Transcription
[เพลง] หลวงปู่มั่นสอนว่าผู้มีปัญญาไม่ควรให้สิ่งที่ล่วงแล้ว [เพลง] ตามมา ไม่ควรหวังในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง [เพลง] คำว่าไม่ให้สิ่งที่ล่วงแล้วตามมา ไม่ได้แปลว่าให้ลืมอดีต แต่หมายถึงอย่าเอาอดีตมาครอบงำใจ อดีตคือสิ่งที่ดับไปแล้ว แต่เรากลับไปชุบชีวิตมันด้วยความคิด เอาความผิดเก่า [เพลง] มาตำหนิตัวเอง เอาคำพูดคนอื่นมาเก็บไว้ในใจ เอาความสำเร็จ [เพลง] เก่ามาหลงยึดว่าเป็นตัวเรา สิ่งที่ดับไปแล้วถ้าเราไม่คิดถึงมันก็ไม่มีอำนาจอะไร แต่พอใจไปยึดมันกลับมีพลังทำให้เราทุกข์
ส่วนไม่หวังในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ไม่ใช่ห้ามวางแผนชีวิต แต่หมายถึงอย่าเอาใจไปผูกกับสิ่ง [เพลง] ที่ยังไม่เกิด อนาคตเป็นเพียงความคิด แต่เรากลับสร้างมันให้ใหญ่โต ทาสหวังให้ได้ดังใจ พอไม่ได้ก็ผิดหวัง พอเสียไปก็แตกสลาย [เพลง] คนมีปัญญาจึงไม่ปล่อยใจให้แกว่งระหว่างความหลังกับความหวัง
แล้วพระพุทธเจ้าตรัส [เพลง] ไว้อย่างไร พระองค์ตรัสว่า "อตีตังนันวาคะเมยะ [เพลง] นะปฏิกังเขอนาคตัง" อย่าตามอาลัยอดีต อย่าพวงถึงอนาคต และตรัสต่อว่า "ปัจจุปันณัญจะ [เพลง] โยธัมมัง ตัตถะตัถะวิปัสสติ" ผู้ใดเห็นธรรมในปัจจุบัน ผู้นั้นชื่อว่าเห็นความจริง ความจริงคือทุกอย่างเกิดแล้วดับ แม้ความคิดถึงอดีต แม้ความฝันถึงอนาคตก็เป็นเพียงสภาพธรรมที่ผุดขึ้นแล้วก็หายไป
ปัญญาไม่ได้อยู่ที่การคิดมาก แต่อยู่ที่การรู้ทันใน [เพลง] ขณะนี้ รู้ว่าใจเผลอไปอดีต รู้ว่าใจกำลังสร้างอนาคต แล้วไม่หลงตามมัน เมื่อใจไม่เกาะอดีต ไม่เกาะอนาคต ใจจะตั้งมั่น และเมื่อใจตั้งมั่น ความสงสงบจะเกิด ปัญญาจะเปิด ความทุกข์จะค่อยๆ คลาย นี่คือคำสอนที่สั้น [เพลง] ๆ แต่มีความหมายลึกซึ้งที่สุด ตัดรากของความยึดมั่น และพาใจกลับมาสู่ [เพลง] ความจริงตรงหน้า ซึ่งเป็นที่เดียวที่ความพ้นทุกข์จะเกิดขึ้นได้