Transcription
กองทุน >> ของเจนให้มา >> อ้าอันเนี้ยอยู่ไหนไฟล์อยู่ไหน 1 4 >> แป๊บนึงนะ >> เดี๋ยวๆแป๊บนึงไม่มีใครไลฟ์สด ไลฟ์สดได้ >> แต่ไลฟ์สด >> ได้ครับ >> อนุญาตมั้ยคะน >> อนุญาต >> ไม่ควรจริงๆไม่ค่อยอยากขอ >> ทำร่วมมือได้มั้ยเดี๋ยวไลฟ์สด >> เดี๋ไลฟ์สดนะคะ >> เดี๋กวนนิดนึงนะคะ >> เพราะอันนี้เราไม่ได้เป็นทางการนะบางที เรา >> คืออันนี้อันนี้เราเป็นการพูดคุยไปได้ทำ ความเข้าใจเพราะข่าวกระแสมันค่อนข้างเยอะ >> เราก็อยากบอกว่าเงินทุกบาททุกสำนักงาน ประกันสังคมที่เราใช้เนี่ยมั่นใจว่าใช้ ได้ถูกต้องตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมายค่ะ
ไม่จ่ายเงินประกันสังคมได้มั้ยนี่อาจไม่ได้ เป็นแค่คำตัดเพ้อลอยๆนะครับแต่ว่ามันเป็น ความสงสัยแบบจริงจังของคนหลายคนเมื่อเห็น การทำงานที่เต็มไปด้วยข้อกังขาแล้วก็รู้สึกว่าเงินที่ถูกหักออกไปทุกเดือนของเรา มันไม่ได้ให้ผลประโยชน์ที่คุ้มค่ากลับมา เท่าไหร่นัก ยิ่งต้องจ่ายเพิ่มกับเงินสมทบ 875 บาทคำ ถามนี้มันก็ยิ่งดังขึ้นไปอีกครับแต่ที่ หนักกว่านั้นในวันที่เราเกษียณกองทุน ประกันสังคม อาจจะไม่มีเงินเหลือมาพอจ่ายพวกเราได้ เมื่อหนีไม่พ้นรายการค message จะชวนทำ ความเข้าใจและรู้จักกับกองทุนประกันสังคม ให้มากขึ้นครับว่าปัจจุบันมันมีเงินอยู่ เท่าไหร่เงินของเราถูกนำไปใช้กับอะไรบ้าง และทำไมหากไม่รีบผ่าตัดกองทุนนี้ถึงกับ ถังแตกได้ในอีก 30 ปีข้างฮะ
บางคนต้องรอฉัน 1 ปีกว่าจะได้มาที่นี่ >> ขอทางเลยครับขอทางเลยเป็นอะไรครับขอพ่อ หนูค่ะพ่อ >> คุณแม่ของน้องใจดีนะคะ >> ค่ะ >> จะขอแจ้งเลื่อนนัดผ่าตัดของน้องออกไปก่อน ค่ะ >> ถ้ามีห้องผ่าตัดมากพอทุกชีวิต >> รออีกแป๊บนึงนะ >> จะไม่ต้องรอนานเพราะทุกการบริจาคคือการพา คนที่รักกลับไปหาคนที่รอ
ในเชิงแนวคิดการมีอยู่ของประกันสังคมเป็น เรื่องที่ดีนะครับเพราะว่าเป็นสวัสดิการ ที่ช่วยการันตีว่าลูกจ้างในภาคเอกชนจะ สามารถเข้าถึงหลักประกันขั้นพื้นฐานได้ อย่างเท่าเทียมรู้ว่าเมื่อเจ็บป่วยเมื่อ ว่างงานมีลูกหรือเกษียณไปจนถึงขั้นตาย เนี่ยจะมีเงินจำนวนหนึ่งมาช่วยแบ่งเบา ภาระประเทศอื่นๆทั่วโลกก็มีสวัสดิการ ลักษณะแบบเดียวกันนี้ครับโดยอาจจะใช้ชื่อ เรียกแตกต่างกันออกไปหรือเน้นแค่เฉพาะการ จ่ายเงินบำนาญ
ปัจจุบันกองทุนประกันสังคมมีจำนวนผู้ ประกันตนอยู่ถึง 24 จุด 8 ล้านคนครับมี เงินในกองทุนสะสมจำนวนกว่า 2.82 82 ล้าน ล้านบาทซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากครับเกือบ จะเท่างบประมาณแผ่นดินต่อปีเลยก็ว่าได้ เงินก้อนนี้ถูกแบ่งสรรใช้หลักๆ 3 ส่วน ครับส่วนแรกไว้ใช้จ่ายสิทธิประโยชน์ให้ กับผู้ประกันตนเช่นค่ารักษาพยาบาลค่าว่าง งานส่วนที่ 2 ใช้บริหารจัดการสำนักงาน เช่นจ่ายเงินเดือนบุคลากรจะทำโครงการต่าง ๆตามแผนและส่วนที่ 3 คือนำไปลงทุนเพื่อ ให้เงินในกองทุนมันเติบโตครับภารกิจหลัก ของสำนักงานประกันสังคมหรือย่อว่าสปส.ก็ คือการดูแลและบริหารเงินในกองทุนประกัน สังคมให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดแต่สิ่ง ที่มันเกิดขึ้นกลับดูเหมือนว่ามันจะตรง กันข้ามครับ
ในด้านการใช้เงินเพื่อบริหารจัดการสำนัก งานกฎหมายระบุไว้ว่าใช้ได้ 10% ของเงิน ทั้งกองทุนนะครับสส.ใช้เงินกว่า 50-70 ล้านบาทไปกับการทำปฏิทินใช้เงิน 2.2 2 ล้านบาทจัดทริปศึกษาดูงานต่างประเทศพร้อม บัตรโดยสารทั้ง First Card และ Business Cl พร้อมกับที่พักสุดหรูรวมถึงใช้เงิน 12 ล้านบาทไปกับการสร้างโรงอาหารในกระทรวง แรงงานโดยการกระทำชวนฉงนเหล่านี้ครับถูก ชี้แจงด้วยเหตุผลเดียวกันว่าดำเนินการ พิจารณาอนุมัติและก็ตรวจสอบตามกฎหมายและ ระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนแล้ว
ในส่วนด้านการลงทุนที่ควรทำให้เงินมันงอก เงยได้รับผลตอบแทนเหมาะสมถ้าดูผลตอบแทน เฉลี่ย 5 ปีนะครับตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 2.59% 59% เท่านั้นซึ่งถือว่าน้อยครับ สำหรับกองทุนที่มีเงินเยอะระดับนี้อีก ทั้งยังมีกรณีทุ่มเงินกว่า 6,900 ล้านบาท ไปซื้อตึก Sky Center ซึ่งราคาสูงกว่า ราคาที่ตลาดประเมินไว้เกือบเท่าตัวหรือ การเข้าไปลงทุนในหุ้นหอพักทูดมย่าน ธรรมศาสตร์รังสิตโดยถือหุ้นใหญ่ถึง 76.75% 75% และใช้เงินลงทุนก้อนแรก 800 ล้านบาท แต่ว่ามูลค่าตอนนี้มันเหลือไม่ถึง 100 ล้านบาทครับต้องขยายความนิดนึงครับว่าการ ลงทุนมีความสำคัญมากนะครับเพราะว่าเงิน ที่ผู้ประกันตนสะสมไว้ส่วนใหญ่จะใช้ในอีก 20-30 ปีข้างหน้าถ้าลงทุนไม่ดีมูลค่าของ เงินมันก็จะวิ่งตามเงินเฟ้อไม่ทันครับ
ขณะเดียวกันประเทศไทยก็กำลังเข้าสู่สังคมสูง วัยระดับสุดยอดหรือว่า Super Ag Society แล้วครับคนอายุ 60 ปีจะเพิ่มขึ้นเป็น 28% ในปี 2574 โครงสร้างประชากรแบบนี้กองทุนการสังคมจะ ต้องจ่ายสิทธิประโยชน์ให้กับแรงงานวัย เกษียณมากขึ้นสวนทางกับประชากรวัยแรงงาน ในระบบที่จะมีน้อยลงไปเรื่อยๆเพราะว่า อัตราการเกิดมันต่ำลงครับมันจึงมีงาน วิจัยหลายชิ้นประเมินออกมาแล้วก็ตรงกัน ครับว่ากองทุนประกันสังคมมีแนวโน้มจะขาด สภาพคล่องและเสี่ยงล้มละลายภายในอีก 30 ปีข้างหน้านี้ และการเก็บเงินสมทบเพิ่มจากผู้ประกันตนจะ เป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาปัญหานี้ นะครับแต่ถ้าเก็บเงินเพิ่มไปแต่ว่ายังคง ลงทุนแบบเดิมที่ให้ผลตอบแทนต่อปีเทียบ เท่ากับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำกองทุน ประกันสังคมก็ยากที่จะหนีจากคำว่าการล้ม ละลายพ้นครับ
>> คำถามขอชัดเจนเลยครับสรุปแล้วเงินที่ซื้อ สูตรเนี่ยมาจากเงินกับผู้ประกันกลิ่นจาก ส่วนอื่นครับ >> เอ่ออย่าลืมนะคะว่าในตัวพรบ.เนี่ยการจัด เก็บเงินสมทบนะคะมาจาก 3 ฝ่ายนะคะผู้ ประกันตนนายจ้างและรัฐบาลรัฐบาลก็จ่าย ด้วยเพื่อไปใช้ในการบริหารงานเนี่ยค่ะเรา บอกว่าให้ใช้จาก 10% ของเงินสมทบประจำปี นะคะเวลาเราทำจริงๆเนี่ยเราใช้ไม่ถึง 10% ประมาณ 2-3% นะคะงั้นถามว่าตัวนี้เนี่ยมี เงินสมทบในส่วนของรัฐบาลอยู่ด้วยมก็มีนะ คะของนายจ้างมีมั้ยมีของผู้กันตนมีมั้ยมี นะคะเพราะว่าเป็นเงิน 10% จากเงินสมทบครบ 3 ฝ่ายค่ะ
สปส.เป็นหน่วยงานราชการที่อยู่ภายใต้ กระทรวงแรงงานนะครับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงานเป็นผู้กำกับนโยบายในภาพรวม ทั้งหมดและปลัดกระทรวงแรงงานก็นั่ง ตำแหน่งประธานคณะกรรมการประกันสังคมหรือ ประธานบ่อประกันสังคมซึ่งภายในคณะกรรมการ ประกอบไปด้วยตัวแทนฝ่ายหน่วยงานราชการ ฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนฝ่ายละ 7 คนรวมเป็น 21 คนครับ ดังนั้นการตัดสินใจว่าเงินหลายล้านล้าน บาทจะถูกนำไปลงทุนในสินทรัพย์อะไรบ้างก็ ถูกกำหนดตามนโยบายของคน 21 คนในบอร์ด ประกันสังคมนี้ครับโดยการลงทุนดำเนินงาน ผ่าน 2 ส่วนครับคือสปส.บริหารการลงทุนเอง กับอีกส่วนนึงเป็นการว่าจ้างผู้จัดการกอง ทุนภายนอกที่เป็นมืออาชีพเข้ามาช่วยลงทุน ให้การลงทุนทั้งหมดจะต้องอยู่ภายใต้กรอบ ของระเบียบคณะกรรมการประกันสังคมว่าด้วย การจัดหาผลประโยชน์ของกองทุนพ.ศ. 2559 ครับซึ่งมันก็กำหนดไว้อย่างชัดเจนครับว่า เงินลงทุนอย่างน้อย 60% ต้องอยู่ในสิน ทรัพย์ที่มีความมั่นคงหรือมีความเสี่ยง ต่ำขณะที่การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต้อง ไม่เกิน 40% ของเงินกองทุนทั้งหมดครับ
>> ถ้าพูดถึงประกันสังคมเนี่ยไม่ใช่เรื่อง แปลกใหม่ในสังคมไทยนะครับแต่สิ่งที่เกิด ขึ้นเป็นเรื่องใหม่แล้วเกี่ยวข้องกับ ประกันสังคมก็คือการเลือกตั้งบอร์ดประกัน สังคมนะครับแล้วนับเป็นครั้งแรกใน ประวัติศาสตร์นะครับที่พูดใจ
แต่ความเปลี่ยนแปลงก็เริ่มเกิดขึ้นหลังมี การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเป็นครั้ง แรกเมื่อปี 2566 ผู้แทนที่ประชาชนเลือก มากับมือได้เข้าไปนั่งเป็นบอร์ดครับแล้วก็ผลักดันแผน ยุทธศาสตร์การลงทุน 5 ปีหรือ Strategic Asset Allocation หรือเรียกย่อๆว่าแผน SAA ระยะที่ 1 พ.ศ. 256 -2570 ซึ่งพิจารณาการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูง เพิ่มขึ้นเป็น 35% พร้อมกับการขยายการลง ทุนในสินทรัพย์นอกตลาดให้เพิ่มเป็น 15% ครับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มันยังรวมไป ถึงการปรับสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศ เพิ่มขึ้นด้วยแต่ยังคงเป็นไปตามประกาศคณะ กรรมการประกันสังคมเรื่องหลักเกณฑ์วิธี การเงื่อนไขหรือสัดส่วนการลงทุนในประเทศ และต่างประเทศฉบับที่ 8 ที่กำหนดให้ลงทุน ในต่างประเทศได้สูงสุดไม่เกิน 47% ของ เงินกองทุนครับซึ่งถ้าเราดูอัตราผลตอบแทน ของกองทุนประกันสังคมตั้งแต่ช่วงปี 2567 ถึง 256 ตัวเลขขยับขึ้นมาเป็น 5-6% แล้ว ครับแต่คุณพันธิราาร่า อนุกรรมการที่ปรึกษาการลงทุนสินทรัพย์นอก ตลาดกองทุนประกันสังคมและอดีตกรรมการ บริหารการลงทุนกลุ่มลูกค้าผู้มีความมั่ง คั่งสูงธนาคารคานซคให้ข้อมูลกับรายการคเ ครับว่าอัตราผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นนั้นมัน ยังไม่ใช่เรื่องที่น่าเบาใจในระยะยาวเลย ครับการเพิ่มขึ้นนี้ส่วนหนึ่งมันก็มาจาก ภาวะตลาดโลกการลงทุนในต่างประเทศส่วนใหญ่ สามารถทำผลตอบแทนได้ในระดับ 2 หลักหรือ ว่าดับเบิ้ลดิจิแทบทั้งนั้นการที่กองทุน ประกันสังคมเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในต่าง ประเทศมันจึงได้รับประโยชน์จากคลื่นขา ขึ้นของตลาดโลกนี้ไปด้วยครับประกอบกับปี ที่ผ่านมาค่าเงินบาทไทยมันก็แข็งค่าผิด ปกติครับเมื่อคำนวณในพอร์ตการลงทุนที่มี การกระจุกตัวอยู่ในประเทศไทยสูงมันก็อาจ ทำให้ตัวเลขผลตอบแทนมันดูเฟ้อกว่าความ เป็นจริงได้ดังนั้นหากค่าเงินบาทเปลี่ยน แปลงหรือตลาดโลกไม่ได้ขาขึ้นเหมือนช่วง 2 ปีที่ผ่านมาผลตอบแทนจึงอาจจะกลับไปตกต่ำ อยู่ระดับ 2% เหมือนเดิมก็ได้ครับ
ในมุมมองของคุณพันธิราการทำให้กองทุนประกัน สังคมยืนอยู่ได้ในระยะยาวจำเป็นต้องยก ระดับผลตอบแทนจากการลงทุนขึ้นมาครับให้ อยู่อย่างน้อยครับ 6-8% ต่อปีซึ่งเป็น ระดับที่กองทุนประกันสังคมไทยเรามี ศักยภาพทำได้ครับหากขยายก็ลงทุนไปในต่าง ประเทศให้มากกว่านี้เพราะว่าการที่กองทุน มีเงินมหาศาลถึง 2.82 82 ล้านล้านบาทและ ไทยไม่ใช่ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจแต่ไป จำกัดการลงทุนไว้แค่ภายในประเทศเป็นหลัก ถือเป็นความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัวเลยครับ เพราะว่าเมื่อขยับตัวซื้อขายแต่ละครั้ง มันจะกระทบต่อราคาตลาดในไทยทันทีและก็ไม่ สามารถปรับเปลี่ยนพอร์ตได้ทันเวลาเมื่อ เกิดความเสี่ยงครับต่างจากตลาดโลกที่มี ขนาดใหญ่กว่ามากแม้แต่ประเทศที่มี ประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจสูงอย่างสิงคโปร์ ก็ยังเพื่อกระจายการลงทุนไปในต่างประเทศ เกือบทั้งหมดเพื่อความมั่นคงในระยะยาวให้ กับกองทุนของเขาครับ
แต่วันนี้ที่ไทยเรายังไม่สามารถขยับสัด ส่วนการลงทุนไปได้มากเท่าที่ควรเพราะว่า มันติดล็อคปัญหาโครงสร้างระบบราชการที่ ฉุดรั้งการเปลี่ยนแปลงเอาไว้ แม้บนหน้ากระดาษโครงสร้างของบ่อการสังคม ดูเหมือนว่าจะถ่วงอำนาจกันได้สมดุลดี เพราะว่ามีจำนวนเท่ากันอย่างละ 7 คนแต่ใน ทางปฏิบัติอำนาจที่แท้จริงไม่ได้หยุดอยู่ แค่บนโต๊ะของบอร์ดใหญ่เท่านั้นครับภายใต้ บอร์ดใหญ่ที่มีคน 21 คนก็ยังมีคณะ อนุกรรมการการอีกถึง 14 คณะครับซึ่งทำ หน้าที่ครอบคลุมตั้งแต่การลงทุนการบริหาร ความเสี่ยงกฎหมายไปจนถึงการยกร่างระเบียบ ต่างๆอนุกรรมการเหล่านี้จะเป็นเหมือนด่าน หน้าครับคอยคัดกรองข้อมูลกำหนดทิศทางแล้ว ก็เป็นผู้ชงเรื่องขึ้นมาให้บอทใหญ่บวชและ บอใหญ่ก็เป็นด่านตัดสินใจขั้นสุดท้ายนี่ เองครับคือจุดที่สมดุลมันเริ่มเสียครับ เพราะว่าในระดับอนุกรรมการโครงสร้างอำนาจ มันกลับเทไปทางฝั่งรัฐมากกว่าครับยก ตัวอย่างในคณะอนุกรรมการการลงทุนสินทรัพย์ นอกตลาดนะครับที่คุณพันธิรานั่งอยู่ใน นั้นซึ่งเป็นจุดชี้ขาดเรื่องเงินก้อนใหญ่ ครับฝั่งผู้ประกันตนมีตัวแทนเพียงแค่ 3 คนฝั่งนายจ้างอีก 3 คนแต่ฝั่งข้าราชการ กลับมีตัวแทนถึง 8 คนครับนั่นหมายความว่า แค่ยกมือโหวตฝ่ายรัฐก็ชนะถือเสียงข้างมาก อยู่แล้วครับสถานการณ์ยิ่งตึงเครียดครับ เมื่อการประชุมอนุกรรมการไม่ได้มีแค่ กรรมการตามรายชื่อนะครับแต่ยังมีทีม บริหารของสปส.เข้ามานั่งร่วมประชุมอีก ประมาณ 20-30 คนแม้บุคคลเหล่านี้จะไม่มี สิทธิ์โหวตแต่ก็มีบทบาทสูงในการอธิบายข้อ มูลชี้นำทิศทางและสร้างแรงกดดันในที่ ประชุมภาพที่เกิดขึ้นจริงมันกลายเป็นว่า ตัวแทนผู้ประกันตนเพียงไม่กี่คนก็คือ ประมาณ 3 คนต้องเจรจาและต่อรองกับฝั่ง ราชการรวมกันแล้ว 30-40 คนครับ
อีกหนึ่งอำนาจสำคัญที่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้ ก็คือที่ปรึกษาซึ่งบางครั้งไม่ได้มาจาก ตัวแทนของ 3 ฝ่ายด้วยซ้ำครับแต่ถูกแต่ง ตั้งโดยปลัดกระทรวงแรงงานให้มานั่ง ตำแหน่งประธานอนุกรรมการที่มีอำนาจกำหนด วาระการประชุมได้จะเอาเรื่องไหนเข้าจะเอา เรื่องไหนออกไม่พิจารณาและหากประธาน อนุกรรมการไม่เปิดทางต่อให้กรรมการฝั่ง ผู้ประกันตนพยายามผลักตามเรื่องนั้นๆมัน ก็แทบจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ครับแถมหลาย กรณีกลไกที่ใช้ก็ไม่ใช่การโหวตแพ้แพ้ชนะ นะครับแต่เป็นการดื้อเงียบครับถ้ามีการ เสนอแนวทางปฏิรูปหรือกลยุทธ์การลงทุนเข้า ไปใหม่ฝั่งรัฐก็อาจจะใช้เครื่องมือทาง ระเบียบเข้ามาบ่ายเบี่ยงเลยครับเช่นสั่ง ให้กลับไปทำประชาิจารณ์ซ้ำซ้อนดึงวาระออก จากการประชุมหรือเลื่อนการพิจารณาออกไป ครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้โอกาสในการลงทุน หลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย
>> ที่ผ่านมาเนี่ย ทิศทางการประชุมทุกๆนัดมันมันสอดคล้อง คล้ายกันหมดก็คือฝั่งผู้ประกันตนไม่ว่า เราจะพูดผลักดันอะไรก็ตามเนี่ยเราก็จะถูก อ้านถูกขัดถูกเตะถ่วงแล้วสิทธิประโยชน์ ของผู้ประกันตนหลักร้อยหรือหลักพันล้าน มันก็จะต้องถูกแลกกับการที่ว่าคุณต้องไป เอ่อทำประชาพิจารณ์คุณต้องเลื่อนออกไปอีก 3 เดือน 6 เดือนคุณต้องขึ้นเบี้ยในการ สมทบถึงคุณจะได้สิทธิ์ทำฟันที่เพิ่มขึ้น หรืออะไรอย่างเงี้ยมันก็จะเป็นการแลก เปลี่ยนตลอดเวลาในขณะที่ฝั่งที่เราบริหาร จัดการเงินทุนให้มันมีธรรมาภิบาลสูงขึ้น เนี่ยมันสามารถที่จะสร้างผลตอบแทนมูลค่า เพิ่มขึ้นได้หลักหมื่นหลักแสนล้านแต่เป็น สิ่งที่ ไม่เหมือนกับว่าในที่ประชุมไม่มีใครอยาก ให้ทำให้มันเกิดผลตรงเนี้ยมันทำยากมากเลย มันผลักดันแทบไม่ได้เลยอ่ะ
นอกจากนี้ข้าราชการที่ดูแลการลงทุนก็มัก จะมีการโยกย้ายตำแหน่งบ่อยครั้งครับปังรา อยู่แค่ 3 เดือนไม่เกิน 6 เดือนก็ย้ายออก ไปแล้วความไม่ต่อเนื่องนี้เองทำให้การลง ทุนต่างประเทศหรือว่าการลงทุนต่างชาติใน กองทุนระดับโลกที่จะเข้ามาเจรจาเขาก็เกิด ความสับสนครับแล้วก็ไม่เชื่อมั่นเพราะไม่ รู้เลยว่าต้องไปคุยกับใครกันแน่ที่มีความ รู้ความเข้าใจด้านการลงทุนในระยะยาวจริง ผลกระทบจากการเสียโอกาสเหล่านี้มันไม่ใช่ เรื่องเล็กๆนะครับหากคำนวณเป็นตัวเลขทุกๆ ผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นเพียง 1% ต่อปีของ กองทุนประกันสังคมจะทำให้เงินกองทุนมัน งอกเงยขึ้น 28,000 ล้านบาทต่อปีครับซึ่ง เป็นจำนวนเงินที่มากพอครับที่จะยกระดับ สวัสดิการของผู้ประกันตนให้ดีขึ้นกว่านี้ ได้ไม่เพียงเท่านั้นครับระบบราชการยัง สร้างสภาวะให้ยากต่อการตรวจสอบในเอกสาร การประชุมนับหน้าอาจจะมีการหมกเม็ดวาระ ซ่อนเร้นหรือเงื่อนไขที่ซับซ้อนเข้ามาทำ ให้กรรมการบางฝ่ายไม่สามารถตรวจสอบได้ถี ถ้วนครับเพราะว่าได้รับเอกสารล่วงหน้า เพียง 1 ช่โมงก่อนการประชุมหรือการร่าง ระเบียบให้ดูเหมือนรัฐกุมแต่กลับช่องโหว ขนาดใหญ่ครับเช่นหากกำหนดไว้ว่าการลงทุน ต่ำกว่าหลักหมื่นล้านบาทไม่ต้องผ่านบอร์ด ใหญ่ก็จะเลือกลงทุนสินทรัพย์น่าสงสัยหลัก พันล้านบาทแทนเพื่อเลี่ยงการถูกตรวจสอบ
คุณพันธิราขยายความเพิ่มเติมด้วยครับว่า การลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาดเช่นกองทุน Pate Equity หรือว่า PE ซึ่งเป็นการนำ เงินไปลงทุนโดยตรงในบริษัทที่ยังไม่อยู่ ในตลาดหุ้นเพื่อเข้าไปพัฒนาแล้วก็เพิ่ม มูลค่าในระยะยาวก่อนจะขายออกเมื่อกิจการ เติบโตและการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงอุตสาหกรรมที่เป็นไม่กระเทงของโลก ล้วนเป็นแนวทางที่กองทุนบำนาญชั้นนำทั่ว โลกเใช้กันมานานกว่า 10 ปีแล้วครับเพื่อ เพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น ในระยะยาวแต่ว่าในกรณีของกองทุนรายการ สังคมของไทยการลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาด มันกลับถูกไปใช้ในทางที่ผิดทิศผิดทางครับ แทนที่จะไปใช้การลงทุนเชิงกลยุทธ์มันกลับ กลายเป็นการนำเงินไปซื้อสินทรัพย์ที่ดู ผิดปกติอย่างเช่นการซื้อตึก Sky N Center หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ที่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคลใกล้ชิดของ ฝ่ายบริหาร กระบวนการเหล่านี้มันขาดความโปร่งใสและ ไม่มีใครต้องรับผิดชอบเมื่อมันเกิดความ ผิดพลาดเพราะว่าสามารถอ้างระเบียบราชการ เป็นเกราะกำบังได้เสมอเลยครับต่างจากกอง ทุนบำนาญในต่างประเทศนะครับที่ข้อมูลทุก บาททุกสตางค์จะต้องถูกเปิดเผยและบริหาร โดยมืออาชีพที่ต้องรับผิดชอบต่อผลงานของ ตัวเอง
>> ดูด้วยพอร์ตของกองทุน CU น่ะตอนนี้ก็มีมี กำไรแล้วก็เอ่อปีที่ผ่านมาเก็จ่ายปันผลมา ให้เราแล้วแต่ว่าในปีต่อไปก็จะมีปันผลไหล เข้ามาเรื่อยๆครับมันมันอาจจะไม่ใช่ล้าง ตามข่าวนะครับแต่ว่ากำไรมันอาจจะกำไรน้อย ไปหน่อยครับถ้าเทียบกับโครงการอื่นๆครับ วันเนี้ยมูลค่ามัน 100 ล้านเราขาย 100 ล้านแต่ว่าปานผลเจ่ายมา 8 ล้าน >> หมายถึงว่าเราจะเอาเงิน 100 ล้านไปลงทุน ที่ไหนได้ 8 ล้านนะครับก็คือการลงทุนวัน เนี้ในประเทศไทยก็ถ้าหาตรงไหนได้ 8% ช่วย บอกด้วยนะครับ
ปัญหาการใช้งบประมาณที่ชวนชงนหรือการลง ทุนที่ได้ผลตอบแทนต่ำนั้นเป็นเพียงผล ลัพธ์ที่ปลายเหตุครับเพราะว่าต้นเหตุที่ แท้จริงมันมาจากเครือข่ายอำนาจรัฐและระบบ ราชการที่ขาดความโปร่งใสไร้ความคล่องตัว พรรคประชาชนและทีมประกันสังคมก้าวหน้า กำลังพยายามผลักดันอยู่ตอนนี้ครับนั่นคือ การแยกประกันสังคมออกจากระบบราชการในที่ นี้ก็คือออกจากกระทรวงแรงงานครับเปลี่ยน ไปเป็นหน่วยงานอิสระในลักษณะเดียวกันกับ ที่กองทุนบำเร็จตำนานข้าราชการหรือธนาคาร แห่งประเทศไทยเใช้กันมานานแล้วเพื่อปลด ล็อคข้อจำกัดด้านระเบียบแล้วก็ลดการแทรก แซงจากฝ่ายการเมืองที่รัฐมนตรีสามารถแต่ง ตั้งพรรคพวกเข้ามานั่งในบ่อต่างๆได้ตามใจ ชอบพร้อมเสนอให้หั่นงบประมาณบริหารจัดการ สำนักงานลงเพื่ออุดรูรั่วจากการใช้งบ ประมาณที่ฟุ่มเฟือยเมื่อประกันสังคมเป็น หน่วยงานอิสระก็จะสามารถปลดล็อคเพดานเงิน เดือนข้าราชการเปิดทางให้สามารถไปจ้างผู้ จัดการกองทุนมืออาชีพที่เขามีความเชี่ยว ชาญเฉพาะทางเข้ามาสร้างผลตอบแทนที่คุ้ม ค่าได้ครับแต่ต้องอยู่ภายใต้ระเบียบและ ระบบความรับผิดชอบที่ชัดเจนหากบริหารทหาร ผิดพลาดก็ควรจะมีบทลงโทษหรือดัชนีชี้วัด ประเมินผลที่เรียกว่า KPI ครับควบคู่กัน ไปก็ต้องเลิกวัฒนธรรมการเก็บเป็นความลับ ได้แล้วครับบันทึกการประชุมและข้อมูลการ ลงทุนทั้งหมดมันจะต้องถูกเปิดเผยในรูปแบบ Open Data เพื่อให้ผู้ประกันตนอย่างเรา ตรวจสอบได้ครับว่าเงินของพวกเราถูกบริหาร อย่างไรโดยใครและทำไมถึงบริหารแบบนั้นหาก การประชุมประเด็นไหนมีความสำคัญเป็นพิเศษ ก็ควรมีการถ่ายทอดสดเหมือนกับการทำที่การ ประชุมที่รัฐสภาครับแต่การจะไปถึงจุดนั้น ได้มันจำเป็นต้องอาศัยกลไกทางนิติบัญญัติ ครับต้องมีการเสนอร่างพรบ.ปการสังคมฉบับ ใหม่ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาซึ่งหมาย ความว่าเสียงหวดของสส.ที่ประชาชนเลือก เข้าไปจะเป็นตัวชี้ขาดอีกทีครับว่าการ ปฏิรูปประกันสังคมจะเกิดขึ้นได้จริงหรือ ไม่
ล่าสุดการประชุมบอร์ดประกันสังคมเมื่อ วันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมาได้มีการเคาะ แผนลงทุนใหม่หรือแผน SAA ระยะที่ 2 สำหรับช่วงปี 2570 -2572 ซึ่งปรับสัดส่วนการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง สูงและสินทรัพย์เสี่ยงต่ำให้เป็น 50% เท่ากันพร้อมกับขยับการลงทุนต่างประเทศ จากเดิม 47% เป็น 65% ในแง่ประเภทสิน ทรัพย์ก็ลดน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ลง แล้วก็หันไปเพิ่มการลงทุนในหุ้นมากขึ้น ครับส่วนการลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาดยัง ตั้งสัดส่วนไว้เท่าเดิมที่ 15% แต่ทั้ง หมดนี้ต้องใช้เวลาในการแก้ไขระเบียบและกฎ หมายประมาณ 15 เดือนจึงคาดว่าน่าจะได้ใช้ แผน SAA ระยะที่ 2 ในปี 2571 ครับ
สิ่งเร่งด่วนที่พวกเราต้องจับตาไปพร้อมกันก็ คือการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมรอบใหม่ ครับคณะกรรมการชุดเดิมกำลังจะหมดบาระลงใน ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้นะครับและ ปัจจุบันสปส.ได้จัดทำร่างระเบียบการเลือก ตั้งฉบับใหม่โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็น ไปจนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ร่าง ระเบียบนี้ถูกวิจารณ์ครับว่าอาจจะมีเจตนา แอะแฝงในการสกัดกั้นตัวแทนที่มาจากความ ต้องการของผู้ประกันตนหรือภาคประชาชนโดย เฉพาะการเปลี่ยนระบบลงคะแนนจาก 1 สิทธิ์ เลือกผู้สมัครได้ 7 คนมาเป็น 1 สิทธิ์ เลือกได้เพียง 1 คนซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ สมัครจากกลุ่มกลุ่มจัดตั้งหรือกลุ่มที่มี ฐานคะแนนไม่มากสามารถแทรกตัวเข้ามาเป็น กรรมการได้ง่ายขึ้นครับต่างจากระบบเดิม ที่ผู้ชนะอันดับ 1-7 มักจะเป็นทีมที่ได้ รับคะแนนที่มีความนิยมสูงสุดในระดับ ประเทศหรือการเพิ่มเงื่อนไขคุณสมบัติของ ผู้แทนว่าต้องเป็นกลางทางการเมืองที่มี ความเสี่ยงถูกจะใช้เป็นดุลพินิจในการตัด สิทธิ์ผู้สมัครที่เมีจุดยืนชัดเจนได้ครับ
เวลานี้มนุษย์เงินเดือนหรือว่าผู้ประกัน ตนคนไหนที่รู้สึกเหนื่อยหน่ายใจกับการทำ หน้าที่ของสปส.หรือสำนักงานประกันสังคม เรายังมีอำนาจอยู่ในเบือเหลืออยู่บ้างนะ ครับเข้าเว็บไซต์แล้วก็ไปส่งเสียงบอกพวก เขาได้ครับว่าไม่เห็นด้วยหรือเห็นด้วย อย่างไรกับระเบียบการเลือกตั้งประกัน สังคมฉบับใหม่และเรายังไม่สิ้นหวังครับ ยังมีหนทางที่จะเปลี่ยนองค์กรนี้ให้กลับ มายืนหยัดเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนได้ อีกครั้ง ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรายการคีย์เสและ เปลี่ยนความเห็นรวมถึงข้อมูลดีๆกับเรา อย่างต่อเนื่องนะครับถ้าชอบเนื้อหาของเรา อย่าลืมกดไลค์กดแชร์กด Subscribe หรือกด Featตอร Super Thank เป็นกำลังใจให้พวก เราด้วยนะครับสวัสดี