Transcription
สรุทธเตรียมทิ้งเก้าอี้เลขาพรรคประชาชน รับผิดชอบผลเลือกตั้งปี 69 ไม่ถึงเป้าจ่อ รีนวทกรรมการบริหารพรรคยกชุดและดันผลิต สแตนบายหากเกิดอุบัติเหตุการเมือง
นายสรยุทธ ใจหลักเลขาธิการพรรคประชาชน ประกาศเตรียมลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบหลังผลการเลือกตั้งปี 2569 ไม่เป็นเป้า พร้อมส่งสัญญาณปรับทัพกรรมการบริหารพรรคยกชุดในการประชุมใหญ่ช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนนี้เพื่อถอดบทเรียนและวางยุทธศาสตร์สู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า
ยุทธคำมั่นลาออกรับผิดชอบพ่ายแพ้
นายสรยุทธเปิดเผยว่าตนตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคตามที่เคยประกาศไว้ว่าหากพรรคได้ สส.ไม่ถึงคนจะต้องมีผู้แสดงความรับผิดชอบ โดยยันว่าการลาออกครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความน้อยใจแต่เป็นการเปิดทางให้คนที่มีแนวคิดใหม่ๆเข้ามาปรับแก้จุดอ่อนและพัฒนาพรรคให้เข้มแข็งขึ้น แม้ในภาพรวมพรรคจะยังรักษาฐานเสียงในกรุงเทพและปริมณฑลไว้ได้แต่ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ในหลายพื้นที่ให้กับพรรคภูมิใจไทยที่มีความเข้มแข็งกว่า
กรรมการบริหารพรรคยกชุดและคนใหม่ต้องไม่ใช่ สส.
สำหรับการขับเคลื่อนพรรคหลังจากนี้ นายสราุทธระบุว่าในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนจะมีการประชุมใหญ่พรรคและสัมมนาว่าที่ ส.ส.รวมถึงผู้สมัครทั้ง 500 คนซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคทั้งชุดโดยตนมองว่าผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคนต่อไปควรเป็นผู้ที่มีเวลาบริหารงานอย่างเต็มที่และไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส.เพื่อให้สามารถทุ่มเทให้กับการบริหารจัดการภายในพรรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวเต็งหัวหน้าพรคคนใหม่หากณัฐพงษ์พบอุปสายุ
ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคว่ามีความเป็นไปได้ที่นายวัชรินทุ โฆษกพรรคจะขึ้นมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนต่อไปหากนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคคนปัจจุบันต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือเผชิญอุปสรรคในการทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภา เดินทางอย่าได้กล่าปกปงหลังถูก น.ทิศชุนอดีต สส.วิพากษ์วิจารณ์โดยชื่นชมว่ามีทักษะการบริหารที่ดีและมีการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแม้พรรคจะเติบโตอย่างรวดเร็วจนอาจมีอุปสรรคบ้างแต่ภาพรวมพรรคยังคงเข้มแข็ง
จี้ กกต.เปิดข้อมูลคะแนนรายหน่วย
นอกจากประเด็นภายในพรรคนายสรุทธยังเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต.เร่งเปิดเผยข้อมูลคะแนนรายหน่วยแบบ 5/1 เพื่อความโปร่งใสโดยเฉพาะจุดที่มีความแตกต่างระหว่างคะแนนบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเพื่อป้องกันปัญหาบ้านปล้า
ส่วนกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ปปช.เตรียมลงมติชี้มูลความผิดคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกลเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 นั้น นายสรุทธยืนยันว่าพรรคได้ประเมินความเสี่ยงและเตรียมแนวทางรองรับไว้แล้วโดยปัจจุบันมี สส.ที่อยู่ในข่ายดังกล่าว 15 คน สส.เขต 3 คนและบัญชีรายชื่อ 12 คนซึ่งทางพรรคต้องรอฟังผลวินิจฉัยอย่างเป็นทางการต่อไป