📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

แคนดิเดตนายกฯ โชว์วิสัยทัศน์ดี

หม่อมปลื้มวิเคราะห์9:48

Transcription

ผมไม่ได้แคร์หรอกคุณจะเก็บภาษีผมเท่าไหร่ คือหมายความว่าบางพรรคอาจจะอยากแจกเงินมาก บางพรรคอยากแจกเงินน้อย บางพรรคอาจจะอยากขึ้นแวต บางพรรคไม่อยากขึ้น บางพรรคอาจจะลดภาษีรายได้นิติบุคคล บางพรรคอาจจะขึ้นภาษีรายได้บุคคลธรรมดา บางพรรคอยากจะเก็บภาษีกำไรจากหุ้นซะอีก ผมก็ไม่ได้อยากจะจ่ายมันไม่ต้องกังวล เพราะว่าผมไม่เคยลงทุนในหุ้นแล้วได้กำไรนะฮะ จนถึงทุกวันนี้ เงินซึ่งเคยเล่นหุ้นหุ้นไปก็เละเทะฮะ ไม่ได้อะไรกลับคืนมา เพราะฉะนั้นผมก็เลยไม่เคยกังวลเรื่องแคปปิตอลเกนแท็กซ์แล้ว เพราะว่าตลาดหุ้นไทยมันทำกำไรไม่ได้ มันไม่มี แต่ว่านักวิเคราะห์ชอบใช้คำว่าอิดิโอซิงเครซี

งั้นผมไม่แคร์เรื่องนโยบายเศรษฐกิจเลย พูดตามตรงแล้วผมไม่เชื่อด้วยว่านักการเมืองจะทำให้เศรษฐกิจมันดีขึ้นได้มากขนาดไหน แต่ว่าสิ่งเดียวที่ผมกังวลที่ผมเคยพูดก่อนหน้านี้ก็คือว่า สิ่งนึงซึ่งนักการเมืองทำได้เนี่ย ถึงแม้ว่านักการเมืองไม่สามารถทำเศรษฐกิจใน private sector ให้ดีขึ้นได้ มันขึ้นอยู่กับ private sector เองเนี่ย แต่ว่าการที่จะทำให้ระดับของหนี้สาธารณะสูงเกินควรเนี่ย อันนี้เป็นสิ่งที่อยู่ในฝีมือของนักการเมือง เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมกังวลคือหนี้สาธารณะต่อ GDP ที่ขึ้นพร้อมกับหนี้ครัวเรือน ซึ่งอันนั้นก็ขึ้นอยู่กับภารกิจของผู้ซึ่งไปคุมนโยบายเศรษฐกิจนั่นแหละ ว่าคุณจะคุมหนี้สาธารณะไม่ให้บานอย่างไร

แต่ประเด็นที่ผมบอกว่าผมเป็น single issue voter คือ ที่ผมพูดถึงส้มบ่อย เพราะว่าส้มเป็นพรรคเดียวซึ่งกล้าแก้เรื่องเกณฑ์ทหาร แล้วการแก้เรื่องเกณฑ์ทหารเนี่ย ให้เป็นสมัครล้วนเนี่ย มันเหนื่อยที่จะต้องมานั่งเจอกับวิบากกรรมของวิชาที่พยายามที่จะอธิบายว่า คนซึ่งต้องการแก้การเกณฑ์ทหารเนี่ย ไปด้อยค่าทหารอะไรเงี้ย มันไม่จริง มันคนละประเด็น การเสนอเพื่อแก้ให้เลิกเกณฑ์เนี่ย มันไม่ได้เป็นการด้อยค่าทหารใดๆทั้งสิ้นนะฮะ การสนับสนุนภารกิจที่ทหารไทยปฏิบัติในทุกๆด้านที่มีอยู่ แต่ว่าเปลี่ยนรูปแบบของการคัดสรรกำลังพลเข้าไปให้ไม่ใช่เป็นมาตรการบังคับ มันเป็นการโมเดอร์ไนซ์ในการเพิ่มสิทธิและเสรีภาพของพลเมือง เพราะฉะนั้นความที่พรรคส้มเป็นพรรคเดียวซึ่งพร้อมและเสนอและกล้าแตะเรื่องนั้น ผมก็เลยพูดถึงวาระนี้ของเขาอย่างต่อเนื่อง

แต่ว่าอย่างไรก็ดี เอาจริงๆแล้วพรรคอื่นก็ไม่ใช่ไม่มีของที่ผมพูดถึง ดร.พี่เอ้ ผมรู้สึกว่าใน industry ของการเมืองอ่ะ มันเป็นอุตสาหกรรมแห่ง performative art อุตสาหกรรมแห่ง performative art ก็คือว่า มันจะเต็มไปด้วย generalist คำว่า generalist คือคนซึ่งรู้ทุกเรื่อง แต่ว่าอาจจะไม่สามารถลงลึกได้ในประเด็นสำคัญๆ รู้ทุกเรื่องเนี่ย ก็จะลื่นไหลไปด้วยคำพูดได้ในแบบที่สบายๆ แต่ว่าอย่างน้อยเนี่ย พอผมเห็น ดร.เอ้ ผมรู้สึกว่าเออแกมีกึ่นของความเป็นวิศวกร เวลลาผมเห็นคุณชัชชาติ แกก็รู้เรื่องในงานที่แกรับผิดชอบอยู่ใช่มั้ แกเสริมมิติของความเป็นวิศวกร เป็นอาจารย์ด้วยเข้ามาในงานของผู้ว่ากทม.

เพราะฉะนั้นผมคิดว่าผลของการเลือกตั้งมันไม่ใช่แค่จะสะท้อนอุดมการณ์ว่าคุณต้องการอุดมการณ์แบบไหนใช่มั้ คุณต้องการอุดมการณ์ส้ม หรือคุณต้องการอุดมการณ์สีน้ำเงินอะไรอย่างเงี้ย ในแนวแบบภูมิใจไทย ยกตัวอย่าง ผลการเลือกตั้งมันจะสะท้อนได้ว่า คุณชอบ generalist ที่พูดเก่ง หรือคุณชอบคนซึ่งมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านใดด้านหนึ่งซึ่งสามารถลงรายละเอียดในงานบริหารเฉพาะด้านได้ มันอยู่ที่ว่าคุณต้องการนายกรัฐมนตรีแบบไหนนะฮะ เพราะงั้นผลของการเลือกตั้งมันจะสะท้อนสิ่งนั้นด้วย

ถ้าผมสังเกตดู ยกตัวอย่างทายาทของคุณเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ คุณยศชนันท์เนี่ย คุณยศชนันท์เป็นคนซึ่งมี complex โหงวเฮ้งแล้วก็ใบหน้าที่มีพลังดี แล้วก็สามารถสื่อสารในแต่ละเรื่องได้แบบที่ปลอดอารมณ์ ไม่มี ความโกรธเคือง แล้วก็ข้ามความขัดแย้งอย่างน้อยในประเด็นซึ่งเขานำเสนอ แล้วคุณยศชนันท์เนี่ย มีความได้เปรียบตรงที่ว่า ความที่สดใหม่ยังไม่มีแผล แต่ว่าอย่างไรก็ดี ถ้าจะมองหรือจุดอ่อนคุณยศชนันท์ซึ่ง outperform ความคาดหวังก่อนที่จะได้รับการเสนอชื่อขึ้นมา เพราะว่าก่อนที่จะได้รับการเสนอชื่อขึ้นมาเนี่ย คนไปหาเรื่องวิพากษ์วิจารณ์คุณยศชนันท์เพราะว่าเป็นบุตรของคุณเยาวภา แล้วเหตุผลที่คนไปวิจารณ์คุณยศชนันท์เพราะว่าเป็นบุตรของคุณเยาวเนี่ย เพราะว่าโดยปริมาณไม่น้อยเนี่ย รุ่นที่ 2 ของนักการเมืองที่เป็นตัวพ่อตัวแม่เนี่ย ไม่เก่งเท่ารุ่นพ่อรุ่นแม่ หมายความว่าไม่เก่งในเรื่องของการบริหารและการสร้างบริวารและการสร้างเงินทอง แต่ว่าอาจจะเก่งกว่าในทางวิชาการ เพราะว่ามีโอกาสที่ได้รับการศึกษาอย่างเต็มที่ เพราะว่าพ่อแม่มีฐานะแล้ว

อีน่าสนใจปรากฏการณ์ยศชนันท์ก็คือว่า คุณยศชนันท์เพิ่มความนิยมให้กับเพื่อไทยได้จริงในรอบนี้ แล้วตอนแรกผมไม่ได้อยากที่จะเห็นเพื่อไทยสามารถเพิ่มความนิยมได้ เพราะว่าผมไม่แน่ใจว่าถ้าชนะการเลือกตั้งเพื่อไทยเนี่ย จะไปทางไหน เพราะว่าผมยังไม่แน่ใจเลยว่าตกลงแล้ว บ่วงที่รัดคอคุณทักษิณน่ะ มันเป็นบ่วงที่ คุณทักษิณปลดแอกตนเองออกจากความพร้อมที่จะเป็นขวาหรือยัง อันนี้ผมไม่รู้ว่าเกมนั้นน่ะ คุณทักษิณน่ะหลุดพ้นหรือยัง หรือยังถูกบ่วงรัดคออยู่ ซึ่งสำคัญ ฟังผมดีๆนะฮะกองเชียร์เพื่อไทย ผมให้ benefit of the doubt ท่านอดีตนายกว่าบ่วงรัดคอนั้นเนี่ย คุณทักษิณจะพ้น แต่ว่ามันไม่มีอะไรซึ่งมีความชัดเจนในมิตินั้น ผมพูดได้แค่นี้

แต่อิชูก็คือว่า การที่คุณยศชนันท์ outperform มันเป็นเพราะว่าความคาดหวัง จากความที่คุณยศชนันท์เป็นลูกของคุณยาวเนี่ย คนก็เลยคาดหวังว่าเฮ้ยก็ต้องสื่อสารได้ประมาณคุณยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แต่ปรากฏว่าคุณยศชนันท์เป็นนักสื่อสารที่มีคุณภาพแล้ว ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส แล้วก็ที่สำคัญมากกว่านั้น แบบที่คุณจะไม่เชื่อ ผมมันมีศึกษาเยอะเกี่ยวกับการใช้ชีวิตสมรส สิ่งที่ทำให้คนชอบและไม่ชอบอีกคนนึงอ่ะ เอาจริงๆแล้วมันไม่ใช่รูปร่างหน้าตา เมื่อผ่านไปสักระยะ สิ่งที่ทำให้คุณเบื่อชอบหลงใหลรำคาญเกลียดอีกคนเนี่ย คืออะไร รู้มั้ฮะ คือเสียง คุณไปถามคู่สามีภรรยาที่แต่งงานกันมา 25 ปี คู่ไหนที่จะทะเลาะกันบ้านแตก อ่ะอีกคนน่ะจะรำคาญเสียงคู่สมรสคู่ชีวิต รำคาญแบบที่ฆ่ากันได้ แล้วเป็นอย่างนี้เยอะมาก ประมาณร้อยละ 60 ของคนซึ่งยังอยู่ด้วยกันจนแก่ ได้ยินเสียงแล้วแบบตะบะแตกนะฮะ รำคาญเสียง มันเป็นวิทยาศาสตร์

แต่ว่าผมก็จะบอกว่า คุณยศชนันท์เนี่ย แกได้เปรียบ ไม่ใช่แค่ใบหน้าซึ่งเป็นมิตร แต่ว่าน้ำเสียงแกมันเป็นน้ำเสียงที่มีพลังกำลังดี แล้วไม่ดุดัน เข้าใจน้ำเสียงดุดันมั้ยฮะ เสียงผมอ่ะ ดุดันอย่างงี้ ดุดันอย่างงี้ พร้อมด่า เข้าใจมั้ฮะ อ่ะผมแสดงให้ท่านผู้ชมฟัง น้ำเสียงผมเนี่ย ดุด่าแบบเนี้ย ไม่มีใครทำได้เก่งผม แต่ผมจะบอกว่าความพิเศษของยศชนันท์ก็คือว่า คุณยศชนันท์เนี่ย ใบหน้าแกสบายๆ แล้วน้ำเสียงแกเป็นมิตร แล้วมีพลังกำลังดี ผมบอกอีกครั้งนะฮะ ท่านผู้ชม มนุษย์ส่วนใหญ่ที่ไปเลือกตั้งเนี่ย ไม่ได้สนนโยบาย มนุษย์เนี่ยมันตื้นกว่าที่คุณคิด คนที่เลือกพระนโยบายก็มี แต่มนุษย์ส่วนใหญ่เนี่ย ไปตามความรู้สึก instinct เวลาคุณได้ยินเสียง เวลาคุณฟังยศชนันพูด คุณมีความรู้สึกว่า เออคนนี้ใช่ว่ะ อาจจะเป็นไปได้ว่าเขาทำเกินความคาดหวัง ด้วยความที่คนไม่ได่หวังว่าลูกคุณยาวภาเนี่ย จะมีบุคลิกแบบเนี้ย แต่ปรากฏว่าลูกคุณยาวภามีบุคลิกแบบนี้แล้วน่ารักดี

อ่าครั้นวันนี้ผมนั่งชม 2 คนใช่มั้ ผมชม ดร.เอ้ ผมจะชมคนอื่นก็ได้ ผมมีมุมมองที่ดีเกี่ยวกับทุกคนที่เล่นในเกมนี้หมด ผมมีปัญหาเฉพาะคนซึ่งแบบปล้นสิทธิ์ของประชาชนน่ะ ที่ชอบสอยชอบยุบอ่ะ นั่นคือศัตรูของประเทศชาติ ฟังผมนะฮะ นักการเมืองพวกเนี้ย ผมรู้จักส่วนใหญ่แล้วเนี่ย เจตนาโอเคทั้งนั้น ไม่ได้เป็นคนเลวอะไร ส่วนใหญ่โอเค คนดีใช้ได้ แต่คนที่ทำประเทศพังคือคน ที่ยุบ ที่สอย ที่คอยกำกับ ผมมีปัญหาแค่ตรงนั้น ส่วนแต่ละคนซึ่งลงเล่นเนี่ย ก็คือผู้เล่น ผู้เล่นเนี่ย harmless แต่ว่า ดร.เอ้ เนี่ย จุดอ่อนของแกคืออะไรอ่ะ ดร.เอ้เนี่ย เสียงแหบ ดร.เอ้ เวลาสื่อสารออกมาเนี่ย แกต้องพยายาม แล้วแกพยายามแล้ว ผมเห็นใจแก พยายามสื่อสารอยู่แล้ว วันนี้เนี่ย ดร.เอ้ ลงพื้นที่แล้วแกพูดคอนเทนต์ในฐานะวิศวกร ได้ดีเยี่ยม แล้วผมบอกพี่เอ้เลย วันเนี้ย ที่พี่เอ้อธิบายแบบเนี้ย ในการลงพื้นที่เนี่ย โอ้โหกินใจสื่อเยอะมาก แล้วลงรายละเอียด แล้วให้ความรู้ แต่ว่าในฐานะที่ผมเป็นคนที่จะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สิ่งที่ผมรังเกียจที่สุดคือกลไกในการแทรกแซง และสิ่งที่เป็นมันไม่ใช่นิติสงครามแล้วฮะ เค้าเรียกนิติสงครามก็บุญแล้ว มันคือการปล้นสิทธิ์ราษฎร เรียกให้มันถูก คนที่บัญญัติคำนิติสงครามเนี่ย เขาอุตส่าห์ใช้ภาษาที่เป็นธรรม ผมจะพูดให้มันชัดกว่านั้น มันคือการปล้นสิทธิ์ราษฎร ที่อุตส่าห์ไปใช้สิทธิ์ ผมโดนปล้นสิทธิ์ในฐานะราษฎรมา กี่รอบ กี่พรรค กี่คนที่ผมชอบ ชื่นชอบ เชียร์ เป็นสิทธิ์ของผม ไม่ต้องให้มีการเลือกตั้ง ถ้าเกิดจะปล้นสิทธิ์ผม เพราะฉะนั้นผมบอกว่า เฮ้ยคุณให้คนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ไม่ใช่คุณปล้นสิทธิ์หลังการเลือกตั้ง คุณจะมาในคราบของเสื้อผ้าพรทางกฎหมายแล้วปล้นสิทธิ์หลังเลือกตั้ง ผมก็ไม่เอาแล้ว

ในมุมนึงนะ ถึงแม้ว่าผมบอกว่าคุณภาพของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีดรอปเทียบกับในอดีต เพราะในอดีตระดับของนายกมนตรีแต่ละคนมันคือระดับเบ้ง ความคิดมันสมองไง คุณภาพนายกรัฐมนตรีในอดีตระดับอะไรล่ะ ถึงแม้ว่าไม่ได้มาจาก การเลือกตั้ง ระดับกึนของความรู้ ระดับอนันต์ ปัญญารชุน ระดับพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ขงเบ้งแห่งกองทัพ ระดับ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ระดับหม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ มีอีกเยอะ เพราะฉะนั้นผมดีใจที่ถึงแม้ว่าระดับคุณภาพแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของไทยเนี่ยดรอป เพราะว่ากลไกหลายเรื่องซึ่งมันไม่ควรจะเกิดที่กรองคนออกไป แต่ผมบอกว่าการที่นักข่าวไปทำข่าวแล้วได้มีโอกาสฟังคนที่มีความรู้มากกว่าบรรยายเรื่องให้ฟังเนี่ย นักข่าวคุยกับคุณยศชนันท์ คุณยศชนันท์ตอบแบบเป็นคนซึ่งมีความรู้ ผมยังไม่รู้ว่าถึงเวลาเขาบริหารได้จริงหรือไม่ แต่ตอบแบบคนที่มีความรู้ ดร.เอ้ วันนี้ลงพื้นที่ก็ตอบแบบคนที่มีความรู้ ในฐานะราษฎรผม appreciate คุณภาพของนักการเมืองคืออย่างน้อยพูดตามตรงต้องมีความรู้มากกว่าคนซึ่งไปสอบถามข้อมูล

ผมไม่รู้จักคุณยศชนันท์โดยส่วนตัวนะ ไม่เคยเจอเลย แล้วก็ผมคิดว่าเขาเก็บคุณยศชนันท์ไว้นานพอที่จะทำให้คุณยศชนันท์ไม่มีแผล ซึ่งฉลาดนะฮะ อันนี้ดี ดร.เอ้ ผมไม่ได้สนิท แต่ว่าผมน่าจะเคยเจอในสมัยที่อยู่ซิปแป๊บนึง แต่ผมไม่ได้สนิทกับใครจริงๆเท่าไหร่ที่ตอนสมัยเรียนนะฮะ