Transcription
เทคนิคนี้ทำให้พี่โอมสามารถเรียนจบป.โท ที่ประเทศเยอรมันและป.เอกประเทศสวิสด้วยเกียรตินิยม เรามาดูกันครับ
สวัสดีครับทุกคน วันนี้เราจะมาเรียนรู้เทคนิคที่ทำให้เราเรียนรู้ได้เร็วขึ้น แถมยังเข้าใจลึกขึ้นด้วย เทคนิคที่ชื่อว่า Learning in Layers หรือถ้าภาษาไทยง่ายๆ คือการเรียนรู้หลายๆ ชั้น มันคือวิธีที่ทำให้เรารู้ว่าอะไรสำคัญต้องเข้าใจก่อน อะไรที่เป็นส่วนเสริมเราต้องเข้าใจทีหลัง แล้วอะไรที่จำไว้สอบ เรามักจะเจอปัญหานี้ใช่มั้ยครับ อ่านหนังสือวนไปแต่ไม่เข้าหัว จำเยอะแยะ แต่พอออกข้อสอบคือทำไม่ได้เลย หรือจำผิดจุด พอออกข้อสอบมาก็ออกแต่เรื่องที่เราไม่ได้อ่านหรือเราไม่ได้เน้น หรือบางทีเราเรียนทั้งวันแต่ไม่ได้อะไรเลย เหตุผลหนึ่งคือเราให้ความสำคัญกับทุกอย่างเท่ากันหมด แต่ความจริงคือทุกเนื้อหาไม่ได้สำคัญเท่ากัน Learning Layers คือการแบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 ชั้น แล้วเรียงระดับความสำคัญก่อนหลัง เรามาดูกันเลยนะครับว่า Layers หรือชั้นต่างๆ มันมีกี่ชั้นกัน
ชั้นที่ 1 ครับ คือแก่นหลักหรือ Core Concept คือสิ่งที่มันสำคัญสุดๆ ถ้าเราไม่เข้าใจเรื่องนี้คือไม่ต้องอ่านอะไรเลยฮะ มันคือสิ่งที่สำคัญมากๆ มันคือแก่นหลักไง ตัวอย่างเช่น ความหมายของการสังเคราะห์แสงคืออะไร อุปสงค์คืออะไร สารละลายกับสารตั้งต้นต่างกันยังไง Layer 1 ครับ สังเกตง่ายๆ มันคือแก่นหลักหรือความหมายที่พอเรารู้เรื่องนี้แล้วอ่ะคือเราเข้าใจเลยว่าบทเรียนนี้มันคือเกี่ยวกับอะไร
Layer ที่ 2 ครับ คือรายละเอียดส่วนเสริมหรือ supporting details คือสิ่งที่ช่วยขยายความจาก Layer 1 อีกทีนึง ทำให้เราเข้าใจ Layer 1 ได้ดีมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราเรียนรู้เกี่ยวกับการสังเคราะห์แสง เราจะเริ่มมี detail หรือรายละเอียดเพิ่มขึ้นมา การสังเคราะห์แสงเราต้องใช้ CO2 กับ H2O แล้วเราจะได้ O2 กับ SUGAR หรือน้ำตาลออกมา หรือถ้าเราเรียนรู้เกี่ยวกับอุปสงค์ มันก็คืออุปสงค์มันเปลี่ยนตามราคา ขึ้นอยู่กับผู้บริโภค จุดสังเกตง่ายๆ ของ Layer 2 คือถ้าเรารู้แล้ว อ๋อ เราเข้าใจ Layers 1 มากยิ่งขึ้น คือมันเกี่ยวเนื่องเกี่ยวข้องกับ Layers 1 หรือเป็นส่วนขยายของ Layers 1 อีกทีนึง มันคือการขยายความของ Layer 1 อีกทีนึง
ต่อไปครับ Layer ที่ 3 มันคือรายละเอียดหรือแบบดีเทลสุดๆ อันเนี้ยเราไว้จำเพื่อสอบ ภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า memorization details คือพวกตัวเลข ชื่อเฉพาะ สูตรยิบย่อยพวกเนี้ยเป็น Layer 3 หมดเลย Layer 3 อ่ะมันไม่ได้ทำให้เราเข้าใจ Core Concept มากยิ่งขึ้นนะ แต่ Layer 3 อ่ะชอบโผล่มาในข้อสอบประจำเลย ยกตัวอย่างเช่น ชื่อเอนไซม์ที่ใช้สังเคราะห์ด้วยแสง ค่า GDP ต่อหัวของประเทศไทยในปี 2025 หรือโครงสร้างโมเลกุล สังเกตง่ายๆ ครับ Layer 3 คือมันบอกว่าใครทำอะไร ตัวเลขเท่าไหร่ มันเป็นรายละเอียดเชิงลึก อันเนี้ยเขาเรียกว่า Layer 3
คราวนี้มาดูวิธีการใช้งานจริงๆ กันนะ มี 3 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือลิสคำสำคัญออกมาก่อน ลิสออกมาให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้นะ เหมือนการลิสวัตถุดิบต่างๆ ที่เราจะทำอาหาร เราต้องลิสลิสออกมาใช่ป่ะ ว่าเราจะต้องมีอะไรบ้าง ลิสมันออกมาให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้
ขั้นตอนที่ 2 ครับ แยกไอ้คำเหล่านั้นน่ะ วัตถุดิบของเรา แยกลงมาว่าฉันน่ะ ว่าคำไหนอยู่ชั้น 1 คำไหนอยู่ชั้น 2 หรือคำไหนอยู่ชั้น 3 อย่าเพิ่งจำทุกอย่างนะ สำคัญมากๆ ห้ามจำทุกอย่าง เอาคำที่สำคัญสุดๆ ก่อน นั่นคือ Layers 1 ออกมาก่อน ใส่ในชั้น 1 แล้วคำที่ช่วยอธิบายคำหลักอันนั้น คือ Layer 2 มันอาจจะเป็นความหมายต่างๆ แล้วรายละเอียดปลีกย่อยที่จะเอาไว้สอบ อันนั้นคือ Layer 3 แต่ถ้าเราไม่เข้าใจ Layers 1 ก่อนหรือ 2 ก่อน เรามาจำ 3 เลย เราก็จำไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นเราต้องจำ Layers 1 2 3 ตามลำดับ
และขั้นตอนที่ 3 ครับ คือทบทวนแบบเรียงลำดับ วิธีการอ่านครับ เราจะอ่านจาก Layer 1 ไป 2 แล้วก็ 3 อ่านรอบแรกครับ คืออ่านแค่ Layer 1 ให้เข้าใจ Core Concept หรือว่าสิ่งสำคัญของเนื้อหานั้นๆ ก่อน รอบ 2 ครับ เราอ่านเพื่อให้เติม Layer 2 เข้าไป รายละเอียดให้เราเข้าใจมากยิ่งขึ้น แล้วอ่านครั้งที่ 3 ครับ คืออ่านรายละเอียดแบบ Layer 3 มันคือความจำว่าใครทำอะไรที่ไหน ตัวเลขอันนี้ครับ เราอาจจะใช้ Flash Card เพื่อทบทวนความจำของเราก็ได้
สรุปแล้วการเรียนแบบนี้มันดียังไงล่ะ คือมันดีตรงที่ว่าเราไม่ต้องจำทุกอย่างครับ แค่จำให้ถูกจุดพอ บางคนเสียเวลาไปกับ Layer 3 เยอะมากๆ เลย แต่สุดท้ายครับ ยังไม่ได้เข้าใจ Core Concept ของมันเลย ออกข้อสอบ Layer 1 และ 2 ก็ทำไม่ได้อยู่ดี แต่ถ้าน้องๆ สามารถจัดเป็น Layer 1 Layer 2 Layer 3 การอ่านของน้องจะเข้าที่แล้วน้องก็จะเข้าใจบทเรียนนั้นไปเอง ถ้าเข้าใจ Layer 1 ได้ เสริมด้วย Layer 2 แล้วจำด้วย Layer 3 เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น น้องๆ จะเข้าใจบทเรียนในระยะเวลาที่สั้นลงและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
ถ้าชอบ Content แนวนี้ครับ อย่าลืมกด Subscribe ติดตามไว้นะ เพื่อให้ไม่พลาดเทคนิคต่างๆ ในการเรียนให้เก่งมากยิ่งขึ้นครับ สำหรับวันนี้ไปแล้ว บ๊ายบายครับ