📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ตรวจเข้มรบ.! ปชน.ตั้งครม.เงา เร่งลุย 3 ภารกิจใหญ่ "ตีแผ่–เสนอทางเลือก–เติมความหวัง”: Matichon TV

matichon tv34:29

Transcription

วันนี้ผมเองก็ในฐานะหัวหน้าพรรคก็นำทีมนะครับ ในการที่จะแถลงข่าวเพื่อให้ทางสื่อมวลชนแล้วก็ประชาชนทุกคนได้เห็นภาพว่า สิ่งที่พรรคประชาชนกำลังขับเคลื่อนอยู่ในตอนนี้คืออะไรนะครับทุกท่านครับ

คำว่า ครม. เงา หรือว่า Shadow Cabinet นี้ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ผมและพรรคประชาชนเป็นคนคิดค้นขึ้น ไม่ใช่เป็นสิ่งที่พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งในประเทศนี้เป็นคนคิดค้นขึ้น แต่จริงๆแล้วเป็นสิ่งที่พวกเรา เอ่อ รับเอาวัฒนธรรมทางการเมืองในต่างประเทศนะครับ อย่างกรณีของประเทศอังกฤษเองเนี่ย ที่มี เอ่อ การเมือง เอ่อ ในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาที่เขาทำกันมาอย่างต่อเนื่องเป็นร้อยๆปีแล้วนะครับ

เอ่อ สิ่งที่พวกเรามองเห็นนะครับ หลังการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ปี 69 ที่ผ่านมานะครับ นอกจากเรื่องความถดถอยทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง ระบบนิติรัฐนิติธรรมแล้ว สิ่งที่เรามองเห็นก็คือความถดถอยทางด้านความหวังของประชาชนคนไทย ในฐานะตัวแทนของประชาชนนะครับ ในฐานะพรรคการเมืองผมคิดว่าพรรคประชาชนมีหน้าที่ที่เราจะต้องเติมความหวังกลับไปให้ประชาชนคนไทยทุกคนนะครับ ซึ่ง เอ่อ ครม.เงานะครับ ในส่วนของพรรคประชาชนเองเนี่ย ก็เป็นหนึ่งกลไกที่สำคัญที่เราจะคิดแล้วก็เชื่อว่านะครับ จะช่วยเติมความหวังเข้าไปให้กับประชาชนคนไทยได้นะครับ

การประชุมคณะรัฐมนตรีในแต่ละสัปดาห์นะครับ ที่มีการประชุมทุกสัปดาห์เนี่ย เป็นการประชุมที่มีความสำคัญนะครับ เพราะว่าทุกๆ มติของคณะรัฐมนตรีเนี่ย ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนและก็ผู้ประกอบการ ย่อมมีคนที่ได้และเสียประโยชน์จากทุกๆ การตัดสินใจในทุกๆ การดำเนินนโยบายและมาตรการของรัฐนะครับ ดังนั้นการที่มีทีม ครม.เงาของพรรคประชาชนในการช่วยตรวจสอบนะครับ การดำเนินงานอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบทุกๆ มติ ครม. ที่ออกมานะครับ อย่างน้อยๆ ผมเชื่อว่าจะเป็นหนึ่งกลไกที่สำคัญที่ใช้ในการตีแผ่ให้ประชาชนเห็นว่า ตกลงแล้วการตัดสินใจของรัฐบาลชุดนี้เนี่ย เป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ หรือว่ามีการอิงแอบผลประโยชน์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่

นอกเหนือจากการตรวจสอบอย่างเข้มข้นนะครับ อย่างใกล้ชิดจากทีม ครม.เงาของพรรคประชาชนแล้วเนี่ย อีกหนึ่งส่วนที่สำคัญที่ผมได้บอกไปแล้วก็คือในภารกิจในการเติมความหวังนะครับ ดังนั้นงานอีกส่วนหนึ่งใน เอ่อ ส่วนของทีม ครม. ของพวกเราเนี่ย ก็จะทำหน้าที่ในการให้ข้อเสนอแนะทางเลือกที่ดีกว่านะครับ ที่เราเชื่อว่าถ้าประชาชนคนไทยมีรัฐบาลที่มีที่มาและที่ไปที่มีความยึดโยงกับประชาชน ทำเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่เนี่ย ตัวเลือกที่ดีกว่าในการดำเนินนโยบายต่างๆ เหล่านั้นจะเป็นอย่างไรนะครับ

ส่วนสุดท้ายที่เป็น เอ่อ ภารกิจโดยตรงของทีม ครม. ของพวกเราก็คือในเรื่องของการให้ข้อเสนอแนะมาตรการเร่งด่วนในวิกฤตเฉพาะหน้านะครับ หรือที่เรียกกันว่า Call to action นะครับ ที่ เอ่อ ในวิกฤตเฉพาะหน้าที่เราเจอวิกฤตรายล้อมในหลายๆ ด้านเนี่ยนะครับ เอ่อ เราจะมีข้อเสนออย่างไรนะครับที่จะเรียกร้องไปยังรัฐบาลชุดปัจจุบันให้รีบดำเนินการในทันทีนะครับ

อันนี้ก็คือในส่วน 3 ภารกิจสำคัญนะครับ ที่ทีม ครม. เงาของพรรคประชาชนที่เราจะทำหน้าที่ติดตามกันทุกสัปดาห์เนี่ย อย่างน้อยๆ นะครับ จะมีการสื่อสารกับ เอ่อ สื่อมวลชนแล้วก็ประชาชนอย่างสม่ำเสมอ ทั้งเรื่องการตีแผ่ ทั้งเรื่องการให้ข้อเสนอแนะที่ดีกว่า แล้วก็มาตรการเร่งด่วนเฉพาะหน้านะครับ ซึ่งเราจะแบ่งนะครับกลุ่มในการทำงานนะครับ ออกเป็น 4 เสาหลักๆ ด้วยกัน >> นะครับ ที่ทุกท่านเห็นว่าในการประชุมวันนี้นะครับ ก็จะมี เอ่อ แต่ละท่านนะครับที่เคยเป็นแคนดิเดตนะครับ รองนายกรัฐมนตรีในแต่ละด้านในช่วงช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมานะครับ ท่านแรกก็อาจารย์ วิรยุทธ กันชูฉัตรนะครับ ที่จะดูแลในด้านเศรษฐกิจนะครับ ด้านท่านที่ 2 ก็คือคุณสิริกัญญา กาสกุล ที่จะดูแลในเรื่องของการปฏิรูปรัฐนะครับ ท่านที่ 3 ก็คืออาจารย์ เดชรัตน์ สุขกำเนิดนะครับ ที่จะดูแลในเรื่องของด้านคุณภาพชีวิตใหม่นะครับ แล้วก็ท่านสุดท้ายก็คือคุณพิจาร ชวัฒนวงศ์นะครับ ที่จะดูแลในส่วนของ เอ่อ ความมั่นคงใหม่นะครับ

แต่พวกเราไม่ได้ทำงานกันอยู่แทบเท่านี้นะครับ จริงๆ เรายังมี เอ่อ คณะทำงานทีมงาน สส. นะครับ ที่เราเรียกกันว่าทีม ครม. ครม. มองเงากับพรรคประชาชนเนี่ย ที่จะช่วยในการขับเคลื่อนประเด็นต่างๆ เหล่านี้ทุกๆ สัปดาห์ รวมกันถึงการประชุมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องนะครับ

ผลลัพธ์การประชุมในวันนี้นะครับ ที่มีการประชุมร่วมกันประมาณ เอ่อ ครึ่งชั่วโมงเศษๆ นะครับ หลังจากที่ได้เชิญสื่อมวลชนออกไปก่อนหน้านี้เนี่ยนะครับ เรามีการพูดคุยกันถึง 4 วาระเร่งด่วนครับที่เราจะติดตามนะครับอย่างใกล้ชิดในช่วง 1 เดือนต่อจากนี้นะครับ

วาระแรกก็คือในเรื่องของมาตรการการช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องประชาชนครับ อย่างเช่นกรณีของไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งวันนี้เองเนี่ยเดี๋คุณสิริกัญญาน่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนนี้นะครับ พร้อมกับในเรื่องของโครงการ Land Bridge ตกลงแล้วข้อเสนอของเราที่จะส่งไปยัง เอ่อ รัฐบาลแล้วก็สื่อสารต่อประชาชนเนี่ย ในมุมมองของพรรคประชาชนเองเนี่ย เรามองว่าโครงการ Land Bridge ควรจะต้องมีการทบทวนนะครับ หรือว่าดำเนินการต่ออย่างไรนะครับ

เอ่อ ส่วนต่อไป ประเด็นที่ 3 ก็คือในเรื่องของค่าไฟนะ ก็คือเดี๋ยวทาง เอ่อ คุณวิรยุทธ การบูฉัตรก็จะมานำเสนอต่อจากผมนะ ว่าตกลงแล้วไอ้โครงสร้างค่าไฟใหม่ที่มีการเสนอโยนข้อเสนอมาเป็นอัตราก้าวหน้านะครับ แล้วก็มีข้อแนะนำว่าให้ไปติดโซล่าเซลล์เนี่ย ตกลงแล้วสำหรับเราเองข้อเสนอที่ดีกว่าของพวกเราเป็นอย่างไรในการปรับโครงสร้างพลังงานนะครับ

ส่วนสุดท้ายก็คือในเรื่องของลมหายใจครับ จะเห็นว่าพรรคประชาชนเราติดตามเรื่องนี้มาอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องมาโดยตลอด ซึ่งอีก 1 ท่านที่จะมานำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมในวันนี้ก็คือทางอาจารย์เดชรัตน์ สุขกำเนิดนะครับ ตกลงแล้วกฎหมาย PRT นะครับ หรือว่ากฎหมายอากาศสะอาดนะครับ ถ้าเราเป็นรัฐบาลหรือถ้าเรามีรัฐบาลที่ดีกว่านี้คุณจะต้องมีการดำเนินการอย่างไรให้ทันภายในกรอบวันที่ 12 พฤษภาคมซึ่งจะเป็นกำหนด เอ่อ deadline นะครับว่าวันสุดท้ายที่รัฐบาลสามารถหยิบกฎหมายที่ค้างท่ออยู่ในสภาชุดที่แล้วขึ้นมาพิจารณาต่อในสภาชุดนี้ได้นะครับ

อันนี้ก็จะเป็นภาพรวมทั้งหมดนะครับในเรื่องของกระบวนการและก็กรอบการทำงานนะครับ ผมขอสรุปก่อนที่จะส่งต่อ นะไปยัง เอ่อ ทางคุณสิริกัญญา นะครับ แล้วก็อีกหลายๆ ท่านที่จะแถลงอย่างต่อเนื่องต่อจากนี้นะครับ ก็คือเราตั้งใจให้ทีม ครม. เงาของพรรคพรรคประชาชนเป็นกลไกกลางในการทำงานทุก เอ่อ ประสานงานกับทุกภาคส่วนนะครับ ทั้ง สส. ภายใน ภาคภาคเอกชนนะภาคประชา แล้วก็ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และเราก็จะจัดประชุมแบบนี้อย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์นะครับ ในการติดตามตรวจสอบให้ข้อเสนอแนะนะครับ แล้วก็เสนอมาตรการเร่งด่วนต่อรัฐบาลแล้วก็ต่อต่อสังคมไทยเพื่อเติมเต็มความหวังของคนไทยให้กลับคืนมานะครับ

ในลำดับถัดไปก็อาจจะขอส่งต่อ นะครับไปยังคุณสิริกัญญา ให้นำเสนอเพิ่มเติมว่าวันนี้เราได้หารือกันในรายละเอียดในส่วนของมาตรการช่วยเหลืออย่างไรบ้างครับ เชิญ >>

ค่ะ ขอบคุณ ขอบคุณคุณคุณณัฐพงษ์นะคะสำหรับ เอ่อ วาระแรกนะคะที่มีการพูดคุยกันก็คือ มาตรการช่วยเหลือเยียวยาบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากธุรกิจพลังงานนะคะ ที่ผ่านมานะคะใน ครม. นักพิเศษได้มีการอนุมัติงบประมาณสำหรับในส่วนนี้เนี่ยค่อนข้างน้อยนะคะ เป็นแค่ 3,000 ล้านบาทนะคะ ก็จะพบปัญหาว่าไม่ใช่เพียงแค่ช้านะคะ อย่างน้อยไม่ได้สัดส่วนแล้วก็ตกหล่นอยู่มากนะคะ เอ่อ แต่ว่า เอ่อ พอปัญหาของตอนนี้มาตรการช่วยเหลือที่มีอยู่ตอนนี้ก็คือว่า ในส่วนของมาตรการช่วยเหลือภาคขนส่งนะคะ ที่พอคำนวณออกมาแล้วเนี่ย ก็จะ เอ่อ มีการอุดหนุนตก เอ่อ น้ำมันลิตรละเพียงแค่ 2 บาทนะคะ แล้วก็จากการรับฟังความคิดเห็นจากภาคขนส่ง ก็พบว่ามีปัญหาการลงทะเบียนที่ยุ่งยากซับซ้อนนะคะ รวมไปถึงก็จะมีรถสาธารณะบางประเภทที่ตกหล่นไม่ได้รับความช่วยเหลือ ถึงแม้ว่าความช่วยเหลือจะน้อยนิดมากนะคะ แต่ว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่นะคะ ยังไม่ได้มีการแก้ไขปัญหาที่มีเกิดการตกหล่นนะคะ ที่ไม่ใช่เฉพาะภาคขนส่งแต่ว่ายังเป็นในส่วนของเกษตรกรแล้วก็ชาวประมงที่ยังคงไม่ได้รับความช่วยเหลือจนถึงวันนี้นะครับ

แต่ว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังจะออกต่อไปเนี่ย กลับกลายเป็นการเยียวยา เอ่อ แบบใหม่ที่เรียกว่าไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกก็อย่างที่เราทราบกัน จะเป็นคนละครึ่งที่ไม่ได้คนละครึ่งแล้วนะ เป็น 60 40 นะครับ เอ่อ แล้วก็อีกส่วนนึงเป็นการเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจากเดิมเนี่ยเคยเติมเดือนละ 100 ตอนนี้เพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 1,000 นะครับ ก็ถือว่า เอ่อ ค่อนข้างที่จะ เอ่อ ได้สัดส่วนมากขึ้นนะคะ แต่ว่าในส่วนของคนละครึ่งเนี่ย มันจะเป็นการเยียวยาแบบสุ่มนะคะ ก็คือใครมาก่อนได้ก่อนหรือว่าใครลงทะเบียนได้ก็จะได้รับความช่วยเหลือ นั้นไปนะคะ เอ่อ ซึ่งก็เท่ากับว่าคนที่สมควรที่จะได้รับการเยียวยา ถ้าลงทะเบียนไม่ทันลงทะเบียนไม่ได้เนี่ย ก็จะ เอ่อ หมดสิทธิ์แล้วก็ไม่ได้โอกาสที่จะได้รับความช่วยเหลือไปนะคะ เราก็คิดว่าในการที่จะช่วยเหลือเยียวยาประชาชน ถ้าอยากที่จะมุ่งเป้าจริงเนี่ย ไม่ควรใช้วิธีการแจกแบบสุ่มแบบนี้นะครับ ควรที่จะ เอ่อ ตรง เอ่อ แจกไปที่กลุ่มเป้าหมายที่อยากที่จะที่ต้องการที่จะช่วยเหลือไปเลยนะคะ

เรายังคงคิดว่ามาตรการที่สำคัญที่จะช่วยเหลือประชาชนได้ตรงจุดตรงเป้ามากกว่านี้ ก็คือการลดภาษีสรรพสามิตร ซึ่งเราไม่ได้เรียกร้องว่าจะต้องลดหมดเลยเหลือ 0 บาทนะคะ อาจจะปรับลดลงมา 1-2 บาทเนี่ย ก็น่าจะช่วยเหลือประชาชนในภาพกว้างนะคะ เอ่อ มาตรการนี้เนี่ยยังเป็นมาตรการที่ได้รับความนิยมนะคะ อีกในหลายๆ ประเทศทั่วโลกนะคะ ที่จะใช้ในการที่จะช่วยเหลือเยียวยาประชาชนในยามวิกฤตแบบนี้นะครับ

ในส่วนต่อมาก็คือ เอ่อ ในเรื่องของเม็ดเงินที่จะต้องใช้ นะคะ เอ่อ สวัสดิการแบบสุ่มนะคะ เยียวยาแบบสุ่มแบบนี้เนี่ย ต้องใช้เบ็ดเงินสู เอ่อ 136,000 ล้านบาทนะค่ะ ซึ่งก่อนหน้านี้ยังยังมีการให้เงินช่วยเหลือแบบกระปิดกระปอยอยู่เลยนะคะ รัฐบาลก็ เอ่อ น่าจะมีเงินก๊อกใหม่ที่เตรียมที่จะใช้เรียบร้อยแล้วนะคะ ซึ่ง เอ่อ บนหน้าตักที่มีอยู่ตอนนี้นะครับ เฉพาะงบกลางเงินสำรองเนี่ยเหลืออยู่ประมาณไม่ถึง 20,000 ล้านนะคะ ถึงจะใช้ก๊อก 2 นะครับ เงินสำรองฉุกเฉินอีก 50,000 ล้านก็คงจะทำโครงการนี้ไปได้เพียงแค่เดือนเดียว ดังนั้นเนี่ยไม่เกินเดือนมิถุนายนจนถึงกรกฎาคมมีการกู้เงินแน่นอน และรอบนี้ก็คงได้กู้มาแจกแบบที่จะเกิดขึ้น เอ่อ อย่างแน่นอนนะคะ อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตที่เราคิดว่าน่าจะเกิดขึ้นเพราะว่า เอ่อ แหล่งเงินอื่นๆ น่าจะยังมาไม่ทัน ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. โอนงบนะคะ ซึ่งอ่าน่าจะต้องใช้ระยะเวลาไปจุดถึงปลายกรกฎาคมเลยนะคะ รวมไปถึงตัวเงินปีงบปี 70 ก้อนใหม่ที่จะใช้ได้ก็เป็นเดือนตุลาคมเลยนะคะ อันนี้เนี่ยก็จะ เอ่อ เป็นข้อสังเกตนะคะ นอกจากที่ เราเสนอว่ามาตรการความช่วยเหลือที่จะมีประสิทธิภาพมากกว่าก็คืออาจจะเป็นการที่ลดภาษีสรรพสามิตรนะคะ เอ่อ ครอบคลุมความช่วยเหลือให้ได้กลุ่มเป้าหมายที่ตอนนี้เนี่ยยังไม่ได้ความช่วยเหลือเลยอย่างเช่น เกษตรกรและชาวประมงนะคะ รวมไปถึงภาคขนส่งที่ยังไม่ได้สัดส่วนนะคะ ที่ 2 บาทต่อลิตรเนี่ย อาจจะจำเป็นที่จะต้องมีการ เอ่อ เพิ่มความช่วยเหลือเพื่ออะไรเพื่อไม่ให้ราคา สินค้านะคะ ต้นทุนต่างๆ เนี่ยมันเพิ่มขึ้นสูงเร็วเกินไปแล้วก็จะกลายมาเป็นภาระกับผู้บริโภคที่จะต้องจ่ายราคาสินค้าแพงขึ้น ค่ะ รวมไปถึง เอ่อ เอ่อ มาตรการต่อไปนะคะ จากด้านการเงินที่รัฐบาลจะออกมาเดี๋เราก็คงจะได้ติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่า เอ่อ พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการกู้เงินจะมาเมื่อไหร่ อย่างไรค่ะ

ในส่วนของค่าไฟนะครับ ที่เป็นข้อถกเถียง โดยเฉพาะในเมื่อวานนี้เราเห็นว่ารัฐบาลเนี่ยจะต้องไม่แก้ปัญหาค่าไฟแพงแบบฉาบฉวยแบบที่เป็นอยู่นะครับ เป็นการโยนภาระกลับมาให้กับประชาชน แต่เสนอว่ารัฐบาลจะต้องกล้าเดินหน้าเจรจาลดค่าพร้อมจ่ายพร้อมกับทลายโควต้า นะครับ การซื้อไฟฟ้าจากภาคประชาชนที่มันจำกัดจำเขี่ยเหลือเกิน เราเห็นว่าการทำงานแบบที่เป็นอยู่เป็นการแก้ปัญหาแบบฉาบฉวยเท่านั้น ที่สำคัญก็คือเมื่อวานนี้ต้องเรียนว่าทิศทางสับสนมาก ท่านรัฐมนตรีคุณเอกนัสนะครับ ออกมาพูดตอนเช้าตอนบ่ายตอนเย็นแล้วก็มีการประชุม ครม. มาตรการยังไม่ชัดเจนด้วยซ้ำว่าจะเอาอย่างไร โดยเฉพาะคนที่ใช้ค่าไฟเกิน 400 หน่วย เข้าใจว่าจะต้องมีการตัดสินใจต่อ นะครับ ในคณะกรรมการพลังงานนโยบายพลังงานแห่งชาติหรือ กพช. ก็ต้องขอความชัดเจนตรงนี้ แต่เรื่องที่สำคัญก็คือไม่อยากให้การทำงานของรัฐมนตรีมองว่าคนที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วยเป็นคนที่ใช้ไฟสิ้นเปลือง เพราะอย่าลืมว่าคนที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วยในครอบครัวไทยนะครับ มีหลายแบบอย่างแรกคือหลายครอบครัวเนี่ยเขาอยู่จำนวนเยอะพอคนจำนวนเยอะในบ้านเนี่ย การใช้ไฟจำนวนเยอะไม่ได้แปลว่าเขาใช้แต่ฟุ่มเฟือยแต่เป็นเพราะเป็นความจำเป็นจริงๆ ค่าไฟขนาดนี้นะครับ วิกฤตพลังงานขนาดนี้ไม่มีใครใช้เปลืองหรอกครับ

อีกกลุ่มนึงคือกลุ่ม SME ครับ SME ที่อยู่ในบ้านจำนวนมากนะครับ ชั้น 1 อาจจะทำธุรกิจของเขาเอง SME ขนาดเล็กส่วนชั้น 2 ก็ใช้เป็นห้องนอนเป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัวอันนี้คือสภาพความเป็นจริงของธุรกิจไทย SME ไทยจำนวนมากจึงมีการใช้ค่าไฟเกิน 400 หน่วย การจะไปเพิ่มต้นทุนผลักภาระหรือที่ภาษาอังกฤษนะครับเรียกว่า cost subsidiz เอาประชาชนมาช่วยประชาชนกันเองเนี่ยจะยิ่งเพิ่มภาระให้กับตัว SME กลุ่มนี้ที่ปัจจุบันก็หนักอยู่แล้ว กำลังซื้อถดถอยนะครับ ต้นทุนต่างๆ ก็เพิ่ม เราขอให้รัฐบาลตั้งต้นให้ถูกว่าอย่าเริ่มต้นด้วยการเอาประชาชนมาดูแลกันเอง แต่รัฐบาลจะต้องกล้าเดินหน้าในการลดค่าไฟโดยเฉพาะการเจรจาต้นทุนที่สำคัญที่เกิดจากค่าพร้อมจ่าย ถ้ารัฐบาลมีความกล้าหาญและมีหลักการจริงๆ จะต้องเดินหน้าเจรจาลดสัมปทานระยะยาวที่ทำให้ค่าพร้อมจ่ายมันแพงนะครับ ต้องเดินหน้าตรงนี้ถึงจะแสดงความชัดเจนว่ายึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง

ในขณะเดียวกันอีกเรื่องนึงก็คือการพูดถึงการติดโซล่าเซลล์นะครับ ต้องเรียนว่าการติดโซล่าเซลล์หลังคาที่หลังคาเนี่ย ถ้าบ้านเรือนหรือบริษัทจำนวนมากที่เขามี กำลังทรัพย์เนี่ยติดกันไปหมดแล้ว แต่ที่เหลือเนี่ย ถ้าคุณจะต้องติดใหม่ต้นทุนอาจจะเป็นหลักแสนบาท การให้ซอฟท์โลนอย่างเดียวอย่างเดียวไม่เพียงพอในการจูงใจนะครับ เราเสนอว่าการทำให้พลังงานเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดใช้โซล่าเซลล์มากขึ้นเป็นเรื่องที่ดี แต่คุณต้องคำนึงถึงความเป็นจริงด้วย โดยเฉพาะบ้านจำนวนมากนะครับที่มีบิลค่าไฟอยู่แล้ว คุณควรจะไปทำ On financing นะครับ หมายความว่าเราสามารถซื้อทำติดโซล่าเซลล์จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้าภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวงเนี่ย แล้วก็ผ่อนจ่ายบิลค่าไฟได้ อันนี้จะเป็นจริงมากกว่า เพราะว่าถ้าคุณประหยัดไฟในรายเดือนนะครับ ถ้าคุณติดโซล่าเซลล์แล้วคุณต้องจ่ายค่าไฟน้อยลงเนี่ย มันก็จะมีส่วนที่เหลือพอที่คุณจะไปผ่อนจ่ายรายเดือนในการติดโซล่าเซลล์ได้

โดยสรุปก็คือเรื่องค่าไฟเราเห็นว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการฉาบฉวยและเต็มไปด้วยข้อมูลที่สับสน เราขอความชัดเจนและอยากให้คำนึงถึงว่าคนที่ใช้ไฟจำนวนเกิน 400 หน่วยเนี่ย มีทั้ง SME จำนวนมากนะครับที่เป็น SME ขนาดเล็กและคนที่มีผู้อยู่อาศัยจำนวนมากในบ้านเดียวกัน ขอให้รัฐบาลกล้าแก้ปัญหาที่ต้นตอเดินหน้าเข้าไปเจรจาลดค่าพร้อมจ่ายที่มันสร้างเสือนอนกินนะครับ อันนี้จะเป็นบทพิสูจน์ของรัฐบาลในเรื่องโซล่าเซลล์เราอยากให้เกิดการผ่อนจ่ายผ่านบิลค่าไฟได้ การซอฟท์โลนอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะช่วยเหลือให้ประชาชนจูงใจให้ประชาชนมาติดโซล่าเซลล์ครับครับ

ค่ะ เรื่องต่อไปเป็น Land Bridge นะคะ เอ่อ สำหรับเรื่อง Land Bridge นะคะ ที่ตอนนี้เนี่ยทาง เอ่อ รัฐมนตรีคมนาคมนะคะ แล้วก็ เอ่อ เอ่อ คุณวิภัฒน์เนี่ยออกมายืนยันนะคะที่จะเดินหน้าต่อนะคะ พอดีว่า เอ่อ เอ่อ ประกอบกับการที่ตัวรายงานฉบับสมบูรณ์นะคะ ของการรายงานศึกษาความเป็นไปได้ที่ทาง สข. จากธรรมเนี่ยก็ เอ่อ ออกมาพอดีนะคะ แล้วเราก็เลย เอ่อ เจอข้อค้นพบที่น่าสนใจนะคะ ในเล่มเนี่ยมีการประเมินความคุ้มค่าของโครงการเอาไว้ นะคะ ใน 2 จุดด้วยกัน จุดแรกเนี่ยเป็นของทั้งทั้งโครงการนะ ไม่ว่าจะเป็นเอกชน เอ่อ มาลงในส่วนที่เอกชนต้องลงทุน หรือว่าที่รัฐต้องลงทุนเองในเรื่องของค่าเวรคืน หรือว่าอาคารสำนักงานอะไรต่างๆ นะคะ ตรงนั้นเนี่ย เอ่อ ค่าของ เอ่อ อัตราผลตอบแทนเนี่ยยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้นะคะ ก็คือปริ่มๆ อยู่ที่ประมาณ 8% นะคะ สำหรับตัวผลตอบแทนทางการเงินในส่วนของ เอ่อ NPV นะคะ หรือว่ามูล เอ่อ ปัจจุบันสุทธิเนี่ย เอ่อ ก็เป็นบวกอยู่นะครับ

แต่ว่าพอเรามาดูอีกจุดนึงที่มีการประเมินความคุ้มค่าสำหรับภาคเอกชนที่จะมาลงทุน เราพบว่าผลตอบแทนเนี่ย ตกลงมาเหลืออยู่ที่อยู่ที่ไม่ถึง 5% ซึ่งต่ำมากนะคะ ต่ำในระดับที่ไม่น่าจะมีเอกชนรายใดเนี่ย ต้องการที่จะมาลงทุน รวมไปถึงมูลค่าปัจจุบันสุทธินะคะ หรือว่า Net Present Value เนี่ยติดลบนะคะ ก็คือเป็นกรณีที่เลวร้ายที่สุดที่ไม่น่าจะมีเอกชนรายใดเนี่ย เข้ามา เอ่อ ลงทุน เพราะว่าจำเป็นที่จะต้องลงทุนในโครงการนี้ทั้งหมด 100% ด้วยนะคะ รัฐจะออกเฉพาะในส่วนของค่าเวรคืนนะคะ ก็ถือว่าโครงการนี้เนี่ยไม่น่าจะจูงใจให้มีเอกชนรายใดเนี่ย เข้ามาลงทุนแน่ๆ ก็ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลเนี่ยจะเดินหน้าโครงการนี้อย่างไรนะคะ จะปรับเปลี่ยนการให้ เอ่อ การร่วมลงทุนแบบ PPP โดยที่รัฐต้องจ่ายเพิ่มขึ้นหรือไม่ ถ้ายังยืนยันว่าเอกชนยังต้องลงทุน 100% เนี่ย เราเกิดความกังวลอย่างนี้ค่ะว่ามันจะเกิดเหตุการณ์ที่จะซ้ำรอยโครงการสัมปทานก่อนหน้านี้ เรียกได้ว่าประมูลประมูลไปก่อนแล้วเดี๋ยวก่อนค่อยแก้สัญญาทีหลังแบบที่เราเคยเจอกันในกรณีของโครงการรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบินนะ คะ ซึ่งประมูลให้มัน เอ่อ ให้มันดูดีไว้ก่อนนะ ให้มันถูกไว้ก่อนแต่ว่าเราค่อยมา เอ่อ ขอแก้ไขสัญญาณในภายหลังนะคะ รวมไปถึงกรณีของโครงการประมูล Duty Free ของ AOT ถึงไม่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็น ไ่สัญญาณในภายหลังเช่นเดียวกันนะคะ ซึ่งมันก็สูญเสียต่อการที่จะไม่เป็นธรรมกับผู้เข้าร่วมประมูลในรัฐแรกนะคะ รวมไปถึงอาจจะทำให้เกิดการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน ค่ะ เอ่อ ตรงนี้เนี่ยยังไม่ได้พูดถึงผลกระทบด้านอื่นๆ ที่มีหลายภาคส่วนได้มีการให้ เอ่อ ได้มีการส่งเสียงกันมานะคะ ทั้งผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมนะคะ หมู่เกาะอย่างหมู่เกาะ เอ่อ อย่างเกาะพยาม หมู่เกาะสุรินทร์เนี่ยจะได้รับผลกระทบก็อาจจะกระทบกับเรื่องของการท่องเที่ยวรวมไปถึงเกษตรในด้านประมงที่อาจจะได้รับผลกระทบ ก็ฝากสื่อมวลชนได้ เอ่อ ส่งคำถามนี้ไปยังฝ่ายรัฐบาลค่ะว่ายังจะยืนยันเดินหน้าโครงการ Land Bridge ทั้งๆ ที่เอกชนไม่น่าจะมีใครมาลงทุนหรือไม่ค่ะ

ครับสุดท้ายก็เป็นประเด็นเรื่องของลมหายใจนะครับ ในปีนี้เป็นปีที่ค่า PM 2.5 เนี่ยมีปัญหารุนแรงมากนะครับ เปรียบเทียบกันในระยะ 5 ปีเนี่ย ปีนี้เป็นปีที่มีความรุนแรงมากที่สุดในระยะเวลา 5 ปีนี้นะครับ แล้วก็มีหลายพื้นที่ที่อยู่ในค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงของ PM 2.5 อยู่ในระดับสีแดงเกือบทั้งเดือนนะครับ จนกระทั่งมีมีฝนตกนะครับ สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าอะไรสิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าความสามารถในการบริหารจัดการของรัฐบาลเนี่ยไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหา และหนึ่งใน เอ่อ สิ่งที่เราผลักดันกันมาเนิ่นนานนะครับ ทั้งโดย เอ่อ ภาคประชาชนนะ ครับ แล้วก็พรรคการเมืองต่างๆ รวมถึงพรรคก้าวไกลในอดีตแล้วก็พรรคประชาชนในปัจจุบันก็คือเรื่องของการมีพระราชบัญญัตินะครับ เอ่อ อากาศสะอาดนะครับ แล้วก็พระราชบัญญัติ PRTR ที่จะมาช่วยดูแลในเรื่องของการจัดการฝุ่น PM 2.5 และการ เอ่อ เปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมลพิษการเกิดอุบัติสารเคมี ซึ่งเราก็ผลักดันกันจนในสภาชุดที่แล้วเนี่ย เอ่อ มาสู่กระบวนการนะครับ อย่างกรณี พ.ร.บ. อากาศสะอาดก็ผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้วไปอยู่ในชั้นวุฒิสภา เอ่อ พ.ร.บ. PRTR ก็มีการ เอ่อ ผ่านชั้นกรรมาธิการมีการพูดคุยรอกลับเข้ามา เอ่อ สู่สภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเนี้ยจะไม่สามารถเดินหน้าต่อได้นะครับ ถ้าคณะรัฐมนตรีไม่ยืนยันภายในวันที่ 12 พฤษภาคม ซึ่งถ้านับจากวันเนี้ยก็คือเหลืออีกประมาณ 2 สัปดาห์เท่านั้นนะครับ เพราะฉะนั้นใน 2 สัปดาห์เนี้ยครับเป็นสิ่งที่ เอ่อ เราเนี่ยจะติดตามอย่างใกล้ชิดนะครับว่ามันมีแรงกดดันนะครับจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่ที่ทำให้กฎหมายที่ภาคประชาชนผลักดันคนทั้งสังคมรอคอยการเมืองก็ช่วยกันจนผ่านมาถึงจุดนี้ไม่สามารถที่จะเดินหน้าต่อไปได้นะครับ ถ้ามันมีแรงกดดันที่มันไม่เป็นประโยชน์นะครับต่อคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนไทยนะครับ พรรคประชาชนเนี่ยเราก็จะต้องต่อสู้เรียกร้องให้สามารถที่จะเดินหน้าต่อให้ทันในช่วงระยะเวลา เพื่อที่จะมีการ เอ่อ รับมือกับการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้ดีขึ้นในอนาคตแน่นอน ครับ พ.ร.บ. อากาศสะอาดไม่ใช่สิ่งเดียว เอ่อ ที่จะทำให้อากาศของเรานั้น เอ่อ ดีขึ้นคือลมหายใจให้กับคนไทยได้ เรายังติดตามมาตรการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประกาศเขตควบคุมมลพิษในภาคเหนือตอนบนแต่ปรากฏว่าควบคุมไม่ได้นะครับ หรือมาตรการเรื่องจำกัดการนำเข้าสินค้าที่มีจากการเผาแต่ให้ผู้ที่นำเข้าหรือผู้ที่ส่งออกมารับรองตนเองต่างๆเหล่านี้เราจะติดตามทั้งหมดนะครับ รวมไปถึงเรื่องของการแก้ไขปัญหาไฟป่าด้วย แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งที่จะเป็นตัวหลักการพื้นฐานตัวที่จะให้อำนาจกับรัฐในการที่จะจัดการเรื่องนี้ดีขึ้นในอนาคตก็คือตัวร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาดและร่าง พ.ร.บ. PRTR เพราะงั้นเราเรียกร้องนะครับให้รัฐบาลตัดสินใจเรื่องนี้ให้ทันเวลาและเวลาที่ว่านั้นเหลืออีกแค่ 2 สัปดาห์ครับผม ขอบคุณครับ

นั่นก็คือใน 4 วาระเร่งด่วนนะครับที่เราจะติดตามในช่วง 1 เดือนต่อจากนี้นะครับ ทุกท่านก็จะเห็นปัญหานะครับที่เราได้มีการชี้ให้เห็นไม่ว่าจะเป็นมาตรการเยียวยาช่วยเหลือไทยช่วยไทยพลัส นะครับที่เราตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเยียวยากลุ่มเปราะบางแบบสุ่มหรือไม่ เรื่องค่าไฟที่เป็นค่าไฟแบบฉาบฉวยหรือไม่นะครับ เรื่อง Land Bridge ที่อาจจะมีการซ้ำรอยนะครับกับเรื่องของโครงการที่ผ่านมาอย่างเช่นโครงการ เอ่อ เอ่อ รถไฟเชื่อมสารสนามบินนะครับ แล้วก็สุดท้ายในเรื่องของลมหายใจที่จริงๆ แล้วเนี่ย เอ่อ ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาคประชาชนนะครับ หรือภาคประชาสังคมเราผลักดันไปอย่างต่อเนื่องก็ขาดแค่ความเอาแล้วก็ความจริงใจของรัฐบาลในการเดินหน้า เอ่อ ส่วนนี้นะครับ

ดังนั้นครับผมจะขอสรุปนะครับในส่วนของข้อเสนอของพวกเรานะครับ ในส่วนของ 4 วาระเร่งด่วนในส่วนของมาตรการช่วยเหลือเนี่ย มาตรการไทยช่วยไทยพลัส การเยียวยาประชาชนต้องไม่ตกหล่นโดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือต่อกลุ่มเกษตรกร ชาวประมงแล้วก็ผู้ประกอบการขนส่ง ส่วนที่ 2 ค่าไฟครับ ต้องไม่แก้ไขปัญหาค่าไฟแพงแบบฉาบฉวยด้วยการโยนภาระให้กับประชาชนต้องเดินหน้าการเจรจาลดค่าพร้อมจ่ายและก็การทลายเพดานโควต้าการซื้อไฟฟ้าโซล่าเซลล์จากภาคประชาชน ในส่วนของโครงการ Land Bridge ครับ รัฐบาลต้องประเมินโครงการ Land Bridge ใหม่ทบทวนการออก พ.ร.บ. SC ตั้งต้นด้วยเป้าหมายพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตในภาคใต้เป็นหลัก ส่วนสุดท้ายก็คือในเรื่องของลมหายใจครับ รัฐบาลต้องหยิบกฎหมายปกป้องลมหายใจคนไทย 2 ฉบับที่สำคัญที่ค้างการพิจารณาอยู่นั่นก็คือร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด แล้วก็ร่าง พ.ร.บ. การเปิดเผยข้อมูลการปล่อยมลพิษและการถ่ายโอนสารมลพิษ หรือว่า PRTR กลับมาเดินหน้าต่อให้ทันภายในวันที่ 12 พฤษภาคม

ต่อจากนี้ทีม ครม. เงาของพรรคประชาชนครับ เราจะจัดประชุมกันอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์นะครับ แล้วก็เปิดฟังรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนนะครับ เอ่อ เพื่อที่จะนำการตัดสินใจนะครับของรัฐบาลชุดนี้เนี่ย มาตีแผ่การตัดสินใจของรัฐบาลกำลังจะเอื้อผลประโยชน์กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือว่าเกิดผลดีหรือผลเสียต่อกลุ่มใดบ้าง พร้อมกับนำเสนอทางเลือกนะครับที่ยึดโยงกับผลประชา เอ่อ ผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นที่ตั้ง เพื่อพาประเทศไทยฝากวิกฤตในครั้งนี้อย่างเป็นธรรมและเติมความหวังให้กับประชาชนคนไทยทุกคนครับ

ก็ขอจบการ ถ้าทางสื่อมวลชนมีข้อสงสัยหรือว่าข้อสอบถามพักงานไหนก็เชิญได้เลยครับ

ครับขออนุญาตถามครับเรื่องมาตรการช่วยเหลือครับ เมื่อวานล่าสุดมันมีเรื่องของเกษตรกรนะครับในในส่วนของเรื่องทุเรียนนี้มีการไลฟ์ของคุณพิลี่พายครับ ทางพรรคประชาชนนะครับมองเรื่องการแก้ปัญหาตรงนี้ยังไงบ้างครับ

ครับผม ขอบคุณครับก็ เอ่อ จริงๆแล้วทางกระทรวงพาณิชย์นี่ก็น่าจะมีความตั้งใจที่ดีนะฮแต่ว่าอาจจะเข้าใจข้อมูลนะครับสถานการณ์ของตลาดทุเรียนเนี่ยคลาดเคลื่อนไป คือกระทรวงพาณิชย์เนี่ยพยายามจะเน้นว่า เอ่อ ปีนี้ผลผลิตเนี่ยจะออกมาเยอะกว่าทุกๆ ปีก็เลยอยากจะรีบขายนะครับ แต่ถ้าเราไปดูราคาการส่งออกเนี่ยนะครับเราจะพบว่า เอ่อ ทุเรียนคุณภาพดีที่เราส่งไปยังตลาดกับประชาชนจีนเนี่ยยังไปได้ดี คือพูดง่ายๆ ว่า เอ่อ ผลผลิตอาจจะเยอะจริงแต่ว่าตลาดยังเดินได้นะครับ งั้นไอ้การที่ภาวะที่ตลาดมันเดินได้เนี่ย สิ่งที่รัฐบาลควรทำเนี่ย ก็คือควรจะส่งเสริมตลาดคุณภาพดีให้ขายต่อเนื่องต่อไปอีกนะครับ อย่างน้อยเนี่ยสักครึ่งเดือนหรือถ้าให้ได้ 1 เดือนเนี่ย เกษตรกรก็จะได้ราคาดีต่อเนื่อง ส่วนไอ้ราคาขายที่ เอ่อ เป็นเกรดรองลงมาอาจจะต้องเร่งขึ้นในช่วงหลังของเดือนพฤษภาคมซึ่งผลผลิตเนี่ยจะออกมาเยอะนะครับ แต่ปรากฏว่าในช่วงต้นเนี่ยมันก็เกิดความสับสนว่าที่จะขายทุเรียนลูกละร้อยเนี่ยเป็นทุเรียนเกรดไหนนะครับ เพราะงั้นมันก็เลยเกิดเป็นความ เป็นห่วงของชาวสวนนะครับแล้วก็ของคนที่ อยู่ในห่วงโซ่อุปทานว่านี่กำลังจะทำให้ส่งสัญญาณ ให้หรือไม่สรุปก็คือผิดจังหวะ สื่อสารเนี่ยไม่ชัดเจนยกตัวอย่างเช่นนะครับ แล้วก็จริงๆไม่ใช่ร้านรุ่งนะครับ แล้วก็ที่กระทรวงพาณิชย์บอกว่าที่ เอ่อ คุณสุพร้อมกับคุณพิมพธิพายในตอนต้นสุดท้ายกระทรวงพาณิชย์ไม่เกี่ยวอะไรอันนี้แปลว่า เอ่อ เป็นวิธีการให้สัญญาณกับประชาชนแล้วก็ตลาดที่ เอ่อ คลาดเคลื่อนไปอย่างมาก

วิธีการชี้แจงแบบเนี้ยครับมันทำให้ เอ่อ ประเมินจากเมื่อวานนี้ด้วย

ครับคิดว่ายังไม่กวนเพราะว่ามันเกิดกระแสที่คิดท้วงติงไว้นะครับแล้วก็มันก็เลยทำให้สุดท้ายกระทรวงพาณิชย์ก็ต้องมาชี้แจงว่าไม่ใช่ไม่เกี่ยวแบบเนี้ยครับมันก็เลยเรียกว่ายุติความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อราคาได้จริงๆ เรื่องแบบเนี้ยอยากย้ำนิดนึงว่าไม่ได้เกิดกับทุเรียนนะครับเมื่อประมาณสัก 2-3 สัปดาห์ที่แล้วเกิดกับปาล์มน้ำมันด้วยที่เป็นการไปส่งสัญญาณว่าห้ามส่งออกจริงๆแล้วไม่ได้ห้ามจริงๆให้ส่งออกภายใต้ปริมาณที่อนุญาตนะฮะแล้วปริมาณการส่งออกก็ยังน้อยกว่าปริมาณที่อนุญาตแต่ไปส่งสัญญาณคลาดเคลื่อนราคาปาล์มน้ำมันก็เลยลดลงไป 2 บาทเพราะงั้นก็เป็นเรื่องที่น่าจะเป็นบทเรียนของการสื่อสารให้มันมีความแม่นยำและอยากกระทบกับราคาที่พี่น้องเกษตรกรจะได้รับครับ

ถามถามเรื่องรายละเอียด ครม. เงาได้มั้ครับว่าเอ่อก่อนหน้านี้พรรคประชาชนตอนเลือกตั้ง โหมดเรื่องของ The Professional ที่จะมีรัฐมนตรีหลายๆคนเป็นที่เป็นว่ามีส่วนมา ร่วมประชุมด้วยมั้ครับ

ก็มีส่วนร่วมประชุมแน่นอนครับแล้วก็ตัวผมเองอยากบอกว่าเป้าหมายของพวกเราไม่ได้ยึดโยงหรือว่าผูกติดอยู่กับตัวบุคคลนะครับ ไม่ว่าจะเป็นทีม The Professional ทีมที่ร่วมแถลงข่าวในวันนี้รวมถึงทีม สส. นะครับ และรวมถึงภาค เอ่อ เอกชนและภาคประชาชนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกๆ คนครับเพื่อเอาวาระของประเทศเป็นตัวตั้งครับ

สอบถามครับว่ามาตรการของ ครม. เราเนี่ยคือกลไกต่างๆที่สวนสอนรัฐบาลอยู่แล้วในสภา อย่างไรเพราะว่านอกจากจะมีการตั้งกระทู้ถามกรรมาธิการอะไรต่างๆเนี่ยมันก็ยังสามารถถึงแม้รัฐบาลได้เหมือนกัน ครม. ของเราเนี่ย นอกจากแถลงข่าวเสนอหรือว่าแข่งรัฐบาลแล้วเนี่ยมีอย่างอื่นที่มันเกิดเป็นพรรคเป็นผลตอนเย

ผมว่ากลับมาที่โจทย์ตั้งต้นที่ผมเปิดไว้ตอนแถลงข่าวครับว่าสิ่งสำคัญ ณ ตอนนี้ก็คือในเรื่องของการเติมความหวังกลับไปให้กับประชาชนนะครับ แล้วก็จริงๆก็ต้องยอมรับนะฮว่าบางทีเราใช้กลไกในสภานะที่มันเป็นกลไกทางการการประชุมกรรมาธิการแต่ละครั้งก็ต้องเป็นไปตามระเบียบวาระการประชุมในสภาแต่ละครั้งก็ต้องเป็นไปตามระเบียบวาระการประชุมเนี่ยบางทีมันอาจจะไม่ได้ทันท่วงทีนะครับต่อสถานการณ์และประชาชนเองก็อาจจะไม่ได้ติดตามการประชุมในสภาหรือในกรรมาธิการอย่างต่อเนื่องผมคิดว่าแพลตฟอร์มอย่าง ครม. เงารูปแบบการทำแบบนี้นะครับก็จะเพิ่มความคล่องตัวแล้วเราก็สามารถทำงานนะครับแล้วก็ เอ่อ การสื่อสารเนี่ยก็ก็จะมี การวิพากษ์วิจารณ์อย่างเดียว นะก็จะเสนอทางเลือกที่ดีกว่าประกบไปพร้อมกันด้วยเสมอ นะครับก็กลับไปที่จุดตั้งต้นนะครับว่าทำไมต้องมีทีมของเรามองเอาผมคิดว่าคือสิ่งที่ทำให้ประชาชนเนี่ยยังมองเห็นความหวังในการเมืองไทยครับ

ตามธรรมเนียมแล้วเนี่ยอย่างพรรคประชาธิปัตย์คือประจำ ครม. เงาบางคนที่ได้เป็น ครม. เงาเพราะเป็นรัฐบาลก็เรียกว่าเป็น ครม. จริงไปด้วย ประชาชนด้วยฮะ

ครับอย่างที่ผมได้ตอบคำถามไปเมื่อสักครู่ครับว่าเราไม่เคยยึดติดที่ตัวบุคคลนะครับ แน่นอนเราไม่ได้ปฏิเสธเรื่องเราจะต้องทำงานกับคนที่มีความรู้ความสามารถนะครับ แล้วก็มีเจตจำนงทางการเมืองนะครับ แต่ อย่างไรก็ตามนะครับผม เอ่อ อยากให้ทุกท่านเห็นภาพโครงการว่าการทำงานใน ครม. เรากับพรรคประชาชนเนี่ย เราทำงานกันเป็นทีม ไม่ได้มีทุกคนที่เข้ามาทำงานร่วมกัน ไม่ได้มีใครที่รู้สึกว่าจะต้องมาทำงานเพราะว่าหวัง เอ่อ ตำแหน่งในครั้งหน้าแน่นอนทุกคนเอาวาระของประเทศเป็นตัวตั้งแน่นอนครับ

เอ่อ การประชุม ครม. เมแต่ละแต่ละนัดอ่ะครับ ต่อแค่ไหนแต่ว่าการนำไปปฏิบัติใช้จริงอ่ะครับมันจะเกิดขึ้นคาดหวังกับรัฐบาลว่า จะนำตรงเนี้ยไปใช้ยังไงบ้างหรือหรือต้องเข้ามาร่วมประชุมอะไรงี้ด้วยมั้ยครับ

ก็แน่นอนว่าในฐานะพรรคฝ่ายค้านนะครับเราให้ข้อเสนอไปการในฝั่งของรัฐบาลเองการที่เราจะพยายามผลักดันให้เกิดการทำจริงในฝั่งของภาคส่วนราชการเนี่ยเราก็ผ่านข้อเสนอจาก ครม. เอาไปยังกรรมาธิการชุดต่างๆ ได้นะครับ ทั้ง 35 คณะไม่ได้จำเป็นเฉพาะคณะที่พรรคประชาชนได้ประธานด้วยนะครับ ดังนั้นเองเนี่ยผมเชื่อว่า เอ่อ การที่เราจะช่วยเติมความหวังให้กับประชาชนภายใต้บริบทเศรษฐกิจสังคม คือการเราการที่เราพยายามให้ข้อเสนอที่ดีกว่าให้รัฐบาลไม่ยอมที่จะเอาข้อเสนอต่างๆ เหล่านั้นเนี่ยไปดำเนินการเนี่ย คนที่จะเป็นคนตัดสินนะครับหน้าต่างของรัฐบาลในครั้งหน้าก็คือประชาชนผ่านการเลือกตั้ง สุดท้ายแล้ว

เอ่อ ครม. เนี่ยไปต่อ 1 ปีถึง 2 ประชาชน ครม. เงาอาจจะมีส่วนจะกลับหรือว่าโยกย้ายเข้าไปเป็น ครม. จริงมั้ครับ

เอิ่มผมคิดว่ายังเร็วไปนะครับที่จะไปพูดถึงเรื่องของการของรัฐบาลนะครับผมคิดว่าตอนนี้เนี่ยเอ่อ วาระสำคัญของพรรคประชาชนที่เรานำเสนอ ครม. ในวันนี้เนี่ยก็คือการที่พยายามเติมเต็มความหวังให้กับประชาชนทำหน้าที่อย่างเต็มที่เสนอทางเลือกที่ดีกว่านะครับ ส่วนบริบทการเมืองในอนาคตจะเป็นอย่างไรจะมีรอติดตามการทำหน้าที่ของพวกเรา ก็ เอ่อ รอดูสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคตไปพร้อมกันดีกว่า

เมื่อวานบอกว่ามติที่ประชุมใหญ่ของพรรคเนี่ยมีการคุยกันถึงเรื่องว่าในอนาคตเงื่อนไขในการที่จะร่วงสร้างความเปลี่ยนแปลงได้มั้ย แลตรงนี้มันเป็นยังไงครับแล้วความที่ประชุมยังไง

เอิ่มผมว่าก็มีแค่นั้นเลยนะ ครับมีแค่นั้นเลยครับเราเข้ามาทำงานการเมืองก็คือเราเอ่อต้องการเข้าสู่อำนาจรัฐเพื่อไปสร้างการเปลี่ยนแปลงนะครับเพราะฉะนั้นเนี่ยในเรื่องของรายละเอียดว่าตกลงแล้วผมเข้าใจนะครับสิ่งรู้ว่าตกลงสูตรในการจัดตั้งรัฐบาลต่อจากนี้ไปถึงอนาคตจะเป็นอย่างไรเนี่ยผมว่าเร็วไปที่จะพูดแล้วก็เปล่าประโยชน์ที่จะพูดด้วยนะครับเพราะว่ายังไม่มีใครรู้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคตนะผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไรบ้าง ที่ผมพูดได้ว่าเป็นมติในที่ประชุมใหญ่ของพรรคเนี่ยคือเราเห็นตรงกันว่าอำนาจรัฐเพราะอยากได้แค่อยากได้อำนาจรัฐและการจัดสรรงบประมาณเราอยากได้อำนาจรัฐเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงครับ

เอ่อ 4 วาระเร่งด่วนของ ครม. เราที่เจะเสนอของ ครม. จริงคาดหวังไปถึงการ ครม. ด้วยฮะ

เอ่อผมว่ามันก็อยู่ที่การตัดสินใจของรัฐบาลแล้วก็ของความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมในรัฐบาลด้วยกันเองนะครับเอิ่มการตรวจสอบที่อาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของเอ่อการปรับคณะรัฐมนตรีจะส่งผลสะท้อนหรือไม่เนี่ยเราก็ทำเต็มที่แต่อย่างที่ผมบอกครับนอกเหนือจากการเอ่อให้ข้อเสนอเนี่ยที่เป็นทางเลือกที่ดีกว่าเราก็ทำไปพร้อมกันด้วยนะครับก็อาจจะตอบคำถามว่าจะเปลี่ยนไม่เปลี่ยนเนี่ยจริงๆก็เอ่อไม่ได้อยู่ที่ฝั่งเราฝั่งเดียวมันอาจจะอยู่ที่เอ่อฝั่งของ เอ่อ ตัวรัฐบาลเองนะครับซึ่งผมเชื่อว่าภายใต้การจัดรัฐบาลแบบนี้นะครับที่ผมเองก็เคยได้มีการสื่อสารไปแล้วเนี่ยว่าเป็นการจัดตั้งรัฐบาลที่ยึดโยงกันด้วยกลุ่มผลประโยชน์เนี่ยนะครับเอ่อผมเชื่อว่าการที่เราตรวจสอบอย่างเข้มข้นตีแผ่อย่างเข้มข้นเนี่ยก็จะทำให้รัฐบาลที่ดูแข็งนอกเนี่ยแต่จริงๆแล้วอ่อนไก็คือมีความเปราะบางอยู่นะครับก็อยากให้ประชาชนติดตามกันทำหน้าที่ของพวกเราในชุด ครม. ของเราเนี่ยอย่างต่อเนื่องครับ

ดูคลิปจบแล้วอย่าลืมกดไลค์กดแชร์กด Subscribe ช่องมติชนทีวีกันด้วยนะครับ