Transcription
อาจารย์แต่อยากให้อาจารย์ให้ความรู้ตรงนี้ เพราะว่านุ่นเห็นนะ คนยังสับสนเยอะมากๆ เลยอ่ะค่ะ
พอพูดถึงเรื่องของกู้เงินเงี้ย คนน่ะไปตกอกตกใจ คือเวลาที่กู้เงินน่ะ มันสามารถทั้งขยับเพดานหนี้สาธารณะกับไม่ต้องขยับเพดานหนี้สาธารณะ ถูกมั้ยคะ
>> ก็ต้องแล้วว่าจะใช้เงินเท่าไหร่
>> อ่า
>> คือถ้าใช้แล้วมันเอามานั่งรวมแล้วมันเกิน น่ะ คือดูยอดที่มันเป็นยอดหนี้แล้วมันเกิน เนี่ย มันก็ต้องขยับเพดานหนี้สาธารณะค่ะ
>> คือก็ต้องดูว่าตอนเนี้ยสมมุติว่าเอ่อหนี้สาธารณะเมื่อเทียบกับ GDP ขนาดเนี้ยร้อยละ 66 ก็เหลืออีก 4% ถ้า 4% เราใช้ GDP ประมาณว่า 20 ล้านล้านบาท มันก็เหลือรูมประมาณ 800,000 ล้าน
>> อื
>> แต่ใน 800,000 ล้านเนี่ย คุณก็ต้องเข้าใจว่างบประมาณรายจ่ายประจำปีมันขาดดูก็ 7-800,000 ล้านแล้ว
>> ค่ะ
>> มันก็ต้องมันก็ถ้าจะใช้เพิ่มมากกว่านั้น มันก็ต้องมันก็ต้องขยายเพดานเท่านั้นเอง
>> อ๋อจะได้เข้า
>> เอแม้ว่ามันจะมีการชำระคืนเงินต้นไป ประมาณสัก 15,000 สัก 15,000 มันก็ต้องกู้อย่างไงน้อยก็ต้องกู้อีกประมาณสัก 600,000
>> ค่ะ
>> มันก็ต้องเทิร์นขึ้นไปบนบนหนี้ที่มันมีอยู่เพราะงั้นอัตราส่วนเนี้ยมันก็จะขยับไปใกล้ๆกับ 70 ถ้าคุณจะต้องใช้เงินมาก กว่านั้นเนี่ยก็ต้องขยายเพดาน
>> อื
>> ง่ายๆไม่มีอะไรซับซ้อนหรอก
อันนี้จะได้เข้าใจเพราะว่าคนน่ะไปปนแล้ว อ่านบางทีอ่านแค่พาดหัวขับพอพูดกู้เงินปุ๊บโอ้นี่ขยับเพดานนี่สาธารณะนะต้องแยกก่อนค่ะอาจารย์
ในขณะเดียวกันค่ะอันเนี้ นุ่นอยากให้เพิ่มเติมเนาะ คือวันเนี้ยหลังจากที่มีการประชุมของกนง.เสร็จแล้วอ่ะค่ะ
ทำกราฟฟิกที่น่าสนใจคุณผู้ชมอ่ะเข้าไปดูในเพจ Facebook ของแบงค์ชาติเ้าได้นะคะ เพราะว่าในตัวกราฟฟิกนั้นน่ะมันจะมีเรื่องของการที่เขา้าพูดด้วยว่าก่อนสงครามอ่ะแนวโน้มเศรษฐกิจเป็นยังไงแล้วพอ มันเกิดสงครามขึ้นปุ๊บอย่าเงี้ยไอ้ต้นทุนพลังงานมันไปบวกเพิ่มกับสินค้ากี่เปอร์เซ็นต์ด้วยกันอันนี้มันเป็นความรู้ดี Ah.