📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ยกเครื่องประกันสังคม เกมเลือกตั้งใหญ่ 69 | Thai PBS news

ThaiPBSNews4:25

Transcription

ประเด็นยกเครื่องประกันสังคมไม่ได้ถูกพูดถึงเฉพาะพรรคประชาชนเท่านั้นค่ะ หลังจาก

การเปิดโปงปัญหาเชิงโครงสร้างโดยรัชนกศรีนอก ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชนและทีมประกันสังคมก้าวหน้าตลอด 2 ปีที่ผ่านมา แต่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง พรรคการเมืองใหญ่หลายพรรคต่างเสนอนโยบายปฏิรูปประกันสังคม ทั้งการแยกออกจากระบบราชการ ปรับโครงสร้างการบริหาร และยกระดับความโปร่งใสมากขึ้น แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งที่ปัญหาประกันสังคมเกิดขึ้นมานานกว่า 2 ปีที่ผ่านมานะคะ

เรื่องนี้ผู้อำนวยการวิจัยนโยบายหลักประกันทางสังคม TDRI เห็นด้วยกับการใช้จังหวะนี้ในการปฏิรูปค่ะ ระบุว่าปัญหาหลักของประกันสังคมมีอยู่ 2 เรื่องใหญ่ๆ คือเรื่องของความยั่งยืนของกองทุนบำนาญ และปัญหาการบริหารจัดการที่สะสมมานานตั้งแต่ปี 2542 แม้ว่าปัจจุบันยังไม่ขาดสภาพคล่อง แต่ด้วยโครงสร้างประชากรสูงวัย ถ้าไม่ปรับระบบในอนาคตอาจไม่เพียงพอสำหรับการจ่ายบำนาญ ขณะที่เงินกองทุนที่สะสมจำนวนมาก หากขาดธรรมาภิบาลก็ยิ่งจะเปิดช่องปัญหาให้ทุจริตซ้ำกว่าเดิม

ศาสตราจารย์วรวัการ ชี้ว่าช่วงเลือกตั้งก็คือจังหวะที่เหมาะสม เพราะว่าการปฏิรูปไม่อาจเริ่มจากคนในระบบ แต่ต้องอาศัยแรงผลักดันจากนโยบายทางการเมือง ผ่านการเลือกตั้งของประชาชน

"คนที่ดูแลเงินอยู่เนี่ย เขาไม่ได้ริเริ่มที่จะแก้ปัญหานี้ เพราะฉะนั้นมันก็เลยต้องเกิดจากข้างนอกในระดับที่สูงขึ้น นั่นก็คือต้องเป็นนโยบายของผู้กำกับนโยบายของผู้ออกนโยบายทางการเมืองนะฮะ นั่นก็คืออ่า"

"การที่เราได้มีโอกาสที่จะมาลงคะแนนเลือกตั้งในครั้งนี้นะฮะ ที่พรรคต่างๆ เสนอนโยบายออกมาว่าจะให้มีการอ่าปฏิรูปประกันสังคม ให้มีการออกนอกระบบ ให้มีการอ่าบริหารจัดการที่มีความโปร่งใส อันนี้ก็ถือว่าเป็นโอกาสของผู้ประกันตน"

ด้านนักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มองว่าการหยิบประกันสังคมมาเป็นนโยบายช่วงโค้งสุดท้ายไม่ใช่ใช่เพื่อสร้างกระแสเทคะแนนให้ทันทีค่ะ แต่เป็นการประกันไม่ให้เสียฐานเสียงใหญ่ ก็คือผู้ประกันตนกว่า 20 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกันตนก็ไม่ได้คิดเหมือนกันทั้งหมดนะคะ แต่ละพรรคก็เลยต้องใช้จุดยืนและคาแรคเตอร์ทางการเมืองของตัวเองเพื่อสื่อสารกับแรงงานก่อนถึงวันเลือกตั้ง

"คือผมว่าเรื่องประกันสังคมเนี่ยอ่า มันก็คงไม่ถึงกับว่าจะทำให้มีการแห่ตามกระแสเหล่านี้หรอกครับ แต่ว่าเป็นลักษณะของการที่จะต้องหยิบจับมาพูดนะ เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้อ่าฐานเสียงใหญ่เนี่ย คือผู้ประกันตนเนี่ย 20 กว่าล้านเสียงนั้นเนี่ย ไหลไปที่พรรคประชาชนพรรคเดียวนะครับ แต่ถามว่าสุดท้ายแล้วเนี่ย ผู้ประกันตนทั้งหมดเนี่ยจะไหลไปพรรคประชาชนทั้งหมดมั้ย ผมไม่คิดว่าจะเป็นอย่างนั้นหรอกครับนะ เพราะเขาก็มีทัศนคติมีค่านิยมทางการเมืองที่ต่างกันไปนะครับ แต่ว่าวันเนี้ยเราจะเห็นได้ว่าโค้งสุดท้าย 3 พรรคใหญ่นะครับก็ได้เอาคาแรคเตอร์นะครับของแต่ละคนเนี่ยออกมากันอย่างชัดเจนเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นอ่าในส่วนของทางพรรคพรรคเ่อประชาชนนะ ก็เอาการเมืองในเรื่องการตรวจสอบนะครับ การเมืองอ่าในเรื่องของบรรดาเซลฟอะไรต่างๆ เนี่ยออกมานะครับ ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ก็เอาการเมืองในเรื่องของการแบ่งขั้วนะ ครับเรื่องชาตินิยมต่างๆออกมานะ ในส่วนพรรคเพื่อไทยก็เอาการเมืองในเรื่องประชานิยมนะ นโยบายต่างๆที่จะทำให้เกิดการสัมผัสได้ปฏิปธรรมตรงไปตรงมาตามสไตล์ของพรรคเ่อไทยรัฐไทยเดิมมาแต่อดีตนะฮะ"

การจ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคมก็เป็นอีกเรื่องสำคัญนะคะ ขณะนี้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ตั้งแต่ปี 2569 ระยะแรกปี 2569-2571 เริ่มแล้วค่ะ เมื่อเดือนมกราคมปรับอัตราจ่ายเงินสมทบใหม่ สำหรับคนที่มีเพดานค่าจ้าง 17,500 บาท ต้องจ่ายสมทบ 875 บาท ปี 2572-2574 เพดาน 20,000 บาท จ่าย 1,000 บาท และระยะที่ 3 คือปี 2500 175 เป็นต้นไป จ่ายสูงสุด 1,150 บาทต่อเดือน เหตุผลของการปรับเพดานเงินสมทบประกันสังคมระบุนะคะว่า เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ เพราะไม่ได้ปรับมานานกว่า 30 ปีแล้ว