Transcription
ศาลรับคำร้องแต่ไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ เกินความคาดหมายมั้ยฮะ?
ความจริงแล้วเนี่ย เอ่อ ถ้าจะขอคือผลเนี่ย เท่ากันครับ แต่ขอแก้คำนิดนึงนะครับ ศาลสั่งว่าไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ต่างหาก
อ๋อ แปลว่าไม่? คืออย่างงี้ ต้องเข้าใจว่าถ้าคำร้องไปศาลรัฐธรรมนูญ กับคำร้องมาศาลฎีกาเนี่ย ครับ อื นะครับ มันจะแตกต่างกันครับ
ถ้าเป็นศาลรัฐธรรมนูญเนี่ย ต้องมีการลงมติ 2 ครั้ง อื ว่าจะรับคำร้องหรือเปล่าเนี่ย คำนี่เป็นอันที่ 1 ครับ ถ้าคำร้องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ อันที่ 1 รับคำร้องมั้ย? ครับ 2 แล้วต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่มั้ย? ลวงมติครั้งที่ 2 อืม
ส่วนศาลฎีกาเนี่ย ไม่เหมือนกัน ศาลฎีกานะครับ ถ้ารับคำร้องแล้วต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที อ๋อ เว้นแต่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ซึ่ง ดังนั้น คำสั่งเป็นอย่างอื่น จะสั่งว่าไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ อ๋อ เข้าใจมั้ย?
คือโอเค ถ้าศาลฎีกาประทับรับฟ้อง โดยปกติ ต้องหยุด แต่วันนี้ศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ก็คือบอกไม่ต้องหยุด
คือเรื่องเนี้ย ผมได้คาดการณ์ไว้แล้วก็พูด แล้วก็ถูกคอการเมืองบ้าง สื่อมวลชน เอ่อ บ้าง นะครับ ก็ทำนองที่ว่าเชื่อว่าต้องสุดซอย สุดซอย เชื่อ ผมก็บอก เอ๊ะ มันโอกาสที่จะสั่งไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ก็มี ไม่ใช่น้อยนะ ครับ นะครับ เพราะผมเห็นว่าอันที่ 1 เอ่อ ในส่วนของการกระทำของเค้าที่ถูกร้องเนี่ย เป็นเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ อื ไปแก้ประมวลกฎหมายอาญา แม้จะเป็นมาตรา 12 ซึ่งมีความละเอียดอ่อน ครับ นะครับ แต่ว่าไม่ได้มีข้อห้ามในการที่จะแก้ อื แล้วไอ้การที่เขาแก้เนี่ยนะครับ ก็เป็นเรื่องของ เอ่อ วิธีการฟ้องว่าทำยังไงไม่ให้เกิดการใช้ในการรังแก หรือปิด หรือรังแกผู้เห็นต่าง หรือจัดการในทางการเมือง นะครับ หรือโทษ ทำยังไงให้เหมาะสม อื กับการกระทำอะไรแบบนี้นะ ก็เป็นการปรับปรุงอ่ะ ครับ นะครับ เอ่อ จะไปไกลขนาดว่าเป็นการล้มล้าง อื เอ่อ ได้อย่างไร ใช่มั้ครับ ในแง่ของ เอ่อ ตัว ส.ส. ของพรรคก้าวไกลเองเนี่ย ก็มีแค่ 151 คน ครับ ได้แค่เสนอ อื จะผ่านได้ต้องมี 250 ขึ้นไป ต้องโหวตให้ผ่านในสภา เออ ได้แค่เสนอ จริงๆ ก็ยังไม่ได้เข้าสภาด้วย ทำ ใช่ครับ คือการกระทำยังไงไปไม่ถึง ก็มีแค่นั้น อื นะครับ เอ่อ แล้วมาตรา 12 เองเนี่ย ก็พูดอย่างตรงไปตรงมาว่าไม่ใช่ไม่เคยแก้ ครับ เคยมีการแก้กันมาแล้ว อื ดังนั้นเนี่ยนะครับ ถ้าลำพังมีการกระทำแค่ นี้เนี่ย แล้วศาลฎีกานะครับ เอ่อ โดยยิ่งเมื่อฝ่ายผู้ถูกร้อง ผมก็ทราบข่าวว่าพรรคประชาชนเค้าก็ไปยื่น ไปร้องขอให้สั่งไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ ครับ อืม ศาลก็ต้องรับพิจารณาว่าถ้าเมื่อเค้าร้องมา ก็ต้องพิจารณาว่าควรให้ตามที่เค้าขอ มั้ย อ่า ซึ่งก็ให้ ซึ่งก็ให้ อาจารย์นิดเดียวฮะ แต่ทีนี้ถ้าดู ดูเหตุผลเนี่ย วันนี้ศาลท่านอธิบายไว้ฮะ เอาตามที่ออกเหตุผลเลย
คือ 10 ส.ส. เนี่ย ยังมีหน้าที่อื่นต้องปฏิบัติในฐานะ ส.ส. นะฮะ แต่ก็ยังเหมือนกับบอกไว้นิดนึงว่าอย่าไปทำซ้ำนะ อ่ะ อันนี้พูดค่าไปหน่อย ครับ เบอกว่า 1 เนี่ย ไม่ปรากฏว่าได้ทำอีก อ่า ใช่ฮะ อ่า ก็ในเมื่อพรรคก้าวไกลถูกยุบไปแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญสั่งแล้ว พอเปลี่ยนเป็นพรรคประชาชน นโยบายเรื่องแก้ 1 2 ก็หมดไป มันก็จบ คือมันจบไปตั้งแต่พรรคเก้าไกลถูกยุบไง อื นะครับ แล้วควรต้องจบตั้งแต่เลือกตั้งปี 66 นี่เลือกตั้งวาระใหม่แล้วเนี่ย ปปช. ยังมา ยังมาตามเรื่องอยู่ครับ นะครับ แล้วข้อสำคัญคือว่า เอ่อ ปปช. เนี่ย ใช้ถ้อยคำที่รุนแรงนะครับ ผมเปรียบเทียบนะ คุณออฟ ครับ ศาลรัฐธรรมนูญใช้คำว่ายังไงตอนยุบพรรคก้าวไกล ออ คือการแก้ 1 2 เนี่ยนะครับ ครับ มันจะนำไปสู่การล้มล้าง อื ได้เชียวเหรอ ครับ สามนูลก็เลยได้ใช้ถ้อยคำเซาะก่อนทำ บ่อนทำลาย จะนำไปสู่ เชื่อว่าน่าจะอะไรเงี้ยนะครับ ดังนั้นโดยรวมคือ ยุคพรรคแต่ว่า ปปช. ว่าไงครับ อ่า มีเจตนาชัดแจ้ง เจตนามุ่งประสงค์ลดทอนการคุ้มครองสถาบัน โดยอาศัยกระบวนการทางนิติบัญญัติในการ เสนอร่าง พ.ร.บ. อันเป็นการไม่ยึดมั่นและทำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและไม่พิรักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์การดำรงตำแหน่ง ข้อเรื่องของเรื่องคือเค้ามีคำว่ามีเจตนาชัดแจ้ง ครับ เมื่อเปรียบเทียบกับต้นเรื่องคือสามนยุบพรรคนะ อือ เชื่อว่าน่าจะเห็นได้ว่า ปปช. ระบอบเจตนาชัดแจ้ง หนักกว่า หนักกว่าคือไปไกลกว่าศาลรัฐธรรมนูญ ครับ เหมือนกับกลัวศาลฎีกาจะไม่รับไว้พิจารณา อ๋อ ก็เลยเขียนให้ ให้หนักเลย ทีนี้มันหนักเกิน พอหนักเกินในสังคม สึเอ๊ะ มันมันไปไกลเกินหรือเปล่า พอถูกวิจารณ์มากเข้าเนี่ยนะครับ ผมเองก็บอกแล้ว ผมไม่คิดว่าศาลฎีกาท่านจะเห็นดีเห็นงาม กับ ปปช. ไปซะทุกสิ่งอย่างนะ ครับ แล้วพอมาเปรียบเทียบกับคดีอุศักดิ์สยาม อื ซึ่งก็ดั้นมาชี้แจง ครับ เมื่อวานนี้ อือ ถ้าชี้แจงแล้วฟังขึ้นเออก็เรื่องนึง แต่พอยิ่งชี้แจงยิ่ง ยิ่งฟังไม่ขึ้น ก็เลยทำให้ผมไม่รู้มีผลหรือเปล่านะ ครับ แต่ถ้าหากว่ามีผู้พักษาท่านใดในองค์คณะ เนี้ยลังเลใจอยู่ เอาไงดี เค้าขอไม่สั่งจุดปฏิบัติให้เราไม่สั่งจุดปฏิบัติหน้าที่เนี่ย สั่งให้จุดปฏิบัติหน้าที่เนี่ย เราจะคุ้มครอง เอ่อ ผู้ถูกร้องมั้ย ครับ ในเมื่อเค้าก็บอกแล้วเค้าไม่ได้ทำอีกนะ ไอ้ที่การกระทำที่เป็นเหตุถูกร้องเนี่ย ไม่มีทำเลย แล้วเค้าก็เค้าก็นับเลือกตั้งมาจากประชาชน ก็ต้องทำหน้าที่ ส.ส. ตามที่ประชาชนเลือกตั้งมา อื ระหว่างนี้เนี่ยก็ไม่ควรที่จะ ไปให้เค้าหยุด ไปหยุดมั้ย แล้วถ้าเกิดปลายทางยังไงก็อีกเรื่องนึง อ อ่า แล้วข้อสำคัญ คุณออฟ ครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับแรกนะครับ ที่มีการสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ ครับ หรือต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างการพิจารณา ไม่เคยมีมาก่อน ดังนั้นผมก็ผมก็พูดอยู่ตลอดนะ ย้ำว่าเป็นไปได้นะ อื ว่าศาลท่านจะสั่งไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้า ที่ ครับ อื แล้วก็ออกมาแบบนั้นนะฮะ ซึ่งผมว่าออกมาแบบเนี้ย ก็เค้าเรียกก็ค่อนข้างจะกลางๆ
โอเค นะครับ อ้า วันนี้อีก 1 ท่านนะครับ อยู่กับเราตรงนี้แล้วนะฮะ ต้อนรับคุณช่อ พรรณิการ์ วิช ครับ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ครับ สวัสดีครับ คุณช่อครับ อาจารย์
ขอบคุณเกียรรายการนะฮะ เมื่อสักครู่นี้ เกริ่นกับอาจารย์ไปนิดหน่อยนะฮะ จริงๆ เพิ่งจะคำถาม 2 คำถามเองนะฮะ ต้องถามคำถามเดียวกันกับทางฝั่งคุณช่อบ้างนะฮะ เอ่อ ผลที่ออกมาวันนี้คือศาลประทับรับฟ้อง แต่สั่งไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ 10 ส.ส. ประเมินยังไงฮะ เกินคาดมั้ย หรือคิดเอาไว้ว่าน่าจะออกแนวนี้อยู่แล้ว
คือตอบคำถามก่อนนะคะ ก็คือไม่คาด คาดว่ายังไงน่าจะหยุดปฏิบัติหน้าที่อย่างแน่นอน เพราะว่าอะไร เอ่อ ไม่ได้เป็นการคาดการณ์โดยมองโลกในแง่ร้ายนะคะ แม้ว่าในการเมืองไทยเราควรมองโลกในแง่ร้ายไว้ก่อน แต่ว่าเนื่องจากว่า เอ่อ ห้วงเวลาในการดำเนินการเรื่องนี้เนี่ย มันค่อนข้างเร็ว อื เมื่อเร็วกว่าปกติ อยู่ในระดับที่เร็วเลยทีเดียวเนี่ย เราก็คิดว่าถ้าเป็นแบบนี้เนี่ย ก็ไม่ควรมองโลกในแง่ดี อ๋อ อ่า ถ้ามันเป็นไปตามห้วงเวลาปกติ หรือช้าเนี่ย มันก็พอมีลุ้น อ่า พอมีลุ้นใช่มั้ย แต่ว่าพอมันค่อนข้างเร็วกว่าปกติเนี่ย มันก็ทำให้ทำให้รู้สึกว่ามันไม่น่าจะต้องลุ้นนะคะ แต่ปรากฏว่า เอ่อ เหนือความคาดหมาย ก็คือไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่อ ค่ะ ฉันอ่านให้ฟังเลยนะคะ ไม่ ไม่เมื่อสักครู่เหมือนจะได้ยินพูดกันไปแล้วว่า แต่เงื่อนไขก็คือ ห้ามกระทำซ้ำนะคะ ใช่ครับ ห้ามแสดงความคิดเห็น ห้ามผู้คัดค้านนะคะ ก็คือห้ามนี่แหละ สส. นี่แหละ กระทำซ้ำ หรือกระทำการใดๆ หรือแสดงความเห็น ซึ่งการกระทำที่ถูกกล่าวหาตามคำร้อง ครับ ดิฉันเห็นประโยคนี้ครั้งแรกเนี่ย จิตๆ ดิฉันก็ประวัติถึงเวลาที่ผู้ต้องหาคดี 112 เนี่ย โดนเงื่อนไขประกันตัวว่าห้ามทำผิดซ้ำเดิม อื คำถามคือ ผู้ต้องหาที่ยังอยู่ในระหว่างการรอคำวินิจฉัยคำตัดสินของศาลเนี่ย ย่อมถูกสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ไว้ก่อน นี่คือหลักกฎหมายเบื้องต้นถูกมั้ย แต่การตั้งเงื่อนไขประกันตัวโดยการบอกว่า ห้ามทำซ้ำเดิม แปลว่าอะไรคะ แปลว่าในเบื้องต้นได้พิจารณาไปแล้วว่า ว่าทำผิด อื ว่าเขาทำผิด ไอ้เค้าทำน่ะ เค้าต้องทำอยู่แล้วล่ะ แต่ว่าสิ่งที่เขาทำมันผิดหรือไม่ เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกันนะคะ ดิฉันได้เห็นประโยคนี้ครั้งแรก ดิฉันก็พบว่าอันนี้มันแบบเดียวกัน ก็คือห้ามอ่ะ ห้ามกระทำซ้ำเดิม อ่ะ เรายกออกไปทั้งหมดนะว่ากระทำซ้ำเดิม ได้หรือไม่ไง เพราะว่าศาลรัฐธรรมนูญเนี่ย มีคำวินิจฉัยไปแล้วใช่มั้คะว่าว่าทำไม่อ มันก็ทำผิดมันก็ทำไม่ได้อยู่แล้ว แต่ว่าในอีกเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่าคือคำ ตามหลังก็คือ หรือแสดงความคิดเห็น คำว่า หรือแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่ถูกกล่าวหา ในสำนวนเนี่ย ครับ มันตีความได้ 2 แบบ ได้ง่าย แบบแคบกับแบบกว้าง คือยังไงบ้าง แบบแคบก็คือ ถ้าบอกว่าห้ามแสดงความเห็นต่อสำนวน อันนี้เหมือนกับขั้นตอนปกติทางศาล ก็คือคดีมันยังอยู่ในระหว่างพิจารณาเนี่ย ก็อย่าไปให้ความเห็นเกี่ยวกับเอ อย่างเรื่องที่อยู่ในสำนวน เรื่องที่อยู่ในสำนวน ในที่นี้ก็ต้องหมายถึงอะไร ก็หมายถึงว่า เอ่อ การยื่น การยื่นเสนอกฎหมาย คือในแง่ของการกระทำเฉพาะตอนนั้นเนี่ย ครับ เอ่อ ก็อย่าไปพูดถึง เพราะมันเป็นเรื่องที่อยู่ในสำนวนนะคะ แต่ถ้าเราตีความแบบกว้าง ก็คือห้ามแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เกี่ยวกับสำนวน สมมตินะคะ มีการอภิปรายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของกฎหมายที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพ อย่าลืมนะคะว่า 1 ใน 10 ส.ส. ที่จะที่ไม่ ได้ถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ คือคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ รวมถึงคุณรังสิมันต์ โรมนะคะ เอ่อ บุคคลเหล่านี้ทำ ดิฉันเอ่ยชื่อขึ้นมาเป็นพิเศษ เพราะว่าได้เป็นผู้ที่มีการอภิปรายที่แหลมคมในประเด็นที่เกี่ยวกับ การละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอันเกี่ยวเนื่องด้วยกฎหมายอาญามาตรา 112 ครับ มาแล้ว ที่สำคัญ คุณณพงษ์ ยังพ่วงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ยังไม่ได้รับการโปรดเกล้า แต่ว่าโดยทฤษฎีใช่มั้คะ ยังไงก็ต้องเป็น เพราะว่าเป็นหัวหน้าพรรคที่มีเสียงมากที่สุดในสภา ที่ไม่มีสมาชิกอยู่ใน ครม. ครับ เพราะฉะนั้นเนี่ย อย่าหาว่าดิฉันคิดเยอะ คิดลึก คิดเกินเลย หรือคิดในแง่ร้าย หรือแง่ลบเลย เพราะว่าในการเมืองไทย เราก็ต้องคิดแบบนั้นแหละค่ะ เพราะว่าเงินกู้ยังเป็นรายได้เลย ใช่มั้คะ เพราะฉะนั้นอะไรมันก็ต้องตีความเยอะไว้ก่อน ใช่มั้คะ ดิฉันจึงมองไปถึงขั้นว่า เรื่องเนี้ย ก็คือให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อ แต่ อย่า ใช้คำว่าอะไรดี อย อย่าแหลม อื อย่าแหลม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้นำฝ่ายค้าน อย่าหวังว่าจะได้เห็นการอภิปรายที่แหลมคม ถ้าก้าววัดศาลบอกแล้วว่า ศาลมีสิทธิ์พิจารณาเป็นอื่น ก็คือพูดง่ายๆ ว่าก็มีสิทธิ์สั่งอยู่ปฏิบัติหน้าที่ ถ้าหากว่ามีการละเมิดเงื่อนไขนี้ เมื่อไหร่ก็สามารถหยุดปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะฉะนั้นนี่ก็คือ ถ้าอยากเป็น สส. อยู่ต่อ ปฏิบัติหน้าที่ต่อในสภา ก็อย่าแหลมในประเด็นนี้
อาจารย์ฟังแล้ว ดิฉันติดนิดเดียว อีกนิดเดียว ครับ เรื่องนี้เนี่ย เหมือนกับที่คุณณัฐพงษ์พูด ในการแถลงข่าวเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ว่าคุณหยุดระวังเรื่องการเชียร์พรรค หรือ สส. ที่ชอบไว้ก่อนเลย นี่ไม่ใช่เรื่องของการเอาใจช่วยพรรค หรือ สส. คนใดคนหนึ่ง ครับ นี่คือการเอาใจช่วยประชาธิปไตย ระบบรัฐสภา อื ประชาธิปไตยระบบรัฐสภา คือผู้แทนราษฎรมีสิทธิ์เสนอกฎหมาย มีสิทธิ์อภิปราย มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นภายใต้กฎหมาย ถูกมั้ยคะ เอ่อ เมื่อไหร่กันที่การอภิปรายถึงการแก้ไขกฎหมายฉบับหนึ่งเนี่ย มันกำลังกลายเป็นสิ่งต้องห้ามที่อภิปรายไม่ได้ ขึ้นมา ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้คือการปกป้อง ไม่ใช่ปกป้องคุณณัฐพงษ์ ไม่ใช่ปกป้องพรรคประชาชน แต่คือปกป้องประชาธิปไตยระบบรัฐสภาคะ ซึ่งต้องให้ผู้แทนราษฎรทรงไว้ ซึ่งอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนราษฎร ครับ แต่ตอนเนี้ย ดูเหมือนกับว่า สิ่งนี้มันกำลังถูกท้าทาย โดย องค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน ครับ
ประโยคที่คุณช่อเอามาวิเคราะห์เมื่อสักครู่นี้ อาจารย์คิดว่ามีประเด็นมั้ยฮะ ที่ศาลสั่งห้ามกระทำซ้ำ หรือแสดงความคิดเห็น บางคนบอกว่าก็จริงๆ ก็คล้ายกับต้อง เข้าใจว่าเป็นธรรมดาที่เราจะเข้าใจว่ามัน เกิดความยึดโยงโยงใย ครับ กันไปหมด อื นะครับ แล้วก็มีลักษณะของการที่จะฝ่ายนึง ได้ประโยชน์ อีกฝ่ายนึงถูกกระทำ ครับ แต่ผมยังคิดว่าถึงตอนปฏิบัติจริง ก็อาจจะต้องแยกแยะบ้าง ผมยังมองว่าศาลฎีกาเนี่ย เป็นศาล คือเป็นองค์กรที่ไม่ฤิทโยงกับ สว. อื ดังนั้นเนี่ย ผมเลยคิดว่าผมถึงได้คาดไงว่า เมื่อท่านเป็นศาลเนี่ย โอกาสจะหยุด ไม่หยุด ไม่สั่งไม่ต้องหยุดเนี่ย มีโอกาสอยู่ ก็ยังยืนยันมาตลอดนะครับ ทีนี้ เอ่อ ผมคิดว่าเราต้องเตรียมพร้อมนะครับ สำหรับการเกิดผลที่ร้ายที่สุดเนี่ย เป็นเรื่องดี อื แต่ผมไม่อยากให้มองร้ายไปทั้งหมด นะครับ ผมผมคิดว่าอย่างงี้นะครับ คือคือ ก็เป็นเรื่องดี นะครับ ที่ศาลฎีกาเนี่ย อย่างน้อยเนี่ย ยังคำนึงถึงหลักที่ว่า ก็ยังไม่พิพากษาเนี่ย ก็ให้เป็น สส. ไป อื ใช่มั้ยครับ เอ่อ แต่ว่าจะถึงขนาดที่ว่า พูดอะไรแหลมคมไปได้เลย ผมว่าอาจจะไม่ขนาดนั้น ผมยังคิดว่าคือจะจะจะหมายถึงภายใต้เงื่อนไขเนี้ย คุณณัฐพงษ์ หรือพรรคประชาชนเนี่ย จะดำเนินการยังไงดีกว่าที่ โดย เอ่อ หมายถึงว่ายังอยู่ในเงื่อนไขดังกล่าว คือถ้อยคำมันดูกว้างๆ ได้ก็จริง แต่ผมยัง ยังอยากจะยังอยากจะมองว่า เอ่อ ถ้าคิดในเชิงบวกนะ อย่างน้อยระหว่างนี้ ศาลก็ให้ สส. พรรคประชาชน ได้ทำหน้าที่ สส. อครับ ก็เป็นเรื่องของการไปสู้กันว่า เอ่อ จะทำยังไง นะครับ ในการสู้คดี นะครับ ซึ่ง ปปช. ก็ร้องมาหนักเหลือเกิน ผมคิดว่าถ้าผมจะวิจารณ์เนี่ย ผมจะมุ่งวิจารณ์ ปปช. ครับ แล้วก็หวังว่าศาลท่านก็จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในความเที่ยงธรรมอะไรงี้
อาจารย์คิดว่า ปปช. จะยื่นคำคัดค้านมั้ยฮะ ที่ศาลท่านให้เวลา 14 วัน
คือผมว่า ปปช. คราวนี้เนี่ยนะครับ เมื่อดูทั้ง 2 เรื่องแยกกัน มันก็หนักอยู่แล้ว อ๋อ เรื่องคุณศักดิ์สยามด้วย ถูกมั้ยฮะ คือทุนศักดิ์สยามเนี่ยนะครับ ต้องพูดได้ อย่างงี้ ไปไกลเกินศาลรัฐธรรมนูญ คือหย่อน หย่อนกับศาลรัฐธรรมนูญ บอกว่า อ เอ่อ จากข้อพิรุธทั้งหลายทั้งปวง รวมไปถึงพฤติการแห่งคดีครับ อื นะ ก็คือสรุปว่า ไอ้หุ้นของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น เนี่ย มูลค่า 119 ล้าน,000 บาทครับ อื แม้จะมีชื่อของคุณศุภวัฒน์ ครับ แต่เจ้าของที่แท้จริง ก็คือ คุณศักดิ์สยามครับ ก็คือบอกว่าคุณศุภวัฒน์เนี่ย เป็นผู้ถือหุ้นแทน ครับ นะ คือเป็นออมเมนีย อื ถามว่าถ้าผมมีหุ้นเนี่ย แล้วผมเป็นรัฐมนตรีเต้องห้ามเนี่ย แล้วผมก็เลยเอามาให้ ครับ โอนให้คุณ ให้ผมเหรอฮะ เออ ให้คุณ เอ่อ อ โทษที ชื่อมันเยอะ อาจารย์เอาออเดิฟก่อนนะ เรื่องนี้เดี๋จะ ได้ขยายเต็มๆ อ ไม่คืออย่างงี้ไง เนี่ยๆ ตามนี้เลยเนี่ย เออ นะครับ แล้วแปลว่าอะไรครับ อ่า ก็ผมปกปิดทรัพย์สิน ครับ ถูกมั้ยล่ะ ด้วยการให้ทรัพย์สินผมเป็นชื่อคนอื่น ครับ แล้ว ปปช. บอกว่าไม่เจตนา ใช่ใช่ฮะ ปปช. ว่าอย่างงั้น นี่มันคือหย่อน หย่อนกว่า หย่อนจนกระทั่งเกิดใหม่ขึ้นมาแล้ว อื จากนี้ไปนะ คุณช่อ เอ่อ ถ้าผมเอาทรัพย์สินผมไปฝากกับนอมินีเนี่ย ครับ ถือไม่ถืออีกต่อไปว่าเจตนาปกปิดทรัพย์สิน ทำได้แล้วครับ อื้อหือ นี่คือบรรทัดฐานครับ อันนี้คือต้องวิจารณ์ว่านี่เกินไปเสียฐาน อ
ส่วนคดี 44 อดีต สส. พรรคก้าวไกล เป็นไงฮะ
อันนี้ก็เลยไปเยอะ เลยศาล เลยศาลไปเยอะ คือ 3000 เราก็วิจารณ์อยู่แล้วว่าเอ๊ะ ถึงขนาดยุบพรรคเหรอ ปปช. ยังเลยไปอีก เลยไปเยอะด้วยนะ อื ผมว่าผมว่าพอ 2 อันประกอบกันเนี่ย แต่ละเรื่องก็หนักอยู่แล้ว พอประกอบกันเนี่ย โอ้โห ปปช. เค้าเรียกว่า ในคำขวัญน่ะ ปปช. มีอะไรบ้าง มีเที่ยงธรรม โปร่งใส เพราะเดียวกับ กกต. ป่ะคะ ที่เอาคำว่าโปร่งใสออก ดีคุณช่อ ยังดีนะครับ เพราะว่า ปปช. มีคำว่าโปร่งใส อ๋อ อ๋อยังอยู่ ยังอยู่ จนถึงเมื่อไหร่ไม่ทราบ แต่ว่าแต่ว่าเที่ยงธรรมเนี่ย ก็เป็นคำเดียวกันกับของ กกต. กต. ครับๆ นะครับ ผมคิดว่าคำถามเรื่องความเที่ยงธรรม ขององค์กรอิสระทั้ง 2 เนี่ย ก็รุนแรงขึ้น ครับ แต่ความแตกต่างคือว่า ปปช. เป็นองค์กรเดียว นะครับ ที่ยังมีกลไกถูกตรวจสอบได้ ครับ ตามรัฐธรรมนูญที่ ส.ส. 1 ใน 10 อื สว. 1 ใน 10 หรือประชาชน 20,000 คนเข้าชื่อกัน ครับ ไปร้องศาลฎีกาให้ตั้งผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมา ที่เป็นกลางนะ ใช้คำนี้ด้วยนะ ครับ แต่ปัญหาคือผมเชื่อว่าสงสัยคงจะมีแน่ อ่า ทาง เพราะ ปปช. เนี่ย คือแต่ละเรื่องก็ ชวนสงสัยอยู่แล้ว พอมาประกอบกันเนี่ย มันจะมี ครับ อย่าง กกต. เนี่ยนะครับ จะไปร้องที่ไหน เอาไปฟ้องศาลอาญา ล่าสุดคดีฮั้ว สว. ศาลปกครองท่านก็ไม่รับ บอกว่าผู้ผู้ฟ้องไม่มีอำนาจฟ้อง ครับ เห็นจะมีแต่ ปปช. นี่แหละครับ เพราะว่า เนื่องจากเป็นองค์กรตรวจสอบทุจริต ครับ เลยต้องถูกตรวจสอบมาก คนอื่นคือถ้าเป็นสมัยก่อนแล้ว 40 เนี่ย จะเป็น กกต. เป็นองค์กรอิสระทั้งปวง ก็ไปเข้าชื่อได้มั้ย แต่ตอนเนี้ย เหลือแค่ ปปช. เอ๊ ผมก็เลยมองว่าเอ๊ะ สงสัยเนี่ย จะมีคนไปร้องนะ แล้วก็ได้แว่วๆ มา แต่ว่า ผมเข้าใจว่า สส. พรรคประชาชน จะเข้าชื่อ เรื่องนี้ใช่มั้ยฮะ อ่า ใช่ค่ะ แต่ว่าต้องไป ต้องผ่านใคร ประธานสภา เออ ผ่านคุณโสภล สลัม อ๋อ ใช่มั้ย แต่ว่าประธานสภามีหน้าที่เป็นเพียงแค่ บุรุษไปรษณีย์ ก็คือถ้าคือถ้าเข้าชื่อได้ ครบ 140 นะคะ ดิฉันกำลังเช็คกับโพสต์ของคุณพฤทธ เพราะว่าดิฉันเห็นก็คือต้องครบ 1 ใน 5 ของสมาชิกรัฐสภา ก็คือ 140 คน ในที่นี้เนี่ย ก็คือ สส. บวก สว. ได้นะคะ เพราะว่าเป็นสมาชิกรัฐสภา ก็ เอ่อ ดิฉันเชื่อว่าหาได้น่าเสียดายที่พรรคประชาชนรอบนี้ ถ้าเป็นครั้งที่แล้วก็เกินละ ใช่มั้ยคะ ครั้งที่แล้วมี 150 ครั้งนี้มี 120 ก็ เอ่อ ต้องหาอีก 20 แต่ดิฉันคิดว่าไม่ไม่น่าจะหายาก นะคะ คือถ้าดูท่าทีของน่าจะได้ไม่น่าจะไม่ ไม่น่าจะมีปัญหา พรรคประชาธิปัตย์ก็ดู ใช่มั้ยฮะ เออ เอ๊ะ ผมผมถามต่อเนื่องประเด็นกลับมาประเด็น เอ่อ 44 สส. นิดนึงนะฮะ เอ่อ ถ้าดูจากกำหนดวันของศาลที่ศาลท่านบอกวันนี้นะฮะ ก็คือ เอ่อ นัดแรกเนี่ย 30 มิถุนายน แล้วก็นัดตรวจหลักฐานคำร้องเนี่ย 4 สิงหาคม เอ๊ะ ไทม์ไลน์ คือพอวันนี้เนี่ย มันเกินคาดเนี่ย ได้ประเมินกันต่อมั้ยฮะว่าหลังจากนี้ คิดว่ามันจะเป็นยังไงต่อ อย่างเร็วมันจะสิงหา หรือมันจะยังไง
ต้องถามพักค่ะ นี้ถามดิฉันไม่ได้ ดิฉันไม่ทราบ ครับ ทำผิดคน
อ๋อ งั้นผมถามประเด็นต่อไปที่เมื่อกี้คุณ ช่อพูดมาแล้วว่า เอ่อ พอเหมือนกับที่ศาลท่านบอกไว้เนี่ย ประเด็นแหลมคมต่างๆ ที่ไม่ได้นับรวมแค่ 112 อย่างเดียวนะฮะ ประเด็นอื่นๆ ที่เป็นประเด็นทางความคิด ทางอุดมการณ์เนี่ย ทีนี้ทางพรรคประชาชน หรือแม้กระทั่ง เอ่อ คุณช่อ หรือใครก็แล้วแต่เนี่ยนะ จะขับเคลื่อนเรื่องต่างๆ ต่อไป
อ่อ ดิฉันไม่มีปัญหา เพราะดิฉันเป็นคนที่ตายแล้ว ครับ นะคะ เพราะฉะนั้นเนี่ย ไม่มีไม่มีใครทำอะไรดิฉันได้อีกแล้ว ยกเว้นคดีอาญานะคะ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของกฎหมายบ้านเมือง ที่ทุกคนต้องเคารพ ใช่มั้คะ แต่ว่า เอ่อ ในแง่อดี ที่เราไล่ให้ฟังอย่างงี้เดี๋จะฟังดูเหมือนกับว่า ต่อไปนี้พักส้มต้องลดเพดานหมดแล้ว ที่ประเด็นที่ดิฉันพูดถึงเมื่อสักครู่นี้ ว่าไอ้เงื่อนไขเหมือนกับเงื่อนไขประกันตัวอันเนี้ย มันเหมือนเงื่อนไขประกันตัว ใช่มั้คะ ก็คือให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อ แต่ อ่ะ 1 ห้ามทำซ้ำเดิม 2 คือห้ามแสดงความเห็นในเรื่องที่ถูกฟ้อง ก็คือไอ้เรื่องแก้ 112 เพราะฉะนั้น ถ้าละเมิด ศาลบอกว่า เอาภาษาชาวบ้านก็คือ ถ้าละเมิด ศาลก็สั่งคุณหยุดนะ เพราะถือว่าคุณละเมิดเงื่อนไข เอ่อ อันนี้เนี่ย เป็นเงื่อนไขเฉพาะ 10 คน อือื ก็คือ 10 คนที่เขาไม่ถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ถามว่าเกี่ยวกับดิฉันมั้ย ไม่เกี่ยว หรือแม้แต่เกี่ยวกับคุณพฤทธมั้ย ไม่เกี่ยว ไม่เกี่ยวกับคุณรักชนกมั้ย ไม่เกี่ยว อ๋อ เอาบางคนเลยไปคิดเหมารวม พอไม่ ใช่อ่ะ อันนี้ก็สเต็ปที่ 1 ก่อนนะคะ นั่น คือเงื่อนไขเฉพาะสำหรับ 10 คนนี้ แต่มันสำคัญ เพราะว่าอย่างที่ดิฉันบอกไป คุณณัฐพงษ์เป็นผู้นำฝ่ายค้าน มันมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ ของระบบรัฐสภาว่าคำพูดของผู้นำฝ่ายค้าน ที่อภิปรายในสภาเนี่ย ย่อมเป็นสิ่งที่มีน้ำหนักในประชาธิปไตยระบบรัฐสภา นะคะ ถ้าหากว่าผู้นำฝ่ายค้านถูกสกัดกั้นด้วยเงื่อนไขประกันตัวดังว่านี้เนี่ย มันจึงเป็นคำถามที่ดิฉันตั้งว่าอันเนี้มันแฟร์ หรือไม่นะคะ มันแฟร์หรือไม่ ดิฉันขออภัยที่ดิฉันจะมองโลกมืด เพราะว่าอะไรคะ ศาลที่อาจารย์ อาจารย์ปริญญา บอกว่าท่านก็เป็นศาลมากกว่าศาลรัฐธรรมนูญ เป็นศาลที่ตัดดิฉันนี่แหละค่ะ อื ก็คือศาลฎีกา แล้วก็ตัดนักการเมืองทั้งหมด 7 คนในประเทศไทย อื ก็คือศาลฎีกา ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญนะคะ เป็นกลไกภายในรัฐ อันนี้ข้อเท็จจริงเป็นอย่างงั้น ข้อเท็จจริงคือศาลฎีกาเนี่ยแหละค่ะ ที่ตัดสินนักการเมืองมาแล้ว 7 คนนะคะ โดยเหตุผลต่างๆ ซึ่งเราคงไม่พูดถึงในที่นี้ เพราะว่าจะออกนอกเรื่องไปนะคะ แต่ว่ากลับมาก็คือ ไอ้เรื่องความแหลมคม อ จะลดลงหรือไม่เนี่ย เป็นประเด็นสำคัญสำหรับพรรคประชาชนตอนนี้ ที่ถูกตั้งคำถามอยู่เหมือนกัน เมื่อ เมื่อมาเจอกับเงื่อนไขนี้เข้าไปด้วยเนี่ย เอาเป็นว่านี้ดิฉันพูดด้วยความเชื่อ ไม่ใช่ความรู้นะคะ ไม่ใช่แฟก พูดด้วยความเชื่อว่า ดิฉันเชื่อ เชื่อว่าคนอย่างคุณณัฐพงษ์นะคะ ไม่กังวล และไม่ปล่อยให้เรื่องนี้มาเป็นอุปสรรคในการทำหน้าที่ อื ผู้นำฝ่ายค้านในอนาคตนะ ยังไม่ได้เป็นเดี๋จะหาว่าพูดเกินไปนะคะ ในอนาคตที่จะต้องเป็นผู้นำฝ่ายค้านเป็นครั้งที่ 2 ดิฉันเชื่อว่าคุณณัฐพงษ์จะยังคงยึดมั่นในสิ่งที่แถลงในวันนี้ ที่ประกาศหลังจากมี การเอ่อไม่มีปฏิบัติหน้าที่โดยคำวินิจฉัยของศาลเนี่ย ว่าจะไม่มีอะไรมาสกัดกั้นการปฏิบัติหน้าที่ของพวกเขา อื ในฐานะผู้แทนราษฎร ก็จะทำหน้าที่ต่อไปให้สมกับที่ประชาชนเป็นผู้เลือกมา คำประกาศนี้เนี่ย คิดว่ามีความสำคัญมากในประชาธิปไตยระบบรัฐสภา อย่างน้อยเราเห็นผู้แทนราษฎรที่ยืนยันว่า อำนาจของพวกเขาเนี่ย มาจากราษฎร ครับ เพราะเขาเป็นผู้แทนราษฎร อำนาจผ่านคูหาเลือกตั้ง ผ่านบัตรเลือกตั้ง แล้วก็มาสู่การเป็นผู้แทนราษฎร แล้วก็เข้าไปสู่สภา แล้วก็เข้าไปสู่ตำแหน่งแห่งที่ต่างๆ ในสภา ดิฉันคิดว่านี่คือการเอ่อประกาศต่อหน้าประเทศไทย ซึ่งตอนนี้ระบบอะไรก็ไม่รู้เนี่ย ว่าประชาธิปไตยระบบรัฐสภายังอยู่ตรงนี้นะ ครับ และดิฉันเชื่อว่าอันความแหลมคมต่างๆ ที่จะต้องจำเป็นต้องถูกพูดถึงในฐานะผู้แทนราษฎร คุณณัฐพงษ์จะพูด ถ้าหากว่าจะต้องถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะว่าพูดในสิ่งที่ถูกต้อง มันก็ต้องเป็นแบบนั้นแหละค่ะ อื ถ้าไม่อย่างนั้น เราก็คงไม่ถูกยุบพรรคมา 2 ครั้ง ถ้าไม่อย่างนั้น 44 คนนี้ก็คงไม่เผชิญ จตกรรมแบบวันนี้ ถ้าเรายังจะเดินหน้าไปแบบที่เป็นมาตลอด 8 ปี มันก็ไม่มีคำถามอะไรที่ต้องกังวล อื อันนี้ดิฉันชี้ให้เห็นว่าเป้าประสงค์ของการตั้งเงื่อนไขประกันตัวแบบนี้เนี่ย มันเป็นมันเป็นเงื่อนไขอะไรที่ต้องการให้ลดความแหลมคม หรือไม่ แต่ดิฉันไม่ได้สงสัยว่าพรรคประชาชนจะลดความแหลมคม เพราะวันนี้เขาได้ประกาศแล้วว่าเขายืนหยัดจะทำหน้าที่ ผู้แทนราษฎรต่อไปตามเดิมทุกประการ ซึ่งไอ้คำว่าผู้แทนราษฎรมีความศักดิ์สิทธิ์ ดิฉันเป็นผู้แทนราษฎรเพียงแค่ 11 เดือน แต่ความเป็นผู้แทนของประชาชนเนี่ย ไม่มีศาลไหนพรากไปจากดิฉันได้ และดิฉันถือว่ามันเป็นมันเป็นเกียรติภูมิ ศักดิ์ศรีในชีวิตนะคะ ที่ประชาชนเห็นว่าเราเป็นตัวแทนและมอบอำนาจให้เราผ่านคูหาเลือกตั้ง นะคะ ตราบใดที่ประชาชนยังมอบความไว้วางใจให้ ก็ต้องทำหน้าที่ไปให้ถึงที่สุด
เอ่อ ประเด็นที่คุณช่อพูดนะฮะ เดี๋ให้คุณผู้ชมไปฟังเสียงคุณเท้งวันนี้นิดนึงนะฮะ ที่คุณเท้งได้แถลงบางช่วงบางตอนในช่วงเที่ยงที่ผ่านมานะครับ อ่ะ ลองฟังพร้อมกันครับ
นัยยะของคดีนี้สำคัญกว่าอนาคตทางการเมืองของพวกผมครับ นัยยะที่สำคัญของคดีนี้คือเรื่องอนาคตของระบอบประชาธิปไตยไทย ซึ่งเป็นเรื่องของพวกเราทุกคนที่ต้องใช้ระบอบการเมืองที่มีกลไกในการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจของทุกฝ่ายอย่างเสมอภาค ด้วยมาตรฐานเดียวกัน เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่ของระบอบที่ใช้อำนาจเพื่อปกป้องพวกพ้อง และเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ของบุคคลบางกลุ่มเท่านั้น เราไม่ได้ต้องการเห็นกระบวนการนิติสงครามเพื่อรักษาระบอบการเมืองที่เป็นมรดกตกทอดของคณะรัฐประหาร ซึ่งต้องการลดทอนอำนาจของประชาชนลงแล้ว กินรวบอำนาจและผลประโยชน์ไว้ที่กลุ่มของตนเอง กลุ่มชนชั้นนำ และนักการเมืองบางกลุ่ม โดยไม่แหย่แซต่ออนาคตของประเทศและประชาชนโดยส่วนรวม
ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ถามมุมอาจารย์บ้างฮะ อาจารย์คิดว่าพรรคประชาชนจะลดความแหลมคม หรือต้องปรับเพดานนโยบายต่างๆ มันก็เป็นเรื่องของของเค้า ครับ นะครับ เขาก็เป็นผู้แทนปวงชน ก็มีเสรีภาพ อื ในการทำหน้าที่ที่เห็นว่าประโยชน์ต่อปวงชนนะครับ ครับ แต่ว่าเรื่องที่ผมอยากจะพูดคือปัญหาฉบับเนี่ยนะครับ มันคือเรื่องของมาตรฐานจริยธรรม ครับ ที่เอามาใช้ในการจัดการ อื กับฝ่ายที่มาจากการเลือกตั้ง เรื่องเนี้ย คนพูดถึงกันน้อย คุณออฟ ครับ มาตรฐานจะได้ทำในใครเขียน อื มาตรา 29 นะครับ เค้าเขียนแบบนี้นะ ให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระจัดทำมาตรฐานจริยธรรม ครับ เพื่อใช้กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ครับ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ครับ ก็โอเคนี่ อื เอ่อ แต่ละองค์กรก็ควรจะมีมาตรฐานทำของตัวเองในการดูแลกัน ใช่ครับ แต่ปรากฏไงรู้มั้ยครับ วรรค 2 ก็เขียนว่า มัน มันงอกค่ะ วรรค 2 เขียนว่า เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ก็ให้ใช้บังคับกับ สส. อื สว. แล้วก็รัฐมนตรีด้วย ครับ สรุปว่าอะไรครับ อาจารย์มีชัยเนี่ยนะครับ ให้สามนูลออกอิสระเขียนมาจริยธรรม อื มาใช้ควบคุม สส. ครับ และก็ ครม. ที่มาจาก เอ่อ กระบวนการจากการเลือกตั้งนะครับ อันนี้คือปัญหานะครับ เพราะว่า 8 ปีที่ผ่านมาเนี่ย กี่ปีแล้วล่ะ 7 ปีสิ ประกาศปี 62 ครับ อื ผมถามว่าเคยมีตุลาการสามนูนกกอยอิสระที่โดน มาตรฐานทำ ถูกตรวจสอบทำบ้างหรือยัง ไม่มี อ้า ก็ในเมื่อเขียนมาเพื่อตุลาการสดลกกอยอิสระไม่ใช่เหรอ ครับ แต่ใช้กับใครล่ะ ก็ใช้กับ สส. กสว. หมด อื นี่คือสไตล์ของอาจารย์มีชัย รุชพันธ์ ครับ คือดูแล้วมันซ่อนเอาไว้อ่ะ เพราะถ้าเกิด เขียนตรงๆ ว่าให้สามนเขียนหาธรรมาคุม สส. เนี่ยครับ มันน่าเกลียด แล้วมูมันจะไม่ผ่านเอาอ่ะ อ่าๆ นึกออกมั้ย ก็เลยมาเขียนแบบนี้ แล้วก็มีการเขียนไว้นะ อ ว่ามาถามจะให้ทำเนี่ย ต้องให้สภาผู้แทนเค้า อ ร่วมให้ความเห็นด้วย ครับ ปรากฏว่าเข้าสภา คือสภาไหนครับ สนช. แล้วอ้างว่าเป็นสภาผู้แทน ครับ สนช. เนี่ย เข้าไปปี 61 นะครับ เลือกตั้งปี 62 ผมผมเนี่ย พูดเคยเคยพูดไปนะครับว่าผมว่ามาตรฐานยธรรมได้ขัดรัฐธรรมนูญ อื เพราะมันไม่ได้เข้าสภาผู้แทน จะไปนับว่า สนช. เป็นสภาผู้แทน สภาผู้แทนคือต้องเลือกตั้งก่อน ครับ อันนี้ขัดรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่สภาผู้แทนจริงๆ ไม่ใช่สภาผู้แทน อ่า ไปตีความว่า สนช. เป็นสภาผู้แทนได้ยังไง ครับ สนช. เนี่ย เป็นของรัฐมูลฉบับชั่วคราว อื สผู้แทนคือฉบับ 60 ซึ่งต้องมีการเลือกตั้ง ครับ ครับ คือเนี่ย มันเป็นสไตล์ของอาจารย์มีชัย รุชพันธ์น่ะ ครับ นี้ศาลฎีกาเนี่ยนะครับ ก็แล้วระบบในการตรวจสอบก็ประหลาดที่สุด อื นะครับ ไปได้ 2 ทาง ครับ นะ ถ้า สส. สว. เข้าชื่อกันก็ไปทางศาลรัฐธรรมนูญ อื ถ้าผ่าน ปปช. ก็มาทางศาลฎีกา ครับ ทีนี้มาทาง ปปช. เนี่ยง่ายกว่าอีกนะ อื เพราะไป ปปช. เนี่ย ใครไปร้องสักคนนึงก็มาได้เลย ครับ ใช่มั้ยครับ ขณะที่ทางช่องนั้นเนี่ย ต้องมี สส. อื 50 คน สว. 20 คน ครับ ใช่มั้ยครับ ผมคิดว่าเขียนแบบเนี้ย ทำให้เกิดปัญหา แล้วผมก็ เอ่อ คิดว่าการที่ผู้แทนปวงชนนะครับครับ เอ่อ จะพ้นตำแหน่ง อื นะครับ หรือแม้กระทั่งต้องหยุด ปฏิบัติหน้าที่ เอ่อ หยุดๆ ปฏิบัติหน้าที่ก็ดี หรือว่าไม่มีตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ได้ตลอดชีพเนี่ย อย่างกรณีของคุณช่อเนี่ยนะครับ ครับ มันต้องเป็นการกระทำผิดอาญา อืม มันจะผิดในสิ่งซึ่งสามุลเขียนเอาไว้ ครับ แล้วความผิดนะครับ มันต้องชัดเจนไงว่าการกระทำใดที่ต้องห้าม อื แล้วทำไปคือฝ่าฝืน รับโทษ แต่มหาจธรรมเป็นถ้อยคำที่เป็นนามธรรมกว้างๆ อื คือตอนทำไม่รู้เลยว่ามันจะ อื ตอนทำเราก็ไม่ให้เห็นผิดเลย แต่ว่าสามารถที่จะตีความไง ว่าผิดเฉยทำ ว่าผิดเฉยทำ ครับ เพราะมันกว้างมากจนตีความตาม ผู้ตีความนี่ อันนี้คือปัญหาในเชิงระบบที่ต้องแก้ไข อื นะครับ กันต่อไป ครับ ผมคิดว่า เอ่อ ในในเรื่องเนี้ย ก็จะเป็นกรณีที่ใหญ่กว่า ครับ ทุกกรณีที่ผ่านมานะครับ เรื่องของมหาจธรรมเนี่ย ก็ที่ผ่านมาก็ไป 2 ศาล ครับ คุณเศรษฐา คุณแพททองธาน ก็ไปศาลรัฐธรรมนูญ อื นะครับ กรณีอื่นๆ ที่เป็น สส. เนี่ย เข้าใจว่าส่วนใหญ่ไปที่ศาลฎีกาทั้งหมดครับ นะครับ แต่คราวนี้เนี่ย ก็จะเป็นคราวที่เรียกว่าเยอะที่สุด อื ครับ ครับ คือคือถ้ารวมทั้งหมดก็ 44 คน แต่ว่า ถ้าเกิด สส. ปัจจุบันก็มี 10 คน ก็เยอะที่สุด 10 คนครับ นะครับ แล้วมันจะมีผล อื มีผลมีผลอย่างมาก ครับ ซึ่งเรื่องจริธรรมนี่ก็ต้องทางนี้นะฮะ เพราะทางนี้โดน
ดิฉันเตรียมมาอย่างดีค่ะ ดิฉันอยากจะพูดเรื่องนี้มากนะคะ จริงๆ เพิ่งไปที่มาสายเนี่ย ไปงานที่ธรรมศาสตร์ เป็นเรื่องการเปิดตัวหนังสือ ประวัติศาสตร์ว่าด้วยมารยาทจริงๆ ก็คือจริยธรรมนะคะ เปิดได้ตรงจังหวะวันพอดีนะคะ พูดถึงจริยธรรมและความเป็นคนดีในตลอดประวัติศาสตร์ไทยนะคะ อ เรื่องเรื่องที่ดิฉันฉันติดใจมากเนี่ย ก็คือเราพูดถึงมาตรฐานจริยธรรม มาตรฐานจริยธรรมเนี่ย ครับ ตกลงมีใครรู้มั้ยว่าไอ้มาตรฐานจริยธรรม ที่ว่าเนื้อหาจริงๆ มันคืออะไร อือ อ่า วันเนี้ย ดิฉันเลยจะขอใช้เวลารายการนะ คะ จะพูดให้สั้น คือข้อที่เขาบอกว่าถ้าฝ่าฝืนแล้วถือว่าร้ายแรงเนี่ย มันคือข้อที่ 5-10 เพื่อให้สั้นนะคะ ก็จะพูดถึงแค่ไอ้ล็อต ร้ายแรงนี้ ก็คือข้อที่ 5-10 ดิฉันและ เอ่อ อดีต สส. พรรคก้าวไกลเนี่ย โดนข้อกล่าวหาคือข้อ 5 กับ ข้อ 6 ครับ ข้อ 5 กับข้อ 6 ซึ่งเป็นข้อเดียวกับ เอ่อ คุณแพททองธาน เข้าใจว่าเป็นข้อเดียวกับคุณเศรษฐาด้วยหรือเปล่านะ แต่ว่าเป็นคุณแพททองธานแน่นอนนะคะ ออ คุณแพททองธานเนี่ย เป็นข้อ 7 ด้วยนะคะ แต่ว่า 5 6 7 อะไรที่ว่าคืออะไร 5 เนี่ย คือยึดมั่นทำรงไว้ซึ่งการปกครอง ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ครับ ขอแวะข้อนี้ก่อนเลย ดิฉันถามว่า เมื่อกี้อาจารย์ปริญญาบอกว่า เอ๊ะ มีตุลาการสักคนนึงหรือยังนะ ที่โดน เรื่องจริยธรรม เรื่องจริยธรรม ดิฉันถามกลับ ดิฉันไม่ได้กล่าวหาว่าตุลาการท่านไหนมีพฤติกรรมแบบนี้ นะ เป็นเรื่องสมมุติ สมมุติ มีตุลาการ หรือ ครม. หรือข้าราชการระดับสูง ที่เนี่ย อยู่ในขายเนี้ยนะคะ ในองค์กรอิสระเนี่ย ไปพูดจาสนับสนุนการรัฐประหารเนี่ย อ หรือเห็นดีเห็นงามว่ารัฐประหารเป็นทางออกของประเทศเนี่ย ครับ เราไปร้องว่าคนเนี้ยผิดจริยธรรมข้อ 5 ได้มั้ย เพราะว่าไม่ได้ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย เอาแค่ตรงนี้ เพราะว่าเป็นสนับสนุนรัฐประหาร อ่า สมมุติ สมมุติ ซึ่งแน่นอนว่ามีหลายคนนะคะ ครับ อ่า แต่ว่ามันเคยมีการแม้แต่จะร้องมั้ย ถ้า ร้องไปเนี่ย อื คนนี้จะหลุดมั้ยคะ เอ่อ ดิฉันไม่ได้เห็นด้วยกับเครื่องมือนี้นะ แต่นี่คือสมมุติ ว่า ถ้าเราจะเอากันแบบเนี้ย หรือมันแค่ครึ่งหลังเท่านั้นที่สำคัญ แต่ครึ่งแรกที่บอกว่าประชาธิปไตยเนี่ย มันไม่สำคัญครับ ถ้าคุณมีพฤติกรรมเป็นปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตย รอด แต่ถ้าคุณมีพฤติกรรมที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ คุณตาย อื ตกลงประเทศนี้เป็นประชาธิปไตยหรือเปล่า นี่แค่ข้อ 5 นะคะ
ผมผมแทรกนิดเดียวนะครับ คือถ้าเราจะเข้าใจว่า หลักการของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขคืออะไรเนี่ย ต้องไปดูเวอร์ชั่นแรก ครับ ที่เราเขียนไว้รัฐธรรมนูญคือปี 2492 ครับ เค้าเขียนยังไงนะมั้คุณออฟ มาตรา 2 คือมาตราเดียวกันนะ เขียนอย่างงี้ ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย วรรคมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข คือแยกเป็น 2 เรื่อง อ๋อ ครับ ทีนี้ในทางปฏิบัติที่ผ่านมาเนี่ย ถ้าใครจะล้มล้างระบอบประชาธิปไตยเนี่ย ดูเหมือนว่า เอ่อ องค์กรตรวจสอบทั้งหลายตามชปัจจุบันจะ ไม่ว่าอะไร จะไปปกป้องเฉพาะ ส่วนหลักพระมหากษัตริย์ ซึ่งผมผมพูดอย่างงี้ว่าต้องปกป้องทั้ง 2 ส่วน อื ไม่ใช่เรื่องปกป้องแค่ส่วนหนึ่งส่วนใด ครับๆ ก็หมายถึงว่าระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้นเนี่ย ประกอบด้วยระบอบการปกครองคือระบอบประชาธิปไตย ครับ ส่วนประมุขคือมหากษัตริย์ คือต้อง ไปทั้งคู่ ปกป้องทั้งคู่ ไม่ใช่ปกป้องเฉพาะ ส่วนหนึ่งอีกส่วนหนึ่งไม่ปกป้องนะครับ อันนี้ก็เป็นข้อที่ เอ่อ ก็เก็พูดถูกว่าบางทีที่ผ่านมาก็มีหลายคนนะ ครับ ที่เป็นความเห็นให้ความเห็นมาที่เป็นองค์กรอิสระก็ดี เป็นตุลาการก็ดี แล้วให้ความเห็นไปในทางที่ว่าสนับสนุนการรัฐประหาร ครับ เอออ่ะมีมูลมีประเด็นน่าลองนะคะ มีมูลนะคะ ข้อ 6 ค่ะ อันนี้มีปัญหายิ่งกว่าอีก จะกลับไปตอบคำถามพูดออฟที่เมื่อกี้ดิฉันเว้นไว้ ไม่ตอบเพราะดิฉันตั้งใจจะมาตอบตรงนี้ว่า แล้วเรื่องอื่นที่เป็นเรื่องก้าวหน้า เหมือนกันจะกระทบด้วยมั้ยคะ แน่นอนไม่เกี่ยวกับว่าพรรคประชาชนเนี่ย เค้าเคลื่อนอยู่แล้ว ล่าสุดเขาก็ทำเรื่อง พ.ร.บ. ตายดีใช่ มั้นะ เค้าก็จะมีอะไรแบบเนี้ย ที่เป็นเรื่องประเด็นก้าวหน้าที่อาจจะถูกมองว่าผิดจริยธรรม หรือว่ากระทบความสงบสุขอะไรอันดีของสังคมหรือไม่ ข้อ 6 เนี่ย คือข้อที่จะมีปัญหามาก คือต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ อันนี้เป็นข้อที่เรามักจะพูดแค่นี้แล้วจบ แต่ข้อ 6 มันไม่ได้มีแค่นี้นะคะ คือนอกจากพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์แล้วเนี่ย ต่อด้วยเอกราชอธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขต เกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน อื สมมุติมีใครบอกว่า พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมเนี่ย ขัด ขัดความสงบเรียบร้อย เพราะว่านี่มันเป็นการบ่อนทำลายสถาบันครอบครัวอันสั่งสมอย่างยาวนานในประเทศไทย อื ทำยังไงคะ อือๆ ใครมาบอก พ.ร.บ. ตายดี บ่อนทำลายความสงบเรียบร้อย นี่บอกว่าให้คนเราสามารถเลือกตายได้ ขัดต่อหลักธรรมทางศาสนาหรือเปล่า อื อยู่ยังไงคะ ประเทศนี้ถูกมั้ยคะ นี่แค่นี่ แค่ข้อ 6 นะคะ ข้อ 6 เนี่ย การตีความในเรื่องของความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงแห่งรัฐเนี่ย มันกว้างขวางอย่างมากเลยนะคะ ว่าอะไรคือการที่จะไปกระทบกับความสงบเรียบร้อยของรัฐนะคะ ครับ ทีนี้เนี่ย ดิฉันจะมาพูด 7 8 9 0 ภาพรวม ข้อ 7 คือข้อที่คุณแพนทองธานโดน คือถือผลประโยชน์ชาติเหนือกว่าผลประโยชน์ส่วนตน อ แต่ดิฉันจะบอกว่าข้อ 7 8 9 0 เนี่ย ยังมีเหตุผลที่จะเป็นจริยธรรมนักการเมืองมาก กว่า คือข้อ 7 ถือผลประโยชน์ชาติเหนือผลประโยชน์ตนเนี่ย มันเป็นหลักพื้นฐานถูกมั้ยคะ แต่มีปัญหาในทางปฏิบัติเช่นเดียวกันกับข้อ 5 ข้อ 6 ก็คือการตีความมันกว้างขวาง อื ว่าคุณจะตีความอย่างไรว่าอันเนี้ย เขาเห็นแก่ผลประโยชน์ตนมากกว่าผลประโยชน์ชาติ อย่างกรณีค uncle เนี่ย คุณพังทองธานก็ถูกศาลตีความว่าอันเนี้ย เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าผลประโยชน์ชาติ นะคะ เอ่อ ข้อ 8 9 0 เนี่ย เป็นข้อที่คุณธรรม จริยธรรมพื้นฐานของนักการเมืองสุดๆ เลยก็คือ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ไม่แสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบนะคะ ไม่เรียกรับผลประโยชน์ทรัพย์สิน ไม่รับของขวัญของกำนัล อื แต่อะไรคะ เวลาโดนตัดสิทธิ์เรื่องจริยธรรมเนี่ย ไม่เคยไปถึงข้อ 8 9 0 เลยนะคะ ครับ และถามว่าต่อให้ไปถึง 8 9 0 คือมีคนละเมิดมั้ย มากมายไปหมด เคยโดนสักคนนึงหรือยังคะ ตาม 8 9 0 เคยโดนตาม 8 9 0 หรือยังคะ ใช้อำนาจในทางมิ ยกแซงกระบวนการเลือกตั้ง โกงเลือกตั้ง หรือต่างๆ มาก คือถ้าจะผิดจริยธรรมเนี่ย รวมไปถึงเรียกรับผลประโยชน์เนี่ยนะคะ เอ่อ ไอ้พวกไอ้โมกน้ำมันอะไรพวกเนี่ยคะ นี่มันเข้าข่าย 8 9 0 ทั้งนั้น มีใครโดนสักคนหรือยัง กลับไปตั้งต้น ตกลงอาจารย์มีชัยทำรัฐธรรมนูญแล้วกล้าเรียกว่ารัฐธรรมนูญปราบโกง ครับ ตกลงคนโกงนี่มันโดนตัดสิทธิ์สักคนหรือยัง อื ส่วนไอ้คนที่โดนตัดสิทธิ์ไปแล้วเนี่ย คือไอ้คนที่บอกว่าถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี ซ้อก่อนบ่อนก่อนทำลายสถาบัน แต่ไอ้คนโกงชาติ โกงแผ่นดิน เป็นเหลือบลิ้นอะไรเกาะกินประเทศเนี่ย อือ โดนสักคนหรือไม่พูดตรงนี้ กลับย้ำอีกครั้งนะ ดิฉันไม่เห็นด้วยกับเครื่องมือนี้ ครับ ไม่ควรจะมีการตั้งศาลแม่มด ล่าแม่มด ใช่มั้คะ เอ่อ พิสูจน์จริยธรรมนักการเมืองต่อไป ไม่ใช่ให้ดิฉันลุยไฟเหรอคะ ว่าถ้าไม่ไหม้ไฟก็ถือว่าเป็นคนดีอะไรแบบเนี้ย แต่ว่า เราคิดว่าในเมื่อมันมีการใช้เครื่องมือชนิดนี้อยู่แล้ว ไอ้คำกล่าวอ้างแรก ไอ้ปก อ่ะ ปกที่บอกว่าเป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง และนี่คือมาตรการปราบโกงขั้นสูงสุด ใช่มั้คะ ก็คือไอ้นักการเมืองชั่วเนี่ย มันต้องโดนตัดสิทธิ์ตลอดไป อื ตกลงไอ้นักการเมืองโกงชั่วเนี่ย ที่อาจารย์มีชัยอยากปราบเนี่ย มันไปสักคนหรือยัง
อืม อ่า ผมอธิบายคุณออฟอีกหน่อยได้มั้ย ได้ๆๆ เดี๋ยวๆ ไปไม่ถึงของคุณศักดิ์สยามฮะ อ่ะเชิญ
อ่า ท่านก็ได้ คือ ผมเปรียบเทียบกับวินัยของพระแล้วกัน ครับ นะครับ ในปาราชิกข้อแรกอ่ะ เอ่อ เอ้ย ข้อแรก หรือเปล่า หรือข้อ 2 อือื คือห้ามเสพเมถุน ครับ นะกับมาตุคาม อื นะ คือห้ามพระยุ่งกับผู้หญิง เมียกสีกาน่ะ ปรากฏว่าก็มี เอ่อ มีพระในสมัยพุทธกาลน่ะ ก็ไปคงจะเป็น LGBT อ่ะ ก็ไปเสพกับ ผู้ชาย ผู้ชาย ครับ อย่างเงี้ย ถ้าเป็นสมัยนี้ก็ผิด แต่สมัยนั้นพุทธเจ้าท่านบอกว่า ในเมื่อเขียนว่าเฉพาะผู้หญิง อ๋อ ดังนั้น ไอ้ผู้ชายเนี่ย ก็ไม่ผิด ครับ แต่จากนี้ไปผิดผิดนะ อื ยกประโยชน์ให้จำเลยอย่างเงี้หรอคะ คือคนแรกที่ทำเนี่ย ถ้าหากยังไม่ห้ามไว้ชัดเจนเนี่ย ไม่ผิด อ ครับ พอต่อมา ถ้างั้นก็ไปเสพกับสัตว์ ก็ท่านก็บอกว่าไม่ผิด เพราะตอนเนี้ย มันไม่ได้ห้ามเอาไว้ ไม่ได้เขียนไว้ ต่อมาก็เลยขยายความว่า เออ งั้นกับสัตว์ ก็ไม่ได้ คือว่าง่ายๆ คือว่า เอ่อ ถ้าไม่ชัดเจนเนี่ยนะครับ ในขณะที่ทำเนี่ย ไม่ได้ห้ามไว้เนี่ย ไม่ผิด อันนี้คือสิ่งที่พระพุทธเจ้าท่านทำไว้ตั้ง 2500 ปีที่แล้วนะ ผมจะบอกว่าเลยครับ มาตรฐานของอาจารย์มีชัยเนี่ย ล้านหลังกว่า พระพุทธเจ้าเมื่อ 2,000 ปีที่แล้วอีก คือถ้าไม่ชัดเนี่ย ทำไปแล้วบอกก็ผิดไม่ได้ ครับ แล้วไอ้มาตรฐานยธรรมที่สนามเขียนเนี่ย มันเป็นด้วยถ้อยคำนามธรรมอ่ะ อื แต่ตีความยังไงก็ได้ ครับ ถ้าหากว่าต้องการที่จะเล่นงานกัน อันนี้ไม่ดี อือๆ นะครับ ผมคิดว่าถ้าหากเราต้องการให้ฝ่ายตุลาการนะครับ มาควบคุมฝ่ายนิติบัญญัติ หรือฝ่ายบริหารเนี่ย ต้องควบคุมด้วยกฎหมายที่มีความชัดเจนแน่นอน อื ว่าห้ามอะไร แล้วก็ฝ่าฝืน ครับ ไม่ใช่เป็นถ้อยคำนามธรรมอะไรแบบนี้ อื ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องแรกๆ เลยนะครับ ที่ควรต้องปรับปรุง