Transcription
อุริตสวัสดีค่ะทุกคน กราบขอบพระคุณ 200 ท่านตอนนี้นะคะที่เข้ามาอยู่ด้วยกันนะคะ หมายถึงอะไรแก้มหรอ อ่อนจังแก้มหรอ หรือปาก ปากอ่อนหรอ ค่ะเราก็แบบคืออันนี้ที่เราพูดไปเราก็ยังไม่ได้ลงลึกอะไรอ่ะค่ะ ก็เป็นการพูดทั่วๆ ไป แต่ว่าอาจจะเป็นคนที่แบบเป็นเป็นคนมีเหตุผลค่ะ ก็เลยพูดดีทุกคนก็ชอบ ตรงนี้กราบขอบพระคุณค่ะ ฝากเดินไปบอก ฝากเดินไปบอกหัวหน้างานได้มั้ยคะ คุณนุ่นบอกว่า พี่ๆ เปิดไว้ก่อนไม่ต้องฟังหรอก เดี๋ยวเจ้ฟังให้ เออ ชอบจังเลยอ่ะ ใช้เน็ตออฟฟิศกันนะคะ ใช้เน็ตออฟฟิศ ใช้เน็ตสถาบันการศึกษากัน ใช้เน็ตองค์กรค่ะ บางทีกูก็เกลียดประธานบริษัทกูที่นี่เหมือนกันนะ สวัสดีค่ะ เดี๋ยวเราทำปักตะกร้าดีกว่า แล้วเราก็แบบ เออ ซื้ออะไร อันนี้ของอะไรนะ น้องคนนี้เป็นใครนะคะ Real Teทคnic ใช่มั้ย Expert Face Brunch เจ้าของแบรนด์ ร้องไห้ละ วิธีการใช้ ถูไปเถอะค่ะ อุ๊ย อุ๊ย เก็บของไม่ทันเลยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
เมื่อวานนี้นะคะทุกคน ถ้าใครได้ดูรายการ เอ่อ ได้ใช่มั้ยคะ เตยๆ เต้ยๆ เต้ยๆ ได้ค่ะ แล้วแต่เลย ไม่ทราบว่าอันนี้ที่ทำอยู่คืออุดหรือว่ากรอ หรือว่าขูด หรือไงคะ เมื่อวานนี้ค่ะทุกคนเนี่ยไม่น่า ถ้าอ่านคอมเมนต์นะ ก็จะจะเมาส์ไปเรื่อย จะสลับไปสลับมา จะพูดอะไรก็ลืมไม่จบประโยค ไม่จบเรื่อง แล้วก็หันมาคุยกับคอมเมนต์ เออ ก็ต้องเชื่อเนาะ ไปดิงงมาหมดแล้ว ท่าไปกี่อันแล้ววะ กูทาไปกี่สีแล้ววะ ทุกคนคะ พอละทุกคนคะ พอแล้ว คือเมื่อวานนี้ที่อาจารย์กูไกบอกว่าใครจะดูอนุทินแถลง ใช่มั้ยคะ ก็คือแบบ ทำไมจะไม่ดูล่ะ นายกแถลง ก็ต้องฟังป้าต่อให้แบบเอกสงเอกสารอะไรมันออกมาเป็นข่าวแล้วก็ตามมาก็ต้องฟัง Work from Home ที่นี่ก็เตรียมเข้าโปรแกรมจริงเราเราเข้าโปรแกรม work from home มาก่อนหน้านี้แล้วนะคะ เพราะว่าออฟฟิศ ออฟฟิศการเงินการเงินการเงินไม่เน้น ก็เลยมี Work from home นะคะ เพื่อให้เราอยู่ได้ยืนระยะได้ยาวนะคะ ก็มี Work from Home มาตั้งแต่ก่อนจะเกิดสงครามแล้วนะคะ แล้วก็ เอ่อ ตอนนี้ก็กำลังเตรียมแผนคุยกับน้องๆอยู่ เพราะว่าเราทำงานกันไม่กี่คนเค่ะ 2-3 คน 3-4 คน โหเศร้าสร้อยจัง ขอบพระคุณค่ะ ก็เลยคุยกันว่าเอ้ยแบบไหนมันจะสะดวกที่สุดในแง่ของแบบได้ชิ้นงานไม่น้อยกว่าเดิมด้วย แล้วก็ เอ่อ สามารถที่จะให้แบบทีมงานแล้วก็ออฟฟิศเนี่ยอยู่ด้วยกันได้ อยู่อยู่ด้วยกันได้แบบยาวๆนะคะ ไม่ต้องห่วงเพราะว่ายังไงซะพนักงานทีมงานทุกคนก็จะได้ รับการดูแลเท่าที่เท่าที่ไหวแหละ เท่าที่ไหวแหละไม่ไหวก็คือไม่ไหวเนาะ พี่เบล พี่เบลพี่ว่าเลนส์มันมีจุดน่ะ เห็นป่ะเห็นป่ะเห็นเลนส์มีจุดป่ะ อ้าเนี่ยอ่ะ อะไรเนี่ย งง >> อ๋อรีเฟกตรงนี้ใช่มยนี่นี่ >> ได้ๆมึงมาเลยเพราะไม่งั้นกูจะไม่กูจะแบบปัดตัวเองตลอดเวลาแบบ รีเฟคเนาะ อ๋อขอโทษด้วยค่ะ ก็คือยังอยู่ ไปตามสส.แม็กกี้มาแก้ไงวะป่ะ >> เออถูกเออถูกมึงก้มลงมาก้ม เออเน็ตกูว่าแล้วมึงจะต้องเล่นไม่ใช่อีห่าก้มไฟ >> เออหายแล้วโอเคโอเคเก่งมากค่ะ พี่เบลเนี่ย บางทีเราก็ไม่รู้ศักยภาพตัวเองหรอก เมื่อเราลำบากเราจะรู้อีกแหละว่าจะไปกับมันยังไง โอเคแถลงเนี่ยนะคะ ถ้าเป็นเอาข่าวล่าสุดก็ให้พี่เบลไถแล้วไถอีกถูแล้วถูอีกนะคะ ก็คือถ้าเข้าตามข่าวก็คือคุณสมพลสลัแกจะเริ่ม 8:30 น. โสพลสลัมที่เราพูดถึงคือประธานสภามายังวะ อ่าแต่ว่าเราก็ตอนแรกเราก็แบบทำไมมี 9 วะ 9 ก็เช้าแล้วนะ เออแต่ว่าเราเป็นใครอ่ะเนาะ แล้วเราก็เป็นคนจ่ายเงินเดือน โสพลสารัไงล่ะคะ แกอยากได้ 8 ครึ่งอยากได้ 8 ครึ่งก็ 8 ครึ่งไปเลย ดีไหนอ่ะ มายัง ทำไมยาลาวอ่ะร้ายไง ใช่ ก็ถ้าดูถ้าดูอันนี้ดูช่องอันนี้ชื่อช่องอะไรวะ TP Channel คือรัฐสภาเหรอ Thai Parliament หรอ Thailand Parliament Thai Parliament TP Channel นะคะเป็นช่องรัฐสภาแต่ถ้า PT เนี่ยเป็นชื่อปั๊มน้ำมันจริงๆไม่ค่อยเกี่ยวแต่มันแบบมันผุดขึ้นมา เออใช่มั้วะ ปั๊ม PT ใช่มั้ยเออปั๊ม PT แล้วก็แฟร์พันธุ์ไทยใช่มั้ยที่เป็นชื่อในข่าวว่าแบบ เออคนเขาจะแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ใช่มั้ย ว่าจะไม่ให้การสนับสนุนอันนี้ก็แล้วแต่ของแต่ละคนล่ะค่ะว่าใครจะแสดงออกแบบไหนนะ ส่วนอันนี้กาแฟแคปซูลกดมา พวกเธออยากคุยกับเจ๊เจ้หรือพวกเธอจะดูบรรยากาศช่องสภาจ๊ะ จ๊ะฮึ เจ้ไม่ได้ทันเซ็ตผมเลยว่ะ เอาจริงๆอาจจะแบบทุกคนก็จะบอกว่ามึงไม่เซ็ตดีค่ะ เมื่อกี้ก็บอกพี่เบลว่าแบบไม่ไหวเลยแก่แล้วนอนดึกตื่นเช้าไม่ไหวเลย เมื่อก่อนเนี่ยนะคะตอนที่ทำงานอยู่ที่เนชั่นซึ่งก็เกือบๆ 20 ปี เออเมื่อก่อนตอนทำงานอยู่เนชั่นในช่วงที่ในช่วงที่ทำงานเยอะที่สุดที่สังกัดเนชั่นเนี่ยนะคะนอนวันละประมาณ 5 ชม. งแบบไม่ค่อยมีคุณภาพหรือว่าเป็น 5 ชั่วโมงที่ไม่ได้ต่อเนื่องก็จะนอนอันนี้เคยเล่าและเคยเล่าแล้วก็คือตอนกลางคืนนอนประมาณ 3 ชม. งเพราะมันกว่าจะเสร็จรายการดึกใช่มั้คะ กว่าจะกลับบ้านกว่าจะไปอาบน้ำล้างหน้าซึ่งหลังๆเนี่ยเริ่มไม่ไหวแล้วก็คือหน้าก็อยู่อย่างงั้นน่ะ แล้วเผลอๆใช้รายการเช้าด้วยเพราะว่าพอไปนอน 3 ชั่วโมงมันก็ต้องตื่นเตรียมตัวตั้งแต่ประมาณเท่าไหร่ บางช่วงก็ 3:00 น. บางช่วงก็ 4:00 น. แล้วแต่นะคะแล้วแต่เวลาของรายการดึกกับแล้วแต่เวลาของรายการเช้าที่เราที่เราต้องทำ ใช่มั้คะมันก็จะนอนประมาณ 3 ชม. เออแล้วก็พอเสร็จรายการเช้ามันจะมีช่วงว่างกว่าเราจะมาทำรายการตอนค่ำตอนดึกอีกครั้งนึงก็จะนอนงีบอ่ะ งีบใต้โต๊ะทำงานพี่เนชังีบใต้โต๊ะทำงานเป็นแบบเก้าอี้พับอ่ะ เก้าอี้พับที่แบบนอนชายหาดอ่ะ เป็นเก้าอี้พับอ่ะที่มันเป็นแผ่นไอร่อนขึงอ่ะเนอะ เออประมาณ 2 ชั่วโมงนอนอยู่ใต้โต๊ะทำงานก็จะมีอุปกรณ์มีหมอนมีผ้าห่มมีถุงเท้าอะไรเงี้ยนะคะมีที่อุดหู 2 ชั่วโมงก็คือเอ้อพูดตรงๆเห็นกับเงินเลย ตอนนั้นยังไม่มีไม่มีแพชชั่นยังสะดวกกดคำนี้ไม่มีในหัวไม่มีเงินนะตอนนั้นไหวตอน นี้ก็คืออายุ 48 ละก็คือแบบไม่ได้ฉันจะใช้ชีวิตแบบเดิมไม่ได้สิโอ๊ะ เอามาแล้วมย อันนี้ช่องอะไรใช่หรือไม่ใช่หรือเปล่าพี่ >> อ๋อ เอ่อที่ช่องรัฐสภานะคะเค้าก็เออไม่เป็นไร ยังไม่ต้องเอาเข้าก็ได้เดี๋ยวดูมันมาปึ้งแล้วมันจะงงๆ ทุกคนทุกคนไปตามทุกคนไปตามเพื่อนๆมีเพื่อนๆของทุกคนที่นี่อยู่ที่ช่องรัฐสภา มั้ยคะไปบอกเพื่อนบอกว่าช่องจอมหวันก็ช่องจอมหวันเค้าก็ไลฟ์เหมือนเลยแล้วนั่งเป็นเพื่อนกันด้วยมีคนคุยด้วย เจ๊คนนี้เค้าก็นั่งอยู่เป็นเพื่อนด้วยบอกไปตามเพื่อนมาหน่อยที่นู่นมีอยู่ 600 กว่าทุกคนช่วยไปตามเพื่อนในช่องแชทของ TP Channel มาให้หน่อยได้มั้ยคะบอก TP Channel เหมือนกันเลยจออาจจะเล็กกว่านิด นึงแต่ว่ามีเพื่อน่นั่งคุยด้วยกัน โกพยาธิป์ล่าสุดเสียคม ไม่ค่ะคุณอินดี้คือที่เราอ่ะคือครั้งแรกที่เราไปรับทราบข้อกล่าวหาที่สพ.เมืองพะเยาใช่มั้ยคะพี่ติ่นแกเลือกที่จะนั่งเครื่องบินไปค้างคืนนึงแล้วก็เช่ารถอ่า แล้วก็ส่วนของเราเราเลือกที่จะขับรถไปก็คือคุณเมทัศน์ค่ะคุณเมทัศน์พี่เมย์ผู้ปกครองของดิฉันเนี่ยก็บอกว่าเอ้ยเราหาโอกาสเที่ยวเลยก็ได้อะไรเงี้ยนะคะก็ค่อยๆแบบไปหยุดทีละจังหวัดทีละจังหวัดแล้วก็รู้สึกว่าเอ้ยเออดีมันก็มีหลายจุดหลายที่ที่แบบเออถ้าเราแบบตั้งใจมาเองคงจะไม่ได้มาเร็วขนาดนี้มั้คะคือยังไม่มาตอนนี้เพราะตลอดชีวิต 40 กว่าปีก็ยังไม่ได้มาเลยอะไรเงี้ยก็เลยโอเคงั้นก็ใช้ขับรถไปรอบนี้พอนัดที่อัยการจังหวัดพะเยาใช่มั้คะเราก็ใช้วิธีเดิมแต่ว่าเราเปลี่ยนเส้นทางเพื่อไปเที่ยวจังหวัดอื่น เอ่อตอนที่จองเนี่ยจองล่วงจองล่วงหน้าคือจองทั้งที่พักใช่มั้คะจองทั้งที่พักแล้วก็เอ่อเตรียมตัวเตรียมเส้นทางกันเนี่ยตั้งแต่ตอนก่อนที่มันจะมีสงครามนะเพราะว่าเรารู้คิวว่าแบบโอเคตำรวจพะเยามีความเห็นสั่งฟ้องแล้วก็นัดที่อัยการเนี่ยก็รู้ล่วงหน้าเป็นเดือนนะคะเพราะฉะนั้นเราก็เลยรีบจอ แล้วก็อย่างที่เล่าให้ฟังในรายการไลฟ์บางอันที่บอกว่าพอคือเกิดสงครามยังไม่เท่าแบบการบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารน้ำมันทั้งของจริงและของจากปากผู้นำเนี่ยนะไม่ตรงกันเนี่ยเราแบบเอาไงดีวะเพราะว่าพอมันใกล้ๆวันน่ะค่ะมันก็เอาไงดีวะเอาไงดีวะพอมันใกล้ๆวันมันก็จะค่อยๆมันก็จะแล้วแต่บางที่ใช่มยแต่เจ้ก็อาจจะไม่ค่อยไม่ค่อยรู้รายละเอียดเท่าพี่เมย์นะมันก็แล้วแต่บางที่ว่าเขาจะตัดเขาจะเอ่อมันแล้วแต่บางที่ที่เซตใช่มั้ว่าแบบมันจะเขาจะตัดบัตรเราอ่ะที่จองอ่ะเออล่วงหน้ากี่วันหรือว่าบางอันจองเลยแล้วต้องจ่ายเลยหรือเปล่าเนี่ยไม่แน่ใจแต่ว่าก็คือรู้สึกแบบเอาไงดีวะก็เตรียมไว้แล้วเอาตรงๆเสียดายก็อยากเที่ยวด้วยแล้วก็แบบที่พักอันไหนมันแบบมันตัดบัตรไปแล้วบ้างวะอันไหนมันแบบคือเราจ่ายเงินไปแล้วบ้างวะอะไรเงี้ยก็เลยแบบคุยกันไปคุยกันมานัวๆ อยู่ตอนนั้นน่ะในช่วงที่แบบเริ่มวุ่นวายในประเทศอ่ะค่ะเออวุ่นวายในประเทศก็คือเริ่มแบบนายกบอกพอแต่ว่าหาเติมไม่ได้อ่ะนั้นน่ะวุ่นวายแบบนั้นน่ะก็เลยแบบก็ฮึบอ่ะแล้วก็ตัดสินใจเออโอเคงั้นก็ขับรถไปก็แล้วกันก็พยายามวางแผนให้ดีอาจจะต้องเติมถี่หน่อยเพราะว่าเอาจจะจำกัดการเติมเอ่อรถที่เราใช้มันใช้เป็นเบนซินนะคะแต่ว่าเราก็เลือกเติมแบบที่มันมีผสมด้วยแหละเออทีนี้จะบอกว่าตลอดเส้นทางค่ะคุณอินดี้เจ๋เจ้ก็จะเห็นบางปั๊มมันก็จะเขียนบ้างว่าอันไหนหมดอันไหนมีนะแต่ว่าก่อนที่เราจะไปอ่ะมันเริ่มแบบมันเริ่มคลี่คลายเพราะคนเริ่มด่ากันทั้งประเทศแล้วว่าไหนบอกมีแล้วมันหายไปไหนกักตุนหรือเปล่าประชาชนหรอที่กักจากตุดเนี่ยมันเริ่มมีประเด็นพวกนี้แต่ว่าสุดท้ายแล้วค่ะพอไปของจริงบางที่ก็มีครบบางที่ไม่มีเลยอย่างนี้เลยนี่ถ่ายนี่ถ่ายรูปไว้เหมือนกันว่ามันมีปั๊มนึงแต่ตอนนั้นจำไม่ได้ว่ารอยต่อช่วงขับตอนไหนแบบถ่ายไวๆอ่ะเป็นปั๊มปั๊มอะไรนะถ่ายรูปไว้ยังส่งให้เพื่อนดูเลยว่าแบบเออปั๊มปั๊มอะไรวะเดี๋ยวนะคะเดี๋ยวกลัวจะพูดผิดมีปั๊มที่แบบไม่มีเลยอ่ะวันนั้นน่ะนะวันที่เราไปเจออ่ะไม่มีเลยทุกประเภทอยู่ไหนนะปัมลูกเอ้ยอยู่ไหนคะเดี๋ยวขอไปดูในไineเพื่อนก่อนอเพื่อนเยอะเหมือนกันออกูไม่อ่านไineคนเยอะเหมือนกันนะเนี่ยแป๊บนะอู้ทำไมตัวโนติเยอะจังเจ๊เจ้ส่งไปให้เค้าเป็นปั๊มอะไรวะปั๊มปท.อ่ะอันเนี้ยถ่ายเองจำไม่ได้มันเป็นช่วงแบบรอยต่อแบบแวะแป๊บๆ ๆต้องเออเนี่ยเขียนว่าหมดทุกชนิดเป็นปตท.นะคะนี่อ่าโอเคอืใช่นี่แหละแผนการกระตุ้นการท่องเที่ยวจริงๆกระตุ้นแบบไหนอ่ะถ้ากระตุ้นกระตุ้นแบบมันก็ไม่กล้าเรียกว่ากระตุ้นการท่องเที่ยวคือมันก็จะสร้างความรู้สึกแบบใดแบบหนึ่งขึ้นมาเหมือนกันที่แบบเออโดนคดีแล้วต้องไปต้องเดินทางเนาะจริงๆก็เข้าใจแหละที่คือมันก็เป็นพูดอาจจะจริงด้วยเล่นด้วยนะคะที่แบบบอกว่าเออเอ่อมันก็จะมีคำที่เราน่าจะจำได้ใช่มั้ว่าแบบก็จะได้มาเที่ยวอะไรอย่างเงี้ยคือแบบเออเจ๊เจ้ได้เที่ยวนะพี่ติ่งก็ได้แต่คำถามคือคุณแจ้งความที่ไหนคุณฟ้องที่ไหนคุณคิดว่าเขามีความรู้สึกที่อยากจะเที่ยวจังหวัดนั้นหรอเออซึ่งเราไม่ได้มีปัญหากับบุคคลในฐานะปัจเจกนะคะเราไม่ได้มีปัญหากับคำพะเยาไม่ไดมีปัญหากับอะไรกับพะเยาเลยอ่ะแต่คุณคิดว่าไอ้การสร้างความรู้สึกแบบเนี้ยแล้วเอามาพูดเป็นเล่นแบบเนี้ยคุณว่ามันเป็นความรู้สึกที่แบบมันจะสร้างความรู้สึกที่ดีได้จริงๆเหรอรอบนี้ที่ไปนะคะรอบนี้ที่ไปแวะแวะกินไปแวะกินปลาที่สิงห์บุรีแวะวัดด้วยมีวัดเท่ๆหลายวัดเลยแบบสวยหลายวัดเลยแล้วก็เออไปแวะอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรแป๊บ นึงแล้วก็ไปทางที่สุโขทัยแล้วก็เนี่ยจังหวะที่ยังอยู่สุโขทัยค่ะเพราะว่าตั้งใจจะค้าทางสุโขทัยหลายคืนใช่มั้ยก่อนที่จะเดินทางต่อขึ้นไปก็เนี่ยแหละเริ่มรู้แล้วว่าทนายทางเขาติดต่อมาใช่มั้ยคะแต่ว่าเราก็ไม่เซเยสทุกอย่างก็ยังเป็นไปตามแผนยังไงเราก็ต้องไปแตะสำนักงานอัยการไปยาเพราะว่านั่นคือที่นัดหรือว่าเออเพราะเราไม่เอาอยู่แล้วการการพูดคุยหรือการเจรจาหรือการต่อรองมาให้เงื่อนไขอะไรติดต่อมาเองด้วยซ้ำอะไรเงี้ยยังไงเราก็สู้คดีใช่ป่ะเพราะฉะนั้นคือสุขทัยก็จะเป็นจังหวัดที่แบบวางแผนใหม่เพราะว่าพอสรุปสุดท้ายแล้วทนายไปถึงก่อนแล้วก็เห็นเอกสารคอนเฟิร์มก่อนนะคะได้เจอตัวทางฝั่งนู้นก่อนเนี่ยทนายก็บอกว่าโอเคพี่ขวัญเรียบร้อยเช็คแล้วอะไรเงี้ยนะคะเอ่อได้เจอตำรวจด้วยเออเราก็เลยไม่ได้ขึ้นไปพะเยาแล้วก็จังหวะนั้นเนี่ยคือแบบฝุ่นหนักมากๆข้างบนแบบม่วงแบบติดอันดับโลกอ่ะที่มันมีข่าวตอนนั้นน่ะแล้วมันก็ลงมาจังหวัดแบบภาคเหนือตอนล่างด้วยนะคะเราไปอยู่ที่สุโขสุโขทัยเี่มันในช่วงจังหวะที่แบบเริ่มะเริ่มแต่เราก็ไม่แน่ใจว่ามันมีมันมีจุดที่เกิดเหตุเองในพื้นที่ด้วยหรือเปล่าหมายถึงว่ามีการจุดในพื้นที่มากน้อยแค่ไหนหรือว่าเป็นการแบบเหมือนกับคลุมมาจากทางภาคเหนือนะคะอันนี้ไม่แน่ใจจริงๆแต่ว่าในคนในจังหวัดก็บอกเหมือนกันว่าก็มีมีจังหวะที่เค้าก็รู้กันน่ะว่าเออประมาณเนี้ยของปีมันจะมีการเผาอะไรเงี้ยนะคะอันนี้ฟังจากคนในพื้นที่นะออแล้วก็จะบอกว่าบรรยากาศมันอาจจะเพราะว่าเจ้เนี่ยไปช่วงที่มันร้อนมากๆด้วยนะคะเป็นฤดูร้อนไม่ใช่ฤดูที่แบบเหมาะแก่การท่องเที่ยวในแต่ละจุดในโซนหน่วยโซนข้างบนก็อาจจะเห็นคนน้อยอ่ะแต่ว่าบรรยากาศมันก็แย่แหละคือคนก็รู้สึกถึงแบบเรื่องน้ำมันรู้สึถึงเรื่องแบบเออเดี๋ยวแบบราคาของราคาของกินของใช้มันจะต้องแบบขึ้นอะไรอย่างเงี้ยเพราะฉะนั้นคือแบบเวลาเวลาที่เราแบบเห็นคำตอบหรือคำอธิบายหรือคำชี้แจงของทางฝั่งรัฐบาลที่แบบมันเหมือนกับแบบว่าทุกอย่างมาดูง่ายไปหมดเลยทุกอย่างมาดูแบบมันดูแบบมาจากการมองชั้นเดียวไปหมดเลยเงี้ยเราก็จะมีความรู้สึกนึงว่าแบบว่ามึงได้ไปดูบ้างเป่าวะมิ่งคือมีสส.เขตในพื้นที่สส.ซึ่งแตะกับชาวบ้านจำนวนมากมายอ่ะแล้วคุณก็เข้าไปนั่งเป็นรัฐบาลกันตั้งหลายพรรคอ่ะคนเหรอวะโอเคฟังเสียงประธาน >> กรรมาธิด้วยประธานกรรมการการเลือกตั้งมีหนังสือแจ้งว่าตามที่นายกรัฐมนตรีออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องกำหนดวันออกเสียงประชามติโดยได้กำหนดในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นการออกเสียงประชามติในประเด็นคำถามท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่นั้นคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศผลการออกเสียงประชามติในประเด็นดังกล่าวแล้วรายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้วจึงเรียนเพื่อที่ประชุมทราบระเบียบวาระที่ 2 เรื่องรับรองรายงานการประชุมไม่มี >> ท่านประธาน >> ท่านประธั >> ครับเชิญครับ >> ท่านอาจารย์ครับผมจตุรนฉายแสงบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เอ่อในวาระเรื่องที่ 1 นี้ที่ท่านประธานเพิ่งได้แจ้งที่ประชุมทราบผมมีประเด็นขอหารือท่านประธาน คือ ปกติการรับทราบรายงานต่างๆจากองค์กรต่างๆ ก็มักจะใช้เวลาอภิปรายแสดงความเห็นกันพอสมควรซึ่งหลายครั้งก็จะใช้เวลายาวครึ่งวันก็มีค่อนวันก็มีในวาระนี้เนี่ยผมผมคงไม่ประสงค์ที่จะดึงเวลาให้ยืดยาวที่จะไป >> เอ่อท่านประธานที่เคารพครับ >> ท่านประธานที่เคารพครับขออนุญาตครับผม >> ครับ >> เอ่อผมสนองเทพสรณรงค์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร >> เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดบุรีรัมย์ครับขออนุญาตประท้วงครับท่านประธานครับ >> เชิญครับข้อไหนครับเชิญครับ >> เอ่อวันนี้ยติก็คือยติในเรื่องของการแถลงนโยบายของรัฐบาลนะครับสำหรับเรื่องการแถลงแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบในเกี่ยวกับยติของการขอประชามตินั้นควรจะเป็นโอกาสที่เหมาะสมมากกว่านี้ครับอยากให้ท่านประธานได้ดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมครับ >> ครับผมเชิญเชิญครับผมวินิจเอ่อคือผมฟังท่านจันตุรนก่อนแล้วแล้วผมเข้าใจว่าคงใช้เวลาไม่นานแล้วผมจะอธิบายท่านจันตุรนนิดเดียวคงๆคงใช้เวลาไม่นานครับเชิญท่านประธานครับ >> นิดเดียวครับเชิญ >> ก่อนที่ผมจะหยุดพักพูดไปเนี่ยก็คือผมก็ได้กล่าวแล้วว่าไม่ประสงค์จะใช้เวลายาวเนื่องจากทราบดีว่าวันนี้จะเป็นการพิจารณาเอ่อการแถลงนโยบายของรัฐบาลแต่ว่าเอ่อเนื่องจากเอ่อเอ่อรับทราบการรับทราบรายงานผลการออกเสียงประชามตินี้เนี่ยเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะว่าการออกเสียงประชามติกนี้เกิดขึ้นได้จากการที่รัฐสภาได้ลงมติแสดงความประสงค์ที่จะให้จัดทำประชามติจึงทำให้คณะรัฐมนตรีไปจัดทำประชามติโดยให้กกต.จัดทำมันก็จะมีประเด็นที่จะต้องพูดกันค่อนข้างมากว่าเมื่อเป็นอย่างนี้ผลทางรัฐธรรมนูญเป็นอย่างไรรัฐสภาชุดใหม่จะทำอย่างไรหรือไม่เป็นต้นเพราะฉะนั้นเนี่ย >> ท่านตุ >> ผมคิดว่าจะเสนอท่านประธานว่าเมื่อท่านประธานใช้วิธีแจ้งให้ทราบเนี่ยขอว่าวาระนี้ยังไม่จบแต่ขอให้ท่านเลื่อนไปแล้วในการประชุมประชุมร่วมรัฐสภาคราวหน้านำวาระนี้มาพิจารณามารับทราบแบบให้สมาชิกได้สามารถอภิปรายได้อีกครั้งหนึ่งอย่างนี้จะได้มยนะครับเพราะว่าก็จะไม่ได้ใช้เวลาอะไรเพียงแต่ว่าตกลงกันว่ายติเนี้ยท่านประธานอ่านแล้วก็ตามแต่ว่าขอเป็นว่าที่ประชุมให้เลื่อนไปพิจารณาในการประชุมรัฐสภาครั้งต่อไปซึ่งแล้วแต่ท่านประธานว่าจะกำหนดตดประชุมเมื่อครับผมผมชี้แจงท่านเอ่อจตุรน์สายแสงแบบนี้นะครับว่ากรณีรับทราบนี้ไม่ไม่อยู่ในอ่าผมเข้าใจว่าการรับทราบขององค์กรอิสระที่ส่งมาเพื่อให้สภารับทราบนั้นอ่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแต่ว่าเรื่องนี้เป็นการแจ้งผลถ้าถ้าเป็นการรับทราบตามรัฐธรรมนูญก็จะให้ท่านสมาชิกอภิปรายขอตามนี้ครับอ่าไม่ถ้าไม่ขัดกับระเบียบของอ่าที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญเราก็ดำเนินการได้แต่ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ครับครับขอขอตามนี้นะครับนะระเบียบวาระที่ 3 เรื่องกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วไม่มีต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วนเรื่องที่คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อสภา ก่อนที่อ่าจะเข้าเรื่องด่วนผมอ่าขอเชิญวิปทั้ง 3 ฝ่ายได้อ่าแจ้งข้อหารือต่อที่ประชุมรัฐสภาในการข้อตกลงในการที่เราได้ประชุมร่วมกันเชิญครับฝ่ายไหนครับเชิญครับ >> ท่านประธานที่เคารพครับผมกรวีปริศนานกุลครับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดอ่างทองในในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับขออนุญาตท่านประธานกลับเรียนไปยังท่านสมาชิกถึงข้อสรุปของผลการประชุมหารือนะครับระหว่างประธานรัฐสภาตัวแทนของคณะรัฐมนตรีสมาชิกวุฒิสภาแล้วก็ตัวแทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับเราได้ข้อสรุปในเรื่องของการพิจารณาในยติที่คณะรัฐมนตรีจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามมาตรา 126 เอ่อขอโทษครับตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญนะ ครับว่าเราจะมีการประชุมกันทั้งสิ้น 2 วันครับในวันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายนนะครับจะเริ่มประชุมเวลา 8:30 น.ถึงเวลา 2:00 น.ของวันศุกร์ที่ 10 เมษายนครับรวมเวลาวันแรก 17 ชม. 30 น.วันที่ 2 ครับก็คือวันศุกร์ที่ 10 เมษายนนะครับจะเริ่มประชุมเวลา 8:00 น.ถึงเวลา 23:00 น.รวมเวลาทั้งสิ้น 15 ชม.การจัดสรรเวลาในที่ประชุมรวมทั้งสิ้นนะครับทั้ง 2 วัน 32 ชม. 30 นาทีโดยมีการจัดสรรเวลาและแบ่งเวลาตามฝ่ายดังนี้นะครับ 1 ครับเวลาของท่านประธานในที่ประชุมจำนวนทั้งสิ้น 1 ช่มง 2 ครับเวลาของพณท่านนายกรัฐมนตรีที่จะได้กรุณาแถลงนโยบายจำนวน 1 ชม. 30 นาที 3 ครับเวลาของคณะรัฐมนตรีเพื่อที่จะได้ตอบชี้แจงข้อซักถามอธิบายความต่างๆให้กับเพื่อนสมาชิกนะครับรวมเวลาทั้งสิ้น 6 ชมง 4 ครับเวลาของสมาชิกวุฒิสภาจำนวนทั้งสิ้น 4 ช่โมง 5 ครับเวลาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคฝ่ายรัฐบาลรวมจำนวนทั้งสิ้น 5 ชม. 30 นาทีและ 6 ครับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคฝ่ายค้านรวมทั้งสิ้น 14 ชม. 30 นาทีทั้งนี้การประท้วงของสมาชิกรัฐสภาฝ่ายใดนะครับก็จะให้รวมเวลาในการอภิปรายของฝ่ายนั้นดังนั้นนี่คือข้อสรุปนะครับในการประชุมหารือของวิปทั้ง 3 ฝ่ายที่ได้มีการประชุมร่วมกันแล้วก็ขอขอบคุณทุกท่านนะครับทุกฝ่ายที่จะช่วยกันรักษาเวลาที่ได้รับการจัดสรรของแต่ละฝ่ายโดยเคร่งครัดเพื่อให้การประชุมรัฐสภาร่วมกันในวันนี้มีประสิทธิประสิทธิภาพราบรื่นนะครับแล้วก็ประสบความสำเร็จครับกราบขอบคุณท่านประธานครับ >> ฝ่ายอื่นมีประเด็นอย่างอื่นมั้ครับท่านวุฒิชาติ กัลยาณมิตรครับเชิญครับ >> กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับกระผม นายวุฒิชาติกัลยาณมิตรในฐานะวิปของวุฒิสภาครับท่านประธานครับเวลาที่ทางวุฒิสภาได้รับการจัดสรรมาเนี่ยขณะเนี้ยเรามีข้อตกลงกันว่าเมื่อหาเฉลี่ยเวลาที่สมาชิกวุฒิสภาแต่ละท่านเนี่ยได้รับแล้วเนี่ยครับกับจำนวนสมาชิกเนี่ยดูแล้วเนี่ยค่อนข้างน้อยเพราะฉะนั้นเนี่ยครับเราก็เลยมีการคุยกันว่าในส่วนของสมาชิกอาจจะมีการจับคู่บัดี้แล้วก็มอบหมายให้ 1 ท่านเนี่ยเป็นคนที่จะเอ่ออภิปรายเองเพราะฉะนั้นในส่วนของเวลาในกรณีที่สมาชิกวุฒิสภาขึ้นพูดน่ะบางท่านอาจจะได้เวลา 6 นาทีนะครับบางท่านถ้าใช้เอกสิทธิ์ส่วนตัวอาจจะได้ 3 นาทีเพราะฉะนั้นแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราจะควบคุมในส่วนของเวลาในการอภิปรายเนี่ยให้เป็นไปตามกรอบเวลาที่ทางสมาชิกวุฒิสภาได้รับการจัดสรรมาครับเชิญกราบเรียนที่ประชุมเพื่อทราบครับผม >> ครับ มีท่านอื่นเห็นต่างจากนี้มั้ครับถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมอ่ารับทราบข้อตกลงของวิปทั้ง 3 ฝ่ายนะครับต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วนคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 162 วรรค 1 กำหนดให้คณะรัฐมนตรีเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาจึงสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐแนวนโยบายของรัฐและยุทธศาสตร์ชาติและต้องชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินงานตามนโยบายโดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจทั้งนี้ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันเข้ารับหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 ซึ่งเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 นายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งกำหนดที่คณะรัฐมนตรีพร้อมชี้แจงต่อรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไปและประธานรัฐสภาได้กำหนดเข้าระเบียบวาระประชุมเป็นเรื่องด่วนตามข้อบังคับที่ 140 แถลงนโยบายต่อรัฐสภาข้อบังคับได้กำหนดขั้นตอนวิธีการดำเนินการได้ดังนี้ 1 เมื่อคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วจะให้สมาชิกรัฐสภาได้ชี้แจงอภิปรายร่วมกันเว้นแต่ที่ประชุมมีมติให้ซักถามนโยบายและอภิปรายในประเด็นตเห็นเป็นประเด็นไปโดยไม่มีการลงมติไว้วางใจตามข้อบังคับที่ 140 2 สมาชิกรัฐสภามีสิทธิ์ที่จะซักถามและอภิปรายทั้งในการสนับสนุนและคัดค้านในความเหมาะสมของนโยบายและความสามารถที่จะบริหารราชการแผ่นดินให้สำเร็จตามนโยบายตามข้อบังคับที่ 151 3 รัฐมนตรีเท่านั้นที่มีสิทธิ์ที่จะอภิปรายตอบข้อซักถามหรือข้อคัดค้านของสมาชิกรัฐสภาโดยจะมอบให้สมาชิกที่ละคนตามลำดับที่จะรอรวมทั้งหลายคนที่หลายคนก็ได้ตามข้อบังคับที่ 142 การอภิปราย 4 การในการอภิปรายนำความในหมวด 2 ส่วนที่ 3 ในการอภิปรายมาบังคับใช้โดยอนุโลมตามข้อบังคับที่ 143 จึงขอแจ้งให้ประชุมทราบครับขอเชิญท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ตามที่ได้มีพระบรมราชองการแต่งตั้งให้กระผมดำรงตำแหน่งนายนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 มีนาคมพ.ศ. 2569 และแต่งตั้งรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มีนาคมพ.ศ.พ.ศ. 2569 นั้น บัดนี้ คณะรัฐมนตรีได้กำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินที่ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขโดยมีความสอดคล้องกับหมวด 5 หน้าที่ของรัฐและหมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 ตลอดจนยุทธศาสตร์ชาติพุทธศักราช 2561-2580 เรียบร้อยแล้ว คณะรัฐมนตรีจึงขอแถลงนโยบายต่อรัฐสภาและพี่น้องประชาชนให้ทราบถึงหลักการบริหารราชการแผ่นดินและนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยรัฐบาลภายใต้การนำของกระผมจะยึดหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1 พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์ 2 ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 3 ยึกมั่นในหลักนิติธรรมการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาลเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลของกระผมได้บริหารราชการแผ่นดินภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนรอบด้านทั้งทางด้านเศรษฐกิจสังคมการเมืองความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและภูมิรัฐศาสตร์ของโลก โดยได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วน Quick Big Win ที่สำคัญ ได้แก่ การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส การจัดทำมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน การแก้ปัญหา กรณีมีข้อพิพาท์ระหว่างไทยกัมพูชาและการปกป้องอธิปไตยของประเทศ การปราบปรามสแกมเมอร์และยาเสพติดอย่างเข้มข้น การสร้างความปลอดภัยและการสื่อสารเชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว การแก้ปัญหาคอขวดเพื่อกระตุ้นการลงทุนจากภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ การเร่งเจรจาการค้าและการบุกตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร การยกเลิกมูลค่าขั้นต่ำและเก็บอากรสินค้านำเข้าเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับสินค้าที่ผลิตในประเทศ การผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD เพื่อดึงดูดการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ การประกาศให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยการ์ดเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ Net Zero ภายในปี 2593 เพื่อรับมือกับการค้าระหว่างประเทศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้เร็วขึ้น รวมทั้งการจัดทำประชามติรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนเพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญตามขั้นตอนที่ถูกต้อง โดยรัฐบาลสามารถพลิกฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่ติดลมให้กลับมาขยายตัวสูงขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้ในไตรมาส 4 ของปี 256 ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายกระตุ้นสั้นได้ผลยาวกระจายตัว อย่างไรก็ดี ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่โลกมีความไม่แน่นอนสูงอันเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งอย่างรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น ทำให้การผลิตการขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติของโลกอยู่ในภาวะชะงักงัน ปริมาณน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกลดลงสวนทางกับความต้องการ ทำให้เกิดความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงและราคาพลังงาน โดยมีแนวโน้มที่ราคาจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากและรวดเร็ว ซึ่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศและการจัดหาพลังงานในประเทศต่างๆทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย และสถานการณ์นี้ไม่อาจคาดหมายได้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใดและในทิศทางใด ที่ผ่านมารัฐบาลได้ใช้ความพยายามในการบริหารจัดการสถานการณ์เพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับพี่น้องคนไทย ผ่านกลไกของรัฐที่มีอยู่ภายใต้อำนาจและหน้าที่ของรัฐบาลรักษาการ อธิกระดับบริการกงสุลคุ้มครองดูแลคนไทยในต่างประเทศ การจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอกับความต้องการใช้ของประเทศ การบริหารจัดการปัจจัยการผลิตที่สำคัญทั้งในภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง โดยเฉพาะวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตที่มีต้นทุนผูกพันกับราคาพลังงาน อาทิปุ๋ยเคมีสารเคมีอุตสาหกรรมวัตถุดิบปิโตรเคมี เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรต้องแบกภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจนกระทบต่อความสามารถในการผลิตและการแข่งขันของประเทศ การบริหารสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและพลังงานควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อลดปริมาณการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มความต้องการสินค้าและวัสดุที่เหลือใช้ทางการเกษตร ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย รวมทั้งการดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ เมื่อรัฐบาลเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินโดยสมบูรณ์แล้ว รัฐบาลจะเร่งดำเนินการตามนโยบายที่ดี ขออภัยครับตามนโยบายที่ได้ให้ไว้กับประชาชน โดยบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้กรอบวินัยทางการเงินการคลัง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะต่อไป เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบประมาณและการจัดทำพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2519 ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบจากภัยต่างๆให้กับพี่น้องคนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคภาคตะวันออกกลาง โดยรัฐบาลจะเร่งดำเนินมาตรการเยียวยาประชาชนกลุ่มเปาะบางเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดำรงชีพและการประกอบอาชีพ การหารือร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการไทยเพื่อวางแผนการนำเข้าส่งออกเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบการธุรกิจหรืออุตสาหกรรมในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักของห่วงห่วงโซ่อุปทาน ควบคู่กับการพลิกวิกฤตของโลกให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการจูงใจให้บริษัทต่างชาติตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในประเทศ และการเจรจากับประเทศคู่ค้าเพื่อเพิ่มตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป ซึ่งจะช่วยตอกย้ำบทบาทของประเทศในการเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก ขณะเดียวกันรัฐบาลจะเร่งจัดทำพระราชราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ให้มีผลบังคับใช้ได้ทันปฏิทินงบประมาณปกติ และจะดำเนินการปรับลดรายจ่ายของหน่วยงานของรัฐที่ไม่จำเป็นและไม่ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาของประเทศ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ นอกจากภารกิจในการบริหารสถานการณ์เฉพาะหน้าข้างต้นแล้ว จากการประเมินความท้าทายและฉากทัศน์การพัฒนาในระยะต่อไป ประเทศไทยในวันนี้อยู่ในจุดที่กำลังเผชิญกับภัยที่ล้วนเป็นแรงกดดันและบั่นศักยภาพการเติบโตให้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น โดยที่ภัยส่วนใหญ่ยังมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภัยด้านเศรษฐกิจจากวิกฤตหนี้ครัวเรือน ข้อจำกัดของโครงสร้างทางเศรษฐกิจ การปรับตัวไม่ทันเทคโนโลยีและผลิตภาพโดยรวมที่ถดถอย ภัยด้านสังคมจากการเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ อัตราเด็กเกิดใหม่ต่ำ ปัญหายาเสพติด ความไม่เข้มแข็งของสถาบันครอบครัว ความเหลื่อมล้ำในสังคม ข้อจำกัดของทุนมนุษย์และระบบสวัสดิการ ภัยด้านสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เกิดภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง และภัยมั่นคงจากการก้าวกระโดดของเทคโนโลยีดิจิทอลทำให้เกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้ระเบียบโลกเดิมที่เคยเคยเกื้อหนุนความมีเสถียรภาพด้านความมั่นคงและการค้าเสรีกำลังเปลี่ยนผ่านสู่บริบทใหม่ที่มีความไม่แน่นอนและเต็มไปด้วยความท้าทาย อาทิการเก็บภาษีนำเข้าและดำเนินมาตรการการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีเพื่อประโยชน์ของประเทศตน ความขัดแย้งทางอาวุธ การก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ การเข้ารับหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในวาระนี้ รัฐบาลจะมุ่งมั่นดำเนินการต่อยอดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงกติกาใหม่และขั้วอำนาจของโลกที่ยังไม่มีความแน่นอนได้ ยังยืดหยุ่นและสามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพทั่วถึงและมีคุณภาพ เพื่อนำความดีอยู่ดีและสร้างความสงบสุขให้คนไทยทุกคน ควบคู่กับการสร้างอนาคตของคนไทยด้วยการเพิ่มศักยภาพคนไทยให้มีความรู้ความสามารถและมีทักษะที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและสามารถปรับตัวตอบสนองกับสถานการณ์และความเสี่ยงที่ยากว่าจะคาดการณ์ได้ รัฐบาลจะปรับรูปแบบการบริหารภาครัฐเป็นระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์หรือคลัสเตอร์ เพื่อสร้างความเข้าใจในภารกิจและทำงานบนเป้าหมายและตัวชี้วัดเดียวกัน โดยยึดความกินดีอยู่ดีของประชาชนเป็นเป้าหมายหลัก และรัฐบาลจะทำหน้าที่รวมพลังภาคเอกชนและประชาชนเพื่อปลุกพลังในสังคมไทยให้เข้มแข็ง สร้างกฎบาทเชิงรุกของไทยในเวทีโลกอย่างมีเกียรติภูมิ ปกป้องอธิปไตยและส่งเสริมผลประโยชน์ของชาติ พร้อมทั้งปรับบทบาทภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และเร่งรัดต่อยอดการพัฒนาระบบดิจิตอลของภาครัฐ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านการทำงาน โดยเฉพาะการให้บริการของภาครัฐไปสู่ระบบดิจิalหรือ Government Digital Transformation ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำรวดเร็วโปร่งใสและตรวจสอบได้ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ประธานรัฐบาลได้กำหนดนโยบายสำคัญที่จะแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ควบคู่กับการสร้างโอกาสและนำพาประเทศให้มีความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้นและมีภูมิต้านทาน เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและความสุขให้กับพี่น้องคนไทย ดังนี้ ด้านเศรษฐกิจคือ 1 สร้างโอกาสการเริ่มต้นและเติบโตอย่างทั่วถึงให้ให้กับทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนตัวเล็กในระบบเศรษฐกิจอาธิกลุ่มนักเรียนนักศึกษาผู้สูงวัยวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SME โดย 1.1 1 เร่งจัดการภาระที่บั่นทอนศักยภาพการเติบโตของคนไทย เพื่อให้ทุกคนสามารถตั้งต้นและไปต่อได้ โดยการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาหนี้แบบเบ็ดเสร็จและเป็นองค์รวม ยึดลูกหนี้เป็นศูนย์กลาง มีฐานข้อมูลที่ครอบคลุมเข้าถึงและเชื่อถือได้ในทุกประเภทของสถาบันการเงิน บริษัทบริหารสินทรัพย์และสหกรณ์ เพื่อลดปัญหาหนี้สินของคนไทยและช่วยให้สามารถกลับเข้าสู่ระบบสิสินเชื่อได้ ควบคู่กับการสร้างโอกาสในการหา รายได้และลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรผู้ค้ารายย่อยวิสาหกิจชุมชนผู้ประกอบการ SE และดำเนินมาตรการเพื่อลดรายจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในการดำเนินชีวิตประจำวันอาทิค่าน้ำดื่มสะอาดค่าพลังงาน รวมถึงเร่งพัฒนาเชื่อมโยงระบบข้อมูลรายบุคคลของคนไทยตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิต เพื่อให้ภาครัฐสามารถออกแบบและจัดสวัสดิการแบบรวมศูนย์คุ้มครองสิทธิของคนไทยทุกกลุ่มอย่างเป็นระบบ ดำเนินมาตรการช่วยเหลือเยียวยาที่เหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1.2 2 สนับสนุนการเข้าถึงองค์ความรู้แหล่งทุนและเทคโนโลยีตามความต้องการของแต่ละกลุ่มอาทิการดำเนินโครงการคนละครึ่งพลัส ควบคู่กับการพัฒนายกระดับทักษะที่จำเป็นและทักษะแห่งอนาคต เช่น ทักษะความรู้ความเข้าใจดิจิalหรือ digital literacy ทักษะการใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI การสร้างระบบการเข้าถึงแหล่งทุนให้ลูกหนี้ที่มีวินัยในการชำระหนี้สม่ำเสมอ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะทางการเงิน Financial Literacy ให้กับคนไทยทุกกลุ่ม เพื่อให้สามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจูงใจให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมในการสนับสนุนให้ลูกจ้างหรือพนักงานมีโอกาสได้เรียนรู้ทักษะใหม่และเพิ่มทักษะที่จำเป็นต่อการยกระดับผลิตภาพหรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ 1.3 3 ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการ SE เข้าสู่ธุรกิจและแหล่งแหล่งเงินทุนในระบบ เพื่อให้สามารถเข้าร่วมโครงการภาครัฐต่างๆ โดยเฉพาะสินเชื่อทางการเงินบนต้นทุนที่เหมาะสม ปรับปรุงกฎหมายระเบียบและขั้นตอนการอนุมัติอนุญาตประกอบธุรกิจการค้าการลงทุนให้สะดวกโปร่งใส สร้างโอกาสในการหารายได้และลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการ SE อาธิการให้แต้มต่อกับผู้ประกอบการ SME ที่ผลิตสินค้าไทย Made in Thailand ในการจัดซื้อจัดจ้างและบริการของภาครัฐ การจูงใจให้ผู้ประกอบการขนาดใหญ่มีส่วนร่วมในการดูแลและพัฒนาผู้ประกอบการ SME ในห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยบริหารจัดการธุรกิจเพื่อขยายตลาดและต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ อาทิระบบบัญชีออนไลน์ฟรี ระบบประเมินภาระภาษีฟรี ระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETAX Invoice ที่สามารถเชื่อมโยงกับระบบ Bet Electronic Ereceive ระบบการเงินธุรกิจ Prombis 1.4 4 ส่งเสริมบทบาทท้องถิ่นในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ โดยกระจายอำนาจการคลังให้ท้องถิ่นตามความพร้อม ผลักดันกฎหมายภาษีบ้านเกิดเมืองนอน และส่งเสริมให้เกิดภาษีใหม่และค่าธรรมเนียมรวมทั้งเครื่องมือที่จะสร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างส่วนกลางส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นในการวางแผนและการพัฒนาท้องถิ่น ส่งเสริมการเพิ่มบทบาทภาคเอกชนในการพัฒนาท้องถิ่น รวมถึงนำเทคโนโลยีและงานวิจัยที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ไปสู่การพัฒนาผลิตพันธุ์ท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์มีคุณภาพและมาตรฐานมากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงตลาดสร้างงานสร้างอาชีพที่มีค่าตอบแทนเหมาะสมและมีสวัสดิการที่มั่นคงในท้องถิ่น 2 ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโตแข่งขันได้อย่างยั่งยืน เสริมศักยภาพการเติบโตของประเทศให้พ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ด้วยการสร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเดิม ควบคู่กับการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญใหม่ อาทิดิจิทอล AI หุ่นยนต์เิคอนักเตอร์ อาหารแปรรูปบนค่าสูง พลังงานสะอาด เทคโนโลยีชีวภาพ ยานยนต์สมัยใหม่ การแพทย์และสุขภาพ โดย 2.1 1 ยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจและสังคมไทย รวมถึงคนไทยให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากเศรษฐกิจดิจิตอล ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน บูรณาการข้อมูลและพัฒนาบุคลากรในทุกภาคส่วน ตลอดจนส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิตอลตลอดห่วงโซ่อุปทาน ควบคู่กับการมียุทธศาสตร์ด้าน AI เพื่อเศรษฐกิจที่ชัดเจน สนับสนุนให้คนไทยและธุรกิจสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ได้อย่างเต็มที่ เพื่อยกระดับผลิตภัผลผลิตภาพและความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในทุกๆมิติ ซึ่งจะช่วยให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม 2.2 2 ปรับระบบส่งเสริมการลงทุนให้เอื้อต่อการพัฒนาและการปรับโครงสร้างไปสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศที่มีการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับบริษัทของไทย เพื่อยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการและสนับสนุนธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่มีการใช้ชิ้นส่วนวัตถุดิบและแรงงานในประเทศเป็นหลัก เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยไปลงทุนในต่างประเทศเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน 2.3 3 ยกระดับวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม สู่การวางรากฐานเศรษฐกิจใหม่ อย่างยั่งยืน โดยพลิกโฉมมหาวิทยาลัยให้เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้นวัตกรรมและการแก้ปัญหาของประเทศ สนับสนุนเทคโนโลยีของไทยในโครงสร้างขนาดใหญ่ของภาครัฐหรือการลงทุนที่มีความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ เพื่อยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรมภายในประเทศและลดการพึ่งพาเครื่องจักรอุปกรณ์จากต่างประเทศ พร้อมทั้งวางรากฐานการพัฒนาเทคโนโลยีเชิงลึกฟทคเพื่อเปลี่ยนผ่านจากผู้พึ่งพาเทคโนโลยีสู่ผู้สร้างและผู้ร่วมกำหนดทิศทางเทคโนโลยีในภูมิภาค เช่น การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานวิจัยหรือทดสอบเทคโนโลยีระดับสูง โดยเริ่มต้นจากอุตสาหกรรมที่ไทยมีความได้เปรียบ เช่น เกษตรอาหารยาและเวภัณฑ์จากธรรมชาติ อุตสาหกรรมชีวภาพ เิักเตอร์ การจูงใจให้รัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ การสร้างระบบนิเวศที่จะทำให้นวัตกรรมเกิดขึ้นได้ในทุกระดับ อาทิ พัฒนาตลาดทุนให้เอื้อต่อการระดมทุนของธุรกิจนวัตกรรม จัดตั้งกองทุนร่วมลงทุน matching fund บ่มเพาะผู้ประกอบการนวัตกรรมรายใหม่ Startอที่มีศักยภาพให้เติบโตและแข่งขันได้ในระดับโลก รวมทั้งการสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนในการเตรียมความพร้อมและกำลังคนสำหรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต 2.4 4 เพิ่มบทบาทภาคเอกชนและเพิ่มทางเลือกในการระดมทุน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนรวมวายุพัก เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนที่สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในประเทศ การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ การลดต้นทุนระบบโลจิสติกส์และรอบรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ในขณะเดียวกันยังช่วยให้เกิดการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยในกิจการที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการสาธารณะ สนับสนุนการบริหารจัดการทรัพย์สินของรัฐ รวมทั้งช่วยเพิ่มผลิตภัณฑ์และส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุนไทย โดยไม่เป็นภาระงบประมาณหรือภาระภาษีให้แก่ประชาชน 2.5 5 ยกระดับตลาดเงินตลาดทุนให้ทันสมัยโปร่งใสและขันขันได้ในระดับสากล เพื่อเป็นแหล่งระดมทุนที่หลากหลายให้กับภาคธุรกิจทุกขนาด ดึงดูดจูงใจผู้ประกอบการนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ สนับสนุนการออมและการเข้าถึงโอกาสต่างๆในตลาดเงินตลาดทุน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินของคนไทยทุกคน ผ่านการลงทุนที่มีผลตอบแทนในระยะยาวอย่างยั่งอื่น ควบคู่กับการผลักดันการแก้ไขกฎหมายและปรับปรุงกระบวนการให้มีประสิทธิภาพทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มศักยภาพให้สามารถส่งเสริมการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการลงทุนที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของประเทศ ยกระดับกลไกการกำกับดูแลมีระบบบริหารจัดการเชื่อมโยงข้อมูลและการให้ความยินยอมเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล 3 ด้านการค้าเชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก สร้างพันธมิตรการค้าโดย 3.1 1 สร้างความสามารถในการแข่งขันและโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทย โดยส่งเสริมการพัฒนาแพลตฟอร์มการค้าดิจิตอลของประเทศ การกำหนดกลไกควบคุมการส่งสินค้าที่นำเข้ามาในประเทศเพื่อส่งออกโดยไม่มีการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศ เช่น การปรับกลไกตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้าให้เข้มงวดและโปร่งใส การผลักดันให้สินค้าและบริการ ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมของผู้ประกอบการ SE เป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการจัดการปัญหานอมินีที่จัดตั้งขึ้นเพื่อทำธุรกิจในประเทศไทยอย่างไม่ตรงไปตรงมา เพื่อลดผลกระทบกับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการ SME และการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและผู้ประกอบการในการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายลงโทษผู้ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง 3.2 2 ผลักดันสินค้าและบริการไทยสู่สากลโดยทีมประเทศไทยด้วยรูปแบบต่างๆ เช่น การให้สินค้าและบริการไทยเป็นส่วนหนึ่งในการเจรจาการค้าในการจัดซื้อเครื่องจักรอุปกรณ์ของภาครัฐจากต่างประเทศที่มีมูลค่าสูง การปรับปรุงโครงสร้างภาษีและดำเนินมาตรการที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างโอกาสและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย เช่น การให้แต้มต่อแก่ผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าไทย หรือ Made in Thailand First ในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐและธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการไทย 3.3 3 บริหารจัดการความเสี่ยงและเพิ่มสมดุลเชิงโครงสร้างการค้า โดยแก้กฎหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรคเพื่อให้สามารถนำนโยบายไปปฏิบัติได้จริง เปลี่ยนคู่ค้าเป็นพันธมิตรทางการค้ายกระดับการค้าเสรีกับคู่ค้าเดิมและดำเนินการเชิงรุกในการเปิดตลาดใหม่ ขยายกรอบมูลค่าธุรกิจ โดยการเจรจาเพื่อสร้างห่งห่วงโซ่มูลค่าให้กับสินค้าและเป็นการของคนไทยกับพันกับประเทศพันธมิตร เน้นการกระจายตลาดลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง ลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของตลาดส่งออกในกลุ่มประเทศหลักและสร้างโอกาสให้ผู้ส่งออกรายย่อย โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME 3.4 4 ส่งเสริมการค้าภาคบริการ โดยพัฒนาความสามารถของผู้บริการไทยในสาขาการศึกษา สุขภาพดิจิตอลและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ และจัดทำกรอบข้อตกลงด้านการค้าภาคบริการกับประเทศคู่ค้าสำคัญ เพื่อไปสู่การปรับโครงสร้างการค้าของประเทศที่มีความหลากหลายและมีภูมิคุ้มกันจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกให้มากขึ้น 4 ด้านการเกษตร เปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมไปสู่เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน โดย 4.1 1 สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิถีการเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ศักยภาพของดินและแหล่งน้ำในพื้นที่ พัฒนาการทำการเกษตรแม่นยำด้วย AI และเทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการทำการเกษตรรวมถึงช่วยให้เกษตรกรไทยสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างยืดหยุ่น ควบคู่กับการสร้างองค์ความรู้และเทคนิคการเกษตรสมัยใหม่ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพของการผลิตและการแปรรูปสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทานให้แก่เกษตรกร ผ่านโครงการดอกเบี้ยคนละครึ่งสำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการพัฒนายกระดับทักษะการใช้แม่ปุ๋ยและเมล็ดและเมล็ดพันธุ์ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 4.2 2 พัฒนาข้อมูลขนาดใหญ่ Big Data และ AI ในการวางแผนการผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เชื่อมโยงการผลิตสินค้าเกษตรกับอุตสาหกรรมแปรรูป โดยใช้ความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศเป็นตัวกำหนดทิศทาง เพื่อให้ราคาสินค้าเกษตรอยู่ในระระดับที่เหมาะสม เพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์ปริมาณน้ำและสภาพอากาศในระดับตำบลพัฒนาพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตรที่ไม่สร้างภาระและต้นทุนให้แก่เกษตรกร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความรับผิดชอบต่อคุณภาพสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทาน การปราบปรามสินค้าเกษตรเถื่อน ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุน อาทิการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ต้นพันธุ์ปุ๋ยคุณภาพสูง โดยสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตัวเองได้ในด้านปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะปุ๋ยเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าและสร้างเสถียรภาพด้านต้นทุนให้แก่เกษตรกร ตลอดจนดำเนินการจัดการที่ดินเพื่อให้เกษตรกรมีความมั่นคงในสิทธิที่ดินทำกินอย่างเป็นธรรม ดำเนินการตรวจสอบและจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดิน 4.3 3 สร้างเสถียรภาพและยกระดับอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหารไทยให้เป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตรอย่างยั่งยืน โดยส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจหรืออุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่ใช้ผลิตพัณฑ์เกษตรในพื้นที่ พัฒนากลไกที่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถนำผลผลิตไปจำหน่ายในราคาที่เหมาะสมกับสภาวะตลาดอาทิการยกระดับสหกรณ์การเกษตรสู่การเป็นองค์กรธุรกิจสมัยใหม่ที่มีธรรมาภิบาล เพื่อทำหน้าที่สร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่การผลิตและร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาช่องทางการตลาดเพื่ออำนาจการต่อรอง เพิ่มอำนาจการต่อรองให้แก่กลุ่มเกษตรกร รวมทั้งเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนให้เกษตรกรไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ ปรับปรุงรูปแบบเกษตรทะพันธสัญญาหรือ contact Farming ที่มีความเป็นธรรมระหว่างเกษตรกรและผู้ประกอบการ พัฒนาระบบโลจิสติกส์ภาคการเกษตรให้มีประสิทธิภาพและอยู่ในระอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ สร้างความมั่นคงด้านปริมาณและคุณภาพสินค้าเกษตร ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านอาหาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สินค้าเกษตรและอาหารไทยในตลาดโลก 5 ด้านการท่องเที่ยว สร้างไทยเป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค ยกระดับภาคการท่องเที่ยวจากการเน้นปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าสูง โดย 5.1 1 ปรับโครงสร้างการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของประเทศ โดยออกกฎหมายเพื่อนำภารกิจด้านการท่องเที่ยวเป็นภารกิจของกระทรวงวัฒนธรรม ควบคู่กับการส่งเสริมอัตลักษณ์และความหลากหลายทางภาษาที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ยกระดับบทบาทของวัฒนธรรมไทยในเวทีระหว่างประเทศ ผ่านการขับเคลื่อนการทูตทางวัฒนธรรมเชิงรุกหรือ Cultural Diplomacy เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีและส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศ รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการและการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศ ซึ่งจะช่วยให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากความหลากหลายและมั่งคั่งทางวัฒนธรรมของประเทศ อันจะเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม 5.2 2 พัฒนาให้ไทยเป็นจุดหมายในการเดินทาง 365 วัน Destination Thailand โดยนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สร้างความประทับใจความทรงจำที่ดีงามและความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้นักท่องเที่ยวกลับมาเยี่ยมเยือนประเทศไทยซ้ำเสมือนเป็นบ้านหลังที่ 2 โดยเริ่มต้นจากการต่อยอดกับธุรกิจและบริการในสาขาที่ประเทศมีความได้เปรียบ เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ศิลปะวัฒนธรรมวิถีไทยที่คำนึงถึงความยั่งยืน ควบคู่กับการเชื่อมโยงสินค้าและบริการไทยผ่านประสบการณ์ท่องเที่ยวผนวกสินค้าและบริการไทย อาทิผลไม้อาหารสปา ให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การท่องเที่ยว เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดจนห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่เกษตรกร ผู้ประกอบการแปรรูปไปจนถึงธุรกิจชุมชน ทำให้เกิดการกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไปสู่ท้องถิ่นทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม 5.3 3 ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยคนในชุมชนได้รับประโยชน์และมีความพร้อมในการร่วมกันดูแลและรักษาอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการส่งเสริมการพัฒนาสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการจัดนิทรรศการประชุมและกิจกรรมสันทนาการระดับนานาชาติ ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่ต่างๆให้พร้อมรองรับการพักระยะยาวของคนต่างชาติที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากรูปแบบการทำงานและใช้ชีวิตของคนทำงานในยุคใหม่ที่สามารถทำงานที่ไหนก็ได้หรือ working from anywhere โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพที่มีศักยภาพสูงและเป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมไทย 5.4 4 สนับสนุนให้คนไทยท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น โดยการยกระดับเมืองหน้าเที่ยวผ่านมาตรการจูงใจด้านภาษีและสิทธิประโยชน์ด้านการเดินทาง และส่งเสริมให้ภาคเอกชนและชุมชนท้องถิ่นร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น เชื่อมโยงกับสินค้า G หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนและการกระจายรายได้อย่างทั่วถึงและยั่งยืน 5.5 5 ยกระดับความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด จัดให้มีระบบประกันภัยประกันชีวิตประกันสุขภาพและอุบัติเหตุภาคบังคับที่เชื่อมโยงกับระบบให้บริการสาธารณสุขของประเทศ พัฒนาระบบตรวจสอบและรับรองสถานที่ท่องเที่ยวและบุคลากรที่เกี่ยวข้องให้มีมาตรการตามหลักสากล รวมทั้งปรับปรุงการอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพและสร้างความปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยวทุกรูปแบบ ขออภัยครับ ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง 6 เร่งเสริมสร้างสถานะและความเชื่อมั่นต่อไทยในเวทีโลก รัฐบาลจะขับเคลื่อนนโยบายต่างประเทศที่ดำเนินไปในทุกมิติ ครอบคลุมทุกทิศทางและไปให้ไกลกว่าประเทศไทยหรือบอนไทแลนด์ เพื่อแสดงบทบาทเชิงรุกในเวทีโลกอย่างสร้างสรรค์ ยึดมั่นในระบบ ยึดมั่นในระบอบพหุภาคี โดยเฉพาะกรอบสหประชาชาติ หลักกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการและค่านิยมสากล เพื่อให้ไทยมีบทบาทในการนำอาเซียนรับมือกับความท้าทายจากสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในการเป็นประธานอาเซียนของไทยในปี พ.ศ. 2571 7 เสริมสร้างเสถียรภาพโดยยึดผลประโยชน์ของไทยเป็นที่ตั้งและรักษาปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับทุกขั้วอำนาจในบริบทโลกหลายขั้ว กระชับความสัมพันธ์กับมหาอำนาจขนาดกลางและพันธมิตรใหม่ในภูมิภาคต่างๆ เพื่อสร้างทางเลือกและเพิ่มความยืดหยุ่นในการถ่วงดุลระหว่างขั้วอำนาจต่างๆ 8 ขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจที่ขยายโอกาสให้ประชาชนและธุรกิจไทย ผ่านการบูรณาการการทำงานในลักษณะทีมประเทศไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเร่งผลักดันไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมและบริการของประเทศสู่ระดับสากล และขับเคลื่อนการทูตวิทยาศาสตร์วิจัยนวัตกรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและผลักดันให้ไทยอยู่ในห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญของโลก รวมทั้งการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และความนิยมไทย 9 ส่งเสริมความมั่นคงชายแดนให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ และแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในภูมิภาค เพื่อสร้างความสงบสุขให้กับสังคมไทย โดยป้องกันเฝ้าระวังและจัดเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบจากภัยคุกคามที่เกิดขึ้นทั้งในและนอกราชอาณาจักร โดยเฉพาะปัญหาความมั่นคงชายแดนยาเสพติดสแกมเมอร์และสิ่งแวดล้อม อาทิการพัฒนาระบบที่สามารถเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูล การสร้างกำแพงชายแดนเพื่อจัดการภัยรุกรานแบบเบ็ดเสร็จ ไม่ว่าจะเป็นการรักรอบขนส่งสินค้ายาเสพติดแรงงานผิดกฎหมายเครือข่ายสแกมเมอร์การรักลอบเผาป่าการรักลอบทำเหมือง และกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและบทบาทสร้างสรรค์ในการส่งเสริมเสถียรภาพในภูมิภาค มุ่งส 9.2 2 มุ่งสรต่อความพยายามในการแก้ไขสถานการณ์ไทยกัมพูชาด้วยสันติวิธีและกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ รวมทั้งเร่งศึกษาแนวทางการยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน หรือ MOU 2544 หรือถ้าเราเรียกว่า MOU 44 นะครับ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว 9.3 แก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยน้อมนำแนวพระราชดำริเข้าใจเข้าถึงพัฒนาเป็นหลักในการดำเนินการ เพื่อนำสันติสุขที่ยั่งยืนกลับคืนสู่พื้นที่ชายแดนภาคใต้ ข้อ 10 สร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยจากอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ อาทิยาเสพติดการฉ่อโกงการก่อการร้ายการหลอกลวงทางไซเบอร์การฟอกเงิน โดย 10.1 1 บูรณาการการบังคับใช้กฎหมายและผู้กระทำกับผู้กระทำผิดและผู้มีอิทธิพลอย่างจริงจัง และปราบปรามการพนันผิดกฎหมายทุกรูปแบบอย่างเข้มข้น ไม่สนับสนุนให้การพนันทุกชนิดเป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมาย รวมทั้งการพนันที่แฝงมาในรูปของกีฬาและสันทนาการ รวมทั้งจะดำเนินการแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการพนัน เพื่อควบคุมและลดการอนุญาตการเล่นการพนันให้ได้มากที่สุด 10.2 ปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายเพื่อกระจัดยาเสพติดอย่างจริงจัง โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ละเว้นหรือปล่อยปะละเลยให้มียาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบ ต้องรับโทษทางวินัยร้ายแรงและอาญา โดยให้ออกจากราชการไว้ก่อน 10.3 3 ทบทวนนโยบายการตรวจลงตาหรือฟรีวีซ่าและกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างประเทศ เพื่อตัดช่องทางทางการเงินของเครือข่ายสแกมเมอร์อาชญากรข้ามชาติทุกรูปแบบ รวมทั้งการฟอกเงินและทุนเทา 11 พัฒนาระบบการป้องกันประเทศและพัฒนาศักยภาพของกองทัพให้มีความพร้อมเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบททั้งความมั่นคงทั้งในปัจจุบันและอนาคต การจัดหาและปรับปรุงอาวุธยุทโธปกรทั้งจากผู้ผลิตภายในประเทศและภายนอกประเทศ จะต้องเป็นไปอย่างคุ้มค่ามีประสิทธิภาพโปร่งใสตรวจสอบได้ รวมทั้งส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของคนไทย เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการภายในประเทศ 12 พัฒนาระบบทหารอาสาและปฏิรูประบบเกณฑ์ทหาร รัฐบาลจะดำเนินโครงการทหารอาสา 100,000 อัตรา โดยเปิดรับสมัครชายไทยเข้า รับราชการทหารในรูปแบบสัญญาจ้าง 4 ปี มีค่าตอบแทนและระบบประเมินผลที่ชัดเจน ผู้ผ่านการประเมินจะมีโอกาสศึกษาต่อในโรงเรียนนาย 10 ควบคู่กับการจัดทำระบบพัฒนาทักษะตามความสนใจและความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อให้การรับราชการการทหารเป็นเส้นทางการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนและเป็นฐานรองรับการปรับระบบเกณฑ์ทหารไปสู่ระบบสมัครใจในระยะยาว เสริมศักยภาพอาสารักษาดินแดนทั้งการฝึกทักษะและการประสานงานร่วมกับกองทัพ โดยเฉพาะกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขออภัยครับ ด้านสังคม 13 เรียนฟรีมีจริงเรียนฟรีมีงานทำและเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ให้ความสำคัญกับการลงทุนในทุนมนุษย์ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน 13.1 1 พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ฟรีที่ประชาชนสามารถเข้าถึงเพื่อเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ในแพลตฟอร์มได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้คนไทยทุกช่วงวัยมีโอกาสได้เรียนฟรีได้ทุกที่ทุกเวลาและเข้าถึงสิทธิทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมและเสมอภาค ให้ทุนการศึกษาเพื่อพัฒนากลุ่มคนที่มีศักยภาพสูงเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมกรรมเป้าหมายของประเทศ พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนของครู ใช้ผลการประเมินประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนของครูเป็นหลักในการปรับเพิ่มวิทยฐานะ ให้อิสระในการบริหารจัดการการเรียนรู้แก่สถานศึกษาได้ตามความพร้อมของสถานศึกษาและความถนัดของผู้เรียน รวมทั้งสร้างเสริมวัฒนธรรมทำการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม 13.2 ปรับหลักสูตรการศึกษารูปแบบการเรียนรู้และการจ้างงานให้มีความยืดหยุ่นและสอดรับกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและตลาดแรงงานไทยในอนาคต เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานทันที Skill Bridge เมื่อสำเร็จการศึกษาและการฝึกอบรม โดยร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้และทักษะแห่งอนาคตอาทิ AI Robotic พัฒนาระบบเชื่อเชื่อมโยงการรับรองผลจากการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนระบบออนไลน์ออฟไลน์ทั้งในและต่างประเทศอาทิบธนาคารหน่วยกกิจระบบการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพหรือทักษะที่สามารถใช้ในการทำงานได้อย่างแท้จริง พร้อมทั้งขยายโอกาสการพัฒนาทักษะผ่านเครือข่ายสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานและศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งจูงใจให้ผู้ประกอบการการจ้างงานกลุ่มเปาะบ่าง อาทิผู้สูงวัยคนพิการเด็กและเยาวชนผู้ที่หลุดออกจากระบบ เพื่อลดข้อจำกัดแรงงานในระบบและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย 13.3 3 พัฒนาทักษะและความสามารถด้านกีฬาเพื่อสร้างโอกาสให้คนไทย ส่งเสริมคนไทยโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนให้เข้าถึงกีฬาในระดับต่างๆ เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพทางกายและจิตใจที่ดี ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล มีวินัยในและเคารพในกติกา สนับสนุนการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาและเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการพัฒนานักกีฬา สร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาศูนย์ฝึกกีฬาและสิ่งอำนวยความสะดวก รวมทั้งส่งเสริมการจัดการแข่งขันกีฬาในระดับสากล เพื่อยกระดับมาตรฐานกีฬาไทยสู่ความเป็นเลิศในระดับนานาชาติ ควบคู่กับการปรับระบบการบริหารจัดการองค์กรกีฬาระบบสวัสดิการและสวัสดิภาพของนักกีฬาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อจูงใจให้คนไทยมีความมุ่งมั่นและทุ่มเทในการก้าวสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับคนไทยและช่างสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ 14 พัฒนาระบบประกันสุขภาพของคนไทยให้สามารถรักษาทุกที่ได้ทันที 14.1 1 ปรับปรุงการบริหารจัดการระบบประกันสุขภาพให้มีประสิทธิภาพ พัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลและเชื่อมโยงข้อมูลคนไทยสิทธิการรักษาพยาบาลและประวัติการรักษาพยาบาลเข้าด้วยกันภายใต้การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เคร่งครัด เพื่อให้คนไทยได้เข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาลได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม อีกทั้งยังช่วยให้ภาครัฐสามารถวางแผนการจัดบริการระบบสาธารณสุขจากข้อมูลที่มีได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการสร้างความสมดุลระหว่างการรักษาพยาบาลเชิงป้องกันและการรักษาพยาบาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินงบประมาณในภาพรวม 14.2 2 ปรับปรุงกฎหมายประกันสังคมที่สามารถรองรับกับรูปแบบการจ้างในเศรษฐกิจสมัยใหม่และการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และยกระดับความโปร่งใสในการบริหารจัดการเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับระบบประกันสังคม พร้อมทั้งพัฒนารูปแบบการประกันตนให้สามารถจูงใจให้นายจ้างและแรงงานนอกระบบเข้าในระบบประกันสังคม 14.3 3 ยกระดับบริการสุขภาพของคนไทยโดยมุ่งเน้นการแม่การแพทย์ผู้มุ่งเป้าการใช้เทคโนโลยี AI ทางการแพทย์อาทิการแพทย์ทางไกล ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและการแพทย์แผนไทย การวิจัยและเทคโนโลยีทางการแพทย์อาทิชีวะวัตถุเครื่องมือแพทย์ รวมทั้งสนับสนุนให้มีการลงทุนผลิตยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ในประเทศ เพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิตยาอุปกรณ์อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ภายในประเทศ 15 สร้างเสริมสถาบันครอบครัวอันเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญของสังคมและสร้างชุมชนเข้มแข็ง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประชากรไทย 15.1 1 พัฒนาคนในชาติให้มีเหตุมีผลมีความรับผิดชอบต่อตนเองและครอบครัวชุมชนสังคมและประเทศชาติ
เคารพสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน และมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางสังคมผ่านกลไกที่เป็นรูปธรรม
15.2. สร้างสภาพสังคมและชุมชนให้รองรับกับสังคมสูงวัย เพื่อให้ผู้สูงอายุและประชากรทุกช่วงวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดี พึ่งพาตนเองได้ และมีส่วนร่วมในสังคม พร้อมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจสูงวัย หรือ Silver Economy เพื่อผู้สูงวัยและโดยผู้สูงวัย อาทิ การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยในการดำรงชีวิตสำหรับผู้สูงอายุ การส่งเสริมอุตสาหกรรมหรือกิจการเพื่อรองรับสังคมสูงวัย การส่งเสริมการสร้างรายได้ การออม และการใช้ศักยภาพของผู้สูงอายุ การลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ผู้สูงอายุที่มีรายได้
15.3. จัดสถานที่พักพิงสำหรับผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางที่ได้มาตรฐานในพื้นที่ และดำเนินโครงการพยาบาลอาสาประจำหมู่บ้าน เพื่อช่วยดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ผู้อยู่ในภาวะพึ่งพิงในชุมชน เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวสามารถประกอบอาชีพได้ พัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย รวมถึงผลักดันให้มีศูนย์บำบัดยาเสพติดทุกอำเภอ เพื่อให้ผู้เสพสามารถเข้ารับการบำบัดรักษา ซึ่งจะช่วยคืนคนดีกลับสู่สังคม โดยส่งเสริมให้ภาคเอกชนและส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการพัฒนา
ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม
16. บริหารจัดการน้ำและป้องกันภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ โดยเร่งรัดการพัฒนาข้อมูลขนาดใหญ่ และใช้ AI ในการวิเคราะห์พยากรณ์ข้อมูลการบริหารจัดการน้ำ และพยากรณ์อากาศทั้งระบบให้มีความแม่นยำในระดับตำบล เร่งลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ เพื่อป้องกันภัยพิบัติและกักเก็บน้ำอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้ทั้งภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมมีน้ำใช้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ควบคู่กับการยกระดับการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีความรับผิดชอบที่ชัดเจน และบูรณาการการทำงานร่วมกัน มีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการน้ำตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนเร่งพัฒนาระบบการแจ้งเตือนภัยและบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีเอกภาพบนฐานข้อมูลดิจิทัล เพื่อลดความสูญเสียต่อชีวิต ทรัพย์สิน และสามารถให้การช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
17. พัฒนาระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติที่ครอบคลุมประชาชนทุกครัวเรือน เพื่อสร้างหลักประกันและลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ โดยออกแบบกลไกการบริหารจัดการที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ มีความยั่งยืนทางการคลัง และสามารถให้ความคุ้มครองและเยียวยาผลกระทบได้อย่างรวดเร็ว เป็นธรรมเมื่อเกิดภัยพิบัติ รวมทั้งช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของครัวเรือน และลดผลกระทบทางเศรษฐกิจในภาพรวม
18. ผลักดันให้ประเทศบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593 เพื่อรับมือกับการค้าระหว่างประเทศ และลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ
18.1. พัฒนายกระดับวิถีเกษตรกรสู่เกษตรกรรุ่นใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการเพาะปลูกที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ป้องกันและลดการเผาในภาคการเกษตร เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 และส่งเสริมการทำการเกษตรที่สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ โดยสนับสนุนการเข้าถึงต้นทุนต่ำสำหรับการปรับเปลี่ยนวิถีการผลิต การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้ผลผลิตมีความสม่ำเสมอทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ การกำจัดเศษวัสดุทางการเกษตรที่มีต้นทุนต่ำ และการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพไบโอชาเพื่อการส่งออก
18.2. ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด ควบคู่กับการวางรากฐานการปรับโครงสร้างตลาดพลังงานไปสู่การเปิดตลาดไฟฟ้าเสรี ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้รองรับสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้พลังงาน หรือ Direct PPA สนับสนุนให้มีการผลิตไฟฟ้าโดยผู้บริโภค พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ Smart Grid และดำเนินโครงการโซลารฟาร์มชุมชน เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าให้แก่ประชาชนและชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งความมั่นคงทางพลังงานในภาพรวมของประเทศ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคการขนส่งและภาคอุตสาหกรรม
18.3. ส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขนส่งและโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการขนส่ง และส่งเสริมประชาชนให้จัดซื้อรถสมัยใหม่ที่ปล่อยมลพิษต่ำ ตอบแทนการผลิตจักรยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศที่มีคุณภาพและราคาถูก การพัฒนาระบบขนส่งทางราง ทางน้ำ และระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองที่มีประสิทธิภาพ และการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับการขนส่งที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีประสิทธิภาพ
18.4. จัดตั้งตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่ได้มาตรฐานสากล และผลักดันกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว อาทิ ร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จัดทำระบบฐานข้อมูลเพื่อรองรับการให้สินเชื่อทางการเงินสีเขียว เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำ จัดทำระบบการตรวจวัดและประเมินปริมาณการปล่อย การลด และการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อให้สามารถซื้อขายคาร์บอนเครดิตของไทยในตลาดสากลได้ ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสในการสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตให้กับชุมชนและผู้ประกอบการไทยในระยะยาว
18.5. เพิ่มพื้นที่ดูดซับก๊าซเรือนกระจก โดยการฟื้นฟูและขยายพื้นที่สีเขียว ทั้งในส่วนของพื้นที่ป่าต้นน้ำ พื้นที่ป่าชายเลน พื้นที่สีเขียว พื้นที่สาธารณะ และพื้นที่นันทนาการในเขตเมือง ผ่านกลไกการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน
19. การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีคุณค่าและสมดุล เร่งจัดสรรที่ดินทำกิน ควบคู่กับการสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่ชุมชน เพื่อลดการบุกรุกและรักษาพื้นที่ป่า จัดทำผังเมืองที่สนับสนุนการใช้ประโยชน์ที่ดินตามศักยภาพและทรัพยากรในพื้นที่ และบังคับใช้กฎหมายเพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย
20. ราชการทันใจ มุ่งเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลอัจฉริยะอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเร่งพัฒนารัฐบาลดิจิทัลที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ และผลักดันการเปิดเผยข้อมูลของภาครัฐ ปรับกระบวนการทำงานของภาครัฐให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างทันท่วงที โปร่งใส ตรวจสอบได้ ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเป็นรัฐบาลเปิด ผลักดันร่างกฎหมายว่าด้วยการอำนวยความสะดวกและการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชน ซึ่งเป็นระบบหลัก หรือ Lens ให้แล้วเสร็จ และมีผลบังคับใช้ภายใน 180 วัน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่การดำรงชีวิตและการประกอบธุรกิจ ลดต้นทุนและภาระแก่พี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการ อันจะเป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยรวม และเร่งเสนอร่างชุดกฎหมาย Omnibus Law เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่เกิดจากกฎหมายที่ล้าสมัยซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ต่อสภาผู้แทนราษฎรให้มีผลบังคับใช้ภายใน 1 ปี
21. การปฏิรูประบบราชการ เสริมสร้างวินัยทางการเงินและการคลังของรัฐอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการปรับบทบาทภารกิจและกฎหมายที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานให้ชัดเจน ลดภารกิจที่ซ้ำซ้อน จัดทำมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด และมาตรการอื่นที่จำเป็น เพื่อให้ภาครัฐมีขนาดเล็กลง เปลี่ยนบทบาทภาครัฐเป็นผู้อำนวยความสะดวก ให้เหลือบทบาทที่เป็นผู้ควบคุมเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ควบคู่กับการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ Work from Anywhere เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เร่งรัดให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลดิจิทัล ควบคู่กับการปรับระบบประเมินผลที่มุ่งเน้นผลลัพธ์และประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นหลัก รวมถึงเป็นการประเมินที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ตลอดจนดำเนินการลดรายจ่ายของภาครัฐที่ไม่จำเป็นและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนโดยตรง อาทิ การลงทุนในสิ่งปลูกสร้างที่ไม่จำเป็น การศึกษาดูงานต่างประเทศ เป็นต้น
22. การพัฒนากฎหมายเพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น
22.1. ทบทวนกฎหมายที่ใช้บังคับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายลำดับรองที่กำหนดกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ จำนวนกว่า 7,000 ฉบับ ซึ่งสร้างภาระงบประมาณและภาระแก่ประชาชน โดยจะลดกระบวนการและขั้นตอนที่ไม่จำเป็นให้ได้มากที่สุด และสามารถให้บริการแก่ประชาชนด้วยดิจิทัลได้มากที่สุด ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยลดการใช้ดุลพินิจที่ไม่จำเป็นอันเป็นบ่อเกิดของการทุจริตคอร์รัปชันอีกด้วย
22.2. เร่งยกเลิกกฎหมายที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น อาทิ กฎหมายเลื่อยยนต์ กฎหมายการควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง กฎหมายความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค
22.3. ปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าและการลงทุนสมัยใหม่ อาทิ กฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรองรับการค้าทางดิจิทัล กฎหมายว่าด้วยโรงแรม เพื่อให้ทันสมัยและสอดคล้องกับสภาพการประกอบธุรกิจในปัจจุบัน การแก้ไขหรือออกกฎหมายหรือมาตรการที่จำเป็นเพื่อให้หน่วยงานของรัฐจัดเก็บข้อมูลที่มีโครงสร้างและสามารถอ่านได้ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ (Machine Readable) และเชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อยกระดับการบริหารงานภาครัฐ ภายใต้การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เคร่งครัด การปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล องค์กรมหาชนสามารถทำหน้าที่สนับสนุนการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลได้ อย่างมีประสิทธิภาพ และจัดทำกฎหมายเพื่อนำภาษีที่จัดเก็บจากสินค้าที่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อสังคม กลับเข้าสู่งบประมาณแผ่นดิน เพื่อรักษาวินัยทางการเงินและการคลัง
22.4. แก้ไขกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐได้พัสดุหรือบริการที่คุ้มค่าและสมเหตุสมผล ไม่คำนึงถึงราคาต่ำสุดอย่างเดียว และสนับสนุนการเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ การจ้างงาน และการพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศ เพิ่มมาตรการจัดการกับคู่สัญญาของภาครัฐที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ ตลอดจนส่งเสริมการใช้วัสดุที่เอื้อต่อการเกิดนวัตกรรมในประเทศ ตลอดจนแก้ไขกฎหมายต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าเป็นสมาชิกของ OECD
22.5. การเสนอกฎหมายใหม่ที่จะจัดทำขึ้น รัฐบาลจะกำหนดให้หน่วยงานของรัฐผู้เสนอกฎหมายใหม่ ต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากกฎหมายใหม่อย่างจริงจัง ว่าจะนำไปสู่การทำให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น และมีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการและประเทศในภาพรวม คุ้มค่า รวมถึงได้สัดส่วนกับงบประมาณที่ต้องใช้ในการบังคับใช้ให้เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ ตลอดจนต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องที่ครอบคลุม เพื่อให้กฎหมายที่ตราขึ้นจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเพียงเท่าที่จำเป็น และไม่เป็นภาระแก่คนดีที่จะปฏิบัติตามกฎหมายอีกต่อไป
22.6. กำหนดกรอบระยะเวลาในการพิจารณา ทบทวน ปรับปรุง และเสนอร่างกฎหมาย ในกรณีร่างกฎหมายว่าด้วยการเงินที่มีการรับฟังความคิดเห็นในหลักการและร่างกฎหมายครบถ้วนแล้ว รัฐบาลมีนโยบายที่จะเสนอผลการพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับหลักการต่อสภาผู้แทนราษฎรภายใน 60 วัน
23. แก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง โดยกำหนดมาตรการทางจริยธรรมและประพฤติวิชเพื่อให้ปลอดจากการทุจริต ปฏิรูประบบกระบวนการอนุมัติอนุญาตให้มีความรวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดขั้นตอนและดุลพินิจที่ไม่จำเป็น รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลสาธารณะให้สอดคล้องกับหลักปฏิบัติของ OECD บูรณาการฐานข้อมูลภาครัฐ เชื่อมโยงข้อมูลขนาดใหญ่ และใช้ AI เป็นเครื่องมือตรวจจับและประมวลผล เพื่อลดโอกาสและความเสี่ยงของการเกิดการทุจริต ตลอดจนกำกับติดตามและเร่งรัดการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐให้เกิดผลสัมฤทธิ์ โดยมีตัวชี้วัดที่ระดับดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้รัฐบาลจะบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายของรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร พ.ศ. 2560 มาตรา 162 โดยจะผลักดันการพัฒนาตามแนวนโยบายแห่งรัฐและยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ด้านในช่วงเวลาของการบริหารราชการแผ่นดินอย่างต่อเนื่อง อาทิ การอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ การคุ้มครองชาวไทยกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ให้มีสิทธิ์ในสังคม การจัดสรรคลื่นความถี่และสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ เพื่อให้รัฐบาลสามารถขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาล บริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามแนวนโยบายแห่งรัฐและยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ด้าน ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง พูดแล้วทำ ซึ่งจะช่วยให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ควบคู่กับการยกเครื่องประเทศให้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ ทั่วถึง และมีคุณภาพ เพื่อนำความก้าวหน้ามาสู่ประเทศ นำความกินดีอยู่ดี และสร้างความสงบสุขให้คนไทยทุกคนได้ตามเป้าหมาย โดยรัฐบาลได้กำหนดให้มีกลไกการบริหารราชการแผ่นดิน ภายใต้แนวคิดการบริหารภาครัฐด้วยระบบบูรณาการ แบบกลุ่มยุทธศาสตร์ หรือ Cluster ซึ่งในระยะเริ่มต้นจะแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ดังนี้
1. ด้านเศรษฐกิจมหภาค การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เร่งสร้างความมั่งคั่งและเสรีภาพทางเศรษฐกิจ ลงทุนเพื่ออนาคต ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ตลอดจนพัฒนากฎหมายและระเบียบเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
2. ด้านการผลิต การค้า และบริการ เร่งเพิ่มผลิตและคุณภาพการผลิตภาคเกษตร เกษตรแปรรูป พัฒนาและเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตและการตลาดอย่างเป็นระบบ และพัฒนาอุตสาหกรรมอนาคตเพื่อยกระดับอุตสาหกรรม รวมถึงผลักดัน SME ให้เติบโตและเชื่อมโยงกับห่วงโซ่คุณค่าระดับประเทศ รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มในสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวของประเทศ
3. ด้านโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งขับเคลื่อน Net Zero ภายในปี 2593 เพื่อให้คนไทยสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรวมถึงสามารถแข่งขันภายใต้กติกาใหม่ของโลก
4. ด้านสังคมและสวัสดิการ ยกระดับทุนมนุษย์และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างทั่วถึงและยั่งยืน และสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางการคลังและการคุ้มครองทางสังคม
5. ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง ยกระดับสถานะและบทบาทในเวทีโลก รักษาประโยชน์และเสถียรภาพในบริบทโลกหลายขั้ว และเสริมสร้างความมั่นคงภายในชายแดน กองทัพให้พร้อมรับภัยคุกคามสมัยใหม่
รัฐบาลจะมอบหมายผู้รับผิดชอบหลักในแต่ละกลุ่มยุทธศาสตร์ ทำหน้าที่กำหนดทิศทางและขับเคลื่อนการดำเนินงาน กำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประสานความร่วมมือกับภาคีทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันกำหนดผลลัพธ์หลักที่สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความท้าทายและวัดผลได้ชัดเจน และรัฐบาลจะดำเนินการติดตามความก้าวหน้าเพื่อวิเคราะห์และแก้ไขอุปสรรคเชิงระบบ เพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ตามเป้าหมาย และรายงานความก้าวหน้าต่อพี่น้องประชาชนอย่างโปร่งใสและต่อเนื่อง
ท่านประธานรัฐสภาครับ การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลจะดำเนินการโดยยึดประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังและการเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยการดำเนินนโยบายจะใช้จ่ายจากแหล่งเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ เช่น เงินกู้ กองทุนหมุนเวียน การให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน การระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลัก และจะใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ด้วยความรอบคอบ จำกัดการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณให้มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้เกิดการบริหารสินทรัพย์ของภาครัฐให้มีความคุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ และส่งเสริมบทบาทภาคเอกชนในการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและให้บริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน และลดภาระหนี้สาธารณะของประเทศในระยะยาว
ท้ายที่สุดนี้ กระผมในฐานะนายกรัฐมนตรี ขอกราบเรียนพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนว่า ความท้าทายและความผันผวนที่ประเทศไทยกำลังเผชิญในวันนี้และอนาคตอันใกล้เป็นความจริงที่เราต้องยอมรับ หากเราหยุดนิ่ง จะยิ่งทำให้ประเทศถดถอย รัฐบาลพร้อมที่จะเติมเต็มและทุ่มเทสรรพกำลังที่มีอยู่ อย่างเต็มความสามารถ เพื่อแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน และนำพาประเทศไทยก้าวสู่การพัฒนาที่เต็มศักยภาพ เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมและเป็นพลังขับเคลื่อนการเจริญเติบโตของประเทศของเราในระยะยาว กระผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยมั่นคงจากภายใน คนไทยตั้งตัวได้ เศรษฐกิจแข่งขันได้ และโลกมีความเชื่อมั่นในประเทศไทย ขอขอบคุณครับ
ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายเสร็จแล้ว ต่อไปเป็นการซักถามและอภิปรายของสมาชิกสภาตามข้อบังคับครับ ข้อที่ 140 วรรค 2 ได้กำหนดให้ประธานได้ดำเนินการให้สมาชิกสภาซักถามและอภิปรายรวมกัน เว้นแต่ที่ประชุมรัฐสภาจะได้มีมติให้ซักถามและอภิปรายเป็นประเด็นประเด็นไป จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าท่านสมาชิกให้ความเห็นชอบ เอ่อ รัฐสภานี้จะได้อภิปรายรวมกัน ขอเชิญท่านสมาชิกอภิปรายซักถามและอภิปราย เชิญกลุ่มแรกครับ เชิญท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ต่อด้วยท่านอัถกร ศิริรัตยากร และท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับ เชิญครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านคณะรัฐมนตรี เพื่อนสมาชิกสภา ตลอดจนประชาชนที่กำลังรับฟังอยู่ทางบ้านทุกท่านครับ ผมนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ผมอยากเริ่มการอภิปรายครั้งนี้ด้วยการชักชวนให้ทุกคนลองตั้งคำถามกับตัวเองครับว่า หลังจากที่ท่านได้ฟังคำแถลงนโยบายของรัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรีจบนั้น ตัวท่านเองมีความรู้สึกอย่างไร ท่านรู้สึกมีความหวัง มองเห็นอนาคตของตัวเอง ควบคู่ไปกับอนาคตของประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ฉายให้พวกเราเห็นหรือไม่ ถ้าไม่ มันเป็นเพราะอะไรครับ การอภิปรายของผมต่อจากนี้เป็นข้อสังเกตที่ผมอยากตั้งถึงคำต่อคำอภิปราย เอ่อ ต่อคำแถลงนโยบายของรัฐบาลครับ ซึ่งอาจจะทำให้ทุกคนพอรู้สาเหตุตรงนั้นชัดเจนมากยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้น่าจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากที่สุดชุดหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ไม่ได้รับมาจากคณะปฏิวัติรัฐประหาร เพราะรัฐบาลชุดนี้ครับ สามารถกุมอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งสภาบน สภาล่าง รวมถึงองค์กรอิสระต่างๆ ที่ท่านสามารถจัดสรรดุลอำนาจทุกอย่างได้อย่างลงตัวครับ เรียกได้ว่ารัฐบาลชุดนี้แบ่งการบูรณาการการบริหารราชการแผ่นดินออกเป็น 5 Cluster จริงครับ แต่ไม่ได้เป็น 5 Cluster ในการบริหารราชการแผ่นดินแบบที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงไปเมื่อสักครู่นี้หรอกครับ แต่เป็น 5 Cluster ของกลุ่มอำนาจครับ ที่เกิดจากการรวมขั้วจัดตั้งรัฐบาลด้วยกัน และแบ่งสรรปันส่วนผลประโยชน์กันได้อย่างลงตัว ถามว่า 5 Cluster นั้นประกอบไปด้วยอะไรบ้างครับ เริ่มจากกลุ่ม Cluster ที่ 1 ครับ ท่านประธาน นั่นก็คือบรรดามุ้งการเมืองต่างๆ ที่อดีตเคยอาจจะสังกัดอยู่พรรคการเมืองอื่นครับ แต่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ย้ายมาสวมเสื้อพรรคภูมิใจไทย หลักฐานปรากฏอยู่เด่นชัดครับว่าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะพรรคการเมืองอันดับ 1 ที่ไม่ได้หมายถึงจำนวน ส.ส. มากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎรนะครับ แต่เป็นพรรคการเมืองอันดับ 1 ที่มี ส.ส. ย้ายพรรคแล้วชนะการเลือกตั้งมาอยู่ในสภาชุดที่ 27 นี้มากที่สุด อันดับ 1 ในสภาผู้แทนราษฎร การที่ท่านจัดตั้งรัฐบาลโดยใช้วิธีการรวมอำนาจจากมุ้งต่างๆ เข้ามาแบบนี้ ทำให้เกิดอะไรขึ้นครับ เราเห็นโฉมหน้าของคณะรัฐมนตรี ที่ผมขอยกตัวอย่างเพียงแค่บางจังหวัดนะ ครับ ไม่ต้องเอ่ยชื่อทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่นจากบ้านสงขลา ชลบุรี หรือสุพรรณบุรี เป็นต้น ไปต่อกันที่กลุ่ม Cluster ที่ 2 ครับ ท่านประธาน กลุ่ม Cluster ที่ 2 ที่เป็นดุลอำนาจในการค้ำจุนรัฐบาลชุดนี้คือใคร นั่นก็คือพรรคการเมืองอันดับ 2 ครับ ที่ร่วมรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ ที่ผมบอกได้อย่างเต็มปากครับว่ายอมละทิ้งจุดยืนเดิม เพราะไม่สามารถต่อรองอะไรเลยกับพรรคภูมิใจไทยได้ ผมลองยกตัวอย่างตัวเลขสมการทางการเมืองที่อยู่บนหน้ากระดานอยู่แล้วนะครับ คงไม่ได้เป็นการกล่าวหาเกินจริง สมมุติว่าวันนึงพรรคการเมืองอันดับ 2 นั้นขู่ว่าจะถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาล สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยทำได้คืออะไรครับ ไม่ต้องมีข้อกังวลใจใดๆ ทั้งสิ้น จากปัจจุบันที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างมากอยู่แล้ว 290 กว่าเสียง สามารถที่จะเลือกสลับดึงพรรคการเมืองที่ปัจจุบันอยู่ในพรรคฝ่ายค้านไปร่วมรัฐบาลได้ทันทีครับ กลายเป็นรัฐบาล 270 กว่าเสียง ก็ยังคงเป็นเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้ ท่านประธานครับ ปัญหาของการรวมขั้วจัดตั้งรัฐบาลแบบนี้ ที่พรรคอันดับ 2 ไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ เลยกับพรรคภูมิใจไทย นำมาซึ่งปัญหาอะไร เดี๋ยวผมจะชี้ให้เห็นต่อในลำดับถัดไป มาถึงส่วน Cluster ที่ 3 ครับ ส่วนที่เป็นดุลอำนาจสำคัญครับ ที่ได้ทำลายล้างอำนาจต่อรองของพรรคการเมืองอันดับ 2 ในพรรคร่วมรัฐบาลไปอย่างสิ้นเชิง นั่นก็คือบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ที่ผมไม่ได้เอ่ยมาเมื่อสักครู่ ที่ร่วมอยู่ในรัฐบาลชุดปัจจุบัน มีจำนวนเสียงในการร่วมรัฐบาลอยู่ประมาณ 20 กว่าเสียงครับ ถือเป็นดุลอำนาจที่สำคัญครับ ที่ทำลายอำนาจต่อรองของพรรคที่ตั้งใจจะไปร่วมรัฐบาลในฐานะพรรคการเมืองอันดับ 2 ที่ผมบอกเช่นนี้ เพราะถ้าหากปราศจากเสียงเหล่านี้ในการจัดตั้งรัฐบาลครับ พรรคภูมิใจไทยจะไม่สามารถเดินยุทธศาสตร์ชักเข้าชักออก ดึงพรรคอื่นๆ มาเข้าร่วมรัฐบาลสลับได้ตลอดเวลาเช่นนี้ ท่านประธานครับ ดุลอำนาจที่สร้างความมั่นคงให้กับรัฐบาลชุดนี้ ยังไม่ได้จบเพียงแค่ 3 Cluster อำนาจนี้เท่านั้นนะครับ ไปสู่ Cluster ที่ 4 ฮะ บรรดาสมาชิกรัฐสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หรือองค์กรอิสระอื่นๆ ที่อาจจะได้รับการแต่งตั้งมา จากพวกเขาเหล่านั้น ล้วนเป็นไพ่ Joker ครับ ที่รัฐบาลซึ่งนำโดยพรรคภูมิใจไทย จะหยิบออกมาใช้เมื่อใดก็ได้ ใช้คุมเกมก็ได้ ครับ คุมเกมในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้เป็นไปตามหน้าตาแบบที่พวกเขาอยากเห็น ใช้โจมตีฝั่งตรงข้ามก็ได้ครับ แบบที่พวกผมกำลังโดนอยู่ในส่วนของคดี 44 ส.ส. ใช้ปกป้องพวกพ้องตนเองก็ได้ครับ สดๆร้อนๆ เมื่อวานล่าสุดครับ กกต. เพิ่งมีการรับรองผลการเลือกตั้งสุพรรณบุรี เขต 2 ทั้งๆ ที่ยังมีข้อกังขาอยู่เต็มประดาครับ นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ไม่ตรงกับวันเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ประชาชนยังมีข้อกังขา แล้วหน่วยเลือกตั้งอื่นๆ เป็นอย่างไร ยังไม่ได้ทันตรวจสอบครับ รับรองผลการเลือกตั้งไปแล้ว ยังปกป้องพรรคพวกอะไรได้อีกครับ คดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่ตอนนี้อยู่ในมือของศาลรัฐธรรมนูญ ไพ่ใบนี้ถือเป็นดุลอำนาจที่สำคัญที่สร้างเสถียรภาพให้กับรัฐบาลชุดนี้ครับ ที่พรรคการเมืองอื่นๆ ไม่มี ส่วนสุดท้ายครับ ท่านประธาน นั่นคือ Cluster ส่วนที่ 5 Cluster ส่วนที่ 5 คือใครครับ คือบรรดากลุ่มคนบางกลุ่มในประเทศนี้ ที่ต้องการรักษาระเบียบเดิมในประเทศนี้ให้คงอยู่ต่อไปครับ กลุ่มนี้มีหน้าที่ให้ความคุ้มครองครับ ทุกคน ที่อยู่ในค่ายรัฐบาลภูมิใจไทยในปัจจุบัน คอยส่งสัญญาณบอกกลุ่มอื่นๆ ว่ามาเถอะ อยู่ข้างนี้ ทำอะไรก็ไม่ผิด คนกลุ่มนี้คือคนที่ถือตั๋วใบที่ 2 และให้สัญญาณแก่พรรคภูมิใจไทยในคืนก่อนวันเลือกตั้ง ท่านประธานครับ การบริหารราชการแผ่นดินโดยการแบ่งออกเป็นกลุ่ม 5 Cluster ที่ผมได้บอกไปเมื่อสักครู่นี้ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่ 1 นั่นก็คือบรรดาการเมืองมุ้งใหญ่ที่ย้ายค่ายเข้าพรรคภูมิใจไทย Cluster ที่ 2 ก็คือพรรคการเมืองอันดับ 2 ที่ไร้ซึ่งอำนาจต่อรองในการร่วมรัฐบาล Cluster กลุ่มที่ 3 ก็คือพรรคอื่นๆ ที่ร่วมรัฐบาลอยู่ในปัจจุบัน ที่มีไว้เพื่อทำลายอำนาจต่อรองของพรรคอันดับที่ 2 Cluster กลุ่มที่ 4 ท่านประธาน ท่านประธานครับ
ท่านประธาน เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมอัครเดช โลจนราช ราชบุรี พรรคภูมิใจไทยฮะ
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านประธานนะครับ ตามข้อ 5 แล้วก็ข้อ 45 นะฮะ คือท่านประธานต้องควบคุมประเด็นในการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกนะครับ จริงๆ แล้วผมไม่ได้อยากจะลุกขึ้นมาประท้วงนะครับ แต่ว่าในข้อ 45 เนี่ย ท่านต้องอภิปรายในประเด็นนะครับ ประเด็นวันนี้เนี่ย ก็คือการแถลงนโยบายของรัฐบาล แต่ที่ท่านพูดพูดมา กลุ่ม 5 Cluster เนี่ย มันยังไม่ได้อยู่ในนโยบายที่รัฐบาลที่ท่านนายกอนุทิน ชาญวีรกูล ได้แถลงไปเลยนะครับ ฉะนั้นผมอยากให้ท่านประธานเนี่ย ควบคุมการประชุมให้อยู่ในประเด็น แล้วก็ขอให้ผู้อภิปรายเนี่ยนะครับ ได้อ่าอภิปรายในประเด็นเรื่องของนโยบายรัฐบาล ขอให้ท่านประธานได้วินิจฉัยด้วยครับ
ผมก็ฟังอยู่นะครับ เดี๋ยวผมวินิจฉัยอย่างนี้นะครับว่า เบื้องต้นผมฟังในเรื่องที่ท่านณัฐพงษ์ได้เกริ่นขึ้น 5 Cluster ผมก็ฟังอยู่ ฉะนั้นผมวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ ถ้าพูดแค่นี้ยังฟังได้อยู่ครับ แต่ถ้าไปลงรายละเอียดกว่านี้ นี่ท่านจะเป็นการอภิปรายองค์กรอื่นเขา ไม่ใช่มันจะไม่เกี่ยวกับอ่า นโยบายรัฐบาลนะครับ ฉะนั้นก็ให้เข้าประเด็นนะครับ เชิญ เชิญต่อครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมขออนุญาตชี้แจงสักเล็กน้อย ก็ขอบคุณท่านอัครเดชนะฮะ ผมเชิญให้ไปลองเปิดเทปตอนที่ท่านประธานเปิดประชุมสภาวันนี้ครับ ท่านประธานพูดชัดเจนครับว่าข้อบังคับเนี่ย สามารถที่จะอภิปรายถึงคุณสมบัติและความสามารถของคณะรัฐมนตรีว่า จะสามารถทำให้บรรลุเป้าหมายนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาหรือไม่ ไม่ได้ตีกรอบเฉพาะเนื้อหาในเล่มคำแถลงนโยบายในวันนี้ครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตประท้วงผู้อภิปรายครับ
ประท้วง
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงข้อที่ 45 ครับ คือการอภิปรายเนี่ยนะครับ ท่านประธานฮะ ท่านประธานฟังอยู่ ผมเคารพคำวินิจฉัยของท่านประธานนะครับ แต่ว่าอย่างกรณีการเลือกตั้งที่สุพรรณบุรีเนี่ยนะครับ เป็นการเลือกตั้งที่จัดการโดย กกต. ผมถามว่ารัฐบาลมีหน้าที่ในการจัดการการเลือกตั้งหรือเปล่าครับ ฉะนั้นท่านประธานต้องวินิจฉัยนะครับ ให้ผู้อภิปรายเนี่ยอยู่ในประเด็นที่อยู่ในอำนาจของรัฐบาล แล้วก็เป็นการแถลงนโยบายของรัฐบาล
ขออนุญาตท่านประธานได้วินิจฉัยด้วยครับ
ท่านท่านอเรศครับ เอ่อ ท่านนั่ง ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าถ้าเดี๋ยวผมชี้แจงก่อนได้มั้ยฮะ
ครับ ได้ครับ ท่านประธานครับ
อ่า ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าถ้ากล่าวเพียงแค่นี้ นี่ผมอนุญาต แต่ถ้าจะกล่าวข่าวลึกไปนี้มันก็จะไปเข้าที่อ่าท่านผู้ประท้วงได้ประท้วงว่าเป็นการอภิปรายหน่วยงานอื่นเขา นะครับ ฉะนั้นท่านณัฐพงษ์ เมื่อกี้ผมได้อ่า ชี้แจงกับท่านแล้ว ท่านก็อ่า คงจะได้ปรับอ่าในเนื้อหาที่ท่านจะอภิปรายต่อไปนะครับ เพื่อให้มันเป็นการอภิปรายอ่าแถลงนโยบายจริงๆ นะครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ครับ ท่านท่านประธานครับ ผมปิยรัตน์ครับ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ขอประท้วงท่านผู้ที่กำลังประท้วงครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานพูดชัดเจนครับว่าท่านประธานได้วินิจฉัยแล้วนะครับ ฉะนั้นการวินิจฉัยของประธานเป็นเด็ดขาดนะครับ ฉะนั้นอยากให้ท่านผู้ประท้วงได้เคารพครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ครับ เชิญต่อครับ
ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเพียงแค่อยากจะชี้ให้เห็นครับว่า ในกลุ่ม 5 Cluster นั้น ไม่ได้มีประชาชนอยู่ในสมการครับ ท่านประธานครับ การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเริ่มต้นต่างๆ ของกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัว การจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ครับ ไร้ซึ่งเจตจำนงหรือวาระที่จะมาผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลนี่ใช่มั้ยครับ คือเหตุผลที่ทำให้เรามีความรู้สึก ลึกๆ ว่าเมื่อฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ทั้ง 23 ข้อจบ ทำไมตัวผมเองยังไม่ได้รู้สึกว่าพวกเรากำลังจะมีอนาคต ร่วมกับอนาคตของประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พยายามฉายภาพให้พวกเราเห็น แต่ใดๆ ครับ ท่านประธานครับ ช่วงต้นท่านนายกรัฐมนตรีได้วางหลักการที่เหมือนท่านเองก็ท่องไว้เป็นคาถาอยู่ 3 ข้อครับ ว่าจะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ข้อที่ 2 คือการยึดมั่นในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อที่ 3 ครับ ก็คือการยึดมั่นในหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคกัน หลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดครับ รวมถึงพรรคประชาชน หากได้เป็นรัฐบาล ก็ต้องยึดถือหลักปฏิบัติอยู่แล้วครับ แต่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินมากกว่าครับ ท่านประธาน ว่าหลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ภายใต้การนำของนายกที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นั้น จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด ผมฟังคำแถลงนโยบายของท่านนายกจบ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ขออนุญาตสะท้อนตามความรู้สึกครับ ผมยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนเหล่านั้น รวมถึงผมยังไม่เห็นพันธกิจหรือเจตจำนงร่วมกันของรัฐบาลชุดนี้เลยครับ ว่าตกลงแล้วอะไรคือวาระของประเทศที่แต่ละพรรคมาตกลงร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาบ้าง ผมลองยกตัวอย่าง 1 ตัวอย่างนะครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง ผมไม่เห็นการให้น้ำหนักหรือไม่เห็นการบรรจุอยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายฉบับนี้เลย ผมอยากจะสอบถามบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปร่วมรัฐบาลกันจัดตั้งฮะ เจตจำนงทางการเมืองของท่าน ความเป็นนักประชาธิปไตยของท่านอยู่ตรงไหน ทำไมมันถึงไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าปัญหาใหญ่สุดของประเทศเราในขณะนี้ อาจไม่ใช่ วิกฤตภายนอกครับ แต่มันคือวิกฤตภายในที่ผมบอกว่ามันคือวิกฤตภายใน เพราะไม่ว่าเราจะเจอวิกฤตภายนอกที่รุมล้อมเข้ามาขนาดไหน แต่ถ้า รัฐบาลอยู่เคียงข้างประชาชน เราก็จะพอมีหลักยึดได้บ้าง ผมยกตัวอย่างครับ วิกฤตด้านเศรษฐกิจอย่างวิกฤตน้ำมัน วิกฤตด้านสังคมอย่างเช่นเรื่องเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ วิกฤตด้านความมั่นคงอย่างเช่นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นในเรื่องของปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน แทบทุกวิกฤตที่ผมเอ่ยมาเมื่อสักครู่นี้ เป็นวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับคนในประเทศเราทั้งสิ้นฮะ แต่สิ่งที่รัฐนี้ปกป้องต้องอยู่มาโดยตลอดเสมอมา ไม่ได้เลือกที่จะปกป้องประชาชนก่อนครับ แต่เลือกที่จะปกป้องคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก่อน ท่านประธานครับ ลองดูตัวอย่างวิกฤตน้ำมัน ที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีดุลอำนาจที่ลงตัว มีความมั่นคงทางการเมือง ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงเพิ่มขึ้นหรือ ไม่ รู้สึกมั่นคงปลอดภัยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ครับที่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่อยู่มีอยู่ จะใช้โรงกลั่นน้ำมันที่พวกเรามีอยู่ในประเทศ กำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสม สะท้อนกับต้นทุนจริง ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนอยู่ในขณะนี้ หรือแม้แต่วิกฤตฝุ่น PM 2.5 5 ครับ ในขณะที่เราสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่า ขณะนี้เป็นรายที่ 2 และจริงๆ สูญเสียมาต่อเนื่องอยู่แล้วทุกปี ทุกปีมีประชาชนนับล้านครับ ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 5 รัฐบาลที่มั่นคงได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงหรือไม่ว่าท่านพร้อมจะใช้ทุกกลไกที่ท่านมีอยู่ในมือเนี่ยแหละครับ เพื่อผ่านกฎหมายอากาศสะอาดให้ผ่านสภาโดยเร็ว ซึ่งสภาชุดแล้วค้างอยู่ในขั้น ส.ว. ไม่ใช่ใช้ไพ่ Joker ที่ท่านมีอยู่ในมือเพื่อกุมอำนาจของรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น ท่านประธานครับ ด้วยอำนาจที่เบ็ดเสร็จที่นายกมีอยู่ในมือ หากรัฐบาลประสงค์จะทำสิ่งใด ผมเชื่อว่าสามารถทำได้จนประสบผลสำเร็จ ครับ มันอยู่ที่ความแน่วแน่ และมันอยู่ที่ความกล้าหาญทางการเมืองของพวกท่าน นี่คือสิ่งที่ตัวผมและประชาชนกำลังมองหา จากตัวท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนครับ สิ่งที่พวกเราต้องการตอนนี้ก็คือรัฐบาลที่จะเข้าไปทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูก ไม่ได้กำลังจะทำสิ่งถูกให้กลายเป็นสิ่งผิดครับ วิกฤตภายในที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือสถานการณ์ที่บรรดากลุ่มคนผู้มีอำนาจในประเทศพยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป สำหรับการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเองก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตโดยรวมไว้ประมาณเท่านี้ครับ ท่านประธาน การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนของผม 2 วันต่อจากนี้จะเป็นเวทีที่พวกเรามาชี้ให้ทุกท่านเห็นว่าสิ่งที่ประเทศกำลังมองหา อาจจะไม่ได้อยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายเล่มนี้ครับ แต่มันคือรัฐบาลที่ไม่ได้เลือกที่จะรักษาระเบียบเดิม แต่เลือกที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชน พอได้แล้วครับกับระบบพวกพ้อง การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วครับกับวิกฤตรอบด้านที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วครับ การเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน ขอบคุณครับ
ครับ เชิญมีอะไรครับ
ท่านประธานวิวัฒ
ท่านท่าน
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตใช้สิทธิ์พาดพิงครับ
ครับ อนุญาตครับ
ครับ ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ผมก็ไม่ได้ไปรบกวนตอนที่ท่านอภิปรายนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเนี่ย ในกระบวนการอภิปรายของท่านเนี่ย ท่านมีการใช้คำซึ่งมีความชัดเจนว่าพูดถึงพรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านใช้คำว่าพรรคอันดับ 2 เข้าร่วมรัฐบาลและละทิ้งจุดยืนเดิมนะครับ ซึ่งคำนี้เนี่ย ผมอยากจะให้ท่านเนี่ยได้ถอนคำพูดนะครับ เพราะว่าท่านเองก็ทราบดีครับ กระบวนการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามกลไกของการเมืองระบอบรัฐสภา ซึ่งเมื่อพรรคอันดับ 1 ได้มีการเชื้อเชิญพรรคอันดับ 3 ก็คือตัวพรรคเพื่อไทยเนี่ย ให้เข้าร่วม ก็มีการเข้าไปหารือถึงเรื่องของนโยบาย ถึงเรื่องของการขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกันนะครับ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ตอบตกลงครับ นี่เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผมเชื่อว่าท่านมีความเข้าใจครับ เพียงแต่ว่ากระบวนการในการอภิปรายเนี่ย เอ่อ คงจะลีลามากนิดนึงนะครับ ก็ใช้คำพูดซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องและทำให้เกิดความเสียหายนะครับ ก็ด้วยความเคารพครับ เพื่อให้การเดินประชุมเดินหน้าได้เนี่ย อยากจะให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนคำพูดในส่วนนี้ออกซะ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ เชิญท่านณัฐพงษ์ ผมคิดว่าตามข้อบังคับเพื่อนสมาชิกก็มีสิทธิ์ในการชี้แจงอยู่แล้วครับ ด้วยความเคารพครับ ก็อยู่ที่ท่านประธานเจ้าวินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยอย่างงี้นะครับ เอ่อ ในเมื่อท่าน ท่าน อ่า พูดว่าละทิ้งจุดยืนเดิม ประชาธิปไตย มันเป็นการกล่าวหา ฉะนั้น การกล่าวหา มันพูด การกล่าวหา ซึ่งไม่มีเหมือนใส่ร้าย ฉะนั้น ผมว่าจึงไม่เหมาะที่จะใช้ไปกล่าวร้ายให้เขานะครับ ท่านเปลี่ยนคำพูดได้มั้ยฮะ ท่านขอเปลี่ยนคำพูดหน่อยนะครับ เพื่อเพื่อมันเรียบร้อยครับ เดี๋ยวท่านณัฐพงษ์ท่านจะใช้สิทธิ์อยู่ ท่านปกรวุฒิเชิญฮะ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมปกรวุฒิครับ สมาชิกสภาครับ ผมผมคิดว่าขอด้วยความเคารพนะครับ ท่านประธาน ถ้าไม่เช่นนั้นเนี่ย การกล่าวหาไม่ว่าคำใดๆก็ตามหลังจากนี้เนี่ย ในสภาแห่งนี้จะต้องถอนกันหมดนะครับ ผมคิดว่าการใช้บรรทัดฐานนี้อาจจะไม่ถูกต้องนักนะครับ ไม่งั้นต่อไปใครกล่าวหาอะไรกันเล็กๆน้อยๆเนี่ย ต้องถอนทุกคำนะครับ
ผมจึงยังไม่ให้ถอนไง ผมถึงบอกว่าให้เปลี่ยนคำที่มัน
มันเหมือนใส่ร้ายเขานะครับนะ
ท่านประธาน
ด้วยความเคารพครับ ผมขออนุญาต
อ้า เชิญ เชิญท่านประธานครับ ขอประทานโทษครับ
อ่า ท่านผู้ประท้วงท่าน ผมกำลังหารือกับท่านปกรวุฒิว่า ถ้าที่จริงมันเป็นคำที่ร้ายแรงอยู่นะครับ ไปถึงแม้เขาจะชี้แจง แต่ว่าประชาชนที่อยู่ทางบ้านเนี่ย เขาไม่รับทราบขบวนการอย่างที่ท่านจุลพันธ์ท่านได้บอกว่ามันเป็นขบวนการ ฉะนั้นผมขอให้ท่านเปลี่ยนคำพูดครับ อ้า ท่านเปลี่ยนคำพูดหน่อย ท่านหัวหน้าพรรคครับ เชิญ
ประธานขออนุญาตครับ
เชิญหลังมครับ ประท้วงครับ
เรียนท่านประธานครับ ผมหลังม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ จำเป็นที่จะต้องหารือกับท่านประธานอย่างนี้ฮะ คือที่ผ่าน มาเนี่ย พวกเราก็ทำหน้าที่ในสภา ผมคิดว่าเราใช้คำพูดนะครับ ทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ ที่เป็นคำพูดที่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด และผมคิดว่าคำพูดนี้นะครับ มันเป็นคำพูดที่สุดท้ายพี่น้องประชาชนที่ติดตามก็จะต้องเป็นผู้พิจารณาเอาเอง ส่วนถ้าเกิดว่าท่านจุรพันธ์ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะ ถ้าท่านจะไม่เห็นด้วยกับการใช้คำพูดนี้ ท่านมีสิทธิ์ในการที่จะชี้แจง แล้วพวกเราไม่ได้มีปัญหาอะไร ขออนุญาตประท้วงครับ ถ้ามีการเริ่มมั่วซั่วกันไปหมด
ขอให้ถอนคำพูดแทบจะทุกคำพูดเนี่ย ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เดินต่อไม่ได้ฮะ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ด้วยความกรุณานะครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยให้ดี เพื่อให้มันเป็นบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ต่อ ใช้สิทธิ์ประท้วง ท่านประธานฟังท่านผู้ประท้วง ผมจะได้
ผมขออนุญาตใช้สิทธิ์ประท้วงครับ ท่านประธาน ประท้วงใช่มั้ยครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 สมาชิกที่อยู่ในห้องแล้วก็ลุกขึ้นมาพูด 2-3 ท่านก็พูดชัดเจนว่าที่ทำอยู่คือการใส่ร้าย ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 วรรค 2 อ่านให้ดีๆ เค้าห้ามไม่ให้แสดงกิริยา วาจาอันไม่สุภาพ เสียดสีบุคคลใด ห้ามใส่ร้าย มีความชัดเจนอยู่ในข้อบังคับการประชุมอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะลุกขึ้นมาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น แล้วบอกว่าคนอื่นออกมาแก้ตัวได้ มันไม่ใช่เช่นนั้น อ่านข้อบังคับการประชุมให้ขาดครับ ขอให้ท่านประธานบังคับการประชุมให้มันเดินหน้าอย่างราบรื่น ถ้าทุกคนลุกขึ้นมาแล้วมาใส่ร้ายคนอื่น แล้วการประชุมจะเดินหน้าได้ยังไง ท่านยอมรับเองว่าท่านใส่ร้ายพวกผม ผมขอให้ถอนคำพูดในสิ่งที่ได้อภิปรายไปก็แค่นั้นเอง เราก็เดินหน้ากันต่อ ท่านประธาน ยึดข้อบังคับการประชุมให้แม่นครับ ไม่งั้นเราจะเดินต่อไม่ได้
ครับ ผมเข้าใจครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วนะ ครับ เดี๋ยวท่านท่านให้ผมได้ชี้แจงก่อนนะครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าให้ท่านเปลี่ยนคำพูด ถ้าท่านไม่เปลี่ยนคำพูด ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ นะครับ ในข้อ 40 ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ ฉะนั้น ท่านณัฐพงษ์ เมื่อกี้ผมได้อ่า ชี้แจงกับท่านแล้ว ท่านก็อ่า คงจะได้ปรับอ่าในเนื้อหาที่ท่านจะอภิปรายต่อไปนะครับ เพื่อให้มันเป็นการอภิปรายอ่าแถลงนโยบายจริงๆ นะครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเพียงแค่อยากจะชี้ให้เห็นครับว่า ในกลุ่ม 5 Cluster นั้น ไม่ได้มีประชาชนอยู่ในสมการครับ ท่านประธานครับ การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเริ่มต้นต่างๆ ของกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัว การจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ครับ ไร้ซึ่งเจตจำนงหรือวาระที่จะมาผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลนี่ใช่มั้ยครับ คือเหตุผลที่ทำให้เรามีความรู้สึก ลึกๆ ว่าเมื่อฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ทั้ง 23 ข้อจบ ทำไมตัวผมเองยังไม่ได้รู้สึกว่าพวกเรากำลังจะมีอนาคต ร่วมกับอนาคตของประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พยายามฉายภาพให้พวกเราเห็น แต่ใดๆ ครับ ท่านประธานครับ ช่วงต้นท่านนายกรัฐมนตรีได้วางหลักการที่เหมือนท่านเองก็ท่องไว้เป็นคาถาอยู่ 3 ข้อครับ ว่าจะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ข้อที่ 2 คือการยึดมั่นในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อที่ 3 ครับ ก็คือการยึดมั่นในหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคกัน หลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดครับ รวมถึงพรรคประชาชน หากได้เป็นรัฐบาล ก็ต้องยึดถือหลักปฏิบัติอยู่แล้วครับ แต่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินมากกว่าครับ ท่านประธาน ว่าหลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ภายใต้การนำของนายกที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นั้น จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด ผมฟังคำแถลงนโยบายของท่านนายกจบ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ขออนุญาตสะท้อนตามความรู้สึกครับ ผมยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนเหล่านั้น รวมถึงผมยังไม่เห็นพันธกิจหรือเจตจำนงร่วมกันของรัฐบาลชุดนี้เลยครับ ว่าตกลงแล้วอะไรคือวาระของประเทศที่แต่ละพรรคมาตกลงร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาบ้าง ผมลองยกตัวอย่าง 1 ตัวอย่างนะครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง ผมไม่เห็นการให้น้ำหนักหรือไม่เห็นการบรรจุอยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายฉบับนี้เลย ผมอยากจะสอบถามบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปร่วมรัฐบาลกันจัดตั้งฮะ เจตจำนงทางการเมืองของท่าน ความเป็นนักประชาธิปไตยของท่านอยู่ตรงไหน ทำไมมันถึงไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าปัญหาใหญ่สุดของประเทศเราในขณะนี้ อาจไม่ใช่ วิกฤตภายนอกครับ แต่มันคือวิกฤตภายในที่ผมบอกว่ามันคือวิกฤตภายใน เพราะไม่ว่าเราจะเจอวิกฤตภายนอกที่รุมล้อมเข้ามาขนาดไหน แต่ถ้า รัฐบาลอยู่เคียงข้างประชาชน เราก็จะพอมีหลักยึดได้บ้าง ผมยกตัวอย่างครับ วิกฤตด้านเศรษฐกิจอย่างวิกฤตน้ำมัน วิกฤตด้านสังคมอย่างเช่นเรื่องเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ วิกฤตด้านความมั่นคงอย่างเช่นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นในเรื่องของปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน แทบทุกวิกฤตที่ผมเอ่ยมาเมื่อสักครู่นี้ เป็นวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับคนในประเทศเราทั้งสิ้นฮะ แต่สิ่งที่รัฐนี้ปกป้องต้องอยู่มาโดยตลอดเสมอมา ไม่ได้เลือกที่จะปกป้องประชาชนก่อนครับ แต่เลือกที่จะปกป้องคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก่อน ท่านประธานครับ ลองดูตัวอย่างวิกฤตน้ำมัน ที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีดุลอำนาจที่ลงตัว มีความมั่นคงทางการเมือง ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงเพิ่มขึ้นหรือ ไม่ รู้สึกมั่นคงปลอดภัยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ครับที่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่อยู่มีอยู่ จะใช้โรงกลั่นน้ำมันที่พวกเรามีอยู่ในประเทศ กำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสม สะท้อนกับต้นทุนจริง ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนอยู่ในขณะนี้ หรือแม้แต่วิกฤตฝุ่น PM 2.5 5 ครับ ในขณะที่เราสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่า ขณะนี้เป็นรายที่ 2 และจริงๆ สูญเสียมาต่อเนื่องอยู่แล้วทุกปี ทุกปีมีประชาชนนับล้านครับ ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 5 รัฐบาลที่มั่นคงได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงหรือไม่ว่าท่านพร้อมจะใช้ทุกกลไกที่ท่านมีอยู่ในมือเนี่ยแหละครับ เพื่อผ่านกฎหมายอากาศสะอาดให้ผ่านสภาโดยเร็ว ซึ่งสภาชุดแล้วค้างอยู่ในขั้น ส.ว. ไม่ใช่ใช้ไพ่ Joker ที่ท่านมีอยู่ในมือเพื่อกุมอำนาจของรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น ท่านประธานครับ ด้วยอำนาจที่เบ็ดเสร็จที่นายกมีอยู่ในมือ หากรัฐบาลประสงค์จะทำสิ่งใด ผมเชื่อว่าสามารถทำได้จนประสบผลสำเร็จ ครับ มันอยู่ที่ความแน่วแน่ และมันอยู่ที่ความกล้าหาญทางการเมืองของพวกท่าน นี่คือสิ่งที่ตัวผมและประชาชนกำลังมองหา จากตัวท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนครับ สิ่งที่พวกเราต้องการตอนนี้ก็คือรัฐบาลที่จะเข้าไปทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูก ไม่ได้กำลังจะทำสิ่งถูกให้กลายเป็นสิ่งผิดครับ วิกฤตภายในที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือสถานการณ์ที่บรรดากลุ่มคนผู้มีอำนาจในประเทศพยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป สำหรับการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเองก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตโดยรวมไว้ประมาณเท่านี้ครับ ท่านประธาน การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนของผม 2 วันต่อจากนี้จะเป็นเวทีที่พวกเรามาชี้ให้ทุกท่านเห็นว่าสิ่งที่ประเทศกำลังมองหา อาจจะไม่ได้อยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายเล่มนี้ครับ แต่มันคือรัฐบาลที่ไม่ได้เลือกที่จะรักษาระเบียบเดิม แต่เลือกที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชน พอได้แล้วครับกับระบบพวกพ้อง การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วครับกับวิกฤตรอบด้านที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วครับ การเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน ขอบคุณครับ
ครับ เชิญมีอะไรครับ
ท่านประธานวิวัฒ
ท่านท่าน
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตใช้สิทธิ์พาดพิงครับ
ครับ อนุญาตครับ
ครับ ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ผมก็ไม่ได้ไปรบกวนตอนที่ท่านอภิปรายนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเนี่ย ในกระบวนการอภิปรายของท่านเนี่ย ท่านมีการใช้คำซึ่งมีความชัดเจนว่าพูดถึงพรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านใช้คำว่าพรรคอันดับ 2 เข้าร่วมรัฐบาลและละทิ้งจุดยืนเดิมนะครับ ซึ่งคำนี้เนี่ย ผมอยากจะให้ท่านเนี่ยได้ถอนคำพูดนะครับ เพราะว่าท่านเองก็ทราบดีครับ กระบวนการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามกลไกของการเมืองระบอบรัฐสภา ซึ่งเมื่อพรรคอันดับ 1 ได้มีการเชื้อเชิญพรรคอันดับ 3 ก็คือตัวพรรคเพื่อไทยเนี่ย ให้เข้าร่วม ก็มีการเข้าไปหารือถึงเรื่องของนโยบาย ถึงเรื่องของการขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกันนะครับ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ตอบตกลงครับ นี่เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผมเชื่อว่าท่านมีความเข้าใจครับ เพียงแต่ว่ากระบวนการในการอภิปรายเนี่ย เอ่อ คงจะลีลามากนิดนึงนะครับ ก็ใช้คำพูดซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องและทำให้เกิดความเสียหายนะครับ ก็ด้วยความเคารพครับ เพื่อให้การเดินประชุมเดินหน้าได้เนี่ย อยากจะให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนคำพูดในส่วนนี้ออกซะ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ เชิญท่านณัฐพงษ์ ผมคิดว่าตามข้อบังคับเพื่อนสมาชิกก็มีสิทธิ์ในการชี้แจงอยู่แล้วครับ ด้วยความเคารพครับ ก็อยู่ที่ท่านประธานเจ้าวินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยอย่างงี้นะครับ เอ่อ ในเมื่อท่าน ท่าน อ่า พูดว่าละทิ้งจุดยืนเดิม ประชาธิปไตย มันเป็นการกล่าวหา ฉะนั้น การกล่าวหา มันพูด การกล่าวหา ซึ่งไม่มีเหมือนใส่ร้าย ฉะนั้น ผมว่าจึงไม่เหมาะที่จะใช้ไปกล่าวร้ายให้เขานะครับ ท่านเปลี่ยนคำพูดได้มั้ยฮะ ท่านขอเปลี่ยนคำพูดหน่อยนะครับ เพื่อเพื่อมันเรียบร้อยครับ เดี๋ยวท่านณัฐพงษ์ท่านจะใช้สิทธิ์อยู่ ท่านปกรวุฒิเชิญฮะ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมปกรวุฒิครับ สมาชิกสภาครับ ผมผมคิดว่าขอด้วยความเคารพนะครับ ท่านประธาน ถ้าไม่เช่นนั้นเนี่ย การกล่าวหาไม่ว่าคำใดๆก็ตามหลังจากนี้เนี่ย ในสภาแห่งนี้จะต้องถอนกันหมดนะครับ ผมคิดว่าการใช้บรรทัดฐานนี้อาจจะไม่ถูกต้องนักนะครับ ไม่งั้นต่อไปใครกล่าวหาอะไรกันเล็กๆน้อยๆเนี่ย ต้องถอนทุกคำนะครับ
ผมจึงยังไม่ให้ถอนไง ผมถึงบอกว่าให้เปลี่ยนคำที่มัน
มันเหมือนใส่ร้ายเขานะครับนะ
ท่านประธาน
ด้วยความเคารพครับ ผมขออนุญาต
อ้า เชิญ เชิญท่านประธานครับ ขอประทานโทษครับ
อ่า ท่านผู้ประท้วงท่าน ผมกำลังหารือกับท่านปกรวุฒิว่า ถ้าที่จริงมันเป็นคำที่ร้ายแรงอยู่นะครับ ไปถึงแม้เขาจะชี้แจง แต่ว่าประชาชนที่อยู่ทางบ้านเนี่ย เขาไม่รับทราบขบวนการอย่างที่ท่านจุลพันธ์ท่านได้บอกว่ามันเป็นขบวนการ ฉะนั้นผมขอให้ท่านเปลี่ยนคำพูดครับ อ้า ท่านเปลี่ยนคำพูดหน่อย ท่านหัวหน้าพรรคครับ เชิญ
ประธานขออนุญาตครับ
เชิญหลังมครับ ประท้วงครับ
เรียนท่านประธานครับ ผมหลังม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ จำเป็นที่จะต้องหารือกับท่านประธานอย่างนี้ฮะ คือที่ผ่าน มาเนี่ย พวกเราก็ทำหน้าที่ในสภา ผมคิดว่าเราใช้คำพูดนะครับ ทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ ที่เป็นคำพูดที่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด และผมคิดว่าคำพูดนี้นะครับ มันเป็นคำพูดที่สุดท้ายพี่น้องประชาชนที่ติดตามก็จะต้องเป็นผู้พิจารณาเอาเอง ส่วนถ้าเกิดว่าท่านจุรพันธ์ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะ ถ้าท่านจะไม่เห็นด้วยกับการใช้คำพูดนี้ ท่านมีสิทธิ์ในการที่จะชี้แจง แล้วพวกเราไม่ได้มีปัญหาอะไร ขออนุญาตประท้วงครับ ถ้ามีการเริ่มมั่วซั่วกันไปหมด
ขอให้ถอนคำพูดแทบจะทุกคำพูดเนี่ย ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เดินต่อไม่ได้ฮะ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ด้วยความกรุณานะครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยให้ดี เพื่อให้มันเป็นบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ต่อ ใช้สิทธิ์ประท้วง ท่านประธานฟังท่านผู้ประท้วง ผมจะได้
ผมขออนุญาตใช้สิทธิ์ประท้วงครับ ท่านประธาน ประท้วงใช่มั้ยครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 สมาชิกที่อยู่ในห้องแล้วก็ลุกขึ้นมาพูด 2-3 ท่านก็พูดชัดเจนว่าที่ทำอยู่คือการใส่ร้าย ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 วรรค 2 อ่านให้ดีๆ เค้าห้ามไม่ให้แสดงกิริยา วาจาอันไม่สุภาพ เสียดสีบุคคลใด ห้ามใส่ร้าย มีความชัดเจนอยู่ในข้อบังคับการประชุมอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะลุกขึ้นมาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น แล้วบอกว่าคนอื่นออกมาแก้ตัวได้ มันไม่ใช่เช่นนั้น อ่านข้อบังคับการประชุมให้ขาดครับ ขอให้ท่านประธานบังคับการประชุมให้มันเดินหน้าอย่างราบรื่น ถ้าทุกคนลุกขึ้นมาแล้วมาใส่ร้ายคนอื่น แล้วการประชุมจะเดินหน้าได้ยังไง ท่านยอมรับเองว่าท่านใส่ร้ายพวกผม ผมขอให้ถอนคำพูดในสิ่งที่ได้อภิปรายไปก็แค่นั้นเอง เราก็เดินหน้ากันต่อ ท่านประธาน ยึดข้อบังคับการประชุมให้แม่นครับ ไม่งั้นเราจะเดินต่อไม่ได้
ครับ ผมเข้าใจครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วนะ ครับ เดี๋ยวท่านท่านให้ผมได้ชี้แจงก่อนนะครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าให้ท่านเปลี่ยนคำพูด ถ้าท่านไม่เปลี่ยนคำพูด ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ นะครับ ในข้อ 40 ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ ฉะนั้น ท่านณัฐพงษ์ เมื่อกี้ผมได้อ่า ชี้แจงกับท่านแล้ว ท่านก็อ่า คงจะได้ปรับอ่าในเนื้อหาที่ท่านจะอภิปรายต่อไปนะครับ เพื่อให้มันเป็นการอภิปรายอ่าแถลงนโยบายจริงๆ นะครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเพียงแค่อยากจะชี้ให้เห็นครับว่า ในกลุ่ม 5 Cluster นั้น ไม่ได้มีประชาชนอยู่ในสมการครับ ท่านประธานครับ การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเริ่มต้นต่างๆ ของกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัว การจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ครับ ไร้ซึ่งเจตจำนงหรือวาระที่จะมาผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลนี่ใช่มั้ยครับ คือเหตุผลที่ทำให้เรามีความรู้สึก ลึกๆ ว่าเมื่อฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ทั้ง 23 ข้อจบ ทำไมตัวผมเองยังไม่ได้รู้สึกว่าพวกเรากำลังจะมีอนาคต ร่วมกับอนาคตของประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พยายามฉายภาพให้พวกเราเห็น แต่ใดๆ ครับ ท่านประธานครับ ช่วงต้นท่านนายกรัฐมนตรีได้วางหลักการที่เหมือนท่านเองก็ท่องไว้เป็นคาถาอยู่ 3 ข้อครับ ว่าจะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ข้อที่ 2 คือการยึดมั่นในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อที่ 3 ครับ ก็คือการยึดมั่นในหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคกัน หลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดครับ รวมถึงพรรคประชาชน หากได้เป็นรัฐบาล ก็ต้องยึดถือหลักปฏิบัติอยู่แล้วครับ แต่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินมากกว่าครับ ท่านประธาน ว่าหลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ภายใต้การนำของนายกที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นั้น จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด ผมฟังคำแถลงนโยบายของท่านนายกจบ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ขออนุญาตสะท้อนตามความรู้สึกครับ ผมยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนเหล่านั้น รวมถึงผมยังไม่เห็นพันธกิจหรือเจตจำนงร่วมกันของรัฐบาลชุดนี้เลยครับ ว่าตกลงแล้วอะไรคือวาระของประเทศที่แต่ละพรรคมาตกลงร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาบ้าง ผมลองยกตัวอย่าง 1 ตัวอย่างนะครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง ผมไม่เห็นการให้น้ำหนักหรือไม่เห็นการบรรจุอยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายฉบับนี้เลย ผมอยากจะสอบถามบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปร่วมรัฐบาลกันจัดตั้งฮะ เจตจำนงทางการเมืองของท่าน ความเป็นนักประชาธิปไตยของท่านอยู่ตรงไหน ทำไมมันถึงไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าปัญหาใหญ่สุดของประเทศเราในขณะนี้ อาจไม่ใช่ วิกฤตภายนอกครับ แต่มันคือวิกฤตภายในที่ผมบอกว่ามันคือวิกฤตภายใน เพราะไม่ว่าเราจะเจอวิกฤตภายนอกที่รุมล้อมเข้ามาขนาดไหน แต่ถ้า รัฐบาลอยู่เคียงข้างประชาชน เราก็จะพอมีหลักยึดได้บ้าง ผมยกตัวอย่างครับ วิกฤตด้านเศรษฐกิจอย่างวิกฤตน้ำมัน วิกฤตด้านสังคมอย่างเช่นเรื่องเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ วิกฤตด้านความมั่นคงอย่างเช่นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นในเรื่องของปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน แทบทุกวิกฤตที่ผมเอ่ยมาเมื่อสักครู่นี้ เป็นวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับคนในประเทศเราทั้งสิ้นฮะ แต่สิ่งที่รัฐนี้ปกป้องต้องอยู่มาโดยตลอดเสมอมา ไม่ได้เลือกที่จะปกป้องประชาชนก่อนครับ แต่เลือกที่จะปกป้องคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก่อน ท่านประธานครับ ลองดูตัวอย่างวิกฤตน้ำมัน ที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีดุลอำนาจที่ลงตัว มีความมั่นคงทางการเมือง ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงเพิ่มขึ้นหรือ ไม่ รู้สึกมั่นคงปลอดภัยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ครับที่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่อยู่มีอยู่ จะใช้โรงกลั่นน้ำมันที่พวกเรามีอยู่ในประเทศ กำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสม สะท้อนกับต้นทุนจริง ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนอยู่ในขณะนี้ หรือแม้แต่วิกฤตฝุ่น PM 2.5 5 ครับ ในขณะที่เราสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่า ขณะนี้เป็นรายที่ 2 และจริงๆ สูญเสียมาต่อเนื่องอยู่แล้วทุกปี ทุกปีมีประชาชนนับล้านครับ ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 5 รัฐบาลที่มั่นคงได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงหรือไม่ว่าท่านพร้อมจะใช้ทุกกลไกที่ท่านมีอยู่ในมือเนี่ยแหละครับ เพื่อผ่านกฎหมายอากาศสะอาดให้ผ่านสภาโดยเร็ว ซึ่งสภาชุดแล้วค้างอยู่ในขั้น ส.ว. ไม่ใช่ใช้ไพ่ Joker ที่ท่านมีอยู่ในมือเพื่อกุมอำนาจของรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น ท่านประธานครับ ด้วยอำนาจที่เบ็ดเสร็จที่นายกมีอยู่ในมือ หากรัฐบาลประสงค์จะทำสิ่งใด ผมเชื่อว่าสามารถทำได้จนประสบผลสำเร็จ ครับ มันอยู่ที่ความแน่วแน่ และมันอยู่ที่ความกล้าหาญทางการเมืองของพวกท่าน นี่คือสิ่งที่ตัวผมและประชาชนกำลังมองหา จากตัวท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนครับ สิ่งที่พวกเราต้องการตอนนี้ก็คือรัฐบาลที่จะเข้าไปทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูก ไม่ได้กำลังจะทำสิ่งถูกให้กลายเป็นสิ่งผิดครับ วิกฤตภายในที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือสถานการณ์ที่บรรดากลุ่มคนผู้มีอำนาจในประเทศพยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป สำหรับการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเองก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตโดยรวมไว้ประมาณเท่านี้ครับ ท่านประธาน การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนของผม 2 วันต่อจากนี้จะเป็นเวทีที่พวกเรามาชี้ให้ทุกท่านเห็นว่าสิ่งที่ประเทศกำลังมองหา อาจจะไม่ได้อยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายเล่มนี้ครับ แต่มันคือรัฐบาลที่ไม่ได้เลือกที่จะรักษาระเบียบเดิม แต่เลือกที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชน พอได้แล้วครับกับระบบพวกพ้อง การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วครับกับวิกฤตรอบด้านที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วครับ การเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน ขอบคุณครับ
ครับ เชิญมีอะไรครับ
ท่านประธานวิวัฒ
ท่านท่าน
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตใช้สิทธิ์พาดพิงครับ
ครับ อนุญาตครับ
ครับ ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ผมก็ไม่ได้ไปรบกวนตอนที่ท่านอภิปรายนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเนี่ย ในกระบวนการอภิปรายของท่านเนี่ย ท่านมีการใช้คำซึ่งมีความชัดเจนว่าพูดถึงพรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านใช้คำว่าพรรคอันดับ 2 เข้าร่วมรัฐบาลและละทิ้งจุดยืนเดิมนะครับ ซึ่งคำนี้เนี่ย ผมอยากจะให้ท่านเนี่ยได้ถอนคำพูดนะครับ เพราะว่าท่านเองก็ทราบดีครับ กระบวนการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามกลไกของการเมืองระบอบรัฐสภา ซึ่งเมื่อพรรคอันดับ 1 ได้มีการเชื้อเชิญพรรคอันดับ 3 ก็คือตัวพรรคเพื่อไทยเนี่ย ให้เข้าร่วม ก็มีการเข้าไปหารือถึงเรื่องของนโยบาย ถึงเรื่องของการขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกันนะครับ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ตอบตกลงครับ นี่เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผมเชื่อว่าท่านมีความเข้าใจครับ เพียงแต่ว่ากระบวนการในการอภิปรายเนี่ย เอ่อ คงจะลีลามากนิดนึงนะครับ ก็ใช้คำพูดซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องและทำให้เกิดความเสียหายนะครับ ก็ด้วยความเคารพครับ เพื่อให้การเดินประชุมเดินหน้าได้เนี่ย อยากจะให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนคำพูดในส่วนนี้ออกซะ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ เชิญท่านณัฐพงษ์ ผมคิดว่าตามข้อบังคับเพื่อนสมาชิกก็มีสิทธิ์ในการชี้แจงอยู่แล้วครับ ด้วยความเคารพครับ ก็อยู่ที่ท่านประธานเจ้าวินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยอย่างงี้นะครับ เอ่อ ในเมื่อท่าน ท่าน อ่า พูดว่าละทิ้งจุดยืนเดิม ประชาธิปไตย มันเป็นการกล่าวหา ฉะนั้น การกล่าวหา มันพูด การกล่าวหา ซึ่งไม่มีเหมือนใส่ร้าย ฉะนั้น ผมว่าจึงไม่เหมาะที่จะใช้ไปกล่าวร้ายให้เขานะครับ ท่านเปลี่ยนคำพูดได้มั้ยฮะ ท่านขอเปลี่ยนคำพูดหน่อยนะครับ เพื่อเพื่อมันเรียบร้อยครับ เดี๋ยวท่านณัฐพงษ์ท่านจะใช้สิทธิ์อยู่ ท่านปกรวุฒิเชิญฮะ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมปกรวุฒิครับ สมาชิกสภาครับ ผมผมคิดว่าขอด้วยความเคารพนะครับ ท่านประธาน ถ้าไม่เช่นนั้นเนี่ย การกล่าวหาไม่ว่าคำใดๆก็ตามหลังจากนี้เนี่ย ในสภาแห่งนี้จะต้องถอนกันหมดนะครับ ผมคิดว่าการใช้บรรทัดฐานนี้อาจจะไม่ถูกต้องนักนะครับ ไม่งั้นต่อไปใครกล่าวหาอะไรกันเล็กๆน้อยๆเนี่ย ต้องถอนทุกคำนะครับ
ผมจึงยังไม่ให้ถอนไง ผมถึงบอกว่าให้เปลี่ยนคำที่มัน
มันเหมือนใส่ร้ายเขานะครับนะ
ท่านประธาน
ด้วยความเคารพครับ ผมขออนุญาต
อ้า เชิญ เชิญท่านประธานครับ ขอประทานโทษครับ
อ่า ท่านผู้ประท้วงท่าน ผมกำลังหารือกับท่านปกรวุฒิว่า ถ้าที่จริงมันเป็นคำที่ร้ายแรงอยู่นะครับ ไปถึงแม้เขาจะชี้แจง แต่ว่าประชาชนที่อยู่ทางบ้านเนี่ย เขาไม่รับทราบขบวนการอย่างที่ท่านจุลพันธ์ท่านได้บอกว่ามันเป็นขบวนการ ฉะนั้นผมขอให้ท่านเปลี่ยนคำพูดครับ อ้า ท่านเปลี่ยนคำพูดหน่อย ท่านหัวหน้าพรรคครับ เชิญ
ประธานขออนุญาตครับ
เชิญหลังมครับ ประท้วงครับ
เรียนท่านประธานครับ ผมหลังม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ จำเป็นที่จะต้องหารือกับท่านประธานอย่างนี้ฮะ คือที่ผ่าน มาเนี่ย พวกเราก็ทำหน้าที่ในสภา ผมคิดว่าเราใช้คำพูดนะครับ ทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ ที่เป็นคำพูดที่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด และผมคิดว่าคำพูดนี้นะครับ มันเป็นคำพูดที่สุดท้ายพี่น้องประชาชนที่ติดตามก็จะต้องเป็นผู้พิจารณาเอาเอง ส่วนถ้าเกิดว่าท่านจุรพันธ์ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะ ถ้าท่านจะไม่เห็นด้วยกับการใช้คำพูดนี้ ท่านมีสิทธิ์ในการที่จะชี้แจง แล้วพวกเราไม่ได้มีปัญหาอะไร ขออนุญาตประท้วงครับ ถ้ามีการเริ่มมั่วซั่วกันไปหมด
ขอให้ถอนคำพูดแทบจะทุกคำพูดเนี่ย ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เดินต่อไม่ได้ฮะ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ด้วยความกรุณานะครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยให้ดี เพื่อให้มันเป็นบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ต่อ ใช้สิทธิ์ประท้วง ท่านประธานฟังท่านผู้ประท้วง ผมจะได้
ผมขออนุญาตใช้สิทธิ์ประท้วงครับ ท่านประธาน ประท้วงใช่มั้ยครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 สมาชิกที่อยู่ในห้องแล้วก็ลุกขึ้นมาพูด 2-3 ท่านก็พูดชัดเจนว่าที่ทำอยู่คือการใส่ร้าย ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 วรรค 2 อ่านให้ดีๆ เค้าห้ามไม่ให้แสดงกิริยา วาจาอันไม่สุภาพ เสียดสีบุคคลใด ห้ามใส่ร้าย มีความชัดเจนอยู่ในข้อบังคับการประชุมอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะลุกขึ้นมาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น แล้วบอกว่าคนอื่นออกมาแก้ตัวได้ มันไม่ใช่เช่นนั้น อ่านข้อบังคับการประชุมให้ขาดครับ ขอให้ท่านประธานบังคับการประชุมให้มันเดินหน้าอย่างราบรื่น ถ้าทุกคนลุกขึ้นมาแล้วมาใส่ร้ายคนอื่น แล้วการประชุมจะเดินหน้าได้ยังไง ท่านยอมรับเองว่าท่านใส่ร้ายพวกผม ผมขอให้ถอนคำพูดในสิ่งที่ได้อภิปรายไปก็แค่นั้นเอง เราก็เดินหน้ากันต่อ ท่านประธาน ยึดข้อบังคับการประชุมให้แม่นครับ ไม่งั้นเราจะเดินต่อไม่ได้
ครับ ผมเข้าใจครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วนะ ครับ เดี๋ยวท่านท่านให้ผมได้ชี้แจงก่อนนะครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าให้ท่านเปลี่ยนคำพูด ถ้าท่านไม่เปลี่ยนคำพูด ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ นะครับ ในข้อ 40 ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ ฉะนั้น ท่านณัฐพงษ์ เมื่อกี้ผมได้อ่า ชี้แจงกับท่านแล้ว ท่านก็อ่า คงจะได้ปรับอ่าในเนื้อหาที่ท่านจะอภิปรายต่อไปนะครับ เพื่อให้มันเป็นการอภิปรายอ่าแถลงนโยบายจริงๆ นะครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเพียงแค่อยากจะชี้ให้เห็นครับว่า ในกลุ่ม 5 Cluster นั้น ไม่ได้มีประชาชนอยู่ในสมการครับ ท่านประธานครับ การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเริ่มต้นต่างๆ ของกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัว การจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ครับ ไร้ซึ่งเจตจำนงหรือวาระที่จะมาผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลนี่ใช่มั้ยครับ คือเหตุผลที่ทำให้เรามีความรู้สึก ลึกๆ ว่าเมื่อฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ทั้ง 23 ข้อจบ ทำไมตัวผมเองยังไม่ได้รู้สึกว่าพวกเรากำลังจะมีอนาคต ร่วมกับอนาคตของประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พยายามฉายภาพให้พวกเราเห็น แต่ใดๆ ครับ ท่านประธานครับ ช่วงต้นท่านนายกรัฐมนตรีได้วางหลักการที่เหมือนท่านเองก็ท่องไว้เป็นคาถาอยู่ 3 ข้อครับ ว่าจะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ข้อที่ 2 คือการยึดมั่นในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อที่ 3 ครับ ก็คือการยึดมั่นในหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคกัน หลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดครับ รวมถึงพรรคประชาชน หากได้เป็นรัฐบาล ก็ต้องยึดถือหลักปฏิบัติอยู่แล้วครับ แต่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินมากกว่าครับ ท่านประธาน ว่าหลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ภายใต้การนำของนายกที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นั้น จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด ผมฟังคำแถลงนโยบายของท่านนายกจบ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ขออนุญาตสะท้อนตามความรู้สึกครับ ผมยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนเหล่านั้น รวมถึงผมยังไม่เห็นพันธกิจหรือเจตจำนงร่วมกันของรัฐบาลชุดนี้เลยครับ ว่าตกลงแล้วอะไรคือวาระของประเทศที่แต่ละพรรคมาตกลงร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาบ้าง ผมลองยกตัวอย่าง 1 ตัวอย่างนะครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง ผมไม่เห็นการให้น้ำหนักหรือไม่เห็นการบรรจุอยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายฉบับนี้เลย ผมอยากจะสอบถามบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปร่วมรัฐบาลกันจัดตั้งฮะ เจตจำนงทางการเมืองของท่าน ความเป็นนักประชาธิปไตยของท่านอยู่ตรงไหน ทำไมมันถึงไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าปัญหาใหญ่สุดของประเทศเราในขณะนี้ อาจไม่ใช่ วิกฤตภายนอกครับ แต่มันคือวิกฤตภายในที่ผมบอกว่ามันคือวิกฤตภายใน เพราะไม่ว่าเราจะเจอวิกฤตภายนอกที่รุมล้อมเข้ามาขนาดไหน แต่ถ้า รัฐบาลอยู่เคียงข้างประชาชน เราก็จะพอมีหลักยึดได้บ้าง ผมยกตัวอย่างครับ วิกฤตด้านเศรษฐกิจอย่างวิกฤตน้ำมัน วิกฤตด้านสังคมอย่างเช่นเรื่องเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ วิกฤตด้านความมั่นคงอย่างเช่นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นในเรื่องของปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน แทบทุกวิกฤตที่ผมเอ่ยมาเมื่อสักครู่นี้ เป็นวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับคนในประเทศเราทั้งสิ้นฮะ แต่สิ่งที่รัฐนี้ปกป้องต้องอยู่มาโดยตลอดเสมอมา ไม่ได้เลือกที่จะปกป้องประชาชนก่อนครับ แต่เลือกที่จะปกป้องคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก่อน ท่านประธานครับ ลองดูตัวอย่างวิกฤตน้ำมัน ที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีดุลอำนาจที่ลงตัว มีความมั่นคงทางการเมือง ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงเพิ่มขึ้นหรือ ไม่ รู้สึกมั่นคงปลอดภัยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ครับที่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่อยู่มีอยู่ จะใช้โรงกลั่นน้ำมันที่พวกเรามีอยู่ในประเทศ กำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสม สะท้อนกับต้นทุนจริง ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนอยู่ในขณะนี้ หรือแม้แต่วิกฤตฝุ่น PM 2.5 5 ครับ ในขณะที่เราสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่า ขณะนี้เป็นรายที่ 2 และจริงๆ สูญเสียมาต่อเนื่องอยู่แล้วทุกปี ทุกปีมีประชาชนนับล้านครับ ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 5 รัฐบาลที่มั่นคงได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงหรือไม่ว่าท่านพร้อมจะใช้ทุกกลไกที่ท่านมีอยู่ในมือเนี่ยแหละครับ เพื่อผ่านกฎหมายอากาศสะอาดให้ผ่านสภาโดยเร็ว ซึ่งสภาชุดแล้วค้างอยู่ในขั้น ส.ว. ไม่ใช่ใช้ไพ่ Joker ที่ท่านมีอยู่ในมือเพื่อกุมอำนาจของรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น ท่านประธานครับ ด้วยอำนาจที่เบ็ดเสร็จที่นายกมีอยู่ในมือ หากรัฐบาลประสงค์จะทำสิ่งใด ผมเชื่อว่าสามารถทำได้จนประสบผลสำเร็จ ครับ มันอยู่ที่ความแน่วแน่ และมันอยู่ที่ความกล้าหาญทางการเมืองของพวกท่าน นี่คือสิ่งที่ตัวผมและประชาชนกำลังมองหา จากตัวท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนครับ สิ่งที่พวกเราต้องการตอนนี้ก็คือรัฐบาลที่จะเข้าไปทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูก ไม่ได้กำลังจะทำสิ่งถูกให้กลายเป็นสิ่งผิดครับ วิกฤตภายในที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือสถานการณ์ที่บรรดากลุ่มคนผู้มีอำนาจในประเทศพยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป สำหรับการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเองก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตโดยรวมไว้ประมาณเท่านี้ครับ ท่านประธาน การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนของผม 2 วันต่อจากนี้จะเป็นเวทีที่พวกเรามาชี้ให้ทุกท่านเห็นว่าสิ่งที่ประเทศกำลังมองหา อาจจะไม่ได้อยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายเล่มนี้ครับ แต่มันคือรัฐบาลที่ไม่ได้เลือกที่จะรักษาระเบียบเดิม แต่เลือกที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชน พอได้แล้วครับกับระบบพวกพ้อง การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วครับกับวิกฤตรอบด้านที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วครับ การเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน ขอบคุณครับ
ครับ เชิญมีอะไรครับ
ท่านประธานวิวัฒ
ท่านท่าน
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตใช้สิทธิ์พาดพิงครับ
ครับ อนุญาตครับ
ครับ ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ผมก็ไม่ได้ไปรบกวนตอนที่ท่านอภิปรายนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเนี่ย ในกระบวนการอภิปรายของท่านเนี่ย ท่านมีการใช้คำซึ่งมีความชัดเจนว่าพูดถึงพรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านใช้คำว่าพรรคอันดับ 2 เข้าร่วมรัฐบาลและละทิ้งจุดยืนเดิมนะครับ ซึ่งคำนี้เนี่ย ผมอยากจะให้ท่านเนี่ยได้ถอนคำพูดนะครับ เพราะว่าท่านเองก็ทราบดีครับ กระบวนการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามกลไกของการเมืองระบอบรัฐสภา ซึ่งเมื่อพรรคอันดับ 1 ได้มีการเชื้อเชิญพรรคอันดับ 3 ก็คือตัวพรรคเพื่อไทยเนี่ย ให้เข้าร่วม ก็มีการเข้าไปหารือถึงเรื่องของนโยบาย ถึงเรื่องของการขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกันนะครับ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ตอบตกลงครับ นี่เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผมเชื่อว่าท่านมีความเข้าใจครับ เพียงแต่ว่ากระบวนการในการอภิปรายเนี่ย เอ่อ คงจะลีลามากนิดนึงนะครับ ก็ใช้คำพูดซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องและทำให้เกิดความเสียหายนะครับ ก็ด้วยความเคารพครับ เพื่อให้การเดินประชุมเดินหน้าได้เนี่ย อยากจะให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนคำพูดในส่วนนี้ออกซะ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ เชิญท่านณัฐพงษ์ ผมคิดว่าตามข้อบังคับเพื่อนสมาชิกก็มีสิทธิ์ในการชี้แจงอยู่แล้วครับ ด้วยความเคารพครับ ก็อยู่ที่ท่านประธานเจ้าวินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยอย่างงี้นะครับ เอ่อ ในเมื่อท่าน ท่าน อ่า พูดว่าละทิ้งจุดยืนเดิม ประชาธิปไตย มันเป็นการกล่าวหา ฉะนั้น การกล่าวหา มันพูด การกล่าวหา ซึ่งไม่มีเหมือนใส่ร้าย ฉะนั้น ผมว่าจึงไม่เหมาะที่จะใช้ไปกล่าวร้ายให้เขานะครับ ท่านเปลี่ยนคำพูดได้มั้ยฮะ ท่านขอเปลี่ยนคำพูดหน่อยนะครับ เพื่อเพื่อมันเรียบร้อยครับ เดี๋ยวท่านณัฐพงษ์ท่านจะใช้สิทธิ์อยู่ ท่านปกรวุฒิเชิญฮะ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมปกรวุฒิครับ สมาชิกสภาครับ ผมผมคิดว่าขอด้วยความเคารพนะครับ ท่านประธาน ถ้าไม่เช่นนั้นเนี่ย การกล่าวหาไม่ว่าคำใดๆก็ตามหลังจากนี้เนี่ย ในสภาแห่งนี้จะต้องถอนกันหมดนะครับ ผมคิดว่าการใช้บรรทัดฐานนี้อาจจะไม่ถูกต้องนักนะครับ ไม่งั้นต่อไปใครกล่าวหาอะไรกันเล็กๆน้อยๆเนี่ย ต้องถอนทุกคำนะครับ
ผมจึงยังไม่ให้ถอนไง ผมถึงบอกว่าให้เปลี่ยนคำที่มัน
มันเหมือนใส่ร้ายเขานะครับนะ
ท่านประธาน
ด้วยความเคารพครับ ผมขออนุญาต
อ้า เชิญ เชิญท่านประธานครับ ขอประทานโทษครับ
อ่า ท่านผู้ประท้วงท่าน ผมกำลังหารือกับท่านปกรวุฒิว่า ถ้าที่จริงมันเป็นคำที่ร้ายแรงอยู่นะครับ ไปถึงแม้เขาจะชี้แจง แต่ว่าประชาชนที่อยู่ทางบ้านเนี่ย เขาไม่รับทราบขบวนการอย่างที่ท่านจุลพันธ์ท่านได้บอกว่ามันเป็นขบวนการ ฉะนั้นผมขอให้ท่านเปลี่ยนคำพูดครับ อ้า ท่านเปลี่ยนคำพูดหน่อย ท่านหัวหน้าพรรคครับ เชิญ
ประธานขออนุญาตครับ
เชิญหลังมครับ ประท้วงครับ
เรียนท่านประธานครับ ผมหลังม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ จำเป็นที่จะต้องหารือกับท่านประธานอย่างนี้ฮะ คือที่ผ่าน มาเนี่ย พวกเราก็ทำหน้าที่ในสภา ผมคิดว่าเราใช้คำพูดนะครับ ทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ ที่เป็นคำพูดที่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด และผมคิดว่าคำพูดนี้นะครับ มันเป็นคำพูดที่สุดท้ายพี่น้องประชาชนที่ติดตามก็จะต้องเป็นผู้พิจารณาเอาเอง ส่วนถ้าเกิดว่าท่านจุรพันธ์ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะ ถ้าท่านจะไม่เห็นด้วยกับการใช้คำพูดนี้ ท่านมีสิทธิ์ในการที่จะชี้แจง แล้วพวกเราไม่ได้มีปัญหาอะไร ขออนุญาตประท้วงครับ ถ้ามีการเริ่มมั่วซั่วกันไปหมด
ขอให้ถอนคำพูดแทบจะทุกคำพูดเนี่ย ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เดินต่อไม่ได้ฮะ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ด้วยความกรุณานะครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยให้ดี เพื่อให้มันเป็นบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ต่อ ใช้สิทธิ์ประท้วง ท่านประธานฟังท่านผู้ประท้วง ผมจะได้
ผมขออนุญาตใช้สิทธิ์ประท้วงครับ ท่านประธาน ประท้วงใช่มั้ยครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 สมาชิกที่อยู่ในห้องแล้วก็ลุกขึ้นมาพูด 2-3 ท่านก็พูดชัดเจนว่าที่ทำอยู่คือการใส่ร้าย ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 วรรค 2 อ่านให้ดีๆ เค้าห้ามไม่ให้แสดงกิริยา วาจาอันไม่สุภาพ เสียดสีบุคคลใด ห้ามใส่ร้าย มีความชัดเจนอยู่ในข้อบังคับการประชุมอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะลุกขึ้นมาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น แล้วบอกว่าคนอื่นออกมาแก้ตัวได้ มันไม่ใช่เช่นนั้น อ่านข้อบังคับการประชุมให้ขาดครับ ขอให้ท่านประธานบังคับการประชุมให้มันเดินหน้าอย่างราบรื่น ถ้าทุกคนลุกขึ้นมาแล้วมาใส่ร้ายคนอื่น แล้วการประชุมจะเดินหน้าได้ยังไง ท่านยอมรับเองว่าท่านใส่ร้ายพวกผม ผมขอให้ถอนคำพูดในสิ่งที่ได้อภิปรายไปก็แค่นั้นเอง เราก็เดินหน้ากันต่อ ท่านประธาน ยึดข้อบังคับการประชุมให้แม่นครับ ไม่งั้นเราจะเดินต่อไม่ได้
ครับ ผมเข้าใจครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วนะ ครับ เดี๋ยวท่านท่านให้ผมได้ชี้แจงก่อนนะครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าให้ท่านเปลี่ยนคำพูด ถ้าท่านไม่เปลี่ยนคำพูด ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ นะครับ ในข้อ 40 ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ ฉะนั้น ท่านณัฐพงษ์ เมื่อกี้ผมได้อ่า ชี้แจงกับท่านแล้ว ท่านก็อ่า คงจะได้ปรับอ่าในเนื้อหาที่ท่านจะอภิปรายต่อไปนะครับ เพื่อให้มันเป็นการอภิปรายอ่าแถลงนโยบายจริงๆ นะครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเพียงแค่อยากจะชี้ให้เห็นครับว่า ในกลุ่ม 5 Cluster นั้น ไม่ได้มีประชาชนอยู่ในสมการครับ ท่านประธานครับ การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเริ่มต้นต่างๆ ของกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัว การจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ครับ ไร้ซึ่งเจตจำนงหรือวาระที่จะมาผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลนี่ใช่มั้ยครับ คือเหตุผลที่ทำให้เรามีความรู้สึก ลึกๆ ว่าเมื่อฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ทั้ง 23 ข้อจบ ทำไมตัวผมเองยังไม่ได้รู้สึกว่าพวกเรากำลังจะมีอนาคต ร่วมกับอนาคตของประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พยายามฉายภาพให้พวกเราเห็น แต่ใดๆ ครับ ท่านประธานครับ ช่วงต้นท่านนายกรัฐมนตรีได้วางหลักการที่เหมือนท่านเองก็ท่องไว้เป็นคาถาอยู่ 3 ข้อครับ ว่าจะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ข้อที่ 2 คือการยึดมั่นในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อที่ 3 ครับ ก็คือการยึดมั่นในหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคกัน หลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดครับ รวมถึงพรรคประชาชน หากได้เป็นรัฐบาล ก็ต้องยึดถือหลักปฏิบัติอยู่แล้วครับ แต่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินมากกว่าครับ ท่านประธาน ว่าหลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ภายใต้การนำของนายกที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นั้น จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด ผมฟังคำแถลงนโยบายของท่านนายกจบ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ขออนุญาตสะท้อนตามความรู้สึกครับ ผมยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนเหล่านั้น รวมถึงผมยังไม่เห็นพันธกิจหรือเจตจำนงร่วมกันของรัฐบาลชุดนี้เลยครับ ว่าตกลงแล้วอะไรคือวาระของประเทศที่แต่ละพรรคมาตกลงร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาบ้าง ผมลองยกตัวอย่าง 1 ตัวอย่างนะครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง ผมไม่เห็นการให้น้ำหนักหรือไม่เห็นการบรรจุอยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายฉบับนี้เลย ผมอยากจะสอบถามบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปร่วมรัฐบาลกันจัดตั้งฮะ เจตจำนงทางการเมืองของท่าน ความเป็นนักประชาธิปไตยของท่านอยู่ตรงไหน ทำไมมันถึงไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าปัญหาใหญ่สุดของประเทศเราในขณะนี้ อาจไม่ใช่ วิกฤตภายนอกครับ แต่มันคือวิกฤตภายในที่ผมบอกว่ามันคือวิกฤตภายใน เพราะไม่ว่าเราจะเจอวิกฤตภายนอกที่รุมล้อมเข้ามาขนาดไหน แต่ถ้า รัฐบาลอยู่เคียงข้างประชาชน เราก็จะพอมีหลักยึดได้บ้าง ผมยกตัวอย่างครับ วิกฤตด้านเศรษฐกิจอย่างวิกฤตน้ำมัน วิกฤตด้านสังคมอย่างเช่นเรื่องเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ วิกฤตด้านความมั่นคงอย่างเช่นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นในเรื่องของปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน แทบทุกวิกฤตที่ผมเอ่ยมาเมื่อสักครู่นี้ เป็นวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับคนในประเทศเราทั้งสิ้นฮะ แต่สิ่งที่รัฐนี้ปกป้องต้องอยู่มาโดยตลอดเสมอมา ไม่ได้เลือกที่จะปกป้องประชาชนก่อนครับ แต่เลือกที่จะปกป้องคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก่อน ท่านประธานครับ ลองดูตัวอย่างวิกฤตน้ำมัน ที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีดุลอำนาจที่ลงตัว มีความมั่นคงทางการเมือง ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงเพิ่มขึ้นหรือ ไม่ รู้สึกมั่นคงปลอดภัยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ครับที่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่อยู่มีอยู่ จะใช้โรงกลั่นน้ำมันที่พวกเรามีอยู่ในประเทศ กำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสม สะท้อนกับต้นทุนจริง ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนอยู่ในขณะนี้ หรือแม้แต่วิกฤตฝุ่น PM 2.5 5 ครับ ในขณะที่เราสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่า ขณะนี้เป็นรายที่ 2 และจริงๆ สูญเสียมาต่อเนื่องอยู่แล้วทุกปี ทุกปีมีประชาชนนับล้านครับ ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 5 รัฐบาลที่มั่นคงได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงหรือไม่ว่าท่านพร้อมจะใช้ทุกกลไกที่ท่านมีอยู่ในมือเนี่ยแหละครับ เพื่อผ่านกฎหมายอากาศสะอาดให้ผ่านสภาโดยเร็ว ซึ่งสภาชุดแล้วค้างอยู่ในขั้น ส.ว. ไม่ใช่ใช้ไพ่ Joker ที่ท่านมีอยู่ในมือเพื่อกุมอำนาจของรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น ท่านประธานครับ ด้วยอำนาจที่เบ็ดเสร็จที่นายกมีอยู่ในมือ หากรัฐบาลประสงค์จะทำสิ่งใด ผมเชื่อว่าสามารถทำได้จนประสบผลสำเร็จ ครับ มันอยู่ที่ความแน่วแน่ และมันอยู่ที่ความกล้าหาญทางการเมืองของพวกท่าน นี่คือสิ่งที่ตัวผมและประชาชนกำลังมองหา จากตัวท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนครับ สิ่งที่พวกเราต้องการตอนนี้ก็คือรัฐบาลที่จะเข้าไปทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูก ไม่ได้กำลังจะทำสิ่งถูกให้กลายเป็นสิ่งผิดครับ วิกฤตภายในที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือสถานการณ์ที่บรรดากลุ่มคนผู้มีอำนาจในประเทศพยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป สำหรับการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเองก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตโดยรวมไว้ประมาณเท่านี้ครับ ท่านประธาน การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนของผม 2 วันต่อจากนี้จะเป็นเวทีที่พวกเรามาชี้ให้ทุกท่านเห็นว่าสิ่งที่ประเทศกำลังมองหา อาจจะไม่ได้อยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายเล่มนี้ครับ แต่มันคือรัฐบาลที่ไม่ได้เลือกที่จะรักษาระเบียบเดิม แต่เลือกที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชน พอได้แล้วครับกับระบบพวกพ้อง การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วครับกับวิกฤตรอบด้านที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วครับ การเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน ขอบคุณครับ
ครับ เชิญมีอะไรครับ
ท่านประธานวิวัฒ
ท่านท่าน
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตใช้สิทธิ์พาดพิงครับ
ครับ อนุญาตครับ
ครับ ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ผมก็ไม่ได้ไปรบกวนตอนที่ท่านอภิปรายนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเนี่ย ในกระบวนการอภิปรายของท่านเนี่ย ท่านมีการใช้คำซึ่งมีความชัดเจนว่าพูดถึงพรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านใช้คำว่าพรรคอันดับ 2 เข้าร่วมรัฐบาลและละทิ้งจุดยืนเดิมนะครับ ซึ่งคำนี้เนี่ย ผมอยากจะให้ท่านเนี่ยได้ถอนคำพูดนะครับ เพราะว่าท่านเองก็ทราบดีครับ กระบวนการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามกลไกของการเมืองระบอบรัฐสภา ซึ่งเมื่อพรรคอันดับ 1 ได้มีการเชื้อเชิญพรรคอันดับ 3 ก็คือตัวพรรคเพื่อไทยเนี่ย ให้เข้าร่วม ก็มีการเข้าไปหารือถึงเรื่องของนโยบาย ถึงเรื่องของการขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกันนะครับ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ตอบตกลงครับ นี่เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผมเชื่อว่าท่านมีความเข้าใจครับ เพียงแต่ว่ากระบวนการในการอภิปรายเนี่ย เอ่อ คงจะลีลามากนิดนึงนะครับ ก็ใช้คำพูดซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องและทำให้เกิดความเสียหายนะครับ ก็ด้วยความเคารพครับ เพื่อให้การเดินประชุมเดินหน้าได้เนี่ย อยากจะให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนคำพูดในส่วนนี้ออกซะ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ เชิญท่านณัฐพงษ์ ผมคิดว่าตามข้อบังคับเพื่อนสมาชิกก็มีสิทธิ์ในการชี้แจงอยู่แล้วครับ ด้วยความเคารพครับ ก็อยู่ที่ท่านประธานเจ้าวินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยอย่างงี้นะครับ เอ่อ ในเมื่อท่าน ท่าน อ่า พูดว่าละทิ้งจุดยืนเดิม ประชาธิปไตย มันเป็นการกล่าวหา ฉะนั้น การกล่าวหา มันพูด การกล่าวหา ซึ่งไม่มีเหมือนใส่ร้าย ฉะนั้น ผมว่าจึงไม่เหมาะที่จะใช้ไปกล่าวร้ายให้เขานะครับ ท่านเปลี่ยนคำพูดได้มั้ยฮะ ท่านขอเปลี่ยนคำพูดหน่อยนะครับ เพื่อเพื่อมันเรียบร้อยครับ เดี๋ยวท่านณัฐพงษ์ท่านจะใช้สิทธิ์อยู่ ท่านปกรวุฒิเชิญฮะ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมปกรวุฒิครับ สมาชิกสภาครับ ผมผมคิดว่าขอด้วยความเคารพนะครับ ท่านประธาน ถ้าไม่เช่นนั้นเนี่ย การกล่าวหาไม่ว่าคำใดๆก็ตามหลังจากนี้เนี่ย ในสภาแห่งนี้จะต้องถอนกันหมดนะครับ ผมคิดว่าการใช้บรรทัดฐานนี้อาจจะไม่ถูกต้องนักนะครับ ไม่งั้นต่อไปใครกล่าวหาอะไรกันเล็กๆน้อยๆเนี่ย ต้องถอนทุกคำนะครับ
ผมจึงยังไม่ให้ถอนไง ผมถึงบอกว่าให้เปลี่ยนคำที่มัน
มันเหมือนใส่ร้ายเขานะครับนะ
ท่านประธาน
ด้วยความเคารพครับ ผมขออนุญาต
อ้า เชิญ เชิญท่านประธานครับ ขอประทานโทษครับ
อ่า ท่านผู้ประท้วงท่าน ผมกำลังหารือกับท่านปกรวุฒิว่า ถ้าที่จริงมันเป็นคำที่ร้ายแรงอยู่นะครับ ไปถึงแม้เขาจะชี้แจง แต่ว่าประชาชนที่อยู่ทางบ้านเนี่ย เขาไม่รับทราบขบวนการอย่างที่ท่านจุลพันธ์ท่านได้บอกว่ามันเป็นขบวนการ ฉะนั้นผมขอให้ท่านเปลี่ยนคำพูดครับ อ้า ท่านเปลี่ยนคำพูดหน่อย ท่านหัวหน้าพรรคครับ เชิญ
ประธานขออนุญาตครับ
เชิญหลังมครับ ประท้วงครับ
เรียนท่านประธานครับ ผมหลังม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ จำเป็นที่จะต้องหารือกับท่านประธานอย่างนี้ฮะ คือที่ผ่าน มาเนี่ย พวกเราก็ทำหน้าที่ในสภา ผมคิดว่าเราใช้คำพูดนะครับ ทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ ที่เป็นคำพูดที่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด และผมคิดว่าคำพูดนี้นะครับ มันเป็นคำพูดที่สุดท้ายพี่น้องประชาชนที่ติดตามก็จะต้องเป็นผู้พิจารณาเอาเอง ส่วนถ้าเกิดว่าท่านจุรพันธ์ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะ ถ้าท่านจะไม่เห็นด้วยกับการใช้คำพูดนี้ ท่านมีสิทธิ์ในการที่จะชี้แจง แล้วพวกเราไม่ได้มีปัญหาอะไร ขออนุญาตประท้วงครับ ถ้ามีการเริ่มมั่วซั่วกันไปหมด
ขอให้ถอนคำพูดแทบจะทุกคำพูดเนี่ย ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เดินต่อไม่ได้ฮะ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ด้วยความกรุณานะครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยให้ดี เพื่อให้มันเป็นบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ต่อ ใช้สิทธิ์ประท้วง ท่านประธานฟังท่านผู้ประท้วง ผมจะได้
ผมขออนุญาตใช้สิทธิ์ประท้วงครับ ท่านประธาน ประท้วงใช่มั้ยครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 สมาชิกที่อยู่ในห้องแล้วก็ลุกขึ้นมาพูด 2-3 ท่านก็พูดชัดเจนว่าที่ทำอยู่คือการใส่ร้าย ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 วรรค 2 อ่านให้ดีๆ เค้าห้ามไม่ให้แสดงกิริยา วาจาอันไม่สุภาพ เสียดสีบุคคลใด ห้ามใส่ร้าย มีความชัดเจนอยู่ในข้อบังคับการประชุมอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะลุกขึ้นมาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น แล้วบอกว่าคนอื่นออกมาแก้ตัวได้ มันไม่ใช่เช่นนั้น อ่านข้อบังคับการประชุมให้ขาดครับ ขอให้ท่านประธานบังคับการประชุมให้มันเดินหน้าอย่างราบรื่น ถ้าทุกคนลุกขึ้นมาแล้วมาใส่ร้ายคนอื่น แล้วการประชุมจะเดินหน้าได้ยังไง ท่านยอมรับเองว่าท่านใส่ร้ายพวกผม ผมขอให้ถอนคำพูดในสิ่งที่ได้อภิปรายไปก็แค่นั้นเอง เราก็เดินหน้ากันต่อ ท่านประธาน ยึดข้อบังคับการประชุมให้แม่นครับ ไม่งั้นเราจะเดินต่อไม่ได้
ครับ ผมเข้าใจครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วนะ ครับ เดี๋ยวท่านท่านให้ผมได้ชี้แจงก่อนนะครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าให้ท่านเปลี่ยนคำพูด ถ้าท่านไม่เปลี่ยนคำพูด ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ นะครับ ในข้อ 40 ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ ฉะนั้น ท่านณัฐพงษ์ เมื่อกี้ผมได้อ่า ชี้แจงกับท่านแล้ว ท่านก็อ่า คงจะได้ปรับอ่าในเนื้อหาที่ท่านจะอภิปรายต่อไปนะครับ เพื่อให้มันเป็นการอภิปรายอ่าแถลงนโยบายจริงๆ นะครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเพียงแค่อยากจะชี้ให้เห็นครับว่า ในกลุ่ม 5 Cluster นั้น ไม่ได้มีประชาชนอยู่ในสมการครับ ท่านประธานครับ การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเริ่มต้นต่างๆ ของกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัว การจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ครับ ไร้ซึ่งเจตจำนงหรือวาระที่จะมาผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลนี่ใช่มั้ยครับ คือเหตุผลที่ทำให้เรามีความรู้สึก ลึกๆ ว่าเมื่อฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ทั้ง 23 ข้อจบ ทำไมตัวผมเองยังไม่ได้รู้สึกว่าพวกเรากำลังจะมีอนาคต ร่วมกับอนาคตของประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พยายามฉายภาพให้พวกเราเห็น แต่ใดๆ ครับ ท่านประธานครับ ช่วงต้นท่านนายกรัฐมนตรีได้วางหลักการที่เหมือนท่านเองก็ท่องไว้เป็นคาถาอยู่ 3 ข้อครับ ว่าจะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ข้อที่ 2 คือการยึดมั่นในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อที่ 3 ครับ ก็คือการยึดมั่นในหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคกัน หลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดครับ รวมถึงพรรคประชาชน หากได้เป็นรัฐบาล ก็ต้องยึดถือหลักปฏิบัติอยู่แล้วครับ แต่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินมากกว่าครับ ท่านประธาน ว่าหลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ภายใต้การนำของนายกที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นั้น จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด ผมฟังคำแถลงนโยบายของท่านนายกจบ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ขออนุญาตสะท้อนตามความรู้สึกครับ ผมยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนเหล่านั้น รวมถึงผมยังไม่เห็นพันธกิจหรือเจตจำนงร่วมกันของรัฐบาลชุดนี้เลยครับ ว่าตกลงแล้วอะไรคือวาระของประเทศที่แต่ละพรรคมาตกลงร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาบ้าง ผมลองยกตัวอย่าง 1 ตัวอย่างนะครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง ผมไม่เห็นการให้น้ำหนักหรือไม่เห็นการบรรจุอยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายฉบับนี้เลย ผมอยากจะสอบถามบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปร่วมรัฐบาลกันจัดตั้งฮะ เจตจำนงทางการเมืองของท่าน ความเป็นนักประชาธิปไตยของท่านอยู่ตรงไหน ทำไมมันถึงไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าปัญหาใหญ่สุดของประเทศเราในขณะนี้ อาจไม่ใช่ วิกฤตภายนอกครับ แต่มันคือวิกฤตภายในที่ผมบอกว่ามันคือวิกฤตภายใน เพราะไม่ว่าเราจะเจอวิกฤตภายนอกที่รุมล้อมเข้ามาขนาดไหน แต่ถ้า รัฐบาลอยู่เคียงข้างประชาชน เราก็จะพอมีหลักยึดได้บ้าง ผมยกตัวอย่างครับ วิกฤตด้านเศรษฐกิจอย่างวิกฤตน้ำมัน วิกฤตด้านสังคมอย่างเช่นเรื่องเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ วิกฤตด้านความมั่นคงอย่างเช่นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นในเรื่องของปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน แทบทุกวิกฤตที่ผมเอ่ยมาเมื่อสักครู่นี้ เป็นวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับคนในประเทศเราทั้งสิ้นฮะ แต่สิ่งที่รัฐนี้ปกป้องต้องอยู่มาโดยตลอดเสมอมา ไม่ได้เลือกที่จะปกป้องประชาชนก่อนครับ แต่เลือกที่จะปกป้องคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก่อน ท่านประธานครับ ลองดูตัวอย่างวิกฤตน้ำมัน ที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีดุลอำนาจที่ลงตัว มีความมั่นคงทางการเมือง ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงเพิ่มขึ้นหรือ ไม่ รู้สึกมั่นคงปลอดภัยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ครับที่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่อยู่มีอยู่ จะใช้โรงกลั่นน้ำมันที่พวกเรามีอยู่ในประเทศ กำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสม สะท้อนกับต้นทุนจริง ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนอยู่ในขณะนี้ หรือแม้แต่วิกฤตฝุ่น PM 2.5 5 ครับ ในขณะที่เราสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่า ขณะนี้เป็นรายที่ 2 และจริงๆ สูญเสียมาต่อเนื่องอยู่แล้วทุกปี ทุกปีมีประชาชนนับล้านครับ ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 5 รัฐบาลที่มั่นคงได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงหรือไม่ว่าท่านพร้อมจะใช้ทุกกลไกที่ท่านมีอยู่ในมือเนี่ยแหละครับ เพื่อผ่านกฎหมายอากาศสะอาดให้ผ่านสภาโดยเร็ว ซึ่งสภาชุดแล้วค้างอยู่ในขั้น ส.ว. ไม่ใช่ใช้ไพ่ Joker ที่ท่านมีอยู่ในมือเพื่อกุมอำนาจของรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น ท่านประธานครับ ด้วยอำนาจที่เบ็ดเสร็จที่นายกมีอยู่ในมือ หากรัฐบาลประสงค์จะทำสิ่งใด ผมเชื่อว่าสามารถทำได้จนประสบผลสำเร็จ ครับ มันอยู่ที่ความแน่วแน่ และมันอยู่ที่ความกล้าหาญทางการเมืองของพวกท่าน นี่คือสิ่งที่ตัวผมและประชาชนกำลังมองหา จากตัวท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนครับ สิ่งที่พวกเราต้องการตอนนี้ก็คือรัฐบาลที่จะเข้าไปทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูก ไม่ได้กำลังจะทำสิ่งถูกให้กลายเป็นสิ่งผิดครับ วิกฤตภายในที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือสถานการณ์ที่บรรดากลุ่มคนผู้มีอำนาจในประเทศพยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป สำหรับการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเองก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตโดยรวมไว้ประมาณเท่านี้ครับ ท่านประธาน การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนของผม 2 วันต่อจากนี้จะเป็นเวทีที่พวกเรามาชี้ให้ทุกท่านเห็นว่าสิ่งที่ประเทศกำลังมองหา อาจจะไม่ได้อยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายเล่มนี้ครับ แต่มันคือรัฐบาลที่ไม่ได้เลือกที่จะรักษาระเบียบเดิม แต่เลือกที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชน พอได้แล้วครับกับระบบพวกพ้อง การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วครับกับวิกฤตรอบด้านที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วครับ การเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน ขอบคุณครับ
ครับ เชิญมีอะไรครับ
ท่านประธานวิวัฒ
ท่านท่าน
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตใช้สิทธิ์พาดพิงครับ
ครับ อนุญาตครับ
ครับ ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ผมก็ไม่ได้ไปรบกวนตอนที่ท่านอภิปรายนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเนี่ย ในกระบวนการอภิปรายของท่านเนี่ย ท่านมีการใช้คำซึ่งมีความชัดเจนว่าพูดถึงพรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านใช้คำว่าพรรคอันดับ 2 เข้าร่วมรัฐบาลและละทิ้งจุดยืนเดิมนะครับ ซึ่งคำนี้เนี่ย ผมอยากจะให้ท่านเนี่ยได้ถอนคำพูดนะครับ เพราะว่าท่านเองก็ทราบดีครับ กระบวนการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามกลไกของการเมืองระบอบรัฐสภา ซึ่งเมื่อพรรคอันดับ 1 ได้มีการเชื้อเชิญพรรคอันดับ 3 ก็คือตัวพรรคเพื่อไทยเนี่ย ให้เข้าร่วม ก็มีการเข้าไปหารือถึงเรื่องของนโยบาย ถึงเรื่องของการขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกันนะครับ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ตอบตกลงครับ นี่เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผมเชื่อว่าท่านมีความเข้าใจครับ เพียงแต่ว่ากระบวนการในการอภิปรายเนี่ย เอ่อ คงจะลีลามากนิดนึงนะครับ ก็ใช้คำพูดซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องและทำให้เกิดความเสียหายนะครับ ก็ด้วยความเคารพครับ เพื่อให้การเดินประชุมเดินหน้าได้เนี่ย อยากจะให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนคำพูดในส่วนนี้ออกซะ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ เชิญท่านณัฐพงษ์ ผมคิดว่าตามข้อบังคับเพื่อนสมาชิกก็มีสิทธิ์ในการชี้แจงอยู่แล้วครับ ด้วยความเคารพครับ ก็อยู่ที่ท่านประธานเจ้าวินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยอย่างงี้นะครับ เอ่อ ในเมื่อท่าน ท่าน อ่า พูดว่าละทิ้งจุดยืนเดิม ประชาธิปไตย มันเป็นการกล่าวหา ฉะนั้น การกล่าวหา มันพูด การกล่าวหา ซึ่งไม่มีเหมือนใส่ร้าย ฉะนั้น ผมว่าจึงไม่เหมาะที่จะใช้ไปกล่าวร้ายให้เขานะครับ ท่านเปลี่ยนคำพูดได้มั้ยฮะ ท่านขอเปลี่ยนคำพูดหน่อยนะครับ เพื่อเพื่อมันเรียบร้อยครับ เดี๋ยวท่านณัฐพงษ์ท่านจะใช้สิทธิ์อยู่ ท่านปกรวุฒิเชิญฮะ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมปกรวุฒิครับ สมาชิกสภาครับ ผมผมคิดว่าขอด้วยความเคารพนะครับ ท่านประธาน ถ้าไม่เช่นนั้นเนี่ย การกล่าวหาไม่ว่าคำใดๆก็ตามหลังจากนี้เนี่ย ในสภาแห่งนี้จะต้องถอนกันหมดนะครับ ผมคิดว่าการใช้บรรทัดฐานนี้อาจจะไม่ถูกต้องนักนะครับ ไม่งั้นต่อไปใครกล่าวหาอะไรกันเล็กๆน้อยๆเนี่ย ต้องถอนทุกคำนะครับ
ผมจึงยังไม่ให้ถอนไง ผมถึงบอกว่าให้เปลี่ยนคำที่มัน
มันเหมือนใส่ร้ายเขานะครับนะ
ท่านประธาน
ด้วยความเคารพครับ ผมขออนุญาต
อ้า เชิญ เชิญท่านประธานครับ ขอประทานโทษครับ
อ่า ท่านผู้ประท้วงท่าน ผมกำลังหารือกับท่านปกรวุฒิว่า ถ้าที่จริงมันเป็นคำที่ร้ายแรงอยู่นะครับ ไปถึงแม้เขาจะชี้แจง แต่ว่าประชาชนที่อยู่ทางบ้านเนี่ย เขาไม่รับทราบขบวนการอย่างที่ท่านจุลพันธ์ท่านได้บอกว่ามันเป็นขบวนการ ฉะนั้นผมขอให้ท่านเปลี่ยนคำพูดครับ อ้า ท่านเปลี่ยนคำพูดหน่อย ท่านหัวหน้าพรรคครับ เชิญ
ประธานขออนุญาตครับ
เชิญหลังมครับ ประท้วงครับ
เรียนท่านประธานครับ ผมหลังม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ จำเป็นที่จะต้องหารือกับท่านประธานอย่างนี้ฮะ คือที่ผ่าน มาเนี่ย พวกเราก็ทำหน้าที่ในสภา ผมคิดว่าเราใช้คำพูดนะครับ ทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ ที่เป็นคำพูดที่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด และผมคิดว่าคำพูดนี้นะครับ มันเป็นคำพูดที่สุดท้ายพี่น้องประชาชนที่ติดตามก็จะต้องเป็นผู้พิจารณาเอาเอง ส่วนถ้าเกิดว่าท่านจุรพันธ์ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะ ถ้าท่านจะไม่เห็นด้วยกับการใช้คำพูดนี้ ท่านมีสิทธิ์ในการที่จะชี้แจง แล้วพวกเราไม่ได้มีปัญหาอะไร ขออนุญาตประท้วงครับ ถ้ามีการเริ่มมั่วซั่วกันไปหมด
ขอให้ถอนคำพูดแทบจะทุกคำพูดเนี่ย ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เดินต่อไม่ได้ฮะ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ด้วยความกรุณานะครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยให้ดี เพื่อให้มันเป็นบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ต่อ ใช้สิทธิ์ประท้วง ท่านประธานฟังท่านผู้ประท้วง ผมจะได้
ผมขออนุญาตใช้สิทธิ์ประท้วงครับ ท่านประธาน ประท้วงใช่มั้ยครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 สมาชิกที่อยู่ในห้องแล้วก็ลุกขึ้นมาพูด 2-3 ท่านก็พูดชัดเจนว่าที่ทำอยู่คือการใส่ร้าย ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 วรรค 2 อ่านให้ดีๆ เค้าห้ามไม่ให้แสดงกิริยา วาจาอันไม่สุภาพ เสียดสีบุคคลใด ห้ามใส่ร้าย มีความชัดเจนอยู่ในข้อบังคับการประชุมอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะลุกขึ้นมาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น แล้วบอกว่าคนอื่นออกมาแก้ตัวได้ มันไม่ใช่เช่นนั้น อ่านข้อบังคับการประชุมให้ขาดครับ ขอให้ท่านประธานบังคับการประชุมให้มันเดินหน้าอย่างราบรื่น ถ้าทุกคนลุกขึ้นมาแล้วมาใส่ร้ายคนอื่น แล้วการประชุมจะเดินหน้าได้ยังไง ท่านยอมรับเองว่าท่านใส่ร้ายพวกผม ผมขอให้ถอนคำพูดในสิ่งที่ได้อภิปรายไปก็แค่นั้นเอง เราก็เดินหน้ากันต่อ ท่านประธาน ยึดข้อบังคับการประชุมให้แม่นครับ ไม่งั้นเราจะเดินต่อไม่ได้
ครับ ผมเข้าใจครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วนะ ครับ เดี๋ยวท่านท่านให้ผมได้ชี้แจงก่อนนะครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าให้ท่านเปลี่ยนคำพูด ถ้าท่านไม่เปลี่ยนคำพูด ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ นะครับ ในข้อ 40 ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ ฉะนั้น ท่านณัฐพงษ์ เมื่อกี้ผมได้อ่า ชี้แจงกับท่านแล้ว ท่านก็อ่า คงจะได้ปรับอ่าในเนื้อหาที่ท่านจะอภิปรายต่อไปนะครับ เพื่อให้มันเป็นการอภิปรายอ่าแถลงนโยบายจริงๆ นะครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเพียงแค่อยากจะชี้ให้เห็นครับว่า ในกลุ่ม 5 Cluster นั้น ไม่ได้มีประชาชนอยู่ในสมการครับ ท่านประธานครับ การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเริ่มต้นต่างๆ ของกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัว การจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ครับ ไร้ซึ่งเจตจำนงหรือวาระที่จะมาผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลนี่ใช่มั้ยครับ คือเหตุผลที่ทำให้เรามีความรู้สึก ลึกๆ ว่าเมื่อฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ทั้ง 23 ข้อจบ ทำไมตัวผมเองยังไม่ได้รู้สึกว่าพวกเรากำลังจะมีอนาคต ร่วมกับอนาคตของประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พยายามฉายภาพให้พวกเราเห็น แต่ใดๆ ครับ ท่านประธานครับ ช่วงต้นท่านนายกรัฐมนตรีได้วางหลักการที่เหมือนท่านเองก็ท่องไว้เป็นคาถาอยู่ 3 ข้อครับ ว่าจะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ข้อที่ 2 คือการยึดมั่นในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อที่ 3 ครับ ก็คือการยึดมั่นในหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคกัน หลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดครับ รวมถึงพรรคประชาชน หากได้เป็นรัฐบาล ก็ต้องยึดถือหลักปฏิบัติอยู่แล้วครับ แต่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินมากกว่าครับ ท่านประธาน ว่าหลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ภายใต้การนำของนายกที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นั้น จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด ผมฟังคำแถลงนโยบายของท่านนายกจบ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ขออนุญาตสะท้อนตามความรู้สึกครับ ผมยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนเหล่านั้น รวมถึงผมยังไม่เห็นพันธกิจหรือเจตจำนงร่วมกันของรัฐบาลชุดนี้เลยครับ ว่าตกลงแล้วอะไรคือวาระของประเทศที่แต่ละพรรคมาตกลงร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาบ้าง ผมลองยกตัวอย่าง 1 ตัวอย่างนะครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง ผมไม่เห็นการให้น้ำหนักหรือไม่เห็นการบรรจุอยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายฉบับนี้เลย ผมอยากจะสอบถามบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปร่วมรัฐบาลกันจัดตั้งฮะ เจตจำนงทางการเมืองของท่าน ความเป็นนักประชาธิปไตยของท่านอยู่ตรงไหน ทำไมมันถึงไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าปัญหาใหญ่สุดของประเทศเราในขณะนี้ อาจไม่ใช่ วิกฤตภายนอกครับ แต่มันคือวิกฤตภายในที่ผมบอกว่ามันคือวิกฤตภายใน เพราะไม่ว่าเราจะเจอวิกฤตภายนอกที่รุมล้อมเข้ามาขนาดไหน แต่ถ้า รัฐบาลอยู่เคียงข้างประชาชน เราก็จะพอมีหลักยึดได้บ้าง ผมยกตัวอย่างครับ วิกฤตด้านเศรษฐกิจอย่างวิกฤตน้ำมัน วิกฤตด้านสังคมอย่างเช่นเรื่องเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ วิกฤตด้านความมั่นคงอย่างเช่นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นในเรื่องของปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน แทบทุกวิกฤตที่ผมเอ่ยมาเมื่อสักครู่นี้ เป็นวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับคนในประเทศเราทั้งสิ้นฮะ แต่สิ่งที่รัฐนี้ปกป้องต้องอยู่มาโดยตลอดเสมอมา ไม่ได้เลือกที่จะปกป้องประชาชนก่อนครับ แต่เลือกที่จะปกป้องคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก่อน ท่านประธานครับ ลองดูตัวอย่างวิกฤตน้ำมัน ที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีดุลอำนาจที่ลงตัว มีความมั่นคงทางการเมือง ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงเพิ่มขึ้นหรือ ไม่ รู้สึกมั่นคงปลอดภัยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ครับที่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่อยู่มีอยู่ จะใช้โรงกลั่นน้ำมันที่พวกเรามีอยู่ในประเทศ กำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสม สะท้อนกับต้นทุนจริง ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนอยู่ในขณะนี้ หรือแม้แต่วิกฤตฝุ่น PM 2.5 5 ครับ ในขณะที่เราสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่า ขณะนี้เป็นรายที่ 2 และจริงๆ สูญเสียมาต่อเนื่องอยู่แล้วทุกปี ทุกปีมีประชาชนนับล้านครับ ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 5 รัฐบาลที่มั่นคงได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงหรือไม่ว่าท่านพร้อมจะใช้ทุกกลไกที่ท่านมีอยู่ในมือเนี่ยแหละครับ เพื่อผ่านกฎหมายอากาศสะอาดให้ผ่านสภาโดยเร็ว ซึ่งสภาชุดแล้วค้างอยู่ในขั้น ส.ว. ไม่ใช่ใช้ไพ่ Joker ที่ท่านมีอยู่ในมือเพื่อกุมอำนาจของรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น ท่านประธานครับ ด้วยอำนาจที่เบ็ดเสร็จที่นายกมีอยู่ในมือ หากรัฐบาลประสงค์จะทำสิ่งใด ผมเชื่อว่าสามารถทำได้จนประสบผลสำเร็จ ครับ มันอยู่ที่ความแน่วแน่ และมันอยู่ที่ความกล้าหาญทางการเมืองของพวกท่าน นี่คือสิ่งที่ตัวผมและประชาชนกำลังมองหา จากตัวท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนครับ สิ่งที่พวกเราต้องการตอนนี้ก็คือรัฐบาลที่จะเข้าไปทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูก ไม่ได้กำลังจะทำสิ่งถูกให้กลายเป็นสิ่งผิดครับ วิกฤตภายในที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือสถานการณ์ที่บรรดากลุ่มคนผู้มีอำนาจในประเทศพยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป สำหรับการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเองก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตโดยรวมไว้ประมาณเท่านี้ครับ ท่านประธาน การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนของผม 2 วันต่อจากนี้จะเป็นเวทีที่พวกเรามาชี้ให้ทุกท่านเห็นว่าสิ่งที่ประเทศกำลังมองหา อาจจะไม่ได้อยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายเล่มนี้ครับ แต่มันคือรัฐบาลที่ไม่ได้เลือกที่จะรักษาระเบียบเดิม แต่เลือกที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชน พอได้แล้วครับกับระบบพวกพ้อง การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วครับกับวิกฤตรอบด้านที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วครับ การเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน ขอบคุณครับ
ครับ เชิญมีอะไรครับ
ท่านประธานวิวัฒ
ท่านท่าน
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตใช้สิทธิ์พาดพิงครับ
ครับ อนุญาตครับ
ครับ ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ผมก็ไม่ได้ไปรบกวนตอนที่ท่านอภิปรายนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเนี่ย ในกระบวนการอภิปรายของท่านเนี่ย ท่านมีการใช้คำซึ่งมีความชัดเจนว่าพูดถึงพรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านใช้คำว่าพรรคอันดับ 2 เข้าร่วมรัฐบาลและละทิ้งจุดยืนเดิมนะครับ ซึ่งคำนี้เนี่ย ผมอยากจะให้ท่านเนี่ยได้ถอนคำพูดนะครับ เพราะว่าท่านเองก็ทราบดีครับ กระบวนการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามกลไกของการเมืองระบอบรัฐสภา ซึ่งเมื่อพรรคอันดับ 1 ได้มีการเชื้อเชิญพรรคอันดับ 3 ก็คือตัวพรรคเพื่อไทยเนี่ย ให้เข้าร่วม ก็มีการเข้าไปหารือถึงเรื่องของนโยบาย ถึงเรื่องของการขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกันนะครับ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ตอบตกลงครับ นี่เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผมเชื่อว่าท่านมีความเข้าใจครับ เพียงแต่ว่ากระบวนการในการอภิปรายเนี่ย เอ่อ คงจะลีลามากนิดนึงนะครับ ก็ใช้คำพูดซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องและทำให้เกิดความเสียหายนะครับ ก็ด้วยความเคารพครับ เพื่อให้การเดินประชุมเดินหน้าได้เนี่ย อยากจะให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนคำพูดในส่วนนี้ออกซะ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ เชิญท่านณัฐพงษ์ ผมคิดว่าตามข้อบังคับเพื่อนสมาชิกก็มีสิทธิ์ในการชี้แจงอยู่แล้วครับ ด้วยความเคารพครับ ก็อยู่ที่ท่านประธานเจ้าวินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยอย่างงี้นะครับ เอ่อ ในเมื่อท่าน ท่าน อ่า พูดว่าละทิ้งจุดยืนเดิม ประชาธิปไตย มันเป็นการกล่าวหา ฉะนั้น การกล่าวหา มันพูด การกล่าวหา ซึ่งไม่มีเหมือนใส่ร้าย ฉะนั้น ผมว่าจึงไม่เหมาะที่จะใช้ไปกล่าวร้ายให้เขานะครับ ท่านเปลี่ยนคำพูดได้มั้ยฮะ ท่านขอเปลี่ยนคำพูดหน่อยนะครับ เพื่อเพื่อมันเรียบร้อยครับ เดี๋ยวท่านณัฐพงษ์ท่านจะใช้สิทธิ์อยู่ ท่านปกรวุฒิเชิญฮะ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมปกรวุฒิครับ สมาชิกสภาครับ ผมผมคิดว่าขอด้วยความเคารพนะครับ ท่านประธาน ถ้าไม่เช่นนั้นเนี่ย การกล่าวหาไม่ว่าคำใดๆก็ตามหลังจากนี้เนี่ย ในสภาแห่งนี้จะต้องถอนกันหมดนะครับ ผมคิดว่าการใช้บรรทัดฐานนี้อาจจะไม่ถูกต้องนักนะครับ ไม่งั้นต่อไปใครกล่าวหาอะไรกันเล็กๆน้อยๆเนี่ย ต้องถอนทุกคำนะครับ
ผมจึงยังไม่ให้ถอนไง ผมถึงบอกว่าให้เปลี่ยนคำที่มัน
มันเหมือนใส่ร้ายเขานะครับนะ
ท่านประธาน
ด้วยความเคารพครับ ผมขออนุญาต
อ้า เชิญ เชิญท่านประธานครับ ขอประทานโทษครับ
อ่า ท่านผู้ประท้วงท่าน ผมกำลังหารือกับท่านปกรวุฒิว่า ถ้าที่จริงมันเป็นคำที่ร้ายแรงอยู่นะครับ ไปถึงแม้เขาจะชี้แจง แต่ว่าประชาชนที่อยู่ทางบ้านเนี่ย เขาไม่รับทราบขบวนการอย่างที่ท่านจุลพันธ์ท่านได้บอกว่ามันเป็นขบวนการ ฉะนั้นผมขอให้ท่านเปลี่ยนคำพูดครับ อ้า ท่านเปลี่ยนคำพูดหน่อย ท่านหัวหน้าพรรคครับ เชิญ
ประธานขออนุญาตครับ
เชิญหลังมครับ ประท้วงครับ
เรียนท่านประธานครับ ผมหลังม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ จำเป็นที่จะต้องหารือกับท่านประธานอย่างนี้ฮะ คือที่ผ่าน มาเนี่ย พวกเราก็ทำหน้าที่ในสภา ผมคิดว่าเราใช้คำพูดนะครับ ทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ ที่เป็นคำพูดที่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด และผมคิดว่าคำพูดนี้นะครับ มันเป็นคำพูดที่สุดท้ายพี่น้องประชาชนที่ติดตามก็จะต้องเป็นผู้พิจารณาเอาเอง ส่วนถ้าเกิดว่าท่านจุรพันธ์ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะ ถ้าท่านจะไม่เห็นด้วยกับการใช้คำพูดนี้ ท่านมีสิทธิ์ในการที่จะชี้แจง แล้วพวกเราไม่ได้มีปัญหาอะไร ขออนุญาตประท้วงครับ ถ้ามีการเริ่มมั่วซั่วกันไปหมด
ขอให้ถอนคำพูดแทบจะทุกคำพูดเนี่ย ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เดินต่อไม่ได้ฮะ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ด้วยความกรุณานะครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยให้ดี เพื่อให้มันเป็นบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ต่อ ใช้สิทธิ์ประท้วง ท่านประธานฟังท่านผู้ประท้วง ผมจะได้
ผมขออนุญาตใช้สิทธิ์ประท้วงครับ ท่านประธาน ประท้วงใช่มั้ยครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 สมาชิกที่อยู่ในห้องแล้วก็ลุกขึ้นมาพูด 2-3 ท่านก็พูดชัดเจนว่าที่ทำอยู่คือการใส่ร้าย ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 วรรค 2 อ่านให้ดีๆ เค้าห้ามไม่ให้แสดงกิริยา วาจาอันไม่สุภาพ เสียดสีบุคคลใด ห้ามใส่ร้าย มีความชัดเจนอยู่ในข้อบังคับการประชุมอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะลุกขึ้นมาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น แล้วบอกว่าคนอื่นออกมาแก้ตัวได้ มันไม่ใช่เช่นนั้น อ่านข้อบังคับการประชุมให้ขาดครับ ขอให้ท่านประธานบังคับการประชุมให้มันเดินหน้าอย่างราบรื่น ถ้าทุกคนลุกขึ้นมาแล้วมาใส่ร้ายคนอื่น แล้วการประชุมจะเดินหน้าได้ยังไง ท่านยอมรับเองว่าท่านใส่ร้ายพวกผม ผมขอให้ถอนคำพูดในสิ่งที่ได้อภิปรายไปก็แค่นั้นเอง เราก็เดินหน้ากันต่อ ท่านประธาน ยึดข้อบังคับการประชุมให้แม่นครับ ไม่งั้นเราจะเดินต่อไม่ได้
ครับ ผมเข้าใจครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วนะ ครับ เดี๋ยวท่านท่านให้ผมได้ชี้แจงก่อนนะครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าให้ท่านเปลี่ยนคำพูด ถ้าท่านไม่เปลี่ยนคำพูด ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ นะครับ ในข้อ 40 ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ ฉะนั้น ท่านณัฐพงษ์ เมื่อกี้ผมได้อ่า ชี้แจงกับท่านแล้ว ท่านก็อ่า คงจะได้ปรับอ่าในเนื้อหาที่ท่านจะอภิปรายต่อไปนะครับ เพื่อให้มันเป็นการอภิปรายอ่าแถลงนโยบายจริงๆ นะครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเพียงแค่อยากจะชี้ให้เห็นครับว่า ในกลุ่ม 5 Cluster นั้น ไม่ได้มีประชาชนอยู่ในสมการครับ ท่านประธานครับ การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเริ่มต้นต่างๆ ของกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัว การจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ครับ ไร้ซึ่งเจตจำนงหรือวาระที่จะมาผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลนี่ใช่มั้ยครับ คือเหตุผลที่ทำให้เรามีความรู้สึก ลึกๆ ว่าเมื่อฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ทั้ง 23 ข้อจบ ทำไมตัวผมเองยังไม่ได้รู้สึกว่าพวกเรากำลังจะมีอนาคต ร่วมกับอนาคตของประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พยายามฉายภาพให้พวกเราเห็น แต่ใดๆ ครับ ท่านประธานครับ ช่วงต้นท่านนายกรัฐมนตรีได้วางหลักการที่เหมือนท่านเองก็ท่องไว้เป็นคาถาอยู่ 3 ข้อครับ ว่าจะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ข้อที่ 2 คือการยึดมั่นในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อที่ 3 ครับ ก็คือการยึดมั่นในหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคกัน หลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดครับ รวมถึงพรรคประชาชน หากได้เป็นรัฐบาล ก็ต้องยึดถือหลักปฏิบัติอยู่แล้วครับ แต่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินมากกว่าครับ ท่านประธาน ว่าหลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ภายใต้การนำของนายกที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นั้น จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด ผมฟังคำแถลงนโยบายของท่านนายกจบ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ขออนุญาตสะท้อนตามความรู้สึกครับ ผมยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนเหล่านั้น รวมถึงผมยังไม่เห็นพันธกิจหรือเจตจำนงร่วมกันของรัฐบาลชุดนี้เลยครับ ว่าตกลงแล้วอะไรคือวาระของประเทศที่แต่ละพรรคมาตกลงร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาบ้าง ผมลองยกตัวอย่าง 1 ตัวอย่างนะครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง ผมไม่เห็นการให้น้ำหนักหรือไม่เห็นการบรรจุอยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายฉบับนี้เลย ผมอยากจะสอบถามบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปร่วมรัฐบาลกันจัดตั้งฮะ เจตจำนงทางการเมืองของท่าน ความเป็นนักประชาธิปไตยของท่านอยู่ตรงไหน ทำไมมันถึงไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าปัญหาใหญ่สุดของประเทศเราในขณะนี้ อาจไม่ใช่ วิกฤตภายนอกครับ แต่มันคือวิกฤตภายในที่ผมบอกว่ามันคือวิกฤตภายใน เพราะไม่ว่าเราจะเจอวิกฤตภายนอกที่รุมล้อมเข้ามาขนาดไหน แต่ถ้า รัฐบาลอยู่เคียงข้างประชาชน เราก็จะพอมีหลักยึดได้บ้าง ผมยกตัวอย่างครับ วิกฤตด้านเศรษฐกิจอย่างวิกฤตน้ำมัน วิกฤตด้านสังคมอย่างเช่นเรื่องเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ วิกฤตด้านความมั่นคงอย่างเช่นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นในเรื่องของปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน แทบทุกวิกฤตที่ผมเอ่ยมาเมื่อสักครู่นี้ เป็นวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับคนในประเทศเราทั้งสิ้นฮะ แต่สิ่งที่รัฐนี้ปกป้องต้องอยู่มาโดยตลอดเสมอมา ไม่ได้เลือกที่จะปกป้องประชาชนก่อนครับ แต่เลือกที่จะปกป้องคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก่อน ท่านประธานครับ ลองดูตัวอย่างวิกฤตน้ำมัน ที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีดุลอำนาจที่ลงตัว มีความมั่นคงทางการเมือง ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงเพิ่มขึ้นหรือ ไม่ รู้สึกมั่นคงปลอดภัยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ครับที่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่อยู่มีอยู่ จะใช้โรงกลั่นน้ำมันที่พวกเรามีอยู่ในประเทศ กำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสม สะท้อนกับต้นทุนจริง ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนอยู่ในขณะนี้ หรือแม้แต่วิกฤตฝุ่น PM 2.5 5 ครับ ในขณะที่เราสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่า ขณะนี้เป็นรายที่ 2 และจริงๆ สูญเสียมาต่อเนื่องอยู่แล้วทุกปี ทุกปีมีประชาชนนับล้านครับ ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 5 รัฐบาลที่มั่นคงได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงหรือไม่ว่าท่านพร้อมจะใช้ทุกกลไกที่ท่านมีอยู่ในมือเนี่ยแหละครับ เพื่อผ่านกฎหมายอากาศสะอาดให้ผ่านสภาโดยเร็ว ซึ่งสภาชุดแล้วค้างอยู่ในขั้น ส.ว. ไม่ใช่ใช้ไพ่ Joker ที่ท่านมีอยู่ในมือเพื่อกุมอำนาจของรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น ท่านประธานครับ ด้วยอำนาจที่เบ็ดเสร็จที่นายกมีอยู่ในมือ หากรัฐบาลประสงค์จะทำสิ่งใด ผมเชื่อว่าสามารถทำได้จนประสบผลสำเร็จ ครับ มันอยู่ที่ความแน่วแน่ และมันอยู่ที่ความกล้าหาญทางการเมืองของพวกท่าน นี่คือสิ่งที่ตัวผมและประชาชนกำลังมองหา จากตัวท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนครับ สิ่งที่พวกเราต้องการตอนนี้ก็คือรัฐบาลที่จะเข้าไปทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูก ไม่ได้กำลังจะทำสิ่งถูกให้กลายเป็นสิ่งผิดครับ วิกฤตภายในที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือสถานการณ์ที่บรรดากลุ่มคนผู้มีอำนาจในประเทศพยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป สำหรับการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเองก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตโดยรวมไว้ประมาณเท่านี้ครับ ท่านประธาน การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนของผม 2 วันต่อจากนี้จะเป็นเวทีที่พวกเรามาชี้ให้ทุกท่านเห็นว่าสิ่งที่ประเทศกำลังมองหา อาจจะไม่ได้อยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายเล่มนี้ครับ แต่มันคือรัฐบาลที่ไม่ได้เลือกที่จะรักษาระเบียบเดิม แต่เลือกที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชน พอได้แล้วครับกับระบบพวกพ้อง การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วครับกับวิกฤตรอบด้านที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วครับ การเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน ขอบคุณครับ
ครับ เชิญมีอะไรครับ
ท่านประธานวิวัฒ
ท่านท่าน
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตใช้สิทธิ์พาดพิงครับ
ครับ อนุญาตครับ
ครับ ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ผมก็ไม่ได้ไปรบกวนตอนที่ท่านอภิปรายนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเนี่ย ในกระบวนการอภิปรายของท่านเนี่ย ท่านมีการใช้คำซึ่งมีความชัดเจนว่าพูดถึงพรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านใช้คำว่าพรรคอันดับ 2 เข้าร่วมรัฐบาลและละทิ้งจุดยืนเดิมนะครับ ซึ่งคำนี้เนี่ย ผมอยากจะให้ท่านเนี่ยได้ถอนคำพูดนะครับ เพราะว่าท่านเองก็ทราบดีครับ กระบวนการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามกลไกของการเมืองระบอบรัฐสภา ซึ่งเมื่อพรรคอันดับ 1 ได้มีการเชื้อเชิญพรรคอันดับ 3 ก็คือตัวพรรคเพื่อไทยเนี่ย ให้เข้าร่วม ก็มีการเข้าไปหารือถึงเรื่องของนโยบาย ถึงเรื่องของการขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกันนะครับ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ตอบตกลงครับ นี่เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผมเชื่อว่าท่านมีความเข้าใจครับ เพียงแต่ว่ากระบวนการในการอภิปรายเนี่ย เอ่อ คงจะลีลามากนิดนึงนะครับ ก็ใช้คำพูดซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องและทำให้เกิดความเสียหายนะครับ ก็ด้วยความเคารพครับ เพื่อให้การเดินประชุมเดินหน้าได้เนี่ย อยากจะให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนคำพูดในส่วนนี้ออกซะ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ เชิญท่านณัฐพงษ์ ผมคิดว่าตามข้อบังคับเพื่อนสมาชิกก็มีสิทธิ์ในการชี้แจงอยู่แล้วครับ ด้วยความเคารพครับ ก็อยู่ที่ท่านประธานเจ้าวินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยอย่างงี้นะครับ เอ่อ ในเมื่อท่าน ท่าน อ่า พูดว่าละทิ้งจุดยืนเดิม ประชาธิปไตย มันเป็นการกล่าวหา ฉะนั้น การกล่าวหา มันพูด การกล่าวหา ซึ่งไม่มีเหมือนใส่ร้าย ฉะนั้น ผมว่าจึงไม่เหมาะที่จะใช้ไปกล่าวร้ายให้เขานะครับ ท่านเปลี่ยนคำพูดได้มั้ยฮะ ท่านขอเปลี่ยนคำพูดหน่อยนะครับ เพื่อเพื่อมันเรียบร้อยครับ เดี๋ยวท่านณัฐพงษ์ท่านจะใช้สิทธิ์อยู่ ท่านปกรวุฒิเชิญฮะ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมปกรวุฒิครับ สมาชิกสภาครับ ผมผมคิดว่าขอด้วยความเคารพนะครับ ท่านประธาน ถ้าไม่เช่นนั้นเนี่ย การกล่าวหาไม่ว่าคำใดๆก็ตามหลังจากนี้เนี่ย ในสภาแห่งนี้จะต้องถอนกันหมดนะครับ ผมคิดว่าการใช้บรรทัดฐานนี้อาจจะไม่ถูกต้องนักนะครับ ไม่งั้นต่อไปใครกล่าวหาอะไรกันเล็กๆน้อยๆเนี่ย ต้องถอนทุกคำนะครับ
ผมจึงยังไม่ให้ถอนไง ผมถึงบอกว่าให้เปลี่ยนคำที่มัน
มันเหมือนใส่ร้ายเขานะครับนะ
ท่านประธาน
ด้วยความเคารพครับ ผมขออนุญาต
อ้า เชิญ เชิญท่านประธานครับ ขอประทานโทษครับ
อ่า ท่านผู้ประท้วงท่าน ผมกำลังหารือกับท่านปกรวุฒิว่า ถ้าที่จริงมันเป็นคำที่ร้ายแรงอยู่นะครับ ไปถึงแม้เขาจะชี้แจง แต่ว่าประชาชนที่อยู่ทางบ้านเนี่ย เขาไม่รับทราบขบวนการอย่างที่ท่านจุลพันธ์ท่านได้บอกว่ามันเป็นขบวนการ ฉะนั้นผมขอให้ท่านเปลี่ยนคำพูดครับ อ้า ท่านเปลี่ยนคำพูดหน่อย ท่านหัวหน้าพรรคครับ เชิญ
ประธานขออนุญาตครับ
เชิญหลังมครับ ประท้วงครับ
เรียนท่านประธานครับ ผมหลังม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ จำเป็นที่จะต้องหารือกับท่านประธานอย่างนี้ฮะ คือที่ผ่าน มาเนี่ย พวกเราก็ทำหน้าที่ในสภา ผมคิดว่าเราใช้คำพูดนะครับ ทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ ที่เป็นคำพูดที่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด และผมคิดว่าคำพูดนี้นะครับ มันเป็นคำพูดที่สุดท้ายพี่น้องประชาชนที่ติดตามก็จะต้องเป็นผู้พิจารณาเอาเอง ส่วนถ้าเกิดว่าท่านจุรพันธ์ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะ ถ้าท่านจะไม่เห็นด้วยกับการใช้คำพูดนี้ ท่านมีสิทธิ์ในการที่จะชี้แจง แล้วพวกเราไม่ได้มีปัญหาอะไร ขออนุญาตประท้วงครับ ถ้ามีการเริ่มมั่วซั่วกันไปหมด
ขอให้ถอนคำพูดแทบจะทุกคำพูดเนี่ย ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เดินต่อไม่ได้ฮะ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ด้วยความกรุณานะครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยให้ดี เพื่อให้มันเป็นบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ต่อ ใช้สิทธิ์ประท้วง ท่านประธานฟังท่านผู้ประท้วง ผมจะได้
ผมขออนุญาตใช้สิทธิ์ประท้วงครับ ท่านประธาน ประท้วงใช่มั้ยครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 สมาชิกที่อยู่ในห้องแล้วก็ลุกขึ้นมาพูด 2-3 ท่านก็พูดชัดเจนว่าที่ทำอยู่คือการใส่ร้าย ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 วรรค 2 อ่านให้ดีๆ เค้าห้ามไม่ให้แสดงกิริยา วาจาอันไม่สุภาพ เสียดสีบุคคลใด ห้ามใส่ร้าย มีความชัดเจนอยู่ในข้อบังคับการประชุมอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะลุกขึ้นมาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น แล้วบอกว่าคนอื่นออกมาแก้ตัวได้ มันไม่ใช่เช่นนั้น อ่านข้อบังคับการประชุมให้ขาดครับ ขอให้ท่านประธานบังคับการประชุมให้มันเดินหน้าอย่างราบรื่น ถ้าทุกคนลุกขึ้นมาแล้วมาใส่ร้ายคนอื่น แล้วการประชุมจะเดินหน้าได้ยังไง ท่านยอมรับเองว่าท่านใส่ร้ายพวกผม ผมขอให้ถอนคำพูดในสิ่งที่ได้อภิปรายไปก็แค่นั้นเอง เราก็เดินหน้ากันต่อ ท่านประธาน ยึดข้อบังคับการประชุมให้แม่นครับ ไม่งั้นเราจะเดินต่อไม่ได้
ครับ ผมเข้าใจครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วนะ ครับ เดี๋ยวท่านท่านให้ผมได้ชี้แจงก่อนนะครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าให้ท่านเปลี่ยนคำพูด ถ้าท่านไม่เปลี่ยนคำพูด ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ นะครับ ในข้อ 40 ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ ฉะนั้น ท่านณัฐพงษ์ เมื่อกี้ผมได้อ่า ชี้แจงกับท่านแล้ว ท่านก็อ่า คงจะได้ปรับอ่าในเนื้อหาที่ท่านจะอภิปรายต่อไปนะครับ เพื่อให้มันเป็นการอภิปรายอ่าแถลงนโยบายจริงๆ นะครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเพียงแค่อยากจะชี้ให้เห็นครับว่า ในกลุ่ม 5 Cluster นั้น ไม่ได้มีประชาชนอยู่ในสมการครับ ท่านประธานครับ การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเริ่มต้นต่างๆ ของกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัว การจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ครับ ไร้ซึ่งเจตจำนงหรือวาระที่จะมาผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลนี่ใช่มั้ยครับ คือเหตุผลที่ทำให้เรามีความรู้สึก ลึกๆ ว่าเมื่อฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ทั้ง 23 ข้อจบ ทำไมตัวผมเองยังไม่ได้รู้สึกว่าพวกเรากำลังจะมีอนาคต ร่วมกับอนาคตของประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พยายามฉายภาพให้พวกเราเห็น แต่ใดๆ ครับ ท่านประธานครับ ช่วงต้นท่านนายกรัฐมนตรีได้วางหลักการที่เหมือนท่านเองก็ท่องไว้เป็นคาถาอยู่ 3 ข้อครับ ว่าจะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ข้อที่ 2 คือการยึดมั่นในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อที่ 3 ครับ ก็คือการยึดมั่นในหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคกัน หลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดครับ รวมถึงพรรคประชาชน หากได้เป็นรัฐบาล ก็ต้องยึดถือหลักปฏิบัติอยู่แล้วครับ แต่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินมากกว่าครับ ท่านประธาน ว่าหลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ภายใต้การนำของนายกที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นั้น จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด ผมฟังคำแถลงนโยบายของท่านนายกจบ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ขออนุญาตสะท้อนตามความรู้สึกครับ ผมยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนเหล่านั้น รวมถึงผมยังไม่เห็นพันธกิจหรือเจตจำนงร่วมกันของรัฐบาลชุดนี้เลยครับ ว่าตกลงแล้วอะไรคือวาระของประเทศที่แต่ละพรรคมาตกลงร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาบ้าง ผมลองยกตัวอย่าง 1 ตัวอย่างนะครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง ผมไม่เห็นการให้น้ำหนักหรือไม่เห็นการบรรจุอยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายฉบับนี้เลย ผมอยากจะสอบถามบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปร่วมรัฐบาลกันจัดตั้งฮะ เจตจำนงทางการเมืองของท่าน ความเป็นนักประชาธิปไตยของท่านอยู่ตรงไหน ทำไมมันถึงไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าปัญหาใหญ่สุดของประเทศเราในขณะนี้ อาจไม่ใช่ วิกฤตภายนอกครับ แต่มันคือวิกฤตภายในที่ผมบอกว่ามันคือวิกฤตภายใน เพราะไม่ว่าเราจะเจอวิกฤตภายนอกที่รุมล้อมเข้ามาขนาดไหน แต่ถ้า รัฐบาลอยู่เคียงข้างประชาชน เราก็จะพอมีหลักยึดได้บ้าง ผมยกตัวอย่างครับ วิกฤตด้านเศรษฐกิจอย่างวิกฤตน้ำมัน วิกฤตด้านสังคมอย่างเช่นเรื่องเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ วิกฤตด้านความมั่นคงอย่างเช่นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นในเรื่องของปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน แทบทุกวิกฤตที่ผมเอ่ยมาเมื่อสักครู่นี้ เป็นวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับคนในประเทศเราทั้งสิ้นฮะ แต่สิ่งที่รัฐนี้ปกป้องต้องอยู่มาโดยตลอดเสมอมา ไม่ได้เลือกที่จะปกป้องประชาชนก่อนครับ แต่เลือกที่จะปกป้องคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก่อน ท่านประธานครับ ลองดูตัวอย่างวิกฤตน้ำมัน ที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีดุลอำนาจที่ลงตัว มีความมั่นคงทางการเมือง ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงเพิ่มขึ้นหรือ ไม่ รู้สึกมั่นคงปลอดภัยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ครับที่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่อยู่มีอยู่ จะใช้โรงกลั่นน้ำมันที่พวกเรามีอยู่ในประเทศ กำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสม สะท้อนกับต้นทุนจริง ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนอยู่ในขณะนี้ หรือแม้แต่วิกฤตฝุ่น PM 2.5 5 ครับ ในขณะที่เราสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่า ขณะนี้เป็นรายที่ 2 และจริงๆ สูญเสียมาต่อเนื่องอยู่แล้วทุกปี ทุกปีมีประชาชนนับล้านครับ ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 5 รัฐบาลที่มั่นคงได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงหรือไม่ว่าท่านพร้อมจะใช้ทุกกลไกที่ท่านมีอยู่ในมือเนี่ยแหละครับ เพื่อผ่านกฎหมายอากาศสะอาดให้ผ่านสภาโดยเร็ว ซึ่งสภาชุดแล้วค้างอยู่ในขั้น ส.ว. ไม่ใช่ใช้ไพ่ Joker ที่ท่านมีอยู่ในมือเพื่อกุมอำนาจของรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น ท่านประธานครับ ด้วยอำนาจที่เบ็ดเสร็จที่นายกมีอยู่ในมือ หากรัฐบาลประสงค์จะทำสิ่งใด ผมเชื่อว่าสามารถทำได้จนประสบผลสำเร็จ ครับ มันอยู่ที่ความแน่วแน่ และมันอยู่ที่ความกล้าหาญทางการเมืองของพวกท่าน นี่คือสิ่งที่ตัวผมและประชาชนกำลังมองหา จากตัวท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนครับ สิ่งที่พวกเราต้องการตอนนี้ก็คือรัฐบาลที่จะเข้าไปทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูก ไม่ได้กำลังจะทำสิ่งถูกให้กลายเป็นสิ่งผิดครับ วิกฤตภายในที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือสถานการณ์ที่บรรดากลุ่มคนผู้มีอำนาจในประเทศพยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป สำหรับการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเองก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตโดยรวมไว้ประมาณเท่านี้ครับ ท่านประธาน การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนของผม 2 วันต่อจากนี้จะเป็นเวทีที่พวกเรามาชี้ให้ทุกท่านเห็นว่าสิ่งที่ประเทศกำลังมองหา อาจจะไม่ได้อยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายเล่มนี้ครับ แต่มันคือรัฐบาลที่ไม่ได้เลือกที่จะรักษาระเบียบเดิม แต่เลือกที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชน พอได้แล้วครับกับระบบพวกพ้อง การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วครับกับวิกฤตรอบด้านที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วครับ การเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน ขอบคุณครับ
ครับ เชิญมีอะไรครับ
ท่านประธานวิวัฒ
ท่านท่าน
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตใช้สิทธิ์พาดพิงครับ
ครับ อนุญาตครับ
ครับ ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ผมก็ไม่ได้ไปรบกวนตอนที่ท่านอภิปรายนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเนี่ย ในกระบวนการอภิปรายของท่านเนี่ย ท่านมีการใช้คำซึ่งมีความชัดเจนว่าพูดถึงพรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านใช้คำว่าพรรคอันดับ 2 เข้าร่วมรัฐบาลและละทิ้งจุดยืนเดิมนะครับ ซึ่งคำนี้เนี่ย ผมอยากจะให้ท่านเนี่ยได้ถอนคำพูดนะครับ เพราะว่าท่านเองก็ทราบดีครับ กระบวนการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามกลไกของการเมืองระบอบรัฐสภา ซึ่งเมื่อพรรคอันดับ 1 ได้มีการเชื้อเชิญพรรคอันดับ 3 ก็คือตัวพรรคเพื่อไทยเนี่ย ให้เข้าร่วม ก็มีการเข้าไปหารือถึงเรื่องของนโยบาย ถึงเรื่องของการขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกันนะครับ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ตอบตกลงครับ นี่เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผมเชื่อว่าท่านมีความเข้าใจครับ เพียงแต่ว่ากระบวนการในการอภิปรายเนี่ย เอ่อ คงจะลีลามากนิดนึงนะครับ ก็ใช้คำพูดซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องและทำให้เกิดความเสียหายนะครับ ก็ด้วยความเคารพครับ เพื่อให้การเดินประชุมเดินหน้าได้เนี่ย อยากจะให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนคำพูดในส่วนนี้ออกซะ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ เชิญท่านณัฐพงษ์ ผมคิดว่าตามข้อบังคับเพื่อนสมาชิกก็มีสิทธิ์ในการชี้แจงอยู่แล้วครับ ด้วยความเคารพครับ ก็อยู่ที่ท่านประธานเจ้าวินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยอย่างงี้นะครับ เอ่อ ในเมื่อท่าน ท่าน อ่า พูดว่าละทิ้งจุดยืนเดิม ประชาธิปไตย มันเป็นการกล่าวหา ฉะนั้น การกล่าวหา มันพูด การกล่าวหา ซึ่งไม่มีเหมือนใส่ร้าย ฉะนั้น ผมว่าจึงไม่เหมาะที่จะใช้ไปกล่าวร้ายให้เขานะครับ ท่านเปลี่ยนคำพูดได้มั้ยฮะ ท่านขอเปลี่ยนคำพูดหน่อยนะครับ เพื่อเพื่อมันเรียบร้อยครับ เดี๋ยวท่านณัฐพงษ์ท่านจะใช้สิทธิ์อยู่ ท่านปกรวุฒิเชิญฮะ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมปกรวุฒิครับ สมาชิกสภาครับ ผมผมคิดว่าขอด้วยความเคารพนะครับ ท่านประธาน ถ้าไม่เช่นนั้นเนี่ย การกล่าวหาไม่ว่าคำใดๆก็ตามหลังจากนี้เนี่ย ในสภาแห่งนี้จะต้องถอนกันหมดนะครับ ผมคิดว่าการใช้บรรทัดฐานนี้อาจจะไม่ถูกต้องนักนะครับ ไม่งั้นต่อไปใครกล่าวหาอะไรกันเล็กๆน้อยๆเนี่ย ต้องถอนทุกคำนะครับ
ผมจึงยังไม่ให้ถอนไง ผมถึงบอกว่าให้เปลี่ยนคำที่มัน
มันเหมือนใส่ร้ายเขานะครับนะ
ท่านประธาน
ด้วยความเคารพครับ ผมขออนุญาต
อ้า เชิญ เชิญท่านประธานครับ ขอประทานโทษครับ
อ่า ท่านผู้ประท้วงท่าน ผมกำลังหารือกับท่านปกรวุฒิว่า ถ้าที่จริงมันเป็นคำที่ร้ายแรงอยู่นะครับ ไปถึงแม้เขาจะชี้แจง แต่ว่าประชาชนที่อยู่ทางบ้านเนี่ย เขาไม่รับทราบขบวนการอย่างที่ท่านจุลพันธ์ท่านได้บอกว่ามันเป็นขบวนการ ฉะนั้นผมขอให้ท่านเปลี่ยนคำพูดครับ อ้า ท่านเปลี่ยนคำพูดหน่อย ท่านหัวหน้าพรรคครับ เชิญ
ประธานขออนุญาตครับ
เชิญหลังมครับ ประท้วงครับ
เรียนท่านประธานครับ ผมหลังม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ จำเป็นที่จะต้องหารือกับท่านประธานอย่างนี้ฮะ คือที่ผ่าน มาเนี่ย พวกเราก็ทำหน้าที่ในสภา ผมคิดว่าเราใช้คำพูดนะครับ ทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ ที่เป็นคำพูดที่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด และผมคิดว่าคำพูดนี้นะครับ มันเป็นคำพูดที่สุดท้ายพี่น้องประชาชนที่ติดตามก็จะต้องเป็นผู้พิจารณาเอาเอง ส่วนถ้าเกิดว่าท่านจุรพันธ์ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะ ถ้าท่านจะไม่เห็นด้วยกับการใช้คำพูดนี้ ท่านมีสิทธิ์ในการที่จะชี้แจง แล้วพวกเราไม่ได้มีปัญหาอะไร ขออนุญาตประท้วงครับ ถ้ามีการเริ่มมั่วซั่วกันไปหมด
ขอให้ถอนคำพูดแทบจะทุกคำพูดเนี่ย ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เดินต่อไม่ได้ฮะ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ด้วยความกรุณานะครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยให้ดี เพื่อให้มันเป็นบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ต่อ ใช้สิทธิ์ประท้วง ท่านประธานฟังท่านผู้ประท้วง ผมจะได้
ผมขออนุญาตใช้สิทธิ์ประท้วงครับ ท่านประธาน ประท้วงใช่มั้ยครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 สมาชิกที่อยู่ในห้องแล้วก็ลุกขึ้นมาพูด 2-3 ท่านก็พูดชัดเจนว่าที่ทำอยู่คือการใส่ร้าย ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 วรรค 2 อ่านให้ดีๆ เค้าห้ามไม่ให้แสดงกิริยา วาจาอันไม่สุภาพ เสียดสีบุคคลใด ห้ามใส่ร้าย มีความชัดเจนอยู่ในข้อบังคับการประชุมอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะลุกขึ้นมาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น แล้วบอกว่าคนอื่นออกมาแก้ตัวได้ มันไม่ใช่เช่นนั้น อ่านข้อบังคับการประชุมให้ขาดครับ ขอให้ท่านประธานบังคับการประชุมให้มันเดินหน้าอย่างราบรื่น ถ้าทุกคนลุกขึ้นมาแล้วมาใส่ร้ายคนอื่น แล้วการประชุมจะเดินหน้าได้ยังไง ท่านยอมรับเองว่าท่านใส่ร้ายพวกผม ผมขอให้ถอนคำพูดในสิ่งที่ได้อภิปรายไปก็แค่นั้นเอง เราก็เดินหน้ากันต่อ ท่านประธาน ยึดข้อบังคับการประชุมให้แม่นครับ ไม่งั้นเราจะเดินต่อไม่ได้
ครับ ผมเข้าใจครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วนะ ครับ เดี๋ยวท่านท่านให้ผมได้ชี้แจงก่อนนะครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าให้ท่านเปลี่ยนคำพูด ถ้าท่านไม่เปลี่ยนคำพูด ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ นะครับ ในข้อ 40 ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ ฉะนั้น ท่านณัฐพงษ์ เมื่อกี้ผมได้อ่า ชี้แจงกับท่านแล้ว ท่านก็อ่า คงจะได้ปรับอ่าในเนื้อหาที่ท่านจะอภิปรายต่อไปนะครับ เพื่อให้มันเป็นการอภิปรายอ่าแถลงนโยบายจริงๆ นะครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเพียงแค่อยากจะชี้ให้เห็นครับว่า ในกลุ่ม 5 Cluster นั้น ไม่ได้มีประชาชนอยู่ในสมการครับ ท่านประธานครับ การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเริ่มต้นต่างๆ ของกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัว การจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ครับ ไร้ซึ่งเจตจำนงหรือวาระที่จะมาผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลนี่ใช่มั้ยครับ คือเหตุผลที่ทำให้เรามีความรู้สึก ลึกๆ ว่าเมื่อฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ทั้ง 23 ข้อจบ ทำไมตัวผมเองยังไม่ได้รู้สึกว่าพวกเรากำลังจะมีอนาคต ร่วมกับอนาคตของประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พยายามฉายภาพให้พวกเราเห็น แต่ใดๆ ครับ ท่านประธานครับ ช่วงต้นท่านนายกรัฐมนตรีได้วางหลักการที่เหมือนท่านเองก็ท่องไว้เป็นคาถาอยู่ 3 ข้อครับ ว่าจะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ข้อที่ 2 คือการยึดมั่นในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อที่ 3 ครับ ก็คือการยึดมั่นในหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคกัน หลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดครับ รวมถึงพรรคประชาชน หากได้เป็นรัฐบาล ก็ต้องยึดถือหลักปฏิบัติอยู่แล้วครับ แต่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินมากกว่าครับ ท่านประธาน ว่าหลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ภายใต้การนำของนายกที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นั้น จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด ผมฟังคำแถลงนโยบายของท่านนายกจบ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ขออนุญาตสะท้อนตามความรู้สึกครับ ผมยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนเหล่านั้น รวมถึงผมยังไม่เห็นพันธกิจหรือเจตจำนงร่วมกันของรัฐบาลชุดนี้เลยครับ ว่าตกลงแล้วอะไรคือวาระของประเทศที่แต่ละพรรคมาตกลงร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาบ้าง ผมลองยกตัวอย่าง 1 ตัวอย่างนะครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง ผมไม่เห็นการให้น้ำหนักหรือไม่เห็นการบรรจุอยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายฉบับนี้เลย ผมอยากจะสอบถามบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปร่วมรัฐบาลกันจัดตั้งฮะ เจตจำนงทางการเมืองของท่าน ความเป็นนักประชาธิปไตยของท่านอยู่ตรงไหน ทำไมมันถึงไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าปัญหาใหญ่สุดของประเทศเราในขณะนี้ อาจไม่ใช่ วิกฤตภายนอกครับ แต่มันคือวิกฤตภายในที่ผมบอกว่ามันคือวิกฤตภายใน เพราะไม่ว่าเราจะเจอวิกฤตภายนอกที่รุมล้อมเข้ามาขนาดไหน แต่ถ้า รัฐบาลอยู่เคียงข้างประชาชน เราก็จะพอมีหลักยึดได้บ้าง ผมยกตัวอย่างครับ วิกฤตด้านเศรษฐกิจอย่างวิกฤตน้ำมัน วิกฤตด้านสังคมอย่างเช่นเรื่องเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ วิกฤตด้านความมั่นคงอย่างเช่นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นในเรื่องของปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน แทบทุกวิกฤตที่ผมเอ่ยมาเมื่อสักครู่นี้ เป็นวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับคนในประเทศเราทั้งสิ้นฮะ แต่สิ่งที่รัฐนี้ปกป้องต้องอยู่มาโดยตลอดเสมอมา ไม่ได้เลือกที่จะปกป้องประชาชนก่อนครับ แต่เลือกที่จะปกป้องคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก่อน ท่านประธานครับ ลองดูตัวอย่างวิกฤตน้ำมัน ที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีดุลอำนาจที่ลงตัว มีความมั่นคงทางการเมือง ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงเพิ่มขึ้นหรือ ไม่ รู้สึกมั่นคงปลอดภัยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ครับที่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่อยู่มีอยู่ จะใช้โรงกลั่นน้ำมันที่พวกเรามีอยู่ในประเทศ กำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสม สะท้อนกับต้นทุนจริง ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนอยู่ในขณะนี้ หรือแม้แต่วิกฤตฝุ่น PM 2.5 5 ครับ ในขณะที่เราสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่า ขณะนี้เป็นรายที่ 2 และจริงๆ สูญเสียมาต่อเนื่องอยู่แล้วทุกปี ทุกปีมีประชาชนนับล้านครับ ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 5 รัฐบาลที่มั่นคงได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงหรือไม่ว่าท่านพร้อมจะใช้ทุกกลไกที่ท่านมีอยู่ในมือเนี่ยแหละครับ เพื่อผ่านกฎหมายอากาศสะอาดให้ผ่านสภาโดยเร็ว ซึ่งสภาชุดแล้วค้างอยู่ในขั้น ส.ว. ไม่ใช่ใช้ไพ่ Joker ที่ท่านมีอยู่ในมือเพื่อกุมอำนาจของรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น ท่านประธานครับ ด้วยอำนาจที่เบ็ดเสร็จที่นายกมีอยู่ในมือ หากรัฐบาลประสงค์จะทำสิ่งใด ผมเชื่อว่าสามารถทำได้จนประสบผลสำเร็จ ครับ มันอยู่ที่ความแน่วแน่ และมันอยู่ที่ความกล้าหาญทางการเมืองของพวกท่าน นี่คือสิ่งที่ตัวผมและประชาชนกำลังมองหา จากตัวท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนครับ สิ่งที่พวกเราต้องการตอนนี้ก็คือรัฐบาลที่จะเข้าไปทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูก ไม่ได้กำลังจะทำสิ่งถูกให้กลายเป็นสิ่งผิดครับ วิกฤตภายในที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือสถานการณ์ที่บรรดากลุ่มคนผู้มีอำนาจในประเทศพยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป สำหรับการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเองก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตโดยรวมไว้ประมาณเท่านี้ครับ ท่านประธาน การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนของผม 2 วันต่อจากนี้จะเป็นเวทีที่พวกเรามาชี้ให้ทุกท่านเห็นว่าสิ่งที่ประเทศกำลังมองหา อาจจะไม่ได้อยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายเล่มนี้ครับ แต่มันคือรัฐบาลที่ไม่ได้เลือกที่จะรักษาระเบียบเดิม แต่เลือกที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชน พอได้แล้วครับกับระบบพวกพ้อง การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วครับกับวิกฤตรอบด้านที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วครับ การเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน ขอบคุณครับ
ครับ เชิญมีอะไรครับ
ท่านประธานวิวัฒ
ท่านท่าน
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตใช้สิทธิ์พาดพิงครับ
ครับ อนุญาตครับ
ครับ ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ผมก็ไม่ได้ไปรบกวนตอนที่ท่านอภิปรายนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเนี่ย ในกระบวนการอภิปรายของท่านเนี่ย ท่านมีการใช้คำซึ่งมีความชัดเจนว่าพูดถึงพรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านใช้คำว่าพรรคอันดับ 2 เข้าร่วมรัฐบาลและละทิ้งจุดยืนเดิมนะครับ ซึ่งคำนี้เนี่ย ผมอยากจะให้ท่านเนี่ยได้ถอนคำพูดนะครับ เพราะว่าท่านเองก็ทราบดีครับ กระบวนการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามกลไกของการเมืองระบอบรัฐสภา ซึ่งเมื่อพรรคอันดับ 1 ได้มีการเชื้อเชิญพรรคอันดับ 3 ก็คือตัวพรรคเพื่อไทยเนี่ย ให้เข้าร่วม ก็มีการเข้าไปหารือถึงเรื่องของนโยบาย ถึงเรื่องของการขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกันนะครับ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ตอบตกลงครับ นี่เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผมเชื่อว่าท่านมีความเข้าใจครับ เพียงแต่ว่ากระบวนการในการอภิปรายเนี่ย เอ่อ คงจะลีลามากนิดนึงนะครับ ก็ใช้คำพูดซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องและทำให้เกิดความเสียหายนะครับ ก็ด้วยความเคารพครับ เพื่อให้การเดินประชุมเดินหน้าได้เนี่ย อยากจะให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนคำพูดในส่วนนี้ออกซะ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ เชิญท่านณัฐพงษ์ ผมคิดว่าตามข้อบังคับเพื่อนสมาชิกก็มีสิทธิ์ในการชี้แจงอยู่แล้วครับ ด้วยความเคารพครับ ก็อยู่ที่ท่านประธานเจ้าวินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยอย่างงี้นะครับ เอ่อ ในเมื่อท่าน ท่าน อ่า พูดว่าละทิ้งจุดยืนเดิม ประชาธิปไตย มันเป็นการกล่าวหา ฉะนั้น การกล่าวหา มันพูด การกล่าวหา ซึ่งไม่มีเหมือนใส่ร้าย ฉะนั้น ผมว่าจึงไม่เหมาะที่จะใช้ไปกล่าวร้ายให้เขานะครับ ท่านเปลี่ยนคำพูดได้มั้ยฮะ ท่านขอเปลี่ยนคำพูดหน่อยนะครับ เพื่อเพื่อมันเรียบร้อยครับ เดี๋ยวท่านณัฐพงษ์ท่านจะใช้สิทธิ์อยู่ ท่านปกรวุฒิเชิญฮะ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมปกรวุฒิครับ สมาชิกสภาครับ ผมผมคิดว่าขอด้วยความเคารพนะครับ ท่านประธาน ถ้าไม่เช่นนั้นเนี่ย การกล่าวหาไม่ว่าคำใดๆก็ตามหลังจากนี้เนี่ย ในสภาแห่งนี้จะต้องถอนกันหมดนะครับ ผมคิดว่าการใช้บรรทัดฐานนี้อาจจะไม่ถูกต้องนักนะครับ ไม่งั้นต่อไปใครกล่าวหาอะไรกันเล็กๆน้อยๆเนี่ย ต้องถอนทุกคำนะครับ
ผมจึงยังไม่ให้ถอนไง ผมถึงบอกว่าให้เปลี่ยนคำที่มัน
มันเหมือนใส่ร้ายเขานะครับนะ
ท่านประธาน
ด้วยความเคารพครับ ผมขออนุญาต
อ้า เชิญ เชิญท่านประธานครับ ขอประทานโทษครับ
อ่า ท่านผู้ประท้วงท่าน ผมกำลังหารือกับท่านปกรวุฒิว่า ถ้าที่จริงมันเป็นคำที่ร้ายแรงอยู่นะครับ ไปถึงแม้เขาจะชี้แจง แต่ว่าประชาชนที่อยู่ทางบ้านเนี่ย เขาไม่รับทราบขบวนการอย่างที่ท่านจุลพันธ์ท่านได้บอกว่ามันเป็นขบวนการ ฉะนั้นผมขอให้ท่านเปลี่ยนคำพูดครับ อ้า ท่านเปลี่ยนคำพูดหน่อย ท่านหัวหน้าพรรคครับ เชิญ
ประธานขออนุญาตครับ
เชิญหลังมครับ ประท้วงครับ
เรียนท่านประธานครับ ผมหลังม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ จำเป็นที่จะต้องหารือกับท่านประธานอย่างนี้ฮะ คือที่ผ่าน มาเนี่ย พวกเราก็ทำหน้าที่ในสภา ผมคิดว่าเราใช้คำพูดนะครับ ทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ ที่เป็นคำพูดที่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด และผมคิดว่าคำพูดนี้นะครับ มันเป็นคำพูดที่สุดท้ายพี่น้องประชาชนที่ติดตามก็จะต้องเป็นผู้พิจารณาเอาเอง ส่วนถ้าเกิดว่าท่านจุรพันธ์ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะ ถ้าท่านจะไม่เห็นด้วยกับการใช้คำพูดนี้ ท่านมีสิทธิ์ในการที่จะชี้แจง แล้วพวกเราไม่ได้มีปัญหาอะไร ขออนุญาตประท้วงครับ ถ้ามีการเริ่มมั่วซั่วกันไปหมด
ขอให้ถอนคำพูดแทบจะทุกคำพูดเนี่ย ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เดินต่อไม่ได้ฮะ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ด้วยความกรุณานะครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยให้ดี เพื่อให้มันเป็นบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ต่อ ใช้สิทธิ์ประท้วง ท่านประธานฟังท่านผู้ประท้วง ผมจะได้
ผมขออนุญาตใช้สิทธิ์ประท้วงครับ ท่านประธาน ประท้วงใช่มั้ยครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 สมาชิกที่อยู่ในห้องแล้วก็ลุกขึ้นมาพูด 2-3 ท่านก็พูดชัดเจนว่าที่ทำอยู่คือการใส่ร้าย ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 วรรค 2 อ่านให้ดีๆ เค้าห้ามไม่ให้แสดงกิริยา วาจาอันไม่สุภาพ เสียดสีบุคคลใด ห้ามใส่ร้าย มีความชัดเจนอยู่ในข้อบังคับการประชุมอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะลุกขึ้นมาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น แล้วบอกว่าคนอื่นออกมาแก้ตัวได้ มันไม่ใช่เช่นนั้น อ่านข้อบังคับการประชุมให้ขาดครับ ขอให้ท่านประธานบังคับการประชุมให้มันเดินหน้าอย่างราบรื่น ถ้าทุกคนลุกขึ้นมาแล้วมาใส่ร้ายคนอื่น แล้วการประชุมจะเดินหน้าได้ยังไง ท่านยอมรับเองว่าท่านใส่ร้ายพวกผม ผมขอให้ถอนคำพูดในสิ่งที่ได้อภิปรายไปก็แค่นั้นเอง เราก็เดินหน้ากันต่อ ท่านประธาน ยึดข้อบังคับการประชุมให้แม่นครับ ไม่งั้นเราจะเดินต่อไม่ได้
ครับ ผมเข้าใจครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วนะ ครับ เดี๋ยวท่านท่านให้ผมได้ชี้แจงก่อนนะครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าให้ท่านเปลี่ยนคำพูด ถ้าท่านไม่เปลี่ยนคำพูด ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ นะครับ ในข้อ 40 ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ ฉะนั้น ท่านณัฐพงษ์ เมื่อกี้ผมได้อ่า ชี้แจงกับท่านแล้ว ท่านก็อ่า คงจะได้ปรับอ่าในเนื้อหาที่ท่านจะอภิปรายต่อไปนะครับ เพื่อให้มันเป็นการอภิปรายอ่าแถลงนโยบายจริงๆ นะครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเพียงแค่อยากจะชี้ให้เห็นครับว่า ในกลุ่ม 5 Cluster นั้น ไม่ได้มีประชาชนอยู่ในสมการครับ ท่านประธานครับ การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเริ่มต้นต่างๆ ของกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัว การจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ครับ ไร้ซึ่งเจตจำนงหรือวาระที่จะมาผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลนี่ใช่มั้ยครับ คือเหตุผลที่ทำให้เรามีความรู้สึก ลึกๆ ว่าเมื่อฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ทั้ง 23 ข้อจบ ทำไมตัวผมเองยังไม่ได้รู้สึกว่าพวกเรากำลังจะมีอนาคต ร่วมกับอนาคตของประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พยายามฉายภาพให้พวกเราเห็น แต่ใดๆ ครับ ท่านประธานครับ ช่วงต้นท่านนายกรัฐมนตรีได้วางหลักการที่เหมือนท่านเองก็ท่องไว้เป็นคาถาอยู่ 3 ข้อครับ ว่าจะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ข้อที่ 2 คือการยึดมั่นในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อที่ 3 ครับ ก็คือการยึดมั่นในหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคกัน หลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดครับ รวมถึงพรรคประชาชน หากได้เป็นรัฐบาล ก็ต้องยึดถือหลักปฏิบัติอยู่แล้วครับ แต่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินมากกว่าครับ ท่านประธาน ว่าหลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ภายใต้การนำของนายกที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นั้น จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด ผมฟังคำแถลงนโยบายของท่านนายกจบ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ขออนุญาตสะท้อนตามความรู้สึกครับ ผมยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนเหล่านั้น รวมถึงผมยังไม่เห็นพันธกิจหรือเจตจำนงร่วมกันของรัฐบาลชุดนี้เลยครับ ว่าตกลงแล้วอะไรคือวาระของประเทศที่แต่ละพรรคมาตกลงร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาบ้าง ผมลองยกตัวอย่าง 1 ตัวอย่างนะครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง ผมไม่เห็นการให้น้ำหนักหรือไม่เห็นการบรรจุอยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายฉบับนี้เลย ผมอยากจะสอบถามบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปร่วมรัฐบาลกันจัดตั้งฮะ เจตจำนงทางการเมืองของท่าน ความเป็นนักประชาธิปไตยของท่านอยู่ตรงไหน ทำไมมันถึงไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าปัญหาใหญ่สุดของประเทศเราในขณะนี้ อาจไม่ใช่ วิกฤตภายนอกครับ แต่มันคือวิกฤตภายในที่ผมบอกว่ามันคือวิกฤตภายใน เพราะไม่ว่าเราจะเจอวิกฤตภายนอกที่รุมล้อมเข้ามาขนาดไหน แต่ถ้า รัฐบาลอยู่เคียงข้างประชาชน เราก็จะพอมีหลักยึดได้บ้าง ผมยกตัวอย่างครับ วิกฤตด้านเศรษฐกิจอย่างวิกฤตน้ำมัน วิกฤตด้านสังคมอย่างเช่นเรื่องเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ วิกฤตด้านความมั่นคงอย่างเช่นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นในเรื่องของปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน แทบทุกวิกฤตที่ผมเอ่ยมาเมื่อสักครู่นี้ เป็นวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับคนในประเทศเราทั้งสิ้นฮะ แต่สิ่งที่รัฐนี้ปกป้องต้องอยู่มาโดยตลอดเสมอมา ไม่ได้เลือกที่จะปกป้องประชาชนก่อนครับ แต่เลือกที่จะปกป้องคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก่อน ท่านประธานครับ ลองดูตัวอย่างวิกฤตน้ำมัน ที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีดุลอำนาจที่ลงตัว มีความมั่นคงทางการเมือง ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงเพิ่มขึ้นหรือ ไม่ รู้สึกมั่นคงปลอดภัยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ครับที่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่อยู่มีอยู่ จะใช้โรงกลั่นน้ำมันที่พวกเรามีอยู่ในประเทศ กำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสม สะท้อนกับต้นทุนจริง ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนอยู่ในขณะนี้ หรือแม้แต่วิกฤตฝุ่น PM 2.5 5 ครับ ในขณะที่เราสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่า ขณะนี้เป็นรายที่ 2 และจริงๆ สูญเสียมาต่อเนื่องอยู่แล้วทุกปี ทุกปีมีประชาชนนับล้านครับ ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 5 รัฐบาลที่มั่นคงได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงหรือไม่ว่าท่านพร้อมจะใช้ทุกกลไกที่ท่านมีอยู่ในมือเนี่ยแหละครับ เพื่อผ่านกฎหมายอากาศสะอาดให้ผ่านสภาโดยเร็ว ซึ่งสภาชุดแล้วค้างอยู่ในขั้น ส.ว. ไม่ใช่ใช้ไพ่ Joker ที่ท่านมีอยู่ในมือเพื่อกุมอำนาจของรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น ท่านประธานครับ ด้วยอำนาจที่เบ็ดเสร็จที่นายกมีอยู่ในมือ หากรัฐบาลประสงค์จะทำสิ่งใด ผมเชื่อว่าสามารถทำได้จนประสบผลสำเร็จ ครับ มันอยู่ที่ความแน่วแน่ และมันอยู่ที่ความกล้าหาญทางการเมืองของพวกท่าน นี่คือสิ่งที่ตัวผมและประชาชนกำลังมองหา จากตัวท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนครับ สิ่งที่พวกเราต้องการตอนนี้ก็คือรัฐบาลที่จะเข้าไปทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูก ไม่ได้กำลังจะทำสิ่งถูกให้กลายเป็นสิ่งผิดครับ วิกฤตภายในที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือสถานการณ์ที่บรรดากลุ่มคนผู้มีอำนาจในประเทศพยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป สำหรับการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเองก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตโดยรวมไว้ประมาณเท่านี้ครับ ท่านประธาน การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนของผม 2 วันต่อจากนี้จะเป็นเวทีที่พวกเรามาชี้ให้ทุกท่านเห็นว่าสิ่งที่ประเทศกำลังมองหา อาจจะไม่ได้อยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายเล่มนี้ครับ แต่มันคือรัฐบาลที่ไม่ได้เลือกที่จะรักษาระเบียบเดิม แต่เลือกที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชน พอได้แล้วครับกับระบบพวกพ้อง การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วครับกับวิกฤตรอบด้านที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วครับ การเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน ขอบคุณครับ
ครับ เชิญมีอะไรครับ
ท่านประธานวิวัฒ
ท่านท่าน
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตใช้สิทธิ์พาดพิงครับ
ครับ อนุญาตครับ
ครับ ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ผมก็ไม่ได้ไปรบกวนตอนที่ท่านอภิปรายนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเนี่ย ในกระบวนการอภิปรายของท่านเนี่ย ท่านมีการใช้คำซึ่งมีความชัดเจนว่าพูดถึงพรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านใช้คำว่าพรรคอันดับ 2 เข้าร่วมรัฐบาลและละทิ้งจุดยืนเดิมนะครับ ซึ่งคำนี้เนี่ย ผมอยากจะให้ท่านเนี่ยได้ถอนคำพูดนะครับ เพราะว่าท่านเองก็ทราบดีครับ กระบวนการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามกลไกของการเมืองระบอบรัฐสภา ซึ่งเมื่อพรรคอันดับ 1 ได้มีการเชื้อเชิญพรรคอันดับ 3 ก็คือตัวพรรคเพื่อไทยเนี่ย ให้เข้าร่วม ก็มีการเข้าไปหารือถึงเรื่องของนโยบาย ถึงเรื่องของการขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกันนะครับ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ตอบตกลงครับ นี่เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผมเชื่อว่าท่านมีความเข้าใจครับ เพียงแต่ว่ากระบวนการในการอภิปรายเนี่ย เอ่อ คงจะลีลามากนิดนึงนะครับ ก็ใช้คำพูดซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องและทำให้เกิดความเสียหายนะครับ ก็ด้วยความเคารพครับ เพื่อให้การเดินประชุมเดินหน้าได้เนี่ย อยากจะให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนคำพูดในส่วนนี้ออกซะ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ เชิญท่านณัฐพงษ์ ผมคิดว่าตามข้อบังคับเพื่อนสมาชิกก็มีสิทธิ์ในการชี้แจงอยู่แล้วครับ ด้วยความเคารพครับ ก็อยู่ที่ท่านประธานเจ้าวินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยอย่างงี้นะครับ เอ่อ ในเมื่อท่าน ท่าน อ่า พูดว่าละทิ้งจุดยืนเดิม ประชาธิปไตย มันเป็นการกล่าวหา ฉะนั้น การกล่าวหา มันพูด การกล่าวหา ซึ่งไม่มีเหมือนใส่ร้าย ฉะนั้น ผมว่าจึงไม่เหมาะที่จะใช้ไปกล่าวร้ายให้เขานะครับ ท่านเปลี่ยนคำพูดได้มั้ยฮะ ท่านขอเปลี่ยนคำพูดหน่อยนะครับ เพื่อเพื่อมันเรียบร้อยครับ เดี๋ยวท่านณัฐพงษ์ท่านจะใช้สิทธิ์อยู่ ท่านปกรวุฒิเชิญฮะ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมปกรวุฒิครับ สมาชิกสภาครับ ผมผมคิดว่าขอด้วยความเคารพนะครับ ท่านประธาน ถ้าไม่เช่นนั้นเนี่ย การกล่าวหาไม่ว่าคำใดๆก็ตามหลังจากนี้เนี่ย ในสภาแห่งนี้จะต้องถอนกันหมดนะครับ ผมคิดว่าการใช้บรรทัดฐานนี้อาจจะไม่ถูกต้องนักนะครับ ไม่งั้นต่อไปใครกล่าวหาอะไรกันเล็กๆน้อยๆเนี่ย ต้องถอนทุกคำนะครับ
ผมจึงยังไม่ให้ถอนไง ผมถึงบอกว่าให้เปลี่ยนคำที่มัน
มันเหมือนใส่ร้ายเขานะครับนะ
ท่านประธาน
ด้วยความเคารพครับ ผมขออนุญาต
อ้า เชิญ เชิญท่านประธานครับ ขอประทานโทษครับ
อ่า ท่านผู้ประท้วงท่าน ผมกำลังหารือกับท่านปกรวุฒิว่า ถ้าที่จริงมันเป็นคำที่ร้ายแรงอยู่นะครับ ไปถึงแม้เขาจะชี้แจง แต่ว่าประชาชนที่อยู่ทางบ้านเนี่ย เขาไม่รับทราบขบวนการอย่างที่ท่านจุลพันธ์ท่านได้บอกว่ามันเป็นขบวนการ ฉะนั้นผมขอให้ท่านเปลี่ยนคำพูดครับ อ้า ท่านเปลี่ยนคำพูดหน่อย ท่านหัวหน้าพรรคครับ เชิญ
ประธานขออนุญาตครับ
เชิญหลังมครับ ประท้วงครับ
เรียนท่านประธานครับ ผมหลังม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ จำเป็นที่จะต้องหารือกับท่านประธานอย่างนี้ฮะ คือที่ผ่าน มาเนี่ย พวกเราก็ทำหน้าที่ในสภา ผมคิดว่าเราใช้คำพูดนะครับ ทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ ที่เป็นคำพูดที่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด และผมคิดว่าคำพูดนี้นะครับ มันเป็นคำพูดที่สุดท้ายพี่น้องประชาชนที่ติดตามก็จะต้องเป็นผู้พิจารณาเอาเอง ส่วนถ้าเกิดว่าท่านจุรพันธ์ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะ ถ้าท่านจะไม่เห็นด้วยกับการใช้คำพูดนี้ ท่านมีสิทธิ์ในการที่จะชี้แจง แล้วพวกเราไม่ได้มีปัญหาอะไร ขออนุญาตประท้วงครับ ถ้ามีการเริ่มมั่วซั่วกันไปหมด
ขอให้ถอนคำพูดแทบจะทุกคำพูดเนี่ย ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เดินต่อไม่ได้ฮะ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ด้วยความกรุณานะครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยให้ดี เพื่อให้มันเป็นบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ต่อ ใช้สิทธิ์ประท้วง ท่านประธานฟังท่านผู้ประท้วง ผมจะได้
ผมขออนุญาตใช้สิทธิ์ประท้วงครับ ท่านประธาน ประท้วงใช่มั้ยครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 สมาชิกที่อยู่ในห้องแล้วก็ลุกขึ้นมาพูด 2-3 ท่านก็พูดชัดเจนว่าที่ทำอยู่คือการใส่ร้าย ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 วรรค 2 อ่านให้ดีๆ เค้าห้ามไม่ให้แสดงกิริยา วาจาอันไม่สุภาพ เสียดสีบุคคลใด ห้ามใส่ร้าย มีความชัดเจนอยู่ในข้อบังคับการประชุมอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะลุกขึ้นมาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น แล้วบอกว่าคนอื่นออกมาแก้ตัวได้ มันไม่ใช่เช่นนั้น อ่านข้อบังคับการประชุมให้ขาดครับ ขอให้ท่านประธานบังคับการประชุมให้มันเดินหน้าอย่างราบรื่น ถ้าทุกคนลุกขึ้นมาแล้วมาใส่ร้ายคนอื่น แล้วการประชุมจะเดินหน้าได้ยังไง ท่านยอมรับเองว่าท่านใส่ร้ายพวกผม ผมขอให้ถอนคำพูดในสิ่งที่ได้อภิปรายไปก็แค่นั้นเอง เราก็เดินหน้ากันต่อ ท่านประธาน ยึดข้อบังคับการประชุมให้แม่นครับ ไม่งั้นเราจะเดินต่อไม่ได้
ครับ ผมเข้าใจครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วนะ ครับ เดี๋ยวท่านท่านให้ผมได้ชี้แจงก่อนนะครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าให้ท่านเปลี่ยนคำพูด ถ้าท่านไม่เปลี่ยนคำพูด ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ นะครับ ในข้อ 40 ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ ฉะนั้น ท่านณัฐพงษ์ เมื่อกี้ผมได้อ่า ชี้แจงกับท่านแล้ว ท่านก็อ่า คงจะได้ปรับอ่าในเนื้อหาที่ท่านจะอภิปรายต่อไปนะครับ เพื่อให้มันเป็นการอภิปรายอ่าแถลงนโยบายจริงๆ นะครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเพียงแค่อยากจะชี้ให้เห็นครับว่า ในกลุ่ม 5 Cluster นั้น ไม่ได้มีประชาชนอยู่ในสมการครับ ท่านประธานครับ การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเริ่มต้นต่างๆ ของกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัว การจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ครับ ไร้ซึ่งเจตจำนงหรือวาระที่จะมาผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลนี่ใช่มั้ยครับ คือเหตุผลที่ทำให้เรามีความรู้สึก ลึกๆ ว่าเมื่อฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ทั้ง 23 ข้อจบ ทำไมตัวผมเองยังไม่ได้รู้สึกว่าพวกเรากำลังจะมีอนาคต ร่วมกับอนาคตของประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พยายามฉายภาพให้พวกเราเห็น แต่ใดๆ ครับ ท่านประธานครับ ช่วงต้นท่านนายกรัฐมนตรีได้วางหลักการที่เหมือนท่านเองก็ท่องไว้เป็นคาถาอยู่ 3 ข้อครับ ว่าจะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ข้อที่ 2 คือการยึดมั่นในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อที่ 3 ครับ ก็คือการยึดมั่นในหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคกัน หลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดครับ รวมถึงพรรคประชาชน หากได้เป็นรัฐบาล ก็ต้องยึดถือหลักปฏิบัติอยู่แล้วครับ แต่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินมากกว่าครับ ท่านประธาน ว่าหลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ภายใต้การนำของนายกที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นั้น จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด ผมฟังคำแถลงนโยบายของท่านนายกจบ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ขออนุญาตสะท้อนตามความรู้สึกครับ ผมยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนเหล่านั้น รวมถึงผมยังไม่เห็นพันธกิจหรือเจตจำนงร่วมกันของรัฐบาลชุดนี้เลยครับ ว่าตกลงแล้วอะไรคือวาระของประเทศที่แต่ละพรรคมาตกลงร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาบ้าง ผมลองยกตัวอย่าง 1 ตัวอย่างนะครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง ผมไม่เห็นการให้น้ำหนักหรือไม่เห็นการบรรจุอยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายฉบับนี้เลย ผมอยากจะสอบถามบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปร่วมรัฐบาลกันจัดตั้งฮะ เจตจำนงทางการเมืองของท่าน ความเป็นนักประชาธิปไตยของท่านอยู่ตรงไหน ทำไมมันถึงไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าปัญหาใหญ่สุดของประเทศเราในขณะนี้ อาจไม่ใช่ วิกฤตภายนอกครับ แต่มันคือวิกฤตภายในที่ผมบอกว่ามันคือวิกฤตภายใน เพราะไม่ว่าเราจะเจอวิกฤตภายนอกที่รุมล้อมเข้ามาขนาดไหน แต่ถ้า รัฐบาลอยู่เคียงข้างประชาชน เราก็จะพอมีหลักยึดได้บ้าง ผมยกตัวอย่างครับ วิกฤตด้านเศรษฐกิจอย่างวิกฤตน้ำมัน วิกฤตด้านสังคมอย่างเช่นเรื่องเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ วิกฤตด้านความมั่นคงอย่างเช่นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นในเรื่องของปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน แทบทุกวิกฤตที่ผมเอ่ยมาเมื่อสักครู่นี้ เป็นวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับคนในประเทศเราทั้งสิ้นฮะ แต่สิ่งที่รัฐนี้ปกป้องต้องอยู่มาโดยตลอดเสมอมา ไม่ได้เลือกที่จะปกป้องประชาชนก่อนครับ แต่เลือกที่จะปกป้องคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก่อน ท่านประธานครับ ลองดูตัวอย่างวิกฤตน้ำมัน ที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีดุลอำนาจที่ลงตัว มีความมั่นคงทางการเมือง ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงเพิ่มขึ้นหรือ ไม่ รู้สึกมั่นคงปลอดภัยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ครับที่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่อยู่มีอยู่ จะใช้โรงกลั่นน้ำมันที่พวกเรามีอยู่ในประเทศ กำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสม สะท้อนกับต้นทุนจริง ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนอยู่ในขณะนี้ หรือแม้แต่วิกฤตฝุ่น PM 2.5 5 ครับ ในขณะที่เราสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่า ขณะนี้เป็นรายที่ 2 และจริงๆ สูญเสียมาต่อเนื่องอยู่แล้วทุกปี ทุกปีมีประชาชนนับล้านครับ ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 5 รัฐบาลที่มั่นคงได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงหรือไม่ว่าท่านพร้อมจะใช้ทุกกลไกที่ท่านมีอยู่ในมือเนี่ยแหละครับ เพื่อผ่านกฎหมายอากาศสะอาดให้ผ่านสภาโดยเร็ว ซึ่งสภาชุดแล้วค้างอยู่ในขั้น ส.ว. ไม่ใช่ใช้ไพ่ Joker ที่ท่านมีอยู่ในมือเพื่อกุมอำนาจของรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น ท่านประธานครับ ด้วยอำนาจที่เบ็ดเสร็จที่นายกมีอยู่ในมือ หากรัฐบาลประสงค์จะทำสิ่งใด ผมเชื่อว่าสามารถทำได้จนประสบผลสำเร็จ ครับ มันอยู่ที่ความแน่วแน่ และมันอยู่ที่ความกล้าหาญทางการเมืองของพวกท่าน นี่คือสิ่งที่ตัวผมและประชาชนกำลังมองหา จากตัวท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนครับ สิ่งที่พวกเราต้องการตอนนี้ก็คือรัฐบาลที่จะเข้าไปทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูก ไม่ได้กำลังจะทำสิ่งถูกให้กลายเป็นสิ่งผิดครับ วิกฤตภายในที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือสถานการณ์ที่บรรดากลุ่มคนผู้มีอำนาจในประเทศพยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป สำหรับการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเองก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตโดยรวมไว้ประมาณเท่านี้ครับ ท่านประธาน การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนของผม 2 วันต่อจากนี้จะเป็นเวทีที่พวกเรามาชี้ให้ทุกท่านเห็นว่าสิ่งที่ประเทศกำลังมองหา อาจจะไม่ได้อยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายเล่มนี้ครับ แต่มันคือรัฐบาลที่ไม่ได้เลือกที่จะรักษาระเบียบเดิม แต่เลือกที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชน พอได้แล้วครับกับระบบพวกพ้อง การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วครับกับวิกฤตรอบด้านที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วครับ การเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน ขอบคุณครับ
ครับ เชิญมีอะไรครับ
ท่านประธานวิวัฒ
ท่านท่าน
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตใช้สิทธิ์พาดพิงครับ
ครับ อนุญาตครับ
ครับ ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ผมก็ไม่ได้ไปรบกวนตอนที่ท่านอภิปรายนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเนี่ย ในกระบวนการอภิปรายของท่านเนี่ย ท่านมีการใช้คำซึ่งมีความชัดเจนว่าพูดถึงพรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านใช้คำว่าพรรคอันดับ 2 เข้าร่วมรัฐบาลและละทิ้งจุดยืนเดิมนะครับ ซึ่งคำนี้เนี่ย ผมอยากจะให้ท่านเนี่ยได้ถอนคำพูดนะครับ เพราะว่าท่านเองก็ทราบดีครับ กระบวนการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามกลไกของการเมืองระบอบรัฐสภา ซึ่งเมื่อพรรคอันดับ 1 ได้มีการเชื้อเชิญพรรคอันดับ 3 ก็คือตัวพรรคเพื่อไทยเนี่ย ให้เข้าร่วม ก็มีการเข้าไปหารือถึงเรื่องของนโยบาย ถึงเรื่องของการขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกันนะครับ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ตอบตกลงครับ นี่เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผมเชื่อว่าท่านมีความเข้าใจครับ เพียงแต่ว่ากระบวนการในการอภิปรายเนี่ย เอ่อ คงจะลีลามากนิดนึงนะครับ ก็ใช้คำพูดซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องและทำให้เกิดความเสียหายนะครับ ก็ด้วยความเคารพครับ เพื่อให้การเดินประชุมเดินหน้าได้เนี่ย อยากจะให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนคำพูดในส่วนนี้ออกซะ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ เชิญท่านณัฐพงษ์ ผมคิดว่าตามข้อบังคับเพื่อนสมาชิกก็มีสิทธิ์ในการชี้แจงอยู่แล้วครับ ด้วยความเคารพครับ ก็อยู่ที่ท่านประธานเจ้าวินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยอย่างงี้นะครับ เอ่อ ในเมื่อท่าน ท่าน อ่า พูดว่าละทิ้งจุดยืนเดิม ประชาธิปไตย มันเป็นการกล่าวหา ฉะนั้น การกล่าวหา มันพูด การกล่าวหา ซึ่งไม่มีเหมือนใส่ร้าย ฉะนั้น ผมว่าจึงไม่เหมาะที่จะใช้ไปกล่าวร้ายให้เขานะครับ ท่านเปลี่ยนคำพูดได้มั้ยฮะ ท่านขอเปลี่ยนคำพูดหน่อยนะครับ เพื่อเพื่อมันเรียบร้อยครับ เดี๋ยวท่านณัฐพงษ์ท่านจะใช้สิทธิ์อยู่ ท่านปกรวุฒิเชิญฮะ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมปกรวุฒิครับ สมาชิกสภาครับ ผมผมคิดว่าขอด้วยความเคารพนะครับ ท่านประธาน ถ้าไม่เช่นนั้นเนี่ย การกล่าวหาไม่ว่าคำใดๆก็ตามหลังจากนี้เนี่ย ในสภาแห่งนี้จะต้องถอนกันหมดนะครับ ผมคิดว่าการใช้บรรทัดฐานนี้อาจจะไม่ถูกต้องนักนะครับ ไม่งั้นต่อไปใครกล่าวหาอะไรกันเล็กๆน้อยๆเนี่ย ต้องถอนทุกคำนะครับ
ผมจึงยังไม่ให้ถอนไง ผมถึงบอกว่าให้เปลี่ยนคำที่มัน
มันเหมือนใส่ร้ายเขานะครับนะ
ท่านประธาน
ด้วยความเคารพครับ ผมขออนุญาต
อ้า เชิญ เชิญท่านประธานครับ ขอประทานโทษครับ
อ่า ท่านผู้ประท้วงท่าน ผมกำลังหารือกับท่านปกรวุฒิว่า ถ้าที่จริงมันเป็นคำที่ร้ายแรงอยู่นะครับ ไปถึงแม้เขาจะชี้แจง แต่ว่าประชาชนที่อยู่ทางบ้านเนี่ย เขาไม่รับทราบขบวนการอย่างที่ท่านจุลพันธ์ท่านได้บอกว่ามันเป็นขบวนการ ฉะนั้นผมขอให้ท่านเปลี่ยนคำพูดครับ อ้า ท่านเปลี่ยนคำพูดหน่อย ท่านหัวหน้าพรรคครับ เชิญ
ประธานขออนุญาตครับ
เชิญหลังมครับ ประท้วงครับ
เรียนท่านประธานครับ ผมหลังม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ จำเป็นที่จะต้องหารือกับท่านประธานอย่างนี้ฮะ คือที่ผ่าน มาเนี่ย พวกเราก็ทำหน้าที่ในสภา ผมคิดว่าเราใช้คำพูดนะครับ ทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ ที่เป็นคำพูดที่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด และผมคิดว่าคำพูดนี้นะครับ มันเป็นคำพูดที่สุดท้ายพี่น้องประชาชนที่ติดตามก็จะต้องเป็นผู้พิจารณาเอาเอง ส่วนถ้าเกิดว่าท่านจุรพันธ์ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะ ถ้าท่านจะไม่เห็นด้วยกับการใช้คำพูดนี้ ท่านมีสิทธิ์ในการที่จะชี้แจง แล้วพวกเราไม่ได้มีปัญหาอะไร ขออนุญาตประท้วงครับ ถ้ามีการเริ่มมั่วซั่วกันไปหมด
ขอให้ถอนคำพูดแทบจะทุกคำพูดเนี่ย ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เดินต่อไม่ได้ฮะ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ด้วยความกรุณานะครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยให้ดี เพื่อให้มันเป็นบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ต่อ ใช้สิทธิ์ประท้วง ท่านประธานฟังท่านผู้ประท้วง ผมจะได้
ผมขออนุญาตใช้สิทธิ์ประท้วงครับ ท่านประธาน ประท้วงใช่มั้ยครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 สมาชิกที่อยู่ในห้องแล้วก็ลุกขึ้นมาพูด 2-3 ท่านก็พูดชัดเจนว่าที่ทำอยู่คือการใส่ร้าย ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 วรรค 2 อ่านให้ดีๆ เค้าห้ามไม่ให้แสดงกิริยา วาจาอันไม่สุภาพ เสียดสีบุคคลใด ห้ามใส่ร้าย มีความชัดเจนอยู่ในข้อบังคับการประชุมอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะลุกขึ้นมาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น แล้วบอกว่าคนอื่นออกมาแก้ตัวได้ มันไม่ใช่เช่นนั้น อ่านข้อบังคับการประชุมให้ขาดครับ ขอให้ท่านประธานบังคับการประชุมให้มันเดินหน้าอย่างราบรื่น ถ้าทุกคนลุกขึ้นมาแล้วมาใส่ร้ายคนอื่น แล้วการประชุมจะเดินหน้าได้ยังไง ท่านยอมรับเองว่าท่านใส่ร้ายพวกผม ผมขอให้ถอนคำพูดในสิ่งที่ได้อภิปรายไปก็แค่นั้นเอง เราก็เดินหน้ากันต่อ ท่านประธาน ยึดข้อบังคับการประชุมให้แม่นครับ ไม่งั้นเราจะเดินต่อไม่ได้
ครับ ผมเข้าใจครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วนะ ครับ เดี๋ยวท่านท่านให้ผมได้ชี้แจงก่อนนะครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าให้ท่านเปลี่ยนคำพูด ถ้าท่านไม่เปลี่ยนคำพูด ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ นะครับ ในข้อ 40 ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ ฉะนั้น ท่านณัฐพงษ์ เมื่อกี้ผมได้อ่า ชี้แจงกับท่านแล้ว ท่านก็อ่า คงจะได้ปรับอ่าในเนื้อหาที่ท่านจะอภิปรายต่อไปนะครับ เพื่อให้มันเป็นการอภิปรายอ่าแถลงนโยบายจริงๆ นะครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเพียงแค่อยากจะชี้ให้เห็นครับว่า ในกลุ่ม 5 Cluster นั้น ไม่ได้มีประชาชนอยู่ในสมการครับ ท่านประธานครับ การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเริ่มต้นต่างๆ ของกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัว การจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ครับ ไร้ซึ่งเจตจำนงหรือวาระที่จะมาผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลนี่ใช่มั้ยครับ คือเหตุผลที่ทำให้เรามีความรู้สึก ลึกๆ ว่าเมื่อฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ทั้ง 23 ข้อจบ ทำไมตัวผมเองยังไม่ได้รู้สึกว่าพวกเรากำลังจะมีอนาคต ร่วมกับอนาคตของประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พยายามฉายภาพให้พวกเราเห็น แต่ใดๆ ครับ ท่านประธานครับ ช่วงต้นท่านนายกรัฐมนตรีได้วางหลักการที่เหมือนท่านเองก็ท่องไว้เป็นคาถาอยู่ 3 ข้อครับ ว่าจะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ข้อที่ 2 คือการยึดมั่นในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อที่ 3 ครับ ก็คือการยึดมั่นในหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคกัน หลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดครับ รวมถึงพรรคประชาชน หากได้เป็นรัฐบาล ก็ต้องยึดถือหลักปฏิบัติอยู่แล้วครับ แต่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินมากกว่าครับ ท่านประธาน ว่าหลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ภายใต้การนำของนายกที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นั้น จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด ผมฟังคำแถลงนโยบายของท่านนายกจบ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ขออนุญาตสะท้อนตามความรู้สึกครับ ผมยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนเหล่านั้น รวมถึงผมยังไม่เห็นพันธกิจหรือเจตจำนงร่วมกันของรัฐบาลชุดนี้เลยครับ ว่าตกลงแล้วอะไรคือวาระของประเทศที่แต่ละพรรคมาตกลงร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาบ้าง ผมลองยกตัวอย่าง 1 ตัวอย่างนะครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง ผมไม่เห็นการให้น้ำหนักหรือไม่เห็นการบรรจุอยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายฉบับนี้เลย ผมอยากจะสอบถามบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปร่วมรัฐบาลกันจัดตั้งฮะ เจตจำนงทางการเมืองของท่าน ความเป็นนักประชาธิปไตยของท่านอยู่ตรงไหน ทำไมมันถึงไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าปัญหาใหญ่สุดของประเทศเราในขณะนี้ อาจไม่ใช่ วิกฤตภายนอกครับ แต่มันคือวิกฤตภายในที่ผมบอกว่ามันคือวิกฤตภายใน เพราะไม่ว่าเราจะเจอวิกฤตภายนอกที่รุมล้อมเข้ามาขนาดไหน แต่ถ้า รัฐบาลอยู่เคียงข้างประชาชน เราก็จะพอมีหลักยึดได้บ้าง ผมยกตัวอย่างครับ วิกฤตด้านเศรษฐกิจอย่างวิกฤตน้ำมัน วิกฤตด้านสังคมอย่างเช่นเรื่องเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ วิกฤตด้านความมั่นคงอย่างเช่นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นในเรื่องของปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน แทบทุกวิกฤตที่ผมเอ่ยมาเมื่อสักครู่นี้ เป็นวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับคนในประเทศเราทั้งสิ้นฮะ แต่สิ่งที่รัฐนี้ปกป้องต้องอยู่มาโดยตลอดเสมอมา ไม่ได้เลือกที่จะปกป้องประชาชนก่อนครับ แต่เลือกที่จะปกป้องคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก่อน ท่านประธานครับ ลองดูตัวอย่างวิกฤตน้ำมัน ที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีดุลอำนาจที่ลงตัว มีความมั่นคงทางการเมือง ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงเพิ่มขึ้นหรือ ไม่ รู้สึกมั่นคงปลอดภัยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ครับที่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่อยู่มีอยู่ จะใช้โรงกลั่นน้ำมันที่พวกเรามีอยู่ในประเทศ กำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสม สะท้อนกับต้นทุนจริง ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนอยู่ในขณะนี้ หรือแม้แต่วิกฤตฝุ่น PM 2.5 5 ครับ ในขณะที่เราสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่า ขณะนี้เป็นรายที่ 2 และจริงๆ สูญเสียมาต่อเนื่องอยู่แล้วทุกปี ทุกปีมีประชาชนนับล้านครับ ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 5 รัฐบาลที่มั่นคงได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงหรือไม่ว่าท่านพร้อมจะใช้ทุกกลไกที่ท่านมีอยู่ในมือเนี่ยแหละครับ เพื่อผ่านกฎหมายอากาศสะอาดให้ผ่านสภาโดยเร็ว ซึ่งสภาชุดแล้วค้างอยู่ในขั้น ส.ว. ไม่ใช่ใช้ไพ่ Joker ที่ท่านมีอยู่ในมือเพื่อกุมอำนาจของรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น ท่านประธานครับ ด้วยอำนาจที่เบ็ดเสร็จที่นายกมีอยู่ในมือ หากรัฐบาลประสงค์จะทำสิ่งใด ผมเชื่อว่าสามารถทำได้จนประสบผลสำเร็จ ครับ มันอยู่ที่ความแน่วแน่ และมันอยู่ที่ความกล้าหาญทางการเมืองของพวกท่าน นี่คือสิ่งที่ตัวผมและประชาชนกำลังมองหา จากตัวท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนครับ สิ่งที่พวกเราต้องการตอนนี้ก็คือรัฐบาลที่จะเข้าไปทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูก ไม่ได้กำลังจะทำสิ่งถูกให้กลายเป็นสิ่งผิดครับ วิกฤตภายในที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือสถานการณ์ที่บรรดากลุ่มคนผู้มีอำนาจในประเทศพยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป สำหรับการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเองก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตโดยรวมไว้ประมาณเท่านี้ครับ ท่านประธาน การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนของผม 2 วันต่อจากนี้จะเป็นเวทีที่พวกเรามาชี้ให้ทุกท่านเห็นว่าสิ่งที่ประเทศกำลังมองหา อาจจะไม่ได้อยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายเล่มนี้ครับ แต่มันคือรัฐบาลที่ไม่ได้เลือกที่จะรักษาระเบียบเดิม แต่เลือกที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชน พอได้แล้วครับกับระบบพวกพ้อง การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วครับกับวิกฤตรอบด้านที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วครับ การเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน ขอบคุณครับ
ครับ เชิญมีอะไรครับ
ท่านประธานวิวัฒ
ท่านท่าน
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตใช้สิทธิ์พาดพิงครับ
ครับ อนุญาตครับ
ครับ ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ผมก็ไม่ได้ไปรบกวนตอนที่ท่านอภิปรายนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเนี่ย ในกระบวนการอภิปรายของท่านเนี่ย ท่านมีการใช้คำซึ่งมีความชัดเจนว่าพูดถึงพรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านใช้คำว่าพรรคอันดับ 2 เข้าร่วมรัฐบาลและละทิ้งจุดยืนเดิมนะครับ ซึ่งคำนี้เนี่ย ผมอยากจะให้ท่านเนี่ยได้ถอนคำพูดนะครับ เพราะว่าท่านเองก็ทราบดีครับ กระบวนการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามกลไกของการเมืองระบอบรัฐสภา ซึ่งเมื่อพรรคอันดับ 1 ได้มีการเชื้อเชิญพรรคอันดับ 3 ก็คือตัวพรรคเพื่อไทยเนี่ย ให้เข้าร่วม ก็มีการเข้าไปหารือถึงเรื่องของนโยบาย ถึงเรื่องของการขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกันนะครับ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ตอบตกลงครับ นี่เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผมเชื่อว่าท่านมีความเข้าใจครับ เพียงแต่ว่ากระบวนการในการอภิปรายเนี่ย เอ่อ คงจะลีลามากนิดนึงนะครับ ก็ใช้คำพูดซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องและทำให้เกิดความเสียหายนะครับ ก็ด้วยความเคารพครับ เพื่อให้การเดินประชุมเดินหน้าได้เนี่ย อยากจะให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนคำพูดในส่วนนี้ออกซะ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ เชิญท่านณัฐพงษ์ ผมคิดว่าตามข้อบังคับเพื่อนสมาชิกก็มีสิทธิ์ในการชี้แจงอยู่แล้วครับ ด้วยความเคารพครับ ก็อยู่ที่ท่านประธานเจ้าวินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยอย่างงี้นะครับ เอ่อ ในเมื่อท่าน ท่าน อ่า พูดว่าละทิ้งจุดยืนเดิม ประชาธิปไตย มันเป็นการกล่าวหา ฉะนั้น การกล่าวหา มันพูด การกล่าวหา ซึ่งไม่มีเหมือนใส่ร้าย ฉะนั้น ผมว่าจึงไม่เหมาะที่จะใช้ไปกล่าวร้ายให้เขานะครับ ท่านเปลี่ยนคำพูดได้มั้ยฮะ ท่านขอเปลี่ยนคำพูดหน่อยนะครับ เพื่อเพื่อมันเรียบร้อยครับ เดี๋ยวท่านณัฐพงษ์ท่านจะใช้สิทธิ์อยู่ ท่านปกรวุฒิเชิญฮะ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมปกรวุฒิครับ สมาชิกสภาครับ ผมผมคิดว่าขอด้วยความเคารพนะครับ ท่านประธาน ถ้าไม่เช่นนั้นเนี่ย การกล่าวหาไม่ว่าคำใดๆก็ตามหลังจากนี้เนี่ย ในสภาแห่งนี้จะต้องถอนกันหมดนะครับ ผมคิดว่าการใช้บรรทัดฐานนี้อาจจะไม่ถูกต้องนักนะครับ ไม่งั้นต่อไปใครกล่าวหาอะไรกันเล็กๆน้อยๆเนี่ย ต้องถอนทุกคำนะครับ
ผมจึงยังไม่ให้ถอนไง ผมถึงบอกว่าให้เปลี่ยนคำที่มัน
มันเหมือนใส่ร้ายเขานะครับนะ
ท่านประธาน
ด้วยความเคารพครับ ผมขออนุญาต
อ้า เชิญ เชิญท่านประธานครับ ขอประทานโทษครับ
อ่า ท่านผู้ประท้วงท่าน ผมกำลังหารือกับท่านปกรวุฒิว่า ถ้าที่จริงมันเป็นคำที่ร้ายแรงอยู่นะครับ ไปถึงแม้เขาจะชี้แจง แต่ว่าประชาชนที่อยู่ทางบ้านเนี่ย เขาไม่รับทราบขบวนการอย่างที่ท่านจุลพันธ์ท่านได้บอกว่ามันเป็นขบวนการ ฉะนั้นผมขอให้ท่านเปลี่ยนคำพูดครับ อ้า ท่านเปลี่ยนคำพูดหน่อย ท่านหัวหน้าพรรคครับ เชิญ
ประธานขออนุญาตครับ
เชิญหลังมครับ ประท้วงครับ
เรียนท่านประธานครับ ผมหลังม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ จำเป็นที่จะต้องหารือกับท่านประธานอย่างนี้ฮะ คือที่ผ่าน มาเนี่ย พวกเราก็ทำหน้าที่ในสภา ผมคิดว่าเราใช้คำพูดนะครับ ทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ ที่เป็นคำพูดที่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด และผมคิดว่าคำพูดนี้นะครับ มันเป็นคำพูดที่สุดท้ายพี่น้องประชาชนที่ติดตามก็จะต้องเป็นผู้พิจารณาเอาเอง ส่วนถ้าเกิดว่าท่านจุรพันธ์ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะ ถ้าท่านจะไม่เห็นด้วยกับการใช้คำพูดนี้ ท่านมีสิทธิ์ในการที่จะชี้แจง แล้วพวกเราไม่ได้มีปัญหาอะไร ขออนุญาตประท้วงครับ ถ้ามีการเริ่มมั่วซั่วกันไปหมด
ขอให้ถอนคำพูดแทบจะทุกคำพูดเนี่ย ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เดินต่อไม่ได้ฮะ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ด้วยความกรุณานะครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยให้ดี เพื่อให้มันเป็นบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ต่อ ใช้สิทธิ์ประท้วง ท่านประธานฟังท่านผู้ประท้วง ผมจะได้
ผมขออนุญาตใช้สิทธิ์ประท้วงครับ ท่านประธาน ประท้วงใช่มั้ยครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 สมาชิกที่อยู่ในห้องแล้วก็ลุกขึ้นมาพูด 2-3 ท่านก็พูดชัดเจนว่าที่ทำอยู่คือการใส่ร้าย ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 วรรค 2 อ่านให้ดีๆ เค้าห้ามไม่ให้แสดงกิริยา วาจาอันไม่สุภาพ เสียดสีบุคคลใด ห้ามใส่ร้าย มีความชัดเจนอยู่ในข้อบังคับการประชุมอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะลุกขึ้นมาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น แล้วบอกว่าคนอื่นออกมาแก้ตัวได้ มันไม่ใช่เช่นนั้น อ่านข้อบังคับการประชุมให้ขาดครับ ขอให้ท่านประธานบังคับการประชุมให้มันเดินหน้าอย่างราบรื่น ถ้าทุกคนลุกขึ้นมาแล้วมาใส่ร้ายคนอื่น แล้วการประชุมจะเดินหน้าได้ยังไง ท่านยอมรับเองว่าท่านใส่ร้ายพวกผม ผมขอให้ถอนคำพูดในสิ่งที่ได้อภิปรายไปก็แค่นั้นเอง เราก็เดินหน้ากันต่อ ท่านประธาน ยึดข้อบังคับการประชุมให้แม่นครับ ไม่งั้นเราจะเดินต่อไม่ได้
ครับ ผมเข้าใจครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วนะ ครับ เดี๋ยวท่านท่านให้ผมได้ชี้แจงก่อนนะครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าให้ท่านเปลี่ยนคำพูด ถ้าท่านไม่เปลี่ยนคำพูด ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ นะครับ ในข้อ 40 ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ ฉะนั้น ท่านณัฐพงษ์ เมื่อกี้ผมได้อ่า ชี้แจงกับท่านแล้ว ท่านก็อ่า คงจะได้ปรับอ่าในเนื้อหาที่ท่านจะอภิปรายต่อไปนะครับ เพื่อให้มันเป็นการอภิปรายอ่าแถลงนโยบายจริงๆ นะครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเพียงแค่อยากจะชี้ให้เห็นครับว่า ในกลุ่ม 5 Cluster นั้น ไม่ได้มีประชาชนอยู่ในสมการครับ ท่านประธานครับ การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเริ่มต้นต่างๆ ของกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัว การจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ครับ ไร้ซึ่งเจตจำนงหรือวาระที่จะมาผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลนี่ใช่มั้ยครับ คือเหตุผลที่ทำให้เรามีความรู้สึก ลึกๆ ว่าเมื่อฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ทั้ง 23 ข้อจบ ทำไมตัวผมเองยังไม่ได้รู้สึกว่าพวกเรากำลังจะมีอนาคต ร่วมกับอนาคตของประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พยายามฉายภาพให้พวกเราเห็น แต่ใดๆ ครับ ท่านประธานครับ ช่วงต้นท่านนายกรัฐมนตรีได้วางหลักการที่เหมือนท่านเองก็ท่องไว้เป็นคาถาอยู่ 3 ข้อครับ ว่าจะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ข้อที่ 2 คือการยึดมั่นในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อที่ 3 ครับ ก็คือการยึดมั่นในหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคกัน หลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดครับ รวมถึงพรรคประชาชน หากได้เป็นรัฐบาล ก็ต้องยึดถือหลักปฏิบัติอยู่แล้วครับ แต่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินมากกว่าครับ ท่านประธาน ว่าหลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ภายใต้การนำของนายกที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นั้น จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด ผมฟังคำแถลงนโยบายของท่านนายกจบ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ขออนุญาตสะท้อนตามความรู้สึกครับ ผมยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนเหล่านั้น รวมถึงผมยังไม่เห็นพันธกิจหรือเจตจำนงร่วมกันของรัฐบาลชุดนี้เลยครับ ว่าตกลงแล้วอะไรคือวาระของประเทศที่แต่ละพรรคมาตกลงร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาบ้าง ผมลองยกตัวอย่าง 1 ตัวอย่างนะครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง ผมไม่เห็นการให้น้ำหนักหรือไม่เห็นการบรรจุอยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายฉบับนี้เลย ผมอยากจะสอบถามบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปร่วมรัฐบาลกันจัดตั้งฮะ เจตจำนงทางการเมืองของท่าน ความเป็นนักประชาธิปไตยของท่านอยู่ตรงไหน ทำไมมันถึงไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าปัญหาใหญ่สุดของประเทศเราในขณะนี้ อาจไม่ใช่ วิกฤตภายนอกครับ แต่มันคือวิกฤตภายในที่ผมบอกว่ามันคือวิกฤตภายใน เพราะไม่ว่าเราจะเจอวิกฤตภายนอกที่รุมล้อมเข้ามาขนาดไหน แต่ถ้า รัฐบาลอยู่เคียงข้างประชาชน เราก็จะพอมีหลักยึดได้บ้าง ผมยกตัวอย่างครับ วิกฤตด้านเศรษฐกิจอย่างวิกฤตน้ำมัน วิกฤตด้านสังคมอย่างเช่นเรื่องเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ วิกฤตด้านความมั่นคงอย่างเช่นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นในเรื่องของปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน แทบทุกวิกฤตที่ผมเอ่ยมาเมื่อสักครู่นี้ เป็นวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับคนในประเทศเราทั้งสิ้นฮะ แต่สิ่งที่รัฐนี้ปกป้องต้องอยู่มาโดยตลอดเสมอมา ไม่ได้เลือกที่จะปกป้องประชาชนก่อนครับ แต่เลือกที่จะปกป้องคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก่อน ท่านประธานครับ ลองดูตัวอย่างวิกฤตน้ำมัน ที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีดุลอำนาจที่ลงตัว มีความมั่นคงทางการเมือง ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงเพิ่มขึ้นหรือ ไม่ รู้สึกมั่นคงปลอดภัยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ครับที่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่อยู่มีอยู่ จะใช้โรงกลั่นน้ำมันที่พวกเรามีอยู่ในประเทศ กำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสม สะท้อนกับต้นทุนจริง ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนอยู่ในขณะนี้ หรือแม้แต่วิกฤตฝุ่น PM 2.5 5 ครับ ในขณะที่เราสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่า ขณะนี้เป็นรายที่ 2 และจริงๆ สูญเสียมาต่อเนื่องอยู่แล้วทุกปี ทุกปีมีประชาชนนับล้านครับ ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 5 รัฐบาลที่มั่นคงได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงหรือไม่ว่าท่านพร้อมจะใช้ทุกกลไกที่ท่านมีอยู่ในมือเนี่ยแหละครับ เพื่อผ่านกฎหมายอากาศสะอาดให้ผ่านสภาโดยเร็ว ซึ่งสภาชุดแล้วค้างอยู่ในขั้น ส.ว. ไม่ใช่ใช้ไพ่ Joker ที่ท่านมีอยู่ในมือเพื่อกุมอำนาจของรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น ท่านประธานครับ ด้วยอำนาจที่เบ็ดเสร็จที่นายกมีอยู่ในมือ หากรัฐบาลประสงค์จะทำสิ่งใด ผมเชื่อว่าสามารถทำได้จนประสบผลสำเร็จ ครับ มันอยู่ที่ความแน่วแน่ และมันอยู่ที่ความกล้าหาญทางการเมืองของพวกท่าน นี่คือสิ่งที่ตัวผมและประชาชนกำลังมองหา จากตัวท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนครับ สิ่งที่พวกเราต้องการตอนนี้ก็คือรัฐบาลที่จะเข้าไปทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูก ไม่ได้กำลังจะทำสิ่งถูกให้กลายเป็นสิ่งผิดครับ วิกฤตภายในที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือสถานการณ์ที่บรรดากลุ่มคนผู้มีอำนาจในประเทศพยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป สำหรับการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเองก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตโดยรวมไว้ประมาณเท่านี้ครับ ท่านประธาน การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนของผม 2 วันต่อจากนี้จะเป็นเวทีที่พวกเรามาชี้ให้ทุกท่านเห็นว่าสิ่งที่ประเทศกำลังมองหา อาจจะไม่ได้อยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายเล่มนี้ครับ แต่มันคือรัฐบาลที่ไม่ได้เลือกที่จะรักษาระเบียบเดิม แต่เลือกที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชน พอได้แล้วครับกับระบบพวกพ้อง การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วครับกับวิกฤตรอบด้านที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วครับ การเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน ขอบคุณครับ
ครับ เชิญมีอะไรครับ
ท่านประธานวิวัฒ
ท่านท่าน
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตใช้สิทธิ์พาดพิงครับ
ครับ อนุญาตครับ
ครับ ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ผมก็ไม่ได้ไปรบกวนตอนที่ท่านอภิปรายนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเนี่ย ในกระบวนการอภิปรายของท่านเนี่ย ท่านมีการใช้คำซึ่งมีความชัดเจนว่าพูดถึงพรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านใช้คำว่าพรรคอันดับ 2 เข้าร่วมรัฐบาลและละทิ้งจุดยืนเดิมนะครับ ซึ่งคำนี้เนี่ย ผมอยากจะให้ท่านเนี่ยได้ถอนคำพูดนะครับ เพราะว่าท่านเองก็ทราบดีครับ กระบวนการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามกลไกของการเมืองระบอบรัฐสภา ซึ่งเมื่อพรรคอันดับ 1 ได้มีการเชื้อเชิญพรรคอันดับ 3 ก็คือตัวพรรคเพื่อไทยเนี่ย ให้เข้าร่วม ก็มีการเข้าไปหารือถึงเรื่องของนโยบาย ถึงเรื่องของการขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกันนะครับ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ตอบตกลงครับ นี่เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผมเชื่อว่าท่านมีความเข้าใจครับ เพียงแต่ว่ากระบวนการในการอภิปรายเนี่ย เอ่อ คงจะลีลามากนิดนึงนะครับ ก็ใช้คำพูดซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องและทำให้เกิดความเสียหายนะครับ ก็ด้วยความเคารพครับ เพื่อให้การเดินประชุมเดินหน้าได้เนี่ย อยากจะให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนคำพูดในส่วนนี้ออกซะ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ เชิญท่านณัฐพงษ์ ผมคิดว่าตามข้อบังคับเพื่อนสมาชิกก็มีสิทธิ์ในการชี้แจงอยู่แล้วครับ ด้วยความเคารพครับ ก็อยู่ที่ท่านประธานเจ้าวินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยอย่างงี้นะครับ เอ่อ ในเมื่อท่าน ท่าน อ่า พูดว่าละทิ้งจุดยืนเดิม ประชาธิปไตย มันเป็นการกล่าวหา ฉะนั้น การกล่าวหา มันพูด การกล่าวหา ซึ่งไม่มีเหมือนใส่ร้าย ฉะนั้น ผมว่าจึงไม่เหมาะที่จะใช้ไปกล่าวร้ายให้เขานะครับ ท่านเปลี่ยนคำพูดได้มั้ยฮะ ท่านขอเปลี่ยนคำพูดหน่อยนะครับ เพื่อเพื่อมันเรียบร้อยครับ เดี๋ยวท่านณัฐพงษ์ท่านจะใช้สิทธิ์อยู่ ท่านปกรวุฒิเชิญฮะ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมปกรวุฒิครับ สมาชิกสภาครับ ผมผมคิดว่าขอด้วยความเคารพนะครับ ท่านประธาน ถ้าไม่เช่นนั้นเนี่ย การกล่าวหาไม่ว่าคำใดๆก็ตามหลังจากนี้เนี่ย ในสภาแห่งนี้จะต้องถอนกันหมดนะครับ ผมคิดว่าการใช้บรรทัดฐานนี้อาจจะไม่ถูกต้องนักนะครับ ไม่งั้นต่อไปใครกล่าวหาอะไรกันเล็กๆน้อยๆเนี่ย ต้องถอนทุกคำนะครับ
ผมจึงยังไม่ให้ถอนไง ผมถึงบอกว่าให้เปลี่ยนคำที่มัน
มันเหมือนใส่ร้ายเขานะครับนะ
ท่านประธาน
ด้วยความเคารพครับ ผมขออนุญาต
อ้า เชิญ เชิญท่านประธานครับ ขอประทานโทษครับ
อ่า ท่านผู้ประท้วงท่าน ผมกำลังหารือกับท่านปกรวุฒิว่า ถ้าที่จริงมันเป็นคำที่ร้ายแรงอยู่นะครับ ไปถึงแม้เขาจะชี้แจง แต่ว่าประชาชนที่อยู่ทางบ้านเนี่ย เขาไม่รับทราบขบวนการอย่างที่ท่านจุลพันธ์ท่านได้บอกว่ามันเป็นขบวนการ ฉะนั้นผมขอให้ท่านเปลี่ยนคำพูดครับ อ้า ท่านเปลี่ยนคำพูดหน่อย ท่านหัวหน้าพรรคครับ เชิญ
ประธานขออนุญาตครับ
เชิญหลังมครับ ประท้วงครับ
เรียนท่านประธานครับ ผมหลังม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ จำเป็นที่จะต้องหารือกับท่านประธานอย่างนี้ฮะ คือที่ผ่าน มาเนี่ย พวกเราก็ทำหน้าที่ในสภา ผมคิดว่าเราใช้คำพูดนะครับ ทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ ที่เป็นคำพูดที่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด และผมคิดว่าคำพูดนี้นะครับ มันเป็นคำพูดที่สุดท้ายพี่น้องประชาชนที่ติดตามก็จะต้องเป็นผู้พิจารณาเอาเอง ส่วนถ้าเกิดว่าท่านจุรพันธ์ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะ ถ้าท่านจะไม่เห็นด้วยกับการใช้คำพูดนี้ ท่านมีสิทธิ์ในการที่จะชี้แจง แล้วพวกเราไม่ได้มีปัญหาอะไร ขออนุญาตประท้วงครับ ถ้ามีการเริ่มมั่วซั่วกันไปหมด
ขอให้ถอนคำพูดแทบจะทุกคำพูดเนี่ย ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เดินต่อไม่ได้ฮะ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ด้วยความกรุณานะครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยให้ดี เพื่อให้มันเป็นบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ต่อ ใช้สิทธิ์ประท้วง ท่านประธานฟังท่านผู้ประท้วง ผมจะได้
ผมขออนุญาตใช้สิทธิ์ประท้วงครับ ท่านประธาน ประท้วงใช่มั้ยครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 สมาชิกที่อยู่ในห้องแล้วก็ลุกขึ้นมาพูด 2-3 ท่านก็พูดชัดเจนว่าที่ทำอยู่คือการใส่ร้าย ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 วรรค 2 อ่านให้ดีๆ เค้าห้ามไม่ให้แสดงกิริยา วาจาอันไม่สุภาพ เสียดสีบุคคลใด ห้ามใส่ร้าย มีความชัดเจนอยู่ในข้อบังคับการประชุมอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะลุกขึ้นมาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น แล้วบอกว่าคนอื่นออกมาแก้ตัวได้ มันไม่ใช่เช่นนั้น อ่านข้อบังคับการประชุมให้ขาดครับ ขอให้ท่านประธานบังคับการประชุมให้มันเดินหน้าอย่างราบรื่น ถ้าทุกคนลุกขึ้นมาแล้วมาใส่ร้ายคนอื่น แล้วการประชุมจะเดินหน้าได้ยังไง ท่านยอมรับเองว่าท่านใส่ร้ายพวกผม ผมขอให้ถอนคำพูดในสิ่งที่ได้อภิปรายไปก็แค่นั้นเอง เราก็เดินหน้ากันต่อ ท่านประธาน ยึดข้อบังคับการประชุมให้แม่นครับ ไม่งั้นเราจะเดินต่อไม่ได้
ครับ ผมเข้าใจครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วนะ ครับ เดี๋ยวท่านท่านให้ผมได้ชี้แจงก่อนนะครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าให้ท่านเปลี่ยนคำพูด ถ้าท่านไม่เปลี่ยนคำพูด ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ นะครับ ในข้อ 40 ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ ฉะนั้น ท่านณัฐพงษ์ เมื่อกี้ผมได้อ่า ชี้แจงกับท่านแล้ว ท่านก็อ่า คงจะได้ปรับอ่าในเนื้อหาที่ท่านจะอภิปรายต่อไปนะครับ เพื่อให้มันเป็นการอภิปรายอ่าแถลงนโยบายจริงๆ นะครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเพียงแค่อยากจะชี้ให้เห็นครับว่า ในกลุ่ม 5 Cluster นั้น ไม่ได้มีประชาชนอยู่ในสมการครับ ท่านประธานครับ การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเริ่มต้นต่างๆ ของกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัว การจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ครับ ไร้ซึ่งเจตจำนงหรือวาระที่จะมาผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลนี่ใช่มั้ยครับ คือเหตุผลที่ทำให้เรามีความรู้สึก ลึกๆ ว่าเมื่อฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ทั้ง 23 ข้อจบ ทำไมตัวผมเองยังไม่ได้รู้สึกว่าพวกเรากำลังจะมีอนาคต ร่วมกับอนาคตของประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พยายามฉายภาพให้พวกเราเห็น แต่ใดๆ ครับ ท่านประธานครับ ช่วงต้นท่านนายกรัฐมนตรีได้วางหลักการที่เหมือนท่านเองก็ท่องไว้เป็นคาถาอยู่ 3 ข้อครับ ว่าจะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ข้อที่ 2 คือการยึดมั่นในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อที่ 3 ครับ ก็คือการยึดมั่นในหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคกัน หลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดครับ รวมถึงพรรคประชาชน หากได้เป็นรัฐบาล ก็ต้องยึดถือหลักปฏิบัติอยู่แล้วครับ แต่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินมากกว่าครับ ท่านประธาน ว่าหลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ภายใต้การนำของนายกที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นั้น จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด ผมฟังคำแถลงนโยบายของท่านนายกจบ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ขออนุญาตสะท้อนตามความรู้สึกครับ ผมยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนเหล่านั้น รวมถึงผมยังไม่เห็นพันธกิจหรือเจตจำนงร่วมกันของรัฐบาลชุดนี้เลยครับ ว่าตกลงแล้วอะไรคือวาระของประเทศที่แต่ละพรรคมาตกลงร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาบ้าง ผมลองยกตัวอย่าง 1 ตัวอย่างนะครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง ผมไม่เห็นการให้น้ำหนักหรือไม่เห็นการบรรจุอยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายฉบับนี้เลย ผมอยากจะสอบถามบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปร่วมรัฐบาลกันจัดตั้งฮะ เจตจำนงทางการเมืองของท่าน ความเป็นนักประชาธิปไตยของท่านอยู่ตรงไหน ทำไมมันถึงไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าปัญหาใหญ่สุดของประเทศเราในขณะนี้ อาจไม่ใช่ วิกฤตภายนอกครับ แต่มันคือวิกฤตภายในที่ผมบอกว่ามันคือวิกฤตภายใน เพราะไม่ว่าเราจะเจอวิกฤตภายนอกที่รุมล้อมเข้ามาขนาดไหน แต่ถ้า รัฐบาลอยู่เคียงข้างประชาชน เราก็จะพอมีหลักยึดได้บ้าง ผมยกตัวอย่างครับ วิกฤตด้านเศรษฐกิจอย่างวิกฤตน้ำมัน วิกฤตด้านสังคมอย่างเช่นเรื่องเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ วิกฤตด้านความมั่นคงอย่างเช่นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นในเรื่องของปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน แทบทุกวิกฤตที่ผมเอ่ยมาเมื่อสักครู่นี้ เป็นวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับคนในประเทศเราทั้งสิ้นฮะ แต่สิ่งที่รัฐนี้ปกป้องต้องอยู่มาโดยตลอดเสมอมา ไม่ได้เลือกที่จะปกป้องประชาชนก่อนครับ แต่เลือกที่จะปกป้องคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก่อน ท่านประธานครับ ลองดูตัวอย่างวิกฤตน้ำมัน ที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีดุลอำนาจที่ลงตัว มีความมั่นคงทางการเมือง ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงเพิ่มขึ้นหรือ ไม่ รู้สึกมั่นคงปลอดภัยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ครับที่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่อยู่มีอยู่ จะใช้โรงกลั่นน้ำมันที่พวกเรามีอยู่ในประเทศ กำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสม สะท้อนกับต้นทุนจริง ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนอยู่ในขณะนี้ หรือแม้แต่วิกฤตฝุ่น PM 2.5 5 ครับ ในขณะที่เราสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่า ขณะนี้เป็นรายที่ 2 และจริงๆ สูญเสียมาต่อเนื่องอยู่แล้วทุกปี ทุกปีมีประชาชนนับล้านครับ ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 5 รัฐบาลที่มั่นคงได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงหรือไม่ว่าท่านพร้อมจะใช้ทุกกลไกที่ท่านมีอยู่ในมือเนี่ยแหละครับ เพื่อผ่านกฎหมายอากาศสะอาดให้ผ่านสภาโดยเร็ว ซึ่งสภาชุดแล้วค้างอยู่ในขั้น ส.ว. ไม่ใช่ใช้ไพ่ Joker ที่ท่านมีอยู่ในมือเพื่อกุมอำนาจของรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น ท่านประธานครับ ด้วยอำนาจที่เบ็ดเสร็จที่นายกมีอยู่ในมือ หากรัฐบาลประสงค์จะทำสิ่งใด ผมเชื่อว่าสามารถทำได้จนประสบผลสำเร็จ ครับ มันอยู่ที่ความแน่วแน่ และมันอยู่ที่ความกล้าหาญทางการเมืองของพวกท่าน นี่คือสิ่งที่ตัวผมและประชาชนกำลังมองหา จากตัวท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนครับ สิ่งที่พวกเราต้องการตอนนี้ก็คือรัฐบาลที่จะเข้าไปทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูก ไม่ได้กำลังจะทำสิ่งถูกให้กลายเป็นสิ่งผิดครับ วิกฤตภายในที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือสถานการณ์ที่บรรดากลุ่มคนผู้มีอำนาจในประเทศพยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป สำหรับการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเองก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตโดยรวมไว้ประมาณเท่านี้ครับ ท่านประธาน การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนของผม 2 วันต่อจากนี้จะเป็นเวทีที่พวกเรามาชี้ให้ทุกท่านเห็นว่าสิ่งที่ประเทศกำลังมองหา อาจจะไม่ได้อยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายเล่มนี้ครับ แต่มันคือรัฐบาลที่ไม่ได้เลือกที่จะรักษาระเบียบเดิม แต่เลือกที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชน พอได้แล้วครับกับระบบพวกพ้อง การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วครับกับวิกฤตรอบด้านที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วครับ การเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน ขอบคุณครับ
ครับ เชิญมีอะไรครับ
ท่านประธานวิวัฒ
ท่านท่าน
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตใช้สิทธิ์พาดพิงครับ
ครับ อนุญาตครับ
ครับ ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ผมก็ไม่ได้ไปรบกวนตอนที่ท่านอภิปรายนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเนี่ย ในกระบวนการอภิปรายของท่านเนี่ย ท่านมีการใช้คำซึ่งมีความชัดเจนว่าพูดถึงพรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านใช้คำว่าพรรคอันดับ 2 เข้าร่วมรัฐบาลและละทิ้งจุดยืนเดิมนะครับ ซึ่งคำนี้เนี่ย ผมอยากจะให้ท่านเนี่ยได้ถอนคำพูดนะครับ เพราะว่าท่านเองก็ทราบดีครับ กระบวนการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามกลไกของการเมืองระบอบรัฐสภา ซึ่งเมื่อพรรคอันดับ 1 ได้มีการเชื้อเชิญพรรคอันดับ 3 ก็คือตัวพรรคเพื่อไทยเนี่ย ให้เข้าร่วม ก็มีการเข้าไปหารือถึงเรื่องของนโยบาย ถึงเรื่องของการขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกันนะครับ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ตอบตกลงครับ นี่เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผมเชื่อว่าท่านมีความเข้าใจครับ เพียงแต่ว่ากระบวนการในการอภิปรายเนี่ย เอ่อ คงจะลีลามากนิดนึงนะครับ ก็ใช้คำพูดซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องและทำให้เกิดความเสียหายนะครับ ก็ด้วยความเคารพครับ เพื่อให้การเดินประชุมเดินหน้าได้เนี่ย อยากจะให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนคำพูดในส่วนนี้ออกซะ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ เชิญท่านณัฐพงษ์ ผมคิดว่าตามข้อบังคับเพื่อนสมาชิกก็มีสิทธิ์ในการชี้แจงอยู่แล้วครับ ด้วยความเคารพครับ ก็อยู่ที่ท่านประธานเจ้าวินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยอย่างงี้นะครับ เอ่อ ในเมื่อท่าน ท่าน อ่า พูดว่าละทิ้งจุดยืนเดิม ประชาธิปไตย มันเป็นการกล่าวหา ฉะนั้น การกล่าวหา มันพูด การกล่าวหา ซึ่งไม่มีเหมือนใส่ร้าย ฉะนั้น ผมว่าจึงไม่เหมาะที่จะใช้ไปกล่าวร้ายให้เขานะครับ ท่านเปลี่ยนคำพูดได้มั้ยฮะ ท่านขอเปลี่ยนคำพูดหน่อยนะครับ เพื่อเพื่อมันเรียบร้อยครับ เดี๋ยวท่านณัฐพงษ์ท่านจะใช้สิทธิ์อยู่ ท่านปกรวุฒิเชิญฮะ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมปกรวุฒิครับ สมาชิกสภาครับ ผมผมคิดว่าขอด้วยความเคารพนะครับ ท่านประธาน ถ้าไม่เช่นนั้นเนี่ย การกล่าวหาไม่ว่าคำใดๆก็ตามหลังจากนี้เนี่ย ในสภาแห่งนี้จะต้องถอนกันหมดนะครับ ผมคิดว่าการใช้บรรทัดฐานนี้อาจจะไม่ถูกต้องนักนะครับ ไม่งั้นต่อไปใครกล่าวหาอะไรกันเล็กๆน้อยๆเนี่ย ต้องถอนทุกคำนะครับ
ผมจึงยังไม่ให้ถอนไง ผมถึงบอกว่าให้เปลี่ยนคำที่มัน
มันเหมือนใส่ร้ายเขานะครับนะ
ท่านประธาน
ด้วยความเคารพครับ ผมขออนุญาต
อ้า เชิญ เชิญท่านประธานครับ ขอประทานโทษครับ
อ่า ท่านผู้ประท้วงท่าน ผมกำลังหารือกับท่านปกรวุฒิว่า ถ้าที่จริงมันเป็นคำที่ร้ายแรงอยู่นะครับ ไปถึงแม้เขาจะชี้แจง แต่ว่าประชาชนที่อยู่ทางบ้านเนี่ย เขาไม่รับทราบขบวนการอย่างที่ท่านจุลพันธ์ท่านได้บอกว่ามันเป็นขบวนการ ฉะนั้นผมขอให้ท่านเปลี่ยนคำพูดครับ อ้า ท่านเปลี่ยนคำพูดหน่อย ท่านหัวหน้าพรรคครับ เชิญ
ประธานขออนุญาตครับ
เชิญหลังมครับ ประท้วงครับ
เรียนท่านประธานครับ ผมหลังม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ จำเป็นที่จะต้องหารือกับท่านประธานอย่างนี้ฮะ คือที่ผ่าน มาเนี่ย พวกเราก็ทำหน้าที่ในสภา ผมคิดว่าเราใช้คำพูดนะครับ ทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ ที่เป็นคำพูดที่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด และผมคิดว่าคำพูดนี้นะครับ มันเป็นคำพูดที่สุดท้ายพี่น้องประชาชนที่ติดตามก็จะต้องเป็นผู้พิจารณาเอาเอง ส่วนถ้าเกิดว่าท่านจุรพันธ์ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะ ถ้าท่านจะไม่เห็นด้วยกับการใช้คำพูดนี้ ท่านมีสิทธิ์ในการที่จะชี้แจง แล้วพวกเราไม่ได้มีปัญหาอะไร ขออนุญาตประท้วงครับ ถ้ามีการเริ่มมั่วซั่วกันไปหมด
ขอให้ถอนคำพูดแทบจะทุกคำพูดเนี่ย ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เดินต่อไม่ได้ฮะ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ด้วยความกรุณานะครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยให้ดี เพื่อให้มันเป็นบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ต่อ ใช้สิทธิ์ประท้วง ท่านประธานฟังท่านผู้ประท้วง ผมจะได้
ผมขออนุญาตใช้สิทธิ์ประท้วงครับ ท่านประธาน ประท้วงใช่มั้ยครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 สมาชิกที่อยู่ในห้องแล้วก็ลุกขึ้นมาพูด 2-3 ท่านก็พูดชัดเจนว่าที่ทำอยู่คือการใส่ร้าย ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 วรรค 2 อ่านให้ดีๆ เค้าห้ามไม่ให้แสดงกิริยา วาจาอันไม่สุภาพ เสียดสีบุคคลใด ห้ามใส่ร้าย มีความชัดเจนอยู่ในข้อบังคับการประชุมอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะลุกขึ้นมาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น แล้วบอกว่าคนอื่นออกมาแก้ตัวได้ มันไม่ใช่เช่นนั้น อ่านข้อบังคับการประชุมให้ขาดครับ ขอให้ท่านประธานบังคับการประชุมให้มันเดินหน้าอย่างราบรื่น ถ้าทุกคนลุกขึ้นมาแล้วมาใส่ร้ายคนอื่น แล้วการประชุมจะเดินหน้าได้ยังไง ท่านยอมรับเองว่าท่านใส่ร้ายพวกผม ผมขอให้ถอนคำพูดในสิ่งที่ได้อภิปรายไปก็แค่นั้นเอง เราก็เดินหน้ากันต่อ ท่านประธาน ยึดข้อบังคับการประชุมให้แม่นครับ ไม่งั้นเราจะเดินต่อไม่ได้
ครับ ผมเข้าใจครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วนะ ครับ เดี๋ยวท่านท่านให้ผมได้ชี้แจงก่อนนะครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าให้ท่านเปลี่ยนคำพูด ถ้าท่านไม่เปลี่ยนคำพูด ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ นะครับ ในข้อ 40 ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ ฉะนั้น ท่านณัฐพงษ์ เมื่อกี้ผมได้อ่า ชี้แจงกับท่านแล้ว ท่านก็อ่า คงจะได้ปรับอ่าในเนื้อหาที่ท่านจะอภิปรายต่อไปนะครับ เพื่อให้มันเป็นการอภิปรายอ่าแถลงนโยบายจริงๆ นะครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเพียงแค่อยากจะชี้ให้เห็นครับว่า ในกลุ่ม 5 Cluster นั้น ไม่ได้มีประชาชนอยู่ในสมการครับ ท่านประธานครับ การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเริ่มต้นต่างๆ ของกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัว การจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ครับ ไร้ซึ่งเจตจำนงหรือวาระที่จะมาผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลนี่ใช่มั้ยครับ คือเหตุผลที่ทำให้เรามีความรู้สึก ลึกๆ ว่าเมื่อฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ทั้ง 23 ข้อจบ ทำไมตัวผมเองยังไม่ได้รู้สึกว่าพวกเรากำลังจะมีอนาคต ร่วมกับอนาคตของประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พยายามฉายภาพให้พวกเราเห็น แต่ใดๆ ครับ ท่านประธานครับ ช่วงต้นท่านนายกรัฐมนตรีได้วางหลักการที่เหมือนท่านเองก็ท่องไว้เป็นคาถาอยู่ 3 ข้อครับ ว่าจะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ข้อที่ 2 คือการยึดมั่นในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อที่ 3 ครับ ก็คือการยึดมั่นในหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคกัน หลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดครับ รวมถึงพรรคประชาชน หากได้เป็นรัฐบาล ก็ต้องยึดถือหลักปฏิบัติอยู่แล้วครับ แต่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินมากกว่าครับ ท่านประธาน ว่าหลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ภายใต้การนำของนายกที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นั้น จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด ผมฟังคำแถลงนโยบายของท่านนายกจบ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ขออนุญาตสะท้อนตามความรู้สึกครับ ผมยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนเหล่านั้น รวมถึงผมยังไม่เห็นพันธกิจหรือเจตจำนงร่วมกันของรัฐบาลชุดนี้เลยครับ ว่าตกลงแล้วอะไรคือวาระของประเทศที่แต่ละพรรคมาตกลงร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาบ้าง ผมลองยกตัวอย่าง 1 ตัวอย่างนะครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง ผมไม่เห็นการให้น้ำหนักหรือไม่เห็นการบรรจุอยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายฉบับนี้เลย ผมอยากจะสอบถามบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปร่วมรัฐบาลกันจัดตั้งฮะ เจตจำนงทางการเมืองของท่าน ความเป็นนักประชาธิปไตยของท่านอยู่ตรงไหน ทำไมมันถึงไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าปัญหาใหญ่สุดของประเทศเราในขณะนี้ อาจไม่ใช่ วิกฤตภายนอกครับ แต่มันคือวิกฤตภายในที่ผมบอกว่ามันคือวิกฤตภายใน เพราะไม่ว่าเราจะเจอวิกฤตภายนอกที่รุมล้อมเข้ามาขนาดไหน แต่ถ้า รัฐบาลอยู่เคียงข้างประชาชน เราก็จะพอมีหลักยึดได้บ้าง ผมยกตัวอย่างครับ วิกฤตด้านเศรษฐกิจอย่างวิกฤตน้ำมัน วิกฤตด้านสังคมอย่างเช่นเรื่องเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ วิกฤตด้านความมั่นคงอย่างเช่นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นในเรื่องของปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน แทบทุกวิกฤตที่ผมเอ่ยมาเมื่อสักครู่นี้ เป็นวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับคนในประเทศเราทั้งสิ้นฮะ แต่สิ่งที่รัฐนี้ปกป้องต้องอยู่มาโดยตลอดเสมอมา ไม่ได้เลือกที่จะปกป้องประชาชนก่อนครับ แต่เลือกที่จะปกป้องคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก่อน ท่านประธานครับ ลองดูตัวอย่างวิกฤตน้ำมัน ที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีดุลอำนาจที่ลงตัว มีความมั่นคงทางการเมือง ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงเพิ่มขึ้นหรือ ไม่ รู้สึกมั่นคงปลอดภัยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ครับที่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่อยู่มีอยู่ จะใช้โรงกลั่นน้ำมันที่พวกเรามีอยู่ในประเทศ กำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสม สะท้อนกับต้นทุนจริง ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนอยู่ในขณะนี้ หรือแม้แต่วิกฤตฝุ่น PM 2.5 5 ครับ ในขณะที่เราสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่า ขณะนี้เป็นรายที่ 2 และจริงๆ สูญเสียมาต่อเนื่องอยู่แล้วทุกปี ทุกปีมีประชาชนนับล้านครับ ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 5 รัฐบาลที่มั่นคงได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงหรือไม่ว่าท่านพร้อมจะใช้ทุกกลไกที่ท่านมีอยู่ในมือเนี่ยแหละครับ เพื่อผ่านกฎหมายอากาศสะอาดให้ผ่านสภาโดยเร็ว ซึ่งสภาชุดแล้วค้างอยู่ในขั้น ส.ว. ไม่ใช่ใช้ไพ่ Joker ที่ท่านมีอยู่ในมือเพื่อกุมอำนาจของรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น ท่านประธานครับ ด้วยอำนาจที่เบ็ดเสร็จที่นายกมีอยู่ในมือ หากรัฐบาลประสงค์จะทำสิ่งใด ผมเชื่อว่าสามารถทำได้จนประสบผลสำเร็จ ครับ มันอยู่ที่ความแน่วแน่ และมันอยู่ที่ความกล้าหาญทางการเมืองของพวกท่าน นี่คือสิ่งที่ตัวผมและประชาชนกำลังมองหา จากตัวท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนครับ สิ่งที่พวกเราต้องการตอนนี้ก็คือรัฐบาลที่จะเข้าไปทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูก ไม่ได้กำลังจะทำสิ่งถูกให้กลายเป็นสิ่งผิดครับ วิกฤตภายในที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือสถานการณ์ที่บรรดากลุ่มคนผู้มีอำนาจในประเทศพยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป สำหรับการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเองก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตโดยรวมไว้ประมาณเท่านี้ครับ ท่านประธาน การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนของผม 2 วันต่อจากนี้จะเป็นเวทีที่พวกเรามาชี้ให้ทุกท่านเห็นว่าสิ่งที่ประเทศกำลังมองหา อาจจะไม่ได้อยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายเล่มนี้ครับ แต่มันคือรัฐบาลที่ไม่ได้เลือกที่จะรักษาระเบียบเดิม แต่เลือกที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชน พอได้แล้วครับกับระบบพวกพ้อง การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วครับกับวิกฤตรอบด้านที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วครับ การเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน ขอบคุณครับ
ครับ เชิญมีอะไรครับ
ท่านประธานวิวัฒ
ท่านท่าน
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตใช้สิทธิ์พาดพิงครับ
ครับ อนุญาตครับ
ครับ ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ผมก็ไม่ได้ไปรบกวนตอนที่ท่านอภิปรายนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเนี่ย ในกระบวนการอภิปรายของท่านเนี่ย ท่านมีการใช้คำซึ่งมีความชัดเจนว่าพูดถึงพรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านใช้คำว่าพรรคอันดับ 2 เข้าร่วมรัฐบาลและละทิ้งจุดยืนเดิมนะครับ ซึ่งคำนี้เนี่ย ผมอยากจะให้ท่านเนี่ยได้ถอนคำพูดนะครับ เพราะว่าท่านเองก็ทราบดีครับ กระบวนการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามกลไกของการเมืองระบอบรัฐสภา ซึ่งเมื่อพรรคอันดับ 1 ได้มีการเชื้อเชิญพรรคอันดับ 3 ก็คือตัวพรรคเพื่อไทยเนี่ย ให้เข้าร่วม ก็มีการเข้าไปหารือถึงเรื่องของนโยบาย ถึงเรื่องของการขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกันนะครับ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ตอบตกลงครับ นี่เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผมเชื่อว่าท่านมีความเข้าใจครับ เพียงแต่ว่ากระบวนการในการอภิปรายเนี่ย เอ่อ คงจะลีลามากนิดนึงนะครับ ก็ใช้คำพูดซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องและทำให้เกิดความเสียหายนะครับ ก็ด้วยความเคารพครับ เพื่อให้การเดินประชุมเดินหน้าได้เนี่ย อยากจะให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนคำพูดในส่วนนี้ออกซะ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ เชิญท่านณัฐพงษ์ ผมคิดว่าตามข้อบังคับเพื่อนสมาชิกก็มีสิทธิ์ในการชี้แจงอยู่แล้วครับ ด้วยความเคารพครับ ก็อยู่ที่ท่านประธานเจ้าวินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยอย่างงี้นะครับ เอ่อ ในเมื่อท่าน ท่าน อ่า พูดว่าละทิ้งจุดยืนเดิม ประชาธิปไตย มันเป็นการกล่าวหา ฉะนั้น การกล่าวหา มันพูด การกล่าวหา ซึ่งไม่มีเหมือนใส่ร้าย ฉะนั้น ผมว่าจึงไม่เหมาะที่จะใช้ไปกล่าวร้ายให้เขานะครับ ท่านเปลี่ยนคำพูดได้มั้ยฮะ ท่านขอเปลี่ยนคำพูดหน่อยนะครับ เพื่อเพื่อมันเรียบร้อยครับ เดี๋ยวท่านณัฐพงษ์ท่านจะใช้สิทธิ์อยู่ ท่านปกรวุฒิเชิญฮะ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมปกรวุฒิครับ สมาชิกสภาครับ ผมผมคิดว่าขอด้วยความเคารพนะครับ ท่านประธาน ถ้าไม่เช่นนั้นเนี่ย การกล่าวหาไม่ว่าคำใดๆก็ตามหลังจากนี้เนี่ย ในสภาแห่งนี้จะต้องถอนกันหมดนะครับ ผมคิดว่าการใช้บรรทัดฐานนี้อาจจะไม่ถูกต้องนักนะครับ ไม่งั้นต่อไปใครกล่าวหาอะไรกันเล็กๆน้อยๆเนี่ย ต้องถอนทุกคำนะครับ
ผมจึงยังไม่ให้ถอนไง ผมถึงบอกว่าให้เปลี่ยนคำที่มัน
มันเหมือนใส่ร้ายเขานะครับนะ
ท่านประธาน
ด้วยความเคารพครับ ผมขออนุญาต
อ้า เชิญ เชิญท่านประธานครับ ขอประทานโทษครับ
อ่า ท่านผู้ประท้วงท่าน ผมกำลังหารือกับท่านปกรวุฒิว่า ถ้าที่จริงมันเป็นคำที่ร้ายแรงอยู่นะครับ ไปถึงแม้เขาจะชี้แจง แต่ว่าประชาชนที่อยู่ทางบ้านเนี่ย เขาไม่รับทราบขบวนการอย่างที่ท่านจุลพันธ์ท่านได้บอกว่ามันเป็นขบวนการ ฉะนั้นผมขอให้ท่านเปลี่ยนคำพูดครับ อ้า ท่านเปลี่ยนคำพูดหน่อย ท่านหัวหน้าพรรคครับ เชิญ
ประธานขออนุญาตครับ
เชิญหลังมครับ ประท้วงครับ
เรียนท่านประธานครับ ผมหลังม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ จำเป็นที่จะต้องหารือกับท่านประธานอย่างนี้ฮะ คือที่ผ่าน มาเนี่ย พวกเราก็ทำหน้าที่ในสภา ผมคิดว่าเราใช้คำพูดนะครับ ทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ ที่เป็นคำพูดที่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด และผมคิดว่าคำพูดนี้นะครับ มันเป็นคำพูดที่สุดท้ายพี่น้องประชาชนที่ติดตามก็จะต้องเป็นผู้พิจารณาเอาเอง ส่วนถ้าเกิดว่าท่านจุรพันธ์ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะ ถ้าท่านจะไม่เห็นด้วยกับการใช้คำพูดนี้ ท่านมีสิทธิ์ในการที่จะชี้แจง แล้วพวกเราไม่ได้มีปัญหาอะไร ขออนุญาตประท้วงครับ ถ้ามีการเริ่มมั่วซั่วกันไปหมด
ขอให้ถอนคำพูดแทบจะทุกคำพูดเนี่ย ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เดินต่อไม่ได้ฮะ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ด้วยความกรุณานะครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยให้ดี เพื่อให้มันเป็นบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ต่อ ใช้สิทธิ์ประท้วง ท่านประธานฟังท่านผู้ประท้วง ผมจะได้
ผมขออนุญาตใช้สิทธิ์ประท้วงครับ ท่านประธาน ประท้วงใช่มั้ยครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 สมาชิกที่อยู่ในห้องแล้วก็ลุกขึ้นมาพูด 2-3 ท่านก็พูดชัดเจนว่าที่ทำอยู่คือการใส่ร้าย ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 วรรค 2 อ่านให้ดีๆ เค้าห้ามไม่ให้แสดงกิริยา วาจาอันไม่สุภาพ เสียดสีบุคคลใด ห้ามใส่ร้าย มีความชัดเจนอยู่ในข้อบังคับการประชุมอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะลุกขึ้นมาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น แล้วบอกว่าคนอื่นออกมาแก้ตัวได้ มันไม่ใช่เช่นนั้น อ่านข้อบังคับการประชุมให้ขาดครับ ขอให้ท่านประธานบังคับการประชุมให้มันเดินหน้าอย่างราบรื่น ถ้าทุกคนลุกขึ้นมาแล้วมาใส่ร้ายคนอื่น แล้วการประชุมจะเดินหน้าได้ยังไง ท่านยอมรับเองว่าท่านใส่ร้ายพวกผม ผมขอให้ถอนคำพูดในสิ่งที่ได้อภิปรายไปก็แค่นั้นเอง เราก็เดินหน้ากันต่อ ท่านประธาน ยึดข้อบังคับการประชุมให้แม่นครับ ไม่งั้นเราจะเดินต่อไม่ได้
ครับ ผมเข้าใจครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วนะ ครับ เดี๋ยวท่านท่านให้ผมได้ชี้แจงก่อนนะครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าให้ท่านเปลี่ยนคำพูด ถ้าท่านไม่เปลี่ยนคำพูด ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ นะครับ ในข้อ 40 ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ ฉะนั้น ท่านณัฐพงษ์ เมื่อกี้ผมได้อ่า ชี้แจงกับท่านแล้ว ท่านก็อ่า คงจะได้ปรับอ่าในเนื้อหาที่ท่านจะอภิปรายต่อไปนะครับ เพื่อให้มันเป็นการอภิปรายอ่าแถลงนโยบายจริงๆ นะครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเพียงแค่อยากจะชี้ให้เห็นครับว่า ในกลุ่ม 5 Cluster นั้น ไม่ได้มีประชาชนอยู่ในสมการครับ ท่านประธานครับ การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเริ่มต้นต่างๆ ของกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัว การจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ครับ ไร้ซึ่งเจตจำนงหรือวาระที่จะมาผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลนี่ใช่มั้ยครับ คือเหตุผลที่ทำให้เรามีความรู้สึก ลึกๆ ว่าเมื่อฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ทั้ง 23 ข้อจบ ทำไมตัวผมเองยังไม่ได้รู้สึกว่าพวกเรากำลังจะมีอนาคต ร่วมกับอนาคตของประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พยายามฉายภาพให้พวกเราเห็น แต่ใดๆ ครับ ท่านประธานครับ ช่วงต้นท่านนายกรัฐมนตรีได้วางหลักการที่เหมือนท่านเองก็ท่องไว้เป็นคาถาอยู่ 3 ข้อครับ ว่าจะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ข้อที่ 2 คือการยึดมั่นในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อที่ 3 ครับ ก็คือการยึดมั่นในหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคกัน หลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดครับ รวมถึงพรรคประชาชน หากได้เป็นรัฐบาล ก็ต้องยึดถือหลักปฏิบัติอยู่แล้วครับ แต่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินมากกว่าครับ ท่านประธาน ว่าหลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ภายใต้การนำของนายกที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นั้น จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด ผมฟังคำแถลงนโยบายของท่านนายกจบ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ขออนุญาตสะท้อนตามความรู้สึกครับ ผมยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนเหล่านั้น รวมถึงผมยังไม่เห็นพันธกิจหรือเจตจำนงร่วมกันของรัฐบาลชุดนี้เลยครับ ว่าตกลงแล้วอะไรคือวาระของประเทศที่แต่ละพรรคมาตกลงร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาบ้าง ผมลองยกตัวอย่าง 1 ตัวอย่างนะครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง ผมไม่เห็นการให้น้ำหนักหรือไม่เห็นการบรรจุอยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายฉบับนี้เลย ผมอยากจะสอบถามบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปร่วมรัฐบาลกันจัดตั้งฮะ เจตจำนงทางการเมืองของท่าน ความเป็นนักประชาธิปไตยของท่านอยู่ตรงไหน ทำไมมันถึงไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าปัญหาใหญ่สุดของประเทศเราในขณะนี้ อาจไม่ใช่ วิกฤตภายนอกครับ แต่มันคือวิกฤตภายในที่ผมบอกว่ามันคือวิกฤตภายใน เพราะไม่ว่าเราจะเจอวิกฤตภายนอกที่รุมล้อมเข้ามาขนาดไหน แต่ถ้า รัฐบาลอยู่เคียงข้างประชาชน เราก็จะพอมีหลักยึดได้บ้าง ผมยกตัวอย่างครับ วิกฤตด้านเศรษฐกิจอย่างวิกฤตน้ำมัน วิกฤตด้านสังคมอย่างเช่นเรื่องเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ วิกฤตด้านความมั่นคงอย่างเช่นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นในเรื่องของปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน แทบทุกวิกฤตที่ผมเอ่ยมาเมื่อสักครู่นี้ เป็นวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับคนในประเทศเราทั้งสิ้นฮะ แต่สิ่งที่รัฐนี้ปกป้องต้องอยู่มาโดยตลอดเสมอมา ไม่ได้เลือกที่จะปกป้องประชาชนก่อนครับ แต่เลือกที่จะปกป้องคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก่อน ท่านประธานครับ ลองดูตัวอย่างวิกฤตน้ำมัน ที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีดุลอำนาจที่ลงตัว มีความมั่นคงทางการเมือง ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงเพิ่มขึ้นหรือ ไม่ รู้สึกมั่นคงปลอดภัยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ครับที่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่อยู่มีอยู่ จะใช้โรงกลั่นน้ำมันที่พวกเรามีอยู่ในประเทศ กำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสม สะท้อนกับต้นทุนจริง ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนอยู่ในขณะนี้ หรือแม้แต่วิกฤตฝุ่น PM 2.5 5 ครับ ในขณะที่เราสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่า ขณะนี้เป็นรายที่ 2 และจริงๆ สูญเสียมาต่อเนื่องอยู่แล้วทุกปี ทุกปีมีประชาชนนับล้านครับ ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 5 รัฐบาลที่มั่นคงได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงหรือไม่ว่าท่านพร้อมจะใช้ทุกกลไกที่ท่านมีอยู่ในมือเนี่ยแหละครับ เพื่อผ่านกฎหมายอากาศสะอาดให้ผ่านสภาโดยเร็ว ซึ่งสภาชุดแล้วค้างอยู่ในขั้น ส.ว. ไม่ใช่ใช้ไพ่ Joker ที่ท่านมีอยู่ในมือเพื่อกุมอำนาจของรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น ท่านประธานครับ ด้วยอำนาจที่เบ็ดเสร็จที่นายกมีอยู่ในมือ หากรัฐบาลประสงค์จะทำสิ่งใด ผมเชื่อว่าสามารถทำได้จนประสบผลสำเร็จ ครับ มันอยู่ที่ความแน่วแน่ และมันอยู่ที่ความกล้าหาญทางการเมืองของพวกท่าน นี่คือสิ่งที่ตัวผมและประชาชนกำลังมองหา จากตัวท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนครับ สิ่งที่พวกเราต้องการตอนนี้ก็คือรัฐบาลที่จะเข้าไปทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูก ไม่ได้กำลังจะทำสิ่งถูกให้กลายเป็นสิ่งผิดครับ วิกฤตภายในที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือสถานการณ์ที่บรรดากลุ่มคนผู้มีอำนาจในประเทศพยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป สำหรับการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเองก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตโดยรวมไว้ประมาณเท่านี้ครับ ท่านประธาน การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนของผม 2 วันต่อจากนี้จะเป็นเวทีที่พวกเรามาชี้ให้ทุกท่านเห็นว่าสิ่งที่ประเทศกำลังมองหา อาจจะไม่ได้อยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายเล่มนี้ครับ แต่มันคือรัฐบาลที่ไม่ได้เลือกที่จะรักษาระเบียบเดิม แต่เลือกที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชน พอได้แล้วครับกับระบบพวกพ้อง การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วครับกับวิกฤตรอบด้านที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วครับ การเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน ขอบคุณครับ
ครับ เชิญมีอะไรครับ
ท่านประธานวิวัฒ
ท่านท่าน
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตใช้สิทธิ์พาดพิงครับ
ครับ อนุญาตครับ
ครับ ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ผมก็ไม่ได้ไปรบกวนตอนที่ท่านอภิปรายนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเนี่ย ในกระบวนการอภิปรายของท่านเนี่ย ท่านมีการใช้คำซึ่งมีความชัดเจนว่าพูดถึงพรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านใช้คำว่าพรรคอันดับ 2 เข้าร่วมรัฐบาลและละทิ้งจุดยืนเดิมนะครับ ซึ่งคำนี้เนี่ย ผมอยากจะให้ท่านเนี่ยได้ถอนคำพูดนะครับ เพราะว่าท่านเองก็ทราบดีครับ กระบวนการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามกลไกของการเมืองระบอบรัฐสภา ซึ่งเมื่อพรรคอันดับ 1 ได้มีการเชื้อเชิญพรรคอันดับ 3 ก็คือตัวพรรคเพื่อไทยเนี่ย ให้เข้าร่วม ก็มีการเข้าไปหารือถึงเรื่องของนโยบาย ถึงเรื่องของการขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกันนะครับ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ตอบตกลงครับ นี่เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผมเชื่อว่าท่านมีความเข้าใจครับ เพียงแต่ว่ากระบวนการในการอภิปรายเนี่ย เอ่อ คงจะลีลามากนิดนึงนะครับ ก็ใช้คำพูดซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องและทำให้เกิดความเสียหายนะครับ ก็ด้วยความเคารพครับ เพื่อให้การเดินประชุมเดินหน้าได้เนี่ย อยากจะให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนคำพูดในส่วนนี้ออกซะ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ เชิญท่านณัฐพงษ์ ผมคิดว่าตามข้อบังคับเพื่อนสมาชิกก็มีสิทธิ์ในการชี้แจงอยู่แล้วครับ ด้วยความเคารพครับ ก็อยู่ที่ท่านประธานเจ้าวินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยอย่างงี้นะครับ เอ่อ ในเมื่อท่าน ท่าน อ่า พูดว่าละทิ้งจุดยืนเดิม ประชาธิปไตย มันเป็นการกล่าวหา ฉะนั้น การกล่าวหา มันพูด การกล่าวหา ซึ่งไม่มีเหมือนใส่ร้าย ฉะนั้น ผมว่าจึงไม่เหมาะที่จะใช้ไปกล่าวร้ายให้เขานะครับ ท่านเปลี่ยนคำพูดได้มั้ยฮะ ท่านขอเปลี่ยนคำพูดหน่อยนะครับ เพื่อเพื่อมันเรียบร้อยครับ เดี๋ยวท่านณัฐพงษ์ท่านจะใช้สิทธิ์อยู่ ท่านปกรวุฒิเชิญฮะ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมปกรวุฒิครับ สมาชิกสภาครับ ผมผมคิดว่าขอด้วยความเคารพนะครับ ท่านประธาน ถ้าไม่เช่นนั้นเนี่ย การกล่าวหาไม่ว่าคำใดๆก็ตามหลังจากนี้เนี่ย ในสภาแห่งนี้จะต้องถอนกันหมดนะครับ ผมคิดว่าการใช้บรรทัดฐานนี้อาจจะไม่ถูกต้องนักนะครับ ไม่งั้นต่อไปใครกล่าวหาอะไรกันเล็กๆน้อยๆเนี่ย ต้องถอนทุกคำนะครับ
ผมจึงยังไม่ให้ถอนไง ผมถึงบอกว่าให้เปลี่ยนคำที่มัน
มันเหมือนใส่ร้ายเขานะครับนะ
ท่านประธาน
ด้วยความเคารพครับ ผมขออนุญาต
อ้า เชิญ เชิญท่านประธานครับ ขอประทานโทษครับ
อ่า ท่านผู้ประท้วงท่าน ผมกำลังหารือกับท่านปกรวุฒิว่า ถ้าที่จริงมันเป็นคำที่ร้ายแรงอยู่นะครับ ไปถึงแม้เขาจะชี้แจง แต่ว่าประชาชนที่อยู่ทางบ้านเนี่ย เขาไม่รับทราบขบวนการอย่างที่ท่านจุลพันธ์ท่านได้บอกว่ามันเป็นขบวนการ ฉะนั้นผมขอให้ท่านเปลี่ยนคำพูดครับ อ้า ท่านเปลี่ยนคำพูดหน่อย ท่านหัวหน้าพรรคครับ เชิญ
ประธานขออนุญาตครับ
เชิญหลังมครับ ประท้วงครับ
เรียนท่านประธานครับ ผมหลังม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ จำเป็นที่จะต้องหารือกับท่านประธานอย่างนี้ฮะ คือที่ผ่าน มาเนี่ย พวกเราก็ทำหน้าที่ในสภา ผมคิดว่าเราใช้คำพูดนะครับ ทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ ที่เป็นคำพูดที่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด และผมคิดว่าคำพูดนี้นะครับ มันเป็นคำพูดที่สุดท้ายพี่น้องประชาชนที่ติดตามก็จะต้องเป็นผู้พิจารณาเอาเอง ส่วนถ้าเกิดว่าท่านจุรพันธ์ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะ ถ้าท่านจะไม่เห็นด้วยกับการใช้คำพูดนี้ ท่านมีสิทธิ์ในการที่จะชี้แจง แล้วพวกเราไม่ได้มีปัญหาอะไร ขออนุญาตประท้วงครับ ถ้ามีการเริ่มมั่วซั่วกันไปหมด
ขอให้ถอนคำพูดแทบจะทุกคำพูดเนี่ย ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เดินต่อไม่ได้ฮะ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ด้วยความกรุณานะครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยให้ดี เพื่อให้มันเป็นบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ต่อ ใช้สิทธิ์ประท้วง ท่านประธานฟังท่านผู้ประท้วง ผมจะได้
ผมขออนุญาตใช้สิทธิ์ประท้วงครับ ท่านประธาน ประท้วงใช่มั้ยครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 สมาชิกที่อยู่ในห้องแล้วก็ลุกขึ้นมาพูด 2-3 ท่านก็พูดชัดเจนว่าที่ทำอยู่คือการใส่ร้าย ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 วรรค 2 อ่านให้ดีๆ เค้าห้ามไม่ให้แสดงกิริยา วาจาอันไม่สุภาพ เสียดสีบุคคลใด ห้ามใส่ร้าย มีความชัดเจนอยู่ในข้อบังคับการประชุมอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะลุกขึ้นมาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น แล้วบอกว่าคนอื่นออกมาแก้ตัวได้ มันไม่ใช่เช่นนั้น อ่านข้อบังคับการประชุมให้ขาดครับ ขอให้ท่านประธานบังคับการประชุมให้มันเดินหน้าอย่างราบรื่น ถ้าทุกคนลุกขึ้นมาแล้วมาใส่ร้ายคนอื่น แล้วการประชุมจะเดินหน้าได้ยังไง ท่านยอมรับเองว่าท่านใส่ร้ายพวกผม ผมขอให้ถอนคำพูดในสิ่งที่ได้อภิปรายไปก็แค่นั้นเอง เราก็เดินหน้ากันต่อ ท่านประธาน ยึดข้อบังคับการประชุมให้แม่นครับ ไม่งั้นเราจะเดินต่อไม่ได้
ครับ ผมเข้าใจครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วนะ ครับ เดี๋ยวท่านท่านให้ผมได้ชี้แจงก่อนนะครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าให้ท่านเปลี่ยนคำพูด ถ้าท่านไม่เปลี่ยนคำพูด ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ นะครับ ในข้อ 40 ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ ฉะนั้น ท่านณัฐพงษ์ เมื่อกี้ผมได้อ่า ชี้แจงกับท่านแล้ว ท่านก็อ่า คงจะได้ปรับอ่าในเนื้อหาที่ท่านจะอภิปรายต่อไปนะครับ เพื่อให้มันเป็นการอภิปรายอ่าแถลงนโยบายจริงๆ นะครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเพียงแค่อยากจะชี้ให้เห็นครับว่า ในกลุ่ม 5 Cluster นั้น ไม่ได้มีประชาชนอยู่ในสมการครับ ท่านประธานครับ การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเริ่มต้นต่างๆ ของกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัว การจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ครับ ไร้ซึ่งเจตจำนงหรือวาระที่จะมาผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลนี่ใช่มั้ยครับ คือเหตุผลที่ทำให้เรามีความรู้สึก ลึกๆ ว่าเมื่อฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ทั้ง 23 ข้อจบ ทำไมตัวผมเองยังไม่ได้รู้สึกว่าพวกเรากำลังจะมีอนาคต ร่วมกับอนาคตของประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พยายามฉายภาพให้พวกเราเห็น แต่ใดๆ ครับ ท่านประธานครับ ช่วงต้นท่านนายกรัฐมนตรีได้วางหลักการที่เหมือนท่านเองก็ท่องไว้เป็นคาถาอยู่ 3 ข้อครับ ว่าจะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ข้อที่ 2 คือการยึดมั่นในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อที่ 3 ครับ ก็คือการยึดมั่นในหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคกัน หลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดครับ รวมถึงพรรคประชาชน หากได้เป็นรัฐบาล ก็ต้องยึดถือหลักปฏิบัติอยู่แล้วครับ แต่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินมากกว่าครับ ท่านประธาน ว่าหลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ภายใต้การนำของนายกที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นั้น จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด ผมฟังคำแถลงนโยบายของท่านนายกจบ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ขออนุญาตสะท้อนตามความรู้สึกครับ ผมยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนเหล่านั้น รวมถึงผมยังไม่เห็นพันธกิจหรือเจตจำนงร่วมกันของรัฐบาลชุดนี้เลยครับ ว่าตกลงแล้วอะไรคือวาระของประเทศที่แต่ละพรรคมาตกลงร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาบ้าง ผมลองยกตัวอย่าง 1 ตัวอย่างนะครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง ผมไม่เห็นการให้น้ำหนักหรือไม่เห็นการบรรจุอยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายฉบับนี้เลย ผมอยากจะสอบถามบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปร่วมรัฐบาลกันจัดตั้งฮะ เจตจำนงทางการเมืองของท่าน ความเป็นนักประชาธิปไตยของท่านอยู่ตรงไหน ทำไมมันถึงไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าปัญหาใหญ่สุดของประเทศเราในขณะนี้ อาจไม่ใช่ วิกฤตภายนอกครับ แต่มันคือวิกฤตภายในที่ผมบอกว่ามันคือวิกฤตภายใน เพราะไม่ว่าเราจะเจอวิกฤตภายนอกที่รุมล้อมเข้ามาขนาดไหน แต่ถ้า รัฐบาลอยู่เคียงข้างประชาชน เราก็จะพอมีหลักยึดได้บ้าง ผมยกตัวอย่างครับ วิกฤตด้านเศรษฐกิจอย่างวิกฤตน้ำมัน วิกฤตด้านสังคมอย่างเช่นเรื่องเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ วิกฤตด้านความมั่นคงอย่างเช่นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นในเรื่องของปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน แทบทุกวิกฤตที่ผมเอ่ยมาเมื่อสักครู่นี้ เป็นวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับคนในประเทศเราทั้งสิ้นฮะ แต่สิ่งที่รัฐนี้ปกป้องต้องอยู่มาโดยตลอดเสมอมา ไม่ได้เลือกที่จะปกป้องประชาชนก่อนครับ แต่เลือกที่จะปกป้องคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก่อน ท่านประธานครับ ลองดูตัวอย่างวิกฤตน้ำมัน ที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีดุลอำนาจที่ลงตัว มีความมั่นคงทางการเมือง ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงเพิ่มขึ้นหรือ ไม่ รู้สึกมั่นคงปลอดภัยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ครับที่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่อยู่มีอยู่ จะใช้โรงกลั่นน้ำมันที่พวกเรามีอยู่ในประเทศ กำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสม สะท้อนกับต้นทุนจริง ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนอยู่ในขณะนี้ หรือแม้แต่วิกฤตฝุ่น PM 2.5 5 ครับ ในขณะที่เราสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่า ขณะนี้เป็นรายที่ 2 และจริงๆ สูญเสียมาต่อเนื่องอยู่แล้วทุกปี ทุกปีมีประชาชนนับล้านครับ ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 5 รัฐบาลที่มั่นคงได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงหรือไม่ว่าท่านพร้อมจะใช้ทุกกลไกที่ท่านมีอยู่ในมือเนี่ยแหละครับ เพื่อผ่านกฎหมายอากาศสะอาดให้ผ่านสภาโดยเร็ว ซึ่งสภาชุดแล้วค้างอยู่ในขั้น ส.ว. ไม่ใช่ใช้ไพ่ Joker ที่ท่านมีอยู่ในมือเพื่อกุมอำนาจของรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น ท่านประธานครับ ด้วยอำนาจที่เบ็ดเสร็จที่นายกมีอยู่ในมือ หากรัฐบาลประสงค์จะทำสิ่งใด ผมเชื่อว่าสามารถทำได้จนประสบผลสำเร็จ ครับ มันอยู่ที่ความแน่วแน่ และมันอยู่ที่ความกล้าหาญทางการเมืองของพวกท่าน นี่คือสิ่งที่ตัวผมและประชาชนกำลังมองหา จากตัวท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนครับ สิ่งที่พวกเราต้องการตอนนี้ก็คือรัฐบาลที่จะเข้าไปทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูก ไม่ได้กำลังจะทำสิ่งถูกให้กลายเป็นสิ่งผิดครับ วิกฤตภายในที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือสถานการณ์ที่บรรดากลุ่มคนผู้มีอำนาจในประเทศพยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป สำหรับการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเองก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตโดยรวมไว้ประมาณเท่านี้ครับ ท่านประธาน การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนของผม 2 วันต่อจากนี้จะเป็นเวทีที่พวกเรามาชี้ให้ทุกท่านเห็นว่าสิ่งที่ประเทศกำลังมองหา อาจจะไม่ได้อยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายเล่มนี้ครับ แต่มันคือรัฐบาลที่ไม่ได้เลือกที่จะรักษาระเบียบเดิม แต่เลือกที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชน พอได้แล้วครับกับระบบพวกพ้อง การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วครับกับวิกฤตรอบด้านที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วครับ การเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน ขอบคุณครับ
ครับ เชิญมีอะไรครับ
ท่านประธานวิวัฒ
ท่านท่าน
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตใช้สิทธิ์พาดพิงครับ
ครับ อนุญาตครับ
ครับ ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ผมก็ไม่ได้ไปรบกวนตอนที่ท่านอภิปรายนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเนี่ย ในกระบวนการอภิปรายของท่านเนี่ย ท่านมีการใช้คำซึ่งมีความชัดเจนว่าพูดถึงพรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านใช้คำว่าพรรคอันดับ 2 เข้าร่วมรัฐบาลและละทิ้งจุดยืนเดิมนะครับ ซึ่งคำนี้เนี่ย ผมอยากจะให้ท่านเนี่ยได้ถอนคำพูดนะครับ เพราะว่าท่านเองก็ทราบดีครับ กระบวนการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามกลไกของการเมืองระบอบรัฐสภา ซึ่งเมื่อพรรคอันดับ 1 ได้มีการเชื้อเชิญพรรคอันดับ 3 ก็คือตัวพรรคเพื่อไทยเนี่ย ให้เข้าร่วม ก็มีการเข้าไปหารือถึงเรื่องของนโยบาย ถึงเรื่องของการขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกันนะครับ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ตอบตกลงครับ นี่เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผมเชื่อว่าท่านมีความเข้าใจครับ เพียงแต่ว่ากระบวนการในการอภิปรายเนี่ย เอ่อ คงจะลีลามากนิดนึงนะครับ ก็ใช้คำพูดซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องและทำให้เกิดความเสียหายนะครับ ก็ด้วยความเคารพครับ เพื่อให้การเดินประชุมเดินหน้าได้เนี่ย อยากจะให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนคำพูดในส่วนนี้ออกซะ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ เชิญท่านณัฐพงษ์ ผมคิดว่าตามข้อบังคับเพื่อนสมาชิกก็มีสิทธิ์ในการชี้แจงอยู่แล้วครับ ด้วยความเคารพครับ ก็อยู่ที่ท่านประธานเจ้าวินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยอย่างงี้นะครับ เอ่อ ในเมื่อท่าน ท่าน อ่า พูดว่าละทิ้งจุดยืนเดิม ประชาธิปไตย มันเป็นการกล่าวหา ฉะนั้น การกล่าวหา มันพูด การกล่าวหา ซึ่งไม่มีเหมือนใส่ร้าย ฉะนั้น ผมว่าจึงไม่เหมาะที่จะใช้ไปกล่าวร้ายให้เขานะครับ ท่านเปลี่ยนคำพูดได้มั้ยฮะ ท่านขอเปลี่ยนคำพูดหน่อยนะครับ เพื่อเพื่อมันเรียบร้อยครับ เดี๋ยวท่านณัฐพงษ์ท่านจะใช้สิทธิ์อยู่ ท่านปกรวุฒิเชิญฮะ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมปกรวุฒิครับ สมาชิกสภาครับ ผมผมคิดว่าขอด้วยความเคารพนะครับ ท่านประธาน ถ้าไม่เช่นนั้นเนี่ย การกล่าวหาไม่ว่าคำใดๆก็ตามหลังจากนี้เนี่ย ในสภาแห่งนี้จะต้องถอนกันหมดนะครับ ผมคิดว่าการใช้บรรทัดฐานนี้อาจจะไม่ถูกต้องนักนะครับ ไม่งั้นต่อไปใครกล่าวหาอะไรกันเล็กๆน้อยๆเนี่ย ต้องถอนทุกคำนะครับ
ผมจึงยังไม่ให้ถอนไง ผมถึงบอกว่าให้เปลี่ยนคำที่มัน
มันเหมือนใส่ร้ายเขานะครับนะ
ท่านประธาน
ด้วยความเคารพครับ ผมขออนุญาต
อ้า เชิญ เชิญท่านประธานครับ ขอประทานโทษครับ
อ่า ท่านผู้ประท้วงท่าน ผมกำลังหารือกับท่านปกรวุฒิว่า ถ้าที่จริงมันเป็นคำที่ร้ายแรงอยู่นะครับ ไปถึงแม้เขาจะชี้แจง แต่ว่าประชาชนที่อยู่ทางบ้านเนี่ย เขาไม่รับทราบขบวนการอย่างที่ท่านจุลพันธ์ท่านได้บอกว่ามันเป็นขบวนการ ฉะนั้นผมขอให้ท่านเปลี่ยนคำพูดครับ อ้า ท่านเปลี่ยนคำพูดหน่อย ท่านหัวหน้าพรรคครับ เชิญ
ประธานขออนุญาตครับ
เชิญหลังมครับ ประท้วงครับ
เรียนท่านประธานครับ ผมหลังม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ จำเป็นที่จะต้องหารือกับท่านประธานอย่างนี้ฮะ คือที่ผ่าน มาเนี่ย พวกเราก็ทำหน้าที่ในสภา ผมคิดว่าเราใช้คำพูดนะครับ ทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ ที่เป็นคำพูดที่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด และผมคิดว่าคำพูดนี้นะครับ มันเป็นคำพูดที่สุดท้ายพี่น้องประชาชนที่ติดตามก็จะต้องเป็นผู้พิจารณาเอาเอง ส่วนถ้าเกิดว่าท่านจุรพันธ์ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะ ถ้าท่านจะไม่เห็นด้วยกับการใช้คำพูดนี้ ท่านมีสิทธิ์ในการที่จะชี้แจง แล้วพวกเราไม่ได้มีปัญหาอะไร ขออนุญาตประท้วงครับ ถ้ามีการเริ่มมั่วซั่วกันไปหมด
ขอให้ถอนคำพูดแทบจะทุกคำพูดเนี่ย ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เดินต่อไม่ได้ฮะ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ด้วยความกรุณานะครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยให้ดี เพื่อให้มันเป็นบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ต่อ ใช้สิทธิ์ประท้วง ท่านประธานฟังท่านผู้ประท้วง ผมจะได้
ผมขออนุญาตใช้สิทธิ์ประท้วงครับ ท่านประธาน ประท้วงใช่มั้ยครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 สมาชิกที่อยู่ในห้องแล้วก็ลุกขึ้นมาพูด 2-3 ท่านก็พูดชัดเจนว่าที่ทำอยู่คือการใส่ร้าย ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 วรรค 2 อ่านให้ดีๆ เค้าห้ามไม่ให้แสดงกิริยา วาจาอันไม่สุภาพ เสียดสีบุคคลใด ห้ามใส่ร้าย มีความชัดเจนอยู่ในข้อบังคับการประชุมอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะลุกขึ้นมาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น แล้วบอกว่าคนอื่นออกมาแก้ตัวได้ มันไม่ใช่เช่นนั้น อ่านข้อบังคับการประชุมให้ขาดครับ ขอให้ท่านประธานบังคับการประชุมให้มันเดินหน้าอย่างราบรื่น ถ้าทุกคนลุกขึ้นมาแล้วมาใส่ร้ายคนอื่น แล้วการประชุมจะเดินหน้าได้ยังไง ท่านยอมรับเองว่าท่านใส่ร้ายพวกผม ผมขอให้ถอนคำพูดในสิ่งที่ได้อภิปรายไปก็แค่นั้นเอง เราก็เดินหน้ากันต่อ ท่านประธาน ยึดข้อบังคับการประชุมให้แม่นครับ ไม่งั้นเราจะเดินต่อไม่ได้
ครับ ผมเข้าใจครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วนะ ครับ เดี๋ยวท่านท่านให้ผมได้ชี้แจงก่อนนะครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าให้ท่านเปลี่ยนคำพูด ถ้าท่านไม่เปลี่ยนคำพูด ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ นะครับ ในข้อ 40 ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ ฉะนั้น ท่านณัฐพงษ์ เมื่อกี้ผมได้อ่า ชี้แจงกับท่านแล้ว ท่านก็อ่า คงจะได้ปรับอ่าในเนื้อหาที่ท่านจะอภิปรายต่อไปนะครับ เพื่อให้มันเป็นการอภิปรายอ่าแถลงนโยบายจริงๆ นะครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเพียงแค่อยากจะชี้ให้เห็นครับว่า ในกลุ่ม 5 Cluster นั้น ไม่ได้มีประชาชนอยู่ในสมการครับ ท่านประธานครับ การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเริ่มต้นต่างๆ ของกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัว การจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ครับ ไร้ซึ่งเจตจำนงหรือวาระที่จะมาผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลนี่ใช่มั้ยครับ คือเหตุผลที่ทำให้เรามีความรู้สึก ลึกๆ ว่าเมื่อฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ทั้ง 23 ข้อจบ ทำไมตัวผมเองยังไม่ได้รู้สึกว่าพวกเรากำลังจะมีอนาคต ร่วมกับอนาคตของประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พยายามฉายภาพให้พวกเราเห็น แต่ใดๆ ครับ ท่านประธานครับ ช่วงต้นท่านนายกรัฐมนตรีได้วางหลักการที่เหมือนท่านเองก็ท่องไว้เป็นคาถาอยู่ 3 ข้อครับ ว่าจะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ข้อที่ 2 คือการยึดมั่นในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อที่ 3 ครับ ก็คือการยึดมั่นในหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคกัน หลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดครับ รวมถึงพรรคประชาชน หากได้เป็นรัฐบาล ก็ต้องยึดถือหลักปฏิบัติอยู่แล้วครับ แต่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินมากกว่าครับ ท่านประธาน ว่าหลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ภายใต้การนำของนายกที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นั้น จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด ผมฟังคำแถลงนโยบายของท่านนายกจบ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ขออนุญาตสะท้อนตามความรู้สึกครับ ผมยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนเหล่านั้น รวมถึงผมยังไม่เห็นพันธกิจหรือเจตจำนงร่วมกันของรัฐบาลชุดนี้เลยครับ ว่าตกลงแล้วอะไรคือวาระของประเทศที่แต่ละพรรคมาตกลงร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาบ้าง ผมลองยกตัวอย่าง 1 ตัวอย่างนะครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง ผมไม่เห็นการให้น้ำหนักหรือไม่เห็นการบรรจุอยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายฉบับนี้เลย ผมอยากจะสอบถามบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปร่วมรัฐบาลกันจัดตั้งฮะ เจตจำนงทางการเมืองของท่าน ความเป็นนักประชาธิปไตยของท่านอยู่ตรงไหน ทำไมมันถึงไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าปัญหาใหญ่สุดของประเทศเราในขณะนี้ อาจไม่ใช่ วิกฤตภายนอกครับ แต่มันคือวิกฤตภายในที่ผมบอกว่ามันคือวิกฤตภายใน เพราะไม่ว่าเราจะเจอวิกฤตภายนอกที่รุมล้อมเข้ามาขนาดไหน แต่ถ้า รัฐบาลอยู่เคียงข้างประชาชน เราก็จะพอมีหลักยึดได้บ้าง ผมยกตัวอย่างครับ วิกฤตด้านเศรษฐกิจอย่างวิกฤตน้ำมัน วิกฤตด้านสังคมอย่างเช่นเรื่องเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ วิกฤตด้านความมั่นคงอย่างเช่นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นในเรื่องของปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน แทบทุกวิกฤตที่ผมเอ่ยมาเมื่อสักครู่นี้ เป็นวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับคนในประเทศเราทั้งสิ้นฮะ แต่สิ่งที่รัฐนี้ปกป้องต้องอยู่มาโดยตลอดเสมอมา ไม่ได้เลือกที่จะปกป้องประชาชนก่อนครับ แต่เลือกที่จะปกป้องคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก่อน ท่านประธานครับ ลองดูตัวอย่างวิกฤตน้ำมัน ที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีดุลอำนาจที่ลงตัว มีความมั่นคงทางการเมือง ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงเพิ่มขึ้นหรือ ไม่ รู้สึกมั่นคงปลอดภัยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ครับที่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่อยู่มีอยู่ จะใช้โรงกลั่นน้ำมันที่พวกเรามีอยู่ในประเทศ กำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสม สะท้อนกับต้นทุนจริง ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนอยู่ในขณะนี้ หรือแม้แต่วิกฤตฝุ่น PM 2.5 5 ครับ ในขณะที่เราสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่า ขณะนี้เป็นรายที่ 2 และจริงๆ สูญเสียมาต่อเนื่องอยู่แล้วทุกปี ทุกปีมีประชาชนนับล้านครับ ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 5 รัฐบาลที่มั่นคงได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงหรือไม่ว่าท่านพร้อมจะใช้ทุกกลไกที่ท่านมีอยู่ในมือเนี่ยแหละครับ เพื่อผ่านกฎหมายอากาศสะอาดให้ผ่านสภาโดยเร็ว ซึ่งสภาชุดแล้วค้างอยู่ในขั้น ส.ว. ไม่ใช่ใช้ไพ่ Joker ที่ท่านมีอยู่ในมือเพื่อกุมอำนาจของรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น ท่านประธานครับ ด้วยอำนาจที่เบ็ดเสร็จที่นายกมีอยู่ในมือ หากรัฐบาลประสงค์จะทำสิ่งใด ผมเชื่อว่าสามารถทำได้จนประสบผลสำเร็จ ครับ มันอยู่ที่ความแน่วแน่ และมันอยู่ที่ความกล้าหาญทางการเมืองของพวกท่าน นี่คือสิ่งที่ตัวผมและประชาชนกำลังมองหา จากตัวท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนครับ สิ่งที่พวกเราต้องการตอนนี้ก็คือรัฐบาลที่จะเข้าไปทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูก ไม่ได้กำลังจะทำสิ่งถูกให้กลายเป็นสิ่งผิดครับ วิกฤตภายในที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือสถานการณ์ที่บรรดากลุ่มคนผู้มีอำนาจในประเทศพยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป สำหรับการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเองก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตโดยรวมไว้ประมาณเท่านี้ครับ ท่านประธาน การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนของผม 2 วันต่อจากนี้จะเป็นเวทีที่พวกเรามาชี้ให้ทุกท่านเห็นว่าสิ่งที่ประเทศกำลังมองหา อาจจะไม่ได้อยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายเล่มนี้ครับ แต่มันคือรัฐบาลที่ไม่ได้เลือกที่จะรักษาระเบียบเดิม แต่เลือกที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชน พอได้แล้วครับกับระบบพวกพ้อง การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วครับกับวิกฤตรอบด้านที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วครับ การเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน ขอบคุณครับ
ครับ เชิญมีอะไรครับ
ท่านประธานวิวัฒ
ท่านท่าน
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตใช้สิทธิ์พาดพิงครับ
ครับ อนุญาตครับ
ครับ ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ผมก็ไม่ได้ไปรบกวนตอนที่ท่านอภิปรายนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเนี่ย ในกระบวนการอภิปรายของท่านเนี่ย ท่านมีการใช้คำซึ่งมีความชัดเจนว่าพูดถึงพรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านใช้คำว่าพรรคอันดับ 2 เข้าร่วมรัฐบาลและละทิ้งจุดยืนเดิมนะครับ ซึ่งคำนี้เนี่ย ผมอยากจะให้ท่านเนี่ยได้ถอนคำพูดนะครับ เพราะว่าท่านเองก็ทราบดีครับ กระบวนการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามกลไกของการเมืองระบอบรัฐสภา ซึ่งเมื่อพรรคอันดับ 1 ได้มีการเชื้อเชิญพรรคอันดับ 3 ก็คือตัวพรรคเพื่อไทยเนี่ย ให้เข้าร่วม ก็มีการเข้าไปหารือถึงเรื่องของนโยบาย ถึงเรื่องของการขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกันนะครับ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ตอบตกลงครับ นี่เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผมเชื่อว่าท่านมีความเข้าใจครับ เพียงแต่ว่ากระบวนการในการอภิปรายเนี่ย เอ่อ คงจะลีลามากนิดนึงนะครับ ก็ใช้คำพูดซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องและทำให้เกิดความเสียหายนะครับ ก็ด้วยความเคารพครับ เพื่อให้การเดินประชุมเดินหน้าได้เนี่ย อยากจะให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนคำพูดในส่วนนี้ออกซะ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ เชิญท่านณัฐพงษ์ ผมคิดว่าตามข้อบังคับเพื่อนสมาชิกก็มีสิทธิ์ในการชี้แจงอยู่แล้วครับ ด้วยความเคารพครับ ก็อยู่ที่ท่านประธานเจ้าวินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยอย่างงี้นะครับ เอ่อ ในเมื่อท่าน ท่าน อ่า พูดว่าละทิ้งจุดยืนเดิม ประชาธิปไตย มันเป็นการกล่าวหา ฉะนั้น การกล่าวหา มันพูด การกล่าวหา ซึ่งไม่มีเหมือนใส่ร้าย ฉะนั้น ผมว่าจึงไม่เหมาะที่จะใช้ไปกล่าวร้ายให้เขานะครับ ท่านเปลี่ยนคำพูดได้มั้ยฮะ ท่านขอเปลี่ยนคำพูดหน่อยนะครับ เพื่อเพื่อมันเรียบร้อยครับ เดี๋ยวท่านณัฐพงษ์ท่านจะใช้สิทธิ์อยู่ ท่านปกรวุฒิเชิญฮะ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมปกรวุฒิครับ สมาชิกสภาครับ ผมผมคิดว่าขอด้วยความเคารพนะครับ ท่านประธาน ถ้าไม่เช่นนั้นเนี่ย การกล่าวหาไม่ว่าคำใดๆก็ตามหลังจากนี้เนี่ย ในสภาแห่งนี้จะต้องถอนกันหมดนะครับ ผมคิดว่าการใช้บรรทัดฐานนี้อาจจะไม่ถูกต้องนักนะครับ ไม่งั้นต่อไปใครกล่าวหาอะไรกันเล็กๆน้อยๆเนี่ย ต้องถอนทุกคำนะครับ
ผมจึงยังไม่ให้ถอนไง ผมถึงบอกว่าให้เปลี่ยนคำที่มัน
มันเหมือนใส่ร้ายเขานะครับนะ
ท่านประธาน
ด้วยความเคารพครับ ผมขออนุญาต
อ้า เชิญ เชิญท่านประธานครับ ขอประทานโทษครับ
อ่า ท่านผู้ประท้วงท่าน ผมกำลังหารือกับท่านปกรวุฒิว่า ถ้าที่จริงมันเป็นคำที่ร้ายแรงอยู่นะครับ ไปถึงแม้เขาจะชี้แจง แต่ว่าประชาชนที่อยู่ทางบ้านเนี่ย เขาไม่รับทราบขบวนการอย่างที่ท่านจุลพันธ์ท่านได้บอกว่ามันเป็นขบวนการ ฉะนั้นผมขอให้ท่านเปลี่ยนคำพูดครับ อ้า ท่านเปลี่ยนคำพูดหน่อย ท่านหัวหน้าพรรคครับ เชิญ
ประธานขออนุญาตครับ
เชิญหลังมครับ ประท้วงครับ
เรียนท่านประธานครับ ผมหลังม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ จำเป็นที่จะต้องหารือกับท่านประธานอย่างนี้ฮะ คือที่ผ่าน มาเนี่ย พวกเราก็ทำหน้าที่ในสภา ผมคิดว่าเราใช้คำพูดนะครับ ทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ ที่เป็นคำพูดที่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด และผมคิดว่าคำพูดนี้นะครับ มันเป็นคำพูดที่สุดท้ายพี่น้องประชาชนที่ติดตามก็จะต้องเป็นผู้พิจารณาเอาเอง ส่วนถ้าเกิดว่าท่านจุรพันธ์ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะ ถ้าท่านจะไม่เห็นด้วยกับการใช้คำพูดนี้ ท่านมีสิทธิ์ในการที่จะชี้แจง แล้วพวกเราไม่ได้มีปัญหาอะไร ขออนุญาตประท้วงครับ ถ้ามีการเริ่มมั่วซั่วกันไปหมด
ขอให้ถอนคำพูดแทบจะทุกคำพูดเนี่ย ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เดินต่อไม่ได้ฮะ
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ
ด้วยความกรุณานะครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยให้ดี เพื่อให้มันเป็นบรรทัดฐานในการทำหน้าที่ต่อ ใช้สิทธิ์ประท้วง ท่านประธานฟังท่านผู้ประท้วง ผมจะได้
ผมขออนุญาตใช้สิทธิ์ประท้วงครับ ท่านประธาน ประท้วงใช่มั้ยครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงตามข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 สมาชิกที่อยู่ในห้องแล้วก็ลุกขึ้นมาพูด 2-3 ท่านก็พูดชัดเจนว่าที่ทำอยู่คือการใส่ร้าย ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 วรรค 2 อ่านให้ดีๆ เค้าห้ามไม่ให้แสดงกิริยา วาจาอันไม่สุภาพ เสียดสีบุคคลใด ห้ามใส่ร้าย มีความชัดเจนอยู่ในข้อบังคับการประชุมอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะลุกขึ้นมาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น แล้วบอกว่าคนอื่นออกมาแก้ตัวได้ มันไม่ใช่เช่นนั้น อ่านข้อบังคับการประชุมให้ขาดครับ ขอให้ท่านประธานบังคับการประชุมให้มันเดินหน้าอย่างราบรื่น ถ้าทุกคนลุกขึ้นมาแล้วมาใส่ร้ายคนอื่น แล้วการประชุมจะเดินหน้าได้ยังไง ท่านยอมรับเองว่าท่านใส่ร้ายพวกผม ผมขอให้ถอนคำพูดในสิ่งที่ได้อภิปรายไปก็แค่นั้นเอง เราก็เดินหน้ากันต่อ ท่านประธาน ยึดข้อบังคับการประชุมให้แม่นครับ ไม่งั้นเราจะเดินต่อไม่ได้
ครับ ผมเข้าใจครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วนะ ครับ เดี๋ยวท่านท่านให้ผมได้ชี้แจงก่อนนะครับ ผมก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าให้ท่านเปลี่ยนคำพูด ถ้าท่านไม่เปลี่ยนคำพูด ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ นะครับ ในข้อ 40 ผมก็ต้องวินิจฉัยต่อ ฉะนั้น ท่านณัฐพงษ์ เมื่อกี้ผมได้อ่า ชี้แจงกับท่านแล้ว ท่านก็อ่า คงจะได้ปรับอ่าในเนื้อหาที่ท่านจะอภิปรายต่อไปนะครับ เพื่อให้มันเป็นการอภิปรายอ่าแถลงนโยบายจริงๆ นะครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเพียงแค่อยากจะชี้ให้เห็นครับว่า ในกลุ่ม 5 Cluster นั้น ไม่ได้มีประชาชนอยู่ในสมการครับ ท่านประธานครับ การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเริ่มต้นต่างๆ ของกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ผลประโยชน์ลงตัว การจัดตั้งรัฐบาลก็ลงตัว ครับ ไร้ซึ่งเจตจำนงหรือวาระที่จะมาผลักดันร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลนี่ใช่มั้ยครับ คือเหตุผลที่ทำให้เรามีความรู้สึก ลึกๆ ว่าเมื่อฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ทั้ง 23 ข้อจบ ทำไมตัวผมเองยังไม่ได้รู้สึกว่าพวกเรากำลังจะมีอนาคต ร่วมกับอนาคตของประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พยายามฉายภาพให้พวกเราเห็น แต่ใดๆ ครับ ท่านประธานครับ ช่วงต้นท่านนายกรัฐมนตรีได้วางหลักการที่เหมือนท่านเองก็ท่องไว้เป็นคาถาอยู่ 3 ข้อครับ ว่าจะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ข้อที่ 2 คือการยึดมั่นในระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้อที่ 3 ครับ ก็คือการยึดมั่นในหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคกัน หลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดครับ รวมถึงพรรคประชาชน หากได้เป็นรัฐบาล ก็ต้องยึดถือหลักปฏิบัติอยู่แล้วครับ แต่สิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินมากกว่าครับ ท่านประธาน ว่าหลักการทั้ง 3 ข้อนี้ ภายใต้การนำของนายกที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล นั้น จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด ผมฟังคำแถลงนโยบายของท่านนายกจบ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ขออนุญาตสะท้อนตามความรู้สึกครับ ผมยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนเหล่านั้น รวมถึงผมยังไม่เห็นพันธกิจหรือเจตจำนงร่วมกันของรัฐบาลชุดนี้เลยครับ ว่าตกลงแล้วอะไรคือวาระของประเทศที่แต่ละพรรคมาตกลงร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ขึ้นมาบ้าง ผมลองยกตัวอย่าง 1 ตัวอย่างนะครับ ท่านประธาน ยกตัวอย่างอย่างเช่นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกทางการเมือง ผมไม่เห็นการให้น้ำหนักหรือไม่เห็นการบรรจุอยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายฉบับนี้เลย ผมอยากจะสอบถามบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปร่วมรัฐบาลกันจัดตั้งฮะ เจตจำนงทางการเมืองของท่าน ความเป็นนักประชาธิปไตยของท่านอยู่ตรงไหน ทำไมมันถึงไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าปัญหาใหญ่สุดของประเทศเราในขณะนี้ อาจไม่ใช่ วิกฤตภายนอกครับ แต่มันคือวิกฤตภายในที่ผมบอกว่ามันคือวิกฤตภายใน เพราะไม่ว่าเราจะเจอวิกฤตภายนอกที่รุมล้อมเข้ามาขนาดไหน แต่ถ้า รัฐบาลอยู่เคียงข้างประชาชน เราก็จะพอมีหลักยึดได้บ้าง ผมยกตัวอย่างครับ วิกฤตด้านเศรษฐกิจอย่างวิกฤตน้ำมัน วิกฤตด้านสังคมอย่างเช่นเรื่องเครือข่ายทุนเทาและสแกมเมอร์ วิกฤตด้านความมั่นคงอย่างเช่นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเช่นในเรื่องของปัญหาฝุ่นข้ามพรมแดน แทบทุกวิกฤตที่ผมเอ่ยมาเมื่อสักครู่นี้ เป็นวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับคนในประเทศเราทั้งสิ้นฮะ แต่สิ่งที่รัฐนี้ปกป้องต้องอยู่มาโดยตลอดเสมอมา ไม่ได้เลือกที่จะปกป้องประชาชนก่อนครับ แต่เลือกที่จะปกป้องคนที่อยู่ใกล้ชิดกับรัฐบาลก่อน ท่านประธานครับ ลองดูตัวอย่างวิกฤตน้ำมัน ที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีดุลอำนาจที่ลงตัว มีความมั่นคงทางการเมือง ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงเพิ่มขึ้นหรือ ไม่ รู้สึกมั่นคงปลอดภัยเพิ่มขึ้นหรือไม่ ครับที่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่อยู่มีอยู่ จะใช้โรงกลั่นน้ำมันที่พวกเรามีอยู่ในประเทศ กำกับดูแลค่ากลั่นน้ำมันให้มีความเหมาะสม สะท้อนกับต้นทุนจริง ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบประชาชนอยู่ในขณะนี้ หรือแม้แต่วิกฤตฝุ่น PM 2.5 5 ครับ ในขณะที่เราสูญเสียอาสาสมัครดับไฟป่า ขณะนี้เป็นรายที่ 2 และจริงๆ สูญเสียมาต่อเนื่องอยู่แล้วทุกปี ทุกปีมีประชาชนนับล้านครับ ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 5 รัฐบาลที่มั่นคงได้ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงหรือไม่ว่าท่านพร้อมจะใช้ทุกกลไกที่ท่านมีอยู่ในมือเนี่ยแหละครับ เพื่อผ่านกฎหมายอากาศสะอาดให้ผ่านสภาโดยเร็ว ซึ่งสภาชุดแล้วค้างอยู่ในขั้น ส.ว. ไม่ใช่ใช้ไพ่ Joker ที่ท่านมีอยู่ในมือเพื่อกุมอำนาจของรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น ท่านประธานครับ ด้วยอำนาจที่เบ็ดเสร็จที่นายกมีอยู่ในมือ หากรัฐบาลประสงค์จะทำสิ่งใด ผมเชื่อว่าสามารถทำได้จนประสบผลสำเร็จ ครับ มันอยู่ที่ความแน่วแน่ และมันอยู่ที่ความกล้าหาญทางการเมืองของพวกท่าน นี่คือสิ่งที่ตัวผมและประชาชนกำลังมองหา จากตัวท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนครับ สิ่งที่พวกเราต้องการตอนนี้ก็คือรัฐบาลที่จะเข้าไปทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูก ไม่ได้กำลังจะทำสิ่งถูกให้กลายเป็นสิ่งผิดครับ วิกฤตภายในที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือสถานการณ์ที่บรรดากลุ่มคนผู้มีอำนาจในประเทศพยายามจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป สำหรับการแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเองก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตโดยรวมไว้ประมาณเท่านี้ครับ ท่านประธาน การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชนของผม 2 วันต่อจากนี้จะเป็นเวทีที่พวกเรามาชี้ให้ทุกท่านเห็นว่าสิ่งที่ประเทศกำลังมองหา อาจจะไม่ได้อยู่ในเล่มคำแถลงนโยบายเล่มนี้ครับ แต่มันคือรัฐบาลที่ไม่ได้เลือกที่จะรักษาระเบียบเดิม แต่เลือกที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับประชาชน พอได้แล้วครับกับระบบพวกพ้อง การแสวงหาผลประโยชน์ให้กับกลุ่มพวกตน ไม่ไหวแล้วครับกับวิกฤตรอบด้านที่ประชาชนต้องแบกรับ เริ่มได้แล้วครับ การเมืองของประชาชนของพวกเราทุกคน ขอบคุณครับ
ครับ เชิญมีอะไรครับ
ท่านประธานวิวัฒ
ท่านท่าน
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตใช้สิทธิ์พาดพิงครับ
ครับ อนุญาตครับ
ครับ ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านหัวหน้าพรรคประชาชน ผมก็ไม่ได้ไปรบกวนตอนที่ท่านอภิปรายนะครับ แต่อย่างไรก็ตามเนี่ย ในกระบวนการอภิปรายของท่านเนี่ย ท่านมีการใช้คำซึ่งมีความชัดเจนว่าพูดถึงพรรคเพื่อไทยนะครับ ท่านใช้คำว่าพรรคอันดับ 2 เข้าร่วมรัฐบาลและละทิ้งจุดยืนเดิมนะครับ ซึ่งคำนี้เนี่ย ผมอยากจะให้ท่านเนี่ยได้ถอนคำพูดนะครับ เพราะว่าท่านเองก็ทราบดีครับ กระบวนการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามกลไกของการเมืองระบอบรัฐสภา ซึ่งเมื่อพรรคอันดับ 1 ได้มีการเชื้อเชิญพรรคอันดับ 3 ก็คือตัวพรรคเพื่อไทยเนี่ย ให้เข้าร่วม ก็มีการเข้าไปหารือถึงเรื่องของนโยบาย ถึงเรื่องของการขับเคลื่อนความเป็นรัฐร่วมกันนะครับ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ตอบตกลงครับ นี่เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งผมเชื่อว่าท่านมีความเข้าใจครับ เพียงแต่ว่ากระบวนการในการอภิปรายเนี่ย เอ่อ คงจะลีลามากนิดนึงนะครับ ก็ใช้คำพูดซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องและทำให้เกิดความเสียหายนะครับ ก็ด้วยความเคารพครับ เพื่อให้การเดินประชุมเดินหน้าได้เนี่ย อยากจะให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนคำพูดในส่วนนี้ออกซะ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ครับ เชิญท่านณัฐพงษ์ ผมคิดว่าตามข้อบังคับเพื่อนสมาชิกก็มีสิทธิ์ในการชี้แจงอยู่แล้วครับ ด้วยความเคารพครับ ก็อยู่ที่ท่านประธานเจ้าวินิจฉัยครับ
ผมวินิจฉัยอย่างงี้นะครับ เอ่อ ในเมื่อท่าน ท่าน อ่า พูดว่าละทิ้งจุดยืนเดิม ประชาธิปไตย มันเป็นการกล่าวหา ฉะนั้น การกล่าวหา มันพูด การกล่าวหา ซึ่งไม่มีเหมือนใส่ร้าย ฉะนั้น ผมว่าจึงไม่เหมาะที่จะใช้ไปกล่าวร้ายให้เขานะครับ ท่านเปลี่ยนคำพูดได้มั้ยฮะ ท่านขอเปลี่ยนคำพูดหน่อยนะครับ เพื่อเพื่อมันเรียบร้อยครับ เดี๋ยวท่านณัฐพงษ์ท่านจะใช้สิทธิ์อยู่ ท่านปกรวุฒิเชิญฮะ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมปกรวุฒิครับ สมาชิกสภาครับ ผมผมคิดว่าขอด้วยความ
เก็ใช้มาตรการในเรื่องของภาษีลาบลอย ประธานครับขออนุญาต >> ประท้วงครับ >> เชิญครับประท้วงข้อไหนครับเรื่อง >> ข้อ 45 เนี่ยครับคือสิ่งที่ท่านกำลัง อภิปรายเนี่ยเป็นการอภิปรายถึงรัฐบาลชุด ที่แล้ว เหตุการณ์ที่ท่านใช้คำว่าวันนั้นเนี่ยก็ คือวันนั้นของรัฐบาลนั้นวันนี้รัฐบาลใหม่ กำลังจะมาแถลงนโยบายยังไม่เริ่มนับ 1 เลย ครับต่อให้ท่านนายกจบประโยคสุดท้ายว่า ขอบคุณครับเนี่ยก็ยังไม่ได้ทำงานเลยครับ เพราะฉะนั้นขอความกรุณาท่านประธานได้ กรุณากำชับให้ท่านสมาชิกนะครับท่านอดีต นายกรัฐมนตรีขออนุญาตเด่นามท่านอภิสิทธิ์ ว่าท่านให้คำแนะนำหรือวิพากษ์วิจารณ์อะไร ไปข้างหน้าครับไม่ต้องย้อนไปถึงเรื่องค่า การกลั่นของเมื่อวาน >> เราจะได้มีคำแนะนำที่ดีให้กับรัฐบาลที่จะ กำลังจะทำงานต่อไปในอนาคตนะครับท่าน ประธานครับขออนุญาตครับ >> ครับผมวินิจฉัยนะครับ >> ขออนุญาตครับท่านประธานครับ >> ขออนุญาตครับท่านประธานครับ >> ให้ผมวินิจฉัยก่อนครับิ >> ให้ผมวินิจฉัยก่อนเอ่อ ท่านผู้ประท้วงครับเ่อเนื่องจากการ อภิปรายนี่รัฐบาลชุดนี้กับรัฐบาลชุดที่ แล้วนี่อ่าต่อเนื่องกันผมก็เลยให้อนุญาต ให้ให้พูดนะครับอ่าอนุญาตให้พูดได้นะครับ งั้นเชิญต่อครับ >> ท่านประธานครับขออนุญาตประท้วงท่านประธาน ครับ >> ครับเชิญครับ >> ผมว่าไม่มีรัฐบาลไหนต่อเนื่องนะครับครบ คือครบจบคือจบเป็นรัฐบาลชุดใหม่ที่ไม่ใช่ ชุดที่แล้วครับเพราะบางท่านที่เคยเป็นเ่อ รัฐมนตรีสมัยที่แล้วตอนนี้ท่านก็มานั่ง เป็นฝ่ายค้านอยู่เพราะฉะนั้นไม่ใช่อย่าง ที่ท่านประธานวินิจฉัยหรอกครับด้วยความ เคารพครับความต่อเนื่องอาจจะเกี่ยวเนื่อง ในการที่ประชาชนประสบปัญหาแต่คนละเรื่อง กันครับรัฐบาลไม่ได้ต่อเนื่องครับด้วย ความเคารพต่อท่านประธานครับขอให้ท่าน วินิจฉัยด้วยครับว่าท่านอ่าผู้อภิปรายนับ จากนี้ไปเนี่ยจะไปอภิปรายเรื่องของปัญหา ที่เกิดขึ้นในอดีตหรือผลที่ไม่ได้เป็นผล งานที่ดีของรัฐบาลชุดที่แล้วเนี่ยมาท่าน ประธานอภิปรายผมฟังออกนะครับให้ผม วินิจฉัยครับผมวินิจฉัย >> ผมชี้แจงท่านผู้ประท้วงต่อนะครับว่าการ ที่สมาชิกอภิปรายเนี่อภิปรายถึงความเหมาะ สมนโยบายและความสามารถในการบริหาร >> ฮะ >> นะครับอยู่ในข้อความสามารถในการบริหาร ฉะนั้นพูดได้ครับพูดได้นะครับแต่อย่าให้ เกินมากครับเชิญครับเชิญต่อครับ >> ขอบพระคุณท่านประธานครับจริงๆถ้าคำแนะนำ ท่านรับไปปฏิบัติแล้วผมก็ไม่ต้องพูดนะ ครับแต่นี่แนะนำต่อเนื่องแล้วก็ยังทำช้า ไปน้อยไปและหลายเรื่องก็ยังไม่ได้ทำวัน นี้ยังรอคอยครับมาตรการในเรื่องของการ ช่วยภาคการขนส่งมาตรการในเรื่องของการ ช่วยภาคการประมงและที่สำคัญก็คือที่ท่าน พูดถึงการแก้ปัญหาทั้งปุ๋ยก็ดีเม็ด พลาสติกก็ดีคนในวงการขณะนี้ทุกคนทราบหมด ว่ามีทั้งปัญหาการขาดแคลนและมีทั้งปัญหา ราคาต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นทั้งสำหรับภาค อุตสาหกรรมและภาคการเกษตร ผมก็ต้องเรียนว่านอกเหนือจากการบริหารผิด พลาดตรงนี้แล้วที่ผมใช้คำว่าหัวใจท่านไม่ อยู่กับประชาชนน่ะ ขนาดคนไปทำงานกับท่านสัปดาห์เดียวออกมา ต่อว่าฝ่ายค้านว่าพูดราคาน้ำมันเนี่ยเป็น เรื่องเชย ผมจะเชยต่อไปครับและผมเชื่อว่าคนทั้ง ประเทศก็จะเชยกับผมเพราะยุคนี้ไม่คาดหวัง จะเก๋ไก๋หรูหราอีกต่อไปล่ะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่กระทบกับความเป็น อยู่ของพี่น้องประชาชนและนอกเหนือจากการ ที่ท่านยังไม่ยอมให้รัฐบาลรับภาระหรือภาค ธุรกิจรับภาระเท่าที่ควรยังจะต้องไปไล่ ตามจับไอ้โม่ง ที่ทำให้ประชาประชาชนเจ็บช้ำน้ำใจ คำพูดท่านประธานครับบางทีท่านนายกพูดสวย หรูไม่มีใครจะดีไปกว่าประชาชนแต่ความสวย หรูนั้นไม่เจ็บเท่ากับวันที่ท่านบอกว่ามี แต่ประชาชนที่กักตุนน้ำมันท่านจงไปหา ผู้กักตุนที่แท้จริงและดำเนินการเช่นเดียว กันครับท่านประธานครับที่ท่านพูดถึง เรื่องทุนเทา สแกมเมอร์ ซึ่งผมกราบเรียนว่าจะเป็นอุปสรรคอย่าง ใหญ่หลวงในนโยบายของท่านทั้งในเรื่องการ ดึงการลงทุนทั้งในเรื่องของการพัฒนาตลาด ทุนที่จะบอกให้เป็นไปอย่างโปร่งใสมาตรฐาน สากลแข่งขันได้ เรื่องจริงคืออะไรครับพวกกระผมไปยื่นข้อ มูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ทุกครั้งที่เกิดการดำเนินการของหน่วย งานของรัฐในประเทศไทยตามหลังต่างประเทศ เสมอ ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือในต่างประเทศ อย่างเช่นสิงคโปร์ตอนเขาดำเนินการเขา ดำเนินการบนพื้นฐานของการกระทำความผิดใน ประเทศไทยตลาดหลักทรัพย์ไทยมีการยักย้าย ถ่ายเททรัพย์สินเข้าไปเกี่ยวข้องกับ บริษัทน้ำมันสำคัญด้วย แต่ไม่มีความคืบหน้าถามว่าทำไมผมไม่เชื่อ มั่นในความสามารถในเรื่องนี้นอกเหนือจาก ดูการกระทำที่ผ่านมาแล้วปัญหาก็คือคนอด สงสัยไม่ได้ครับ ว่าความเกี่ยวพันของคนที่อยู่ในแวดวงของ อำนาจและรัฐบาลเนี่ยอยู่ในกระบวนการนี้ ด้วยหรือไม่ ไม่ต้องถามผมนะครับถามท่านรัฐมนตรีครับ เพราะท่านเป็นคนดำเนินการสอบเองเรื่อง MOU สแกนม่านตาแต่วันนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องผู้ ที่มีภาพผู้ที่มีความสัมพันธ์กับ สแกมเมอร์หรือนักฟอกเงินระดับโลกก็ยัง สามารถนั่งอยู่ข้างบนได้ จะให้เชื่อได้อย่างไร ผมยกอีก 1 ตัวอย่างครับนโยบายที่เขียนสวย หรูสำหรับอนาคต เรื่องภาคการเกษตรที่เราจะเป็นศูนย์กลาง จะเป็นครัวโลก จะทำให้ทั่วโลกมองเห็นว่าเราคือ แหล่ง อาหารที่สำคัญ นโยบายอย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานครับ เขียนดีครับ จะเอาเทคโนโลยีมาใช้จะสนับสนุนการรวมตัว ของพี่น้องเกษตรกรเพื่อมีอำนาจต่อรอง แต่การทำงานที่ผ่านมามันไม่มีตรงนั้นเลย ครับ ผมยกตัวอย่างตัวเดียวครับมะพร้าวครับ ทั้งๆที่เรารู้ว่าราคามะพร้าวปลายทางที่ เราส่งออกไปมันไม่ได้ตกลง แต่ราคาที่รับซื้อจากชาวสวนต่ำเป็น ประวัติการเราก็ต้องรู้ครับว่าปัญหาอยู่ ที่คนกลางอยู่ที่ล้ง แต่ไม่มีการพยายามดำเนินการแก้ไขเชิงโครง สร้างครับคำตอบที่เราได้วันแรกก็คือ เหมือนรัฐบาลอยากจะไปตั้งล้งแข่งกับเขา คือล้งกลาง ซึ่งเป็นรูปแบบที่มันไม่สอดคล้องกับสภาพ ความเป็นจริงกับยุคสมัยกับทิศทางในนโยบาย ที่ท่านแถลงเองครับ และถึงวันนี้ผมเพิ่งไปราชบุรีมามะพร้าว น้ำหอมก็อยู่ที่ประมาณ 3 บาทครับขยับขึ้น มาเล็กน้อยตามฤดูกาลคนที่เขาเกี่ยวข้อง เขาก็บอกว่าการดำเนินการของล้งกลางแทบไม่ มีเลยแต่การดำเนินการของล้งที่ถูกตรวจสอบ อย่างเข้มข้นหยุดชะงักงันไปด้วยบวกกับค่า ขนส่งที่สูงขึ้นด้วยขาดทุนเหมือนเดิม ออกจากมะพร้าวน้ำหอมไปมะปรากะทิ นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างครับรัฐบาลแถลง นโยบายบอกว่าเราจะยกระดับคุณภาพความเป็น อยู่ของเกษตรกรเพราะเราจะดึงอุตสาหกรรม การเกษตรเข้ามาแล้วจะช่วยยกระดับความเป็น อยู่ของเกษตรกร แต่ตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือโรงงานที่ ผลิตกะทิโรงงานต่างๆที่รับซื้อมะพร้าว ก็สามารถให้รัฐบาลไปนำเข้ามะพร้าวราคาถูก กว่ามาจากต่างประเทศจนขณะนี้เช่นเดียวกัน ครับราคามะปรากะทิก็ต่ำกว่าต้นทุน กระเทือนพี่น้องเกษตรกร ผมจึงไม่สามารถที่จะมั่นใจได้หรอกครับว่า สิ่งเหล่านี้จะทำให้เรามองเห็นว่าทิศทาง ที่ท่านแถลงดูนี้จะสามารถปฏิบัติได้จริง ท่านประธานที่เคารพครับผมพูดว่านอกเหนือ จากเรื่องของตัวชี้วัดที่ไม่มีนอกเหนือ จากเรื่องของการบริหารที่ผ่านมาเนี่ยผม ตั้งคำถามเรื่องใจของท่านว่าอยู่ที่ไหน อย่างรองประธานโทษครับอย่างท่านรองนายก ที่เป็นประธานสบก.ครับ ผมทราบนะครับว่าท่านไม่ได้เป็นผู้แทน ราษฎร แต่ท่านก็ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้แทนของ ธุรกิจโรงคลัง ชี้แจงแต่ละครั้งก็มองแต่ในมุมของธุรกิจ สิ่งที่ผมจะกราบเรียนก็คือว่าเช่นเดียว กันครับในนโยบายภาคการเกษตรทั้งหมดสิ่ง ที่หล่นหายไปเกือบทั้งหมดเป็นเรื่องของ การสร้างหลักประกันให้กับคนที่จะต้องสูญ เสียจากการเปลี่ยนแปลง ให้กับคนที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของ ตลาดหรือวิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้นไม่ว่าจะ เป็นภายนอกภายใน ผมไม่ไปก้าวร่วงว่าพรรคไหนจิตวิญญาณหาย หรือไม่หายฮะแต่นโยบายหายจริงๆ ประกันรายได้เกษตรกร หรือประกันกำไรเกษตรกรนะครับตามนโยบายของ ทักพรรคท่านซึ่งไปดูกระทรวงเกษตรไม่มี ครับค่าแรงขั้นต่ำท่านไปดูกระทรวงแรงงานไม่มี ครับ นโยบายใดๆที่จะเป็นการให้หลักประกันตรง นี้เป็นปัญหาว่าหายไปไหน เหมือนกับว่าจริงๆผมกราบเรียนว่าผมมองหา คำว่าสวัสดิการอยู่หายากมากเลยในนโยบาย นี้หลักประกันสวัสดิการไม่ได้อยู่ในแนว คิดท่านหรอครับ ผมสงสัยเพราะว่าช่วงหาเสียงเนี่ยพรรคผม เสนอเรื่องการขึ้นเบี้ยยังชีพเมื่อวาน สมาชิกพรรคภูมิใจไทยหารือที่นี่ยังอยาก ให้ขึ้นเบี้ยยังชีพแต่ผมเคยได้รับคำ อธิบายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่าพรรคแกนนำไม่มีนโยบายเรื่องเบี้ยยัง ชีพเพราะพรรคท่านจะไม่ให้เน้นการให้ปลาจะ เน้นการให้เบ็ด ผมกราบเรียนตรงนี้ขึ้นมาเพราะผมอยากจะฝาก ไปถึงท่านปรีว่าการกระทรวงการคลังนะ ท่านอยู่ในภาวะที่จะต้องบริหารด้วยความ ระมัดระวังเกี่ยวกับเงินทอง ท่านต้องแยกให้ออกและชี้ทางให้คนเห็นว่า เราจะไปทางไหนการใช้เงินของรัฐบาลมันมี วัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันบางโครงการ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ บางโครงการเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ที่ได้รับผลกระทบจากบางเรื่อง บางโครงการมันคือสวัสดิการการสิทธิขั้น พื้นฐานเบี้ยยังชีพอยู่อันที่ 3 เนี่ย ครับแต่ที่ผมกราบเรียนอันนี้มาเป็นตัว อย่างเพราะวันนี้ผมตั้งใจจะถามรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคลังว่าเงินที่กำลังมีอยู่ จำกัดที่ท่านจะต้องออกกฎหมายโอนงบประมาณ ตามที่เขียนไว้ในนโยบายเนี่ยท่านจะเอาไป เน้นในเรื่องไหน เพราะด้านหนึ่งวันนี้ท่านกำลังบอกประชาชน ทั้งประเทศบอกประหยัดนะอย่าใช้จ่ายมากนะ แต่ท่านเหมือนส่งสัญญาณว่าจะเอาเงินนี้ไป กระตุ้นเศรษฐกิจ ท่านต้องเลือกนะครับจะเอาแบบไหนสำหรับผม ความสำคัญสูงสุดวันนี้คือเร่งไปช่วย กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เป็นต้น ทุนของประชาชนทั้งประเทศครับ นั่นจะเป็นวิธีการช่วยเหลือทุกคนได้อย่าง ดีที่สุดผมกราบเรียนว่าการขาดจิตใจที่ คำนึงถึงผลกระทบภพและความรู้สึกของประชา ชน มันทำให้นโยบายนี้ไม่ได้สร้างความหวังไม่ ได้สร้างทิศทางสำหรับคนส่วนใหญ่ของประเทศ ผมอยากให้จิตวิญญาณของความเป็นประชาชนของ ท่านนายกเวลาท่านไปทำคเทนสไตล์เชลชวนชิม มันอยู่ในนโยบายฉบับนี้บ้างครับว่าคนปกติ คนธรรมดาที่เขาได้รับผลกระทบจากปัญหาต่าง ๆจากนโยบายนั้นคืออะไรท่านประธานครับ เหลือเวลาของผมอีกจำกัดนะครับกราบเรียน ว่ามันมีประเด็นเรื่องความเปลี่ยนแปลง เชิงโครงสร้างเยอะมากที่ต้องทำ แต่ดูจากสิ่งที่เขียนขณะนี้ไม่มีทางเพียง พอ OECD 2571 ผมถามทุกคนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยาก มากๆครับและสิ่งสำคัญที่ผมจะต้องพูดเป็น เรื่องประเด็นสุดท้ายก็คือเรื่อง OECD เขาบอกยากที่สุดสำหรับประเทศไทยคือเรื่อง ระบบนิติธรรม เรื่องการรักษากฎหมายและการบังคับใช้กฎ หมายอย่างเป็นธรรมรวมทั้งกฎหมายที่ต้อง ปรับปรุงอีกกว่าประมาณร้อยละ 8-90 ครับ ของมาตรฐานที่เขากำหนดมาที่เรายังไม่ได้ ทำ Net zีร จะเกิดได้มยถ้ารัฐบาลยังมีท่าทีกำกวม เกี่ยวกับกฎหมายอากาศสะอาด ยาเสพติดจะหมดไปได้มั้ครับจากผลของพูด แล้วทำพลคือแปลงกัญชาเพื่อการแพทย์มาเป็น กัญชาเกื่อนกราด Big Data Egoverment จะเกิดขึ้นได้มยถ้าเราไม่ กล้าแก้กฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ การอำนวยความสะดวก superlic ไม่พอหรอก ครับถ้าเราไม่มานั่งคุยกันว่าจะจัดระบบ เกี่ยวกับเรื่องของวิธีการเขียนกฎหมายออก กฎหมายร่วมกันอย่างไรภัยพิบัติถ้าเรายัง ไม่รกยกระดับปพ.ให้เกิดความเป็นเอกภาพใน การสั่งการ ทั้งๆที่เรามีบทเรียนจากหาดใใหญ่มาแล้วก็ จะไม่มีอะไรดีขึ้น กฎหมายการศึกษาแห่งชาติช้ามาประมาณ 7-8 ปีเกือบ 10 ปีแล้วครับท่าน เพื่อกำหนดทิศทางว่าเราจะผลักดันระบบการ ศึกษาของเราไปได้อย่างไร แต่ประเด็นสุดท้ายที่ผมได้กราบเรียนท่าน ก่อนหน้านี้ว่า เรื่องที่ผมไม่มั่นใจเกี่ยวกับความสำเร็จ ของนโยบายเนี่ยเพราะผมไม่ค่อยแน่ใจครับ ว่าสิ่งที่ท่านเขียนเอาไว้ในหน้าแรกของ นโยบายเลยล่ะที่พูดถึงเรื่องของ การบริหารโดยใช้หลักนิติธรรม และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคจะเป็น จริงผมจะจับตาดูตั้งแต่คดีฮั้วสว.กับเขา กระโดง ซึ่งความจริงพรรคเพื่อไทยก็พูดไว้เยอะ ด้วยนะครับช่วยตามไปดูด้วย และผมจะดูครับที่ท่านเขียนว่าจะดำเนินการ อย่างเด็ดขาดกับคู่สัญญาของรัฐที่ทำให้ สาธารณะเสียหายใช่ครับเราเห็นตึกสตง.เรา เห็นพระราม 2 เราเห็นโคราชแต่ท่านอย่าลืม คู่สัญญาของอาคารนี้ที่มีปัญหาเยอะแยะ ด้วยนะครับผมจะดูว่าท่านทำจริงหรือเปล่า และที่ผมตั้งประเด็นไปครับว่าทำไมท่านยัง สามารถตั้งคนไปเป็นรัฐมนตรีที่มีการ เคลือบแคลงน่าสงสัยที่เกี่ยวข้องกับทุน เทาสแกมเมอร์ ผมยังแปลกใจว่าก่อนหน้าที่จะได้รายชื่อ คณมนตรี ที่เป็นชุดปัจจุบันเนี่ยมีการพูดถึงบุคคล ท่านหนึ่งที่พูดทำนองว่าเขาไม่ผ่าน คุณสมบัติ ที่จริงสถานะเค้าเรื่องของเค้าคือถูก กล่าวหาโดย DSI ถ้าใช้มาตรฐานเดียวกันบนนั้นหลายคนครับ รวมทั้งท่านนายกด้วยนั่งบนนั้นไม่ได้นี่ คือสิ่งที่เราต้องจับตาดู สุดท้ายครับท่านประธานครับ ก่อนที่ท่านจะมาแถลงนโยบาย ท่านต้องผ่านขั้นตอนที่สำคัญก็คือการถวาย สัตว์ ในวันนั้นมีพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวครับ ว่าถ้าท่านจะทำตามคามตามคำปฏิญาณ ที่ทำต่อหน้าพระพักต์ได้ ผลลัพธ์ที่จะต้องเกิดขึ้น คือต้องเกิดกับประชาชนให้มีคุณภาพชีวิต ที่ ต้องเกิดกับประชาธิปไตยที่ต้องงอกงาม ไพบูลย์และอยู่บนวิถีทางที่ถูกต้อง และต้องทำให้ประเทศมีความมั่นคงเป็นปึก แผ่น ผมกราบเรียนครับว่ารัฐบาลทุกชุดเข้า บริหาร ต้องมีทั้งความสำเร็จมีทั้งความล้มเหลว เข้าใจกันได้ แต่ สิ่งที่ให้อภัยกันไม่ได้ทุกรัฐบาลก็คือ ถ้าแสวงหาผลประโยชน์เข้าตัวเข้าพวกและไม่ เคารพในกระบวนการของกฎหมายและกระบวนการ ของประชาธิปไตย กราบเรียนเตือนท่านนะครับว่า ถ้าท่านเห็นประชาชนเป็นเพียงแค่ทาง ผ่าน สู่อำนาจ เห็นประชาธิปไตยเป็นแค่พิธีกรรม เห็นประเด็นเป็นเรื่องความมั่นคงจริยธรรม เป็นเพียงการหาเสียงหรือเครื่องมือทางการ เมือง ท่านจะไม่ได้ปฏิบัติตามคำปฏิญาณตนที่ท่าน ให้ไว้ต่อหน้าพระพักและทุกคนในประเทศจะ บอกว่าพอแล้วไม่ไหวแล้วขอบพระคุณครับ >> ครับต่อไปกลุ่มที่ส่งรายชื่อมาเป็นพรรค รัฐบาลแล้วต่อ 5 ท่านแล้วก็วุฒิสภามา 3 ท่านแล้วกลับมาฝ่ายค้านนะครับอ่าเชิญท่าน วัชรพงษ์ครูวิกิตสุวรรณเชิญครับ >> กราบเรียนท่านประธานและท่านสภาที่เคารพ กระผมนายวัชรพงษ์ครูวิจิตรสุวรรณ สมาชิกรัฐสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทยเขต 3 สระบุรี เมืองเนื้อนุ่มนมดีกะหรี่ดังครับท่าน ประธาน ตอนนี้เนื้อยังนุ่มอยู่ครับนมก็ยังดีแต่ กะหรี่ปั๊บเริ่มจะไม่ดังแล้วครับท่าน ประธานเนื่องจากว่าร้านค้าผู้ประกอบการ ขายกะหรี่ปั๊บและของฝากข้างทางริมถนน พหลโยธินและมิตรภาพกำลังจะประสบปัญหา เกี่ยวกับภาระหนี้สินที่แก้ไม่ออกที่ผมยก ตัวอย่างของสระบุรีนั้นจริงๆแล้วเพื่อน ส.ส.พรรคภูมิใจไทยของผมฝากมาแทบทุก จังหวัดเลยนะครับเพราะว่าแต่ละจังหวัดก็ จะมีของดีของพื้นถิ่นเป็นของตัวเองจึง เป็นที่มาของเรื่องที่ผมจะอภิปรายต่อไป นี้ครับท่านประธานก็คือเรื่อง SE หรือผู้ ประกอบการรายย่อยและหนี้ครัวเรือนแต่พอ ฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายเสร็จผม แทบอยากจะถอนชื่ออภิปรายทันทีเลยครับมัน ครบมันได้มันโดนไปหมดครับท่านประธานทุก นโยบายที่ท่านนายกได้แถลงมาที่เหลือก็ อยู่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจะ นำไปใช้ได้เร็วแค่ไหนตามสไตล์ท่านนายก รัฐมนตรี สั่งวันนี้เสร็จเมื่อวานซึ่งผมคิดว่าคณะ รัฐมนตรีและรัฐบาลสามารถทำได้อย่างแน่นอน ท่านประธานครับเวลาของผม 30 นาทีแต่ว่ามี เพื่อนสส.พรรคภูมิใจไทยหลายท่านประสงค์ ที่จะอภิปรายในประเด็นนี้จึงเหลือท่านละ 6 นาทีผมก็ไม่เป็นไรครับท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีจะได้ฟังความคิดที่หลาก หลายแต่ละบริบทของแต่ละพื้นที่ในทุกภาค ของประเทศไทยซึ่งพวกเราล้วมเป็นตัวแทนจาก พี่น้องประชาชนทั่วประเทศมาการแถลงนโยบาย ของคณะรัฐมนตรีครั้งนี้มี 5 ด้านซึ่งผม เองก็จะพูดถึงด้านเศรษฐกิจแล้วครับซึ่งใน ด้านนี้ก็จะมี 5 ข้อที่ทางรัฐบาลได้บรรจุ ไว้เช่นกันผมคงจะไม่ลงรายละเอียดนะครับ ท่านประธานเนื่องจากว่าระยะเวลาที่จำกัด ก็จะให้ผู้อภิปรายจากเพื่อนสส.พรรค ภูมิใจไทยท่านต่อไปได้ลงในรายละเอียดและ ก็ตัวเลขซึ่งท่านประธานครับท่านประธานอาจ จะคิดว่าพวกผมเก่งมาจากไหนถึงอาจหาญกล้า มาอภิปรายในเรื่องเศรษฐกิจ ผมและเพื่อน ส.ส.พอพรรคภูมิใจไทยเราไม่ได้ เก่งเรื่องเศรษฐกิจหรอกครับแต่เราเก่งใน เรื่องการลงพื้นที่เราเก่งในเรื่องการไป รับฟังเสียงจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ แล้วนำกลับมาให้รัฐบาลทำเสร็จแล้วพวกผม นำกลับไปพูดนำกลับไปสื่อสารว่าสิ่งที่ พี่น้องประชาชนฝากมาถึงรัฐบาลนั้นรัฐบาลมี แนวทางอย่างนี้นะจะแก้ไขแบบนี้นะและ เยียวยาอย่างนี้นะดังนั้นแล้วผมถึงได้ขอ อนุญาตที่จะพูดถึงประเด็นSMอและหนี้ครัว เรือนซึ่งประเด็นแรกก็คือการสร้างโอกาส การเริ่มต้นและเติบโตอย่างทั่วถึงให้กับ ทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมเพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนไทยเช่นการสนับสนุนการ เข้าถึงองค์ความรู้แหล่งทุนและเทคโนโลยี ตามความต้องการของแต่ละกลุ่มอาทิโครงการ คนละครึ่งพัซึ่งหลังจากผมแล้วก็จะมีผู้ อภิปรายในด้านเศรษฐกิจเข้ามาลงในราย ละเอียดในขั้นต่อไปอีกจำนวน 5-6 ท่านซึ่ง การทำด้านนี้ของรัฐบาลก็ต้องขอชื่นชมแล้ว ครับโดยเฉพาะเอ่อการส่งเสริมให้ผู้ประกาย ได้แถลงแล้วแล้วทางรัฐบาลได้ใส่มาในเล่ม นโยบายจนแทบจะครบคลุมทุกมิติแล้วผมจึงไม่ ขอพูดในประเด็นนี้อีกท่านประธานครับกลุ่ม นี้สำคัญมากนะครับ กลุ่ม SM กลุ่มคนขายของออนไลน์กลุ่มร้าน ขายของชำโชว์ห่วยในตำบลในหมู่บ้านต่างๆ รวมถึงกลุ่มหนี้ครัวเรือนซึ่งผมโชคดีมี โอกาสได้อยู่ในวงสนทนากับท่านนายก รัฐมนตรีหลายครั้งผมมักจะได้ยินคำที่ออก มาจากท่านนายกรัฐมนตรีโดยเสมอว่าอย่าลืม คนกลุ่มนี้นะอย่าลืมคนเหล่านี้นะซึ่งทำ ให้ผมใจฟูมากครับที่ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ เคยที่จะไม่นึกถึงคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดเลย ท่านประธานครับถ้าชาวไร่ชาวสวนชาวนาคือ กระดูกสันหลังของชาติคนกลุ่มนี้ก็เปรียบ เสมือนหมอนรองกระดูกสันหลังของชาติ ถ้าหมอนรองกระดูกมันอักเสบกระดูกมันก็จะ เจ็บเจ็บร่างกายมันก็จะปวดซึ่งประเทศไทย เราก็เหมือนกับร่างกายนี่แหละครับที่แบก รับทุกอย่างดังนั้นผมจึงต้องฝากคนกลุ่ม นี้ให้กับทางรัฐบาลเป็นพิเศษ การรักษาหมอนรองกระดูกกลุ่มนี้ให้แข็งแรง ทำไมถึงมีความจำเป็นครับเพราะเม็ดเงิน ต่างๆเหล่าเครับมันจะหมุนเวียนอยู่ในตำบล อยู่ในหมู่บ้านร้านค้าเหล่านี้แหละครับ ที่จะเป็นที่จับจ่ายใช้สอยซื้อขายในหมู่ บ้านในตำบล ประเทศไทยเรามีทั้งหมด 70,000 กว่าหมู่ บ้านท่านประธานคิดดูสิครับว่ามันจะเกิด พายุลูกเล็กๆกี่หมื่นลูกที่จะพัดพาทำให้ เศรษฐกิจของประเทศเรานั้นขับเคลื่อนไปได้ แต่คนกลุ่มนี้กำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน ครับก็คือการขายของได้แต่ไม่เหลือเงิน หรือมีลูกค้าแต่มีหนี้มากกว่าในข้อนี้ เพื่อนสส.พรรคภูมิใจไทยของผมฝากย้ำทาง รัฐบาลเป็นพิเศษว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่า นี้เข้าใจว่าทางรัฐบาลมีแนวทางที่จะนวิน การอยู่แต่ก็อยากจะให้ท่านประธานได้กำชับ ถึงคนกลุ่มนี้ผู้ประกอบการรายย่อย SE ร้านขายของชำร้านโชว์ห่วยคนขายของออนไลน์ หนี้ครัวเรือนหรือหนี้ส่วนบุคคลซึ่งผมคิด ว่าคนกลุ่มนี้ก็รอความไวกับรัฐบาลอยู่ดัง นั้นในโอกาสนี้ผมและเพื่อนสส.พรรค ภูมิใจไทยก็ขออนุญาตเป็นกำลังใจให้ท่าน นายกรัฐมนตรีตลอดจนคณะรัฐมนตรีให้ทำงาน ด้วยความราบรื่นพวกเราพร้อมเป็นกำลัง สำคัญในการขับเคลื่อนครับขอบคุณครับ >> ครับท่านสยามเพงทองครับเชิญครับ >> เรียนท่านประธานสภาที่เคารพและเพื่อน สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับผมสยาม เบงทองสมาชิกสภาผู้แดนราษฎรจังหวัดบึงกา เขต 1 พระกุมใจไทยในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ วันนี้ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายคำแถลง นโยบายของคณะรัฐมนตรีครับซึ่งจากที่ได้ ฟังท่านนายกแถลงก็เข้าใจเป็นอย่างดีครับ และก็ทราบดีครับถึงสถานการณ์การบริหารภาย ใต้ความไม่แน่นอนรอบด้านและยังต้องเร่ง ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้วย มาตรการ Quck Big Win ที่ครอบคลุมทั้ง ด้านเศรษฐกิจด้านการต่างประเทศและความ มั่นคงด้านสังคมด้านภัยพิบัติและสิ่งแวด ล้อมรวมไปถึงด้านการบริหารภาครัฐและการ ปฏิรูปกฎหมายครับแต่วันนี้ผมอยากจะขอให้ ความสำคัญในส่วนของด้านเศรษฐกิจครับเพราะ เป็นเรื่องของปากท้องพี่น้องประชาชนและ ที่ผ่านมาครับไม่ว่าประเทศไทยเราจะต้อง เจอกับวิกฤตอะไรก็ตามสิ่งที่ได้รับผล กระทบเป็นอันดับแรกก็คือระบบเศรษฐกิจของ ไทยครับเช่นเมื่อปี 68 ที่ผ่านมาครับท่าน ประธานทุกท่านน่าจะยังจำกันได้ครับถึง วิกฤตที่เราต้องเจอทั้งภาษีทรัมป์และความ ไม่สงบชายแดนไทยกัมพูชารวมไปถึงภัยพิบัติ มากมายครับซึ่งทำให้กระทบเศรษฐกิจของไทย อย่างหนักแต่ในช่วงปลายปี 256 ครับรัฐบาล ได้นำโครงการที่เป็นประโยชน์อย่างมากครับ มาประคับประคองเศรษฐกิจและทำให้เราได้ ผ่านพ้นช่วงวิกฤตมาได้นั่นก็คือโครงการคน ละครึ่งพลัครับและผมเชื่อครับว่าเป็นโครง การที่พี่น้องคนไทยให้การยอมรับครับว่า สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง ช่วยลดรายจ่ายให้พี่น้องประชาชนเพิ่มราย ได้ให้กับร้านค้าโดยเฉพาะร้านค้าในระดับ ชุมชนครับและพอร้านค้าสามารถที่จะขายของ ได้มีกำไรก็สามารถที่จะไปจ่ายค่าต้นทุน วัตถุดิบแล้วก็ค่าแรงทำให้เกิดการสร้าง งานครับและให้การใช้จ่ายนั้นหมุนเวียนใน ระบบหลายรอบและรัฐก็สามารถจัดเก็บภาษี และนำไปพัฒนาประเทศต่อไปได้ครับและจากข้อมูล ครับท่านประธานโครงการคนละครึ่งพลัสตั้ง แต่วันที่ 29 ตุลาคมถึงวันที่ 31 ธันวาคม ปี 68 ครับมีมูลค่าการใช้จ่ายในโครงการ ถึง 84,185 ล้านบาทครับแบ่งเป็นการใช้ผ่าน ร้านค้าที่ เข้าร่วมประมาณ 81,000 ล้านและผ่าน Food Delivery อีกประมาณ 3,000 ล้านและยังทำ ให้เศรษฐกิจของไทยขยายตัวเพิ่มมากขึ้นอีก ประมาณ 0.2% 2% ครับในปี 256 ตัวเลข เหล่านี้ชัดเจนครับท่านประธานว่าโครงการ คนละครึ่งพัสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของ ประเทศไทยได้เป็นอย่างดีครับ แล้ววันนี้ครับปี 2569 ประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตใหญ่อีกครั้ง นึงครับก็คือสถานการณ์ความตรึงเครียดที่ เกิดขึ้นที่ตะวันออกกลางและได้รับผลกระทบ ทั่วโลกครับโดยเฉพาะด้านพลังงานและที่ พี่น้องคนไทยกำลังหนักใจอยู่ณขณะเนี้ยก็คือ เรื่องของน้ำมันครับซึ่งได้รับผลกระทบกัน แทบทุกประเทศก็ว่าได้ครับท่านประธานแล้ว เราก็ต้องยอมรับครับว่าพอราคาน้ำมันสูง ต้นทุนค่าขนส่งก็สูงขึ้นครับสินค้าบริการ ต่างๆก็สูงขึ้นและที่น่ากลัววันเนี้ยคือ ค่าครองชีพสูงขึ้นแล้วครับน่ากังวลใจอีก อย่างนึงก็คือสถานการณ์ความไม่สงบทิศ ตะวันออกกลางวันนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบ ง่ายๆครับและผลกระทบที่เกิดขึ้นจะยังอีก นานครับท่านประธานเพราะฉะนั้นเรื่อง เศรษฐกิจจึงเป็นเรื่องที่เราต้องให้ความ สำคัญอย่างเร่งด่วนครับวันนี้เราได้เห็น โครงการไทยช่วยไทยครับซึ่งเป็นโครงการที่ ดีมากจริงๆครับช่วยลดค่าครองชีพพี่น้อง ประชาชนด้วยการลดสินค้าที่จำเป็นกว่า 3,000 รายการและสินค้าบางรายการลดกว่า 50% ครับและผมยังได้ยินมาว่าจะมีโครงการ คนละครึ่ง Plus เฟส 2 ก็อยากจะฝากท่าน ประธานไปยังคณะรัฐมนตรีครับว่าขอให้รีบ เลยครับเพราะวันนี้เรามีโครงการไทยช่วย ไทยที่ลดราคาสินค้าที่จำเป็นให้พี่น้อง ประชาชนแล้วครับแล้วมันจะดีแค่ไหนครับ ท่านประธานถ้าหากว่าเรามีโครงการคนละ ครึ่งพลเฟส 2 เข้าไปช่วยลดรายจ่ายให้พี่ น้องประชาชนเพิ่มอีกทางนึงคงจะช่วยบรรเทา ความเดือดร้อนให้พี่น้องคนไทยได้เป็น อย่างมากครับท่านประธานครับแต่โครงการคน ละครึ่งก็ยังมีปัญหาอยู่บ้างครับเกี่ยว กับเรื่องสิทธิ์ที่ได้รับก็อยากจะฝากว่า อยากจะให้รัฐบาลเพิ่มสิทธิ์แต่ก็ให้ช่วย ตรวจสอบผู้ที่สมควรได้รับสิทธิ์อย่าง เหมาะสมด้วยเช่นกันครับแล้วก็อีกเรื่อง นึงก็คือเรื่องของอ่าผู้เข้าร่วมโครงการ ครับร้านค้ายังมีความกังวลใจเกี่ยวกับ ประเด็นในเรื่องของการจัดเก็บภาษีก็อยาก จะให้รัฐบาลครับช่วยสื่อสารแล้วก็ ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับรายละเอียดของโครง การให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นครับเพื่อพี่น้อง คนไทยจะได้รับสิทธิ์กันอย่างครอบคลุมและ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนรวมไปถึงการ กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโครงการคนละครึ่งพั เฟส 2 จะได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและ สุดท้ายครับท่านประธานครับในคำแถลงนโยบาย ของคณะรัฐมนตรีผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งครับ ว่ารัฐบาลจะเร่งดำเนินการตามนโยบายบริหาร ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อขับเคลื่อนประเทศและบหารราชการแผ่น ดินให้เป็นไปตามแนวนโยบายแห่งรัฐและ ยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ด้านและขอเป็นกำลัง ใจในการทำหน้าที่ให้กับคณะคณะรัฐมนตรีรวม ไปถึงสมาชิกรัฐสภาทุกท่านในการทำหน้าที่ เพื่อชาติบ้านเมืองต่อไปด้วยความเคารพ ครับท่านประธานครับขอบพระคุณครับ >> ครับท่านญาณีนาถเข็มครับเชิญครับ >> กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพดิฉัน นางญานีนาถเข็มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอำนาจเจริญเขต 2 พรรคภูมิใจไทยใน ฐานะสมาชิกรัฐสภา จากการที่ดิฉันได้รับฟังท่านอนุทินชา วีรกูล นายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายในทุกๆด้านแล้ว ดิฉันรู้สึกมีความหวังขึ้นมาแทนพี่น้อง ประชาชนเห็นด้วยและพร้อมสนับสนุนให้ รัฐบาลดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวเพื่อ ให้เกิดความสำเร็จอันจะก่อให้เกิด ประโยชน์ต่อประเทศชาติของเราและโดยเฉพาะ อย่างยิ่งต่อพี่น้องประชาชนที่จะได้รับผล ประโยชน์จากนโยบายดังกล่าวของรัฐบาลท่าน ประธานสภาที่เคารพคะดิฉันเป็นผู้แทนราษฎร ที่อยู่ใกล้ชิดรู้ปัญหาและความต้องการของ พี่น้องประชาชนเป็นอย่างดีดิฉันได้ฟัง ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อสภาในด้าน เศรษฐกิจแล้วดิฉันมั่นใจว่านโยบายในด้าน เศรษฐกิจของรัฐบาลจะสร้างโอกาสการเริ่ม ต้นและเติบโตไปอย่างทั่วถึงเท่าเทียมกับ ประชาชนในทุกๆกลุ่มโดยที่ผ่านมาได้ สนับสนุนการดำเนินการโครงการคนละครึ่งพล ซึ่งเป็นนโยบายที่ตอบโจทย์ต่อพี่น้อง ประชาชนได้เป็นอย่างดียิ่งและเป็นที่พอใจ ถูกใจของพี่น้องทุกๆกลุ่มนโยบายที่ดิฉัน อยากพูดถึงคือนโยบายสวัสดิการของรัฐบาล ที่ให้แก่พี่น้องคือนโยบายบัตรสวัสดิการ แห่งรัฐท่านประธานที่เคารพคะในสภาวะ เศรษฐกิจในปัจจุบันท่ามกลางสถานการณ์ที่ คนทั่วโลกจับตามอง นั่นก็คือสถานการณ์สงครามที่เกิดขึ้นทำ ให้คนทั่วโลกได้รับความเดือดร้อนจากเหตุ การดังกล่าวโดยยังไม่ทราบว่าจะจบและยุติ อย่างไรโดยเฉพาะพี่น้องประชาชนคนไทยใน สถานการณ์อย่างนี้สิ่งที่รอคอยและมีความ หวังคือสวัสดิการจากทางภาครัฐนโยบายบัตร สำเร็จการแห่งรัฐเป็นนโยบายที่ดีและต้อง ขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ดำเนิน นโยบายนี้มาอย่างต่อเนื่องและนำมาดำเนิน การต่อเพื่อเน้นการดูแลผู้มีรายได้น้อย และลดค่าครองชีพให้พี่น้องประชาชนซึ่ง รัฐบาลได้ดำเนินดำเนินการมาแล้วในสมัยที่ ผ่านมาและเป็นผลดีเป็นอย่างยิ่งจากการที่ ได้ลงพื้นที่พูดคุยพี่น้องประชาชนได้รับ ทราบปัญหาที่เกิดขึ้นดิฉันจึงมีข้อเสนอ แนะทางรัฐบาลเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ต่อ โครงการอยากให้รัฐบาลทบทวนสิทธิ์เพื่อให้ ผู้ที่มีรายได้น้อยได้รับสิทธิ์ให้มาก ขึ้นและทั่วถึงปัญหาดังกล่าวเท่าที่ได้ รับทราบข้อมูลจากทุกๆพื้นที่ก็จะพบปัญหา และอุปสรรคคล้ายๆกันนั่นก็คือคนจนจริงและ มีรายได้น้อยไม่ได้รับสิทธิ์จากบัตร สวัสดิการของรัฐจึงอยากให้ทางรัฐบาลทบทวน และมีความรอบคอบตรวจสอบในการมอบสิทธิ์ สวัสดิการ ให้แก่พี่น้องประชาชน คนจนให้ได้จริงๆและเพิ่มจำนวนเงินให้มาก กว่าเดิมตามสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันเพื่อ ให้บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ลงไปได้บ้างเพราะนั่นคือความหวังในสิทธิ์ ที่เค้าก็ควรจะได้ดิฉันหวังว่าข้อเสนอแนะ นี้รัฐบาลจะนำไปแก้ไขและดำเนินการให้เกิด ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนผู้ที่มีรายได้ น้อยอย่างแท้จริงต่อไปค่ะสุดท้ายนี้ดิฉัน มีความมั่นใจในนโยบายทุกนโยบายที่ท่าน นายกรัฐมนตรีอนุทินชานวีรกูลได้แถลงต่อ รัฐสภาแห่งนี้และโดยเฉพาะท่านนายกนายก รัฐมนตรีดิฉันมั่นใจว่าท่านจะนำพาประเทศ ชาติของเราให้ผ่านพ้นวิกฤตได้ดิฉันขอ สนับสนุนการดำเนินงานของนโยบายต่างๆให้ บรรลุตามเป้าหมายเพื่อเกิดประโยชน์สูงสุด แก่พี่น้องประชาชนและขอเป็นกำลังใจให้คณะ รัฐมนตรีทุกท่านใช้ความรู้ความสามารถในการ แก้ไขวิกฤตต่างๆให้พ้นไปได้ด้วยดี ขอบพระขอบคุณค่ะท่านประธาน >> ครับท่านคมคายอุดรพิมพ์ครับเชิญครับ >> กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพท่าน สมาชิกวุฒิสภาทุกท่านค่ะดิฉันคมคาย อุดรพิมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด มหาสารคามเขต 6 พรรคภูมิใจไทยค่ะท่าน ประธานที่เคารพคะดิฉันขออภิปรายสนับสนุน และเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลค่ะท่าน ประธานคะวันนี้สังคมไทยเราเข้ากับเข้า อยู่ในช่วงพายุทางเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามา ยังไม่อาจที่จะหลีกเลี่ยงได้วิกฤตราคา พลังงานของโลกที่ผันผวนส่งผลกระทบต่อราคา ค่าครองชีพเราจะเห็นว่าทุกอย่างปรับตัว ขึ้นไม่ว่าจะเริ่มตั้งแต่ข้าวแกงจนถึงค่า ขนส่ง เงินในกระเป๋าของชาวบ้านดูเหมือนจะเล็กลง ทุกวันสิ่งที่พี่น้องประชาชนโหยหาไม่ใช่ คำสัญญาค่ะท่านประธานแต่คือหลักประกันว่า เขาจะสามารถประคองชีวิตเาให้ฝ่าวิกฤตใน เศรษฐกิจแบบนี้ได้อย่าง โดยรัฐบาลจะต้องไม่ทอดทิ้งและไม่ปล่อยให้ เขาอยู่อย่างรำพังท่านประธานที่เคารพคะ นโยบายหลักที่รัฐบาลท่านอนุทินชานวีรกุล ได้แถลงไว้ชัดเจนค่ะว่าลดรายได้ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้และขยายโอกาสเป็น เครื่องมือที่ทรงพลังในเวลานี้ก็คือบัตร บัตรสวัสดิการแห่งรัฐซึ่งดิฉันขอเรียกว่า ถุงเงินพื้นฐานของประชาชนและบัดนี้ไม่ใช่ เป็นแค่การช่วยเหลือแต่มันคือการยกระดับ บัตรสวัสดิการพลัซึ่งเป็นบัตรจะต้องช่วย พี่น้องคนจนอย่างแท้จริงโดยมีหลักประกัน ความอุ่นใจ 3 ประการดังนี้ค่ะประการที่ 1 ประชาชนยังมีข้าวกินและมีวงเงินในการซื้อ สินค้าและเป็นหลักประกันความมั่นคงทาง อาหารและในทุกๆต้นเดือนครอบครัวทุก ครอบครัวจะต้องมีงบในการซื้อข้าวสารและ ของใช้ที่จำเป็นแม้ว่าครอบครัวจะขาดราย ได้และประการที่ 2 ประชาชนจะต้องมีไฟใช้ มีน้ำใช้โดยไม่ถูกตัดมิเตอร์ค่ะและประการ ที่ 3 ประชาประชาชนสามารถเดินทางไปสร้าง รายได้ไปหาหมอและไปสร้างโอกาสใหม่ๆโดย ไม่มีความจนมาเป็นอุปสรรคท่านประธานที่เคารพ คะในวันที่ 11 เมษายนนี้กระทรวงการคลังก็ จะมีการเสนอครม.เพิ่มเติมเงินพิเศษอีก 100 บาทรวมเป็น 400 บาทให้กับพี่น้องกว่า 13 ล้านคนเพื่อเป็นของขวัญวันสงกรานต์ค่ะและ นี่คือหลักฐานการทำงานที่รวดเร็วทันใจและ เข้าถึงพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงค่ะ อย่างไรก็ตามดิฉันก็ยังมีข้อเสนอไปยัง รัฐบาลในช่วงที่มีการเปิดลงทะเบียนในรอบ ใหม่ดิฉันขอให้รัฐบาลเปิดประตูรับบัตร สวัสดิการพลัให้กว้างอย่างมากที่สุดค่ะก็ คืออยากให้บัตรเนี้ยถึงคนจนอย่างแท้จริง และดิฉันขอให้ใช้กลไกของท้องถิ่นค่ะเดิน เคาะประตูบ้านเพราะว่าพี่น้องประชาชนหลาย ท่านยังอาจจะยังไม่เข้าถึงเทคโนโลยีแต่ ถ้าเราใช้ท้องถิ่นในการเคาะประตูบ้านและ ทุกๆท่านก็จะเข้าสู่ระบบถุงเงินพื้นฐาน บัตรสวัสดิการพลัอย่างแท้จริงค่ะท่าน ประธานที่เคารพคะอีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะถึง เดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นช่วงที่เปิดเทอมพอดี ค่ะดิฉันอยากให้ยกระดับบัตรสวัสดิการพลั นี้เป็นบัตรการศึกษาเป็นบัตรที่เอ่อเพิ่ม สวัสดิการทางการศึกษาและเป็นบัตรที่ใช้ลด ค่าชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนได้นะคะ เพื่อตอบโจทย์รัฐบาลดิจิตัลและนโยบายการ เรียนในทุกที่ Anywhere any time ตาม นโยบายของรัฐบาลด้วยค่ะท่านประธานที่ เคารพคะดิฉันขอแสดงความชื่นชมและก็ขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านอนุทินชาวีรกูลและ คณะรัฐมนตรีทุกท่านที่ได้เข้ามาดูแลทุก สุขของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงโดย เปลี่ยนความกังวลให้กลายเป็นความอุ่นใจ และบริหารประโยชน์ของคนตัวเล็กๆของ พี่น้องประชาชนดิฉันสนับสนุนนโยบายบัตร สวัสดิการพลัเพื่อพี่น้องประชาชนและพา พี่น้องประชาชนก้าวข้ามวิกฤตมุ่งสู่ความ มั่นคงอย่างยั่งยืนเสืบไปกราบขอบพระคุณด้วย ความเคารพค่ะ >> ครับท่านปริญญาวงศ์เชิดขวัญครับเชิญครับ >> กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาผมปริญญาวงเชิด ขวัญสมาชิกวุฒิสภาครับในส่วนเรื่องการ แถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีนะครับสิ่งที่ สำคัญนะครับขอสไลด์เพิ่มขึ้นด้วยนะครับ คือนอกเหนือจากคำแถลงของท่านนายกรัฐมนตรี นะครับก็ในส่วนเรื่องนโยบายเรือธงในสมัย ก่อนหน้านี้ครับก็คือนโยบายกัญชานั่นเอง นะครับก็คงอยากให้ทางท่านนายกนะครับพูด ถึงเรื่องนี้ด้วยครับว่าสุดท้ายแล้ว นโยบายกัญชานี้จะกลับมาในยุคท่านที่จะแก้ ให้มีพรบ.กัญชาที่ควบคุมได้จริงหรือไม่นะ ครับจะเข้ามาทำให้กับพี่น้องประชาชนให้มี การควบคุมได้หรือเปล่านะครับแล้วสิ่ง สำคัญอีกอย่างนึงครับก็ในส่วนเรื่องของ การพูดความจริงครับกับพี่น้องประชาชนวัน นี้เองเราไม่สามารถตรวจสอบได้เลยสิ่ง ที่ทางท่านรองนายกรัฐมนตรีรัฐมนตรี พาณิชย์เองเนี่ยครับที่อ่าเคยพูดไว้ครับ มีการขายข้าวแบบ GG ให้กับทางจีนนะครับ ไม่ทราบว่าวันนี้เองเนี่ยครับว่าท่านได้ ขายออกไปได้แล้วหรือยังออกไปจำนวนเท่า ไหร่แล้วได้ทำแล้วจริงหรือไม่นะครับเพราะ ว่าอ่าสิ่งนี้เองนะครับเราไม่มีระบบในการ ตรวจสอบติดตามเลยครับที่ให้พี่น้องประชา ชนได้สามารถรับรู้ข้อมูลตรงนี้ได้นะครับ แล้วก็ในประเด็นของการแถลงนโยบายของทาง ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับในส่วนเรื่องของ การศึกษานะครับซึ่งหลายรัฐบาลเองก็จะ พูดถึงการศึกษาการเรียนฟรีมีจริงนะครับซึ่ง ตามมาตรา 54 นะครับที่บอกว่ามีการอ่าเป็น การเรียนเด็กทุกคนได้รับการศึกษา 12 ปีนะ ครับอย่างมีคุณภาพนะครับโดยไม่เก็บค่าใช้ จ่ายซึ่งไม่ไม่เคยสามารถทำได้จริงในทุกๆ รัฐบาลนะครับก็คงหวังว่ารัฐบาลนี้จะ สามารถเข้ามาทำแล้วก็ดำเนินการให้ได้ครับ แต่ปัญหาคือความเท่าเทียมทางการศึกษาเอง นะครับถ้าเกิดว่าทางท่านนายกรัฐมนตรีนะ ครับต้องกลับไปดูครับบรรดาศูนย์การเรียน หรือว่าโรงเรียนต่างๆที่อยู่บนดอยนะครับ เขาไม่เคยได้รับการศึกษาความเท่าเทียม อย่างแท้จริงนะครับความเท่าเทียมที่เกิด ขึ้นได้ต้องเกิดจากสาธสาธุปโภคขั้นพื้น ฐานที่มีจริงก่อนนะครับทุกวันนี้เองไฟฟ้า ยังเข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ตยังเข้าไม่ถึง เลยครับก็คงจะต้องฝากอยากให้ทางท่านเอ่อ นายกรัฐมนตรีนะครับลองดูเกี่ยวกับเรื่อง การแถลงการณ์นโยบายเรื่องนี้ว่าสามารถทำ ได้จริงที่ท่านได้แถลงหรือไม่นะครับแล้วก็ สิ่งสำคัญนะครับต้องขอบคุณรัฐบาลนะครับ ในส่วนเรื่องของการสร้างคนสร้างงานสร้าง อาชีพนะครับท่านครับทราบมั้ครับว่าเรามี หน่วยหนึ่งที่ถูกปล่อยป่าละเลยก็คือโรง เรียนเอกชนนอกระบบนะครับซึ่งกลุ่มนี้เอง จะเป็นกลุ่มที่พัฒนามีวิทยากรคุณภาพหลาก หลายแล้วสร้างอาชีพในระยะสั้นสามารถบ่ม เพาะสร้างชาติสร้างบุคลากรพัฒนาบุคลากร ภายในประเทศของเราให้ได้มากยิ่งขึ้นนะ ครับเพื่ออ่าเป็นสิ่งที่สำคัญนะครับเพราะ ว่าจริงๆกลุ่มนี้เองกลุ่มโรงเรียนเอกชน นอกระบบเนี่ยเป็นกลุ่มที่ถูกมองข้ามจาก ทุกๆรัฐบาลในกระทรวงเองก็เช่นเดียวกันนะ ครับไม่ค่อยความสำคัญของกลุ่มโรงเรียน เอกชนนอกระบบทั้งๆที่กลุ่มนี้มีกลุ่มเป็น กลุ่มที่มีความสามารถในการที่จะส่งเสริม พัฒนาประเทศต่อยอดได้เช่นเดียวกันนะครับ และในส่วนนโยบายที่สำคัญเลยครับในส่วน เรื่องของปัญหายาเสพติดก็คงอยากให้ทาง รัฐบาลเนี่ยครับนอกนอกจากการแถลงนโยบาย ที่จะดำเนินการอย่างจริงจังแล้วเกี่ยวกับ เรื่องปัญหายาเสพติดนะครับก็คงอยากจะให้ ทางรัฐบาลนะครับรับปากกับประชาชนครับว่า ท่านจะแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติดนี้อย่าง จริงจังจริงๆใช่หรือไม่ครับเพราะว่าหลายๆ รัฐบาลไม่สามารถดำเนินการได้นะครับแล้วก็ เรื่องปัญหาเรื่องแรงงานต่างกับการค้า มนุษย์ครับสิ่งหนึ่งที่ไทยจะเข้า OEC เ่อ CD นะครับซึ่งปัญหานี้เองครับเรื่องการ คอร์รัปชัต่างๆนะครับมันพ่วงกันมาทั้งราย งานต่างเด้าแล้วก็การค้ามนุษย์ในไทยเอง ท่านต้องยอมรับนะครับว่ามีกระบวนการการ ค้ามนุษย์กันอย่างมากมายครับคงต้องฝากไว้ แล้วก็สุดท้ายแล้วครับท่านประธานที่สำคัญ นะครับในส่วนเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นะครับ ท่านไม่เขียนอยู่ในแถลงนโยบายของท่านเลย ครับว่าสิ่งที่ประชาชนได้เห็นชอบในการที่ อ่าทำประชามติเห็นชอบแล้วนะครับท่านทาง รัฐบาลนี้จะดำเนินการอย่างไรบ้างนะครับก็ สุดท้ายจริงๆครับประชาชนฝากบอกมาครับว่า รวยไม่ไหวแล้วเว้ยครับขอบคุณมากครับท่าน ประธานครับ >> ท่านนางสาวนันพนานันวโรภาครับ >> เรียนท่านประธานสภาที่เคารพดิฉัน นันทนาทวโรภาส วุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภาในฐานะสว.อิสระ ดิฉันได้เวลา 3 นาทีเท่าครั้งที่แล้วค่ะ อันนี้จะส่งสัญญาณว่ารัฐบาลจะอยู่สั้นๆ เหมือนครั้งที่แล้วหรือเปล่าคะท่านประธาน คะรัฐบาลนี้จัดตั้งขึ้นในภาวะวิกฤตพลัง งานจึงเป็นวิกฤตเศรษฐกิจไปพร้อมกันดูจาก ตัวนโยบาย 23 ข้อแล้วดิฉันเห็นว่ารัฐบาล กำลังจัดนโยบายอยู่ในทุ่งลาเวนอร์แต่ ประชาชนทั้งประเทศมีชีวิตอยู่ในทุ่งกุหลา ร้องไห้รัฐบาลมัวแต่ท่องคาถารวยไม่ไหว แล้วรวยนั่นแหละพวกท่านแต่เสียงในหัวของ ประชาชนเบอกว่าเค้าทนไม่ไหวแล้วดิฉันนั่ง ฟังท่านนายกแถลงด้วยความปวดใจเพราะปัญหา ใหญ่ของประเทศไม่ได้ถูกบรรจุเอาไว้ใน นโยบายของรัฐบาลเลยถ้อยแถลงนโยบายใช้ วาทกรรมสวยหรูแต่ไม่ได้แก้ปัญหาเลยเปรียบ เหมือนประเทศกำลังอยู่ในห้อง ICU ยังชวน ประชาชนมาสวดมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลอยู่ ท่านประธานคะชีวิตของชาวภาคเหนือในเวลา นี้กำลังเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับฝุ่นพิษ PM 2.5 พวกเขาอยู่กับอากาศเลวร้ายที่สุดใน โลกมา 2 สัปดาห์แล้วรัฐบาลกลับไม่บรรจุ เรื่องนี้ในนโยบายแถมยังไม่มีเจตจำนงที่ จะนำเอาพรบ.อากาศสะอาดกลับมาดำเนินการให้ เป็นกฎหมายต่อไปรัฐบาลนี้มองว่าชีวิตของ ประชาชนมีค่าน้อยกว่าผลกำไรของนายทุนเท่า นั้นหรือเรื่องที่ 2 ปัญหาปากท้องที่ ประชาชนทั้งประเทศกำลังเผชิญอยู่ในเวลา นี้ก็คือพลังงานตอนนี้น้ำมันแพงส่งผลต่อ ไฟฟ้าทุกวันนี้เราใช้ไฟฟ้าราคาแพงเพราะ ค่าพร้อมจ่ายที่คนไทยจะต้องแบกให้กับ บริษัทที่ไม่ได้ผลิตไฟฟ้าแต่ได้ค่าตอบแทน ตามสัญญาทำไมรัฐบาลไม่รื้อโครงสร้างสัญญา ทาตุนี้เพื่อปลดปล่อยคนไทยให้ใช้ไฟฟ้าใน ราคาที่สมเหตุสมผลส่วนเรื่องอนาคตของ ประเทศที่กำหนดโดยรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รัฐบาลจงใจที่จะไม่ใส่ไว้เลยแม้แต่ประโยค เดียวนโยบายฉบับก่อนเขียนเรื่องแก้ รัฐธรรมนูญไว้ 3 บรรทัดก็น้อยแล้วฉบับนี้ ไม่เขียนถึงเลยทั้งที่ประชาชนคนไทย 21 ล้านเสียงลงประชามติให้แก้รัฐธรรมนูญไป พร้อมกับการเลือกท่านเข้ามาเป็นนายกจะ มาเทกันกางแดดอย่างนี้ไม่ได้นะคะเรื่อง รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ที่ควบคุมกติกา หลักของประเทศไว้ที่ประเทศเราถดถอย GDP 1.8 8 มา 10 ปีก็เพราะรัฐธรรมนูญฉบับ นี้แล้วเมื่อประชาชน 60% แสดงเจตจำนงชัด เจนเห็นชอบที่จะให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลมีหน้าที่ที่จะดำเนินการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เป็นไปตามประชามติ โดยเร็วแล้วเหตุใดท่านจึงไม่บรรจุใน นโยบายของท่านเช่นเดียวกับเรื่องนิติธรรม ที่ประชาชนจับตาดูพวกท่านอยู่ก็ไม่ได้ บรรจุไว้ตรงส่วนไหนของนโยบายเลยไม่มี เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วคดีฮั้วสว.คดีเขา กระโดงก็จะถูกเป่าหายไปในมาประวัติศาสตร์ การเมืองไทยเช่นนั้นหรือจากคำแถลงนโยบาย ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีเจต จำนงที่จะรักษาชีวิตปากท้องและอนาคตของ ประชาชนแม้แต่น้อยพูดเลยว่ารัฐบาลจัด นโยบายแบบไม่เห็นหัวประชาชนคำถามคือแล้ว รัฐบาลชุดนี้ตั้งเพื่อใครขอบคุณค่ะ >> ครับท่านวรงค์วท่านวงลงเดชกิจกรมครับเชิญ ครับ >> กราเรียนท่านประธานที่เคารพครับกระผมนาย แพทว่าลงเดกกิกรมพรรคไทยพรคดีบัญชีราย ชื่อในฐานะสมาชิกรัฐสภาผมกราบเรียนท่าน ประธานนะครับว่าในคำแถลงนโยบายของท่าน นายกอนุทินมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับน้ำ มันและพลังงานแล้วท่านพูดชัดเจนว่าท่านจะ บริหารจัดการสถานการณ์เพื่อบรรทับผลกระทบ กับพี่น้องประชาชนผมอยากจะให้ท่านนายก และผู้เกี่ยวข้องในนโยบายเหล่านี้ลองศึกษา บทเรียนที่เกิดขึ้นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ผมย้ำนะครับว่าปัญหาน้ำมันที่เกิดขึ้นโดย เฉพาะน้ำมันดีเซลไม่เพียงแต่น้ำมันแพง หลายคนพูดถึงตลอดแต่ประเด็นอันนึงที่เป็น เรื่องสำคัญมากก็คือเรื่องน้ำมันขาดแคนผม ใจจะสื่อว่าน้ำมันขาดแคนนี้อันตรายมาก เพราะมันหมายถึงถ้าบริหารจัดการผิดพลาด มันคือปล้นน้ำมันของชาติฮะผมขอให้ท่าน ประธานลองฟังนะฮะ สิ่งแรกที่ผมจะนำเสนอก็คือสิ่งที่เกิด ขึ้นช่วงที่ผ่านมาเนี่ยรัฐบาลชุดนี้มีการ เพิ่มราคาน้ำมันทั้งหมด 8 ครั้งในช่วง 8 ครั้งนี้มีการเพิ่มทั้งหมดประมาณ20.าท 60 สตางคราคาน้ำมันมีการปรับจาก 29.94 สตางค ไปสู่ 50. 54 สตางคท่านประธานสังเกตมั้ ครับว่าการปรับขึ้นปรับขึ้นด้วยความรวด เร็วแต่ล่าสุดเมื่อมีการประชุมของทั้ง กบง.และกบน.เมื่อวันที่ 7-8 ที่ผ่านมา ท่านใช้เวลาประมาณ 2 วันในการปรับลดราคา น้ำมันเฉพาะแค่นี้มันก็ไม่มีความเป็นธรรม กับประชาชนแล้วและประเด็นที่ผมต้องการจะ สื่อการที่จะจัดการปัญหาน้ำมันขาดแคลน ตั้งข้อสงสัยว่ามีการโกงน้ำมันเกิดขึ้น หรือไม่ท่านต้องรู้จักห่วงโซ่อุปทานของ ระบบน้ำมันของประเทศผมอธิบายให้ท่าน ประธานฟังนิดนึงและอธิบายให้ท่านนายก รัฐมนตรีได้รับทราบท่านจะจัดการปัญหาไอ้ เรื่องน้ำมันเี่ที่หายในเรือที่อยู่กลาง ทะเลหรือแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐที่ออกไปจัด การตามรถน้ำมันต่างๆหมื่นกว่าคันในช่วง เมื่อวานที่มีข่าวอ่ะท่านสังเกตมั้ครับ ว่าในห่วงโซ่อุปทานน้ำมันจะเข้าจากน้ำมัน ดิบไปสู่โรงกลั่นน้ำมันจากโรงกลั่นน้ำมัน ก็ไปสู่ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่จากผู้ค้าน้ำ มันรายใหญ่ก็ไปสู่ลูกค้าปลายทางหลักมี อยู่แค่นี้เองฮะในส่วนน้ำมันดิบที่ส่งไป ที่โรงกลั่นเราจะได้ดีเซลพื้นฐานย้ำนะ ครับดีเซลพื้นฐานก็คือน้ำมันดีเซล 100% และในส่วนนี้เองจะมีการส่งออกไปอย่างต่าง ประเทศก็คือเมียนมาร์แล้วก็ลาวและส่วน หนึ่งอาจจะส่งไปให้พวกโรงไฟฟ้ารวมทั้ง เรือเดินสมุดและหลังจากนั้นแล้วน้ำมันนี้ ก็จะถูกส่งไปยังผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ สังเกตมั้ครับว่าการส่งไปยังผู้ค้าน้ำมัน รายใหญ่มีเส้นทางในการส่งอยู่ 3 เส้นทาง คือเรือรถแล้วก็ท่อและหลังจากนั้นแล้วผู้ ค้าน้ำมันรายใหญ่ก็คือผู้ค้าตามมาตรา 7 ซึ่งโดยปกติแล้วก็คือปตท.บางจาก Shell PT หรือแม้แต่คexซักโกอันนี้คือผู้ค้านำ มาลัยใหญ่ตามมาตรา 7 และอาจจะมีบริษัท อื่นบ้างหลังจากนั้นแล้วก็จะไปยังลูกค้า ปลายทางย้ำนะครับว่าเมื่อมาสู่ผู้ค้าน้ำ มันรายใหญ่หรือภาษาชวนว่าอาจจะเข้าใจว่า เป็นคลังจ่ายที่จ่ายด้วยระบบท่อหรือจะ จ่ายด้วยระบบอะไรก็แล้วแต่ซึ่งตรงนี้เอง จะมีการเติมไโอดีเซลเพื่อเป็นดีเซลหมุน เร็วดังนั้นสำหรับพี่น้องที่ไม่เข้าใจนะ ครับว่าดีเซลพื้นฐานคือดีเซล 100% ดีเซล หมุนเร็วก็คือดีเซล B7 เฉพาะตรงนี้เห็น มั้ครับว่าในห่วงโซ่อุปทานเนี่ยเรือที่ขน น้ำมันจากโรงกลันไปยังสุราษฎรธานีน้ำมัน หายไป 57 ล้านลิตรมันอยู่ตรงเงี้ยท่าน ประธานระหว่างลงกลั่นไปยังผู้ค้ารายใหญ่ มันไม่มีใครที่ไหนถ้ารัฐบาลจริงจในการ ปราบปามในการจัดการเนี่ยท่านดูซิว่าลง กลั่นมาส่งให้ใครรายใหญ่มันอยู่ไม่กี่ราย ไม่ว่าจะปตท.บางจากเชล pt ซโกหรือตาดาวมี อยู่แค่นี้เองอาจจะมีร้ายใหญ่รายอื่นบ้าง เล็กน้อยไม่ต้องไปหาที่อื่นให้ซับซ้อนฮะ แค่หาตรงนี้ก็รับรู้แล้วว่าไอ้โม่งนั้น คือใครต่อไปนะท่านประธานผมจะท้าความเห็น ภาพว่าการบริหารจัดการในช่วงเดือนที่ ผ่าน มาน่ะรัฐบาลทำให้น้ำมันมีปัญหาน้ำมันขาด แคลน รัฐบาลตั้งสมมุติฐานว่าประชาชนตื่นตระหนก และแย่งกันเติไม่พอ แต่ในช่วงนั้นน่ะผมตั้งสมมุติฐานว่า น้ำมันจากปั๊มจากคลังจ่ายมาที่ปั๊มมัน น้อยประชาชนไม่มีน้ำมันเติมเมื่อไม่มีน้ำ มันเติมประชาชนจเอารถไปเข้าแถวปรากฏว่า รัฐบาลเชื่อสันนิษฐานแรกคือประชาชนติด ตระหนกหาว่าประชาชนกักทุนน้ำมันจึงออก มาตรการในการแก้ไข 3 ข้อก็คือข้อที่ 1 ให้ลดน้ำมันวิ่งได้ 24 ชมงแล้วถามว่ามัน แก้ปัญหาได้มั้ยแก้ไม่ได้เพราะตั้งสมิฐาน ผิดข้อที่ 2 ก็คือยกเลิกมาตรการในการ สำรองน้ำมันสุดท้ายบริษัทน้ำมันลงกลั่น หรือคลังน้ำมันก็มีน้ำมันเอาไปใช้ต่อ เนื่องโดยที่ประชาชนยังมีปัญหาต่อเนื่อง จนถึงสิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมาและข้อที่ 3 ก็คือไปตรวจคางจ่ายเจออะไรมั้ยไม่เจอฮะผม อยากจะบอกกับท่านประธานนะครับว่าเพราะ ท่านตั้งสมมุติฐานผิดผมไม่อยากจะเชื่อนะ ครับว่าคนที่รู้จักผู้บริหารบริษัทน้ำมัน ขนาดใหญ่คนที่มีครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับ ผู้บริหารน้ำมันไม่เข้าใจปัญหานี้ผมลง พื้นที่ฮะท่านประธานฮะผมลงพื้นที่ไปหลายๆ พื้นที่ทั้งกรุงเทพฯทั้งปทุมธานีทั้ง พิษโลกทั้งอุดรธานีทั้งหนองคายทั้งบึงกา รวมทั้งโทรศัพท์ไปหลายๆพื้นที่มากบทสรุป ตรงกันว่าการที่น้ำมันขาดแคนเพราะว่าน้ำ มันนั้นไม่ได้ส่งจากคลังจ่ายหรือ ผู้ค้ารายใหญ่ตามมาตรา 7 ไปยังปั๊มน้ำมัน แทบจะทุกปั๊มน้ำมันบอกผมเลยว่าน้ำมันลดลง ประมาณครึ่งนึงไม่ถึงได้มาตปกติไม่ถึง ครึ่งยิ่งผมเห็นตามข่าวอย่างลงจ่ายคังน้ำ มันจ่ายที่สมุทรสาคร ลดน้ำมันมารอประมาณ 4-5 วันรถเจุได้ ประมาณ 45,000 ลิตรได้แค่ 15,000 ลิตรผม จึงย้ำว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมันเกิดจากคาง จ่ายคางจ่ายก็คือผู้ค้ามาตรา 7 ผู้ค้า มาตรา 7 ก็คือผู้ค้าแบรนด์ต่างๆเนี่ยไม่ ต้องไปหาที่อื่นไม่มีการจ่ายน้ำมันไปให้ ลดขนน้ำมันเมื่อลดขนน้ำมันได้น้ำมันมา น้อยปั๊มก็ไม่มีน้ำมันในการบริการประชาชน และผมจะให้ท่านประธานได้เห็นภาพนะครับว่า อย่างน้อยต้องขอบคุณท่านนายกท่านมาแถลง วันที่ 3 เดือนเมษายนว่าปริมาณน้ำมันปกติ แล้วเนี่ยก่อนหน้านี้ในภาพรวมนะฮะใช้ 67 ล้านลิตรทำไมใช้สูงถึง 80 กว่าล้านลิตร มันโผล่มาจากไหนตั้ง 20 ล้านลิตรแล้วก็ ภาวะเศรษฐกิจภาวะอุตสาหกรรมต่างๆมันไม่มี อะไรเปลี่ยนแปลงทำไมมันโผล่ขึ้นมาผมบอก ว่าท่านสันนิษฐานถูกแล้วแต่ช้าไปหน่อยฮะ เพราะมันสร้างความเสียหายให้กับพี่น้อง ประชาชนไปแล้วผมให้ท่านประธานดูก่อนผมจะ เจาะลงลึกให้เห็นเลยว่าน้ำมันนั้นน่ะที่ มันขาดแคนมันหายไปไหนภาพนี้เป็นภาพที่ สำคัญมากเป็นข้อมูลที่ผมเก็บรวบรวมจากทีม งานและข้อมูลที่ผมได้มาคือปริมาณน้ำมัน ที่ใช้ส่งไปยังปั๊มน้ำมันฮะให้ท่านประธาน ดูนะฮะเอาเฉพาะแถวบนปั๊มน้ำมันตัวเลข อาจจะไม้ค่อยชัดนะผมได้วันที่ 23 71.5 5 ล้านลิตร 24 25 26 27 28 29 30 31 เดือนมีนาคมและ ผมเอาตัวฐานที่มาเปรียบเทียบคือน้ำมัน เฉลี่ยไปยังปั๊มน้ำมันตอนเดือนมกราคมปี 69 เพื่อเป็นตัวฐานเพราะเดือนมกราคมปี 69 ตามปั๊มต่างๆบอกว่าไปขนจากคลังเท่าไหร่ ก็ได้ 50,000 ลิตรก็ได้ 100,000 ลิตรก็ได้ เท่ากับว่าน้ำมันที่สั่งจ่ายออกมาเฉลี่ย ต่อวัน 51.3 ล้านลิตรน้ำมัน flow ได้ตลอด ไม่มีปัญหาประชาชนเติมได้ตลอดคำถามถามว่า แล้วปริมาณน้ำมันที่มันโป่งขึ้นมาวันนึง 70 ล้านลิตรที่ส่งไปตามปั๊ม 66 ล้านลิตร 69 ล้านลิตรมี 54 ล้านลิตร 61 ล้านลิตร 60 ล้านลิตรแล้วน้ำมันมันหายไปไหนล่ะผม ให้สังเกตตัวสีเขียวข้างล่างคือปริมาณน้ำ มันที่มันโปร่งขึ้นมาเดี๋ยวผมจะขยายต่อฮะ ขอสไลด์ถัดไปนะฮะท่านจะเห็นเลยครับว่าใน ช่วงเดือนเมษายนปริมาณน้ำมันยังโปร่งอยู่ ช่วงวันที่ 1 2 3 ปริมาณน้ำมันยังโปร่ง ขึ้นมาอยู่เพราะมันมีสีเขียวอยู่ข้างล่าง และวันที่ 5 วันที่ 6 ปริมาณน้ำมันเริ่ม ติดลบนั่นหมายความว่าการสั่งจ่ายน้ำมัน จากคลังจ่ายไปยังรถค้าน้ำมันที่ไปส่งตาม ปั๊มเริ่มลดลงมาตามปกติผมเห็นคนของสภาพั ออกมาบอกว่าวันนี้ประชาชนประหยัดน้ำมัน แต่ผมต้องการจะบอกว่าไม่ใช่หรอกกระบวนการ ทุจริตในการคดโกงน้ำมันแห่งชาติหยุดทำงาน แล้วฮะผมจะคำนวณให้ท่านประธานสังเกตนะฮะ ผมมีสมมตฐานในการคำนวณน้ำมันที่หาย 2 สมมตติฐานสมมุติฐานแรกผมเอาค่าเฉลี่ยของ น้ำมันที่มันโป่งขึ้นมาเนื่องจากว่าผมได้ ตัวเลขมา 8 วันน้ำมันที่มันที่มันหายไป มันหายไปตั้งแต่วันที่ 16 ถึงวันที่ 31 วันที่ 1 2 3 4 มันหายไปบ้างแต่ค่อนข้างจะเพียงพอในการให้บริการประชาชนผมเอา ตัวเลข 8 วันที่มันปกขึ้นมามาเฉลี่ยฮะ ท่านประธาน ปรากฏว่ามันโปร่งขึ้นมาวันนึงประมาณ 14.086 ล้านลิตรและวันที่ 16 -ึงวันที่ 31 เดือนธันวาคมเดือนมีนาคมเนี่ยเมื่อ เฉลี่ยออกมาแล้วน้ำมันส่วนเกินนี้คือ 225.378 ล้านลิตรมันหายไปไหนและอีกกรณีนึงคือค่า ปกติของน้ำมันในเดือนมกราคมคือ 51.3 3 ล้านลิตรต่อวันที่ส่งไปตามปั๊มต่างๆทุก ปั๊มตอบผมตรงกันว่ามาไม่ถึงครึ่งผมเลยตี ซิว่าให้มาสักครึ่งนึงเท่ากับว่ามันหายไป อีกครึ่งนึงเมื่อคำนวณแล้วเนี่ย 51.3 ล้านลิตรครึ่งนึงคือ 25.650 ล้านลิตรเท่ากับว่าส่วนนี้ก็หายไปอีก ประมาณ 410.4 ล้านลิตรงั้นเบ็ดเสร็จนะฮท่านประธานช่วง วันที่ 16 ถึงวันที่ 31 เดือนมีนาคมที่ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศต้องมารอเติม น้ำมันรอแล้วรออีกเมื่อเมื่อไหร่น้ำมันจะมา ผมคาดการณ์ว่าจากการคำนวณนี้น้ำมันจะหาย ไป 635.7 7 ล้านลิตรอีกสมมติฐานหนึ่ง ซึ่งเป็นตัวเลขของหน่วยงานราชการนั่นคือ ปริมาณน้ำมันเฉลี่ยของเดือนมีนาคมสรุปมา แล้วนี่เพราะอันนี้คือเดือนเมษายนต่อวัน คือ 78.213 ล้านลิตรแต่เดือนมกราคมน้ำมันใช้ 67 คือ ตัวเลขที่ท่านนายกพูดทุกคนพูดและสังเกต มั้ครับส่วนต่างคือ 10.234 234 ล้านลิตร และเมื่อคำนวณเป็นเดือนมาเท่ากับน้ำมัน ส่วนนี้มันโปร่งมา 317 ล้านลิตรและผมมา บวกกับน้ำมันที่ไม่ส่งไปตามปั๊มอีกครึ่ง นึงคือ 410 ล้านลิตรเท่ากับว่าตอนเนี้ย ถ้าใช้สูตรนี้คำนวณน้ำมันจะหายไป 727 ล้านลิตรดังนั้นในภาพรวมช่วง 16-30 มีนาคมน้ำมันหายไป 635-727 ล้านลิตรไปอยู่ที่ไหนครับท่านประธานผมถือ ว่านี่คือการโกงฮะท่านประธานมีการทุริ ขึ้นในกระบวนการน้ำมันฮะมันเป็นไปไม่ได้ ที่คนดูแลระบบน้ำมันของประเทศและไม่รู้ เรื่องเหล่านี้และปล่อยให้มีการทุจริตมี การโกงชาติบ้านเมืองเกิดขึ้นนั่นคือสร้าง ความทุกข์ยากให้กับพี่น้องประชาชนผมจำได้ ว่าผมเคยอภิปรายโครงการจำนำข้าวหรือ G2G ข้าว G2G ไม่ส่งไปประเทศจีนเขาเรียกว่าGท เก๊วันนี้น้ำมันจากคลังต่างๆไม่ส่งไปยัง ปั๊มน้ำผมถือว่านี่คือน้ำมันดีเซลเก๊ที่ มันเกิดขึ้นฮะท่านประธานนี่คือดีเซลเก๊ฮะ ที่รัฐบาลจะต้องไปตรวจสอบแล้วมาชี้แจงกับ พี่น้องประชาชนผมให้เห็นสั้นๆอีกนิดนึง ปรากฏว่าเบนซินไม่ค่อยมีผลกระทบเท่าไหร่ ปริมาณเดือนมีนาคมเบนซินใช้ 32.81 ล้าน ลิตรต่อวันเดือนมกราคมผมเอามาเป็นฐาน 32.324 324 เบนซินไม่ค่อยมีปัญหาปัญหา ที่เกิดขึ้นคือปัญหาของน้ำมันดีเซลฮะผม อยากจะกลับเรียนท่านประธานไปยังท่านนายก และผู้เกี่ยวข้องว่าแค่เริ่มต้นเราก็ สงสัยแล้วว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นหรือไม่ ไอ้โม่งท่านไม่ต้องไปหาที่ไหนฮะไม่ว่าจะ อยู่แถวๆโรงกั่นหรือแถวๆคังงจ่ายคังจ่าย มีใครบ้างล่ะผมพูดไปแล้ว 6 คังจ่ายใหญ่ๆ ท่านไปตามหาตรงนี้ไม่ต้องไปหาที่อื่นฮะ และสุดท้ายอยากจะกราบเรียนท่านประธานใน นโยบายข้อ 23 ของท่านนายกรัฐมนตรีก็คือ เรื่องการปราบปรามการทุจริต ท่านพูดชัดเจนว่าท่านพูดแล้วทำผมจำได้ นะครับว่าท่านเคยพูดชัดเจนว่าผู้ช่วยสส. 18 คนมากเกินไปท่านเคยพูดแล้วนี่ทำไมท่านไม่ ทำฮะผมยังทำเลยผมลดจาก 8 เหลือ 3 อยากจะ เชิญท่านนายกฮะถ้าจะปราบปรามการทุจริต ต้องลดหรือตัดการเอื้อประโยชน์ให้กับพรรค พู้อากรท่านเป็นผู้นำได้มยลดผู้ช่วยจาก 8 เหลือ 3 ผมเชื่อว่าจะประหยัดงบประมาณใน ภาพรวมทั้งหมดอย่างน้อยๆปีนึง 7-800 ล้าน บาทในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและท้าย ที่สุดจริงๆวันนี้น้ำมันแพงข้าวยากหมาก แพงทุกอย่างแพงสร้างความอึดอัดใจให้กับ พี่น้องประชาชนผมบอกนะครับว่าวันนี้ประชา ชนโกรธเคืองนะฮะยิ่งถ้ามาฟังปัญหาของน้ำ มันที่มีการทุจริตมีน้ำมันเก๊เกิดขึ้น ดีเซลเก๊เกิดขึ้นก่อนที่รัฐบาลนี้จะแถลง นโยบายเนี่ยประชาชนโกรธเคืองนะฮะและสิ่ง หนึ่งที่ผมคิดว่าจะผ่อนหนักให้เป็นเบา สำหรับท่านนายกรัฐมนตรีท่านเป็นผู้นำใน การตัดสิทธิประโยชน์พวกเราฮะยกเลิกบำนาน สสว.ฮะผมเชื่อว่าเงินเหล่านี้จะมาช่วย จุนเจือเยียวยาพี่น้องประชาชนได้และท้าย ที่สุดจริงๆอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ไปยังท่านนายกรัฐมนตรีฮะผมหวังดีนะฮะอะไร ที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนผมตรงไป ตรงมาท่านทำดีผมก็ชมหลายฝ่ายยังงงเลยเอ๊ะ ทำไมผลไปชมรัฐบาลเพราะท่านทำดีอันไหน ท่านทำไม่ดีอย่างเรื่องน้ำมันเนี่ยท่านทำไม่ ดีผมก็บอกแบบตรงไปตรงมาว่ามันมีการโกง เกิดขึ้นท่านจะต้องรีบดำเนินการดังนั้น อะไรที่ผมแนะนำให้ท่านฟังฮะผมเชื่อว่า ท่านจะอยู่ได้ 4 ปีฮะแต่ถ้าอะไรที่ผมแนะ นำท่านไม่ไว้วางใจท่านกังวใจท่านไม่ใส่ใจ หรือไม่แยแสผมว่ารัฐบาลท่านอาจจะอยู่ได้ ไม่นานครับขอบคุณครับ >> ครับท่านพลตำรวจเอกเสรีพิสุทธิ์เตมีเวช ครับเชิญครับ >> กราบเรียนท่านประธานที่เคารพเพื่อนสมาชิก วุฒิสภา ผมพลอกเสรีพิสุทธิ์เจมิยเวชหนพรรคเสรีม ไทยในฐานะสมาชิกวุฒิสภานะครับอ่าวันนี้ เป็นการแถลงนโยบายในการดำเนินงานของ รัฐบาลตามรัฐธรรมนูญนะฮะก็ยินดีด้วยครับ กับคณะรัฐมนตรีชุดนี้นะครับที่ได้ปรากฏ ชื่อกันหมดแล้วนะฮะแต่รู้สึกว่าบจะมี บรรดาลูกเทพและเด็กฝึกงานมากไปหน่อยนะ ครับนะแล้วผมก็อ่าถามท่านนุทินท่านลืมคุณ สุวชัยน้องชายผมไปได้ไงนะครับขออนุญาต หน่อยนะครับในคณะมนตรีชุดเนี้ยนะฮะมี บุคคลที่อ่ากรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI เนี่ยนะชี้มือความผิดเรื่องสมาชิกวุฒสภา เอ้ยชี้มือความผิดนะเรื่องู้สว 12 คนนะฮะ ก็ถึง 1 ใน 3 ของคณะรัฐมนตรีนะฮะรวมถึง คุณด้วยเพราะฉะนั้นประชาชนก็คงจะพิจารณา ลองนึกภาพดูิครับว่าผลการปฏิบัติหน้าที่ ของคณะนี้จะออกมาในรูปแบบใดนะครับนะตัว อย่างก็เห็นแล้วกันนะครับเรื่องน้ำมันนะ ฮะเดี๋ยวทำงานได้ไปสักพักนะก็จะเข้าใจว่า มันเป็นยังไงนะครับวันนี้นะเป็นการแถลง นโยบายก็เอาเรื่องนโยบายกันนะครับผม อธิบายด้านความมั่นคงนะครับซึ่งอยู่ใน หน้าที่ 11 นะฮะการสร้างความมั่นคงความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยจากอัยกรรมในรูป แบบต่างๆโดยบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำ ผิดและผู้มีอิทธิพลปราบปรามการพนันนะผิด กฎหมาย 2 บังคับใช้กฎหมายเพื่อขจัดยาเสพ ติดอย่างจริงจัง 3 การลงตรวจลงตาคนเข้า เมือง งานอย่างนี้นะครับผมเรียกว่าเป็นงานที่ เด็กๆเทำกันนะครับไม่ใช่งานของรัฐบาลเลย นะฮะรัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีเนี่ยต้องทำ งานนโยบายที่สำคัญมากกว่านี้นะครับคือใน การพัฒนาคนพัฒนาองค์กรให้มีความพร้อม สามารถที่จะบัดหน้าที่ต่อพี่น้องประชาชน ได้นะครับ เพื่อนสมาชิกจำนวนมากอาจจะไม่ทันนะครับ แต่ผมก็ดีท่านประธานทานก็ดีอาจจะทันสมัย ก่อนนะครับตำรวจกิจการเนี่ยนะแต่ก่อนก็ อยู่ในกระทรวงหมัดไทยมีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงหมาไทยเป็นผู้บังคับชานะครับ อธิบดีตำรวจกับอธิบดีอัยการเนี่ยศักดิ์ ศรีเท่ากันเงินเดือนเท่ากันนะครับแต่ ตำรวจสมัยนั้นยิ่งใหญ่จริงครับนะเพราะ อธิบดีตำรวจสมัยนั้นชื่อเผ่าศิลานนท์นะ ครับเป็นรองนายกรัฐมนตรีด้วยจึงมีคำกล่าว ว่าภายใต้ดวงอาทิตย์นี้นะไม่มีอะไรที่ ตำรวจไทยจะทำไม่ได้นะครับแต่ว่าเวลาผ่าน ไปเป็นไงครับนะทั้งตำรวจและราชการออกจาก มหาดไทยไปหมดแล้วนะครับอัยการไปเป็นองค์ กรตามรัฐธรรมนูญนะฮะเอ่อบริหารงานบุคคล เอง นายกรัฐมนตรีจะไปยุ่งเกี่ยวเ้าไม่ได้นะ ครับแต่ตำรวจอ่ะครับก็ยังขึ้นกับฝ่าย บริหารมีนายกนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บูชานายก รัฐมนตรีเป็นประธานกตร.นะครับสามารถ พิจารณาแต่งตั้งนะโยกย้ายลงโทษลงทรผู้ บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้นะครับเพราะ ฉะนั้นนายกรัฐมนตรีเนี่ยต้องรับผิดชอบนะ งานทุกหน่วยงานแถมยังเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยอีกสงครามโลกตอนนี้นะครับ นะสงครามที่อยู่ใกล้บ้านเราไม่ใช่ว่าไทย ไทยเขมรหรือว่าอ่าสหรัฐอ่าอิสราเอลกับ อิหร่านนะครับกระทบถึงราคาน้ำมันนะฮะนั้น ก็ตามมาด้วยเรื่องเศรษฐกิจสังคมการเมือง ข้าวของแพงนะครับทุกอย่างขึ้นราคากันหมด ตกลงใครจะเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบตำรวจครับ ไม่มีเมื่อไม่มีจะไปรู้ได้ไงจะพัฒนาตำรวจ ได้ยังไงนะครับ ระบบกระบวนการยุติธรรมเนี่ยครับมันประกอบ ด้วยตำรวจอัยการและศาลนะฮะโดยตำรวจเนี่ย เป็นต้นทานของกระบวนการยุติธรรมนะเพราะ ฉะนั้นรัฐนะจึงมีหน้าที่พัจะ โดยตำรวจเนี่ยเป็นผู้จับทำสำนวนนะส่ง อัยการมีความเห็นฟ้องนะครับและศาลก็เป็น ผู้เป็นผู้ตัดสินเพราะฉะนั้นรัฐก็จะไป ทุ่มเทนะครับในการพัฒนาอ่าองค์กรตุลาการ องค์กรอัยการนะทางด้านสวัสดิการต่างต่าง อย่างเต็มที่นะฮะอย่างเต็มที่อ่าไม่ได้ เหลียวแลตำรวจเลยนะฮะขึ้นพระบรมราโชวาทนะ ครับ อันนี้เป็นพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 นะครับ การจับผู้ร้ายนั้นจะไม่ถือเป็นความชอบ แต่นับว่าผู้นั้นได้กระทำการครบถ้วนแก่ หน้าที่เท่านั้นนะครับคือการจับโจรผู้ ร้ายน่ะรักวิ่งชิงปล้นค่าการค้ายาเสพติด ทำนู่นทำนี่เนี่ยถือว่าเป็นการปฏิบัติ หน้าที่เท่านั้นนะครับแต่จะถือเป็นความ ชอบก็ต่อเมื่อสามารถปกครองป้องกันเหตุ ร้ายและทรัพย์สินสมบัติของค่าแผ่นดินใน ท้องที่นั้นอยู่เป็นสุขพอสมควรนะฮะก็เป็น ไงครับการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลของ ข้าราชการตำรวจนะก็มักจะเข้มงวดหรือปูน บำเร็จความชอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สามารถจับกุมปราบปรามคดีนู้นได้แต่ถ้า บ้านเมืองไหนสงบเรียบร้อยก็เหมือนกับไม่ มีอะไรนะก็ไม่ได้ใส่ใจกันนะครับเพราะ ฉะนั้นอ่าจึงไม่เข้าใจพระบรมราโชวาสนี้ ถ้าป้องกันไม่ให้มีเหตุร้ายเกิดขึ้นไม่มี คดีเกิดขึ้นนะครับนะเราต้องมีอัยการมีผู้ สาวมั้ยนะครับไม่จำเป็นนะครับเมื่อไม่ เข้าใจพระบรมราโชวาทแล้วเนี่ยนะฮะคดีมัน จะเกิดขึ้นมากมายฉะนั้นนั้นรัฐบาลจำเป็น ที่จะต้องหันมาพัฒนาตำรวจให้มากนะครับนะ ถ้าไม่มีคดีเกิดขึ้นบ้านเมืองก็จะสงบลด จำนวนอัยการผู้ศึกษาลงไปได้นะครับ ปัจจุบันกว่าจะได้นายตำรวจ 1 คนเนี่ยนะฮะ ต้องส่งเสียให้เรียนโรงเรียนเตรียมอาหาร 2 ปีโรงเรียนตลอด 4 ปีจบมาได้ยศร้อยตำรวจตี ถ้าไม่พอนะครับก็รับจากบุคคลที่จบ นิติศาสตร์รัฐศาสตร์มาอบรม 6 เดือนเป็น นายตำรวจยศร้อยตำรวจตีเหมือนกันแต่คุณภาพ นะครับแบบไหนจะมีคุณภาพมีสิริภาพมากกว่า ผมเรียนตรงๆนะครับด้วยใจเป็นกลางนะฮะเป็น ผู้บัญชาการตำรวจมาเนี่ยนะมองเห็นว่ามัน ก็เหมือนกันน่ะครับไม่ว่าจะจบจากโรงเรียน ร้อยตำรวจหรือจบจากมหาลัยมันเหมือนๆกัน มันอยู่ที่คนอยู่ที่ประสบการณ์นะฮะเพราะ ฉะนั้นรัฐเนี่ยควรจะต้องตัดสินใจได้แล้ว ว่าเอ๊ะเราจะเสียงบประมาณทำไม 6 ปีนะให้ บุคคลมาเรียนที่โรงเรียนร้อยตำรวจนะครับ นะกับรับจากมหาวิทยาลัยเพียงอ่ามาอบรมเอง 6 เดือนน่ะอันไหนมันประหยัดกว่าถ้ามัน ประหยัดกว่านะแล้วก็ควรจะเอาสิ่งที่ดี กว่าถูกมั้ฮะคือรับจากพวกมหาวิทยาลัยมานะ ฮะมาเป็นนายตำรวจแล้วสมัยผมเนี่ยผมไม่รับ แล้วนะฮะจากบุคคลที่มีพุทธรีผมรับจาก บุคคลที่มีเนจบเนติบัณฑิต ทั้งหมดนะครับมารับราชการตำรวจนะความรู้ ความสามารถจะได้เทียบอัยการเทียบผู้ศึกษา ได้นะครับเพราะฉะนั้นโรงเรียนรัฐตำรวจ เนี่ยสถานที่กว้างขวางมากนะฮะถ้าไม่รับนะ นักเรียนร้อยตำรวจแล้วรับบุคคลที่มีจาก เนตีบัณฑิตหรือจากปริญาตรีมาอบรมนะฮะอบรม ไปเลย 2 ปีให้วุฒปริญญาโทไปนะครับเราก็จะ ได้ข้าราชการตำรวจที่มีคนความรู้ความ สามารถทำงานให้กับพี่น้องประชาชนมากกว่า นี้นะครับนะฮะอ่าสำหรับอ่าเนติบัณฑิตนะ ครับนะซึ่งเป็นนักกฎหมายนะก็เข้ามาเป็น อัยการเป็นผู้ปกาได้นะครับนะฮะเพราะ ฉะนั้นงานป้องกันนะครับถ้าถ้าทำดีเราก็ สามารถลดอัยการลดพุทักษาได้นะฮะครับเมื่อ วุฒิมันเท่ากันแล้วทำอะไรต่อครับ รัฐธรรมนูญมาตรา 258 งูด้านกระบวนการ ยุติธรรมนะครับข้อ 2 ปรับปรุงระบบการสอบ สวนคดีอาญาให้มีการตรวจสอบถ่วงดุลระหว่าง พนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการอย่างเหมาะ สมนะฮะเพราะฉะนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ควรกำหนดตำแหน่งพนักงานสอบสวนใหม่ให้มี ปริมาณเพียงพอกับปริมาณงานและความรับผิด ชอบนะครับโดยเฉพาะอย่างยิ่งปรับอัตรา เงินเดือนพนักงานสอบสวน นะและสวัสดิการต่างๆให้เทียบเท่าพนักงาน มันรู้เท่ากันแล้วเนี่ยฮะรัฐธรรมนูญก็ เปิดโอกาสให้แล้วนะครับว่าให้ดำเนินการ ให้ถ่วงดุลกันได้เพราะฉะนั้นทั้งหมดที่ผม กล่าวมาเนี่ยนะฮะมันอยู่ในอำนาจหน้าที่ ของนายกรัฐมนตรีทั้งสิ้นซึ่งคุณทินนะครับ ไม่ทราบว่าจะรู้หน้าที่นี่มนะฮะแต่ผมคิด ว่าคงไม่ทราบหรอกว่าถ้าท่านทำงานการเมือง ท่านก็ว่าแต่การเมืองรัฐธรรมนูญท่านก็ไม่ ได้อ่านนะกฎหมายตำรวจท่านก็ไม่ได้อ่าน ส่วนตำรวจก็อ่านแต่กฎหมายตำรวจรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ได้อ่านมันก็เลยไม่ได้มีการดำเนิน การตามรัฐธรรมนูญกันนะครับท่านที่แถลง นโยบายมาเนี่ยนะครับการบังคับใช้กฎหมาย กับผู้มีผลปราบการพนันยาเสพติดมันเป็นงาน ที่เด็กๆเค้าทำกันนะครับะสุดท้ายนะฮะนี้ ก็อยากจะเรียนท่านว่าบ้านเมืองเนี่ยต้อง มีกฎหมายนะครับบ้านเมืองต้องมีกฎหมายใคร ไปรักวิ่งชิงปล้นฆ่ากันทำร้ายร่างกันนะฮะ ต้องติดคุกนะฮะพระก็มีศีลให้ปฏิบัติแต่ เราก็เห็นทั้งตำรวจทั้งพระเนี่ยก็ยัง ละเมิดกฎหมายกระทำผิดอยู่ตลอดเวลานะครับ นะอ่าผมมีเพื่อนเป็นเจ้าของบริษัท a ไอ้ ที่ทำกระดาษที่พวกเราใช้กันอยู่เนี่ยฮะผม ไปงานที่บ้านเนะฮะทุกเสารนะครับที่งาน เนี่ยเขาจะมีติดนะคำขวัญเตือนใจอยู่นะฮะ 5 ใจนี่บริษัทเอกชนนะครับยังมีความขวัญติด ให้เจ้าพนักงานปฏิบัติ 5 ใจก็คือสนใจตั้ง ใจเข้าใจมั่นใจตัดสินใจเป็นไงครับนะงาน เจริญก้าวหน้าบริษัทรุ่งเรืองนะครับนะที นี้เมื่อคณะรัฐมนตรีจะบริหารประเทศเนี่ย แถลงนโยบายวันนี้นะครับนะครับผมอยากจะถาม ว่าครัฐมนตรีก็ดีข้าราชการก็ดีประชาชนมัน จะต้องทำงานร่วมกันใช่มั้ยครับแล้วมีอะไร ยึดเหนี่ยวไม่มีอะไรเลยบุคคลที่เป็น นายกตรีเมื่อได้รับการโปรดเกล้าตอนนี้ เข้ากระทรวงไปแล้วไปทำนู่นทำนี่นะครับไป ออกคำสั่งแบ่งมอบงานตรงนี้ตรงนี้ทำไป นะครับมันจะได้ผลไม่ได้ผลข้าราชการจะเข้าใจ มยนะครับพี่น้องประชาชนจะเข้าใจไม่ก็ทำไป เรื่อยมีงบประมาณมา 4 ล้านล้านบาทนะครับ ก็จัดสรรแบ่งปันกันไปทำอะไรต่างๆมันเป็น ึงมีปัญหาเกิดขึ้นนะครับผมจึงขอฝาก อุดมการณ์ในการทำงานคืออุดมการณ์ชาติ 6 ข้อให้คณะรัฐมนตรีหน่อยนะครับคือ 1 ขยัน 2 ประหยัด 3 ซื่อสัตย์ 4 เสียสละ 5 พึ่งตน เองแล้วก็ 6 ร่วมมือกันนะครับผมคงไม่ต้อง อธิบายขยายความอะไรต่างมากนะครับเอาแค่ใน ภาวะอย่างเงี้ยนะครับถ้าท่านไม่ขยันท่าน ไม่ประหยัดนะมัน ไม่ได้หรอกครับผมดีใจที่มีข่าวว่าก่อน หน้านี้นะครับคนไทยเราใช้นะน้ำมันประมาณ วันละ 80 ล้านลิตรนะครับแต่พอมีวิกฤต น้ำมันเท่านั้นเองเหลือ 40 ล้านเอ้อทำไม อย่างนี้มันประหยัดกันได้ล่ะนะครับเพราะ ฉะนั้นเนี่ยก็ขอให้ยึดอุดมการณ์ในการทำ งาน 6 ข้อไปด้วยนะครับติดมันไปเลยทุกโรง เรียนทุกส่วนราชการนะครับให้รู้ให้เข้าใจ ต้องท่องได้ประชาชนต้องทราบเด็กที่สอบ รับราชการนะครับนะออกข้อสอบนะครับให้รับรู้ เลยถ้าไม่รู้ก็ไม่ต้องไปรักข้าราชการนะ ครับต้องให้รู้แล้วให้ทำได้นะครับฉะนั้น ถ้าเราสามารถทำนะครับอ่างบประมาณได้นะ ครับมันก็จะเหลืองบประมาณก็จะเหลือเฟือ อยากจะทำอะไรก็ทำได้นะครับน้ำท่วมตลอดทุก วันนี้เป็นไงครับมันก็ท่วมทุกปีนะฮะตั้ง แต่เหนือลงมานครสวรรค์อยุธยาอะไรต่างๆ เนี่ยปีหน้าก็ท่วมอีกนะครับแล้วจะเอางบ ประมาณไปทำผนังกั้นเจ้าพระยานะครับไม่ให้ น้ำทะเลมันหนุนพอปล่อยน้ำนะฮะออกมาดันน้ำ เสียออกน้ำทะเลไปน้ำทะเลมันก็หนุนกลับ เข้ามาอีกนะครับมันก็ท่วมเหมือนเดิมเรา ไม่มีงบประมาณแต่รัฐก็เอางบประมาณไปไงไป แจกโครงโครงการนู่นโครงการนี้อะไรสุดรุ่น สุได้ฟุ่มเฟือยเราก็เลยไม่มีเงินนะที่จะ อ่าดูแลพี่น้องประชาชนไม่สามารถที่จะแก้ ไขปัญหาต่างๆอะไรได้นะครับน้ำท่วมหาดใ ใหญ่เป็นไงครับก็อย่างนี้อย่างนี้ไม่ สามารถชดเชยให้พี่น้องประชาชนได้เรียบ ร้อยเลยนะครับพี่น้องประชาชนก็ยังมีได้ รับความเดือดร้อนอยู่จนกระทั่งทุกวันนี้ นะครับเพราะฉะนั้นถ้าประชาชนอยู่อย่าง
เป็นสุขก็คิดว่านั่นคือเป้าหมายของรัฐบาล ผ่านอยู่แล้วใช่มั้ยฮะที่ต้องการให้ประชาชนอยู่มีอยู่อยู่ดีมีความสุขนะฮะ ท่านก็ควรจะคิดแก้ไขที่ต้นเหตุคือการพัฒนาคนนะ ครับ ให้ขยันไปอย่าซื่อสัตย์ศีรพึ่งตนเอง และร่วมมือกันนะ ทำให้ได้นะครับ ถ้าท่านทำได้แล้วนะ บ้านเมืองก็จะสงบเรียบร้อยนะ ครับนะ อ่า ท่านก็มาสามารถพูดได้นะครับ ไอ้ที่ท่านพูดอยู่นะว่ารวยแล้วรวยแล้วรวยอีก รวยไม่รู้ร่วงรวยไม่ไหวแล้วอะไรต่างๆ เหล่านี้นะครับนะ มันจะได้เป็นของจริงซะที นะครับนะครับ ก็ขอขอบคุณท่านเป็นอย่างสูง ที่กรุณารับฟังผมในวันนี้ ไม่มีใครประท้วงผมเลย ขอบคุณมากๆนะครับ ขอบคุณครับ
ครับท่านพันตำรวจเอกทวีสอด 2 ครับ เชิญครับ
วี เป็นสาย
ท่านประธานเรียกใครก่อนครับ
ท่านนะครับ ท่านพันตำรวจเอกทวีสอด 2 ครับ เชิญครับ
ขอบพระคุณมากครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมพันดเอกทวีสอซ่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบรายชื่อ พรรคประชาชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ก็ต้องขอมาเอ่อ ขออภิปรายเกี่ยวกับการแถลงนโยบายของท่านนายก ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ผมถือว่าคณะรัฐมนตรีได้รับปากยืนยันกับสภาแห่งนี้ก็คือข้อหลัก 3 ประการที่ท่านพูดไว้ในหน้าแรก โดยเฉพาะที่ผมจะมาขยายก็คือท่านจะยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม การบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ซึ่งในข้อนี้ก็คงจะครอบคลุมไปทุกมิติ มิติที่ผมอยากจะขออภิปรายแล้วก็ขอซักถามก็คือในข้อ 9.3 3 การแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตามหลักการเข้าใจเข้าถึงพัฒนา เพื่อนำสันติสุขอย่างยั่งยืนกลับมาสู่จังหวัดไทยแดนภาคใต้นี่คือภาคใต้ที่ท่านเขียนไว้ เพียงบรรทัดหนึ่งไม่ได้เห็นถึงโครงสร้าง ไม่ได้เห็นถึงบริบท ซึ่งผมก็ทราบว่าเรื่องของภาคใต้เป็นเรื่องที่มีคำถามมากกว่าคำตอบ คำถามหนึ่งก็คือเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อไหร่จะจบ ซึ่งอันนี้ก็เป็นคำถามและเป็นพลวัตในการแก้ปัญหามานาน แต่สิ่งที่ต้องมีมาก็คือความจริงใจ การใช้หลักยุติธรรม สิ่งหนึ่งก็อยากจะขอถามท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็ท่านผู้บริหารว่าเหตุการณ์รอบสังหารรอบยิง สส. กมลศักดิ์รีวเมาะกับพวกที่มีตำรวจและประชาชนเมื่อวันที่ 20 มีนาคม เวลาเกือบ 1:00 น. หลังจากท่าน ส.ส. กบลศักดิ์ได้มาโหวตเลือกนายกและเป็นผู้โหวตให้นายอนุทินเป็นนายก โดยได้รับสิ่งที่ตอบแทนก็คือพบปืนสงครามที่ผลการตรวจ 2 กระบอกเป็นปืน M16 ยิงไปยังรถ สส. กบลศักดิ์กำลังจะเข้าบ้าน 33 นัด ซึ่งการสืบสวนสอบสวน ผมก็ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่รัฐ ต่อมาเจ้าหน้าที่รัฐตำรวจได้สามารถไปจับกุมผู้กระทำความผิดแล้วก็ออกหมายจับ แต่ที่สำคัญที่สุดที่เป็นสิ่งน่าตกใจก็คือรถยนต์กระบะบรรทุกส่วนบุคคล 4 ประตูยี่ห้อโตโยต้ารุ่น VO หมายเลขทะเบียนยหญิงจาน 6874 กรุงเทพมหานคร ผู้ถือกรรมสิทธิ์สำนักนายกรัฐมนตรีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชดาจักร ถนนนครราชสีมา แขวงวัชิระกรุงเทพฯ นี่คืออะไรครับ ที่ผมบอกว่าการแก้ปัญหาจังหวัดไทยแบนใต้เราแก้ด้วย 2 ขา คือขา 1 คือขาฟาร์มไม่สงบคือกรมนคือท่านนายกรัฐมนตรีเป็น ผอ. กรม น. สิ่งที่ผมอยากจะเรียกร้องก็คือว่าวันนี้ ผมทราบว่าท่านนายกน่าจะรอแถลงนโยบายก่อน ถึงจะปิปากพูดในเรื่องของ ส.ส. กมสัตว์ แต่สังคมกำลังคิดว่าทำไมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจึงปล่อยให้เอารถไปแข่งฆ่า สส. ขมลศักดิ์กับพวก เพราะอะไร แล้วทำไมยานพาหนะอันนี้จึงมีระดับนาวาเอกเซ็นอนุมัติ และที่สำคัญที่มันเป็นความแปลกก็คือการดำเนินการกับคนอื่นปรากฏว่าใช้กฎอัยการศึกเอาคนมาซักถาม 7 วัน แต่ทางผู้ที่อนุญาตให้รถไป เห็นเหตุการณ์ไม่เคยมาพบเลย แล้วก็เป็นทหาร อันนี้จึงเป็นคำถามแล้วก็อยากจะเรียนว่าท่านนายก ครับ วันนี้ท่านนายกต้องแสดงความชัดเจนว่าผู้บงการผู้ใช้ผู้จ้างวาฬไม่ว่าจะเป็นใคร ท่านนายกต้องทำให้ปรากฏ เรื่องนี้เป็นการวัดถึงหลักนิติธรรมและเป็นปัญหาที่พี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้พูดถึงโหยหามาโดยตลอด อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ผมอยากจะสอบถาม
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ผมเผอิญเหมือนใจดำกับผมนิดนึงนะฮะ หัวหน้าพรรคให้เวลา 5 นาที แต่ว่าผมมีเรื่องใหญ่จะขอเวลาสัก 1 นาที คือท่านนายกได้แถลงนโยบายเรื่องพลังงานแล้วก็ได้ไปพูดในหลายแห่งว่าพลังงานต้องมีการค้าเสรีหรือเป็นตามกลไกตลาด ทั้งที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่าสาปคือไฟฟ้า น้ำมันเป็นสิ่งที่รัฐต้องจัดการ โดยเฉพาะค่าพร้อมจ่ายที่ท่าน สว. เราได้พูดไปวันนี้ ท่านนายกดูครับ ค่าแคดอร์เนี่ยที่ไปให้นี่ 400,000 กว่าล้านแล้วก็ค่าลงที่อนุญาตให้อีกกราฟนึงนะ 1 ล้าน 90,000 บาท ซึ่งตัวเลขนี้ผมเชื่อว่าไม่มีใครผมให้ผู้ว่าอีตมา อันนี้คืออะไรมั้ครับ คือท่านนายกเอาผลประโยชน์เงินของประชาชนไปให้นายทุนไม่ต้องมีเสียอะไรเลย ได้เงินไป 1 ล้าน ล้านบาทแล้วค่าไฟมันจะยิ่งลำบากครับ อันนี้ผมจะขอไปพูดแล้วก็จะขอติดตามการแก้ปัญหาเรื่องพลังงานครับ ขอขอบคุณมากครับ
ครับท่านพิชยุทพอจิตรครับ จากนั้นจะเป็นท่านนาวาอากาศเอกอธิคุณคงมี ท่านยุทธนา สีบุตร แล้วก็ไปที่ สว. ท่านพรเพิ่มทองศรีนะ ครับ เชิญครับ ท่านพิชยุทธพจิตรครับ
เรียนท่านประธานรัฐสภา ผมนายพิชยุทธพจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตดิต ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลท่านอนุทินที่ได้แถลงต่อรัฐสภาแห่งนี้ครับ ท่านประธานครับ ในวิกฤตมีโอกาสเสมอ วันนี้ครับผมต้องขอยกข้อความนี้ขึ้นมา เพราะตอนนี้ครับท่านประธาน สถานการณ์ของโลกไม่ได้เป็นปกติ สงครามที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางเป็นวิกฤตที่ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างมาก สงครามตะวันออกกลางครับที่ปะทุขึ้นมาส่งผลให้มีการปิดช่องแคบเฮอร์มุสด หลักในการลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 1 ใน 5 ของโลก สิ่งนี้ครับทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น รวมถึงก๊าซธรรมชาติ LNG ในตลาดก็พุ่งสูงขึ้นตามขึ้นมาด้วย ปฏิเสธไม่ได้เลยครับท่านประธานว่าทุกๆประเทศในโลกต่างได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ และเราต้องยอมรับครับท่านประธานว่าประเทศไทยเรานำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางมากเป็นสูงถึง 150% นี่คือผลกระทบโดยตรงของประเทศไทยที่มีผลต่อต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนทุกคน ท่ามกลางวิกฤตที่เกิดขึ้นนี้ครับ รัฐบาลที่นำโดยท่านนายกอนุทินชา วีรกุล ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่มีเวลาทดลองงาน สิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการตั้งแต่แรกที่เกิดวิกฤตคือการประกาศตรึงราคา น้ำมันทำให้คนไทยมีเวลาเตรียมพร้อมในการรับมือสถานการณ์และภาคธุรกิจมีเวลาปรับตัว แต่เพราะสงครามที่ยืดเยื้อและไม่รู้จะจบเมื่อไหร่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันต้องปรับตัวขึ้นตามราคาตลาดโลก ผมต้องขอชื่นชมท่านนายกนะครับที่ไม่ห่วงหน้าตารัฐบาลแต่ห่วงความอยู่รอดของการเงินและการคลังของประเทศ ข่าวดีวันนี้ครับท่านประธานเมื่อเช้าผมได้รับฟังมาคือเรือน้ำมันครับ 1 ลำ ที่บรรทุกน้ำมันกว่า 700,000 แบเรล ได้เทียบท่าเรือที่ไทยอย่างปลอดภัย สิ่งนี้ครับเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นครับว่าการทูตของเราเข้มแข็ง สามารถผ่าพจน์วิกฤตตรงนี้ไปได้ รวมถึงการที่ประกาศลดค่าน้ำมันดีเซลกว่า 2 บาทนะครับ ก็คือการที่ กมน. ประกาศลดน้ำมันดีเซล จากการประกาศพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 เป็นการควบคุมการกลั่นน้ำมันที่สูงเกินความจำเป็น สิ่งเหล่านี้ครับเป็นข่าวดีเพื่อต้อนรับปีใหม่ไทยหรือช่วงสงกรานต์ของไทยนะครับ และท่าทีของประเทศคู่ขัดแย้งครับอย่างสหรัฐและอิหร่านที่มีการยุติหยุดยิง 2 อาทิตย์ สิ่งนี้ครับคลายความตึงเครียดให้กับสถานการณ์พลังงานโลกได้อย่างมาก แต่สงครามที่หยุดไม่ใช่ว่าปัญหาจะหมดไป ผลจากสงครามที่มีต่อราคาพลังงานยังคงอยู่ วันนี้ประเทศไทยต้องหาทางลดภาระการใช้พลังงานจากฟอสซิลและหามาใช้พลังงานทดแทนในรูปแบบต่างๆให้มากขึ้น สิ่งที่ผมได้เห็นในนโยบายของรัฐบาลคือการลดค่าครองชีพอย่างเป็นรูปธรรม นโยบายปรับโครงสร้างภายใต้โครงการ Thailand 10 Plus ที่จะช่วยลดค่าไฟฟ้าไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วยสำหรับ 200 หน่วยแรกที่และสำหรับ 29 ล้านครัวเรือน เดือนซึ่งเกือบจะครอบคลุมทั้งหมดของผู้ใช้ไฟทั้งประเทศ อีกทั้งตอนนี้ครับท่านประธานรัฐบาลเตรียมผลักดันมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร Shop สูงสุด 200,000 บาท นโยบายนี้ครับจะช่วยลดการนำเข้าการ์ด LNG ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของประเทศประเมินได้ประมาณ 4,000 ล้านบาทต่อเดือน ควบคู่กับนโยบายการปลดล็อคสัญญาที่ซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนโดยตรงหรือ Direct PPA ที่จะสร้างรายได้ให้กับประชาชนโดยตรง นโยบาย SolarารFarmมing ลดรายจ่ายและสร้างรายได้ระดับท้องถิ่น ผลักดันโซลารฟาร์มชุมชนเป้าหมาย 1,500 เมวัตต์ ช่วยลดต้นทุนและสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นภายใต้โครงการ Quick Big Win รวมถึงการให้บริการสีเขียว ท่านประธานครับ ตอนนี้เทรนด์ของโลก บริษัทใหญ่ๆยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft หรือ Google ก็หันมาใช้บริการไฟฟ้าพลังงานสะอาด บริษัทเหล่านี้ครับจะลงทุนในประเทศที่ให้การผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด 100% สิ่งเหล่านี้ครับเป็นทั้งโอกาสและการหาเพิ่มเศรษฐกิจของไทย อีกทั้งโอกาสในตลาดคาร์บอนเครดิตหรือว่าตลาดคาร์บอนที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยได้อย่างมหาศาล ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่นี้เร่งรัดการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานระยะยาว โดยขอให้รัฐบาลเร่งผลักดันและอนุมัติแผนพัฒนาการผลิตไฟฟ้า PDP หรือ Power Development Plan ปี 2026 โดยเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้เกินร้อยละ 51 โดยเร็ว เพราะการพึ่งพาการ์ด LNG คือจุดอ่อนของประเทศไทย การส่งเสริมพลังงานสะอาดและตลาดคาร์บอนเครดิตอย่างจริงจังเท่านั้นที่จะสร้างภูมิต้านทานทางเศรษฐกิจให้ไทยหลุดพ้นวิกฤตพลังงานโลกได้อย่างยั่งยืนครับ วันนี้จะเห็นได้ครับว่าในวิกฤตรัฐรัฐบาลไทยเห็นโอกาส นายกที่ชื่ออนุทินกำลังเห็นโอกาสของประเทศไทย โอกาสที่จะสร้างรายได้ให้กับประเทศ โอกาสที่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนและทำให้ความเป็นอยู่ของคนไทยเราดีขึ้น ผมต้องขอ ยอมรับครับว่าท่านประธานว่ารัฐบาลเราไม่ได้มองหลังจากเกิดวิกฤตแต่ว่าทำมานานแล้วตั้งแต่ปี 2568
สุดท้ายนี้ครับผมขอฝากถึงนายกและคณะรัฐมนตรีทุกท่านว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาทดลองงาน ผมและเพื่อนสมาชิกพรรคภูมิใจไทยในฐานะสมาชิกผู้แทนราษฎรพร้อมจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนให้กับพวกท่านในการผ่านพ้นวิกฤตต่างๆของประเทศ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านนำพาประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตนี้ครับ ขอบคุณครับ
ครับนาวาอากาศเอกอธิคุณคงมีครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผมนาวาอากาศเอกอธิกุลคงมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุงเขต 1 พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้กระผมขออนุญาตร่วมอภิปรายนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการท่องเที่ยวครับ ท่านประธานครับ เราปฏิเสธไม่ได้ครับว่าการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศนะครับ เราเคยมีนักท่องเที่ยวถึง 40 ล้านคนในปี 2562 พีคที่สุดครับ มีรายได้จากการท่องเที่ยวถึง 3.3 3 ล้านล้านบาทนะครับท่านประธานครับ และในปัจจุบันหลังจากโควิด-19 กลับเข้าสู่ภาวะปกติ เรามีรายได้อยู่ที่ 2.74 ล้านล้านบาท และมีจำนวนนักท่องเที่ยวถึง 35.5 5 ล้านคนครับท่านประธานครับ ที่ผมนำเรียนตัวเลขให้ท่านประธานได้รับทราบนะครับ เพื่อที่จะบอกว่าเราไม่ได้มีปัญหาเรื่อง นัly นะครับ ด้านซัพพลายตเป็นส่วนรองรับการท่องเที่ยวที่จะกำลังจะมาถึงนะครับท่านประธานครับ ผมได้อ่านนโยบายของรัฐบาลและได้ฟังถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีท่านอนุทิน ชานวีรกูล ในการแถลงต่อสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้้นะครับท่านประธาน ทั้ง 5 แนวทางเป็นนโยบายที่สะท้อนปัญหาและจะแก้ปัญหาของด้านซัพพลายตทั้งสิ้นครับท่านครับ ผมขอสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการที่จะให้ประเทศไทยเป็นกฎหมายที่สำคัญของภูมิภาค และเปลี่ยนจากเน้นปริมาณไปเป็นการท่องเที่ยวมูลค่าสูงครับท่านครับ มี 1 แนวทางครับที่กระผมนะครับชื่นชมและดีใจที่ได้มีนโยบายนี้ขึ้นมานะครับ ผมได้เคยทำงานเป็นผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานพัฒนากท่องเที่ยวของประเทศนะครับ ผมจึงทราบว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำในนโยบายแรกนะครับ เป็นนโยบายที่มาถูกทางครับ มันเป็นการแก้ปัญหาซัพพลายซตอย่างชัดเจนครับ เรามีการจะควบรวมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและกระทรวงวัฒนธรรมเข้าด้วยกันนะครับ มีการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวและด้านวัฒนธรรมไว้ด้วยกันครับ ผมมีประสบการณ์ในเรื่องการทำงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมครับ ไม่มีครั้งใดเลยที่การท่องเที่ยวจะแยกออกจากวัฒนธรรมได้เลยนะครับ แต่ณ ปัจจุบันครับท่านประธาน เรามีหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการท่องเที่ยวคือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เรามีหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านวัฒนธรรมคือกระทรวงวัฒนธรรมนะครับ แต่ละหน่วยงานต่างมีเป้าหมายนะครับเป็นของตนเองและเป็นไซโลต่างคนต่างทำอยู่นะครับท่านประธานครับ หากได้มีการควบรวมทั้ง 2 กระทรวงเข้าด้วยกันเป็นเครื่องยนต์เดียวกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจเอาคุณค่าของวรรณธรรมที่เรามีอยู่หลากหลายนะครับ มาสร้างมูลค่าเพิ่มไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจในด้านการท่องเที่ยว ผมเชื่อมั่นเหลือเกินครับท่านประธานครับว่ารัฐบาลจะประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเกี่ยวกับเรื่องการท่องเที่ยวอย่างแน่นอนนะครับ ท่านประธานครับ มีอีก 1 ประเด็นครับที่โดนใจนะครับและผมขอบคุณทางรัฐบาลมากครับ ในด้านการทำงานที่ผ่านมาก็จะพบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องจำนวนและปริมาณหรือจำนวนรายได้นะครับท่านประธานครับ เราชื่นชมกับตัวเลขที่สวยหรูครับ แต่สิ่งที่เราอาจจะสูญเสียไปคือสิ่งที่ประเมินค่าเป็นตัวเลขไม่ได้ นั่นคือการถูกทำลายในเรื่องของสิ่งแวดล้อม การเกิดมลภาวะที่เพิ่มมากขึ้นนะครับ ท่านประธานครับ ในประเด็นเรื่องการไม่เน้นปริมาณแต่ไปเพิ่มมูลค่าของนักท่องเที่ยว นะครับ นักท่องเที่ยวคุณภาพมูลค่าสูงครับ ท่านประธาน เราแยกอย่างไรนะครับ นักท่องเที่ยวที่มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่วงเงิน 50,000 บาทถึง 100,000 บาทต่อคนถอทริปนะ ครับท่านประธาน คือนักท่องเที่ยวคุณภาพมูลค่าสูง แต่ตัวเลขไม่สำคัญครับสำคัญตรงที่เราจะนำคนเหล่านี้กลุ่มคนเหล่านี้นักท่องเที่ยวเหล่านี้เข้ามาประเทศไทยได้ อย่างไรนะครับท่านประธานครับ ผมสนับสนุนให้ทางรัฐบาลได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพครับ Wellnet tourism เป็นคำตอบนะครับ กลุ่มคนเหล่านี้มีจำนวนมากและชื่นชมวิถีชีวิตวัฒนธรรมของประเทศไทยเป็นอย่างมากครับท่านครับ อีกหนึ่งกิจกรรมที่อยากให้รัฐบาลส่งเสริมนะครับและสนับสนุนอย่างเต็มที่คือการจัด Big Evวent ครับ คอนเสิร์ตระดับโลกนะครับจะมีศิลปินระดับโลกเข้ามาแสดงในประเทศไทย กลุ่มคนเหล่านี้เป็นกลุ่มคนกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงและมีผู้ติดตามจำนวนมากนะครับ นั่นหมายความว่าเขาไม่ได้มาคนเดียวครับมาเป็นกลุ่มเป็นทีมเป็นครอบครัวเป็นคณะและอยู่ นานใช้จ่ายเงินเยอะครับ ในกิจกรรมสุดท้ายที่อยากจะให้มีการส่งเสริมสนับสนุนอย่างจริงจังครับท่านประธานคือการจัดประชุมวิชาการในระดับนานาชาติครับ กลุ่มนักท่องเที่ยวเหล่านี้กลุ่มคนเหล่านี้เป็นคนมีความรู้มีรายได้สูงนะครับและมีกำลังซื้อสูงนะครับ มีเครือข่ายด้านธุรกิจและก็อยู่ นานนะครับช่วยเหลือเศรษฐกิจในด้านการท่องเที่ยวของประเทศเราได้อย่างแน่นอนครับ โดยสรุปครับท่านประธานครับ ขออนุญาตสนับสนุนนะครับนโยบายในการควบรวมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากับกระทรวงวัฒนธรรมไปอยู่ในที่เดียวกันมีผู้นำเป็นคนเดียวกันกับเพื่อนประเทศไปด้วยกันนะครับ และก็สนับสนุนในเรื่องการจัดกิจกรรมบิ๊กโปรเจคของประเทศครับ ท่านประธานครับ ขอเป็นกำลังใจนะครับและขอชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีนะครับ และขอขอให้ประสบความสำเร็จในการทำงานและแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้ลุล่วงไปได้ด้วยดีครับ กราบขอบพระคุณครับ
ครับท่านยุทธนาศรีบุตรครับ
ครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมนายยุทธนา ศรีบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด หนองคาย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐรัฐสภา ซึ่งเนื้อในในการแถลงนโยบายมีหลายส่วนที่ได้ตรงกับนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะประการแรก การดูแลประชาชน รัฐบาลได้กำหนดมาตรการเยียวยาประชาชนกลุ่มเปราะบาง ซึ่งมีเป้าหมายในการลดภาระค่าครองชีพ ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของพรรคพลังประชารัฐที่ดำเนินการมาแล้วหลายปีหลายรัฐบาล โดยได้ดูแลพี่น้องประชาชนผู้มีรายได้น้อย 10 13 ล้าน 300,000 คนละ 300 บาท เพื่อเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา พรรคพลังประชารัฐโดยท่าน สส. ตรีนุชเทียนทอง สส. บดีเทียนทอง สส. กระแส ตระกูลพรพงษ์ สส. พรรครัฐเทียนชัย ได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมพี่น้องผู้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐและร้านค้าประชารัฐตามหมู่บ้านต่างๆ สิ่งที่พบเห็นก็คือว่าพี่น้องได้เข้ามาซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคโดยใช้เงินที่เติมในบัตร 300 บาท แม้จะเป็นเงินจำนวนน้อยนิดแต่อยู่ต่างจังหวัดได้มีความจำเป็นสูงสุดต่อพี่น้องประชาชน จึงขอสนับสนุนให้รัฐบาลได้ดำเนินการต่อเนื่องในเรื่องนโยบายข้อนี้
ประการที่ 2 ในด้านการเกษตร รัฐบาลได้ความสำคัญในการยกระดับรายได้และศักยภาพของเกษตรกร ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของพรรคพลังประชารัฐในเรื่องของการปลดล็อคที่ดินให้เป็นทุนสร้างโอกาสให้เกษตรกร นั่นก็คือการเปลี่ยน สปก. 4.4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เมื่อรัฐบาลที่แล้วก็ได้เริ่มในการที่จะเข้ามาดำเนินการ โดยเปิดโอกาสให้พี่น้องถือขอถือครอง สปก. 4-01 จำนวนกว่า 22 ล้านไร่ทั่วประเทศและถือรองมาหลายสิบปี ได้มายื่นคำร้องเปลี่ยน สปก. เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร ซึ่งในขณะนี้กระทรวงเกษตรได้ดำเนินการต่อเนื่องในการออกโฉนดเพื่อการเกษตรให้กับพี่น้องประชาชน จึงเป็นโครงการที่สำคัญที่ขอให้รัฐบาลได้ดำเนินการต่อเนื่องต่อไป
ประการที่ 3 ในเรื่องด้านแรงงาน ภายใต้นโยบายของรัฐบาลที่ได้มุ่งสร้างงานพัฒนาทักษะและการยกระดับคุณภาพแรงงาน ซึ่งสอดคล้องกับแนวความคิดของพรรคพลังประชารัฐในการสร้างโอกาสโอกาสให้คนไทยมีงานทำแล้วจะต้องมีการพัฒนาทักษะแรงงาน เพื่อที่จะนำแรงงานส่วนหนึ่งที่มีความประสงค์ไปทำงานต่างประเทศตามโครงการแรงงานไทยไปตลาดโลก โดยสมัยที่ท่าน ตรีนุชเทียนทองอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานที่เข้ามาดูแลร่วมกระทรวงแรงงานและสามารถจัดหาแรงงานคนไทยไปต่างแดนได้เกือบ 50,000 คนในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา ทำให้สร้างรายได้นำเข้าสู่ประเทศไทยสูงกว่า 90,000 ล้านบาทต่อปี รายได้เหล่านี้แหละครับได้สร้างความมั่นคงมั่งคั่งให้กับครอบครัวแรงงานและเกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจในประเทศไทย
ประการที่ 4 ด้านความมั่นคง ตามโครงการทหารอาสา 100,000 ตำแหน่ง พรรคพลังประชารัฐมีแนวความคิดตรงกับรัฐบาล โดยเรามีนโยบายในเรื่องของทหารเกณฑ์ก้าวหน้า โดยต่อไปนี้น้องๆที่เข้าไปเป็นทหารเกณฑ์ นอกจากฝึกอาวุธแล้วจะต้องมีการฝึกฝึกอาชีพ หลังจากบทประจำการแล้วน้องจะได้มีอาชีพแล้วมีใบรับรองเวลาเข้าสู่ตลาดแรงงานจะได้รับค่าจ้างที่สูงขึ้น และนอกจากนั้นแล้วน้องที่ฝึกทหารเจนและมีความประสงค์ที่เจริญก้าวหน้าทหารต่อไป เราก็ต้องมีมาตรการแรงจูงใจ โดยต่อไปนี้นักเรียนนาย 10 ทหารก็จะต้องเปิดโอกาสให้ทหารเกณฑ์เข้าสู่การเป็นนักเรียนนาย 10 ทหารให้มากที่สุด และแรงจูงใจอยู่ประการนึงนั่นก็คือว่าน้องที่ผ่านการเกณฑ์ทหารปลดประจำการไปแล้วเวลาไปรับราชการในตำแหน่งที่สามารถไปจากทหารเกณฑ์ได้ควรได้รับแต้มต่อในการสอบบรรจุแต่งตั้ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้แหละครับจะเป็นแรงจูงใจในการที่ให้น้องๆรุ่นใหม่ได้มาสู่การเป็นทหารเกณฑ์ที่มีอนาคต ดังที่เราบอกว่าทหารเกณฑ์ก้าวหน้า
ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งหลายที่พรรคพลังประชารัฐได้เสนอในวันนี้ซึ่งสอดคล้องต่อนโยบายของรัฐบาล การที่ได้แถลงไปเมื่อเช้านี้ ผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ล่ะครับจะทำให้สนับสนุนให้รัฐบาลนำไปพัฒนาประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชนต่อไป ขอขอบพระคุณครับ
ท่านพรเพิ่มทองศรีครับ
ครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผมพรเพิ่มทองศรี สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ อ่า สมาชิกรัฐสภา อ่า วันนี้ขออนุญาตอภิปรายร่วมอภิปรายในฐานะที่รัฐบาลได้มาแถลงนโยบายการบริหารประเทศนะครับ สงครามตะวันออกกลางเราก็ทราบว่ามันมีผลอะไรกับเรา แต่สิ่งแน่ๆน่ะ พลังงาน อ่า น้ำมันเราไม่ขาด แต่เราก็ไม่คล่องตัว ราคา มันก็แพง และที่จะตามมาคือค่าแก๊สนะครับ แก๊สนี่ขาดแน่นอน เพราะว่าแหล่งแก๊สที่กาตาร์ซึ่งเรานำเข้ามาเนี่ย แล้วเราใช้แก๊สในการผลิตไฟฟ้าภายในประเทศเนี่ย 50-60% เนี่ยนะฮะ ก็ตอนนี้บ่อแก๊สถังเก็บแก๊สถูกระเบิดหมดแล้ว ก็จะใช้เวลาเป็นปีหรือหลายปีนะที่จะฟื้นฟูขึ้นมา เพราะฉะนั้นในสิ่งที่รัฐบาลควรจะทำและทำก็คือว่าตั้งมาตรการในเชิงบังคับเลยว่าให้ประชาชนช่วยกันประหยัด ให้ช่วยกัน อ่า ใช้ขนส่งสาธารณะ รถเมล์ รถไฟ อ่า ใช้คาพูนะครับ อย่างน้อย 2 คนนั่งในรถ ถ้าจะเข้ากรุงเทพฯ อันนี้ก็จะช่วยการลดการเอารถเข้ากรุงเทพฯ อย่างน้อย 30% นะครับ ปัญหาเนี่ยที่เกิดขึ้นน่ะเป็นความท้าทายและความท้าทายมันก็เป็นโอกาสของเรานะ โอกาสเนี่ยเราก็ควรจะเอามาปัดฝุ่นในของที่เรามีอยู่แล้ว ขยะเต็มเมือง เอาขยะมาทำไฟฟ้า ในขยะมีพลาสติก เอาพลาสติกมาใช้ parysis นะมาทำน้ำมันดีเซล และการปลูกพืชนะ ครับปลูกพืชที่โตเร็วก็ที่จะเอามาทำไฟฟ้าก็เร่งให้เค้าส่งเสริมเค้าหน่อยครับ ตอซังข้าวเอามาอัดเป็นเป็นเม็ดเป็นแพลเลต ทำเป็นพลังงานไฟฟ้าได้นะครับ โซลารฟาร์มของที่เราเซ็นสัญญาไปเอามาใช้นะฮะ ไม่ใช่แค่พร้อมจ่ายนะครับ สิ่งที่เป็นโอกาสอีกอย่างหนึ่งคือ SMR ขอสไลด์ด้วยครับ SMR เนี่ยเราได้ยินกันมามากนะครับ มันเป็นพลังงานผลิตเป็นเครื่องที่ผลิตพลังงานจากนิวเคลียร์ เตาปฏิกรที่เรามีเรามีอยู่แล้วนะนั่นในประเทศเนี่ยเราใช้มาแล้ว 60 กว่าปีเต็นทเป็นเตาปฏิกรที่เอามาใช้ในการวิจัยทางการแพทย์ทางการเกษตร แต่และตอนนี้เรากำลังจะสร้างอีกที่หนึ่งนะ ครับผมไม่บอกที่นะครับเดี๋ยวไปต่อต้านขึ้นมา SMR เนี่ยมันเป็นเตาปฏิกร รุ่นใหม่ถ้าเป็นรุ่นที่เป็น Gen 5 Gen 4 Gen 5 เนี่ยเป็นรุ่นที่มีความปลอดภัยมากนะฮะ ใช้เกลือเรือเป็นตัว อ่า เปลี่ยนผ่านพลังงาน เพราะฉะนั้นความปลอดภัยนี่ก็จะสูงอย่างมาก SMR เนี่ยเป็นสิ่งที่ผลิตมาจากโรงงานเรียบร้อยตัวเล็กง่ายกว่าการติดตั้ง สามารถอยู่บนรถบรรทุกได้อยู่บนเรือก็ได้ เอาไปติดตั้งบนเกาะได้ง่ายๆเลยนะครับ Safety ระบบ Saฟety ของมันเป็นระบบ passive คือหมายถึงว่ามันสามารถปิดตัวมันเองโดยไม่ต้องมีเครื่องมือภายนอกเข้าไปใช้เลย ความร้อนของมันเนี่ยเพียง 400 องศาเซลเซียส ต่ำกว่าอุณหภูมิที่สามารถไปหลอมเหล็กได้ เพราะฉะนั้นก็ทำให้มันเกิดไม่มีการ melt down นะฮะ อย่างที่เกิดขึ้นมาที่เราได้ยินมา ถ้าเราใช้อ่ายูเรเนียม 1 กรัมเนี่ย มากับ SMR เนี่ย เปรียบเทียบกับใช้ถ่านหิน 100 ตัน เปรียบเทียบกับใช้ LNG 50 ตัน เปรียบเทียบกับใช้ดีเซลเนี่ย 90,000 ลิตร นะครับ เพราะฉะนั้นเราจะดูว่ารู้ว่ามันผลิต อ่า ใช้พลังงานน้อยขนาดไหน และสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 24 ชั่วโมงนะครับ ถ้าเราผลิตไฟฟ้าจาก SMR เนี่ยเป็น base load โดยการใช้ควบคุมด้วย Smart Grid แล้วเราก็ทำไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์จากเคือนจากลมจากทุกอย่างที่เรามีให้เต็มที่เนี่ย เราสามีสามารถที่จะมีไฟฟ้าเหลือเหลือนะครับ ไฟฟ้าเหลือเราไปทำอะไรครับไฮโดรเจนครับ ถ้าเราผลิตไฮโดรเจนได้มากพอเราสามารถไฮโดรเจนไปใช้ในอุตสาหกรรม อ่า ในรถบรรทุกรถยนต์รถไฟแม้กระทั่งเครื่องบินครับ บริษัท GE กับบริษัทโบอิ้งเนี่ย อ่า ซึ่งทำไฟเ่อเครื่องบินของโบอิ้งแล้วก็บริษัท Rollroy ซึ่งทำเครื่องยนต์ของบริษัท Airbus เนี่ยกำลัง อ่า ทดสอบทดลองอย่างอย่างมากซึ่งกำลังคิดว่าได้ประโยชน์นะครับ ได้ผลสำเร็จนะครับ
ในสิ่งที่ผมพูดมาเนี่ยขอสไลด์ต่อไปครับ เมื่อกี้
สไลด์ต่อไปเนี่ยก็เกี่ยวกับเรื่องพลังงานที่เราใช้
ขอสไลด์ต่อไปด้วยครับ
ในสิ่งที่ผมพูดมาเนี่ยมันจะช่วยเราได้ 2 ประเด็นใหญ่ๆ ประเด็นแรกเราอาจจะต้องจะไม่พึ่งพาพลังงานจากนอกประเทศเลย และประเด็นที่ 2 เนี่ยคาร์บอนมันจะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มามากจะพาเราเข้าไปสู่ net zero ซึ่งเราได้ยินหนาหูมามากฮะ
หลายท่านอาจจะเป็นไปไม่ได้เซตยังไง
ผมได้มีโอกาสไปรัสเชีย
ไปในงาน W คืออะไรเมื่อกี้นะไอ้พวกไอ้พมทั้งทีกูเลยพี่ ค่ะ ก็เสียงกันยังออกใช่ค่ะดีนะคะที่เมื่อสักครู่นี้ไม่ได้แดบไม่ได้ว่าร้ายเพราะว่า เป็นคนทำต่อหน้า เสียงกล้องเสียงกล้องมาทุกคนคือพี่เบลเนี่ยค่ะพยายามจะให้ อิมาเพราะว่าพี่เบลบอกพี่จัดหน่อยเพราะว่าหนูจะไปกินข้าวไม่ใช่เมื่อกี้เจได้ไปกินข้าวมาแล้วรายงานที่ทราบก็คือข้าว 3 อย่างก็เสียงก เสียง พี่เบขอแก้เสียงแป๊บนึงค่ะเสียงมาจากไมค์ของก้องข้างหน้าแล้วคือถ้าสมมติเราเทสไปแบบนี้ควรจะโอเคอะไรท่านคะท่านประธานอันท่านประธานตัวจริง ประธานตัวจริงปิ้งยากไม่ใช่ค่ะ
อภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของท่านนายกอนุทิน ชานวีรกูล หรือที่เรียกกันว่ารัฐบาลอนุทิน 2 ท่านประธานครับ เมื่อประเทศตกอยู่ในภาวะวิกฤตเนี่ย ประชาชนย่อมคาดหวังให้รัฐบาลเดินนำหน้าประชาชนอย่างน้อย 1 กรัฐบาลต้องคิดเผื่อประชาชน รัฐบาลต้องคิดเผื่อภาคธุรกิจ ถือธงเดินนำหน้าพวกเราคอยประคับประคองรองรับคลื่นลมภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ถาโถมเข้ามา แต่สิ่งที่คนไทยได้รับกลับเป็นรัฐบาลที่เดินตามหลังประชาชนหลายก้าว กว่าท่านนายกจะยอมรับว่านี่คือวิกฤตครั้งใหญ่และเราต้องปรับตัวกันทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น แต่ว่าช้าไป 5 อาทิตย์กว่ารัฐบาลจะเข้าไปตรวจสอบค่าการกลั่นเพื่อช่วยลดราคาค่าน้ำมัน สำคัญและจำเป็น แต่ก็ช้าไป 4 อาทิตย์กว่าจะหาตัวไอ้โม่งเริ่มจับรายใหญ่ที่รักรอบกักตุนน้ำมันได้ สำคัญและจำเป็น แต่ก็ช้าไป 3 อาทิตย์ที่ไม่ใช่แค่ช้าแต่ผิดเลยก็มีนะครับ อย่างที่ท่านนายกหันมาโทษประชาชนหาว่ากองทัพมดเป็นตัวการวิกฤตน้ำมัน การเดินตามหลังประชาชนเนี่ยยิ่งเห็นชัดเจนเป็นรูปธรรมจากคำแถลงนโยบายฉบับนี้นี่แหละครับ เพราะการเขียนนโยบายทั้งหมดทำราวกับว่าประเทศไทยและโลกใบนี้ยังอยู่ในสภาวะปกติ ในคำแถลงฉบับนี้มีแค่ย่อหน้าเดียวในหน้า 2 ที่พูดถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่เนื้อในที่เหลือทั้งหมดเหมือนย้อนเวลา กลับไปปีที่แล้วหรือ 2 ปีที่แล้วในแง่การเขียนนโยบายนะครับ ก็เดาได้ไม่ยากว่าใช้เนื้อหาเดิมที่เตรียมไว้ตั้งแต่หลังเลือกตั้งเอามาแปะรวมกันแล้วก็เพิ่ม 1 ย่อหน้า เติมเรื่องวิกฤตการตะวันออกกลางเข้าไป เหมือนนักเรียนทำรายงานกลุ่มคล้างไว้ แล้วพอโลกวุ่นวายขึ้นมาไม่รู้จะปรับยังไง เติมเข้าไป 1 ย่อหน้าแล้วกัน หวังว่าคุณครูจะเข้าใจ หรือว่านี่เป็นวิธีทำงานตามมาตรฐานครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย ผมก็ไม่แน่ใจนะครับ อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่การทำรายงานกลุ่ม นี่คือการบริหารประเทศในยามวิกฤต คำแถลงฉบับนี้สะท้อนว่ารัฐบาลยังไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับความเดือดร้อนของประชาชน ถ้า รัฐบาลรู้ร้อนรู้หนาวเนี่ย ต้องประเมินให้ชัดเจนแล้วว่าอะไรคือเรื่องเร่งด่วนที่ต้องตัดสินใจ ต้องมาสื่อสารกับประชาชน อะไรคือเรื่องที่ต้องเตรียมพร้อมเตรียมการไว้ล่วงหน้า เดินนำหน้าประชาชน ตอนนี้นะครับ สิ่งที่คนคาดหวังก็คือมาตรการเร่งด่วนที่ชัดๆว่าจะเอายังไงกับความเดือดร้อนของคนไทยทั้งประเทศจากราคาน้ำมัน แน่นอนเราพูดถึงระดับนโยบายครับ ไม่จำเป็นต้องละเอียดยิบ แต่ต้องแสดงทิศทางให้ประชาชนรับรู้เพื่อคลายความกังวล ยกตัวอย่างนะ ครับ ยกตัวอย่างให้เห็นนะครับ เราเห็นเราอยากเห็นการจัดหมวดนโยบายเร่งด่วนแบบนี้ชัดๆว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพงยังไง ประกาศไปเลยยิ่งดีว่าจะชะลอการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน บอกให้ชัดว่าจะช่วยกลุ่มเปราะบางแบบไหน จะออกบัตรเครดิตพลังงานหรือเปล่า น่าเสียดายนะครับที่ผมโชว์ขึ้นมาตรงเนี้ย มันคือนโยบายเร่งด่วนจากคำแถลงของรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ในปี 54 แต่กลับไม่มีสิ่งเหล่านี้ในรัฐบาลของคุณอนุทินปี 69 ซึ่งวิกฤตน้ำมันเนี่ยต้องบอกเลยว่ารุนแรงกว่าปี 54 หลายเท่าตัว สถานการณ์ที่มันปั่นป่วนไม่แน่นอนแบบนี้ นะครับ ภาคประชาประชาชนภาคธุรกิจจะเบาใจลงได้ก็ต้องมีรัฐบาลที่เดินนำหน้าประกาศให้ชัดๆว่าจะมีแนวทางในการบริหารจัดการประเทศอย่างไร แต่เราไม่เห็นการแยกนโยบายเร่งด่วนออกมาเลย เราอ่านแล้วก็ไม่เข้าใจว่ารัฐบาลจะจัดการราคาน้ำมันอย่างไร อ่านแล้วไม่เห็นภาพว่ารัฐบาลมีแนวทางในการบริหารการคลังอย่างไร มีพูดถึงการช่วยประชาชนไว้บ้างอยู่ในหน้า 3 นิดนึง แต่ก็ไม่บอกชัดเจนว่าหมายถึงใครและจะใช้วิธีไหน พอมันไม่ชัดเจนนะครับ คนไทยทุกคนก็รู้สึกเปราะบางกันไปหมดแล้วตอนนี้ ต้องถามเลยว่ามีใครในประเทศที่ไม่รู้สึกเปราะบางบ้าง คำถามที่ประชาชนและภาคธุรกิจอยากรู้มากที่สุดนะครับก็คือแล้วท่านจะจัดการเรื่องโครงสร้างราคาน้ำมันอย่างไร โดยเฉพาะส่วนที่มันอยู่ในอำนาจของรัฐบาลแบบเต็มๆที่ผมวงไว้สีน้ำเงินวงไว้สีเขียวเนี่ยแหละครับ นี่คือราคาน้ำมันต่อ 1 ลิตรที่ประชาชนต้องจ่ายทุกวันทุกนาที อย่างภาษีสรรพสามิตรเนี่ย คิดเป็นต้นทุน 7-8 บาทต่อ น้ำมัน 1 ลิตร ท่านจะเอายังไง ค่าการกลั่นเนี่ยเดิมเคยบาท 2 บาทเมื่อปี 2 ปีก่อนเดือนที่แล้วมีนาคมขึ้นมา 7 บาทเดือนนี้ขึ้นมา 16-17 บาทแล้วท่านจะใช้การไปขอส่วนลดราคาหน้าโรงกลั่นเท่านั้นใช่หรือไม่ หรือท่านจะกล้าขยับไปอีกขั้นไปทำภาษีลาบรอยให้มันเป็นระบบเผื่อไปถึงอนาคตด้วย เพราะในปี 65 นะครับปี 65 เคยมีสงครามรัสเซียยูเครน ราคาน้ำมันสูงขึ้น กระทรวงการคลังในเวลา นั้นก็ได้ทำการศึกษาไปแล้วจัดเจ็บภาษีลาบ ลอยจะทำอย่างไร สมัยนั้นท่านรองนายกเอกนิติก็ดำรงตำแหน่งอธิบดีอยู่ในกระทรวงการคลัง ทำไมเราถึงต้องวนหูปกลับไปเริ่มต้นศึกษากันอีกครั้งหนึ่ง ถัดจากเรื่องเร่งด่วนนะครับ สิ่งที่ประชาชนคาดหวังก็คือการเตรียมมาตรการระยะกลาง ภาคธุรกิจเนี่ยอาจจะมีการวางเบสcasคสกรณีฐานกรณีดีที่สุด แต่ภาครัฐไทยในสถานการณ์เนี้ยต้องมองโลกในแง่ร้ายไว้ก่อนเลย ต้องคิดจาก worst case scenario ฉากทัศที่เลวร้ายที่สุดไปเลย แล้วถ้ามันบังเอิเกินโชคดีสงครามจบเร็วก็ให้ถือว่าเป็นโบนัสในชีวิตไป ประเมินไว้เลยครับว่าถ้าสงครามลากยาว 4 เดือน 5 เดือน โครงสร้างพื้นฐานน้ำมันก๊าซทำลายเนี่ย ส่งผลต่อเนื่องไปทั้งปี 69 เป็นอย่างน้อยท่านจะทำอย่างไร เพราะผลกระทบมันจะเชื่อมโยงเป็นลูกโซ่ แต่ประเด็นที่ผมจะบอกก็คือต่อให้มันเป็นลูกโซ่เนี่ย ท่านก็ต้องประเมินแบบมีโฟกัส นะรู้ว่าอะไรคือจุดสำคัญของห่วงโซ่ของลูกโซ่ ผลกระทบแต่ละจุด อย่างเช่นภาคอุตสาหกรรมเนี่ย 2-3 จุดที่ต้องเป็นจุดเน้น ขานำเข้าเนี่ย เม็ดพลาสติกขาดแน่ ส่งผลต่อไปถึงขวด ถึงบรรจุพันธุ์ ถึงถุง ถึงสี ถึงการก่อสร้าง แต่ขาส่งออกเนี่ยนะครับไปดูตัวเลขแล้วพบเลยว่ามี 5 ตัวที่ท่านต้องเฝ้าระวังคือรถยนต์นั่ง รถบรรทุก เครื่องปรับอากาศ ผลิตภัณฑ์ไม้แล้วก็ผ้าไหม 5 ตัวเนี่ย พึ่งพาการส่งออกไปตลาดตะวันออกกลางสูง ดังนั้น 5 ตัวนี้นะครับคือผลกระทบภาคอุตสาหกรรมที่ท่านต้องโฟกัส คิดถึงการจ้างงาน ลิสต์ชื่อโรงงานออกมาเลยจะประสานจัดวงเชิงรุกรับฟังล่วงหน้าได้ ภาคบริการภาคท่องเที่ยวนะครับ มีนาคมอย่างเดียวเนี่ยเที่ยวบินจำนวนเที่ยวบินหายไป 65% แนวโน้มนักท่องเที่ยวทางอากาศลดลงแน่นอน แต่ข่าวดีก็คือแนวโน้มนักท่องเที่ยวที่มาทางบกเนี่ยมีแนวโน้มต่อเนื่องที่จะเพิ่มขึ้น ท่านก็ต้องมีโฟกัสหาทางสนับสนุนจะทำโปรโมชั่นสนับสนุนเน้นนักท่องเที่ยวที่มาทางบกเพิ่มเป็นพิเศษได้ อย่างไร 3 กลุ่มที่ตัวเลขดีขึ้นก็คือ อินเดีย มาเลเซีย แล้วก็จีนนะครับ กำลังอยู่ในขาขึ้นนี่ควรเป็นจุดโฟกัส ส่วนภาคเกษตร มีอยู่ 5 ตัวครับที่ท่านต้องโฟกัส ปุ๋ยขาด เพราะพึ่งพานำเข้า ต้องหาแหล่งใหม่ ท่านอาจจะเริ่มทำแล้ว แต่ข้อ 2 ยังไม่ค่อยเห็นนะ ครับ อาหารทะเลเนี่ยมันเริ่มขาด เพราะชาวประมงออกเรือน้อยลง เขาประเมินรายวันพอต้นทุนมันสูงเขาอาจจะไม่ออกเรือ ท่านต้องมีมาตรการยิงตรงไปทำให้ชาวประมงไทยกล้าออกเรือมากขึ้น ปาล์มเนี่ยมีแน่นอน แต่จะแย่งกัน ท่านต้องไปเฝ้าระวังการกักตุน ส่วนส่งออกนะครับในภาคเกษตรที่ต้องระวัง 2 ตัว คือข้าวกับทูน่า เพราะว่าข้าวเนี่ยพึ่งพาตลาดตะวันออกกลาง 11% ทูน่าพึ่งพาตลาดเนี้ย 20% นี่คือการเตรียมประเมินผลกระทบลูกโซ่ แต่ท่านต้องมีโฟกัสด้วยโดยใช้ข้อมูลนำนะครับ สรุปอีกทีนะครับ ในสภาวะวิกฤตแบบเนี้ย ต้องมีนโยบายเร่งด่วน ประกาศแนวทางให้ชัดว่าท่านจะเอายังไงกับราคากับภาษีกับการคลังกับการช่วยเฉพาะกลุ่ม เพื่อคลายความกังวลลดความไม่แน่นอนให้กับสังคมไทย แล้วก็ต้องมีนโยบายเตรียมรับมือผลกระทบลูกโซ่ แต่ไม่ใช่ทำแบบหวาดหรือเหมา รวมสามารถเตรียมรับมือแบบมีโฟกัสได้ทั้งภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรมกรรมภาคท่องเที่ยว แต่ท่านประธานครับ ในภาวะแบบเนี้ยมีนโยบายเร่งด่วนเตรียมรับมือผลกระทบลูกโซ่ก็ยังไม่พอ โรคปั่นปวดแบบนี้ต้องมีนโยบายเชิงรุกไปพร้อมกันด้วย ถ้าเปรียบสภาพตอนนี้นะครับ ตอนเนี้ยเหมือนเรากำลังปั่นป่วนเราอยู่ในหมู่บ้านแล้วเจอไฟไหม้ลามใหญ่โต คนก็เลยวิ่งออกมาออกันหน้าบ้านเต็มไปหมด นโยบายเชิงลับเนี่ยคือการช่วยให้เราหนีตายออกมาจากบ้านมายืนออกันอยู่หน้าบ้าน แต่พอออกมาแล้วเนี่ย ตอนนี้เรายังไม่รู้เลยว่าเราจะไปไหนต่อ ที่ไหนคือที่หลบภัย ที่ไหนคือที่ปลอดภัย ไม่มีใครบอกเราชัดๆ นี่คือหน้าที่ของการทำนโยบายเชิงรุกที่จะช่วยให้ทุกคนรู้ว่าออกมาจากกองไฟได้แล้ว อ่ะต้องไปไหนต่อ สถานการณ์วิกฤตแบบนี้นะครับ รัฐบาลต้องเป็นผู้ถือธงนำสร้างภารกิจแห่งชาติร่วมกัน ประกาศให้คนไทยทุกคนเห็นความจำเป็นอย่างชัดเจนหนักแน่นมุ่งมั่นเป็นมิชชั่นที่ทั้งรัฐเอกชนคนตัวใหญ่คนตัวเล็กทั้งประเทศจะไปด้วยกัน เราขอเสนอว่าภารกิจสำคัญที่สุดใหญ่ที่สุดตอนนี้นะครับคือการเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานให้ประเทศไทย ไหนๆนโยบายเล่มนี้ก็เอาของพรรคประชาชนมาเยอะแล้วนะครับ ขอเอาธีมใหญ่ไปด้วย เอาเรื่องเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานไปด้วยนะ ครับ จะก๊อปทั้งทีต้องกอปไปให้หมดนะครับ เพราะตั้งภารกิจชัดแล้วเนี่ยก็ลงรายละเอียดย่อยมาทีละขั้นทีละขั้น มั่นคงคืออะไร มั่นคงทางพลังงานเราเสนอว่ามั่นคงแปลว่าต้องมีพลังงานเพียงพอ ต้องต่อเนื่อง ต้องราคาเอื้อมถึง เพียงพอต่อเนื่อง เอื้อมถึงแล้วก็ทำ 3 ขาไปพร้อม ต้องปรับโครงสร้างพลังงาน ต้องเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในประเทศ ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เสร็จแล้วท่านก็ซอยย่อยลงมาเป็นมาตรการย่อย แต่มันต้องลู่เข้าหากันนะ ครับทุกคนต้องเห็นว่ากำลังเดินไปสู่จุดหมายเดียวกันอย่างไร ไม่ใช่ทำแบบสะเปะสะปะแบบที่เราเห็นในนโยบายฉบับนี้ ขาที่ 1 เนี่ยท่านต้องปรับโครงสร้างพลังงาน โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะสมาร์ทกฤต้องเริ่มจริงจังแล้ว ให้ทุกเครือเรือนมี Smart Meet เปลี่ยนระบบสถานีไฟฟ้าให้เป็นดิจิตอลให้ได้ การนำเข้าต้องเพิ่มแหล่งนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาคอื่นมากขึ้น ผลิตไฟฟ้าล้นเกินเนี่ยต้องเดินหน้าจริงจังนะครับ ค่าพร้อมจ่ายจะไปแก้สัญญาซื้อขายไฟอย่างไร เพื่อไม่ให้ประชาชนภาคธุรกิจต้องแบกต้นทุนที่มันสูงขนาดนี้ ขาที่ 2 ต้องเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนนะครับ ในนโยบายเนี่ยหน้า 19 ท่านเขียนไว้ว่าจะมีการตั้งเป้าซีไว้ที่ปี 2050 ซึ่งมันไกลมาก แต่ท่านไม่ได้กำหนดเลยว่าแล้วการใช้พลังงานหมุนเวียนเนี่ย มันจะเพิ่มขึ้นแต่ละปีแต่ละช่วงเวลาเท่าไหร่ เหมือนวิ่งมาราธอนแต่เราไม่รู้เลยว่ากลางทางท่านจะแวะพักที่ไหน มันก็จะไม่มีจุดหมายว่าเราจะไปถึงปลายทางปี 2050 ได้ยังไง จะเพิ่มพลังงานหมุนเวียนได้จริงนะ ครับ ยังไงท่านก็ต้องเปิดเสรีซื้อขายไฟฟ้าให้ประชาชนธุรกิจมีสิทธิ์เลือกผู้ขายไฟ โควต้ารับซื้อต้องเพิ่มจาก 90 เมวัตต์เนี่ยต้องเป็นระดับ 1,500 เมวัตต์ได้แล้ว จะติดโซล่าเซลล์นะครับ ไม่มีใครมีเงินก้อนลงทุน ท่านต้องยอมให้คนเนี่ยจ่ายบินผ่านค่าไฟนะครับ จ่ายผ่านบินค่าไฟหรือที่เรียก ว่า onbild finฟแนซได้อันเนี้มันถึงจะทำให้ประชาชนปรับตัวได้นะครับ ไม่ใช่เพียงแค่ขอความร่วมมือ ส่วนขาที่ 3 แน่นอนต้องเพิ่มประสิทธิประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ที่มันมีอยู่แล้ว ตึกเก่าๆถ้าจะปรับตัว ท่านต้องมีนโยบายมาตรการที่มาหนุนให้เกิดการตั้งตึกใหม่ที่มันประหยัดพลังงานมากขึ้น และต้องส่งเสริมหรือกึ่งบังคับได้แล้วนะครับ ห้ามสรพสินค้าหรือโรงงานขนาดใหญ่ให้ผลิตใช้ไฟได้เอง ทั้ง 3 ขาเนี่ยมันต้องเดินไปพร้อมกัน ย้ำอีกทีนะครับว่าจะต้องไม่ใช้กลไกรัฐกลไกมหาดไทยไปบังคับให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเนี่ย เกิดไม่ได้หรอก ต้องทำให้คนรู้สึกร่วมกันว่านี่คือฉันทามติใหม่ นี่คือบ้านที่มันจะปลอดภัยมากขึ้น เพราะความมั่นคงทางพลังงานจะสร้างนำไปสู่การสร้างงานใหม่ งานดีให้สังคมไทย ความมั่นคงทำพลังงานจะทำให้ไทยเราเป็นเจ้าของเทคโนโลยีได้ ความมั่นคงทำพลังงานจะทำให้เราทุกคนได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มันดีขึ้น หายใจได้รับอากาศบริสุทธิ์เพิ่มขึ้นไปด้วยกัน สรุปนะครับ การทำนโยบายในภาวะวิกฤตเนี่ย ต้องไม่จบแค่เชิงลับ ต้องมีภารกิจเชิงรุกด้วย ให้ทุกคนทุกองคาพยพในประเทศนี้เห็นเป้าหมายเดียวกัน ให้คนที่หนีไฟออกมารอกันอยู่หน้าบ้านเนี่ยรู้ชัดเจนว่าเรากำลังจะวิ่งไปที่ไหน ที่ไหนจะ เป็นบ้านหลังใหม่ที่เราอยู่ร่วมกัน เป็นบ้านที่มีความปลอดภัย มีความมั่นคงทางพลังงานยิ่งกว่าเดิม ท่านประธานครับ ต่อให้นโยบายดีไม่ดีครบไม่ครบเนี่ย มันก็เรื่องนึงนะครับ แต่นโยบายจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จที่ผ่านมาประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทยเนี่ยพบแล้วว่ามันอยู่ที่ส่วนผสมของรัฐบาล เราเคยมีรัฐบาลทหารล้วน รัฐบาลพรรคเดียวนำ รัฐบาลผสมหลายพรรคนะครับ ส่วนผสมนี่แหละที่ เป็นตัวกำหนดระดับความสำเร็จ แล้วถ้าถามว่ารัฐบาลอนุทิน 2 เนี่ยมีส่วนผสมอย่างไร ผมคิดว่าเราเห็นตรงกันนะครับว่าเป็นการรวมตัวระหว่างบ้านใหญ่กับเทคโนแยบาย สไตล์เทคโนแตนะครับก็มีจุดแข็งจุดอ่อนในตัวเองเช่นกัน ปัญหาก็คือเวลาเอามารวมกันเนี่ย ต่างฝ่ายต่างยอมปิดตาข้างนึงให้กันและกันเพื่อให้อยู่รวมกันได้ การเมืองบ้านใหญ่เนี่ยนะครับจริงๆมีจุดเด่นอยู่ที่ความใจถึงพึ่งได้กล้าได้กล้าเสีย คือตอนนี้นะครับ ถ้าเป็นรัฐบาลบ้านใหญ่ล้วนๆนะ ผมคิดว่าเจอเรื่องน้ำมันแพงนะ ท่านจะกล้าสั่งรถภาษีสรรพสามิตรไปละ 7 บาท แต่พอท่านปิดตายอมฟังเทคโนแลตท้วงติงเรื่องการจัดเก็บรายได้ กลัวโดนแปะป้ายว่าเป็นรัฐถังแตกเนี่ย บ้านใหญ่ก็ยอมไปทำสูน ง่ายๆแทนนะครับ อย่างการลดราคาหน้าโรงกลั่นบาท 2 บาท ในทางกลับกันเทคโนATนะครับ ซึ่งน่าจะมีจุดเด่นอยู่ที่การใช้หลักวิชา คิดถึงผลประโยชน์ส่วนรวม คิดถึงประสิทธิภาพความคุ้มคุ้มค่าไม่พึ่งพาเราโอถัมภ์ แต่พอมารวมกับบ้านใหญ่อยู่ในอำนาจ ก็ต้องยอมปิดตามเหมือนกัน ยอมให้ทำรัฐบาลเนี่ยทำโครงการที่น่ากังขลาจำนวนมากอย่างโครงการแรนดอย่าง MOT GP ที่เจาะจงไปแค่บางจังหวัดอย่างเงี้ย 2 โครงการ เถ้าคิดตามหลักการแบบเทคโนแลตล้วนๆก็ไม่คุ้มที่จะทำแน่นอน ถ้าคุณเอกนิติคุณสุภจียืนยันว่าคุ้มค่าหรือเทคโนโตที่กำลังต่อคิวเข้ามา ยืนยันว่าคุ้มค่าตรงหลักการก็ออกมาเฟิร์มได้นะครับ แต่พอยอมปิดตาข้างนึงให้ฝ่ายบ้านใหญ่เนี่ย โครงการแบบนี้ก็จะเกิดอีกจำนวนมาก แลกกับการที่เทคโนแลตได้ร่วมรัฐบาลต่อไป ผมเลยเรียกระบอบนี้ว่าเป็นระบอบปิดตาธิปไตย ทำให้เราไม่ได้ทั้งรัฐบาลที่กล้าได้กล้าเสียแบบบ้านใหญ่ แต่ก็ไม่ได้รัฐบาลที่ใช้หลักการแบบเทคโนแครตด้วย ตัวอย่างที่ชัดเจนเนี่ยเห็นแล้วนะครับ ส่งผลร้ายแรงต่อประเทศเลยคือกรณีที่น้ำมันกักตุนลักรอบทางเรือ 57 ล้านลิตรแล้วล่าสุดก็ยังพบอีกลดเอาน้ำมันไป 11,000 คันไม่ส่งปั๊มเนี่ย มันเริ่มตั้งแต่การที่นายกดันหลังให้คนที่มีข้อคอหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนมานั่งบัญชาการหัวโต๊ะในช่วงเวลาตรึงราคาน้ำมัน โดยเทคโนCATไม่หือไม่อือไม่แย้งอะไรเลย แล้วเทคโนCATก็ไม่ต่อสู้เรื่องการเปิดเผยข้อมูลการใช้ GPS ติดตามรถและเรือขนส่งน้ำมันแบบเรไทม์ ผลก็คือเกิดความรั่วไหลในระบบ เพราะปิดตาธิปไตยนี่แหละที่มันหลอมรวมบ้านใหญ่กับเทคโนแลตเข้าด้วยกัน สุดท้ายครับท่านประธาน การทำนโยบายและบริหารประเทศในยามวิกฤตเนี่ยจะมีประสิทธิภาพไปอีกขั้นหนึ่ง ถ้าเราทุกคนโดยเฉพาะรัฐบาลถ้าเป็นผู้นำมองเห็นทางออกปลายทางหรือว่า endgame ร่วมกันว่าถึงที่สุดแล้วเราจะออกวิกฤตการครั้งนี้ไปด้วยสภาพแบบไหน ตอนที่ท่านนายกนะครับบอกว่าไม่ต้องห่วงหรอกเพราะท่านเคยพาประเทศไทยผ่านวิกฤตโควิดมาแล้ว ผมว่าหลายคนเสียวสันหลังนะครับ หลายคนคิดถึงญาติพี่น้องของตัวเองที่จากไป ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น นอกจากความสูญเสียระดับปัจเจกนะครับ ประเทศไทยเรายังออกจากวิกฤตโควิดแบบสะบักสะบอมในระดับมหาภาคด้วย ตอนนั้นมีการออกพระราชกำหนดเงินกู้ 3 ฉบับวงเงิน 1.99 ล้านล้านบาท ถ้าคิดมาเป็นสัดส่วนต่อ GDP นะครับ นี่คือสูงอันดับ 2 รองจากบราซิลในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางเลย เรียกว่าใช้เงินเยอะ แต่เงินส่วนใหญ่ใช้ไปกับการกระตุ้นบริโภคระยะสั้น เราเลยได้ยินชื่อซีรียส์โครงการเราไม่ทิ้งกัน คนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน เราชนะ ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจระยะสั้นเท่านั้น แต่แทบไม่ได้ทำโครงการที่เตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการและประชาชนพร้อมจะกลับมาใช้ชีวิตหลังโควิดได้แข็งแรงขึ้นเลย คือหลายประเทศอย่างสิงคโปร์นะครับตอนโควิดก็ใช้งบเยอะเหมือนกัน แต่เขาใช้ไปกับการพยุงการจ้างงาน ใช้ไปกับพัฒนาทักษะ ใช้ไปยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ใช้เปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ยุคดิจิตอล สิงคโปร์ก็เลยออกจากโควิดแบบแข็งแรงขึ้น แต่ของเราเนี่ยออกจากโควิดแบบสะบักสะบอม หนี้ครัวเรือนพุ่ง หนี้สาธารณะพุ่ง หนี้ครัวเรือนก็พุ่ง หนี้สาธารณะนี่เราขยับนะครับ ปี 62 นี่สาธารณะเราแค่ 41 ร้อยละ 41 ต่อ GDP พอปี 64 นี้เราขึ้นมาเป็นร้อยละ 55 ใกล้ชนเพดาน ในปี 64 เราใช้เงินไปมหาศาล แต่เราใช้ไปกับการรักษาอดีตไม่ได้ใช้เงินกับการสร้างอนาคต ทั้งที่อันที่จริงนะครับ เรามีบทเรียนอีกแบบนึงครับ จากประวัติศาสตร์ของเราเองในยุควิกฤตน้ำมันครั้งแรกช่วงทศวรรษ 2510-2520 นะครับ เราเจอวิกฤตน้ำมันช็อกโลกมาแล้ว ปี 2516 เนี่ย อิสราเอลมีสหรัฐหนุนรบกับอียิปต์ซีเรียอาหรับและโซเวียตหนุนอาหรับในนามโอเปกนี่ก็ตอบโต้่นะครับ งดส่งออกน้ำมันไปโลกตะวันตก คุ้นๆมั้ครับ ประวัติศาสตร์มันช้ำรอยเดิม ตอนนั้นราคา น้ำมันพุ่ง 4 เท่าในเวลา 6 เดือน ประเทศไทยเงินเฟ้อทะยานไปปี 16 นี้แตะ 15% ปีต่อมาแตะ 24% สหรัฐถอนตัวจากอินโดจีน เงินทุนไหลออกมหาศาล สอี่เดิมยุคนั้นประเทศไทยเรายังใช้โมเดลเศรษฐกิจแบบทดแทนการนำเข้า ทดแทนการนำเข้าเนี่ยแปลว่ารัฐบาลตั้งกำแพงภาษีไว้สูงๆ เพื่อปกป้องธุรกิจภายใน ธุรกิจภายในไม่ต้องเผชิญการแข่งขันอย่างเสรีอย่างที่ควรเป็น ก็เลยเกิดการสร้างเจ้าสัวใหม่จำนวนมากจากไอ้กำแพงภาษีตรงนี้แหละครับ ตอนนั้นฝ่ายที่ก้าวหน้าทางเศรษฐกิจนะครับ เริ่มเสนอแล้วว่าโมเดลแบบทดแทนการนำเข้ามันไปต่อไม่ได้ ต้องขยับไปเปลี่ยนไปสู่การผลิตเพื่อการส่งออกเป็น export oriented ให้ได้ แต่ก็จะมีผู้คัดค้านเสมอครับ เวลาจะเปลี่ยนโมเดลครั้งใหญ่เนี่ย เพราะมันมีคนได้ประโยชน์อยู่ ธุรกิจทดแทนเจ้าสัวได้ผลประโยชน์จำนวนมากจากกำแพงภาษีที่สูงขนาดนั้น หน่วยราชการเองก็กุมใบอนุญาตนำเข้า กองทัพก็แฮปปี้้นะครับ ตอนนั้นถ้าค่าเงินบาทแข็งเนี่ยก็ซื้ออาวุธราคาถูก แม้แต่กระทรวงการคลังเองตอนนั้นก็มีแรงต้าน เพราะว่ารายได้หลักยังมาจากภาษีขาเข้า ยื้อกันไปยื้อกันมากว่าจะเข้าสู่โมเดลเศรษฐกิจใหม่ได้เนี่ย ก็ปาเข้าไปปลายทศวรรษ 2520 แล้ว การเปลี่ยนโมเดลเศรษฐกิจตอนนั้นนะครับ ไปสู่ export oriented เนี่ย เกิดจากเราทำเองครึ่งนึง เกิดจากลมโชคดีลมตะวันออกพัดไปอีกครึ่งนึงที่เราทำเองครึ่งนึงคือเรามีการลดค่าเงินบาทปี 27 เราลดภาษีนำเข้า เรายกเลิกภาษีสินค้าออกหลายรายการ แบงค์ชาติปี 29 เนี่ยเริ่มทำเครดิตเพื่อผู้ส่งออกอย่างจริงจัง ตังแต่อีกครึ่งนึงเนี่ยก็เป็นผลจากอานิสงส์ฝูงห่านบินจากญี่ปุ่นเนี่ยที่แห่เข้ามาลงทุนในไทยนะครับ เกิดพลาaccคอ์ดปี 28 ญี่ปุ่นค่าเงินแข็งต้องบินมาลงทุนนะครับ ชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เราก็เลยขยับมาสู่การเป็นโมเดลการพัฒนาแบบส่งออกเป็นหลักได้ในปลายทศวรรษ 20 ถ้าเทียบกับตอนโควิดที่สะบักสะบอมที่เราออกมาหนี้เพิ่มอ่อนแอลงนะครับ มันเหมือนเรากำลังจมน้ำอ่ะ แล้วเราก็วานหาขอนไม้อะไรใกล้ตัวเราคว้าไปก่อน แต่มันไม่ได้พาเราไปไหนเลย แต่ตอนวิกฤตน้ำมันทศวรรษ 20 เนี่ย เราออกแรงไหว้ เรายอมเหนื่อยกัน เรายอมออกแรงไหว้เข้าไปหาฝั่ง แล้วเราก็พอถึงฝั่งก็มีอนาคตที่สดใสกว่ารออยู่ สรุปของสรุปนะครับ อยากให้รัฐบาลอนุทิน 2 เนี่ยตั้งหลักให้มั่นว่านี่คือการบริหารประเทศในยามวิกฤตไม่ใช่ภาวะปกติ ท่านต้องมีนโยบายเชิงรับให้ชัดเจน นโยบายเชิงรุกต้องหนักแน่น เชิงลับท่านต้องสื่อสารให้ชัดว่าจะทำยังไงกับราคาน้ำมันกับภาษีในมือกับโรงกลั่นกับคนที่เขาต้องใช้น้ำมันทำมาหากินรายวัน แต่อีกด้านนึงท่านก็ต้องมีเชิงรุกให้คนไทยทุกคนเห็นปลายทางร่วมกันว่าเราจะเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานได้อย่างไร แต่ละคนจะปรับตัวได้อย่างไร รัฐมีทางเลือกอะไรรัฐเห็นอกเห็นใจคนตัวเล็กตัวน้อยแค่ไหน ทุนใหญ่ยอมเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขได้บ้างมั้ย เพื่อให้เราทุกคนออกจากวิกฤตครั้งนี้ได้แบบแข็งแรงกว่าเดิม แข็งแรงกว่าเดิมและออกจากวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน ขอบคุณครับ
ครับนางสาวอรทัยเกิดทรัพย์ครับ
เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉันนางสาวอรทัยเกิดทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 จังหวัดภูเก็ต พรรคกล้าธรรม ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ท่านคะก่อนที่ดิฉันยังไม่ใช้สไลด์ค่ะ ก่อนที่ดิฉันจะกล่าวถึงนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงไปวันนี้ค่ะ ดิฉันขอย้อนกลับไปในสิ่งที่วันนั้นจนถึงวันนี้พวกเรายังไม่ลืมค่ะ นั่นคือวิกฤตน้ำมัน วันนี้ดิฉันในฐานะตัวแทนที่จะอภิปรายเกี่ยวกับด้านเศรษฐกิจ ท่านเห็นมั้ยคะว่าตัวร้ายเศรษฐกิจก็คือตัวทำลาย ตัวร้ายทางทำลายเศรษฐกิจก็คือวิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้น มันกระทบยังไงบ้างคะ มันกระทบทั่วประเทศไทยค่ะท่าน มันกระทบทุกวงการไม่ว่าจะเป็นโลจิสติกส์ ค้าขายคมนาคมการศึกษาใครก็ตามค่ะ ประชาชนตาดำๆในประเทศไทยเพราะมันคือต้นทุนค่ะ น้ำมันคือต้นทุนของทุกๆสิ่งในวงการอุปโภคบริโภค เมื่อคืนที่ผ่านมาค่ะท่าน ดิฉันได้รับโทรศัพท์จากน้องชมรมแท็กซี่จังหวัดภูเก็ต ขออนุญาตพูดภาษาใต้นะคะ จีออนำมันคืน 50 บาท ผมไม่ไว้แล้วยุดรับผู้โดยสารแล้วครับ เหมือนเดิมค่ะท่าน วันนี้วงจรค่ะของการท่องเที่ยวได้หยุดชะงักในจังหวัดภูเก็ต เพราะวิกฤตน้ำมันเป็นตัวร้ายทำลายเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในบ้านดิฉันค่ะ ในสภาวะแบบนี้ สภาวะสงครามที่เราทราบว่าได้มีการหยุดยิง 2 อาทิตย์ท่านคะ เรากำลังมีความหวังค่ะว่าทุกอย่างจะดีขึ้น แต่ในขณะนี้สิ่งที่ดิฉันอยากเห็นจากรัฐบาลคือมาตรฐานการฟื้นฟูอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อพี่น้องชาวไทยทุกคน ถึงแม้ว่าวันนี้คำแถลงนโยบายของรัฐบาลไม่ได้ระบุปัญหาสถานการณ์วิกฤตใดๆเลย ดิฉันยังหวังว่ารัฐบาลจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาทุกรูปแบบอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมเพื่อให้ประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนชาวไทยค่ะ
ถัดไปค่ะ วันนี้ดิฉันขอเกี่ยวกับชาวไทยต้องไปต่อค่ะ ชาวไทยต้องไปต่อก็คือการลดปัญหาหนี้สิน ลดปัญหาหนี้สิน ช่วยให้คนไทยกลับมาสู่ระบบสินเชื่อได้ ท่านคะ 65% ของคนไทยที่มีหนี้สินอยู่ในระบบค่ะ ดังนั้นรัฐบาลจะสามารถปรับกับโครงสร้างหนี้สินรีไฟแนนซ์ปลดล็อคเครดิตบูโรจากสถาบันการเงินได้ แต่ที่เหลือ 35% ล่ะคะ คนเหล่านี้ลูกหนี้นอกระบบ ซึ่งต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง ถ้าหากรัฐบาลมองเห็นถึงความเท่าเทียม ชาวไทยต้องไปต่อ กลุ่มนี้แหละคะท่าน กลุ่มเปราะบาง กลุ่มเกษตรกร กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่เป็นหนี้รายวันอยู่ คนเหล่านี้เขาไม่รู้จะพึ่งใครค่ะ เขาต้องการความช่วยเหลือ อยากให้รัฐบาลมีมาตรการโครงสร้างหนี้นอกระบบค่ะท่าน หลังจากที่เขาฟื้นฟูแล้วเราไม่ปล่อยเค้าไว้นะคะ เพราะไม่งั้นเขาจะกลับไปในวงจรเดิม ดิฉันอยากเห็นมาตรการช่วยเหลือสร้างรายได้ให้กับคนกลุ่มนี้ให้เขาเป็นคนที่ไม่ต้องหวาดระแวงกับคำว่าไม่สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้
ต่อไปค่ะ วันนี้สิ่งที่ฉันเห็นอีกด้านนึงก็คือเรื่องของการค้า เรากำลังเชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลกสร้างพันธมิตรการค้าเน้นเปิดโอกาสการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะการส่งเสริมภาคธุรกิจ แต่มีเนื้อหานึงที่เกี่ยวข้องกับการจัดการ นอมินี ดังนั้นดิฉันขอใช้โอกาสนี้ในการขยายความ เพราะการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคือการมุ่งเน้นให้คนไทยมีโอกาส ในฐานะณที่รัฐบาลเน้นโอกาสธุรกิจขนาดย่อมและขนาดใหญ่ แต่วันนี้ธุรกิจในแต่ละจังหวัดมีธุรกิจขนาดเล็กค่ะ หลายจังหวัดของคนไทยประสบปัญหาค่ะ ปัญหาแรกโดยเฉพาะบ้านดิฉันเองธุรกิจ 0 บาทค่ะ เราได้ยินคำนี้มาตลอดเวลานะคะ มาถึงบ้านเราแต่เงินไม่เข้ากระเป๋าคนไทยเลยสักอย่างเลยค่ะ ต่างชาติขายต่างชาติหมายถึงอะไรคะ วันนี้ค่ะธุรกิจนอมินีเกิดขึ้น เปิดธุรกิจกันเอง มีวงกันเอง ขายกันเองค่ะ ล้างรถกันได้เอง นี่ก็คือธุรกิจที่มองเห็นและเกิดขึ้นจริงแล้วค่ะ ต่างชาติแย่งอาชีพคนไทยค่ะท่าน วันนี้มีหลายอาชีพที่เป็นอาชีพต้องห้ามที่คนไทยถูกสงวนไว้ แต่วันนี้ต่างชาติลุกล้ำเรามาแล้วค่ะ ดังนั้นดิฉันได้รับการร้องเรียนมาเยอะแยะมากมาย ดิฉันอยากให้รัฐบาลเห็นความสำคัญในการผลักดันถึงแม้ว่ารัฐบาลจะผลักดันในภาพใหญ่ แต่วันนี้ดิฉันอยากให้รัฐบาลมองถึงธุรกิจรายเล็กของคนไทยทั่วประเทศ วันนี้เศรษฐกิจของคนในจังหวัดควรได้รับความเป็นธรรมค่ะ จากนโยบายที่แจ้งว่าเราจะจัดการปัญหานอมินี ดิฉันอยากให้ท่านได้จดจำ เน้นย้ำ และขอมาตรการตรวจสอบอย่างเข้มงวดและบทลงโทษอย่างชัดเจนเพื่อขจัดนอมินีที่เกิดขึ้นในประเทศไทยค่ะท่าน
อีกเรื่องนึงในเรื่องของเศรษฐกิจเรื่องที่เราเห็นอยู่ก็คือเรื่องของท่องเที่ยวค่ะท่าน เรากำลังจะยกระดับการท่องเที่ยวเน้นมูลค่าสูง หรือ high spending หรือเปลี่ยนจากนักท่องเที่ยวจากเชิงปริมาณเป็นเชิงคุณภาพ คำนี้เราได้ยินมาบ่อยครั้งในนโยบายการท่องเที่ยวค่ะ ดิฉันเห็นด้วยอย่างมากค่ะว่าเราจะต้องนำการท่องเที่ยวไปสู่ความยั่งยืนก็คือการเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวเป็นนักท่องเที่ยวมูลค่าสูง นโยบายแถลงวันนี้คำว่ามูลค่าสูง แต่วันนี้สิ่งที่ดิฉันอยากจะทวงถามคำว่าฟรีวีซ่าค่ะ คำว่าฟรีวีซ่าที่นักท่องเที่ยวแบบไหนก็ได้มีเงินซื้อตั๋วเครื่องบินมา อาจจะจ่ายค่าห้องเล็กๆน้อยๆ หรือแอบอยู่กับเพื่อนเค้ามาในประเทศเราได้ค่ะ แล้ววันนี้ฟรีวีซ่าที่มีระยะเวลาอยู่ที่ 60 วันยังมีการพิจารณาแต่ยังไม่เป็นรูปธรรมนะคะว่าเหลืออีกกี่วัน และนั่นคือการกระทบกับจังหวัดท่องเที่ยวเราประสบปัญหาค่ะ เราประสบปัญหาจำนวนนักท่องเที่ยวเกินขีดความสามารถในการรองรับค่ะ หรือที่ เราเรียกกันว่า carrying capacity ที่มีผลกระทบด้านทรัพยากรสิ่งแวดล้อม สาธารณูปโภคกับคนในจังหวัดนั้นๆ
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ไมค์กล้องมูลค่าสูงค่ะ ได้ยินมั้คะ เดี๋ยวรอเสียงตอบกลับจากประธานบริษัทนะคะ ไม่ใช่รอเสียงตอบกลับจากประธานสภา ได้ยินมั้ยคะ 1 2 3 4 โอเคชัดนะคะ คือมันไม่ใช่กล้องตัวใหม่นะคะ มันเป็นกล้องที่มันมีอยู่แล้วมันใช้สลับกัน แต่ มันเป็นตัวที่มันไม่ค่อยได้ใช้ ทีนี้พอมันลากยาวมันจะต้องพักกล้องเพราะเรากลัวกล้องมันฮีทกลัวกล้องมันแบบร้อนเกินไป แล้วแบบมีผลนะคะ เมื่อกี้มันเริ่มมีภาพแบบสลับๆมึงทำอะไรเนี่ยแล้วจ
โอ๊ยเลยเทไปโหดพี่เบลยังไม่ได้กินข้าวค่ะ ขอโทษทีแบบหมดแรง หมดแรง 1 งงกล้อง 1 นะคะก็คือเมื่อสักครู่นี้อุ๊ยเราทำเหมือนเราจะไม่ฟังสะภาอีกต่อไปเดี๋ยวนคนจะไม่อยู่หรือเปล่า จริงๆคนไม่ได้อยู่อยู่แล้วนะคะ สำหรับคนที่อยู่กัน 1,000 กว่านะคะ เมื่อสักครู่นี้ลงไปราวๆ 1,200 เนี่ย คนที่ประมาณ 1,200 ถามคน 1,200 ก่อนทำงานมั้ย ทำงานมั้ยทำหรือไม่ เรียนหรือเปล่า หรือทำงานแบบทำงาน from anywhere หรือ from home เออเรียนแบบออนไลน์ หรือออนไซตเราใช้เน็ตสถาบันการศึกษาเป็นอย่างงั้น เออ คะคนที่อยู่ 1200 เมื่อสักครู่นี้แข็งแกร่งมาก
เจ้เพราะว่าเจ๋เจ้ยังไปกินข้าวเพื่อให้จอมพันไปกินข้าวเพื่อให้จอมแข่งทำหน้า แล้วจะบอกว่า ทางในระหว่างที่ดิฉันทำค่าก็มีเฉพาะบุรุษท่านหนึ่ง ยอดเยี่ยม คุ้มมั้ยคะ คุ้มค่าการโดดมั้คะเออเมื่อสักครู่นี้นะคะ เดี๋ยวเจ๊เจ้จะสลับมาอ่านเดี๋ยวจะสลับมาอ่านคอมเมนต์แล้วคุยกันนะคะไปวันนะคะ แต่ว่าเมื่อสักครู่นี้ค่ะระหว่างที่ดิฉันไปกินข้าวเที่ยงนะคะก็มีสุภาพบุรุษท่านหนึ่งที่ลืมตัว ลืมตัวว่าอ๋อเรานี่ไม่ใช่นายจ้างเค้าแล้ว ก็ได้ line มาส่วนตัว สภาพท่านนั้นชื่อย่อว่าปน ชื่อเต็มว่า แล้วนางก็เห็นตอนจอมแข็งจัด พอเห็นจอมแข็งจัดรายการก็บอกว่าสแตนดี้มันเหมือนกัน อันนี้อ่านเป็นเสียงดังนะโอ้สตนดี้เก่า เดี๋ยวเอายะไปให้ นี่เสียงน่าจะประมาณนี้เออคำถามก็คือ มิทำไม ส่วนงานชต้องการอะไร ก็เลยตอบว่า อ้าเสียไม่เข้าเอ๊ะเมื่อกี้ได้เมื่อกี้ชัดอยู่ ครั้งแรกเลยอ่ะครั้งแรกเลย 1 2 3 4 5 เอาใหม่ 1 2 3 นับตั้งแต่ตรงนี้นะคะ นับตั้งแต่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 อันนี้ชัดยังชัดมั้คะ 1 2 3 กล้องหรอ ไมค์ไม่ได้ใช้เลยดีกว่าเมื่อเช้าอ่ะอืไม่ ได้ใช้เลยเมื่อเช้ายังไม่เข้าอ่ะเอ๊ตอนแรกมันคืออะไรคะ ได้น้อง
เดี๋ยวพี่ลองปิดไมค์ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 นับตั้งแต่เปิดไมค์ใหม่ 1 2 3 4 5 โอเคได้ยินนะคะโอเคถึงไหนนะอ๋อเมื่อกี้บอกว่ามีคนแซวตอนที่จอมแข็งจัดรายการคนที่แซวชื่อย่อประน ชื่อย่อประนดชื่อจริงชื่อป่าต๋อย นางจะเอาสตนดี้ของจอมขวัญมาให้เพราะเห็นบอกว่าเห็นนางนางเห็นแล้วบอกว่าจอมแข็งมันเก่าเดี๋ยวเอานิทรัไปให้ทำไม 1 มอนิเตอร์ทำไม 2 จะใช้จะทำไมคลาสสิคที่สุด อ้ายังไงนะอู้หูนี่เรายังไงนะเราให้เกียรติสภามากเลยเราให้สภาจอเล็กเราจอใหญ่ พี่เบลตอบกลับมาว่า จะพาจะเกลียดกูยังอ่ะแต่ก็ไม่เคยรักอยู่แล้วนะใช่มั้ยฉันก็ไม่ได้เป็นที่รักอยู่ะ เออ ก็คือเลยเปิดเปิดมาคุยกันค่ะเดี๋ยวจะได้แบบเออย่อยอาหารกลางวันตอนนี้ 13:30 น. ส่วนใหญ่จะอยู่ที่บ้านกันมั้คะ ส่วนใหญ่อยู่ที่บ้านหรืออยู่ที่ทำงานแต่แอบฟัง หรือว่าอยู่ที่เรียนหนังสืออื จะบอกว่า เอ่อหาอะไรมาคุยกันดี อะไรนะ
ตั้งแต่เช้าอภิปราย
อ๋อตั้งแต่เช้าใครอภิปรายดีสุดอันนี้มึงตั้งข้อมึงมึงตั้งประเด็นให้กูเองใช่มั้ย หรือว่าประธานบริษัทเป็นคนตั้ง
อะช่องแชไม่ได้เขียนอ๋อมึงเนี่ยก็คือแรปอัพให้แรปอัพแบบก่อนไปกินข้าวนะ เพราะช่วงกินข้าวก็ถามพี่เบลว่ามีอะไรยังไงบ้างก็มีสลัดท่านขึ้นมานู่นนี่นั่นเนาะ อันนี้พี่เบลเป็นคนพี่เบลเป็นคนบรีฟให้ระหว่างที่เจเฟ ระหว่างที่ให้จอมแข็งจัดรายการจอมขวัญไปกินข้าวและระหว่างที่จอมขวัญไปกินข้าวจอมขวัญไปเติมพันชคคุงไม่ได้เปิดสภาพาฟังยอมรับเลย เพราะฉะนั้นพอขึ้นมาก็ถามพี่พี่เบลบอกว่ามีใครอภิปรายไปบ้างในช่วงที่พี่ไปกินข้าวพี่เบลก็บอกว่าก็มีของพี่เบลบอกนะ เออ ก็มีภูมิใจไทยขึ้นมาอวยอ่ะพี่แล้วก็ก็กูกูกูตรงตามที่มึงบีฟกูไงกูก็พูดตามที่มึงบีฟเออแล้วก็มีสวอะไรอย่างเงี้ย อ่า นะคะ อ่า อ่า หลังจากนั้นก็มาฟังได้แบบแป๊บหนึ่งก็จะเอ่อเมื่อสักครู่นี้นะคะที่เป็นอาจารย์ต้นและอันนี้ก็เป็นใครเป็นภูมิใจไทยเสื้อสีน้ำเงินนะคะเออแล้วก็เนี่ยแหละค่ะพี่เบลก็เลยบอกว่าพี่พี่จขอถามว่าพี่เบลคนยังอยู่ถึง 1000 มั้ยตอนที่เข้ามาในห้องพี่เบลบอกว่าอยู่พี่ 1,200 อยู่บอกอื คน 1,200 เนี่เค้าเป็นคนแบบประเภทไหนวะ ขอบคุณมากค่ะ สรุปนโยบายอนุทินโอ๊ย ลากกลับไปฟังดีกว่าค่ะไอ้ที่ลากลากไล่ตัวข้างใต้อ่ะกลับไปฟังตั้งแต่ต้น คือถ้าให้สรุปใช่มั้ยคะ ถ้าให้สรุปขออนุญาตไม่สรุปนโยบายคุณอนุทินนะคะ เพราะว่าอย่าสรุปเลยค่ะมันของดีมันมีเยอะอ่ะค่ะมันสรุปไม่ได้หรอกนะคะคุณอินดี้ ซึ่งถ้าเมื่อสู่นี้พี่บอกว่าพี่ใครอภิปรายดีสุดคุณจะชอบเขาหรือไม่อ่ะ ถ้าเริ่มจากประโยคนี้คุณดิฉันจะตอบว่าอะไรคะ ไม่ว่าคุณจะชอบเขาหรือไม่ ชชมชมแชวอะไรล่ะซื่นชมเออคุณอภิสิทธิ์ อภิปรายได้ดีที่สุดในช่วงเช้าในแง่ของอ่า ในแง่ของการเก็บความใช่มั้คะ การเก็บความไปทุกเหลี่ยมทุกareเรียทุกเอ่อทุกพื้นที่ทุกมุมต้องให้อภิสิทธิ์นะ แต่ในแง่ของการเสียบเข้าไปให้ลึกที่สุด ก็ต้องให้เทงณัฐพงษ์ค่ะ คือเสียบเข้าไปจนสุดเนี่ยก็ต้องเป็นเพลง ณัฐพงษ์ อ่า แต่ว่ามันจะเปรียบเทียบว่าเอ๊ะ คนที่อยู่ฝ่ายค้าน 2 คนขออนุญาตไม่พูดถึงคุณอรรถกรนะคะ ดิฉันก็ก็คิดว่าทำได้ดีในฐานะฝ่ายค้านแต่แบบเราก็รู้สึกซุ่มเสียงมันแบบ ก็คือคนถ้าตามการเมืองเราก็ไม่แน่ใจท่าทีของกล้าทำเนาะ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราแน่ใจท่าทีของพรรคอื่นๆนะ แต่หมายถึงว่ากล้าทำเนี่ยมันเป็นพรรคที่แบบคือคนนึกไม่ออกจริงๆอ่ะว่าความเป็นฝ่ายค้านของเขาอ่ะมันเป็นมันเป็นค้านในลักษณะแบบไหน เอ่อถ้าจะให้พูดแบบขมวดของคุณอรรถกรก็คือว่าแกก็แตะในประเด็นที่ ที่มันก็มีมันก็มีหัวข้อของมันนะคะ เพียงแต่ว่ามันแปะเหมือนกับแบบจะรอดูจะรอดูจะรอดูจะรอดูจะรอดูประมาณเนี้ย จะคอยจะรอจะคอยจะรอจะคอยจะรออย่างเงี้ยค่ะเออมันออกแนว นั้นนะคะแต่ว่าไม่ได้หมายถึงว่าเขาทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้ไม่ดีนะแต่ว่าก็จะคอยจะรอดูเงี้ยค่ะจะคอยนะจะรอนะอะไรอย่างเงี้ยค่ะหมายถึงดูตรวจสอบอะไรเงี้ยค่ะ อ่า ทีนี้พอมันมาเป็นฝ่ายค้าน 2 พรรคที่ที่คนคิดที่คนคงมองว่าน่าจะทำฝ่ายค้านแบบเต็มที่เอ่อพรรคส้มไม่ต้องสงสัย ไปคันตลอดมา อ่า ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เนี่ยเอาจริงๆแล้วความสัมพันธ์ก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคภูมิใจไทยหรือแม้กระทั่งตัวของอนุทินในระดับบุคคลนะคะกับคุณอภิสิทธิ์คุณกรอะไรก็แล้วแต่ก็มันก็เป็นที่เปิดเผยถูกมั้ย แต่ว่าในความเป็นประชาธิปัตย์เมื่อต้องทำงานในสภาเป็นหน้าที่ฝ่ายค้าเนี่ยก็ต้องยอมรับว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเผื่อวิสิทเก็บความได้ครบ ครบนะฮะ คือไปทุกหลืบทุกซอกในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านรัฐบาลรักษาการหลังเลือกตั้ง หลังจากเกิดสงครามที่พื้นที่ตะวันออกกลาง แล้วก็ส่งผลกระทบกับราคาน้ำมันในประเทศไทย แล้วก็อีลุงตงนางมาจนถึงกระทั่งแถลงนโยบายคุณอวิสิตเก็บความได้ครบไปทุกหลืบทุกซอกได้ครบนะฮะ แล้วก็แตะประเด็นประเด็นยิบย่อยแบบถึงเนื้อนะ อ่า ถึงเนื้อแต่ว่าอย่างที่บอก ถ้าถ้าให้เสียบลึกก็ต้องเป็นกุเงนาทบงซึ่ง เอาจริงๆแล้วมันคือสไตล์ด้วยนะคะมันคือสไตล์ของพักส้มด้วยไม่ใช่เพียงแต่สไตล์
ของคุณเท้งนะ แต่ว่าส่วนตัวมองว่ามันเป็นทรรด้วยนะคะ คือเหมือนกับว่าเอ่อ เค้าเป็นพรรคที่เค้าพูดเรื่องโครงสร้างเสมอมาใช่ไหม เพราะฉะนั้นเวลาเข้าไปของเค้าอ่ะ มันจะเข้าไปถึงแบบว่า โครงของมันอ่า
แล้วอ่า ถ้าบางคนอาจจะรู้สึกถือว่าเอ้ย หรือว่าคุณเท้งแบบทิ้งทวนแบบเสียบเลยจัดการเลยนะคะ เพราะมันมีพลาดพิงจนคุณจุลพันธ์ของพรรคเพื่อไทย หัวหน้าพรรคเพื่อไทยต้องลุกขึ้นมาแล้วก็มีจังหวะนัวกันนิดหน่อยนะคะ เรื่องของการถอนคำพูด เปลี่ยนคำพูดนะคะ มันก็เป็นสไตล์ของพักส้มโดยตัวสไตล์เองนะ คะ แต่ว่าก็ทำได้ดีแล้วก็อย่างที่บอกเราก็ยังอาจจะใช้คำเดิมๆว่าทุกครั้งที่คุณเทง ทำหน้าที่ในสภาทำได้ดีขึ้นเสมออ่า ใช้คำนี้ทำได้ดีขึ้นเสมอนะค่ะ
เอ่อ แต่ส่วนตัวฉันชอบปกรวุฒิ เพราะว่าปกรวุฒิขึ้นมาในจังหวะที่แบบ คือปกรวุฒินี่มีความย้อนแย้งในตัวเองอย่างพอเหมาะพอเจาะตรงที่น้ำเสียงนุ่มแต่มาแหกทุกรอบ ท่านประธานก็มีฉัย เออน้ำเสียงนุ่มแต่แหกตลอดนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติจะรู้สึกว่าในช่วงเช้า การฟังใครแล้วมันทำให้การฟังสภามันดูมีน้ำหนัก ก็ต้องให้คุณอภิสิทธิ์และต้องให้คุณเท้งอ่า การการพูดชื่อใครก่อนไม่มีความหมายอะไรนะคะ คุณเท้งก่อนก็ได้ต้องให้คุณเท้งหรือคุณอภิสิทธิ์อ่ะ อย่างี้ก็ได้
อ่า แต่ส่วนตัวคิดว่าถ้ารายชื่อยังมีคุณธรรมนัสอภิปรายอยู่ ดิฉันชื่อว่าคุณธรรมนัสจะขึ้นมานำและเหนืออภิสิทธิ์และณัฐพงษ์ ส่วนตัวเชื่ออย่างงั้น
ในขณะที่เอ่อช่วงเช้านะคะ ถ้าใครได้ทาน ซึ่งดิฉันคิดว่ากลุ่มคนที่ดูกันช่วงเช้า น่าจะเป็นกลุ่มกลุ่มบุคคลที่อยู่กันตอนนี้นะคะ ที่แน่ๆ 1,200 ที่ดิฉันไปทานข้าวน่าจะเป็น 1,200 ที่ยังอยู่เป็น 1,200 ที่ดิฉันงงว่าเค้าเป็นคนแบบไหนกัน นะ
เอ่อ เมื่อกี้พี่จะพูดอะไรนะ อุ๊ย แต่แล้วแก่เหลือเกินกูเออ จำไม่ได้แล้วจะพูดได้ไหร่ค่ะทุกคนไปเรื่องใหม่เลยก็แล้วกัน
เออ การอภิปรายนะคะ จริงๆแล้วการแถลงนโยบายมันคงไม่ได้มีอะไรที่มันเป็นแบบสีสันมากมายแล้วก็วิธีการแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรีเอาเท่าที่เอ่อเราพอจะจำได้ในช่วงหลังการเลือกตั้งแต่ 66 ก็แล้วกันเอ่อ มันก็เป็นการแถลงนโยบายไปที่มันไม่ได้มัน คือถ้าสมมุติตัวเองตัวบุคคลนั้นตัวนายกไม่ได้ดึงดูดโดยตัวเองอยู่แล้วเนี่ย มันก็ต้องมีประเด็นว่าเฮ้ยมันจะพูดอะไรมันจะใช้เวลากับพื้นที่สภาในการพูดอะไรมากกว่าการฟัง 10 กว่าหน้าของนายกรัฐมนตรีแต่ละคนที่ต้องยืนแล้วก็ว่าตามลายหลักอักษรใช่ไหมคะ คือมันก็จะมันก็จะเป็นการใช้พื้นที่มากกว่า
ก็อ่ะ อย่างของนายกอนุทินอย่างเงี้ย คือคนก็ได้เห็นในข่าวไปก่อนหน้านี้แล้วใช่มั้ยคะว่าเออเค้าเค้าจะมาเพื่อพูดเรื่องอะไรบ้างแล้วไม่มีเรื่องอะไรบ้าง มันอยู่ในข่าวก่อนหน้านี้อยู่แล้วถูกมั้ยคะ
เอ่อ เพียงแต่ว่าพอพอมันเกิดขึ้นจริงก็โอเคอ่ะก็ฟังให้จบ แต่พอจบแล้วอันนี้มันเป็นคล้ายๆกับนายกทุกคนนะ พอจบแล้วเราก็จะรอฟังฝ่ายค้าว่าฝ่ายค้าจะแบบเข้าทางไหนบ้างใช่มั้ยคะจะตบไปตรงไหนจะแบบจะสะกิดไปตรงไหนใช่มั้ยคะจะแบบงัดไปตรงไหนบ้างอันนั้นต่างหากที่เราเราคิดว่าอาจจะอาจจะน่าสนุกเวลาคิดว่าการแถลงนโยบายมันน่าดูตรงไหนนะคะ
และแน่นอนนอกเหนือจากวันนี้ก็คือเอ้ยไม่ใช่นอกเหนือจากเรื่องนี้ก็คือเป็นเรื่องที่ว่าแต่ละพรรคฝ่ายค้านจะวางตัวบุคคลไว้ยังไง ส่วนอีกอันนึงที่แบบก็น่าน่าสนุกดีก็คือว่าใครจะเป็นผู้พิทักษ์อ่าใครจะเป็นเจ้าแห่งการประท้วงใครจะขยันยกมือเออแล้วก็ใครจะขยันทำให้ประชาชนที่เลือกตัวเองมาขายหน้าในสภาบ้างนะคะว่าแบบโอ้กูเลือกมึงไปโอ๊ยๆมึงลุกแต่ละทีในสภาโอ๊ยโอ้ยแทแล้วกูเขินเลยคราวหน้ากูไม่เลือกมึงะมเออมันอาจจะมีให้เห็นก็ได้นะ ค่ะ
ก็อินดี้ถามอะไรอ่ะประธานอินดี้ถามอะไร เนี่ยไปขออนุญาตเปลี่ยนคำถามค่ะ
อ๋อใช่ค่ะแล้วก็ดิฉันก็ไปฟังดิฉันก็ไปฟังย้อนหลังค่ะดิฉันก็ไปตรวจงานบริษัทในเครือนะของป๋าลูกต่อยกับน้องป่าลูกต๋อยกับน้องลูกกายนะคะในรายการเปิดปากป๋าอ่าบริษัทในเครืออย่างไทยรัฐนะคะซึ่งยอดทรัพย์ของบริษัทลูก 20 ล้านนะคะยอดทรัพย์ที่นี่ยังไม่ถึงล้านนะคะก็ได้ไปตรวจงานก็พบว่าอืมฟังไม่รู้เรื่องเลยเสียงฟังไม่รู้เรื่องเลยแต่ก็ดีค่ะก็เอาไว้เนอะไม่เอาสาระอยู่แล้วช่วงนี้
ส่วนของอ๋อลืมบอกส่วนของวุฒิส่วนของวุฒิที่สมาชิกที่ลุกขึ้นใช่มั้คะก็จริงๆแล้วก็ได้ท่านละสั้นๆนะคะแต่ว่าที่แบบใช้เวลาสั้นๆแบบแผดสุดก็ต้องให้อาจารย์นันทนานันทาวโรภา คือการโปรเจคเสียงก็คือไมไมโครโฟนยังจำเป็นอยู่มั้ยความโปรเจคเสียงของอาจารย์นันทนา อาจารย์ธนาก็คือคนอยากฟังอะไรฉันพูดทุกคำอนิชมฉันพูดทุกคำฉันได้ 3 นาทีแต่ฉันพูดทุกคำเออ
แล้วก็โทรไปอืมพี่ติงน่าจะด่าค่ะเอ่อ Deep EP Shadow โอ้เจ๊เจ้อย่างี้เลยสมมุติพี่โทรไปเจเจ้โทรไปเฮียหรือไม่ก็ติงคำแรกอะไรของมึงเนี่ยแน่นอนกูได้ 1 ดอกแน่นอนอะไรของมึงเนี่ยกูทำงานอยู่มีอะไรว่ามาประมาณนี้อย่าโทรไปเลยค่ะเอาปกติเวลามาอาทิตย์ละวันก็โดนด่าอยู่แล้วเนาะไม่ต้องเอานอกรอบหรอก
เพราะฉะนั้นก็คือนี่นี่คือคำการตอบคำถามอย่างยาวของพี่เบลว่าไหนลองสรุปซิเมื่อเช้าชอบใครเมื่อเช้าใครอภิปรายดีใช่มั้ยประมาณนี้นะคะส่วนทุกคนเมื่อเช้าที่ฟังอยู่นะคะถ้าคุณคิดว่าแบบโหอุตส่าห์ฟังค่ะคุณมีสิทธิ์รู้สึกแบบนั้นได้ ค่ะ
แล้วก็เออมันมีการทวงถามด้วยคุณเทงก็ทวงถามนะเรื่องที่คนพูดกันมาในข่าวก่อนหน้านี้แล้วก็คือเออไม่พูดถึงเรื่องรัฐธรรมนูญเลยเนาะอ่าคุณเทงก็ทวงเนาะจดไว้ไหนวะจดละเอียดซะด้วยแล้วหาไม่เจอนะอยู่รุ่นจดค่ะไม่ใช่รุ่นพิมพ์พิมพ์ไม่ทันต้องจดจดก็ไม่ทันเหมือนกันอ่าคุณเทงก็มีทวงถามเทรัฐธรรมนูญนะคะเรื่องอื่นๆพูดง่ายๆคือมันอยู่ในหัวข้อที่คุณเทงทวงถามว่าแบบคือทิศทางอ่ะคือทิศทางของประเทศอ่ะการนำของรัฐบาลแล้วก็รวมถึงเรื่องของเอ่อเจตจำนงของรัฐบาลด้วยนะคะ
ก็อย่างที่บอกเห็นมสไตล์แบบคือเนี่ยคือความเป็นพรรคเค้าผ่านหัวหน้าพรรคใช่มั้ยคะเออเพราะฉะนั้นคือจะบอกว่าใครดีกว่ากันหรือชอบใครมากกว่ากันมันก็ลำบากอ่ะเพราะบางทีเวลาเราเราเห็นตัวผู้หลายๆคนของแต่ละพรรคที่แบบเออทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีทั้งคู่หรือทำหน้าที่แบบฝ่ายของตัวเองที่ยืนอยู่ไม่ว่าจะ เป็นฝ่ายรัฐบาลหรือว่าฝ่ายค้านน่ะเออเราก็รู้สึกว่าเออก็ดีอ่ะมันก็ก็มันก็เป็นของดีสำหรับประชาชนอยู่แล้วอ่ะค่ะใช่มยขอให้ทำเหอะพรรคไหนก็แล้วแต่อ่ะที่ห่วงคือ
กูห่วงจะไม่ทำนี่แหละค่ะ
วันนี้จัดรายการตอนเย็นมั้ยเอ่อจริงๆเราจะดูสภายาว 2 วันค่ะแต่ว่าในช่วงเย็นต่อค่ำขอดูคิวการอภิปรายหรือว่าประเด็นที่มันถูกเปิดในสภานะคะว่าเอ่อจะเป็นท่านไหนที่เราเชิญดีไม่เราไม่ได้เลือกเค้าอย่างเดียวเค้าเลือกเราด้วยค่ะทุกคน
พี่เบลรอง 5 ละอื อันนี้ใครนะคะสววมยอื ไม่มีอะไรจะคุยเราเราทำอะไรกันดีอ่ะอุ้ยแล้วทำไมเราไม่ฟังอ่ะ >> แกะ >> ทุกคนต้องการให้แกะของเล่นกับเต้นสวนรุม 1 เต้นสวนรุมเอาออกไปเลยเอาอะไรมาเต้นเล่นส่วนรูมอะไรอ่ะแล้วใครจะแบบใครจะ CPR ฉันล่ะถ้าฉันเป็นอะไรอ่ะไม่ได้ดูล่าหยกเอาจริงๆตลอดช่วงประมาณสักเดือนที่ผ่านมาในระหว่างที่ทรัมป์ทำให้ปวดกระบาลในชีวิตแต่ละวันมากก็คือ punch คุงนะที่ทำให้แบบผ่านแต่ละวันมาได้อย่างดีดีมั้ยอ่ะก็ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้อ่ะพันชคุงก็คือเค้าแปลว่าอะไรนะลิงหิมะญี่ปุ่นใช่มั้ยคะที่เค้ามีไวรัลเค้ามีดราม่าระดับโลกกันว่าน้องแม่น้องไม่เลี้ยงก็ต้องเป็นพี่เลี้ยง 2 คนที่เป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งทำงานในสวนสัตว์ใช่มั้ยคะเอ่อเป็นคนเลี้ยงมาแล้วตอนนี้
น้องเพิ่งจะครบ 8 เดือนไปใช่มยนั่นแหละลิงตัวนั้นแหละที่อยู่ในข่าวที่ดิฉันไปไล่ดูทุกวันเลยเออแล้วก็ดิฉันก็ไม่ได้แบบคือไม่ไม่ได้ชอบพชคุมว่าแบบเออมันแบบมันเป็นไวรัลหรือว่ามันเป็นข่าวอะไรเงี้ยนะคือใช่มันมันรู้จักจากอันนั้นแต่ว่าพอเข้าไปดูปุ๊บเติมทุกวันเลยเมื่อกี้ตอนไปกินข้าวก็เติมถึงบอกว่าเนี่ยก็คือไม่ได้ฟังสภาให้พี่เบลกับจอมแข็งฟังแทนแล้วฉันก็ไปนั่งกินข้าวพร้อมกับน่ารักจังเลยลูกน่ารักจังเลยลูกน่ารักอยู่เงี้ยค่ะก็เป็นวันละ 3-4 ชั่วโมงพันคุงอ่าพันจิคุงพันคุคุงก็อันนี้เรียกแบบภาษาอังกฤษนะคุงมันเอาไว้ต่อคำต่อท้ายเด็กผู้ชายเหมือนจังเอาไว้ต่อท้ายเด็กผู้หญิงชิสุกะจัง เงี้ยนะคะคุงก็คือแบบเหมือนเป็นแบบเด็กผู้ชายนะ punch มาจากMonkeี้ Punch ใช่ไหมMonkeี้ Punch คนที่เขียนรู the third ใช่ป่ะคะอันนี้อ่านจากข่าวถ้าผิดแก้ได้นะคะเอ่อแล้วก็มันจะมีพันจิภาษาญี่ปุ่นเวลาเขาทับศัพท์อ่ะเหมือน แcdonaldูโดนารูโดอย่าเงี้ใช่มั้คะ Punch punch อย่าเงี้ยภาษาอังกฤษก็คือพอเป็นภาษาญี่ปุ่นคือพันจิพันจิพันจิกุงนะคะก็คือพันจี้พันจี้พันจีจี้ไม่ใช่มอนจีจี้เนาะันจีจี้
น่ารักมากใช่ตอนนี้นั่ง 8 เดือนนะคะแล้วก็กูว่าก็แสบใช้ได้แหละอีเนี่ยนี่พูดด้วยความรักอีนี่ใจได้ก็คือพูดกันแบบเพื่อนสนิทก็คืออีนี่ก็คือกวนตีนหลายดอกเหมือนกันนะคะแม้ว่าน้องจะโดนแกล้งมาหน้านี้แต่ว่าพ่อนางมีเพื่อนนางก็จะเล่นกับเพื่อนไงแล้วความซนของเด็กก็จะแบบอืก็ก็คุณติดใช้ได้เหมือนกันนะ
และแน่นอนฉันเห็นคอมเมนต์อันนี้ก็คือป้าป่าก็น่ารักถูกเขาจะมีพ่อเ้า 2 คนใช่มั้คะที่เป็นซูคิปอร์ที่แบบเป็นคนที่ทำงานแล้วก็แบบเรียงเข้ามาตั้งแต่เขาแบบdayวใช่มยอ่า 2 คนเที่แบบเราเห็นหน้าเค้าอ่ะแต่คิดว่าคงจะมีทีมงานเยอะกว่านี้ก็จะมีคุณอะไรนะคะคุณชุมเปคซุเกะใช่มั้ยนะอ่า 2 คนที่เป็นพ่อๆเค้าที่คนก็จะรอช็อตที่แบบเวลาแบบให้อาหารแต่ละรอบเวลาเปิดประตูออกมาพันก็จะแบบวิ่งไปกระโดดใจขากระโดดเกาะขากระโดดเกาะหลังอย่างเงี้ยเออไปเหนี่ยวคอพ่อบ้างหรืออะไรอย่างเงี้ยเออนะคะ
นี่ไคะพยายามพาออกจากสภาไปหาพานชุงอุ๊ยขอฟังคุณสาธิตวงษ์หนองเตยหน่อยได้มั้คะไม่ได้ฟังแกในสภามานานค่ะทุกคนเดี๋วกลับมาเมาส์ต่อเดี๋ยวกลับมาเมาต่อ
และเข้ามาแก้ไขปัญหาวิกฤตของเค้าครับคำว่าการเมืองจะต้องไม่ซ้ำเติมวิกฤตผมถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มากรัฐบาลเองก็เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่เช่นกันครับท่านได้เขียนเอาไว้ในหลักการสำคัญ 3 ข้อของรัฐบาลในคำแถลงนโยบายในข้อที่ 3 ท่านพูดถึงการยึดมั่นในหลักนิติธรรมบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาลเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนหลักการข้อนี้ท่านบอกว่าเป็นหลักการบริหารราชการแผ่นดินของท่านและเป็นหลักการบริหารนโยบายของรัฐบาลถ้าเราสงสัยว่าคำว่านิติธรรมอย่างที่ท่านเขียนเอาไว้นี่หมายความว่าอย่างไรเราลองไปดูคำปาฐกถาของท่านนายกอนุทินครับซึ่งท่านได้ปราฐกถาเอาไว้ในเดือนตุลาคมปีที่แล้วท่านพูดถึงเรื่องหลักนิติธรรมว่าหลักนิติธรรมเนี่ยเหมือนกับเรื่องความยุติธรรมและความยุติธรรมนี้เสมือนเสาเข็มของทุกสังคมที่จำเป็นต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์ความยุติธรรมต้องเป็นของทุกคนอย่างเท่าเทียมไม่ใช่ถูกจำกัดไว้เฉพาะคนบางกลุ่มขีเส้นใต้คำว่าคนบางกลุ่มหลักนิติธรรมคือหลักที่ต้องใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกันครับ
ถ้าหลักการบริหารราชการแผ่นดินข้อนี้ที่เขียนเอาไว้ในข้อ 3 เป็นหลักการที่สำคัญเรื่องที่ใหญ่ที่สุดก่อนที่จะมีการแถลงนโยบายคือการคัดสรรคนเข้าสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีครับท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่าการเลือกคนเข้าสู่ตำแหน่งครั้งนี้จะมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นถามว่าเข้มข้นอย่างไรท่านบอกว่าจะต้องยึดหลักคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งวินิจฉัยกรณีที่มีการร้องอดีตรองนายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมซึ่งเมื่อไปค้นดูก็คือคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 19 กุมภาพันธ์ปี 69 ในนั้นเขียนไว้ชัดว่ารัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์แต่สิ่งที่ผมจะหยิบยกนำมาเพื่ออภิปรายแล้วสอบถามมาตรฐานของท่านนายกและของรัฐบาลก็คือข้อความที่บอกว่าคำว่าขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ก็คือไม่มีสิ่งบ่งชี้ถึงความประพฤติไม่สุจริตต้องไม่มีสิ่งบ่งชี้ถึงความประพฤติไม่สุจริตหรือพฤติการบิดเบือนเพื่อให้ตนเองได้ไปซึ่งผลประโยชน์ของส่วนรวมหรือของบุคคลอื่นแค่มีสิ่งบ่งชี้เมื่อเราติดตามเรื่องของการคัดสรรคนเข้าสู่ตำแหน่งเราก็ปรารถนาให้การเมืองเข้มข้นอย่างที่ท่านนายกมีการตรวจสอบและใช้บังคับต่อทุกคนที่เข้าสู่ตำแหน่งอย่างเท่าเทียมกันปรากฏว่ามีอยู่คนนึงครับปรากฏว่าไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติข่าวลงตรงกันมีชื่อมีเสียงครบถ้วนประชาชนก็รับทราบข่าวนี้แล้วถามว่าคนนี้ทำไมไม่ผ่านไปตรวจสอบแล้วทั้งหมดเนี่ยมันเป็นเรื่องที่มีการรายงานโดยสำนักข่าวที่เชื่อถือได้ว่า DSI ได้เผยแพร่ข่าวยืนยันว่ากรณีที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าวเนี่ยมีการส่งสำนวนกรณีเกี่ยวข้องกับการบุกรุกที่เนี่ยให้อัยการแล้วแล้วมีการขยายผลตรวจสอบเพิ่มเติมประเด็นที่ผมจะบอกก็คือว่าสถานะของคนซึ่งถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นต้นโดยใช้หลักการเดียวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญว่าไม่มีสิ่งบ่งชี้ที่แสดงถึงความไม่สุจริตเนี่ยมีสถานะเป็นผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาและคดีนี้ยังอยู่ที่อัยการยังไม่ได้ส่งฟ้องมาตรฐานนี้ถูกใช้เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตัดสินใจว่าไม่ผ่านแต่คำถามผมก็คือว่าท่านมั่นใจได้อย่างไรครับว่าที่คนที่ได้รับการโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีนั้นเนี่ยใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งหมดท่านมั่นใจได้อย่างไรครับว่ารัฐมนตรีที่นั่งกันอยู่ข้างบนนั้นไม่มีใครอีกแล้วที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพราะอย่างคดีเดียวเท่านั้นคือคดีฮัวสวมีผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาครอบคลุมตั้งแต่ตัวนายกรัฐมนตรีไปจนกระทั่งถึงรัฐมนตรีอีกหลายคนมีสถานะอันเดียวกันเลยกับคนที่ถูกตีตกคุณสมบัติไปก่อนหน้านั้นทำไมจึงไม่มีหลักนิติธรรมอย่างที่ท่านบอกว่าจะใช้กับการบริหารราชการแผ่นดินในกรณีนี้ครับหรือว่าจะเป็นเรื่องเลือกเฉพาะคนที่เป็นพวกของตนคนที่ไม่ใช่พวกของตนก็ไม่เลือกถ้าเป็นเช่นนั้นหลักการนี้เขียนเอาไว้สวยหรูเป็นเป็นหลักการที่หลอกลวงครับและนี่จะเป็นการเมืองที่ซ้ำเติมวิกฤตของประเทศนี้เพราะศรัทธาที่หมดปั๊มไปแล้วมันจะหมดศรัทธาถึงตัวนักการเมืองที่อยู่ในคณะรัฐมนตรีด้วยคดีฮวเป็นเรื่องใหญ่นะครับเป็นเรื่องที่บ่อนทำลายความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในระบอบประชาธิปไตยของไทยตลอดระยะเวลาที่เราใช้การปกครองในรูปแบบของรัฐสภาความร้ายแรงนั้นเทียบได้กับการรัฐประหารประชาธิปไตยครับทำไมจึงไม่ใช้มาตรฐานเดียวกันครับ
ในอีกเรื่องหนึ่งซึ่งผมสงสัยแล้วจะตั้งคำถามเหมือนกันเป็นเรื่องที่ชัดเจนกว่ากรณีแรกที่ผมยกขึ้นมาเสียอีกนั่นคือกรณีที่อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสั่งยกเลิก MOU ของรัฐบาลก่อนหน้านั้นที่ท่านใช้คำว่ามีการพบข้อพิรุธปัญหาหลายประการรวมถึงความไม่โปร่งใสในกระบวนการจัดทำและการนำไปใช้ประโยชน์ที่อาจนำไปสู่มีผู้ประท้วงครับ
>> มีผู้ประท้วงเชิญครับ
>> ท่านประธานที่เคารพครับผมสยามเพงทองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเบียงกาเขต 1 พรรคภูมิใจไทยในศาสณิกรัฐสภาครับขอประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับข้อ 5 ครับซึ่งขอให้ท่านประธานท่านประธานควบคุมการประชุมครับเพราะว่าจากที่ฟังดูแล้วเนี่ยเนื้อหาที่ผู้ที่กำลังอภิปรายด้วยความเคารพนะครับเ่อไม่ได้เกี่ยวข้องกับนโยบายที่คณะรัฐมนตรีได้แถลงนะครับก็อยากจะให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยสักเล็กน้อยครับเพราะว่าก็นั่งฟังมาสักพักแล้วครับก็เรื่องราวค่อนข้างที่จะออกจากเรื่องที่ เรากำลังพูดคุยอยู่พอสมควรก็อยากจะให้ท่านประธานช่วยควบคุมเพื่อไม่ให้เขาเรียกว่าเป็นมาตรฐานของการประชุมเป็นไปด้วยความราบเรื่นครับขอบคุณครับท่านประธาน
ครับให้ผมวินิจฉัยก่อนค่อยประท้วง
>> ครับ
>> เมื่อกี้ผมเพิ่งขึ้นมานะครับก็เพิ่งรับฟังเพียงไม่กี่ประโยคก็ อ่าได้ฟังอยู่ว่ามีการกล่าวถึงเรื่องงสวฉะนั้นอ่าถ้าประเด็นนั้นก็ไม่ได้อยู่ในนโยบายแต่ว่าผมก่อนนี้ผมไม่ทราบว่ากล่าวอะไรนะครับเชิญผู้ประท้วงครับ
>> ครับผมพิทักษ์เดชเดชเดโชโครับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีมราชในฐานะสมาชิกรัฐสภาผมขอใช้สิทธิ์ประท้วงท่านประธานในข้อที่ 5 นะครับท่านต้องควบคุมครับบางครั้งในการประท้วงเนี่ยมันก็เหมือนการขัดจังหวะและท่านผู้อภิปรายเนี่ยเอภิปรายเชื่อมโยงถึงหลักนิติรัฐนิติธรรมทุกคนอยากให้การอภิปรายเนี่ยดำเนินการไปได้อย่างดีนะครับท่านประธานไม่อย่างนั้นก็ประท้วงประท้วงเดี๋เดี๋มันจะเกิดความวุ่นวายถึงเรื่องการตอบเป็นหน้าที่ของท่านรัฐมนตรีก็นุมานั่งอยู่ตั้งเยอะแยะแล้วให้ท่านลุกขึ้นตอบด้วยความสบายใจครับให้ผู้ประท้วงบอกไว้ว่ารอก่อนน้องแดงเดี๋ยวน้องแดงได้พูด
>> ครับพอแล้วครับพอแล้วครับเอ่อวินิจฉัยนะครับว่าเอ่อก็ขอให้เข้าในประเด็นแถลงนโยบายให้เชิญต่อได้ครับ
>> ขอบคุณครับผมยืนยันว่ายังเป็นเรื่องของนิติธรรมและก็เป็นหลักการสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินการคัดเลือกคนเข้าบริหารราชการแผ่นดินก็เป็นกระบวนการหนึ่งที่เกี่ยวข้องนะครับผมเรียนท่านประธานต่อครับว่าเรื่อง MOU กระทรวง DE เนี่ยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง DE คนที่แล้วและเป็นคนเดียวกับปัจจุบันเนี้ยบอกว่าในการแถลงข่าวว่ามีการตรวจสอบและส่งต่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและหน่วยการหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไปครับแต่ประเด็นสำคัญที่ผมจะหยิบยกมาถามถึงเรื่องของการแต่งตั้งคนเข้าสู่ตำแหน่งก็คือว่าในวันที่ 30 มกราคมได้มีการแถลงข่าวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลหรือ DE เนี่ยร่วมกับกระทรวงยุติธรรมบอกว่ากระทรวงได้ส่งเรื่องให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นครับ 4 กุมภาพันธ์ 69 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ออกมาแถลงข่าวว่าเรื่องดังกล่าวเนี้ยได้ส่งปปช.เพื่อไต่สวนซึ่งผู้ที่ถูกไต่สวนเนี้ยมีจำนวนทั้งสิ้น 6 รายจำนวนทั้งสิ้น 6 รายนั้นเนี่ยพบว่ามีทั้งข้าราชการฝ่ายการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวน 6 ราย 1 ในจำนวนนั้นก็คืออดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง DE คนปัจจุบันไปสั่งยกเลิก MOU นั่นเองครับ MOU ฉาวโฉนี่มีภาพปรากฏชัดเจนครับคำถามผมก็คือว่าถ้าตรวจสอบคุณสมบัติเข้มข้นโดยใช้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และต้องไม่มีสิ่งบ่งชี้ที่แสดงถึงความไม่สุจริตนั้นกรณีนี้ไม่เข้าเหรอครับแล้วทำไมคนถึงมีสถานะเดียวกันถึงโดนแต่อีกกรณีนี้ถึงไม่โดนครับนี่เป็นประเด็นคำถามง่ายๆว่าหลักการสำคัญที่ท่านเขียนในข้อที่ 3 เรื่องของหลักนิติธรรมนั้นมันผิดเพี้ยนตั้งแต่เริ่มต้นคัดเลือกกระบวนการเข้าสู่คนที่จะต้องดำรงตำแหน่งแล้วครับความน่ากลัวมีมากกว่านั้นอีกครับมีการดีเบตหาเสียงครั้งหนึ่งซึ่งหัวหน้าพรรคตัวแทนพรรคแต่ละพรรคเนี่ยไปดีบตกันที่สำนักข่าว The Standard จัดขึ้นเมื่อ 18 มกราคมปี 69 กรณีที่ผมจะยกเนี้ยผมจะยกขึ้นมาอีกกรณีหนึ่งที่บอกว่าการเมืองต้องไม่ซ้ำเติมวิกฤตเวลาหาเสียงเลือกตั้งไปพูดอะไรไว้มีคำมั่นสัญญาใดไว้ต้องรักษาคำมั่นสัญญา นั้นครับมีหัวหน้าพรรคการเมืองหัวหน้าพรรคหนึ่งได้มีการหยิบยกคำพูดในทำนองว่าตอนที่มีการเซ็น MOA ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยกันตอนนั้นน่ะถามพรรคการเมืองพรรคหนึ่งว่าเพราะคุณเชื่อว่าสว.เนี่ยจะมีกลไกที่มีอำนาจไปโน้มน้าวได้ใช่มั้ยแล้วสิ่งที่เขากลัวก็คือว่าถ้าพรรคนั้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสิ่งที่เดินหน้าก็คือการหยุดคดีความล้มคดีฮั้วสว.ล้มคดีเขากระโดงนี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งครับที่ผมหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาก็เพราะว่าการเมืองที่ไม่ซ้ำเติมวิกฤตเนี่ย
>> หลังการจับมือกันตั้งเป็นรัฐบาลอ่าท่านผู้ขอ
>> ขอหยุดก่อนครับเชิญเชิญท่านผู้
>> ขอประท้วงผมพิสิต์อภิวัฒนาพงษ์ครับสมาชิกวุฒิสภาครับวันนี้เรามาฟังเรื่องคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีนะครับเราไม่ได้มาฟังเรื่องคัวสวนะครับแล้วอีกอย่างกระบวนการทุกอย่างก็อยู่ในขององค์กรฉลาดเรียบร้อยแล้วอยากให้ท่านประธานพิจารณาตามข้อบังคับข้อ 5 ด้วยครับให้ควบคุมการประชุมครับขอบคุณครับ
>> ครับท่านสาธิตครับท่านเอ่ยมาพอสมควรแล้วนะครับประเด็นจริยธรรมฉะนั้นจบพอประเด็นนี้จบแค่นี้ครับต่อเชิญต่อครับ
>> ผมเรียนท่านประธานครับประเด็นนี้เป็นเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมนะครับทั้งรัฐบาลที่มีอำนาจเข้าไปฮัวกันคนหนึ่งที่บอกว่ากลัวล้มคดีไปจับมือกับคน ที่เกี่ยวข้องแล้วล้มคดีนี้นโยบายที่เขียนไว้เรื่องการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรมเรื่องหลักการ 3 ข้อนี้มันจะกลายเป็นปาหี่ตบตาประชาชนนะครับนี่คือสิ่งที่ผมอภิปรายแต่ผมไม่ได้กล่าวหาว่าใครผิดตอนนี้นะท่านมีสิทธิ์จะชี้แจงได้ผมอยากจะจบประเด็นนี้ลงง่ายๆครับท่านประธานว่าในสถานการณ์วิกฤตที่รุมพร้อมประชาชนแบบเนี้ยมันน่ากลัวมากนะครับท่านอย่าเอาการเมืองที่เป็นการเมืองของชนชั้นนำชนชั้นปกครองแบบนี้ที่สมคบกันคบคิดกันเพื่อเพียงผลประโยชน์ของตนเองที่เคยพูดไว้กับประชาชนว่าตัวเองจะตรวจสอบเรื่องนั้นเรื่องนี้พอไปจับมือกันดิวกันลงตัวผลประโยชน์ลงตัวท่านก็ลืมกันแล้วเพราะนั่นมันจะไปซ้ำเติมกับเรื่องของคนที่ได้รับผลประโยชน์ที่อยู่ในกลุ่มรัฐบาลเช่นกรณีของน้ำมันด้วยเมื่อผลประโยชน์ลงตัวก็ไม่มีใจตรวจสอบเช่นนั้นเลยครับมีนักข่าวเคยถามท่านนายกว่าท่านกลัวมั้ยเรื่องที่โรงกลั่นเนี่ยเขาจะไม่ยอมลดราคาน้ำมันนายกไปตอบว่าสิ่งที่ท่านกลัวก็กลัวคือกลัวว่าโรงกลั่นจะไม่ยอมกลั่นน้ำมันแล้วประชาชนจะเดือดร้อนคำพูดของท่านเนี่ยเสมือนกับว่าท่านกลัวว่านายทุนเนี่ยจะจนน้อยลงผนวกกับความคิดของชนชั้นนำชนชั้นปกครองบางเรื่องน้ำมันแพงไปซื้อรถไฟฟ้าสิแล้วไม่ใช่เป็นแค่รถไฟฟ้าเล็กงานมอเตอร์โชว์ท่านนายกไปดูโรสรอยไฟฟ้าคันนั้น 31 ล้านครับมันทำให้นึกถึงยุคฝรั่งเศสที่คนฝรั่งเศสจนอดอยากไม่มีขนมปังกินแล้วชนชั้นปกครองบอกว่าไม่มีขนมปังกินก็กินขนมเค้กสิเหมือนกับน้ำมันแพงก็ซื้อรถไฟฟ้าสิแต่สิ่งที่ผมกลัวท่านประธานครับผมไม่แน่ใจว่าท่านกลัวเหมือนพวกผมหรือไม่สิ่งที่ผมกลัวก็คือประชาชนที่เ้าเจอวิกฤตจนตรอกจนจนมุมหลังติดรั้วขณะนี้รายได้หดเงินหายากน้ำมันแพงปุ๋ยแพงราคาเกษตรราคาตกค่าแรงไม่พอผมกลัวว่าวันหนึ่งประชาชนเขาจะสิ้นความอดทนเขาจะลุกขึ้นออกจากบ้านลงมาบนท้องถนนแล้วก็บอกว่าพอแล้วพอแล้วไม่ไหวแล้ว
>> ครับ
>> รัฐสภายินดีต้อนรับคณะประชาชนจากจังหวัดจันทบุรีโดยการนำของนายชรัตน์นีรชรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรีพรรคภูมิใจไทยจำนวน 6 ท่านเข้าฟังการประชุมร่วมรัฐสภายินดีต้อนรับครับเชิญนั่งครับท่านต่อต่อไปขอเชิญท่านสิทธิพลวิบูลธนากุลครับเชิญครับ
>> เรียนท่านประธานที่เคารพกระผมสิทธิพลวิบูลธนากุลพรรคประชาชนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผมขอมีส่วนร่วมอภิปรายในโอกาสที่รัฐบาลคุณอนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในประเด็นปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SE ครับต้องบอกว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะลำบากจริงๆผู้ประกอบการไทยวันนี้เจอโจทย์โจทย์เศรษฐกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาวโจทย์ระยะสั้นจากปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้าครับต้นทุนผู้ประกอบการที่สูงขึ้นจากภัยสงครามมาตรการภาษีสหรัฐที่กำลังจะมีเส้นตายสำคัญประกอบกับเศรษฐกิจไทยที่เสี่ยงถดถอยรุนแรงยังไม่นับที่ผู้ประกอบการไทยถูกเอาเปรียบตลอดมาจากปัญหาทุ่มตลาดของสินค้าต่างชาติราคาถูกยังมีโจทย์ระยะยาวครับเราจะช่วยเหลือ SE อย่างเป็นระบบอย่างไรตลอดจะจัดวางตำแหน่งแห่งที่ของผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลกตรงไหนซึ่งทั้งหมดนี้จะบรรลุได้เราต้องการรัฐบาลที่กำหนดเป้าหมายชัดว่าอยากเห็นประเทศไทยเป็นแบบไหนมียุทธศาสตร์พาประเทศเราไปถึงจุดนั้นได้อย่างไรเป็นนี้สำคัญเพราะทรัพยากรรัฐไม่ว่าจะเป็นข้าราชการงบประมาณมีจำกัดเป้าหมายจึงต้องชัดและถูกฝ่ายการเมืองต้องตั้งให้ถูกจะได้นำไปสู่การจัดลำดับความสำคัญของปัญหาและการใช้ทรัพยากรในการแก้ไขซึ่งน่าเสียดายครับที่ในคำแถลงนโยบายวันนี้ไม่ได้แสดงถึงสิ่งเหล่านี้
เรื่องแรกที่ผมอยากพูดถึงคือวิกฤตสินค้าต่างชาติราคาต่ำทะลักหรือปัญหาทุ่มตลาดซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการเดือดร้อนมากนะครับปัญหานี้ส่งผลให้โรงงานไทยจำนวนมากปิดตัวสภาอุตสาหกรรมระบุว่ามากถึง 4 30 อุตสาหกรรมจาก 48 อุตสาหกรรมได้รับผลกระทบครบซึ่งกระทบ SE ล้านรายซึ่งหมายถึง 2 ใน 3 ของ SE ทั้งประเทศอีกสัญญาณที่สะท้อนว่าหนักคือตัวเลขการขาดดุลการค้าไทยกับจีนครับปีที่แล้วเราขาดดุล 2.2 2 ล้านล้านบาทซึ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานี่เราขาดดุลเพิ่มขึ้นตลอดนะครับปีนึง 30 กว่าเปอร์เซ็นต์และล่าสุด 2 เดือนแรกของปีนี้เราขาดดุลไปแล้ว 456,000 ล้านบาทเรียกว่าปีนี้ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากกว่าปีก่อนโดยเฉพาะภายใต้สถานการณ์สงครามการค้าที่สถานการณ์นี้เสี่ยงรุนแรงขึ้นและต้องฝากไปถึงรัฐบาลนะครับสถานการณ์ลงไปจะยิ่งหนักขึ้นเพราะวันนีทั่วโลกหันมาใช้มาตรการที่เรียกว่าปกป้องตัวเองไม่ว่าจะเป็นมาตรการควบคุมการส่งออกการนำเข้าบังคับใช้วัตถุดิบในประเทศเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างของรัฐที่เข้มงวดรวมถึงมาตรการอุดหนุนมาตรการเหล่านี้จะยิ่งผลักดันให้สินค้าราคาต่ำต้องหาตลาดใหม่ๆรวมถึงมาที่ประเทศเราจากสถิตินะครับถ้าเทียบตอนนี้กับ 10 ปีที่แล้วทั่วโลกหันมาใช้มาตรการแบบนี้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวดังนั้นไม่น่าแปลกใจที่ 4-5 ปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยอยู่ยากเพราะมีสินค้าราคาถูกจากไหนไม่รู้มาแข่งกับเค้าตัดราคาเต็มไปหมดถามว่าประเทศอื่นทำไงครับเขาก็มีมาตรการป้องกันผ่าน 4 มาตรการหลักตัวอย่างเช่นมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดมาตรการตอบโต้การอุดหนุนพูดง่ายๆคือขึ้นภาษีสินค้าเหล่านี้ครับเพื่อปกป้องดูแลผู้ประกอบการเาน่าสนใจตรงไหนครับน่าสนใจว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ถูกใช้มาตรการแบบนี้เยอะเราถูกใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดศูนย์เป็นลำดับที่ 5 ของโลกเรียกว่าไม่ใช่แค่ของถูกไปประเทศอื่นไม่ได้เพราะถูกกีดกันเวลาเราจะส่งของเราไปประเทศเขาก็กีดกันเราด้วยเรียกว่าโดนทั้งขึ้นทั้งร่องนะครับซึ่งเหมือนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เคยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ท่านบอกไว้ว่าจะใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดอย่างจริงจังเป็นนโยบายข้อแรกๆที่ท่านไปแถลงที่กระทรวงพาณิชย์อย่างไรก็ตามข้อน่ากังวลก็คือว่า 6 เดือนที่ผ่านมาความคืบหน้าน้อยมากนะครับที่น่าสนใจคือถ้าเทียบกับตอนรัฐบาลอนุทิ 1 แถลงนโยบายมีพูดเรื่องนี้ไว้ชัดว่าจะป้องกันการทุ่มตลาดแต่ในคำแถลงนโยบายรัฐบาลวันนี้เรื่องนี้หายไปเลยทั้งที่สถานการณ์หนักขึ้นปัจจุบันประเทศไทยใช้มาตรการพวกเนี้ยรวมทั้งสิ้น 64 กรณีหรือ 64 เคสนะครับสาระสำคัญของเรื่องนี้คือเป็นเหล็กไปแล้ว 57 เคสพูดง่ายๆว่าวันนี้มีอุตสาหกรรมเดียวที่เข้าถึงการปกป้องในขณะที่อุตสาหกรรมอื่นเข้าไม่ถึงมาตรการไม่ว่าจะเป็นสิ่งทอพลาสติกเฟอร์นิเจอร์ผักผลไม้หลายผู้ประกอบการเจ๊งไปหมดแล้วครับแต่ไม่ได้รับ การปกป้องสะท้อนว่าที่ผ่านมาการแก้ปัญหาไม่ตรงจุดอีกตัวอย่างที่สะท้อนว่ากระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้น้อยไปคือช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาเราเปิดไต่สวนเคสใหม่เพียง 3 เคสเท่านั้นและในนี้เป็นเหล็ก 2 เคสหัวใจของเรื่องนี้คืออะไรครับกระทรวงพาอันนี้ต้องให้คนที่เขาเดือดร้อนจริงๆซึ่งส่วนใหญ่เป็น SE เข้าถึงมาตรการให้ได้ซึ่งวันนี้เข้าไม่ถึงคำถามคือจะแก้ อย่างไรตัวอย่างทำไม SME เข้าไม่ถึงอันนี้คือจากปากของ SME เลยนะครับนอกจากกติกาที่ต้องรวมกลุ่มมาให้เกิน 50% ของตลาดซึ่งสำหรับ SE แทบเป็นไปไม่ได้เขายังต้องรวบรวมข้อมูลหลักฐานซึ่งกระบวนการทั้งหมดก็ไม่เป็นมิตรกับ SE ดูตัวอย่างที่ผมยกขึ้นมานะครับอันนี้เป็นตัวอย่างความงงอันนี้มาจากคู่มือของกระทรวงที่ใช้แนะนำประชาชนเ้าบอกว่าผู้ประกอบการที่จะขอยื่นไต่สวนต้องมีคุณสมบัติคือคำขอต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตสินค้าชนิดเดียวกันในประเทศซึ่งมีการผลิตรวมกันเกินกึ่งหนึ่งของปริมาณการผลิตสินค้าชิดเดียวกันของผู้ที่ได้แสดงความเห็นทั้งส่วนที่สนับสนุนและส่วนที่คัดค้านรวมกันโดยปริมาณการผลิตของฝ่ายสนับสนุนนั้นต้องไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของปริมาณการผลิตสินค้าชนิดเดียวกันทั้งหมดในประเทศท่านรัฐมนตรีอ่านแล้วเข้าใจมั้ยครับผมเชื่อว่าประสบการณ์ส่วนใหญ่อ่านแค่นี้ก็ถอดใจแล้วครับและท่านอย่าไปเชื่อนะครับจะมีคนบอกท่านว่าเดี๋ยวจะเอา AI มาช่วยในขั้นตอนนี้คือผมไปคุยกับผู้ประกอบการตัวแทน SE เขาบอกเลยว่ามันเตรียมข้อมูลมายากจริงๆวันนี้กระทรวงพาณิชย์ต้องทำงานเชิงรุกครับท่านต้องมีทีมพี่เลี้ยงเข้าไปช่วยSMอไปจับมือเค้าช่วยเตรียมข้อมูลให้เค้าเข้าถึงมาตรการได้ท่านต้องทำการเฝ้าระวังเชิงรุกท่านต้องทำเร time dasดชบอร์ดดูสินค้านำเข้ามี Watchlist สินค้าเฝ้าระวังถ้าพบความผิดปกติควรเปิดไต่สวนเลยไม่ต้องรอให้ SMอมาฟ้องท่านอันนี้คือสิ่งที่ในเมืองนอกเขาทำกันให้ความเป็นธรรมท่านต้องเพิ่มเจ้าหน้าที่และงบประมาณให้เพียงพอด้วยครับอยากเรียนว่ารัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้เพื่อดูแลความเป็นทันให้ผู้ประกอบการที่สำคัญการใช้มาตรการพวกนี้ถูกกฎหมายระหว่างประเทศถูกหลัก WTO ทำให้เรามีความชอบธรรมในการใช้ถัดมาครับเรื่องสำคัญการรับมือผลกระทบของสงครามการค้าที่ในคำแถลงนโยบายรอบนี้น่าสงสัยก็คือมันหายไปเลยไม่มีเขียนไว้ชัดเหมือนรอบก่อนนะครับท่านประธานครับต้องบอกว่าแม้ วันนี้การเจรแต่ วันนี้เรากำลังจะได้รับผลกระทบไปแล้วตัวอย่างกรณีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ครับเราต้องเปิดโควต้านำเข้าตั้งแต่กุมภาพันธ์นี้ 1 ล้านตันที่ภาษี 0% แม้รัฐบาลจะกำหนดสัดส่วนการรับซื้อต้องซื้อข้าวโพดในประเทศ 3 ส่วนถึงซื้อข้าวโพดนำเข้าได้ 1 ส่วนแต่ วันนี้เกษตรกรเขากังวล 3 เรื่องครับที่อยากได้ยินคำตอบจากรัฐบาล 1 ข้าวโพ่สหรัฐเป็น GMO หรือไม่จะป้องกันอย่างไรเพราะมันเสี่ยงกระทบตลาดส่งออกสำคัญอื่นๆที่เขาไม่อยากได้ GMO เรื่องที่ 2 จาก 1 ล้านตันวันนี้จะขยายไปเป็น 2 ล้าน 3 ล้านตันหรือไม่เรื่องที่ 3 วันนี้นำเข้า 1 ล้านตันจากสหรัฐท่านจะไปลดการนำเข้าจากเมียนมาร์จากลาวจากประเทศอื่นหรือเปล่าเพราะถ้าท่านไม่ลดมันเสี่ยงกระทบปริมาณรวมในประเทศแน่นอนนอกจากนี้ครับยังมีอะไรอีกบ้างนอกจากข้าวโพดที่กำลังเข้าคิวจะเปิดตลาดให้เขาท่านบอกประชาชนหรือยังท่านเตรียมมาตรการรับมืออย่างไรเช่นการตรวจมาตรฐานพร้อมหรือยังนอกจากนี้ประชาชนเสงสัยว่าท่านมีหลักในการเลือกสินค้านำเข้าอย่างไรทั้งที่เจาไม่เสร็จแต่ต้องเปิดนำเข้าบางสินค้าแล้วประชาชนสงสัยว่ามันมีการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนใดหรือบริษัทใดเป็นพิเศษหรือไม่ที่สำคัญนะครับแม้ศาลสหรัฐจะสั่งระงับมาตรการภาษีที่เราเรียกว่า Reciprocal Talif ทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องหันไปใช้มาตรา 122 แทนก็คือเก็บภาษีทุกสินค้าที่ 10% ซึ่งวันนี้ใช้อยู่แต่วันนี้รัฐบาลสหรัฐประกาศสอบสวนหลายประเทศผ่านมาตรา 301 ซึ่งไทยโดนด้วยมาตรา 301 เสี่ยงกระทบหนักกว่ามาตรา 122 เพราะ 1 เจาะจงรายสินค้า 2 ไม่มีเพดานภาษีเก็บสูงเท่าไหร่ก็ได้และ 3 ไม่มีกำหนดสิ้นอายุเก็บไปได้เรื่อยๆจนกว่าจะมีการทบทวนใหม่คำถามคือรัฐบาลเตรียมรับมือเรื่องนี้อย่างไรซึ่งมาตรา 122 จะหมดอายุวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ทำให้สหรัฐเขาเล่นปิดลอบสวนให้จบก่อนมาตรา 301 สิ้นอายุวันนี้เราโดน 2 ข้อหาครับ 1 มีกำลังการผลิตส่วนเกิน 2 ใช้แรงงานบังคับซึ่งเส้นตายแรกคือ 15 เมษายนนี้คือวันสุดท้ายที่ไทยต้องยื่นคำชี้แจงต่อสำนักผู้แทนการค้าสหรัฐหรือ USTR และยังมีการประชาพิจารณ์ทั้ง 2 เรื่องช่วงปลายเมษายนกับต้นพฤษภาคมคำถามคือรัฐบาลเตรียมแก้ข้อกล่าวหานี้อย่างไรเพราะถ้าแก้ไม่ได้สินค้าไทยหลายตัวเสี่ยงถูกขึ้นภาษีหนักทั้ง EV อิเล็กทรอนิกส์อาหารแปรรูปสิ่งทอดังนั้นนะครับจากวันนี้ถึง 15 เมษายนเหลือไม่ถึง 1 สัปดาห์ที่ต้องยื่นเอกสารชี้แจงเป็นโอกาสทองให้เราดึงสินค้าเราออกจากบัญชีดำในทางกลับกันครับถ้าเตรียมไม่ดีเราก็จะเสียสิทธิ์ในการคัดค้านนั่นหมายความว่าสินค้าหลายตัวเสี่ยงถูกขึ้นภาษีสีสูงมากบางตัวคาดว่าอาจเกิน 100% คำถามคือรัฐบาลเตรียมการอย่างไรถัดมานะครับในคำแถลงนโยบายระบุว่าจะช่วยประกอบการ SE ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบบนต้นทุนที่เหมาะสมคำถามคือรัฐบาลจะใช้วิธีใดครับข้อเสนอแนะก็คืออยากให้รัฐบาลสนับสนุนโครงการ PGS 12 ของบสย.นะครับซึ่งค้างมานานแล้วมีความคุ้มค่าต่องบประมาณโดยควรเจาะจงไปเลยว่าช่วยระบบประสบการณ์รายเล็กรายจิ๋วให้เยอะนะครับนอกจากนี้รัฐบาลควรพัฒนาฐานข้อมูลเครดิตมาตรฐานนำข้อมูลให้บริการสินเชื่อทุกประเภทรวมถึงจากแหล่งอื่นที่สะท้อนศักยภาพผู้กู้ไม่ว่าจะเป็นบินขาดน้ำค่าไฟข้ามมือถือเพื่อมาคำนวณมาตรฐานคะแนนเครดิตนะครับจะได้กำหนดดอกเบี้ยตามความเสี่ยงให้ความเป็นธรรมกับผู้กู้ได้มากกว่าเดิมถัดมาเรื่องที่สำคัญวันนี้เลยครับต้นทุนผู้ประกอบการวันนี้ปัญหาใหญ่ธุรกิจใหญ่ใครส่งออกเจอค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นทุกน้ำมันที่เพิ่มขึ้น 1 บาทค่าขนส่งเพิ่ม 3% วันนี้ค่าขนของทางเรือเพิ่มไปแล้ว 30% แอร์คารโก้เพิ่ม 70% ธุรกิจรายเล็กไม่รอดถ้าถุงแกงยางวงแก้วน้ำไข่ไก่เนื้อไก่เนื้อหมูขึ้นหมดท่านจะดูแลผู้อบการอย่างไรมาตรการความช่วยเหลือของท่านมันได้สัดส่วนกับปัญหาหรือเปล่าอยากจะฝากถึงรัฐบาลนะครับในการใช้กฎหมายควบคุมราคาบางสินค้าเป็นเรื่องเข้าใจได้แต่อยากฝากให้ท่านไม่เพิ่มภาระให้กับเค้าครับอย่างวันนี้ท่านประกาศคุมราคาเม็ดพลาสติกผู้ประกอบการต้องส่งข้อมูลไปที่กระทรวงเาฝากผมมาสะท้อนว่าเขาส่งออนไลน์ให้ท่านไม่ได้ครับเขาต้องส่งทางไปรษณีย์เรื่องแบบนี้อยากให้ท่านเข้าใจผู้ประกอบการนะครับอย่าซ้ำเติมเค้าให้ลำบากในสถานการณ์วันนี้นอกจากนี้นะครับในการบริหารสถานการณ์ห้วงเวลานี้ยกตัวอย่างเม็ดพลาสติกเนี่ยทางเลือกนึงที่จะสร้างภาระประสบการณ์น้อยลงคือถ้าท่านนึกออกในระบบเศรษฐกิจที่เม็ดพลาสติกมันหมุนเวียนอยู่เนี่ยมันมี 4 ส่วนฝั่งนึงยอดผลิตบวกยอดนำเข้าอีกฝั่งนึงยอดใช้ในประเทศบวกยอดส่งออกคือถ้าท่านคิดว่าจำเป็นต้องคุมราคาเม็ดพลาสติกทางเลือก 1 คือไปคุมที่ผู้ผลิตและผู้นำเข้าซึ่งมีน้อยรายตรวจสอบง่ายแล้วก็บรรลุวัตถุประสงค์ดูได้ว่าเม็ดขาดมักตุนมั้ยไม่จำเป็นต้องให้ผู้ซื้อเม็ดซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงงานรายเล็กต้องรายงานซึ่งเพิ่มภาระผู้ประกอบการจำนวนมากขณะที่ประโยชน์ได้ต่ำส่วนตรงส่งออกท่านไปดึงข้อมูลจากกรมสหากรได้เลยถ้าทำเช่นนี้ก็จะลดภาระ SE ได้มากอยากชวนให้รัฐบาลคิดอะไรแบบนี้นะครับพอถ้าอิงตามระบบราชการก็จะได้เน้นแต่ควบคุมเพิ่มภาระเพิ่มเอกสารเพิ่มต้นทุนให้ผู้ประกอบการท่านรัฐมนตรีซึ่งมาจากภาคเอกชนน่าเข้าใจเรื่องแบบนี้ได้ดีนะครับถัดมาเรื่องช่วยเหลือ SME ด้านดิจิทัลนะครับรัฐบาลบอกจะพัฒนาแพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลของประเทศคำถามก็คือท่านกำลังจะทำอะไรครับเรียนตามตรงถ้ารัฐบาลจะทำแพลตฟอร์มเองน่ากังวลจริงๆเพราะที่ผ่านมารัฐทำอะไรก็เจ๊งนะครับที่สำคัญแพลตฟอร์มต่างชาติที่ประสบความสำเร็จล้วนใช้งบต้องเผาเงินมหาศาลดังนั้นอยากฟังจากรัฐบาลว่าท่านจะทำอย่างไรแบบไหนอีกทางเลือกที่อยากเสนอคือรัฐบาลควรพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกลางหรือที่เรียกกว่า OCN Open Commerce Network OCN คืออะไรครับคือเปรียบเสมือนถนนที่เชื่อมทุกแพลตฟอร์มเป็นตัวกลางเชื่อมผู้ประกอบการไทยกับช่องทางการขายทุกประเภทใช้งบน้อยกว่านะครับเพราะรัฐสร้างแค่มาตรฐานกลางสร้างแค่โครงสร้างพื้นฐานแล้วให้เอกชนแข่งกันให้บริการตัวอย่าง OCN ที่ประสบความสำเร็จวันนี้มีแล้วนะครับในอินเดียหรือในอินโดนีเซียที่วันนี้กำลังพัฒนาอยู่ OCN จึงเป็นตัวอย่างทางเลือกที่ทำง่ายกว่าเร็วกว่าและใช้งบน้อยกว่าครับประการสำคัญอยากฝากถึงรัฐบาลนะครับก่อนจะไปสร้างแพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลของประเทศอยากให้ท่านกำกับแพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้วซึ่งวันนี้เป็นต้นทุนสำคัญของผู้ประกอบการเป็นภาระพี่น้องประชาชนนั่นคือเรื่องค่าธรรมเนียมการขายหรือ GP บนแพลตฟอร์มครับผมเชื่อว่าพวกเราผู้แทนในห้องนี้ทุกคนได้ยินเรื่องนี้จากพี่น้องประชาชนนะครับที่จริงท่านรัฐมนตรีพาณิชย์เคยให้ความหวังพอพูดเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ วันแรกที่เข้ากระทรวงท่านบอกจะช่วย SME ดูแลค่า GP บนแพลตฟอร์มให้เหมาะสมและเป็นธรรมปัญหาคือวันนี้นอกจากเขาไม่ลด GP เขาเพิ่ม GP ด้วยซ้ำนะครับแอปส้มขึ้นไปแล้ว 3% แอปน้ำเงินขึ้นไปแล้ว 2% แอปดำขึ้นไปแล้ว 7% ดังนั้นอยากเห็นรัฐบาลเอาจริงเรื่องนี้ครับกำกับค่า GP เพราะนอกจากช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการยังช่วยลดค่าครองชีพให้พี่น้องประชาชนถ้าท่านลดได้ 5% ก็เหมือนเพิ่มเงินในกระเป๋าให้พี่น้องประชาชน 5% น่าเสียดายที่ผ่านมาท่านเอาจริงน้อยไปนอกจากเขาไม่ลดเขาเพิ่มค่า GP ด้วยซ้ำและน่าดีใจที่ท่านรองนายกสุพจีอยู่ตรงนี้นะครับวันนี้มีกฎหมายแข่งขันทางการค้าที่ค้างตั้งแต่สภาชุดก่อนรอครม.ชุดใหม่อนุมัติให้สภาพิจารณาต่อหวังว่ารัฐบาลจะสนับสนุนเพราะจะช่วยให้ท่านกำกับเรื่องนี้ได้ดียิ่งขึ้นที่สำคัญถ้าท่านนายกอยากพาประเทศไทยเข้าสู่ OECD นี่ก็เป็นเรื่องที่ OEC ระบุว่าต้องแก้ไขท่านประธานครับรัฐบาลยังแถลงอีกว่าจะใช้มาตรการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อให้แต้มต่อผู้ประกอบการไทยและพาสินค้าไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลกซึ่งต้องชมว่าเรื่องนี้ดีนะครับอย่างไรก็ตามประเด็นการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเป็นหัวข้อที่การจ่าย FTA หลายฉบับเช่นไทยสหภาพยุโรปให้ความสำคัญเขาบอกว่าเราต้องเปิดตลาดคำถามคือรัฐบาลมีจุดยืนเรื่องนี้อย่างไรท่านได้สงวนเรื่องเหล่านี้หรือไม่เพราะถ้าถ้าไม่สงวนก็ไม่สามารถดำเนินนโยบายแบบนี้ได้นะครับหรืออย่างเรื่อง Made in Thailand First ที่จะให้ภาครัฐและธุรกิจขนาดใหญ่เป็นผู้อุดหนุนเอกชนเขาฝากถามมาว่าจะใช้ วิธีบังคับหรือขอความร่วมมือถ้าบังคับบังคับกี่เปอร์เซ็นต์ถ้าเป็นธุรกิจขนาดใหญ่จะทำแบบไหนให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีหรืออย่างไรถัดมาประเด็นเพิ่มสมดุลการค้ายกระดับการค้าเสรีเปิดตลาดใหม่คำถามก็คือเราจะเปิดตลาดใหม่ไปตลาดไหนลดตลาดไหนมีเป้าอย่างไรต้องบอกว่าในคำแถลงนโยบายรอบที่แล้วท่านระบุชัดนะครับจะขยายไปตลาดไหนบ้างแต่รอบนี้ไม่มีนะครับการกำหนดเป้าชัดถามว่าสำคัญยังไงก็เพื่อให้ทีมไทยแลนด์ข้าราชการบริหารทรัพยากรได้ถูกจุดไม่งั้นก็เหมือนเดิมนะครับคือกระจายไปทุกตลาดเช่นถ้าต้องการเพิ่มตลาดไหนตรงนั้นมีทูตพาณิชย์มีสคต.น้อยไปก็ต้องไปเพิ่มคนเพิ่มทรัพยากรที่ไหนจะลดก็ต้องไปบริหารทรัพยากรตรงนั้นใหม่ไม่งั้นก็ยากไปสู่สมดุลใหม่ที่ท่านโฆษณาไว้นะครับหรือตัวอย่าง KPI ของทูตพาณิชย์ซึ่งผมนำมาแสดงให้ท่านดูนะครับก็อยากให้รัฐบาลใส่ใจปรับให้สอดคล้องกับภารกิจอันนี้คือ KPI ของทูตพาณิชย์เราจะพบว่างานหลักของทูตพาณิชย์เช่นทำให้ส่งออกขยายตัวมีน้ำหนักใน KPI นิดเดียวนะครับ 5% ส่วนงานที่ไม่สำคัญเช่นทำงบเดือนทำงบการเงิน KPI ยังมีน้ำหนักมากกว่าเสียอีกหรือเรื่องเจจ FTA นะครับความเร่งด่วนของท่านก็คือรัฐบาลต้องมีจุดยืนต่อประเด็นยากๆที่ต้องหาข้อสรุปให้ได้เช่น FTA ไทยสภาพยุโรปเนี่ยวันนี้เจาไปได้ 1 ใน 3 บทที่สรุปไปแล้วเป็นเรื่องที่ไม่ซับซ้อนไม่ยากแต่เรื่องที่เหลือยากทั้งสิ้นนะครับไม่ว่าจะจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐทรัพย์สินทางปัญญาสิทธิสิทธิแรงงานเรื่องเหล่านี้รัฐบาลมีจุดยืนอย่างไรท่านต้องมีคำตอบได้แล้วเพราะมิฉะนั้นไม่สามารถปิดการเจรจาได้แน่นอนท่านประธานครับวันนี้เศรษฐกิจไทยเจอทั้งโทษโจทย์สั้นและโจทย์ยาวโดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ประชาชนผู้กับ การเดือดร้อนจากต้นทุนค่าครองชีพอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่มีหน้าที่กำกับดูแลราคาสินค้าค่าครองชีพกล้าหาญยืนอยู่ข้างประชาชนครับตัวอย่างพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการที่กระทรวงพาณิชย์ถืออยู่วันนี้ท่านต้องใช้ อย่างกล้าหาญให้ทันปัญหาเพราะหลายครั้งถ้าท่านฟังคนอื่นเาจะตีความให้ใช้ได้น้อยที่สุดอันนี้ก็ทำไม่ได้อันนั้นก็ทำไม่ได้ไม่มีอำนาจทำอะไรเลยสุดท้ายปัญหาที่ประชาชนประสบอยู่ซึ่งหนักเหลือเกินกลับไม่มีใครแก้โยนไปโยนมาเพื่อจะได้ไม่ต้องเป็นคู่กรณีกับเอกชนผิดใจกับนายทุนไม่ต้องเพิ่มงานเพิ่มปัญหา วันนี้ประชาชนผู้ประกอบการเหวังพึ่งท่านจริงๆครับท่านต้องเป็นหลักให้ประชาชนอย่าให้ประชาชนเขาบอกว่าพอแล้วไม่ไหวแล้วเลย ครับขอบคุณท่านประธานขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ
>> ต่อไปท่านธนวุฒิอุทโธเชิญครับ
>> กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติกระผมนายชนวุฒิอุทโธสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์เขต 6 พรรคเพื่อไทยในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับวันนี้นะครับกระผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภานะครับเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์ของผมแล้วก็พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศนะครับท่านประธานครับผมกระผมเชื่อมั่นในนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีที่ว่าพูดแล้วทำเพื่อเปลี่ยนผ่านเกษตรเกษตกรรมแบบดั้งเดิมไปสู่เกษตรมูลค่าสูงกระผมจึงนำเรียนถึงข้อสังเกต 3 ประการในประเด็นที่พี่น้องกำลังจะหมดลมหายใจเพื่อ ให้คณะรัฐมนตรีนะครับโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้นำไปประกอบพิจารณาในการแก้ไขปัญหาในการบริหารบ้านเมืองครั้งนี้ครับ
ประการแรกครับท่านประธานครับวิกฤตปุ๋ยกำไรของพี่น้องเกษตรกรที่หายไปในช่องแคบฮอมุดท่านประธานครับวิกฤตตะวันมันออกกลางส่งผลให้พี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนได้รับความเดือดร้อนกันอย่างถ้วนหน้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรที่จะต้องแบกรับราคาเชื้อเพลิงทุกสิ่งทุกอย่างที่มันสูงขึ้นโดยเฉพาะปุ๋ยครับปุ๋ยเป็นหนึ่งในนั้นครับวิกฤตดังกล่าวทำให้เส้นทางการส่งปุ๋ยยูเรียผ่านช่องแคบฮอมเนี่ยมีความเสี่ยงสูงมากซึ่งส่งผลให้เกษตรกรในจังหวัดกาฬสินธุ์บ้านผมเนี่ย 168,341 ครัวเรือนต้องแบกรับปัญหาต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจครับท่านประธานผมจึงขอนำเรียนให้ท่านประธานได้เห็นถึงสถานการณ์ปัจจุบันจากเดิมนะครับปุ๋ยกระสอบละ 800-1,050 บาทตอนนี้นะครับพุ่งไปถึง 1,200 -1,800 บาทเพิ่มขึ้นกว่า 6-70% เกษตรกรบ้านผมนะครับก็ยังกังวลว่ารัฐบาลเคยยืนยันว่ามีสต๊อกปุ๋ยถึงเดือนสิงหาคมแต่ข้อมูลล่าสุดนะครับตามสื่อบอกว่าปริมาณปุ๋ยที่มีอาจเพียงพอถึงแค่เดือนเมษายนก็คือเดือนนี้เท่านั้นมิหนำซ้ำในบางพื้นที่ก็ไม่สามารถหาซื้อปุ๋ยได้แล้วนะครับประเด็นนี้อยากจะฝากถามไปทางรัฐบาลว่าท่านจะทำอย่างไรรัฐบาลเองก็มีนโยบายไม่ให้เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นกระผมจึงขอเสนอมาตรการเชิงรุกในการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกระผมจึงขอนะครับให้ท่านกระจายปุ๋ยให้ทั่วถึงการเร่งส่งเสริมส่งเสริมปุ๋ยสูตร 70 300 หรือที่เรารู้จักกันดีในปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพนะครับเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าสร้างสศิรภาพด้านต้นทุนตามที่รัฐบาลได้แถลงไว้ นอกจากนี้ผมอยากจะให้กระทรวงพาณิชย์ได้ช่วยกรุณารายงานปริมาณปุ๋ยที่มีอยู่ณ ปัจจุบันตามจริงและเร่งหาปุ๋ยสีดังกล่าวให้กับพี่น้องเกษตรกรโดยเร็วนะครับ
ท่านประธานครับประการถัดมาไข้ 3 ฤดูที่มันเกิดขึ้นกับพี่น้องเกษตรกรคือวงจรหนี้สินที่ไม่มีวันจบสิ้นนอกจากวิกฤตเฉพาะหน้าที่พี่น้องเกษตรกรต้องเผชิญปัญหาเรื้อรัง 3 ประการประการแรกนะครับนั่นก็คือ น้ำท่วมตอนท่วมก็ท่วมตอนแล้งก็แล้งนะครับสลับกันไปมาทุกปีโครงสร้างพื้นฐานยังไปไม่ถึงเกษตรกรชาวรากหญ้าอย่างแท้จริงเกษตรกรยังต้องเดาฟ้าเดาฝนเดาแดดอยู่ว่าปีนี้มันจะเป็นยังไงไข้ตัวที่ 2 ก็คือภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีนะครับท่านประธานมันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆอย่างพายุบัวลอยที่ผ่านมาก็กวาดเอาผลผลิตหมดไปในคืนเดียวแรงงานทั้งปีหยาดเหงื่อแรงงานทั้งปีของพี่น้องเกษตรกรหายไปภายในชั่วข้ามคืนไข้ตัวที่ 3 ครับท่านประธานผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีฟังเกี่ยวกับปัญหาสินค้าล้นตลาดพี่น้องประชาชนไม่รู้ว่าปีนี้จะต้องปลูกอะไรก็เลยไปดูปีที่ผ่านมาว่าปลูกอะไรเราได้ราคานะครับก็ปลูกตามกันผลที่ออกมาก็คือทุกคนปลูกเหมือนกันหมดพอถึงเวลาเก็บเกี่ยวราคาก็ดิ่งลงพร้อมกันในเขตพื้นที่อำเภอกุชินารายณ์ของผมเนี่ยมีการปลูกฟักทองซึ่งปีที่ผ่านมาฟักทองได้ราคาดีมีบริษัทมาตั้งรับแต่พอมาตกมาถึงปีนี้เกษตรกรพากันปลูกตอนนี้ล้นตลาดหลายร้อยตันตกอยู่ที่หน้าสวนเพียงแค่กิโลกรัมละ 3-5 บาทเท่านั้นเองนะครับบางทีก็โดนพ่อค้ากดราคาครับท่านประธานขายก็ไม่คุ้มทุนบางรายถึงกับปล่อยเน่าไว้กลางไร่กลางนา กลางสวนเพราะว่าน้ำมันแพงไม่มีน้ำมันที่พอที่จะคุ้มค่าในการขายสินค้าทางการเกษตรนั้นๆแบบนี้มันก็จะเกิดขึ้นวนเวียนไปเป็นประจำทุกปีผมอยากจะถามรัฐบาลที่พูดถึงเรื่อง AI ข้อมูลขนาดใหญ่ที่มาช่วยพยากรณ์ตลาดนะครับให้ทำข้อมูลเหล่านี้ถึงพี่น้องประชาชนจริงๆนะครับไม่ใช่แค่อยู่บนแค่เว็บไซต์ของกระทรวงเพราะอะไรเพราะว่าพี่น้องเกษตรกรรากหญ้าไปไม่ถึงเข้าไม่ถึงเปิดไม่เป็นนะครับถึงเวลาแล้วที่ต้องให้เจ้าหน้าที่เกษตรจังหวัดเกษตรอำเภอลงไปบอกเกษตรกรถึงบ้านบอกให้เข้าใจบอกให้ทำตามต้องให้ราชการไปหาประชาชนได้แล้วครับอย่ามัวแต่รอให้ประชาชนมาหาราชการ
ประการสุดท้ายครับท่านประธานเรื่องการผลักดันเกษตร G และก็การเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ที่ดีผมขอสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลเรื่องตลาดนำนวัตกรรมกรรมเสริมนะครับสนับสนุนอย่างเต็มที่เพราะว่าเกษตร G จะช่วยสร้างอัตลักษณ์และเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรของแต่ละท้องถิ่นได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะสินค้าเกษตร G ที่แถวบ้านผมนะครับก็คือจังหวัดกาฬสินธุ์มีสินค้า G อยู่ 4 ชนิดได้แก่ผ้าไหมแพวากาฬสินธุ์นะครับพุซานมสดบ้านโพนกุ้งก้ามกามกาฬสินธุ์และที่สำคัญในเขตบ้านของผมเลยนั่นก็คือข้าวเหนียวเขาวง G ท่านประธานครับผมอยากจะนำเรียนถึงความวิเศษของข้าวเหนียวเขาวงจิอนั่นก็คือมีคุณสมบัติเหนียวนุ่มไม่ติดมือถือเป็นสินค้าทางการเกษตรที่มีคุณภาพสูงนะครับข้าวเขาวงเนี่ยกำลังจะตายออกไปจากเขตจังหวัดกาฬสินธุ์เพราะว่าพี่น้องประชาชนปลูกแล้วมันไม่คุ้มทุนครับข้าวที่ดีแบบนี้นะครับอย่างที่ได้ยินท่านเอ่อรัฐมนตรีได้กล่าวถึงสินค้า G ว่าจะสามารถส่งออกและพัฒนาต่อยอดให้พี่น้องเกษตรกรในเขตพื้นที่เล็กๆแคบๆในเขตสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เนี่ยให้เขาได้ลืมตาอ้าปากได้นะครับอย่างที่ผมกล่าวมาในข้างต้นทั้งหมดเนี่ยว่าข้าวเหนียวพันธุ์กาฬสินธุ์เนี่ยมีคนค่าทางโภชนาการสูงนะครับแล้วก็ถือว่าเป็นของขวัญจากธรรมชาติในพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์บ้านผมแต่ถ้าเกษตรกรปลูกแล้วมันขายไม่ได้ราคาก็ไม่มีใครอยากจะเก็บรักษาพันธุ์นี้ไว้ทั้งๆที่เป็นพันธุ์ข้าวที่ทรงคุณค่าที่สุดที่ผ่านมาครับท่านประธานที่เราเห็นกระสอบแล้วก็มีข้าวสารแล้วก็มีป้ายปักไว้ว่าข้าวเหนียวเขาวงเนี่ยส่วนใหญ่เป็นของปลอมข้าวเหนียวเขาวงจริงๆเนี่ยแค่คนอำเภอเขาวงจะหากินก็ยังไม่มีแล้วอยากจะให้กระทรวงวงเกษตรพาณิชย์เร่งดำเนินการแก้ไขให้ด้วยนะครับ
ผมขอนำเรียนท่านประธานฝากไปยังรัฐมนตรีนะครับได้โปรดช่วยอำนวยความสะดวกและประสานงานให้เกษตร G ของกาฬสินธุ์นะครับได้เข้าถึงเมล็ดพันธุ์กข.ได้ง่ายขึ้นแล้วก็ช่วยขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศให้ G ของเรามีคุณภาพแล้วก็คุณค่าที่สูงขึ้นท่านประธานที่เคารพครับปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นผมไม่ได้นำปัญหาเหล่านี้ขึ้นมากล่าวโทษใครแต่ขออยากจะให้คืนชีวิตให้กับเมล็ดพันธุ์ข้าวเขาวงอยากจะคืนชีวิตให้กับผ้าไหมแพวาบ้านโพนจังหวัดกาฬสินธุ์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นราชินีแห่งไหมที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประเทศไทยนั่นก็คือผ้าไหมแพวาพุซานมสดอำเภอคำม่วงที่ไม่ว่าจะเอาไปปลูกที่ไหนก็ไม่อร่อยที่เท่าอำเภอคำม่วงกุ้งก้ามกามกาฬสินธุ์เป็นกุ้งก้ามกามที่มีเนื้อหวานอร่อยที่สุดขอให้กระทรวงพาณิชย์กระทรวงเกษตรกลับมาดูแลพี่น้องประชาชนเกษตรกรให้เขาเหล่านั้นนะครับได้ทำเกษตรเศษที่มีคุณภาพโดยเฉพาะของขวัญจากธรรมชาติ นั่นก็คือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ G ที่มันเกิดขึ้นที่บ้านเราอยากจะให้ต่อยอดและพัฒนาผมเชื่อว่าถ้าท่านรัฐมนตรีทำสิ่งเหล่านี้พี่น้องประชาชนจะไม่จนจะไม่ลำบากนะครับขอให้ท่านประธานนะครับได้โปรดรับฟังแล้วก็ดำเนิน การจัดการเป็นนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพรรคพาณิชย์ให้พี่น้องประชาชนในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ลืมตาอ้าปากได้ขอบคุณครับ
>> ครับต่อไปเชิญท่านอภิสิทธิ์เอ่อท่านพิสิทอภิวัฒน์นาพงษ์
>> ครับกราบเรียนท่านประธานและสมาชิกและสภาที่เคารพกระผมพิสิทอภิวัฒนพงษ์สมาชิกวุฒิสภา ก็ต้องบอกว่าวันนี้ผมมาเป็นสมาชิกวุฒิสภา 1 ปี 8 เดือน 17 วันแล้วนะครับแล้วก็ผ่านนายกรัฐมนตรีมาแล้วทั้งหมด 3 ท่านด้วยกันนะครับแล้วก็ฟังการแถลงแนโยบายมา 3 รอบแล้วนะครับในระยะเวลาไม่ถึง 2 ปีเนี่ยนะครับคงต้องบอกอย่างี้ครับท่านประธานครับก่อนอื่นเนี่ยนะครับผมต้องขอชื่นชมกับท่านนายกรัฐมนตรีอนุทินชาบุริกูลและคณะรัฐมนตรีในการจัดทำนโยบายที่ยึดหลัก 3 ประการนะครับและ 2 ใน 3 เป็นเรื่องที่ผมว่าสำคัญมากนะครับก็คือข้อแรกคือพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติศาสนาและพา มหากษัตริย์และข้อ 2 คือยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขสิ่งที่ผมต้องกล่าวถึง 2 ข้อนี้เพราะอะไรครับเพราะวันนี้เนี่ยนะครับในเล่มนี้นะครับเล่มคำแสดงของนโยบายของท่านนายกเนี่ยผมว่ามันยังไม่ครบถ้วนครับสิ่งที่อยากให้ครบถ้วนคือผมอยากให้มีการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานนะครับที่มีการปรับปรุงมาแล้วในปี 2551 นะครับซึ่งประเด็นที่สำคัญคืออะไรครับประเด็นสำคัญก็คือเรื่องวิชาสังคมและวิชาประวัติศาสตร์รวมถึงอะไรครับรวมถึงความตระหนักรู้ของเยาวชนในความสำคัญของชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์และที่สำคัญคือหน้าที่พลเมืองไทยครับผมเชื่อว่าในนี้นะครับลูกหลานท่านนะครับหรือลูกหลานผมเองเนี่ย มักจะมาพูดกับผมเสมอๆว่าเอ้ยปะป๊าไม่แฟร์เมื่อก่อนผมเป็นเด็กผมไม่เคยพูดกับพ่อแม่แบบนี้เลยแสดงว่าวันนี้เนี่ยเรามีปัญหาเรื่องการศึกษาอย่างมากเลยนะครับต้องบอกอย่างนี้เพราะฉะนั้นผมยังอยากฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและก็รัฐมนตรีว่าการอุดมศึกษาเนี่ยให้มีการปรับปรุงหลักสูตรเพื่อที่อะไรครับเพื่อที่จะได้มีการส่งเสริมเสริมการเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์เรื่องหน้าที่พลเมืองไทยนะครับเพราะอะไรผมต้องพูดประเด็นนี้ท่านคงจำได้นะครับว่าในช่วงก่อนการเลือกตั้งนะครับผมรู้สึกหดหู่ใจอย่างมากที่เห็นอดีตผู้สมัครแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหรือผู้สมัครว่าที่นายกรัฐมนตรีร้องเพลงชาติไม่เป็นครับท่านประธานผมรู้สึกหดหู่ใจมากถ้าแคนดิเดตนายกร้องเพลงชาติไม่ได้เนี่ยนะครับผมก็ต้องถามว่าแล้วจะมาบริหารประเทศชาติได้ยังไงครับถ้าไอ้คนแบบนี้มาบริหารประเทศเราไม่สิ้นชาติกันเหรอครับท่านประธานเพราะฉะนั้นผมจึงฝากนะครับให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรีว่าการอุดมศึกษาธิการเนี่ยนะครับช่วยไปปรับปรุงหลักสูตรให้กับเยาวชนเราเพื่อที่จะได้สร้างชาติสร้างอนาคตของประเทศชาติให้มันดียิ่งขึ้นไปกว่านี้ครับ
ประการที่ 2 ครับท่านประธานเรื่องนโยบายข้อ 5 ด้านการท่องเที่ยวผมเห็นด้วยกับท่านนายกรัฐมนตรีนะครับที่จะสร้างไทยเป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาคและยกระดับภาคการท่องเที่ยวให้เน้นไปที่ปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าสูงอันนี้ถูกต้องครับท่านประธานแต่สิ่งที่ผมจะพูดเนี่ยผมมาในฐานะสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดกระบี่ด้วยและก็เป็นตัวแทนของกลุ่มการท่องเที่ยวนะครับรวมถึงได้เป็นกรรมาธิการท่องเที่ยวและกีฬาวุฒิสภาสิ่ง ที่ผมจะพูดตรงนี้ก็คือผมอยากให้รัฐบาลมุ่งเนี้ยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะคมนาคมด้านรถไฟครับท่านประธานรถไฟทางภาคใต้ฝั่งอันดามันมันเป็นสิ่งที่เหลือเชือกมากครับที่ 3 จังหวัดกระบี่ภูเก็ตพังงาไม่มีครับรถไฟไม่มีรางรถไฟครับท่านประธานทั้งๆที่เป็นจังหวัดที่สร้างรายได้ให้กับประเทศชาติมหาศาลในแต่ละปีดังนั้นผมจึงคิดว่านะครับอยากให้รัฐมนตตตรีคมนาคมมาพิจารณาเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วนนะครับอยากให้มีการสร้างรถวัยเชื่อมครับสุราษฎร์ธานีพังงาภูเก็ตกระบี่นะครับตรงนี้เป็นสิ่งที่เรามีนโยบายกันอยู่แล้วและเคยมีการทำประชาพิจารณ์เอาไว้อยู่แล้วรวมถึงการสร้างรถไฟรางคู่ให้กับภาคใต้ด้วยเพื่อให้เสริมสร้างประสิทธิภาพการคมนาคมนะครับสุดท้ายนี้นะครับก็ต้องบอกว่าเราเคยมีพรรคการเมืองนึงที่ได้เสียงจากภาคใต้แต่ไม่เคยไปพัฒนาอะไรให้ภาคใต้เป็นชิ้นเป็นอันเลยวันนี้ผมจึงอยากฝากให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมช่วยเอาเรื่องนี้มาเป็นเรื่องด่วนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะโครงสร้างระบบรางให้กับ 3 จังหวัดนะครับกระบี่ภูเก็ตพังงาด้วยนะครับ
เรื่องสุดท้ายนะครับก็คือท่านได้แถลงในหน้าที่ 2 วรรคแรกไว้ว่านะครับการจัดทำประชามติรับฟังเสียงของประชาชนเพื่อไปสู่ร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกต้องเนี่ยนะครับก็สอดคล้องกับสิ่งที่ประชาชนเห็นชอบให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นะครับแล้วก็ต้องบอกว่าก่อนนี้ก็มีสมาชิกนะครับรัฐสภาบางท่านก็เสนอตัดงบนั่นงบนี่ของสภาเต็มไปหมดนะครับผมก็เห็นด้วยครับในช่วงวิกฤตแบบนี้ก็ควรจะตัดดีอยู่แล้วครับท่านประธานแต่ผมขอให้ท่านเคารพสิทธิ์ในการที่จะเข้าประชุมให้มันตรงเวลาด้วยไม่ใช่ประหยัดแต่ป่าครับท่านประธานพฤติกรรมควรเปลี่ยนด้วยนะครับพูดเอาดีเข้าตัวเอาชั่วเสริมส่วนอื่นๆเนี่ยไม่ควรนะครับแล้วสิ่งที่สำคัญคือผมอยากจะเสนอว่าถ้ามีการแก้ทำลูญอยากให้ลดครับลดจำนวนสส.สว.ลงเลยครับสส.เนี่ยไม่ควรจะมีถึง 500 ครับ 100 คนคือสส.จากปารตีลฤทธิ์คุณไม่มีพื้นที่ผมว่าไม่จำเป็นต้องมีครับเหลือเฉพาะสส.เขตก็พอส่วนสว. 200 ก็เยอะเกินไปครับเหลือสัก 150 ก็ได้ถ้าคุณลด 2 อย่างเนี้ยคือ 150 คนเนี่ยค่าเฉลี่ยเนี่ยของส.ส.และสว.แต่ละท่านเนี่ยนะครับเงินเดือนเนี่ยประมาณ 250,000 รวมทั้งผู้ช่วยด้วยนะครับอื่นๆ ด้วยปีนึงเนี่ยก็เท่ากับประมาณ 3 ล้านบาทพูดง่ายๆว่าถ้าหายไป 150 คนเนี่ยประเทศชาติประหยัดไป 450 ล้านดีกว่าต้องมานั่งตัดนู่นตัดนี่กับค่าใช้จ่ายต่างๆซึ่งมันถือว่าเล็กน้อยมากถ้าเทียบกับงบประมาณหลายๆอันที่ผมไปที่ผ่านมานะครับก็ผมก็หวังว่านะครับรัฐบาลจะรับฟังความคิดเห็นของผมนะครับในครั้งนี้ขอบคุณครับท่านประธาน
ครับต่อไปเชิญท่านยุคลชนวัตรปัญญา
>> ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพผมเป็นยุคนชนวัตรปัญญา สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดจันทบุรีในฐานะสมาชิกรัฐสภาท่านประธานครับวันนี้ประเทศไทยกำลังเจอวิกฤตสอนวิกฤต วิกฤตที่ 1 คือเศรษฐกิจโลกกำลังผันผวนอย่างรุนแรง วิกฤตที่ 2 คือต้นทุนพลังงานน้ำมันและโลชสติกเพิ่มขึ้นเท่าตัววิกฤตที่ 3 คือวิกฤตผลไม้ไทยราคาตกต่ำตลาดถูกครอบงำจะทุนใหญ่ต่างชาติขอภาพที่ 1 ครับนี่คือภาพจริงที่ทุเรียนกำลังออออผลและนี่ไม่ใช่แค่ดาขอภาพนะคะขอภาพนั่นเป็นอันนี้อันนี้ที่ เราเรียกภาพซ้อนภาพคล้ายๆวิกฤตซ้อนวิกฤตแต่ไม่ใช่อันนี้เป็นภาพซ้อนภาพก็คือในระหว่างนี้นะคะนอกเหนือจากเรา unbox ฮีโรโนะ คอลเลกชัล่าสุดนะคะที่ทางป๊อบ mar ส่งมาให้จริงๆป๊อบมาเอาจริงๆแต่ป๊อหมาเหรอเราจะต้องคุยกันเพราะว่าป๊อบหมาดต้องไม่ส่งและเพราะว่าเหมือนป๊อบหดรู้ว่าเจ๊เจ้ซื้อช้าส่งให้มันเลยมั้ยอะไรอย่างงี้นะแล้วมันจะซื้อชนกันเนาะคือได้ฟรีมันก็คงดีแหละเพราะว่าป้าหมายเค้าก็จะมีเค้าก็จะมีจำนวนนึงให้กับเอ่อท่านที่อยู่ในสายนี้ใช่มั้ยคะแต่ว่าส่วนใหญ่แล้วมักจะซื้อมาชนกันโอ๊ยป๊อบหมาดน่ารักแต่ป๊อบหมาดช่วยแจ้งก่อนนิดนึงเพราะว่าก็เสียตังค์ซื้อเองมาชนกันอยู่บ้างเอออ่านให้ไว้ก่อนนะคะแต่ว่าอันเนี้ยให้มาดูวิกฤตไม่ใช่อะไรอ่ะเรียกอะไรอ่ะเมื่อกี้วิกฤตซ้อนวิกฤตทำไม่ค่อยฝังหัวแต่ชอบท่าและน้ำเสียงมากก็คืออันนี้เป็นภาพซ้อนภาพเป็นรูปซ้อนรูปอีกทีเราก็ไปไถดูเมื่อสักครู่นี้นอกจากเราจะแอบไถดูพันจิคุงแล้วก็ไถดูติ่งติ่งข่าวเวิร์pอันนี้เป็น Facebook ส่วนตัวของพี่ติ่งนะคะก็คือแบบจงอภิปรายเมื่อกี้เค้าอภิปรายกันอยู่ไม่เห็นเหรอติงเค้าอภิปรายกันมาตั้งแต่ 8:30 น.จงอภิปรายอันนี้นายกลงจากบัลลังก์มาทักทายร้อยเอกธรรมนัสมิตรเก่าตอนนี้เป็นฝ่ายตอนนี้เป็นฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านอะไรวะณัฐพงษ์ปรึกษาหาเรืออภิสิทธิ์ผู้นำผู้นำประชาชนต้องทำหน้าที่คานร่วมกับปชป.อ้อนะคะก็คือมันเป็นจังหวะภาพแหละอ๊ยยิ้มน่ารักจังเลยจ้ะคุณอภิสิทธิ์น่ะนะคะก็เป็นก็เป็นก็เป็นภาพไม่เกินค่าใช่มั้ยคะเป็นภาพปกติเป็นภาพปกตินะคะไม่มีอะไรแต่ว่าก็เป็นจังหวะภาพพอดีที่พี่ติ่งเอามาแปะร่วมกันนะคะเราก็อืมติ่งก็เนี่ยช่างจะนะคะมันมันใช่มันเอ๊มันใช่จังหวะที่ยังไงนะเป็นจังหวะที่คงไม่ใช่จังหวะเดียวกันหรอกเนาะใช่มยไม่ใช่มันจังหวะที่คุณเทงกับคุณอภิสิทธิ์มองตอนคุณธรรมนัสไหว้คุณอนุทินใช่มั้ยไม่ไม่น่าใช่หรือจังหวะเดียวกันจริงๆมันมีในเพจของ Workpint ด้วยใช่มั้ยคะเออใช่ป่าวะปรมันอยู่ในเพจของ >> ใช่ค่ะ >> อ่าเพจข่าว Workpint อันนี้เราไปไถเจอในของพี่ติ่งก่อนก็เลยอ๋อนางก็คือมันมีเพจข่าว Workpint อยู่ด้วยนะคะเออที่เค้าลงเป็นข่าวไม่มีอะไรให้ดูก็ 2 ท่านนะคะอภิปรายไปแล้วนะคะสำหรับคุณอภิสิทธิ์แล้วก็คุณเทงพงษ์นะคะอีก 1 ท่านรออยู่ก็คือธรรมนัสพมเผ่าที่รอดูว่าข้อมูลจะเด็ดมั้ยอ่าข้อมูลจะเด็ดมั้ยทำหน้าที่ฝ่ายค้านจะทำได้แบบฮึกเหิมเหมือนตอนที่ลุกขึ้นตอบในฐานะรัฐมนตรีหรือเปล่านะคะเออหืหืมันมี 3 ฝ่ายเนาะโอเคถ้ารัฐสภาก็จะมีสวอีกนะคะสวท่านเมื่อสักครู่นี้เออเมื่อกี้ต้องขอบคุณคอมเมนต์นะคะที่เทียบบัญญัติตยางให้ว่าร้องเพลงชาติได้เป็นนายกได้เขาไม่ได้หมายความว่าอย่างงั้นหรอกแหมไอ้คือเราเราดูกันมาตั้งแต่เช้านะคะตอนแรกเราอ่ะกะว่าไม่ไม่ทราบเลยมีคิวขึ้นยังไม่รู้ว่าคุณธมนัสอ่ะคือตอนแรกเรากะว่าคือวันนี้มันเริ่ม 8:30 น.ใช่มั้คะแล้วเราก็กะว่าคือวันนี้เริ่ม 8:30 น.แล้วมันจะจบที่ 2:00 น.ใช่ป่าวะพี่เบลเมื่อเช้าที่คุณกรวีพูด >> เอ่อแต่เราที่เตรียมไว้อ่ะคือเริ่มประมาณ 9:00 น.แต่เราเขยิบลงมาหน่อยก็ตามสะพานเลยคือเป็น 8:30 น.นะเออแล้วก็เรากะไว้ว่า จะจบ 22:00 น.พูดเลยพูดเลยพูดตอนนี้พูดตอน 14:00 น.เกือบ 15:00 น.ว่าก็เดี๋ยวดูก่อนเดี๋ยวดูก่อนหมายถึงดูก่อนว่าจะอยู่ถึง
2:00 น. หรอคะ? ไม่ใช่ ดูสิว่าอาจจะจบก่อน 22:00 น. เฮ้อ เหมือนจะหมดเหมือนจะหมดเลยเนาะ ทานแล้วค่ะ เมื่อสักครู่นี้ดิฉันได้ไปทานข้าวมา พร้อมกับเติมพันพันคุงเข้าร่างแล้ว เรียบร้อยนะคะ ขอบคุณทุกท่านมาก คน 1,200 คน นี่ถึกมากเหมือนกันเนาะ
เออ อันนี้เป็น สว. นะคะ เป็น สว. กำลังพูดอยู่ พูดอะไรอ่ะ พูดเรื่องที่ดิน ดูจากภาพที่เอามาใช้อ่า เมื่อสักครู่นี้ สว. ชื่อพิสิต ใช่มั้ย ที่ขอให้ลดจำนวน สว. เลิกเลยได้นะคะ จริงๆ เสนอเลิกเลยไปเลยก็ได้ คือถ้ามาอย่างนี้ เลิกเลยก็ได้ค่ะ ถ้ามีที่มาอย่างนี้ เลิกเลยก็ได้ เออ หรือแบบ อ่ะ คงไว้ 200 ก็ได้ แต่แก้รัฐธรรมนูญ เปลี่ยนที่มาอะไรอย่างเงี้ย เออ
เสนอๆ ลดไป 50 คน จริงๆ นะ ไอ้เรื่อง ไอ้เรื่องที่พูดถึง มันเริ่มมาตั้งแต่เรื่องของอาหาร ใช่มั้ยคะ ที่คุณหมอวงพูดเนี่ย ในรอบนี้ แต่ว่าเค้าก็ไป เค้าก็ย้อนไปดูกันว่าจริงๆ มันถูกพูดก่อนหน้านี้อยู่แล้ว โดยพักส้ม ใช่มั้ย ก็เป็นชื่อแรกๆ ที่คนนึกถึง ก็คือ เท่าพิภพนะ แล้วมันก็มีการพูดถึงว่า เออ ตกลง 1 ต่อหัวอ่ะ ต่อหัว มันจะต้องใช้ค่าอาหารอ่ะ มากขนาดนี้เลยมั้ย เออ แล้วก็แบบ ของกินของเหลืออีก ใช่มั้ยคะ ก็เลยมีการพูดถึง ซึ่งถ้าถามว่าคุณหมอว่าลงพูดเรื่องนี้ใหม่มั้ย ก็ไม่จริงๆ ก่อนเท่าพิภพ ก็คงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ระดับนึงอยู่แล้วแหละแหละ เพียงแต่ว่ามันถูกเป็น มันมันเป็นประเด็นที่ถูกหยิบขึ้นมาอยู่ในสปอตไลท์ อ่ะ มากน้อยแค่ไหนนะคะ
แล้วก็มาพูดถึงเรื่องอะไรอีกอ่ะ เรื่องเบี้ยบำนา เออ เรื่องบำนาญ เรื่องค่าตอบแทน เรื่องจำนวนผู้ช่วยเนี่ย มันก็หน่วยอยู่แบบนี้ เอาจริงๆ ถ้าตั้งสติคุยกันดีๆ มันไม่ได้แปลว่ายิ่งลดยิ่งชนะนะ มันไม่ได้แปลว่ายิ่งแบบว่าบอกให้ตัดยิ่งชนะ ใครเสนอมากกว่า การเกทัพกันได้มากกว่า แปลว่า เออ ประชาชนเขาจะแบบหู เขาจะต้องเห็นว่าแบบ เราอ่ะเสนอเพื่อประโยชน์ของประชาชน
เดี๋ยวก่อน เหมือนซื้อของ คือเปรียบเทียบใกล้นะคะ ใกล้ๆ ตัว แต่ไม่ได้หมายถึงเหมือนกันซะทีเดียว มันไม่ได้แปลว่าคนอยากซื้อของถูกที่สุด อ่า มันต้องเทียบกันว่าเขาซื้อของได้คุ้มที่สุดกับราคาที่เขาจ่าย อ่า ตัวเลขไม่ใช่อย่างเดียว เวลาที่บอกว่ามันคุ้มหรือมันไม่คุ้มนะ เช่นเดียวกันกับการจ่ายอ่ะค่ะ ไม่ว่าจะ เป็นการจ่ายเงินเดือน การมีผู้ช่วย สส. สว. นะคะ หรือว่าการมีค่าตอบแทน การมีสวัสดิการต่างๆ คือมันไม่ได้หมายความว่ายิ่งตัวเลขน้อยยิ่งชนะนะ คือ มันคุ้มกับตัวเลขที่ให้ไปมั้ย เออ แล้วเราก็รู้สึกว่า ไอ้เรื่องมันถูกปั่นแล้วจนแบบว่า เอ้ย คือคุณคิดว่าคนที่เค้ามาทำงานอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เต็มนาที เต็มสถานะตามบทบาทของเค้าอ่ะ คือคุณคิดว่าเค้าไม่ ไม่ควรได้รับการดูแล ไม่ควรได้รับการตอบแทนอะไรเลยหรอคะ คือมันทำงาน มันเป็นการทำงานอยู่ดีนะ ต่อให้มันเป็นการทำงานเพื่อสาธารณะ แต่ว่ามันคือการทำงานอยู่ดีนะคะ เพราะฉะนั้น คือการที่เสนอตัวเลขแล้วแบบ เออ ยิ่งน้อยยิ่งเจ๋ง แบบ เออ แบบประกาศไม่ เอานู่นไม่รับนี่ คือแบบ จริงๆ โดยทิศทางเหมือนดีใช่มั้ย แต่พอเกินเส้นระดับนึง รู้สึกเลอะเทอะเหมือนกันนะ เออ แบบรู้สึกแบบ โอ้โอเค หรือเค้าคิดว่าประชาชนดูจิตอ่อนวะ แบบเห็นตัวเลขยิ่งต่ำ ยิ่งชนะหรอวะ หรือยังไง คือเพราะฉะนั้น แปลว่าตอนนี้เรากำลังถกเถียงเรื่องที่แบบ แหม ใช้หัวข้ออะไรดีวะอ่ะ ไม่พูดถึงชื่อใครเลยนะคะ ในหัวข้อนี้ แต่แบบประสาทแดกนี้มันเหมือนกันน่ะ ว่าแบบ มึงบ้าป่ะ มึงไป ไปกันถึงไหนแล้วอ่ะ เออ
เราพูดถึงเรื่องของความคุ้มค่า ความจำเป็น นะคะ เราไม่ได้พูดถึงแบบ ยิ่ง ยิ่งถูก ยิ่งดี ยิ่งต่ำ ยิ่งดี ยิ่งน้อย ยิ่งดี มันไม่ใช่ในหมวดหัวข้อนี้ที่จะคุยกัน่ะ เออ เออ แล้วก็ เออ สส. ที่ออกมาประกาศนี้ เราก็แบบ อือ อะไรวะ ไม่ เออ อะไรไม่รู้จะบรรยายทำไม แบบ เออ ส่วนของ สว. ค่ะ ส่วนของ สว. มันไม่ใช่เรื่องใหม่ ที่จะมาเสนอหรืออะไรอย่างงี้เนาะ จริงๆ สว. มันถูกพูดตั้งแต่ตอนก่อนหน้านี้แล้ว เราขอตัด 250 สว. ตอนบทเฉพาะกาลไปก่อนนะ อันนั้นก็แบบว่า โห อันนั้นก็แบบ โอ ไม่รู้จะใช้คำ ไม่รู้จะใช้คำสุภาพยังไงให้เท่ากับสิ่งที่มันเกิดขึ้นเนาะ เออ แต่ว่าเมื่อนี้ ที่ สว. ชื่ออะไรวะ พิสิตมงคะ คุณพิสิตมั้ง ที่เสนอ คือแบบ คือจริงๆ คุณควรจะพูดมากกว่านี้ด้วยซ้ำ มันไม่ใช่แค่จำนวนน่ะ แต่มันคือความคุ้มค่า คือถ้าคุณมีที่มาแบบเนี้ย คุณต้องเริ่มพูดถึงอำนาจหน้าที่ของคุณต่างหาก คือถ้าคุณมีที่มาแบบนี้ อำนาจหน้าที่ของคุณต้องไม่ขนาดนี้ เออ หรือถ้าคุณทำได้มากขนาดนี้ คือคุณต้องแบบ ผูกโยงกับประชาชนมากกว่านี้ป่ะ เออ คือแบบ คือไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่า แบบ เออ เราสามารถที่จะเห็น สว. พูดเล่นเกมนี้ได้ด้วย เออ เป็น สว. 200 ด้วย ไม่ใช่ 2 ไม่ใช่ 250 ตามบทเฉพาะกาลเนาะ เออ
แล้วก็ มันเป็นไปไม่ได้ค่ะ คือคุณจะให้ คุณจะให้การทำงานแบบ คือ สส. ไม่มีทีมงานเลยหรอ มีจำนวนเท่านั้น มีจำนวนเท่านี้ ไม่ค่าตอบแทนต้องต่ำขนาดนี้ อันนี้ต้องไม่เอา อันนั้นต้องไม่ได้ คือแบบ เฮ้ย คุณ มันคุ้มค่าการจ่ายหรือเปล่า ความหมายคือ แบบนั้น ไม่ใช่แบบว่า เออ มันต้องจ่ายถูกสิ
เดี๋ยวก่อน เปิดเสียงสภามั้ย เดี๋ยวพูดตอนนี้ พูดตอนพูดตอนหลังร้อน เลือกคำไม่ค่อยถูก
>> อ่า >> กรการเกษตรเนี่ยของเราเข้มแข็งนะครับ หลายๆ สหกรณ์มีความเข้มแข็ง ถ้าท่านส่งเสริมให้เข้าเข้มแข็ง ท่านส่งเสริมเรื่องปุ๋ย ท่าน ผมเห็นแล้วครับท่านมีผ่านสหกรณ์เกษตร เนี่ยเห็นในในนโยบายก็อยากจะฝากว่าท่านจำ ทำให้จริงจังครับ สหกรณ์ช่วยได้มาก สหกรณ์เค้ามีข้อมูลหมดเลยครับว่าใครทำนากี่ไร่ เขาต้องใช้ปุ๋ยเท่าไหร่ เขามีข้อมูลทั้งหมด ถ้าส่งเสริมว่าเขาเป็นตัวแทนให้กับเกษตรกร ให้เขาสามารถที่จะเป็นเหมือนเป็นผู้แทนจำหน่ายนะครับ จะผ่านปุ๋ยชีวภาพอะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าให้เขาเป็นตัวขับเคลื่อนหลักให้กับทางรัฐบาลนี่แหละครับ เป็นการจะช่วยทำให้พี่น้องเกษตรกรเนี่ยได้ปุ๋ยในราคาที่เป็นธรรม ผมพูดอย่างนี้ไม่ใช่ว่าไปกระทบผู้ค้านะครับ เพราะว่าผู้ค้าก็ท่านก็ได้กำไรอยู่แล้วครับ อย่างไรก็ได้กำไร แต่ว่าก็ได้โปรดเห็นใจพี่น้องเกษตรกร เพราะว่าต้นทุนมันสูงจริงๆ เนี่ยก็ทุกคนก็รับรู้แหละครับ ผู้ขายปุ๋ยก็รู้ว่าชาวนาได้กำไรเท่าไหร่ ดีดออกมาได้เลยครับว่าแต่ละคนได้เท่าไหร่นี่ไม่รวมค่าพันธุ์ครับ
ตามนโยบายของรัฐบาลที่จะจัดการ Big Data นะครับ แล้วก็จะส่งเสริมเรื่องของเมล็ดพันธุ์ต่างๆ เนี่ย ผมผมนำเรียนเลยว่าเอ่อ เห็นแล้วก็ผมก็ดีใจ แอบดีใจนะครับ อยากเห็นจริงๆ ว่ากรมการข้าวจะพัฒนาพันธุ์ข้าวที่มีประสิทธิภาพให้กับเกษตรกรจริงๆ ที่ผ่านมาครับ บางครั้งเนี่ยได้รับพันธุ์ข้าวไปนะ ครับปลูกไม่ได้ไม่ถึง 20% 30% นี่ก็ทำให้เกษตรกรเนี่ยประสบปัญหาทุกวันนี้ เกษตรกรต้องไปซื้อเองครับ อยากได้ข้าวพันธุ์ต้องไปหาว่าแปลงไหนปลูกและพันธุ์ดีไปขอซื้อเค้านี่ความเป็นจริงที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน เกษตรกรต้องพึ่งพาตัวเองสูงมาก ถ้าหากรัฐบาลเองได้กำชับไปยังส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เกษตรอำเภอ เกษตรจังหวัด เกษตรตำบลเนี่ยครับ ชาวนาเชื่อเกษตรเหล่านี้ ข้าราชการหมดเชื่อหมดครับท่านบอกอะไรเค้าก็เชื่อครับ แต่ทุกวันนี้ก็ด้วยด้วข้อมูลต่างๆ ที่มันไม่ชัดเจนจากกระทรวงพาณิชย์เองที่จะกำหนดเป็นนโยบายให้เค้าว่าปีนี้ปลูกอะไรปลูกอะไรเนี่ย เค้าก็จำเป็นต้องปลูกตามที่เขาวิถีชีวิตที่เขาทำ แต่ถ้าหากรัฐบาลส่งเสริมเรื่องนี้จริงๆ ผมคิดว่าจะ เป็นประโยชน์นะครับ ก็จะเฝ้าดูนะครับ เรื่องของนโยบายนโยบายของรัฐบาลที่ได้ ท่านเขียนไว้นี่ก็ผมเป็นคนนึงที่จะติดตามอย่างใกล้ชิด
ส่วนต่อมาครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่เราไม่ได้เห็นและพี่น้องเกษตรกรยังกังวล ก็คือนโยบายที่ของรัฐบาลเองเนี่ยไม่ได้พูดถึงการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรในภาวะวิกฤต เข้าใจว่าท่านอาจจะใช้งบกลาง แต่ ณวันนี้ผมก็ขออนุญาตใช้ที่ประชุมแห่งนี้ฝากไว้เลยนะครับว่าพี่น้องมีความหวังไว้ เพราะว่าวิกฤตเนี่ยเกิดเกือบทุกปีครับ ท่านประธาน เราถกเถียงกันในสภาผมเป็น 6 ปีเนี่ยเกือบทุกปีครับที่เรามาพูดถึงปัญหาเกษตรกร อยากให้รัฐบาลได้กันงบไว้เลยครับท่านกันไว้เลยครับ ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ สมาชิกสภาไม่มีใครทักขัดขวางแน่นอนและทุกคนเห็นด้วยเพราะว่าเป็นกลุ่มเปราะบางและเขาทำมาหากินแบบแบบหวังข่าวต่อคราว อันนี้ถ้ารัฐบาลเองได้หยุดสามารถที่จะจัดสรรนโยบายในการจัดทำงบประมาณประจำปีไว้เนี่ย ผมคิดว่าก็จะเกิดประโยชน์อย่างมากกับพี่น้องโดยเฉพาะเกษตรกรที่เป็นส่วนใหญ่ของประเทศไทยนะครับ
มาถึงต่อมาเรื่องของการจัดการด้านมลพิษ เรื่องการเรืองกระจกครับ ท่านประธานครับ ฝุ่น PM 2.5 5 แล้วก็มากระทบพี่น้องเกษตรกร เรื่องของการเผา ท่านรู้มั้ยครับว่าพี่น้องเกษตรกรทำไมเขาจำเป็นต้องเผาครับ หลายๆ พื้นที่น้ำท่วม การเก็บเกี่ยวเขาเก็บได้ช้าแล้วเค้าจำเป็นจะต้องเร่งปลูกนะครับเค้าจำเป็นต้องเผา 1 ละ 2 ก็คือเพลี้ยครับท่านประธานเค้าบางครั้งเนี่ยเพลี้ยปีนี้เพลี้ยระบาดมากเขาจำเป็นต้องเผาเพื่อกำจัดเพลี้ยนะครับ 3 พันข้าวที่ไม่ดีครับท่านประธาน การเผ่าก็บางทีมีข้าวดีดข้าวที่ไม่สมบูรณ์เนี่ย ถ้าการไถกลบก็ถ้าทำได้สมบูรณ์ก็โอเค แต่ว่ามันใช้ต้นทุนสูงมาก รัฐบาลก็ควรจะมีการช่วยเหลือเยียวยานะครับ การทำคาร์บอนเครดิตผมเห็นด้วยครับ มีในพื้นที่ผมเองก็มีบริษัทจากเยอรมันหลายๆ มาดูเพราะว่าเพราะปลูกข้าวเยอะมากก็อยากให้ท่านได้ส่งเสริมเร่งรัฐทำให้เป็นถ้าทำได้จริงจังผมก็คิดว่าช่วยได้อย่างน้อยก็ถ้าเค้าได้เห็นว่าเขาสามารถที่จะนำฟางข้าวตรงนั้นนะครับมาสร้างรายได้เสริมให้เค้าเนี่ยนะครับผมก็คิดว่ามันก็ทำได้ แต่ว่าต้องเร็วครับท่านประธาน เพราะว่ามันรอไม่ได้กว่าผมไม่รู้ว่าโครงการนี้มันจะสำเร็จตอนไหน แต่ปัจจุบันพี่น้องเดือดร้อนแล้ว
จึงมาอีกนโยบายหนึ่งที่อยากฝากไว้ครับก็คือการพักหนี้ครับ เราพูดกันบ่อยแต่เราไม่ใช่ว่าไม่อยากจ่ายนะครับพี่น้องเกษตรกรเนี่ย แต่ผมคิดว่าวิกฤตขนาดนี้เจอปัญหาขนาดนี้ท่านจะทบทวนเรื่องของการพักหนี้ได้มั้ยครับให้พี่น้องเกษตรกรนะ ครับของ ธกส. เอง หรือเป็นไปได้ฝากทางท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเองก็กองทุนหมู่บ้านก็ก็ถือว่าเป็นภาระหนึ่งซึ่งก็ตอนนี้ได้รับผลกระทบกันทั้งหมดครับ อยากให้ท่านได้นำสิ่งตรงนี้ลองไปทบทวนว่าเป็นไปได้มั้ยครับ ถ้าท่านจะนำนโยบายเรื่องของการพักหนี้พักหนี้และดอกเบี้ยด้วยนะครับท่านประธานนะครับ เดี๋ยวๆ จะลืมว่าเดี๋ยวไม่พักดอกเบี้ยเพราะพักดอกเบี้ยก็ต้องไปกู้ครับ ถ้าไม่พักดอกเบี้ยพี่น้องก็ต้องไปกู้มาจ่ายดอกเบี้ยเหมือนกัน พักทั้ง 2 อย่างนะครับ ถ้าพักทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
>> ครับต่อไปเชิญท่านชัยชนะ เดชเดโชครับ เชิญครับ
>> กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ป่า ก่อนอื่นที่ผมจะอภิปราย ขออภิปรายนโยบายของคณะรัฐมนตรีและนายกมนตรี ผมขอแสดงความยินดีกับนายกมนตรีและคณะมนตรีทุกท่าน ขอความชื่นชมในการที่ท่านได้เข้ารับตำแหน่งในการบริหารราชการแผ่นดิน และขอให้ฉายาคณะมนตรีชุดนี้ว่าเป็นรัฐมนตรีอุลตร้าแมนพลัส เพราะเนื่องจากว่านายกรัฐมนตรีมีท่าประจำตัวเวลาท่านลงพื้นที่หรือออกงานไปไหนเป็นท่าอุลตร้าแมนแบบนี้ ท่านประธานครับ ทุกครั้งครับแล้วจะบอกว่าพลัสอยู่ตลอดเวลา แต่เปรียบเสมือนอุลตร้าแมนที่ไร้พลังงาน เพราะตั้งแต่ท่านดำรงตำแหน่งนายกมนตรีเป็นต้นมาราคาน้ำมันก็สูงขึ้น พลังงานก็สูงขึ้น ทำให้ประชาชนอยู่ด้วยความยากเย็นลำบากตลอดมา
ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่จะผมจะไปถึงนโยบายที่ผมให้ความสำคัญ ผมอยากทวงถามนโยบายที่พรรคท่านนายกได้รณรงค์หาเสียงแล้วบอกกับพี่น้องต่อหน้าสาธารณชนทั้งหลาย นโยบายของพรรคที่ท่านนายมนตรีสังกัดได้บอกว่าท่านจะมีพยาบาลอาสาหมู่บ้านละ 1 คน โดยมีค่าตอบแทนคนละ 15,000 บาท ซึ่งท่านก็เขียนอยู่ในนโยบายข้อที่ 15 แต่ผมไม่เข้าใจว่าอยากจะถามท่านนายกมนตรีว่า พยาบาลอาสาเนี่ย ท่านมีความซ้ำซ้อนกับหน้าที่ของ อสม. แล้วหรือไม่ หรือท่านใช้ อสม. พอแล้วใช่มั้ย ที่ผ่านมาท่านไม่ต้องการ อสม. แล้วใช่มั้ย ท่านตอบมาให้ชัดเจนครับ 2 ก็คือว่าเบี้ยสวัสดิการผู้สูงอายุ หรือเบี้ยคนพิการไม่ปรากฏอยู่ในนโยบายฉบับนี้เลย ท่านประธานครับ นี่เป็นสิ่งที่ผมอยากจะทวงถามท่านนายกตรีว่าท่านลืมไปแล้วหรือเปล่าครับ
แต่นโยบายที่ผมจะพูดและขออภิปรายในนี้ เป็นนโยบายของเรื่องหลักประกันสุขภาพ ซึ่งอยู่ในข้อที่ 14 ของคำแถลงนโยบายอันนี้ครับ ท่านนายกก็พูดไว้เลยครับ หลักประกันสุขภาพจะดูแลสุขภาพคนไทย ยกระดับหลักประกันสุขภาพของพี่น้องชาวไทยครับ ผมเรียนกับท่านประธานสภาที่เคารพครับ ระบบหลักประกันสุขภาพเราเริ่มต้นเมื่อปี 2545 เราก่อตั้งสำนักงานหลักประกันสุขภาพ หรือ สปสช. ภายใต้พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 2545 ครับ เรามีกองทุนนี้ขึ้นมาเพื่อมีหน้าที่ดูแลภาครัฐมีหน้าที่เป็นผู้จัดการจัดสรรงบประมาณ สปสช. เป็นมีหน้าที่ผู้บริหารกองทุนและซื้อบริการหน่วยบริการสุขภาพทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นผู้ให้บริการครับ เรามีงบประมาณเพิ่มขึ้นทุกปีทุกปีมาโดยตลอดครับ ปี 256 ครับ เรามีงบประมาณแสนกว่าล้าน 160,000 6 700 68181,000 ล้าน 6998,000 ล้านครับ ด้วยเรามีการเหมาจ่ายพยากรณ์ที่อยู่ในโครงหลักประกันสุขภาพภาพนี้ 47 ล้านคน หัวละ 4,175 บาทครับ ในปี 2569 ครับ ถ้าเรามองตัวเลขเมื่อปี 2067 ครับ 3,400 68 มา 3,800 ครับ 69 4,175 ครับ แต่ความจริงที่รัฐบาลไม่ได้บอกกับประชาชนคือค่าตัวเลขเหมาจ่ายอันนี้เป็นตัวเลขที่รวมค่าเงินเดือนบุคลากรทางการแพทย์ด้วยครับ บุคลากรในโรงพยาบาล บุรทางการแพทย์ด้วยครับ แล้วใน 4,175 เค้าก็แบ่งจ่ายแต่ละหมวดแต่ละหมวดครับ
ปัญหาของหลักประกันสุขภาพที่เราพบอยู่ตอนนี้ก็คือว่า เมื่อมีการรักษาครับ ขอสไลด์แผ่นต่อไปครับ ท่านประธานดูนะครับ เรารักษาจริงนะ ครับต้นทุนการรักษา 11,000 -13,000 พอมาปี 69 ครับ 15,000 บาท แต่เบิกจ่ายได้แค่ไม่ถึง 10,000 บาทครับ เป็นระบบการขาดทุนทุกปีทุกปีของโรงพยาบาลศูนย์ หรือโรงพยาบาลทั่วไป หรือโรงพยาบาลชุมชน ขาดทุนทุกปีครับ ท่านดูนะครับ ขาดทุนทุกปี ดูแผ่นสไลด์ถัดไป ท่านประธานครับ ก่อนจะมีหลักประกันสุขภาพ ผมไม่ได้บอกว่าหลักประกันสุขภาพไม่ดีครับ ผมบอกว่าดีนะครับ แต่รัฐบาลต้องหาเงินมาให้โครงการรับประกันสุขภาพและต้องจัดระบบให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ครับ ท่านดูนะครับ สถานะเงินบำรุงคงเหลือครับ ปี 66 ไตรมาสแรกครับ เหลืออยู่ 82,000 ล้านครับ ปเหลือแค่ 69,000 ล้านครับ พอปี 68 เหลือ 50,000 ล้านครับ ปี 69 เหลือ 22,000 ล้านครับ หายไปทั้งหมดนะครับ ท่านดูนะครับ 68 กับ 67 นี่หายไป 27,000 ล้าน แต่ถ้าเราดูตั้งแต่ปี 66 หายไปเกือบ 60,000 ล้านครับ เงินบำรุงคือเงินรายได้ของโรงพยาบาลที่มีอยู่ครับ แล้วน่าเสียหายน่าหดหู่ไปกว่านั้น ท่านประธานครับ แผ่นสไลด์ตัดไปครับ เรามีโรงพยาบาลทั้งประเทศไทยเนี่ยทั้งหมด 903 โรงพยาบาล เป็นโรงพยาบาลชุมชน 700 กว่าแห่ง เป็นโรงพยาบาลทั่วไป 98 แห่ง เป็นโรงพยาบาลศูนย์ 36 แห่งครับ แต่ท่านประธานดูนะครับ วงเงินที่เป็นบวกอยู่ ที่ 34,000 ล้าน ติดลบ 101,000 ล้าน สรุปว่าใน 903 แห่งเนี่ย เงินบำรุงติดลบเนี่ย เนี่ย 403 แห่งครับ ท่านประธานครับ เพราะมาจากอะไรครับ มาจากค่ารักษาที่มีต้นทุนเฉลี่ยสูงกว่าการเบิกจ่ายงบประมาณได้ครับ ท่านประธานดูนะครับ พอเงินบำรุงลดลงติดลบ โรงพยาบาลขาดทุน ส่งผลให้โรงพยาบาลในประเทศไทยนี้ขาดทุนครับ ท่านประธานครับ ดูนะครับ โรงพยาบาลขอนแก่นครับ เป็นโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ ขาดทุน 1,431 ล้าน ขาดทุนเพราะระบบราชการรักษาเพราะระบบการรักษาที่เบิกจ่ายได้ไม่เท่ากับยอดจริงครับ แล้วขาดทุนมาโดยตลอดครับ แล้วใน 500 กว่าใน 500 ที่ยังไม่ขาดทุนเนี่ย มีเงินบำรุงคงเหลือไม่เกิน 5 ล้านบาทเกือบ 400 ที่ครับ ท่านประธานครับ นี่เป็นปัญหาที่เราเห็นว่ารัฐบาลต้องเตรียมพร้อมเรื่องนี้ และต้องให้ความสำคัญเรื่องนี้ครับ
อีกปัญหานึงครับ นี่ปัญหาการรักษาษาจริงเบิกจ่ายได้ไม่ครบ อีกปัญหานึงก็คือโรงพยาบาลตามตะเข็บชายแดนครับ ดูยกตัวอย่างโรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตากครับ ท่านประธาน เค้า รับโครงการบัตรทองอยู่ 42,000 คน แต่ต้องรักษาถึง 83,000 คน เพราะเขาต้องมีชาวต่างชาติที่อยู่ชายแดนที่เกิดโรคระบาดเข้ามา รักษาที่เขา เพราะเขาต้องรับผิดชอบ ถ้าไม่รักษาโรคระบาดก็จะมาแพร่หลายในประเทศไทยครับ
สิ่งที่พระองค์กล่าวมาเหล่า นี้ครับ ท่านประธาน เป็นสิ่งที่ผมอยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับโครงการหลักประกันสุขภาพ ถ้าเรามองว่าหลักประกันสุขภาพเราให้งบประมาณไปแล้ว เราไม่ติดตามเลยว่าโรงพยาบาลเค้ามีปัญหาอย่างไร การทุจริตคอร์รัปชั่นมีปัญหาอย่างไร เราให้งบไป 200 กว่าล้าน ท่านประธานทราบมั้ยครับ งบประมาณกระทรวงสาธารสุขปีนึงอ่ะ 70% เป็นการรักษา นะครับ เหลืองบป้องกันอยู่ 9% ครับ ป้องกัน NCD อยู่แค่ 9% ครับ ผมเลยบอกว่าวันนี้เราพูดเรื่องให้ความสำคัญการรักษาแล้ว เราต้องพูดเรื่องป้องกันด้วย ครับ
ผมขอฝากไปถึงรัฐบาลนี้ครับ ในการป้องกันรักษา NCD เรามีผู้ป่วยสะสมอยู่ 20,000 ราย รัฐต้องแบกรับผู้ป่วย NCD อยู่หัวละ 15,000 บาท ใช้เงินประมาณ 30,000 ล้านครับ แต่รัฐบาลไม่ต้องคิดให้ไกลครับ ท่านนายกฯ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขครับ ท่านไปหยิบแอปก้าวท้าใจของกรมอนามัยของกระทรวงสาธารณสุขอ่ะครับ มาใช้ด้วย ทำให้รณรงค์ให้พี่น้องชาวไทยทุกคนนะครับ ออกกำลังกาย เอาเหงื่อทุกหยดที่ออกนะครับ มาแลก มาเป็นคะแนน และเอาคะแนนทั้งหมดมาร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ที่มีซุปเปอร์บังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นะครับ ให้ห้างร้านทั้งหลายเข้าร่วมโครงการครับ นำคะแนนเหล่านี้นำไปใช้จ่าย ทานอาหาร พักโรงแรม ซื้อของ นำไปเป็นส่วนลดได้ครับ สมมุติว่าถ้าพี่น้องชาวไทยมาออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ร่วมกับแอปก้าวท้าใจเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ป่วยหายไป ผู้ป่วย NCD หายไปล้านคน เราประหยัดงบประมาณไป 15,000 ล้านนะครับ นี่ที่เป็นสิ่งที่ผมอยากจะฝากไปถึงรัฐบาลว่า แนวทางการป้องกันและแนวทางแนวทางการดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชนชาวไทย เราต้องให้ความสำคัญมากกว่านี้ครับ
ท่านเขียนในนโยบายท่านนะครับ ท่านเขียนแค่ว่าต่อไปจะรักษาคนด้วย AI ครับ แต่ท่านไม่เขียนเลยครับว่า มาตรการในการนำยาเข้าจากต่างประเทศ หรือจะใช้ยาในประเทศไทย ท่านมีแนวทางอย่างไรในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ นี่เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีต้องคิดตระหนักตลอดเวลาครับ ชีวิตมนุษย์มีค่าทุกชีวิตครับ ถ้าเราไม่ดูแลสุขภาพชีวิตมนุษย์ที่ดีและประชาชนชาวไทยจะมีสุขภาพที่ดีได้อย่างไรครับ
ท่านอาจารย์ทราบมั้ยครับ ผมได้ลงพื้นที่ไปโรงพยาบาลแต่ละโรงพยาบาลครับ หลายที่ครับ บอกว่าปัญหาเบิกจ่ายล่าช้า ปัญหา รักษาไปแล้วเบิกมาแล้วโดนเรียกคืนเพราะทำเอกสารไม่ครบถ้วน ปัญหาให้เงินไปที่รัฐไตรมาสทำให้ยากต่อการบริหารการจัดงาน ผมคิดว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่พี่น้องประชาชนฝากความหวัง เพราะเป็นการผสมกันระหว่างหนูกับหนิม ซึ่งเลือกตั้งหนิมก็แนะนำหนูโดยตลอด แต่เมื่อมาร่วมผสมกัน หนิมก็คารวะพี่หนูอยู่ตลอดเวลา รัฐบาลหนูกับหนิมที่ผสมแดงกับน้ำเงินเนี่ย คนไทยทั้งประเทศกำลังรออยู่ครับว่าท่านจะนำพาเรือนาวาวิกฤตนี้ นำประเทศชาติออกจากวิกฤตได้อย่างไร
ผมอยากจะฝากถึงท่านนายกฯ แนวทางในการแก้ไข 5 แนวทาง ในหลักประกันสุขภาพ 1 นะครับ ท่านต้องปรับปรุงฐานข้อมูลต้นทุนที่แท้จริง 2 ท่านต้องปฏิรูปโครงสร้างเงินเดือน ดำเนินการแยกเงินเดือนออกจากงานเหมาจ่ายอย่างถาวร 3 การเพิ่มประสิทธิภาพ AI และดิจิทอล Audit เร่งรัดการใช้ระบบอัตโนมัติ ตรวจสอบข้อมูลเบิกจ่าย 4. การบริหารความต้องการการบริการ การสื่อสารประชาชนอย่างตรงไปตรงมา 5 การหาแหล่งรายได้ทางเลือก โมเดลการร่วมจ่ายหรือภาษีสุขภาพ การแก้ปัญหาวิกฤตหนี้สินโรงพยาบาล มิใช่เพียงหน้าที่ของหน่วยงานใดครับ แต่เป็นวิกฤตของประเทศชาติที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันแก้ไขครับ
สุดท้ายนี้ผมอยากฝากข้อความนึงไปถึงท่านนายกฯ ซึ่งเป็นนายมนตรีที่ผมให้ความเคารพนับถือ ท่านอย่ามองชีวิตประชาชน เหมือนพรรคการเมืองผู้ร่วมอุดมการกับท่าน เมื่อปลายปีที่แล้วอย่างพรรคกล้าธรรมครับ ท่านอย่าทิ้งเขากลางครรภ์เหมือนพรรคการเมืองที่ท่านเคยร่วมการกับเขาไว้กลางทะเล ท่านจงรักษาประชาชนผู้มีผู้เป็นเจ้าของอำนาจประชาธิปไตยที่แท้จริงให้อย่างเต็มเปี่ยมด้วยครับ ขอบคุณมากครับ ท่านอาจารย์ครับ
>> ครับต่อไปเชิญท่านนิยม ช่างพินิจครับ
>> เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมนิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา สิ่งที่วันนี้เองนะครับที่ท่านนายกนะครับ พร้อมกับคณะนำเสนอนโยบายนะครับ ผมมีความเชื่อมั่นว่าตอบโจทย์ให้กับพี่น้องประชาชน เพียงแต่พี่น้องประชาชนอาจจะยังไม่เข้าใจ เพราะสิ่งที่ผมต้องพูดอย่างนี้ เพราะว่าดูจากที่ผมมาดูจากโครงสร้างนะครับของกระทรวงเกษตรนะครับ แทบจะปรับโครงสร้างทั้งหมด เพราะสิ่งที่ผ่านมานรัฐบาลในอดีตที่ผ่านมานะครับ จะไปมุ่งเน้นนะครับนโยบายประชานิยม ไม่ว่าจะเป็นประกันรายได้ ไม่ว่าจะเป็นจำนำ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดพอสถานะการเงินการคลังไม่ดีแล้วก็บอกว่าพี่น้องเกษตรกรเป็นภาระ แต่นโยบายอันพรรคของรัฐบาลท่านนายกอนุทินนะครับ วันนี้นะครับ สิ่งที่ผมบอกว่าปรับโครงสร้าง เพราะว่าเขาไม่ได้มุ่งเน้นที่ว่าจะเป็นเชิงประชานิยม เชิงที่จะให้ความรู้และก็ความเข้าใจให้กับพี่น้องเกษตรกร อพี่น้องอาจจะเกษตรกรอาจจะเข้าใจยากสักนิดนะครับว่าเอ๊ะ ทำไมไม่มีนโยบายนั้นไม่มีนโยบายนี้นะครับ แต่ถ้าเราทำได้แล้วก็จบ มันจะนำไปสู่ถึงความยั่งยืนและก็มั่นคง สิ่งที่ถึงกล้าพูดอย่างนี้นะครับ เพราะว่าวันนี้เองเนี่ย ผมอยากเห็นพี่น้องภาคการเกษตรนะครับ เป็นอาชีพที่น่าทดที่สุด ไม่มีที่จะสามารถที่กำหนดราคาได้เลยนะครับ ไปนะครับคนที่กำหนดราคาคือพ่อค้า และวันนี้วันนี้ก็เช่นกันครับ ถ้าจะให้แม่นยำแล้วก็ตอบโจทย์ให้กับพี่น้องนะครับ ผมเห็นใจครับ โดยเฉพาะรัฐมนตรีพาณิชย์นะครับ สุภจีที่จะนำสินค้าไปขายนะครับ ซึ่งมันไม่ตอบโจทย์ตรงที่ว่าผู้ผลิตกับผู้บริโภคมันไม่ตรงกัน ครับ มันถึงมีถึงมีการปรับปรุงนะครับ และโดยเฉพาะวันนี้เองเราจะเจอปัญหาวิกฤต เป็นโอกาสที่ดีครับที่เราจะได้มาปฏิรูป หรือปฏิวัตินะครับโครงสร้างนะครับของภาคการเกษตร ที่พูดอย่างนี้เพราะว่า 1 ให้ความรู้ให้กับพี่น้องภาคการเกษตร ไม่ว่าเรื่องของการทำปุ๋ยก็ดีนะครับ เรื่องของพันธุ์ข้าวก็ดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนะครับ มันยากนะครับที่จะทำถ้าไม่ได้รับความร่วมมือนะครับ จากพี่น้องหลายๆ กระทรวงหลายๆ กรม โดยเฉพาะกระทรวงเกษตร เรื่องของพัฒนาที่ดินก็ดีนะครับว่าดินนี้สมควรจะปลูกอะไรนะครับ ในอดีตที่ผ่านมาเราจะมอบคันเบ็ดนะ ครับให้กับพี่น้องเกษตรกร แล้วก็บางบางนโยบายก็ซื้อปลาให้เลย แต่หา รู้ไม่ว่าท่านประธานครับ มันการทำมาหากินไม่ใช่เฉพาะคันเบ็ดอ่ะ ครับ อะไรก็ได้ครับ แล้วไม่แล้วพี่น้องเกษตรกรเลือกได้ครับว่าคุณจะกินปลาอะไรนะครับ เพราะเราต้องให้ความรู้กับเขา ผมถึงมีความเชื่อมั่นว่าวันนี้เรามาถูกทางครับ แต่ต้องใช้เวลานะครับ
สิ่งที่ไปกว่านั้นครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะเรียนว่านโยบาย ถ้าได้รับมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะว่าเกษตรก็คงจะยาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมเชื่อมั่นนะครับ และอีกประการหนึ่งนะครับ วันนี้อย่างที่ผมบอกว่าเราจะปรับโครงสร้างของเกษตร สิ่งที่วันนี้พี่น้องภาคการเกษตรต้องมาเจออุปสรรค โดยเฉพาะขายข้าวที่ผ่านมาเนี่ย โดยเฉพาะภาคกลางนะครับ ข้าวขาวอยากจะฝากท่านรัฐมนตรีสักนิดนะ ครับรัฐพาณิชย์ ข้าวขาวเนี่ยนะครับ อยากให้ท่านไปเปิดตลาดทิศตะวันออกกลาง โดยเฉพาะแถวแอฟริกาอะไรครับ นี่เค้ากินข้าวนึ่งนะครับ
และอีกประเด็นหนึ่งครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมอยากจะให้เห็นใจครับ เห็นใจพี่น้องภาคการเกษตร มีสิ่งหนึ่งที่เราจะปฏิรูปนะ ผมอยากให้เห็นทางรัฐบาลนะครับ เยียวยาให้กับพี่น้องภาคการเกษตร โดยเฉพาะถ้าจะจ่ายเป็นให้เกิดความเป็นธรรมแล้วก็เสมอเสมอภาค พี่น้องเกษตรเนี่ย ผมอยากให้จ่ายค่าเก็บเกี่ยว ไร่ละพัน 20 ไร่ 30 ไร่ที่จะเป็นการเยียวยาเขา และผมเชื่อว่าถ้าเรามอบเม็ดเงินให้กับพี่น้องเกษตรกรเนี่ย ท่านประธานเชื่อมั้ยครับว่าพี่น้องเกษตรกรจะนำไปจับจ่ายใช้สอยแล้วก็เกิดการหมุนเวียน นี่ก็เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นคนที่เขาขยัน กระตุ้นที่คนเขาทำงานนะครับ ไม่ผิดหรอกครับ เราตั้งใจที่จะช่วยเหลือ เพราะฉะนั้นนะครับ ผมอยากจะฝากไว้ว่าผมมีความมั่นใจว่านโยบายการนำของท่านนายกอนุทิน ชาญวีรกุลครับ มาถูกทางแล้ว และสิ่งที่ว่าพูดแล้วต้องทำ นโยบายบางอย่างที่ไม่มีนะครับ อย่างที่ผมบอกว่าผมเชื่อครับ เชื่อในครูบาอาจารย์ครับ ไม่ว่าจะเป็นครู้น้อย หรือครูใหญ่ อ่ะครับ พูดแล้วต้องทำครับ อันไหนที่ทำที่ทำไม่ได้แล้วไปพูดมันมันไม่ถูกนะครับ เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าถ้าทุกท่านมีความเข้าใจนะครับ พี่น้องภาคการเกษตร ผมไม่ต้องอธิบายครับว่าตัวผมเนี่ยเข้าใจได้ลึกซึ้งขนาดไหน ดูจากภาพก็รู้นะครับ ผมทำมาก่อนครับ 20 กว่าปีที่ผมทำมา เพราะฉะนั้นผมจะเอาองค์ความรู้ของผม และประสบการณ์และความรู้สึกของผมเนี่ยที่จะมาช่วยทางรัฐบาลและรัฐมนตรีนะครับที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรแบบยั่งยืนครับ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ
>> ครับต่อไปเชิญท่านพีรพัฒน์ รัชผิปการครับ เชิญครับ
>> กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมนายพีรพัฒน์ รัชผิปการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 1 จังหวัดสตูลครับ ท่านประธานครับ ในปีที่ผ่านมานะครับ รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยได้เข้ามาบริหารประเทศในระยะเวลาที่จำกัด เราได้มีการมุ่งเน้นในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ในวันนี้เราได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งนึงนะครับ พร้อมกับเวลาในการบริหารประเทศที่มากขึ้น ผมคิดว่ามันมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องวางรากฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะในเรื่องของการศึกษา ความเป็นจริงในวันนี้เรามีเด็กไทยหลายแสนคนที่ยังอยู่นอกระบบการศึกษา นี่ไม่ใช่ข้อจำกัดทางความสามารถ แต่มันคือข้อกำจัดข้อจำกัดทางโอกาส ครับ
ผมต้องขอขอบคุณทางรัฐบาลนะครับ ที่ได้ความสำคัญและสานต่อนโยบายเรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ เรียนฟรีทุกที่ทุกเวลา ครับ เพราะมันจะเป็นก้าวสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่านักเรียนของเราจะไม่สามารถเดินทางไปโรงเรียนได้ด้วยเหตุผลใดก็ตาม พวกเขาจะยังสามารถเข้าถึงการศึกษาได้ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ของรัฐบาลนะครับ ที่มีการรวบรวมบทเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนไปถึงระดับมหาวิทยาลัย ทำให้การเรียนรู้ไม่ถูกจำกัดอยู่ในห้องเรียนอีกต่อไป
อีกหนึ่งในหัวใจสำคัญของนโยบายนี้นะครับ ท่านประธานก็คือเรียนฟรีมีงานทำ รายงานจาก World ชี้ให้เห็นว่าปัญหาสำคัญของเราไม่ใช่ปัญหาของคนไม่มีงานทำ แต่มันคือทักษะที่ไม่ตรงต่อความต้องการของตลาดแรงงาน ผมเชื่อนะครับว่านโยบายที่ทางท่านนายกรัฐมนตรีได้นำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายธนาคารหน่วยกิต หรือ Skill Bridge นะครับ จะทำให้เราก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านี้ไปได้ นโยบายธนาคารหน่วยกิตนะครับ จะส่งเสริมเสริมให้ประชาชนของเราสามารถเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วยได้จริงครับ จะสามารถสะสมหน่วยกิตผ่านช่องทางของมหาวิทยาลัยก็ดี หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ก็ดี และจะสามารถต่อยอดเป็นวุฒิการศึกษาในอนาคตได้ จะทำให้แรงงานของเรานะครับ ได้รับรายได้ที่สูงขึ้น และเป็นมาตรการสำคัญในการรับมือกับค่าครองชีพที่จะสูงขึ้นในอนาคตครับ
นอกจากนั้นนะครับ นโยบาย Skill Bridge ก็จะเปิดโอกาสให้กับทางภาคเอกชนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดทักษะที่บริษัทของตนเองต้องการ เพื่อที่จะพัฒนาขึ้นมาเป็นหลักสูตร เพื่อที่คนที่เรียนจบมานะครับ เรียนจบมาแล้วจะมีงานทำจริง นอกจากนั้นผมเชื่อว่านโยบายการศึกษาที่ดีนะครับ ขาดไม่ได้เลยก็คือการเตรียมความพร้อมให้ลูกหลานของเราพร้อมกับโลกอนาคตที่กำลังจะมาถึง นั่นคือโลกของ AI ครับ ท่านประธาน วันนี้เราต้องยอมรับนะครับว่าคนที่ใช้ AI เป็น จะสามารถทำงานได้เร็วกว่า มีประสิทธิภาพที่สูงกว่า หากใช้อย่างถูกวิธี คำถามสำคัญที่เราต้องถามตนเองก็คือ ถ้าในวันนี้นะครับ คนไทยใช้ AI ไม่เป็น เราจะสามารถแข่งขันกับประชากรโลกในวันข้างหน้าได้หรือไม่ เพื่อนบ้านของเราเริ่มมีการขับเคลื่อนแล้วนะครับ ไม่ว่าจะเป็นประเทศสิงคโปร์ที่ได้มีการผลักดันยุทธศาสตร์ AI ระดับชาติ หรือประเทศเวียดนามที่ได้มีการบรรจุ AI เข้าไปในระบบการศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอีกหลายๆ ประเทศที่กำลังตามกันไปอยู่นะครับ
ผมเชื่อว่าประเทศไทยของเราก็มีศักยภาพไม่แพ้ชาติใดในโลก ยังไม่สายเกินไปนะครับ ถ้าเราคิดอยากจะเป็นผู้นำหรือศูนย์กลางของ AI ในอาเซียน เราต้องเริ่มครับ เราต้องยก AI ให้เป็นวาระระดับชาติอย่างเร่งด่วนที่สุด ท้ายนี้ครับ ท่านประธาน ผมมีความเชื่อเสมอว่าทรัพยากรที่สำคัญที่สุดนะครับ ก็คือทรัพยากรมนุษย์ครับ คนไทยของเรานี่แหละครับ การที่เราจะพัฒนาประเทศได้อย่างมั่นคง อย่างยั่งยืน เราต้องเริ่มจากประชากรไทยที่มีคุณภาพครับ และเราจะมีประชากรไทยที่มีคุณภาพได้ ก็ต่อเมื่อเรามีระบบการศึกษาที่มีคุณภาพเช่นกันครับ ผมต้องขอชื่นชมรัฐบาลอีกครั้งนึงนะครับ ที่ได้เห็นความสำคัญในอนาคตของลูกหลานของเรา และก็มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งครับ ว่าเราจะสร้างอนาคตที่ดีให้กับประชากรของเราในวันข้างหน้าได้ เราจะต้องสร้างคนรุ่นใหม่ครับ ที่ทันโลกและทันอนาคตครับ ขอบคุณครับ
>> ครับต่อไปเชิญท่านชวพล วัฒนเวคิน เชิญครับ
>> เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผมนายชวพล วัฒนเวคิน สมาชิกรัฐสภา เรื่องที่ผมจะอภิปรายในวันนี้เป็นเรื่องนโยบายการขอเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย ผมขออภิปรายนโยบายของท่านนายกอนุทิน ชาญวีรกุล ในด้านต่างประเทศและความมั่นคง โดยมีการขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจนวัตกรรมที่จะขยายโอกาสให้ธุรกิจไทยผ่านการบูรณาการการทำงานในลักษณะทีมประเทศไทย เราอาจกล่าวได้ว่า OECD คือมาตรฐานทองคำของโลกนี้ เพราะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยไปสู่ระดับสากล โดยสร้างความเชื่อมั่นและผลักดันให้ไทยอยู่ในห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญของโลก
ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่านสรัญ เจริญสุวรรณ อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ โดยในสมัยที่ท่านได้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศฝรั่งเศส ท่านคือฟันเฟืองสำคัญที่คอยประสานให้กับคณะกรรมาธิการการต่างประเทศวุฒิสภา ได้มีโอกาสได้เข้าพบผู้บริหารระดับสูงขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ในระหว่างการเยือนและศึกษาดูงานในระดับทวิภาคีของคณะกรรมาธิการการต่างประเทศในปี 256 หลังจากที่ได้มีการปรึกษาหารือกับท่านเลขาธิการ OECD และคณะ ทำให้ผมเองซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ได้ทบทวนและมีความเห็นว่า การเข้าเป็นสมาชิก OECD เป็นเรื่องจำเป็นที่สุดที่วุฒิสภาจะต้องร่วมกันผลักดันควบคู่ไปกับรัฐบาล
ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อฝ่ายบริหารเริ่มกำหนดนโยบายผลักดัน OECD ทางฝ่ายนิติบัญญัติเองก็ไม่ได้นิ่งเฉยครับ โดยคณะกรรมาธิการการต่างประเทศวุฒิสภา ได้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาและติดตามการดำเนินการเพื่อเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย โดยมอบหมายให้ท่าน ดร.โสภณ มโนมายา รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่ 2 เป็นผู้รับผิดชอบหลัก และคณะกรรมาธิการที่ปรึกษาของสถาบันพระปกเกล้าเข้าร่วมด้วย โดยในการประชุมได้มีการพิจารณาความคืบหน้าการปรับปรุงกฎหมายการแข่งขันทางการค้าของไทย เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการและการรองรับการเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD ได้มีการขั้นตอนการประเมินเชิงลึก เพื่อหารือในประเด็นเป็นปัญหาอุปสรรคหรือช่องว่างเชิงนโยบายและกฎหมายที่อาจเป็นข้อจำกัดต่อการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย ในการประชุมคณะกรรมาธิการได้เชิญผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าเข้ามาร่วมประชุม ได้มีการเชิญหน่วยงานและผู้ชำนาญการทางด้านกฎหมาย ด้านการบริหารภาครัฐ ตลอดจนผู้สนใจในภาคสังคม เป็นการขับเคลื่อนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการประเมินสถานะของประเทศ จากทีมงานกรรมการ OECD ทั้งนี้ได้มีความคืบหน้าในการดำเนินการประชุมกันเป็นได้ อย่างดี
ท่านประธานที่เคารพครับ ในมุมมองของผม ผมไม่ได้มองว่า OECD เป็นแค่เพียงองค์กรระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ OECD คือแหล่งรวมแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดของโลก เป็นเวทีที่ประเทศสมาชิกร่วมกันออกแบบนโยบายสาธารณะที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาล และยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง การเข้าสู่ OC จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มประเทศไทยในเวทีโลก แต่คือการปฏิรูปโครงสร้างภายในประเทศให้มีมาตรฐานสูงสุดในทุกมิติ ในส่วนของผลประโยชน์ที่จับต้องได้ ก็เป็นการปรับเพื่อเปลี่ยนยกระดับเพื่อเติบโต การเข้าเป็นสมาชิก OECD จะมอบโอกาสที่ยิ่งใหญ่ให้กับประเทศใน 3 ด้าน ในด้านเศรษฐกิจจะเป็นการตีตราประทับครับ สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั่วโลกมั่นใจว่าประเทศไทยมีกฎกติกาสากล โปร่งใสและน่าเชื่อถือ ในส่วนของด้านบริหารภาครัฐ การปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับมาตรการ OECD จะช่วยลดขั้นตอนของราชการ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริการประชาชน และการขจัดปัญหาการคอร์รัปชั่น ในด้านคุณภาพชีวิต นี่คือหัวใจสำคัญครับ เพราะมาตรฐาน OECD ครอบคลุมตั้งแต่การศึกษาที่มีคุณภาพ สวัสดิการแรงงานที่เป็นธรรม ไปจนถึงสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน เพื่อให้มั่นใจว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ในส่วนของพลังนิติบัญญัติ วุฒิสภาเอง ในฐานะที่เป็นสะพานสู่มาตรฐานสากล เราคือกลไกสำคัญที่ทำให้เป้าหมายนี้เป็นจริง วุฒิสภาไทย โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการการต่างประเทศไม่ได้มองตนเองเป็นแค่ผู้สังเกตการณ์ แต่เราพร้อมเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับรัฐบาล และเราจะร่วมศึกษาตรากฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อการยกระดับประเทศผ่านทางขบวนการวุฒิสภา เราจะทำหน้าที่ตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะอย่างเข้มข้น เพื่อให้มั่นใจว่าการปรับตัวเข้าสู่มาตรฐาน OECD นั้นมีความรอบคอบและสอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย
สุดท้ายนี้ ในนามของคณะกรรมาธิการต่างประเทศวุฒิสภา ผมขอยืนยันความพร้อมที่จะสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มกำลัง เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ตามในเวทีโลก และเป็นผู้เล่นสำคัญที่เข้มแข็ง มีขีดความสามารถในการแข่งขัน มีคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ทัดเทียมกับประเทศพัฒนาแล้ว เพื่ออนาคตที่มั่นคงของลูกหลานสืบไป ครับ ขอบคุณมากครับ
>> ครับต่อไปเชิญท่านเข็มรัตน์ สุรเมธีมานพ เชิญครับ
>> เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉันนางสาวเข็มรัตน์ สุรเมธีมานพ สว. สมาชิกวุฒิสภา จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เรื่องที่ดิฉันอภิปรายต่อจากท่าน สว. ชวพล วัฒนเวคิน วันนี้จะเกี่ยวข้องกับการที่ประเทศไทยจะเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและพัฒนา หรือ OECD ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงไปแล้วนั้น ดิฉันขอถือโอกาสนี้ในฐานะเลขานุการในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศวุฒิสภา ในการสนับสนุนอย่างเต็มกำลังต่อวิสัยทัศน์ของท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลในการนำพาประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571
ท่านประธานคะ นี่ไม่ใช่เป็นแค่เรื่องการเซ็นชื่อในกระดาษ ไม่ใช่เรื่องการสร้างภาพลักษณ์สวยหรูเป็นวันๆ แต่นี่คือการตัดสินใจทางยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญที่สุดในรอบ 30 ปี นับตั้งแต่ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก WTO ประเทศไทยเราเสียโอกาสมาพอแล้วค่ะ เราติดอยู่ในกับดักเดิมๆ มานานเกินไปแล้ว การที่ OECD ตอบรับและรับรองเราเมื่อเดือนมิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา มันคือสัญญาณชัดเจนว่าโลกยังเชื่อมั่นในไทย และไทยพร้อมแล้วที่จะเลิกเดินตามกติกาคนอื่น แต่จะเข้าไปเป็นคนร่วมร่างกติกาโลกด้วยตัวเอง ถ้าลองคิดดูนะคะว่าสมาชิก 38 ประเทศของ OECD คุม GDP เกือบครึ่งโลก การที่เราเข้าไปอยู่ในสโมสรประเทศชั้นนำ หมายความว่าประตูธุรกิจจะถูกเปิดออก เครดิตประเทศจะพุ่งทะยาน ต้นทุนความเสี่ยงจะลดลง และที่สำคัญที่สุด มันจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลัง บังคับให้เราต้องปฏิรูปตัวเองในสิ่งที่เคยล่าช้ามานาน
ดิฉันขอขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และท่านสรัญ เจริญสุวรรณ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์นี้มานับ 10 ปี จนวันนี้มันกำลังจะผลิออกผล ดิฉันขอเรียกร้องให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านร่วมกันเป็นลมใต้ปีกผลักดันยุทธศาสตร์นี้ให้สำเร็จ เพื่ออนาคตที่ไทยจะไม่ใช่เป็นผู้เล่นข้างสนาม แต่เป็นตัวจริงในเวทีโลกค่ะ
ท่านประธานคะ ดิฉันอยากชี้ให้สมาชิกทุกท่านได้เห็นว่า OECD ไม่ใช่เรื่องของคนรวย หรือของบริษัทข้ามชาติ แต่นี่คือยาแก้โรคเรื้อรังของระบบราชการและธุรกิจไทยค่ะ และประโยชน์ 3 ข้อใหญ่ที่ประชาชนจะได้รับนั้น มันชัดเจนยิ่งกว่ากระจกเงา นั่นก็คือในเรื่องของธรรมาภิบาลและการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน มาตรฐาน OECD จะบังคับให้เรามีระบบการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใสในระดับสากล มีกฎหมายการเอาผิดให้สินบนที่เข้มงวด ใครคิดจะโกงจะทำได้ยากขึ้น นี่คือการคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนอย่างแท้จริง การช่วยคนตัวเล็ก หรือ SME เมื่อกติกาแฟร์ขึ้น การผูกขาดลดลง คนตัวเล็กจะมีที่ยืน การเข้าถึงเทคโนโลยีและองค์ความรู้ระดับโลกจะไหลเข้าสู่ผู้ประกอบการไทยโดยตรง ไม่ต้องผ่านมือนายทุนใหญ่เพียงไม่กี่ราย มาตรฐานคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งสวัสดิการแรงงานและการดูแลสิ่งแวดล้อมที่จะถูกยกระดับตามมาตรฐานสากล เพื่อคนไทยทุกคน
ดิฉันขอเชิญชวนเพื่อนสมาชิกทุกท่าน สมัครเข้าเป็นสมาชิก Global Parliamentary Network ของ OECD เพื่อที่เราจะได้เรียนรู้ว่าสมาชิกรัฐสภาทั่วโลกเขาขับเคลื่อนประเทศกันอย่างไร อย่าให้ใครมาปรามาสได้ว่าเราเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา แต่เราจะต้องเป็นหัวเจาะในการปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัย เพื่อรองรับมาตรฐานโลก ท่านประธานคะ การเข้า OECD ครั้งนี้ ไม่ใช่ค่าเรื่องของรัฐบาล แต่มันคือภารกิจของทุกคน ดิฉันขอเรียกร้องให้ทุกท่านช่วยกันผลักดันยุทธศาสตร์นี้ให้สำเร็จ เพื่อส่งต่อประเทศไทยที่โปร่งใส แข่งขันได้ และเป็นตัวจริงในเวทีโลกค่ะ
ดิฉันขอฝากข้อความถึงท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สิ่งที่พวกท่านได้ให้ความสำคัญต่อการเข้าเป็นสมาชิก OECD ผ่านการแถลงนโยบายในด้านการต่างประเทศและความมั่นคงในข้อที่ 8 นี้ มันคือวิสัยทัศน์ของผู้นำที่มีการตั้งปณิธานและความตั้งใจให้ประเทศไทยของเราได้ก้าวสู่เวทีเศรษฐกิจโลก มีบรรทัดฐานการบริหารการจัดการที่เป็นสากล และเป็นที่ยอมรับจากประชาประชาคมโลก ดิฉันเองในฐานะวุฒิสมิก จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านคณะรัฐมนตรีจะได้ดำเนินการตามนโยบายที่แถลงเอาไว้อย่างเต็มความสามารถ เพื่อที่ประเทศไทยจะได้เข้าเป็นสมาชิก OECD ให้ได้ตามกำหนดกรอบเวลาไว้ที่ปี 2571 ขอบคุณค่ะ
>> ครับต่อไปเชิญท่านอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ครับ เชิญครับ
>> เรียนท่านประธานที่เคารพ ผมอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนนะ เมื่อปลายปีที่แล้วนะครับ หนังสือพิมพ์ Financial Time เนี่ยมีบทความเขียนว่าไทยเนี่ยคือคนป่วยแห่งเอเชีย ซึ่งก็ได้รับการอ่ากล่าวอ้างถึงอย่างแพร่หลายนะครับ เอ่อ ท่านรองนายกเอกนิติเองนะครับก็เคยพูดเอาไว้นะฮะ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานะครับว่า ประเทศไทยเนี่ยออกจากห้อง ICU แล้วนะครับ พ้นสถานะคนป่วยแห่งเอเชียแล้ว เอ่อ หมอเอก เนี่ยสามารถกู้ชีพคนป่วยที่ชื่อว่าประเทศ ไทยให้ได้แล้ว แต่เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยนเร็วมากเลยนะครับ หลังจากเอ่อ หมอเอกออกมาพูดแค่ไม่กี่วันเนี่ย เอ่อ สงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านเนี่ยก็เริ่มต้นขึ้นนะครับ โลกก็เข้าสู่วิกฤตน้ำมันอย่างรวดเร็ว ซึ่งภายใต้การบริหารจัดการของรัฐบาลที่ผ่านมานะครับ เราก็เห็นความสับสนวุ่นวายมากมายมหาศาล โดยเฉพาะภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงเนี่ย ซึ่งต้นเหตุเนี่ยมาจาก การบริหารจัดการของรัฐบาลท่านล้วนๆนะ ครับ สถานการณ์ในตอนนี้เนี่ยก็เลยอาจจะพอเทียบได้ว่า เราออกมาจากห้อง ICU แล้วนะ ครับ แล้วเราโดนรถชนกลับเข้าห้อง IC CU ใหม่อีกรอบเรียบร้อยแล้วนะครับ ซึ่งวิกฤตภายนอกเนี่ยไม่ใช่สิ่งที่เราควบคุมได้ อ่า อันนี้ก็คงไม่โทษว่ากันนะฮะ แต่ว่าการบริหารจัดการภายในเนี่ยต้องเป็นสิ่งที่ เราต้องจัดการให้ได้ ซึ่งผมคิดว่าคำถามสำคัญที่ประชาชนอยากรู้เนี่ย ก็คงเป็นคำถามที่ว่า ตกลงแล้วเนี่ย รัฐบาลจะจัดการวิกฤตปากท้องนะครับ วิกฤตค่าครองชีพที่เป็นปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้าอย่างไร
ผมมีโอกาสได้อ่านคำแถลงนโยบายของรัฐบาลนะ ครับก็ต้องบอกว่าน่าเสียดายมากนะครับ เพราะว่าท่านเนี่ยมีการเขียนถึงว่ามาตรการเยียวยาประชาชนกลุ่มเปราะบางเนี่ย แค่เพียงบรรทัดเดียวเท่านั้นเองนะครับ แถมท่านไม่บอกสักนิดเลยว่าท่านจะเริ่มทำเมื่อไหร่นะครับ ตกลงแล้วเนี่ย ท่านให้ความสำคัญกับวิกฤตของประชาชนเนี่ยเท่านี้จริงๆ เหรอครับ ซึ่งก็นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้นนะครับ ผ่านมาแล้วกว่า 1 เดือนครึ่งนะครับ ถึงวันนี้รัฐบาลเนี่ยยังแทบไม่มีมาตรการเยียวยาหรือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนออกมาเลย สิ่งที่ผมพบนะครับ ก็มีแค่เพียงแผนการนะครับที่รัฐบาลบอกว่าจะเติมเงินนะครับให้กับผู้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนะครับ ผู้มีรายได้น้อยเนี่ยจำนวน 13.4 4 ล้านคนนะครับ ด้วยเงินจำนวน 100 บาทเป็นเวลา 1 เดือนนะครับ ก็เท่ากับว่ารัฐบาลเนี่ยจะเติมเงินให้แค่ 100 บาทเป็นการเยียวยาให้กับประชาชนที่เดือดร้อน ท่านประธานครับ ต้องถามว่าเยียวยาแค่ 100 บาทเนี่ย มันจะไปช่วยอะไรได้ครับ ประชาชนเนี่ยเดือดร้อนกันจนตายอยู่แล้วนะครับ รัฐบาลบอกว่าจะช่วยแค่ 100 บาทเนี่ย มันรับได้ที่ไหน ประชาชนเนี่ยไม่ได้มีเงินมากพอที่จะเจอวิกฤตน้ำมันแล้วเนี่ย จะสามารถไปถอยรถ EV คันใหม่เนี่ยออกมาได้เอ่อเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของตัวเอง แต่ก็ยังไม่จบนะครับ 100 บาทที่ว่าเนี่ย มันยังไม่มีอยู่จริงนะครับ ต้องเรียนนะครับว่า 100 บาทก็น้อยแล้ว แล้วยังไม่มีอยู่ด้วยนะครับ เพราะว่ารัฐบาลที่อนุมัติงบ 100 บาทเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนเนี่ย จู่ๆก็บอกว่ายังไม่เอานะครับ ขอพักไว้ก่อนนะครับ ด้วยเหตุผลที่บอกว่าเดี๋ยวรอคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ามาอนุมัติใหม่อีกครั้งนะครับ ซึ่งเท่าที่เห็นจากข่าวเนี่ยก็คือเดี๋ยวรอสัปดาห์หน้าประชุม ครม. ถึงจะมาอนุมัติ 100 บาทอีกที ต้องถามนะครับว่ารัฐบาลคณะรัฐมนตรีเนี่ย ที่อนุมัติ 100 บาทเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว กับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เนี่ย บุคคลเดียวกันแทบจะทั้งหมดเลยนะครับ คำถามก็คือว่าทำไมความเดือดร้อนของประชาชนเนี่ย มันต้องรอนานอะไรขนาดนั้นเชียวเหรอครับ รัฐบาลมีความจริงใจอะไรในการแก้ปัญหากับประชาชนมากน้อยแค่ไหนกันแน่ หรือว่าทุกอย่างในรัฐบาลนี้เนี่ย มันล่าช้าไปหมด
ท่านอาจจะบอกว่านี่เป็นรัฐบาลรักษาการนะ ครับยังไม่มีอำนาจเต็มนะครับ ท่านครับ ถ้าเกิดเราเอาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นที่ตั้งเนี่ย มันมีวิธีการอีกมากมายเลยนะครับ ในการดำเนินนโยบายเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน วิกฤตน้ำมันครั้งนี้เนี่ยเป็นวิกฤตน้ำที่เรียกว่าเร่งด่วนฉุกเฉินแน่นอนอยู่แล้วนะครับ เราสามารถใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญเนี่ย ตามที่เนติบริกรของท่านเนี่ยแนะนำก็ได้นะครับ หรือถ้าเกิดท่านทำไม่ได้จริงๆ ท่านจะส่งเรื่องไปให้ กกต. อนุมัติก็ได้อีกเหมือนกันนะครับ แต่ กกต. เองเนี่ยก็บอกว่า ครม. เนี่ยไม่ได้ส่งเรื่องอะไรพวกนี้มาเลยนะครับ ก็ต้องถามนะครับว่าท่านทำอะไรอยู่กันแน่นะครับ ท่านอาจจะคิดว่าเฮ้ย เรื่องอนุมัติพวกนี้ขอเอาชัวร์ๆดีกว่านะครับ แต่ผมอยากจะบอกนะครับว่า การที่ท่านไม่ทำอะไรเลยนะครับ ความล่าช้าของท่านเนี่ย มันเป็นเหมือนกับการลงโทษประชาชนทั้งที่ประชาชนเนี่ยก็ไม่ได้ทำอะไรผิดแม้แต่น้อย
รัฐบาลท่านอาจจะบอกอีกนะครับว่าประเทศไหนก็เจอกับปัญหาวิกฤตน้ำมันกันทั้งนั้น อันนี้ก็ต้องบอกว่าถูกต้องนะครับ แต่ว่าประเทศอื่นๆ เนี่ยเค้าตอบสนองกับวิกฤตน้ำมันเนี่ย ได้ดีกว่าประเทศไทยมาก ผมยกตัวอย่างมาให้ดูนะครับ เอาเฉพาะประเทศแถบเอเชียนะครับ ที่เจอปัญหาน้ำมันใกล้เคียงกันนะครับว่าเขาทำกันยังไงกันบ้างนะครับ ญี่ปุ่นเนี่ยมาเป็นประเทศแรกเลยนะฮะ ทำเป็นประเทศแรกๆ เลยที่ออกแพ็คเกจนะครับ แจกเงินให้กับคนที่ เอ่อ มีรายได้ต่ำ เยียวยาค่า่น้ำมันนะครับ เกาหลีใต้ก็ทำแบบเดียวกันนะครับ แจกเงินช่วยค่าครองชีพนะครับ สิงคโปร์นะครับ เพิ่งอนุมัติมานะครับ แจกเงินช่วยเหลือแท็กซี่กับไรเดอร์นะครับ ประเทศไทยน่าแต่ยังไม่ค่อยมีนะครับ ฟิลิปปินส์นะครับ ใช้วิธีประกาศลดวันทำงานเหลือ 4 วันนะครับ แล้วก็มีแจกเงินเหมือนกันนะครับ ส่วนเวียดนามเนี่ย ใช้วิธีลดแวตนะครับ ลดภาษีน้ำมันนะครับ แล้วก็มีเรื่องของการแจกเงินด้วยเหมือนกันนะครับ แต่ที่ผมคิดว่าอยากจะยกมาเป็นตัวอย่างไฮไลท์เลยนะครับ ก็คือแม้แต่ประเทศกัมพูชาเองนะครับ ก็นำหน้าเราไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคมนะครับ นำหน้าเราไปแล้วหลายสัปดาห์นะครับ สิ่งที่กัมพูชาทำคือลดภาษีน้ำมันเหลือ 0% นะครับ ลดแวตน้ำมัน มีการแจกเงินให้กับกลุ่มแรงงานที่ อ่า อ่อนไหวอีกต่างหากนะครับ ผมก็สงสัยเหมือนกันนะครับว่า ถ้าเกิดท่านนายกอนุทินนะครับ ไปประชุมเจอกับท่านฮุนมาเน็ตในคราวหน้าเนี่ย ท่านไม่อายท่านฮุนมาเน็ตเหรอครับ ว่าตกลงแล้วเนี่ย เขาบริหารจัดการวิกฤตน้ำมันเนี่ย ได้ดีกว่าบ้านเราด้วยซ้ำ เพราะทุกวันนี้เนี่ย เรายังไม่มีมาตรการเยียวยาที่ชัดเจนจากรัฐบาลออกมาเลยนะครับ
อีกอันนึงที่ผมเจอในคำแถลงนโยบายนะครับ ก็มีคำนึงที่เขียนว่าคนละครึ่งด้วยนะครับ ซึ่งมีรายละเอียดอยู่เท่าที่ภาพแสดงให้เห็นนะครับ ผมก็อ่านแล้วก็ไม่ค่อยแน่ใจนะครับ ก็เลยอยากจะขอถามท่านตรงนี้นะครับ ถามแทนประชาชนเลยนะครับว่า ตกลงแล้วเนี่ย มาตรการเยียวยาของท่านเนี่ย มันมีแค่คนละครึ่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้นหรอครับ อ่า ก็ต้องบอกว่าเข้าใจได้นะครับว่าโครงการคนละครึ่งเนี่ย เป็นโครงการที่ท่านประสบความสำเร็จนะครับ มันเป็นโครงการทางการเมืองนะครับ เร่งออกมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วนะครับ เพื่อให้ได้จ่ายเงินให้กับประชาชนก่อนถึงวันเลือกตั้งนะครับ มันเป็นประชานิยมแบบนึงนะครับ ซึ่งก็เข้าใจได้นะครับว่าทำไมรัฐบาลท่านเนี่ย อยากจะทำคนละครึ่งกันอีก ซึ่งต้องบอกว่าตัวโครงการของคนละครึ่งเนี่ย มันเป็นโครงการที่ดีนะครับ แต่ว่าโดยเนื้อแท้ของมันเนี่ย มันคือการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเรื่องว่า Stimulus นะครับ ก็คือเศรษฐกิจซบเซา กำลังซื้อลดลง ก็ต้องออกมา กระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาคึกคัก แต่ว่าวิกฤตน้ำมันรอบนี้เนี่ย มันต่างไปนะครับ ปัญหาเนี่ยมันเป็นคนละแบบกันอย่างสิ้นเชิงเลย อ่า ปัญหาแบบนี้เนี่ย เราเรียก ว่า Stagflation นะครับ ก็คือ กำลังซื้อลดลงนะครับ ประชาชนเก็บออม ไม่กล้าใช้จ่าย แต่ว่าราคาสินค้าเนี่ยกลับพุ่งขึ้นอย่างมาก ด้วยเหตุผลว่าต้นทุนการผลิต ต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนค่าขนส่งมันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกัน ก็เลยต้องถามนะครับว่า คนละครึ่งเนี่ย เป็นมาตรการเยียวยาที่เหมาะสมกับสถานการณ์จริงๆ หรอครับ เพราะว่าเวลาปกติเนี่ย มันอาจจะใช้ได้นะครับ แต่ว่าวิกฤตตอนนี้เนี่ย ประชาชนพูดว่าพอแล้ว ไม่ไหวแล้ว ไม่มีเงินแม้แต่จะมาจ่ายอีกครึ่งหนึ่งแล้วนะครับ ก็ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นมาตรการที่ถูกต้องหรือเปล่านะครับ
แล้วก็ จริงๆ เนี่ย โครงการคนละครึ่งเองเนี่ย โดยตัวปัญหาการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบนี้เนี่ย มันก็มีปัญหาในตัวเองนะครับ เอ่อ ข้อแรกเนี่ยก็คือว่า ประสิทธิภาพของการใช้จ่ายคนละครึ่งเนี่ย เอ่อ มีการนำเสนอนะครับ การวิจัยในเชิงวิชาการนะครับ อ่า ทำโดย ดร. อธินะครับ มุทิตา เจริญนะครับ คณะเศรษฐศาสตร์จุฬา นะครับ ก็คงต้องขอเอ่ยนามนะครับ เพราะว่าผมก็มีโอกาสได้ทำงานนี้ร่วมกับท่านด้วยนะครับ ก็สิ่งที่พบนะฮะก็คือ ค่าประสิทธิผลของการใช้จ่ายคนละครึ่งเนี่ย อยู่ที่ 0.4 นะครับ ก็แปลว่ารัฐเนี่ยจ่ายไป 0 ไปจ่ายไป 1 บาท นะครับ ประชาชนเนี่ยออกมาใช้จ่ายแค่ 0.4 4 บาทเท่านั้นนะครับ ซึ่งสัดส่วนตัวเลขนี้เนี่ย ใกล้เคียงกับการแจกเงินแบบไม่มีเงื่อนไขแบบนี้เนี่ย เราแจกไปตรงๆ เลย ไม่ต้องจ่ายคนละครึ่งดีกว่ามั้ยครับ จ่ายตรงๆ เลยเนี่ย ประชาชนเอาเงินไปเติมน้ำมันได้ด้วยนะครับ คนละครึ่งเติมไม่ได้นะครับ
ปัญหาข้อที่ 2 ของคนละครึ่งนะครับ ก็คนละครึ่งเนี่ย สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงนะครับ ร้านที่เข้าคนละครึ่งเนี่ย ยอดขายดีจริงนะครับ แต่สิ่งที่ต้องแลกมาเนี่ย ก็คือร้านที่ไม่มีโอกาสเข้าคนละครึ่งเนี่ย ยอดขายหายไปด้วยนะครับ อธิบายง่ายๆ ก็คือเงินเนี่ยมันย้ายที่จากตรงที่มันรับ ไม่รับคนละครึ่งเนี่ย ไปร้านที่รับคนละครึ่งนะครับ มีร้านที่ได้ประโยชน์และร้านที่เสียประโยชน์ สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดนะ ครับก็คือร้านที่เสียประโยชน์มากที่สุดเนี่ย ก็คือกลุ่มร้านที่จดเป็นนิติบุคคลไซส์เล็กนะครับ พูดง่ายๆ ก็คือร้านที่จดเป็นบริษัท ร้านที่จดเป็นห้างหุ้นส่วนนะครับ ร้านเหล่านี้ทำบัญชีถูกต้อง จ่ายแวตให้รัฐ เสียภาษีนิติบุคคลให้รัฐ ถ้ามีลูกจ้างส่วนใหญ่ก็ส่งประกันสังคมให้อีกนะครับ เรียกว่าเป็นคนดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วในแบบที่รัฐบาลต้องการน่ะนะฮะ แต่ว่าร้านนิติบุคคลไซส์เล็กกลุ่มนี้เนี่ย ไม่เคยเข้าคนละครึ่งเลยนะครับ ด้วยเหตุผลที่เกิดจากว่ารัฐบาลมองว่าร้านเหล่านี้ คุณเป็นนิติบุคคลแล้ว คุณใหญ่แล้ว คุณโตแล้ว คุณดูแลตัวเองได้ ถ้าอย่างนั้นคุณเอาตัวรอดเองแล้วกัน ซึ่งจากข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้านะครับ SMEz S เนี่ยที่จดทะเบียนนิติบุคคลเนี่ย มีอยู่ประมาณ 8.600,000 600,000 รายนะครับ ถ้าเกิดผมเป็นร้านค้าเหล่านี้นะครับ เอ่อ ผมก็คงจะไม่รู้สึกตัวว่าอยากจะจ่ายภาษีไปทำไมนะครับ ก็คงได้แต่คิดในใจว่า พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว ไม่อยากจ่ายภาษีอีกแล้ว เพราะจ่ายไปก็ไม่ได้เข้าคนละครึ่งอยู่ดี นอกจากร้านกลุ่มนิติบุคคลนะครับ ก็ยังมีอีกกลุ่มนึงที่ถูกทิ้งนะครับ ก็คือกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์นะครับ ซึ่งเป็นอาชีพที่คนไทยหันมาทำกันเยอะมากในช่วงหลัง น่าจะมีเกินเป็นล้านๆ รายนะครับ ซึ่งท่านเองก็ไม่ให้เข้าคนละครึ่งอีกเหมือนกัน
ในคำแถลงรัฐบาลของรัฐบาลน่ะนะครับ ให้ความสำคัญกับ SME มากเลยนะฮะ อ่า ถ้าเกิดลองไปกดเสิร์ชดูนะครับ มีคำว่า SME เนี่ยถึง 25 ครั้งนะครับ ถือว่าเยอะมาก แต่ก็ต้องบอกว่านโยบายของท่านเนี่ย ดูเหมือนจะไม่ให้ความสำคัญกับ SME เลยนะครับ เพราะว่ามี SME จำนวนมากเนี่ย ถูกทิ้งถูกทิ้งไว้ข้างหลังนะครับ โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำตัวดีที่สุดด้วยซ้ำ ผมคิดว่าท่านรองนายกเอกนิติเองนะครับ ก็เคยเป็นอธิบดีกรมสรรพากรมาก่อนนะครับ น่าจะรู้ดีกว่าใครว่าการดึงร้านเข้าระบบภาษีเนี่ยมันสำคัญแค่ไหนนะครับ แต่สิ่งที่ท่านทำเนี่ย ก็ยังเหมือนกับรัฐบาลก่อนๆ ก็คือ อ่า แทนที่จะจูงใจนะครับ ใช้วิธีทางบวกเนี่ย ให้ร้านเนี่ยเข้าสู่ระบบภาษีนะครับ สิ่งที่ท่านทำเนี่ยเหมือนเป็นการลงโทษร้านที่จ่ายภาษีอย่างถูกต้อง โดยการไม่ให้เข้าคนละครึ่งครับ
เอ่อ ก่อนที่ผมจะมาเป็น ส.ส. นะครับ ผมทำงานภาคเอกชนนะครับ มีโอกาสเคยนั่งประชุมร่วมกับท่านเอกนิติตอนทำคนละครึ่งรอบที่แล้วนะครับ ก็ต้องขอชมท่านนะครับว่าท่านมีความคิดที่ก้าวหน้าหลายอย่างนะครับ ผมแอบชมอยู่ใจตอนประชุมกันนะครับ แต่ก็พบว่าสุดท้ายนะครับ ท่านเอกนิติเนี่ยแพ้พลังประชานิยมทางการเมืองนะฮะ ก็เสียดายโอกาสของประเทศนะครับ ในการดึงเอาร้านเนี่ยเข้าสู่ระบบภาษีถูกต้อง ผ่านโครงการสวัสดิการของรัฐขนาดใหญ่แบบนี้
ท่านอาจจะอ้างอีกนะครับว่าคนละครึ่งรอบที่แล้วของเราเนี่ย มันมีคำว่า Plus นะ คนละครึ่งเนี่ย Plus ของเราคือ อัพสกิล Re-skill นะครับ ก็ต้องบอกว่าการอัพสกิล Re-skill ในรอบที่ผ่านมาเนี่ย มันเป็นปาหี่นะครับ ก็คือเป็นการเอาพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เนี่ย ไปเรียนคอร์สออนไลน์นะครับ ซึ่งมันก็เป็นแค่การเปิดวิดีโอทิ้งไว้แลกกับการ อ่า รับเงินเพิ่มในโครงการคนละครึ่งเท่านั้นนะครับ ก็ไม่ได้มีประโยชน์สักเท่าไหร่นะครับ ร้านส่วนใหญ่ก็รู้อยู่แล้วนะครับ
เอ่อ อีกปัญหานึงของคนละครึ่งนะครับ ก็คือที่ผมทราบมานะครับ ก็คือท่านเนี่ยน่าจะไม่มีเงินในการทำคนละครึ่งรอบหน้าแล้วนะครับ เพราะก่อนหน้านี้เนี่ยมีข่าวลือนะครับว่า แทนที่จะให้คนละครึ่งก้อนเดียวเนี่ย อ่า 2,000 กว่าบาทนะครับ ก็จะเปลี่ยนมาให้ 200 บาทเดือนละ 200 บาทนะครับ หลายๆ เดือนกระจายๆ กันไปด้วยเหตุผลว่าอยากจะให้เงินมันกระจายตัวนะครับ แต่ว่าผมคิดว่าจริงๆ เหตุผลเนี่ยก็คือท่านไม่ มีงบแล้วมากกว่านะครับ หลังจากเรื่องนี้เป็นข่าวมาเนี่ย ท่านก็ออกมาปฏิเสธว่าเป็น Fake News นะครับ ซึ่งผมก็ เอ่อ คิดว่าชาวบ้านเขาสับสนนะครับ ก็เลยอยากจะขอใช้เวทีตรงนี้นะครับ ขอถามท่านเลยนะครับ ฝากคำถามไป ยังรัฐบาลนะครับ 4 ข้อนะครับ อ่า ข้อที่ 1 นะครับ คนละครึ่งเนี่ย ตกลงท่านทำไปเพื่ออะไรกันแน่นะครับ เป็นการเยียวยา หรือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจกันแน่นะครับ อยากจะให้ช่วยตอบให้ชัดๆ นะครับ ข้อที่ 2 นะครับ ถ้าเกิดเป็นการเยียวยาเนี่ย ท่านจะมีมาตรการเยียวยาแบบอื่นด้วยหรือเปล่า หรือท่านทำได้แต่แค่คนละครึ่งนะครับ ท่านก็มีการดึงเทคโนแตเก่งๆ เข้าไปทำงานด้วยกันตั้งเยอะ คิดออกแค่นี้หรือเปล่านะครับ ข้อที่ 3 นะครับ ถ้าเกิดท่านมองว่าเป็นทำเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจเนี่ย เราสามารถออกแบบคนละครึ่งเนี่ย ให้มันดีกว่านี้ได้หรือเปล่านะครับ เพื่อน ส.ส. ของผมนะครับ เอ่อ ดร. ด้วย วีรยุทธ การชูฉัตรนะครับ ก็เพิ่งเสนอไปนะ ครับว่าเราน่าจะทำคนละครึ่งภาคอุตสาหกรรม ที่ เอ่อ ให้คนไทยเนี่ยเปลี่ยนผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เหมาะกับยุคพลังงานขาดแคลนนะครับ อุดหนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศได้ด้วย ไหนๆ ทำทั้งทีแล้วเนี่ย เราทำให้มันฉลาดกว่านี้ได้ ข้อที่ 4 นะครับ สุดท้ายนะครับ ก็ถามว่าตกลงแล้วท่านมีเงินพอหรือเปล่านะครับ วงเงินของท่านเนี่ยมีเท่าไหร่นะครับ ท่านต้องกู้มาเพื่อทำคนละครึ่งหรือเปล่า อยากจะให้ช่วยบอกประชาชนให้ชัดครับ
ผมก็อยากขอเป็นตัวแทนประชาชนคนไทยนะครับ ที่กำลังกำลังยากลำบากนะครับ คนไทยที่ต้องไปรอนอนรอหน้าปั๊มน้ำมันนะครับ จากการบริหารราคาน้ำมันที่ผิดพลาด คนไทยที่ถูกบีบครั้นด้วยวิกฤตค่าครองชีพที่บอกว่าพอแล้ว รอไม่ไหวแล้ว ช่วยทำอะไรสักทีเถอะ อยากจะขอให้ท่านช่วยตอบให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
>> ครับต่อไปเชิญท่านดาชัย เอกปฐพีครับ เชิญครับ
>> ครับกราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมนายดาชัย เอกปฐพีครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง เขต 2 พรรคกล้าธรรม ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมาครับ ท่านอนุทิน ชาญวีรกุล นำคณะ ครม. ชุดใหม่ทั้งหมดครับ เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณครับ และพร้อมกับกำชับนะครับ รัฐมนตรีทุกคนนะครับ ให้เข้ากระทรวงทันที เพื่อปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเข้าไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนครับ เมื่อวานนี้วันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ทราบว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้าไปทำงานที่กระทรวงแล้ว ผมขอฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ ว่าตอนนี้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ ตั้งแต่ วิกฤตน้ำมันแล้วนะครับ เค้ามีปัญหามากมายครับ ทั้งผลผลิต สินค้าทางการเกษตรตกต่ำ มีปัญหาเรื่องแหล่งน้ำนะครับทางการเกษตรที่ยังต้องพัฒนาทั้งระบบอีกมากมายนะครับ มีปัญหาราคาปุ๋ย ราคายาที่เพิ่มมากขึ้นนะครับ และมีต้นทุนในการทำเกษตรมากขึ้นครับ ฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ ถึงแม้แม้ท่านจะไม่เคยบริหารกระทรวงเกษตร แต่ท่านเคยบริหารกระทรวงอื่นมามากมายครับ ผมเชื่อนะครับว่าท่านเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถนะครับ ความหวังของพี่น้องเกษตรกรต้องฝากกับท่านรัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์คนใหม่ไว้ด้วยนะครับ อยากจะเห็นท่านลงพื้นที่นะครับ ไปดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในต่างจังหวัดครับ วันหยุดที่ผ่านมานะครับ ผมลงพื้นที่ไปในหลายอำเภอครับ ก็ไปพบเจอกับพี่น้องเกษตรกรนะครับ ชาวบ้านทั่วไปนะครับ สิ่งที่เค้าพูดมาคำเดียวเลยครับ บอกว่าพี่น้องเกษตรกรแย่แล้ว เพราะต้นทุนในการทำเกษตรกรไม่ว่าจะ เป็นค่าน้ำมัน ค่าปุ๋ย ค่าหญ้าเพิ่มมากขึ้น ต้นทุนในการใช้ชีวิตเพิ่มมากขึ้นครับ พี่น้องเกษตรกรยังเดือดร้อนกันหนักหนาสาหัส นะครับ ต้องฝากท่านลงพื้นที่ด้วยนะครับ
ท่านประธานครับ เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนนะครับ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศเจอกับภาวะวิกฤตน้ำมันขาดแคลนครับ เราอภิปรายกันในสภาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว หลังจากที่อภิปรายจบนะครับ น้ำมันขึ้น 6 บาททันทีครับ นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเคยบอกไว้นะครับ ว่าช่วงสงกรานต์นี้นะครับ น้ำมันจะมีให้เติมทุกปั๊มนะครับ พี่น้องต่างจังหวัดนะครับ พี่น้องทุกภาค ไม่ว่าจะภาคเหนือ ภาคอีสาน สามารถเดินทางกลับบ้านได้ครับ ต้องขอบคุณท่านนายก นายกรัฐมนตรีนะครับ วันนี้ท่านได้แก้ปัญหาวิกฤตน้ำมันขาดแคลนได้แล้วครับ แต่พี่น้องกลับมาเจอกับวิกฤตน้ำมันราคาแพง ทำให้เดือดร้อนหนักหนาสาหัสมาก กว่าครับ วันนี้การที่น้ำมันราคาแพงขึ้นเกือบ 70% ต้นทุนในการใช้ชีวิตของคนบ้านนอก ของชาวบ้าน ของพ่อค้าแม่ค้าเพิ่มมากขึ้นครับนะ ครับ
>> วันนี้นะครับ วิกฤตน้ำมันนะครับที่มีราคาแพงมากขึ้นกว่า 70% สร้างปัญหามากมายนะครับ เราชาวบ้านนะครับทั่วไปนะครับ ยังต้องใช้กระบะดีเซลทำมาหากินกันอยู่ครับ ยังต้องใช้น้ำมันดีเซลซึ่งตอนนี้ไม่ขาดเลยครับน้ำมันนะครับ เมื่อช่วงวิกฤตสงครามนะครับ หลังจากวิกฤตสงครามนะครับ เราใช้น้ำมัน 84 ล้านลิตรต่อวันนะครับ แต่ ณ ข้อมูลวันนี้้นะครับ เราลดลงมาเหลือ 45 ล้านลิตรต่อวันนะครับ ตามนโยบายของท่านนายกที่ให้พี่น้องของประชาชนคนไทยช่วยกันประหยัดน้ำมัน แต่ผมว่ามันก็เป็นส่วนหนึ่งครับ ถามว่าถ้ามันน้ำมันทำไมมันถึงลดลงมาตอนนี้ใช้แค่ 45 ล้านลิตรต่อวันครับ สำคัญที่สุดคนไทยไม่มีตังค์เติมน้ำมันครับ พ่อค้าแม่ขายนะครับ ต้นทุนเพิ่มขึ้นนะครับ จากค่าน้ำมัน 70% ทำให้กำไรหายไปครับ ทำให้เค้าต้องทำงานหนักมากขึ้นครับ ช่วงนี้ยิ่งเป็นช่วงเปิดเทอมนะครับ พ่อแม่นะครับที่ส่งลูกเข้าโรงเรียนวันนี้ เค้าหนักอกหนักใจครับ ค่าชุดนะครับนักเรียนใหม่ ค่าบำรุงการศึกษาที่ต้องจ่ายนะครับ ค่าเรียนต่างๆ นะครับ แต่ค่าครองชีพเค้ายังได้เท่าเดิมครับ ถามว่าถ้าค่าครองชีพเท่าเดิม คนที่เงินเดือน 8,000 นะครับ เช่น ข้าราชการฝ่ายปกครอง กำนันผู้ใหญ่บ้าน หรือส่วนท้องถิ่น หรือข้าราชการนะครับ ที่มีเงินเดือน 15,000 20,000 แต่ค่าน้ำมันลดที่เขาต้องใช้ นะครับ เพิ่มขึ้นอีก 70% ครับ อยากจะฝากท่านประธานนะครับ ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ว่าจะหาทางหามาตรการแก้ไขอย่างไรให้เข้าแก้ไขได้นะครับ
>> ท่านประธานครับ ก่อนเลือกตั้งนะครับ ผมเห็นท่านนายกอนุทิน ชาญวีรกุลนะครับ ไปปราศรัยที่หนองคายนะ ครับท่านบอกว่าท่านมีโอกาสเข้ามาทำงานมาเป็นนายกรัฐมนตรีแค่ 2 เดือนกว่าๆ ท่านยังได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ คุณงามความดีให้ กับประเทศชาติให้กับพี่น้องประชาชนได้มากมาย ท่านบอกว่าถ้าท่านได้กลับเข้ามาทำงานอีก 4 ปี ท่านจะทำให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ พูดคำว่าพอแล้ว พอแล้วรวยกันไม่ไหวแล้ว ผมเชื่อนะครับว่าท่านนายกอนุทินมีความตั้งใจครับ ที่จะพัฒนาประเทศชาติให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศไทยมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นครับ ผมเชื่อว่าท่านนายกอนุทินมีความตั้งใจแน่นอนครับ แต่ ณ ปัจจุบันนี้ครับ หลังวิกฤตสงครามนะครับ ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาครับ ทำให้เราเจอกับวิกฤตราคาน้ำมันที่แพงขึ้น พี่น้องประชาชนอยู่กันอย่างยากลำบากครับ ผมไม่มีเวลาไปเดินนะครับ ดูรถไฟฟ้าครับ ไม่มีเวลาไปซื้อรถไฟฟ้าเพราะไม่มีตังค์ครับ รถไฟฟ้าดีนะครับ ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง ประหยัดพลังงานได้ ช่วยให้คนไทยประหยัดได้ครับ เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะส่วนหนึ่งครับ แต่พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ครับ ยังประสบปัญหาความเดือดร้อนอยู่ครับ ผมก็ต้องฝากนะครับให้ท่านอนุทินนะครับ ท่านนายกและคณะรัฐมนตรีทุกท่านนะครับ ว่ามีแนวทางอย่างไรนะครับ ที่จะแก้ปัญหาวิกฤตน้ำมันราคาแพงได้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้กลับมามีความสุขอีกครั้งนะครับ ผมเชื่อนะครับท่านอนุทินมีความตั้งใจ แต่ ณวันนี้ครับ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่เริ่มจะไม่เชื่อกันแล้วครับ ว่าท่านอนุทินจะสามารถทำได้มั้ย ให้พี่น้องประชาชนกลับมามีความสุขกันอีกครั้งนึงครับ ผมต้องฝากไว้ด้วยนะ ครับ ภาคเหนือของผมนะครับ ยังเจอวิกฤตนะครับน้ำมันแพงแล้วนะนะครับ วันนี้ผมเชื่อว่าทุกปั๊มนะครับมีน้ำมันให้เติมแน่นอน วิกฤตน้ำมันขาดแคลนไม่มีแน่นอนครับ น้ำมันแพงนะครับ ทำให้ทุกปั๊มวันนี้นะครับ มีน้ำมันเติม แต่สังเกตมั้ยครับว่าพี่น้องประชาชนไปเติมกันน้อยมากครับ เราลดการใช้น้ำมันลงไปเกือบครึ่ง เพราะเค้าไม่มีตังค์เติมน้ำมันกันครับ
ภาคเหนือบ้านผม ลำปางบ้านผมนะครับ ยังเจอกับวิกฤตฝุ่นควันไฟป่านะครับ และฝุ่น PM 2.5 5 นะครับ ต้องฝากไปถึงท่านอนุทิน ชาญวีรกุลนะครับ ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงมหาดไทยครับ พี่น้องนะครับ จิตอาสาดับไฟป่านะครับ ประสบปัญหากัน 2 เรื่องครับ เรื่องแรกนะครับ บุคลากรไม่พอนะครับ เจ้าหน้าที่ไม่พอ เพราะต้องทำงานกัน 24 ชั่วโมงครับ เรื่องที่ 2 วัสดุอุปกรณ์ในการดับไฟป่าไม่พอครับ ผมก็เลยสอบถามไปที่ อ่า จังหวัดนะครับว่าทุกจังหวัดเลยครับ ประเทศไทยเรามี อปพร. นะครับ 630,000 คนนะครับ เฉพาะจังหวัดลำปางบ้านผมมีพี่น้อง อปพร. อยู่หมื่นกว่าคนครับ อปพร. ย่อมาจากนะครับ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนครับ ถ้าท่านนายกอนุทินซึ่งกำกับดูแลมหาดไทยนะครับ ดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนะครับ มีการจัดฝึกอบรมนะครับ อปพร. นะครับทั่วประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดลำปางบ้านผม 10,000 กว่านายนะครับ โดยสนับสนุนเรื่องสวัสดิการต่างๆ นะครับ มีอุปกรณ์ในการดับไฟป่ามอบให้ นะครับ อบรมให้ความรู้นะครับ ผมเชื่อว่า อปพร. อีกหมื่นกว่านายนี้ นะครับ จะมาช่วยพี่น้องจิตอาสาดับไฟป่าได้ทุกหมู่บ้าน และจะมีศักยภาพมากขึ้นครับ ปัญหาหมอกควันไฟป่าเป็นปัญหาสำคัญนะครับ ซึ่งเกิดต่อเนื่องมายาวนานครับ วันนี้ต้องฝากรัฐบาลนะครับว่า ให้ช่วยกันแก้ปัญหาครับนะครับ แก้ปัญหาแบบไหนครับที่จะไม่ให้มันเกิดอีก หรือบรรเทา นะครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนเค้าอยู่กันอย่างมีความสุข
สุดท้ายนี้นะครับ ผมฝากไปถึงท่านอนุทิน ชาญวีรกุล และคณะรัฐมนตรีทุกท่านครับ ผมเชื่อว่าทุกท่านรวมถึงเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในห้องนี้ทุกคนนะครับ ที่อาสาเข้ามาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน มีความตั้งใจอยากจะเห็นประเทศชาติเราเดินไปข้างหน้า อยากจะเห็นประเทศชาติเรามีเศรษฐกิจการค้าที่ดีขึ้น อยากจะเห็นคนไทยมีความสุขกันทุกคนนะครับ ฝากรัฐบาลนะครับว่าทำอย่างไรนะครับ จะให้คนไทยกลับมีความสุขอีกครั้งนึงครับ ฝากฝากด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ
>> ครับต่อไปเชิญท่านสิริกัญญา ตันสกุลครับ เชิญครับ
>> ครับ >> เกือบถกมือแล้ว
>> เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉันศิริกัญญา ตันสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ท่านประธานคะ คำแถลงนโยบายรัฐบาลค่ะ ดิฉันย้ำเป็นรอบที่ 4 ของการอภิปรายแถลงนโยบายนะคะ ของ
รัฐบาลว่า มันคือสัญญาประชาคมค่ะ เพื่อที่จะบอกกับประชาชนว่ารัฐบาลเนี่ยกำลังจะขับเคลื่อนประเทศนะคะ ไปที่จุดหมายใด ด้วยวิธีการใด แล้วก็ใช้เวลาเท่าไหร่ มันเปรียบง่ายๆ ก็เหมือนกับระบบนำทางค่ะ ดิฉันเรียกมันว่า เป็น GPS นะคะ แต่สำหรับคำแถลงนโยบายนี้้นะคะ ยังเป็นแบบเดิมค่ะ คือเป็น GPS แบบเบลอๆ ค่ะ มองใกล้ไม่ชัดค่ะ มองไกลไม่เห็นค่ะ
มองใกล้ไม่ชัดเพราะอะไรคะ เพราะว่านโยบายระยะสั้น นโยบายเร่งด่วนเนี่ย ไม่ได้เขียนค่ะ ส่วนมองไกลไม่เห็นเนี่ย เพราะว่าอ่านจนจบแล้ว ก็ยังไม่เห็นว่าเป้าหมายปลายทางเนี่ย เราจะเดินหน้าไปสู่อะไรกันแน่
มาดูกันที่นโยบายเร่งด่วนก่อนค่ะ ท่านประธานก็ไม่มีค่ะ หรือท่านอาจจะบอกว่ามีก็ได้ แต่ว่าก็คือไม่ได้เขียนแย่ออกมา ก็เขียนรวมๆ ปนๆ กันอยู่นะคะ ก็เลยไม่รู้ว่านโยบายไหนมันจะเสร็จ 1 ปี หรือว่าเสร็จใน 6 เดือน หรือว่านโยบายไหนจะเสร็จ 2 ปี หรือว่าเสร็จใน 4 ปีนะคะ
แต่ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศเนี่ย มันย่ำแย่นะคะ เนื่องจากว่าอย่างที่เราทราบกันว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางเนี่ย มันดูจะไม่จบลงง่ายๆ นะคะ ตอนนี้เศรษฐกิจกำลังเข้าสู่โหมดข้าวยากหมากแพงนะคะ ก็คือโตต่ำ แต่ว่าค่าครองชีพพุ่งนะคะ ถึงแม้ว่าสงครามจะจบ แต่ว่าปัญหาเรื่อง supply chain เนี่ย จะยังคงอยู่กับเรากันไปยาวๆ เลยนะคะ ทำให้คาดการณ์ GDP ของปี 2569 นะคะ ท่านประธาน ดูนะคะ ไม่มีอันไหนเกิน 1.5% 5% เลยนะคะ ทุกสำนักประมาณการออกมา ในขณะที่เงินเฟ้อเนี่ยนะคะ บอกว่าถ้าราคาน้ำมันเนี่ย เฉลี่ย 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลตลอดทั้งปีเนี่ย อาจจะพุ่งไปเกิน 3% ได้ ซึ่งมีสิทธิ์ที่จะเกิน 3% แน่ๆ นะคะ เพราะว่าถ้าเราดูตัวอย่างจากตอนปี 2565 ที่มีสงครามยูเครนรัสเซีย แล้วก็มีปัญหาเรื่องของน้ำ ราคาน้ำมันเช่นเดียวกันเนี่ย ตอนนั้นขึ้นไปแค่ 97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ว่าเงินเฟ้อพุ่งไป 6% นะคะ
และถ้าเงินเฟ้อเฟ้อมันพุ่งกันยาวๆ นะคะ ต่อเนื่องไม่ลดลงง่ายๆ แบบนี้ นะคะ มันก็จะเกิดภาวะที่เรียกว่า stagflation ค่ะ ก็คือโตต่ำ แต่ว่าเงินเฟ้อสูง ซึ่งปกติเวลาเศรษฐกิจตกต่ำเนี่ย เงินเฟ้อมันก็จะต่ำตามนะคะ เหมือนที่ประเทศไทยเนี่ย เงินเฟ้อติดลบอยู่ตลอดเวลา แต่ว่าพอมันเป็นเหตุการณ์แบบนี้ วิธีการแก้ทำพาเศรษฐกิจออกจากวิกฤตในครั้งนี้เนี่ย ก็จะยากขึ้นไปด้วย เพราะว่ากระตุ้นมากก็ไม่ได้ กระตุ้นมากของก็จะแพงขึ้นไปอีก ซึ่งเงินเฟ้อก็ดูทีมีดีถ้าว่าจะขึ้นอย่างต่อเนื่องนะคะ เพราะว่าพอราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงไปแล้วเนี่ย สินค้าอื่นๆ ก็พลอยจะด่าหน้าขึ้นราคากันไปหมดนะคะ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดุดิบ ตั้งแต่เม็ดพลาสติก ปุ๋ย วัสดุก่อสร้าง ไปจนถึงส่งผลไปถึงสินค้าสำเร็จรูปไปแล้วเรียบร้อยตอนนี้นะคะ หรือแม้กระทั่งสินค้าเกษตรบางตัวนะคะ ก็ได้รับผลพลอยได้ที่ราคาจะสูงตามไปด้วย ถ้าเกิดเป็นพืชในกลุ่มน้ำมัน อย่างเช่นปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลังที่เอาไปทำเอทานอล ข้าวโพดที่เอาไปใช้ เอ่อ สลับทำเอทานอลได้เหมือนกันนะคะ
พอเศรษฐกิจชะลอตัวแบบนี้ อย่างแน่นอนแล้วนะคะ เอ่อ ก็มีคำถามค่ะ เหมือนที่เพื่อนสมาชิกคนเอ่อก่อนหน้าดิฉันนะคะ คุณอิสริยะ ได้ตั้งคำถามว่า รัฐบาลจะการเยียวยาให้กับประชาชนอย่างไรนะคะ แล้วจะรับกับสถานการณ์อย่างนี้อย่างไร เราก็ไม่เห็นนโยบายเร่งด่วนใด นอกจากคนละครึ่งนะคะ แต่ก็ไปอยู่ในหมวดของเพิ่มทักษะดิจิทัลด้วยนะคะ ไม่ได้อยู่ในหมวดของเศรษฐกิจนะคะ
จนเมื่อวานนี้เองค่ะ ถึงได้มีข่าวออกมาว่า ตกลงรัฐบาลนี้จะมีรัฐบาล เอ่อ จะมีมาตรการอะไรออกมาบ้างนะคะ ท่านประธาน น้ำมันเนี่ยขึ้นไปแล้ว 2 อาทิตย์แล้วนะคะ แต่มาตรการเพิ่งออกเมื่อวาน ก็ไม่รู้ว่า เป็นเพราะว่านายกสั่งวันนี้หรือเปล่านะคะ ถึงได้ออกมาตรการมาเมื่อวาน ซึ่งก็น่าแปลกใจนะคะ ว่าอย่างน้อยๆ มันก็ควรจะใส่ไว้ในคำแถลงนโยบายไว้บ้างนะคะ เอาไว้ให้ประชาชนได้อุ่นใจ ก็คือมีก็จริง แต่ว่ามีอยู่แค่แบบบรรทัดเดียว แล้วก็ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรเลยนะคะ
ทานที่เราจะได้มาถกกันว่า ตกลงระยะเร่งด่วนเนี่ย รัฐบาลจะได้ความ เอ่อ ประชาชนจะได้ความช่วยเหลือเพียงพอหรือไม่ หรือว่าจะมีอะไรที่จะต้องทำเพิ่มเติมบ้าง มาดูรายละเอียดกันนะคะ คำถามก็ยังมีอีกมากมายนะคะ ซึ่งวันนี้ เอ่อ ท่าน เอ่อ นายกรัฐมนตรี หรือว่ารองนายก ก็อาจจะมาตอบคำถามให้กับเราได้เพิ่มเติมก็ได้นะคะ ว่ามันจะมีทั้งคนละครึ่งบวกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ว่าจ่ายเท่าไหร่ก็ยังไม่รู้ มีมาตรการช่วยภาคขนส่งนะคะ ที่จะช่วยค่าน้ำมันให้กับกลุ่ม เอ่อ ผู้ประกอบการขนส่งนะคะ ทั้งรายเล็กและรายใหญ่ไปด้วยพร้อมๆ กันค่ะ
ที่น่าสนใจนะคะ ก็คือบอกว่าจะเริ่มพฤษภาคม ปี 2569 แต่ผู้ได้รับผลประโยชน์นะคะ อย่างเช่นโครงการ เอ่อ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือว่าคนละครึ่งคลาสเนี่ย จะเหลือเพียงแค่ 9 ล้านคน จาก 13.4 4 ล้านคน ขณะก็คือว่า ถ้าจะต้องมีการคัดกรองผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่เนี่ย จะสามารถคัดกรองให้เสร็จได้ภายในเดือนพฤษภาคมเลยเหรอคะ เพราะว่ารอบที่แล้วเนี่ย โอ้โห เจ็บปวดมากค่ะ กระบวนการคัดกรองในรอบนั้นนะคะ ที่ระ เอ่อ ประชาชนต้องเทียวไปอำเภอนะคะ หลายครั้งหลายรอบนะคะ พาลูกไปรอบ พาเมียไปรอบนะคะ เพื่อที่จะได้ไปยืนยันแล้วก็มอบความอนุญาตในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
สิ่งที่เรายังไม่รู้อีกอย่างนึงก็คือว่า เอ่อ นอกจากว่าจะเติมจะตรงจะเติมเงินให้เท่าไหร่แล้วเนี่ย ระยะเวลาโครงการก็ยังไม่ชัดเจน แต่ที่ชัดเจนก็คือว่ามีแพรมบอกมาแล้วค่ะว่าแหล่งเงินงบประมาณนะคะ จะมาจากการออก พ.ร.บ. โอนงบประมาณแล้วก็งบกลางค่ะ โอ๊ะ เหมือนในเล่มนี้เลยค่ะ ก็มีการพูดถึงเรื่องของการออก พ.ร.บ. โอนงบประมาณเหมือนกันนะคะ คำถามก็คือว่าท่านจะออก พ.ร.บ. โอนงบของปี 69 ในประมาณเมษายนพฤษภาคมนี้จริงๆ เหรอคะ คือมันก็ฟังดูดีค่ะ มันฟังดูมันคล้ายๆ แบบเกลี่ยก่อนกู้อะไรเงี้ยค่ะ ซึ่ง เอ่อ คือเริ่มเกลี่ยแล้วเนี่ย ตกลงจะกู้จริงๆ แล้วใช่มั้คะ เพราะว่าก็มีข่าวลืออีกเช่นเดียวกันว่ารัฐบาลก็มีแผนที่จะออก พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ก็ต้องถามว่าตกลงเกลี่ยก่อนกู้หรือเปล่าคะ
ซึ่งจริงๆ แล้วเนี่ย วิธีการแบบนี้นะคะ ก็สะท้อนปัญหาวิกฤตการคลังของรัฐบาลที่กำลังเผชิญอยู่เหมือนกันนะคะ ฐานะการคลังของเราเนี่ย ก็กำลังมีความเสี่ยง ถึงจะไม่มีวิกฤตพลังงานเลยแล้วก็มีความเสี่ยงทางด้านการคลังเข้าขั้นที่จะน้องๆ วิกฤตอยู่แล้วนะคะ ฝั่งรายจ่ายค่ะ เราก็กำลังมีปัญหาจริงๆ นั่นแหละค่ะ เพราะว่างบกลางนะคะ ในทั้งค่าใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจ 25,000 ล้านก็ใช้ไปจะหมดสิ้นแล้วตั้งแต่เดือนแรกๆ นะคะ ของรัฐบาลอนุทิน 1 นะคะ เอ่อ ส่วนเงินสำรองใช้จ่ายฉุกเฉินจำเป็นก็เหลืออีกไม่มากนะคะ มันเป็นความลับมากๆ แต่ว่าเท่าที่ได้ไปสืบทราบมาก็น่าจะเหลืออยู่ที่ราวๆ 25,000 ล้านบาทนะคะ ซึ่งรัฐบาลสามารถที่จะมาคอนเฟิร์มดิฉันอีกครั้งนึงได้ว่าจริงหรือไม่นะคะ
ซึ่งตอนแถลงนโยบายเดือนกันยายนเนี่ย ดิฉันก็พูดถึงเรื่องโครงการคนละครึ่งที่ต้องใช้เงินถึง 44,000 ล้านบาท บวกกับเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 20,000 ล้านบาทเนี่ย มันใช้เงินในส่วนของงบกลางที่จะต้องสำรองเอาไว้ ยามฉุกเฉินจำเป็นจริงๆ เนี่ย ใช้ไปเยอะมาก ตอนนั้นเนี่ย แค่เดือนแรกๆ ก็คือใช้ไปประมาณ 1 ใน 3 ของเงินสำรองตรงนี้ไปจนหมดสิ้นแล้วเนี่ย แล้วต้องเตือนแล้วด้วยว่าถ้ามันเกิดวิกฤตขึ้นมาจริงๆ เนี่ย มันจะยุ่ง แล้วมันก็ยุ่งจริงๆ ด้วยนะคะ แต่ว่าตอนนี้เนี่ยนะคะ รัฐบาลก็เลยจำเป็นที่จะต้องหาเงินเพิ่มค่ะ โดยการโอนงบนะคะ เมื่อเมื่อวานนี้นะคะ ท่านปลัดกระทรวงการคลังนะคะ ขออภัย เอ่อ เอ่ย นามท่านละวรนะคะ บอกอีกว่าจะไม่ได้ออกเป็น พ.ร.บ. ด้วย จะออกเป็น พ.ร.ก. นะคะ ออกเป็นพระราชกำหนดนะคะ ก็คือข้ามหัวสภาไปเลยนะคะ ก็คือใช้มติ ครม. ในการออกพระราชกำหนดนะคะ แล้วก็ประกาศใช้ได้เลยนะคะ
อันนี้เนี่ย ก็ต้องบอกว่าต้องถามจริงๆ ว่าที่จะทำแบบนี้ ทำเพื่อแก้ไขปัญหาทางการคลังนะคะ ที่เป็น เอ่อ ฐานะของรัฐบาลของท่านเอง หรือว่าออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนกันแน่ เพราะว่าอะไรคะ ประธาน คือถึงแม้ว่าจะออกเป็น พ.ร.ก. หรือว่า พ.ร.บ. เนี่ย ออกตอนที่อยู่ ในตอนออกตอนนี้เนี่ยนะ ก็คือไตรมาส 3 ของปีงบประมาณแล้วเนี่ย มันจะมันจะเสียมากกว่าได้ค่ะ ไม่ใช่ว่าดิฉันไม่อยากเกลี่ยก่อนกู้นะคะ แต่ว่าประสบการณ์จากการโอนงบประมาณในปี 2563 เนี่ย มันบอกเราค่ะว่า พอ มันเข้าไตรมาส 3 แล้วเนี่ยนะคะ งบประมาณมันถูกใช้จ่ายไปมากแล้วค่ะ ก็คือ เอ่อ จนถึงสิ้นเดือนมีนาคมนะคะ งบประมาณถูกใช้ไปแล้วนะคะ หมายความว่าทั้งเบิกจ่ายแล้วก็ลงนามผูกพันในสัญญาไปแล้วเนี่ย เกิน 60% ไปหมดแล้วนะคะ ทั้งรายจ่ายประจำ ทั้งรายจ่ายลงทุน รายจ่ายประจำก็เราก็รู้ดีว่าเดี๋ยวมันก็ต้องเอาไปจ่ายเป็นเงินเดือนข้าราชการอีก นะคะ ตรงนั้นก็เอามาตัดไม่ได้
ดิฉันลองคิดตัวเลขดูคร่าวๆ เนี่ย น่าจะมีกองกลางที่จะสามารถนำไปตัดได้เนี่ย อยู่ราวๆ แค่ 400,000 ไม่เกิน 500,000 ล้านบาทนะคะ ซึ่งถ้าจะตัดให้ได้เป้าเมื่อกี้นะคะ ที่ที่ปรากฏอยู่ในข่าวเนี่ย บอกว่าจะตัดจะโอนจะตัดโอนเนี่ย ให้ได้สักประมาณ 40,000 50,000 ล้านเนี่ย คือยากมาก ดิฉันกังวลว่ามันน่าจะไปไม่ถึงอ่ะค่ะ เพราะว่าถ้าย้อนดูตอนปี 2563 ตอนนั้นเนี่ยงบเนี่ยเหลือให้ตัดเยอะกว่านั้นเยอะกว่านี้เยอะนะคะ เพราะว่าถ้าจำกันได้เนี่ย ปีงบประมาณ 2513 คือเป็นปีที่งบประมาณออกล่าช้า นะคะ ก็คือมีเลือกตั้งแบบนี้แหละ แล้วก็งบประมาณออกล่าช้า เอ่อ ทั้งด้วยเอ่อ มีเลือกตั้งทั้งด้วยกฎบัตรแทนการต้องลงมติอะไรกันใหม่เนี่ย ล่าช้าไปเกือบ 6 เดือนนะคะ ซึ่ง ณ วันนั้นเนี่ย ขนาดว่าออกงบล่าช้าเนี่ย เบิกจ่ายไปได้สักประมาณ 12% เท่านั้นเองนะคะ ยังตัดได้แค่ 88,000 ล้านบาทเศษ ซึ่งจาก 88,000 ล้านบาทเศษเนี่ย เป็นเงินที่ไปตัดเอาเงินชำระคืนเงินต้นน่ะค่ะ ก็คือชักดาบอ่ะค่ะ ท่านประธาน ชักดาบนะคะ เงินคืนต้นเงินกู้ไปแล้วเนี่ย ประมาณ 36,000 ล้านบาท ด้วยตัดโอนจริงๆ ได้แค่ 50,000 50,000 ล้านบาทเท่านั้นเองนะคะ ก็คือโอนจริงๆ ได้แค่ประมาณประมาณ 6.3% ของเอ่อ ก้อนงบที่เอามาตัดรวมกัน เอ่อ ที่มันที่มันเข้าหลักเกณฑ์กันได้นะคะ
ตอนนั้นเนี่ย ขนาดว่าตอนนั้นเี่มันน่าสิวน่าขวานกว่าปัจจุบันนี้อีกเยอะมากนะคะ ตอนนั้นถ้ายังจำกันได้นะคะ โควิดเริ่มต้นขึ้นแล้ว งบกลางใช้หมดเกลี้ยงแล้วนะคะ เพิ่งออก พ.ร.ก. พ.ร.ก. เงินกู้ รายได้จากเก็บเข้ารัฐเนี่ยไม่ได้เลยนะคะ ก็คือต้องไปใช้เงินตามมาตรา 45 นะคะ ผลประบของ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณนะคะ ก็คืองบก๊อก 2 ในเงินสำรองออกมาอีก 50,000 ล้านแล้วด้วย ขนาดหน้าสิวหน้าผาขนาดนั้น ยังตัดได้แค่ประมาณ 50,000 50,000 ล้าน ถ้าไม่รวมเงินคืนต้นเงินกู้ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลเนี่ย จะตัดได้มากไม่ได้มากก็คงจะขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์นะคะ ที่เดี๋ยวคงจะต้องมีการออกหลักเกณฑ์มาว่าอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ ดูงานต่างประเทศทำไม่ได้ ดูงานในประเทศทำได้มั้ยนะคะ อันไหนยังไม่ได้ผูกพันสัญญาค่อยเอามาตัดกันได้เนี่ย ก็เดี๋ยวมันก็ต้องมีกระบวนการพวกนี้อีก ซึ่งก็คงจะต้องใช้ระยะเวลาแล้วก็ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์เหล่านั้น
แต่ว่าถ้าท่านเขียนเกณฑ์แบบหลวมๆ นะคะ เหมือนตอนที่ท่านบอกให้ประหยัดพลังงานแล้วก็ออกเกณฑ์บอกมาว่า ข้ามข้าราชการดูงานต่างประเทศนะคะ แต่ว่ามีติ่งไว้ว่าแต่ให้เป็นดุลพินิจของหัวหน้าหน่วยก็เสร็จค่ะ รับรองว่าเอิ่มไม่เหลืองบให้โอนอยู่ดีนะคะ
อีกเหตุผลนึงค่ะ คือมันไม่ได้เร็วขนาดนั้น คือมันจะแล้วมันก็จะทำให้ระหว่างที่เรากำลังจะโอนไม่โอน โอนไม่โอนเนี่ยเนี่ย การเบิกจ่ายเนี่ยจะหยุดชะงักไปเลยนะคะ สำหรับไตรมาส 3 นะคะ แทนที่จะมีเงินจากทางรัฐบาลมาทำให้เศรษฐกิจยังพอเติบโตต่อไปได้เนี่ย มันจะหยุดชะงักไปเลยนะคะ เพราะว่าหน่วยงานราชการเนี่ย มันจะไม่กล้าใช้เงินนะคะ เพราะว่าใช้ไปก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายจะโดนโอนโดนตัดมั้ยนะคะ แล้วก็จะแตะเบรกทันที
ซึ่งความไม่เร็วเนี่ย ต้องบอกว่าแต่มันไม่ใช่เหตุผลที่ท่านจะออกเป็น พ.ร.ก. คือมันออกเป็น พ.ร.ก. ไม่ได้ดิฉันคิดว่าเพราะว่า 7 จำนงเจตนารมณ์ของการออกกฎหมายของงบประมาณเนี่ย มันคือเพื่อให้สภาได้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบ ไม่งั้นตามมาตรา 141 ของรัฐธรรมนูญคงไม่ได้บอกหรอกว่ากฎหมายงบประมาณเนี่ย มันต้องตาเป็นพระราชบัญญัติจบ ไม่ได้มีบอกหรือกฎหมายเทียบเท่าหรือว่าอะไรนะคะ
ที่สำคัญถ้าท่านจะอ้างว่ามันเร่งด่วนรอไม่ได้ตามมาตรา 172 174 ของรัฐธรรมนูญเนี่ย ก็ไม่จริง ลองมาดูตอนโอนงบปี 63 ซึ่งก็ช้าจริง ใช้ 3 เดือนนะคะ ก็ยอมรับว่าใช้นานจริง แต่มันไม่ได้ช้าเพราะว่ามันเป็น พ.ร.บ. มันช้าเพราะ ครม. เนี่ยแหละที่ลังเลไปลังเลมา ตกลงจะโอนเท่าไหร่ยังไงยังไงยึกยักไปยึกยักมา แถมยังไม่ยอมเปิดสภาประชุมสมัยวิสามัญด้วยตอนนั้น ทำให้เข้าสภาล่าช้า พอเข้าสภาปุ๊บนะคะ ดูวงแดงๆ อาทิตย์เดียวเสร็จ อาทิตย์เดียวเสร็จจริง เนาะ ดังนั้นเนี่ย มันไม่ใช่ว่ารอไม่ได้ 1 อาทิตย์ คุณจะรอไม่ได้จริงๆ เหรอคะ ไม่ใช่เหตุผลค่ะที่เราจะออก พ.ร.ก. เพราะว่ามันเร่งด่วนรอไม่ได้
เอาจริงๆ นะคะ ดิฉันคิดว่า เอ่อ ต้องต้อง เอ่อ ระมัดระวังในการที่จะฟังคำ เอ่อ คำความคิดเห็นจากปลัดกระทรวงการคลังแล้วหรือเปล่านะคะ เพราะว่าที่เป็นท่าน เอ่อ รวรนเนี่ย ที่ออกมาบอกว่าให้ออกเป็น พ.ร.ก. นะคะ เพราะว่ารอบที่แล้วเนี่ย ก็บอกว่าถ้าจะลดภาษีสรรพสามิตรเนี่ย ต้องขอ กกต. ก่อน คือเพราะว่ามันเป็นในช่วงรัฐบาลรักษาการใช่มั้ย ซึ่งก็ไม่ใช่อีกอ่ะค่ะ เพราะว่าการใช้มีแต่แค่มีแค่การใช้เงินสำรองเท่านั้นน่ะค่ะ ที่ต้องขอ กกต. นะคะ รอบนี้ออก พ.ร.ก. โอนงบเองว่ามันจะไม่เข้าข่ายจริงๆ เอ่อ ไม่เข้ารัฐธรรมนูญจริงๆ แล้วก็ขอร้องค่ะ อย่าข้ามหัวสภากันเลยค่ะ ให้เราได้ทำหน้าที่ตรวจสอบงบประมาณเถอะค่ะ
พอพูดถึงภาษีสรรพสามิตรค่ะ ดิฉันก็เอะใจนะคะ แล้วก็สงสัยมากๆ ว่าเอ๊ะ ทำไมรัฐบาลเนี่ย ดูจะไม่อยากที่จะลดภาษีสรรพสามิตรเอาซะเลย ใจนึงก็อยากจะเชื่อนะคะ ท่านรองนายกเอกนิติ นะคะ ว่าที่ เอ่อ ไม่อยากลดภาษีสพสามิตรเลย ก็เพราะว่าอยากเก็บภาษีจากน้ำมันทุกฤทธิ์เนี่ย มาไว้ที่กองกลางแล้วค่อยเอาไปออกไปช่วยคนให้ได้มากที่สุด ซึ่งก็น่าจะหมายถึงเฉพาะกลุ่มเป่าบางให้ได้มากที่สุดอนะคะ แล้วก็เวลาจะตึงราคาน้ำมันเนี่ย ให้ใช้กองทุนน้ำมันก็พอ แต่ดิฉันคิดว่าท่านสามารถใช้ได้ทั้ง 2 ทางนั่นแหละค่ะ ทั้งกองทุนน้ำมันแล้วก็ภาษีสรรพสามิตรไปด้วย ซึ่งอาจจะไม่ต้องลดจาก 7 บาทเหลือ 0 บาทก็ได้ แต่ถ้าลดสักหน่อยนะคะ บาท 2 บาท 3 บาทเนี่ย มันช่วยชะลอความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนได้ ชะลอการขึ้นราคาสินค้าของผู้ประกอบการไปได้ แต่ว่าท่านก็เสียงแข็งมาก ยังไงก็จะไม่ยอมลดนะคะ
ก็ได้แต่เดาค่ะว่าทำไมถึงยืนแข็งขนาดนี้นะคะ ทั้งที่ทั้งๆ ที่ท่านเอกนิติเองก็บอกว่า 5 เดือนเนี่ย จัดเก็บรายได้ได้ตามเป้าไม่เป็นปัญหา ฐานะการคลังมั่นคงแล้วก็ที่จัดเก็บได้ตามเป้าเนี่ก็ต้องบอกว่ามาจากการที่ท่านในนิติเนี่ย เอ่อ ถ้าเอ่อ ทางกระทรวงการคลังเนี่ยเพิ่งขึ้นภาษีน้ำมันไป 1 บาทเมื่อเดือนมีนาคม นาคมปีที่แล้วนะคะ เป็นจาก 6 บาทเป็น 6 บาทกว่าเป็น 7 บาทเนี่ยนะคะ ก็เลยได้เงินเพิ่มมาประมาณ 30,000 กว่าล้านบาท ก็เลยทำให้ภาษีเนี่ยมันเก็บได้ตามเป้า ถ้าไม่มีตรงนี้เนี่ย ก็คงจะตกเป้าเหมือนกันนะคะ
แล้วก็จริงๆ แล้วในช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันแพงเนี่ย อีกอย่างนึงที่เป็นรายได้เข้า รัฐบาลได้ก็คือเงินจากภาษีรายได้ปิโตรเลียมกับภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าน้ำมันด้วยนะคะ ซึ่งมันก็จะเอ่อ เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งก็ดูเหมือนกับว่าก็น่าจะมีพอมีเงิน แต่ว่าพอไปดูมาเนี่ย ก็พบว่าจริงๆ แล้วสถานการณ์ทางการคลังของประเทศเนี่ย อาจจะเลวร้ายกว่าที่คิดเอาไว้นะคะ แม้ว่าผลการจัดเก็บ 5 เดือนแรกมันจะเข้าเป้า แต่ว่าต่อจากนี้ไปมันเริ่มไม่แน่แล้วนะคะ เศรษฐกิจอาจจะชะลอหนักกว่าที่คาดก็ได้ หรือว่าถ้าสุดท้ายแล้วปริมาณน้ำมันสำรอง เอ่อ เริ่มหมดลงนะคะ เอ่อ แล้วการปิดช่องแค่ฮอมุสยังคงยึดเยื้อนะคะ ก็อาจจะทำให้ปริมาณนำเข้าน้ำมันลดลง แล้วก็เก็บภาษีเอ่อมูลค่าเพิ่มได้ลดลงด้วยนะคะ
แต่ว่าจะเก็บรายได้ไม่เข้าเป้าก็อาจจะไม่หนักพอนะคะ ถึงขนาดว่าจะเอ่อ ทำให้เราไม่มีเงินจริงๆ นะคะ แต่อีกปัญหานึงนะคะ ก็คือมาจากการที่เงินงบกลางเงินสำรองใช้จ่ายฉุกเฉินจำเป็นเนี่ยมันหมดนั่นแหละค่ะ คือปกติงบกลางเงินสำรองใช้จ่ายฉุกเฉินจำเป็นเนี่ย มันเคยถูกใช้เป็นบัฟเฟอร์นะคะ เป็นการชนเอาไว้จ่ายรายการที่มันมักจะถูกตั้งไว้ไม่เพียงพอพอนะคะ แต่ด้วยความที่มันโดนผลาญไปจนหมดแล้วตั้งแต่ 4 เดือนแรกเนี่ยนะคะ ที่ขนาดว่าช่วงเลือกตั้งก็ไม่ค่อยได้ใช้อะไรมาก ใช้อะไรมากไม่ค่อยได้นะ เอาไปจ่ายงบเลือกตั้งไปประมาณ 7,000 กว่าล้านก็ทำเลยทำให้รายการต่างๆ ที่มันเคยตั้งใจตั้งให้มันไม่พอเนี่ยนะคะ ที่จริงๆ ดิฉันอภิปรายมาประมาณล้านรอบนะคะ เรื่องพวกนี้นะคะ วันนี้น่ะกำลังจะสร้างปัญหาใหญ่แล้วนะคะ
มันมีอะไรบ้างที่มันตั้งไว้ไม่พอแล้วมันอาจจะต้องเอามาใช้ตัวเงินสำรองเชื้อจัชำเป็น เช่น งบชำระดอกเบี้ยเนี่ย ตั้งไว้น้อยกว่าที่กรมบัญชีกลางขอ 65,000 ล้านบาท ซึ่งถ้าปกติเนี่ยก็อาจจะพอไม่พออาจจะไม่ได้ใช้งบกลางอาจจะไปใช้เงินคงคลังได้นะคะ บำนาญข้าราชการตั้งเอาไว้ไม่พอนะคะ ขาดไป 51,000 ล้านบาทนะคะ ท่านประธานคะก็ต้องบอกพี่น้อง เอ่อ ข้าราชการบำนาญทุกท่านด้วยความเคารพ พูดอีกครั้งนึงเพื่อปกป้องสิทธิ์ของพวกท่านจากคนจากพรรคที่ท่านชอบคิดว่าไปตัดบำนาญท่านนั่นแหละค่ะ วันนี้ดิฉันพาปกป้องบำนาญให้ท่านแล้วนะคะ แต่ว่าขอให้ท่านเตรียมตัวไว้เลย มีล่าช้ามีตกเบิกแน่นอน เพราะว่า เอ่อ ยังมียังขาดเงินไปอีกเกือบ เอ่อ 51,000 ล้านบาท
แม้แต่กองทุนประชารัฐนะคะ ที่เอาไว้เติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก็ตั้งไว้ไม่พอ ปกติไม่มีวิกฤตก็ใช้ประมาณปีละ 50,000 ล้าน แต่ว่าปีงบ 69 เนี่ยตั้งไว้แค่ 30,000 ล้านบาทเท่านั้นเองนะคะ อันนี้หรือเปล่าคะ ที่สุดท้ายทำได้ทำให้ลดภาษีสรรพสามิตรไม่ได้เลยสักบาทเดียว อันนี้หรือเปล่าคะ ที่สุดท้ายจะต้องทำให้เราต้องออก พ.ร.บ. หรือ พ.ร.ก. โอนงบแบบนี้ อาจจะต้องกู้จริงๆ แล้วใช่มั้ยคะ แถมกู้รอบนี้เนี่ย ถ้าต้องมาจ่ายพวกนี้เนี่ย ก็คือกู้มาโปะรายจ่ายประจำด้วยนะคะ เราทำกันได้แบบนี้จริงๆ ใช่มั้ยคะ กู้มาใช้กับรายจ่ายประจำในงบประมาณเนี่ย
อีกเรื่องนึงนะคะ ที่อยู่ในเล่มนี้เหมือนกันในเรื่องแถลงนโยบายเหมือนกัน ก็คืองบ 70 ค่ะ ก็คืออยากจะรีบ อยากจะเร่งบอกว่าอยากให้เสร็จทันปีงบประมาณนะคะ เมษายนแล้วนะคะ อยากจะยังไม่ได้เริ่มอะไรเลยนะคะ ก็คืออาจจะเริ่มนับ 0 นับ 1 เนี่ย ก็คือในการประชุม ครม. นัดแรก ซึ่งดิฉันคิดว่าน่าจะเป็นวัน 2 วันนี้แหละ ใช่มั้คะ ก็อยากที่จะให้ออกงบตรงปีไม่ล่าช้าเหมือนๆ กันนะคะ แต่ว่าก็ไม่ อยากให้ท่านมาลดทอนอำนาจการตรวจสอบของสภาแห่งนี้เหมือนกัน
ดิฉันคิดว่าเพื่อนสมาชิกเนี่ย ยินดีที่จะเร่งรัดกระบวนการทุกอย่างให้ แต่ก็ต้องมีเงื่อนไขเหมือนกัน คือถ้าทุกฝ่ายยอมลดเวลาในการพิจารณาดิฉันคิดว่าสภายอมลดเวลาเหลือเพียงแค่ 60 กว่าวันเนี่ย เราก็สามารถที่จะอำนวยความสะดวกให้ได้ ก็คือทางรัฐบาลเองก็ต้องลดเวลาของตัวเองด้วยนะคะ อย่างเช่น เอ่อ สำนักงบประมาณเนี่ยนะคะ เอ่อ ก็คือถ้าเรารอถ้าสภายอมลดเวลาในการพิจารณาลงแล้วเนี่ย สำนักงบเนี่ย จากเดิมที่ต้องใช้เวลาพิจารณาคำขอของแต่ละหน่วยเนี่ย 30 วันเนี่ย ขอลดลงมาได้มั้ยนะคะ หรือว่าเอ่อ ทางรัฐบาลช่วยอำนวยความสะดวกได้มั้ย อย่างเช่นหลังจากที่มีมติ ครม. ครั้งสุดท้ายกับตัวร่าง พ.ร.บ. แล้วเนี่ย ก่อนที่จะส่งเข้าโรงพิมพ์เนี่ย ส่งมาสภาเลยเป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ก็ได้แล้วให้สภามาปริ้นนะคะ ถือว่าได้รับการเอ่อ ได้รับการเอ่อ ได้รับมติ ครม. ในการเห็นชอบไปเรียบร้อยแล้วนะคะ ส่วนการจัดพิมพ์อาจจะมีบาง สส. บางท่านต้องการจัดพิมพ์ บาง สส. ไม่ต้องการจัดพิมพ์ก็ให้สภาเป็นผู้อำนวยความสะดวกแบบนี้ก็น่าจะสามารถทำให้มันจบได้ภายในปีภายในแล้วก็เริ่มใช้ได้ทันปีงบประมาณต่อไปนะคะ โดยที่ไม่ล่าช้าไม่ต้องออกงบไปพังก่อนนะคะ
คือดิฉันดูทรงแล้วเนี่ย คิดว่าจริงๆ แล้วรัฐบาลก็คงจะมาแนวว่าจะต้องออก พ.ร.ก. นะคะ เพื่อที่จะเตรียมเม็ดเงินสำหรับการที่จะทั้งเยียวยานะคะ ประคองพยุงเศรษฐกิจให้มันผ่านช่วงนี้แล้วก็ออกจากวิกฤตให้ได้นะคะ แต่ว่ายอดเงินที่มีการพูดกันนะคะ บอกว่าจะกู้ถึง 500 สนล้านเนี่ยนะคะ ก็ต้องตั้งคำถามอยู่ดีล่ะค่ะว่ามาตรการความช่วยเหลือเนี่ย มันจะมีอะไรยังไงบ้างนะคะ รายละเอียดจะเป็นยังไงบ้าง แล้วก็ที่สำคัญนะคะ รอบนี้ดิฉันจะไม่พลาดแบบเดิมนะคะ ก็คือว่ารอบที่เป็นรัฐบาลพลเอกประยุทธ์เนี่ย ให้กู้อาจจะสนใจแต่ในรายละเอียดของโครงการนะคะ ที่ว่าจะไปทำอะไรบ้าง แต่ลืมถามว่าจะเอาตังค์ที่ไหนมาคืนนะคะ ก็เลยทำให้หนี้สาธารณะเนี่ยมันบานอยู่ทุกวันนี้ เพราะว่าไม่เคยคิดเรื่องจะเอาเงินที่ไหนมาคืน
ก็เลยต้องขอทบทวนนโยบายภาษีของเอ่อ รองนายกเอกนิติหน่อยค่ะ ว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่นะคะ หน้าต่อไปนะคะ ก็คือเรื่องของเอ่อ ภาษีที่เคยบอกว่าจะเก็บนะคะ ในแผนการคลังระยะป่านกลางนะคะ มีตัวที่น่าสนใจหลายตัวด้วยกันนะคะ ดิฉันหยิบมามีการจะขึ้นภาษีสรรพสารมีน้ำมันอีก 1 บาทนะคะ ตามแผนก็ขอคำมั่นสัญญาชัดๆ ว่าไม่ลดไม่ว่าขออยากเก็บเพิ่มได้มย นะคะ ตอนนี้นะคะ มันดานจะอยู่ประมาณ 7.5 บาทของเบนซินปกตินะคะ เอ่อ ถ้าเก็บเพิ่มอีกบาทนึงก็จะขึ้นเป็น 8.5 5 บาทนะคะ สำหรับดีเซล เอ่อ ก็จะอยู่ที่ประมาณ 6 บาทกว่าๆนะคะ ก็จะขึ้นเป็น 7 บาทกว่าๆนะคะ ตรงนี้เนี่ย ถ้าไม่เก็บเพิ่มเนี่ย ก็ลำบากทางคลังเหมือนกันนะคะ เพราะว่าก็จะทำให้รายได้หายไป 33,000 ล้านบาท ถ้าไม่เก็บเพิ่มจะหาที่ไหนมาแทนนะคะ
ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรนะคะ หรือว่าไซโยนารแทกนะคะ 12,000 ล้านบาท อันนี้ก็ถามว่ายังจะเก็บอยู่มนะคะ ในสภาวะของการท่องเที่ยวที่เป็นแบบนี้ ที่สำคัญกระทรวงท่องเที่ยวก็บอกว่าอยากที่จะเก็บค่าเหยียบแผ่นดินด้วย ก็คือเหยียบเข้ากระทรวงการการท่องเที่ยวเก็บนะคะ เหยียบออกกระทรวงการคลังเก็บหรือเปล่านะคะ
แatค่ะ ก็บอกว่าจะเพิ่มในเอ่อ 10% นะคะ ใน 3 ปีนะคะ ก็คิดว่าคงไม่ได้เก็บแล้วแหละ เพราะว่าท่านนายกอนุทินบอกว่าไม่ให้เก็บตราบใดที่ท่านยังอยู่เนี่ย จะไม่เก็บนะคะ ถ้าไม่เก็บแล้วอะไรมาแทนนะคะ 200,000-300,000 ล้านบาท
แล้วก็ตัวสุดท้ายค่ะ ภาษีลาบลอยค่ะ ตกลงจะเอายังไงคะ จะใช้เป็นไอ้ตัว พ.ร.ก. แก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคนน้ำมันเชื้อเพลิงลดค่าการกลั่นเอา หรือว่าจะเก็บภาษีลาบลอย หรือว่าจะทำทั้งคู่คะ ขอคำตอบด้วยนะคะ เพราะว่าสุดท้ายแล้วเนี่ย ถ้าจะต้องกู้เงินมหาศาลในรอบนี้ขึ้นมาจริงๆ เราก็อยากที่จะมั่นใจค่ะว่าสุดท้ายจะมีแผนที่จะเอาเงินมาใช้คืนไม่ให้ เอ่อ เป็นหนี้สาธารณะที่บวมเบ่งบานแบบวันนี้อีกต่อไปค่ะ เพราะว่าถ้าเป็นแบบนี้ มันก็พอแล้วไม่เอาแล้วไม่ไหวแล้วค่ะ ท่านประธาน ขอบคุณค่ะ
>> ครับต่อไปเชิญเชิญท่านสุภสิทธิ์ก่อ เจริญยศครับเชิญครับ
>> กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมนายสุภสิทธิ์กจริยศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด เขต 4 พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่มีนโยบายดีๆ มอบให้กับพี่น้องเกษตรกร โดยจะมีการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรดั้งเดิมไปสู่เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน ถือว่าเกษตรกรเป็นหัวใจหลัก ผมมาจากจังหวัดร้อยเอ็ดนะครับ พื้นที่ของผมได้ลงไปพบกับพี่น้องประชาชนก็มีความหวังแล้วครับว่าพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศจะได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาล ในฐานะที่เคยเป็นผู้ปฏิบัติในการนำนโยบายของรัฐบาลไปปฏิบัติในพื้นที่จังหวัดมา 2 จังหวัด ก็ถือว่านโยบายนี้หากรัฐบาลทำได้จริง จะทำให้พี่น้องประชาชนของผมมีชีวิตความเป็นอยู่และรายได้ที่ดีขึ้น ผมมั่นใจครับว่ารัฐบาลภายใต้การนำของท่านอนุทิน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรทันทุริยะ จะทำให้พี่น้องเกษตรกรของเราได้ลืมตาอ้าปากขึ้น
ผมลงพื้นที่นะครับ มีอ่าสิ่งที่พี่น้องประชาชนฝากมาอยู่ 3 ประเด็น ประเด็นแรกก็คือเรื่องน้ำท่วมซ้ำซากในเขตจังหวัดร้อยเอ็ดของผมนะครับ มีแม่น้ำชีกับแม่น้ำยางนะครับ ซึ่งไหลมาบรรจบกันจะทำให้น้ำท่วมอยู่เขตอำเภอเสรภูมิ นะครับแถวพนมไพรซ้ำซากเป็นประจำทุกปีนะครับ อันนี้พี่น้องก็ฝากมานะครับว่าเงินค่านะครับ เงินค่าที่ เราช่วยเหลือพี่น้องปีนี้ยังไม่ได้รับนะ ครับถ้าหากว่าได้รับผมก็อยากฝากหน่อยว่า ในพื้นที่ถ้ำซากนะครับ นอกจากที่จ่ายค่าเยียวยาแล้ว ก็อยากให้ทางรัฐบาลได้ไปทำแก้มลิง โดยเฉพาะที่แม่น้ำยาทางเขตอำเภอเสรภูมิของผมนะครับ ไม่มีประตูน้ำเลย อยากจะให้ไปทำประตูน้ำไว้ให้ หรือเป็นเขื่อน เพื่อพี่น้องจะได้สามารถใช้น้ำในฤดูแล้งได้นะครับ
ประกอบกับขณะนี้นะครับ ผลผลิตข้าวนาปรังก็เริ่มออกนะครับ ประเด็นที่ 2 ก็ถือโอกาสต่อไปเลยนะครับ ว่าเป็นประเด็นของราคาข้าวตกต่ำ เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น แต่ว่ารายได้ของพี่น้องตกต่ำ เนื่องจากข้าวนาปรังขณะนี้อยู่ที่ราคา 5,800 บาท ซึ่งเป็นราคาต่ำมากนะครับ ราคาต่ำยังไม่พอนะครับ ขณะนี้มีการไปจ้างรถเกี่ยวมา น้ำมันก็ขึ้นราคานะครับ ราคาข้าวก็ไม่ได้ ก็อยากจะฝากทางท่านประธานไปยังรัฐบาลนะครับ ได้หาทางเข้าไปเยียวยา หรือจะทำเป็นตลาดกลางนะครับ เพื่อรองรับให้พี่น้องประชาชนตั้งแต่เด็กมาครับ ผมไม่เคยเห็นชาวนาได้มีโอกาสนะครับ ได้มีโอกาสที่จะเสนอราคา หรือตั้งราคาข้าวให้ตัวเองได้มีแต่ต้องอาศัยจากโรงสีเท่านั้น เมื่อนำข้าวไปขายที่โรงสีจะทราบได้ว่าขณะนี้ตัวเองจะได้ขายข้าวเท่าไหร่ อันนี้ก็ฝากไปยังทางรัฐบาลนะครับ
อีกประเด็นนึงนะครับ อยากฝากก็คือเรื่องของวิกฤตพลังงานช่วงนี้นะครับ น้ำมันที่พี่น้องนะครับไปดำเนินการเกี่ยวข้าวนาปรังอยู่ขณะนี้ หาซื้อก็ได้ลำบากที่ผ่านมานะครับ ณ เวลานี้ก็เริ่มจะดีขึ้น แต่ว่าราคาสูงขึ้น ผู้ประกอบการโดยเฉพาะรถเกี่ยวข้า 9 ก็ขึ้นราคา บางแห่งต้องให้พี่น้องประชาชนนะครับ ชาวนาไปหาซื้อน้ำมันมาให้ เพื่อที่จะเอามาเติมน้ำมัน อันนี้ก็ถือว่าเป็นปัญหา ก็อยากให้ทางรัฐบาลนะครับ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรได้ประสานไปยังกระทรวงพลังงาน หรือกระทรวงมหาดไทยนะครับ ได้เตรียมการที่จะหาทางให้โควต้ากับพี่น้องเกษตรกรชาวนานะครับ ได้มีโควต้าน้ำมันไว้ในการที่จะเกี่ยวข้าวนาปรังและลงนาในการผลิตในรอบการผลิตที่จะถึงนี้นะครับ
ทั้ง 3 ประเด็นนี้นะครับ ผมฝากไปยังทางรัฐบาลผ่านท่านประธานสภานะครับว่า หากว่าท่านสามารถที่จะดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องได้ตามนโยบาย โดยเฉพาะนโยบายที่ท่านได้ระบุว่า เกษตรแม่นยำ มั่นคง และยั่งยืน ผมมั่นใจแทนพี่น้องชาวเกษตรกรทั่วประเทศเลยว่า หากรัฐบาลทำได้จริงๆ นะครับ ผมคิดว่าพี่น้องชาวนาจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้นและมีคุณภาพชีวิตเพิ่มขึ้น ผมก็ขอฝากทางท่านประธานไปยังรัฐบาลให้รีบดำเนินการตามทั้ง 3 ประเด็นที่ผมได้นำเรียนมาอย่างเร่งด่วน ต่อไปขอขอบคุณครับ
>> ครับต่อไปเชิญท่านชยาภาสินทุพัยเชิญครับ
>> ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันชยาภาสินทุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ดเขต 8 พรรคเพื่อไทยในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ การแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาวันนี้ถือว่าเป็นพันธสัญญาสำคัญของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีต่อการบริหารราชการแผ่นดินต่อจากนี้ค่ะ ซึ่งปัจจุบันต้องยอมรับค่ะว่าเรากำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้านไม่ว่าจะเป็นความผันผวนทางเศรษฐกิจหรือปัญหาภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนและสิ่งที่ประชาชนกำลังรอคอยค่ะคือความชัดเจนและแนวทางแก้ไขปัญหาผ่านนโยบายที่เป็นรูปธรรม
ท่านประธานคะ ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากมาอย่างยาวนาน ในทุกๆปีเราจะเห็นภาพเดิมๆค่ะคือพื้นที่หนึ่งเผชิญกับอุทกภัยในขณะที่อีกพื้นที่กลับขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรงและสิ่งที่ตามมาคืองบประมาณจำนวนมากถูกใช้ไปกับการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นที่มักไม่ครอบคลุมความเสียหายจริงค่ะ บรรเทาความเดือดร้อนเพียงระยะสั้นเท่านั้น
เมื่อวานนี้สภาแห่งนี้ค่ะ ได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางของท่านสมาชิกในประเด็นการแก้ไขวิกฤตอุทกภัยและความล่าช้าของเงินเยียวยาที่ยังไม่ถึงมือพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงแน่นอนค่ะว่าการเยียวยาเป็นสิ่งจำเป็นแต่คำถามสำคัญคือเราจะต้องใช้ งบประมาณเพื่อการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเช่นนี้ไปอีกนานแค่ไหนหากเราไม่แก้ไขที่ต้นเหตุ
ข้อมูลจากสำนักงบประมาณค่ะ พบว่าในแต่ละปีประเทศไทยใช้งบประมาณหลายหมื่นล้านบาทในการชดเชยเยียวยาแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและหากรวมงบประมาณการฟื้นฟูการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานยิ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกๆปีค่ะ นี่คือสถานการณ์ที่สะท้อนอย่างชัดเจนว่างบประมาณที่ใช้เพิ่มขึ้นแต่ความเสี่ยงของพี่น้องประชาชนไม่ได้ลดลง ดังนั้นการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนของประเทศไทยต้องเริ่มอย่างจริงจังค่ะ ไม่อาจที่จะเป็นเพียงการทุ่มงบประมาณเพื่อการเยียวยาเท่านั้นแต่ต้องวางระบบการจัดการน้ำทั้งประเทศอย่างจริงจังและต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ลดความเสียหายทั้งต่อชีวิตทรัพย์สิน ระบบเศรษฐกิจและสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับประเทศในระยะยาว
ดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เล็งเห็นความสำคัญวางหนึ่งในนโยบายหลักที่เร่งผลักดันคือเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบอย่างยั่งยืน เพราะน้ำคือปัจจัยพื้นฐานของภาคการเกษตรและภาคการเกษตรนี่แหละค่ะที่มีส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้แก่เศรษฐกิจแต่ที่ผ่านมาพี่น้องชาวเกษตรกรต้องเผชิญกับความยากลำบากแสนสาหัส
ดังนั้นภายใต้นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้านการบริหารจัดการน้ำ ดิฉันเห็นว่าควรเน้นให้ความสำคัญใน 3 ประเด็นหลักค่ะ
ประเด็นที่ 1 การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นระบบชลประทาน ระบบระบายน้ำ การฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติ รวมถึงการขุดลอกแหล่งน้ำเดิมให้กลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้เกษตรกรได้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปีและลดความเสี่ยงจากภัยแล้ง
ประเด็นที่ 2 ค่ะ การบริหารจัดการน้ำอย่างมีระบบและใช้เทคโนโลยี ต้องมีการเชื่อมโยงข้อมูลน้ำทั้งประเทศ ใช้ระบบพยากรณ์การบริหารจัดการน้ำแบบ real time เพื่อให้สามารถระบายน้ำในช่วงน้ำหลากและกักเก็บน้ำในช่วงน้ำขาดได้อย่างเหมาะสม
ประเด็นที่ 3 ค่ะ ท่านประธาน การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการวางแผนดูแลแหล่งน้ำ เพราะคนในพื้นที่คือผู้ที่เข้าใจปัญหามากที่สุดจะทำให้การบริหารจัดการน้ำมีความยั่งยืนมากขึ้นและที่สำคัญค่ะ ท่านประธาน การบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้หน่วยงานได้ร่วมกันทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดความซ้ำซ้อนและตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงทีเพื่อให้การแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำของประเทศไม่ใช่แค่การแก้เฉพาะหน้าแต่เป็นการแก้ทั้งระบบอย่างแท้จริง
ท่านประธานที่เคารพคะ วันนี้สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่เพียงเงินเยียวยาหลังเกิดเหตุแต่คือการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ ถึงเวลาแล้วค่ะที่เราต้องเปลี่ยนแนวคิดจากการตามแก้ปัญหาไปสู่การวางระบบเพื่อป้องกันปัญหา การลงทุนในระบบบริหารจัดการน้ำอาจใช้เวลาและงบประมาณในระยะเริ่มต้นแต่จะช่วยลดงบประมาณในระยะยาวและสร้างความมั่นคงให้กับภาคการเกษตรของประเทศค่ะ
ดิฉันขอฝากความหวังของพี่น้องประชากรไทยนะคะ ของพี่น้องเกษตรกรไทยค่ะ ไว้กับคณะรัฐมนตรี ขอเป็นกำลังใจให้การดำเนินนโยบายของรัฐบาลเป็นไปเพื่อการพลิกฟื้นชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้เข้มแข็งและมั่นคงต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ
อันนี้ได้ยินเจ้มั้คะฮัลโหล 1 2 3 1 2 3 เธอคือสภาเนี่ยเขาน่าจะเปลี่ยนเน่าใช่ม คืออ่าสภาเนี่ยเขาน่าจะขึ้นไลฟ์ใหม่แล้ว ก็คือดิฉันจะไปกดกาแฟค่ะ ไปเอาน้ำแข็งจะไปกดกาแฟ โอ๊ยสู ไม่เป็นไรเดี๋ยวเราอยู่กับเพื่อนกันก่อน ก็ โอเค ฉันดิฉันในฐานะที่ดิฉันในฐานะที่เป็นรองประธานสภาก็หาไม่ไม่ได้เป็นนะคะ ก็อยากจะขอขออภัยด้วยมันเป็นเรื่องเทคนิคนะคะ ที่จำเป็นจะต้องเปลี่ยนลิงก์เราเข้าใจถูก ใช่มั้ยว่าสภาเปลี่ยนลิงก์ ถ้าสภาเปลี่ยนลิงก์แล้วเราเปลี่ยนลิงก์ เราเองเลยมั้ย ทุกคนเนี่ยประธานบริษัทกูก็ก็คือรู้เรื่องมากกว่ากูอีกทุกคนคะ งั้นเราเปลี่ยนลิงก์เลยดีมั้ยคะ ตอนเนี้ยเล่นกับใจมากพูดเลย ตอนเนี้ยเล่นกับใจมากเหลือไม่ถึง 1000 คน ก็เรากำลังคุยกันว่าเรากำลังคุยกันว่าเราจะไปต่อหรือพอแค่ไหน อ่า แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ถ้าสภาสภามาแล้วเราเปลี่ยนลิงก์เลยมั้ย แล้วทุกคนจะไปมั้ยอ่ะ เอามั้ยทุกคน งั้นเปลี่ยนลิงก์เนาะ เปลี่ยนลิงก์เลยเนาะ ได้ค่ะเรามี 2 ลิงก์แล้วนะคะ
>> จะทำยังไงต่อ
>> อ่ะไปไป ลิงก์ใหม่ได้เลยค่ะไปลิงก์ใหม่ได้เลย อะไรนะกูพูดได้มั้ยอ่ะ ไปลิงก์ใหม่ได้เลย ค่ะ ไปงั้นเราปิดลิงก์นี้แล้วเธอจะไปลิงก์ใหม่กับเรามั้ย เราไปแล้วนะเราไปลิงก์ใหม่นะเราไปลิงก์ใหม่ลิงใหม่ก็ได้เจอจอมแข็งก่อนนะขอจอมขวัญไปกดกาแฟแป๊บนึง โอ้ยลำบากเหลือเกินแค่กดกาแฟ มาสิมาสิฮึ พูดได้มั้ยนะพูดแล้วมันจะบอกลิงก์เก่า หรือลิงก์ใหม่วะ นะคะ แต่ว่ายังไม่มีรถไม่มีค่าเดินทางหรือว่าไม่มีคนพาไป หรือไปครั้งแรกเสร็จแล้วเนี่ยไปบำบัดแล้วกลับไปต่อเนื่องอีกไม่ได้ปัญหาหาก็จะกลับเข้ามาเสพเหมือนเดิมอีกนะคะ ในขณะเดียวกันนะคะ ถ้าหากเราเนี่ยไม่แยกกลุ่มที่เป็นผู้เสพออกจากผู้ค้าให้ชัดเจนนะคะ รัฐของเราเนี่ยก็จะเสียความเชื่อมั่นในการบังคับใช้กฎหมายทันทีเลยนะคะ ดังนั้นนะคะ 10 ข้อนะคะที่ดิฉันจะเสนอในวันนี้นะคะ ไม่ใช่การทำให้กฎหมายอ่อนลงนะคะ แต่ว่าเป็นการทำให้กฎหมายแม่นขึ้น ยุติธรรมขึ้น แล้วก็ทำงานได้จริงขึ้น ดังนี้ค่ะ
ข้อแรกก็คือแยกผู้เสพกับผู้ค้าให้ชัดชัดเจนนะคะ ก็คือต้องเร่งออกแนวทางปฏิบัติกลางให้ใช้เหมือนกันทั่วประเทศนะคะ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการใช้กฎหมายในแต่ละพื้นที่นะคะ
2 ก็คือผลักดันให้มีการสร้างศูนย์บำบัดในทุกอำเภอให้เกิดขึ้นจริงนะคะ
3 ก็คือเพิ่มความสามารถของระบบการบำบัด ซึ่งตรงกับนโยบายหมวดที่ 6 นะคะ ที่เปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชนที่มีมาตรฐานอยู่แล้วเนี่ยเข้ามามีส่วนร่วมภายใต้การกำกับของภาครัฐ หรือที่เราเรียกว่า public private partnership นะคะ
ข้อ 4 ก็คือยกระดับบทบาทของท้องถิ่นท้องที่นะคะ มีงบรับส่งผู้ป่วย มีการติดตามเยี่ยมบ้านรวมไปถึงการทำค่ายบำบัดยาเสพติดอย่างเช่นค่าย CBTX นะคะ
ข้อ 5 ก็คือเพื่อให้ผู้นำชุมชนแล้วก็เจ้าหน้าที่รัฐเนี่ยทำงานได้อย่างมั่นใจแล้วก็คล่องตัวนะคะ ก็ควรจะสร้างแนวทางคุ้มครองทั้งภาคปฏิบัติแล้วก็ทางกฎหมายนะคะ พร้อมกับมีระบบจูงใจเชิงบวกป้องกันข้ออ้างที่จะละเลยในการปฏิบัติหน้าที่นะคะ แล้วก็ขจัดยาเสพติดให้ได้อย่างจริงจังนะคะ
ข้อ 6 ก็ต้องมี preventive model นะคะ สำหรับกลุ่มที่เสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความรุนแรง หรือในทางการแพทย์เขาเรียกว่ากลุ่มที่เป็น SMIV ค่ะ ซึ่งจุดนี้เนี่ย ถ้าทำได้ จะมีความคุ้มค่าทั้งทางสังคมแล้วก็งบประมาณด้วยนะคะ
ข้อ 7 เนี่ยที่สำคัญนะคะ ต้องมีระบบติดตามหลังรักษา ก็คือต้องมี supervisor เชื่อมกับกลุ่มคนที่เป็นของครอบครัว อสม. รพสต. โรงพยาบาลชุมชน รวมไปถึงท้องถิ่นท้องที่นะคะ ต้องทำเชื่อมต่อกันให้ได้นะคะ
ข้อ 8 นะคะ ต้องมีการสื่อสารสาธารณะใหม่ที่ว่ารัฐไม่ละเลยผู้เสพที่เข้ารับการบำบัด และรัฐก็ไม่อ่อนข้อให้กับผู้ค้าด้วยเช่นกัน
ข้อ 9 นะคะ ต้องเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างรัฐและหน่วยงานต่างๆ นะคะ ให้เชื่อมกันโดยที่ไร้รอยต่อค่ะ
ข้อ 10 งบประมาณนะคะ ต้องจัดให้ตรงกับหน้างาน งบต้องเข้าถึงหน้างานจริงนะคะ และสุดท้ายนี้ขอให้ตัวชี้วัดเนี่ยกว้างขึ้นนะคะ ว่าเข้าสู่ระบบกี่ราย เสพซ้ำกี่รายนะคะ ก่อเหตุรุนแรงลดลงหรือเปล่านะคะ ถ้าทำได้นะคะ ประเทศไทยของเราเนี่ย จะไม่ใช่แค่เข้ม ทุกคนคะทุกคนที่ยังอยู่ลิงก์นี้นะคะเดี๋ เราปิดลิงก์นี้เราจะไปอีกลิงก์นึงนะคะ เราจะไปอีกลิงก์นึงโอพร้อมกันเลยสวัสดีค่ะไปเจอกันลิงก์ใหม่ค่ะ