📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ทำไมพอขึ้นราคา 6 บาท ทุกปั๊มถึงได้น้ำมันเต็มโควต้า?

สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว1:30:37

Transcription

อ่า คุณวีรยุทธบอกว่า ไอ้ที่บอก GPS รถบรรทุกเนี่ย ทำไมเพิ่งจะมาใช้หลังจากที่มันขึ้นไปแล้ว ถ้าได้ใช้มาก่อนนะ จะได้เห็นเลยมันไปที่ไหนยังไง แก้ปัญหาทั้งเรื่องขาดแคลนหน้าปั๊ม แก้ปัญหาทั้งเรื่องกักตุนมั้ย จะได้ตรวจเจอที่คุณกรอกปล่อยผีไอ้โม่งนั่นแหละครับ

คุณพอจะตอบไปทีเดียวตรงนี้ครับ ก็เรื่องคำว่า GPS จริงๆ แล้วทางขนส่งทางบกนะฮะ โดยเฉพาะรถบรรทุกน้ำมันเนี่ย ทางขนส่งทางบกเค้ามีบังคับให้ติด GPS ทุกคันอยู่แล้วอยู่แล้วนะครับ แต่ก่อนหน้านั้นเนี่ย เรามีการประชุมกันใน สบก. อื ก็มีการหารือกันโดย อ่า กรมธุรกิจพลังงาน แล้วก็ทางท่านรองเอกนิติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานว่า พวกเราคงจะต้องทำ Dashboard ซึ่งเป็นการรายงานของการเคลื่อนไหวการซื้อขายของแต่ละบริษัท แล้วก็รับน้ำมันจากโรงกลั่นว่าแต่ละบริษัทผู้ค้าตามมาตรา 7 ก็ดี มาตรา 10 ก็ดี คุณซื้อไปเท่าไหร่ แล้วคุณจ่ายออกไปทางไหนบ้าง ก็ต้องเรียนให้ทราบนะครับในแต่ละบริษัท การรายงานจากสถานีบริการมายังสำนักงานใหญ่เนี่ย รูปแบบไม่ได้เหมือนกัน

อื เหมือนที่ อ่า ครับ อ่า ไปทำหลัง อ่า ทำไมไปทำหลัง ครับ การทำหลังเนี่ย หมายความว่า ถ้าหน่วยงานต่างๆ เนี่ย เขาไม่ได้ขอมาที่ขนส่งทางบก เราก็ไม่ทราบว่าเราจะไปเสนอ หรือนำรายงานไปให้ใครทราบ เพราะการที่มีการประชุมในเรื่องนี้นะครับ ก็ต้องเรียนตรงไปตรงมาว่า การที่เราจะแท็กเนี่ย เราแท็กเป็นปกติ แต่เราก็ไม่ได้ว่าเจาะจงว่า เอ้ย รถคันนี้จะไปไหนไปไหน แต่ถ้าคุณไม่ให้ข้อมูลมา เช่น บริษัท ปตท. คุณรับน้ำมันออกจากโรงกลั่น อ่า รถแต่ละคันของแต่ละบริษัท คุณซื้อออกจากโรงกลั่น คุณวิ่งไปทางไหน โอเคละใน 80% ของ ปตท. เป็นลักษณะของแฟรนไชส์ คุณก็ต้องเดินทางไป

อ่า ไม่มัน อ่า คุณพิพัฒน์ ผมคนกลาง ก็คือวันนั้นเนี่ย กำลังพูดถึงเรื่องขนส่งทางบก แท็ก เพื่อจะดูเรื่องควบคุมความเร็ว ใช่ครับ มันจะต้องมีบริษัทน้ำมัน ถูกต้อง เข้ามาเกี่ยวข้อง คือต้องเอาข้อมูลมาแมต อ่า ผมเข้าใจถูกใช่มั้ย ถ้าหากคุณไม่ขอมา เราก็ไม่สามารถที่จะไปขาย อันนี้ในนามของคมนาคมไง ขนส่งทางบก

แต่คุณอาจารย์ต้นถามว่า ถ้าจะป้องกัน หรือจะแก้ปัญหา หรือจะหาว่าใครมันกักตุน ก่อนที่มันจะขึ้นราคากระชากเนี่ย มันทำได้ด้วยวิธีนี้ ทำไมถึงไม่ทำ

ไม่ใช่เราไม่ทำครับ ไม่มีหน่วยงานขอเข้ามา ผมถามว่าเรา คุณไม่มีหลักฐานอะไรที่ว่าคุณซื้อน้ำมัน หรือลงกลั่นออกจากตรงไหนไปตรงไหน ผมถามว่า มันไม่ใช่มีแค่รถน้ำมันเท่านั้นนะฮะ รถประเภทอื่นเราก็ข่าวการกักตุน ต้องบอกว่ามันมาก่อน 25 แล้วเนอะ มันมันมีหลายวันละ ดังนั้น ถ้าจะเริ่มทำอ่ะ มันทำได้ก่อนถูกมั้ยครับ แปลว่ามีอำนาจอันดับที่ 1 แปลว่ามีอำนาจ แต่จังหวะในการตัดสินใจทำเนี่ย ผมคิดว่ามันช้า

จริง อยากจะบอกว่าในกรณีเนื่องจากเรามีการกำหนดควบคุมราคาแล้วก็มันมีหลายราคาที่มีการซื้อขายกัน คือมาตรการการควบคุมการกักตุนมันควรจะมีตั้งแต่แรก

แล้วอยากที่จะเสริมว่า คือผลลัพธ์ของการกักตุน หรือว่าหลักฐานเนี่ย ผมคิดว่ามันชัดเจนสำหรับประชาชนทั่วประเทศ หลังจากวันที่มีการเพิ่มราคาน้ำมัน 6 บาท อ่า นะครับ เพราะอะไรครับ เพราะทุกปั๊มได้น้ำมันเต็มโควต้า อืออือ ทันที อ่า ก่อนหน้านี้ขอไป 18,000 ได้แค่ 9,000 ลิตรนะฮะ พอหลังจากขึ้น 6,000 บาท 15,000 ทุกปั๊มรายงานมาเลยครับว่าได้เต็มวันนี้ นะฮะ ซึ่งมันหมายความว่ายังไงครับ ในแง่ของประชาชน

เดี๋ยวๆ คำว่าทุกปั๊มรายงานมาแล้วท่านทราบได้อย่างไร อื เพราะว่าอย่าลืมนะครับ ปั๊มที่มีแบรนด์ของตัวเองเนี่ย เกือบ 4,000 ปั๊ม ถามว่าท่านกรเนี่ย ท่านใครส่งข้อมูลให้ท่าน ปั๊มแบรนด์ครับ ปั๊มแบรนด์นะฮะ เอ่อ ที่ก่อนหน้านั้นเนี่ย ท่านก็ทราบดีว่ามีปั๊มจำนวนมากฮะ ที่ไม่ได้รับน้ำมันตามคำขอ อ่า นะฮะ เช็คไปว่าแล้วคำขอนั้นน่ะ ในปริมาณปกติหรือเปล่า เบอกขอเป็นปกติไม่ได้ขอมากกว่าปกติ

อันนี้ที่เจ้าของปั๊มออกมาพูด ที่เป็นข่าว นะ อันนี้นี่คือ สส. ทุกท่านรวมถึงจากพรรคท่านด้วยก็รายงานในสภาแบบนั้นนะครับ ถูกลดโควต้า ถูกลดโควต้า แต่ภายภายหลังจากการขึ้นราคา ปุ๊บ ไม่มีทุกคนทุกคนบอก ได้ตามโควต้าหมด ได้เต็มหมดนะครับ ซึ่งตรงนี้เนี่ย มันมันสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า มันมีการ อาจจะไม่ใช่ตุ่น แต่มันมีการกั๊กนะครับ อื เอ่อ อาจจะเพื่อรอราคาที่ปรับสูงขึ้น หรืออะไรก็แล้วแต่นะฮะ แต่สตรงนั้นเนี่ย

คือผมผมอยากที่จะเสริมประเด็นอย่างนี้นะ ครับ เพราะว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นในอดีตนะฮะ แต่ว่าปัญหา จากวันนี้ไปข้างหน้านี่ยังมี อ คือสิ่งที่วันนั้นพวกเราก็ทุกคนอยากให้มีการพูดคุยกันในสภาอย่างเปิดเผยเนี่ย เพราะว่าสิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือข้อเท็จจริง นะครับ แล้วก็ความโปร่งใส อ นะฮะ เอ่อ ข้อเท็จจริง ความโปร่งใสในหลายๆ เรื่องอย่างเช่นนะ วันนี้เนี่ย มีการพูดถึงว่าทุกอย่างมันต้องเป็นไปตามกลไกตลาดนะ คำว่ากลไกตลาด

อ เดี๋ยวเรื่องกลไกตลาด เอาเรื่องนี้ก่อน คุณกรติดใจว่าตอนนั้นมันต้องมีกั๊กแน่ ไม่อย่างงั้นพอขึ้น 6 บาทปุ๊บ อ้า ทุกคนได้หมดแล้ว

คือตามหลักคณิตศาสตร์เลยครับนะฮะ น้ำมันดิบเรามีเหลือเฟือ เออ กำลังผลิตเราเรามีเหลือเฟือ ผลิตเกินด้วย ผลิตเกินกำลังปกติด้วย ในขณะที่ที่ปั๊มน้ำมันเนี่ย ไม่ได้นับน้ำมันตามโควต้าแล้วประชาชนเนี่ย ซื้อน้ำมันไม่ได้ อ่า อันนี้จะตอบยังไง เรา ทำไมพอขึ้น 6 บาทปุ๊บได้หมดแล้ว

เดี๋ยวก่อนครับ เราต้องมาดู 2 ขั้นตอน อื ขั้นตอนที่ 1 กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้ประกาศให้มีการสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้น อื ในเดือนมีนาคม สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม คุณต้องสำรองเพิ่มขึ้น จาก 1 เป็น 1.5 ครับ ในก่อนสิ้นถึงสิ้นเดือนเมษายน คือ 30 เมษายน คุณต้องสำรองเพิ่มขึ้นอีก 1.5% จาก 1.5 หน้าเป็น 3 ถูก ในขณะที่เราไม่ได้มีการ หรือซื้อน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศเข้ามา อ เพราะฉะนั้น ผู้ค้าทุกรายนะครับ เขาต้องเก็บ หรือสำรองตัวเลขเพิ่มขึ้น เผื่อว่า 0.5% เนี้ย ของแต่ละบริษัทของผู้ค้า คุณรู้ได้ยังไงล่ะ ว่าวัน ถ้าคุณไม่ค่อยทยอยสำเก็บ สำรองไป ถ้าหากรัฐบาลไม่ประกาศยกเลิกใน สำรอง มีนาคม คือเดือนปัจจุบันนี้นะครับ ถ้าคุณถึงเวลาปั๊บ ในวันพรุ่งนี้ คือวันที่ 31 มีนาคม กระทรวงพลังงาน โดยกรมธุรกิจพลังงาน ไปถึงดิฟรีเสิร์ฟ คุณขาดแน่นอน ครับ ผู้บริหาร หรือ CEO คุณต้องรับผิดชอบ นะครับ อื ผมบอกได้เลยว่า ความรับผิดชอบตรงนั้น เบื้องต้น บริษัทผิด อื คนที่ 2 ก็คือ ผู้บริหาร CEO ผิด อ เพราะฉะนั้น ในส่วนของทำไมถึงไม่สามารถ ปล่อยน้ำมันเต็มที่ ก็ต้องบอกว่าไม่ใช่มีบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ทุกบริษัทมีความเครียดของตัวเอง เพราะฉะนั้น เราต้องเก็บน้ำมันสำรองส่วนหนึ่ง หลังจากที่มีการยกเลิกสำรอง จับ 1.5% ออกไป ให้เหลือ 1 เหมือนเดิม นะครับ โดยตัวผมเองเนี่ย เป็นผู้นำเสนอ บอก ถ้าเป็นลักษณะอย่างนี้เนี่ย ผู้ค้าตายแน่ อือ เพราะการนำเข้าไม่มี แต่คุณต้องดูดซับน้ำมันจากโรงกลั่นเนี่ย เพื่อไปเก็บสำรอง และการเก็บสำรอง ผมเชื่อว่าทุกคนก็ทราบ ณ ขณะนี้นะครับ ปริมาณยอดขายต้องรวมทั้งปี แล้วมาคำนวณเพิ่มขึ้น 0.5% และบวกอีก 1.5% 0.5% ในเดือนถัดไป อื เพราะฉะนั้น คุณไม่ใช่ว่าวันนี้เดือนนี้ คุณขายเท่าไหร่ คุณสำรองเท่านั้น ไม่ใช่ ต้องเอาปริมาณทั้งปีมาเป็นตัวคำนวณ เพราะฉะนั้น การที่ส่งน้ำมันไม่ครบ หรืออะไรตรงนั้น ส่วนหนึ่ง เต้องผู้ค้าน้ำมันต้องเก็บสำรองตามกฎหมาย ที่ตอนนั้นรัฐบาลประกาศ แต่ต่อมาคุณพิพัฒน์ เสนอยกเลิกไปแล้ว ถูกต้องครับ มันก็เลยคลายงั้นใช่มั้ยอ่ะ คุณกรพอไหม

จริงๆ หลังจากสั่งยกเลิกไปนะครับ มันก็ยังขาดแคลนอยู่นะครับ อื เอ่อ แล้วก็ถ้าสมมุติว่ามันเกิดการขัดขาด ขาดเอ่อน้ำมันเนี่ย อ เพราะการคำสั่งของรัฐบาลเนี่ย มันก็เป็นคำถามอยู่ดีว่า ในสภาวะการณ์เช่นนี้เนี่ย ทำไมถึงมีคำสั่งให้สำรองเพิ่มเติมแบบนี้ เอาไปสั่งทำไมแต่แรก

คือเพราะเพราะฉะนั้นเนี่ย ผมคิดว่าการพิสูจน์ความจริงนะครับ ในสิ่งที่ท่านรองนายกพูดอยู่ตอนนี้เนี่ย มันไม่ใช่เรื่องยากนะฮะ เราก็เพียงแค่เอามาดูว่าไอ้ที่ สำรองเพิ่มเติมเนี่ย มันกี่ลิตรนะ แล้วก็ไอ้น้ำมันที่ช่วงนั้นมันมันขาดแคลนเนี่ย มันขาดแคลนเท่าไหร่ นะ ตรงนี้มันก็จะดูได้ว่าที่ขาดแคลนเนี่ย เป็นเพราะตามที่ท่านรองนายกได้อธิบายชี้แจงหรือไม่นะครับ ซึ่ง

แต่มันมันไอ้จุด 5% มันไม่ใช่ขนาดนั้นหรอก จาก 67 เป็น 84 อ่า นั่นคือนั่นคือประเด็น 67 84 นี่มันคือผู้ใช้นะครับ แต่การสำรองก็ต่างหากนะครับ ไม่เป็นหถ้าถ้าเกิด จากการดูดทรัพย์เข้าไปสำรองเนี่ย มันก็ไม่ได้มากถึงขนาดไซส์ที่มันเพิ่มขึ้น 20%

อแต่อันนี้อันนี้คุณวิบอกว่าประชาชนเป็นค่าเฉลี่ยทั้งปีนะฮะ สมมุติว่าบริษัท ปท. หรืออะไรก็แล้วแต่ คุณค้าขายอย่าง ปท. ก็น่าจะมากสุด ก็อาจจะคิดว่าน่าจะใกล้เคียงเกือบๆ 50% ของการเทรด หรือการค้าซื้อค้าขายในประเทศ อือ เขาก็ต้องสำรองเพิ่มขึ้นในส่วนนั้น แต่ อะไรก็แล้วแต่ ถามว่าผมย้อนกลับนิดนึงนะฮะ ถามว่ารัฐบาลทำไมถึงต้องประกาศเก็บสำรองเพิ่ม ตอนแรก ในตอนแรกก็เพราะว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ โดยปกติเมื่อเราไม่มั่นใจนะครับว่า ความมั่นคงทางพลังงานอ่ะ หา่น้ำมันเข้ามา ได้หรือไม่แน่นอน รัฐบาลก็ต้องไปให้กับผู้ค้าเนี่ย คุณไปจัดหาน้ำมันสำรองมาเพิ่ม เพื่อการันตีว่าคุณต้องมีน้ำมันใช้มากกว่า 60 วัน อื เพราะ 60 วันนี้คือสำรอง 1% สำหรับผู้ค้า แต่ถ้าคุณอยากจะได้น้ำมันสำรองที่เพิ่มขึ้น ก็ต้องเพิ่มขึ้นไปตามอัตราส่วน เพราะโดยทั่วไปแล้วเนี่ย อ๋อ 3% ก็คือ 180 วัน ก็น่าจะใกล้เคียงประมาณนั้น ไม่แต่ไม่ถึงครับ ไม่ถึง 180

กำลังบอกว่าตอนนั้นเฉพาะมันก็เหมือนตอน ตัดสินใจทีแรกถูกมั้ย ใช่ครับ ว่าจำเป็นต้องบริหารสำรองของประเทศ ก็เลยประกาศไป แต่เมื่อเกิดวิกฤตเรื่องน้ำมันไม่พอ ก็ปล่อย ครับ อ่า ถูกมั้ยครับ คุณพีรพันธ์

ครับ คือผมไม่ได้ไม่ได้ติดใจหลายประเด็นที่ถามกันนะ แต่ผมอยากจะเรียนอย่างงี้ว่า เอ่อ ไล่ตั้งแต่เรื่องแรกที่ท่านรองนายกอธิบายนะครับ เดี๋ยวผมอยากให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ผมไม่ได้มีเจตนามาต่อว่าต่อขานท่านรองนายก หรือรัฐบาล หรือใคร แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ต้องทำวันนี้คือเอาความจริงให้ปรากฏ เออ และนั่นคือสิ่งที่ประชาชนต้องการ อ อ่า ว่า เรื่องที่ 1 เมื่อกี้ที่พูดเรื่องการประชุมของ กบน. อื หมายถึงคืนวันพุธนะ หรือแม้แต่ก่อนคืนวันพุธเนี่ย อ เค้าประชุมตอนเย็นครับ อืออือ เค้าประชุมตอนเย็นนะครับ อย่างมากปกติประชุมช่วงบ่ายๆ ด้วยซ้ำไปของแต่ละวัน แต่ว่าเค้าไปดูราคาน้ำมันที่ว่าไปอ้างอิง สิงคโปร์เนี่ย สิงคโปร์จะปิดประมาณ 19:00 น. อื นะครับ ปกติเนี่ย สมมุติว่าวันนี้ใช่มั้ยครับ ประชุมวันนี้บ่าย เค้าไปเอาราคาปิด 19:00 น. ของเมื่อวาน อ่า ที่ผ่านมา ที่ผ่านมา แม้แต่รัฐบาลเนี้ย ก่อนจะเกิดเหตุวันนั้นก็ทำแบบนี้ครับ ไปดูสิครับวันก่อนหน้าวันนั้นไม่ได้ประชุมกลางคืนเลย ทำไมวันนั้นต้องมาประชุมกลางคืน เอาข้อสังเกต ทีนี้เมื่อป้าจะมาอ้างบอกว่า เพราะว่ารอตลาดปิด 19:00 น. อ้า แล้ววันอื่นทำไมไม่ต้องรอแบบนั้นน่ะ ทำไมวันอื่นไม่ได้ประชุม 20:00 น. อืออือ นะ เพราะฉะนั้นต้องยอมรับก่อนว่า การประชุม 20:00-21:00 น. มันเกิดขึ้นวันเดียว ครั้งแรก แล้ววันนั้นเท่านั้น และไม่ใช่เพราะรอ 19:00 น. เพราะ 19:00 น. มันรอมันตลอดอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาเนี่ย เค้าใช้ ไปวันรุ่งขึ้น ใช่ เค้าใช้ 19:00 น. ของวันเนี้ย ไปประชุมวันพรุ่งนี้ อ นะฮะ แต่วันนั้นถ้าไปใช้ 19:00 น. ของวันนั้นไป ประชุมก็แปลว่าสิปตปกติไป 1 วันแล้ว อื ใช่มั้ยครับ เพราะว่าปกติไม่ได้ประชุมแบบนั้น อือ อันนี้ก็เป็นที่ทำให้เกิดข้อสงสัย ว่าทำไม ว่าทำไมนะครับ เป็นครั้งแรกเลย ใช่ละ อ่า นี่ประเด็นที่ 1 เออ ประเด็นที่ 2 ผมได้ฟังท่านรองนายกอธิบาย หลายเรื่องว่าอย่างงั้นอย่างงี้เนี่ย ผมเข้าใจว่าสิ่งที่ท่านกล่าวเนี่ย มันเป็นกรณีปกติ ไม่ใช่กรณีที่เกิดวิกฤตอย่างนี้ อื เช่น ระบบปกติทำอย่างงี้ จะต้องมีอย่างงั้น มันอะไรอย่างเงี้ย ต้องมาถาม ต้องมาอันนั้น คือกรณีปกติครับ อื แต่ในสถานการณ์แบบเนี้ย สิ่งที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการ คือต้องได้ข้อมูลทันที ถูกต้อง และไม่ต้องรอใครมาขอมันน่ะ ฉันเนี่ย รัฐบาลฉันต้องได้ ทำไมไม่คิดทำ ซึ่งทำได้อยู่แล้วครับ ที่ผมพูดมาเสมอ คุณ คุณสรยุทธ คืออำนาจของท่านนายกรัฐมนตรีตามพระราช กำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมัน เชื้อเพลิง อื ซึ่งอันเนี้ย ท่านสามารถออกประกาศสำนัก นายกรัฐมนตรีกำหนดกฎเกณฑ์กติกาการแจง ข้อ มูลได้หมด การดำเนินการอะไรก็ได้ ครั้งหลังสุดเนี่ยนะครับ สมัยท่านพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ในช่วงต้นปี 40 ประมาณพฤษภาคม ถ้าผมจำไม่ผิด ก็เกิดสถานการณ์คล้ายๆกัน ตอนนั้นท่านออกประกาศ นะครับ ตัวเนี้ย โดยอาศัยพระราชกำหนดเนี่ย นะครับ กำหนดวิธีการดำเนินการ คิดต้นทุน การอธิบายต่างๆ ทั้งน้ำมัน ทั้งแก๊ส ทั้งอะไรไฟฟ้าหมดเลย อื นะครับ แล้วก็เอาตัวน่ะ มาให้เกิดความชี้แจง ไม่ใช่มาเดินตามหลักเกณฑ์ปกติ ผมก็งง ครับว่าทำไมไม่ใช้กฎหมายตัวนี้ตั้งแต่ต้น แต่เมื่อสักครู่ที่พูดกันเรื่องสำรองน้ำ มันก็ดี หรือเรื่องการห้ามส่งออกน้ำมันไปต่างๆ กลับมาใช้กฎหมายตัวนี้ อือ นะครับ พระราชกำหนดเนี่ย ออกประกาศสำนักนายก ให้ท่านนายก ลงนามว่าให้สำรองเพิ่มขึ้น อย่างที่ว่าเมื่อกี้ อ แล้วก็ห้ามส่งออกน้ำมัน ยกเว้น 2 ประเทศ สัปดาหแต่ไอ้สิ่งที่ต้องทำในรายละเอียด เกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดเนี่ย ให้แจ้งให้อะไรเนี่ย ไม่มี อ อันเนี้ย สำหรับผม ผมไม่เข้าใจ อือ ทีนี้ถามว่า ปัญหาของประชาชน วันเนี้ย เค้าเกิดความสับสนว่า ผมไม่ได้ต้อง ผมอยากจะให้รัฐบาลเนี่ย เคลียร์ให้จบ เพราะว่าผมไม่ต้องการให้รัฐบาลเนี่ยเสียหายนะ อ อือ สิ่งที่ประชาชนเค้าสงสัยก็คือว่า ตกลงมันมีการกักตุนน้ำมันจริงมั้ย หรือมีการเก็บกักจริงหรือเปล่า อื ประการที่ 2 ก็คือว่า ผู้ขนส่งน้ำมันเค้าบอกเขาไม่ได้รับน้ำมันตามโควต้า อื จริงมั้ย ในขณะเดียวกัน ปั๊มน้ำมันปลายทางบอกว่าไม่ได้รับตามที่เคยได้รับ มันจริงหรือเปล่า อือ มันไม่ได้ยากเลยครับ คุณสรยุทธ ถ้ารัฐบาลเนี่ย ออกกติกาอย่างผมว่า ออกพระราช เอาใช้ อำนาจตามพระราชกำหนดบอกตั้งแต่ วันแรกเลยว่า จากวันนี้นะครับ โรงกลั่น คุณกลั่นน้ำมันได้เท่าไหร่ ส่งมาอันนี้ อันนี้มีอยู่แล้ว ผมรู้ อ่า กรมธุรกิจพลังงานมีอยู่แล้ว เค้า รายงาน อ่า แต่ว่าเมื่อคุณกลั่นเสร็จ ผลิตได้เท่านี้ รวมกันทั้ง 6 โรงกลั่นเนี่ย ก็โดยเฉลี่ยประมาณ 150 160 ล้านลิตรต่อวันเนี่ย อ คุณส่งไปให้ใครบ้าง อื จะเป็นส่งไปที่แบรนด์ของคุณ หรือส่งไป จ๊อบบอร์ ทั้งหมดมันต้องเท่ากันใช่มั้ยครับ คุณสรยุทธ ใช่ฮะ และจากตรงนี้ ไอ้คนที่รับจากแบรนด์ทั้ง จ๊อบ ส่งต่อไปเนี่ย ส่งต่อไปไหน ใครรับ อื รับเท่าไหร่ ช่วงที่ 3 เนี่ย ปริมาณก็ต้องตรงกันใช่มั้ยครับ อื อ่า แล้วหลังนั้นมันจะเป็นทอดไปถึง ก่อนไปปั๊มน้ำมัน ไปอยู่คลังน้ำมันตามพื้นที่ต่างๆ อืๆ คลังน้ำมันเพื่อรับมาเท่าไหร่ จากใคร และ ส่งให้รถบรรทุกที่ขนส่งเท่าไหร่ ตามโควต้าที่ได้รับถูกต้องมั้ย อือ รถบรรทุกก็ต้องรายงานด้วยว่า อ ปั๊มน้ำมันแต่ละปั๊มเขาส่งให้ตามเดิมมั้ย ถ้าทำให้เค้ารายงานแบบนี้ ไม่ต้องใครไม่ ต้องกดออกเป็นกฎกฎหมายตามกฎหมายพระราช กำหนดตั้งแต่ Day one คือแม้แต่วันนี้ก็ ทำได้ให้แจ้งข้อมูลใหม่ย้อนหลังเลยก็ สามารถตรวจสอบชี้แจงได้แค่นี้ก็หาได้ว่า น้ำมันมันมีการกักตุนหรือไม่มี เออ เพราะถ้ามันหายไประหว่างทางจุดไหนจุดหนึ่ง ตรงนั้นแหละครับคือปัญหา แต่ถ้ามันไม่หาย มันเคลียร์ได้หมด มันตรงกันหมดไปจนถึงจบ ก็คือไม่มีเท่านี้ ประชาชนก็ได้ข้อมูลที่ถูกต้องแล้ว เออ่า เข้าใจ เอาทีละข้อ เอาข้อที่ 1 ย้อนกลับมานี่เลย คือกบน.วันนั้นเนี่ย ปกติในอดีตที่ผ่านมา ประชุมกันวันนี้ เอาตัวเลขตอนบ่าย วันนี้เอาตัวเลขสิงคโปร์เมื่อวาน ปิด 19:00 น. รอบนี้เนี่ย รอสิงคโปร์ถึงที่สุด คือกระทรวงพลังงานแถลงเอง อ่า โดย กบน. เนี่ยว่าเค้าประชุมตอน 21:00 น. เพราะวันนั้นไงครับ เฉพาะวันนั้น อ่า คุณพีรพันธ์ สงสัยว่ามีเหตุอะไร ทำไมต้องเฉพาะวันนั้น อ่า ที่ผ่านมาไม่ต้องมาประชุมกัน 21:00 น. ถูกมั้ย ก็จะไปโยงกับตรงนี้

คุณสรยุทธ ผมเคยเป็นรัฐมนตรีพลังงานนะ ใช่ฮะ ผมเป็นประธานกองทุนนี้ เออ ผมเป็นคนอนุมัติให้ประชุมนะครับ อ่า คุณพิพัฒน์ ตอบ ครับ จริงๆ ทำไมต้องทำให้มันผิดปกติ อ้าว คือมันไม่ได้ผิดปกติหรอกครับ ว่าตามที่ท่าน พีรพันธ์ ท่านพีรพันธ์ ได้พูดสักครู่นะฮะ นั่นคืออยู่ในสภาวะปกติ ซึ่งวันนั้นน่ะ ก็คงจะเห็นนะครับ คงทราบดีว่าพวกเราประชุมกันตั้งแต่หลัง ตั้งแต่ น่าจะประมาณสัก 11:00 น. ก็ท่านนายกก็ได้เรียกประชุมที่ห้องท่าน เราก็มีการหารือในส่วนต่างๆ เหล่านี้ และที่สำคัญคือเรามีข้อถกเถียงว่าในอดีต ประเทศมาเลเซียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านเรานะครับ เป็นผู้ผลิตน้ำมัน เขาเคยขายน้ำมันดีเซลเนี่ย ถูกกว่าประเทศไทยเรา เกือบๆ 10 บาทต่อลิตรนะฮะ แต่หลังจากเข้าภาวะวิกฤตเนี่ย เขากลับมาดิฟกับเรา ในขณะนั้นเนี่ย เราอยู่ที่ว่า อ่า ตีกรมๆ คือ 33 บาท เค้าขายอยู่ที่ประมาณ 39 บาท กลางวันของวันพุธ อ่า ของวันพุธ เค้าต่างไปแล้ว 7 บาท อือ เพราะฉะนั้น มันก็ เราก็ต้องเอาเหตุการณ์ในส่วนนั้นเนี่ย เราก็มีการหารือกัน อือ ในช่วงกลางวันนะครับ จนกระทั่งผมเข้าประชุมสภาฯ ในตอนเย็น เรามีข้อตกลงแล้ว มีการประชุมแล้วหารือกันในหลายฝ่ายว่า โอเค เย็นนี้เราต้องประกาศขึ้นนะ อื X อื แต่เมื่อในขณะที่บอค่ำ มาเลเซียหนีไปอีก 7 บาท ขึ้นมาเป็น 45 46 บาท พอในส่วนนี้ปั๊บ ทางท่านรัฐมนตรี พลังงาน เอ่อ พลังงาน เค้าก็โทรมาหารือผมตอนประมาณ สัก 21:00 น. กว่า บอกเหตุการณ์มันเป็นอย่างนี้แล้วนะ ถามว่าผมจะว่าอย่างไร ถ้าเขาจะ กบน. ประชุมแล้วสรุป เราต้องกระโดดขึ้นไปตรงนั้น เพราะรักษาความห่าง อย่าให้มันห่าง จนกระทั่งเกิน 10 กว่าบาทไปเลย 33 กับ 45 ตอนนั้น ถ้าเกิดไม่เปลี่ยนแปลง มันก็คือ 10 กว่าบาท หรือตอนนั้นจะขึ้น 3 บาททีแรกถูกมั้ย เป็น 36 กับ 45 ยังห่างไป ถูกต้อง ถูกต้อง ครับ หมายถึงกระทรวงพลังงานก็เลยประชุม กบน. นัดพิเศษ ใช่ครับ เค้าประชุมของเค้า นี่ผมไม่ได้ทราบ เออ เรารายงานไง เค้าแจ้งมา ผมก็บอกว่า ในเรื่องนี้ ตัวผมผมไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างไร ให้โทรศัพท์ไปเรียนให้ท่านนายกได้ทราบด้วย รายงาน เอ่อ ก็สรุปว่าที่คุณพีรพันธ์พูดมาว่า เอาตัวเลขสิงคโปร์เมื่อวาน ประชุมบ่าย อันนั้นคือภาวะปกติ มันปกติ ไอ้นี่ไม่ปกติ ชั่วโมงนี้ไม่มีอะไรปกติครับ อ่า เพราะคืนวันนั้นสิงคโปร์โดดขึ้นไปอีก จาก 38.99 เป็น 45 อ่า กบน. คุณอรรถพร ก็เลยตัดสินใจประชุมแล้วก็เคาะเป็น 6 บาท แทนที่จะเป็น 3 บาท

คือผมดีใจที่ท่านรองนายกบอกว่าวันเนี้ย ภาวะไม่ปกติ อื เอาเรื่องที่ 1 ที่ผมบอกว่าในภาวะไม่ปกติ แบบเนี้ย มันต้องบริหารจัดการอีกแบบนึง เออ เมื่อสักครู่ที่พูดเรื่องตัวเลขน้ำมันน้ำมัน เรื่องรถบรรทุกอะไร ท่านรองนายกบอกว่าปกติทำแบบนี้ ผมก็บอก อ้า แล้วทำไมไม่ทำแบบผิดปกติที่ผมเสนอให้ทำ เป็นพระราชกำหนด อ่านะ นี่เรื่องที่ 1 นะครับ เรื่องที่ 2 ท่านบอกว่า เรื่องที่ 2 ท่านบอกว่า ท่านรัฐมนตรี อรรถพล เป็นคนติดต่อแจ้งมาเรื่องเหตุบันทึก ก็เป็นพลังงานแบบที่คุณพีเคยเป็นน่ะ แต่คืนวันนั้น ผมเรียนคุณสรยุทธ เท่าที่ผมทราบ ท่านรัฐมนตรีกลับไม่ได้เข้าประชุม คนที่ทำหน้าที่ประธานประชุมคือท่านปลัด ปลัดกระทรวงพลังงาน ใช่ ทำไมล่ะ ถ้าหากว่ารัฐมนตรีเป็นคนกังวล คือท่านวิภัฒติ ขออภัยเอ่ยชื่อ ท่านไม่ได้อยู่ใน กบน. นะครับ ท่านไม่ได้อยู่ใน กบน. ท่านท่านก็ไม่กล้าไปนะ แต่ว่าถ้าเป็นอย่างงั้น ท่านรัฐมนตรีเป็นคนรายงาน อ่า เนืนั้นแล้วทำไมตัวท่านไม่เข้าประชุมครับ ท่านปลัดเป็นคนทำหน้าที่ประธาน

อันนี้ไว้ถามคุณอรรถพลนะ อ่า ไม่เป็นไร คือผมจะบอก อันนี้ย้อนกลับมา มันจะโยงมาถึงคำถามคุณกรณวีรยุทธ และคุณพีรพันธ์ ด้วยว่า คุณพิพัฒน์บอกภาวะไม่ปกติ ครับ แต่ทำไมมาตรการที่พูดเกี่ยวกับการปล่อยลด รายงานตัวเลขแล้ว GPS มีอยู่ ทำไมไม่ต้องรอให้ถาม เอาเข้ามติ ตั้งแต่แรกเลย เมื่อมันเกิด เพราะมันเกิดกัก อ่า ไม่ใช่เกิดขาดแคลน ตั้งแต่วันที่ 1 ก็เริ่มแล้วอ่ะ

คุณสรยุทธ นิดนึงครับ GPS มันรู้เส้นทางรถ แต่มันไม่รู้ปริมาณ อ่า ใช่ ต้องเอากระทรวงงาน กรมธุรกิจพลังงาน เอาข้อมูลมาจับ กรมธุรกิจพลังงานก็ไม่มีข้อมูลรายละเอียด ตรงนี้ครับ ผู้ค้า เอ่อ ผู้ค้าต้องรายงาน

ผมถึงบอกว่าต้องออกเป็นกฎหมาย เป็นประกาศสำนักนายก ตาม พ.ร.ก. ให้รายงานทันทีไงครับ อ่ะ อ่า อันข้อหลังเนี่ย ผมผมเป็นคนกลาง สัปดาห์ที่แล้วเนี่ย ออกมาตรการเหล่านี้ ใช่ครับ ให้ผู้ค้ารายงาน แต่ทำไมมันวิกฤต ทำไมเพิ่งมาออก อ่า คุณพิพัฒน์

ไม่ใช่ครับไม่ใช่ครับ เรามีการประชุมมาตลอดนะครับ ก็ต้องย้อนนิดนึงนะครับ เรามีการประชุมใน สบก. มาโดยตลอด ก็มีการหารือ ก็ถึงบอกแล้วว่า เราได้เชิญผู้ค้า และให้ผู้ค้ามาอธิบายว่า การที่แต่ละบริษัทเนี่ย มีการรายงานย้อนจากสถานีบริการที่ใช้แบรนด์ ตัวเองเนี่ย ย้อนกลับมาที่บริษัทต้นทาง เนี่ย คือคือบริษัทแม่ ผู้ค้าตามมาตรา 7 เนี่ย ว่าวิธีการรายงาน อือ มันเป็นอย่างไร อ่า ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบริษัท ปท. บางจาก เชลล์ หรือ PT หรือแม้กระทั่ง ซัสโก้ หรือ คาลเท็กซ์ วิธีการรายงานมันไม่เหมือนกันเลย แล้ว เมื่อวิธีการไม่เหมือนกัน คุณจะเอาเข้ามาเข้าศูนย์ แล้วคุณจะปล่อยออกเนี่ย มันยาก เพราะฉะนั้น ก็เลยมีการหารือต่อว่า ถ้าอย่างงี้ พวกคุณรายงานเลยว่า วันนี้มีรถหมายเลขที่ทะเบียนรถเท่านี้ครับ ของบริษัทนี้ มาเติมน้ำมันของบริษัทอะไร เพื่อต้นทาง จากโรงกลั่นไปที่ปลายทาง สถานีบริการอะไร จังหวัดไหน ภาคไหน จะไปกี่ทอดก็ตาม เรื่องของกี่ทอดก็ไม่เกี่ยว แต่ต้องรายงานเข้ามาให้บริษัทแม่ เพื่อบริษัทแม่จะได้รวบรวมข้อมูล แล้วส่งไปให้ กรมธุรกิจพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน ก็ต้องย้อนกลับมาที่ อื ก็ขนส่งทางบก เพื่อจะแจ้งเพื่อให้เราแท็กเส้นว่าจริงหรือไม่ ถ้าหากว่าเราได้รับข้อมูลจากผู้ค้าทุกราย เราสามารถแท็กให้ได้ แล้วเรางานรายงานผล กลับได้ว่าตรงหรือไม่ตรง แต่ถ้าผู้ค้าไม่รายงานให้เรา ผมถามว่า แล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าตรง มันไม่ใช่รอลูกค้า เราต้องออกเป็นเป็น ประกาศสำนักนายก ตามกำหนดฮะ ให้เขารายงาน ให้อำนาจตามกฎหมายที่มี และให้รายงาน วันนี้ไม่เป็นไร ออกวันนี้ก็ได้ แต่ให้รายงานย้อนหลังมาตั้งแต่วันนู้นเลย อันนี้เขาออกแล้ว สัปดาห์ที่แล้ว ก็สามารถเอาข้อมูลที่ถูกต้องเนี่ย เอามาไล่ให้ประชาชนดู อ่า ทางนี้เรียกร้อง มันก็จะได้เคลียร์เรื่องว่าไม่มีการกักตุน อื ผมเข้าใจว่าคล้ายๆกัน ก็คือไม่เฉพาะรายงานจากนี้ ที่มีประกาศให้รายงานย้อนหลังเลย จะได้เห็นว่าเฮ้ย ตอนนั้นมันปกติมั้ย ครับ วันที่ผมชื่นชมคุณวิภัฒน์มากนะครับ คือวันที่ 19 มีนาคม อือ ที่คุณพิพัฒน์นั่งหัวโต๊ะ สบก. อื แล้วประกาศว่าวันพรุ่งนี้จะจับทั้ง ซัพพลายเชน มาแก้ผ้า และหาไอ้โม่ง หาไอ้โม่ง และหาไอ้โม่งนะครับ วันนั้นน่ะ ผมก็จับตาดู ผมคิดว่าสังคมก็อยากรู้ ต้องเรียนตามตรงว่า คุณพิพัฒน์เนี่ย ก็ได้รับข้อวิจารณ์ เนอะว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ถ้าท่านพิสูจน์ ท่านพิสูจน์ได้ในวันนั้นที่ท่านบอกว่าจะจับไอ้โม่ออกมา ผมคิดว่าสังคมจะลดความคลางแคลงใจ คำถามก็คือ พอข้อมูลคุณไปเปิดย้อนหลังแบบนี้ อ่า กว่าที่คุณจะให้ GPS รายงานเข้ามาอย่างนี้ ทำไมมันถึงไปย้อนหลังจากช่วงที่ตรึงราคาไปแล้ว อ่า คำถามมันก็เลยไม่ถูกตอบครับ

เอ่อ ทั้งนี้ก็บอกว่า 1 มีอำนาจอยู่ ใช้ อำนาจได้เลยตามกฎหมาย แต่ไม่ใช้ อาจจะไม่ใช้ 2 คือช้าไปถูกมั้ย 3 คือไม่ แท็กย้อนหลัง อ้าว วันนี้รับศึกหนักหน่อย เชิญ การที่แท้ คือขออนไม่ใช่ท่านคนเดียวนะ เออ อันนี้ผมก็ต้องเห็นใจ พูดถึง อ้า ไม่เป็นไร ปล่อยท่านก่อน อ้า คือในส่วนเหล่านี้นะครับ เราต้องบอกว่าเราต้องได้รับการร่วมมือจากผู้ค้าทุกรายนะครับ อื ถ้าผู้ค้ารายใดรายหนึ่ง เขาบอกว่ามันเป็นสิทธิของฉัน มันเป็นความลับทางธุรกิจ หรืออะไรเนี่ย ถ้าเรา เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งสะบัดหน้า จะบอกมีอำนาจตามกฎหมาย คือผมรู้ มันยังไม่ได้มีอำนาจตามกฎหมาย เรายังไม่ได้มีออกว่าประกาศเป็น สบก. หรือออก พ.ร.ก. หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่เป็นอำนาจของท่านนายกใช้เนี่ย อืออือ นะครับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ที่ผมประชุมใน สบก. มันเป็นเรื่องของความสมัครใจ เป็นเรื่องของการแสดงความบริสุทธิ์ของแต่ละบริษัท ว่าแต่ละบริษัทเรามีการซื้อน้ำมัน ออกจากโรงกลั่นวันละกี่ลิตร เราส่งไปไหน เพื่อพิสูจน์ให้ได้ว่าแต่ละบริษัทเนี่ย ไม่มีการกักดุนน้ำมัน อ และที่สำคัญคือในสถานีบริการต่างๆ เมื่อน้ำมันหมด ขึ้นป้ายว่า หมด หมด รอคนจะมีหน่วยสุ่มสปอร์ต หน่วยงานแรกก็คือกระทรวงพลังงาน เขามีพลังงานจังหวัดออกไปสุ่มตรวจตลอดเวลา ว่าหมดจริงมั้ย ว่าจริงหรือไม่จริง แต่ในส่วนนี้นะครับ ก็ต้องบอกได้เลยนะครับว่า กระทรวงพลังงานก็ไม่เคยรายงานกลับมาที่ สบก. ว่าเฮ้ย วันนี้ คุณไปตรวจกี่กี่ปั๊ม กี่จังหวัด กี่อะไร เขาตรวจแล้วก็รายงานภายในจังหวัด อาจจะส่งกลับไปที่หน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งก็ต้องเรียนว่า สบก. เราไม่ได้รับทราบในส่วนนี้ ไม่ใช่ไม่ได้ตำหนินะครับ แต่ว่านี่คือข้อเท็จจริง อือ คือวันนี้เรานั่งคุยกันอย่างเงี้ย เราต้องเอาเรื่องของข้อเท็จจริงมาคุยกัน ในส่วนที่ 2 ท่านนายกก็มีตั้งชุดเฉพาะกิจ แต่ละชุด 2 ชุด 3 ชุด ซึ่งก็มีประกาศผ่าน สบก. ไปแล้วก็มีการออกตรวจทำการตรวจทั้งหมด ซึ่งผมก็เห็น นะครับว่าในแต่ละวันแต่ละวันเนี้ย มีข้อมูลผ่านสื่อมาตลอดว่าตรวจแล้วมันไม่เจออะไรเลยนะครับ นั่นคือส่วนที่ 2 อาจจะมีเจอบ้าง ไอ้ที่อ่างทอง 300,000 ลิตร แอด 20,000 ลิตร แอด 20,000 ลิตร หรือ สระบุรีอีกเนี่ย สระบุรีก็ แต่เป็นหลักน้อย 5-6,000 ลิตร 7-8,000 ลิตร อันนั้นนะครับ ก็ว่ากันไปในส่วนนั้นน่ะนะครับ แต่ส่วนสุดท้าย ผมคิดว่าอะไรก็แล้วแต่ นะครับ อ ทำไมน้ำมันถึงขาด ในเมื่อไปถึงสถานีบริการแล้ว เกิดอะไรขึ้น อีกส่วนหนึ่งนะครับ ก็อย่าไปคิดนะครับว่ากำลังผู้ใช้ ที่พวกเราคิดว่า อื มันเพียงเล็กน้อยนะครับ แต่ถ้าคุณบอกว่าใน 10 ล้านครอบครัว แล้วแห่กันรุมเข้าไป เหมือนเฮ้ย มันเกิดอะไรขึ้น แกลอนนึง 5 ลิตร อื 1 ครอบครัว คุณไปเติม 5 ลิตร วันนึงมันจะเพิ่มปริมาณขึ้นถึง 50 ล้านลิตรนะครับ แต่โอเค ปริมาณน้ำมันของเราไม่ได้มีมากขนาดนั้น ก็คือเราปกติ 67 ล้านลิตร แต่ไม่ปกติ เนี่ยเดี๋ยวนิดนึง ไม่ปกติเนี่ย ตอนนี้ก็คือ 84-86 ล้านลิตร ต่อวันนะครับ อ เพราะฉะนั้น เมื่อปริมาณมันเข้ามาโดยเกิน ความ จุของสถานีบริการทั้งหมดเนี่ย อ มันก็ทำให้เกิด สถานีบริการไม่มีน้ำมันขาย ปกติในกรุงเทพมหานคร ก่อนที่จะมีการให้เข้าได้ 24 ชม. คืนนี้บริษัทเอาน้ำมันมาเติม ถ้าโดยปกติ คืนพรุ่งนี้มาเติมใหม่ ไม่มีปัญหาเรื่องของน้ำมันขาดในสถานีบริการ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ เข้ามาเติมคืนนี้ครึ่งวันน้ำมันหมด ปั๊มคุณต้องรออีกครึ่งวันนะ ครับน้ำมันถึงจะเข้ามาได้ ก็เพราะว่ารถไม่สามารถวิ่งเข้าสู่กรุงเทพมหานครได้ นั่นคือส่วนที่ 1 ส่วนที่ 2 ผมเชื่อว่าทุกบริษัทเขาจะมีคอนแทคกับสถานีบริการว่า เดือนนึงคุณซื้อกี่ลิตร แต่เมื่อโควต้าคุณครบ คุณจะมาขอเพิ่ม ผมคิดว่าผู้ค้าตามมาตรา 7 มาตรา 7 แต่ละรายก็ไม่รู้จะเอาน้ำมันไหนมาเติมให้คุณ เพราะเขามีการซื้ออย่างจำกัด การที่เราจะซื้อน้ำมันจากโรงกลั่น หรือใครจะซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นเนี่ย มันต้องมีเซ็นสัญญาเป็นปีว่าโอเค maximum รับจากโรงกลั่นไก่ ต่ำสุดเท่านี้ สูงสุดเท่านี้ ถ้าหากว่าในกรณีที่ช่วงก่อนที่จะมีการผ่อนคลายเรื่องของ reserve ผมคิดว่าจ่าย minimum แต่เมื่อผ่อนคลาย reserve เขาก็จ่ายให้ที่ maximum ได้นี่ ก็คือส่วนต่างๆ ที่ทำไมในก่อนหน้านี้เนี่ย น้ำมันในสถานีบริการมันถึงขาด แล้วก็มีบางสถานีบริการที่รายงานเข้ามาว่าเนี่ย ขอน้ำมันไป 12,000 ลิตร ได้มา 3,000 ลิตร 5,000 ลิตร 7-8,000 ลิตร คุณต้องไปถามย้อนกลับว่า แล้วโควต้าคุณใช้ครบไปแล้วหรือยัง ถ้าโควต้าคุณใช้ครบแล้ว เขาให้คุณเท่าไหร่ ก็คือเท่านั้น เพราะผู้ค้าตามมาตรา 7 บริษัทแม่เขาก็ไม่รู้จะไปซื้อน้ำมันจากที่ไหนมา อ่า ทางนี้ก็มาบอกว่า ไอ้ที่ปั๊มออกมาบอกว่าได้ไม่ครบโควต้าเนี่ย ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม มันใช้ไปแล้วจนครบโควต้าตามสัญญา ที่จ่ายให้มินิัม ถูกมั้ย คือขั้นต่ำ ตอนนี้น้ำมันมันจำกัด เขาก็เลยไม่สามารถจะให้ได้ ก็เลยบอกว่าถูกลดโควต้าถูกมั้ย มัน 2 ส่วน ส่วนใช้ครบ กับส่วน

อีกข้อนึง น้ำมันที่หายไป คุณพิพัฒน์อธิบายว่า คุณอย่าไปดูแคลนชาวบ้านที่เติมน้ำมัน ใช่ครับ อ่า ปกติเติมจนกว่าจะเติมทีมันใกล้จะหมด แล้วเติมไอ้นี่เติมเต็มถังไว้ ใช่ครับ หรือไอ้คนละแกลอน คนละ 5 ลิตร ถ้า 10 ล้าน ครัวเรือน 50 ล้านลิตร ใช่ครับ อ้า เพราะฉะนั้น น้ำมันมันหายไปไหน มันมี อ่า ยืนยันว่าไม่ได้กักตุนใช่มั้ย ยืนยัน ใช่ครับ ยืนยันมั้ย ผู้ค้าน้ำมันไม่กักตุน ผมเชื่อว่า เชื่อว่าผู้ค้าน้ำมันน่ะครับ จะเรียกว่ากักตุนไม่ได้ อื เพราะผู้ค้าตามมาตรา 7 นายในแต่ละรายนะ ครับ อ คุณมีลูกค้าอย่างกรณีของยกตัวอย่างฮะ บริษัท ปท. นะครับ คือ ปท. คุณมีประมาณ 2,500 สถานีบริการ คุณจะบอกว่าในแทงค์คุณเนี้ย ไม่มีน้ำมันเลย เป็นไปไม่ได้ อย่างน้อยที่สุด คุณต้องมีน้ำมันสำรองในแทงค์เนี่ย ไม่น้อยกว่า 3-4 วัน อื แล้วโดยเฉพาะแทงค์ที่อยู่ปลายทาง โดยเฉพาะอย่างกรณีจังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดสงขลา เนี่ย คุณต้องเดินทางทางเรือ คุณจะออกจาก ที่มาบตาพุดก็ดี หรือออกจากทางศรีราชา ก็ดี คุณไปทางเรือไปสู่ร่างก็ประมาณสัก 20 กว่าเกือบ 30 ชั่วโมง ถ้าคุณจะไปสงขลา ก็โดยประมาณสัก 30-33 ชั่วโมง มันมี timing ของการเดินทาง คุณโหลดมาเดินทางไปถึงปลายทาง คุณดันน้ำมันขึ้นแทงค์นะ ครับ อื คุณต้องรอให้น้ำมันเซ็ตตัวก่อนนะครับ การที่น้ำมันเซ็ตตัวเนี่ย ต้องใช้เวลากี่ชั่วโมง ก็หมายความว่า เราส่งน้ำมันเข้าไปในแทงค์เนี่ย แน่นอน เครื่องมันปั่น มันก็ฟู อือ ให้ผมไปรับ หรือผู้จ่ายในผู้จัดการคลังน้ำมัน เขาไม่กล้าจ่ายให้ครับ เพราะมันยังไม่ได้ฟลง การคุณดันเข้าแทงค์เนี่ย คุณขโมยน้ำมันจากเอาจากเรือไปใช้ส่วนตัว หรือเปล่า เพราะฉะนั้น มันต้องมีการวัดน้ำมัน ต้องรอน้ำมันเซ็ตตัวแล้วดิฟ แล้วถึงจะรู้ว่าน้ำมันเนี่ย ที่รับจากโรงกลั่น ลงเรือ จากเรือขึ้นแทงค์ ตรงไม่ตรง หรือขาดตามเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดไว้มั้ย ถ้าไม่เกินกำหนด คุณก็เอาผิดเหลือไม่ได้ ผมเชื่อว่าหลายๆ ท่านอาจจะรู้ หลายๆ ท่านอาจจะไม่รู้ว่าระบบวิธีการเนี้ย มันมีวิธีการของเค้าแต่อะไรก็แล้วแต่ คำว่าตุนในที่นี้ นะครับ ถ้าไปเช็คตาม depot ทั้งต่างๆ ไม่ว่าของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง อย่างน้อยสุด 3-4 วัน เขาต้องมีสต๊อกในแทงค์แล้วไปวัดตรงนี้ สมมุติว่าวัดที่ ปตท. ที่ไหนก็แล้วแต่ บอก เฮ้ย คุณมีน้ำมันในแทงค์แล้ว ทำไมคุณไม่จ่าย วันนี้ผมมี แต่ผมต้องสำรองจ่ายอีก 3-4 วันมั้ย ไอ้นี่เป็นเรื่องปกติของผู้ค้า ไม่มีใครบอก ผมมี 100 ลิตร ผมจ่ายหมด 100 ลิตร วันนี้ แล้ววันพรุ่งนี้ หรือคืนนี้ ผมจะเอาน้ำมันที่ไหนจ่าย อื การสำรองน้ำมันในสถานีบริการก็ส่วนหนึ่ง การสำรองน้ำมันในคลังน้ำมันเพื่อที่จะส่ง ออกในวันต่อไปก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง ถ้าคุณไปตรวจปั๊บ อื วันนี้ไปตรวจทุกครั้ง น้ำมันมีน้ำมันเหลือแน่นอน อ่า เพราะมันมีกระบวนการที่ก็ต้องทยอยจ่าย อ่า คุณสรยุทธ อันนี้เค้าในฐานะที่เค้ารู้ละเอียดว่า น้ำมันเอ่อ จากเรือไปขึ้นฝั่งที่สุราษฎร์ หรือที่สงขลาเนี่ย ไม่ได้แปลว่าสูบน้ำมันอัดลงไปแล้วจ่ายได้ทันที ต้องรอให้มันสนิทก่อน รอให้มัน อะไรอย่างงี้ รู้้นะ

วันนี้นะครับ ผมจะเรียนว่าสถานการณ์วันเนี้ย มันไม่ใช่เวลาของการขอความร่วมมือ มันเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องสั่งการ นะครับ นี่เรื่องที่ 1 อ เรื่องที่ 2 สิ่งที่ท่านรองนายกพยายามอธิบายเนี่ย คนเค้าไม่ได้อยากจะรู้หรอกครับ เค้าจะรู้แต่เพียงว่า ตกลงแล้วที่ปั๊มมันไม่มีน้ำมันขาย มันมาจากอะไร ก็ถ้าอธิบายตะกี้ก็บอก ก็ไอ้ที่บอกมันเป็นขบวนการตั้งแต่ขนส่งน้ำมันมาที่ท่าเรือเลย นะครับ แต่ว่าตัวเลขไงครับ ที่ผมบอกอ่ะ ตัวเลขที่ส่งกันทีละทอดทีละทอด จนถึงปั๊ม นะครับ ปั๊มไหนได้โควต้าเต็ม ไม่โควต้าเต็ม ทำไมไม่ตรวจสอบตัวเลขย้อนทางมา จนย้อนหลังไปถึงวันนั้นเลยล่ะครับ แล้ว

นี้บอกว่าต้องให้ผู้ค้าเป็นคนส่งข้อมูล ถูกมั้ย ก็สั่งการสิครับ ก็สั่งการตามกฎหมาย วางกฎเกณฑ์กติกาตามกฎหมายที่ผมบอก ก็ทำได้นี่ครับ

อ่ะ คุณกร ผมขออนุญาต ไม่เดี๋ยวจะได้ข้ามประเด็นนี้ ใช่ๆ กำลังจะบอกงานบอกว่า ขออนุญาตถามในสิ่งที่ผมเชื่อ วันนี้เนี่ย ประชาชนอยากรู้มากที่สุดครับ ผมคิดประเด็นเรื่องของกักตุนหรือไม่กัก กับตุนเนี่ย ผมคิดว่าเราได้อธิบายชัดเจน อยู่ระดับนึง วันนี้นะครับ ว่าจริงๆ เนี่ย รัฐบาลมีอำนาจทางกฎหมายที่สามารถที่จะเลือกใช้ได้ตั้งแต่แรก ในการที่จะเรียกข้อ มูลทั้งหมด เพื่อที่จะประมวลตั้งแต่ต้นนะฮะ ว่าข้อมูลน้ำมันมันไปทางไหนบ้างนะฮะ ตอนนี้เนี่ย รัฐบาลก็บอกว่าโอเค ผมจะย้อนกลับไปตรวจย้อนหลัง มันไม่ได้ช่วยประชาชน ในแง่ของความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นไปแล้ว แต่อย่างน้อยเนี่ย หวังว่ามันจะนำไปสู่ ว่ามีไอ้โม่งจริงมั้ย ข้อเท็จจริงครับ โอเค อันนั้นจบไป คราวนี้วันนี้เนี่ย ผมคิดว่าที่ประชาชนอยากรู้มากที่สุด คือ ก็คือ 1 ราคาน้ำมันจะขึ้นอีกมั้ย เพราะเพราะว่าสัญญาณที่รัฐบาลส่งเนี่ย ชัดเจนนะครับว่าไม่ตึงละนะ แล้วก็จะใช้ ไม่ตึงไม่เท่ากับรอยตัว นายกพูดไม่ตึง ก็ยังมีการดูแลอยู่ระดับหนึ่งอ่ะ เอิ่ม แล้วก็จะอิงกับกลไกตลาด ใช่ครับ คราวนี้คำว่ากลไกตลาดเนี่ย เอ่อ มันก็ทำให้ประชาชนกังวลนะครับ เพราะว่า เอ่อ ระบบกลไกตลาดที่รัฐบาลใช้อยู่ ณ ปัจจุบัน ในการกำหนดราคาน้ำ อืฮะ อ้างอิง เอ่อ มันยังสูงกว่าราคาหน้าปั๊มอยู่ค่อนข้างมาก อือ เพราะฉะนั้น คำถามก็คือ มันมีเงื่อนไขอะไร นะครับ ที่จะทำให้รัฐบาลตัดสินใจว่า ราคาหน้าปั๊มเนี่ย ยังอาจจะต้องเพิ่มขึ้นกว่า จากนี้ คือประชาชนก็คิดเผื่อได้ ซึ่งแฝงในความหมายนั้น ในในคำถามนั้นเลย ก็คือเรื่องของการใช้กองทุนน้ำมัน วันนี้เนี่ย หนี้กองทุนน้ำมันน่าจะแตะประมาณ 40,000 ล้านละนะครับ ซึ่งคำถามก็คือ ตามกฎหมายเนี่ยเนี่ย มันก็คือได้แค่ 40,000 ล้านนั่นแหละ อ่า ที่มีเงินอยู่ หลังจากนั้นเนี่ย ถ้าจะต้องกู้มากกว่านั้น ก็คือต้องออก พ.ร.ก. นะครับ แนวความคิดของรัฐบาลเนี่ย ก็คือจะใช้ เอ่อ กองทุนน้ำมัน ในการที่จะชดเชย อือ น้ำมันไปจนถึงอีกเท่าไหร่ อ นะฮะ รัฐบาลพร้อมที่จะเข้ามาค้ำประกันมั้ย แล้วก็จะค้ำประกันในระดับเท่าไหร่ แล้วที่สำคัญมากที่สุดนะครับ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีพลังงานก็ออกมาพูดแล้ววันก่อนที่ แถลงเนี่ยว่าท่านจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ตรวจสอบ ตรวจสอบค่าการกลั่น ที่เราพูดมาตั้งนานแล้วว่าคนมีการตรวจสอบ คือเรื่องของค่าการกลั่นนะฮะ ซึ่งความหมาย ก็คือมันมีคำถามละนะครับ สุดท้ายแล้วเนี่ย ในส่วนของตัวรัฐบาลเองเนี่ย ว่าการกำหนดราคาขายโดยอิงราคาสิงคโปร์เนี่ยนะฮะ อาจจะไม่ถูก อ นะฮะ แล้วก็รวมไปถึงสูตรการคำนวณค่าการกลั่นเนี่ย เอ่อ อาจจะไม่ยุติธรรมต่อประชาชน เพราะฉะนั้น อยากที่จะทราบแนวความคิดในเรื่องเหล่านี้ครับ เพราะว่ามันจะส่งผลไปสู่ ราคาน้ำมันในอนาคตของประชาชนนะครับ อ้า มันเป็น มันต้องเริ่มทีนี้ มาเรื่องราคา เอาข้อที่ 1 ก่อนเลย คุณกรเห็นยังไงกับการอิงราคาสิงคโปร์ เอ่อ ผมผมคิดว่าในสถานการณ์ทั่วไปเลยนะ ครับ มันไม่เหมาะสมนะครับ ตรงที่ว่าอันดับแรกนะฮะ ก็คือ เอ่อ ราคาสิงคโปร์เนี่ย อันนี้หมายถึงไม่ใช่ราคาขายปลีกเค้านะ หมายถึงราคา ราคาหน้าโรงกลั่นของเค้า เรียกว่าราคาอ้างอิงอ่ะ ใช่ฮะ ราคาหน้าโรงกลั่นของเค้าเนี่ย มันไปบวกค่าขนส่งด้วย อ เพราะฉะนั้น มันมีคำถามมาโดยตลอดว่า ทำไมถึงบวกค่าขนส่งนี้ คำอธิบายนะครับของ อุตสาหกรรมน้ำมันเนี่ย โดยตลอดมาที่ผมได้ยินเนี่ย ก็คือถ้าเราไม่อิงกับราคาสิงคโปร์ ซึ่งถือว่าเป็นราคา สากลในในภูมิภาคนี้เนี่ยนะฮะ โรงกลั่น เนี่ย เอ่อ ก็อาจจะไม่ขายให้กับคนไทยในประเทศ ส่งออก ในกรณีที่ราคาสิงคโปร์มันสูงกว่าราคาในประเทศเนี่ย ถ้าเราขายถูก อ่า สิงคโปร์ อ้า ผมเนี่ยนะ มีคำถามจริงๆ เลยนะครับ กับใครก็แล้วแต่ ที่จะเป็นรัฐบาลในอนาคตเลย รวม รวมถึงปัจจุบันเนี่ย ก็คือคุณจะยอมให้เกิดสถานการณ์นั้นจริงๆ เหรอ นะ วันนี้เนี่ย คุณก็ใช้อำนาจตามกฎหมายที่ท่านพีรพันธ์พูดถึงเนี่ย ในการระงับการส่งออกแล้ว คือพูดง่ายๆ คุณสามารถที่จะกำหนดได้นะครับว่า ส่วนไหนต้องขายในประเทศนะฮะ ตามสูตรราคา ที่เป็นธรรมนะครับ คำนวณจากต้นทุนที่แท้จริง แล้ววันนี้เนี่ย ทาง เอ่อ ทางรัฐบาลก็บอกว่ามันต้องเป็นไปตามต้นทุนที่แท้จริง แต่เรายังไม่รู้เลย ว่าต้นทุนที่แท้จริงมันเท่าไหร่นะฮะ เพราะเราไม่เคยไปคำนวณ ต้นทุนที่แท้จริงคือรู้จากว่าสต๊อก 3 เดือน แล้วคือเก่าบวกกับต้นทุนอื่นๆ ถูกมั้ย ไม่คือคือวันนี้เนี่ย ต้นทุนวิธีการคำนวณ ราคาขายเนี่ย เราไม่ได้อิงกับต้นทุนเลยนะฮะ เราไปอิงกับราคาอย่างเดียว เพราะฉะนั้น ถ้ามันจะเป็นราคาที่ยุติธรรม สะท้อนต่อต้นทุนที่ที่แท้จริงเนี่ย มันก็ต้องมาตรวจดู ซึ่งท่านพีรพันธ์ก็ได้เคยมีคำสั่งแล้ว สมัยท่านเป็นรัฐมนตรีเนี่ยว่า

โรงกลั่นว่าต้นทุนที่แท้จริงคืออะไรนะฮะ ถ้าจะคำนวณราคาที่ยุติธรรมจริงๆเนี่ย มันต้องอิงจากตรงนั้น

อื

นะครับ ส่วนถ้าสมมุติประเมินว่าบางกรณีเนี่ย ราคาในประเทศต่ำกว่าราคาต่างประเทศ เนี่ย อันนี้ก็เป็นอำนาจของทางรัฐบาลอยู่แล้วนะครับ

คุณก็ไม่ให้ส่งออกก็จบ

พูดง่ายๆ ก็คือผมกำลังจะบอกว่า ราคาที่ขายคนไทยเนี่ย

อื

ควรจะเป็นราคาที่คุณมีกำไร

นะครับ แต่กำไรที่คำนวณจากต้นทุนที่แท้จริงของคุณ

ส่วนราคาที่คุณจะส่งออกเนี่ย คุณจะขายราคาเท่าไหร่ ยิ่งสูงยิ่งดี เราไม่ได้ เราไม่ได้มีเหตุผลที่จะ

เอ่อ เพราะฉะนั้นพี่บอกว่า ถ้าเกิดไม่อิงราคาสิงคโปร์ เราขายต่ำกว่าบริษัทน้ำมัน โรงกลั่นก็จะขายออกไป คุณก็ห้ามซะสิ ก็ทำได้ ถูกมั้ย เอาประเด็นนี้ทีเดียวก่อน เอาคุณต้นก่อน

เอาจะได้รู้จุดยืนตรงนี้มัน

เป็นไปไม่ได้นะครับ เพราะมันจะเป็นอย่างที่คุณกรพูดว่า มันสามารถออกกฎหมายคุมได้ แล้วผมถามนิดนึง ถ้าเป็นอย่างงั้น

ต้องยอมรับใช่มั้ย ก่อนเกิดหน้าวิกฤตต่างๆ เนี่ย มาเลเซียน้ำมันถูกกว่าเมืองไทยเยอะ

อื

แล้วทำไมไม่เป็นลักษณะเดียวกันจากมาเลมาขายเมืองไทยล่ะครับ

เห็นมั้ย

อือ

เพราะเค้าไม่ให้ออกมา

เพราะนั้นอย่ามาอ้างเรื่องแบบนี้

พอเป็นรัฐก็ไปซื้อน้ำมันจากมะเลสิเลงั้น ใช่มั้ย ถ้าเกิดกรณีแบบนี้ได้ แล้วทำไมในกรณีที่มาเลน้ำมันมันถูกกว่าไทยอ่ะ แล้วทำไมไม่ส่งมาขายเมืองไทยอ่ะ

อันนั้นเค้าหนุนไง เฉพาะในประเทศเค้า

ก็ก็ผมถึงบอกไงว่ามันมีวิธีการที่จะไม่ให้ออก คือมาเลเป็น

ถึงจะอุดหนุนทำไมไม่มีคนออกมาขายล่ะครับ

ซึ่งผมไม่ได้บอกให้อุดหนุนนะครับ

เออ

ผมบอกว่าให้กไม่ตะกี้พูดถึงพูดถึงประเด็นมาเลเซีย ไอ้ที่บอกว่าทำไมโรงกลั่นมาเลเซีย ปีนัสถึงไม่ขายออกมา

ประเด็นมันอยู่ที่ว่าจะแพงมันไม่ประเด็น ประเด็นว่า

เวลามาเลเซียเขายต่างประเทศใช้ราคาสิงคโปร์เหมือนกัน

ไม่ใช่ครับคุณคุณสรยุทธ ผมจะบอกเรียนให้ฟังว่าประเด็นคือเราอย่าอย่าหลงประเด็น เรากำลังพูดถึงประเทศไทย

ไม่ๆ คุณยกไปสิงคโปร์ ผมจะบอกสำหรับประเทศไทยเนี่ย ประเด็นคือว่าเราก็ควรจะต้องรู้ต้นทุนที่แท้จริงของเราด้วยใช่มั้ยครับ

อ้า ใช่ กำลังจะให้ตอบเนี่ย

ซึ่งทำไมเราไม่ทำในสถานการณ์ปกติ กฎหมายไม่มี ผมเข้าใจ ผมที่ผมบอกผมพยายามออกกฎหมายใหม่อยู่

แต่ในสถานการณ์แบบนี้ เคยทำมาแล้วในช่วงที่ผมทำได้หลังสุด ยุคท่านพลเอกชวฤทธิ์ ออกกฎหมาย

ออกประกาศสำนักนายกโดยอาศัยกฎหมายพระราชกำหนดที่ผมพูด กำหนดให้ต้องแจ้งต้นทุน วิธีคำนวณเยอะแยะไปเลยนะครับ คุณสรยุทธไปหาดูได้

ซึ่งเค้าทำมาแล้ว เพราะฉะนั้นในสถานการณ์

แดน

ตอนนี้มีกฎหมายอยู่ถูกมั้ย

กฎหมายพระราชกำหนดมันมีอยู่แล้ว เพียงแต่ ออกประกาศตามกฎกำหนดให้ทำแบบนี้ ในอดีตก็ทำมาว่าในวันนี้สถานการณ์ เฮ้ยคุณจะขึ้นจะลงเนี่ย ประชาชนรับได้ แต่ต้องมีฐานข้อมูลตัวเลขที่ถูกต้องว่า เฮ้ยมันแพงจริง ต้นทุนก็สูง แต่เวลานี้มันไม่มี

อื ไม่มีตัวเลข เอาทีละข้อตรงนี้เดี๋ยวก่อน จะได้เอาเป็นแค่คำปฏิบัติความเข้าใจความคิด

อ่ะ อันนี้บอกว่าเอาต้นทุนจริงที่ผลิต ไม่ใช่ไปเอาราคาสิงคโปร์อ้างอิงถูกมั้ย

อย่างน้อยก็ต้องรู้

องค์กรเหมือนกันถูกมั้ย

แล้วผมเรียนอย่างงี้นะ คุณเอาในสิงสิงคโปร์นะ ในสิงคโปร์

แม้แต่น้ำมันที่เค้าขายคนเ้าในสิงคโปร์เลย เพิ่งพูดราคานะ

เขาก็ยังไม่ได้ไปเทียบเคียงกับไอ้ม็อบสิงคโปร์ที่ขายฝั่งประเทศเลย สัดส่วนการขึ้นของราคาน้ำมันในสิงคโปร์ที่จำหน่ายให้ประชาชนก็ไม่ได้เป็นไปตามสัดส่วนของม็อบ

ที่อ้างอิงอยู่

ผมผมขอยกตัวอย่างให้

ไม่ๆ เดี๋ยวแยกตรงนี้ก่อน ไม่ผมจะแก้ไปทีละเปาะ คือไม่งั้นเดี๋ยวมันจะงง

ไอ้ตะกี้ที่พูดถึงว่าโรงกลั่นเราไม่ขาย เนี่ย อ่า ถ้าเกิดอ้างว่ารัฐบาลพยายามหมายถึงว่าไทยคู่ฟ้าเนี่ย อ้างล่าสุดว่าถ้าราคาเราขายถูกกับสิงคโปร์เมื่อไหร่เนี่ย ผู้ส่งออกไทยเอาลงกัเราจะขายออกไม่ขายในประเทศจะเกิดขาดแคน คุณพีรพันธ์ คุณกบอกก็ห้ามได้เลย มีอำนาจอยู่แล้ว ห้ามสยุทธเป็นรัฐบาล คุณสยุทธจะไม่คิดถึงประชาชนก่อน

อ้า เข้าใจ เข้าใจตัวนี้ เข้าใจ แต่ว่าไอ้ที่ คุณพีรพันธ์กว่ากรณี อ่า ถ้าอย่างงั้น ทฤษฎีเดียวกัน มาเลทำ ทำไมเราไม่ไปซื้อโรงกลั่นมาเล ถ้าถูก คือเวลาเค้าขายออกต่างประเทศ เค้าก็ใช้สิงคโปร์นะ มันคนละส่วนนะ นึกออกใช่มั้ย ขายในประเทศเนี่ย เค้าหดล

เอ แล้วทำไมเราไม่กำหนด ถ้ากลัวก็กำหนดแบบเดียวกันสิครับ ขายคุณก็ใช้แบบเดียวกันสิครับ มันก็ขายถูกไม่ได้

อ่า ทานี้ อ่า คุณต้นก่อน จะได้ไปหัวข้อนี้ ตอบทีเดียว

เอาเรื่องราคาเน้นๆเลยว่ารัฐบาลจะทำยังไง ขอสไลด์ขึ้น อ่า ผมเอาโครงสร้างราคาน้ำมันมาให้ดูละคุยกันเลยนี่

อ่ะ เดี๋ยวถ้างั้นคุณจะไปโครงสร้าง เอาเรื่องสิงคโปร์ก่อน

ครับ

ผมว่ามันมีตัวเลขที่ชัดว่าราคาของสิงคโปร์มัน

สิงคโปร์ จุดยืนคุณ หรือว่าแนวคิดคุณ หรือพรรคประชาชนเห็นว่าต้องอ้างอิงมั้ย 2 พรรคนี้เขาบอกเลิกเอาของเราต้นทุนที่แท้จริงถูกมั้ย อ้าว มันทำได้ ขยะ 2 มันทำไม่ได้ ขยะแรก

คือ

คืออำนาจต่อรองของไทยในราคาน้ำมันโลกเนี่ย ถ้าคุณจะทำวันเนี้ย มันทำไม่ได้ทันที ถ้าคุณจะทำ คุณต้องไปเพิ่มความสามารถในการกลั่นของไทย ซึ่งผมเห็นว่าควรทำ แต่เป็นขยะที่ 2 คล้ายๆกับเรื่องภาษีลาภลอย ภาษีลาภลอยไม่ได้ขึ้นปุ๊บจะทำได้ทันทีนะครับ ต้องไปออกกฎหมาย คล้ายๆกัน ผมมองว่าเป็นเรื่องขยัก 2 ซึ่งผมคิดว่ารัฐบาลก็อยู่ในเรียก ว่าอยู่บนโต๊ะอยู่ แต่ถ้าพูดถึงทันที มันเป็นเรื่องภาษีสรรพสามิตรและภาษีอื่นๆ ดังนั้น ต้องแยกเป็น 2 ขยัก

ไม่ใช่ไม่ใช่หมายถึงราคาน่าลงกัน

ใช่ครับ ราคาคือต่อให้

แต่ยังไม่ไปรวมภาษี

ต่อให้คุณอยากทำ คุณไม่ได้ทำได้ทันที

มันขึ้นกับอำนาจต่อรองในตลาดอาเซียนด้วย ผมขอ

อ่ะ แต่ทางนี้เบอกห้ามส่งออกได้เลย

มันมีส่วนที่มันลดได้อ่ะ ผมตามคุณกรอยู่ คือมันมีประเด็นที่มันลดได้ในส่วนต้นทุน ค่าขนส่งนี้ อันนี้อันนี้มีความ

แต่ไม่ได้ทำได้ทั้งหมด

นั่นแหละ แต่ว่าคืออย่างงี้ฮะ

ก่อนวิกฤตเนี่ยนะครับ เอ่อ ราคาน้ำมันดิบเนี่ย มันอยู่ของดูไบที่เราที่เราใช้คือ

สูตรการคำนวณราคาเนี่ย ไอ้ค่าการกลั่นที่ว่าเนี่ย มันเทียบน้ำมันดิบใบนะครับ แล้วก็เทียบ เอ่อ ราคาหน้าโรงกลั่นของสิงคโปร์นะ ครับ ก่อนวิกฤตเนี่ย ส่วนต่างมันอยู่ที่ประมาณ 22 เหรียญต่อบาร์เรล คือราคาโรงกลั่น 90 ราคาน้ำมันดูไบอยู่ที่ 72 ลบกันนะ ครับ ตรงเนี้ยอยู่ที่อยู่ต่างกันอยู่ประมาณนี้

อ่า ไม่เป็นไร อ้า

พอเกิดวิกฤตขึ้นเนี่ย สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ราคาน้ำมันดูไบขึ้น

อื

แต่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปหน้าโรงเนี่ย มันขึ้นแรงกว่า อื

ขึ้นมากกว่าไง

ตอนนี้นะ คือก่อนวิกฤตมันต่างกันแค่ 20 เหรียญต่อบาร์เรล

ตอนนี้นะครับ มันต่างกันเท่าไหร่มั้ฮะ

เท่าไหร่

เกือบ 120

จากเท่าไหร่นะ 22

จาก 22 เป็น 120 เข้าใจ

ผมกำลังจะบอกว่า ไอ้การใช้สูตรนี้ในการคำนวณเนี่ย

ไม่แฟร์

นะฮะ มันไม่แฟร์ เพราะว่าค่าการกลั่นมันถึงกระโดด ที่ผมบอกว่า 3-4 เท่าเนี่ย ก็พบนี้

เอ คือสิงคโปร์ ถ้าแปลความอย่างงี้สิงคโปร์ ราคามาตรฐานอ้างอิงเนี่ย ขึ้น 5 เท่าอ่ะ

ใช่

อ่า ของไทยเนี่ย ขึ้นประมาณ 3 เท่า จาก 2 เป็น 6

ของเค้าขึ้น 5 เท่า ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบ ที่ทุกคนอ้างสร้างก็เป็นต้นทุนนะฮะ ขึ้นเพียงแค่ 2 เท่า

อ่า อ่ะ ทานี้ อ้า นึกภาพออกแล้ว เอาสิงคโปร์ก่อน ไอ้คงสักราคา เดี๋ยวคุยกัน

เพราะฉะนั้นนะ ต่อประเด็นว่าจะยกเลิกไม่ยกเลิกเนี่ย ผมบอกว่ามี 2 ทางเลือกนะฮะ ทางเลือกนึงเนี่ย ก็คือไปปรับสูตรการคำนวณ GRM เอ่อ ไอ้ค่าการกลั่นนะฮะ ซึ่งก็หมายถึงยกเลิกการคุณพีรพันธ์บอกคุณเอาต้นทุนมาทั้งหมด ถูกมั้ย ทางที่ 2 นะครับ ก็คือถ้าบอกว่า เฮ้ยมันไม่มีสูตรอื่นที่เอามาใช้ได้ดีกว่านี้นะฮะ ไม่เป็นไร ถ้าอย่างงั้นเนี่ย ก็คือเก็บเป็น เอ่อ กำไรลาภลอย เอาภาษีลาภลอย เอา

อ่ะ 2 วิธี

คือปล่อยให้คุณกำไรไปตามระบบการคำนวณตามปัจจุบัน แต่ถ้ามันเป็นระดับการกำไรที่ไม่เป็นธรรม

นะครับ

รัฐบาลก็มีหน้ามีมีอำนาจอยู่แล้วนะครับ ที่จะบอกว่าภาษีส่วนเกินนั่นน่ะ ขอคืนมาช่วยเหลือประชาชน

อ้า เดี๋ยวจะได้โต้กันต่อ ไม่ถามตอบกัน อ่ะ คุณพิพัฒน์ ฟังดูละอ้า ว่ายังไง

คำถามเยอะ เลือกตอบ

เอาสิงคโปร์เนี่ย เอาสิงคโปร์ก่อน

คือราคา

ไอ้เรื่องโครงสร้างราคามันจะมีตัวที่เป็นจริงนะครับ จริงๆแล้วเนี่ยนะครับ พวกเราทุกคนรู้นะครับ

ทุกคนผ่านกันมาเป็นรัฐบาลแล้ว ยกเว้นท่านนะฮะ

อื

ก็คือไม่ว่าจะเป็นคุณกร พีรพันธ์ ก็ดี ก็ล้วนแล้วแต่ผ่านการบริหารมาทั้งหมด

อื

ไอ้พูด ณ ขณะนี้ พูดได้ พวกท่านก็เคยคิดได้ ตอนที่พวกท่านเป็นรัฐบาล ทำไมไม่คิด ทำไมไม่ปรับโครงสร้าง ทำไมมาพูดถึงตอนนี้ คือจริง เดี๋ยวๆๆๆ คิดแล้วทำแล้ว

เออๆ

คุณทำไมยังไม่จบอ่ะ อ้า ผมทำไง ถ้าท่านบอกว่าไม่คิดไม่ทำอ่ะ

โอ้

อือ้า ต่อ

คือเอาว่าราคาตรงนี้นะครับ คือการวิธีการคิดวันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในขณะนี้ มันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้

แล้ว

อ้า ผมเติมให้ สมัยรัฐบาลคุณกรก็ใช้สูตรนี้ คุณพีรพันธ์ก็ใช้สูตรนี้ อ้า ว่าไง ทำไมไม่แก้ซะ ที่มาพูดวันนี้ อ้า โดยเฉพาะนะครับ เราต้องไปดูโครงสร้างของการที่เชิญบริษัทต่างๆ

อื

จากต่างประเทศเข้ามาตั้งโรงกลั่นในประเทศไทย ว่าคุณเข้าเชิญเขาเข้ามาตั้งโรงกลั่นในประเทศไทยเนี่ย มันมีข้อยกเว้นอะไรบ้าง สำหรับโรงกลั่นของชาวต่างประเทศที่มาตั้ง ไม่ว่าจะเป็นของเชลก็ดีในอดีตนะฮะ เป็นของคาเทคในปัจจุบันนะครับ เป็นของเอโซในอดีต แล้วก็รวมทั้งเอาว่าบริษัทที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไทยออย ซึ่งก็คุณกรู้รู้จักดีนะครับว่าจากไทยอะไรพวกนี้นะครับ แต่โดยมีหลักการว่า

รัฐบาลต้องไม่เข้าไปแทรกแซงเรื่องของการกลั่นน้ำมัน ราคาต้องปล่อยให้ floating เพราะฉะนั้นเขาถึงกลับเข้ามาตั้งโรงกลั่นในประเทศไทยในอดีตนะครับ เราไม่สามารถกลั่นน้ำมันพอกับการบริโภคในประเทศไทย เพราะฉะนั้นเราต้อง import น้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศ

อื

นะครับ วันนี้ผู้ค้าทำไมถึงไม่ไปซื้อน้ำมัน import จากต่างประเทศ เพราะว่าวันนี้เนี่ย ราคาที่มันกลั่นในประเทศไทยอ่ะ มันถูกกว่า การที่เราจะไปซื้อจากต่างประเทศนะครับ วันนี้ราคาน่ากลั่น เอาว่าคุณจะซื้ออะไรก็แล้วแต่ คุณจะคิดอย่างไรก็แล้วแต่

มันยังไงยังไงก็ถูกกว่าราคาอ้างอิงจากสิงคโปร์ สมมุติว่าผมซื้อจากสิงคโปร์มา 1 ราคาประกาศ ผมต้องโดดบวก premium เท่าไหร่ ของแต่ละแต่ละชนิดของน้ำมัน ผมต้องบวกค่าขนส่งเท่าไหร่ แต่ถ้าผมซื้อจากหน้าโรง แน่นอนครับ premium เราถูกบวก

ไม่ๆ อันนี้เพราะคุณกรอตะกี้ คุณวีรพันธ์ บอกว่ามันมีค่าขนส่งอะไรแล้ว

คือ กำลังจะบอกว่า

ไอ้ราคามาต เอาอีกสิกปด แต่คุณพิพัฒน์บอกว่าจริงๆมันไม่รวม ถ้าคุณซื้อไปสิงคโปร์ จริงๆคุณซื้อน้ำมันกลั่นมาแล้วเนี่ย คุณต้องเสียค่าเรือค่าอะไรอีก จริงเหรอ ไม่ตรงกัน

มันคือราคาวันนี้ พูดกันว่าเป็นราคาอ้างอิง

อื

อ้างอิงก็คือบวกค่าขนส่ง บวกค่าประกัน บวกนู่นนี่นั่นเต็มไปหมด

แต่ถ้าคุณไปซื้อจริงๆแล้วเนี่ย คุณค่าของความเป็นจริงคือคุณต้องซื้อ in kind คุณต้องจ่ายค่าบรรทุกต่างหากนะครับ จริงๆจ่าย

อ้างอิงไปคืออ้างอิงในที่นี้คือราคาที่เจรจาซื้อขายกัน

อ่า อันนี้ไม่ตรงกันแล้วนะ ไม่เป็นไร เอาต่อๆ

เจรจาซื้อขายกัน ซึ่งต้องบอกว่าในอดีต ผมเคยเจรจาซื้อขายจริง

อื

แต่ปัจจุบันนี้ ถึงแม้นว่าผมจะลาเวทีไปแล้วถึง 20 กว่าปี

แต่คิดว่าเอาความคิดหรือความทรงจำเก่าๆมา ว่าในอดีตเขาซื้อกันอย่างไร

แต่ผมเชื่อว่าหลังๆนี้เราจะเห็นว่าไม่มีบริษัทเอกชนรายใด หรือผู้ค้าตามมาตรา 7 รายใดที่ไปน้ำมันที่สำเร็จรูปแล้วเข้ามาสู่ประเทศไทย ยกเว้นถ้าคุณขาดแคลนจริงๆ ซึ่งก็เห็นน่าจะมีตอนนี้ก็คือเชล import อยู่แล้ว ปตท.เริ่ม import

เพื่อส่งไปประเทศเพื่อนบ้าน

เพื่อส่งไปประเทศเพื่อนบ้านนะครับ ในส่วนนี้ นี่คือข้อเท็จจริง

เอ่อ กำลังชี้แจงว่า อ่า ทั้งหลายทั้งปวง ถ้าทั้งหลายเป็นมา ทำไมไม่ทำซ้ายเสร็จ จะไม่ อ้างอิงแล้วก็ อ่า มันเป็นเรื่องเงื่อนไข การเข้ามาลงทุน ตอบตรงนี้ถูกมั้ย

ชัดเจนครับ ฮ

เงื่อนไขการลงทุนมันมีอยู่แล้ว

เออ ผม

คือ คือประเด็นเรื่องประเด็นเรื่องในในอดีตนะฮะ ผมขอพูดให้ท่านสบายใจนิดนึงก่อนอื่นนะครับว่า

เรื่องของการถ้าถ้าเราจะคิดจะปรับวิธีการ เอ่อ กำหนดราคาน้ำมันที่เราซื้อขายกันอยู่เนี่ย มันไม่ได้เป็นเรื่องที่สามารถทำได้วันเดียวจบ

อื

นะครับ ไม่ใช่ท่านประชุมด้วยอำนาจฉุกเฉิน อะไรก็แล้วแต่ท่านสั่งได้เลย มันไม่ควรจะเป็นอย่างนั้นนะฮะ

เพราะฉะนั้นผมไม่ได้โทษท่านในเรื่องนี้ วันนี้นะฮะ วันนี้นะครับเรา

ก็เลยมีข้อเสนอภาษีลาภลอยไง

วันนี้เนี่ย ถูกต้องครับ วันนี้เนี่ย เรามาคุยกันว่า

จากวิกฤตตรงนี้เนี่ยนะ ประสบการณ์ที่เราได้รับทั้งหมดเนี่ย เราควรที่จะกลับไปทบทวนวิธีการกำหนดราคาขายน้ำมันในประเทศไทยเราหรือไม่

ซึ่งไม่สามารถทำทันที

ท่านรัฐมนตรีพลังงานของท่านก็พูดวันก่อน ว่าจะกลับไปทบทวน ว่าที่ เอ่อ รัฐมนตรีท่านใหม่ก็พูดชัดเจนในสภาว่า ควรจะต้องมีเจตจำนงทางการเมืองในการที่จะไปทบทวนนะฮะ เพราะนั้นตรงนี้เนี่ย ความจริงเราเราอยู่ เราคิดตรงกันนะครับว่าควรต้องไปปรับ

ระหว่างนั้นเนี่ย

ถ้าปรับไม่ได้นะครับ หรือยังมีปัญหาในการที่จะปรับทันทีทันที

เอาภาษีลาภลอย

มันมีโครงสร้างการใช้ภาษีลาภลอยที่จะมาประโยชน์ตรงนี้

อ เข้าใจ

แล้วนอกเหนือจากนั้นน่ะ

อ่ะ เดี๋ยว ก่อนจะไปประเด็นอื่น คุณพิพันธ์ ก่อน

ผมอยากบอกว่าวันนี้เนี่ย เรากำลังมานั่งคิดคุยกันว่าจะหาทางแก้ปัญหาให้ประเทศอย่างไร ให้ประชาชนอย่างไร และวิกฤตครั้งเนี้ย มันควรจะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะต้องมาปรับรูปแบบโครงสร้างพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันของประเทศมั้ย

อื

ถูก

เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรากำลังพยายามคุยกัน เนี้ยว่ามันมีทางที่จะปรับแก้อะไรได้บ้าง ทำได้จริงหรือเปล่า หนึ่งในนั้นที่กำลังคุยคือคือเรื่องการอ้างราคาสิงคโปร์

เออ

ซึ่งในส่วนเนี้ย ผมก็นำเรียนเพื่อเกิดความชัดเจนว่า ในส่วนสมัยที่ผมเป็นรัฐมนตรีอยู่เนี่ย ผมได้คิดเรื่องนี้และเตรียมการเรื่องนี้เรียบร้อย จนสุดท้ายถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงการเมือง ปีนี้แหละครับ จะออกเป็นพระราชกำหนดแล้ว

อื

แต่ว่าเกิดเปลี่ยนแปลงทางการเมืองซะก่อน นะครับ ที่มันไปล่าช้า เพราะว่าผมต้องไปเจรจากับแกนนำรัฐบาลวันนั้น

ตอนแรกจะให้ออกเป็นพระราชบัญญัติ

แต่ผมเห็นว่าพระราชบัญญัติเนี่ย มันเทคนิค มันเยอะ แล้วมันไม่ทัน มันเสียเวลา แล้วใครต่อใครเข้ามาได้ ก็เลยต้องมานั่งเจรจาให้เป็นพระราชกำหนด ก็เกิดมานั่งเสียเวลาแล้ว ก็เลยเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

อ่า ตกลงทำได้

ความจริงเนี่ย เตรียมจะเปลี่ยนยกเลิกการอ้างอิงสิงคโปร์แล้วครับ

อ่า คุณกรอกว่าวิกฤตครั้งนี้ทำให้คนจะคิด ว่าจะทำอนาคต แต่เฉพาะหน้าคงทำไม่ได้ทันทีแน่ๆ มันต้องใช้ภาษีลาภลอยถูกมั้ย

ภาษีลาภลอย แล้วนอกจากนั้นครับ มันมีเครื่องมือทางภาษีอื่นๆอีกนะฮะ ที่จะช่วยลดภาระ

อ้า เข้าใจ ไอ้ไอ้ตัวเรื่องค่าไอ้โรงกลั่นเนี่ย พอไม่อิงสิงคโปร์ มันก็ต้องเอาภาษีลาภลอยมาแตะแทน

ถูกมั้ย อ่ะ ทานี้ คุณพิพัฒน์

คุณพิพัฒน์บอกว่า แล้วต่อไปใครจะลงทุนใช่ไหม

ครับ

อ้าว

คือ วันนี้นะครับ โรงกลั่นมี 6 โรง เป็นของต่างชาติเนี่ย โรงเดียว

คาเทค

ที่ปตท.

เป็นปตท. 4

อ้า บางจาก 1 ซื้อมาจากเอโซ

ครับ เพราะฉะนั้นตรงเนี้ย เขาอยู่ตัวแล้ว สิ่งที่ท่านรองนายกพูดน่ะ มันคือเมื่ออดีต นานมาแล้ว เราพยายามให้ benefit ให้ประโยชน์เขา เพื่อให้เขาเข้ามา

วันเนี้ย วันเนี้ย ต้องเห็นใจประชาชนบ้าง ว่าจำนวนเงินที่คุณกำไรต่อปีเนี่ย มันเป็นแสนๆล้านเนี่ย ส่วนหนึ่งก็มาจากอ้างอิงราคาสิงคโปร์ แล้วก็ระบบน้ำมันที่ไม่มีการควบคุมเลย

นะ อ้า ตอนนี้มันอยู่ตัวแล้ว โรงกลั่นมี 6 โรงกลั่น

เป็นต่างชาติเชื้อหนิ่งเดียวเอง ของไทย 5 เพราะฉะนั้นไม่มีปัญหาแล้ว ไอ้ นั่นคืออดีต ที่ต้องดึงเข้ามาลงทุนถูกมั้ย อ่ะ คุณพิพัฒน์

ครับ

อ จะทำมั้ย

เรื่องนี้นะครับ ก็จริงๆอ่ะ พวกเราที่อยู่ใน

อื

ผู้บริหาร ณ ขณะนี้นะฮะ ที่บริหาร เอาว่าไม่ ได้เต็มตัวหรอกนะฮะ เพราะว่าจริงๆแล้วก็ เป็นรักษาการเท่านั้นเอง เรามีการถกเถียงกันในเรื่องพวกนี้แล้วก็ไม่ได้เห็นไปในทางทิศทางเดียวกัน บางท่านเห็นด้วย บางท่านไม่เห็นด้วย

อื

ซึ่งเรื่องภาษีลาภลอย ผมก็เรียนตรงไปตรงมานะครับ ผมเรียนนำเสนอทาง

ที่ประชุมเนี่ย หลายต่อหลายหน บอกเฮ้ย ทำไมคุณไม่เอาภาษีลาภลอยมาใช้

บอกโอเค มันต้องอ

ไม่ใช่ว่าประกาศวันนี้และจะฉวันนี้ อย่างที่คุณกรพูด

อ คุณกรก็ยอมรับว่าคำนวณยากเหมือนกัน

มันคำนวณยากอีกส่วนนึงนะครับ

อื

อีกส่วนนึง ผมถามว่าถ้าคุณประกาศเป็นภาษีลาภลอยเก็บ เขากำไรนะครับวันนี้ แต่ตอนเมื่อหลังจากนี้เขาขาดทุน คุณคืนภาษีลาภลอยให้เขามั้ย

นี่ก็เป็นข้อถกเถียง โทษทีฮะ ท่านท่านพันที คือหลักคิดภาษีลาภลอยเนี่ย มันต่างกับหลักคิดภาษีกำไร หรือภาษีที่เรียกว่า capital gain

เข้าใจครับ

คือภาษีลาภลอยเนี่ย มันก็คือในกรณีพิเศษนะ ครับที่มันมี

มันมีมันมีส้มหล่นน่ะนะฮะ ส้มส้มหล่นในในแง่นี้นี่ก็คือ อันนี้ไม่ได้พูดถึงสต๊อกน้ำมันด้วยซ้ำไปนะครับ สต๊อกน้ำมันนี่คือส้มหล่นชั้นที่ 1 แต่เรากำลังพูดถึงค่าการตลาดที่มันกระโดดเพิ่มขึ้นนะฮะ คือ

ค่าการ

คิดใช่ฮะ ค่าการ

คิดใช่ฮะ ค่าการตลาดก็ขึ้นด้วยนะ ซึ่งในส่วนของตรงนี้เนี่ย เรากำลังบอกว่า

เอ่อ มันเป็นมันเป็นกำไรเนื้อๆนะฮะ และมันเป็นกำไรในช่วงที่

ประชาชนกำลังเดือดร้อนจากเรื่องเดียวกัน ด้วย เพราะฉะนั้นเรากำลังมองว่ามันต้องมีสูตรที่ทำให้เค้า

เค้าได้รับความเป็นธรรมอ่ะครับ ในแค่ในฐานะผู้ผู้ประกอบการ ผมไม่ได้เคยคิดจะเอาเปรียบผู้ประกอบการในเรื่องนี้ แม้ว่าเค้าลงทุนมาแล้ว เราจะมาบอกว่าเค้าถอนทุนไม่ได้ ผมคุยมาเมื่อวันศุกร์จะได้ถามแทนอ่า ใครจะตอบอ่า ทางนี้บอกว่าวันนี้เค้าใช้สต๊อกเก่าจริง เมื่อ 3 เดือนก่อน ราคาน้ำมันดิบ 60 กว่าเหรียญ ราคา

สำเร็จรูปแล้วจะ 80 กว่า

ประมาณ 80 นิดๆ

อ่า ถูกมั้ยฮะ

ถูกต้องครับ

อ่า เพราะฉะนั้น อ่า ตอนนี้เนี่ย ราคาดีจริง แต่ถ้าเกิดวันไหนสงครามหยุดปุ๊บ ต้นทุนที่เค้าซื้อเนี่ย น้ำมันดิบล่าสุด 106 อาจจะขึ้นไปถึง 110 120 แต่วันนั้นราคาอ้างอิงมันลงไป ตรงกันข้ามเลย ตรงข้ามกับวันนี้ ไอ้ วันนั้นเนี่ย เขาจะขาดทุนชัดเจน

คุณพิพัฒน์อธิบายอย่างงี้ถูกมั้ย

ใช่ครับ

อ้า ก็เลยจะถามทุกท่านว่า แล้วคุณจะตอบเค้ายังไงอ่ะ คุณกร

ผมถึงไม่ได้มาพูดในประเด็นเรื่องของตัวสต๊อกน้ำมันเนี่ยครับ

ผมถือว่าสต๊อกน้ำมันเนี่ย ถามว่าที่ผ่านมา เดือนที่แล้วเดือนที่ผ่านมาเนี่ย เค้ากำไรอย่างก้าวกระโดดมั้ย แน่นอน

นะครับ แต่เราคิดเผื่อว่าอนาคตเนี่ย เค้าอาจจะขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันด้วยก็ได้ อ

ผมเนี่ย มาพูดเรื่องของค่าการตลาดเนี่ย มันคือ

อ๋อ ไม่ต้องไปสนใจเรื่องสต๊อกอะไรเท่าไหร่ อันนี้ไอเดียคุณนะ

มันคือคนละประเด็น

อันนี้คือค่าการกลั่นที่ 2 เป็น 6

เอ เรากำลังจะบอกว่าคุณเนี่ย กำไรมหาศาลแล้วจากสต๊อกเก่านะครับ อันนั้นอันนั้นเรื่องนึง

นอกจากนั้นเนี่ย คุณกำลังกำไรจากส่วนต่าง การคำนวณเทียบกับราคาน้ำมันดิบปัจจุบันนะ ครับ

ไม่ใช่เทียบกับราคาน้ำมันดิบในอดีตนะ อื

นะฮะ ที่ไอ้ส่วนต่างตรงนี้เนี่ย ระหว่างต้นทุนของคุณที่เอามาใช้คำนวณกับราคาขายของคุณที่เอาจากสิงคโปร์มาใช้คำนวณเนี่ย มันกระโดด มันกระโดด 3-4 เท่า ตรงนี้ ส่วนตรงนั้นแหละครับ ที่ผมกำลังบอกว่าเป็นส่วนที่ เป็น เอ่อ กำไรลาภลอย ที่ควรที่จะเอากลับคืนมา คราวนี้

แม้แต่ในกรณี

ไม่ไม่ ทางนี้เค้าถามไงว่าถ้าเกิดวันข้างหน้า

ใช่ สมมุติมาจิมันติดลบ

ไม่กลม

ขาดทุนเลยอ่ะ พอเอาสต๊อกเก่าอ่ะ

มันมีวิธีที่จะคำนวณได้ครับ ในส่วนของตน

แล้วเราชดเชยเมั้ย อ้านี้ก็ถาม

นี่ไง สมมุติว่าเรากำลังจะบอกว่าเราขีดเส้น

มีการเอาต้นทุนที่แท้จริงมามาประเมินนะ ครับ แล้วก็ดูว่า

เอ่อ ราคาที่เหมาะสมควรจะเป็นเท่าไหร่ ย้อนกลับไปดู

สมมุติมันบาทกว่าๆนะครับ ในช่วงที่ผ่านมา เราเห็นเราเห็นว่า เอ่อ โรงกลั่นเนี่ย ทำกำไรได้กันทุกโรงในระดับที่

อื

พอสมควร ก็อาจที่จะสมมุติได้ว่า บาทกว่าๆ นั่นแหละ คือราคาค่าการกลั่นที่ทำให้ทุกคนมีกำไร

อื

นะครับ หรืออย่างน้อยมาตรฐาน จากนั้นเนี่ย เราก็กำหนดได้ ถ้าสมมุติค่าการกลั่นมันสูงกว่านั้น

อือ

คุณเอาคุณเอาส่วนต่างเท่าไหร่ใส่กลับคืนเข้ากองทุนน้ำมัน สมมุติมันต่ำกว่านั้น มีการชดเชย ก็เป็นเรื่องที่คุ้ยได้

ชดเชยให้กันได้

เป็นเรื่องที่คุ้ยได้ ถ้าวถ้าเมื่อเรากำหนดว่า

ให้มันมีปากใหม่ขึ้นมา

มาตรฐานควรจะเป็นเท่าไหร่เนี่ยนะฮะ มันเป็นมันเป็นสูตรที่เราสามารถที่คำนวณได้

เมื่อเป็นเช่นนี้เนี่ย ในช่วงที่ราคาน้ำมันมันสูงเนี่ย ประชาชนก็ได้รับการช่วยเหลือ

ในช่วงที่ราคาน้ำมันถูก

นะครับ

ประชาชนก็ถูกเก็บคืน

ถูกต้อง

โดยใช้กลไกกองทุนน้ำมัน

เหมือนกับกองทุนน้ำมัน

ที่ต้องใช้

อันนี้เสนอไอเดียนะ คือวันไหนเค้าขาดทุนขึ้นมาเนี่ย

ก็ยังใช้กลไกกองทุนน้ำมัน เพื่อความแฟร์กับทั้ง 2 ฝ่าย

ผมอยากที่จะบอกนะครับว่า ในกรณีต่างประเทศเนี่ยนะฮะ ถ้าย้อนกลับไปดูครั้งก่อนหน้านี้นะครับ ท่านวิภัฒน์ ที่มีประเด็นปัญหาเรื่องวิกฤตของมันเนี่ย มันก็คือช่วงสง เริ่มต้นสงครามรัสเซียยูเครน ประมาณ 4-5 ปี ก่อนนะฮะ ช่วงนั้นเนี่ย ก็มีประเด็นถกเถียงเหมือนกันในเรื่องเหล่าเนี้ยนะฮะ ในกรณีครั้งนั้นเนี่ย มันมีทั้งประเทศทุกประเทศใน EU

รวมไปถึงประเทศอย่างในภูมิภาคนี้ อย่างเช่นอินเดียนะฮะ ที่เขาประกาศเรื่องของภาษีราบลอย

นะฮะ วิธีเค้าประกาศเนี่ย เค้าไม่มีการชดใช้คืนในปีไหนที่โรงกลั่นขาดทุนนะครับ แต่เขาประกาศเป็นระยะเวลาจำกัด

นะฮะ อย่างเช่น 6 เดือนก็มี 1 ปีก็มีนะฮะ ถือว่าช่วงเนี้ยคือด้วยเหตุผลไม่ปกติอ่ะ ไม่ปกติ

ด้วยเหตุและผลเมืองดู ก็รู้ว่ามันกำลังกำไรไปกำไรเกินปกติ อนาคตเนี่ย มันเป็นเรื่องของความปกติในการทำธุรกิจที่ต้องมีกำไรก

กำลังบอกว่ามันไม่ใช่กลไกปกติ

ถูก แต่วันนี้เนี่ย มันชัดเจนนะครับว่ากำไรผิดปกติแล้ว ประชาชนเดือดร้อน เพราะฉะนั้น ไม่ต้องพูดถึงกรณีในอนาคตที่ขาดทุนนั้น มันคือเรื่องปกติในการทำธุรกิจ อ้า มันไม่ใช่การขึ้นลมปกติที่จะมีกำไรขาดทุน อันนี้มันโดดอ่ะ คุณพิพันธ์ ตะกี้

คือเรื่องที่ท่านรองนายกพูดเนี่ย ผมจะเรียนว่าในความเป็นจริงมันไม่เกิด ไม่เกิด หมายความว่าไม่ใช่ว่าราคามันไม่ขึ้นไม่ลง

อื

แต่ผมจะเรียนว่าสิ่งที่ท่านจะโยกเป็นห่วงนั่นน่ะ มันเกิดขึ้นเป็นปกติตลอดมาอยู่แล้ว

อือ

ภาวะราคาน้ำมันในโลกเนี่ย มันไม่มีคงที่ มันมีทั้งขึ้นทั้งลง

เพราะฉะนั้นจังหวะที่บริษัทน้ำมันไปซื้ออ่ะ มันมีทั้งซื้อในราคาที่ต่ำและในราคาที่สูง

ใช่

ถูกมั้ยครับ แต่เผอิญในภาวะวิกฤตแบบเนี้ย มันก็มีความผิดปกติเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง

ซึ่งตรงเนี้ย ในกรณีปกติในประเทศไทยเราก็ วางระบบเพื่อชดเชยไม่ให้เค้าค้าเสียหายมาก โดยใช้ระบบกองทุนน้ำมันกับกฎหมายที่ว่ากฎหมายกองทุนน้ำมันเข้ามาดูแลเรื่องตรงนี้อยู่ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าตั้งแต่เกิด วิกฤตก่อนหน้ายูเครนก็เคยเกิดมา เกิดยูเครนนะครับ ขึ้นมาแล้วก็มาเกิดอเนี่ย อิหร่านอิสราเอล ก่อนหน้านี้เมื่อปีที่แล้วก็เกิดลักษณะเช่นนี้ แต่เขาก็จะใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเข้ามา เพราะฉะนั้นกรณีเช่นเนี้ย มันจึงไม่มีวันที่จะเกิด ขึ้นได้จริง แต่ผมกำลังจะเรียนไม่กองทุนน้ำมันที่ผ่านมาเคยเข้าไปซับซิดไซโรงกลั่นเหรอ

ไม่เคย

ก็เค้าไม่ใช่โรงกลั่นครับ คุณสรยุทธ เค้า ราคาเนี่ย มันได้สุดท้ายก็ไปได้ที่โรงกลั่นแหละครับ เค้าทดชดเชยราคาที่

ผู้ซื้อ

ผู้ซื้อ แต่ซื้อใครก็ซื้อโรงกลั่น

อื

คนที่ได้ตรงเนี้ย ผมยกตัวอย่างนะครับ

ไม่สุดท้ายมันก็ต้องซื้อในราคาอ้างอิงถูกมั้ย ราคาอ้างอิงสิงคโปร์ไง

ราคา ราคาไม่นั่นแหละครับ คือที่มาว่ามันทำให้เกิดปัญหาว่ามันสะท้อน วันนี้เราก็ไม่ ประเด็นที่ท่านพูดเนี่ย ทุกวันนี้มันไม่ใช่ไม่เกิด มันเกิดมาตลอดเวลาอยู่แล้ว

อื

นะครับ แต่ละช่วงเวลามันเกิด แต่ว่าที่ผ่าน มาเนี่ย เขาใช้กลไกตรงนี้เข้าไป มันเลยไม่เป็นปัญหาอะไรนะครับ

ขอแทรกนิดนึงนะครับ

ไม่คือการการชดเชยเนี่ย อ

เราชดเชย

ไอ้น้ำไอ้ราคาที่มันไป

มันชดเชยมาที่ผู้ซื้อ แต่ว่ามันไม่ได้ไปชดเชยค่าการกลั่นนะครับ ค่าการกลั่นมันเป็นเรื่องของโรงกลั่น ซึ่งผู้ค้าเนี่ย

เออ เอาว่ารัฐบาลมันไม่ได้เอาเงินกองทุนไปชดเชยให้โรงกลั่น ถ้าไปชดเชยให้โรงกลั่น เอาตอนนี้นะ ถ้าชดเชยจริง ไอ้ค่าการเราดึงกลับคืนได้ แต่วันนี้คือไปป้องกันราคาสำหรับการที่มันจะขยับขึ้นลงเร็วเกินไป ก็นั่นคือให้กับบริษัทผู้ค้าตามมาตรา 7 ที่ประกาศหน้าสถานีบริการ อันนี้คือการชดเชยของกองทุน

มันไม่ได้ไปชดเชยให้กับค่าการ อ ใช่ ผมเข้าใจ อันนี้มันมันคนละเรื่อง การระบบการชดเชย มันอย่างงี้ครับ

เขาไม่ได้ชดเชยให้โรงกลั่นโดยตรงนะครับ

ถูกต้อง แต่เขาชดเชยให้ผู้ค้านะครับ แต่ผู้ค้าชดเชยจากราคาที่ผู้ค้าซื้อมาจากโรงกลั่น

อือ

เพราะฉะนั้นราคาที่ชดเชยให้ผู้ค้า มันก็คือราคาที่โรงกลั่นได้รับนั่นแหละครับ

แล้วถามว่าค่าการกลั่นมันเกี่ยวอะไรกับผู้ค้าล่ะครับ

เพราะค่าการกลั่นมันสิส่วนของโรงกลั่น ไม่ คุณผมเข้าใจหลักที่คุณพีรพันธ์ คุณพีรพันธ์กำลังบอกว่า

อ่ะ ตอนนี้มันไม่ปกติ

อ่ะ มันไม่ใช่การขึ้นลงแบบปกติของโลกน้ำมัน มีขึ้นมีลง แต่นี่มันขึ้นโดดถูกมั้ย ก็เลยคิดว่ามันจะต้องมาดูกันและอ่ะ ถ้ามันขึ้นไม่ปกติ มันจะไม่เกิดปัญหา อ่า ในมุมนี้เนี่ย บอกว่าตอนนี้มันโดด เกิดอนาคตก็อย่างที่ว่า มันก็โดดเหมือนกัน ว่าจากราคาสูงเปรี้ยงเลย อนาคตมันต่ำพรวดเหมือนกัน ถ้าสงครามยุติ ไอ้ตรงนั้นเนี่ย โรงกลั่นในมุมเค้าเนี่ย มุมผู้ประกอบการเค้าก็ขาดทุนไง

คือถ้าเค้าขาดทุนจริงๆ เชดเชยให้เค้าด้วย ความเป็นจริงเราสับสน โทษฮะ พี่พี่สวยนิดเดียว เรากำลังสับสนอีกแล้วครับระหว่าง

ระหว่างราคาน้ำมันดิบ

อื

นะครับ กับค่าการกลั่น

อื

นะครับ สมมุติสงครามยุติเนี่ย สิ่งที่จะลดลงเนี่ย ก็คือราคาน้ำมันดิบแน่นอน อ

ใช่

นะครับ แต่ว่าไอ้ไอ้ส่วนต่างค่าการกลั่นเนี่ย มันไม่ได้มีอะไรที่จะบอกว่ามันมันจะ ต้องลดตามนั้น มันคือตราบใดที่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปเนี่ยนะฮะ ส่วนต่าง

ในมันปรับลดลงมาเนี่ย มันยังมีส่วนต่างกับราคาน้ำมันดิบ ซึ่งมันมีอยู่แล้วเนี่ย นั่นก็คือค่าการกลั่นอยู่ดี

ยังไงค่าการกลั่นก็จะยังจะมีครับ มันจะมี จะมีมากมีน้อย

อือ

คือค่าการกลั่นไม่เท่ากับสต๊อก

ถูกครับ มันคนละเรื่องกัน

อ่า ทานี้ พอใจยังตรงนี้

ก็โอเคครับ นี่คือมาตรฐานเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว

แต่ค่าการกลั่นกับไอ้ที่

กองทุนไปสนับสนุนคนละตัวกัน

อ้า ผมเข้าใจ ผมผมเข้าใจ เพราะตะกี้ตะกี้พูดผึมา ผมก็เลยแปลกใจ มันไม่เคย เพราะยังไงไง ก็คือการอุดหนุนเนี่ย โรงกลั่นเค้าได้เงินไปเต็ม

ครับ

ถูกมั้ยฮะ

เค้าจะตั้งราคาเท่าไหร่ เค้าได้เงินไปเต็ม

ใช่

อ่า เวลาที่เค้า ราคาตก น้ำมันราคาตก เค้าก็ ได้เงินไปเท่านั้นแหละ เอ่อ มันไม่เคยมี แต่คุณกรบอกอนาคตอาจจะมาพิจารณา แต่ วันนี้ก็อย่างที่ว่านี้ อ่า เดี๋ยวจะข้ามไปถึงโครงสร้างราคา

ครับ

อ่า คุณเสนอว่ายังไง เอาชัดๆเลย

ครับ อ่ะ

อ ตอนนี้คือวันนี้เห็นตรงกันว่าแต่ว่าอาจ จะไม่ตรง คุณพิพันธ์ บอกเลิกสิงคโปร์ได้เลย

เตรียมไว้แล้ว ออก พ.ร.ก. กำหนดเลยถูกมั้ย คุณกร ใช้ภาษี อ่า ลาภลอยเข้ามาใช้

ใช่ครับ

เอ่อ หรืออีกโมเดลนึง คือเจรจากับโรงกลั่น เฮ้ยขอช่วยหน่อย เหมือนสมัย อ่า ช่วงก่อนหน้านี้ถูกมั้ย

ใช่ครับ

อันที่ได้เดือนละ 8,000 ล้านน่ะ

แต่สุดท้ายไม่ได้ฮะ

สุดท้ายไม่ได้เลยเหรอ

คือเมื่อ 4 ปีก่อนเนี่ย ก็ถกกันในประเด็นนี้นะครับ แล้วก็ทาง เอ่อ รัฐบาลในสมัยนั้นเนี่ย

พลเอกประยุทธ์อ่ะ

อ่า แล้วก็ท่านสุภัธมพงษ์ ใช่มั้ยครับ ที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเนี่ย ก็บอกว่าเดี๋ยวจะไปขอความร่วมมือไปขอ

เอ ก็ไปเจ

ตกลงได้บ้างมั้ย

เค้าก็ได้มาตาม เอ่อ ที่ท่านรัฐมนตรีออกมาแถลงนะครับ ได้มาทั้งหมด ถ้าผมจำไม่ผิด 24,000 ล้าน

ไอ้ที่เป็นตัวเลขนะ

จ่ายเดือนละ 8,000 ล้านนะฮะ สุดท้ายมีกลุ่มปตท. จ่ายมานิดหน่อยงวดนึง หลังจากนั้นก็เงียบหายไปนะฮะ มันไม่ได้เป็นเหมือนกับข้อตกลงตามสัญญา นะฮะ มันเหมือนกับเป็นเรื่องที่ไปคุยกันแล้วเนี่ย รัฐมนตรีกลับมาแถลง แต่มันสะท้อนให้เห็นครับ คุณสุรยุทธ์ว่าหลักการนี้เนี่ย โรงกลั่นเขาก็ยอมรับนะครับว่าเออ มันมีช่วงจังหวะบางจังหวะที่

มันสูง

มันสูง แล้วก็อย่างตอนเนี้ยครับ ราคาน้ำมันดิบมันขึ้นจริง แต่ว่าราคา

ค่ากลั่นมันขึ้นมากกว่า

กระโดดมากกว่ากันเยอะนะฮะ มันก็เลยดิบจาก 60 กว่าเป็น 100 ต้นๆ

ใช่ ค่ากลั่นพรวดขึ้นไป 50

9 เป็น 200 กว่า

เออ อ่ะ

อ่ะ คือผมต้องเรียนว่าบางทีคุณวิภัฒน์ อาจจะมองในมุมธุรกิจมากไป อย่าลืมนะครับว่าโรงกลั่นนี่เราพูดถึงธุรกิจระดับหมื่นล้านแสนล้านเอง ไม่ได้แปลว่าเขาจะขาดทุนเสมอเมื่อราคาน้ำมันมันเปลี่ยน ดังนั้น ผมอยากให้ทั้งตัว สบก. เองเนี่ย มองในมุมประชาชนและผู้ใช้และผู้ประกอบการมากขึ้นครับ

มากกว่าโลกกัน

ใช่ครับ ผมผมคิด

เราไม่ได้มีหน้าที่เข้าใจมากประชาชนมากกว่าธุรกิจครับ

อ้าว เขาบอกรัฐบาลต้องมองประชาชนมากกว่าธุรกิจ โรงกลั่น

สิ่งที่ท่านทั้ง 3 พูดมานะครับ รัฐบาลนะ ครับไม่ได้มีข้อไหนที่ไม่เชิญมาหารือ เอาว่าโรงกลั่นก็ต้องบอกว่าเมื่อวันพฤ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เราก็เชิญโรงกลั่น ปตท. ซึ่งเธอ บอกว่ามีสัดส่วนโรงกลั่นมากที่สุดถึง 4 โรง เราก็เชิญผู้ว่า ปท. มา เอ่อ CEO ของ or มา เราก็มาฉุมานั่งหาเลย เฉพาะ ปท. ไม่มีอื่น

อ่า อีก 2 โรงเป็นของบางจากกับคาเทค

เราไม่ได้เชิญมา แต่เราเชิญ

ผู้ที่มีถือครองการบ้านสุดมาทำการหารือ เป็นบริษัทแรก

แล้ว

ซึ่งกาดจากการหารือทั้งสิ้นทั้งตัวก็คือ รับข้อเสนอและขอไปหารือดูก่อน มีตุ๊กตาให้

การที่การที่จะหารือดูก่อนก็ต้องเข้าใจนะครับ ผู้ว่า CEO ไม่ใช่มีอำนาจเบ็ดเสร็จนะ ครับ เขามีบอร์ดของเขา เป็นตลาดหลักอีก เขาอยู่ในตลาดหลักทรัพย์

ไม่ใช่ผมเป็นเจ้าของกิจการ ผมชี้ซ้ายเป็นซ้าย ชี้ขวาเป็นขวา

คุกอ่ะครับรอรับ เพราะฉะนั้นมันเป็นไปไม่ได้ คุณจะต้องเชิญกรรมการผู้ถือหุ้น คุณจะต้องเปิดประชุมผู้ถือหุ้น คุณจะต้องอย่างน้อยที่สุดคนต้องเชิญบอร์ดมาหารือก่อนว่า สิ่งที่รัฐบาล ปท. ไม่ใช่รัฐบ

อะไรฮะ

ถ้าเป็นอย่างเงี้ย แปลว่า ปตท. ไม่ใช่รัฐและ

ปตท. กระทรวงการคลังถือ

อยู่ในมหาชน เข้าใจก่อน ปตท. คือตรงว่าตกลงมันจะเป็น บริษัทหลักทรัพย์มหาชน หรือมันจะเป็นรัฐวิสาหกิจ

ปตท. เป็นบริษัทมหาชน

เป็นบริษัทมหาชน

เมื่อเป็นบริษัทมหาชนเนี่ย ก็ต้องถือว่า เค้าเป็นเอกชนเหมือนคนอื่น

ก็คือกระทรวงการคลังถือหุ้นเกิน 50%

เออ

แต่เป็นเอกชน แต่เป็นบริษัทตลาดหลักทรัพย์

อ่า ต้องถือเป็นบริษัทมหาชน

เพราะฉะนั้นจะมาบอกว่าเป็นบริษัทของรัฐ น่ะไม่ได้

ไม่ได้ เข้าใจ

ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นเราถึงต้อง

ชวนทุกท่านมองไปข้างหน้าได้มั้ย

เชิญเขาไปเชิญ

อ เดี๋ไม่มองไปข้างหน้าอ่ะ ต่อไปนี้

อ่ะ คุณเสนอมาตะกี้ คุณจะตั้งประเด็นว่า เอ่อ ตอนนี้อันนี้เห็นไม่ตรงกัน คุณพยาพันธ์ บอกว่า

ออกกฎหมายได้เลย ไม่ต้องอิงสิงคโปร์แล้ว เอาต้นทุนคำนวณใหม่ คุณกรอก ทำไม่ได้ทันที เข้าใจ เพราะมันต้องไปศึกษาทบทวนกัน ใช้ภาษีลาภลอย อ่า ทานี้ ณ ขณะนี้ เราจะทำไง เพื่อจะประคับประคองราคาน้ำมันหลังจากมันขึ้นไปแล้ว 6 บาท รวมทั้งหมด 9 บาทแล้วเนี่ย ดีเซลเนี่ย

ครับ

เอ่อ เอาทางนี้ก่อน

ต้องลดภาษีสรรพสามิตร อยากทราบว่าทาง สบก. มีแนวทางจะลดลงปรับลดลงเพื่อให้ราคาน้ำมันลดลงอย่างไร

อ่ะ คุณเสนอเลย คุณเสนอเลย

ครับ เนี่ย อ่ะ ขึ้นชาร์จให้ดูได้มั้ย

ผมอยากให้คนไทยเห็นว่าราคาน้ำมันมัน

เออๆๆ

มีส่วนไหนบ้างที่รัฐคุม

อื

ผมเสนออยู่แล้ว 6 บาทนะครับ นี่

เบนซิน

คุณได้ตัดโบสถมั้ย

ไม่ 6 บาทครับ

เนี่ยเนี่ย ค่าการกลั่นนี่คือ เห็นมั้ยครับว่ามันแกว่ง 2 บาท 1 บาท แต่ตอนนี้มันขึ้นมา 6.46 46 นี่คือราคาเมื่อวันที่ 27

ดังนั้นผมก็คิดว่าตรงเนี้ย มันเป็นความชอบธรรมที่รัฐเข้ามาจะจัดการอะไร แต่ผมถึงย้ำว่ามันเป็นขยักที่ 2

มันไม่ใช่ไอ้สีแดงๆที่ผมแยกสีนะครับ สีน้ำเงินนี่คืออยู่ในอำนาจของสีน้ำเงินนะ ครับ อำนาจของรัฐบาล แต่สีแดงๆเนี่ย มันขึ้นกับราคาโลกด้วย แต่คุณสามารถทำในขยัก 2 ได้แน่นอน

อื

อ่ะ เห็นมั้ยมันกระโดดขึ้นมา 6 เนี่ย คุณไม่ทำอะไร นี่คือความผิดปกติ

ครับ

รัฐมีความชอบธรรมที่เข้ามาจัดการตรงนี้แน่นอน

ส่วนตรงนี้ก็เป็นราคาน่าโรงกลั่น แต่ที่รัฐทำได้เลย ที่อยากถามคุณวิภัฒน์และ สบก. ก็คือ ตกลงจะทำเบนซิน 95 เนี่ย ทุกวันนี้ภาษีสรรพสามิตรมี 7.5 บาท

อื

7.5 บาทแล้วนะ ถ้าเป็น อ่า แก๊สโซฮอล์ ดีเซลแล้วกัน ดีเซลนี่ 6.9 9 เกือบ 7 บาท

ภาษีเทศบาลอีก 10%

อื

กองทุนน้ำมันที่สมทบเข้ามา แล้วก็มีกองทุนอนุรักษ์ ซึ่งมันน้อย แต่ว่าก็สามารถตัดได้ เช่นเดียวกัน ไอ้ 4 ก้อนเนี้ย มันอยู่ในอำนาจของรัฐบาล

ใช่

แต่ผมย้ำอย่างนี้นะครับ ในฐานะถ้าเรามองว่า เราจะเป็นการบริหารเนี่ย เราต้องคิดด้วยว่ามันจะทำให้รายได้ของรัฐลดลงเท่าไหร่

ซึ่งเราประเมินมาแล้ว มันจะรายได้ ถ้า 1 บาทนะ สมมุติรัฐลดภาษีสรรพสามิตร 1 บาท จะทำให้รายได้ของรัฐลดลง 3,000 ล้านบาทต่อเพื่อน

ทุกชนิดน้ำมัน

เฉพาะ 1 บาทนะ เฉพาะ 1 บาทนะ

ทุกชนิดน้ำมัน

ใช่ครับ ทั้งหมดเนี้ย

อื

อ่า โดยเฉพาะเบนซินกับดีเซลจะลดลง ดังนั้น หน้าที่ของรัฐบาลคือการดุลกันว่า ถ้าคุณลดอย่างเงี้ย รายได้คุณลดลง คุณควรจะลดเท่าไหร่

อื

ซึ่งผมคิดว่าระดับ 3-4 บาทเนี่ย เป็นไปได้ โดยเฉพาะในยามที่ประชาชนเดือดร้อน

3-4 บาท

เป็นไปได้นะครับ แต่ต้องดูจังหวะราคาตลาดโลกด้วย ทีนี้มันมี VAT ด้วยนะ VI นี่ผมใส่สีเขียวไว้ จริงๆก็อยู่ใน 2 ครั้งด้วย ใช่มี 2 ครั้งจริงๆ VIT นี่อยู่ในอำนาจของรัฐบาลด้วยเหมือนกันครับ

VIT ครั้งที่ 1 ตอนขา

ครั้งที่ 1 ตอนขา ส่งก่อนนี่ก็เกือบ 3 บาทแล้วนะ ดู 3 บาทแล้วนะ

ตอนผู้บริโภคอีกที

แล้วมีตอนจบอีกทีนึง มีของค่าการตลาดด้วย นี่คือค่าการตลาด

แล้วมันมี VI ค่าการตลาดอีกรอบนึง

อื

ผมคิดว่าเอาตรงนี้มากลางแล้วดูเลยว่า รัฐบาลเนี่ย สามารถลดอะไรได้ ซึ่งอำนาจของรัฐบาลมาอยู่ตรงนี้ มันกรอบนี้ ไอ้ตรงเนี้ย สีแดงเนี่ย มันคือขยัก 2 ทำได้ แต่เป็นขยัก 2 ไม่ได้เกิดผลทันที

อ่า

ท่านพิพัฒน์และ สบก. จะทำอย่างไรกับขยักแรก ผมคิดว่าประชาชนเนี่ย ต้องการความชัดเจนตรงนี้ จะได้รู้ว่าในอนาคตเนี่ย ราคาน้ำมันมันจะกระโดดหรือเปล่า และจะใช้เครื่องมืออะไรครับ

อ่า ของไอ้ตัวชัดที่สุดคือภาษีสรรพสามิตรน้ำมัน

ใช่

อ่า ตอนนี้สูงสุดคือเบนซิน แต่ดีเซลก็เกือบ 7 บาท อ่า ขนาดที่ตัวนี้มันมีความเห็นที่แตกต่างกันนะ คุณพิพัฒน์ก็ยืนยันว่ากำลังดูอยู่ ในส่วนที่จะให้โรงกลั่นเข้ามาช่วย โดยไม่จำเป็นต้องใช้ภาษีลาภลอย

ยกเว้นถ้าเค้าไม่ช่วย

ก็จะต้องพิจารณา ต้องถ้าไม่ช่วย ก็ต้องหารือ แต่คลังบอกคิดให้ดีก่อน ถูกมั้ย ถ้าคุณพิพัฒน์ ว่าไอ้ตัวนี้เนี่ย คุณพีรพันธ์ บอกรัฐบาลออก พ.ร.ก. กำหนดส่งต้นทุนมาดูเลย

แล้วเคลียร์ตรงนี้เลย

ทั้งระบบ

อ่า ทำได้เลย ถูกมั้ย อ่า คุณกรอยบอกใช้เวลา เพราะฉะนั้นใช้ภาษีลาภลอย อ่า ทานี้พอมาถึงตัวภาษี คุณพิพัฒน์ว่าไง อ่า ตอนนี้ขอกกต. ยังไม่ทันขอเลยเนี่ย กกต. ยังไม่ถึงเลยบาทนึงเนี่ย

คือ

ทำไมบาทเดียวเอง

คือ คือความคิดเห็นอาจจะไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

ผมก็มีความคิดเห็นของผมส่วนตัวนะฮะ อันนี้ต้องบอกว่าส่วนตัว ซึ่งผมก็คิดมาใช้เวลาคิดก็หลายวันพอสมควร ขอเชื่อว่ากระทรวงคลังเขาก็คิดในลักษณะของเขา แต่ถ้าเป็นความคิดของผม เลือกที่จะไม่ลงภาษีสรรพสามิตร

ไม่ลด

ไม่ลดเลยครับ แต่ผมจะไปกู้เอากองทุนมาเป็นตัวซัพพอร์ตดีกว่า ผมมีเหตุผลนะครับ การที่ คุณหักภาษีสรรพสามิตรไปในแต่ละปี นั่นคือรายได้ของรัฐหายเลยนะครับ ถูกมั้ยครับ เอา

ภาษี 50,000 ล้านเนี่ย ถ้าคุณหักไป 50,000 ล้าน มันหายไปในปีงบประมาณต่อไป คุณจะไปจะ ไปทำเรื่องงบประมาณของแผ่นดินนะครับ คุณจะต้องมีงบลงทุนนู่นนี่นั่น สุดท้ายคุณเก็บรายได้ไม่เข้าเป้า เมื่อไม่เข้าเป้า ทำไมครับ ต้องกู้มั้ย ต้องกู้ครับ นั่นคือเป็นหนี้สาธารณะ ซึ่งเราไม่สามารถที่จะเก็บกลับคืน

แต่ถ้าอุดหนุนไปในลักษณะของกองทุน กองทุนมีขึ้นมีลง ภาวะปกติเราดึงดูดเข้าสู่กองทุน ซึ่งในอดีตเคยติดต่อเคยติดลบถึง 120,000 ล้าน 130,000 ล้าน แต่ก่อนที่จะเกิดภาวะวิกฤต เรากลับมาเป็นบวก 2,500 ล้าน

นะครับ เพราะฉะนั้น การที่เรายอมไปกู้มาให้กองทุนเข้าไปอุดหนุน แต่สุดท้ายเมื่อเข้าภาวะปกติ มันก็ค่อยๆดูดเงินจากตลาดกลับมาคืนกองทุน แต่มันจะไม่กระทบกับรายได้ของประเทศไทยเรา เพราะรายได้ของประเทศ ไทยมันเป็นส่วนหนึ่งที่จะไปผูกพันกับงบประมาณ ถ้าผูกผูกพันงบประมาณ คุณเก็บรายได้น้อย แต่ถ้าคุณมีเป้าหมายว่าคุณจะต้องตั้ง งบประมาณไว้เท่าไหร่ การที่จะทำให้ได้ตามเป้านั้น คุณต้องกู้เพิ่มมั้ย คุณก็ต้องกู้เพิ่ม ในขณะนี้คุณก็กู้ทุกปีอยู่แล้ว กี่แสนล้าน กี่แสนล้าน

เข้าใจ

นะครับ หลักการคุณพิพัฒน์ ความคิดมันไม่จำเป็นต้องเหมือนปั

ไอ้ที่คุยกับผมมันคล้ายกับที่คุยกับวันศุกร์ก็คือว่า ถ้าใช้ภาษีน้ำมันลดเนี่ย มันหายไปเลย

อันนี้เป็นความเห็นของรัฐบาลหรือยัง หรือเป็นแค่ความเห็นความคิดเห็นส่วนตัวครับ

เป็นความเสนอเข้าลิ

อ่า แต่ถ้าเป็นกองทุนน้ำมันเนี่ย คุณพิพัฒน์อธิบายว่าวันนึงจะเอาคืน

ใช่ครับ

ผ่านคนใช้น้ำมันนี่แหละ

ใช่ครับ

ก็หมายถึงเวลาน้ำมันลงเนี่ย ค่อยไปดึงคืน

เอ แต่แต่นี่คือประเด็นเลยครับ นี่คือประเด็นความต่างที่มีความสำคัญ คือในหลักมหาภาคใหญ่ที่ท่านพิพัฒน์พูดเมื่อสักครู่เนี่ย ผมเข้าใจตรรกะความคิดเลยนะครับ แต่ความต่างมันอยู่ตรงนี้

ว่า

ความต่างมันอยู่ตรงที่ว่า ลดภาษีสรรพสามิตรเนี่ย นั่นคือในส่วนของผู้รับภาระคือรัฐ รัฐบาล

ใช่

นะครับ แล้วก็รัฐบาลก็มีหน้าที่ไปลดค่าใช้จ่ายเอ

นะครับ

แต่คงภาษีสรรพสามิตรนะฮะ แต่ว่าชดเชยผ่านกองทุนน้ำมันเนี่ย คือประชาชน นั่นคือความต่าง

ประชาชน คือสุดท้ายก็ดึงคืนจากประชาชน

ถูกครับ เพราะฉะนั้นเราถึงเสนอว่า ตอนนี้เนี่ย กองทุนชดเชยเนี่ย กองทุนน้ำมันเนี่ย ก็ชดเชยอยู่แล้วนะครับ ไม่ใช่น้อยเลย

ซึ่งก็เป็นภาระของประชาชนอยู่แล้ว

อันนี้เข้าใจได้นะฮะ แต่ว่าในส่วนรัฐบาลเนี่ย ควรจะต้องแบ่งรับภาระไปบ้างด้วย

เอ่อ ประชารัฐบาลรู้จักแบ่งแบ่งมารับภาระบ้าง อันนี้เป็นแต่ยังไม่ใช่คุณนิพพัฒน์ิ เอ่อ ไม่ใช่รัฐบาลนี่

อันนี้ส่วนตัวครับ ที่ผมเสนอนี่คือความคิดส่วนตัว

แต่ยังไม่รู้รัฐบาลจะลดเท่าไหร่

รัฐบาลเก็ประกาศออกมาแล้วว่าจะ 1 บาท

แต่ว่าคงเฉพาะชั่วคราวเดือนนึง วิธีที่ท่านพิพัฒน์เสนอเมื่อสักครู่เนี่ย พูดง่ายๆ ก็คือรัฐบาลยังมีรายยังมีเงินใช้เท่าเดิม

นะครับ แล้วก็ เอ่อ ผลักภาระไปใส่กองทุนน้ำมัน ก็หมายถึงผลักภาระให้ประชาชนนะฮะ

เป็นผู้ต้องชดใช้คืน คือในอนาคต

อื

ผมมองว่ามันเป็นวิธีคิดที่มันไม่แฟร์กับประชาชนน่ะครับ คือ

คุณสรยุทธ พูดง่ายๆนะ

คือวันเนี้ย ประชาชนเดือดร้อน

ประชาชนกำลังเดือดร้อน

ใช่ใช่

ผมคิดว่าวันเนี้ย รัฐบาลและโรงกลั่นต้องยอมเดือดร้อนไปกับประชาชน

อ่าง่ายๆ

ง่ายๆแค่นี้แหละครับ แต่ถ้าคุณจะบอกว่า ขณะนี้แม้ประชาชนจะเดือดร้อน แต่ผมรัฐบาลและโรงกลั่น ผมขอไม่เดือดร้อนไปกับคุณด้วย อันนี้ประชาชนแล้วไม่ได้เท่านั้นเองครับ

ขอโทษนะครับ โรงกลั่นไม่ใช่รัฐบาล ไม่ใช่ผมแยกเป็น 2 ส่วนไครับว่าเรา

ไม่ใช่รัฐบาล เพราะถ้าพูดเหมาอย่างงี้ก็ กลายเป็นว่ารัฐบาลเอาเปรียบประชาชน มันไม่ ได้ครับ

เพราะฉะนั้นการพูดมันต้องชัด โรงกลั่นเขามีสิทธิในการที่จะให้ก็ได้ ไม่ให้ก็ได้ ไม่ให้เราก็เอาภาษีลาภลอยมาอัด ก็คือเรื่องปกติ แต่มันเป็นขบวนการที่ต้องทำไปทีละขั้นตอน ไม่ใช่เรานึกจะอ

อือ

อันนั้นผมคิดว่ามันต้องเปลี่ยนระบอบการปกครองอ่ะครับ

ทุกสิ่งทุกอย่างยึดให้ท่านพูดเกินเลยไปนะ ครับ

ไม่ใช่เพราะว่ามันกลายเป็นว่าอะไร

คุณจะโยนบาปให้รัฐบาลรับอย่างเดียวมันไม่ จ้างเลยตอนแต่ว่าตรงกันข้ามตอนนี้เนี่ย ท่านกำลังบอกว่าผู้รับคนเดียวเนี่ย ควรจะเป็นประชาชน อันนี้โดยปริยาย ถ้าไม่ได้ใช้คำพูดแบบนั้น แต่ว่าโดยปริยายเนี่ย ท่านบอกว่าเงินไอ้ไอ้ค่าน้ำมันที่สูงขึ้นเนี่ย คนที่รับภาระอยู่ฝ่ายเดียว ณ วันนี้เนี่ย คือประชาชน โรงกลั่นกำไรเพิ่มขึ้นจากค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้นจากสต๊อกน้ำมันที่เพิ่มขึ้นเอ

รัฐบาลเก็บภาษีเท่า ฮะวันนี้ยังไม่ได้ลดเลย เพราะฉะนั้น

ความหมายชัดเจนครับ ก็คือผู้รับภาระฝ่ายเดียวคือประชาชน

ที่พวกเรากำลังนำเสนอเนี่ย ก็คือบอกว่า

อีก 2 ฝ่ายเนี่ย ก็คือทั้งโรงกลั่นในฐานะผู้ประกอบการ

นะครับ แล้วก็ทั้งรัฐบาลในฐานะผู้เก็บภาษี

เนี่ยควรที่จะมีส่วนมาช่วยกันลดภาระส่วนนี้ด้วย. อ่าในมุมเค้าก็คือว่ามันช่วยแบ่งเบาความรู้สึกประชาชนไม่ใช่เ้ารับฝ่ายเดียวถูกมั้ย.

ครับ.

เอ่อเพราะฉะนั้นไปทำให้ลงกันยอมจ่ายมาไม่ งั้นใช้ภาษีราบรอยอยู่ในอยู่ในช่วงของการเจรจาอยู่แล้วครับ. อ่าอันนี้เป็นขั้นเป็นตอนอย่างที่คุณว่า กับประเด็นเรื่องกรณี.

ไอ้เรื่องภาษีเนี่ยอันนี้คุณพิพัฒน์เอง.

ครับ.

แต่รัฐบาลยังไม่รู้แต่เบื้องต้นคือ 1 บาท ถูกมั้ย.

ถูกต้องครับ.

อ่าแต่นี่ความเห็นส่วนตัวคุณ.

ครับ.

อ่าทั้งหลายทั้งปวงอ่าทำไมถึงพูดแทนรัฐบาลไม่ได้เลย. คือคือความเห็นส่วนตัวกับความเห็นรัฐบาล คือรัฐบาลมีองค์ประกอบของหลายๆกระทรวง.

เมีคลังไง.

เมีหลายๆอันนั้นซึ่งเขาไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนที่ผมคิด.

อือ.

แต่ที่ผมคิดหมายความว่าโอเคในลักษณะนี้ คุณต้องมองภาพว่าโอเคล่ะเมื่อรัฐหรือประเทศเสียหาย.

อื.

ในอนาคต 1 เพดานหนี้พวกเราทุกคนรู้นะฮะ ที่นั่นในที่นี้ว่า.

นี่สาธารณะเพดานมันใกล้ชนแล้วนะ.

พวกเราจะอปกป้องตรงเนี้ยเมื่อหนี้สาธารณะเราเลยขอเพิ่มได้จาก 70 เป็น 80% ไม่ได้เป็นปัญหา แต่เรติ้งประเทศคุณตกแล้วเราก็ต้องบอกว่า แล้วโลกใบนี้จะมองประเทศไทยอย่างไร.

อ้าคนละมุมมองมันเป็นมุมมองอีกมุมมอง. ถ้าท่านไม่ทำlนบdถ้าท่านตัดสินใจงบประมาณอื่นมันลดงบประมาณรัฐได้อันนี้มันความเดือดร้อน.

lนบิดยังไม่เกิดครับคุณจะเอาไปคิดถึงแลนบิดไม่ได้ความคิดไม่ๆๆท่านดอกเตอร์ ความคิดของพรรคประชาชนกับความคิดของภูมิใจไทยคนละส่วนเพราะฉะนั้นอย่าเอาความคิดของพรรคต่อพรรคมาพูดถึงเรื่องของรัฐบาลเรื่องของการพัฒนา ประมาณ.

เพราะท่านก็รู้ไม่จริงไม่ใช่เราเชื่อว่าท่านรู้น้อยกว่าผมในเรื่องของคำว่าlนิดหรือไม่แลนบิดพวกท่านบอกว่าไม่คุ้ม.

อ่ะเดี๋ยวผมประเด็นผมมีแค่เรื่องงบประมาณของรัฐครับผมเห็นด้วยว่าถ้าหนี้สาธารณมันสูงเกินไปแล้วต้องคู่ยืมเงินนี่มีปัญหา แต่สุดท้ายมันอยู่ที่ว่ารัฐงบประมาณทำอะไร.

อื.

และตอนนี้มันเป็นวิกฤตเรื่องน้ำมันเราเลยเห็นด้วยว่าควรจะมาช่วยเรื่องน้ำมันอ้า วันนี้เอาภาพใหญ่ๆแต่เราพอเห็นภาพนะคุณพีรพันธ์จะมีอะไรกับคุณพิพัฒน์มั้ยคุณวิภัฒน์.

ไม่มีครับผม.

ผมไม่มีครับขอแย้งนิดหนครับขอพูดเพราะเดี๋ยวกลัวพี่ยุทธบอกว่าจะตัดเวลาเรื่องราคาทำไมเราต้องประกาศขึ้นผมบอกได้เลยนะตอนนี้เนี่ยขณะนี้ทั้ง 3 ท่านนะ.

ราคายังต้องขึ้นอีกครับ.

ตราบใดที่เรายังราคาไม่เท่าประเทศรอบบ้านเราไม่ว่าจะเป็นลาวเมียนมาร์หรือมาเลเซียผมจะไม่พูดถึงประเทศเขมรนะครับเพราะเราปิดชายแดนกับเขา มันไม่มีการรักรอบ.

แต่อย่าลืมนะครับว่าในอดีต.

ลาวกับ.

อ.

พม่าเนี่ย.

เราซื้อขายมันดิฟกันประมาณ 2 บาท.

อื.

นะครับ.

แต่เราซื้อขายกับมาเลเซียมาเลเซียถูกกว่าเราถึงประมาณใกล้เคียง 10 บาท.

อือ.

ในอดีตพวกเราทราบทุกคน.

อือ.

ผู้บริหารทราบผมก็เชื่อว่าท่านวิรยุทธก็ทราบว่า.

อน้ำมันจากประเทศมาเลเซียมีรักรอบเข้ามาสู่ประเทศไทย.

ทุกคนทราบคือกันทราบคุมภันทราบในอดีตนะ.

อันนี้คือข้อเท็จจริงนะครับพวกเราทราบดี แต่วันนี้ขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นลาวก็ดีพม่าก็ดีหรือมาเลเซียก็ดีต่างกับเราเท่าไหร่ครับ.

อื.

เอาว่า 10 กว่าบาทจนถึง.

7 บาท.

7 บาทเชีย 7 บาท.

ขนาดนี้นะครับเพราะฉะนั้นสิ่งที่บอกว่าลงกลั่นกลั่นออกมา.

อืม.

70 80 ล้านเอาว่าเบ่งที่ตอนนี้ขนาด 80 คุณจ่ายออกมาให้หมดถ้ามันมีการรั่วไหลโดยคุณตรวจแล้วเนี่ยอ.

ไม่.

มีการกักตุลของผู้ค้า.

อือ.

แต่มันจะเป็นการรักรอบก็คือชาวบ้านเหาเช้ากินค่ำผมได้มาน้ำมันวันนี้ 10 ลิตร ผมเดินข้ามฟากไปขายให้ประเทศพืชบ้านบวกไป 5 บาท 10 บาทเอาว่าถ้าลาวคำลาวกับพม่า นี่ 10 กว่าบาทขอ 10 บาทพอ.

อือ.

5 ลิตรผมได้แล้วนะ 50 บาท.

อือ.

ต่อรอบวันนึงผมเดินข้ามสัก 3 รอบ.

กองทัพมดเหรอ.

กองทัพมดอันนี้ชัดเจนส่วนประเทศมาเลเซียก็เช่นกันนะครับวันนี้นะครับต้องเข้าใจนะครับว่าในอดีต.

ผมเชื่อว่าทุกคนก็รู้ว่ารถโดยเฉพาะรถนะครับ.

อือ.

ที่เป็นรถขนส่งจากประเทศไทยไปส่งสินค้าที่ประเทศมาเลเซียที่พอร์ตินัง เพื่อจะออกสินค้าไปทางฝั่งมหาสมุทรอินเดียนะฮะ.

อ.

เราไปเราเติมน้ำมันเฉพาะถึงที่แต่เมื่อไปถึงเสร็จแล้วขากลับเราเติมน้ำมันเต็มให้สำหรับการที่จะหมุนเป็นวงรอบรถเหล่านี้ไม่เคยเติมน้ำมันในประเทศไทย.

อดีตนะ.

อดีตครับ.

ปัจจุบันเนี่ยเติมปัจจุบันนี้ต้องเติมเต็มจากไทยแล้วก็ไปส่งเสร็จแล้วก็มีเป่ามาแล้วก็มาเติมในประเทศไทยแล้วก็วิ่งส่ง เพราะฉะนั้นกำลังบอกว่ายังไงมาเลเซียไป ยังไงเราก็ไป.

ยังไงมาเลเซียดันต่อเรายังไงก็ต้องขยับ ซึ่งตรงนี้นะครับ.

อันนี้ไม่อ่าอันนี้คนละส่วนโครงสร้างนะ.

คนละส่วนโครงสร้างแต่นี่.

คือมันหมายถึงว่ามันต้องไล่ไล่ประเทศเพื่อนบ้านเพื่อมันเกิดกรณี.

ถูกต้องครับ.

ให้มันสมดุลถูก.

ถูกต้องครับแล้วทำไมว่าวันนี้เนี่ยทำไมการบริโภคทำไมไม่เข้าสู่ภาวะปกติที่ 67 ล้านลิตรต่อวัน.

เพราะ.

ทำไมยังขยะยังถ่างอยู่ถึง 80 กว่า.

ส่วนหนึ่งอ.

ผมก็กังวลว่าเอ้ยแล้วพรุ่งนี้ปั๊มข้างบ้านเราน้ำมันจะหมดหรือเปล่าก็เก็บไว้สักแกอนดีมั้ยเพื่อใช้เผื่อในวันพรุ่งนี้.

เข้าฤดูกำลังจะ.

ฤดูเข้าฤดูทำนาแน่นอนเครื่องสูบน้ำเอยอะไรเอยเขาก็ต้องสำรองน้ำมันสำหรับการสูบน้ำเข้านานั่นคือภาคการเกษตรก็อีกส่วนนึง.

เพราะฉะนั้น.

อีกส่วนนึงก็คืออย่างที่ว่านะครับ.

ของทมดอ.

ถ้าขายชายแดนแซึ่งถามว่าเรามีพื้นที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน 2,000 กว่ากิโลเมตรอย่าว่าแต่น้ำมันที่รักลอบเดินข้ามไปข้ามมาซึ่งถือว่าไม่ใช่เป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตสำหรับเจ้าหน้าที่ที่มองอยู่.

อื.

แม้กระทั่งการที่มีสิ่งผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้านรักรอบเข้าสู่ประเทศไทยเรายังปกป้อง.

ขึงแล้วขึงอีกมันก็ยังมีเล็ดรอดเข้าสู่.

เพราะฉะนั้นสรุปว่าบอกไว้ตรงนี้ว่าขึ้นอีกเดี๋ยวจะได้ไม่ต้องมาด่ากัน.

ขึ้นต่อแน่นอนครับ.

ซึ่งซึผมผมเข้าใจทุกอย่างที่อธิบายนะครับ แต่ว่ามันยิ่งเป็นเหตุสำคัญนะฮะที่เราจะ ต้องมาดูว่าในส่วนของภาระที่กำลังจะเพิ่มขึ้น.

อืใช่.

ที่ที่ต้องผลักให้กับประชาชนตรงนี้เนี่ยนะฮะเราสามารถที่จะเอ่อลดภาระโดยการลดภาษีนะครับให้กับเขาได้หรือไม่นะฮะเรายิ่งจำเป็นที่ต้องไปดูว่าไอ้วิธีการกำหนดราคา น้ำมันเนี่ยตามสูตรการคำนวณค่าการกลั่นทุกอย่างเนี่ยมันเป็นธรรมหรือไม่นะฮะคือหลายๆอย่างที่ท่านพูดเนี่ยมันเป็นมันเป็นคล้ายๆแบบสถานการณ์รอบตัวมันบีบนะครับทำให้เราต้องเดินไปสู่จุดนั้นนะเพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องการที่จะมาช่วยกันนำเสนอเนี่ยวันนี้เนี่ยก็คืออย่าผลักภาระทั้งหมดให้กับประชาชนอแน่นอนครับแน่นอน.

คือภาคภาคธุรกิจ.

คือถ้าที่เา้ากำไรมากขึ้นในช่วงสภาวะแบบนี้เนี่ยมันมันไม่ได้.

ไม่สมเหตุสมผลอ่ะ.

ในส่วนของรัฐบาลในส่วนของรัฐบาลด้วยก็เช่นเดียวกัน.

เครดิตรัฐบาลฮะะ.

เราไม่ได้มันดิสเครดิตรัฐบาล.

เอไม่ใช่มาดิสเครดิตนะ.

ใช่ผมคิดว่าเราอยากจะให้รัฐบาลเนี่ยทำยังไงได้คะแนนเสียกับมาด้วยซ้ำ.

เพราะว่าทำยังไงจะให้ลดความอะไรความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลเนี่ยมันดีขึ้น.

เราก็ได้มุมต่างๆว่าเพื่อจะทำให้รัฐบาลเนี่ยแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้นและให้ประชาชนรู้สึกว่าเออรัฐบาลเนี่ยเข้าใจและเห็นใจประชาชนมากขึ้นเท่านั้นเอง.

เข้าใจเค้าเสนอแนะนะเนี่ยซึ่งผมไม่ได้บอกเลยว่าเสนอ.

คำดูแลผลโดยรวมอยู่จะเป็นประเด็นสุดท้ายะ คือใช้เวลาเยอะพอสมควรพอเห็นภาพตกลงอ่าไม่ได้มุ่งหมายร้ายคุณก็โหวตให้เค้านะพรรคคุณ.

ใช่ครับผมบอกว่าเราผมเนี่ยไม่ได้มีเจตนา

ร้ายกับรัฐบาลเลยแต่กำลังเห็นว่ารัฐบาลกำลังเพี้ยงพ้ำตรงไหน.

จะได้สิทำไรใช่เพื่อจะทำให้ให้รัฐบาลเนี่ยเห็นว่ามุมที่คุณจะสามารถแก้ปัญหาและดึงคะแนนเสียงหรือความนิยมหรือความเชื่อถือกลับมาได้มันทำอะไรได้บ้าง.

เข้าใจเข้าใจทางนี้.

เดี๋ยวขอแทร้งนิดนึงสิ่งที่ท่านทั้ง 3 แนะนำมานะครับไม่มีประเด็นใดเลยที่พวกเราไม่ได้อยู่ในช่วงของการหารือ.

ได้หารือกันมาตลอด.

ตอนนี้ก็ยังหารืออยู่ผมคิดว่าเดี๋ยวเย็นนี้พวกเราก็ต้องมีการประชุมกันต่อนะครับว่าสุดท้ายแล้วการที่รัฐจะต้องเข้าไปช่วยกลุ่มเบาะบางจะเอายังไงกันแน่.

อ.

อันนี้สิ่งที่รัฐต้องเข้าไปช่วยเร็วที่สุดก็คือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบทันทีเช่น ค่าขนส่งเกษตรกรนะครับหรือค่าเกษตรกรเช่นค่าปุ๋ยนู่นนี่นั่นตอนนี้เนี่ยเราต้องเข้าไปดูซิว่าเราจะแทรกแซงอย่างไรช่วยเหลืออย่างไร.

ไม่ใช่รัฐไม่ทำร้านทำ.

ไม่ได้นั่งเฉยๆว่างั้นเถอะ.

มันไม่มีสิทธิ์นั่ง Yeah.