี่ย เอ่อ ทำใน ในช่วงโค้งสุดท้ายเนี่ย เดินทางไปทุกจังหวัด รวมถึงพื้นที่รอบนอกชนบทด้วยนะคะ ซึ่งก็ในฐานะที่ดิฉันเองก็หาเสียงมาทุกรอบเนี่ย ก็รู้สึกว่าเป็นการหาเสียงที่สนุก คึกคัก แล้วก็ได้รับการปรับปรัโดยเฉพาะจากประชาชนรอบนอก แล้วก็ในจังหวัดที่เราไม่เคยได้รับการตอบรับมาก่อนเนี่ย เยอะมากๆ นะคะ แต่ว่าผลคะแนนออกมาเนี่ย มันก็ เอ่อ เป็นอย่างที่เห็นนะคะ ซึ่งต้องยอมรับว่าผิดคาด แล้วก็ต้องขออภัยทุกท่านที่ทำให้ผิดหวังด้วยนะ เพราะว่าประชาชนก็มีความเชื่อมั่นพอสมควรว่าเราเนี่ย จะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่ง เอ่อ ถ้าจะเอาประโยคเดียวจบนะคะว่าเกิดอะไรขึ้นเนี่ย ดิฉันกลั่นกรองมาตลอดทั้งคืนนะคะ โอเค มันอาจจะต้องทำข้อมูลอีกประมาณวันนึง เพราะว่าเราเพิ่งจะ final คะแนนได้นะคะ แต่ว่า

เอ่อ คิดว่ากระแสเนี่ย พาเรามาได้ในระดับ 30 กว่าเปอร์เซ็น

อ่า

มันเท่านี้ละ แล้วถามว่า เอ่อ มันจะไปต่อจากนี้ได้อย่างไรเนี่ย ก็คือต้องเป็นการทำเครือข่ายพื้นที่ที่แข็งแรงจริงๆ

อ่า

ก็คือการทำงานของ ส.ส. การทำงานของทีมงาน ดิฉันเข้าใจว่า เอ่อ ตอนเนี้ย มันชัดเจนแล้วว่าบ้านใหญ่เนี่ย ค้นพบหลักสูตร ซึ่งเราคิดผิดหลายเรื่องนะคะ ข้อแรกเราคิดผิดว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเนี่ย จะมาใช้สิทธิ์เยอะ ซึ่งเท่าที่ดิฉันเห็นตัวเลขยังไม่นิ่ง ตอนนี้เนี่ย ไม่เยอะแน่ๆ ใช่มั้ยคะ ก็คือน้อยกว่าครั้งที่แล้ว น่าจะหลายล้านอยู่

ข้อ 2 ดิฉันเชื่อว่าเราจะได้บัตรทั้ง 2 ใบ ก็คือแคมเปญสุดท้ายเราก็รณรงค์ให้ประชาชนกา ส้ม 2 ใบ ใช่มั้ยคะ เราก็คิดว่าถ้าเรา ต่อให้เราได้คะแนนนิยมยังอยู่ที่ 30 รายเนี่ย แต่ว่าถ้าประชาชนกาให้เราทั้ง 2 ใบเนี่ย โอกาสที่จะได้ไปถึง 200 ที่นั่งเนี่ย มันมีอยู่จริง

แต่บัตรมันแตก แต่ว่า

บัตรมันแตก

แต่ว่ามันแตก ใช่ค่ะ เอ่อ สุดท้ายแล้วเนี่ย มันเห็นชัดเลยว่าประชาชนยังคงแบ่งคะแนน ซึ่งก็แปลว่า เอ่อ ทาง ทางเครือข่ายอนุรักษ์นิยมเนี่ย เขาก็มียุทธศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จจริงๆ ในการ consolidate บ้านใหญ่ แล้วก็ทำให้คะแนนมันออกมาในในรูปแบบนี้ได้ เพราะฉะนั้นจากนี้ไปเนี่ย ยังคิดว่าใช้เพียงกระแสความนิยมระดับชาติเนี่ย จะไม่ส ไม่สามารถสู้กับการที่บ้านใหญ่เขารวมตัว แล้วก็จัดสรรพื้นที่กันทำให้คะแนนเป็นกลุ่มก้อน

อืม

ยกตัวอย่างเห็นชัดที่สุดเนี่ย ชลบุรี เขต 1

ครับ

ชลบุรี เขต 1 นี่คะแนนไม่ได้ลดนะคะ เอ่อ คุณวรสของเราเนี่ย ได้เกือบ 10 ได้ 40,000 นะ ประมาณ 40,000 คุณ เอ่อ สุชาติ ได้ 43,000 ห่างกัน 3,000 คะแนนเอ

ค่ะ

ซึ่งแปลว่าอะไร คือ 2 คนสู้กันแบบ 1:1 ที่เหลือแทบจะไม่ไม่มีคะแนนเลยนะคะ เอ่อ เพราะฉะนั้นเนี่ย ถ้าเราเจอแบบนี้ไปเรื่อยๆ เนี่ย แปลว่าเราได้ซัก 30,000 กว่านี่มันไม่พอที่จะชนะแล้ว มันต้องไปถึงหลัก 40,000

เพราะรวมกันแล้ว เพราะรวมตัวกันใช่ ซึ่งแปลว่าเราต้องทำ เอ่อ เครือข่ายพื้นที่ให้เข้มแข็งนะคะ ก็จริงๆ หลายที่ก็ หลายที่เนี่ย แพ้ แพ้หลักร้อย มีสระบุรี เขต 1 แชมป์เก่าเราเนี่ย แพ้ไป 900 คะแนน

ครับ

อืม

ขอนแก่น เขต 3 คุณใหม่เอี่ยมออกเนี่ย เป็น ส.ส. ที่ทำงานพื้นที่ดีมาก ดีแบบดี 1 ประเภทหนึ่งเลย แพ้ไปประมาณ 1,000 คะแนนเหมือนกัน

อืม

แพ้พักกล้าทำ เพราะฉะนั้นเนี่ย ก็จะเห็นว่า เอ่อ ลำพังจริงๆ ก็จะบอกว่าต้องทำงานพื้นที่หนักขึ้นเนี่ย ก็ ส.ส. ที่สอบตกหลายๆ คนก็ทำงานดีมากๆ นะคะ แต่ก็ เอ่อ สอบตก เพราะว่าพอเรา รวบรวมคะแนนได้เนี่ย คะแนนเราไม่ได้ลด แต่ว่าคะแนนเขาเพิ่ม เพราะฉะนั้นมันก็ เค้นพบสูตรที่จะที่จะล้อก่อ

ที่เราคิดว่าที่เราคิดว่าทำในท้องถิ่น ได้แต่เขาทำในในการเลือกตั้งใหญ่ไม่ได้

อ่า ทำได้

ทำได้ค่ะ

ทำได้ค่ะ

อ่ะ เพราะเลือกตั้งใหญ่เราคิดว่ามันจะมีปริมาณผู้ใช้สิทธิ์มากกว่านี้ด้วยแหละ ส่วนหนึ่ง

ใช่ค่ะ

แล้วมันจะสามารถทลายระบบจัดตั้งได้ เชื่ออย่างงั้น

แต่พอมันน้อยปั๊บ มันทลายไม่ได้

เพราะฉะนั้นก็ต้องโทษ ต้องโทษตัวเองว่าเรายังรณรงค์ไม่เพียงพอ ทั้งเรื่องของการให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์ ทั้งเรื่องของการ เอ่อ รณรงค์ให้กาเราทั้ง 2 ใบนะคะ ก็ยังยังไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ ก็คิดว่าครั้งเนี้ย ก็คงต้องกลับมาอย่างที่ที่บอกนะคะ บอกทั้ง 3 ท่านว่าถ้าประโยคเดียวจบเนี่ย อันนี้ดิฉันก็อธิบายแตกประเด็นไปได้เรื่อยๆ อีก 3 ชั่วโมงก็ไม่จบ เพราะมีจุดเล็กจุดน้อยที่เรามีข้อสังเกตเยอะนะคะ รวมถึงเรื่องการโกงเลือกตั้งนะ

อันเนี้ย ดิฉันไม่ได้พยายามพยายามจะพูดว่า

เอ่อ เราแพ้เพราะเงิน หรือเพราะอะไรนะคะ มันไม่ใช่แบบนั้นอยู่แล้ว เราแพ้เพราะว่าเรา รณรงค์ เอ่อ ไม่ดีพอในในจุดอย่างที่บอกอ่ะ จุดทั้งเรื่องให้คนไปใช้สิทธิ์ ทั้งเรื่องกา ส้ม 2 ใบ แต่ว่า เอ่อ ในอีกแง่หนึ่งเนี่ย มันความผิดปกติในการเลือกตั้งมันก็เยอะ เยอะจริงๆ แล้วก็เป็นความผิดพลาดของเราอีกนั่นแหละ ที่อาจจะมีอาสาไปเฝ้าหน่วยได้ไม่ครบ ซึ่งถ้ามีอาสาไปเฝ้าหน่วยครบ เกิดการทักท้วงกันเนี่ย ก็จะเห็นว่าหลายพื้นที่คะแนนเปลี่ยนเยอะมากๆ นะคะ แต่ในเมื่อเราไม่สามารถไปตรึงได้ทุกหน่วยเนี่ย มันก็ทำให้ยากอยู่นะคะ พรรคก็คงจะต้องไปถอดบทเรียนเรื่องพวกนี้แหละ 1 ก็คือทำเครือข่ายเข้มแข็ง ซึ่งเครือข่ายที่เข้มแข็งในพื้นที่เนี่ย มันนำมาซึ่งอาสาเฝ้าหน่วยด้วย มันเป็นเรื่องที่จะตามกันมา คือถ้าคุณมีเครือข่ายพื้นที่เข้มแข็ง ก็แปลว่าคุณจะมีคนไปเฝ้าหน่วยได้ครบ หรือ หรือเกือบครบนะ

ครับ

ซึ่งก็จะทำให้การช่วงชิงชัยชนะเนี่ย มันมีประสิทธิภาพมากขึ้นนะ

อืม ทีนี้การที่เราเลือกตั้งมา 2-3 รอบแล้วเนี่ย มันมันตั้งรัฐบาลไม่ได้ ที่ 1 ก็เป็นมาแล้ว คราวนี้แพ้เลยเนี่ย มันทำให้รอบหน้าเรายากขึ้นมั้ย คุณช่อ

ก็ไม่มีครั้งไหนที่ง่ายนะคะ พูดตรงๆ รอบนี้ก็ผ่านมาอย่างสบักสะบักสะบอมในช่วงต้นนะ ถ้าติดตามข่าวก็โดนหนัก เป็นครั้งการเลือกตั้งที่เราโดนหนัก แต่ว่าดิฉันคิดว่าต่อไปเนี่ย หน้าตาของแคมเปญการเลือกตั้งของพรรคประชาชนต้องเปลี่ยนจริงๆ อย่างที่ดิฉันบอกว่าการใช้กระแสระดับชาติเนี่ย มันคง มันคงไม่เพียงพอแล้วจริงๆ เพราะฉะนั้นในการเลือกตั้งครั้งถัดไป ดีก็ไม่รู้ว่าเขาจะจ้างดิฉันไปเป็นผู้ช่วยหาเสียงหรือเปล่านะ อันนี้พูดในฐานะคนนอกแล้วอ่ะนะคะ

อันนี้พูดว่าแนะนำว่าพรรคจะต้องทำอย่างไรต่อไป ก็คิดว่า

ต้องมีการปรับเปลี่ยน

แล้วก็เน้น เอ่อ การทำงานหนักในพื้นที่อย่างต่อเนื่องมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเขตที่มีหรือไม่มี ส.ส. นะคะ ก็จะต้องทำงานหนักต่อเนื่อง เพื่อที่แคมเปญอาจจะไม่ได้ดูหวือหวา คุณ คุณดู ภูมิใจไทย กับ กล้าทำ แคมเปญเขาเนี่ย ไม่มีอะไรหวือหวาเลยใช่มั้ยคะ แต่ว่ามันเข้าเป้า แต่ว่ามันเข้าเป้าประชาชน

อ่า

อ่า ดีเบตไม่ขึ้นนะคะ แต่ว่าเขาก็มีวิธีการทำงานของเขาที่ เอ่อ สามารถที่จะ

ครองใจประชาชนในเขตได้แล้วกัน อย่างคิดว่า คิดว่าเราก็ต้องไอไอ้แผนอย่างงั้นเนี่ย ไอ้ไอ้ไอ้ภาคปฏิบัติอย่างงั้นเนี่ย รู้สึกว่าถ้ามองจากคนนอกเข้าไปในพรรคส้มไม่ค่อยถนัดหรือเปล่า

ก็ต้องทำให้ได้แล้ว ดิฉันน่ะ พูดตั้งนานแล้วว่าเราอย่าไปคิดว่าประชาชนเห็นแก่เงิน รับเงินมาแล้วไปกา มันซับซ้อนกว่านั้นมากนะคะ เอ่อ ประชาชนต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจเป็นแบบนี้ ชีวิตของพวกเขาลำบากแล้ว พวกเขาก็รู้สึกว่าการเมืองที่กินได้ จับต้องได้เนี่ย คือ ส.ส. เขต ก็ต้องให้การช่วยเหลือชีวิตเขาได้จริง มันไม่ใช่แค่การจ่ายเงิน

อืม

ทีละ 300 500 หรือ 1,000 หรือ 2,000 แต่ว่ามันก็เป็นลักษณะของการพึ่งพาอาศัยกันในพื้นที่ ซึ่งถ้าเราจะเอาชนะระบบแบบนี้ได้เนี่ย เราก็ต้องทำให้เห็นว่าเอ่อนโยบายของเรา หรือ ส.ส. เขตของเราเนี่ย สามารถช่วยเหลือเขาได้ แม้จะไม่ได้ใช่ในลักษณะให้เงินให้ทอง เพราะว่าไม่มีที่จะให้อยู่แล้ว แล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง แต่ว่าก็ต้องช่วยเหลือเขาได้นะคะ อย่างอ่ะ ดิฉันยกตัวอย่างคนที่ชนะ เช่น คุณโฟค คุณณัชนนท์ อย่างเงี้ย

เอ่อ พิษณุโลก เขต 1 เนี่ย ก็แน่นอนทำงานการเมืองแบบอนาคตใหม่ 100% คือไม่ใช้เงินใช้แรง แต่ว่าก็เป็นคนที่หยิบประเด็นปัญหาในพื้นที่เข้าไปในสภา ทั้งที่ไม่ได้เป็น ส.ส. เนาะ เขาใช้ช่องทางกรรมาธิการ เอ่อ การทำประเด็นพื้นที่ที่เป็นปัญหาความเดือดร้อนของคนจริงๆ แก้ไขปัญหาได้จริง มันก็ทำให้คนรู้สึกว่า เออ คนเนี้ย น่าจะพึ่งพาได้ แล้วก็ทำให้สุดท้าย คุณโฟคก็เฉือนชนะไปได้ พีซนว่า เขต 1 ก็โหดมากนะคะ แต่ว่าสุดท้ายก็ก็เฉือนเอาชนะไปได้ คิดว่าแพทเทิร์นการทำงานต่อไปของพรรคประชาชนต้องทำแบบนี้แล้วล่ะ ก็คือจะเป็นผู้สมัครหรือเป็นตัว ส.ส. ก็ตามเนี่ย คงต้องมองหาวิธีการที่จะตอบโจทย์คนในพื้นที่ได้จริง เพื่อสร้างเครือข่ายพื้นที่ในแบบของเรา

นะคะ คงไม่ได้บอกว่าไปสร้างในแบบภูมิใจไทย กล้าทำอยู่แล้ว เพราะว่าก็คงไม่ทำแล้วก็ทำไม่ได้ด้วย แต่ว่า

ก็ต้องมีการสร้างเครือข่ายพื้นที่ที่แข็งแรงในแบบของเราที่ตอบโจทย์ประชาชน ซึ่งอันเนี้ย ก็เป็นงานที่จะต้องทำในอีก จะไม่ อยากจะพูดว่าในอีก 4 ปีเนาะ มันก็เลือกตั้งที่ผ่านมาก็ไม่ถึง 4 ปีใช่มั้ยคะ ก็คิดว่ามีเวลาเท่าไหร่ก็ต้องใช้เวลานั้น น่ะ ในการสร้างความเติบโตอย่างเข้มเข้มแข็งในพื้นที่ให้ได้

ครับ

มีเสียงสะท้อนจากในพื้นที่บางพื้นที่อ่ะ ค่ะ ที่เขาบอกว่าเอ๊ะ พรรคประชาชนเนี่ย หลังจากที่ได้ ส.ส. มาแล้วเนี่ย ไม่เคยเห็นหน้า ส.ส. เลย ไม่ลงพื้นที่เลยเนี่ย พรรคได้รับเสียงสะท้อนนี้มาด้วยมั้ยคะ

ก็มีทั้งคนที่ทำงานหนักจริง แต่ว่าประชาชนอาจจะไม่ได้เห็นนะคะ ในพื้นที่เมืองใหญ่เนี่ย ต้องยอมรับว่าการไปหาประชาชนในพื้นที่เป็นเรื่องยาก คือบ้านรั้วบ้านหลังเยอะ ประชาชนก็อาจจะบ่นแบบนี้ แต่ว่าในพื้นที่ เอ่อ รอบนอกเนี่ย ก็จะมีที่ผสมผสานกันไปนะ ซึ่งเข้าใจว่าพรรคเขาก็มีระบบสมุดพก ส.ส. ก็คือมีระบบ KPI ตรวจสอบการประเมิน อันนี้ก็จะเป็นปัญหาไปอีกแบบที่พรรคก็คงต้องไปชั่งน้ำหนักว่าแบบไหนดีกว่ากัน ก็คือ ส.ส. เปลี่ยนคน คือถ้า ส.ส. ถูกคอมเมนต์ถูก เอ่อ วิจารณ์เยอะว่าทำพื้นที่ไม่ดี พรรคเปลี่ยนคนเป็นหน้าใหม่เลย คนนี้ก็ยิ่งไม่เคยลงพื้นที่ เพราะว่าเป็นคนใหม่

ค่ะ

ใช่มั้ยคะ อ่า มันก็จะเป็นทาง 2 แพ่งที่ ดิฉันก็ไม่รู้คำตอบหรอก พรรคก็คงต้องตัดสินใจ แต่ว่าก็จะเป็นทางเลือกแบบนี้ ซึ่งครั้งที่ผ่านมาเนี่ย ก็เข้าใจว่าพรรคเจอทางเลือกแบบนี้เยอะ คือ ส.ส. คนเดิมอาจจะถูก ถูกวิพากษ์วิจารณ์พอสมควรว่าลงพื้นที่น้อย ท่านไม่ทำงานพื้นที่ แต่จะเอาคนใหม่มาลง คนใหม่นี่ก็ยิ่งไม่เคยลงพื้นที่ ประชาชนไม่รู้จักหน้า เอ่อ ลงไปแล้วจะมีโอกาสมากน้อยแค่ไหน ดิฉันคิดว่าอันเนี้ย ก็คงเป็น

ส่วนหนึ่งของความท้าทาย ถ้าพรรคจะเติบโตต่อไปแล้วมี ส.ส. เขตมากกว่าเนี้ย ก็ต้องคิดเรื่องพวกนี้เยอะขึ้น

อ่า เพราะปลุกกระแสระดับชาติมันได้ประมาณนี้ มันเต็มเพดาน ถ้าถ้าประเมินจากคุณช่อ ใช่มั้ยฮะ อ่า แต่ระดับล่างคือเราเห็นใบเลือกตั้งรู้เลยว่าเขายังให้พรรคส้มนะ ไม่ใช่ไม่ให้นะ ปาร์ตี้ลิสต์ แต่เขตเนี่ย แหม เขายังรู้สึกว่าคุ้นเคยกับ ส.ส. ที่ไปหาเขา หรือที่เขาคุ้นเคยมากกว่า อารมณ์นั้น

ใช่ๆ ใช่ค่ะ

อ่า ฉะนั้น ฉากทัศน์หลังจากนี้มองยังไงฮะ ว่ารัฐบาล เอ่อ ความเข้มแข็ง ภูมิใจไทย กล้าทำเนี่ย เราประเมินยังไงฮะ คุณช่อฮะ

อืม อันนี้ก็กลับมา อ่า มองในฐานะนักวิเคราะห์การเมืองแล้วกันนะคะ เพราะว่าก็คงไม่ได้เกี่ยวกับพรรคประชาชนแล้ว ดิฉันคิดว่าคะแนนของ ภูมิใจไทย เนี่ย เกินคาด คือคุณอนุทินเองก็ยอมรับ เมื่อเช้าดิฉันก็นั่งดูคุณอนุทินไปออกรายการคุณสรยุทธเนาะ

เอ่อ คุณอนุทินเองก็ยังยอมรับว่าเกินเกินความคาดหมายจริงๆ

เออ

ไม่ได้คิดว่าจะได้ไปขนาดนี้นะคะ เอ่อ ตัวเลขที่น่าสนใจก็คือ พรรคกล้าธรรม กับ พรรคภูมิใจไทย เนี่ย ต่างเข้าเป้าเกินคาด ก็คือ

เออ

มันแม่นยำจริงๆ แม่นยำจริงๆ ในระดับ 2 เขต

เออ

เพราะฉะนั้น เมื่อ 2 พรรคนี้รวมกันเนี่ย ดิฉันเข้าใจว่าเกิน 250 อยู่แล้ว

อ่า

ถูกมั้ยคะ

พอ พอ 2 พรรครวมกันเกินเกินเนาะ เกินอยู่แล้วนะคะ น่าจะประมาณ 260 กว่า

เอ่อ 2 พรรครวมกัน 260 กว่า

มันก็การันตี มันการันตีละ

ทีนี้เหลือที่ว่าเขาจะเลือกพรรคไหน เพราะว่า 260 กว่าๆ เนี่ย มันการันตีตั้งรัฐบาลได้แน่

แต่มันไม่พอ

ค่ะ

อ่า คุณเป็นรัฐบาลด้วย 260 เสียงไม่ได้ คุณก็ต้องเลือก อ่า คุณต้องเลือกละว่าคุณจะเอาพรรคไหนเข้า นะคะ ซึ่งดิฉันก็คงไม่ไม่อาจทราบได้ การตัดสินใจของพรรคภูมิใจไทยว่า ภูมิใจไทยจะเลือกเอาพรรคไหนเข้า นะคะ

อ่า พรรคประชาชนน่ะไม่เข้าแน่ ก็เลย ประชาธิปัตย์ก็ประกาศแล้วจะเป็นฝ่ายค้าน

ไม่เข้าแน่ ก็ประชา ประชาธิปัตย์เอง คุณอภิสิทธิ์ก็ยืนยันว่าเขาไม่ร่วมกับกล้าทำ ทีนี้เนี่ย ยังไง ภูมิใจไทยก็เอากล้าทำอยู่แล้วนะคะ

เป็นไปไม่ได้ ถ้าไม่เอากล้าทำ แล้วจะเอาพรรคไหนนะฮะ ก็ต้องเอากล้าทำ เพราะฉะนั้น มันก็คงเป็น dead lock เป็นอยู่เองว่า เอ่อ ประชาธิปัตย์เองก็ต้องเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งดิฉันก็คิดว่าคุณอภิสิทธิ์ก็คงคิดไว้ในระดับหนึ่งแล้ว ว่าจะฟื้นฟูพรรคเนี่ย ก็คงเป็นพรรคฝ่ายค้านดีที่สุดนะฮะ

อ่า ก็เหลือเพื่อไทยแล้วคราวนี้

ก็เหลือเพื่อไทย

เออ เอ่อ ในมุมเราก็แล้วแต่เค้าแล้วกันนะ ว่าเค้าตัดสินใจกันยังไง

ก็ไม่เป็นไร คือเราต้องยอมรับความให้แพ้นะคะ

เอ่อ แพ้ก็คือแพ้ค่ะ เราก็ เราก็ต้องทำงานให้ดีที่สุด มี ส.ส. ประมาณ 120 คนบวกลบอยู่ในมือเนี่ย มันก็มากพอที่จะทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนได้นะคะ แล้วก็อย่างที่บอก พรรคเองก็มีโจทย์ที่ต้องกลับไปคิด กลับไปแก้ไข ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลก็เป็นเรื่องของพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็เป็นทางวิถีทางเลือกของแต่ละพรรคค่ะ

ครับ อ่ะ สุดท้าย คุณช่ออยากจะบอกอะไรกับแฟนๆ ของพรรคประชาชนมั้ยฮะ ที่เขา อ่า บางหลายบางคนก็กัดฟันเลือกมาตั้งแต่อนาคตใหม่ ก้าวไกล ถึงวันนี้แล้วเนี่ยฮะ

อืม

เชิญฮะ

ข้อแรกนะคะ ดิฉันคิดว่าดิฉันไม่สบายใจเลย ที่มีการพูดว่าแบบ พื้นที่ไม่เลือกพรรคประชาชน คือพื้นที่ที่ไม่เจริญ หรือเงินซื้อได้ ดิฉันคิดว่าแบบนี้ แบบนี้มันไม่เป็นผลดีกับใครเลยนะคะ การที่เรามีการเลือกตั้งเนี่ย ก็เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ ไม่ว่าประชาชนจะตัดสินใจแบบไหนอย่างไร ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน แน่นอนในเรื่องการตรวจสอบการโกงการเลือกตั้ง การทุจริต ไม่ว่าจะเป็นในหน่วย หรือการซื้อเสียง พวกเราก็ทำเต็มที่อยู่แล้ว แล้วก็เห็นว่ามันมีอยู่จริง เราไม่ปฏิเสธว่าเรื่องเหล่านี้มีอยู่จริง แต่ว่าการจะไปพูด เอ่อ ในลักษณะว่ามีแต่พื้นที่นั้น พื้นที่นี้ที่เจริญแล้ว ประชาชนฉลาดแล้วเนี่ย ดิฉันคิดว่า

เรา เราก็ต้องทำงานเพื่อให้คนที่ยังไม่เลือกมาเลือกเรา

แล้วก็คงเป็นการทำงานร่วมกันของทั้งพรรค แล้วก็ผู้สนับสนุนพรรค ถ้าเราอยากจะชนะในระบบประชาธิปไตยเนี่ย เราก็ต้องหาเพื่อนเพิ่ม ใช่มั้ยคะ

ในการหาเพื่อนเพิ่ม เราก็ต้องดูว่าตัวเราจะทำอย่างไรให้มีคนมาคบเราเพิ่ม มีคนมาเลือกเราเพิ่มนะคะ ดิฉันคิดว่า เอ่อ ความพ่ายแพ้มันเจ็บปวดครับ

อืม

ทุกคนในพรรคก็เจ็บปวดนะคะ

เสียใจ แต่ข้อแรกดิฉันคิดว่าไม่อยากให้การเจ็บปวดและเสียใจนี้เปลี่ยนไปเป็นการ เอ่อ โทษคนที่ไม่เลือกเรา ก็ต้องมาพิจารณาตัวเองว่าทำไมเขาถึงไม่เลือกนะคะ แล้วก็ทำระบบการปกปปป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัการเลือกตั้ง การทุจริตที่หน่วยเนี่ย ก็ต้องมาคิดกันว่าครั้งหน้าจะทำอย่างไร ข้อที่ 2 ก็คือ อันนี้ก็อยากจะฝากบอกถึงทุกคนนะคะ ว่าเลือกกันมา 3 ครั้งแล้วนะคะ เราเคยพูดว่า 3 เลือกตั้ง เราคิดว่าเราจะเป็นรัฐบาลได้ วันนี้ก็เห็นได้ชัดว่า

ไม่สำเร็จนะคะ 3 เลือกตั้งก็ยังไม่สามารถ ที่จะเป็นรัฐบาลได้

แต่การเดินทางมันไม่ได้สิ้นสุดที่ตรงนี้หรอก

ฉะนั้นน่ะ พูดอยู่เสมอว่าตราบใดที่เรายังเดินอยู่เนี่ย มันก็ยังไม่แพ้ ใช่มั้ยคะ

อ่า

การเปลี่ยนแปลงมันยังมันยังเกิดขึ้นได้ ถ้าเรายังเดินไปหาการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าเราเลิกล้มแล้วหยุดเดิน มันก็จบที่ตรงนี้ เพราะฉะนั้น วันเนี้ย คิดว่า

มันเหนื่อยได้ มันท้อได้นะคะ แต่ว่าอย่า อย่าถอย แล้วก็อย่าคิดว่ามันจะไม่มีวันเกิดขึ้น คิดว่าก็ต้องทำงานให้หนัก แน่นอนว่าไม่ใช่เวลาอยู่ข้างเรานะ เรานั่งเฉยๆ มันก็ไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นก็ต้อง

เดินหน้าต่อไป ก็อยากให้ทุกคนช่วยกัน ช่วยกัน คุณช่อคะ คืออย่างงี้ คือด้อมส้มบางส่วนเนี่ย เขาก็มองว่าเอ๊ะ การที่พรรคภูมิใจไทย เขาเติบโตวันนี้ มันเป็นเพราะว่าพรรคส้มเนี่ย ไปยกมือให้คุณอนุทินในวันนั้นเนี่ย มีอะไรอยากจะบอกด้อมด้อมส้มกลุ่มนี้มั้ยคะ

คือความผิดพลาดที่ไปโหวตให้คุณอนุทินเนี่ย ดิฉันคิดว่าผู้นำพรรค พรรคแล้วก็อดีตผู้นำพรรคทุกคนเนี่ย ได้ขอโทษอย่างเป็นทางการไปหมดแล้วนะคะ เราก็ยอมรับ เราก็ไม่ได้โต้เถียงว่ามันเป็นการตัดสินใจทางการเมืองที่ผิดพลาด

ค่ะ

แล้วก็ต้องยอมรับผลของมันนะคะ แต่ว่าถามว่า

อ่า

ในวันนั้นเนี่ย ถามว่ามันเป็นการตัดสินใจที่เสี่ยงดวงเอาเหมือนซื้อลอตเตอรี่มั้ย ก็ไม่ เราก็ได้อธิบายไปหมดแล้วว่า ณ เวลา นั้นผู้นำพรรคเขาก็ตัดสินใจแล้วว่าเพื่อ ให้มีคนมายุบสภา

ครับ

และของที่เราอยากได้เพิ่มก็คือเพื่อให้ เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ มันก็เหลือทางเลือกนั้นที่จะต้องเลือกไป ไม่อย่างนั้นมันก็เข้าสู่ dead lock ที่เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันก็เป็นการพูด ย้อนหลังเนาะ เราก็ไม่รู้ว่าถ้าเราไม่เลือกทางนั้น เนี่ยอีกทางนึงมันคืออะไร ใช่มั้ยคะ มันก็ไม่มีใครที่จะสามารถรู้ได้ เพราะฉะนั้น ถามว่าเราเถียงมั้ยว่า เอ่อ ครั้งนั้นเป็นความผิดพลาดในการตัดสินใจ ไม่ได้มีใครเถียง ทุกคนก็ยอมรับแล้วก็ได้ขอโทษไปแล้วนะคะ แต่ว่า ณ วันนั้นก็ไม่ใช่การตัดสินใจที่ไร้เหตุผล ไม่ได้ไม่มีเหตุผลสนับสนุน เป็นการตัดสินใจที่ต้องการที่จะแก้ขายรัฐธรรมนูญ แล้วก็นำไปสู่การยุบสภา อย่างน้อยวันนี้ ท่ามกลางข่าวความพ่ายแพ้ของเราเนี่ย เราก็เห็นว่าการลงประชามติก็ ได้สำเร็จเรียบร้อยดีแล้วก็ เอ่อ เสียงประชามติก็ผ่านในระดับที่ถือว่าค่อนข้างน่าพอใจ แน่นอนเราคาดหวังว่าจะได้มากกว่านี้ นะคะคาดหวังสัก 70% แต่ว่าในระดับประมาณนี้เนี่ย ก็ถือว่าเป็นระดับที่ค่อนข้างค่อนข้างน่าพึงพอใจนะคะ แล้วก็จะได้นำไปสู่การ เอ่อ จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ อาจจะมี ความกังวลอยู่บ้างว่าจะทำรัฐธรรมนูญใหม่ ภายใต้รัฐบาลปัจจุบันเนี่ย มันจะออกมาเป็นแบบไหน แต่ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ต้องต่อสู้กันไป

อ่า แต่คือคือคนบอกโอ้โหนี่เป็นไงไปเปิด ก๊อกให้เค้าเนี่ยใหญ่กว่าเดิมใหญ่โตคราว เนี้ยก็เพราะพรรคส้มนี่แหละใช่มั้ย เค้าแค่ 70 เองไปทำให้เค้าเกือบ 200 เลยวันนี้

อืม ดิฉันคิดว่าจริงๆ ไม่ว่าจะโหวตหรือไม่โหวตให้คุณอนุทินจริงๆ การโหวตให้มันก็ อย่างที่บอกนะ มันก็ต้องยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นใช่ แต่ว่าสูตรเรื่องการ consolidate การรวมกันของบ้านใหญ่เนี่ย มันชัดเจนว่ามันเกิดขึ้น ตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแหละแล้ว

อ่า

คือเค้าได้ ได้บทเรียน

เค้นพบแล้วว่าเขาต้องทำแบบเนี้ย ถึงจะชนะพรรคประชาชน

เออ

แล้วอันนี้มันเป็นสิ่งที่มันจบเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่ 2 ปีที่แล้วแล้ว ตั้งแต่หลังเลือกตั้ง 66 ใช่มั้ยคะว่ามันต้องทำแบบนี้ เพราะฉะนั้นเนี่ย ไม่ว่าจะเกิดการโหวต หรือไม่โหวตให้คุณอนุทิน

มันก็เป็นสูตรนี้แหละค่ะ

เพียงแต่ว่าแน่นอนแน่นอน การที่คุณอนุทินเป็นรัฐบาล พรรคกล้าทำเป็นรัฐบาลเนี่ย

มันก็ทำให้สิ่งนี้มันทำได้ง่ายขึ้นใช่ไหมคะ แต่อย่าลืมนะคะว่าก่อนหน้านี้ 2 พรรคนี้ก็เป็นรัฐบาลนะ่ะค่ะ ก็เป็นรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย

อืม

เพราะฉะนั้นดิฉันก็เลยไม่ไม่รู้สึกว่ามัน มีความแตกต่างอะไรมากนักระหว่างที่เขา เป็นรัฐบาลกับเป็นผู้นำรัฐบาล ก็อาจเป็นผู้นำรัฐบาลก็อาจจะมีความได้เปรียบกว่าในในระดับหนึ่งใช่มั้ยคะ แต่ว่าเขาก็เป็นรัฐบาลอย่างยาวนานต่อเนื่องใช่มั้ยคะ ตั้งแต่สมัยคุณประยุทธ์

ครับ

ก็มาจนถึงพรรคเพื่อไทย มาจนถึงปัจจุบัน

ก็อาจจะเป็นส่วนสำคัญที่ความต่อเนื่องในการเป็นรัฐบาลมาอย่างยาวนานเนี่ย ก็ทำให้เขาเนี่ย ควบคุมสรรพกำลังแล้วก็สามารถรวบรวมบ้านใหญ่ได้ดีกว่า เพราะว่าอันนี้มันต้องยอมรับว่าการเป็นบ้านใหญ่นี่มันต้องเป็นพรรครัฐบาลมันถึงจะ

ทำงานได้ใช่มั้คะ

เออ