Transcription
ครับ ก็กราบเรียนพี่น้องสื่อมวลชนนะครับ สักครู่ สักครู่ โอเค สวัสดีครับ คนดูเข้ามาแล้วก็ช่วยคอมเมนต์กันเข้ามาหน่อยนะครับ ภาพชัด เสียงชัดหรือเปล่านะครับ
โอเค กราบเรียนพี่น้องสื่อมวลชนนะครับ ผม เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตดอนเมือง พรรคประชาชน พร้อมด้วยเพื่อนสมาชิกสังกัดพรรคประชาชนนะครับ พวกเราได้ร่วมกันยื่นร่างพระราชบัญญัติรับราชการทหาร ซึ่งเป็นการยื่นร่างพระราชบัญญัติซึ่งในสมัยสภาชุดที่แล้ว คุณพฤธวัชรศิลป์ เคยเป็นผู้ยื่นไว้แล้วก็มีการปรับปรุงแก้ไขร่างเล็กน้อยนะครับ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์แล้วก็ยื่นเข้าไปใหม่ในสภาชุดนี้นะครับ
โดยหลักการในการปรับปรุงร่างฉบับนี้นะครับ เพื่อที่จะให้นะครับ ประเทศไทยซึ่งยังมีระบบการเกณฑ์ทหารเนี่ยนะครับ บังคับให้ชายไทยส่วนใหญ่เนี่ยรับราชการทหารนะครับ ในห้วงเวลาต่างๆ เนี่ยนะครับ ก็เรามาคำนึงถึงเรื่องของการจัดการนะครับ ในระบบการตรวจเลือกทหารแล้วต่างๆนะครับ เราก็คิดว่าถ้าหากว่าจะให้ภารกิจด้านการรักษาความมั่นคงนะครับ มีประสิทธิภาพแล้วก็ยกระดับคุณภาพชีวิตของทหารกองประจำการเนี่ยนะครับ ทั้งเรื่องของรายได้ สวัสดิการ ความก้าวหน้าทางอาชีพนะครับ เราจึงจำเป็นต้องร่างพระราชบัญญัตินี้ขึ้นมานะครับ เพื่อเป็นการยกเลิกการบังคับการเกณฑ์ทหาร เข้าสู่การเป็นทหารโดยสมัครใจนะครับ ก็คือพูดง่ายๆ ปลดล็อคนะครับ ให้มีการนำการสมัครใจเข้ามาใช้ ผ่านการยกเลิกกฎหมายค้างเก่าประมาณ 6 ฉบับแล้วก็ร่างขึ้นมาใหม่นะครับ ก็คือปลดล็อคร่างกฎหมายเดิมๆ แล้วก็บัญญัติขึ้นมาใหม่นะครับ วางหลักไว้ว่าให้ทหารเนี่ยนะครับ ผู้ชายไทยจริงๆ ทุกคนนะครับ เยาวชน 18 ปีขึ้นไปนะครับ สามารถขึ้นทะเบียนเป็นทหารกองเกินได้แล้วก็เข้าตรวจรับนะครับ เป็นทหารกองประจำการได้นะครับ
ดังนั้นเนี่ยนะครับ เมื่อเกิดการสมัครใจเนี่ยนะครับ เราก็จะสามารถทำให้ได้กำลังคนที่มีประสิทธิภาพ และในขณะเดียวกันนะครับ ในขณะนี้นะครับ ก็เป็นช่วงฤดูของการตรวจเลือกนะครับ คัดเลือกการเกณฑ์ทหารด้วย ก็ยังมีใบแดงนะครับ ซึ่งอยู่ในระบบเนี่ยอีกประมาณ 60,000 กว่าใบนะครับ ซึ่งเราก็ในฐานะพรรคประชาชนนะครับ ก็อยากจะเรียกร้องนะครับ ไปถึงรัฐบาลนะครับ ให้ดำเนินการตามนโยบายนะครับ ที่พรรคภูมิใจไทยได้หาเสียงเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพลอาสานะครับ ซึ่งจะต้องมีรายละเอียดในการดำเนินการอีกมากนะครับ ก็ขอเชิญอาจารย์ อาจารย์โบว์นะครับ เชิญครับ
สำหรับในนโยบายพลทหารอาสานะครับ เอ่อ ตอนนี้นะครับ พี่น้องประชาชนนะครับ ก็ตั้งความหวังนะครับว่าในปีนี้นะครับ 2569 เนี่ย จะเป็นปีสุดท้ายนะครับ อาจจะเป็นปีสุดท้ายที่พี่น้องประชาชนเนี่ย จะส่งลูกหลานของตัวเองนะครับ ไปบังคับเกณฑ์ทหารนะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ เราอยากจะทราบความชัดเจนจากทางรัฐบาลว่า จะดำเนินการนโยบายพลทหารอาสาอย่างไร ความกังวลใจของพี่น้องประชาชนไม่ใช่เฉพาะเรื่องของการส่งลูกหลานตัวเองไปเป็นพลทหารเท่านั้นนะครับ อีกเรื่องหนึ่งที่พี่น้องประชาชนมีความกังวลเป็นอย่างมากนะครับ คือเรื่องของสวัสดิภาพของลูกหลานของเขาที่เป็นพลทหารนะครับ ในห้วงเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมานะครับ ก็มีเหตุที่พลทหารถูกซ้อมทรมานนะครับ แล้วก็ถูกละเมิดสิทธิ์เนี่ยนะครับ หลายรายด้วยกัน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้นะครับ ทางรัฐบาลต้องมีความจริงจังในการแก้ไขปัญหานะครับ เพื่อไม่ให้น้องๆ พลทหารที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพนะครับ รักษาอธิปไตยของประเทศเนี่ยนะครับ ต้องมาถูกซ้อมทรมาน ต้องมาถูกละเมิดสิทธิ์นะครับ ทั้งในเรื่องของการเอาไปเป็นฐานรับใช้นะครับ หรือถูกซ้อมจากครูฝึกนะครับ เรื่องนี้เราอยากจะทวงถามความชัดเจนจากรัฐบาลนะครับ ที่จะมีนโยบายหรือมีแนวทางอย่างไรนะครับ ที่จะป้องกันเหตุเรื่องนี้ครับ ก็ขอฝากรัฐบาลเรื่องนี้ไว้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ก็สรุปสั้นๆ อีกครั้งนึงด้วยนะครับ ก็คือว่าพรรคประชาชนนะครับ และในฐานะที่เป็นฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จะทำงานนะครับ ขับเคลื่อนนะครับ ผ่านกลไกนะครับ การแก้ไขกฎหมายนะครับ เพื่อให้การยกเลิกบังคับการเกณฑ์เกิดขึ้นจริง ในขณะเดียวกันเราจะตรวจสอบนะครับ การดำเนินงานของนโยบายของรัฐบาล และที่เข้มข้นขึ้นปีนี้เราจะจับตาเรื่องการนำพลทหารไปเป็นทหารรับใช้ การทุจริตนะครับ ในการเก็บบัตร ATM หักหัวคิวนะครับ รวมถึงเรื่องของการซ้อมทรมานในค่ายทหาร เรามีเครือข่ายนะครับ ที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ไปสร้างเครือข่ายเอาไว้กับน้องๆ พลทหารที่กำลังจะเข้าตรวจเลือกในปีนี้ เป็นหูเป็นตาช่วยกันนะครับ ถ้าหากว่าพบนะครับ เห็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องนะครับ หรือว่าพบเห็นการกระทำหรือว่าการล่วงละเมิดนะครับ ก็สามารถส่งข้อมูลมาที่พวกเราได้นะครับ เราก็จะดำเนินการสะท้อนนะครับ และดำเนินการตามกฎหมายนะครับ ที่ควรจะเป็นนะครับ และก็หวังว่าปีนี้นะครับ จะไม่มีการเหตุเกิดขึ้นนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการนำพลทหารไปรับใช้ส่วนตัว หรือว่าในห้วงของการนำบัตร ATM ทำอาหารนะครับ ให้กับน้องๆ พลทหารนะครับ ที่ดูแล้วนะครับ ไม่ครบโภชนาการ หรือแม้กระทั่งเรื่องของการตรวจ พูดง่ายๆ ก็คือการซ้อมทรมานในค่ายทหารนะครับ ก็ขอเชิญพี่สื่อมวลชนมีสอบถามเพิ่มเติมมั้ยครับ ถ้าไม่มี ขอบคุณมากครับ
อีกครับ ครับ สุดครับ โอเคครับ โอเคครับ เลยนะคะ ไว้ โอเคครับผมก็สวัสดีทุกท่านนะครับที่เข้ามาแล้วก็ฝากกดไลก์กดแชร์ด้วยนะฮะ เดี๋ยวจะลงข่าวต่อเลยนะครับผมก็กดไลก์กดแชร์นะฮะ แล้วก็อย่าลืมโอนสนับสนุนค่าเดินทางกับเราด้วยนะครับ ให้เราได้มาทำงานแบบนี้ต่อไปได้นะครับผม วันนี้เรามีหมายข่าวเยอะมากจริงๆนะฮะ ก็อย่าลืมนะครับผมเข้ามาแล้วก็คอมเมนต์พูดคุยกันได้นะครับ ภาพชัดเสียงชัดมั้ยฮะ วันนี้อยู่กับน้องภูมิ นะฮะ ก็เดี๋ยวจะเป็นของหมายของ สส.กายนะฮะ แถลงเรื่องกรมบัญชีกลางเรียกส่งเงินคืนนะฮะ จากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนะครับผม เดี๋ยวรออีกสักครู่เดียวนะฮะ เราก็จะเจอกับพี่กายต่อไปเลยนะฮะ เพราะว่าตามหมายกำหนดการแล้วมันก็เป็น 11:30 นะฮะ เพราะตอนนี้ก็ 11:13 กว่าแล้วนะครับ ก็ไม่ได้อยากเป็นไลฟ์ขึ้นไลฟ์หลายๆรอบนะ ครับ ตึๆ โอเค สวัสดีครับ โอเคฮะ พี่กายมาแล้วนะครับ ตอนนี้ก็เดี๋ยวผมจะปิดไมค์ผมนะฮะ จะได้ไม่รบกวนพี่นักข่าวคนอื่นกันด้วยนะครับ แล้วฝากกดไลก์กดแชร์ด้วยนะครับ เดี๋ยวไปรอฟังพี่กายแถลงข่าวเลยครับ
ขออนุญาตสื่อมวลชนนะครับ เรื่องกองกองทุนคนพิการวันนี้ยัน นี้ได้นะคะ ทางด้านนี้ได้เลยนะครับ จบ เดี๋ยวเอาประก จะได้ภาพจะได้ขยับมาด้านหน้าก็ได้ อ่าโอเค ไม่ต้องนั่ง ยืนๆๆๆ ยืนก็ได้ค่ะไม่บังค่ะไม่เป็นไร พี่พี่รักยืนได้ ขึ้น ดีกว่าแต่ว่าซ้อน อ่าซ้อนซ้อ
ครับ สวัสดีทางสื่อมวลชนทุกท่านนะครับ วันนี้ผม ณัฐบุญชัย อินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วยท่านชูศักดิ์ จันทยานนท์นะครับ ท่านเลขาธิการสภาคนพิการนะครับ แห่งประเทศไทย ได้เดินทางมายังสภาผู้แทนราษฎร เพราะว่ามีเรื่องน่ากังวลอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าเงินกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการจะมีการถูกเรียกคืนนะครับ ไม่ใช่เรียกคืนเรียกว่าเรียกเพื่อที่จะเอา อ่าตามหนังสือของกรมบัญชีกลาง สก. 0406.212 ท.96 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 มีใจความสำคัญเนื่องจากว่ากองทุนคนพิการนั้นเป็นกองทุนหมุนเวียนมีเงินอยู่ในกองทุนเรียกว่าสภาพคล่อง ณ ขณะนี้มากเกินไป ถามว่าสาเหตุเป็นเพราะอะไรที่เป็นสภาพคล่องมากเกินไปนั้นหมายความว่าผู้จัดการกองทุน หรือผู้อำนวยการกองทุนโดยท่านอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ ไม่ได้มีนโยบายหรือมีวิธีการในการที่บริหารจัดการให้ผู้พิการนั้นได้รับสิทธิประโยชน์ได้เข้าถึงเลือกเงื่อนไขของกองทุนได้มากเท่าที่ควร ทำให้เงินที่เอกชนนั้นส่งเข้าสมทบตามมาตรา 33 มาตรา 34 และก็มาตรา 35 นั้นมีคงค้างอยู่ในกองทุนเป็นจำนวนมากหลักหมื่นล้านบาท ผมขยายความกฎหมายตัวนี้อีกครั้งนะครับ พ.ร.บ.ส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ มาตรา 33 ระบุให้เอกชน 100 คน เอกชนที่มีการจ้างงานพนักงาน 100 คนจะต้องจ้างผู้พิการ 1 คน หากไม่จ้างผู้พิการ 1 คนจะต้องใช้มาตรา 34 นั่นก็คือส่งเงินสมทบเข้ากองทุนตามอัตราค่าแรงขั้นต่ำปัจจุบันอยู่ราวๆ 144,000 บาทต่อคนต่อปี ถ้าเกิดไม่ได้ทำในเงื่อนไขมาตรา 33 มาตรา 34 จะสามารถดำเนินการในมาตรา 35 ได้นั่นก็คือให้สิทธิ์สัมปทาน หรืออำนวยความสะดวกให้กับคนพิการท่านนั้นๆ เนี่ยได้รับสิทธิ์ไม่น้อยไปกว่าค่าแรงขั้นต่ำก็คือ 144,000 บาทต่อปี แต่เงื่อนไขเหล่านี้กลับไม่ได้นำไปขับเคลื่อน ผมย้ำอีกครั้งว่ากองทุนก้อนนี้ถ้ามีเงินเหลือเยอะมากเท่าไหร่ยิ่งซ้ำเติมคนพิการมากเท่านั้น นั่นหมายความว่าเงินอยู่ ในกองทุนแสดงว่าเอกชนไม่ได้จ้างงานคนพิการแล้วเด้งที่ 1 เด้งที่ 2 คือเงินมาอยู่ในกองทุนแล้วกองทุนไม่ได้ใช้ไปสำหรับคนพิการนี่คือเงินเหลือเยอะอยู่ในกองทุน เด้งที่ 2 มาเด้งที่ 3 ที่คนพิการต้องเผชิญชะตากรรมคือเงินมีไม่สามารถใช้จ่ายได้ แถมรัฐมันล้วงเอาออกจากกระเป๋าของคนพิการอีก วันนี้รัฐกำลังไม่ได้หารายได้จากแหล่งอื่นครับ พูดได้ตรงๆ คือกำลังล้วงเงินออกจากกระเป๋าของคนพิการ วันนี้พี่ชูศักดิ์บอกว่าในอดีตที่ผ่านมาเคยมีการล้วงแบบนี้ไปแล้ว 2,000 ล้าน ซึ่ง ณ ขณะนั้นเราได้ฟ้องร้องศาลปกครอง เดี๋ยวจะให้ทางท่านชูศักดิ์ ท่านเลขาธิการสมาคมได้เข้ามาอธิบายความในด้านในเรื่องที่ผ่านมาครั้งดังกล่าว นะครับ แต่ว่าในครั้งนี้ต้องขอเรียกร้องไป ยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีป้ายแดง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านนิกรนะครับ ให้ช่วยกำกับกำชับเรื่องนี้โดยด่วน ไม่อย่างนั้นจะเป็นการซ้ำเติมคนพิการอย่างมากนะครับ เดี๋ยวเหตุการณ์ที่ผ่านมาว่ามันมีที่ไปที่มาอย่างไร และมันมีเหตุการณ์น่าติดตามมากแค่ไหน เนี่ย เดี๋ยวให้ทางท่านชูศักดิ์เชิญครับ
ขอบคุณเล่าให้ฟัง ขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ที่เห็นประเด็นปัญหาของคนพิการนะครับ แล้วก็ช่วยกันที่จะ voice เรื่องของสิทธิของคนพิการออกไป ความจริงแล้วกองทุนคนพิการเนี่ย รัฐไม่ได้สมทบเลยนะครับ เป็นเงินที่เก็บมาจากนายจ้างสร้าง 100% นะครับ แล้วเงินเนี้ยก็สะสมมาหลายปีนะครับ จนมีวงเงินอยู่ประมาณเกือบหมื่นล้านบาท ทีนี้มันมี พ.ร.บ.กองทุนหมุนเวียนนะครับ ที่สมัยก่อนเนี่ย ไม่ได้มีระเบียบตัวนี้นะครับ ก็เคยจะยึดเงินกองทุนคนพิการไปเมื่อสัก 4-5 ปีที่ผ่านมา สภาคนพิการเราก็ฟ้องศาลปกครองนะครับ ตอนนั้นศาลปกครองก็บอกว่าบางส่วนเนี่ยไม่มีอำนาจตามกฎหมายก็เลยคืนมาให้พันล้าน พันล้านนี่ก็คืออยู่ในกองทุนคนพิการเพื่อมาปล่อยกู้ให้คนพิการประกอบอาชีพนะครับ แล้วก็ทำงานต่างๆนะครับ ในการสนับสนุนคุณภาพชีวิต แต่อีกพันล้านเนี่ย พอมีกฎหมายรองรับเนี่ยนะครับ ก็ต้องส่งเงินเข้าคลังนะครับ ปีนี้สถานการณ์แบบเดียวกัน ก็คือการปล่อยเงินกองทุนคนพิการไปยังคนพิการเนี่ยมีมากนะครับ โดยเฉพาะเงินกู้คนพิการ เนื่องจากกฎเกณฑ์ในการปล่อยกู้คนพิการเนี่ยค่อนข้างละเอียดนะครับ แล้วก็จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกัน คนพิการส่วนใหญ่เนี่ยไม่มีผู้ค้ำประกันนะครับ ก็เลยเข้าถึงแหล่งเงินกองทุนไม่ได้นะครับ เงินก้อนตรงเนี้ยก็เลยเหลืออยู่ พอเหลืออยู่ก็แทนที่จะเอากลับมาพัฒนากิจกรรมในเรื่องอื่นๆ เช่นส่งเสริมอาชีพ ส่งการแก้ปัญหา หรือว่าส่งเสริมเรื่องของความเข้มแข็งของชุมชนนะครับ ก็ไม่ได้ทำนะครับ เราเคยหารือกันว่า เป็นไปได้ไหมที่จะทำ partnership กับท้องถิ่น เพราะว่าคนพิการเนี่ยอยู่ในท้องถิ่นเยอะมาก แล้วท้องถิ่นหลายแห่งเนี่ยพร้อมจะช่วยคนพิการ แต่เอางบประมาณมันไม่ไปด้วยกันนะครับ งบประมาณแผ่นดินก็ไม่มี รัฐบาลก็ไม่เคยเติมให้ ผมบอกเลยนะครับว่า 10 กว่าปีที่ผ่านมาเนี่ย กองทุนคนพิการเนี่ยเป็นกำลังของคนพิการเลยนะครับ รัฐบาลไม่เคยจ่ายงบประมาณ ไต่มาที่คนพิการเลย ส่วนใหญ่ใช้จากเงินกองทุน เพราะฉะนั้นถ้าคราวนี้มายึดอีก 2,800 ล้านเนี่ย พี่น้องคนพิการก็จะเดือดร้อน เราก็ยื่นหนังสือไปที่กระทรวงการคลังนะครับ แล้วก็ทราบว่าเขารับเรื่องแล้วนะครับ แล้วเราก็รออยู่ว่าจะเป็นยังไง เราก็เลยต้องมาหารือทางนิติบัญญัตินะครับ ซึ่งนิติบัญญัติก็เห็นความสำคัญเรื่องนี้ว่า น่าจะมีการพูดคุยกันให้ชัด แล้วก็จริงๆ เป็นนโยบายนะครับ ถ้ารัฐบาลไม่ยึดคืนเอาเงินมาพัฒนาคนพิการอย่างเต็มที่เนี่ย ก็จะเป็นประโยชน์มากกว่า เพราะการเก็บเงินจากคนพิการไป ซึ่งนายจ้างต้องการช่วยคนพิการ แล้วไปอุดหนุนในเรื่องอื่นเนี่ย ผมว่าไม่เป็นธรรมครับ อันนี้เรียนท่าน สส. ท่านกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องนะครับ ก็ขอบคุณในการไว้เรื่องนี้แล้วก็อยากให้สะท้อนประเด็นนี้ไปยังสังคมนะครับ ให้เห็นว่าคนพิการเราก็ต่อสู้เรื่องนี้นะครับ แล้วเราคิดว่าเราก็จะสู้ถึงนาทีสุดท้ายเลยนะครับ ก็คือถ้าจำเป็นต้องฟ้องศาลปกครองเราก็จะทำ แต่ตอนนี้เราเชื่อว่ากลไกของนิติบัญญัติช่วยเหลือเราได้ครับ ขอบคุณครับ
ครับ ก็เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนพิการทั่วประเทศนะครับ ได้ให้ความสนใจแล้วก็อยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลใหม่นะครับ ให้ช่วยติดตามเรื่องนี้ และก็เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่รัฐบาลกำลังมีการดำเนินการนะครับ และก็หนังสือเนี่ยด่วนที่สุดที่กรมบัญชีกลางออกเนี่ยค่อนข้างที่จะน่ากังวลใจอย่างยิ่งที่กำลังจะเรียกเงินคืนจำนวน 2,800 ล้านบาท เทียบเท่าการจ้างงานคนพิการ 20,000 คน พิการ 20,000 คน นอกจากว่างานแล้วรัฐยังซ้ำเติมด้วยการเอาเงินไป อันนี้ก็ต้องขอฝากไปยังทางฝ่ายบริหารนะครับ ให้ดำเนินการเรื่องนี้โดยด่วน และทางพวกผมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ติดตามในเรื่องของสิทธิ์สวัสดิการของพี่น้องประชาชนก็จะไม่นิ่งนอนใจ ก็จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และก็จะดำเนินการขั้นตอนต่อไปเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนและคนพิการที่พึงได้รับสิทธิ์ตามกฎหมายกำหนดตรงนี้เนี่ยได้รับสิทธิประโยชน์ได้อย่างเต็มศักยภาพของพวกเขานะครับ ก็ยังไงฝากพี่น้องสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนทุกท่านช่วยติดตามประเด็นนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ มา กี่บาท นอน ใครนอน ที่ 3 เย็น 20:00 น. ขอบคุณนะครับรออยู่ 3 มาจบ เหมาวันนี้ครับ
โอเค สวัสดีครับ สวัสดีคนดูทุกท่านนะครับ สำหรับท่านไหนที่เพิ่งเข้ามาใหม่นะครับ วันนี้เราก็สำหรับวันนี้เรามาติดตามเรื่องการแถลงข่าวนะฮะ ของพรรคประชาชนที่อาคารรัฐสภานะครับผม ก็สำหรับเช้านี้นะฮะ ก็แถลงไปแล้ว 2 รายการนะครับผม ก็มีชิ้นที่แถลงไปก่อนหน้านี้นะครับ เดี๋ยวขอดูใหม่แป๊บนึงนะครับ
ก็ ได้เหรอ เมื่อเช้านะฮะตอน 11:00 น. ก็ของ สส.เอกราชนะฮะ ก็แถลงข่าวเรื่อง พ.ร.บ.ราชการทหารนะครับผม แล้วก็เมื่อสักครู่ที่ผ่านมานะฮะ ของ สส.กายนะฮะ ก็แถลงข่าวเรื่องกรมบัญชีกลางเรียกเรียกส่งเงินคืนนะฮะ จากกองทุนส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนะครับ ก็ใครที่เพิ่งเข้ามา
ใครที่เพิ่งเข้ามาแล้วนะครับผม ก็ฝากช่วยกดไลก์กดแชร์อีกทีนึงนะครับผม แล้วก็อย่าลืมโอนสนับสนุนนะฮะ ให้ช่องเราได้ทำงานแบบนี้นะฮะ ให้เราได้มาติดตามถ่ายงานข่าวแบบนี้ได้นะครับผม
โอเคครับก็ สำหรับเช้านี้นะฮะ ก็หมดแล้วนะฮะ จบไปแล้วกับสำหรับ 2 หมายนะฮะ ก็เดี๋ยวเรามากลับมาเจอกันอีกทีนึงตอน 13:30 น.นะฮะ ของ สส.วัตร คุ้มคงนะฮะ สส.เนม แล้วก็รัชนกนะฮะ น่าจะต่อกันเลยนะครับผม ก็ในช่วงบ่ายนะฮะ เรามีเรื่อง
การขึ้นทะเบียนแรงงานคนข้ามชาตินะฮะ ของพี่เนมนะฮะ สส.ศาสวัฏนะฮะ แล้วก็ของรัชนกนะฮะ ข้อเรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการแรงงานนะฮะ คนใหม่นะฮะ เดี๋ยวเรายังไงก็ฝากกดติดตามกันไว้ด้วยนะฮะผม แล้วก็กดกระดิ่งแจ้งเตือนไว้เลยนะครับผม เดี๋ยวเรากลับมาเจอกันอีกทีนึงตอน 13:30 น. เสียบเลยชาติเสียบเลย
ขอบคุณครับ สวัสดีครับ สวัสดีคนดูทุกท่านครับผม ขอบคุณครับ ขอบคุณทุกท่านนะครับผม โอเคฮะ เดี๋ยวตอนนี้ก็จบแล้วนะฮะ แล้วเดี๋ยวเรากลับมาเจอกันตอนประมาณ 13:30 น.นะครับผม ขอบคุณทุกท่านครับผม เดี๋ยวกลับมาเจอกันใหม่ครับ ขอบคุณทุก ขอบคุณพี่ ที่ออ ขอบคุณที่โอนเข้ามาครับผม ขอบคุณครับ แล้วเจอกันใหม่ครับ