📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ปชน.ส่งณัฐพงษ์ชิงนายกฯ เตรียมชำแหละนโยบายรัฐบาล ฝ่ายค้านทำงานด้วยกันได้ ชี้แจงดราม่าค่าข้าวสส.

matichon tv1:00:34

Transcription

วันนี้ก็เลยให้เขมาพูดคุย 2 ท่านนะครับ อาจารย์ต้น วีรยุทธ การชูฉัตร แล้วก็คุณ ศุภโชติ ชัยสัตว์ ครับ สวัสดีครับ

>> สวัสดี สวัสดีครับ

>> จากพรรคประชาชนทั้งคู่

>> อันนี้ไม่ได้มาเพราะว่าคุณสอยยุทธถามใช่ มั้

>> ต้องเรียนว่าเรานัดหมายนักข่าวล่วงหน้า ไว้แล้วครับ ว่าเราจะมีการแถลงข่าวตอนเช้า วันนี้ครับ

>> เพราะว่ามันอย่างที่ทราบกันเนอะ เราไม่ สามารถแบบนัดฉุกระหุกขนาดนั้นได้นะ ข่าวผมไม่ได้มาครับ ดังนั้นต้องเรียนว่ามีการ แจ้งไว้ตั้งแต่น่าจะวันอาทิตย์แล้ว ว่าเรา จะมีการแถลงในเช้าวันอังคาร แต่ว่า แต่ว่า จริงๆที่ชวนมาเนี่ย ไม่ได้ คือไม่ได้อะไรหรอก อยากครับ อยากรู้จริงๆนะฮะ แล้วก็เป็น จังหวะพอดี วันนี้ผม ผมเริ่มอย่างงี้ดีกว่า

>> ด้วยคำถามนี้เลย ถ้าวันนี้พรรคประชาชนเป็น รัฐบาลจะแก้ปัญหานี้จะทำยังไง ถ้าเป็นรัฐบาล

>> จริงๆมันต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ต้นเลยว่า คุณ ถ้าก่อนหน้านั้นไม่ได้ใช้แนวทางแบบที่ เป็นมาเนี่ย มันจะไม่ปั่นป่วนเท่านี้ ต้อง เรียนอย่างงี้ก่อน บางทีเราถูกถามจังหวะที่ มันปั่นป่วนมากแล้ว แล้วถามว่าเราจะทำยังไง ต้องบอกว่า ถ้าเราเริ่มต้นตั้งแต่อีกแบบนึงจริงอ่ะ เส้นทางมันมาเส้นทางนะครับ หมายความว่าอะไร หมายความว่าที่มันปั่นป่วนที่ เป็นมา 15 วันเนี่ย เพราะว่าทั้งผู้ขายและ ผู้ซื้อรู้ว่ามันจะมีการพยุงราคา และรู้ วันด้วยซ้ำว่ามันจะมีการพยุงราคาจำนวน ทั้งหมด 15 วัน และหลังจากนั้นราคาน่าจะ สูงขึ้น

>> ครับ

>> ลองคิดภาพนะครับ พอเรารู้อย่างนี้ คนที่เขาขายจะทำยังไงครับ โอเค คนขายที่ปกติใจดี สุจริตก็มี แต่คนที่พร้อมจะเก็งกำไรก็มี เช่นเดียวกัน เพราะซัพพลายเชนมันยาวนะ ครับ ตั้งแต่โรงกลั่นมาเนี่ย มันมีซัพพลายเชน ลดขนส่งต่อเนื่องมาจนถึงปั๊ม และเจ้าของปั๊มเองอีกนะครับ ดังนั้นต้องบอกว่า พอรู้สัญญาณแบบนี้ คนที่เขาเป็นคนขายเองก็ บางส่วนก็มีแนวโน้มจะกักตุนไว้ ทั้งที่น้ำ มันก่อนหน้าก็กักไว้ น้ำมันที่ได้ตอนนี้ก็ กักไว้ เพื่อขายในตอนที่ราคามันขึ้น หรือซับซิไดซ์ขึ้น ดังนั้นความต้องการขายน้อยกว่าปกติ แต่ในทางตรงข้าม พอผู้ซื้ออย่างเราใช่มั้ครับ เรารู้ว่าอีก 15 วันราคาจะขึ้น

>> อื

>> เราจะทำไงครับ เราจะแพนิค เราจะรู้สึกว่า เดี๋ยวราคาขึ้น ดังนั้นเมื่อก่อนเติมครึ่งถัง ตอนนี้เติมเต็มถังไว้ก่อน

>> ออ

>> ความต้องการซื้อมันก็จะสูงกว่าปกติเช่น กัน

>> อื

>> ดังนั้นเดิมซัพพลายกับมันเคยเท่ากัน ตอนนี้ ไอ้คนอยากขายน้อยลงอีก

>> ไอ้คนอยากซื้ออยากซื้อมากขึ้น

>> ไอ้ตรงนี้แหละครับ มันคือความปั่นป่วนที่ เกิดขึ้นในเวลา 15 วันที่ผ่านมา ซึ่งอัน ที่จริงควรจะประเมินได้ตั้งแต่ต้นว่า ถ้าคุณใช้แนวทางแบบนี้แล้วบอกวันชัดเจน ขนาด นี้แล้วไม่ได้บอกด้วยว่าหลังจากนั้นจะทำ อย่างไร การส่งสัญญาณระยะสั้นแบบนี้จึง เกิดความปั่นป่วน ดังนั้นต้องขอว่าขอย้อน เวลากลับไป 15 วันเถอะ ถ้าได้ทำ เราจะไม่ ส่งสัญญาณแบบนี้ เพราะมันจะปั่นป่วนแน่ๆ ครับ

>> อ๋อ คือเหมือนกับการที่สื่อสารแบบที่ไม่มี ไม่มีปลายทาง

>> ไม่รู้ว่าหลังจาก 15 วันจะเกิดอะไรขึ้น นึกออกมั้ยครับ เราว่าอีก 15 วันโลกจะแตก คุณจะทำยังไง คุณจะดิ้นรน คุณจะทำนู่นทำนี่ ตลอดเวลา รู้ นึกออกมั้ยครับ แต่ถ้าเรารู้ว่าหลัง 15 วันจะเป็นอย่างนี้ จะเป็นขั้นบันไดนะ จะค่อยเป็นค่อยไป และไปตามราคาตลาด สมมุติประกาศอย่างนี้ สัญญาณที่คนได้รับทั้งคู่ ผู้ขายจะมีพฤติกรรมอีกแบบนึง แต่ นี่คุณบอกมาแค่ 15 วันจะทำอย่างนี้ และหลังจากนั้นราคาจะขึ้น

>> ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายแพนิคทั้งคู่นะครับ อย่าไปมองว่าเฉพาะฝั่งคนซื้อแพนิค จริงๆฝั่งผู้ขายก็แพนิค เพราะว่า เฮ้ย ตอนนี้นะ ทุกอย่างทองคำก็ราคาตกไว้

>> กางน้ำมันไว้หน่อย เดี๋ยวได้กำไร ก็จะมีคนแบบนี้เสมอ

>> ออ คือถ้าเป็นพรรคประชาชนเนี่ย ถ้าแก้ คือจะ ตั้งแต่ 15 ต้น ต้องสื่อสารให้ชัด

>> และมีแนวทางชัดเจนว่าทำไปเพื่ออะไร ทำไป ถึงเมื่อไหร่ และหลังจากนั้นจะเกิดอะไร ขึ้น

>> ออ โอเค ถ้าเป็นพรรคส้มจะทำแบบนี้ ผมเห็นคุณ ศุภโชติไปลงพื้นที่ด้วย

>> เป็น เป็นยังไงบ้าง เออ ที่ไปเนี่ย มัน มันเห็นอะไรบ้างอ่ะ เห็นไปกับคุณ

>> ยอมรับครับว่าเวลาที่ผมไปลงพื้นที่เนี่ย เราก็เข้าไปพูดคุยกับหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะ เป็นผู้ประกอบการใช่มั้ยครับ ผู้จัดการ ปั๊ม เจ้าหน้าที่ในสถานีบริการน้ำมัน รวมไป ถึงพี่น้องประชาชนที่เวียนกันเข้ามาเติมน้ำ มันเนี่ย ต้องยอมรับตรงๆ ว่าสถานการณ์ที่ เราเห็นเนี่ย ค่อนข้างที่จะขัดแย้งกับสิ่ง ที่รัฐบาลออกมาแถลงว่าทุกอย่างยังควบคุม ได้ เรามีน้ำมันมากพอ

>> อ๋อ เค้าบอกพอๆ เนี่ย ไอ้ ไอ้ที่ไปจริงเนี่ย คือ

>> ผมลงพื้นที่ประมาณ 8:00 น. ครับ ไม่

>> อันนี้ที่หนองจอก รอบนอกหนองจอก ไม่เช้า

>> หนองจอก มีนบุรีนะครับ ซึ่งถือว่าเป็น กรุงเทพฯ แต่เป็นรอบนอก

>> โอเค

>> ใช่ครับ ไปลงพื้นที่เนี่ย บริเวณกรุงเทพ ตะวันออก หนองจอกครับ ตอนเช้า 8:00 น. ไม่ น่าเชื่อว่าข้อมูลที่ผมได้เนี่ย คือ 8:00 น. ไปเนี่ย น้ำมันหมดแล้ว

>> อ้าว

>> เพิ่งเติมกันเมื่อตอน 2:00 น. วันเดียวกัน ครับ ปั๊มเปิดขาย 5:00 น. เติม 2:00 น. นะ ครับ ปั๊มเปิดขาย 5:00 น. น้ำมัน

>> 11,000 ลิตร หมดตอน 8:30 น. โอ มีเวลา 3 ชั่วโมง

>> มีเวลา 3 ชั่วโมง ใช่ครับ สิ่งที่ผมได้ ถัดมา ครับ ก็เป็นข้อมูลที่น่าสนใจเหมือนกันว่า ทางปั๊มเนี่ย ก็แจ้งว่าได้รับการจำกัด โควต้าในการเบิกน้ำมันจากคลังน้ำมันมา

>> ซึ่งแต่ก่อนไม่มีครับ อาจจะเป็นการจำกัด โควต้าน้ำมันรายวัน รายเดือน ขึ้นอยู่กับ ว่าเป็นแฟรนไชส์ของปั๊มไหน แต่ว่ามันมีการ จำกัดน้ำมันออกจากคลังเนี่ยเกิดขึ้นนะ ครับ รวมไปถึงอีกข้อมูลนึงที่ผมได้ คือลูกค้า ครับ ที่เข้ามาเติมเนี่ย ค่อนข้างจะมีลูกค้า ประเภทใหม่ๆ เพิ่มขึ้นค่อนข้างเยอะนะ ครับ จากเดิมอาจจะเป็นผู้สัญจรไปมา เป็นกลุ่มเกษตรกรบ้างครับ ที่อยู่ในพื้นที่ แต่ สิ่งที่เขารายงานครับ คือมีคนมาขอเติมน้ำ มันผ่านแทงค์ ผ่านการเอาเติมใส่ถังเนี่ย ค่อนข้างเยอะ เพื่อเอาไปใช้กับกลุ่ม อุตสาหกรรม โรงงาน ซึ่งที่ผมได้รับทราบข้อมูลมาเนี่ย กลุ่มพวกเนี้ย

>> เคยซื้อน้ำมันผ่านพ่อค้าคนกลาง

>> ซึ่งในอดีตเนี่ยครับ ราคาพ่อค้าคนกลาง กับการเติมหน้าปั๊มเนี่ย จะค่อนข้างไล่เลี่ยกัน

>> โอเค

>> อื

>> แต่ปัจจุบันเนี่ย พ่อค้าคนกลางไม่สามารถ เข้าซื้อน้ำมันในราคาถูกได้แล้ว และมีการ ขายน้ำมันที่ค่อนข้างแพง ที่เรารู้กันคือ ดิฟกันเนี่ย กับหน้าปั๊ม 11 บาทต่อลิตร

>> โอโห

>> เค้าก็เลยเปลี่ยนจากซื้อพ่อค้าคนกลาง มาเติมหน้าปั๊ม ทำให้เกิดภาวะการแย่งน้ำมัน กันเอง และรถใหญ่เนี่ย เติมทีนึงนะ ก็แทบ หมดปั๊มแล้ว

>> เออ

>> นึกออกมั้ยครับ นี่คือพูดถึงรถอุตสาหกรรม ที่มันคันใหญ่มาก หลาย บางทีหลายร้อยลิตร ด้วยซ้ำ

>> คือปกติเรานึกภาพว่าคนที่หิ้วแกลอนกันไป เนี่ย คือเกษตรกร

>> หรือชาวบ้านน่ะ อื

>> แต่ปรากฏว่าสิ่งที่ได้ข้อมูลมาคือเป็น อุตสาหกรรม

>> วันนั้นก็เห็นว่ากำลังเติมอยู่ ว่าเอาไปใช้กับอะไรครับ ก็มีการสอบถามเบิก เดี๋ยว เอาไปใช้กับโฟล์คลิฟท์ในโรงงาน เดี๋ยวเอาไปใช้กับเครื่องจักร ตรงนี้

>> ต้องบอกว่าจริงๆ การใช้แกลอนเนี่ย เมื่อก่อนก็ใช้กันปกตินะครับ ไม่ได้ อย่างเช่น ชาวนาที่เขามีรถเกี่ยวอยู่เนี่ย เค้าก็ไม่ได้เอารถเกี่ยวมา บางทีเอาคันอื่นมา ปิกอัพมา แล้วก็มาเติมแกลอนไป

>> แต่เดิมไม่ได้เป็นเรื่องผิดปกตินะครับ ที่จะใช้แกลอน รวมไปถึงในกรณีแบบนี้ด้วยครับ

>> อ่า เพียงแต่ว่า พอ มันเกิดกรณีนี้ปุ๊บ เค้า คืออย่างที่คุณ

>> ที่มันผิดปกติคือถัง เข้าใจว่าถังน้ำมัน ตอนหลังถังน้ำมันที่มันบรรจุเป็น 100 ลิตรน่ะ มันขาดตลาด และมีคนไปแย่งซื้อ อันเนี้ย ถือว่าเป็นดีมานด์ใหม่ อันนี้จริงๆ ควรจะจับตามากกว่าแกลอนเดิมที่เขามีอยู่แล้ว

>> คือถัง 200 ลิตรกลมๆ เนี่ย

>> ใช่

>> เออ

>> มันอยู่ๆ ยอด ยอดสั่งซื้อมันสูงขึ้น

>> ปั๊มที่ไปนี่เป็นปั๊มเอกชน หรือว่าเป็น เป็นปั๊มแบรนด์มั้ย หรือว่า

>> เป็นปั๊มแบรนด์ครับ เป็นปั๊มแบรนด์

>> อ๋อ เออ ซึ่งก็เห็นอย่างงี้เหมือนกัน

>> เห็นอย่างงี้ไป

>> ไป ไปดูกี่ที่ วันนั้นไปดูกี่ที่

>> วันนั้นไป 3-4 ที่ครับ แล้วก็เป็นอย่างงี้ แทบจะถูกปั๊มครับ ได้รับข้อมูลประเภท คือมีกลุ่มคนใหม่ๆ เข้ามา อะไรประมาณนี้

>> อันนั้นประเด็นนึง อีกประเด็นนึง ซึ่งเป็น คำถาม ซึ่งผมก็สงสัย ผมเชื่อว่าหลายคนก็ สงสัยว่า

>> ครับ

>> เอ๊ะ แล้วการที่รัฐบาลบอกว่าน้ำมันมีพอ

>> พอ

>> พอน้ำมันมีน้ำมันพอ แต่พอรู้ข้อมูลจากคุณ สมโชคที่บอกว่า เฮ้ย ขนาดปั๊มเองยังถูกตัด โควต้า แล้วมันพอได้ยังไง เพราะปั๊มก็ถูกตัด โควต้า ถ้าน้ำมันมันพอมันต้องไม่ถูกตัด โควต้า หรือเปล่า อัน เออ ใช่มั้ฮะ

>> อันนี้ ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่เราต้อง ตั้งคำถามดังๆ กลับไปทางที่ทางรัฐบาล เหมือนกันครับ ถ้าผมเชื่อตัวเลขสมมติฐาน ที่รัฐบาลออกมาชี้แจงว่าเรามีน้ำมันดิบ ที่กำลังเข้าสู่ประเทศเนี่ย จำนวน 101 วัน ถ้าเป็นตัวเลขล่าสุดใช่มั้ครับ ถ้าผมเชื่อ ตัวเลขนั้น แต่สิ่งที่เราเห็นหน้างานเนี่ย ว่าพี่น้องประชาชนหาน้ำมันเติมไม่ได้ เนี่ย แสดงว่าระหว่างทางเนี่ย มันมีปัญหา

>> การบริหารจัดการเนี่ย มันผิดพลาดที่ขั้น ตอนไหนขั้นตอนหนึ่ง ถ้าผมยกตัวอย่างนะครับ อาจจะเป็นเรื่องของการขนส่ง

>> ใช่มั้ยครับ เรารู้อยู่แล้วว่าสิ่งนี้ กำลังจะเกิดขึ้น ได้มีการเตรียมการขนส่ง ที่มีความถี่มากขึ้น เพิ่มความถี่ของรถ วิ่งส่งน้ำมันเพิ่มขึ้น หรือไม่ อันนี้ก็เป็นคำถามกลับไป หรือ 2 รัฐบาลออกมาบอกว่า พี่น้องประชาชนอย่ากักตุนน้ำมันเพิ่มเติม ได้ถามคำถามเดียวกันนี้กลับไปที่ทางคน ปล่อยน้ำมันหรือเปล่าว่ามีการกักตุน เหมือนกันหรือเปล่า

>> มันต้องเช็ค 2 ทาง

>> มันต้องเช็ค 2 ทางครับ ใช่เลย

>> ออ อันนี้คือสิ่งที่มันสะท้อนว่า เออ ในใน ท่ามกลางว่า เออ เค้าพูดพอๆ ผมเห็นเค้าย้ำ ทุกวันเลยนะว่าพอๆ แต่เนี่ย สิ่งที่เราเห็น ผ่าน

>> เออ โอเค ผมเห็น เข้าใจว่าในต่างจังหวัด โอเค มัน แต่เพิ่ง เพิ่งรู้มาจากคุณสมโชคเหมือนกันว่า พอไปดูกรุงเทพฯ รอบนอกเนี่ย ก็เจอ ปัญหาแบบเดียวกันเหมือนกันกับสิ่งที่เกิด ขึ้นแบบนี้ แล้ววันเนี้ย เค้าก็เพิ่งประกาศ มาตรการออกมาเนี่ย อันที่ขึ้นราคาเนี่ย ในมุมอาจารย์ต้น คิดว่าถ้าดูตามสิ่งที่รับ ณ ที่ขณะที่เราคุยกันอยู่เนี่ย สบก.ยังแถลงอยู่นั้น ต้องเรียนบอกท่านผู้ชมขณะนี้ก่อน ว่าเรายังไม่เห็นข้อมูล รวมถึงคุณสุปจีที่กำลังจะพูดว่า มาตรการแก้ไขเยียวยาอย่างไร อันเนี้ย ต้องบอกว่าเราพูดโดยที่เรายังไม่ได้ฟัง บทงานรายงานเข้ามาได้ โอเค อาจจะเป็นข้อที่ เราเตรียมมาไว้ก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวถ้า ว่ายังไงกัน เดี๋ยวอีกทีนึงนะ ครับ ขอให้ท่านผู้ชมเข้าใจก่อน เดี๋ยวพูดไป แล้วมันได้

>> อ่ะ เอา เอาส่วน เอาส่วนตรงนี้ก่อน ที่เตรียม มาประมาณนึงเนี่ย เรา ในส่วนของเราเนี่ย เรา

>> ผมคิดว่าเรื่องเรื่อง เอ่อ กองทุนน้ำมันเนี่ย ในแง่นึงก็คือต้องการความชัดเจนว่า ตกลง หลักการที่เราจะใช้อุดหนุนเนี่ย มันคืออะไร คุณต้องการจะพยุงราคาชั่วคราว ด้วยต้น ทุนเท่าไหร่ และขอบเขตที่จำกัดของมันคือ อะไรนะครับ ต้องบอกว่าสุดท้ายปลายทางเนี่ย ยังไงมันต้องมีความเป็นขั้นบันได หรือล้อ ไปกับราคาตลาดตลาดโลกเช่นเดียวกัน เพื่อ ส่งสัญญาณ แต่ถ้าอาจจะช่วยนะครับ คือตอนนี้ ต้องบอกว่าเวลาช่วยอ่ะ มันเป็นช่วยแบบกวาดๆ เนาะ คือเรียกว่าซับซิไดซ์ไปแล้ว ที่เหลือใครจะมาเติมก็ได้

>> ได้หมด

>> แต่ถ้าคิดแบบเฉพาะเจาะจง หรือมียุทธศาสตร์ มากขึ้น สามารถเลือกได้นะครับว่า เช่น จะช่วยเฉพาะกลุ่มที่เปราะบาง กลุ่มขนส่งสาธารณะ หรือถ้าคิดถึงราคาสินค้าเนี่ย คุณต้องไปช่วยฝั่งต้นทุนโลจิสติกส์ โดยเฉพาะ อันที่มันจะเป็นเรียกว่าเส้นเลือดในการขน ส่งทั่วประเทศ เรื่องเศรษฐเพราะอาหาร หรือว่าผลไม้ หรืออะไรต่างๆ ที่มันต้องขนส่ง รายวัน มันต้องมีการต้นทุนค่าขนส่ง มันจะเยอะนะครับ ดังนั้น มันมีทางเลือกครับ นอกจากเรียกว่า อุดหนุนแบบกวาดแล้ว มีต้นทุน มันมีแบบ อ่า ขั้นบันไดมั้ย หรือว่าคุณเฉพาะ เจาะจงไปมั้ย ที่มันเป็นจุดสำคัญจริงๆ โดย เฉพาะในยามที่ต้องใช้เงิน ตอนนี้เข้าใจว่า วันละ 2,000 ล้านเนาะ ถ้าทำแบบนี้ แบบที่ เป็นมา ลองนึกดูนะครับ มันวันละ 2,000 ล้าน ทบไปทบไปทบไปเนี่ย

>> มันมีจุดจำกัดแน่นอน

>> ดังนั้น หลักการคือรัฐบาลจะต้องบอกว่า คุณทำบนหลักอะไร ขอบเขตจำกัดมันคืออะไร ครับ

>> ครับ เราเคยมีประสบการณ์ติดลบแสนกว่าล้าน

>> ใช่ครับ

>> มาก่อนหน้านี้

>> ใช่ครับ

>> อ้า ถ้าถามทั้ง 2 ท่าน คือครั้งนี้เรา เรา ควรใช้กองทุนน้ำมันในการอุ้มให้มันไปถึง สุดทางขนาดนั้นมั้ย

>> ผม ผมคิดว่ากองทุนน้ำมันเป็นเครื่องมือ หนึ่งที่เราช่วยในการชะลอการขึ้นราคาของ น้ำมันได้ แต่ไม่ใช่เครื่องมือเดียวที่ รัฐบาลควรจะใช้ นะครับ เรายังมีมาตรการอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ขอความร่วมมือจากพี่น้อง ประชาชนในการประหยัดพลังงาน ซึ่งเป็น คีย์เวิร์ดสำคัญ ณ เวลานี้ ว่ารัฐบาลมีการ สื่อสารเรื่องนี้น้อยมากนะครับ

>> อือ อื

>> แต่เวลาเราบอกว่าขอให้พี่น้องประชาชน เนี่ยประหยัดพลังงาน ลดการใช้น้ำมันลง รัฐบาลมีมาตรการอื่นๆ ที่สนับสนุนเรื่อง นี้ หรือเปล่า ถ้าผมยกตัวอย่างง่ายๆ ครับ เมื่อกี้อาจารย์ต้นพูดไปแล้วว่า ถ้าเราบอก ว่าอยากจะให้พี่น้องประชาชนลดการใช้ น้ำมัน ลดการขับรถบนท้องถนนเนี่ย เรามีนโยบาย อย่างระบบขนส่งสาธารณะที่ดีขึ้นหรือไม่

>> ใช่มั้ยครับ เรามีการช่วยเหลือค่าใช้จ่าย ค่าตั๋วรถเมล์ ค่าตั๋วรถไฟฟ้า ตรงนี้แล้ว หรือยัง อันนี้ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลเนี่ย ซึ่งเป็นนโยบายของทุกพรรคที่ใช้ในการหา เสียงเนี่ย ควรจะเริ่มเอามาใช้ ณ เวลานี้ หรือเปล่า ผมคิดว่าตอนเนี้ย เป็นเวลาที่ เหมาะสมที่สุดในการทำนโยบายสิ่งที่ตัวเอง พูดไว้ครับ หรือแม้กระทั่งเรื่องของ Work from Home

>> อื

>> ใช่มั้ยครับ

>> หลายๆคนบอกว่าดีครับ มีการประกาศ Work From Home จะได้ลดการใช้แอร์ที่ออฟฟิศ แต่ว่าเปิดแอร์ที่บ้านแทนใช่มั้ครับ มันเหมือนย้าย

>> ค่าใช้จ่ายจากของบริษัท มาอยู่ที่พี่น้อง ประชาชนตามแต่ละบ้านใช่มั้ยครับ แต่ว่า สิ่งที่เราเคยเสนอไปเนี่ย เราบอกว่าเราจะ บอกให้ work from home อย่างเดียวไม่ได้ สิ่งที่ต้องทำ มันต้องทำคู่กัน 1 คือ work from home แต่ว่าเราจะทำยังไงให้ บิลค่าไฟของพี่น้องประชาชนเนี่ย ลดลงด้วย ใช่มั้ครับ นโยบายของ เอ่อ พรรคภูมิใจไทย 1 นโยบายคือ

>> 100 200 ไฟหน่วยแรกเนี่ย จะคิดอัตรา พิเศษ 3 บาท

>> ครับ

>> ผมอยากเห็นการประกาศบังคับใช้นโยบายนี้ สำหรับบิลค่าไฟที่จะถึงครับ

>> อ่า อันนี้คือมุมมุมมองอาจารย์ มีอะไรเสริม ตรงนี้มั้ย สำหรับ

>> ก็คือเวลาออกมาตรการเนี่ย ผมคิดว่าแม้แต่ กับตัวราชการเอง ผมเห็นแต่มีแต่หนังสือเวียน ว่าขอความร่วมมือ เคยเห็นมั้ยครับ เค้าจะส่งหนังสือเวียนไปแบบ ขอให้ใช้ความร่วมมือ ปรับอุณหภูมิเป็น 26-27 องศา ช่วย ปิดไฟ 30 นาทีก่อนออกจากออฟฟิศ อะไรอย่างเงี้ย แต่มันไม่ได้มีมาตรการเสริมต่อว่า อ้าวแล้วหน่วยงานที่ทำยาวล่ะ แล้วเขาจะใช้ ชีวิตกันยังไง หรือแม้แต่เรื่องขนส่งอย่าง เงี้ย คือหมายความว่า ถ้าจะคิดให้มันคน เปลี่ยนพฤติกรรมอ่ะครับ มันต้องมีมาตรการ จูงใจและช่วยเหลือด้วยเช่นเดียวกัน

>> จากที่เคยแบกรับต้นทุนของออฟฟิศ แล้วกลาย มาเป็นต้นทุนของปัจเจกบุคคล ในภาวะที่เข้า ยากหมากแพงขนาดเนี้ย ผมคิดว่ามันก็เป็น เรื่องที่อ

>> หลายคนก็ไม่พร้อมเช่นเดียวกัน

>> ครับ แต่ถ้าย้อนกลับไปเรื่องที่ผมคิดว่า คนไทยทุกคนต้องการให้แก้ที่สุดเวลานี้ คือทำ ยังไงให้น้ำมันมันมีเติมทุกปั๊ม

>> อื

>> ทำยังไงให้น้ำมันมันสามารถเข้าไป

>> เนี่ยครับ เราเลยย้ำเรื่องข้อมูล ผมคิดว่า จริงๆตาม พ.ร.บ. เดิมซึ่งเก่ามากก็มีนะครับ มี อำนาจที่จะรัฐมนตรีพลังงานจะเรียกใช้ได้ เพื่อให้แต่ละปั๊มเนี่ย เปิดเผยข้อมูล เรียกว่ามีอำนาจกฎหมายอยู่แล้ว เอ่อ เท่าที่คุยกับผู้ประกอบการเนี่ย เขาก็พบว่าใน พวกปั๊มน้ำมันเนี่ย ส่วนใหญ่เขาต้องรู้ ปริมาณน้ำมันสำรองอะไรของเขาอยู่แล้ว เพื่อความปลอดภัยด้วย แล้วก็เพื่อการทำการ ค้าของเขาด้วย ดังนั้นต้องเรียนว่ามันเป็น อุตสาหกรรมที่ค่อนข้างก้าวหน้าในเชิงข้อ มูลอยู่แล้ว ดังนั้นมันจะอยู่ที่การตัดสินใจ อันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องของเทคโนครละ คุณเอกนิติเนี่ย พูดมาตลอดเรื่องความโปร่งใส เรื่องข้อมูล เรื่องระบบดิจิทัล อันนี้ คือบทพิสูจน์ว่าพูดแล้วทำจะเกิดขึ้น หรือเปล่า ประชาชนไม่ได้ต้องการรู้ว่าน้ำมัน สำรองเพียงพอ 101 วัน อันนั้นมีก็ดี แต่ ประชาชนอยากรู้ว่าพรุ่งนี้เขาจะเติมน้ำ มันที่ไหน ถ้าคุณให้ข้อมูลตรงนี้ไม่ได้ ยังไง ความปั่นป่วนก็จะยังคงอยู่ครับ

>> ใน ในเชิงปฏิบัติคือยังไง คือหมายความว่า วันเนี้ย รัฐบาลจะต้องเปิดเผยตัวเลขของน้ำมัน ที่อยู่ในปั๊มแต่ละปั๊ม

>> ต้องบอกว่าตอนเนี้ย มีความพยายามของบาง จังหวัดที่เขาจะโชว์ หรือบางปั๊มนะครับ ที่ โชว์ บางปั๊มเนี่ย ค่อนข้างโปร่งใส ถ้าใครไปดู นะครับ ใครติดตาม บางปั๊มเนี่ย โชว์เลยว่า วันนี้เหลือเท่าไหร่ มีหัวจ่ายเท่านั้น เท่านี้น้ำมันแบบนั้น แบบนี้เหลือเท่านี้ อันนี้จริงๆ ต้องบอกว่ามีอยู่แล้ว

>> พร้อมอยู่แล้ว แต่ขอให้มันรวบรวมข้อมูลให้ เป็นระบบนี้ได้หรือเปล่า หรืออย่างน้อยมีข้อมูล กลางที่แต่ละคนรู้ โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ต่างจังหวัดเนี่ย จะมี P point เรื่อง ปั๊มขนาดเล็ก เค้าไม่สามารถหาปั๊มแบรนด์ ใหญ่ได้ ต้องมีปั๊มขนาดเล็กที่เขาต้องวาง แผนเดินทางนะครับ ลองนึกบางทีบางคนต้องขับ เข้าไปในเมืองแล้วพบว่าไม่มีอย่างเงี้ย หรือว่าไปแล้วไปต้องไปรอคิวนานมาก ครึ่งวัน ดังนั้น การมีข้อมูลตรงนี้ที่เอามาเปิด เผย ซึ่งมีอำนาจ เดี๋ยวคุณศุภโชติเล่าให้ฟังต่อก็ได้ มันมีอำนาจที่รัฐมนตรีทำได้ อยู่แล้ว เป็นกฎหมายเก่ามากนะครับ แต่ว่าจะทำ เอามาเป็นระบบ เป็นข้อมูลกลางให้ประชาชน มั่นใจได้หรือเปล่าครับ

>> อือ อ่ะ เสริมได้เลยฮะ มันทำยังไงฮะ

>> ครับ ก็เป็นกฎหมายเก่ามากๆ ตั้งแต่สมัยก่อน ผมเกิดครับ ชื่อว่า พ.ร.ก. แก้ไขและป้องกัน ภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ปี เราเคยมีวิกฤตน้ำมันมาแล้ว อย่าลืมครับ มันเคยมีการแก้เรื่องนี้มาหลายรอบแล้ว ใช่ครับ

>> ซึ่งอำนาจมาตรา 3 เนี่ย วงเล็บ 1 เขาเขียน ไว้อย่างนี้ครับว่า นายกรัฐมนตรีมีอำนาจ ในการออกคำสั่ง หรือกำหนดมาตรการต่างๆ ในเรื่องดังต่อไปนี้ครับ เกี่ยวกับการควบคุม การผลิต การจำหน่าย การขนส่ง การมีไว้ในครอบ ครอง การสำรอง หรือแม้แต่การส่งออก ใช่มั้ ครับ เราออกมาตรการเรื่องอะไรก็ได้ เกี่ยวกับเรื่องพวก สิ่งที่ง่ายที่สุดคือขอข้อมูลจากเรื่อง พวกนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผลิตเท่าไหร่ จำหน่ายออกมาจากคลังเท่าไหร่ ขนส่งออกจาก คลังน้ำมันในวันนี้เท่าไหร่ ใช่มั้ ครับ มาถึงปั๊ม เก็บไว้ที่สถานีบริการเท่าไหร่ ผม ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเบสิคขั้นพื้นฐาน มากๆ ที่จะบังคับใช้

>> คือดีที่สุดเนี่ย คือข้อมูล Real Time แต่ถ้า ไม่ได้ Real Time อย่างน้อยได้รายวันก็ยังดี ช่วงเช้าอย่างงี้ ช่วงบ่ายอย่างงี้ น้ำมันเหลือเท่านี้ คนจะได้วางแผนได้ครับ

>> ออ ผมเห็นล่าสุดมันมีเว็บไซต์ใช่ป่ะ

>> บางเว็บพยายามทำ บางปั๊มพยายามทำ บางแฟน เป็นเจ้าของที่โชว์ที่ มีเพจของอยู่เอง โชว์นะครับ บางปั๊ม ต้องยอมรับว่าโปร่งใสมากครับ

>> เออ แต่คือหมายความว่า เราเนี่ย ไม่เคยใช้ หรือว่าเคยใช้

>> ระบบส่วนกลาง คือพอมันเกิดวิกฤตขนาดนี้ ที่เป็นเรียกว่าระดับชาติอย่างเงี้ย ยังไงถ้า มีข้อมูลส่วนกลางที่จะโชว์ หรือรู้ว่า จังหวัด เนี่ย คุณต้องเช็คจากใคร จากที่ไหน เนี่ย ก็จะเป็นประโยชน์ครับ

>> อ๋อ คือประมาณว่า ให้คนตัดสินใจได้ว่า ตื่น เช้ามา ฉันจะไปเติมที่ไหน

>> การที่ต้องไปรอคิว 3 ชั่วโมง 5 ชั่วโมง นี่ เค้าหมดเวลาทำมาหากินนะครับ ใช่ ใช่

>> ครับ มันคือทุกนาที มันคือรายได้ที่ต้อง เสียไป

>> หรือรถบังคุด รถบรรทุกที่เราพบว่าจอดกลางทาง เพราะมีน้ำมัน เพราะเค้าวางแผนเดินทางไกล แล้วมันจบกลางทางอย่างเงี้ย เค้าจะได้รู้ว่า ระหว่างทาง ชัยนาท อ่างทอง เควรจะเติมที่ไหน อย่างเงี้ยครับ

>> เออ อาจารย์ต้น เจ้าบอกว่า ไอ้เรื่องน้ำ มันที่คุณไปหาน้ำมันดิบมาเพิ่มจากต่าง ประเทศเพื่อมาทดแทนเนี่ย อันนี้ว่ากันไป ประชาชนไม่ได้รู้อะไร แต่รู้ว่าไอ้น้ำมัน ที่หัวจ่ายมันมีมั้ยตอนนี้

>> ใช่ คืออันนี้ คือเรื่องเฉพาะหน้าของเขา คือมีน้ำมันสำรองดีอยู่แล้วนะครับ ดีอยู่แล้ว และต้องมี แต่ประชาชนอยากรู้ว่า แล้วพรุ่งนี้ ฉันจะเติมที่ไหน แล้ว เพราะฉันไปเจอแต่ละปั๊มเนี่ย อ้า หมดอีกแล้ว เข้าคิว นาน ทำยังไงดี อันนี้คือชีวิตประจำวัน ที่คุณต้องตอบให้ได้

>> ถ้ารัฐบาลตอบไม่ตรงกับสิ่งที่ประชาชน สงสัย ยังไงความแพนิค ความตื่นตระหนก มันก็ จะไม่หายไปนะครับ

>> ภาพที่เห็นก็จะยังไม่หาย มันกลับมากันว่า ถ้ามองภาพรวม มันคือเรื่องการสื่อสารนะ

>> ใช่มั้

>> ไม่ตั้งแต่เรื่องแนวทางการใช้กองทุนน้ำ มันแล้วครับ อย่างที่เรียนว่า

>> ถ้าคุณเริ่มต้นวิธีหลักการในการทำกองทุน น้ำมัน การอุดหนุน 15 วันแบบนี้ แล้วรู้ว่า ราคาจะขึ้นแบบเนี้ย ถ้าเริ่มต้นแบบนี้ มันจะปั่นป่วนครับ

>> ออ แล้วมันไม่ใช่แค่การสวมัน คือคุณทำบน หลักการอะไร การใช้เงินมโหฬาร ตอนนี้ติดลบ เท่าไหร่แล้วนะ 10,000

>> 12,000

>> 12,000 ล้าน การใช้เงินระดับนี้ ยังไงมัน ต้อง คุณต้องบอกได้ว่า คุณทำบนหลักการอะไร และจะทำไปนานเท่าไหร่ครับ

>> อ่า และจะมีอะไรมารองรับตรงนี้

>> หลังจากนี้ ซึ่งอันนี้คือมาตรการบวกการส

>> ซึ่งวันนี้ผมรออยู่นะครับ ต้องเรียนแล้ว เดี๋ยวผมกำลังรออยู่ว่า สบก.มีเรื่อง

>> เมื่อวานประกาศเรื่องซับซิไดซ์ราคา แต่เขา ยังไม่บอกจำนวนวัน ระยะเวลาว่าเท่าไหร่ ลองดู อันนี้เบื้องต้นเนี่ยนะฮะ

>> เคสคุณสุปจีก่อน

>> มีข้อมูลคุณสรุคุณสุจีมาเรื่องค่าครองชีพ นะฮะ

>> อื

>> สินค้าควบคุมห้ามปรับราคาขึ้น 8 หมวด ถ้าจะปรับขึ้นต้องขออนุญาตจากกรมการค้าภายใน

>> อื

>> บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง นมผง ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช อาหารสัตว์ ณ วันนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดมาขอขึ้นราคา อันนี้ดู สรุปนะฮะ เอ่อ สินค้าที่จะปรับราคาต้องแจ้งก่อน แต่ไม่ต้องขออนุญาต คือ ผงซักฟอก น้ำยา ซักฟอก แชมพู น้ำยาล้างจาน สินค้าที่ต้องติดตามราคาจำหน่าย แต่ไม่ได้ควบคุม คือ ข้าวสาร บรรจุถุง ซอสปรุงรส น้ำปลา ตอนนี้ยังไม่ปรับขึ้น แต่ถ้าปรับขึ้น จะไปคุยกับผู้ประกอบการ เพื่อให้ช่วยพยุงราคา เนื่องจากต้นทุนพลังงานยังไม่ขยับมากเกินไป คุณสุปจีบอกว่า คุยกับผู้ประกอบการให้ทำ สินค้าราคาพิเศษ ส่งให้ค้าปลีกทั่วประเทศ ค้าส่งด้วย ภายในเร็วๆนี้ จะมีประกาศราย ชื่อบริษัทที่เข้าร่วมโครงการ

>> อื

>> เฉพาะพื้นที่เปราะบาง จะมีโครงการธงฟ้า ส่วนหมวดการลดต้นทุน ถ้าน้ำมันขึ้น จะลดราคาปุ๋ย ครบโครงการธงเขียว จะหาวัตถุดิบ เมล็ดพลาสติกได้เพิ่มแล้ว เอ่อ ตอนนี้หา วัตถุดิบ เมล็ดพลาสติกได้เพิ่มแล้ว อีก 4 เดือน หาช่องทางทดแทนนำเข้าเม็ดพลาสติก โดยสรุปเนี่ย สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าจำเป็น ยังไม่มีการปรับราคาขึ้น ขอความร่วมมือ ถ้ามีใครปรับขึ้น แจ้ง 1569

>> อื

>> อ่ะ อันนี้สรุปของคุณสุปจี

>> อ คือใน อันนี้เป็นในหมวดค่าครองชีพ

>> ส่วนในฝั่งของรัฐมนตรีพลังงาน คุณ อรรถพลเนี่ย เขาก็แถลงบอกว่า ได้แหล่งน้ำมันเพิ่มจากแองโกล่า สหรัฐ รวมใช้ได้ 101 วัน อันนี้ล่าสุดนะ ขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมัน เปิดคลัง 24 ชั่วโมง เพื่อให้ขนส่งไปทั่ว ประเทศ แต่มีข้อจำกัด รถขนส่งน้ำมัน ต้องเป็นรถเฉพาะ ซึ่งเพียงพอสำหรับการขนส่ง ปกติ อ่า ส่วนการหารือผ่อนปรนเพื่อเพิ่มจำนวนรถ กรณีรถที่เดิมอายุเกินที่เดิมวิ่งไม่ได้ จะนำมาวิ่งเพิ่ม หรือกระชับขั้นตอน เอ่อ รักษาความปลอดภัย เพื่อทำให้จำนวน เที่ยวเพิ่มมากขึ้น ขอประชาชนเติมในจำนวนปกติ สารจะเข้าสู่ปกติ เรื่องราคาดีเซล ตรึงไว้ไม่เกิน 30 บาท จะขอขยับเพดานราคา ไม่ทำแบบกระชาก เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อราคาสินค้า ให้เพดานไม่เกิน 33 บาท โดยจะทยอยขยับ เริ่มจากพรุ่งนี้ 50 สตางค์ อันนี้คือ รัฐมนตรีพลังงานนะฮะ เบื้องต้น ส่วนราคาก็ อย่างที่คุณรายงานไปแล้ว เบนซิน E10 หรือ แก๊สโซฮอล์ 95 พรุ่งนี้จะขึ้น 1 บาท E20 ลง 79 สตางค์ เท่ากับจะต่างจาก E10 เนี่ย 5 บาท อันนี้คือเบื้องต้นที่แถลงมา

>> อันนี้ต้องเรียนว่าคล้ายกับที่มาตรการที่ เราเคยพูดบางส่วนนะครับ อ่ะ เดี๋ยวคุณโต๋ เล่าให้ฟัง

>> ก็ไม่ว่าจะเป็นอย่างมาตรการของการกระจาย ความเสี่ยงในการหาแหล่งน้ำมันเนี่ย จากประเทศอื่นๆ ที่เรามีความสัมพันธ์อันดี หรือว่าเราเคยค้าขายด้วยเนี่ย ผมคิดว่าเรา ก็เรียกร้องไปตั้งแต่ตอนแรกเลยว่า การที่ เราไปพึ่งพาจากทางบริเวณตะวันออกกลาง มากๆ เนี่ย นั่นหมายความว่ามันจะเกิดภาวะความ เสี่ยงแบบนี้ เวลาเกิดสงคราม หรือเวลาเกิด วิกฤตเนี่ย

>> อ

>> เออ ซัพพลายของประเทศมันจะหายไปทันทีครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราเรียกร้องมาตลอด ว่ายังมีประเทศคู่ค้าอื่นๆ นะครับ ที่เราสามารถทำได้ เหลืออีก 1 อันครับ เราเป็นสมาชิกสมทบนะครับ ขององค์กรระหว่างประเทศ ที่ชื่อว่า International Energy Agency หรือ IEA เนี่ย ซึ่งเขามีคลังน้ำมันสำรอง เนี่ย ค่อนข้างเยอะนะครับ 1,200 ล้านบาร์เรล

>> รวมๆกัน เราก็อาจจะใช้มาตรการทางการทูต เข้าไปเจรจาเพื่อขอซื้อเพิ่มเติมได้เช่นกัน นี่เราก็สื่อสารใน เอ่อ ข้อมูลชุดนี้มาตลอดนะครับ หรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการ ปรับขึ้นราคาน้ำมันโดยใช้กองทุนเนี่ยช่วย ชะลอเฉยๆ แต่ไม่ตรึงระยะยาวแบบนี้ อันนั้น คือสิ่งที่เราก็เสนอมาตลอดว่า เอ่อ เพื่อไม่ให้เครื่องมือที่เรามีเนี่ยมัน

>> สึกจนเร็วจนเกินไปเนี่ย มันก็ควรจะค่อยๆ ปรับเป็นขั้นบันไดอย่างที่อาจารย์ต้นพูด ไปก่อนด้วยเนาะไอ้ที่ใช่รวมถึงมาตรการ อย่างไบโอดีเซล หรือว่า E20 เนี่ยครับ ที่เราบอกว่า เอ่อ จำเป็นที่จะต้องมีการตรึงราคา

>> เพื่อให้มีการใช้ E20 ที่ผสมเอทานอลเข้า ไปเนี่ยมากขึ้น แล้วก็ลดการใช้น้ำมันดิบใน ประเทศเนี่ย น้อยลง ก็จะทำให้เราสามารถยืดระยะเวลา ปริมาณน้ำมันคลังสำรองที่มีใน ประเทศออกไปได้ครับเนี่ย เรา เราพูดกันมา ตั้งแต่วันแรกๆ ครับ อ

>> แสดงว่า ถ้ามองอย่างงี้ นะ มองเฉพาะมาตรการที่รัฐบาลเพิ่งแถลงไปเนี่ย พอ พอรับได้

>> คิดว่าดีกว่ารอบแรก

>> ดีกว่ารอบแรก อ่า ถ้ามองจากนี้ ก็คือ อันนี้เป็นส่วนที่พรรคประชาชนเคยเสนอมาอยู่แล้ว ในเง ในในมาตรการว่า ถ้าควรจะทำ ควรจะทำแบบนี้ ซึ่งไม่รู้รัฐบาลฟัง หรือ หรือ เอ่อ แต่ว่า โอเค พอทำออกมา ไม่มีครับ ไม่มี ก็ใกล้ ใกล้เคียงกับสิ่งที่เราเสนอ ว่าแบบ เรื่อง ก็เป็นหลักการสากล หรือว่าที่หน่วยงานอื่น เคยเสนอเช่นเดียวกันครับ เราก็ไม่ได้เคลม ว่าเป็นผลงานเรา แต่ว่าเราเคยเห็นปัญหาและ เสนอไว้อย่างนี้เช่นกันครับ

>> อ๋อ ทีนี้ เรื่อง เรื่องกองทุนน้ำมันเนี่ย อย่างวันนี้ ที่ ที่เมื่อสักครู่พูด เราบอกกันว่า

>> มันสมควรจะต้องใช้ เพื่อ step up ขึ้นไป เรื่อยๆ ใช่มั้ฮะ เพื่อให้ราคาน้ำมันมัน สะท้อน ถ้าราคาน้ำมันจริงๆ ที่เราเมื่อสักครู่ เราขึ้นกราฟิก คงเห็นกันแล้วแหละว่า ดีเซลอ่ะ ตอนนี้มันคือ 50 บาท เรา subsidiz อยู่ 20 ราคาจริงๆมัน 29 เอ่อ ราคาที่เรา ขายหน้าปั๊ม 29 ถามว่าเราควรจะต้องขยับ รอยไปเรื่อยๆ จนถึงจุดที่มันไม่ต้องซับมั้ ฮะ

>> ผมคิดว่าคงไม่ได้ถึงขนาดนั้น แต่ว่าแน่นอน ว่าเรามีลิมิตการใช้กองทุนน้ำมันอยู่ ควรจะมีลิมิตการใช้กองทุนน้ำมันอยู่ครับ แล้วก็ หาทางที่จะพยายามยืดระยะระยะเวลาการใช้ เงินตรงเออกไปให้ได้ไกลที่สุด ถ้าผมยก ตัวอย่างง่ายๆ ครับ เราเคยกู้เงินสมัยสงคราม รัสเซียยูเครนเนี่ย มา 100,000 กว่าล้านบาท ถ้าผมจำตัวเลข คือ 100,000 12,000 ใช่ มั้ครับ แล้วก็

>> เราก็ใช้เงินตรงนี้เนี่ย แล้วกว่าจะคืน หนี้คืนหนี้คืนสินได้เนี่ย ผมคิดว่าใช้ เวลาประมาณ 4 ปี

>> หรือว่าเข้าใจว่าบางงวดเนี่ย ยังไม่ถึง กำหนดเวลาการคืนด้วยซ้ำนะครับ เราก็อยากจะ ให้รัฐบาลเนี่ย คิดถึง factor ตรงนี้ด้วยว่า เงินกองทุนมีจำกัด ควรจะใช้อย่างตรงจุด เมื่อกี้อาจารย์ต้นพูดไปแล้วว่า มันควรมา พร้อมกับมาตรการการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม ใช่มั้ครับ ถึงแม้ว่าจะมีการปรับราคาน้ำมัน เพิ่มขึ้น แต่เรามี มีมาตรการอื่นๆ มารองรับกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน ที่เพิ่มขึ้นแล้วเนี่ย ผมว่ามันสามารถ ช่วยได้ครับผมอ

>> อยากกลับไปที่ตะกี้พูดถึงเรื่องเม็ดพลาสติก นิดนึง ผมคิดว่าอ่ะ การไปจับจุดเม็ดพลาสติกเนี่ย เป็นเรื่องที่ดี เพราะเม็ดพลาสติกเนี่ย จริงๆมันเป็นต้นน้ำของการไปทำอย่างอื่นเยอะมาก ตั้งแต่วัสดุก่อสร้างเนี่ย ทำปูน ทำสี แล้วบรรจุภัณฑ์อาหาร ที่เราใช้กันทุกวันเนี่ย ก็จะต้องมีต้นน้ำ มาจากเม็ดพลาสติก

>> แต่ เอ่อ อาจจะอยากให้ระวังหน่อย เพราะว่า เม็ดพลาสติกจะคล้ายๆกับน้ำมันครับ ในแง่ที่ว่า คุณอาจจะมีปริมาณสำรอง หรือปริมาณ เข้ามาใหม่เยอะ แต่ปัญหามันจะอยู่ที่การ กระจายว่าไปถึงใครเช่นเดียวกัน เพราะเม็ดพลาสติกเนี่ย อ่า ผมได้คุยกับผู้ประกอบการ ซึ่งมีหลายไซส์นะครับ ไซส์ใหญ่ เค้าบอกว่า รอบที่แล้ว ได้แต่ไซส์กลาง ไซส์เล็กเนี่ย เค้าบอก ไม่ได้

>> ออ

>> มันเหมือนเรื่องน้ำมันเลยครับ หมายความว่า การมีปริมาณสำรอง หรือปริมาณใหม่ที่เข้ามา เพื่อใช้งานเนี่ย เป็นเรื่องที่ดี แต่อยากให้ลงไปดูด้วยว่า มันกระจายไปสู่ที่ไหน โรงงานขนาดกลาง ขนาดเล็ก ที่เขายังต้องพึ่งพาเม็ดเนี่ย บางทีอำนาจต่อรอง อำนาจซื้อเนี่ย น้อยกว่า

>> ดังนั้น อาจจะ ถ้าถ้าพูดแล้วทำ Plus หน่อย เนาะ ขอ Plus ช่วยไปดูฝั่งการกระจายด้วย ว่ามันตกไปถึงใคร เฉพาะกลุ่มใหญ่แล้วบอก ว่ามันได้ครบ หรือว่าไปถึง SME ด้วยครับ

>> ครับ อันนี้ อันนี้พูดให้คนเข้าใจง่าย คือว่า ไอ้เม็ดพลาสติกที่ว่าเนี่ย มันจะไปส่ง ผลถึงกับอะไรบ้าง อาจารย์

>> เอาให้เข้าใจ

>> วัสดุก่อสร้างเนี่ย สี ตอนนี้เริ่มขาดแล้วนะ สีปูน เอ่อ ชิ้นส่วนยานยนต์

>> บรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์นี่ผมว่าคุ้นเคย กับเรากินอาหารกล่อง

>> ใช่มั้ย เอ่อ สั่งเดลิเวอรี่

>> หรือกล่องต่างๆ ใช้พลาสติกเนี่ย ทั้งนั้น โอโห เม็ดพลาสติกทั้งนั้น

>> อื

>> เม็ดพลาสติกนี่มันโอ เป็นแล้วอุปกรณ์ที่ เป็นเรียกว่าสินค้าส่งออกของไทย อย่างของเล่น หรืออะไรต่างๆ เนี่ย ก็ใช้พลาสติก คือบน โต๊ะนี้ก็น่าจะเยอะนะครับ ดังนั้น พลาสติกนี่มันเป็นต้นทางของอุปกรณ์การผลิตสินค้า จำนวนมาก

>> อ

>> ดังนั้น ที่มีเรื่องร้องเรียนที่ผ่านมา ที่เราได้ฟัง ก็คือ มันไม่ใช่ว่าไม่มีปริมาณ เม็ดพลาสติก แต่มันเป็นเรื่องของการกระจาย ว่าพอคล้ายๆ น้ำมันเลย พอมีปริมาณจำกัดปุ๊บ รายใหญ่ก็ได้ไปก่อน แต่รายกลาง รายเล็ก ที่เคยได้ก็ไม่ได้เท่าเดิม ซื้อจากค้าส่งก็ ไม่ได้เหมือนเดิมนะครับ ดังนั้น ก็อยากให้ลงไปดูด้วยว่า มันกระจายตัวไปเพียงพอหรือ เปล่า ไม่งั้นก็จะเจ็บหลายตัวหลายทอด ครับ

>> อื แต่ แต่ถ้ามอง เอ่อ ภาพรวมตรงเนี้ย การที่เกิดขึ้น เอ่อ ที่เราเห็นกันอยู่เนี่ยนะฮะ ก็คือ เอ่อ ตอนนี้ถือว่าในการแก้ปัญหามัน มันมา มันมาจะเรียกว่าถูกทางประมาณ

>> คือข้อวิจารณ์ของ สบก. ต่อ สบก. ผมมี 2 เรื่อง ที่คาบเกี่ยวกับกองทุนเนี่ย ตั้งแต่รอบแรกที่ใช้กรอบ 15 วัน แต่รอบ เนี้ย ถ้าฟังจากตรงนี้ ก็คิดว่ามีการผ่อนคลาย และดูดีขึ้นนะครับ เดี๋ยวขอไปดูรายละเอียดอีกทีนึง แต่อีกข้อนึงที่ผมคิดว่า สำคัญคือการรับฟังกลุ่มที่เดือดร้อนเนี่ย ผมคิดว่ามันจำกัดกลุ่มวงแคบมากเกินไป

>> อย่างเมื่อวันอาทิตย์ที่เราอยู่สภากัน เนาะ วันอาทิตย์ที่เราเลือกประธานสภาเนี่ย หลังจากนั้น คุณอนุทินเรียกประชุม ครม. เอ้ย เรียกประชุม สบก. อื

>> นะครับ ที่สภาเลย แล้วก็มีคุณเอกนิติ แล้วก็ คนอื่น แต่กลุ่มที่เขาเรียกมาให้ข้อมูล เนี่ย จะเป็นกลุ่มสัก 5-6 บริษัทน้ำมันราย ใหญ่เท่านั้น

>> อื

>> เพื่อเรียกมาชี้แจงว่ายังมีน้ำมันเพียงพอ หรือเปล่า แล้วพอได้ข้อมูลว่าน้ำมันเพียง พอจากบริษัทใหญ่นะครับ ปั๊มที่เราเห็นกัน ทั่วไปเนี่ย

>> เอ่อ ตัวท่านรองนายก เอกนิติก็มาแถลงต่อว่า ไม่ต้องห่วง มีน้ำมันเพียงพอ เพราะได้รับ การยืนยันจากบริษัทเหล่านี้แล้ว จบการแถลง วันนั้น ซึ่งต้องเรียนว่าจริงๆแล้วอ่ะ ถ้า สบก. เราจะเข้าใจ เรียกว่าเห็นอกเห็นใจคน ต่างๆมากขึ้นเนี่ย มันมีกลุ่มที่ยังไม่ได้ รับฟังอีกเยอะที่เดือดร้อน เอาง่ายๆ ปั๊ม ขนาดเล็กอย่างเงี้ย ต้องรับต้นทุนที่สูง กว่าปั๊มขนาดใหญ่ จะทำยังไง บางปั๊มเนี่ย ต้องปิดหยุดกิจการ หรืออาจจะต้องปิดไปเลยใน อนาคต

>> ชาวประมงเนี่ย เขาใช้น้ำมันเขียว

>> ซื้อ

>> น้ำมันเขียวที่ต้องไปอะไรเงี้ย เค้าก็บอก ว่ามันขาด หรือมันราคาแพงขึ้น ต้องตัดสินใจ รายวันเลยว่า วันเนี้ย ราคาน้ำมันเขียวเท่านี้ ถ้าเค้าออกไปจับปลาได้เท่าเดิม เค้าขายขึ้นราคาไม่ได้เนี่ย เค้าไม่คุ้ม เค้าไม่ออกดีกว่า

>> เออ

>> แต่พอไม่ออกดีกว่า ปริมาณงานสัตว์น้ำมันก็ ลดลง นึกออกมั้ยครับ เดี๋ยว มันก็จะไปมีผลต่อราคาอยู่ดี หรือตัวเขาเองก็ทำมาหากินยาก ขึ้น รายได้ลดลง

>> อื

>> หรือกลุ่มรถบรรทุกที่ขนส่ง แต่รายย่อย หน่อย ที่ต้องขับเหนือลงใต้อย่างเงี้ย แล้ว ต้องเติมระหว่างทาง พอไม่มีเก็ ต้องตัดสินใจใหม่ หรือไปประสบปัญหากลางทาง กลุ่มเหล่านี้ เรารู้สึกว่า สบก. ยังไม่ได้เอาเข้าไปอยู่บนโต๊ะว่า เฮ้ย เดือดร้อนแบบนี้ เจอปัญหาแบบนี้ คือการฟังแต่รายใหญ่อย่างเดียว เราคิดว่ามันแคบเกินไปแล้ว เค้าก็จะยืน ยันอย่างนี้แหละครับว่า เขามีน้ำมันสำรอง เพียงพอ ซึ่งเราอาจจะทราบอยู่แล้ว ถูกมั้ยครับ เราไม่ได้ เราคิดว่าตอนมันมีเพียงพอ จริงๆแหละ ตามที่รัฐบาลบอก แต่ปัญหามันอยู่ ที่การกระจาย และกลุ่มต่างๆ ว่ามันไปถึง อย่างไร คือการส่งน้ำมันไปชาวนาเนี่ย มันทางนึงเนาะ ส่งไปเกษตรกรเนี่ย มันก็อีกทางนึง ชาวประมงอีกทางนึง รถบรรทุกอีกทางนึง ดังนั้น มันคงต้องฟังรอบด้านเหมือนกันครับ

>> ครับ

>> มัน มันมี มันมีคนคนพูดกันในโซเชียลเนี่ย เยอะว่าไอ้น้ำมันที่มันหาเติมยากเนี่ยนะ เดี๋ยวคอยดูนะ พอได้วันไหนน้ำมันขึ้นนะ โอ้โห ทีนี้เติมได้ทุกปั๊มเลย

>> ผมนึกถึงหน้ากากอนามัย

>> อาจารย์ว่ายังไง อ่ะ

>> ผมก็เป็น เป็นหนึ่งคำถามนะครับ ที่เราก็ได้ มีการตั้งคำถามไปถึงรัฐบาลเช่นเดียวกัน ว่า เอ่อ มันมีการกักตุน ไม่ใช่แค่ฝั่งประชา ชนเนี่ย แต่มันมีการกักตุนกับทางฝั่งกลุ่ม ผู้ค้าน้ำมัน หรือว่าคลังน้ำมันหรือเปล่า อย่างน้อยน้อย อาจจะเป็นการชะลอการจ่าย ใช่ มั้ครับ หรือแม้กระทั่งกักตุนไว้ในรถขนส่ง น้ำมัน อันนี้ผมเป็นสมมติฐานว่ามันมี เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหรือเปล่า แล้วรัฐบาลเนี่ย ที่เคยออกมาบอกว่า พี่น้องประชาชนกักตุน กักตุน กักตุนเนี่ย เคยถามคำถามเดียวกันนี้ อย่างที่ผมเกริ่นไปตอน ต้นมาว่า ถามคำถามเดียวกันนี้กับผู้ค้าน้ำมัน ได้มีการตรวจสอบมั้ย เข้าใจว่ารัฐบาลก็ ออกมาชี้แจงครับว่า มีหน่วยงานเข้าไปตรวจ คลังน้ำมัน 53 แห่งทั่วประเทศแล้ว เรียบร้อย

>> กระบวนการตรวจสอบเป็นยังไง ข้อมูลที่ไป ตรวจสอบคืออะไรบ้าง ใช่มั้ยครับ ความถี่ของ รถเนี่ย ที่มันเคยออกจากเดิม อาจจะวันละ 100 เที่ยว ปัจจุบันมันเป็นยังไง มันเพิ่มขึ้น มันเท่าเดิม หรือว่ามันอาจจะลดลง หรือเปล่า อันนี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่ สามารถออกมาตอบได้แค่ว่า โอเค ไม่มี การกักตุน

>> เออ

>> แล้วข้อมูลอื่นๆ ที่เราต้องการ เพื่อ สนับสนุนคำตอบเนี้ย เราไม่ ไม่เคยได้รับรู้เลย ว่ามันคืออะไร

>> แล้วอันนี้ มันจะต่อเนื่องไปถึงวันที่ต้อง มีการจะปรับขึ้นน้ำมันแต่ละสเต็ป เพราะอะไร บอกอ่ะ เดี๋ยวพอรู้นะ อีก 2 วัน 3 วันเนี่ย เดี๋ยวจะปรับไปอีก มันก็จะเกิดปัญหา แบบนี้ ตั้งคำถามมาอีกว่า อ้าว เดี๋ยวเขาก็จะชะลออีก พอใกล้ๆ จะขึ้น พรุ่งนี้เช้า วันนี้น้ำมันหมดอีกแล้ว ตุนกันอีกหรือเปล่า ใช่มั้ย

>> ใช่มั้ครับ มันก็ทำให้เหตุการณ์แบบนี้ เกิดขึ้นได้ อาจจะ เราอาจจะเห็นสถานการณ์การขาด แคนน้ำมันเนี่ย จนถึงวันที่ราคาน้ำมันเป็น ลิตรละ 33 บาท ตามกรอบที่รัฐบาลประกาศสูงสุด ก็เป็นได้ ใช่มั้ครับ

>> อ่า แต่เห็นวันนี้ อาจารย์ต้นก็พูดตอนแถลงข่าว ที่พรรค บอกว่า อะไร พอไปมันมีเรื่อง โควต้าในจัง ในบางจังหวัดอีกเหรอ ที่แบบ กลายว่าเหมือน เออ กลุ่มคน อันนี้คือไปได้ข้อมูลมา หรือว่า เออ ไปฟัง

>> ลองดูหลายๆ จังหวัดนะครับ มีข้อร้องเรียน ออกมา คือมีประชาชนคนธรรมดาเนี่ย เกษตรกร รายเล็กรายน้อย ไปต่อคิวตั้งแต่เช้า ใช่มั้ครับ รอคิวไปเรื่อยๆ

>> แต่ปรากฏว่า มีรถบางคันที่เข้ามาเป็นพิเศษ

>> อ่า

>> แล้วก็ ปึ๊บ ได้น้ำมันหมด

>> ที่เหลือ แล้วก็ต้องบอกคนอื่นว่า น้ำมันหมดแล้วนะ

>> อื

>> อ่ะ คุณไปหาเติมที่อื่น มันมีกรณีอย่างนี้ ที่เกิดขึ้น และน่ากังวลคือ

>> การในแง่นึง ต้องยอมรับว่า ถ้าเป็นรถใหญ่ รถอะไรเงี้ย เวลาเข้ามาทีนึง มันก็เหมือนใน กรุงเทพฯ อ่ะ มันเอาน้ำมันไปแทบจะหมดที่ สำรองเอาไว้ที่แต่ละปั๊มเลย ดังนั้น ถ้าคุณจัดสรรโควต้าไม่ดีเนี่ย มันจะตกไปไม่ถึง รายเล็กรายน้อยจริงๆ

>> แล้วเครือข่ายอิทธิพล เครือข่ายธุรกิจนะ ครับ เวลาเค้าขอกัน โทร กริ๊ง ก้างกัน แล้วเค้า เข้าปั๊ม ได้เลย อย่างเงี้ย ผมคิดว่า

>> เป็นบทพิสูจน์ครับ เป็นบทพิสูจน์ เพราะถ้า ใครรู้จักนะครับ เครือข่ายบ้านใหญ่ ส่วนใหญ่ทำปั๊มนะครับ

>> ออ

>> ในตามสั่งจังหวัดต่างๆ นะครับ

>> ส่วนใหญ่ทำปั๊ม หรือมีธุรกิจที่เกี่ยวพัน กับการเกษตร ที่ต้องใช้น้ำมันปริมาณมาก แล้วฤดูเนี้ย เป็นฤดูเก็บเกี่ยว อ้อยก็เก็บเกี่ยวละ ข้าวก็เก็บเกี่ยวละ ความต้องการ ใช้น้ำมันสูง

>> ในกลุ่มเหล่านี้ นะครับ ผมคิดว่าเป็นบท พิสูจน์ของบ้านใหญ่ในท้องถิ่นเลย ว่าเขาจะ ทำให้คนรู้สึกว่ามันเป็นธรรม หรือเปล่า หรือว่าบ้านใหญ่ พอเกิดปัญหา บ้านใหญ่เอาตัวรอดก่อน อันนี้เป็นบทพิสูจน์ที่

>> บท เอ่อ บ้านใหญ่ต้องพิสูจน์ให้ประชาชนเห็น ครับ

>> อ๋อ เดี๋ยว ก่อนจะไป เฟสระยะกลางและระยะยาวเนี่ย พอดีมีท่านผู้ชมฝากคำถามมา บอกฝากถาม อาจารย์ต้นหน่อย ที่พูดถึง SME ปั๊มราย ย่อย แล้วก็รถบรรทุกรายย่อยเนี่ย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านเนี่ย เราจะรู้จักตรงไหน ว่าพวกเขามีอยู่เท่าไหร่ อยู่ตรงไหนบ้าง เราพอจะช่วยได้มั้ย นี่คำถามแรก เอาคำนำแรกก่อนก็ได้

>> ครับ ก็อันนี้ ก็จะกลับมาเรื่องข้อมูลเนาะ พอเวลาเราพูดถึงการเปิดข้อมูลและรวมข้อมูลเนี่ย เราไม่ได้พูดถึงแต่ปั๊มรายใหญ่

>> อื

>> แต่ต้องเรียนว่า ปั๊มรายใหญ่เนี่ย อุตสาหกรรมน้ำมันเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม ที่ข้อมูลค่อนข้างดีนะครับ เพราะมีเรื่อง ความปลอดภัยที่ต้องคอนโทรลสูงมากนะครับ

>> ดังนั้น การมีข้อมูลอยู่แล้วเนี่ย จะทำให้ การดึงออกมา dashboard หรือการเปิดเผยให้ ประชาชนรู้เนี่ย เป็นประโยชน์ มันเลือกได้ ครับว่าส่วนไหนที่ไม่ควรจะเปิด แต่ส่วนไหน ประชาชนควรจะรู้ อย่างน้อยปริมาณ อ่า E20 ปริมาณเบนซิน ดีเซล ที่เขาจะไปเติมเนี่ย ควรจะได้รู้ ในความปั่นป่วนแบบนี้นะครับ ไม่จำเป็นต้องเปิดตลอดไป

>> แต่ปั๊มเล็กเนี่ย หลายรายก็อาจจะไม่มีข้อมูล แต่อย่างน้อยที่สุด ถ้าเรารู้เรื่องการ ขนส่ง เพราะอย่าลืมว่า ปั๊มเล็กเนี่ย ยิ่งต้องพึ่งการขนส่งของพ่อค้าคนกลาง หรือร้าน ค้าส่ง หรือจ๊อบที่มีมาเนี่ยครับ ดังนั้น ถ้ารู้ข้อมูลขนส่ง ซึ่งเรายืนยันว่าข้อกังวลของเราข้อนึงคือ มันไปติดอยู่ตรงไอ้ ฝั่งระบบขนส่ง หรือเปล่า คือเวลาคิดเรื่อง พวกนี้ต้องคิดทั้ง supply chain

>> อื

>> ดังนั้น ถ้าคุณรู้ข้อมูล ดูข้อมูลการขนส่ง น้ำมันได้ มันก็จะไปดูข้อมูลปั๊มเล็กได้ ต่อไป

>> ครับ

>> อื

>> คำถามที่ 2 คือ จะให้เสียงของคนเหล่านี้ ดังได้ยังไง ที่เค้าฝากถามว่า

>> ก็ผมคิดว่า ฝ่ายค้านเราก็พยายามรวบรวม นี่ นี่เราคุยกันในวงใน สส.แล้วครับ ว่าให้ สส. โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด ลงไปดูพื้น ที่ตัวเองเลย

>> เนี่ย อย่าง อ่า คุณโฟค ที่พิษณุโลกเนี่ย เค้าก็ลงไปสำรวจพื้นที่ให้ ทีมงานช่วยสำรวจ แต่ละพื้นที่ ปั๊มอะไรบ้าง มีปัญหาอะไรบ้าง ราคาเป็นยังไง คนมาเข้าคิวเป็นยังไง ตอนนี้ เราบอกให้ สส. เราทุกคนกระจายตัวลงไปถาม ความเดือดร้อน เก็บข้อมูลแล้ว และที่จะทำ ต่อคือข้อมูลราคาสินค้าครับ เรามีลิสต์ละ ว่าสินค้าที่อยากให้ สส. เราช่วยจับตามอง ว่ามันจะขึ้นไม่ขึ้น ในตลาดกลาง ในท้องถิ่น หรือในร้านค้ารายย่อย จะขึ้นไม่ขึ้น อย่างไร ตอนนี้เราจับตา 2 อย่าง คือเรื่องน้ำมัน แล้วก็เตรียมเรื่องราคาสินค้า แล้วพอได้ ข้อมูลตรงนี้มาเนี่ย

>> เราก็จะเป็น voice เราจะเป็นเสียงที่ส่ง ให้ครับ เดี๋ยวเปิดสภาแล้ว มีการตั้งกระทู้ หรือสื่อสารสาธารณะแบบที่เราทำเนี่ย

>> ออ

>> เอ่อ เราทำหน้าที่นี้อย่างแข็งขันครับ

>> อื ซึ่งจะได้เป็นข้อมูลแล้วก็ช่วยไปเป็น มาตรการต่อไปใช่มั้ย หรือเข้าใจว่า วันเนี้ย คุณไอซ์ รัชนก ก็โพสต์ถามความเดือดร้อนของ คนมีคนมาตอบเต็มเลย เดี๋ยว เราจะไปรวบรวมข้อมูล คุณไอซ์ถามว่าเนี่ย เอ่อ แต่ละคนที่ทำ ธุรกิจประกอบการรายย่อยต่างๆ ประสบปัญหา ยังไง แล้วมีคนมาคอมเมนต์ เข้าใจว่าเป็นพันเลย

>> เดี๋ยวจะรวบรวมต่อว่า เจอปัญหาอะไร ยังไงบ้าง

>> น่าจะทำให้เราเห็น เค้าเรียกข้อมูลจริงๆ หรือว่าผู้ที่ประสบจริงๆ ราย โดยเฉพาะราย ย่อยว่ามันมีอยู่

>> ต้องยอมรับว่า สื่อมวลชนก็ยากนะ เพราะบางที สื่อก็ไม่รู้ว่าใครประสบปัญหาอะไรบ้าง ดังนั้น เวลาเค้ามีช่องทางที่เค้าจะเรียกร้อง หรือร้องเรียนเข้ามา อย่างตอนเราโพสต์ข่าว อย่างเงี้ย ของพรรคอย่างเงี้ย ก็มีคนมาร้องเรียน หรือคุณรัชนกโพสต์อย่างเงี้ย หรือ สส. เรา เราไปลงพื้นที่ ผมคิดว่าการทำงานแบบนี้ จะทำให้เราเข้าใจปัญหาหน้างาน มากขึ้นครับอครับ

>> เอ่อ เมื่อสักครู่นี้ ตอนแถลงข่าวเนี่ย มีนักข่าวถาม นักรัฐมนตรีพลังงาน บอกว่า สถานการณ์น้ำมันเนี่ย จะไม่ขาดแคลน จนถึงขั้นกำหนดจำนวนเติมต่อครั้ง 500 บาท หรือ 1,000 บาท ใช่มั้ รัฐมนตรีตอบว่า ยืนยันว่าเราพอหาจากแหล่งอื่น นอกจากตะวันออกกลาง ได้แล้ว ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้น เป็นปัญหาหน้างาน การกระจายน้ำมัน เราลงมาดู พยายามแล้ว ในการแก้ระบบขนส่ง เพิ่มเที่ยวรถ หวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ต้องขอความร่วมมือ เพราะยอดการซื้อยังสูงกว่าปกติ ทำให้การขนส่งไม่ทัน

>> อื

>> นี่ก็ยืนยันว่าเป็นเรื่องของการขนส่ง อันนี้รัฐมนตรีว่าอย่างงั้น

>> อื

>> อื ครับ แล้วก็มีอีกประเด็นนึงครับ ที่ถ้า เราจะลดความหนาแน่นของการเติมน้ำมันหน้า ปั๊มได้เนี่ย สิ่งที่ทำได้คือ ทำให้จ๊อบเบอร์ หรือพ่อค้าคนกลางเนี่ย เขาสามารถ เข้าถึงน้ำมันได้ ในราคาที่ใกล้เคียงกับ หน้าปั๊มแล้วกัน ผมว่าผมจำได้ว่าสิ่งเนี้ย คือสิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เคยพูดไว้เมื่อตอนเกิดวิกฤตวันแรกๆ ครับ ว่าจะเข้าไปทำยังไงก็ได้ ให้พ่อค้าคนกลาง หรือกลุ่มอุตสาหกรรมเนี่ย สามารถเข้าถึง น้ำมันในราคาชด ที่ได้รับการชดเชยได้เช่นเดียวกัน แต่ตอนนี้ผ่านมา 2 อาทิตย์แล้วเนี่ย ผมว่ายังไม่เห็นความชัดเจนในตรงนี้ เหมือนกันครับ

>> คืออย่างงี้ ใช่มั้ฮะ คือเท่ากับว่า ตอนเนี้ย อุตสาหกรรม หรือพ่อค้าคนกลาง จ๊อปเปอร์ ที่เค้าขนไปส่งปั๊มอิสระเนี่ย

>> อ

>> เค้าต้องไปซื้อราคาหน้าลงกันแบบไม่มี ซับซิไดซ์

>> ครับ มีบางส่วนที่เป็นอย่างนั้นครับ ใช่ ครับ

>> เออ ซึ่งซื้อไป ถ้าผมเป็นปั๊ม ผมซื้อราคา นั้น ผมจะไปขายใคร

>> ถูกต้องครับ ใช่มั้ย

>> อื

>> เออ

>> แล้วคนฝั่งซื้อ ไม่ซื้อไง เค้าก็กลับไปจอด หน้าปั๊ม

>> อื

>> ครับ มันก็เลยแย่ง แล้วมันปริมาณสูง เอาที มันก็เกือบหมดปั๊มแล้วครับ

>> ครับ ทีนี้ อยากชวนมอง มองไปข้างหน้าหน่อย ครับว่า

>> เอ่อ ทั้งในเชิงผลกระทบ และมาตรการ และแผนหลังจากนี้นะ คือ เอา เอาส่วน เอาหลังจากนี้ก่อน ว่านอกเหนือจากสิ่งที่เราเห็นเนี่ย มันจะมี effect อะไรที่เกิดขึ้นอีก ตาม มาจากสถานการณ์ที่มันเป็นอยู่ขณะนี้ ถ้า ให้ ถ้าให้ประเมินแบบฉายภาพให้ดูหน่อยว่า มันจะมี effect มันจะกระทบมั้ย หรืออะไรมันจะกระทบอีกมั้ย จากสิ่งที่เราเกิดขึ้นตรงนี้ เอา เอาเฟสถัดไปก่อน มันจะเห็นอะไรอีก

>> ผมว่าเฟสถัดไป คงไม่นานมากนะครับ ปัจจุบันเนี่ย เรากำลังเข้าสู่ภาวะหน้าร้อนแล้ว กำลังเป็นฤดูที่ร้อนจัด ใช่มั้ยครับ แน่นอนว่า ค่าไฟในบิลรอบถัดไปเนี่ย ค่อนข้างเป็น ที่น่ากังวลว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าไหร่ เพราะอะไรครับ เพราะว่าไฟฟ้าบ้านเราเนี่ย ผลิตจากก๊าซธรรมชาติในอัตราส่วนที่ ค่อนข้างเยอะ ถ้าผมจำตัวเลขไม่ผิด คือมากกว่า 60% เนี่ย เราผลิตจากการธรรมชาติทั้งหมด

>> อ

>> แล้ว การ์ดธรรมชาติที่เราใช้ในการผลิตไฟฟ้า เนี่ยครับ นำเข้ามาจากไหน 1 เราผลิตเอง ได้ครับ จริง แต่ในสัดส่วนที่ไม่ได้เยอะมาก

>> ครับ

>> 2 คือมาจากพม่า แต่ 3 คือเรานำเข้ามาใน รูปแบบก๊าซธรรมชาติเหลว หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ LNG

>> ซึ่ง LNG ครับ เราซื้อมาจากประเทศที่ไหน ครับเป็นอันดับแรก กาตาร์ครับ

>> อื

>> โอ้โห แล้วอยู่ในพื้นที่

>> อยู่ในพื้นที่

>> ข่าววันแรกๆ ครับ มีการมีการรายงานออกมาว่า เรือของไทยครับ ที่จะขนส่ง การ์ดธรรมชาติ เนี่ย ที่จะมาไทย 3 ลำ ติดอยู่ในช่องแคบฮอร์ม

>> อื

>> แล้วรัฐบาลเนี่ยครับ ก็ต้องออกจัดหา การ์ดธรรมชาติ จากแหล่งอื่น ซึ่งได้รับผลกระทบ เรื่องของราคาแล้วเรียบร้อย

>> ใช่มั้ครับ อันนี้ผมคิดว่าแน่นอนว่ามัน น่ากังวลว่า การ์ดธรรมชาติเนี่ย มันจะผลัก ดันให้บิลค่าไฟของพี่น้องประชาชนเนี่ย เพิ่มสูงขึ้นนะครับ อันนี้เป็นเฟสที่จะ ต่อเนื่องกันว่า น้ำมันแพงเสร็จ เราอาจจะเจอ บิลค่าไฟที่สูงเป็นประวัติการณ์ก็ได้ ครับ

>> อื ซึ่งก็ต้องหามาตรการด้วยถูกรองรับ ตรงนี้ ว่าแล้วมีข้อเสนอไหม สำหรับพรรคประชาชน ว่าแล้วเราจะป้องกันตรงนี้ยังไง เบื้องต้น

>> เอาเรื่องของน้ำมันกับไฟฟ้าเนี่ย ผมว่าแยก ออกจากกัน

>> อ้อ เหรอ

>> ใช่ครับ ผม ผมคิดว่าสิ่งที่เราทำได้อย่างแรกเลย เราอาจจะต้องทบทวนเรื่องเอาน้ำมันก่อนนะครับ เราอาจจะต้องทบทวนเรื่องกรอบ การใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในอดีต ที่ผ่านมา บัญชีของน้ำมันถูกนำมา cross subsidy หรือว่านำมาชดเชย การ์ดหุงต้ม เป็นเวลานานแล้ว เวลาถึงวิกฤตจริงๆ ครับ สิ่งที่เราเห็นก็คือ เครื่องมือที่เรามี เนี่ยเนี่ย มันไม่สามารถใช้ได้เต็ม ประสิทธิภาพ รัฐบาลอาจจะต้องทบทวนกรอบการใช้เงินกองทุน จากน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่นะครับ อย่างที่ 2 เนี่ย ทำให้เราเห็นว่า โครงสร้างน้ำมันที่เรามี หรือว่าวิธีการจัดหา น้ำมันเนี่ย ค่อนข้างที่จะมีความเปราะบาง มากๆ เราเคยเชื่อแหล่งพลังงานแหล่งใดแหล่ง หนึ่งมากจนเกินไป เรานำเข้าน้ำมันนะครับ จากตะวันออกกลางเนี่ย ประมาณ 50 กว่าเปอร์เซ็นต์ จำเป็นที่ต้องมีการบริหารจัดการความ เสี่ยงในการหาน้ำมันจากแรงอื่นๆ เพิ่มเติม หรือเปล่า ใช่มั้ครับ แล้วในระยะยาวเนี่ย ผมก็มองไปถึงการใช้ทางเลือกอื่นมาเป็น เอ่อ ยานพาหนะของเรา ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า การสนับสนุนให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้ ระบบขนส่งสาธารณะได้ ใช่มั้ยครับ อันนี้ก็ เป็นทางฝั่งของน้ำมันไปครับ

>> ส่วนทางฝั่งไฟฟ้า ผมคิดว่าสิ่งที่สามารถทำ ได้เนี่ย ในระยะแรกๆ เลยก็คือการช่วยกลุ่ม เปาะบางเช่นเดียวกันครับ ไม่ว่าจะเป็นการ ออกมาตรการอัตราค่าไฟพิเศษสำหรับผู้ใช้ไฟ เอ่อ รายย่อย และครัวเรือนที่ได้รับผล กระทบหนัก ใช่มั้ครับ อันที่ 2 เนี่ย สิ่ง ที่ผมอยากเห็นคือ เรามีหลังคาบ้านที่ติด ตั้งโซล่าเซลล์แล้วเรียบร้อยนะครับ รัฐบาลสามารถออกโปรแกรมที่รับซื้อไฟจากพวกเขา ได้

>> ออ

>> ใช่มั้ยครับ เรารับซื้อไฟจากพี่น้องประชา ชน เราลดการผลิตจากโรงไฟฟ้าการธรรมชาติ ได้ไปพร้อมๆ กันครับ ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ต่อ คือช่วยลดภาระค่าครองชีพของพี่น้อง ประชาชนได้แล้วก็ ลดการผลิต เอ่อ ลดการพึ่งพา ก๊าซธรรมชาติที่เรานำเข้ามาได้เช่นเดียวกัน

>> อันที่ 3 ครับ มันมีโปรแกรมที่เรียกว่า Demand Response หรือภาษาไทยเรารู้จักกันในชื่อโปรแกรม เอ่อ การตอบสนองความต้องการด้านโหลดนะครับ รูปแบบมันเป็นยังไง ครับ รูปแบบมันคือการเข้าที่การที่รัฐเข้า ไปขอความร่วมมือจากโรงงานใหญ่ๆ ห้าง สรรพสินค้า ผู้ใช้ไฟรายใหญ่

>> ให้ลดการใช้ไฟลง แล้วรัฐบาลจะจ่ายเงินค่า ชดเชยให้พวกเขาแทน

>> ออ

>> สิ่งนี้เกิดขึ้นในอดีต เคยมีโครงการนำ ร่องเยอะแยะมากมายครับ ผมว่าถึงเวลาที่ รัฐบาลควรนำโครงการนี้มาใช้อย่างจริงจัง นะครับ เป็นการประหยัดตั้งแต่ต้นทาง ไม่เพิ่มภาระไปกับการพึ่งพานำเข้าเชื้อเพลิง จากต่างประเทศมากขึ้นครับ แล้วเราค่อยไป พูดถึงการที่จะ diversify ตัวกระจายความ เสี่ยง ตัวแหล่งการผลิต ไม่ว่าจะเป็นจากการ ธรรมชาติ เราพูดถึงพลังงานสะอาดแล้ว หรือยัง เราเพิ่มสัดส่วนของพลังงานสะอาดไป พร้อมๆ กับแบตเตอรี่ ระบบกักเก็บพลังงาน อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราต้องพูดคุยกันต่อครับ

>> ถึงอันนี้เนี่ย มันเป็นสิ่งที่ทำได้ทันที และเร็วที่สุดมั้ย

>> 3 อย่างแรกครับ ผมว่าทำได้ทันที Demand Response รับซื้อไฟจากโซลาร์เซลล์เนี่ย ผมว่าเห็นกรอบหลักเดือนเนี่ย สามารถทำได้ รวมไปถึง เอ่อ เรื่องของอัตราค่าไฟสำหรับกลุ่ม รายย่อยเนี่ย ผมว่าก็สามารถทำได้ทันทีเช่นเดียวกัน ครับ

>> ครับ ทีนี้ ถ้าเกิดมองต่อครับ ในเฟสต่อไป อันนี้คือเฟสระยะถัดไป ว่ามันจะมี effect อะไร แล้วเราจะแก้ไง แต่ถ้าตีว่า ถ้าสมมุติเราผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ละ เรื่องของ ราคาน้ำมัน ราคาพลังงานนะครับ โจทย์ของ ประเทศต่อไปเนี่ย เราต้องกลับมาคุยเรื่อง อะไรกันอีกบ้าง ในการที่จะป้องกัน รับมือ อย่างเป็นระบบ และรับมือได้อย่างไม่มี ปัญหาเยอะอ่ะ เพราะ เพราะเราเห็นจากเหตุ การณ์นี้ปุ๊บ มันโอ้โห มันมั่วไปหมดเลย ถ้าจะในระยะยาวเนี่ย เราจะต้องทำอะไร หาแหล่งใหม่เพิ่ม เรื่องของ เอ่อ ราคาที่มาชดเชย ราคาน้ำมัน เราต้องคุยกันอย่างเป็นระบบ หรือเปล่า ว่าจะต้องอะไร แก้ไง ตรงไหน อันนี้คือในมุม อาจารย์ต้นเนี่ย มีอะไรที่เราต้องทำบ้าง

>> เอ่อ ผมคิดว่าจริงๆ ระยะกลางที่ยังไม่ไกล มากเนี่ย ก็คือเรื่องราคาสินค้า แล้วก็การผลิตต่างๆ นี่ก็ต้องจับตาเหมือนกันนะครับ เพราะว่ามันจะมีสินค้าอยู่ 3 กลุ่ม

>> ที่ควรจะจับตา เพราะว่าเกี่ยวพันกับวิกฤต ครั้งนี้ แล้วก็ตะวันออกกลางนะครับ กลุ่ม แรกก็จะเป็นสินค้าที่เกี่ยวพันกับน้ำมัน เช่น เม็ดพลาสติกที่พูดไปเนาะ เม็ดพลาสติกเนี่ย เอ่อ มันเป็น commodity ที่มันส่งต่อไป ยังการผลิตอื่นๆ

>> แล้วการผลิตอื่นๆ มันก็คือการจ้างงาน นึกออกมั้ยครับ

>> เวลาถ้าอะไรมันผลิตลดลง มันก็จะจ้างงานลดลง มันก็จะส่งผลต่อเรียกว่า คุณภาพชีวิต ประชาชนไปโดยปริยาย แล้ว M Plus เนี่ย Supply Chain มันยาว นี่เป็นกลุ่มที่ 1 ที่ต้องจับตานะครับ ซึ่งถ้ารัฐบาลอยู่ใน ลิสต์ที่รัฐบาลสนใจเนี่ย ก็ถือว่าดีนะครับ ส่วนข้อที่ 2 ก็จะเป็นสินค้าที่มันต้นทุน การขนส่งมันสูง ไอ้พวกนี้คือสินค้า ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารสดนะ อาหารที่เราบริโภคราย วัน ผักผลไม้ รวมไปถึงอะไรที่ต้อง เนื้อหมู เนื้อไก่ ที่มันต้องขนส่งไกล แล้วก็ต้องใช้ ต้นทุนสัดส่วนการขนส่งต่อต้นทุนสินค้า หน้าสูง อันนี้ยังไงก็ต้องจับตานะครับ แล้วมันก็ส่งผลต่อราคาการซื้อขายรายวันด้วยนะ ครับ ส่วนกลุ่มที่ 3 เนี่ย จะเป็นกลุ่มที่ เราพึ่งพาการนำเข้าจากตะวันออกกลางสูง เช่น ปุ๋ย

>> ปุ๋ยบางอย่างเนี่ย ปุ๋ยไนโตรเจนเนี่ยนะ ครับ เรา 60% น่ะ ที่เราใช้ทั้งประเทศเนี่ย 60% ของปุ๋ยไนโตรเจนมาจากตะวันออกกลาง ไอ้ตรงนี้เนี่ย ก็จะส่งผลต่อไปถึงเกษตรกร ถ้าเกษตรกรขาดปุ๋ย หรือว่าส่งผลต่อผลผลิต อีกแล้วก็รายได้ แล้วก็ยังไปถึงราคา ดังนั้น ผมคิดว่า เอ่อ War room ที่ดีในเรื่องนี้ นะครับ ต้องมีทั้งเรื่องเนี่ย เรื่องเฉพาะหน้าที่คุณศุภโชติพูดไปละ เรื่องการ จัดการเรื่องน้ำมันอย่างเงี้ย แต่ผม สำหรับผม ผมรู้สึกว่าต้องกังวลเรื่อง Supply Chain สินค้าอื่นๆ ที่มันจะเกี่ยวพัน แล้วถ้าไม่ตั้งต้นให้ถูก ไม่เตรียมพร้อมไว้เนี่ย เดี๋ยวผลมันตามมาปุ๊บ มันจะแก้ไม่ทัน

>> ออ

>> อีกครั้งนึงนะครับ ส่วนอีกคำถามนึงนะครับ ถ้าเป็นเรื่องระยะยาวเลย ผมคิดว่ามันต้อง มาพูดถึงเรื่องตั้งแต่เรื่อง Zero เรื่องพลังงานกันอย่างจริงจังแล้ว โอเค

>> อันนี้เรายืนยันนะครับว่าอยู่ในนโยบายหนึ่ง ที่เราให้ความสำคัญมากในการทำนโยบายหา เสียงเรื่องนี้ แม้ว่าสังคมอาจจะยังสนใจ น้อย แต่เป็นหนึ่งในเรื่องที่เรามองว่า ยังไงซะ ถ้าไม่ปรับตัว ถ้าไม่ทำอะไรเนี่ย ถ้าไม่ตั้งต้นแล้ว ปลายทางเราไปถึงเรื่องตลาด พลังงานที่ให้ทุกคนเนี่ย สามารถซื้อขายไฟ ได้อย่างเสรี ราคาถูกลงเนี่ย ถ้าไม่เริ่ม ต้นทำ ไม่เริ่มต้นนับ 1 ตั้งแต่วันนี้ เดี๋ยว ถึงจุดนึง มันก็วิกฤตใหม่ครับ

>> ก็วนกลับมาใหม่แบบนี้

>> เพราะอย่าลืม ผมคิดว่าประเด็นที่เราอยากยก วันนี้อีกอันนึงคือ

>> ตอนเนี้ย คนเหมือนกับ เฮ้ย พอน้ำมันมีปัญหา คนรู้สึกว่าไฟฟ้า คนขับรถ EV รู้สึกว่า เอ้ย โชคดีจังเลย ไม่ต้องไปพึ่งน้ำมัน แต่ ช้าก่อน

>> อย่างที่คุณโตบอก ไม่พ้นเหมือนกัน

>> ว่าเรื่องไฟฟ้ามันก็มีต้นทุนการผลิต สัดส่วนวัตถุดิบการผลิตมาจากน้ำมันเช่นเดียวกัน

>> ออ

>> ดังนั้น ถ้าไม่วางแผนไปพร้อมกัน มันไม่ใช่ มันจะกลายเป็นหนีเสือป่าจระเข้ครับ สุดท้าย คุณต้องวางแผนเหมือนกันว่า พลังงานที่ จะใช้ในไทยเนี่ย ไม่ใช่การกระโดดไปเอา อย่างใดอย่างหนึ่งแน่นอน ไฮโดรเจนก็ยัง อยู่ On Board นะครับ ยังเป็นเรื่องหนึ่ง เรื่องคือสุดท้าย คุณต้องเรียกว่ากระจายความเสี่ยงเชิงพลังงาน นะครับ แล้วมุ่งสู่ Zero ให้เร็ว และให้มีประสิทธิภาพมาก ขึ้นครับ

>> อ่า และพวกไอ้โครงสร้างที่

>> โครงข่าย Smart Grid

>> อ่า

>> อย่างที่คุณโต๋พูดถึงโซลาร์เซลล์เนี่ย เป็นส่วนหนึ่งของเรียกว่า Big Idea ของเราว่า คุณต้องมุ่งไปสู่ Grid ที่ แต่ละบ้านเนี่ย สามารถซื้อขายไฟ ซื้อได้ ขายได้ แล้วแต่เวลา คนไหนอยากใช้ไฟช่วง Off Peak ราคาถูก ใช้ไฟช่วง Peak ก็แพงหน่อย อันนี้ควรจะเป็นปลายทาง ที่ทำให้ตลาดผู้ซื้อ ผู้ขายมันคล่องตัว มีการแข่งขันด้านราคา มากขึ้น ตอนนี้เราถูกผูกขาดนะครับ การซื้อขายไฟฟ้า อย่างเงี้ย แต่ถ้าในอนาคตตลาดมัน คล่องตัว มีผู้ซื้อหลายราย ผู้ขายหลายราย มันจะแข่งขันกัน ราคามันจะดีขึ้น เสถียรภาพมันจะดีขึ้น อันนี้จะเป็นปลายทาง ที่ต้องเริ่มคุย เริ่มตัดสินใจแล้ว

>> แต่ต้นทางของเรื่องราวเหล่านี้คือการต้อง

ไปแก้กฎระเบียบแก้กฎหมายถูกมั้ยใช่? หลายเรื่องเป็น political view ด้วยนะ คือ...

โอเค คือผมยืนยันว่ากฎหมายอย่าง ถ้ารู้จักกฎหมายดีพอเนี่ย คุณพอผมถามคุณโต๋ว่าเรา ถ้าเราอยากเอาข้อมูลมาขึ้น dashboard เรามีกฎหมายอยู่มั้ย? คุณโต๋ไปค้นมาให้ บอกว่ากฎหมายปี 2516 มีอยู่แล้วครับ โห...

เออ ถ้าถ้าเรารู้จักใช้เครื่องมือให้ดีพอ เรา มันจะมีให้เราใช้ครับ ไม่ถึงกับต้องเริ่มกฎระเบียบใหม่เสมออ่า แต่ถ้าอันไหนที่มันต้องทำก็ต้องทำก็ว่ากันไปในเชิงกฎหมาย ถ้าต้องร่างใหม่ก็ว่ากันไป

เพราะวิกฤตพลังงาน ต้องย้ำว่าวิกฤตพลังงานเนี่ย เราเจอมาหลายรอบ ใช่ ถ้าใครผมไม่ทันนะครับ แต่ว่าอ่านประวัติศาสตร์ทันว่ายุคก่อนพลเอกเปรมนี่ ปั่นป่วนกันมากนะครับ 1973 1976 น้ำมันขาด ราคาพุ่งจริงๆ ถ้ากลับไปอ่านประวัติศาสตร์เรื่องราวมันคล้ายๆ วันนี้เลยครับ อิหร่านรบอิสราเอล น้ำมันขาดนะครับ

สิ่งที่ต่างนิดหน่อยคือ เงินเฟ้อตอนนั้นเนี่ย มันสูงไปถึง 20% ในไทย ตอนเนี้ย โชคดีอย่างนึงนะครับ คือเงินเฟ้อเราเริ่มต้นฐานต่ำ ดังนั้นต่อให้มันกระชาก มันก็อาจจะไม่สูงเกิน 5%

อืครับ อ่าเออ พอพูดถึงเรื่องเงินเฟ้อมันมี มันมีบทวิเคราะห์บางส่วนเหมือนกัน บอกว่าถ้าเออ ถ้าเราไม่ทำ ถ้าเราไม่แก้ แล้วเราไม่วางแผนเนี่ย...

stagflation มันจะเกิดกับ เรียกว่าอ่อนๆแล้วกัน อ่อนๆ stagflation ต้องอธิบายท่านผู้ชมก่อนว่า stagflation นี่หมายความว่าเป็น 2 อย่างที่ไม่ควรจะมารวมกัน แต่ดันมาเกิดพร้อมกัน

Stagnation ตัวแรกนะครับ มันมาจาก Stagnation หมายความว่าเศรษฐกิจมันเริ่มถดถอยละ โตต่ำ หรือว่าติดลบด้วยซ้ำ อื ซึ่งส่วนใหญ่ภาวะแบบเนี้ย มักจะไม่เกิดเงินเฟ้อ เพราะว่าเหมือนกับฝืดเคืองนะ คนไม่อยากซื้อของ ไม่อยากอะไร

แต่ปรากฏว่าไอ้ปรากฏการณ์นี้มันพิเศษตรงที่มัน inflation เข้ามาด้วย เขาเลยเอา 2 คำมารวมกัน stagnation กับ inflation กลายเป็น stagnation คือแม้แต่เศรษฐกิจถดถอย กลับกลายเป็นว่าราคาสินค้า ราคาของมันแพงขึ้น

ซึ่งโลกเคยเจอ ไทยเคยเจอในยุค 1970 นะครับ คือตอนนั้นเนี่ย ราคาน้ำมันนี่แหละตัวที่เป็นเกิดสงครามแบบนี้เลย แล้วราคาน้ำมันกระชากเนี่ย OP ตอนนั้นเนี่ย ตั้งราคาแล้วก็ประเทศพันธมิตรอะไรสู้กัน คล้ายๆ ประวัติศาสตร์ตอนนี้เลยนะครับ แต่ปัญหาคือ ตอนนั้นเงินเฟ้อเราทะยานสูงมาก 102% จนปั่นป่วนการเมือง ปั่นป่วนสังคมไปหมด อันนั้นคือ stagflation แรงและของจริง ผมเลยเรียกว่าตอนนี้ถ้าจะเกิด มันก็มีความอ่อนหน่อย ถ้าเปรียบเทียบกับประวัติศาสตร์ยุคนั้นนะครับ เพราะว่าเงินเฟ้อเราต่ำ

ดังนั้นต่อให้มันกระชากขึ้น มันก็จะไม่กระโดดไปถึงขั้น 10% แต่เศรษฐกิจโตต่ำ เนี่ยแน่นอน เพราะว่าปีเนี้ยก็พยากรณ์กันแล้ว พอเจอช็อกเข้าไปแบบเนี้ย ได้ 1 กว่าเปอร์เซ็นต์ก็เก่งแล้ว

ดังนั้นถดถอย เอ่อ ตกต่ำ แล้วก็โตต่ำ แล้วก็เงินเฟ้อ เป็น stagflation อ่อนๆครับ

โอ้ แต่ยังไงเห็นปลายทางแล้วแหละ ก็ต้องรีบวางแผนแล้ว ต้องแก้มันตรงนั้นไว้ กับกับกๆ อีกอันนึงที่ผมยังสนใจ คือถึงที่สุดเราต้องมานั่งคุยกันจริงจังในเรื่องของไอ้กองทุนน้ำมัน ว่าโครงสร้างเปอร์เซ็นต์ที่เราจะอุดหนุน หรือว่าการ หรือมันจะต้องหาทางออกอื่นในการที่จะไม่ต้องพึ่งพายตรงนี้เยอะ

มันมีคนพูดถึงขั้นว่ามันจำเป็นยังต้องมีอยู่มั้ย เออ อะไรอ่ะ ถามคนที่แบบดูพลังงานตรงเนี้ย

ผมคิดว่ากองทุนน้ำมันมีได้ครับ กองทุนน้ำมันมีได้ในกรณีที่ถ้าเราต้องการที่จะใช้เพื่อชะลอการขึ้นราคาน้ำมันในภาวะ เพื่อไม่ให้มันกระชาก โอเค การกระชากมันไม่ดีกับทุกฝ่าย ถูกต้อง แต่ไม่ควรใช้เพื่อตึงราคาในระยะยาว

อื โอเค ไม่งั้นมันจะทำให้ภาวะของกองทุนน้ำมันเนี่ย สุ่มเสี่ยงแล้วก็มีความคล่องตัวต่ำนะครับ ถ้าไปดูประเทศอื่นๆ มีกองทุนน้ำมัน มีกองทุนน้ำมันหรือไม่เนี่ย ก็ต้องยอมรับว่าบางประเทศก็มีเหมือนกัน แต่ถ้าถามว่ามีประเทศไหนบ้างที่ใช้กลไกอื่นหรือไม่ในการที่จะเอ่อ มารองรับความผันผัวทางด้านราคาของน้ำมัน ก็มีเช่นเดียวกันครับ อย่างบางประเทศครับ โดยเฉพาะประเทศที่เป็นสมาชิกของ IEA เนี่ย เขาจะมีคลังน้ำมันสำรองครับ ที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ สามารถบริหารจัดการได้ ใช่มั้ยครับ

อือ ขั้นต่ำเนี่ย 90 วัน อื ถ้าถามว่าถ้าถามผมตอบว่าแล้วประเทศไทยควรจะมีคลังน้ำมันหรือเปล่า ผมก็ต้องมีคำถามฝากต่อครับว่า ถ้าเราจะมีจริงๆเนี่ย เงินลงทุนเนี่ยจะเป็นเท่าไหร่ 90 วัน นั่นหมายความว่าประเทศไทยเราใช้ตัวเลขกลมๆ 100 ล้านลิตรต่อวันเนี่ย เราจำเป็นจะต้องมีคลังน้ำมันขนาด 9,000 ล้านลิตร ถูกต้องมั้ยครับ

ครับ อื แค่คิดราคาปัจจุบันเนี่ย เงิน 200,000 ล้านบาทสำหรับซื้อเนื้อน้ำมันมาเก็บไว้ในครั้ง เงินลงทุนในการก่อสร้างโรงเก็บอีกเท่าไหร่เนี่ย ผมคิดว่าเราต้องถกกันนี้กันอีกยาว

อ๋อ อื มันไปใช้ทุนสูง ใช่เออ ทีทีนี้มันมีอีก 1 อย่างที่คนพูดถึง อ้า แล้วทำไมเราไม่ เราไม่ลดภาษีล่ะ ตอน คือภาษีน้ำมันมันมี 7 ตัวนะ กว่าจะมาถึงหัวจ่าย โดยเฉพาะสรรพสามิตรเนี่ย 7 บาท

ภาษีสรรพสามิตรครับ ก็ต้องยอมรับตรงๆว่าก็เป็นอีกหนึ่งกลไกที่ทางรัฐสามารถใช้ได้ เช่นเดียวกัน แต่ว่าพอเราไปลดเนี่ย เราก็มีสิ่งที่ต้องไปแลกมาใช่มั้ยครับ รายได้ของรัฐ เงินที่งบประมาณที่จะเอาไปใช้กับ โปรเจคต่างๆที่อาจจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเนี่ย ก็อาจจะต้องไม่ได้ทำ หรืออาจจะต้องล่าช้าไปเนี่ย ผมคิดว่ามันก็ต้อง balance กันครับ ระหว่างว่าจะใช้กลไกตัวไหน ณ ช่วงเวลาไหน

ช่วงเวลาที่น้ำมันอาจจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ใช่มั้ครับ กองทุนน้ำมันอาจจะตอบโจทย์ อ ในช่วงที่ราคาน้ำมัน สูงในระยะยาว เราอาจจะต้องหันไปมองตัวภาษีสรรพสามิตร หรือเปล่า อันนี้ครับก็เป็นโจทย์ของทางรัฐบาลที่จะต้อง balance เครื่องมือพวกนี้ว่าจะเลือกหยิบเครื่องมือไหนมาใช้ ณ ช่วงเวลาไหนครับ

ครับโอเคเอ่อ ผมถามต่อไปข้างหน้านิดนึงแล้วกัน มันจะเกี่ยวกับวันนี้แหละ คือวันนี้ผมเห็นทั้ง 2 ท่านพูดแล้วเออมันก็มีหลายๆโจทย์ที่ชวนคิดต่อ แต่มันมีคำถามหลายๆคนก็ถามว่าเออ แต่ทำไมที่ผ่านมาดูเงียบไป พรรคประชาชนอยู่เหมือนยังมึนๆกับผลเลือกตั้งหรือเปล่า หรือยังไงอ่ะ วันนี้

ก็ต้องต้องเรียนว่าจริงๆคุณศุภโชติเนี่ย เป็น voice หลักของเราในเรื่องพลังงาน แล้วก็พูดมาตลอดตั้งแต่เริ่มต้นนะครับ รวมรวมถึงช่วงที่มีเรื่องการต่างประเทศก็มีเอ่อ ทูตดุ๊กนะครับคุณสรศักดิ์เ่อสื่อสารเช่นเดียวกัน คือตอนหลังเลือกตั้งเนี่ย เราพยายามกระจายตัวการทำงาน แล้วก็พยายามจะเรียกว่าส่งข่าวให้แต่ละคนเนี่ยมี voice เป็นของตัวเอง มีผู้เชี่ยวชาญอะไรอย่างเงี้ยครับ

แต่ก็ได้รับฟีดแบคมาแล้วครับว่าอาจจะทำ อ่า ต้องทำเชิงรุกมากขึ้น ก็ยินดีรับครับ แล้วก็จะทำให้เป็นระบบมากขึ้นครับ

อ่ายืนยันว่าไม่ได้เงียบนะ ไม่ได้เงียบครับ อย่างเช่นเนี่ย ให้ สส. พอเราไปลงกระจายในรายพื้นที่แล้วก็ส่งข้อมูลกันมาให้ทำงานเอ่อ เช็คกันมาว่าราคา สินค้าเป็นไง ปริมาณน้ำมันเป็นยังไง อันนี้ก็ทำงานแข่งขันคนน่ะไปตั้งข้อสังเกตว่า เออไอ้วิกฤตสงครามเนี่ย มันก็ 10 กว่าวันแล้วนะเอ่อ ตั้งแต่กุมภาพันธ์แล้วะ แต่ว่าเรื่องพลังงานก็เริ่มเห็นกันแนวกันมาสักพักแล้ว แต่ว่าเอ้ยพรรคประชาชนดูเหมือนว่าจะแถลงจริงจังนี่คือวันนี้

อือแต่อันนี้อยู่ในแพลนอยู่แล้ว อื ครับ อันนี้อันนี้อยู่ในแพลนและคิดว่าเป็นจุด คือมันเป็นจุดที่ครบ 15 วัน เอ่อ หลังจากที่ซึ่งเราคิดว่าเราจะมีการตอบสนองอยู่แล้ว เพราะเราคิดว่ามันจะประสบปัญหาอย่างที่เกิดขึ้นครับ

แล้วเดี๋ยวหลังจากนี้ เมื่อมันฟอร์มอะไรกันเสร็จ หมายถึงว่ารัฐบาลเห็นหน้าชัดเจนแล้ว ครม.เป็นชัดเจนแล้ว มีฝายชัดเจนแล้วเนี่ย มีอะไรไว้บ้างที่จะเสนอเข้าในสภา หรือแบบโดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้อง

ผมว่าขั้นแรกคงจะเป็นเรื่องการเตรียมตัวอภิปรายนโยบาย อ เพราะว่าการที่จะตั้งรัฐบาลได้หลังจากวันพฤหัสบดีเนาะเ่อ เลือกนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นขั้นต่อไปที่เป็นจุดสำคัญก็คือการเสนอนโยบายของรัฐบาล แล้วก็จะมีการอภิปรายนโยบายนะครับ อันนี้จะเป็นหมุดหมายสำคัญ ที่เราจะเรียกว่าเอามาดูเลยว่ารัฐบาลนี้ ตั้งใจจะทำอะไรบ้าง และเราเห็นว่าอะไรที่มันดีไม่ดีอย่างไร อันเนี้ยเป็นจุดหลักที่เริ่มเตรียมทำงานกันแล้วครับ

อ๋อออ แต่ยังเ้ายังไม่ส่งร่าง ยังครับเจะส่ง 2 2-3 วันก่อนเท่านั้นเอง ครับ แต่ก็พอจะคาดเดาได้ ถ้าดูจากที่เขาหาเสียงและที่มีการสื่อสารมาเป็นระยะครับ

ครับๆ โอเค ผมทิ้งท้ายด้วยคำถามนี้แล้วกัน ไม่เกี่ยวอะไรกับพลังงานเลย เห็นเป็นประเด็นที่พูดกันเยอะ ปากท้อง อ่า เรื่องข้าว สส.เนี่ย ในฐานะที่เป็น สส.แล้วสมัยที่แล้วเนี่ย สรุปมันยังไงเรื่องนี้แหละ ความเห็น หรือไม่รู้พูดแทนพักได้กว่าในประเด็นนี้ว่า มันมัน

ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่เพื่อน สส.เรา โดยเฉพาะคุณเฒ่าพิภพเนี่ย เป็นคนเริ่มประเด็นแล้วก็มีการทักท้วงนี้ในการขอปรับลดเนี่ย เรื่องค่าอาหาร สส.นะครับ มาตลอดตั้งแต่ปีแรกๆ ตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ด้วยซ้ำ มีช่วงที่ตัดได้แล้วด้วยนะครับ ตอนที่ไปตัดในอนุ บางปีตัดได้ด้วยซ้ำครับ แล้วก็ยืนยันในหลักการของเราว่ามันควรจะมีการปรับลดลง เช่นเดียวกันครับ

อ๋อ ต้องบอกว่าเราคิดบนฐานเนี่ย ตั้งแต่การใช้เงินฟุ่มเฟือยในสภาและค่าใช้จ่ายอื่นๆของตัวสภาเอง เอามาคิดบนฐานรวมกันแล้วก็เวลาทำงานในระดับ โดยเฉพาะอนุที่มันตัดได้เนอะ ต้องบอกว่ามันมีกรรมาธิการใหญ่ตัวที่ตัดได้จริงๆเมันคือลงเป็นอนุย่อย แล้วพอเข้าไปอนุย่อยเนี่ย เราเสนอตัดทุกครั้ง

อือ แต่มันขึ้นกับว่าพรรคอื่นเห็นด้วยกับเราแค่นั้นเอง ดังนั้นถ้าพรรคอื่นเห็นด้วยตรงกัน มันก็จะสามารถตัดได้

อ๋อนี่มันเคยตัดมาแล้วเหรอฮะ เคยตัดมาแล้วครับ เนี่ย สส.ณัฐพงษ์ อ่า เชียงใหม่อ่ะครับ ตัววิจักรชัยกุลเนี่ยก็เป็นหนึ่งในคนที่ตัดสำเร็จในอนุกรรมาธิการมาแล้วครับ

อ๋อ แต่แต่มันมันไม่ใช่มีผลตลอดไปใช่มั้ย ปีต่อปี มันจะครับ มันจะเป็นปีต่อปี คือตัดนี่เหมือนว่าตัดราคาลงใช่มั้ย ใช่ครับ คือตัดตัดงบที่ใช้กระสุนเป็นก้อนเลยทั้งก้อนเลยว่าก้อนนี้ตัดเท่าไหร่ครับ

อ๋อโอเค เออันนี้ผมถามนิดนึง อันนี้ไม่ด้วยความที่ ไม่ใช่ สส.นะ ผมก็ไม่รู้หรอกว่าเค้ากินอะไรกัน แต่ว่าเวลาเค้าเค้าจัดอาหารให้เนี่ย คือมันเป็นอะไร มันเป็นยังไงบ้าง

คือมันเป็นมันเป็นข้าวกล่อง มันเป็นเซ็ต หรือมันเป็น สส.ต้องไปลงชื่อรับ หรือมันเป็นบุฟเฟ่ต์ไปตักอะไรยังไง มันก็จะเป็นซุ้มอาหารครับ เออ เป็นซุ้มอาหารก็เอ่อ แต่ละ สส.แต่ละท่านก็ไปจะไปต่อซุ้ม มีซุ้มสำหรับคนที่เป็นมังสวีรัตน์ มีซุ้มสำหรับอ่าอาหารมุสลิม ครับ ก็จะมีซุ้มเไม่เค้าไม่ได้เป็นกล่องอะไรใช่มั้ย

ไม่ไม่ได้ไม่ได้เป็นกล่องครับ แต่มีทั้งวัน ตั้งแต่มื้อเช้า มีมื้อเช้าครับ ใช่ครับ ตั้งแต่เช้า แล้วก็กลางวัน แล้วก็ถึงมื้อเย็น อ๋อ ถ้าวันไหนถ้าวันไหนประชุมดึกก็มีเรื่อยๆ มีถึงรอบดึกด้วยเช่นกันครับ ใช่ครับ

อ๋อ แล้วผมเห็นบางท่านเสนอบอกเอางี้มั้ย ทำเป็นคูปองมั้ย ไปแลกอะไรเงี้ย ก็ผมว่าก็เป็นไอเดียที่ดีเหมือนกันนะครับ

ออออ ผมว่าพรรคประชาชนไม่มีปัญหาอะไรเรื่องนี้ นะครับ แล้วก็ยินดีเสมอเรา และอยากบอกด้วยซ้ำว่าเอ่อ อย่าลืมต้นทุนที่เขาไปสร้างรัฐสภาแพงมโหฬารก็ช่วยกันตัดด้วย

อ๋อ คือเห็นในโซเชียลไง วันนั้นมันเลยกลายเป็นประเด็นว่าอะไรอ่ะ ที่ไป พอหมอว่าลงเอภิปรายแล้วเหมือนพรรคประชาชนเไปขวางอะไรประมาณนี้ เออ มันก็เลยกลายเป็นประเด็นดราม่าตรงนั้น ว่าแต่จริงๆ โอเค บางส่วนเข้าใจแล้ว

ต้องชี้แจงเพิ่มเติมแล้วกันว่ามันพอ มันเป็นวาระที่จะต้องเลือกประธานรัฐสภา ประธานสภาเนี่ยครับ เออ เอ่อ ก็เลยคุณปกรวุฒิก็เห็นว่าจำเป็นจะต้องให้พูดอยู่ในประเด็นเพื่อให้มันจบเร็ว แล้วถ้าจะไปวาระอื่นก็เสนอกันได้นะ ครับ ดังนั้นเราทำบนหลักการนั้นแล้ว ผมคิดว่า track record เราก็ชัดเจนว่าเราพูดเรื่องนี้มาตลอด แล้วได้ผลสำเร็จไปแล้วในบางปี ถ้าพรรคอื่นสนับสนุนด้วยซ้ำอ

นะครับ ดังนั้นต้องเรียนว่าผมคิดว่า ไม่ขวาง ในระบบโซเชียลปัจจุบันพอเขาตัดออกมาจากบริบทตอนนั้น มันก็ดูเสมือนพูดเรื่องนึง เรื่องนึงนะครับ แต่ผมคิดว่าการประชุมทุกที่เนาะ มันมีวาระของมัน คุณสามารถเสนอวาระได้ แต่ขอให้เรียงลำดับความสำคัญและประเด็นที่ต้องจำเป็นต้องทำในวันนั้นนะ ครับ

ผมคิดว่าเรื่องเนี้ย เราไม่ได้มีปัญหาแล้ว เราสนับสนุนมาตลอด อือ ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ด้วยนะครับ จริงๆการใช้จ่ายทุกอย่างของผู้แทนราษฎรนี่มันเป็นเรื่องที่ต้องอยู่ในความโปร่งใส ความมีประสิทธิภาพอยู่แล้วครับ

ซึ่งวาระวันนั้นมันคือเลือกประธาน ครับ อ่า แต่ว่าเอ่อไอ้เรื่องนี้เดี๋ยวค่อยมาพูดกันก็ได้ แล้วก็เราก็ไม่ได้ขวาง แล้วเรายินดีสนับสนุนและร่วมอภิปรายด้วยเช่นเดียวกัน ใช่ครับ แต่ถ้าเราเกิดการเรียกว่าปล่อยให้พูดอะไรก็ได้ในวาระไหนก็ได้ ผมคิดว่ามันจะปั่นป่วนยิ่งกว่านี้ และภาพที่ทุกคนเบื่อสภาจะกลับมานะครับ

มันจะกลายเป็นเถียงกันไม่จบไม่สิ้น เราไม่อยากให้ตรงนั้นเกิด แต่เห็นเหมือนประธานครับ ประธานสภาล่าสุด เขาก็เห็นมุมงี้เหมือนกัน เออ ว่าแบบเออ ก็คือพูดได้ แต่ว่าดูดูวาระด้วย เออดูจังหวะนิดนึง อะไรประมาณอย่างนั้นนะ วันพฤหัสบดีเรายืนยันจะส่งคุณเท้งชิงนายก

ใช่ครับ บนหลักการว่าเราเห็นว่าเอ่อการเสนอตัวนายกเนี่ย เป็นการเรียกว่าแสดงวิสัยทัศน์ด้วย ให้ประชาชนเห็นด้วย เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ ต้องเรียนอย่างงี้ครับ รอบที่แล้วเอ่อ เราประสบความสำเร็จในการผลักดันให้มีการแก้ระเบียบว่าในการเลือกประธานสภาจำเป็นจะต้องมีการแสดงวิสัยทัศน์ รอบเนี้ย เราเลยเห็นการแสดงวิสัยทัศน์ที่เป็นไปตามระเบียบ

อือ แต่รอบที่แล้วเราก็เสนอให้มีการแก้ระเบียบว่าคนที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายก ซึ่งจริงๆควรจะสำคัญพอๆกันหรือมากกว่าประธานสภา ควรจะมีการแสดงวิสัยทัศน์เช่นเดียวกัน แต่ระเบียบนี้ยังไม่ถูกแก้ไข

อ้อ ทำให้จะมีได้แต่การอภิปราย คือพอเป็นญัตติอันนี้ซับซ้อนนิดนึง มันจะเป็นเรื่องกฎหมาย พอเป็นญัตติมันจะมีการอภิปรายได้ แต่จะไม่สามารถแสดงวิสัยทัศน์ได้

อื ครับ ครับแต่อย่างน้อยผมคิดว่าในฐานะที่คุณจะได้รับเลือกขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศเนี่ย อย่างน้อยคุณจะสื่อสารกับประชาชนว่าคุณมองประเทศนี้อย่างไร คุณจะพาประเทศไทยไปในทิศทางไหนครับ

เอ่อคือคือการเสนอคุณเท้งไปก็เท่ากับว่า จะเป็นการพูดง่ายๆคือเป็นการเปรียบเทียบถูกมั้ย ให้ได้พูด ให้ได้พูด

ผมคิดว่าให้ประชาชนได้เห็นแล้วกัน ให้ประชาชนได้เห็นว่าแต่ละท่านที่เป็น candidate และได้รับการเสนอชื่อจะเปลี่ยนประเทศไทย หรือมองประเทศไทยอย่างไร

ครับ ครับ ต้นแต่ครั้งที่ผ่านมาสมัยพลเอกประยุทธ์เนี่ย ก็มี ถ้าใครจำได้สมัยคุณพิธาสมัยคุณพิธา มีการอภิปราย แย้งคุณพิธาเต็มไปหมด ท่านประธานคุมไม่่อยู่ด้วยซ้ำอ

อื ครับ ซึ่งอันนั้นเกินเลยไปมากเช่นเดียวกัน คือคือ นั่นหมายความผมจะบอกว่าในตัวสภา เค้าก็สามารถที่จะใช้เสียงส่วนมากเพื่อจะโหวตกันว่าอ่ะ เห็นว่าไม่ต้องแสดงวิสัยทัศน์ได้สิ

ได้ครับ ถ้าตามกฎเลยนะครับ ใช่ เออใช่ครับ แสดงว่าเราก็เตรียมไปก่อนได้ ไม่ได้ไม่รู้แหละ

ผมคิดว่าเราสามารถ ถ้าในตามกรอบเลยเราสามารถพูดเรื่องคุณสมบัติ อ่า ของนายกได้ แล้วเราก็สามารถพูดได้ว่าความท้าทายที่ต้องเผชิญมันคืออะไรในภาวะแบบนี้ ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนและสังคมก็อยากฟังครับ

อซึ่งไม่ใช่ไอเหตุผลที่บอกว่าเอาเป็นการเอาคืนทางการเมืองใช่มั้มั้ เพื่อจะให้บางพรรคเอ่ยชื่อคุณอนุทินอะไรประมาณอย่างเงี้ย ไม่ใช่อย่างงั้นใช่มั้ย

ผมคิดว่าเราถามประชาชนเนี่ย หรือตั้งโหวตก็ได้ว่าในวันที่โหวตนายก คุณอยากให้เป็นการโหวตเฉยๆ หรืออยากฟังวิสัยทัศน์นายก เออ ผมเชื่อว่าสังคมอ่ะ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าสังคมอยากฟังมั้ยครับ

เออโอเคอีก อาจารย์ต้น พรรคกล้าทำได้มีการติดต่อคุยกันบ้างยัง ในฐานะพรรคร่วมไฟค้าน ได้คุยบ้างมั้ยฮะ

ในระดับแกนนำไม่ได้คุยครับ ครับ อ๋อยังไม่คุยเออ ตอนนี้คนนี่เหมือนเค้ากังวลพรรคฝ่ายค้านมากกว่าพรรครัฐบาลอีกนะ คือว่าคุณพลฤทธิ์เคยพูดหลายครั้งว่าฝ่ายค้านเหมือนคนโสดมารวมกัน เลือกไม่ได้ ไม่จำเป็นต้องรักกัน แต่ทำงานด้วยกันได้ ไปทางเดียวกัน

ครับ เออ ยังไม่ทันเค้าบอกเค้าเริ่มแซวบอกนี่กลาย เป็นเริ่มเห็นฝ่ายค้านตรวจสอบฝ่ายค้านกันเองแล้ว งงเอองงกันหมดเหมือนกันอะไรอย่างงี้นะฮะ อ่ะแต่โอเค วันนี้ได้เห็นข้อเสนอส่วนหนึ่งจากพรรคประชาชน แล้วก็เดี๋ยววันพฤหัสบดีนี้จะเป็นการเอ่อ โหวตนายกนะครับ ก็รอติดตาม ส่วนข้อเสนอเอ่อ ถ้าที่เห็นวันนี้ ถ้าที่อาจารย์ต้นทั้งคุณสภโชติบอกก็ถูกทางประมาณนึงแล้วแหละ จากที่มาแต่ว่าหลังจากนี้

ขอไปฟังละเอียดอีกที ขอไปฟังละเอียดอะไร ว่ากันอีกที โอเคโอเค วันนี้ยังไง ขอบคุณคุณศุภโชแล้วก็ อาจารย์ต้นมากนะครับ ที่มาสนทนากันรายการนะครับ กับมุมมองเรื่องของตรงนี้นะฮะ

ดูคลิปจบแล้วนะครับ อย่าลืมกดไลค์ กดแชร์ และกด Subscribe YouTube มติชน TV ด้วยนะ