📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

วิกฤตรอบด้าน ด่านพิสูจน์นโยบายรัฐบาล | เปลี่ยนมุมคิด | 30 มี.ค. 6930

TPchannel42:43

Transcription

[เพลง] [เพลง] สวัสดีครับคุณผู้ชมครับ >> สวัสดีต้อนรับเข้าสู่ช่วงเวลาของเปลี่ยน มุมคิดครับพบกับเราทั้ง 2 คนเช่นเคยต้น นรงฤทธิ์คิดเห็นครับ >> และมายอัญชลีวงสัมปันค่ะวันนี้เราทั้ง 2 คนมาเปลี่ยนความเห็นที่แตกต่าง >> ผ่านมุมมองที่สร้างสรรค์ >> ร่วมคิดวิเคราะห์ไปด้วยกัน >> ในเปลี่ยนมุมคิดนะครับติดตามกันเช่นเคย ครับหน้าจอช่อง 10 เกาะติดกันเอาไว้ นี่ คือ TPTV โทรทัศน์รัฐสภาครับทักทายคุณผู้ ฟังผ่านทางวิทยุรัฐสภาครับ FM 87.5 เฮz กรุงเทพปริมณฑลพร้อม 14 เครือข่ายในส่วน ภูมิภาค AM 1071 กฮzครับ >> ค่ะแล้วก็ท็อทายทุกคนนะคะที่ติดตามเรา ผ่านทางแฟนเพจ Facebook วิทยุและโทรทัศน์ รัฐสภานะคะเข้ามาพูดคุยกดไลก์กดแชร์ให้ พวกเราด้วยค่ะแล้วก็รวมถึงไปรับชมย้อน หลังได้นะคะที่ YouTube TP Channel รวม ถึงฝากไว้ TP ออนไล์อีก 1 แฟนเพจค่ะ >> คอมเมนต์กันเข้ามานะคุณผู้ชมคุณผู้ฟังวัน นี้เพราะว่า >> โฉมหน้าของคณะรัฐมนตรี >> ท่ามกลางวิกฤตที่จริงๆเหมือนเราอยู่ดีๆ น้องมายคุณผู้ชมคุณผู้ฟังอยู่ของเรานี่แหละ >> แต่วิกฤตรอบด้านมันมาประเด >> แล้วมากระทบ >> เหมือนเวลาเราอยู่กับที่แต่มันมีหนามมา ทิ่ม >> อื >> ก็เป็นความท้าทายเหมือนกันเพราะฉะนั้น วิกฤตรอบด้านจะเป็นด่านพิสูจน์นโยบาย รัฐบาลนะฮะ >> โจทย์วันนี้ที่เราตั้งเนี่ยเปลี่ยนมุมคิด >> ค่ะ >> จริงๆก่อนหน้านี้เนี่ยเราจะเห็นนะครับว่า รัฐบาลนำโดยทางพรรคภูมิใจไทยเนี่ย >> ค่ะ >> ก็พูดมาอยู่แล้วว่าวิกฤต ในมุมของรัฐบาลนะ >> อื >> เขามองไว้ 4 ด้าน >> อื >> อ่ะ 1 ด้านชายแดน่ >> ยังมีอยู่มั้ย >> ก็เหมือนจะยังมี >> ยังมีอยู่ >> นะครับด้านพลังงาน >> อื >> ด้านภัยธรรมชาติ >> ค่ะ >> ด้านภัยไซเบอร์ >> อื >> แต่วันนี้ที่เราจะต้องโฟกัสเนี่ยโอเคเรา เข้าใจวิกฤตมีหลายด้าน >> ค่ะ >> แต่ถ้าจะต้องมองจริงๆน้องมายคิดว่าด้าน ไหนควรเป็น the best ที่จะต้องรีบแก้ ปัญหาเร่งแก้ที่สุด >> อไม่เลือกไม่ได้ก็คือวิกฤตพลังงาน >> เรารู้กันอยู่ว่าตอนนี้มันไม่ได้กระทบแค่ เรื่องของราคาน้ำมัน >> ครับ >> มันไปถึงสินค้าอุปโภคบริโภค >> นะไปถึงพืชผักสวนครัว >> ไปถึงโอ้โหอีกหลากหลายมากมายที่ที่ใน ชีวิตประจำวันของเรานั้นต้องใช้แล้วเราก็ จะได้เห็นว่าเสียงพี่น้องประชาชนเนี่ย สะท้อนมาว่าอันนั้นก็ขึ้นอันนี้ก็ขึ้น >> นะคะมันหลากหลายปัญหาจริงๆที่ตอนนี้น่าจะ เป็นโจทย์ใหญ่มากๆที่รัฐบาลเองจะหยิบยก ปัญหาแต่ละอย่างเนี่ยไปแก้ยังไง >> ที่ว่าขึ้นเนี่ยบางทีเนี่ยนะครับต้องบอก ว่ากระทรวงพาณิชย์เพยพยายามที่จะคุมนะ >> ค่ะ >> กรมการค้าภายในก็พยายามที่จะคุม >> ค่ะ >> แต่บางทีไปขึ้นกันเอง >> อื >> แล้วเวลาขึ้นเนี่ยขึ้นตามจังหวัดอันนี้ หมายถึงว่าราคาสินค้า >> นะครับอุปโภคบริโภคต่างๆบ้างก็อ้างว่า เอ่อน้ำมันแพงไม่มีเติมบ้างอะไรอย่างี้ บ้างแต่อันเนี้ยเราก็ >> ก็ต้องเข้าใจอีกมุมนึงนะครับว่าการขนส่ง ด้านโลิสติกส์มันก็ได้รับผลกระทบจริงๆ >> จากข้ออ้างนี้มันก็อาจจะเป็นส่วนนึงที่ทำ ให้ขึ้นราคา >> แต่บางคนก็หัวใสหัวหมอกว่านั้นอย่างที่ เราเคยคุยกับแฟนๆรายการผ่านทางวิทยุ รัฐสภาเนี่ย >> อย่างสี่แยกเกียกกายเนี่ยคุณผู้ฟังคุณผู้ ชมจะโทรเข้ามาเลยว่าแต่ของล็อตเนี่ยมัน เป็นล็อตเดิมนะ >> มันก็อยู่ของมันอย่างเงี้ยสต๊อกเก่านะฮะ แต่พอเห็นแหมราคาน้ำมันขึ้นบ้างอะไรบ้าง ขึ้น out ขึ้นเอา 5 บาท 10 บาท 20 บาท >> อย่างแค่กาแฟเนี่ย >> ใช่ >> ห่อใหญ่น้องมาย >> อือ >> 50 บาทเก็ขึ้นกันมาแล้ว >> เออ >> นี่คือเสียงจากประชาชนที่สะท้อนผ่านทาง วิทยุรัฐสภาสภาซึ่งเราก็สื่อเดียวกันนี่ แหละวิทยุโทรทัศน์เพราะฉะนั้นมองเห็นแบบ นี้ก็ชัดๆครับ >> ว่าโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลก่อนที่จะแถลง นโยบายต่อรัฐสภา >> ประมาณวันที่เท่าไหร่นะครับน้องมาย >> ประมาณวันที่ 7 ถึงวันที่ 10 เมษายน >> ประมาณนะประมาณประมาณแต่ยังไงก็แล้วแต่ ประมาณ >> ก่อนสงกรานต์แน่นอนใช่มั้ย >> ใช่ >> เพราะว่าปัญหาพี่น้องประชาชนน่าจะรอไม่ ได้ครับ >> ค่ะ >> ตอนนี้รัฐบาลก็บอกว่าเราก็ต้องทำความเข้า ใจอีกมุมนึงนะครับ >> รัฐบาลบอกว่ายังไม่ใช่รัฐบาลแบบเต็ม ตัว >> ถูกต้อง >> ยังไม่ได้ผูกท้ายใส่สูตรมียูนิฟอร์มคำว่า รัฐบาลติดอย่างเต็มตัวเพราะฉะนั้นอะไรที่ ขับเคลื่อนได้ก็ใช้คำว่าในระดับหนึ่ง >> อื >> ในระดับหนึ่งก็ทำไป >> ค่ะ >> แต่ถ้าเต็มตัวเมื่อไหร่นะฮะการบ้านนี่ เผลอๆนี่รัฐมนตรีโผลอะไรต่างๆที่เราดู เนี่ยนะฮะอ >> ค่ะ >> ต้องคิดการบ้านล่วงหน้าะ >> ค่ะ >> ถึงเวลานั่งเก้าอี้ปั๊บ >> พร้อมเลย >> สั่งการเลย >> ถูกต้อง >> น่าจะต้องเป็นลักษณะนี้หรือไม่นะครับเป็น โจทย์ที่เราจะต้องมาคุยคุยกันวันนี้ >> ค่ะแล้วก็หลายคนเองก็อาจจะยังไม่เข้าใจ อย่างที่พี่ต้นบอกว่าพอรัฐบาลยังไม่ได้ ใส่สูตรผูกไท้เนี่ย >> หลายๆอย่างไม่สามารถที่จะทำได้ >> เดี๋ยวบอกว่าพอใส่สูตรผูกท้ายแหมช่วงนี้ ลดพลังงานก็ให้ไม่ใส่สูต >> เปรียบเทียบ >> เปรียบเทียบกันว่า >> ยังไม่เต็มองค์อ่ะเนาะ >> ยังไม่เต็มองค์ >> เออยังไม่เต็มองค์คือกฎหมายก็ไม่สามารถ ที่จะประกาศใช้ได้พรก.ใช่มันมีข้อจำกัด มากมายที่ตอนนี้ถือว่า >> ก็เป็นหินเหมือนกัน >> ที่ไม่รู้ว่าจะทุบแล้วมันจะแตกเมื่อไหร่ >> อันนี้เป็นเรื่องพลังงานใช่มั้น้องหมาย คุณผู้ชมคุณผู้ฟังครับโอเคเราปฏิเสธไม่ ได้จะเห็นนะครับว่าปัญหามันมาจากภายนอก ประเทศแต่มันมีผลต่อภายในประเทศโดยตรง >> โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรชาวสวนชาวไร่ >> โอ >> พี่น้องที่ทำมาหากินพี่น้องที่จะต้องใช้ ยวดยานพาหนะต่างๆ >> มีพี่น้องชาวประมงอีกต่างหาก >> โอ้โหนะฮะน้ำมันเขียว >> อื >> รับปากไว้ได้หรือไม่อะไรยังไงอันนี้โจทย์ แรก >> พอเรื่องพลังงานกระทบมิติเดียวน่ะ >> อ >> แต่มันลามทุกมิติครับ >> ปัญหาปากท้องเป็นยังไงครับไอ้อย่างที่เรา บอกไปของฉ่วยโอกาสเอยอะไรเอ่ย >> คำว่าปากท้องมันก็ลามถึงเศรษฐกิจอ >> ล่าสุดเห็นข่าวแว่วๆมาว่าอย่างเรือประมง >> อื >> นะถ้าแก้ปัญหาให้เขาไม่ได้นะครับเอาระยะ สั้นก่อนนะคุณผู้ชมคุณผู้ฟังครับ >> เ้าจะจอดเทียบท่าไม่เดินเรือใช่มั้น้อง ใหม่ >> ใช่เขาจะพร้อมใจกันหยุดเรือทั่วทั่ว ประเทศ >> เรือทั้งประเทศนะฮะ >> เอาเป็นเรือแบบพาณิชย์นะ >> อื >> 80,000 กว่าลำ >> โอ้เยอะมาก >> ทีนี้พอเราไปดูเนี่ยนะฮะไหนจะเป็นเรือ ประมงพื้นบ้านอีก >> อ >> รวมๆแล้วเนี่ยตีเป็นเลขกลมๆนะ >> ประมาณ 200,000 ลำทั่วประเทศ >> โอ >> มันก็จะมีหลายสเต็ปของเรื่องของเรือประมง อีกนะครับเพราะฉะนั้นน้ำมันเรือก็ต้องหา >> น้ำมันพาหนะก็ต้องหาทางบกเนี่ยนะฮะยังไม่ ลามไปทางฟ้าทางอะไรอีกนะ >> ใช่ >> ซึ่งอันนี้ก็เป็นอีกโจทย์นึง >> มากไปกว่านั้นครับเกี่ยวข้องกับปัญหาของ เศรษฐกิจด้วย >> โอ้ >> การที่เราจะหยุดเดินเหลือแค่เรื่องเดียว นะคุณผู้ชมคุณผู้ฟังครับ >> ตกงานมั้ย >> ตกงานแล้วก็บอกได้เลยว่าในปีนี้น่าจะมี ตัวเลขของการเลิกจ้างที่สูง >> เท่าไหร่ >> เป็นคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เนี่ยอาจจะยังไม่ ได้ออกมาชัดเจนแต่ว่าเขาบอกไว้แล้วว่าตอน เนี้ SE อ่ะอาจจะเลิกจ้าง >> 7 ล้านคน >> ใช่ >> ตัวเลขนี้นะคุณผู้ชมคุณผู้ฟังฮะ >> ไม่ใช่แค่คำว่าน่าตกใจแต่มันถือว่าเป็น วิกฤตที่รัฐบาลโอ้โหเรียกว่าวิกฤตเนี่ย เคาะประตูรอหน้าบ้านเลยนะ >> เปิดประตูมาปุ๊บเจอวิกฤตเราจะไล่วิกฤต ออกไปยังไง >> เป็นโจทย์ความท้าทายของรัฐบาลครับ >> แล้วน้องมายคุณผู้ชมคุณผู้ฟังอย่าลืมครับ >> ค่ะ >> หลายๆปัญหาที่เราอาจจะเหมือนลืมหรือเปล่า >> อื >> ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น >> ใช่ >> ค่าประเมินความทุจริตบ้านเราเป็นยังไงตอน นี้ >> โอ้โห >> โอ้โหหล่นแล้วหล่นอีก >> ต่ำลงเคยคุยกันก่อนหน้านี้ในรายการ เปลี่ยนมุมคิดแล้วรัฐบาลเองก็รับโจท์หมด ไปแล้วด้วยแล้วมันก็ยังมาพัวพันมาติดบ่วง กับเรื่องของพลังงานไปอีกและในวิกฤตตรงเ ล่ะค่ะอย่างที่บอกไปว่า >> ก็มักจะมีมือมืดที่อยู่ในวิกฤตนี้ >> เอาอีกแล้วนะต้องหาดูนะว่ามือใครนะต้องหา มือฉมังมาจับมือบางทีจับไปจับมาเอ๊ะนี่ มือมืดนี่นะจับออกมาออกจากศาลระบบให้ได้ ครับ >> ค่ะ >> ยิ่งไปกว่านั้นมีอีกปัญหาน้องมาย >> สแกมเมอร์มันก็ยังไม่จบนะ >> โอใช่หลอกอ >> นะครับภัยออนไลน์อะไรต่างๆ >> ปัญหายาการเสพติดว่ายังไง >> โอ้มีสะท้อนมาทุกวัน >> ยังคงบานปลายนะครับหลายๆจังหวัดแถบภาค อีสานเนี่ยอันนี้ไม่ได้พลาดพิงนะแต่เป็น ข้อมูลข้อเท็จจริงที่พี่น้องประชาชนโทรมา ใช้พื้นที่ของวิทยุรัฐสภาสภาตอนเช้า สี่แยกเกียกกายคุยกับพวกเราเพราะฉะนั้น ทุกๆประเด็นต้องบอกคุณผู้ชมคุณผู้ฟังนะ ครับ >> เวลาสื่อของเราเปิดพื้นที่อ่ะอย่างวัน เนี้ยให้คอมเมนต์ >> ผ่านทางแฟนเพจ Facebook วิทยุและโทรทัศน์ รัฐสภา >> เสียงทุกเสียงครับเราสามารถนำมาตีเป็น ประเด็นนำมาสะทสะท้อนแทนคุณผู้ฟังคุณผู้ ชมได้ในฐานะของสื่อรัฐสภาสื่อของฝ่าย นิติบัญญัติครับ >> เพราะฉะนั้นน้องมายคุณผู้ชมคุณผู้ฟังครับ จากปัญหาต่างๆปัญหาภายนอก >> อื >> ปัญหาที่กระทบกับเราปัญหาภายในที่รัฐบาล จะต้องตามแก้ >> แล้วก็จะต้องแก้ให้ได้ด้วยนะครับ >> รวมๆหลายประเด็น >> ถือว่าเป็นโจทย์ใหม่ >> ใหม่อือ >> ใหม่มั้ย >> บางอย่างไม่ใหม่แต่อันใหม่ก็มีมาแล้วอ >> แต่ใหญ่เนี่ยสำคัญใช่ >> อาจจะไม่ใหม่แต่โจทย์ใหญ่แน่ๆครับ >> ท้าทายมากๆนะเาเรียกว่ารอจ่ออยู่แล้ว >> ใช่ >> จะเดินหน้าต่อไปก้าวต่อไปแต่ละก้าวนี่จะ ต้องคิดนะฮะ >> เพราะว่าต้องแบกภาระของพี่น้องประชาชน เป็นความคาดหวังของพี่น้องประชาชน >> ค่ะ >> รอดูกัน >> โดยเฉพาะโขของคณะรัฐมนตรีหรือรายชื่อบาง คนบอกว่าขอตรงประสบการณ์โดยตรงได้มั้ย >> ใช่ตอนนี้ไม่รอแล้วนะคะคือพร้อมเลยรับ ตำแหน่งปุ๊บทำงานได้ปั๊บ >> เพราะฉะนั้นจะต้องเป็นตัวจริงเสียงจริง หรือไม่อย่างไร >> วันนี้ครับเดี๋ยวจะพามาวิเคราะห์กันใน ช่วงหน้านะ >> เราไม่อยากวิเคราะห์กันเอง 2-3 คน >> ค่ะ >> เราอยากให้คุณผู้ฟังและคุณผู้ชมนะครับมี ส่วนร่วมด้วยทางออนไลน์อย่าลืมครับแฟนเพจ Facebook วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภาอยากได้ ชมหน้าคณะรัฐมนตรีอย่างไร >> อยากให้รัฐบาลทำอะไรนะปัญหามันต้องมีทาง ออกต้องมีทางแก้ฝากกันเข้ามาครับเพราะนี่ คือเปลี่ยนมุมคิดตามต่อช่วงหน้าช่วงนี้ พักสักครู่นึงครับค่ะ [เพลง] [เพลง] ช่วงเวลาใดที่เหมาะสมที่สุดในการเติมน้ำ มันเพื่อให้ได้ปริมาณน้ำมันที่คุ้มค่าที่ สุด ช่วงเวลาก่อน 9:00 น. >> [เพลง] >> ขณะที่อุหภูญ และยัง[เพลง]คิดถึงเธอนะอ วันนี้ไม่มีเธอ[เพลง] เโลกนี้ฉันดูโรักอ[เพลง] ก็ฝึกเสนไกล[เพลง] ว่ามาได้[เสียงร้องเพลง]ไหมยังคอยโอ [เพลง] [เพลง] [เพลง] ช่วงนี้ฝุ่นเยอะแจ้งอาจารย์ครับมีกฎหมาย อะไรควบคุมเรื่องนี้บ้าง[เพลง]มั้ครับ >> ถ้าเป็นฝุ่นละอองที่มนุษย์เป็นผู้ก่อให้ เกิดขึ้นก็มีกฎหมายควบคุมอยู่แล้วล่ะไปดู กัน ตอนกฎหมายควบคุมฝุ่น กฎหมายควบคุมฝุ่น PM 2.5 ในไทยมีหลาย ฉบับทั้งกฎหมายที่มีอยู่เดิมเช่นพระ ราชบัญญัติการสาธารณสุขพ.ศ. 2535 ซึ่งควบคุมเหตุรำคาญอาทิการเผาในที่โล่ง พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่ง แวดล้อมแห่งชาติพ.ศ. 2535 ที่กำหนดมาตรฐานอากาศกฎหมายโรงงาน อุตสาหกรรมควบคุมการปล่อยมลพิษจากโรงงาน นอก[เพลง]จากนี้ยังมีกฎหมายใหม่ที่กำลัง ผลักดันคือร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด เน้นแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 5 และมูลพิษ ทางอากาศอย่างเป็นระบบโดยกำหนดให้อากาศ สะอาดเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ประชาชนสามารถฟ้องร้องรัฐได้หากไม่ดำเนิน การตามหลักผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย ไปไหนมาไหนก็อย่าลืมพกหน้ากากใส่กันฝุ่น ไปด้วยล่ะเล่าให้ฟังพอคร่าวๆนะยังมีกฎ หมายอื่นๆที่[เพลง]เกี่ยวข้องอีกไว้มา เล่าให้ฟังต่อนะครับ ได้แอ[เพลง] เพงออกใจตัวเรา [เพลง]มาเปลี่ยน[เสียงร้องเพลง]ไปหัวใจ แม้ วันหนึ่ง[เพลง]เคยรัก เรา[เพลง]มาเปลี่ยนไป [เพลง] [เพลง] คุยกันต่อเปลี่ยนมุมคิดนะครับคุณผู้ชม ครับวิกฤตรอบด้านกับด่านที่จะพิสูจน์ นโยบายของรัฐบาลครับหลายๆเรื่องราวเราคุย กันไปช่วงที่แล้วเพราะฉะนั้นมีโจทย์อะไร บ้างและโฉบหน้าคณะรัฐมนตรีหรือว่ามือฉมัง ที่จะมาบริหารราชการแผ่นดินจะต้องเป็น ยังไงครับเดี๋ยวทีมงานจะติดต่อสัมภาษณ์สดทาง โทรศัพท์นะครับกับทางอาจารย์จากทาง มหาวิทยาลัยบูรพารองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ ครับรองศาสตราจารย์ดร.โอถิ่นบางเตียวครับ ตอนนี้อาจารย์พร้อมอยู่ในสายนะครับสวัสดี ครับอาจารย์โอฬครับ >> สวัสดีครับอาจารย์ครับสวัสดีครับ >> อาจารย์ครับปูเรื่องวิกฤตก่อนวิกฤตแต่ละ ด้านที่ถือว่าเป็นโจทย์ที่รัฐบาลพูดง่ายๆ เปิดประตูมาจะต้องแก้ไขเลยเนี่ยมันมีแต่ ละประเด็นแต่ละด้านยังไงบ้างครับอาจารย์ ครับ >> มันมี 5 เรื่องใหญ่ๆนะครับที่มันมีความ สัมพันธ์กันหมดเลยนะครับ >> ประการที่ 1 เลยก็คือเรื่องปัญหาวิกฤต พลังงานเนี่ยนะครับ >> อื >> ซึ่งเป็นเรื่องหลักที่ผมคิดว่ามันกระทบ กับทุกๆประเทศในโลกแล้วประเทศไทยก็ต้อง จัดว่าเป็นอันดับแรก >> เพราะว่าวิกฤตอันนี้มันไปส่งผลต่อวิกฤต 2 เรื่องต่อมาก็คือวิกฤตเศรษฐกิจปากท้อง ซึ่งก่อนหน้าเนี้ยมันก็หนักอยู่แล้วถูก มั้ยครับ >> ครับ >> แต่คราวนี้มันเกิดการสำทับนะครับขับ เคลื่อนมาจากปัญหาวิกฤตพลังงานไปด้วย เนี่ยมันยิ่งทำให้ปัญหาเนี้ยนะครับจะขยาย ตัวเป็นวงกว้างมากขึ้น >> อื >> ประการต่อมาที่ผมคิดว่าหนักไม่แพ้กันที่ มันอยู่ในโครงสร้างสังคมการเมืองไทยมา อย่างยาวยาวนานถ้าไม่นับหนึ่งในการแก้ไข อย่างจริงๆเนี่ยมันจะกลายเป็นต้นทุนทั้ง หมดที่ทำให้ประเทศเราเนี่ยอยู่ในภาวะความ ถอดถอยหลายๆเรื่องก็คือปัญหาการ คอร์รัปชั่น >> ทั้งหมดเการคอร์รัปชั่นเนี่ยมันนะครับ แพร่ระบาดนะครับไปทุกแวดวงพระเถรเณรข้า ราชการมหาวิทยาลัยทุกองค์กรมีปัญหาการ คอร์รัปชั่นแล้วการคอร์รัปชั่นนี้มันก็ ส่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนใน ระดับเศรษฐกิจมหาภาคเพราะการคอร์รัปชั กลายเป็นต้นทุนนะครับของการผลิตที่ทำให้ บรรดานักลงทุนเนี่ยนะครับรู้สึกถึงความ ไม่แน่นอนรู้สึกถึงความไม่มั่นใจ >> นะครับซึ่งอันเนี้ยผมคิดว่ารัฐบาลต้องเอา จริงเอาจังแล้วนะครับแต่ >> ที่ผ่านมาเรามีองค์กรต่างๆในการติดตาม ตรวจสอบการคอร์รัปชั่น >> แต่อย่างไรก็ดีองค์กรเหล่านั้นเองก็ถูก ข้อคราเสียเองนะครับถึงปัญหาการ คอร์รัปชั่น >> อันหนึ่งนะที่ผมคิดว่าถ้ารัฐบาลขวินเอา จริงเอาจันทรก็คือการตรวจสอบในแวดวงข้า ราชการโดยเฉพาะระดับอธิบดีขึ้นไประดับผู้ ว่าราชการจังหวัดซึ่งกลไกเหล่าเครับ >> ไม่มีกลไกการตรวจสอบในการตัดสินใจในเชิง นโยบายที่มีผลกับนะครับอ่ามีผลกับส่วนได้ ส่วนเสียคือหลายคนมองว่าอ่าข้าราชการ ระดับนี้อนุมัตินโยบายไม่มีงบประมาณใช่ ครับอาจจะไม่มีงบประมาณแต่ผลพวงของการตัด สินใจมันนำไปสู่การคอร์รัปชั่นได้ง่าย >> ครับ >> อย่างเช่นในจังหวัดนะครับที่มีผลประโยชน์ ทับซ้อนเนี่ยเพียงแค่อนุญาตเนี่ย >> อือ >> ก็เสียหายแล้วถูกมั้ยครับเราก็จะเห็นข่าว เนาะก่อนหน้านี้ใช่มั้ยฮะแวดวงผู้บริหาร ระดับจังหวัดที่ว่าโดนสอยไปอะไรครับเห็น มั้ครับผู้อดีตผู้ว่าก่อนหน้านี้เห็นมั้ มีนะครับความร่ำรวยผิดปกติตั้ง 300 ล้าน ซึ่งตรงเนี้ยไม่มีกลไกในการตรวจสอบเลยโดย เฉพาะจังหวัดที่มีอ่ามีความซับซ้อนเรื่อง ผลประโยชน์หรือจังหวัดชายแดนทั้งหมดเนี่ย >> ซึ่งเหล่าเนี้ยมันส่งผลต่อปัญหาในวีทอื่น ๆที่รัฐบาลต้องทำ >> ประการต่อมาผมคิดว่านี้ก็หนักก็คือปัญหา ยาเสพติด >> ครับ >> ซึ่งอันเนี้ยนะครับกลายเป็นสินค้าโอททุก ตอกซอกซอยเป็นความภาคภูมิใจอย่างอัปยศของ ประเทศไทย >> เป็นสินค้าโอครับก็คือทุก >> นั่นก็คือทุกกรอกซอกซอยนะครับมียาบ้าเป็น สินค้าเอาไว้ขายบริการโดยที่กลไกทางกฎ หมายไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย >> สิ่งที่เราตามมาก็คือลูกหลานของเราอนาคต ของเราเนี่ยมันจะต้องเสียหายกับพิษภัยยา เสพติดเป็นความเจ็บปวดมากมากทั้ง 2 ท่าน และผมคงได้ยินข่าวอื >> อ >> เพราะลูกฆ่าพ่อลูกฆ่าแม่การฆาตกรรมเป็น สิ่งปกติในสภาพความผิดปกติเหล่านี้ดำรง อยู่อย่างปกติของสังคมไทยอีกแสดงว่านี่ คือความผิดปกติจริงๆที่เป็นความท้าทายของ รัฐบาลชุดใหม่นะครับ >> อ่าอือๆค่ะ >> ตอนเนี้ยคือพี่ต้นเคยได้ยินผู้ชนะ 10 ทิศ มั้ย >> แต่ตอนเนี้ย >> ไม่ใช่ผู้ชนะและ >> ยังไงล่ะ >> ตอนเนี้ยเป็นผู้แบก 10 ทิศะ >> อ๋อเป็นเดกเหรอเป็นเดทีอาจารย์ทักษะหรือ สกิลที่รัฐบาลต้องพาคนไทยไปให้รอดเนี่ย อาจารย์ว่ามันควรจะต้องเป็นแบบไหนคะ อาจารย์ >> มันยังไงมันเป็นความท้าทายมากนะก็คือต้อง ยอมรับว่าภายใต้โครงสร้างองคปยพทางการ เมืองแบบนี้ >> นะครับพรรคภูมิใจไทยไม่สามารถจัดตั้ง รัฐบาลพรรคเดียวได้ >> นะครับและพรรคภูมิใจไทยเองก็อยากจะแก้ ปัญหาความคาดหวังของสังคม >> ในการที่จะเปลี่ยนเลือดถ่ายเลือดนะครับ จากนักการเมืองรุ่น 1 มาสูง 1 แต่จัง จังหวะมันไม่ค่อยบาลานซกันนะครับก็คือ อย่างเช่นก็คือที่มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นรัฐมนตรีคนรุ่นใหม่ซึ่งแน่นอนว่า สังคมก็ต้องการคนรุ่นใหม่ถูกมั้ฮะอยากแฉน การเปลี่ยนแปลงแล้วคนเหล่านี้ก็มาตามคัน รองระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทนด้วยแต่ ปรากฏว่าเขามาแล้วมันเจอปัญหาวิกฤตที่มัน หนักหน่วงอ่ะครับ >> ตั้งแต่วิกฤตพลังงานเศรษฐกิจปากท้องความ เชื่อมั่นในการลงทุนปัญหาการคอร์รัปชั่น ยาเสพติดซึ่งหนักหน่วงทั้งนั้น >> แล้วมาบวกกับว่าคนเหล่านี้ถูกนะครับ วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นรัฐมนตรีลูกเทพ >> กลัวจะถูกครอบงำจากบรรดานะครับคุณพ่อคุณ แม่ >> ซึ่งอันเนี้ยมันเลยเป็นความท้าทายแต่ อย่างไรก็ดีนะครับผมคิดว่าถ้าเรายอมรับ ว่าในเมื่อเราอยู่ภายใต้กติกาแบบนี้จะชอบ ไม่ชอบก็อีกเรื่องหนึ่งแต่เมื่อมันเป็น กติกา >> เราจะต้องใจกว้าง >> ใจกว้างให้คนรุ่นใหม่เหล่านี้นะครับก็มา ทำหน้าที่แต่คนรุ่นใหม่เหล่านี้ก็ต้องทำ หน้าที่บนความท้าทายนะครับไม่ได้หมายความ ว่าพ่อฉันเป็นใหญ่แม่ฉันเป็นใหญ่ฉันได้ แต่งตั้งมาแล้วก็ก็ถูกต้อง >> ความท้าทายแบบเนี้ยคนเหล่านี้ก็ต้องคิด ถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาว่ามีรัฐบาลใดบ้าง ในอดีตเผชิญกับความท้าทายเหล่านี้แล้วเมี วิธีการรับมืออย่างไร >> อื >> ค่ะ >> อาจารย์โอันครับถ้าเรามองปัญหาเนี่ยคือ ปัญหาเนี่ยผมเชื่อว่าปัญหามันก็อยู่ของ มันนะ >> เพียงแต่ว่ามันมาท่ามกลางโลกที่เปลี่ยน สังคมที่เปลี่ยน รุ่นใหม่ที่จะเข้ามาเป็นที่ผู้บริหาร ประเทศเนี่ย >> ทีนี้อาจารย์คิดว่ารูปแบบหรือวิธีการกลไก อาจจะเป็นการตรวจสอบการเอ่อที่จะมีกระบวน การของคนรุ่นใหม่กับสถานการณ์ปัจจุบัน เนี่ยอาจารย์ให้ระยะเวลา >> ในการท้าทายหรือการแก้โจทย์ตรงเนี้ยใน มุม ของอาจารย์คิดว่าต้องนานสักเท่าไหร่ถึงจะ ประเมินได้ว่าโอเคหรือไม่โอเคในมุมของ ประชาชน >> อันแรกผมคิดว่าผมให้แบ่งเป็นช่วงนะครับ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน 1 เดือนเนี่ยผม อยากแผนการฟอร์มทีม >> ครับ >> ก็คือใช้หลักการง่ายๆนะครับภายใต้ความท้า ทายแบบนี้นะครับแล้วก็ที่ผ่านมานะครับ รัฐมนตรีจำนวนมากนั้นนะครับก็มีปัญหาใน การทำงานขาดวิสัยทัศน์มีผลประโยชน์ทับ ซ้อนฟังข้าราชการข้าราชการเองก็มีผล ประโยชน์ทับซ้อนกับกลุ่มทุนธุรกิจถ้าเกิด ว่ารัฐมนตรีเหล่านี้ว่าเห็นว่าเป็นจุด เริ่มต้นในความท้าทายตัวเองและเป็นโอกาส สำคัญในการที่ตัวเองจะฝึกหรือนะครับสร้าง วิธีการบริหารใหม่ๆก็คือการดึงคนสร้างทีม ขึ้นมา >> ทั้ง 2 ท่านจำได้ใช่มั้ครับรัฐบาลพลเอก ชาติชายภาพลักษณ์ก็ไม่ค่อยได้ดีมาก >> แต่รัฐบาลพลเอกชาติชาย >> มีตัวช่วยสำคัญก็คือทีมที่ปรึกษา รัฐบาล[เสียงกระแอม]พลเอกเปรมก็เช่นเดียว กันรัฐบาลคุณอานัน์ปัญญราชุนรัฐบาลนะครับ ของคุณทักษิณชินวัตร >> คือผมพยายามจะบอกว่าในเมื่อกลไกกติกาทาง การเมืองเป็นแบบนี้ลูกหลานของนักการเมือง เข้ามาดำรงตำแหน่งพวกคุณจะทำงานแบบเดิม ไม่ได้เพราะสังคมมีความคาดหวังความท้าทาย และการสร้างทีมแบบนี้นะครับไม่ใช่เพียง แค่ว่าเอาพวกเทคโนแลตหรือว่าพวกนัก วิชาการ >> ผมอยากจะ[เสียงกระแอม]ได้ทีมคนรุ่นใหม่ แล้วคนที่อยู่ในหน้างานจริงๆ >> ทั้งอย่างเช่นนะครับถ้าทำการสื่อสารใน ภาวะวิกฤตก็ต้องมีทีมสื่อก็อาจจะเป็นคุณ มายนะครับหรือว่าคุณต้นเข้าไปเอาคนที่ อยู่ในงานจริงๆ >> เออคนทำงานจริงตัวจริงนะคือ 1 เดือนแรกผม อยากเห็นทีมแบบ >> นะครับเห็นทีมไม่ใช่แค่ทีมเพียงเพื่อนะ ครับเอาไปขอสายสะพายทีมเพื่อไปประกาศนะ ครับไว้ที่นะครับต่างจังหวัดเพื่อที่จะ ได้ประกาศแต่อนุภาพว่าตัวเองเเป็นที่ ปรึกษานายกหรือที่ปรึกษารัฐมนตรีไอ้แบบ นั้นน่ะมันวิธีการบริหารแบบเดิมความท้า ท้าทายความท้าทายอาจารย์ฮะ >> ความท้าทายยังไงครับอาจารย์ต่อนิดนึง อาจารย์ >> คือความท้าทายเนี่ยมันจะทำให้เห็นว่าเออ เนี่ยรัฐบาลคนรุ่นใหม่ก็จริงแต่คนรุ่น ใหม่รู้ว่าในความท้าทายแบบนี้จะเตรียมทำ ความพร้อมในการรับมืออย่างไรกับปัญหาที่ มันดุมเร้าและมันมีลักษณะเชื่อมโยงสำนกัน นะคือ 1 ทำแรกผมต้องต้องการอันนี้ประการ ต่อมาอันดับที่ 2 ก็คือพอได้ทีมเสร็จปั๊บ ผมอยากเขียน road แม็กว่า >> อ >> คุณมีวิธีการหรือว่าคุณมีวาระอะไรสำคัญ สำคัญก็คือต้องยอมรับนะครับว่าในโครง สร้างทางการเมืองอ่ะผมมั่นใจว่ารัฐมนตรี แต่ละคนเไม่สามารถอยู่ได้ครบ 4 ปีหรอก ครับ >> โอ >> เพราะว่ามันมีความรออยู่เยอะใช่มั้ยฮะอ >> แต่ในระยะเวลาอันสั้น 6 เดือนเนี่ยเนี่ย >> ครับ >> ค่ะ >> ใน 3 เดือนเนี่ยคุณจะทำอะไรเป็นอันดับแรก คือจัดลำดับความสำคัญของปัญหาให้ได้ >> อื >> ค่ะ >> แล้วก็ 6 เดือนพอหลังจาก 3 เดือนเสร็จ ปั๊บรูปธรรมที่เกิดขึ้นเนี่ย >> ก็คือการวางแบบเนี้ยถ้าเกิดว่าสร้างทีม ได้จัดลำดับความสำคัญของปัญหาได้แล้วก็ ผับเคลื่อนไปได้แสดงว่าเนี่ยผมจะรู้สึก ว่าเออเค้าเทำได้แต่ถ้า 6 เดือนไปแล้วมี ความสามารถไปเพียงแค่เปิดงานนะครับไปงาน ผักคีโรยหน้าที่บรรดา แล้วก็แต่งชั อะไรก็ไม่ได้ตายผมคิดว่ากลับไป >> ทำงานที่บ้านเถอะครับแต่ไม่ต้อง >> กดอาจารย์อาจารย์พูดตรงๆ >> ไม่ไหวผมคิดว่าพวกเรานี่แหละครับจะบอก เถอะครับว่ากลับไปเลี้ยงวัวเถอะน้องกลับ ไปเลี้ยงวัวเถอะพี่ >> โอ้โหครับ >> อันเนี้ยชัดเจนครับเท่าที่เราฟังอาจารย์ โอฬมาคืออาจารย์บอกว่าวัด >> โจทย์ที่จะวัดได้คือทำ >> อใช่ครับ >> อ >> ทำให้เห็นทีนี้สิ่งที่น่าสนใจที่อาจารย์ เสนอเมื่อสักครู่ครับอเรามีตัวชี้วัดนะ อาจจะ 3 เดือน 6 เดือนก็ตามแล้วอาจารย์ก็ บอกเมื่อสักครู่ว่าบรรดารัฐมนตรีอาจจะ ต้องมีการเปลี่ยน >> อ่ะเดี๋ยวเปลี่ยนเป็นอีกชุดนึงทีนี้ >> ประชาชนอาจจะตั้งคำถามครับอาจารย์โอฬว่า >> การเปลี่ยนตัวหรือว่าเปลี่ยนมาร์คการศึก เนี่ย >> อือ >> อาจารย์คิดว่ามันจะมีผลต่อการบริหาร ราชการแผ่นดินหรือบริหารประเทศมั้ยในแต่ ละ >> มีผลครับเพราะว่าถ้าเกิดว่ารัฐมนตรีแต่ละ ท่านเนี่ยนะครับ >> ทำงานดีหรือเฉพาะคนที่ทำงานดีแล้วถูก มาเปลี่ยนเนี่ยแต่อันเนี้ยครับมันก็จะอาจ จะ มีความยืดหยุ่นได้ >> อ๋อ >> เพราะมันกลายเป็นคะแนนนิยมทางการเมืองที่ คนอยากจะได้รัฐมนตรีท่านนี้ต่อ >> ครับ >> ซึ่งมันก็เป็นความท้าทายว่าเอาล่ะในเมื่อ คุณอาจจะได้แค่ปีนึงนะแต่ถ้าเกิดว่าคุณทำ ได้ต่อเนี่ยนะครับคุณอาจจะอยู่ต่อก็ได้ นี่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจก่อนนะครับของนะ ครับหัวหน้ารัฐบาลก็คือท่านนายกตรีอ่ะฮะอ >> ออื >> ค่ะแล้วนี่เดี๋ยวใกล้แล้วด้วยเนาะจะแถลง >> คืออันนี้คือส่วนหนึ่งอันที่ผม [เสียงกระแอม]วางเงื่อนไขที่ดูมันเยอะแบบ เนี้ยคือผมคิดว่าเรา 3 คนเนี่ยก็อยากจะ ให้คนรุ่นใหม่ทำงานถูกมั้ยในทางการเมือง ปิลูกหลา คนอื่นแต่เราอยากจะสนับสนุนให้เขาทำงาน ด้วยวิธีการอย่างเป็นระบบ >> อะไรใช่ฮะไม่ใช่เพียงแค่เป็นลูกบ้านใหญ่ เป็นลูกตระกูลทางการเมืองพ่อ >> ค่ะ >> ชองให้ก็ทำทุกอย่างทำแบบเดิมจงเรียนรู้ใน สิ่งที่ล้มเหลวของคุณพ่อคุณแม่ >> จงเอาจุดแข็งของคุณพ่อคุณแม่ต่อยอดทำให้ มันดีเราเห็นนักการเมืองรุ่นใหม่จำนวนมาก ที่มาจากบ้านใหญ่ก็ไม่ได้เลวร้ายทั้งหมด อันที่เช่นนะครับคุณพราาดรปริศนานันทกุล >> อื >> อ่า >> เพราะเราให้โอกาสเขาแล้วเาก็ทำงานสามารถ ที่จะตอบโจทย์นะครับสถานการณ์หลายๆอย่าง ที่ในหน้าที่ของเขาผมว่านี่คือสำคัญ >> เราอยู่ในสังคมประชาธิปไตยเราต้องใจกว้าง และต้องเชื่อศักยภาพของคนรุ่นใหม่เพียง แค่ว่าเราจะต้องให้โอกาสเค้า >> ครับอาจารย์ทีนี้ในมุมของภาคประชาชนเนี่ย ยิ่งใกล้ๆกับช่วงที่กำลังจะแถลงนโยบายต่อ รัฐสภาอาจารย์คิดว่ามาถามเลยก็ได้ฮะ ท่ามกลางสถานการณ์หลายวิบ่ะ >> คือ >> ต้องยังไง >> ต้องยังไงต่อ >> สายตาประชาชนเสียงประชาชน >> คือ 2 เรื่องนะคือเรื่องแรกต้องยอมรับว่า ไอ้ปัญหาวิกฤตพลังงานเนี่ยมันสะท้อนถึง วิธีการสื่อสารของรัฐบาลเนี่ย >> ที่มันทำให้ประชาชนเนี่ยขาดความเชื่อมั่น ค่อนข้างมาก >> อื >> นะครับขาดความเป็นเอกภาพขาดแผนการที่ชัด เจนว่าจะรับมือจะแก้ปัญหายังไงแล้วหลายๆ อย่างก็ยังขุมเกลือสภาพภาพแบบเนี้ยด้วย เสรีภาพของประชาชนในสังคมไทยที่มันมาก 2 ด้วยเสรีภาพของสื่อเนี่ยเสียงวิพากษ์ วิจารณ์เนี่ยนะครับจะถ่าโถมหนักมากไปที่ รัฐบาลและถ่าโถมไปหนักมากนะครับในกระบวน การในวันที่แถลงนโยบายเพราะความเชื่อมั่น ไม่มีซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลจะต้องนะครับทำ 2 เรื่องคือ >> กอบกู้วิกฤตศรัทธาสร้างความเชื่อมั่นกับ ประชาชนประการต่อมาในหมู่ภาคประชาชนเองก็ ไม่ใช่คิดว่าตัวเองจะมีอำนาจนะครับ 100% นะจะต้องตระหนักว่าสถานการณ์วันเนี้ยเรา ได้แสดงความเป็นประชาชนหรือพลเมือง >> ครับอ >> เรื่องนี้สำคัญนะผมเห็นปัญหาเรื่องพลัง งานเนี่ยเอาล่ะสถานการณ์ตอนนี้รัฐบาลจะ ต้องเป็นเจ้าภาพโดนด่าโดนวิพากษ์วิจารณ์ ก็ต้องรับแต่เราเห็นประชาชนเองนะครับส่วน หนึ่งนะโดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีฐานะทาง เศรษฐกิจเนี่ยก็ยังไม่ได้ตระหนักต่อปัญหา นี้เลยนะ >> ออถ้าเราถ้าเราคิดว่าเราเป็นพลเมืองเนี่ย ปัญหาร่วมที่เป็นปัญหาร่วมของสังคมเนี่ย เราจะผลักภาระให้กับรัฐบบาลทั้งหมดไม่ได้ เราในฐานะพลังของเมืองก็ต้องมีความคิด ความอ่านอะไรบ้างที่จะช่วยกันนะครับซึ่ง เรื่องนี้เองก็รัฐบาลเองก็ก็ไม่ได้ทำอ่ะ นะคือสังคมประชาธิปไตยมันจะไปได้ต่อเมื่อ ประชาชนได้ยกระดับตัวเองไปสู่ความเป็น พลเมืองแล้วก็รัฐบาลเองก็ทำให้เห็นว่า ปัญหาเนี่ยนะครับจะต้องมีส่วนร่วมด้วย ช่วยกันทุกภาคส่วน >> นะครับซึ่งถ้าประชาชนเนี่ยไม่ใช่เพียงแค่ วิพากษ์วิจารณ์นะครับกนด่ารัฐบาลแต่ พยายามที่จะยกระดับตัวเองมาสู่เป็น พลเมืองว่าเราจะช่วยกันยังไงในการที่จะนะ ครับจัดการหรือว่าคนละไม้คนละมือในการดู แลปัญหาพลังงาน >> รวมทั้งนะครับการส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ นโยบายสาธารณะของรัฐบาลนะครับอย่างมี วุฒิภาวะไม่ใช่แค่เอามันหรือว่าไม่ ต้องการแค่ยอดไรหรือ content นะครับ >> อ่าครับอาจารย์อันเนี้ยสำคัญเพราะผมมอง ว่าย้อนกลับไปที่อาจารย์บอกว่าการสื่อสาร >> นะครับการสื่อสารเนี่ยโดยเฉพาะผมใช้คำว่า การสื่อสารในภาวะวิกฤตหลายคนถามถึงว่าอาจ จะต้องมีแอชัยังไงอืหน่วยงยังไทำยังไงคิด ว่าตรงนี้จะต้องเข้ามาเติมเต็มมากกว่าที่ ที่เป็นอยู่หรือเปล่าครับมากครับคือมัน ต้องทำหลายอย่างคู่กันถ้าถ้าทั้ง 2 ท่าน สังเกตนะ >> ปัญหาวิกฤตคันเนี้ยเกิดขึ้นทั้งโลกนะครับ >> ใช่ครับ >> แต่เมื่อเราเปรียบเทียบกับรัฐบาลหลายๆ รัฐบาลในโลกเนี้ยนะครับไม่ว่าอย่างเช่น มาเลเซียสิงคโปร์ >> ญี่ปุ่นเกาหลีใต้ทำไมประชาชนนะครับของ เค้านะครับบริษัทห้างร้านภาคธุรกิจเอกชน ของเขาจึงเชื่อมั่นในรัฐบาล >> ครับ >> อื >> ซึ่งแสดงว่าตัวรัฐบาลเองก็ต้องมาถอดบท เรียนว่าอะไรที่ทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่น สร้างกระบวนการการสื่อสารที่ทำให้ประชาชน เชื่อมั่นให้ได้ 2 มาตรการของภาครัฐจะ ต้องเป็นรูปธรรมและเห็นนะครับอะไรอย่าง ชัดเจนวันเนี้นะครับยอมรับว่าร่อรัฐบาลก็ ออกมาตรการต่างๆแต่วิธีการปฏิบัติของภาค ราชการเนี่ยผมคิดว่ายังเบาบางมากพอราช รัฐบาลหรือว่าราชการยังไม่เอาจริงเอาจัง ในมาตรการการแบบนี้มันก็ทำให้ประชาชนไม่ เชื่อมั่นมันก็ทำให้ภาคธุรกิจเอกชนไม่ เชื่อมั่นถ้ารัฐบาลเนี่ยทำเป็นตัวอย่าง เอาไว้เห็นและทุกคนเนี่ยตระหนักร่วมกัน ทุกอย่างต้องทำไปด้วยกันนะครับไม่ใช่ เพียงแค่ว่าสร้างการสื่อสารในภาวะวิกฤต แต่ต้องทำให้เห็นว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่ ทุกคนจะต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือครับ >> อื >> ค่ะซึ่งหลายคนก็พูดถึงการสร้างการมีส่วน ร่วม >> อ่าไม่ใช่แค่วิกฤตจะต้องไปอยู่ที่มือใคร และใครแก้เท่านั้นต้องช่วยกันเอ่อรัฐบาล เนี่ยได้เปิดพื้นที่มากหรือน้อยแค่ไหน เท่าที่อาจารย์ได้มองยิ่งวิกฤตแบบนี้ที่ หลายคนต้องช่วยกันต้องระดมสภกำลังร่วมกัน น่ะค่ะอาจารย์ >> คือถ้าผมเห็นระบบราชการนะคือรัฐบาลมอบ นโยบายก็จริงแต่ระบบราชการก็อ้างว่าทำ แล้วก็คือทำแต่เฉพาะเอกสารครับ >> อ๋อ >> แต่ไอ้การลงมือปฏิบัติน่ะมันไม่เกิดขึ้น พอไม่เกิดขึ้นมันก็ไม่สามารถสร้างความ เชื่อคือผมจะบอกว่าถ้าจะทำนะครับรัฐบาล ต้องนะครับกดดันให้ภาคราชการเนี่ยทำให้ เห็นว่าบริจัพลังงานทำอย่างไร >> อื >> 2 ชวนภาคอ >> เอกชนนะครับอะไรที่สามารถช่วยเค้าเพื่อ ให้เค้าสามารถที่จะไปลดจนภาษีหรือทำให้ เขาสามารถสร้างกระบวนการ CSR ของบริษัทใน การทำเห็นว่าบริษัทไม่ได้หากำไรอย่าง เดียวนะแต่บริษัทที่มาอยู่ในประเทศไทย ต่างคำนึงถึงปัญหานี้ร่วมกันมีมาตรการยัง ไงให้คนในบริษัทนะครับได้ >> ประหยัดพลังงานภาคประชาสังคมภาคองค์กรปก ครองท้องถิ่นเนี่ยมันต้องร่วมด้วยช่วยกัน นะครับถ้ามันทำแบบถูกต้องครับมันจะทำให้ รู้สึกว่าเออปัญหาเเป็นปัญหาร่วมเราจะไม่ โทษใคร >> นะครับแล้วก็จะไม่ด่าใครอย่างเดียวคือด่า ได้ด่ารัฐบาลด่าได้อยู่แล้ววิจารณ์ได้แต่ ถ้าเรามองกลับว่าสังคมประชาธิปไตยสังคม ที่คนมีคุณภาพนั้นปัญหาเหล่าเนี้ยมันเป็น ปัญหาร่วมเราจะต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ นะอือฮึครับอาจารย์อัครับมีนิดนึง ประชาชนส่งความเห็นมาบอกว่าเอ่ออย่างกรณี ของรัฐมนตรีเนี่ย >> ค่ะ >> เราจะจะต้องตั้งสเปคยังไงคือ 1 อ่ะ ประสบการณ์ >> อื >> หรือว่าที่เราคุยกันไปโอเคแหละอาจจะ สามารถต้องให้ข้อพิสูจน์ด้วยหรือจะต้องดู ที่ความเชี่ยวชาญเฉพาะหรือว่าตัดสเปคตัด เกรดกันแต่ละคนแต่ละท่านที่คุมเก้าอี้ >> อื >> ของ[เสียงกระแอม]กระทรวงอยู่ยังไงบ้าง ครับอาจารย์ >> คืออย่างเงี้ยก็คือผมจะเล่าเท้าความนี่ คือว่าของเราเนี่ย >> ตั้งแต่ย้อนนิดนึงรัฐมนตรีรัฐธรรมนูญปี 40 นะครับเาออกแบบนะครับการได้มาสส.เี่นะ ครับอยู่ 2 ลักษณะคือสส.เขตกับสส.บัญชี รายชื่อ >> ครับ >> สช.สส.บัญชีรายชื่อเนี่ยเาก็มีเจตนาว่าคน ที่อาจจะไม่เป็นนักการเมืองไม่ได้เป็น บ้านใหญ่ไม่ถนัดงานพื้นที่แต่มีความรู้ ความสามารถเข้ามาอยู่บนบัญชีรายชื่อเพื่อ ให้คนได้เลือกว่าคนเหล่านี้แหละนะจะไป เป็นรัฐมนตรีก็คืออาจจะเป็นเทคโนATนัก วิชาการคนที่มีประสบการณ์เท่านั้นจริงๆ >> แต่พอมาระยะหลังเนี่ยไอ้บัญชีรายชื่อมัน ไม่ได้ตั้งอยู่บนหลักการอย่างเงี้ยครับ >> มันกลายเป็นเจ้าของพรรคกลุ่มทุนโคต้าของ ตระกูลนั้นตระกูลนี้มันก็เลยทำให้คนที่ ได้มาเนี่ยมันก็อาจจะถูกตั้งคำถามต่อ คุณสมบัติที่เหมาะสม >> คือพอไปแบบนี้แล้วมาบวกกับการจัดตั้ง รัฐบาลภายใต้สัดส่วนผสมแบบจัดสรรปันส่วน อำนาจเนี่ยมันก็เลยทำให้ความคาดหวังของ ประชาชนเยิ่งห่างไกลจากคนที่จะมาเป็น รัฐมนตรี >> โอ้โห >> นี่คือผมพยายามไล่ยาวๆนี่คือปัญหาว่า >> อ่าคือทุกคนก็อยากจะได้รัฐมนตรีที่มีความ รู้มีความสามารถมีวิเศษทัศนมีประสบการณ์ แต่พอพอจัดสรรแบบเนี้ยมันจึงเห็นว่าบางคน ก็เป็นรัฐมนตอ่าส.ส. 1 สมัย 2 สมัย >> ลำพังเขตของตัวเองยังไม่รู้ปัญหาครอบคลุม เลยลำพังเขตของตัวเองยังไม่รู้เลยว่าเขต ของตัวเองอยู่ตรงไหนยังไงบ้างเพราะคุณพ่อ คุณแม่จัดสรรให้และคุณพ่อคุณแม่ก็อยากจะ ได้เติบโตบนเส้นทางการเมือง >> อือ >> นะครับมันก็เลยจัดสรรแบบนี้พอจัดสรรแบบ เนี้ยผมก็เลยบอกว่าเนี่ยแหละคือสังคมก็จะ มีความกังวลใจแต่ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ก็ ต้องพยายามทำทีมให้มันดีนะครับทำทีมให้ดี สร้างตัวชี้วัดของตัวเองสร้างคitmentนะ ครับแถลงกับประชาชนเลยอ่าข้าพเจ้านะครับ นายนี้นางสาวนี้นะครับเป็นคนรุ่นใหม่ก็ จริงมาจากแต่ก็มาจากกลไกทางการเมืองแต่ก็ จะสร้างสัญญากับประชาชนว่าจะทำอันนี้อัน นี้ >> นะครับอะไรที่ประชาชนเห็นว่าข้าพเจ้าหรือ ว่าทำงานอะไรแล้วนะครับก็จะสามารถส่อง ข้อมูลนะครับหรือให้แนะนำเพิ่มเติมได้ก็คือ สร้างการสื่อสารอย่างรอบด้านเพื่อฟังนำไป บริหารจัดการก็คือสรับเปลี่ยนวิธีคิดใน การทำงานอ่ะ คือนอกเสียจากว่าเราเห็นปัญหาแบบนี้แล้ว ว่าเออระบบแบบนี้ไม่ได้เราก็ต้องไปวาง หลักใหม่นะครับเพื่อให้พรรคแต่ละพรรค เนี่ยจะต้องมีทีมนะครับครม.ที่นะครับมี ความพร้อมมากกว่านี้อ >> อือๆ >> ค่ะรายละเอียดตรงนี้ชัดเจนนะ >> ใช่แล้วอาจารย์มองนอกเหนือจากรัฐบาลเนาะ เาก็จะต้องมีองคพยพของเขาพรรคร่วมอะไร เงี้ยเออพรรคร่วมอะไรเงี้ยค่ะอาจารย์ อาจารย์มองเซตนี้เป็นยังไงกับการทำงานณ ที่จะเกิดขึ้นคะ >> คือพรรคร่วมนะครับผมคิดว่าการจัดครม. เที่ยวนี้มันจะมีลักษณะพิเศษก็คือแบ่งกัน ตามสัดส่วนอย่างชัดเจนก็คือพรรคไหนรับผิด ชอบกระทรวงใดก็เอาไปทั้งรัฐมนตรีว่าการ และรัฐมนตรีช่วย >> หาการของพรรคเพื่อไทยผมคิดว่าเค้าก็ต้อง มีความจำเป็นในการต้องเข้าร่วมรัฐบาล >> เพราะการเข้าร่วมรัฐบาลนั้นมันเป็นช่อง ทางเดียวที่เขาจะได้พิสูจน์ความสามารถ >> อ >> แล้วผมก็เชื่อว่ารัฐบาลยุทธเนี่ยนะครับ โดยองคาพยพนะครับถ้าเขาสามารถแก้วิกฤต ปัญหาเฉพาะหน้าหรือวิกฤตปัญหาที่ผมพูดไป 5 ประการนี้ได้เนี่ย >> ครับ >> เงื่อนไขเชิงโครงสร้างเนี่ยทำให้เขา สามารถอยู่ได้นะครับยาวๆเลย >> อื >> แล้วผมก็ประเมินนะว่าพรรคเพื่อไทยก็ยังจะ อยู่ในสถานะนี้ต่อนอกเจากว่านะครับวันใด วันหนึ่งคุณทักษิณนะครับได้รับการพก่าพัก โทษรัฐบาล[เสียงกระแอม]แก้ปัญหาไม่ได้ เกิดวิกฤตภายในเกิดขึ้นจากรัฐบาลเนี่ย แล้วถ้าเกิดว่าพรรคเพื่อไทยนะครับอาจจะ ส่งสัญญาณไปจับมือกับพรรคกล้าทำส่งสัญญาณ จับมือกับพรรคส้มเนี่ยก็อาจจะเป็นเงื่อนไขหนึ่ง[เสียงกระแอม]แต่ไม่ใช่เวลานี้สัก ระยะนึงอ่ะครับ >> ครับอาจารย์หลายคนถามว่าการเมืองบ้านเรา เนี่ยเหมือนเปรียบเหมือนเป็นปลา >> อ่ะ >> ปลาเปลี่ยนน้ำได้เสมอหรือเปล่าครับ อาจารย์ครับถ้ามองนัยยะตรง >> ใช่ก็คือมันเป็นโครงสร้างการเมืองเรา เนี่ยการเมืองของเราต้องโครงสร้างการ เมืองเราเนี่ยมันเป็นการเมืองที่เราเรียก ว่าระบบธุรกิจการเมือง >> โอ >> มันมีลักษณะที่ต้องใช้ทรัพยากรใช้เงินทุน นะครับเข้ามาสู่อำนาจทางการเมืองแล้วก็ แต่ละคนก็เห็นประโยชน์ในมุมนั้นมากกว่า จึงไม่แปลกที่มีลักษณะแบบปลาเปลี่ยนน้ำก็ คืออยู่ได้ทุกน้ำถ้าน้ำนั้นมีออกซิเจนมี อาหารพอให้ตัวเองได้บริโภค โอ๊ >> อืแต่ทีนี้คนที่จะได้รับผลกระทบเนี่ยก็ คือ >> พวกเราน้องประชาชนเนี่ย >> ถูกต้องครับ[เสียงหัวเราะ]ที่บอกว่าที่ ที่ 1 ก็คือถ้าเราสามารถสร้างกติกาที่ เป็นธรรมมากกว่านี้ 2 ประชาชนไม่ใช่เพียง แค่คนวิพากษ์วิจารณ์เราต้องช่วยกันยก ระดับตัวเองมาเป็นพลเมือง >> อื >> นะครับแรงกดดันของพลเมืองอย่าทำจะทำ อะไรหลายๆอย่างที่เขาไม่กล้าทำซึ่งหลายๆ เรื่องเนี่ยมันเกิดขึ้นมาจากพลเมืองเช่น เดียวกันที่ทำบนักการเมืองที่มี 7 จำนงมี วาระไม่กล้าทำสิ่งเหล่านั้นออกมาเพราะ สังคมคอยกดดันโดยเฉพาะถ้าเราช่วยกันยก ระดับตัวเองเป็นพลเมืองภายใต้เสรีภาพของ สื่อของเราเนี่ยมันจะช่วยได้เยอะในการที่ ทำให้รัฐมนตรีเหล่านั้นไม่กล้าทำทั้ง 2 ท่านสังเกตนะ >> คุณอนุทธินนะถ้าคุณอนุทินเห็นมั้ยแรงกด ดันจากเรื่องจริยธรรมก็ไม่เอาเลยอ >> อืก็จะสกรีนค่อนข้างหนัก >> แรงกดดันนะครับจากคนที่เคยเป็นรัฐมนตรีมา อย่างยาว สังคมรับไม่ได้ก็ก็หลุดเห็นมั้ครับ >> อยากจะเปลี่ยน >> ใช่ครับผมคิดว่านักการเมืองไม่อยากจะ เปลี่ยนหรอกครับแต่พวกเรานี่แหละครับกด ดันอะไรบางอย่าง >> ครับอาจารย์โอรันย้ำคำว่าพลเมืองหลาย ครั้ง >> นะครับขอความรู้ทางวิชาการนิดนึงครับ อาจารย์พลเมือง >> ตามรัฐธรรมนูญเนี่ยให้คุณผู้ฟังและคุณ ผู้ชมได้เข้าใจเนี่ยคือ >> ถ้าเช็คลิสต์ว่าตัวเองเป็นพลเมืองหรือยัง ดูจากตรงไหนบ้างครับอาจารย์ครับ >> เอพลเมืองนะครับของผมกับพลพลเมืองของ หนังสือราชการไทยอาจจะแตกต่างกันนะก็คือ อันดับแรกก็คือหนังสือราชการไทยหรือว่า หนังสือภาษาไทยก็คือคนที่เชื่อฟังรัฐ >> คนที่สงบเรียบร้อยสำรวมแล้วก็เป็นคนที่นะ ครับ >> ทำตามเงื่อนไขทุกอย่างแต่ถ้าเป็นพลเมือง ในทางวิชาการคือ 1 เป็นคนที่มีเหตุมีผล >> อเหตุผลมา >> เหตุผล 2 เป็นคนที่ใจกว้างยอมรับใน ศักยภาพของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน >> ค่ะ >> กับ 3 เป็นคนที่ไม่ถูกครอบงำนะครับจาก อำนาจนะครับอื่นใด >> แล้วก็ 4 เป็นคนที่ตระหนักต่อปัญหา สาธารณะ >> ก็คือไม่ว่าจะเป็นปัญหานั้นเป็นปัญหาเล็ก ๆในชุมชนในสังคมในจังหวัดถ้ามันเป็นปัญหา กระทบกับคนจำนวนมากเราจะบอกว่าไม่ใช่ ปัญหาเราไม่ได้ >> จะผลักภาระให้แก่ใครส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ ได้นี่คือองค์ประกอบนะครับง่ายๆนะครับที่ ทุกคนเนี่ยสามารถเอาไปนะครับเทียบวัดกับ ตัวเองด้วยว่าตัวตอนนี้ตัวเองเป็นพลเมือง หรือประชา >> ครับอ่า >> ค่ะ >> โอเหมือนสัญญาณอาจารย์จะหายไปเนาะได้ยิน เสียงได้ยิน >> สัญญาณหายไปเมื่อสักครู่ครับอาจารย์ต่อ นิดนึงครับอาจารย์เชิญฮะครับ >> ก็คือ 4 ข้ออย่างที่บอกว่าลองไปวัดสนุกๆ กันในครอบครัวก็ได้ >> นะครับว่าเออวันนี้เรารู้สึกว่าเรามีเหตุ ผลหรือเปล่า >> 2 เราใจกว้างเรายอมรับศักยภาพของเพื่อ มนุษย์หรือไม่ >> 3 เราถูกครอบงำในการตัดสินใจจากอำนาจ ชาติอื่นใดหรือไม่ >> 4 เราตระหนักต่อปัญหาร่วมหรือปัญหาสารณะ มากน้อยแค่ไหน >> ระหว่างทานข้าวตอนเย็นเนี่ยชวนกันคุยใน ครอบครัวแล้วดูว่าเนี่ยอาจารย์เจบมา 4 ข้อครอบครัวเรามาดูซิว่าพ่อแม่ลูกเนี่ย เราเป็นพลเมืองหรือประชาชนง่ายๆครับไม่ ต้องลึกลับซับซ้อนแบบวิชาการเอาง่ายๆที่ มันสามารถใช้ได้จริง >> ชัดเจนมากเลยครับอาจารย์อุรันขอทิ้งท้าย นิดนึงครับพูดถึงนโยบายที่อ่าเดี๋ยว รัฐบาลเจะมาแถลงต่อรัฐสภาเนี่ยหลายคนตั้ง ตารอคอยรอฟังว่าจะแก้อะไรบ้างคงจะมี นโยบายเนี่ยหลายมาตรการนะครับอ่ะอาจารย์ นโยบายประชานิยมนโยบายแบบเร่งด่วนหรือ นโยบายสาธารณะอาจารย์คิดว่า 3 แบบเนี่ย อะไรสำคัญที่สุดกับประเทศไทยณวันนี้ครับ อาจารย์ >> ค่ะ >> คือมันต้องดูกับสถานการณ์นะนโยบาย ประชานิยมนโยบายแรงด่วนก็มีความจำเป็นมี ความสำคัญอย่างเช่นเรื่องคนละครึ่งพั >> เหล่านี้ก็มีความจำเป็นเพราะสถานการณ์นะ ครับในทางเศรษฐกิจในเรื่องปากท้องก็มี ความจำเป็น >> ครับส่วนประชานิยมนเนี่ยถ้าประชานิยมที่ ประโยชน์โภกผลตกเป็นประชากับประชาชนระยะ สั้นก็ต้องทำคือประชานิยมเนี่ยมันจะต้อง แบ่งว่าประชานิยมแล้วใครได้ประโยชน์ >> อ๋อถ้าประชานิยมนะที่ผ่านมาเนี่ยมักจะ เป็นประชานิยมที่นักการเมืองหวังผลจาก คะแนนเสียงจากนโยบายจากนโยบายประชานิยม >> แต่ถ้าประชานิยมที่ประชาชนประโยชน์เนี่ย อันนี้ก็ต้องทำและที่สำคัญนโยบายระยะยาว ที่จะต้องวางไว้ว่านะครับประเทศไทยใน อนาคตเนี่ยเนี่ยนะครับจะมีทิศทางนโยบาย ระยะยาวอย่างไรอย่างเช่นการยกระดับคุณภาพ การศึกษาการยกระดับในการเข้าถึงสวัสดิการ ของรัฐการยกระดับในการเข้าถึงทรัพยากรของ รัฐความมั่นคงนะครับในเรื่องของอาหารความ มั่นคงเรื่องทรัพยากรธรรมชาติในทำนองนี้ จะต้องมีคือถ้ารัฐบาลสามารถทำให้เห็นว่า นโยบายแต่ละลักษณะเนี่ยจะใช้ช่วงไหนอย่าง ไรเนี่ยมันจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า รัฐบาลทำงานด้วยความรู้ทำงานด้วยข้อมูล ไม่เสียหวังผลเพียงแค่เอาผลคะแนนเสียง ระยะสั้นนะครับ >> อืชัดเจนนะวันนี้นะครับขอบพระคุณครับ อาจารย์มาเปลี่ยนบุญคิดด้วยกันครับ >> ขอบคุณมากสวัสดีครับสวัสดีครับคุณผู้ฟัง คุณผู้ชมครับนี่คือรองศาสตราจารย์ดร.โอล ถิ่นบางเตียวครับรองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาน้องมายนั่งฟังมาเป็นไง เขาหมวดปมสุดท้าย >> โอ้โห >> มีทั้งความคาดหวังมีทั้งหน้าที่พลเมืองจะ ไปว่าเป่าๆรัฐบาลอย่างเดียว >> ก็ไม่ได้ >> ต้องดูด้วยเหตุและผลถูกต้องหมายว่าสิ่ง สำคัญอีกภาคส่วนหนึ่งก็คือพวกเรานี่แหละ ค่ะประชาชน[เสียงกระแอม]ที่จะต้องติดตาม แล้วก็พยายามที่จะคอยส่งเสียงอะไรที่เรา มีส่วนที่จะร่วมได้เราช่วยกันนะคะ >> อ่าอะไรเราทำได้เราทำแต่ส่วนใหญ่เราจะทำ ได้นะถ้ามองในเชิงเหตุผลและประชาธิปไตย คือมีปัญหาก็บอกแต่บอกนี่คือบอกตามข้อมูล ข้อเท็จจริงนะ >> นะครับแล้วก็ตามหน้าที่คำว่าพลเมืองเมื่อ สักครู่แถมนิดนึงนะครับเป็นกฤตความรู้จาก ทางอาจารย์โอฬารครับ >> เพราะฉะนั้นต้องรอใช่มั้ยน้องมาย >> ใช่ต้องรอก็คาดว่าอย่างที่บอกประมาณช่วง ต้นเดือนเมษายนว่ากันอย่างนี้ก่อน >> ช่วงประมาณก่อนสงกรานต์เนาะส่วนโฉมหน้า คณะรัฐมนตรีจะเป็นอะไรอย่างไรอันนั้นก็จะ เป็นโจทย์ความท้าทายของแต่ละท่านค่ะ >> แต่ละกระวงอ >> ที่จะต้องรับโจทย์ไปนะครับทุกๆหน้าที่ ล้วนมีความท้าทายเสมอ >> นะครับอ่ะรอติดตามกันทั้งหมดนี้คือ เปลี่ยนมุมคิดนะครับคุณผู้ชมคุณผู้ฟัง ครับหมดเวลาของพวกเราและทีมงานแล้วครับผม ต้นนรงฤทธิ์คิดเห็นครับ >> และมายอัญชลีวงสัมปันค่ะ >> ต้องลาคุณผู้ชมคุณผู้ฟังไปก่อนขอบคุณที่ ติดตาม EP ต่อไปเป็นเรื่องอะไรตามต่อวัน นี้สวัสดีครับ >> สวัสดีค่ะ [เพลง] [เพลง]