Transcription
คดี 44 ส.ส. จะส่งผลกับพรรคประชาชนมากแค่ไหน มาดูคลิปนี้กัน
ก่อนอื่นต้องย้ำก่อนว่า ผมไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ยุบพรรคก้าวไกลโดยสิ้นเชิง แต่เราจำเป็นต้องเริ่มวิเคราะห์จากคำวินิจฉัยนั้น
โดยศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าการกระทำของพรรคก้าวไกลเป็นการล้มล้างการปกครอง เพราะการกระทำหลายๆ อย่างมัดรวมกัน คือการแก้ไขมาตรา 112 การประกันตัวผู้ต้องหาคดี 112 การมีผู้ต้องหาคดี 112 อยู่ในพรรค การไปชุมนุมของสมาชิกพรรค การแปะสติ๊กเกอร์ในช่องยกเลิก 112 และอีกหลายๆ เหตุการณ์
แปลว่าต้องมีการกระทำพวกที่ทั้งหมดมามัดรวมกันถึงจะเป็นการล้มล้างในมุมมองของศาล จำสมการนี้ดีๆ นะครับ ต้องมีหลายเหตุการณ์มามัดรวมกันถึงจะเท่ากับล้มล้าง
ดังนั้นถ้ามีแค่เหตุการณ์เดียวคือการยื่นแก้ไขกฎหมาย 112 ก็จะยังไม่เป็นการล้มล้างตามสมการของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าศาลรัฐธรรมนูญมองว่าการยื่นแก้ไข 112 แค่เพียงเหตุการณ์เดียวก็เป็นการล้มล้างแล้ว ศาลก็คงไม่มานั่งไล่เรียงเหตุการณ์แล้วก็เขียนคำวินิจฉัยยืดยาวขนาดนี้
ดังนั้น 44 สส. คนที่มีเหตุเพียงไม่กี่เหตุตามเหตุการณ์พวกนี้ อย่างเช่นคุณเทงที่มีแค่เหตุเดียวคือยื่นแก้ 112 ไม่เคยไปประกันตัว ไม่เคยไปชุมนุม ไม่เคยไปติดสติ๊กเกอร์ ก็จะอยู่ในกลุ่มที่มีโอกาสรอดสูงที่สุด
ย้ำอีกครั้งว่าผมไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยนี้ การยื่นแก้กฎหมาย การไปประกันตัว การติดสติ๊กเกอร์ การไปชุมนุม ไม่มีอะไรควรเป็นความผิดเลย แต่อันนี้เมื่อคำวินิจฉัยออกมาแล้วก็ต้องวิเคราะห์ไปตามนั้น
ทีนี้แม้ว่าโดยหลักการแล้ว ส.ส. หลายคนไม่ควรปลิว เพราะว่าไม่ได้มีการกระทำทุกอย่างที่ศาลวินิจฉัยว่าต้องมัดรวมกัน แต่บ้านนี้เมืองนี้ก็รู้ๆ กันอยู่
สมมุติเกิดเหตุร้ายแรงที่สุดคือ 44 สส. ปลิวเกลี้ยง พรรคก็จะยังไปต่อได้อยู่ดี เพราะยังเหลือแคนดิเดตนายกอีกคนนึงคืออาจารย์ต้น และแม้ สส. บัญชีรายชื่อจะโดนตัดสิทธิ์ แต่ สส. ลำดับล่างกว่าก็จะเลื่อนขึ้นมาแทนได้
พรรควาง สส. มาพร้อมรับความเสี่ยงนี้แล้ว โดยให้ 44 สส. ส่วนมากเป็นบัญชีรายชื่อ มีแค่ 2 คนเท่านั้นที่เป็น สส. เขต
ดังนั้นถ้าตามหลักการ คดี 44 สส. ไม่น่ากังวลขนาดนั้น เพราะ สส. 44 คน ส่วนมากไม่ได้มีการกระทำครบทุกการกระทำที่ต้องมามัดรวมถึงจะเท่ากับล้มล้าง และถึงแม้ 44 ส.ส.