Transcription
พบกับ 3 ก๊ก 3 นาที ตอนพี่น้องร่วมสาบานในสวนท้อ อุดมการณ์หรือการเดิมพัน? คน 3 คนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน มาสาบานเป็นพี่น้อง ทายทายกันได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง นี่คือโชคชะตา หรือเป็นการรวมหัวกันเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองที่แนบเนียนที่สุดในประวัติศาสตร์?
ลองดูพวกเขาสิครับ คนแรก เล่าปี่ คนทอเสื่อที่อ้างว่าเป็นเชื้อพระวงศ์ แต่ไม่มีใครพิสูจน์ได้ ชายพเนจรผู้ไม่มีอำนาจมากนัก ไม่มีเมือง ไม่มีกองทัพใหญ่ แต่มีสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือความสามารถในการทำให้คนเชื่อว่าเขาคู่ควรกับอำนาจ
คนที่ 2 กวนอู มือปราบที่หนีคดีฆ่าคนโฉดมา เขาเลือกทิ้งชีวิตที่สงบสุขมาเป็นฆาตกรหนีคดี เพียงเพราะทนเห็นคนอ่อนแอถูกรังแกไม่ได้ ความยุติธรรมของเขาอาจอยู่นอกกฎหมาย แต่ก็ไม่เคยหันคมดาบเข้าหาคนบริสุทธิ์ เขามาพร้อมกับอีโก้ที่สูงเสียดฟ้า มองโลกเป็นขาวกับดำ จนบางครั้งความมั่นใจก็ทำให้มองข้ามหัวคนอื่น และนั่นคือรอยร้าวที่รากแตกสลาย
และคนที่ 3 เตียวหุย พ่อค้าเนื้อผู้มั่งคั่งแต่ไร้บารมี เขาคือคนที่เทหมดหน้าตัก ขายบ้านขายที่ดินเพื่อสนับสนุนอุดมการณ์ของพี่ชาย โดยไม่เสียดายเงินทอง เพราะสำหรับเขา มิตรภาพมีค่าสูงกว่าตัวเลขในบัญชีเสมอ แต่ในอีกด้าน เขาคือระเบิดเวลาที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์และน้ำเมา เขาปกครองคนด้วยความกลัวมากกว่าความรัก และความบ้าระห่ำของเขามักจะทิ้งรอยแผลไว้เบินแผ่นหลังของลูกน้องเสมอ
ทั้ง 3 คนมีจุดร่วมเดียวกันคือไม่มีที่ยืนในระบบเดิมครับ พวกเขามีของดีคนละอย่าง เล่าปี่มีชื่อ บุญญานุภาพ กวนอูมีฝีมือ และเตียวหุยมีทุน นี่มันคือการรวมตัวราวกับบริษัทในยุคปัจจุบัน
"ไม่ขอเกิดวันเดียวกัน แต่ขอตายวันเดียวกัน" ประโยคนี้กินใจคนมานับพันปี พวกเขาสาบานจะกู้ชาติฮั่นที่กำลังล่มสลาย แต่ในวิจารณ์นั้น พวกเขาทำเพื่อราษฎรจริงๆ หรือทำเพื่อสร้างความชอบธรรมที่ให้ตัวเองได้ถือดาบฆ่าคนในนามของความดีกันแน่?
สิ่งที่น่าคิดคือ เล่าปี่ใช้ความกตัญญูและคุณธรรมเป็นอาวุธที่ร้ายกาดยิ่งกว่าง้าวของคุณกวนอูเสียอีก เพราะมันทำให้คนเก่งๆ ยอมตายแทนเขาได้โดยไม่ตั้งคำถาม นี่คือความจริงใจ หรือคือทักษะการบริหารคนระดับเทพเจ้ากันแน่?
มิตรภาพที่ยิ่งใหญ่มักเริ่มจากผลประโยชน์ที่ลงตัว คุณล่ะครับ คิดว่าความสัมพันธ์แบบพี่น้องสวนท้อในโลกการเมืองวันนี้ยังมีอยู่จริงไหม หรือสุดท้ายทุกคนก็แค่หาพวกพ้องเพื่อความอยู่รอดครับ?