Transcription
เชื่อไหมคะ แค่การมาถึงของ AI ตัวเดียวก็ทำเอามูลค่าบริษัทซอฟต์แวร์ทั่วโลกหายวับไปกว่า 800,000 ล้านดอลลาร์ภายในเวลาแค่ 6 วัน หรือมันคือจุดเริ่มต้นของหายนะที่เกิดจาก AI? AI Agent สามารถใช้ทำงานแทนคนได้จริงๆ และนี่ก็จะมาเปลี่ยนโครงสร้างของการทำงาน เรายังจำเป็นที่จะต้องจ่ายเงินซื้อซอฟต์แวร์ Assess Service กันอยู่ไหม ก็ในเมื่อ AI มันทำแทนได้หมด และเนี่ยก็อาจจะเป็นจุดจบของธุรกิจประเภทนี้ก็ได้ ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายแทบจะไม่เหลือที่ยืน แต่จุดที่หลายๆคนกังวลอยู่ก็คือการจ้างงานลดลงนี่แหละค่ะ แล้วแบบเนี้ย เราจะต้องปรับตัวยังไง?
[เพลง]
คุณผู้ชมลองจินตนาการกันดูนะคะ สมมุติว่ามีคนเดินมาบอกว่า งานกฎหมาย งานเอกสาร แล้วก็งานวิเคราะห์ที่ซับซ้อนที่เราเคยจ่ายเงินซื้อซอฟต์แวร์แพงๆ มาใช้ ต่อจากนี้ไป AI ตัวเดียวก็ทำแทนได้หมดแล้ว คุณยังจะยอมจ่ายเงินซื้อซอฟต์แวร์เหล่านั้นอยู่ไหม? นี่ไม่ใช่เรื่องสมมุตินะคะ แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้วก็กำลังส่งผลกระทบมากๆ ไปทั่วโลก
>> ย้อนดูหนึ่งในแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ของวงการเทค เมื่อหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์และบริการดิจิทัลทั่วโลกโดนเทขายหนัก มูลค่าตลาดหายไปกว่า 830,000 ล้านดอลลาร์ภายใน 6 วัน ต้นตอไม่ได้มาจากพิษเศรษฐกิจหรือการเมือง แต่มาจากการเปิดตัว AI ตัวใหม่ที่ชื่อว่า Claude 3 จาก Anthropic แล้วทำไม AI ตัวเดียวถึงสร้างแรงกระเพื่อมระดับนี้ได้? คำตอบสั้นๆ ก็คือ มันกำลังเข้าไปเขย่าธุรกิจกลุ่ม SaaS หรือซอฟต์แวร์ที่เราต้องจ่ายรายเดือนเพื่อใช้งานบน cloud ไม่ว่าจะเป็นระบบจัดการเอกสาร หรือระบบฐานข้อมูลกฎหมาย ซึ่งโมเดลธุรกิจของ SaaS ส่วนใหญ่พึ่งพา recurring pricing หรือการคิดเงินตามจำนวนผู้ใช้ ยิ่งองค์กรมีพนักงานใช้ระบบมาก รายได้ก็จะยิ่งโต แต่พอมี Claude 3 มันถูกออกแบบมาเป็น digital worker ที่ทำงานแทนคนได้จริง ทั้งสรุปเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล เขียนรายงาน ไปจนถึงการจัดการ workflow พูดง่ายๆ AI 1 ตัวทำงานแทนคนได้หลายตำแหน่งเลย ก็เลยส่งผลให้รายได้ของบริษัทซอฟต์แวร์ต่างๆ หดหายตามกันไป
>> ทุกคนก็เลยตั้งคำถามค่ะว่า เรายังจำเป็นที่จะต้องจ่ายเงินซื้อซอฟต์แวร์ Assess Service กันอยู่ไหม ก็ในเมื่อ AI มันทำแทนได้หมด ตัวอย่างที่ชัดที่สุดเลยก็คือ Legal Plugin หรือ Plugin สายกฎหมายของ Claude 3 ค่ะ เพราะจากเดิมงานที่เกี่ยวกับกฎหมายเป็นเรื่องที่เฉพาะทางมากๆ ใช่มั้ยคะ เรามักจะต้องใช้คนที่มีความถนัดโดยเฉพาะ แล้วก็เลยทำให้ธุรกิจด้านเนี้ยเรียกเงินได้มาก แต่พอ Plugin ด้านกฎหมายถูกปล่อยออกมาแบบเนี้ย มันก็ทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลกฎหมายได้ง่ายๆ แถมยังจัดการค้นหาเอกสารจำนวนมหาศาล และทำงานเอกสารที่ต้องทำซ้ำๆ ได้แทนคนตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วแบบเนี้ย เราจะจ้างคนแบบแพงๆ ไปทำไมจริงมั้ยล่ะ? แล้ว Claude 3 คืออะไร ทำไม AI ตัวเดียวถึงสร้างปัญหาให้วงการซอฟต์แวร์ได้ขนาดนี้?
[เพลง]
ถ้าเมื่อก่อนเราเคยชินกับ AI ประเภท Chatbot ก็คือเราถามมันตอบ แล้วพอได้ผลลัพธ์มา เราก็ต้องเอาไปทำงานต่อเองใช่ไหมคะ แต่รอบเนี้ย มันขยับจาก AI ช่วยคิดมาเป็น AI ที่ลงมือทำ ช่วยเราทำงานได้จริงแบบต่อเนื่อง ซึ่งคำที่ทุกคนจะได้ยินกันบ่อยมากๆ เลยก็คือ AI Agent มันคือ AI ที่รับเป้าหมาย แล้วก็แตกงานออกมา วางแผน ลงมือทำ เช็คผล แล้วก็วนแก้ให้จนเสร็จ ทำตั้งแต่อต้นจนจบ เหมือนเรามอบหมายงานให้คน 1 คนไปดำเนินการทำเลยค่ะ ซึ่งเราก็ได้ยินคำนี้มาสักพักนึงแล้ว แต่หลายคนอาจจะยังไม่เคยเห็นกับตาจริงๆ ว่ามันเป็นยังไง จนกระทั่งมี Claude 3 ออกมา ซึ่ง Claude 3 นี้ก็ถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก AI ที่ชื่อว่า Claude ของบริษัท Anthropic นะคะ บริษัทเนี้ยก็เป็นบริษัท AI ชั้นนำของโลกที่ก่อตั้งมาเมื่อปี 2021 นี้เอง โดย 2 พี่น้อง Dario และ Daniel ซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงของ OpenAI Anthropic นี้เกิดจากอุดมการณ์ที่ต้องการสร้าง AI ที่มีความปลอดภัยและควบคุมได้ ภายใต้หลักการที่เรียกว่า Constitution AI แนวคิดนี้คือ เทคนิคการฝึกฝน AI เพื่อให้ AI สามารถกำกับดูแลพฤติกรรมของตนเองให้สอดคล้องกับหลักจริยธรรมและความปลอดภัยโดยอัตโนมัติ เพื่อให้มั่นใจว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะมีความเป็นกลาง ปลอดภัย และมีประโยชน์ โดยไม่ต้องพึ่งพาการให้คะแนนจากมนุษย์ในทุกขั้นตอนเหมือนเทคนิคดั้งเดิมค่ะ ซึ่งก็ช่วยให้ AI มีเข็มทิศศีลธรรมที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ และสามารถขยายขีดความสามารถได้รวดเร็ว ภายใต้กรอบความปลอดภัยที่รัดกุม ในช่วงแรก Claude ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ ChatGPT โดยมุ่งเน้นไปที่เรื่องของความปลอดภัยและความเป็นมนุษย์ค่ะ แต่หลังจากที่ Anthropic เริ่มมาจริงจังกับตลาดองค์กร เขาก็เริ่มพัฒนาให้ Claude นี้กลายเป็นเครื่องมือสำหรับ Developer หรือว่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยแนวคิดสำคัญก็คือการฝัง AI ลงไปในการทำงานจริงของโปรแกรมเมอร์ค่ะ อย่างเช่น Terminal และ IDE แทนการใช้งานผ่านแชทเพียงอย่างเดียว
เครื่องมือ [เพลง] อย่าง Claude Code จึงสามารถทำงานร่วมกับ codebase ของโปรเจกต์ทั้งหมด เข้าใจโครงสร้างไฟล์ และสั่งการผ่านคำสั่งภาษาธรรมชาติได้ เป็นผู้ช่วยเขียนโค้ดชั้นเยี่ยม [เพลง] เลยล่ะค่ะ ทำให้การเขียนโค้ดก็ง่ายขึ้นเอามากๆ แต่ว่าการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดกระแส SaaS Apocalypse หรือว่าหายนะของธุรกิจ [เพลง] SaaS หรือธุรกิจประเภท Software As A Service ขึ้นมา ก็คือการที่เขาได้ปล่อย Claude 3 ออกมา ค่ะ ที่คราวเนี้ยมันไม่ใช่แค่ช่วยเขียนโค้ดแล้ว [เพลง] แต่ว่ามันสามารถมาทำงานออฟฟิศแทนมนุษย์ได้จริง เพราะ Claude 3 ทำให้ AI เข้าใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ และควบคุม interface แบบเดียวกับมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการขยับเมาส์ กดคีย์บอร์ด เปิดโปรแกรม [เพลง] หรือสลับแอปพลิเคชันต่างๆ ทำให้มันสามารถทำงานแบบ cross-application ได้นะคะ อย่างเช่น เปิดเว็บไซต์เพื่อค้นข้อมูล ดึงข้อมูลจากเอกสาร หรือ >> [เพลง] >> ฐานข้อมูล แปลงข้อมูลจากภาพหรือ PDF ลงใน Excel สร้างตารางวิเคราะห์ แล้วก็สรุปรายงานส่ง [เพลง] ทางอีเมล หรือทำ PowerPoint ให้โดยอัตโนมัติค่ะ นี่มันงานของคนชัดๆ เลยใช่ไหมคะ รวมถึงเชื่อมต่อเครื่องมือทำงานอย่าง Google Workspace, DocuSign และ WordPress หรือบริการบนเว็บเพื่อประสานงานหลายระบบเข้าด้วย [เพลง] กันในงานเดียว ได้จุดเด่นสำคัญคือมันสามารถจัดการงานแบบ end-to-end ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยรับเป้าหมายจากมนุษย์ อย่างเช่น บอกว่า "เตรียมรายงานการประชุมพร้อมสไลด์และตารางข้อมูล" แล้วมันก็วางแผน แบ่งงานย่อย อ่านไฟล์ ค้นหาข้อมูล สร้างเอกสาร แล้วส่ง [เพลง] ผลลัพธ์ที่เสร็จสมบูรณ์ให้เรา โดยที่เราแทบไม่ต้องทำอะไรเลย จนหลายคนเรียกมันว่า Digital Labor หรือแรงงานดิจิทัลค่ะ แล้วทำไมเรื่องนี้ถึงเป็นเรื่องใหญ่? นั่นก็เพราะว่างานออฟฟิศส่วนใหญ่มันไม่ได้ยาก แต่ที่มันวุ่นวายก็คือการโยกข้อมูล เปิดไฟล์นี้ คัดไปวางไฟล์นั้น จัด format ทำสไลด์ ส่งให้เซ็น แล้วก็อัปเดตสถานะอีกระบบนึง ชีวิตจริงมันก็เป็นแบบนี้ใช่ล่ะคะ แล้วพอ AI ทำงานข้ามแอปได้ มันก็เหมือนมีคนที่วิ่งถือแฟ้มเรา แต่วิ่ง [เพลง] เร็วมาก และไม่ทำหล่นด้วยนั่นเอง เอาเป็นว่ามันไวและเป๊ะกว่ามนุษย์ค่ะ
เราพูดถึง Plugin ใหม่ของ [เพลง] Claude 3 สำหรับสายกฎหมายไปใช่ไหมคะ แต่จริงๆ แล้ว Anthropic เขาปล่อย Plugin ประเภทแบบนี้ออกมาเป็น 10 ตัวเลยค่ะ >> มาดู Plugin บางส่วนที่น่าสนใจกัน เช่น Productivity Plugin ที่ช่วยจัดการงานประจำวัน วางแผนตารางงาน สรุปการประชุม และบริหาร workflow ส่วนบุคคล Sales Plugin ที่ช่วยค้นหาลูกค้าเป้าหมาย วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า เตรียมกลยุทธ์การขาย และสร้างอีเมล Outlist อัตโนมัติ Marketing Plugin ที่ช่วยสร้าง Content วางแผนแคมเปญ วิเคราะห์ประสิทธิภาพของช่องทางการตลาด และดูแล Brand Voice ขององค์กร Finance Plugin ที่ช่วยจัดทำบัญชี วิเคราะห์งบการเงิน ทำ reconciliation และวิเคราะห์ variance ทางการเงิน ไปจนถึง Bioinformatics Plugin ที่เชื่อมกับฐานข้อมูลวิจัยด้านชีววิทยาและ Life Sciences เพื่อช่วยนักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ >> ก็คือ Plugin ทั้ง 10 ตัวเนี้ยครอบคลุมการทำงานแทบจะทั้งหมดเลยค่ะ แล้วถ้าสังเกตดีๆ ก็จะเห็นว่ามันเป็นงานที่ปกติแล้วเราจะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้วย แล้วพอมันเป็นแบบเนี้ย ย่อมส่งผลกระทบกับการทำงานของเราอย่างแน่นอนค่ะ ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายแทบจะไม่เหลือที่ยืน
จากกรณีของ Claude 3 ก็ทำให้เราเห็นได้ชัดเลยนะคะว่า AI Agent สามารถใช้ทำงานแทนคนได้จริงๆ และนี่ก็จะมาเปลี่ยนโครงสร้างของการทำงานค่ะ และก็ยังส่งผลกระทบต่อระดับบุคคลไปจนถึงระดับเศรษฐกิจโลกเลย ถ้าว่ากันในระดับบุคคล Claude 3 ก็มีศักยภาพในการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานอย่างมาก เพราะ AI แค่ตัวเดียวแต่สามารถทำงานที่เคยต้องใช้แรงงานมนุษย์จำนวนมากได้ อย่างเช่น การสรุปเอกสาร การจัดทำรายงาน หรือการวิเคราะห์ข้อมูล เมื่อ AI สามารถทำงานเหล่านี้ได้อัตโนมัติ บทบาทของมนุษย์จึงจำเป็นต้องเริ่มเปลี่ยนจากผู้ปฏิบัติงานไปเป็นผู้ควบคุมและตรวจสอบงานของ AI ค่ะ นอกจากนี้ นะคะ แนวโน้มในตลาดแรงงานก็ยังชี้ให้เห็นว่า AI ทำให้บริษัทหลายแห่งเริ่มลดการจ้างงานบางตำแหน่ง หรือชะลอการรับพนักงานใหม่ สะท้อนให้เห็นว่าความสามารถของ AI กำลังส่งผลต่อโครงสร้างของตลาดแรงงานอย่างมากค่ะ
และสำหรับองค์กร Claude 3 ทำให้บริษัทสามารถลดขั้นตอนการทำงาน และลดการพึ่งพาซอฟต์แวร์เฉพาะทางจำนวนมากได้ เพราะ AI เพียงตัวเดียวสามารถทำงานแทนเครื่องมือหลายตัวได้ ซึ่งอาจลดต้นทุนทั้งค่าซอฟต์แวร์และค่าจ้างพนักงานลง และผลกระทบต่อมาที่เกิดขึ้นจริงแล้วก็คือ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ค่ะ พอ AI เข้ามาแทนที่ซอฟต์แวร์ประเภทเฉพาะทางได้ ซอฟต์แวร์แบบเนี้ยก็ขายได้น้อยลงจริงมั้ยคะ และเนี่ยก็อาจจะเป็นจุดจบของธุรกิจประเภทนี้ก็ได้ และต่อมาก็คือผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม Claude 3 อาจจะเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจดิจิทัล เพราะ AI ทำงานเชิงวิชาชีพได้ค่ะ ซึ่งเป็นงานที่เคยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง นักวิเคราะห์บางรายมองว่า AI อาจจะทำให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น แต่ว่าการจ้างงานลดลง แถม AI ยังอาจลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจได้อย่างมาก ทำให้บริษัทขนาดเล็กสามารถแข่งขันกับองค์กรขนาดใหญ่ได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาจเปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันของเศรษฐกิจโลก แต่จุดที่หลายๆคนกังวลอยู่ก็คือการจ้างงานลดลงนี่แหละค่ะ แล้วแบบเนี้ย เราจะต้องปรับตัวยังไง?
เมื่อ AI สามารถทำงานซ้ำๆ และงานเฉพาะทางได้ มนุษย์อย่างเราๆ ก็ต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้ปฏิบัติงานไปสู่ผู้ออกแบบและควบคุมระบบค่ะ อย่างเช่น ในหลายองค์กร AI Agent สามารถทำงานอย่างการวิเคราะห์ข้อมูล การสร้างรายงาน หรือการจัดการ workflow ได้อัตโนมัติ มนุษย์ก็เลยต้องหันไปทำงานด้านการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ การสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้นค่ะ ดังนั้น ทักษะสำคัญของแรงงานในยุค AI Agent ก็ต้องเปลี่ยนไปเป็นความต้องการคนที่มีทักษะการกำหนดเป้าหมายและออกแบบ workflow ให้ AI ทำงาน การตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์จาก AI การคิดเชิงกลยุทธ์และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน และการทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติหลายตัวพร้อมกันได้ และนี่ก็ทำให้การรับคนเข้าทำงานก็จะมีแนวทางในการเลือกที่ต่างไปจากแต่ก่อนเช่นกันค่ะ
และเมื่อ AI สามารถทำงานเฉพาะทางและงานพื้นฐานได้เกือบทั้งหมด มนุษย์อย่างเราๆ ก็ไม่ได้จะตกงานเสมอไปนะคะ มนุษย์ก็อาจจะได้งานแบบใหม่ๆ จาก AI ด้วยเหมือนกัน อย่างเช่น >> นักออกแบบวิธีการทำงานใหม่ ผู้ออกแบบขั้นตอนการทำงานใหม่ โดยปรับบริบทขององค์กรให้ AI เข้ามาจัดการงานซ้ำซ้อนได้อย่างไร้รอยต่อ ผู้จัดการ AI Agent ผู้จัดการทีม AI ทำหน้าที่มอบหมายงาน ตรวจสอบผลลัพธ์ และควบคุมความเสี่ยง เหมือนบริหารทีมงานมนุษย์ นักออกแบบประสบการณ์ทำงานระหว่างคนกับ AI ผู้ออกแบบการทำงานร่วมกันระหว่างคนและ AI เพื่อให้การสื่อสารและ interface ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพ นักวางกลยุทธ์ AI นักวางกลยุทธ์ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี AI เข้ากับโมเดลธุรกิจเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และสื่อสารระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายเทคนิค ผู้ฝึกสอนและปรับพฤติกรรมของ AI Agent ผู้ประเมินประสิทธิภาพ AI โดยวิเคราะห์ความแม่นยำและความคุ้มค่าเพื่อปรับปรุงระบบให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร ผู้ตรวจสอบความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ AI ผลิตเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงก่อนนำไปใช้งานจริง >>
โลกยุค AI เนี่ยก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบรุนแรงหลายอย่างแล้วนะคะ เราก็ต้องปรับตัวตามให้ทันค่ะ และคอยค้นหาโอกาสใหม่ๆ ถ้าเราหามันเจอ เราก็จะได้เปรียบคนอื่นนะ
คะ บริษัท Security Peach อย่าลืมกดติดตาม Subscribe กดกระดิ่งไว้เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ กดเลย กดเลย กดทด ครับ