Transcription
เท่าวันหนึ่ง สว. บอกคุณว่าของแพงก็ไปปลูกผักเลี้ยงไก่กินเอง อย่าเพิ่งก้มหน้าไปหาเมล็ดพันธุ์ แต่ให้เงยหน้าขึ้นถามดังๆ ว่า "แล้วเรามี สว. ไว้ทำหน้าที่อะไร" นี่คือสมาชิกวุฒิสภา ตำแหน่งที่มาพร้อมกับเอกสิทธิ์ อำนาจ และภาษีมหาศาล หน้าที่ของพวกเขาคือตรวจสอบอำนาจ ถ่วงดุลนโยบาย และเป็นเกราะกำบังให้ประชาชนจากความล้มเหลวของรัฐบาล
แต่สิ่งที่เราได้รับกลับไม่ใช่การคัดง้างเชิงนโยบาย แต่คือคำแนะนำให้ประชาชนไปดิ้นรนเอาตัวรอดตามยถากรรม เมื่อการแก้ปัญหากลายเป็นการผักภาระ "ของแพงเพราะโครงสร้างพลังงาน เพราะสงคราม เพราะทุนผูกขาด" แต่คำตอบที่ได้คือ "ไปปลูกผักสิ"
มันเหมือนคุณไปหาหมอด้วยอาการหัวใจวาย แต่หมอบอกว่า "กลับไปนั่งสมาธิให้ใจสงบ" ดูนะ นี่ไม่ใช่แค่การแนะแนวที่ปิดฝาปิดตัว แต่มันคือการปฏิเสธความรับผิดชอบเชิงโครงสร้างอย่างหน้าตาเฉย
ลองจินตนาการดูนะครับ คนอยู่คอนโดต้องเลี้ยงไก่บนระเบียง พนักงานออฟฟิศที่ทำงานจนสายตัวแทบขาดต้องกลับมาขุดดินปลูกผักตอนเที่ยงคืน นี่ไม่ใช่ นโยบาย แต่มันคือนิทานจากหอคอยงาช้าง จากคน ที่ได้รับสวัสดิการเต็มสูบ จนหลงลืมไปว่าโลกแห่งความจริง เขาไม่ได้สู้ชีวิตด้วยการปลูกผัก แต่เขาสู้ชีวิตด้วยการทำงานแลกเงินมาซื้อข้าวกิน
ปัญหามันไม่ใช่แค่คำพูด แต่มันคือทัศนคติ คำพูดนี้เปิดโปงความจริงที่น่ากลัวว่า สว. บางคนไม่ได้มองตนเองเป็นผู้แทนปวงชน แต่ทำตัวเป็นเพียงผู้ชม VIP ที่นั่งอยู่ในระบบ ไม่มีแรงกดดัน ไม่มีข้อเสนอที่ขยับเพดานความฉลาด ไม่ต้องรับผิดชอบต่อความอดอยากของใคร แค่พูดวาทกรรมสวยหรูที่ไร้ค่าออกมา เพื่อให้ดูเหมือนว่ายังทำงานอยู่เท่านั้นเอง
บทสรุปของเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง สุดท้ายแล้ว ถ้าประชาชนต้องแก้ปัญหาเอง รัฐบาลไม่ต้องทำอะไร และ สว. ไม่ต้องตรวจสอบใคร ตำแหน่งนี้ก็ไม่ใช่ที่พึ่งของประชาชน แต่มันคือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เมืองที่มีไว้ประดับสภาให้ดูครบองค์ประกอบ มีราคาแพงมหาศาล แต่ไม่ได้มีไว้ใช้งานจริง