📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

#มีเรื่องเล่า กับ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร podcast EP.1 : กว่าจะมาเป็น กกต. ในวันนี้ : Matichon TV

matichon tv1:04:05

Transcription

มติชนทีวีพcส มีเรื่องเล่า โดยวิโรธ ลัคนาอดิสร

ครับ สวัสดีครับ พี่วิโรธครับ

สวัสดีครับ

สวัสดีทุกท่านด้วยนะครับ มาเจอกันกับ EP แรกของ "มีเรื่องเล่า" ซึ่งหลังจากนี้เนี่ย เดี๋ยวพี่วิโรธ ลัคนาอดิสรนะครับ ก็จะมาเจอ กับทุกท่านเป็นประจำ

ซึ่งแน่นอน ตามคอนเซปต์รายการ "มีเรื่องเล่า" เนี่ย ก็แสดงว่าต้องเตรียมเรื่องมาเล่า แต่ว่าวิธี หรือว่าเรื่องที่พี่วิโรจจะนำมาเล่าเนี่ย ผมอยากให้ท่านผู้ชมติดตามแน่นอน แหละ หลักๆ มันอาจจะเกี่ยวข้องกับการเมืองเป็นหลัก เพราะว่าในฐานะอดีตนักการเมือง และคนบ้าการเมือง

มันต้องต้องมีเรื่องอะไรที่อยากจะมาเล่า ให้กับทุกท่านฟังแน่นอน

แต่จะเป็นการเมืองแบบสบายๆ แล้วก็

สบายครับ

สบายๆ แล้วก็เป็นการเมืองที่

ยึดโยงกับชีวิตประจำวันน่ะ

จะไม่ใช่การเมืองการเมือง ไม่ใช่เป็นการเมือง

ที่ชิงไหวชิงพริบเนาะ แต่ว่ามันจะเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ผมคิดว่า

จริงๆ แล้ว ถ้าไม่ต้องสนใจการเมืองเนี่ย

ก็ฟังได้

เออ เออ น่าสนใจ น่าสนใจ เพราะฉะนั้น วันนี้ EP แรก พี่โรจ เตรียมเรื่องอะไรมาเล่าให้กับทุกคนฟัง ที่แบบว่า เนี่ย นำเสนอเลย EP แรก ต้องเรื่องเนี้ย

ก็มีเรื่องเล่าวันนี้ฮะ แล้วก็พอรู้ว่าจะต้องมาเล่าให้กับคุณอ๊อกฟังด้วย

ท่านผู้ชมด้วย ผมนี่ ผมนี่เป็นเพื่อนท่านผู้ชม นั่งฟังเป็นเพื่อนท่านผู้ชม

แล้วก็ในฐานะที่จัดรายการ The Poic ด้วยเนาะ แล้วตอนนี้ ถ้าดูคุณอ๊อก คุณเอ จัดรายการเนี่ย ก็จะพูดถึงองค์กรอิสระอยู่องค์กรหนึ่ง

บ่อยมากนะฮะ

นะฮะ จนเราเนี่ย ลืมไปแล้วว่าที่มาที่ไปเนี่ย ความช้ำ ความชื่นชมขององค์กรเนี้ย ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันเนี่ย มันเป็นยังไง ใช่มั้ย

นั่นก็คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง

กกต. ที่เรารู้จักกัน

หรือ กกต. ที่วันนี้หลายคนก็บอกว่า เนี่ย ดอดไปกินก๋วยเตี๋ยวกัน 6 คน ทิ้ง 1 คนเนี่ย ให้ไม่ได้กินเนี่ย แล้วที่ผ่านมาเนี่ยเป็นยังไงนะ ก็วันนี้ก็จะมาเล่าให้ฟัง แล้วคิดว่าเหมาะกับคุณอ๊อกมากๆ เลย

ดี ผมจะได้เป็นข้อมูลด้วย

อ่า ไปเตรียมใช้ในรายการได้

คืออย่างงี้นะ ท่านผู้ชมผู้ฟัง ตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเนี่ย ก็เกิดขึ้นในปี 2476 ใช่มั้ยฮะ

กรรมการนะครับ ที่ทำหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งเนี่ย ก็เป็นกระทรวงมหาดไทยมาโดยตลอด ต่อมาเนี่ยนะครับ แม้ว่ากระทรวงมหาดไทยเนี่ย เขาก็เรียกว่าแบ่งแยกส่วนราชการมา ที่เรียกว่ากองการเลือกตั้ง แต่ว่ายังไงก็ตาม ก็ยังสังกัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยอยู่ดี ใช่มั้ฮะ คราวนี้ฮะ พอ กระทรวงมหาดไทยเนี่ย ที่อยู่ในฐานะผู้ใต้ ครับ ใต้บังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นคนจัดการเลือกตั้ง เป็นเหมือนทำหน้าที่เป็นกรรมการ คราวนี้เนี่ยฮะ ก็ถูกนะฮะ ข้อหานินทาเรื่อยมานะนะ เพราะว่าอะไรฮะ เพราะว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็มีอำนาจในการแต่งตั้ง โยกย้าย ให้คุณ ให้โทษข้าราชการได้ ใช่มั้ฮะ

ครับ สอนกัน

นะ คราวนี้ อ้าว คราวนี้ ก่อนที่จะเลือกตั้ง ก็โยกย้ายข้าราชการเอาไว้ก่อนเลย ถูกมั้ฮะ หมายความว่าไงฮะ รัฐบาลรักษาการ รัฐบาลที่อยู่ระหว่างการเลือกตั้ง ก็จะมีความได้เปรียบใช่มั้ย มีความได้เปรียบ แล้วก็ร่ำลือกันว่า สามารถใช้อำนาจของกระทรวงมหาดไทย เข้ามาแทรกแซงในการเลือกตั้ง ไม่ว่าทางตรง แล้วก็ทางอ้อมได้

มีข้อหามันนะ มีข้อหาโดยตลอดอ่านะ พอ กระทรวงมหาดไทยทำ ก็โดนข้อหาทุกที ความพยายามแรกในการแก้ไขปัญหาครับ เกิดขึ้นในปี 2519

โอก็ย้อนหลังมาอีกหลายปีนะ ย้อนหลังอีกหลายปี

ในรัฐบาลของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ นะ ก็มีการแต่งตั้งนะครับ คณะกรรมการควบคุมการเลือกตั้งขึ้น เพื่อใช้ในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2519 อ่ะ ข่าวนี้ ถามว่ามันสำคัญไง รู้มั้ฮะ การเลือกตั้ง 4 เมษายน 2519 ยังไงครับ

เพราะว่ามันเป็นการเลือกตั้ง ถ้าผมจำไม่ผิดนะ เป็นครั้งที่ 2 หลังจากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 16

อ๋อ

อ่า ใช่ฮะ ตอนนั้นเนี่ย มีกระแสนะครับ การปฏิรูปนะครับ ระบอบประชาธิปไตยเนี่ย อย่างมากมาย อย่างกว้างขวาง ถูกมั้ย 14 ตุลาคม 16 นะครับ คราวนี้ พอหลัง 14 ตุลาคม 16 ก็เป็น อาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ก็เป็นนายกรัฐมนตรี ถูกมั้ยฮะ

จากนั้นเนี่ย ก็มีการเลือกตั้งนะครับนะฮะ มีการเลือกตั้งนะฮะ คราวนี้เนี่ย เข้าใจว่า เลือกตั้งครั้งแรกเนี่ย เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2518 โอ ตอนนั้นต้องไล่ประวัติศาสตร์

2 ปีหลัง เกือบ 2 ปี

หลังๆ 16 ก็เกือบๆ 2 ปี 18 ก็เลือกตั้ง ก็ปรากฏว่า พรรคประชาธิปัตย์ครับ

ได้ 72 ที่นั่ง เป็นที่ 1

อ่า ได้เยอะสุด

อ่า ตอนนั้นเนี่ยนะฮะ ก็โห คนก็เกงฮะว่า ต้องเป็นหม่อมราชวงศ์เสนี ปราโมทย์ นี่แหละ ต้องเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ก็มีเหตุ ดราม่า ก็ 72 ที่นั่ง จัดรัฐบาลไม่ได้ จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้

ครับ

ก็เหตุผลก็เราเล่าให้ฟังนิดนึงนะ ก็เพราะว่า ตอนช่วงจะเลือกตั้งเนี่ยนะฮะ พรรคประชาธิปัตย์ก็ไปสร้างเงื่อนไขทางการเมือง แต่ก็ต้องเข้าใจ เขาก็ต้องรักษาสัจจะ ว่าเขาจะต้อง เขาจะไม่ร่วมรัฐบาล ไม่จัดตั้งรัฐบาลกับอดีตสมาชิกพรรคสหประชาไทย ของจอมพลถนอม กิตติขจร

ไปสร้างเงื่อนไขไว้

ไปสร้างเงื่อน แต่ก็ต้องถือว่า หม่อมราชวงศ์เสนี ปราโมทย์ ต้องรักษาสัจวาจา ถูกมั้ย

สุดท้าย ก็เลยจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะว่าอะไรฮะ พรรคกิจสังคมเนี่ย ได้ 45 ที่นั่ง พรรคสังคมชาตินิยม 16 ที่นั่ง ก็ไปรวมกับกลุ่มนี้ไม่ได้ เพราะว่าก็เป็นอดีตสมาชิกพรรคสหประชาไทย ละ คราวนี้ก็พยายามจะจัดตั้งรัฐบาล เสียงข้างนอก ก็ต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ใช่มั้ย

เปรก็ไม่ได้รับความไว้วางใจ ก็แพ้ไป 152-11 จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้อ

นะ ก็ได้แค่ 111 เสียง อ้าว ตายละ คราวนี้ พรรคกิจสังคมฮะ หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมทย์นะครับ ตอนนั้นมีแค่เท่าไหร่อ่ะ

พี่น้องกันนี่แหละ

18 ที่นั่งเอง ก็รวบรวมเสียง แล้วก็ชิงจัดตั้งรัฐบาลได้ จากนั้น หม่อมคึกฤทธิ์ ท่านก็อยู่ได้สักพักนึงอ่ะนะครับ เพราะว่ารัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็ยุบสภา เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2519 แล้วก็นำมาซึ่งการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2519 ครับ

อ่า

อคราวนี้ หม่อมคึกฤทธิ์ ก็ท่ามกลางการนี่ ว่าเดี๋ยวก็จะอะไรนะ ว่าอ่า ใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทยเนี่ย เอื้อประโยชน์ ท่านก็เลยจัดตั้งคณะกรรมการสังเกตการณ์เลือกตั้ง เอ้ คณะกรรมการควบคุมการเลือกตั้งขึ้นมา

แล้วก็ตอนนั้นเนี่ย โหนิสิตนักศึกษาก็มีบทบาทมากขึ้น

อันนี้คือมันมันอยู่ในอยู่ในสังกัด มหาดไทยมั้ยครับ หรือว่าตั้งเป็นหน่วยงานแยกออกไป

ตั้งเลย ตั้งเลย

อ๋อ ก็คือเอามากำกับดูแลก็

แต่แต่การจัดการเลือกตั้งยังคงเป็น กระทรวงมหาดไทยเหมือนเดิม

อ่า แต่มีหน่วยงานนี้ขึ้นมากำกับ เออ คือแค่สอดส่องดูแล แบบว่าเป็นลบคำคา

อ่านั่นแหละนะฮะ เหมือนตอนนี้ ถ้าพูดตรงๆ ก็คือ

เหมือนเสือกระดาษแหละนะฮะ แล้วก็ แต่ตอนนั้นก็ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ก็มีการจัดตั้งคณะกรรมการสังเกตการณ์เลือกตั้งคู่ขนานขึ้นมาด้วย ก็ตอนนั้นต้องยอมรับว่า การตื่นตัวของนักศึกษานิสิตต่างๆ ก็ค่อนข้างตื่นตัวมากนะครับ

ก็เลยนี่ ถือว่าเป็นความพยายามครั้งแรก ที่จะมีองค์กรองค์กรนึง เข้ามากำกับดูแลการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม แม้ว่าจะไม่ได้มีอะไรล่ะ ไม่ได้เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายก็ตาม

เออ แต่เริ่มเห็นคอนเซปต์ใช่มั้ เริ่มเห็นความพยายามในการที่จะลบคหา ตอนอยู่กับกระทรวงมหาดไทย ก็เลยเริ่มสตาร์ทตรงนี้ ขึ้นมา แต่ว่าโอเค โดยด้วย โดยด้วยกลไก

ด้วยโครงสร้าง มันยังอาจจะไม่ได้รองรับ โดยกฎหมาย แบบ กกต. ปัจจุบัน แต่มีความพยายามที่ จะ

มีความพยายาม โดยหม่อมคึกฤทธิ์

คราวนี้

มาไล่มาเรื่อยๆ แล้ว จนถึงการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อปี 2529 ครับ ก็ไล่มาเรื่อยๆนะครับ ก็มีการจัดตั้งกลุ่มอาสาประชามติ นะครับ เข้ามาเป็นอาสาสมัครสังเกตการณ์การเลือกตั้งในปีนั้นนะครับ แล้วก็อีกหลายๆครั้งนะ ครับ กลุ่มอาสาประชามติ ก็ทำหน้าที่นะครับ จนที่ จนเป็นที่มาเนี่ย กลุ่มอาสาประชามติ ถือว่าเป็นเหมือนกับพี่ชายคนโตแล้ว แล้วก็จนมาเกิดน้องอีกคนนึงเนี่ย ที่ตอนนั้นเราจะเริ่มรู้จักกันแล้ว ในนามองค์กรกลาง ในยุค นายกอานันท์ เอาล่ะ ก็องค์กรกลาง ก็เข้ามาทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครเหมือนเดิม อาสาสมัครก็มาทำหน้าที่สอดส่อง เป็นหูเป็นตา ก็เป้าหมายคือต้องการให้การเลือกตั้งเนี่ย บริสุทธิ์ยุติธรรมนะฮะ

การเลือกตั้งนะ เอามาที่การเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2535 อันนี้สำคัญละนะครับ เป็นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก ตามรัฐธรรมนูญปี 2534 ถามว่า ทำไมมันสำคัญครับ

เพราะเป็นการเลือกตั้ง หลังจากที่เหตุการณ์รัฐประหาร เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534

ตอนนั้น รสช. ไม่ใช่ คสช. นะ ช.

รสช. นะครับ ได้ยึดอำนาจจากพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ไปนะครับ ตอนนั้นเนี่ยนะครับ นายอานันท์ ปัญญารชุน นายกอานันท์เนี่ยนะครับนะ ในขณะนั้นเนี่ย ก็มีคำสั่งแต่งตั้ง เอาล่ะ ตอนนั้น นายกอานันท์ก็มีคำสั่งแต่งตั้ง โห ชื่อยาวมากนะ คณะกรรมการติดตามและสอดส่องดูแลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ชอบชื่อมากเลย

โวนะครับ ตอนนั้น

อะไรนะ สอดส่องด้วยนะ

สอดส่องดูแลด้วย ตอนนั้น นายกอานันท์ท่านก็พยายามที่จะทำให้มันเป็นการเลือกตั้งหลังรัฐประหารนะ

ก็อยากจะให้การเลือกตั้งมันบริสุทธิ์ยุติธรรม

แล้วด้วยเครดิตท่านด้วยใช่มั้ย เครดิตความเป็นคุณอานันท์ด้วย ท่านก็เชื่อว่าถ้าเกิด การเลือกตั้งมันบริสุทธิ์ยุติธรรมเนี่ย ปัญหามันก็จะไม่เกิด มันจะไม่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมือง

นะครับ

แล้วก็ตอนนั้นเนี่ย พอชื่อยาวๆเนี่ย แต่คนจะรู้จักกันในนามว่า องค์กรกลางครับ

โอเค

ตอนนั้นก็มี ศาสตราจารย์ ดร. เกษม สุวรรณกุล นะครับ เป็นประธานกรรมการนะฮะ ซึ่งก็เป็น แต่นี่เริ่มมี เริ่มมี เริ่มมี เค้าเรียกว่า ยึดโยงกับกฎหมายนิดๆ เพราะเป็นคณะทำงานเนี่ยนะครับ เป็นที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีเลย ขึ้นตรงต่อนายกอานันท์

อ่านะฮะ

แล้วก็มาทำหน้าที่กำกับดูแลการเลือกตั้งนะครับ มีบทบาทนะฮะ การเป็นหูเป็นตาในการเลือกตั้ง อย่างน้อย 2 ครั้งละนะครับ ครั้งแรกเนี่ยก็คือ 22 มีนาคม 2535 นะครับ และอีกครั้งครับ นี่สำคัญมาก ครั้งนี้คือ 13 กันยายน 2535 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งหลังเหตุการณ์พฤษภาคมทมิฬ

คือต้องยอมรับ องค์กรอย่าง กกต. หรือองค์กรที่เข้ามากำกับดูแลเนี่ย ในการเลือกตั้งเนี่ย เป็นองค์กรที่มีความหวังมากๆนะครับ ในการปฏิรูปการเมืองนะ แล้วทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ที่นำมาซึ่งการปฏิรูปการเมือง อ่ะ หรือระบอบประชาธิปไตยเนี่ย องค์กรอย่าง กกต. หรือองค์กรที่มีลักษณะคล้ายกันเนี่ย จะเป็นความหวังของพี่น้องประชาชนอย่างมาก

อื ยุค คือยุคปัจจุบัน อย่างผมทันยุคปัจจุบัน ผมก็จะเห็นได้ว่า ยุคนั้นคือสังคม ก็หวังใช่มั้ย คือความคาดหวังของสังคมมัน มันสูงเหมือนกัน ว่าอยากจะให้ออกมาแล้ว โปร่งใส

อ่ะ คิดง่ายๆฮะ เราเหมือนกับการแข่งขันกีฬา แล้วกัน จริงๆ ใบเหลือง ใบแดง ของ กกต. ก็ก็มาจากฟุตบอลนะ

คือถ้ากรรมการมีความเป็นกลาง ถูกมั้ย ทันเกมด้วย และเป็นกลางด้วย ถูกมั้ย แพ้ชนะอะไร แฟนบอลจะไม่ตีกัน ถูกมั้ย

จะยอมรับผลการแข่งขัน ถูกป่ะ ดังนั้น กรรมการสำคัญมาก ก็เลยเป็นความหวังของ

แฟนบอล ของทุกฝ่าย นึกภาพมาก เพราะการเลือกตั้งมันไม่ใช่แค่ 2 ฝ่าย ถูกป่ะ

มันหลายพรรคการเมือง ถูกป่ะ ดังนั้นเนี่ย

ถ้าเกิดองค์กรอย่าง กกต. เนี่ย หรือองค์กรที่ทำหน้าที่กำกับดูแลการเลือกตั้ง ทำหน้าที่ได้ดี

นะครับ ประชาธิปไตยมันก็จะ มันก็จะดำเนินหน้าไปได้ ถูกป่ะ อาจจะบ่นบ้าง ไม่พอใจบ้าง แต่ทุกคนก็คิดว่า เจอกันแมตช์หน้า

ถูกป่ะ แต่ถ้าเกิด กกต. เนี่ย หรือว่าองค์กรที่ทำหน้าที่ตรงเนี้ย มีความเอนเอียงแล้ว ขาดความยอมรับนับถือจากประชาชน ตายเลย

ตายเลย

นะ อย่างไรก็ตามเนี่ย ที่ผ่านมา แม้ว่าจะมี ความพยายามจากนายกอานันท์ท่านก็ตามนะ นายกอานันท์ ปัญญารชุน องค์กรกลาง และก็องค์กรต่างๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทั้งหมด ก็ล้วนเป็นองค์กรที่ไม่ได้จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ไม่ได้มีกฎหมายเป็นของตัวเอง ไม่มีอำนาจ ไม่มีอำนาจโดยตรงในการจัดการเลือกตั้งอ

ก็เป็นเพียงอาสาสมัครที่เข้ามาทำหน้าที่ สอดส่องดูแลเท่านั้นน่ะนะครับนะ

แต่ว่าตอนนั้นน่ะ จนถึงยุค นายกอานันท์นะ การจัดการเลือกตั้ง ก็ยังเป็นหน้าที่ของ กระทรวงมหาดไทยอยู่ดี

โดยโครงสร้างอำนาจทางกฎหมายเป็น

อ่า กองการเลือกตั้งของกระทรวงมหาด สังกัด กรมการปกครองอยู่ดี

ครับ

อ่า ก็ดื้อตาใส ทำไป สอดส่องดูแล ทำไง ก็จะทำแบบนี้นะ รัฐมนตรี เอ่อ ว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็สามารถ แทรกแซง ทางอ้อม หรือทางตรงได้ คือทางตรงมันง่ายนิดเดียว คุณอ๊อก ก็คือผมก็โยกย้ายข้าราชการไว้ก่อน ถูกมั้ย ที่เกี่ยวข้องกับการกำกับ

อ่า การปกครองอ่ะ ถูก ผู้ว่า นายอำเภอ ปลัดต่างๆ ก็โยกไว้ก่อน ถูกมั้ย ก็มีความได้เปรียบ

คราวนี้ จริงๆแล้วเนี่ย หลายคนเนี่ย ชอบเข้าใจผิดครับ คิดว่าเออ กกต. เนี่ย เกิดขึ้นจริงๆ ครั้งแรกเนี่ย ตามรัฐธรรมนูญปี 40

จริงๆ เกือบถูก คุณอ

ผมก็เข้าใจอย่างงั้น

เกือบถูก เกือบถูก อ

จริงๆแล้วเนี่ย ผมต้องบอกว่า กกต. เนี่ย ได้เริ่มปฏิสนธิเนี่ย ปี 2538 น. อื

เห็นมั้ฮะ หลัง 35 38 ไม่นาน ไม่นาน 3 ปี จากการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2534 ครั้งที่ 5 ซึ่งถือว่าเป็นการแก้ใหญ่ นะ

ในการแก้ไขครั้งที่ 5 เนี่ย

ตอนนั้นเนี่ยนะครับ ในการแก้ไขครั้งนั้นเนี่ยนะครับ ในรัฐธรรมนูญเนี่ยนะครับ ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในมาตรา 115 เลย

ชื่อนี้เลยนะ

คณะกรรมการการเลือกตั้งเลย ปรากฏชื่อครั้งแรกนะฮะ

ในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 200 2534 ครั้งที่ 5 นะ ฉบับ 2534 เนี่ย ครั้งที่ 5 แต่กว่าจะมีการตรากฎหมาย เพราะมันต้องมีกฎหมายลูกใช่มั้ การตรากฎหมาย รายละเอียดต่างๆ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการ แต่งตั้ง กกต. อำนาจหน้าที่ โน่นนี่ ก็กว่าจะเสร็จสิ้น ก็สิงหาคม 2540 ซึ่งอีก 2 เดือนเนี่ย ก็จะประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 40 ละ ใช่มั้ย ก็เอาอย่างงั้น เอา รอรัฐธรรมนูญปี 40 เลย ก็เลยทำให้ กกต. เนี่ยนะครับนะฮะ ที่จะเกิด ที่ควรจะเกิดขึ้นเนี่ย ปี 2538 เนี่ยนะครับ จากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2534 เนี่ย แท้งไป ก็รอรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ดีกว่า

มารวมทีเดียวเลย

แเหมือน โอ พี่ชายคนโต กำลังจะเกิดละ

ฉบับ 40

แท้งซะก่อน อ่า แต่ว่าก็เลย กกต. จึงมาเกิด ขึ้นจริงๆ ที่คลอดออกมาจริงๆนะ จากรัฐธรรมนูญปี 40 ครับ

อ่า

นะ โดยไอ้ชื่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เนี่ย ที่เรารู้จักกันเนี่ย ก็อยู่ในส่วนที่ 4 ของหมวดรัฐสภา นะครับ โดยอยู่ในมาตรา 136 นะครับ ซึ่งกำหนดให้ กกต. เนี่ย ก็มีประธาน 1 คน แล้วก็มีอีก 4 คนนะครับ ซึ่ง พระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้ง ตามคำแนะนำของวุฒิสภา

แล้วก็มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้ง กกต. ชุดแรกเนี่ย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2540 อย่างงั้นเนี่ย ต้องถือว่า วันนี้เป็นวัน Happy Birthday กกต. คือ 27 พฤศจิก 25 อ่า ถือว่าเป็นวัน Happy Birthday กกต. ครับฮะ

อย่างเป็นทางการ

อย่างเป็นทางการ และจากนั้นก็มีการประกาศใช้ อ่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนะครับ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งเนี่ย นะครับ

2541 เนี่ย เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2541 นะครับ

ก็จึงเท่ากับว่า กกต. เนี่ยนะครับ ถือกำเนิด เกิดขึ้นโดยสมบูรณ์ ตามปี 40

ก็คือ ก็คือ อันนี้เป็นองค์กรที่ไม่ได้อยู่ กำกับของมหาดไทยละ

ใช่

ใช่มั้ย หลังรุ่นปี 40 เนี่ย คือกกต. ก็แยกตัวออกมาเลย

เป็นองค์กรอิสระ

เป็นองค์กรอิสระเลย อย่างที่เรารู้จักกัน แล้วก็มีหน้าที่ในการกำกับดูแล ส่งเสริม สนับสนุนการเลือกตั้ง อ่า โดยมีประธาน โดยมี โครงสร้างแบบนี้ มีกฎหมายรองรับ

มีกฎหมายรองรับ มีอำนาจหน้าที่ ให้ใบเหลือง ใบแดงได้ อ่า เนี่ยฮะ แต่ตอนนั้นนี่คือตอนใน ยุคของนายกอานันท์ ก็คือเป็นคณะทำงานขึ้นตรง กับนายกก็จริง แต่ไม่มีอำนาจ

ไม่มีกฎหมายที่จะมาซัพพอร์ต ทำอะไรไม่ได้ แต่นี้คือมีกฎหมายรองรับ

มีศักดิ์และสิทธิ์ทุกประการ

แต่แม้ว่าจะมีกฎหมายรองรับนะ คุณอ๊อก แต่ก็ถูกปรามาสจากประชาชน จากสื่อมวลชนในยุค นั้นเหมือนกันว่า เฮ้ย 5 คน มันจะไปทำอะไรได้ นักการเมืองสมัยก่อน ได้ยินคำว่า เสือ สิงห์ กระทิง แรด มั้ มีผู้มีอิทธิพลทางการเมือง อ้า

เอาการเลือกตั้งทุกครั้ง ทั้งก่อนเลือกตั้ง หลังเลือกตั้ง มีการยิงหัวคะแนนกันทุกครั้งอ่ะ ก็เป็นเรื่องธรรมดา ที่ กกต. ที่มีแค่ 5 คนน่ะ จะถูกปรามาสว่า โอ้ เสือกระดาษ

เออ ทำอะไรได้

เออ จะทำอะไรได้ คุณรับมือ

เจ้าพ่อคนนั้นคนนี้

ไหวเหรอ

เออ

เออ

ก็นี่ก็เป็นเรื่องที่ กกต. ชุดแรก ต้องพิสูจน์นะครับ

ก็ กกต. ชุดแรกเนี่ย เดี๋ยวผมอวยยศท่านก่อนนะ แล้วก็มีวาระดำรงตำแหน่งนะ ตั้งแต่ 27 พฤศจิกายน 2540 ถึง 26 พฤษภาคม 2544 ก็มีอยู่ 5 ท่านนะ ครับ ต้องย้อนกลับไปนะ ท่านแรกนะครับนะ ทาง อ่า ธีรศักดิ์ กณสูตร นะครับ ก็เป็นประธาน กกต.

อ่า เดี๋ยวผมค่อยเล่าประวัติแต่ละท่าน นี่ ชะกัดฉะกันนะครับ ท่านที่ 2 นี่นะครับ ก็ อาจารย์โคทม อาริยานะครับ ก็

นั่น ตอนนี้ก็ยังมีบทบาทอยู่นะครับนะ กกต. ฝ่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนนะครับ อ่า แล้วก็ อาจารย์ยุวรัตน์ กมลเวช อันนี้นี่ โห ใส่แข็งเลยนะครับ อาจารย์ยุวรัตน์ ก็ กกต. ฝ่ายจัดการเลือกตั้งนะฮะ นี่จะออกทีวีเยอะหน่อย เพราะเป็นฝ่ายจัดการเลือกตั้ง สมัยก่อนนี่ โอ้โห ฟทุก อาจารย์ยุวรัตน์นี่เป็นข่าวหน้า 1 ทุกครั้งอ่ะนะครับ

แล้วก็ทาง อ่า อาจารย์วิสุทธิ์ โพธิ์ นะครับ ก็ กกต. ฝ่ายกิจการพรรคการเมือง แล้วก็นะครับ ท่านสวัสดิ์ โชติพาณิชย์ นะครับ ก็ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย

โอ้ สังเกต 5 คนแรกนะ นี่ปรมาจารย์ทั้งนั้นเลยนะเนี่ย

ปรมาจารย์ทั้งนั้น ถือว่าบิ๊กเนมเลย

แล้วสังเกต 5 ท่านนี่มั้ย จะมีการแบ่งว่า กกต. ฝ่ายไหน กกต. ฝ่ายไหน มีการกระจายอำนาจนะฮะ สังเกตได้มั้ฮ แบ่งหน้าที่นะครับ มีการกระจายอำนาจ ให้ กกต. แต่ละคนเลย ให้แต่ละท่านเนี่ย ปฏิบัติหน้าที่ จัดการในส่วนที่ แต่ละท่านเนี่ย ถนัด ซึ่งแตกต่างจาก กกต. ชุดนี้้นะ

อ๋อ

มี 7 คน มากกว่ายุคนั้นตั้ง 2 คน ต้อง 2 คน

อือ

ยุคนี้ 7 ยุคนั้น 5 แต่ตอนนี้น่ะ ทุกอย่าง รวมศูนย์ ต้องมาตัดสินใจผ่าน กกต. 7 คน

แต่เราจะคุ้น คุณแสวงไง แต่ว่ายุคนี้เหมือน แต่ละคนน่ะ เอ่อ เขามีบทบาทหน้าที่ชัดเจน คือหมายถึงว่า

ยุค 5 คนนะ

เออ ยุค 5 คน คือหมายถึงว่า ผู้สื่อข่าวเอง หรือคนที่ติดตาม ก็จะรู้ว่า อ๋อ ถ้าจะ ถ้าจะติดตามเรื่องเนี้ย ต้องไปคนนี้

อ่า ฝ่ายจัดการเลือกตั้ง เอาไมค์ไปแทน อาจารย์ยุวรัตน์เลย

ใช่ ถ้าจะฟังเรื่องนี้ ถ้าจะฟังในส่วนการมีส่วนร่วมของประชาชน ต้องไปถามประชาคน

เออ รณรงค์

เออ แต่เนี่ย เราเราเห็น เราเห็นการ

พอมีข้อร้องเรียนแล้วสืบสวนสอบสวน ก็ไปถาม ท่านสวัสดิ์ โชติพาณิชย์ อย่างเงี้ย ถูกมั้

ตอนนี้คือไม่รู้จะถามใคร ก็จะทุกอย่างจะ ถามแต่ นึกถึงแต่คุณแสวง คุณแสวงเป็นเลขา นะ ไม่ใช่ไม่ใช่คณะกรรมการการเลือกตั้งนะ เป็นเลขาธิการของส

คำถามในยุคนี้ ถามว่า ประชาชนเห็นหน้าเห็นตา ประธาน กกต. น้อยมาก

ใช่

ใช่มั้ เห็นหน้าเห็นตา กกต. แต่ละท่านมั้ย น้อยมาก ถูกมั้ย ก็จะเห็นแต่เลขา

ใช่ แล้วรองเลขา เออ

เออ ยุคนั้นเนี่ย เลขาถือว่าเป็นเลขาจริงๆ บทบาทสำคัญอยู่ที่ กกต. ทั้ง 5 ท่านนะ แล้วแต่ว่าเรื่องอะไร

อันนี้น่าสนใจ

ใช่มั้ฮะ ต่อมาเนี่ยนะ ทางอาจารย์วิสุทธิ์ โพธิ์ ก็ลาออกครับ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2543 ครับ อ

อ่า ตอนนั้นก็ท่านก็บอกว่า มีข้อจำกัดด้านสุขภาพครับ แล้วก็มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าให้ทาง เอ่อ ท่านจีรบุญ พจนสุนทร เข้ามาทำหน้าที่แทน นี่ก็ประวัติไม่ธรรมดา เหมือนกัน

ออ

นะ ก็เป็นผู้พิพากษาเก่า เหมือนกัน

ครับ

นะฮะ แต่เกร็ดนิดนึงฮะ อาจารย์วิสุทธิ์ โพธิ์เนี่ยนะครับ ท่านเนี่ย สุดท้ายท่านมีรีเทิร์นกลับมาด้วยนะ อ่า มีรีเทิร์น มีออกไปแล้วกลับมา

เป็น กกต. ที่น่าจะเป็นท่านเดียว ที่ออกไปแล้วมีรีเทิร์นกลับมาในอีกชุดนึงอ่านะฮ เดี๋ผมเล่าให้ฟังต่อ

โอเค

คราวนี้ ประวัติแต่ละคนนี่ไม่ ไม่ธรรมดา ครับ

เออ

ประธาน กกต. ก่อน ธีรศักดิ์ กณสูตร นี่ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกานะครับ

โอ

ดำรงตำแหน่ง อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ธนบุรี อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง จนเกษียณอายุ เคยเป็นกรรมการเนติบัณฑิตยสภา กรรมการ ปป. สมัยก่อนยังไม่มี ปปช. นะฮะ มีแต่ ปป. หรือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ซึ่ง ปป. เนี่ย เป็นองค์กรที่ก่อนจะมี ปปช. ครับ

อ่านะฮ ถือว่าไม่ธรรมดา อาจารย์โคธม อาริยา ผมว่าทุกท่านรู้จักกันดีอยู่แล้ว

ขึ้นชื่อ ขึ้นชื่อ

แต่หลายคนไม่รู้ว่า อาจารย์ท่านเคยเป็น อาจารย์แล้วเป็นหัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า

ใช่

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ นะครับ

เห็นด้วยว่าคนไม่ค่อยรู้ อาจารย์คน จริงๆ เบสท์ ท่านน่ะ คือมาจากสายวิศวะ

คือคนมาคุ้น อาจารย์คนในเรื่องของ สันติวิธี ใช่มั้ย ในเรื่องของการเป็น กกต. ท่านนี่คือมาจากวิศวะ

เป็นหัวหน้าภาควิชาด้วยนะ วิศวกรรมไฟฟ้า เนี่ยนะครับ แล้วก็ท่านก็ยังเป็นอดีตประธาน วิถีพฤกษ์ประชาธรรม

อ่า

อดีตผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนา สันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดลนะครับ แล้วก็ทุก คนเนี่ยนะครับ ก็จะรู้จักบทบาทของอาจารย์ โคธมในเรื่องของการขับเคลื่อนประชาธิปไตย เรื่องสิทธิมนุษยชน อย่างเงี้ย ดีอยู่ละนะครับ

มาที่ผมยกว่าเป็นพระเอกแล้วกัน

จริงๆ ก็เป็นพระเอกตั้งแต่ว่า เหมือนขบวนการ 5 มนุษย์ไฟฟ้า รู้จักมั้ย นี่ตัวสีแดง สีแดง สีแดงเว ครับ ก็เป็น กกต. ฝ่ายจัดการเลือกตั้งน่ะ ที่ประชาชนคนไทยจำได้ถึงทุกวันนี้ เพราะอะไรฮะ

เพราะว่า

ด้วยบุคลิก เวลาให้สัมภาษณ์ ก็ตรงไปตรงมา ถึงลูกถึงคน

ชัดเจน

พร้อมแจกใบเหลือง ใบแดง แบบแจกไม่อั้นน่ะ

ไม่สนใจว่าพรรคไหน พวกไหน ไม่เกรงกลัว แต่ไม่มั่วนะ

คือท่านแบบ มีหลักทำงานของท่านใช่มั้ย

อาจารย์ยุวรัตน์ เคยถูกฟ้องด้วยนะ แล้วเป็นภาระทางคดีด้วย แต่ก็จึงยืนยันนะนะครับ เนี่ย อาจารย์ท่านถึงลูกถึงคนเลย

นะครับ พร้อมแจกใบเหลือง ใบแดงนะครับ ไม่เกรงกลัวผู้มีอิทธิพล ก็ก็เลยเป็น กกต. ที่ทุกคนพูดถึง แล้วก็ให้การเคารพยอมรับนับถือ จนถึงปัจจุบัน แม้ว่าปัจจุบันท่านจะถึง อสัญกรรม ถึงแก่อสัญกรรมไปแล้วก็ตามนะ

แต่ทุกคนก็ยังจำ คือเวลาพูดถึงบทบาทของ กกต. ไม่ว่าจะยุคไหนครับ เวลาเราพูดถึงภาพรวม กกต. เนี่ย ชื่ออาจารย์ยุวรัตน์ มันจะเป็นชื่อแรกๆ ที่ เออ ที่ผุดขึ้นมา ว่านี่คือ ไอคอน หรือไอดอล ของการเป็น กกต. ผมผมจำได้ว่าผมเคยอ่านข้อมูลสักที่นึงในโลก โซเชียล ผมจำที่มาไม่ได้ แต่แต่จำได้ว่าเคยอ่าน บอกว่าอาจารย์ อาจารย์ยุวรัตน์เนี่ย มีเพื่อนที่เป็นนักการเมืองเยอะนะ

ใช่ครับ

มีเพื่อนที่เป็นผู้มีอิทธิพล ผู้มีบารมี เยอะ

และทุกคนก็ยอมรับนับถือ อาจารย์ยุวรัตน์

แต่อาจารย์ยุวรัตน์ ก็จะมีเส้นในการทำงาน ว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องทำงาน แยกกันนะ แยกกันนะ อ่า ในเวลาทำงาน ผมก็ต้องทำหน้าที่ของผม แต่ว่าเวลานอกเหนือจากงาน ทุกคนทุกคนก็จะรู้ว่า อาจารย์ยุวรัตน์เป็นอย่างงี้ เพราะฉะนั้น เหมือนทุกคนยอมรับ ยอมรับว่า เออ แก แฟร์ และเป็นคนที่เชื่อถือได้

เออ

ถือก็ต้องเนี่ย พอพอดูประวัติ นะจริงๆเนี่ย น่าสนใจมากนะครับ อาจารย์เนี่ย ที่เมื่อกี้บอกคุณอ๊อก บอกเป็นเพื่อนร่วมๆนักการเมืองเนี่ย

นี่ไง เป็นเพื่อนร่วมๆ โรงเรียนอำนวยศิลป์ รุ่นเดียวกับ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ

เออ ใช่ๆๆ

แล้วนี่ความเก่งกาจของอาจารย์ยุวรัตน์ ขนาดไหนครับ

สอบเข้าคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ยังใช้คำนำหน้าว่า เด็กชาย อยู่เลย

โอ้ห

เอ้า หลังจบปริญญาตรีครับ บรรจุเป็นข้าราชการ ทันที อายุ 19 เป็นปลัดอำเภอเมือง จังหวัดลำปางนะครับ อายุ 19 อายุ 23 เป็นนายอำเภอแล้วครับ ถือเป็นนายอำเภอหนุ่มเลย

อาจารย์ยุวรัตน์เนี่ย ถือเป็นลูกหม้อ กระทรวงมหาดไทยเลยครับ ดูแลจัดการเลือกตั้งเรื่อยมานะ เคยเป็นหัวหน้าแผนกเลือกตั้งในกระทรวงมหาดไทย แล้วก็เคยเป็น ตอนตอนที่ เป็นหัวหน้าแผนกเลือกตั้งในกระทรวงมหาไทย อยู่ในยุคไหนฮะ 2499 อันตพันธครองเมืองอีก

มีประสบการณ์

คือเรียกว่าเจอของแข็งมาโดยตลอดน่ะ เอ่อ บี บางช่วงก็ถูกโยกย้ายไปิ ไปไปเป็นอธิบดีกรมแรงงาน แต่ก็กลับมาเกษียณในตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย

โห ดีกรี้นี่แบบว่า แน่นปึ๊ก

แต่สังเกตมั้ว่า อาจารย์ยุวรัตน์เนี่ย ท่านก็ไม่ได้เป็นตำแหน่งแบบระดับสูง เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยอะไรเนาะ

ก็ด้วยความ หลายคนบอก ก็ด้วยความตรงไปตรงมาของท่านไง

ก็ด้วยความตรงไปตรงมาจริงๆเนี่ย อาจารย์ยุวรัตน์เนี่ย ผมจำได้เคยแบบสำเคยให้สัมภาษณ์ว่า จริงๆเนี่ย หลังเกษียณเนี่ยนะฮะ อาจารย์ยุวรัตน์เนี่ย ไม่ได้อยากเป็น กกต. เลยนะ

เออ ผมคุ้นๆเหมือนกัน

ไม่ได้อยากเป็น

แต่เนื่องจากว่าเป็นข้าราชการที่มี ประสบการณ์ในการจัดการการเลือกตั้ง

มีเยอะ

ตอนนั้นน่ะ ในประเทศไทยเนี่ย คนที่มีประสบการณ์เมีไม่เยอะ

ใช่ แล้วก็ได้รับการยอมรับจากทุกคนน่ะว่า เนี่ย

เลยต้องไปเชิญ อาจารย์ยุวรัตน์มา บอกมาช่วยก่อนเถอะ

ก็เลยไปตอบรับการทาบทาม

ตอนสตาร์ทตั้งไข่เนี่ย มันไม่มีคนจริง

เออ ต้องการ

ต้องอาจารย์อยู่

เออ นี่แหละ

มาช่วย เออ แล้วแกก็ยอมมาช่วย

แล้วแกก็ตอบรับการทาบทาม แล้วก็

ผ่านการสรรหา จนกระทั่งได้รับการเห็นชอบ จากตอนนั้น เข้าใจว่าเป็นที่ประชุมร่วมของรัฐสภา

นะครับ ตอนนั้นเป็นเหมือนบทเฉพาะกาลน่ะ ยังไม่มียังไม่มีวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งทางตรง ใช่มั้

ฮะ นี่ก็ประวัติของอาจารย์ยุวรัตน์ กมลเวช

นี่จริงๆ เล่าได้อีกยาวนะ จริงๆ เรื่องแกนี่ เล่าได้อีกตอนนึงเลยนะ

5 มนุษย์ไฟฟ้า นี่คือตัวสีแดง

นี่แหละ ตัวสีแดงเลยนะครับ อาจารย์วิสุทธิ์ โพธิ์นี่ก็เป็นอดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นี่ก็ไม่ธรรมดา ก็เชี่ยวชาญด้านกฎหมายนะ รัฐธรรมนูญ แล้วก็การเมืองการปกครองอย่างมากนะครับ นี่ท่าน สวัสดิ์ โชติพาณิชย์

อ่า

ไปเสิร์ชดูได้เลยครับ นี่อดีตประธานศาลฎีกานะครับ

ศาลฎีกาเลย

ประธานศาลฎีกานะครับ แล้วก็อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรมด้วย

ไม่ธรรมดาเลย นี่ฮะ แล้วอีกท่านนึงที่มาแทน อาจารย์วิสุทธิ์ ตอ อาจารย์วิสุทธิ์ลาออกไป เนื่องจากปัญหาสุขภาพใช่มั้ แล้วก็มาแทน คือท่านจีรบุญ พจนสุนทร ก็อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลในศาลฎีกา นะ อดีตกรรมการ ปป. เหมือนกัน อดีตกรรมการ ปปง. เหมือนกัน และอาจารย์จิระเนี่ยนะครับ หลังพ้นตำแหน่ง กกต. ก็ยังไปทำหน้าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอีก

โอ้โห

คือชุดนี้เนี่ย ผมเรียกว่า

รวมดาว

เออ Dream Team

รวมดาว

แต่ก่อนจะเป็น Dream Team เนี่ย แรกเริ่มเดิมทีเนี่ย ถูกปรามาสจากทั้งประชาชน สื่อมวลชน ที่ผมบอกไงว่า เสือกระดาษ

ทำอะไรได้

5 คน คุณจะทำอะไรได้ จะไปกล้างัดข้ออะไร กับบ้านใหญ่

เออ

จะไปกล้าแบบแข็งขืนอะไรกับผู้มีอิทธิพล ทางการเมืองเยิงเงาอ่ะนะฮะ ก็ต้องยอมรับว่า กกต. ชุดเนี้ย แบกกระแสความ คาดหวังการปฏิรูปการเมือง เอาไว้บนบ่า หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เป็นอย่างมากนักนะครับ ประชาชนก็คาดหวังสูง ประชาสื่อมวลชนก็จับจ้อง เรียกว่าทุกข์การเคลื่อนไหว ทุกการสัมภาษณ์ ขึ้นหน้า 1 หมดเลย ขึ้นหน้า 1 บ่อยบ่อยมากนะครับ คราวนี้ แต่สุดท้าย กกต. ชุดนี้้นะ ก็พิสูจน์ตัวเองได้ครับ ว่าเฮ้ย เรา 5 คนเนี่ย ขบวนการมนุษย์ไฟฟ้าเนี่ย

เอาตลอด

นะฮะ ไม่ใช่เสือกระดาษครับ

เริ่มต้นเลยนะ นี่เลยฮะ ประกาศแขวนรายชื่อ 78 ว่าที่ สว. ไม่ให้ผ่านการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาครั้งแรก เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2543 ดึงไว้ก่อน สอบสวนไว้ก่อน อ้า รวมถึงการแจกใบแดง 15 ใบ

และใบเหลือง 71 ใบ ในการเลือกตั้ง สว. เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2544

71 ใบเลยเหรอฮะ

ใบเหลือง 71 ใบ แดง 15

โอ้โห

นี่ฮะ ในยุคที่นะ นายกทักษิณเนี่ย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนะครับ ในขณะที่ กกต. รุ่นหลังๆเนี่ย ถูกตั้งคำถามมากมาย

ใช่มั้อ่าน มีเรื่องอะไรบ้างอ่ะ สูตรการคำนวณ สส. บัญชีรายชื่อ อ่า สส. ปัดเศษ จำได้มั้ยที่เราเรียกกัน สส. เกเศษ ปัญหาบัตรเขย่ง ล่าสุดก็เรื่องบาร์โค้ด ที่สาวไปถึง ตัวผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งนะครับ

นะ

แล้วก็ ซึ่งกรณีหลังสุดนี่เสี่ยงอย่างมากนะ ว่า เอ่อ จะเป็นการจัดการเลือกตั้งที่ไม่ ได้ดำเนินการโดยรับตามมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญ

และอาจจะผิด พรป. เลือกตั้ง สส. มาตรา 96 ที่ห้ามทำรหัส หรือสัญลักษณ์ใดๆ ในบัตรเลือกตั้งด้วย

อื

รวมถึงท่าทีของ กกต. ที่ฟ้องร้องประชาชนและ สื่อมวลชน ที่เข้าไปสังเกตการณ์การนับคะแนน ซึ่งมาตรา 117 เนี่ยนะครับ ของ พรป. เลือกตั้ง สส. เนี่ยนะ กำหนดให้ต้องนับอย่างเปิดเผย คือสมัยก่อน ทุกคนจะรู้กันดีว่า การเลือกตั้งเนี่ย การเลือกต้องเป็นระบบที่ลับ การนับต้องเป็นระบบที่เปิดเผย

เนี่ย เขาท่องกันอย่างนี้เลย ผมเคยไปอบรมมา เขาก็เจ้าหน้าที่ กกต. ที่เป็นวิทยากร เค้าก็สอนผมอย่างเงี้ย ก็จนยุคนี้ ก็เลย เฮ้ย อ้าว เกิด question mark แล้ว ตกลงแล้ว ไอ้ การเลือกต้องเป็นระบบที่ลับ มันยังลับจริง อยู่มั้ย แล้วการนับเนี่ย ถ้าเปิดเผยแล้ว เค้าการไปถ่ายภาพ ถ่ายรูปอะไร มันผิดยังไง อ่ะ

เออ

ก็ถูกตั้งคำถามจากสังคมละ

แต่ยุคนั้น คือพิสูจน์ได้

พิสูจน์ได้เลยนะ การแจกใบแดงของ กกต. ในยุคแรกเนี่ย ชุดแรกเนี่ยนะ ก็เป็นอะไรที่ไม่ใช่ว่าไม่เสี่ยงนะ ไม่ใช่ว่ามีอำนาจบาดใหญ่ ก็แจกใบแดง ที่บอก ใบเหลือง 71 ใบ ใบแดง 15 ใบ จะใช้อำนาจตามอำเภอใจ เพราะว่าชุดแรกนี่มีภาระทางกฎหมายตามมามากมายนะ

ก็หมายถึงว่า โดน

โดนฟ้อง โดนอะไรเงี้ย ใบแรก ใบแดงใบแรกของประเทศไทยเนี่ย เกิดขึ้นกับใคร รู้มั้

ครับ

นายบุญมา คศิริวกุล นะครับ อันนี้

สว. ใช่มั้

สส. เลยนะ บุญมิริโม สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ไอ้ นี้คือข้อเท็จจริงเนาะครับ

เราก็เล่าแต่ข้อเท็จจริงเนาะ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เนี่ย เป็นรัฐบาลรักษาการ ณ ขณะนั้นด้วย

ใช่

ใจกล้ามั้อ่ะ คุณให้ใบแดงกับผู้สมัคร สส. ซึ่งเป็นรัฐบาลรักษาการ ณ ขณะนั้นด้วยอ่ะ ให้ใบแดงไป เอ้า แต่ นายบุญมา คศิริวกุล ก็มีสิทธิ์ที่จะต้อง ฟ้องร้องต่อศาลเหมือนกัน ถูกป่ะ

เพื่อสู้คดี

ต้องสู้คดี ถูกป่ะนะฮะ คือก็ต้องสู้กันนะ ศาลชั้นต้นเนี่ย ยกฟ้องนะครับ ใจหายใจคว่ำ แล้ว อ้าวกกต. จะซวยแล้ว ศาลชั้นต้องยกฟ้องนะฮะ แล้วนายบุญมากเนี่ยนะครับนะฮะ ฟ้องกลับ กกต. พอนะครับ ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบนะครับ พอศาลชั้นต้นยกฟ้องใช่มั้ย ฟ้องกลับทันที และเรียกค่าเสียหายสูงถึง 100 ล้านบาทครับ

100 ล้านบาท สมัยนั้นนะ

เยอะมาก เยอะมาก

นะ แล้วคดีนี้ ต่อสู้กันจนถึงชั้นฎีกานะ ครับ จนถึงการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ลองดูดิ

สู้กันนานขนาดไหน

4 6 ปี

4 4 6 ปี เออ 6-7 ปีอ่ะ

นะฮะ ตอนนั้นเนี่ยนะฮะ นายบุญมา คศิริวกุล เนี่ย ก็ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. จังหวัดราชบุรี อีกครั้งนึง ในนามพรรคประชาธิปัตย์ เหมือนเดิม แต่ต่อมา เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2550 ก่อนวันเลือกตั้งแค่ 10 วัน ครับ ศาลฎีกา ท่านลงละ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำพิพากษาว่า กระทำความผิดจริงฮะ ก็ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี ปรับ 20,000 บาท จำคุก 1 ปี แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี ก็ทำให้นะ นายบุญมากเนี่ยนะครับ

คุณสมบัติกลายเป็นผู้สมัคร สส. แต่คิดดูสิ

แต่มุมกลับ ก็คือว่า แสดงว่าการทำหน้าที่ของ กกต. ชุดนั้นวันนั้น

ก็มีความเสี่ยง

เสี่ยง แต่ว่าท้ายที่สุด ถูกต้อง

ถูกมั้ แล้วก็เป็นภาระทางคดี กี่ปีอ่ะ

เออ แต่สู้กันมายาวนาน

6 ปีอ่ะ

แล้วมันไม่ใช่เคสเดียวไง

เหนื่อยมั้ยอ่ะ ใช่มั้ย ยุคนั้นเราทุกคนก็เลยศรัทธาว่า เออจริงๆ ท่านไม่ทำก็ได้ ถูกมั้ย แต่ถูกผิด สุดท้ายเราก็ต้องเข้าใจคน ที่ถูกให้ใบแดง เค้าก็มีสิทธิ์ที่จะพิสูจน์ ถูกป่ะ ต้องสู้คดี

พิ ใช่

จากเสือกระดาษครับ ที่ถูกปรามาสไว้ในครั้งแรกนะ จากสมัยก่อน กกต. เสือกระดาษ กกต. เสือกระดาษ กลายเป็น กกต. ชุด Dream Team

เออ ทุกคนแบบ

ตอนนี้สื่อมวลชนเรียก กกต. ชุดทีมหมด ได้รับการยอมรับจากประชาชนเป็นอย่างสูงเลย

เฮ้ย ของจริงว่ะ

ของจริง

แลถือเป็นความหวังของ

ระบอบประชาธิปไตยเลย ว่าเฮ้ย นี่แหละ โอกาสสำคัญที่ประชาธิปไตยจะเบ่งบานละ เพราะอะไรฮะ ถ้าเกิดการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม สส. ที่เข้ามาสู่สภา ก็เป็น สส. ที่มีคุณภาพ ที่ตอบเจตจำนงของประชาชนจริงๆ ถูกมั้

ใช่ๆ

ใช่มั้ การซื้อสิทธิ์ขายเสียงก็จะไม่มีผล แล้วถูกมั้ เพราะมีกรรมการที่มีความเป็นกลาง ชักใบเหลืองใบแดง ถูกมั้ แต่ดูเหมือน กราฟกำลังจะขึ้น เหมือนราคาทอง นึกภาพมั้ย แทนที่ กกต. ในยุคต่อมาเนี่ย จะสานต่อผลงาน ของ กกต. ชุดแรกเนี่ยนะครับ ให้ได้รับการยอมรับมากกว่าเดิม หรือต่อเนื่องเนี่ย กลับกลายเป็นว่า กกต. ในยุคต่อๆมา กลับถูกตั้งคำถามจากประชาชน

อื

นะ แล้วมีคำถามเซ็งแซ่ต่างๆ มากขึ้นว่า เอ้ย ขาดความเป็นกลางหรือเปล่า ถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองหรือเปล่านะครับ จนกลายเป็น กรรมการที่ค้านสายตาประชาชนเรื่อยมา

และคำอธิบายจาก กกต. ในยุคหลังๆเนี่ย ก็ดูเหมือนจะไม่สมเหตุสมผล ไม่เคลียร์ อย่างล่า สุดอย่างเงี้ย ไม่เคลียร์หลายๆครั้งนี่ หลายคำถามนี่ไม่ได้รับคำตอบด้วย เช่น อ้า ไปพบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งที่กองขยะ ได้ยังไงอ่ะ ก็จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่ได้คำตอบ

ครับ

คือพอยิ่งไม่มียิ่งไปสังคมไม่ได้คำตอบ ก็ยิ่งเกิดคำถามเลย

ใช่

อ้า เนี่ยฮะ อ่ะ อย่าง กกต. ชุดที่ 2 มาละ ชุด 1 มา ชุด 2 ก็ได้รับการโปรดเกล้าฯ นะครับ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2544 ก็มีวาระถึงวันที่ 21 ตุลาคม อ๊ะ เนี่ย ได้รับการโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 254 มีวาระจนถึง 25 กรกฎาคม 2549 นะครับ

ชุดนี้ก็นี่

ชุดที่ 2 แล้วนะ

อ่าน พิสูจน์เลยนะ หลังจากชุดทีม แรงกดดันก็หนักนะ ตอนนั้นก็มี พลเอก ศิรินทร์ ธูปกลับ นะครับ ก็เป็นประธาน กกต. แต่เดี๋ยวดูนะ มันมีความชลมุนมาก กับ กกต. ชุดที่ 2 ต่อมา พลเอก ศิรินทร์ ธูปกลับ ก็ลาออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2545 เอาล่ะ ประธาน กกต. ลาออก เมื่อวันที่ 28 พอ ออก 1 ท่าน ต้องเอากลับเข้ามา 1 ท่าน ถูกมั้ย

ใช่

วันที่ 28 นะครับ 2545 ก็มีนะครับ การโปรดเกล้าฯ นะครับ ให้ พลเอก จารุพัฒน์ เรืองสุวรรณ นะครับ เข้ามาทำหน้าที่นะ เอ้นะ แต่งตั้งให้ พลเอก จารุพัฒน์ เรืองสุวรรณ นะครับ กรรมการการเลือกตั้งนะครับ ฝ่ายกิจการพรรคการเมืองนะครับนะฮะ มาทำหน้าที่แทนนะ ครับ พลเอก ศิรินทร์ ธูปกลับ

นะครับ แล้วก็

แต่ต่อมานะครับ พลเอก จารุพัฒน์ เรืองสุวรรณ ก็ยื่นหนังสือลาออก เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2549 เดี๋ยวจำการลาออกของ พลเอก จารุพัฒน์ เรืองสุวรรณ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม เอาไว้ก่อน

โอเค

อ่า ว่ามันมีผลยังไง มันมีไทม์ไลน์ช่วงนี้ มันมากนะครับ เพราะว่า กกต. ชุดเนี้ยนะครับ มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549

อื

นะฮะ แล้วอย่าลืมนะ การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นโมฆะด้วย

ใช่

และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2549 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นโมฆะ

นะ 8 พฤษภาคมนะ แต่พอ 15 พฤษภาคม ปุ๊บ ทาง พลเอก จารุพัฒน์ เรืองสุวรรณ ลาออก

อ่า จำเหตุการณ์ตรงนี้ไว้ก่อน

จำนี้ก่อน จับไว้ก่อน จับไว้ก่อน

คราวนี้ พลตำรวจเอก วาสนา เพิ่มลาภ นะครับ นี่ชื่อดังนะ

กกต. นะครับ

ฝ่ายกิจการพรรคการเมืองนะครับ ภายหลังจาก การแต่งตั้ง พลเอก จารุพัฒน์ เรืองสุวรรณ แล้วเนี่ย กกต. ก็มีมติเลือกให้ พลุเรกาสนา เพิ่มลาภ ดำรงตำแหน่งประธาน กกต. อ่า พอ พลเอก จารุพัฒน์ มา ก็เลือกประธาน กกต. ใหม่ ก็คราวนี้ก็ได้ พล. พลเอก วาสนา เพิ่มลาภ เพิ่มลาภ มาเป็นนะครับ

ประธาน

ประธาน อ้า คราวนี้ กกต. ก็ประกอบไปด้วย พล. ตำรวจ. เอก วาสนา เพิ่มลาภ นะครับ ประธาน กกต. นะครับ ก็มีทาง เอ่อ นายจรัญ บูรณพันธสี นะครับ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยนะครับ แล้วก็มีนะครับ คุณวีรชัย แนวบุญเนียน ก็ กกต. ฝ่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน นายปริญญา นาคชตรี นะครับ กกต. ฝ่ายบริหารการเลือกตั้งครับ

จำชุดที่ 2 ไว้ให้ดี ชุดที่ 2 เนี่ยนะครับ ถือว่าเป็น กกต. ที่เรียกว่า ชุลมุนที่สุดนะ ครับ คนนี้ออก คนนี้แทน ยิ่งการเลือกตั้งในช่วงปี 2549 ยิ่งมึนเข้าไปใหญ่ หลังการเสียชีวิตของทาง นายจรัญ บูรณพันธสี เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2548 กกต. 5 คน เหลือ 4 คนแล้วนะครับ ก็คราวนี้ อยู่ดี แบ่งหน้าที่ใหม่ละ 4 คนอีกนะครับ จากเดิมที่แบ่งตามความเชี่ยวชาญ ถูกมั้ยนะ คราวนี้ กกต. แต่ละคนเนี่ย แบ่งเขตพื้นที่ดูแลเลย เปลี่ยนรูปแบบเลยนะครับนะ แล้วก็ให้ กกต. แต่ละคนเนี่ย ดูแลแบบมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทั้งการจัดการเลือกตั้งนะฮะ การสืบสวนสอบสวน อยู่ในเขต ถ้าอยู่ในเขตของตัวเองเนี่ย คุณจัดการเบ็ดเสร็จเลย ทุกเรื่องเลย เค้าแบ่งใหม่ เงี้ พลตำรวจเอก วาสนา เพิ่มลาภ ก็ดูแล กรุงเทพฯ และภาคกลาง อืนายปริญญา นาคชตรี ก็ภาคใต้ วีรชัย แนวบุญเนียน ก็ภาคเหนือ จารุพัฒน์ เรืองสุวรรณ ก็ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสานนะฮะ แล้วก็ที่สำคัญครับ ปรับโครงโครงสร้างภายในของ กกต. ด้วย แต่เดิมเนี่ยนะครับ สำนักวินิจฉัยนะครับ และสำนักสืบสวนสอบสวนเนี่ย 2 หน่วยงานเนี้ย แยกจากกัน คานอำนาจกัน ก็กลายมายุบรวมทั้ง เอาวินิจฉัยกับสืบสวนสวน เมารวมกันซะเลย เอาล่ะ เหตุการณ์อื้อฉาวที่สุดของ คต. ชุดที่ 2 เนี่ย น่าจะมาจากการจัดการเลือกตั้ง สส. เนี่ยนะครับ เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549

ผมขัดนิดนึง ก็คือเท่ากับว่า กกต. ชุดที่ 2 เนี่ย ผ่านการเลือกตั้ง 2 ครั้ง ถูกมั้ย ครั้งแรกคือในปี 48

ที่ตอนนั้นพรรคไทยชนะ แล้วได้ สส. มากที่สุด แต่ว่ามันต่างด้วยเหตุการณ์ทางการเมือง

ใช่มั้ย ที่มีม็อบเกิดขึ้น

อือ

แล้วก็นำมาสู่การที่คุณทักษิณตัดสินใจยุบสภา

ครับ

แล้วก็ต้องเลือกตั้งใหม่ ก็คือ

2 เมษายนนี้

เนี่ย

ถูกมั้ย 2 เมษายน 49 ที่ต้องมาเลือกกันใหม่ อีกรอบนึง ก่อนเหตุการณ์รัฐประหาร หน่อย

เนี่ยฮะ คือ

อื

คุณทักษิณเนี่ย ยุบสภา เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2549

ใช่ๆ

แล้วก็มาเลือกตั้งในวันที่ 2 เมษายน 2549 ครับ

คราวนี้ฮะ หลังการเลือกตั้งเนี่ย ศาลรัฐธรรมนูญเนี่ย วินิจฉัยครับ ตัดตัดสินให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะครับ และทำให้ต้องมีการเลือกตั้งมาอีกครั้งในวันที่ 15 ตุลาคม 2549 อ้า คราวนี้ มึนละ ตอนนั้นจำได้ว่า โหมันมึนมาก มึนมาก ชุลมุนมาก ชุนมาก ใช่

คือการเลือกตั้งในปี 2549 นี่มีเหตุการณ์ ชุลมุนเกิดขึ้นมากมายครับ ไม่ว่าจะเป็น อะไร จุดเริ่มต้นฮะ พรรคฝ่ายค้าน 3 พรรค หลังจากนายกทักษิณยุบสภา ใช่มั้ย 3 พรรค เลยจำได้ฮะ ประชาธิปัตย์ ชาติไทย มหาชน ประกาศบอยคอต คว่ำบาตรการเลือกตั้งเลย ไม่ส่งผู้สมัคร

ใช่ เอาละ เอาละ

อาจารย์ชัยยันต์ ชัยพร จำได้มั้ฮะ

อ่า

ฉิบัตรต่อหน้าสื่อมวลชนเลย อาจารย์ชัยยันต์ ก็ตอนนั้นก็เป็นหัวหน้าภาควิชาการเมืองและการปกครอง รัฐศาสตร์จุฬาฯ ก็ฉิบบัตรต่อหน้าสื่อมวลชนเลย

ท้าทายกฎหมายเลยนะครับเนี่ย ตอนนั้นนะฮะ ผู้สมัครจำนวนหลายสิบเขตนะ ได้คะแนนนะครับ นะ น้อยกว่าคะแนนไม่เลือกใคร ว่ามันการโหวต นึกภาพมั้ฮะ แต่รับการเลือกนะ เพราะว่า ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 20 สมัยก่อน ถ้าเกิด ถ้าไม่มี ถ้าไม่มีผู้สมัครพรรคพรรคอื่นแข่ง เหมือนลงคนเดียว คุณต้องชนะ คุณต้องได้คะแนนมากกว่า 20% ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

อ่า

อ่า แต่มันรู้สึกไง มันคนก็ตั้งคำถามว่า คนกาโนมากกว่า

อ่า มันก็อายนะ

เออ มากกว่าเลือกคุณน่ะ

มันก็ เอ๊ะอยู่นะ

แต่คุณผ่าน

เพราะว่า ไอ้เปอร์เซ็นต์ของมันมากกว่า

อ่า

ก็เนี่ย พรรคการมีการมีคำคหารนินทา นะครับ ว่ามีการจ้างพรรคการเมืองขนาดเล็กนะครับ ลงเลือกตั้ง เพื่อจะได้เลี่ยงไม่ต้องเจอ กับเกณฑ์ 20% คือถ้ามีคู่แข่งปุ๊บ เกณฑ์ 20% ไม่ต้องใช้ละ ที่ 1 ก็ได้เลยนะครับ

ครูหาเลือกตั้งหันออกหันหลังออก อ่า ที่ที่ พูดถึงคลาสสิค คลาสสิค เออ

แล้วก็หลายคนก็บอกว่า จะมีคนถ่ายภาพ มองเห็นการลงคะแนนได้โดยง่ายนะครับ และนี่ฮะ การประชุมกำหนดการเลือกตั้งในวัน ที่ที่ระบุว่าให้เลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน 2549 ก็มีคนตั้งคำถามว่า เฮ้ย องค์ประชุมไม่ครบเปล่า

อื

นะครับ เพราะว่ากฎหมายเนี่ย กำหนดให้องค์ประชุมไม่น้อยกว่า 4 ใน 5 อืออื

แต่อย่าลืมนะ การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นโมฆะด้วย

ใช่

และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2549 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นโมฆะ

นะ 8 พฤษภาคมนะ แต่พอ 15 พฤษภาคม ปุ๊บ ทาง พลเอก จารุพัฒน์ เรืองสุวรรณ ลาออก

อ่า จำเหตุการณ์ตรงนี้ไว้ก่อน

จำนี้ก่อน จับไว้ก่อน จับไว้ก่อน

คราวนี้ พลตำรวจเอก วาสนา เพิ่มลาภ นะครับ นี่ชื่อดังนะ

กกต. นะครับ

ฝ่ายกิจการพรรคการเมืองนะครับ ภายหลังจาก การแต่งตั้ง พลเอก จารุพัฒน์ เรืองสุวรรณ แล้วเนี่ย กกต. ก็มีมติเลือกให้ พลุเรกาสนา เพิ่มลาภ ดำรงตำแหน่งประธาน กกต. อ่า พอ พลเอก จารุพัฒน์ มา ก็เลือกประธาน กกต. ใหม่ ก็คราวนี้ก็ได้ พล. พลเอก วาสนา เพิ่มลาภ เพิ่มลาภ มาเป็นนะครับ

ประธาน

ประธาน อ้า คราวนี้ กกต. ก็ประกอบไปด้วย พล. ตำรวจ. เอก วาสนา เพิ่มลาภ นะครับ ประธาน กกต. นะครับ ก็มีทาง เอ่อ นายจรัญ บูรณพันธสี นะครับ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยนะครับ แล้วก็มีนะครับ คุณวีรชัย แนวบุญเนียน ก็ กกต. ฝ่ายการมีส่วนร่วมของประชาชน นายปริญญา นาคชตรี นะครับ กกต. ฝ่ายบริหารการเลือกตั้งครับ

จำชุดที่ 2 ไว้ให้ดี ชุดที่ 2 เนี่ยนะครับ ถือว่าเป็น กกต. ที่เรียกว่า ชุลมุนที่สุดนะ ครับ คนนี้ออก คนนี้แทน ยิ่งการเลือกตั้งในช่วงปี 2549 ยิ่งมึนเข้าไปใหญ่ หลังการเสียชีวิตของทาง นายจรัญ บูรณพันธสี เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2548 กกต. 5 คน เหลือ 4 คนแล้วนะครับ ก็คราวนี้ อยู่ดี แบ่งหน้าที่ใหม่ละ 4 คนอีกนะครับ จากเดิมที่แบ่งตามความเชี่ยวชาญ ถูกมั้ยนะ คราวนี้ กกต. แต่ละคนเนี่ย แบ่งเขตพื้นที่ดูแลเลย เปลี่ยนรูปแบบเลยนะครับนะ แล้วก็ให้ กกต. แต่ละคนเนี่ย ดูแลแบบมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทั้งการจัดการเลือกตั้งนะฮะ การสืบสวนสอบสวน อยู่ในเขต ถ้าอยู่ในเขตของตัวเองเนี่ย คุณจัดการเบ็ดเสร็จเลย ทุกเรื่องเลย เค้าแบ่งใหม่ เงี้ พลตำรวจเอก วาสนา เพิ่มลาภ ก็ดูแล กรุงเทพฯ และภาคกลาง อืนายปริญญา นาคชตรี ก็ภาคใต้ วีรชัย แนวบุญเนียน ก็ภาคเหนือ จารุพัฒน์ เรืองสุวรรณ ก็ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสานนะฮะ แล้วก็ที่สำคัญครับ ปรับโครงโครงสร้างภายในของ กกต. ด้วย แต่เดิมเนี่ยนะครับ สำนักวินิจฉัยนะครับ และสำนักสืบสวนสอบสวนเนี่ย 2 หน่วยงานเนี้ย แยกจากกัน คานอำนาจกัน ก็กลายมายุบรวมทั้ง เอาวินิจฉัยกับสืบสวนสวน เมารวมกันซะเลย เอาล่ะ เหตุการณ์อื้อฉาวที่สุดของ คต. ชุดที่ 2 เนี่ย น่าจะมาจากการจัดการเลือกตั้ง สส. เนี่ยนะครับ เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549

ผมขัดนิดนึง ก็คือเท่ากับว่า กกต. ชุดที่ 2 เนี่ย ผ่านการเลือกตั้ง 2 ครั้ง ถูกมั้ย ครั้งแรกคือในปี 48

ที่ตอนนั้นพรรคไทยชนะ แล้วได้ สส. มากที่สุด แต่ว่ามันต่างด้วยเหตุการณ์ทางการเมือง

ใช่มั้ย ที่มีม็อบเกิดขึ้น

อือ

แล้วก็นำมาสู่การที่คุณทักษิณตัดสินใจยุบสภา

ครับ

แล้วก็ต้องเลือกตั้งใหม่ ก็คือ

2 เมษายนนี้

เนี่ย

ถูกมั้ย 2 เมษายน 49 ที่ต้องมาเลือกกันใหม่ อีกรอบนึง ก่อนเหตุการณ์รัฐประหาร หน่อย

เนี่ยฮะ คือ

อื

คุณทักษิณเนี่ย ยุบสภา เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2549

ใช่ๆ

แล้วก็มาเลือกตั้งในวันที่ 2 เมษายน 2549 ครับ

คราวนี้ฮะ หลังการเลือกตั้งเนี่ย ศาลรัฐธรรมนูญเนี่ย วินิจฉัยครับ ตัดตัดสินให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะครับ และทำให้ต้องมีการเลือกตั้งมาอีกครั้งในวันที่ 15 ตุลาคม 2549 อ้า คราวนี้ มึนละ ตอนนั้นจำได้ว่า โหมันมึนมาก มึนมาก ชุลมุนมาก ชุนมาก ใช่

คือการเลือกตั้งในปี 2549 นี่มีเหตุการณ์ ชุลมุนเกิดขึ้นมากมายครับ ไม่ว่าจะเป็น อะไร จุดเริ่มต้นฮะ พรรคฝ่ายค้าน 3 พรรค หลังจากนายกทักษิณยุบสภา ใช่มั้ย 3 พรรค เลยจำได้ฮะ ประชาธิปัตย์ ชาติไทย มหาชน ประกาศบอยคอต คว่ำบาตรการเลือกตั้งเลย ไม่ส่งผู้สมัคร

ใช่ เอาละ เอาละ

อาจารย์ชัยยันต์ ชัยพร จำได้มั้ฮะ

อ่า

ฉิบัตรต่อหน้าสื่อมวลชนเลย อาจารย์ชัยยันต์ ก็ตอนนั้นก็เป็นหัวหน้าภาควิชาการเมืองและการปกครอง รัฐศาสตร์จุฬาฯ ก็ฉิบบัตรต่อหน้าสื่อมวลชนเลย

ท้าทายกฎหมายเลยนะครับเนี่ย ตอนนั้นนะฮะ ผู้สมัครจำนวนหลายสิบเขตนะ ได้คะแนนนะครับ นะ น้อยกว่าคะแนนไม่เลือกใคร ว่ามันการโหวต นึกภาพมั้ฮะ แต่รับการเลือกนะ เพราะว่า ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 20 สมัยก่อน ถ้าเกิด ถ้าไม่มี ถ้าไม่มีผู้สมัครพรรคพรรคอื่นแข่ง เหมือนลงคนเดียว คุณต้องชนะ คุณต้องได้คะแนนมากกว่า 20% ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

อ่า

อ่า แต่มันรู้สึกไง มันคนก็ตั้งคำถามว่า คนกาโนมากกว่า

อ่า มันก็อายนะ

เออ มากกว่าเลือกคุณน่ะ

มันก็ เอ๊ะอยู่นะ

แต่คุณผ่าน

เพราะว่า ไอ้เปอร์เซ็นต์ของมันมากกว่า

อ่า

ก็เนี่ย พรรคการมีการมีคำคหารนินทา นะครับ ว่ามีการจ้างพรรคการเมืองขนาดเล็กนะครับ ลงเลือกตั้ง เพื่อจะได้เลี่ยงไม่ต้องเจอ กับเกณฑ์ 20% คือถ้ามีคู่แข่งปุ๊บ เกณฑ์ 20% ไม่ต้องใช้ละ ที่ 1 ก็ได้เลยนะครับ

ครูหาเลือกตั้งหันออกหันหลังออก อ่า ที่ที่ พูดถึงคลาสสิค คลาสสิค เออ

แล้วก็หลายคนก็บอกว่า จะมีคนถ่ายภาพ มองเห็นการลงคะแนนได้โดยง่ายนะครับ และนี่ฮะ การประชุมกำหนดการเลือกตั้งในวัน ที่ที่ระบุว่าให้เลือกตั้งวันที่ 2 เมษายน 2549 ก็มีคนตั้งคำถามว่า เฮ้ย องค์ประชุมไม่ครบเปล่า

อื

นะครับ เพราะว่ากฎหมายเนี่ย กำหนดให้องค์ประชุมไม่น้อยกว่า 4 ใน 5 อืออื

แต่ตอนนั้นเนี่ยนะครับ ในวันที่ตราพระราชกฤษฎีกาเนี่ย มี กกต. เพียง 3 จาก 4 คน เท่านั้น คนนึงก็เสียชีวิตไป ถูกมั้ย ท่านนึงนะ ท่านจรัญ ก็เสียชีวิตไป อีกท่านนึงติดภารกิจต่างประเทศ อ้าว ไม่ครบนี่

หู ชุลมุนมากนะ การเลือกตั้งใหม่นะครับ ใน 40 เขต ในวันที่ 23 เมษายน 2549 คือต้องเลือกตั้งใหม่ เพราะอะไรฮะ บางคนไม่ผ่านเกณฑ์ 20%

ก็ต้อง อ่า

ต้องเลือกตั้งใหม่

เพราะว่ามีลงคนเดียว คิดว่า

ได้แน่ๆ

ได้แน่ๆ ไม่ใช่ ถ้าไม่ผ่าน 20% ของจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งนะ คุณต้องเลือกตั้งใหม่

แล้วคุณลงไม่ได้แล้วด้วยนะ

นี่ๆ ไม่ฮะ

นี่ๆ มึนเฮ มีการให้ผู้ที่เคยสมัครในการเลือกตั้งรอบแรกนะ ใช้หมายเลขเดิมด้วยนะ

มีใช้หมายเลขเดิม เปิดโอกาสให้ผู้สมัครเวียนเทียนสมัครด้วย เวียนเทียนสมัครคือ ผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัตินะฮะ ในการรอบแรกเนี่ย เมื่อวันที่ 2

เมษายนเนี่ยนะหรือแพ้ การเลือกตั้งในวันที่ 2 เมษายนเนี่ยนะ ครับสามารถไปลงสมัครซ้ำหรือย้ายไปเขตอื่น ได้เอานะตอนนั้นเนี่ยพลเกตวาสนาเพิ่ม ล ประธานกกต.มีหนังสือแจ้งเลยนะครับว่าให้ ผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติในการเลือกตั้งใน วันที่ 2 เมษายนเนี่ยเนื่องจากไม่ได้ไป ใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้า

ถ้าเกิดวันที่ 2 เมษายนเนี่ยไปใช้สิทธิ์ เนี่ยถือว่าได้คืนสิทธิ์แล้วนะครับสามารถ มาลงรับสมัครเลือกตั้งในวันที่ 23 เมษายน ได้อถือว่าวันที่ 2 เมษายนเนี่ยไปได้คืน สิทธิ์แล้วคุณไปกาแล้วนะครับแล้วก็เปิด โอกาสนะให้ผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติในการ เลือกตั้งในวันที่ 2 เมษายนเนี่ยเนื่อง จากเป็นสมาชิกพรรคพรรคการเมืองไม่ครบ 90 วันนะครับนับถึงวันสมัครรอบแรกเนี่ยลงได้ ครับในวันที่ 23 เมษายนถ้าเป็นสมาชิกพรรค การเมืองครบ 90 วันในวันที่สมัครรอบ 2 คือ 8-9 เมษายน

ก็ถูกเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูยหมด คนหาเยอะเลย คหาเยอะเลยชุลมุนมากคือมันทำทีทำท่าจะไป ไม่รอดแล้ว ทรงไม่ค่อยดี เออตอนนั้นหนังสือพิมพ์เนี่ยหน้า 1 นี่ โอโหมันมัน มีแต่เรื่องกกต.เออไปไม่ดูแล้วเหมือนไป ยากอ่ะนะครับคือ คือเคยฟังเพลงพี่เบิร์ดมั้ย คือกลับตัวก็ไม่ได้จะเดินต่อไปก็ไปไม่ถึง ตอนเนี้ยสภาพตอนนั้นเป็นอย่างนี้เลยมัน เหนื่อยมาก

การเลือกตั้งในวันที่ 23 เมษายนที่เกิด ขึ้นอีกรอบนึงนะจำนวน 40 เขตเลือกตั้งใน 17 จังหวัดนะครับโหก็ยังมีชุลมุนนะ อื ผู้อำนวยการกกต.เขตจังหวัดสงขลาลาออกทั้ง 7 เขตเอาละกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ที่นครศรีธรรมราชจำนวน 7 หน่วยประท้วง ครับบางหน่วยไม่ไปรับบัตรเลือกตั้งที่ กกต.จังหวัดบางหน่วยไปรับมาแต่ไม่เปิดทำ การโอ้โหมึนตึ๊บมีผู้ฉีกบัตรเลือกตั้ง เพื่อประท้วงที่จังหวัดสงขลาภูเก็ตยะลา นครศรีธรรมราชชุมพรและสุราษฎรธานี

ที่พัทลุงครับลงชื่อรับบัตรเลือกตั้งแล้ว ส่งบัตรเลือกตั้งคืนเลยไม่ไปกาเลยไม่เข้า หาเลยเซ็นคืนอย่างี้เลยเรียกได้ว่าชุลมุน ครับและวันนั้นก็เกิดคำศัพท์คำนึงที่ใช้ มาจนถึงปัจจุบันที่เรียกว่าตุลาการพิัฒน์ เอาล่ะเกิดปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นนะครับ ซึ่งมันก็คืออะไรก็เป็นข้อสังเกตของคนที่ คร่ำวอดทางการเมืองในยุคนั้นว่าเฮ้ยกลุ่ม อนุรักษ์นิยมเนี่ยมีการสมคบคิดกันนะครับ เจรจาต้าอ่วยกันร่วมมือกันเป็นขบวนการใน การผลักดันให้อำนาจตุลาการเคลื่อนตัวเข้า สู่ระบบการเมืองเพื่อแทรกแซงอำนาจ นิบัญญัติอ่าหลายคนก็บอกว่าเอ้ยสิถ้าไม่ ทำอย่างนั้นน่ะแล้วมันจะคลี่คลายวิกฤตการ ได้ยังไงแต่หลายคนก็ทักท้วงว่าทั้งหมด ทั้งมวลเนี่ยเพื่อทำให้วิกฤตการทางการ เมืองเนี่ยคลี่คลายไปในทิศทางที่กลุ่ม อนุรักษนิยมตั้งธงเอาไว้และวิกฤตการทั้ง หมดที่เกิดขึ้นคนที่อยู่เบื้องหลังหรือ หลังมากก็มาจากกลุ่มอนุรักษ์นิยมทั้งสิ้น

อ นะไม่ว่าจะเป็นความเชื่อว่าคุณส่งซิกให้ 3 พรรคการเมืองฝ่ายการไม่ลงรับสมัครเลือก ตั้งหรือเปล่า ออ อะไรอย่างเงี้ยเค้าก็เป็นทฤษฎีสมคบคิดกัน แต่มันเกิดในช่วงเวลานี้ ใช่แล้วก็นักวิชาการด้านนิติศาสตร์จำนวน ไม่น้อยก็ก็บอกว่านี่แหละไอ้ 49 นี่แหละ คือจุดเริ่มต้นของการใช้มิติสงครามในการ กลั่นแกล้งและแทรกแซงทางการเมืองเลย

โดยสตาร์ทจากการ ไอ้ขบวนการทั้งหลายก็ตอ ซึ่งอ่าที่การเช้าเอากฎหมายมากลั่นแกล้ง คนนั้นคนนี้ยัดคดีคนนั้นคนนี้เนี่ยเริ่ม ต้นจากตรงนี้เลยแต่ตอนนั้นยังไม่ได้น่า เกลียดนะถูกป่ะแต่หลังๆเนี่ยน่าเกลียด ขึ้นเรื่อยๆแต่จุดเริ่มต้น ครับนะครับนะก็หลายคนบอกนี่แหละเป็นจุดเริ่ม ต้นของการบ่อนทำลายทั้งบ่อนทำลายความน่า เชื่อถือของอำนาจตุลาการนะสมัยก่อนศาล เนี่ยไม่มีใครตั้งคำถามณวันนั้นน่ะต้องณ จนถึงปัจจุบันเนี่ยศาลก็ถูกตั้งคำถามเยอะ มากถูกมั้ยฮะแล้วก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้น ในการทำให้ระบอบประชาธิปไตยของประเทศเรา อ่อนแอลงด้วยนะครับก็มาจากเริ่มต้นแล้วคำ วิรธนูญที่ 9/2549 ครับเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมนะครับให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ก่อน

อ่าอันนี้เริ่มใช่มั้ยเริ่มเริ่มขบวนเอา ละ และมาเกิดอะไรขึ้นครับเอาละจำได้มั้ฮะพล เอกจารุพัฒน์ 8 พฤษภาคม อ๋อที่ท่าน โมฆะ อ่า อุ้ย 15 พฤษภาคมฉันลาออกก่อนปกต.เหลือ 3 คนแล้วนะ ปกต.เหลือ 3 คนแล้วนะเพราะพลเอกจารุพัฒน์ ไปก่อนละเหลือ 3 คนนะฮะแล้วก็พอวันที่ 25 กรกฎาคม 2549 ครับศาลอาญาได้ตัดสินตามคำ ฟ้องของโจทย์ก็คือคุณถาวรเสมเสนเนียม สส.ประชาธิปัตย์ ฟ้องกกต.แล้วก็มีคำพิพากษาด้วยนะครับว่า กกต.เปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบโดยเอื้อ ประโยชน์ให้พรรคไทยรักไทยตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า ด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีโทษตามมาตรา 42 ศาลมีคำพิพากษาให้กกต. 3 คนครับตอนนี้ไม่พลเอกจรุวัฒนไปแล้วนะ ไป เหมือนนกรู้ 3 คนครับพล.ตำรวจเอกวาสนาเพิ่มนะครับก็ ประธานกกต.นะครับแล้วก็เอ่อนายปริญญานาค ฉตรีและนายวีรชัยแนวบุญเนียนต้องคำ พิพากษาจำคุก 4 ปี

แต่สาระสำคัญคือโดยไม่รอลงอาญาวันนั้นเรา เห็นกกต้า คุก ใส่ชุดนักโทษและเดินเข้าคุกนะนะเดินเข้า คุกเลยนะแต่ต่อมาศาลฎีกามีคำพิพากษายก ฟ้อง แต่เหตุการณ์ที่พอกกต.เดินเข้าเรือนจำ ปุ๊บนะพ้นคุณสมบัติหายทันทีคุณสมบัติของ กกต.อ่าตอนนั้น 3 คนไม่ยังไงก็ไม่ออกนึก ภาพมั้ฮะเหมือนกับรัฐดาแลนดเลยอ่ะคือออก แล้วจะเอาอะไรแดกไม่ออกสุดท้ายก็เหมือน เ ฮะที่บอกว่าตุลาการพิัฒนิติสงครามก็ใช้ ข้อนี้แหละคุณจำคุกะคุณต้องออกโดยปริยาย นะอ่ะพอออกปุ๊บแต่สุดท้ายก็เกิดการรัฐหาร ในวันที่ 19 กันยายน 259 โดยพลเอก สนธิบุญรัตน์ กริก็เป็นช่วงเวลาต่อเนื่องกัน แต่สุดท้ายกกต.ทั้ง 3 ท่านศาลฎีกาท่านก็ ยกฟ้อง แต่ออกไปแล้ว แต่ออกไปแล้วคือมันเหมือนกับสร้างสถา สร้างสภาวะที่ให้เกิดสุนยากาศให้ได้อ่ะ เพื่อเอื้อให้เกิดการทำรัฐประหารไง เนี่ยเค้าก็มีคนวิเคราะห์กันอย่างนี้ อื

ส่วนกรณีการจ้างพรรคเล็กลงเลือกตั้งนะ ครับอนี่ฮะนี่ดราม่าอีกวันที่ 2 เมษายน 2549 นะครับจำได้มั้ยที่ต้องจ้างพรรค เล็กลงเพื่อหลบเลี่ยงเกณฑ์ 20% ศาลชั้นต้นครับพิพากษาจำคุกพลเอก ธรรมรักษ์อิสราุูณอยุธยา บิ๊กแอ Big แอ อ่า Big แในฐานะเป็นกรรมการบริหารพรรคไทย รักไทยมีภาพจากกล้องวงจรปิดอะไรเงี้ยนะฮะ นะ แล้วก็พิพากษานะครับเมื่อวันที่ 3 พฤ 30 พฤษภาคม 255 จำคุกเป็นเวลา 3 ปี 4 เดือน แต่ต่อมาครับศาลอุทธรณ์ยกฟ้องเอ้าเราก็ คิดว่าจะฎีกาอัยการไม่ฎีกาอีกแต่ในขณะ ที่เจ้าหน้าที่กกต.นะครับแล้วก็อดีตหัวหน้า พรรคพัฒนาชาติไทยที่พรรคเล็กเนี่ยและพวก อีก 2 คนศาลชั้นต้นศาลอุธรณศาลฎีกา ลงหมด ลงหมดจำคุกทั้ง 3 ศาลแต่พลเอก ธรรมรักษ์ ธรรมรักษ์รอดแล้วก็อัยการท่านไม่ฎีกาด้วย นะก็พออัยการท่านไม่ฎีกาก็ จบ อุธรก็จบไป อ เนี่ยการเลือกตั้งเนี่ยก็นำมาซึ่งการทำ รัฐหารแต่นี่ไอ้โมฆะนี่ไม่ใช่ครั้งเดียว นะมีครั้งที่ 2 นะผมบอกเป็นเกรดเล็กเก็ด น้อยมีโมฆะอีกครั้งนึงนะฮเมื่อก็คือการ เลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 อ

เกิดเกิดขึ้นในยุคกกต.ชุดที่ 4 ครับ ซึ่งประกอบไปด้วยนะนายศุภชัยสมเจริญนี่ก็ ประธานกกต.นะครับนายบุญสงฆ์น้อยโสภลนะ ครับก็กกต.ด้านการสืบสวนสอบสวนและ วินิจฉัยนะครับ นะเอ่อทางร้อยตรีดร.ประวิตรรัตนียรก็กกต. ด้านกิจการการมีส่วนร่วมนะครับดร. ธีรวัฒน์ธีรโรจวิทยนะครับกกต.ก็กกต.ด้าน กิจการพรรคการเมืองและการออกเสียง ประชามติและอีกท่านนึงนะฮะที่ทุกวันนี้ก็ ทุกคนก็ยังรู้จักยังมีบทบาทอยู่ก็คือรอง ศาสตราจารย์สมชัยศรีสุทธยากร อาจารย์สมชัยศรีสุทธิยากรนั่นเองนะกกต. นั้นท่านเป็นกกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง นะครับ

นี้ท่านเพิ่งจัดเดโม่มานะครับเนี่ยเลือก การกินก๋วยเตี๋ยวมีประสบการณ์ โดยอาจารย์สมชัยนี่แปลกกว่าคนอื่นครับ เพราะเป็นกกต.คนเดียวครับที่โดนพลเอก ประยุทธ์นะใช้คำสั่งกกต.ถอดออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2561 อื อ่านี่คนเดียวนอกนั้นรอดหมดนะนี่อาจารย์ โดนคนเดียว ในการเลือกตั้งครั้งนั้นเนี่ยก็เกิดปัญหา ขึ้นเหมือนกันนะเพราะว่าตอนจำได้ฮะกปปส. ไปปิดหน่วยการเลือกตั้งใช่มั้ยนะปิดไม่ จัดการเลือกตั้งได้ไม่ครบทุกหน่วยนะครับ ซึ่ง นะซึ่งตามกำหนดเนี่ยกำหนดให้อ่าซึ่งไม่ สามารถเปิดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งได้ ทุกหน่วยเลือกตั้งในวันเดียวกันนะครับ และต้องกำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ใน วันที่ 2 มีนาคม 2557 นะครับคือตอนนั้นเนี่ยคือต้องจัดวันเดียว กันพอมีบางหน่วยมีกปปส.นิดจำได้มีผู้มี ผู้ลงสมัครเลือกตั้งชูไฟฉาย เอบอกมันคือสิทธิ์ของฉัน อ่านะฮะจำได้มั้ฮะคราวนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินรับลูกทันทีส่งเรื่อง ที่ศาลรัฐธรรมนูญเลยครับวินิจฉัยฮะแล้วก็ มีคำวินิจฉัยแล้วก็มีคำวินิจฉัยนะครับว่า นะศาลมีคำวินิจฉัยที่ 5/2557 นะครับเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2557 เนี่ย ว่าการเลือกตั้งเนี่ยนะครับในวันที่ 2 กุมภาพันธ์เนี่ยนะครับ 257 เนี่ยไม่ชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญครับที่บอกว่าเลือกตั้งไม่ ครบแล้วต้องมาเลือกอีกที 2 มีนาคมนะเลือก ตั้งครั้งแรกที่ 2 กุมภาพันธ์เนี่ยไม่ชอบ รัฐธรรมนูญนะก็เป็นโมฆะไปแม้ว่าเ่อทาง ประธานนะครับกกต.ศุภชัยสมเจริญเนี่ยจะชี้ แจงว่าไม่โมฆะแต่สุดท้ายก็เกิดรัฐประหาร โดยพลเอกประยุทธจันทร์โอชาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 อยู่ดี

เห็นมั้ยการเลือกตั้งพอเป็นโมฆะปุ๊บสร้าง สภาวะศูนย์เกิดรัฐบาลทันที นะ 2 ครั้งแล้วนะครับ เนี่ยหลายคนก็เริ่มตั้งข้อสังเกตแล้วเอ้า กกต.ทำไมมันเป็นอย่างเงี้ยหลายคนก็บอก เฮ้ยเฮ้ยหรือว่าเป็นเพราะว่ากกต.ชุดแรก เนี่ยที่ได้รับการยอมรับนับถือจากประชาชน เป็นอย่างมากเนี่ยนะมาจากคุณสมบัติส่วน ตัวหรือเปล่าก็ไม่ใช่คุณคุณออง อื พอเราไปดูเนี่ยคุณสมบัติกกต.ในยุค ปัจจุบันเนี่ยนะครับแต่ละคนเนี่ยนะครับก็ ดีกรีก็ไม่ ฉกาศฉะกันเออ ประวัติทำงานก็หรูหราทั้งนั้นนะครับ อดีตอธิบดี โปรไฟล์ดีๆทั้งนั้นแต่ผมไล่มานะบางคนแล้ว กันนะจริงๆทุกคนผมยืนยันว่าโปรไฟล์ดีหมด นะ อย่างท่านณรงค์กั่นวารินประธานกกต.คน ปัจจุบันอดีตก็เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ ในศาลฎีกาไม่ธรรมดา เออแต่ชุดแรกๆก็มีไอ้เนี่ย ใช่ ก็มีเป็นผู้พิพากษาทั้งนั้นนะครับเนี่ย อย่างท่านประกรณมหันนพเนี่ย หรือว่าท่านสิทธิโชติอินทรวิเศษนี่ก็อดีต ผู้พิพากษาศาลฎีกา อื เ้าเลิศวิโรธโกวัฒนะนี่ก็อดีตปลัดกระทรวง เกษตรเอ้าโฟลไม่ดีเหรอหรือนายอิทธิพร อิทธพรบุญปคอง อดีตประ อดีตประธานกกต.นี่ก็ ต่างประเทศนะกระทรวง เป็นอดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายและ เป็นอดีตเอกครราชทูต ไม่ธรรมดาทั้งนั้นครับแต่ถามว่าแล้วมัน เกิดอะไรขึ้นกับกกต.ชุดแรกกับกกต.ในยุค หลังๆล่ะ เออ

หลายคนก็ตั้งข้อสังเกตว่าเฮ้ยมันอยู่ที่ โครงสร้างของการได้มาซึ่งตำแหน่งกกต.และ การถ่วงดุลอำนาจของกกต.หรือเปล่า ออ เพราะกกต.ชุดแรกเนี่ยมีการยึดโยงกับประชา ชนอย่างแนบแน่นมากเรียกได้ว่าเป็นองค์กร อิสระที่แนบแน่นกับประชาชนแต่เป็นอิสระ จากกลุ่มอำนาจทางการเมือง เออ แต่เรียกว่าซี้ย่ำปึ๊กเลยนะครับเป็นลูก น้องคนสนิทของเ่อประชาชนที่เป็นเจ้าของ อธิปไตยตัวจริงเลย คราวนี้จะทำงานอะไรก็ฟังเสียงของประชาชน ฟังการวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนต้องมี คำตอบกับประชาชนให้ได้ เพราะเรู้ว่าที่มาเมันยึดยงกับประชาอ่า เออ คณะกรรมการสรรหาในยุคแรกเริ่มนะเราดูนะ เราดูนะจากการสรรหาและฝ่ายตุลาการอันนี้ ยุคหลังก็มีฝ่ายตุลาการเหมือนเดิมสถาบัน อุดมศึกษาเราให้เปิดโอกาสให้ทางสถาบัน ศึกษานักวิทยาการด้วยนะสรรหาตัวแทนพรรค การเมืองที่มีสส.ในสภาทุกพรรคเลยที่มีสส. ในสภามาร่วมด้วยในขณะที่รัฐธรรมนูญ 60 อ้าดูนะฮะดูนะกำหนดให้ผู้แทนจากสส.เทศบาล เข้าใจว่าเหลือเพียงแค่ 2 คนเท่านั้นคือ ประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ผู้นำฝ่ายค้าน 2 เสียงเองนะฮะเอ้า คือโดยในทางคณิตศาสตร์เนี่ยเหมือนกับแค่ ไปเออหอบหมกอ่ะ ไม่มีประโยชน์ เพราะยังไงก็ไม่พอถ้าที่เแพ็คกัน ใช่ครับก็จบแล้วแล้วประธานสภาผู้นก็ส่วน ใหญ่ก็มาจากฟากฝ่ายรัฐบาลอีกถูกบั่นทอน อีกนะมีแค่ 2 คนยังแยกกันอีกอ่ะใช่มั้ และที่สำคัญคือปัจจุบันเนี่ยมีการเพิ่ม เอาองค์กรอิสระอื่นอื่นนะที่เป็นพี่น้อง ท้องเดียวกันเนี่ยเข้ามาร่วมสรรหาด้วย เนี่ยนะครับแล้วก็จากนั้นก็ส่งรายชื่อให้ กับวุฒิสภาเห็นชอบอ้า วุฒิสภาตามรัฐมนตรีนะ 40 นี่มาจากการ เลือกตั้งทางตรงของประชาชนนะ ถูก แต่ 60 ล่ะช่วง 5 ปีแรก แต่งตั้ง มาจากการคัดเลือกและแต่งตั้งโดยคสช.เแล้ว อื เลือกมากับมือทั้งพลเอกประยุทธพลเอก ประวิตรเอ้าซึ่งเป็นผู้ก่อรัฐประหารเนี่ย อือ ต่อมาก็มาจากการเลือกกันเองตามกลุ่มอาชีพ ซึ่งก็ยังมีข้อหานินทาถูกมั้ยเรื่องฮัว้ว สวก็ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งทางตรงจาก ประชาชนอีก คืออย่างนี้คุณอ๊อกหลักการประชาธิปไตย เนี่ยองค์กรตามรัฐธรรมนูญใดที่มีอำนาจมาก ยิ่งถ้าอำนาจนั้นเนี่ยนะครับสามารถแทรก แซงขัดขวางหรือเรียกว่าพลิกโผโอจากการ เลือกตั้งของประชาชนที่เป็นเจ้าของ อธิปไตยตัวจริงได้เนี่ยยิ่งต้องมีการตรวจ สอบถ่วงดุลที่เข้มข้นอย่างได้สัดส่วนยิ่ง มีอำนาจมาก ยิ่งต้องถ่วงดุลให้มากยิ่งต้องใกล้ประชา ชนมากยิ่งต้องใกล้ประชาชนมากยิ่งต้องให้ ประชาชนมีอำนาจในการถอดถอนให้มาก เอาอย่างงี้มันถึงแฟร์นะฮะ

แนมาดูฮะซึ่งส่วนใหญ่เนี่ยนะครับอำนาจใน การถ่วงดุลที่เข้มข้นที่สุดก็คือการถอด ถอนจากประชาชนนี่แหละรัฐธรรมนูญปี 40 มี มีมาตรา 304 กำหนดฮะให้สส.สส.มาจากการ เลือกของประชาชนใช่มั้ย ใช่ ไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของที่มีอยู่อ่านี่ลง ชื่อถอดถอนได้หรือประชาชนผู้มีสิทธิ์ เลือกตั้งไม่น้อยกว่า 50,000 คนนี่ อื เข้าชื่อร้องต่อประธานวุฒินะฮะแล้วประธาน วุฒิก็ส่งให้ปปช.ไต่สวนแล้วก็ส่งกลับมา ถ้าวุฒิสภามีมติเนี่ยไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ถอดถอนได้ ออ เกดเล็กเก็ดน้อยแล้วปปช.ล่ะปปช.นี่อาจจะ มากหน่อยคือต้องใช้เสียง 3 ใน 4 ก็ถอดถอน ได้ ครับ วุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ถ้าปี 40 นะยกมือปุ๊บจอดเลย คือเหมือนกลายเป็นว่าทุกอย่างเนี่ยมันมัน ยึดโยงกันหมดกับกับประชาชนแล้วก็มีอำนาจ ในการตรวจสอบถ่วงดุนซึ่งกันและกันคือหมาย ถึงว่าในความเป็นดงกรอิสระประชาชนเองส่วน หนึ่งก็มีอำนาจที่จะเข้าชื่อกันและถอดถอน ท่านได้ถ้าท่านถ้าท่านทำงานที่ไม่ยึดโยง กับเราแล้วรู้สึกว่าอะไรของท่านก็ไม่รู้ เนี่ยมันมีเครื่องมือในการกำกับดูแลใช่ มั้ย คือองค์กรอิสระคุณน้องต้องไม่อิสระจาก ประชาชน อ่า คืออิสระจากอำนาจทางการเมือง ไอไอ้คำว่าอิสระนี่คืออิสระจากอำนาจทาง การเมือง เออไม่ใช่อิสระจากประชาชนแต่ณวันนี้คือ อิสระจากประชาชน แต่ไม่อิสระ อ้าก็แต่เดิมกกต.ชุดแรกคือหัวหน้าเจ้านาย คือประชาชน เจ้านายอำนาจนึงที่ต้องมีคืออะไรไล่ออก ได้ อือ แต่ตอนนี้ เอาออกไม่ได้อ่ะถูกมั้ย เพราะฉะนั้นเราจึงไม่เห็นว่ากกต.ชุดใน อดีตจะฟ้องประชาชนไม่มีหรอก เอ้าชุดแรกมีมั้ฟ้องประชาชนทั้งที่โดน โอโหเสือกระดาษเอยอะไรเอยถูกมั้ก่อนที่จะ เป็นกกต.ทีมเนี่ยโอ้โหหนักเลย อืเพราะเรู้ว่าประชาชนก็มีสิทธิ์ที่จะ ตรวจสอบเขาและเข้าชื่อเขาไล่ออกได้ คือไล่ออกแล้วคุณกล้าเถียงหัวหน้ามั้อ่ะ คุณอ๊อกคุณกล้าไปปากดีกับหัวหน้ามั้ยไม่ กล้าก็ต้องทนไป แต่พอที่มาในยุคยุคปัจจุบันเนี่ยมันไม่ ได้ยึดโยงกับประชาชนจริงๆ อก็ยุคเนี้ยเพิ่งโพใช่มั้ยที่บอกว่า 80 กว่าเปอร์ประชาชนบอกไม่พอใจ แล้วไม่มีเข้าชื่อถอนๆด้วยนะ แต่ถ้าเกิดมั่นใจถ้าตอนนี้เข้าชื่อได้นะ ผมว่าไม่ต้อง 50,000 ผมว่า 100,000 ชื่อ ก็ถึง 200,000 ก็ยังถึงถูกมั้ยใช่ป่ะตาม ตลาดนัดป่านี้เค้าไล่ไล่ล่ารายชื่อแล้ว ถูกมั้ยตามตลาดนัดตามใต้รถเมล์ผมว่าล่า รายชื่อกันแล้วตอนเนี้ยนะฮะแต่ตอนนี้คือ มันไม่รู้จะล่ารายชื่อกันไปทำไมถูกป่ะเ้า รัฐธรมนูญปี 50 ก็คล้ายๆกันเหมือนคล้ายๆ กับปี 40 มาตรา 271 อันนี้ประชาชนจำนวน ตั้งแต่ 20,000 คนด้วยจาก 50,000 ลดลง เหลือ 20,000 ด้วยสส.ก็ยัง 1 ใน 4 เหมือน เดิมก็ยื่นถอดถอนได้ ต่อประธานวุฒินะครับแล้วก็เหมือนเดิมครับ กระบวนการคล้ายๆกันเลย 3 ใน 5 ก็ไปนะครับ ปปช.ก็ 3 ใน 4 เหมือนเดิม อื แต่ 60 นี่แปลกครับไม่ได้ให้อำนาจส.ส. แล้วก็ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระ ได้เลย ไม่เลยนะครับโดยให้เป็นอำนาจของปปช.ครับ ซึ่งก็เป็นองค์กรอิสระด้วยการพิจารณาไต่ ส่วนและส่งให้ศาลฎีกาหรือว่าศาลฎีกาแผนก คดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองการ หรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองเป็นผู้พิจารณาประชาชนจะเข้า ชื่อได้กรณีถอดถอนปปช.เท่านั้นแต่ๆๆนะฮะอ ปปช.อ่าประชาชนเข้าชื่อถอดถอนได้นะสส.และ สว.ก็ได้ก็คือ 1 ใน 5 นะครับนะเข้าชื่อ ประชาชนเนี่ย 20,000 ถอดถอนปปช.ได้แต่ไม่ ได้ส่งให้วุฒิสภาโหวตนะนี่ 20,000 ปุ๊บ เขาเข้าชื่อกล่าวหาปปช.แล้วประธานรัฐสภา ก็พิจารณาเออเข้าเค้ามีมูลส่งต่อไปยัง ประธานศาลฎีกาแล้วก็ศาลฎีกาก็นะครับก็จะ มีคณะไต่ส่วนเอ้อมีมูลก็จะส่งไปที่ศาล ฎีกาคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นผู้พิจารณาคดีไม่มีการมาลงมติที่ วุฒิสภาเหมือนรัฐธรรมนูญปี 40 หรือ 50 นะ ครับ

และก็ไม่สามารถที่จะถอดถอนกกต.โดยตรงได้ ใช่มั้ต้องยังต้องผ่านปปช.แล้วก็มีกระบวน การตรงนี้อีกแต่เดิมก็ผ่านปปช.แต่มันกลับ มาที่วุฒิสภาหมายความเพราะอะไรถ้าเกิดลอง คิดดูดิถ้าเกิดตอนนั้นกกต.เนี่ยถูกสมมุติ ทำงานไม่ดีโอ้โหฟ้องสื่อมวลชนอย่างนี้ เป็นปฏิปักษ์กับประชาชนที่เป็นเจ้าของ อธิปไตยตัวจริงอย่างี้ผมตั้งคำถามปปช. แล้วมันก็มีมูลความจริงอย่างี้ปปช.จะกล้า แขวนมั้ย ก็ไต่สวนปุ๊บแล้วส่งกลับมาให้วุฒิสภา พิจารณากันเอง 3 ใน 5 ก็ไป ใช่มั้ยแต่เอาจริงๆครับกลไกต่างๆเหล่า เนี้ยทั่วโลกครับเค้าสร้างขึ้นมาเพื่อไม่ ให้มันเกิดขึ้นจริง คือพอมันมีกระบวนการถอดถอนที่ยึดโยงกับ ประชาชนประชาชนเข้าชื่อได้ปัญหามันจะไม่ เกิดเพราะความตระหนักและสำนึกของกกต.ที่ ทำหน้าที่เนี่ยไม่มีใครอยากโดนไล่ออกถูก มั้ย ใช่ มันก็จะเป็นเหมือนอะไรที่มันกด อะไรล่ะอำนาจฝ่ายต่ำของตัวเองเอาไว้อ่ะ ถูกมั้ยก็เหมือนกับเค้าเรียกอะไรอ่ะศาล สูงของประเทศญี่ปุ่นน่ะเค้าก็มีการ ต้องให้ประชาชนในตอนเลือกตั้งก็ประเมินนะ ว่าถ้าใครตกก็ต้องพ้นจากการเป็นศาลสูงไป แต่ในทางประวัติศาสตร์การเมืองไม่มีผู้ พิพากษาศาลสูงคนใดที่ถูก impeachment โดย ประชาชนนะที่หมายถึงที่ญี่ปุ่นนะเพราะว่า มันมีระบบที่คอยควบคุมกำกับและกฎกดอำนาจ ฝ่ายต่ำของคนที่ทำหน้าที่เอาไว้ไง อื มันเหมือนกันน่ะมันที่สูงมันไหลลงที่ต่ำ ใจคนมันก็เหมือนกันน่ะดังนั้นถ้าเกิดมัน มีกฎกติกาที่มันคอยยกเอาไว้อ่ะมาตรฐานทาง จริยธรรมทางจิตใจมันจะคอยอยู่ในระดับที่ สูงเอาไว้ไม่มีใครอยากเสื่อมเสียวงตระกูล หรอกถูกมั้ใช่ๆ นะดังนั้นเนี่ยนะครับก็เราก็เลยเห็นที่ เห็นว่านะว่าโครงสร้างของกกต.เนี่ยที่ขาด การยึดโยงจากประชาชนเนี่ยขาดการถ่วงดุล ที่เหมาะสมเนี่ย นะครับจากประชาชนเนี่ย ก็เป็นอีกปัญหานึงเป็นข้อสังเกตนึงที่ตอน นี้ถูกตั้งข้อสังเกตอย่างกว้างขวาง อือ แล้วก็เป็นอีกหลายเป็นถือว่าเป็นหนึ่งใน สาเหตุสำคัญที่ทำให้คนหยิบยกขึ้นมาว่า เฮ้ยคุณอ๊อกเราควรแก้ไข รัตน รัฐธรรมนูญดีหรือเปล่า เพื่อแก้ที่มาและการทวงอำนาจ ใช่มั้ เพื่อให้องค์กรอิสระเป็นอิสระจากอำนาจทาง การเมืองแต่ ยึดโยง ยงกับประชาชนประชาชน เออเป็นคำถามที่น่าสนใจแล้วก็เป็นข้อ สังเกตที่น่าสนใจเพราะว่าถ้าเราย้อนจาก เรื่องเล่าที่พี่วิโรจเอามาเล่าให้ฟังวัน เนี้ยมันไม่ใช่ว่ามันเคยมันไม่เคยเกิด บรรยากาศมันเคยเกิดบรรยากาศที่สังคมเรา ศรัทธาและเชื่อถือในการทำงานของกกต.ครับ เอ่อเราเห็นตัวอย่างเราเห็นรูปแบบที่มัน ได้รับการยอมรับมาแล้ว ทั้งๆการทำงานที่มา การตรวจสอบถ่วงรุ่นมันเลยทำให้เกิดผล ลัพธ์แบบนี้อ่าทีนี้พอมันมาถึงวันนึงที่ มันกลายเป็นกกต.เองเจอคำถามเยอะจากการ ทำงานเนี่ยมันเลยมีตัวเปรียบเทียบไงว่าทำไม ครั้งนึงเราเคยทำได้ใช่มั้ยทำไมครั้งนึง เราเคยทำได้ คือถ้าถ้าเราไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบเมื่อ ครั้งสมัยยุคอาจารย์ยุรักษ์หรือ 5 เสือม ทีมตรงเนี้ยโอเควันนี้เราอาจจะยังรู้สึก เฉยๆก็ได้ว่าเราจะทองเฮ้ยกกต.จะมีทำไม เออมันก็เป็นอย่างเงี้แหละแต่ว่าพอมี ตัวอย่างปุ๊บเอ้าก็มันเคยดีได้นี่ ใช่แล้วมันไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ เราเคยมีกกต.ที่ดีที่ประชาชนยอมรับนับถือ มาแล้ว เออ แล้ววันนี้มันน่าเศร้ามั้ย คุณอ๊อก การเมืองที่ดีมันต้องคิดที่จะดีกว่าแล้ว จริงๆวันนี้ผมเล่าเรื่องที่ผมละอายใจนะ ละอายใจยังไงรู้มั้ย ครับ เรากำลังจะเราขอร้องให้กกต.ในยุคปัจจุบัน กลับไปเป็นกกต. แบบที่เคย ในชุดแรกอ่ะ ทั้งๆที่มันควรจะวิวัฒน์คือหมายถึงว่ามัน ควรจะไปข้างหน้า ใช่มันควรต้องคิดไปข้างหน้าว่าเฮ้ยกกต. ต้องดีขึ้นยังไงอีกนี่คือความคาดหวังตอน นี้มันต่ำขนาดว่าขอเป็นเหมือนเดิมได้มั้ อ่ะ เออ เอาง่ายๆเหมือนชีวิตมันจะไปรอดมั้คือคุณ คบกับแฟนใหม่แต่คุณคิดถึงแฟนเก่าอ่ะแล้ว ชีวิตมันเศร้ามั้ยล่ะทั้งถ้าเกิดคุณแฟน ใหม่ไม่ดีคุณต้องแฟนแฟนปัจจุบันไม่ดีคุณ ต้องคิดถึงแฟนใหม่ที่ดีที่สุดแฟนใหม่ที่ ดีกว่าแฟนคนก่อนที่เคยมีมาใช่มั้แต่นี้ ปรากฏว่ายิ่งคบไปยิ่งคิดถึงแต่แฟนเก่าคบ คนใหม่ไปก็ควรคิดถึงแฟนเก่า ชีวิตมันเศร้ามั้ยมันท็อกสิคนะ เออ ถูกมั้มันก็เป็นท็อกสิคของระบอบ ประชาธิปไตย ครับเค้าเรียกเดินเป็นMoonวk ใช่ไอ้นี่ก็คือ เหมือนจะไปข้างหน้าจะถอยหลัง ใช่ เออเนี่ย แล้วเนี่ยทั้งหมดเนี่ยก็คือเรื่องเล่าที่ ผมเตรียมมาเล่าให้คุณออฟฟังในวันนี้นี่ แหละ ได้ก็เป็นเป็นเรื่องเล่าที่พี่วิโรจหยิบ มาเล่าให้ผมฟังแล้วก็ให้ท่านผู้ชมทุกท่าน ให้ท่านผู้ฟังทุกท่านเนี่ยได้ฟังกันไว้ ว่าครั้งหนึ่งเราเคยมีตัวอย่างที่ดีเพราะ ฉะนั้นไอ้วันนี้ที่เราเห็นวันเนี้ยอ่ะก็ เป็นส่วนหนึ่งแต่เรื่องที่อยากหยิบมาเล่า ก็เพราะว่ามันเคยมีตัวอย่างที่ดีก็เลย หยิบมาเล่านะครับในในรูปแบบของวันนี้ก็ หวังว่าสำหรับมีเรื่องเล่าวันนี้ EP แรก ที่พี่วิโรจมาร่วมงานกับทางเอ่อมติชนทีวี ของเราก็จะถูกอกถูกใจทุกท่านส่วนครั้ง หน้าพี่วิโรจจะเตรียมเรื่องอะไรมาเล่า เนี่ยก็รอฟังได้เช่นเคยรับรองว่าสนุกสนาน แน่นอนแล้วก็ถ้าใครมีประเด็นไหนที่อยากจะ ฟังเออใครมีประเด็นไหนที่ที่รู้สึกว่าเออ อยากฟังพี่วิโรธเล่าเรื่องเนี้ยจะเป็น เรื่องแบบการเมืองในอดีตหรือว่าจะเป็น เรื่องแบบว่าการเมืองปัจจุบันหรือจะเป็น เกล็ดเล็กเก็ดน้อยทางประวัติศาสตร์อะไร อย่างงี้ก็ได้นะก็สามารถคอมเมนต์กันเข้า มาได้ใต้คลิปนะครับจะได้จะได้เอามาเอ่อ เป็นสะท้อนไปยังพี่วิโรจว่าโอเคมีมีผู้ ฟังอยากฟังแบบนี้ก็เดี๋ยวเดี๋ยวจะเป็น ส่วนหนึ่งเพื่อไปเวิร์คกันต่อว่าเออเผื่อ หยิบมาทำข้อมูลแล้วก็มาเล่าให้กับทุกท่าน ฟังได้เช่นเคยนะครับเพราะฉะนั้นวันนี้มี เรื่องเล่านะครับผมและพี่วรต้องลาทุกท่าน ไปก่อนแล้วเดี๋ยวกลับมาเจอกันใหม่ EP หน้านะครับสวัสดีครับ ครับสวัสดีครับ ดูคลิปจบแล้วฝากกดไลค์กดแชร์กด Subscribe รวมถึงซankช่อง YouTube ปฏิชนทีวีกันด้วย นะครับ