📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

Open Your Cards: Surrounded Debate EP1 ‘วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร’ พรรคประชาชน

The Momentum35:48

Transcription

หนูอยากรู้ว่าพรรคประชาชนน่ะเคยคิดเรื่องนี้หรือเปล่า

เหตุผลอะไรที่ทำให้พรรคประชาชนเนี่ยไปยกมือสนับสนุนคุณอนุชินชานวีรกูลเป็นนายกรัฐมนตรี

ถ้าเกิดว่าผู้ว่าเนี่ยคล้ายๆกับว่าเป็น สส.อีกชุดนึงก็คือมีเป็นนอมินีของพรรคการเมืองต่างๆแบบนี้การเมืองท้องถิ่นจะดีขึ้นหรือเปล่า

คนส่วนมากมองว่า 112 เนี่ยเป็นตัวชูโรงของพรรคประชาชนพอตอนนี้ไม่มีเนี่ยเขาอาจจะเออะหรือว่าไม่มีสัจจะ

จะมั่นใจได้ไงว่าสิ่งที่พรรคอาจารย์พยายามจะทำมันจะไม่ลงเอยเหมือนปี 49 ที่สุดท้ายเกิดการปฏิวัติอีก

อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลงเลยครับกลัวมันเหมือนเดิมเหอะประเทศเนี้ย

กติกาการเข้าร่วม debate ผู้สมัครหรือตัวแทนพรรคการเมืองจะได้รับไพ่ 4 ใบ แต่ละใบจะมีเคลมหรือประเด็นในการสนทนาอยู่ เมื่อเปิดไพ่แล้วทีมงานจะให้สัญญาณ และผู้ที่ต้องการจะพูดคุยกับตัวแทนพรรคการเมืองในประเด็นนั้นๆ ต้องรีบเข้ามา

กดกริ่งที่กลางโต๊ะ ใครกดได้เป็นคนแรกจะได้สิทธิ์ถามคำถาม โดยแต่ละประเด็นจะมีเวลาให้สนทนาถามตอบได้เพียง 8 นาทีเท่านั้น หากผู้เข้าร่วมวงสนทนารู้สึกว่าบทสนทนายาวเกินไป ถามตอบไม่ตรงประเด็น หรืออยากเปลี่ยนตัวผู้ถาม ให้ยกสีแดงขึ้นมา หากธงแดงครบ 5 อันเมื่อไหร่ ผู้ถามจะต้องออกจากการสนทนาทันที และคนอื่นๆ ที่เหลือจะได้โอกาสกดกริ่งถามคำถามคนถัดไป

วันนี้ขอเชิญพบกับตัวแทนจากพรรคประชาชนครับ

ก็ชื่อวีรยุทธ การชูฉัตรนะครับ เอ่อชื่อเล่นชื่อต้นนะครับ ส่วนใหญ่ก็จะเรียกกันว่าอาจารย์ต้น เพราะว่าก่อนหน้านี้ก็คือทำงานเป็นอาจารย์อยู่ที่ญี่ปุ่น ที่ GRPS เป็น public policy นะครับ สอนนโยบายสาธารณะ มันก็มีโอกาสความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศครับ ก็เลยตัดสินใจกลับมาตอนที่เริ่มต้นตั้งพรรคประชาชนเมื่อปีที่แล้วครับ แล้วรอบนี้ก็เลย เอ่อลงรับสมัครเป็น ส.ส. แล้วก็ได้รับการเสนอชื่อเป็น 1 ใน 3 เป็นอันดับ 3 นะครับ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน

โอเคครับ แล้วก็เดี๋ยวผมมีไพ่ให้อาจารย์ต้น 4 ใบนะครับที่จะเปิดประเด็นนะครับว่าวันนี้จะเริ่มพูดคุยจากเรื่องอะไรนะครับ

เปิดไพ่ใบแรกได้เลยครับ

กระแสพรรคก้าวไกลดีกว่าพรรคประชาชนเพราะมีพิธาเป็นหัวหน้าพรรค

สวัสดีค่ะ ชื่อไทม์นะคะ เป็นเรียกว่าเป็นตัวแทนนักเรียนดีกว่า

คืออย่างที่ขอออกตัวก่อนว่าเป็นโหวตเตอร์พรรคส้ม แต่เราสังเกตว่าแนวทางของพรรคเนี่ยในการออกเสียงเลือกตั้งมันเทียบกับตอนนั้นไม่ได้เลย เพราะด้วยปัจจัยหลายอย่างค่ะ ทั้งเรื่องกระแสพรรคก็ดี ทั้งเรื่อง เอ่อเรื่องกฎหมายก็ดี หรือเรื่องอะไรก็ตามอ่ะ หนูอยากรู้ว่าแบบจะมีแนวทางแก้ปัญหามั้ย เพราะว่าตอนเนี้ยเรายังมีปัญหาตรงๆ ค่ะ คือเรื่อง 112 แต่ว่าหนูอยากรู้จริงๆ เลยว่าเราจะสื่อสารยังไงให้คนเข้าใจไม่ตีกัน

อ่าเรื่อง 112 ก่อนแล้วกัน เอ่อ เอ่อเรายืนยันชัดเจนนะครับว่าพรรคไม่มีนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ครับ ดังนั้นจริงๆ มันก็ไม่เป็นประเด็นแล้ว ยกเว้นพรรคการเมืองอื่นเอามาทำให้มันเป็นประเด็นทางการเมืองนะครับ ส่วนเรื่องกระแสเนี่ย ผมคิดว่าเนื่องจากผมอยู่กับพรรคมานานเนอะ ก็เห็นตั้งแต่ Day one วันที่ คุณพิธาไปเดินตลาดแล้วไม่มีใครรู้จัก ก็ยังจำได้ คุณธนาธร ถ้าย้อนไปนะ สมัยเดิน คุณธนาธรเดินตลาดแรกๆ คนทักว่าเป็นพี่บอล เชิญยิ้ม ศรีชาพันธ์ คุ้นคุณไม่ทันแล้วใช่มั้ย

ไม่ทัน คนยังทัก เอ่อธนาธรว่าเป็นพี่บอล แต่ผ่านไป 2 ปี คนทักพี่บอลเป็นธนาธร หมายความว่าทุกอย่างเริ่มจากศูนย์ทั้งนั้นนะครับ และคุณพิธาเนี่ย ถ้ายังจำได้ตอนนั้นเลือกตั้งพฤษภาคม ธันวาคมเนี่ย ยังเรียกว่ากระแสแทบไม่มี 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำนะครับ นิยมมันมาสูงตามจังหวะการเมืองที่มันเพิ่มขึ้น เรียกว่าคนรู้สึกว่ารู้แล้วว่าวันเลือกตั้งคือวันไหน แล้วก็จังหวะต่างๆ มาบรรจบกัน แต่ต้องบอกว่าพอเราเน้นการทำสิ่งเหล่านี้ให้มันเป็นออร์แกนิคอ่ะ ควบคุมไม่ได้หรอกครับ ตอนพรรคอนาคตใหม่เนี่ย มันคือกระแสฟ้าใสรักพ่อ ซึ่งก่อนหน้านั้นคนก็ตั้งคำถามเหมือนกันว่า เฮ้ยทำไมไม่มีกระแสเลย ทำไมไม่มี แล้วอยู่ๆ มันก็เกิดฟ้าใสรักพ่อขึ้นมา ที่ไปงานบอลมั้ง แล้วมันก็กลายเป็นไวรัลตามมา พอฟ้าใสรักพ่อจบ กระแสพิธาไม่มา คนก็ถามอีก ทำไมไม่มีฟ้าใสรักพ่ออีก ทำไมไม่มีฟ้าใสรักพ่ออีก ปรากฏว่ามันกลายเป็นสามย่ามิทา หมายความว่าตอนคุณเห็นฟ้าใสรักพ่อ คุณจินตนาการถึงสามย่ามิทาไม่ออกหรอก ดังนั้นคำถามว่าต่อไปคืออะไรอ่ะ ก็จะเป็นคำตอบเดียวกันครับว่าเราทำ 10 กว่าอย่างแน่นอน เรามีขั้นมีตอนที่เราเตรียมแผนจะทำไปตามแคมเปญนะครับ ตาม Critical campaign แต่เราไม่รู้หรอกครับว่าสุดท้ายอันไหนปังไม่ปัง ดังไม่ดัง อันเนี้ยเป็นเรื่องจังหวะสังคมจริงๆ แต่ไม่ได้ไม่ทำนะ ถ้าไม่ทำคุณจะเป็นศูนย์ คุณจะไม่ได้อะไรเลย แต่เราทำ แต่กระแสจะไปแค่ไหนเนี่ย ขึ้นเกิดหลายอย่าง แล้วอีกอย่างหนึ่งครับ พอเลือกตั้งรอบเนี้ย เป็นพรรคอันดับ 1 จากครั้งที่แล้ว มันก็เป็นตำบลกระสุนตกอยู่แล้ว หมายความว่าทุกพรรคก็รู้ว่าจะต้องมาแย่งชิงคะแนนเสียงกัน มันก็เลยมีเกณฑ์การเมืองเยอะ เมื่อวานมั้ง คุณเชตวันเนี่ย อดีต สส. พรรคเราก็แชร์โพสต์ว่า โอ้โหทำกันเป็นขบวนการเลยเรื่องทหารมีไว้ทำไมอ่ะ มีคนจ้างเข้ามาเป็นกลุ่มๆๆ เตรียมถ่ายกระบวนการแบบจัดตั้งกันอย่างดี ต้องบอกว่าอันนี้ก็เกิดในหลายจังหวัดครับ เพราะว่าพอคุณเป็นพรรคที่เป็นเป้าที่จะถูกโจมตี แล้วเขาจะตีเรื่องอะไรเนี่ย แล้วนักข่าว เมื่อวานได้คุยกับนักข่าว ผมก็ถามนักข่าวว่าเนี่ยไปเดินตลาดนะ 200 คนเนี่ย 199 คนเชียร์เรา ทำไมกลายเป็น 1 คนที่มีคำถาม แล้วกลายเป็นข่าว นักข่าวตอบผมว่าข่าว

ขออนุญาตนะครับ ขออนุญาตเปลี่ยนนะครับ

สวัสดีครับอาจารย์ครับ ก็เป็นคนรุ่นใหม่นะฮะ แต่อาจจะไม่ใช่คน

ต้อมส้มมากนะครับ

ก็จากหัวข้อคำถามนะครับที่ว่าพรรคประชาชน ตอนนี้เนี่ยกระแสอาจจะไม่เท่าคุณพิธาตอนพรรคก้าวไกลนะครับ ผมเองเนี่ยก็เป็นน้องพี่เทงนะครับ จบโรงเรียนเดียวกับพี่เทงเลยนะครับ ผมเคยเจอกันแล้วทวิทาภิเษกครับ

ก็เท่าที่เห็นนะ คือตอนปี 66 เนี่ย เราเห็นคุณพิธาจากสื่อทุกวงการเลย ไม่ว่าจะเป็นสื่อบันเทิง หรือสื่อครอบครัวที่เราเห็นกับภรรยากับลูกนะครับ

สื่อการเมืองเราก็ยิ่งเห็นเลยนะครับ ส่วนคุณเท้งเนี่ย พี่เท้งเนี่ยจริงๆ ถ้าดูจริงๆ เลยคือเราเห็นกันแค่ในทีวีการเมืองอย่างเดียวเลย ในช่องข่าวการเมืองเดียว

ก็เลยอาจจะไม่มีกระแสที่ครอบคลุมไปถึงนะ ครับ แล้วด้วยสถานการณ์บริบท ณ ตอนนี้เนี่ย มันตีกลับนะครับ จากคำที่ว่าอ่ะทหารนี้ไว้ทำไม หรือตอนนั้นแต่วาทกรรมที่ออกมา

อ๋อ

มันก็เลยเป็นการตีกลับแล้วทำให้กระแสไม่ดีไม่กระเตื้องขึ้น หรืออาจจะลดลงจากเดิมนะครับ ก็ก็เลยอยากจะถามว่าทำยังไงให้กระแสที่เคยมี ซึ่งคนที่เคยเลือกพรรคประชาชนตอนนั้นเนี่ย ก็อาจจะเป็นประชาธิปัตย์เก่า เป็นเพื่อไทยเก่าที่เบื่อการเมืองเก่าๆ นะครับ ทำยังไงให้เค้าแต่ที่เบื่อเรา ให้เค้ากลับมาเลือกเราอีกครับ

จริงๆ ที่กีพูดมาตอนแรกว่าเออไปหมายถึง นอกจากสื่อการเมืองแล้วไปออกสื่อเรื่องอื่นๆ บ้าง เรื่องไลฟ์สไตล์ เรื่องอะไร ผมคิดว่าก็เป็นคำแนะนำที่ดีนะครับ เป็นเรื่องนึงที่ เอ่อเดี๋ยวจะรับไปทำต่อ นะครับ ให้คุณเท้งไปคุยเรื่อง เอ่อไลฟ์สไตล์เนอะ เรื่อง เอ่อชีวิตด้านอื่นๆ ผมคิดว่าก็เป็นคำแนะนำที่ดีครับ ก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่ทำ 2 ก็คือ เอ่อเดี๋ยวจะมีทัวร์ทั่วประเทศนะครับ ตอนนี้มันอาจจะมีช่วงแบบดีเบทเยอะหน่อย แต่ว่าเดี๋ยวหลังจากเนี้ยก็จะเริ่มกระจายออกไปทั่วประเทศ เพราะยังไงมันก็จะมีพื้นที่ยุทธศาสตร์เนาะที่เราอยากไป เช่นแพ้ไป 2,000 คะแนน แพ้ไปไม่เท่าไหร่อย่างเงี้ย ก็คงจะเน้นโฟกัสพื้นที่เราดีมากขึ้นด้วยครับ

ก็อาจจะช่วยนะครับ แต่สำหรับแฟนคลับที่ แฟนคลับที่เขาเลือกพรรคประชาชนเนี่ย ก็คงจะเลือกต่อ แต่จะทำยังไงที่จะทำให้คนที่เขาเคยมาเลือกเรา แค่ว่าเขาเบื่อพรรคการเมืองเก่าอ่ะครับ ให้เค้ายังคงเลือกเราอยู่ในการเลือกตั้งครั้งเนี้ยครับ

ก็ตั้งแต่เมื่อวานเนี่ย เราพยายามจะเรียกว่าเปิดแคมเปญใหม่ในการชวนคนมาคุยเรื่องวาระเปลี่ยนประเทศ อยากให้คนเห็นว่า 12 ด้านที่เราจะเปลี่ยนไปพร้อมกันมันคืออะไร นะครับ ดังนั้นก็ต้องบอกว่าทางแคมเปญเนี่ย ก็พยายามชวนคนมาคุยเรื่องอนาคตมากขึ้นละ เปิดหน้าคนเปิดประเด็นใหม่ๆ

สำหรับส่วนต่อไปก็อาจจะเป็นแบบว่าตรงที่ตอนนั้นเนี่ย กระแสสถานการณ์ในประเทศตอนนั้นอาจจะยังไม่มีความสงครามนะครับ ลุภัย ความมั่นคง ซึ่งตอนนั้นวาทกรรมต่างๆ ที่ออกมาเนี่ย ก็ดึงดูดประชาชนได้เยอะเลยนะครับ แต่พอตอนเนี้ยกระแสมันตีกลับนะครับ แล้วก็โดนโจมตีเยอะเลยนะครับ ไม่ว่าจะคนที่เป็น เอ่อเป็นพื้นฐานเสียงหรือไม่เนี่ย

ก็จะได้ทำยังไงครับให้เขา้าแบบเข้าใจว่าเราไม่ได้พรรคประชาชนเนี่ยไม่ได้เป็นพรรคที่ไม่เอาทหาร เป็นพรรคที่ต่อต้านความมั่นคง อะไรอย่างเงี้ยครับ

ก็พยายามเต็มที่แล้วครับ จริงๆ ถ้าผมพูดต่ออีกหน่อยมันก็จะไปต่อวาทกรรมนั้นไง ดังนั้นจริงๆ ชวนคุยเรื่องอนาคตไปเลยจะช่วยครับ ถ้ามัวแต่คุยกับอดีตมันก็จะจมอยู่กับอดีต

ครับผม แล้วถ้าสำหรับคนที่เขาจะเรียกว่าลังเลใช่อ่าลังเลครับว่า

เอ๊ะฟังคุณพิธาพูดเงี้ย แต่พอฟังคุณเทงพูดตอนเนี้ย คือบอกว่าอย่างจะว่ายังไงดี เช่น นโยบาย 112 เงี้ย ตอนนั้นเนี่ยดันว่าจะแก้ แต่พอตอนนี้ไม่แก้แล้ว เขาอาจจะคิดว่า 112 เนี่ย คนส่วนมากมองว่า 112 เนี่ยเป็นตัวชูโรงของพรรคประชาชนเลย พรรคก้าวไกลตอนนั้นด้วยนะครับ พอตอนนี้ไม่มีเนี่ย เขาอาจจะปันใจไปทางอื่นแล้วนะครับ หรือไม่ก็เออหรือว่าไม่มีสัจจะ หรือว่าคิดว่าไม่ใช่แฟร์ คิดว่าเรื่อง 112 ไม่ใช่ปัจจัยชูโรงในเรื่องที่แล้วแน่นอนนี้ผิดแฟกับ 2 คือไม่มีพรรคการเมืองไหนสามารถใช้การแก้ประมวลกฎหมายอาญามาตราหาเสียงได้ครับ อันนี้คือ กฎหมาย

ขออนุญาตเปลี่ยนนะครับ

คือสวัสดีค่ะ เกือบเจอกันอีกแล้วเรื่องที่แล้วมั้ครับ

คือสิ่งที่หนูอยากจะถามอ่ะค่ะคือ

ปัจจุบันเนาะ หนูอ่ะมีเพื่อนเป็นทั้งลิฟ แล้วก็ทั้งซ้ายและขวา

แต่สิ่งที่หนูต้องการที่สุดคือการเมืองอย่างไรให้ทั้งซ้ายและขวาอยู่ด้วยกันได้ และเข้าใจกันได้

อือ

นั่นคือสิ่งที่การเมืองไทยไม่เคยมีมาก่อนค่ะ

หนูอยากรู้ว่าพรรคประชาชนน่ะเคยคิดเรื่องนี้หรือเปล่า

คิดครับ และมีคำตอบครับ เลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องซ้ายหรือขวาเลย เป็นการแก้เรื่องที่มันผูกพันเป็นปัญหาเบื้องศตวรรษ 2 ศตวรรษที่แล้วที่ควรจะแก้แต่ไม่ได้แก้ ซ้ายกับขวาจะคุยกันอีก 5 ปีข้างหน้า ตอนนี้เรื่องคอร์รัปชันเนี่ยไม่ซ้ายหรือขวา ถูกมั้ยครับ เรื่องทุนเทาซ้ายหรือขวาไม่มี เรื่องการศึกษาด้อยทันล่วงไม่ทันโลกเนี่ย ก็ไม่ใช่ซ้ายหรือขวาครับ ดังนั้นปัญหาที่มันผูกพันอยู่ตอนนี้เป็นปัญหาศตวรรษที่แล้ว ในประเทศอื่นแต่ยังเป็นปัญหาที่ค้างคาซังมาในไทย ดังนั้นไม่ใช่เรื่องซ้ายหรือขวาเลย ซ้ายกับขวาเก็บไว้ได้แล้วไปคุยกันต่อเรื่อยๆ ครับ

ค่ะ ขอบคุณค่ะ

คือผมมีคำถามสั้นๆนะครับว่าภาคประชาชน มีแนวทางอย่างไรการจะสลัดว่าคุณเทคครับ เป็นน้องมณีของคุณธนาธรนะครับ

โอ้ ธนาธรนี่โดนคนอื่นสั่งตลอดทั้งวันนะครับ ผมก็สั่งธนาธรได้ครับ ไม่ยากเลยครับ ครับนาธร เป็นวิศวกรครับ สั่งให้เขาไปทำน้ำประปาดื่มได้ เขาก็จะทำเรื่องนั้นครับ สั่งได้ครับครับ

รอบนี้ได้ถามกันหลายคนพอสมควรนะฮะ ถือว่า เอ่อเริ่มจับสัญญาณเวลากันได้แล้วนะครับ

ถ้าเป็นซ้ายเราจะมาคุยกันแล้วแบ่งเวลากันเลย เราจะไม่มาเถียงกันคนละ 1 นาทีละ 8 คน

เราไปกันต่อที่ประเด็นที่ 2 ได้เลยครับ

ใครตกขบวนการพัฒนาประเทศสู้ประเทศอื่นไม่ได้

รอฟังสัญญาณนะ สวัสดีครับ

สวัสดีครับ

ครับ ชื่อวันนะครับ ก็ในประเด็นนี้ครับผมก็อ่านบทสัมภาษณ์ของอาจารย์หลายๆ หลายๆ ที่นะ ครับ อาจารย์บอกว่าตอนเนี้ยประเทศเรากำลังจะดึงดูดเนาะ เราเพิ่งพานักท่องเที่ยวแล้วเพิ่งพาทุนต่างชาติมากเกินไป แล้วเราก็ส่งออกมากเกินไป ทีนี้อาจารย์มีแนวทางยังไงครับในการไม่ให้ประเทศเราตกขบวนการพัฒนา ระดับโลก ส่งออกมากเกินไปเนี่ย ต้องบอกว่ามันเป็นสัดส่วนต่อ GDP นะครับ ดังนั้นเราไม่ต้องลดการส่งออก แต่เราต้องเพิ่มเศรษฐกิจภายในนะครับ เพราะว่าไทยเราเนี่ย ส่งออกประมาณ 70% ต่อ GDP ซึ่งถ้าเราจะ ไม่รู้เลยว่ามันเยอะหรือน้อย ถ้าเราไม่เปรียบเทียบกับประเทศอื่นนะครับ ปรากฏว่าพอไปเทียบนะ ญี่ปุ่นกับจีนเนี่ย ส่งออกแค่ 20 กว่าเปอร์ต่อ GDP เกาหลีเยอะหน่อยก็แค่ 40 แต่ของเราปาเข้าไป 70 นะครับ ซึ่งมันไม่ได้สะท้อนว่าเราส่งออกเก่งกว่าเขาเนอะ ทุกคนก็คงคิดว่าไม่ได้คิดว่าเราจะส่งออกเก่งกว่าจีนหรือญี่ปุ่นหรือเกาหลีนะ ครับ แต่เป็นเพราะว่าพอพอคุณส่งออกเยอะแปลว่าส่วนที่มันเป็นเศรษฐกิจภายในมันยังแข็งแรงไม่พอนะครับ ดังนั้นผมคิดว่าโจทย์ใหญ่ที่สุดเลยของเศรษฐกิจไทยในระยะ 5 ปี 10 ปีข้างหน้านะครับ คือขยายเศรษฐกิจภายในให้มันใหญ่ ไม่ใช่ลดการส่งออกนะ ส่งออกมันโตออกได้ แต่แปลว่าเศรษฐกิจภายในมันมีศักยภาพในการขยายมากกว่านี้นะครับ ดังนั้นโจทย์สำคัญของผมก็เป็นเรื่องนี้ เอ่อซึ่งถ้าเป็นเรื่องอุตสาหกรรมจะทำยังไงเนี่ย ต้องบอกว่าเนี่ยอย่างคำถามนี้คือเรื่องตกขบวนใช่มั้ย ผมคิดว่าที่ผ่านมานะ นอกจากยานยนต์สันดาบ ที่เหลือเราไม่ค่อยประสบความสำเร็จในการสร้างซัพพลายเชนอย่างอื่นในประเทศเลย เป็นเพราะอะไร 1 คือ ผมคิดว่าเราเป็นเพราะเรากลัวตกขบวนนี่แหละ พอเรากลัวตกขบวนแล้วเราทำไงครับ เราก็ไปเรียกว่ารถแลกแจกแถมให้ขบวนเทคโนโลยีเนี่ย มาผ่านหน้าบ้านเรา แต่พอมาผ่านหน้าบ้านเรา เราก็ไปยืนเซลฟี่ถ่ายรูปกับเขา แต่เขาไม่จอดรับเราด้วย เขาก็ขนคนขนของขนเทคโนโลยีของเขามาเอง แล้วขบวนรถไฟเทคโนโลยีมันก็ผ่านเราไป แต่เรารู้สึกว่าดีนะ เขาได้มาผ่านเรา เป็นอย่างนี้ตั้งแต่ฮาร์ดดิสก์ไต่อมาถึง EV ก็มีปัญหานี้ Data Center ถ้าไม่เปลี่ยนวิธีคิดก็จะเป็นอย่างนี้ ต่อให้คุณมีเทคโนโลยีใหม่อย่างควอนตัมนะ คุณก็เจอปัญหาเดิม ดังนั้นตั้งหลักข้อที่ 1 นะครับ คือหมายความว่าเราต้องตั้งเป้าว่าขบวนเทคโนโลยีเมื่อไหร่มานะ เช่นคอมพิวเตอร์อย่างเงี้ย เราต้องเข้าไปกระโดดเข้าไปให้ได้ ทีนี้ 2 จะทำยังไง อันนี้ต้องกลับมามองสภาพอุตสาหกรรมไทยด้วย ผมใช้คำว่ามันเป็น KHฟKhaฟ นี่มันเหมือนเป็นอย่างงี้ 2 ขาตื๊ดๆ ที่ห่างกว่าจากกันไปเรื่อยๆ เราเรียกว่าขาอุตสาหกรรมไทยเนี่ย ขานึงมันดูเหมือนก้าวหน้า ไอ้ฮาร์ดดิสก์ EV ต่างๆ เนี่ย Data Center ต่างๆ ชื่อฝรั่งส่งออกเยอะจริง แต่สัดส่วนนำเข้าก็เยอะนะ ทำให้มูลค่าเพิ่มที่มันตกในประเทศจริงไม่ค่อยสูง แล้วก็จ้างงานก็มีแนวโน้ม เช่น Data Center เนี่ยจ้างงานน้อยมากนะ ครับ แต่ไอ้ขาล่างเนี่ย คืออุตสาหกรรมไทยที่เราคุ้นชื่อกันดีอ่ะ สิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องประดับ เครื่องดินเผา ของเล่น พวกเนี้ยเป็นของไทยที่อยู่กับเรามานานแล้ว คนที่ยังอยู่รอดได้ทุกวันนี้นะครับ เก่งนะ คุณฝ่าคลื่นจีน คุณฝ่าคลื่นโควิด คุณฝ่าคลื่นเวียดนามมาได้ ควรจะได้รับยกย่องเป็นฮีโร่สังคมไทย อุตสาหกรรมไทยด้วยซ้ำ แต่รัฐบาลไหนๆ ไม่เคยแคร์เลย เพราะเขาอยากเกาะทุกรัฐบาลอยากเกาะชื่อกับตัวเองกับชื่อไฮเทคไฮเทค ดังงั้นโจทย์ของเรานะครับ คือทำยังไงให้ 2 ขานี้มันไปต่อกันได้ เพราะเวลาเรานับว่าเราหลุดกับดักรายได้ปานกลางมั้ย มันไม่ได้นับแค่กรุงเทพฯ นะครับ มันนับทั้งประเทศ มันนับ GNI per capita ดังนั้นโจทย์ของเราคือ ผมคิดว่า GR Model ที่ดีนะ มันต้องลดความเหลื่อมล้ำได้ด้วย ผมเลยเสนอว่าเปลี่ยนวิธีคิดครับ เดิมนะ เวลาเราทำนโยบายอุตสาหกรรม เราชอบคิดเป็น Product Champion Product Champion แปลว่าถ้าจะทำอะไรนะ ขอให้มา Made in Thailand ทั้งหมดอ่ะ เช่นรถยนต์ขอให้มา EV เนี่ย เราคิดบนฐานนี้ ขอให้มาผลิตที่เราทั้งหมด แล้วเราจะภูมิใจ แต่จริงๆ แล้วยุคใหม่ไม่จำเป็นครับ โทรศัพท์ iPhone ของทุกคนนะ ถามว่าแหล่งกำเนิดอยู่ที่ไหนนี่ตอบยากเลย เพราะออกแบบที่แคลิฟอร์เนีย แต่ว่าชิปเอามาจากไต้หวันนะ แต่ปลายน้ำไปผลิตที่จีนบ้าง ไปผลิตที่อินเดียบ้าง ดังนั้นขอให้คุณเก่งจุดใดจุดหนึ่งในซัพพลายเชน จนโลกขาดคุณไม่ได้นี่ควรจะเป็นยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมใหม่ แล้วพอเอาความเป็นไปของโลก กับความเป็นจริงเศรษฐกิจไทยมาวางทัพกันนะ ครับ เราพบว่าต้องเปลี่ยนจาก product Champion เป็นผมเรียกว่า Strategic Component หมายความว่าชิ้นส่วนยุทธศาสตร์ หาจุดที่เราจะเก่งและเกาะไปกับขบวนรถไฟได้ ซึ่งตอนนี้มีอยู่ 3 จุดครับ อ่ามันอาจจะเป็นเทคนิคนิดนึงนะ พูดให้ฟังว่ามีเซ็นเซอร์ อ่ามีโฟโตนิค โฟโตนิคนี้จะเป็นพวกแสงนะ ครับ แล้วก็จะมี Power Shift นะครับ ไอ้เซ็นเซอร์เนี่ย มันมีพลังมากเลยนะ โรงเฮียที่ทำโรงงานเฟอร์นิเจอร์อยู่นะครับ สมมุติโรงงานแถว เอ่อบาง เอ่อแถวเนี้ย บางบอแถวอะไรนะ เฮียที่ทำเฟอร์นิเจอร์อยู่ทำเตียงนะ คุณอาจจะขายได้ 5,000 บาท แต่ถ้าคุณติดเซ็นเซอร์เข้าไปตรวจจับแผลกดทับได้ วัดความชื้น วัดอุณหภูมิได้ ราคามันเพิ่มเป็น 50,000 10,000 ทันที อันนี้คือส่วนที่จะพาอุตสาหกรรมเก่าไปต่อได้ด้วย และอุตสาหกรรมใหม่ คนที่ทำเซ็นเซอร์ก็มีงาน ผมเลยมองว่าไอ้เซ็นเซอร์ ไอ้ Power Shift ก็ใช้ใน EV เยอะในการชาร์จต่างๆ นะครับ รวมถึงเครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ เครื่องปรับอากาศเนี่ย ทำในไทยเกือบ 20 ล้านเครื่องนะปีนึง แต่เอา Power Shift ไอ้แผงคอนโทรลพาวเวอร์บอร์ดเนี่ย มานำเข้ามาหมดเลย ถ้าตรงนี้เราเปลี่ยนให้มันเป็นในประเทศนะ จะช่วยทั้งอุตสาหกรรมเก่า อุตสาหกรรมใหม่ไปพร้อมกันนะครับ ดังนั้นเราเลยตั้งโจทย์ว่าขอมี GR Model ที่มันช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้ด้วย แล้วก็พาเศรษฐกิจไทยไปต่อได้ด้วยนะครับ แล้วก็ทำยังไงให้เงินมันหมุนเวียนในประเทศ รวมถึงว่ามีการแข่งขันตั้งแต่ต้น อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราอยากทำ เพื่อไม่ให้ตกขบวน เพื่อให้มีส่วนร่วม และมีชิ้นส่วนยุทธศาสตร์ของเราเองครับ

ก็ฟังที่อาจารย์เล่าเมื่อสักครู่เนี้ยนะ ครับ ฟังเผินๆ มันก็ดูสวยหรูนะครับอาจารย์ ทีนี้ประชาชนธรรมดาครับฟังแล้วเขาก็มีความรู้สึกว่าประเทศนี้มันห้ามพัฒนามันมีการปิดกั้นบางอย่าง ความรู้สึกก็บอกว่าประเทศมันก็แค่นี้แหละ

แล้วยังไงไอ้เศรษฐกิจระดับมหาภาค

อือ มันจะไปช่วยยังไงชั้นตัวเล็กๆ ทำงานอยู่ในภาคเกษตร ทำงานอยู่ในตลาดอะไรอย่างเงี้ยครับอาจารย์

ในความรู้สึกของประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม ผมเห็นข่าวนะ คนรุ่นใหม่เขามีพลังของกลุ่มคนประชาชนรู้สึกตื่นตัว รู้สึกว่าเขามีส่วนร่วมในการจะพัฒนา อาจารย์จะสื่อสารกับกลุ่มคนส่วนรวมของประเทศยังไงครับว่าเขาจะแบบไม่เป็นเรื่องไฟฟ้า ไม่เป็นเรื่องของพลังงานเทคโนโลยีใหม่ๆ อาจารย์จะทำยังไงให้ความรู้สึกของเขารู้สึกว่ามีส่วนสำคัญนะ ในการที่จะพัฒนา พัฒนาประเทศไปด้วยกัน

นี่แหละที่เราอยากให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งแห่งความหวังนะครับ ผมคิดว่าที่ผ่านมา หรือกับดักในสื่อมวลชนไทยอ่ะ เราคุยกันเรื่องอดีตเยอะเกินไปครับ บางทีบางคำถามคุณเทงษ์เนี่ย โดน 10 รอบ 10 ครั้งตอบเหมือนเดิมก็ยังถามอยู่ แต่ไม่รู้อนาคตเลยว่าจะพาประเทศไปทางไหน ผมอยู่ญี่ปุ่น ผมอยู่อังกฤษมา ผมเห็นว่าการเลือกตั้งแต่ละครั้งเขานโยบายแต่ละพรรคมาเปรียบเทียบเลย พรรคนี้เรื่องภาษีเป็นยังไง พรรคนี้เรื่องอุตสาหกรรมเรื่อง เอ่อเป็นยังไง แล้วก็ให้ประชาชนเลือก ว่าอยากเห็นประเทศไปทาง ต้องบอกว่าเรายังเห็นอย่างนี้้น้อยไปหน่อย ในหน้าข่าวไทย มันเลยความหวังมันเลยขาด ทั้งๆ ที่ปี 66 ก็ยังดูมีความหวังอยู่นะ เลือกพรรคไหนนี่ผมไม่ขอให้ประชาธิปไตย ขอให้คนมาใช้สิทธิ์ไม่น้อยกว่าเดิม 75% เลือกพรรคไหนก็ได้ แต่อยากให้คนมาพร้อมกับความหวัง ให้เห็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงนะครับ แต่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้แล้วรอบนี้เรามีหนังสือนโยบายนะ ครับ เล่มนี้ 200 กว่านโยบายที่บรรจุอยู่ในเนี้ย เพราะว่าสังคมไทยอ่ะ พอเป็นสังคมเหลื่อมล้ำเนาะ แต่ละคนต้องการไม่เหมือนกันเลย พอคุณคุยกับเขาคิดแบบนึง เขาเจอปัญหาแบบนึง คุยกับเกษตรกร เขาเจอแบบนึง ดังนั้นต้องบอกว่า เรามีคู่มือเล่มเนี้ย พร้อมที่จะไปคุยกับทุกกลุ่ม เล่าให้ฟัง บางกลุ่มก็ได้ อย่างกลุ่มเกษตรกรเนี่ยนะครับ เราก็ให้ความสำคัญแล้ว ผมคิดว่าปัญหาของเกษตรไทยคือ นโยบายที่ผ่านมาเนี่ย มักจะแช่แข็ง ถ้าพูดตามตรงคือให้เงินน่ะช่วยเหลือแต่อุดหนุนเพื่อให้เขาอยู่กับอดีตอ่ะ เอาไปไร่ละพัน ไม่ต้องทำอะไรก็ได้ แต่ขอมาไร่ละพัน นี่คือเกษตรกรก็ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มนะ แค่เป็นเจ้าของไร่ลงปลูกพืชชนิดหน่อยก็ได้แล้ว แต่เราอ่ะจะให้เงินช่วยเหลือแต่อยากดึงเข้ามาสู่เกษตรใหม่ เราเลยให้เป็นขั้นบันไดครับ แล้วเราเรียกโครงการนี้ว่าทำดีได้มาก ไม่เผา ได้ 250 ใช่มั้ยไร่ไปใช้ปุ๋ยแม่นยำที่เหมาะกับสภาพดิน ยอมพักดินนะ ยอมปลูกพืชชนิดใหม่ เพราะต้องยอมรับว่ามีหลายพื้นที่นะครับ ที่ปลูกพืชตามเรียกว่าตามราคาตามกระแส แต่ว่าไม่ตรงกับดินเราเลย จะจูงใจให้เขามาสู่การปลูกพืชยุคใหม่นะครับ แล้วก็มีโครงการอีกหลายอย่างครับ ตอบโจทย์แต่ละกลุ่มครับ

ขอบคุณครับ

ขอบคุณครับ อีก 2 ใบอีก 2 ใบที่เหลือครับ อาจารย์เปิดได้เลยครับ

พรรคประชาชนนโยบายขายฝันแต่ทำไม่ได้จริงครับ

ค่ะ สวัสดีค่ะ ชื่อวีนะคะ เป็นนิสิตรัฐศาสตร์จากจุฬาค่ะ คำถามเรื่องนโยบายนะ คะ อาจารย์คิดว่าอาจารย์จะอธิบายต่อนักโวเตอร์ยังไงเรื่องนโยบายของพรรคประชาชน ที่ในบางนโยบายค่ะมีเหมือนการเอานโยบายของพรรคอื่นมาปรับปรุงแล้วก็เปลี่ยนชื่อเล็กน้อย เช่น Land Bridge อะไรอย่างเงี้ยค่ะ หรือว่า Creative Economy ที่แนวทางในการดำเนินงานที่คุณพิสารเคยพูดไว้ที่มันลักษณะคล้ายกับทาก้าคะ อาจารย์จะอธิบายต่อยังไงว่ามันแตกต่าง 2 เรื่องนี้นะ 2 เรื่องนี้นะครับ Land Bridge ที่ต้องบอกว่าเราไม่ได้ทำนะครับ อันนี้มีการประกาศชัดเจนแล้ว แต่โดนโจมตี คือพอมีคำว่า Land Bridge ปุ๊บ พรรคเพื่อไทยก็เข้ามาขย้ำเลย แต่ต้องบอกว่าเราไม่ได้มีนโยบายทำ Land Bridge ครับ เรามีนโยบายพัฒนาท่าเรือฝั่งระนองที่จะไปอันดามัน เพราะเรามองว่าอินเดียคือโอกาสแห่งอนาคต และท่าเรือเชนายก็จะเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เราเลยต้องพัฒนาฝั่งอันดามันที่มีท่าเรือที่ระนองอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าไม่ค่อยได้แล้วก็เรียกว่าดินเกิดกรังอะไรเงี้ย ระบบไม่ค่อยดี ดังนั้นนโยบายของเราคือไปพัฒนายกระดับท่าเรือระนองที่มีอยู่แล้ว ให้มันเป็นประตูสู่ฝั่งอินเดียครับ ส่วนเรื่องนโยบาย Creative Economy ใช่มั้ยครับ Creative Economy นี่เราก็มีทีมภายในนะครับ อันนี้โดนวิจารณ์ว่าซ้ำใครมานะ ครับ

อ่า คล้ายทาก้าของทาก้า

อ๋อ ทาก้า ทาก้า ต้องบอกว่าเป็น พ.ร.บ. แล้วก็รวมเราไม่ได้ทำพัก้านะครับ เรามองว่ามันมี เอ่อ CEA ที่ทำเรื่องนี้อยู่แล้ว แล้วเราก็จัดงบเข้าไป แล้วเราก็เปลี่ยนวิธีทำ ดังนั้นไม่ได้ตามรอยทาก้า ทาก้านี่พยายามจะรวม พ.ร.บ. พอแล้วรวมอำนาจหลายหน่วยเข้ามาด้วยกัน รวมเข้ามาด้วยกัน ซึ่งสุดท้ายล้มเหลว เพราะแต่ละหน่วยไม่ยอม เราก็เลยคิดว่าถ้าเราถ้าทำตามก็ล้มเหลวครับ ดังนั้นไม่ ได้ทำตามแน่นอนครับครับ

ค่ะ ขอบคุณค่ะ

ครับ

อ่า สวัสดีครับ ผมชื่อเตนะครับ ผมเห็นว่านโยบายการปฏิรูปทางการเมืองของพรรคประชาชนนะครับ มีแนวทาง 2 ประการซึ่งผมเห็นว่าผมมีความสงสัยอยู่ครับ ประการแรกคือในเรื่องของการให้สำนักงานปลัดกระทรวงนะครับ เป็นเหมือนสมองใช่มั้ยครับของกระทรวง คำถามคือว่าการที่ปลัดกระทรวงนะครับมีอำนาจในการบังคับบัญชาแล้วเป็นสมองของกระทรวงเนี่ยครับ มันทำให้ถูกมองว่าฝ่ายข้าราชการประจำนะครับ เป็นเบี้ยร่างของฝ่ายการเมืองครับ แล้วทำให้ระบบ เอ่อคุณธรรมครับสั่นสะเทือนไปมั้ย เพราะว่าใครๆ ก็อยากเป็นปลัดกระทรวงใช่มั้ยครับ เนื่องในฐานะที่เป็น เอ่อตำแหน่งที่มีอำนาจที่สุดในกระทรวงเนี่ยครับ

มี 2 ประเด็นนะ สำคำถามดีๆนะ สำนักประหลาด 1 คือตอนเนี้ยส่วนใหญ่ว่างไม่ค่อยมีใครทำกัน ถ้าไปดูนะแต่ละสำนักงานทุกกระทรวงเลยว่างเกินไป ดังนั้นต้องทำอะไรสักอย่างนะครับ ข้อแรกเลย ข้อที่ 2 คือโดยระบอบประชาธิปไตยอ่ะครับ เอ่อ นโยบายฝ่ายนโยบายไม่ว่าพรรคการเมืองไหนเข้ามาควรจะมีอำนาจในการทำตามนโยบายของตัวเอง ปลัดควรจะทำตามครับ ยกเว้นว่าเรื่องที่มันผิดกฎ ผิดรัฐธรรมนูญที่เขายืนยัน เช่นเรื่องคอร์รัปชัน หรืออะไรที่มันผิดวินัยการเงินการคลัง อันนี้ปลัดยืนยันได้นะครับ ดังนั้นผมคิดว่าโดยระบบประชาธิปไตยไง พรรคการเมืองไม่ว่าพรรคไหนที่เข้ามาเป็นรัฐบาล ควรจะมีอำนาจในการเอานโยบายมาให้ปลัดดำเนินงานตามได้ครับ

คือในลักษณะนี้เชื่อของระบบราชการนะครับ คือว่าถ้าหากว่ามีเรื่องอะไรก็ตามครับที่แบบว่าหนักหนาสาหัสเกินไปแล้วก็มองว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยงๆ ครับจะบอกไม่ทำ ไม่ทำดีกว่าประมาณ

ตอนนี้เป็นอย่างงั้นอยู่ครับ เอ่อตอนนี้ทุกคนตีชิ่งหมดเลย ดังนั้นถ้ามองจากปถ้าไม่มองถ้าไม่เริ่มอุดมคตินะ ถ้าเริ่มการเมืองไทยเลยคือ 1 สำนักปลัดไม่ค่อยมีอะไรทำ กับ 2 ตีชิ่งกันหมด ดังนั้นการมีอะไรทำมีความรับผิดชอบย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่าสถานการณ์ที่เป็นอยู่ครับ

แล้วเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดนะครับ ก็คือว่าจะเอางบประมาณมาจากไหนครับ ในการให้เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดเนี่ยครับ

จริงๆ อันเนี้ยถ้าลงในรายละเอียดมันคือการทำให้ตอนนี้มันมีโครงสร้าง อบจ. อันนึงกับโครงสร้างมหาดไทยอันนึงที่มันตีคู่กันมา แล้วงงหลายเรื่องเลย ดังนั้นจริงๆ ถ้าอธิบายในรายละเอียดนะครับ มันคือทำให้ 2 อันเนี้ย มันมีอำนาจเดียวที่จะเป็นคนจัดการและรับผิดรับชอบนะครับ ไอ้คำว่าผู้ว่า หรืออะไรเนี่ย ผมคิดว่าเป็นคำรองแล้ว ไอเดียหลักมันคือทำยังไงให้ไอ้ 2 ก้อนเนี้ยมันไปเดียวกัน คุณจะเรียกว่าอะไรก็ ตามนะ แต่ขอให้มีผู้รับผิดรับชอบต่อจังหวัดนั้นๆ ที่ชัดเจน อันนี้คือเป้าหมายหลัก

แล้วเอางบประมาณมาจากไหนบริหารนะ ครับ เพราะว่าแต่ละส่วนก็มาจากคนละฝั่งนั้นใช่ มั้ครับ ทั้ง เอ่อปัจจุบันนะครับ ทั้งฝ่ายมา

นี่ไงไง ดังนั้นไอ้งบ 2 อันมันก็ซ้ำกันระดับนึงไง ถ้าคุณสามารถรวม 2 อันเนี้ย สตรีมไลน์ให้มันมาอยู่ในที่เดียวกันได้ งบมันก็จะ ไม่ซ้ำซ้อนเท่าที่เป็นอยู่ อำนาจมันก็จะ ไม่ทับซ้อนเท่าที่เป็นอยู่ครับ ตอนนี้คือเรียกว่าน้ำท่วมแล้วคนไม่รู้จะถามหาใคร นึกออกมั้ยครับว่าเอ้ยต้องถามผู้ว่า หรือถามนายก อบจ. หรือนายก อบต. หรือสำนักงานเขต หรืออะไรดี ดังนั้นตอนนี้แม้แต่คนยังไม่รู้เลยว่าใครรับผิดชอบ รวมกัน งบก็จะลดความซับซ้อน อำนาจก็จะลดความซับซ้อนครับ แล้วก็ จะใช้เขตจังหวัดเลยใช่มั้ครับ เป็นเขตบริหารเนี่ยครับ

ถ้าตามระบบเดิมนะ ผมคิดว่าก็เป็นเขตจังหวัด แต่มันจะมีกลุ่มจังหวัดด้วยครับ กลุ่มจังหวัดนี่จะสามารถทำยุทธศาสตร์ใหญ่ร่วมกันได้ เช่นพื้นที่อีสานใต้ควรจะทำยุทธศาสตร์เรื่องอะไร เรื่องข้าว เรื่องอะไร ร่วมกัน อันนี้ก็จะเป็นกรอบกลุ่มจังหวัด

ขอบคุณครับ

สวัสดีครับ ทางแฮรี่นะครับ

สโคคือประชาชนหลายคนนะครับตามต่างจังหวัด ยังมองว่านโยบายของพรรคประชาชนดูเป็นไปไม่ได้และเข้าถึงยาก

ผมเลยอยากรู้ว่าพอจะมีนโยบายไหนครับ ที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้

ถ้า 3 หัวออกเศรษฐกิจเลยที่สำคัญเนี่ยคือ SME ตัวเนี้ย รอบนี้นโยบาย SME ดีขึ้นเยอะเลยนะครับ SME เนี่ย 4 P ที่เราจะแก้ไปพร้อมกัน 1 ก็คือเงินสินเชื่อไม่ได้แล้วก็เพิ่มค้ำประกัน บสย. 15% เป็น 30% แล้วก็เน้นตัว S มากขึ้นนะครับ 2 คือดึงกำลังซื้อ หวยใบเสร็จเนี่ยไปเดินตลาดจะรู้เลย แม่พ่อค้าแม่ค้าบนเลย คือผมคิดว่าหวยใบเสร็จมันเหมือนการเปลี่ยนพ่อค้าแม่ค้าให้กลาย เป็นเกษตรกรน่ะ คือต้องรอฟ้า รอฝน พอฝนหมดก็ขายไม่ออกแล้ว ดังนั้นเราจะเลยจะมีนโยบายที่เราเรียกว่าหวยใบเสร็จ หวยใบเสร็จจะช่วยดึงกำลังซื้อมาใช้งบประมาณไม่สูง เดือนละ 1 ล้านก็ทำได้ จริตคนไทยเนอะ คนก็จะค่อยๆ ปรับพฤติกรรม จัดส่วนนึงมาสำหรับซื้อสินค้ารายเดือนในพื้น ในพื้นที่ของเขาเอง เป็น SME เป็นร้านค้าตลาดนะครับ ดังนั้นหวยใบเสร็จเนี่ยเนี่ยจะดึงอีกทางนึงคือ ทำยังไงให้เงินมันหมุน SME มากขึ้น ตอนนี้มันมีปัญหาเรื่องเครดิตเทอม 45 วันอย่างเงี้ย เอ่อ กข. มีอำนาจบังคับแต่ไม่ค่อยทำ ต้องไปกวดขัดให้ กข. บังคับ แล้วเราก็จะมีระบบที่เรียกว่า e-factoring หมายความว่า ให้คนน่ะมาซื้อลูกหนี้ อันนี้ SME จะรู้กันนะครับ คนภายนอกอาจจะไม่สนใจเท่าไหร่ แต่คนในวงการ SME จะเจ็บปวดมากที่ไม่สามารถเอาเงินมาหมุนทัน ทำยังไงให้มันมีคนมาซื้อหนี้แล้วก็เอาจ่ายเงิน แล้วคุณก็เอาเงินสดไปหมุนได้เลย อีกทางนึงก็คือหาตลาดออนไลน์ใหม่ๆ ให้ที่สินค้าจีนมาตีตลาดไทยได้ง่าย เพราะอะไร รู้มั้ยครับ เพราะว่ามันมีแชร์เฮส์มาตั้ง พอคนกดซื้อของแล้วอยากได้เลย แต่เราไม่เคยทำอย่างนี้ในประเทศอื่น ดังนั้นเราจะส่งเสริมให้เกิดการแชทฟัน ให้รัฐกระตุ้นให้เอกชนไปลงทุนทำแชทเฮส์ในต่างประเทศก็แก้ 4 กรอบไปพร้อมกัน ส่วนเกษตรกรเราเรียกว่าทำดีได้มาก หมายความว่าเราค่อยๆ ดึงจูงใจเข้ามาจากไม่เผา ปลูกพืชให้ปุ๋ยแม่นยำ พักดิน แล้วก็ปลูกพืชที่มันเหมาะกับดิน อันนี้จะค่อยๆ มีสนับสนุนเพื่อดึงเกษตรกรจากเรียกว่าปลูกพืชไม่ตรงดิน ให้มาสู่การปลูกพืชตรงดิน เรามองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและจะยั่งยืนกว่าการทำแบบเดิมนะครับ ส่วนเรื่องท่องเที่ยวเนี่ย ต้องบอกว่าตอนนี้ท่องเที่ยวไทยเนี่ย มักจะคิดแบบสมมุติคุณมีเงินพันล้านนะ ท่องเที่ยวไทยปัจจุบันคือเอาพันล้านทั้งก้อนเลยไปโปรโมท Amazing Thailand ซึ่งเรารู้สึกว่ามันไม่ตอบโจทย์ในเมืองรอง

โอเคจนได้

สวัสดีครับอาจารย์

สวัสดีครับ

โอเคก็ เอ่อเป็นนิสิตจุฬานะครับ ตอนนี้อยู่ปี 3 อาจารย์ครับ เอ่อพรรคประชาชนเนี่ยมีนโยบายที่น่าสนใจหลายอย่างแล้วก็แทบจะเป็นพรรคเดียวที่ เอ่อลงไปแตะในประเด็นที่ เอ่อเป็นเชิงโครงสร้างจริงๆนะครับ เช่นเรื่องปฏิรูปราชการใช่มั้ยครับ ก็เห็นมีนโยบายหนึ่งที่พูดเรื่อง เอ่ออยากจะจัดการเรื่องระบบเส้นสายทำให้มันมีความเป็น meritocracy มากขึ้น หรือนโยบายที่อาจจะแหลมคมกว่านั้น เช่นเรื่องการ เอ่อปฏิรูปกองทัพใช่มั้ยครับ ยุบกรม หรือโอเคไปที่พอยท์เลยคืออยากรู้ว่าการลงไปตรงเนี้ยครับ มันอาจจะทับเท้ากลุ่มผลประโยชน์หลายอย่าง เราเห็นรัฐบาลเพื่อไทยที่แตะประเด็นผิวเผิน 2 ปีละ แล้วก็ทำอะไรไม่ค่อยได้ พรรคประชาชนคิดว่าจะจัดการกับประเด็นนี้ยังไงครับ ให้นโยบายต่างๆ เนี่ยมันเกิดขึ้นจริง

นี่แหละคำตอบอยู่ในคำถามเลยคือแต่เรื่องผิวเผินยังทำไม่ได้เลย ดังนั้นแต่เรื่องโครงสร้างที่มันใหญ่กว่านั้นเลยดีกว่า

นะครับ ผมคิดว่า เอ่ออย่างเรื่องปฏิรูปราชการเนี่ยเป็นความสำเร็จของเวียดนามเนอะ ถ้าถ้าถามคำถามตอบสั้นๆที่สุดว่าเวียดนามประสบความสำเร็จแล้วจะแซงไทยในอนาคตเพราะอะไรเนี่ย มันเพราะปฏิรูปราชการ ดังนั้นเรื่องนี้ถ้าไม่ทำเนี่ยมันก็แก้ปัญหาไม่ได้ เราเลยยืนยันว่าเรื่องนี้ยังไงต้องทำ เราก็ดึงคนจากในระบบเอง คนกึ่งในกึ่งนอก และมือดีจากข้างนอกเข้ามาช่วยครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องคนด้วยว่าเอาใครมาช่วย พรรคประชาชนไร้ซึ่งทางการเมืองเกินไป

คือผมมีคำถามว่าในช่วงที่ครับ

มีการเปลี่ยนรัฐบาลใช่มั้ยครับ จากเพื่อไทยมาเป็นภูมิใจไทยครับ

ผมรู้สึกว่ามีการโจมตีจากหลายฝ่ายใช่มั้ยครับ ส่วนนี้คือคุณชูวิทย์บอกว่า

พรรคประชาชนเนี่ยครับมีความรักษาทางการเมืองมากเกินไปอ่ะครับ รวมทั้งฟังจากหลายๆ สื่อใช่มั้ย เช่นอาจารย์วีระก็บอกว่าพรรคประชาชนเนี่ยไม่ได้เล่นการเมืองแบบลับหลังครับ หน้าฉากอย่างนึง หลังอย่างนึง แล้วก็ดูเป็นเด็กทางการเมืองมากๆเลย แล้วทีเนี้ยผมสงสัยว่า

เหตุผลอะไรที่ทำให้พรรคประชาชนเนี่ยไปยกมือสนับสนุนคุณอนุชินชานวีรกูลเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งที่เบื้องหลังพื้นฐานของพรรคภูมิใจไทยก็ไม่ได้ใสสะอาด หรือว่าไม่ได้ไปในแชแนวทางเดียวกับพรรค เอ่อประชาชนเลยครับ

ผมคิดว่าตอนนั้นมันมี 3 ช้อยส์ คุณจะรอให้เกิดสุญญากาศแล้วคนนอกระบบอาจจะเข้ามา 2 คุณโหวตให้เพื่อไทย 3 คุณโหวตให้ภูมิใจไทย ผมคิดว่าถ้ามองย้อนกลับไป การโหวตให้ภูมิใจไทยก็อย่างน้อยคุณยังได้ 1.5 จาก 2 ช้อยส์ที่คุณอยากได้นะ เอ่อผมคิดว่าถ้าเลือกพรรคอื่นทางอื่นอาจจะไม่ได้เลือกตั้งด้วยซ้ำ คนอาจจะลืมไปแล้วเนอะ อ่า ชวนท่านผู้ชมคิดเลยว่าคิดว่าถ้าเลือกแนวทางอื่นน่ะ ตอนเนี้ยท่านจะได้เลือกตั้งตัดสินอนาคตประเทศมั้ย ผมคิดว่าค่อนไปทางไม่ อย่างน้อยคุณได้เลือกตั้งแล้วคุณได้เริ่มเปิดประตูเรื่องประชามติ นะครับ อันนี้คือเรียกว่าไอ้ความน่าจะเป็นตอนนั้นน่ะมันประมาณ 0.1 กับ 0.2 ถ้าใครรู้เรื่องความน่าจะเป็นนะ เราไม่เคยพูดว่ามันจะ 9 กับ 8 มันคือ 0.1 กับ 0.2 แล้วก็เลยเลือก 0.2 ดังนั้นอย่างน้อยคุณได้เลือกตั้ง คุณได้เริ่มต้นทำประชามติเรื่องแก้รัฐธรรมนูญครับ

แล้วการที่ถูกพรรคภูมิใจครับชิงยุสภาก่อน น่ะอันนี้ถือว่าเป็นความไร้ซึ่งทางการเมืองหรือว่าเป็นสิ่งซึ่งพรรคประชาชนเนี่ยครับคิดไว้อยู่แล้ว

ก็คิดไว้อยู่แล้วครับ ก็พูดเลยว่าอย่างน้อยคุณได้เลือกตั้ง ถ้าเป็นพรรคอื่นคุณไม่ได้เลือกตั้งนะ คุณอาจจะโดนยื้อๆ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เหมือนกัน แล้วอีกอันไร้เดียงสา มันตรงข้ามกับอะไร เรียงสา นี่มันตรงข้ามกับความโกงกิน ความเก๋าเกมสไตล์คุณชูวิทย์อ่ะ ถามว่าคนไทยอยากให้คุณชูวิทย์เป็นนายกมั้ยครับ

5 อ่ะ ใจเย็นๆครับ ใจเย็นๆ รอรอสัญญาณนะ ครับรอสัญญาณ โอเคขออนุญาตต่อนะครับอาจารย์ก็คือ เอ่อในเรื่องความเอ่อเค้าเรียกว่ายังไม่เก่าเกมทางการเมืองเนี่ย คิดว่าก็ไม่แฟร์ถ้าจะพูดอย่างนี้กับพรรคประชาชน เพราะว่าพรรคนี้ก็อยู่ในการเมืองมาก็เกือบ 70 ปีแล้วนะครับ แต่ว่าเอ่อสิ่งที่ผมเห็นแล้วกันก็คือพรรคเนี่ยมีความพยายามจะสร้างระเบียบทางการเมืองใหม่ที่ออกจากเฟรมเวิร์คบ้านใหญ่จัดตั้งคณะรัฐมนตรีรวมมุ้งรวมโควต้ามาเป็น เอ่อการหาคนที่มีความรู้ความสามารถมาทำ ทีเนี้ยครับก็เลยจะเชื่อมว่าพรรคประชาชนเนี่ยคิดว่าการที่ทำระบบเนี้ย ถ้าพรรคเล่นอยู่คนเดียวเนี่ย แล้วกลุ่มอำนาจอื่นในประเทศไม่เล่นตาม มันจะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ต้องการได้จริงหรือเปล่า อันนี้แล้วก็เชื่อมต่อไปนะครับก็คือ

คุณต้องหากี่อันคุณโดนตัดนะ [เสียงหัวเราะ]

อันเดียวครับ ก็คือพอสมมุติได้เข้ามาเป็นรัฐบาลแล้ว มันมีประเด็นที่พรรคจะเข้าไปแตะหลายอย่างที่อาจจะขัดประโยชน์กลุ่มอำนาจหลายอำนาจใน เอ่อในประเทศเนี่ย อย่างยกตัวอย่างเช่นกองทัพเนี่ย จะมั่นใจได้ไงว่าสิ่งที่พรรคอาจารย์พยายามจะทำมันจะไม่ลงเอยเหมือนปี 49 ที่สุดท้ายเกิดการปฏิวัติอีก

อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลงเลยครับ กลัวมันเหมือนเดิมเหอะประเทศเนี้ยเนาะ ถ้ากลัวการเปลี่ยนแปลงก็อยู่เหมือนเดิม ผมตอบสั้นๆ แค่นี้แหละครับ เลือกเหมือนที่ผ่านมาก็ได้ เหมือนเดิมของเราเนี่ย ไม่แย่กว่าเดิมดีแค่ไหนไปวัดกัน

แต่ถ้ามัวแต่กลัวการเปลี่ยนแปลงเนี่ย ก็ได้อยู่แต่อดีตนี่แหละครับ

ครับ อ่ะแต่ว่าจะ make sure ยังไงว่าไอ้ระเบียบการเมืองใหม่ที่พยายามจะทำ ถ้าคุณดูงานสภานะ พรรคอื่นทำตามพรรคอื่นเปลี่ยนสภาตามเราเยอะนะ มี PowerPoint มีการพูดเป็นระบบ มีการจัดสรรคน เมื่อก่อนไม่มีนะครับ สมัยผมเด็กๆ นี่การเมืองในสภาเทพต่อยกัน ตอนนี้ทุกพรรคมามันเปลี่ยนแล้วครับ มันเปลี่ยน ถ้าเราสังเกตไอ้เรื่องสิทธิ LGBT นี่ 5 ปีก่อนเป็นไปไม่ได้นะครับ แต่ข้อสังเกตเนี่ย สิ่งที่ยกขึ้นมามันไม่ใช่หัวใจของ

การเมืองบ้านใหญ่เมืองไปเยอะนะ บ้านใหญ่เนี่ยมาทำงานโซเชียล เข้าถึงประชาชนเยอะขึ้นเหมือนกัน ผมคิดมีการเปลี่ยนแปลงครับ ขอบคุณ

ครับ

ครับ

ก็ไอ้คำว่าไร้เดียงสาไม่ใช่ประเด็น แต่ก็ยังคงประเด็นเดิมว่าสุดท้ายแล้วอ่ะ mindset เรื่อง

ต่างขั้วมันจะจบเมื่อไหร่ เพราะว่าเราก็เห็นกันอยู่ค่ะว่าสุดท้ายแล้วอ่ะทุกคนน่ะแบ่งแยกกันหมด เสื้อเหลือง เสื้อแดง ปปส. พวกเนี้ยคือ

โอ้ย เค้าวมกันหมดแล้วครับ ไปรวมสีหมดแล้วครับ ใช่ แต่ทุกวันเนี้ยเราก็ยังเห็นว่ามันมีการแบ่งขั้วที่มันรุนแรง หนูเชื่อว่าการคุยอ่ะ เราสามารถคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ อย่างหนูเนี่ยเคยไปกรรมาธิการการศึกษาของ สว. เรื่องทรงผมมาก่อนครับ

เราสามารถคุยกันได้ แต่ทำไมอยากจะตั้งคำถามมาก่อนค่ะว่าทำไมเราไม่คุยกัน

เค้าเล่นละครกันครับ เค้าเล่นละครฉากหน้ากัน ก็หลังบ้านคุยกันหมด ตอบสั้นๆ แค่นี้แหละครับ

คนไทยชอบดูละคร เค้าก็เล่นละครให้ทุกคนดูครับ

ค่ะ

ผมผมออกเร็วไปมั้ฮะ เอ่อสวัสดีครับ เอ่อเจโตครับ รัฐศาสตร์จุฬา ปี 2 ครับ เอ่อผมคิดว่า เอ่อเอ่อคือผมออกตัวก่อนว่าผมไม่ได้ชอบคำถามนี้เท่าไหร่นะครับ ผมคิดว่า เอ่อการที่พรรคการเมืองเนี้ยมีหลักการ มันไม่ได้เกี่ยวกับความไร้เดียงสา ผมคิดว่าประเด็นที่สำคัญและประชาชนอยากทราบมากกว่าเนี่ยคือ เอ่อขอใช้คำว่า feasibility ในการดำเนินนโยบายต่างๆ แล้วก็ เอ่อการเปรียบเทียบระหว่างการดำเนินงานในทางปฏิบัติกับแค่ในทางความคิดนะครับ เช่นก่อนหน้านี้ น้องถามเรื่อง เอ่อการเปลี่ยนแปลง เอ่อโครงสร้างการบริหารส่วนท้องถิ่นนะฮะ ให้มีการเลือก เอ่อผู้ว่า หรือ หรือว่าผมต้องขอรายละเอียดเพิ่มเติมนะ ครับว่าที่อาจารย์ต้องการจะทำที่บอกว่ารวม เอ่อของมหาดไทยกับท้องถิ่นเนี้ยคือยังไง ผมคิดว่าการเมืองท้องถิ่นปัจจุบันทุกคนทราบว่ามีปัญหา เช่นการซื้อเสียง เอ่อมีปัญหาเช่นก่อนหน้านี้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นแล้วก็มีแคนดิเดตคนหนึ่งถูก เอ่อยิงเสียชีวิตก่อนผมก็ได้ทราบว่าเกี่ยวกับการเลือกตั้งนั้นหรือเปล่า ทีนี้พรรคประชาชนมองหรือเปล่าว่า เอ่อ feasibility ของการทำเรื่องพวกนี้ครับ สมมุติว่าถ้าเกิดว่ากระทำไปแล้ว เอ่อปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่นไปแล้ว กลายเป็นว่าผู้ว่าเนี่ยเป็นนอมินีของพรรคการเมือง พรรคเอ่อสักพักหนึ่ง หรือว่าของหลายๆ พรรค แล้วก็มีการซื้อเสียง เอ่อในต่างจังหวัดมากขึ้นเนี่ย สุดท้ายแล้วผลมันจะออกมาดีกว่าที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบันหรือเปล่า ผมอยากทราบรายละเอียดในแง่นี้

จริงๆ แฟคอย่างหนึ่งก็คือถ้าดูเรื่องอ่าการยื่นเรื่องร้องเรียนคอร์รัปชันเนี่ย ต่างจังหวัดมีน้อยกว่าใน กทม. เยอะนะครับ ดังนั้นมันมีมายาคติว่า เอ่อกระจายอำนาจแล้วคอร์รัปชันเนี่ย มันมีแต่มันไม่ได้เยอะไปกว่าไอ้ระบบที่มันรวมศูนย์ กับ 2 คือผมคิดว่ามันเปลี่ยนไม่ได้ 100% ทันที แต่ว่าเป้าหมายที่เราอยากทำเนี่ย โอ้โหเป้าหมายเราหลายปีนะครับ ไม่ได้เปลี่ยนทันทีทันใด ดังนั้นผมคิดว่าปักปักธงอนาคตให้ชัดก่อนว่าเป้าหมายมันคือไปสู่ระบบเลือกตั้ง แต่ไอ้กระบวนการขั้นตอนนี้มันเปลี่ยนไปได้แล้ว ระหว่างทางเนี่ยมันมีไอเดียหลายอย่างเรื่องเกี่ยวกับ matching fund ผมคิดว่าตอนเนี้ยปัจจุบันจากท้องถิ่นมันทำอะไรไม่ได้เยอะ เช่นขนส่งสาธารณะท้องถิ่นไม่สามารถออกได้เองว่าเส้นทางเดินรถคุณจะเป็นยังไงอ่ะ ผมคิดว่าแค่นี้ก็ทำให้ท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัดนี่ลำบากมากแล้ว จังหวัดอุบลเนี่ยขอบที่ท่องเที่ยวมันอยู่ขอบจังหวัดทั้งนั้นเลย ถ้าคุณไม่มีขนส่งสาธารณะยังไงการท่องเที่ยวก็ไม่โต เศรษฐกิจพื้นที่ก็ไม่โต ดังนั้นเราเริ่มจากการแก้กฎที่มันเกี่ยวกับปากท้องโดยเฉพาะเรื่องกระจายอำนาจที่ พ.ร.บ. ขนส่งสาธารณะในจุดยุทธศาสตร์ที่เราอยากปลดล็อคตรงนี้ให้ได้ก่อนครับ แล้วก็ค่อยๆ ไต่ลำดับไปเรียกว่าเอาเรื่องที่มันกระทบประชาชน

เฮ้ย แต่ลำดับเป็นการเลือกผู้ว่าแต่

ลำดับค่อยๆ ไล่ไปครับ ผมคิดว่าเริ่มจากการให้คนเห็นก่อนว่าการกระตุ้นให้ท้องถิ่นทำสิ่งเป็นประโยชน์และปลดล็อคให้เขาทำได้เนี่ย มันเป็นประโยชน์กับคนท้องถิ่นยังไง เรื่องพวกนี้ต้องบอกว่าเราพอเขียน road map ในอย่างเนี้ย มันคือการฝันไกล แต่ขั้นตอนมันคือค่อยๆ ทำไป ซึ่งรอบนี้ต้องบอกว่าเรามีวุฒิภาวะคิดลงรายละเอียดมากขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาครับ

คือยอมรับว่ามากขึ้นผลก่อนถูกมั้ย

มากขึ้นมันมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ ถ้ามีโอกาส 20 ปีก็จะละเอียดกว่านี้อีกครับ

เอ่อผมผมยังผมยังติดประเด็นเรื่องเกี่ยวกับการเลือก เอ่อผู้ว่านะครับ ถ้าเกิดว่าผู้ว่าเนี่ย เอ่อคล้ายๆ กับว่าเป็น สส. อีกชุดนึงก็คือมีเป็นนอมินีของพรรคการเมืองต่างๆ แบบนี้การเมืองท้องถิ่นมันจะดีขึ้นหรือเปล่า

ตอนนี้ก็เป็นอยู่นะครับ

ใช่ แต่ว่าเราต้องการหา เอ่อ solution ที่ดีที่สุดไม่ใช่หรอครับ

ผมว่า Good enough ก่อนปักธงไกล แต่ว่าระยะทางใกล้ๆ ขอ good enough แล้วก็คิดจากสภาพปัจจุบันครับ สภาพปัจจุบันผมคิดว่ามันแย่พอที่ว่าปล่อยไปแล้วมันไม่ควรจะปล่อยไปอ่ะครับ ดังนั้นขอ good enough ขึ้นมาอีกขั้นนึงก่อนครับ ก็อาจารย์ก็เป็นคนที่คุ้นเคยกับโดมตัเป็นอย่างดีนะฮะ อาจารย์มาตั้งแต่ตั้งแต่โอ้โห ตั้งแต่เปิดตัวทางการเมืองเนาะ แล้วก็วันนี้ขอบคุณอาจารย์มากนะครับที่ให้เกียรติมากับ The Momentum แล้วก็แขกรับเชิญทั้งหลายที่ลงทะเบียนกันมาอย่างยากเย็นนะครับ ก็ขอบคุณมากๆ นะครับที่อาจารย์มาแล้วก็ขอบคุณแขกทุกคนนะครับ แล้วก็วันนี้ผม อาจารย์ต้น แล้วก็แขกรับเชิญทั้งหมดลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ

สวัสดีครับ