📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

ข้อสงสัยมากมายกองทุนประกันสังคม! Suthichai Live 24-1-2569

suthichai live28:19

Transcription

สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่สุธิชัยไลฟ์ครับ เรื่องของกองทุนประกันสังคมเนี่ย ที่มีเงินก้อนเบ้อเร่อเลยนะครับ 2.88 ล้านล้านบาท ซึ่งลูกจ้าง นายจ้าง รัฐบาล ใส่เข้ามา และก็ต้องการที่จะทำเพื่อจะช่วยประกันสังคมให้กับประชาชนทั่วไป แต่มันก็เกิดข้อสงสัย เพราะว่ามีการไปขุดคุ้ยว่า เงินนั้นไปลงทุนอะไรบ้าง คุ้มค่าหรือไม่มีคอร์รัปชั่นหรือไม่ในการบริหารเงินเหล่านี้ และตัวแทนลูกจ้างกับนายจ้างมีความสัมพันธ์ มีสัดส่วนที่ถูกต้องแม่นยำหรือไม่ ขณะที่มีการตั้งประเด็นนี้ และในเวทีดีเบตหาเสียง ก็มีประเด็นเรื่องนี้ร้อนขึ้นมาเช่นกัน เมื่อคืนนี้ครับ ข้อความจากหนึ่งในตัวแทนของฝ่ายลูกจ้างที่อยู่ในกองทุนประกันสังคมเนี่ย คุณสรามสสตรามเนี่ย บอกว่าขณะที่ผู้ประกันตนเดือดดาน กลุ่มลายบอร์ดให้กำลังใจกัน ชื่นมื่นว่าด่า สื่อเฮงซวย สื่อเฮงซวย นายจ้างทั่วประเทศ ตรวจสอบบอร์ดที่ท่านเลือกกันมาด้วยนะครับ

นี่หมายความว่านายจ้างเนี่ย ที่เลือกเข้าไปเนี่ย หาว่าสื่อที่รายงานการตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องความไม่ชอบมาพาลในการบริหารกองทุนประกันสังคมนี้ ถูกด่าว่าสื่อเฮงซวย เรื่องนี้มีคำถามมากมาย โดยเฉพาะคุณรัชนสี นอก สส.ของพรรคประชาชนนั้น ก็ติดตามเรื่องนี้ ตั้งคำถามมาตลอด เงินที่ลงทุนนั้นหายไปไหน คุ้มค่าจริงหรือไม่ ทำไมเรื่องประกันสังคมจึงสำคัญกับเราทุกคน อันนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ มันทำไมต้องสำคัญ หลายคนอาจจะมองว่าประกันสังคมเป็นแค่เงินที่ถูกหักจากเงินเดือนไปทุกเดือนเท่านั้นเอง แต่ความจริงเนี่ย มันคือกระปุกออมสินภาคบังคับของคนทำงานนะครับ เราถูกตัดเงินออกไปโดยบังคับตามกฎหมายด้วย และเอาไปทำอะไรบ้าง เงินก้อนเบ้อเร่อ มหาศาลนี้ ทุกคนในระบบช่วยกันหยอดเงินเข้าไปในกระปุกนี้ เพื่อสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้กับชีวิตในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นตอนเจ็บป่วย ว่างงาน หรือถึงวัยเกษียณ แต่ในช่วงที่ผ่านมา กระปุกออมสินใบใหญ่นี้ กำลังเผชิญกับคำถามสำคัญมากมายครับ ทั้งเรื่องการบริหารงบประมาณที่ถูกวิจารณ์ การตัดสินใจลงทุนที่สร้างความกังวล ทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบโดยตรงครับ ต่อเงินที่เราทุกคนสะสมไว้ ฉะนั้น ถ้าเราจะเจาะลึกลงไปจริงๆเนี่ย เพื่อโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเงินในอนาคตของพวกเราทุกคน

ส่วนที่ 1 เลยครับ ปัญหาใหญ่ในระบบบำนาญและการใช้จ่าย ปัญหานี้พูดถึง 30 ปี ทำไมเงินบำนาญในอนาคตอาจจะไม่พอใช้ มีคำถามใหญ่นะว่า ถ้าเป็นอย่างนี้เนี่ย รายได้ลดลงนะของกองทุน รายจ่ายเพิ่มขึ้น และมีการเริ่มพยากรณ์ครับ ว่าครับว่าถ้ามันแนวโน้มเป็นอย่างนี้เนี่ย อีก 30 ปีข้างหน้า เงินไม่พอนะ อ้าว แล้วเราทุกวันนี้ใส่กระปุกทุกเดือนเนี่ย แล้วถึงเวลาเราเกษียณนี่นะ คนรุ่นใหม่นี่ ไม่ถึงเวลาอีก 20 ปี 30 ปี คุณเกษียณเนี่ย ไม่มีเงินให้คุณนะ อ่ะ แล้วคุณจะไปใส่กระปุกทุกเดือนทำไม หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สุดของระบบประกันสังคมที่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้ก็คือว่า ไอ้เพดานเงินเดือนเนี่ย เพดานเงินเดือน 15,000 บาท ที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบนั้นเนี่ย มันไม่ได้ถูกปรับขึ้นมานานกว่า 30 ปีแล้วครับ ก็คือตั้งแต่ปี 2534 หมายความว่าอะไร หมายความว่าต่อให้วันนี้ คุณมีเงินเดือน 50,000 หรือมีเงินเดือน 100,000 บาท ประกันสังคมก็คิดฐานเงินเดือนของคุณแค่ 15,000 บาทเท่านั้น ผลกระทบคืออะไร ผลกระทบของเพดานที่ถูกแช่แข็งไว้อย่างนี้เนี่ย ก็จะเห็นว่ามันคือผล อะไรคือเพดานเงินเดือนสูงสุดที่ใช้คำนวณเงินสมทบถูกจำกัดไว้ที่ 15,000 บาทต่อปี ตั้งแต่ปี 2534 เนี่ย ก็แปลว่าอะไร ผลกระทบคือด้วยเพดานนี้ ทำให้เงินบำนาญสูงสุดที่ผู้ประกันตนจะได้ รับหลังเกษียณอยู่ที่เพียงเดือนนึง 7,500 บาท ซึ่งแน่นอนไม่พอกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน นี่คือต้นตอสำคัญครับ ที่ทำให้เงินบำนาญที่ควรจะเพิ่มขึ้นตามยุคสมัย กลับไม่งอกเงยเท่าที่ควรจะเป็น เงินสมทบเนี่ยมันน้อย เพราะไม่ได้ปรับเพดานตามความเป็นจริง

2. สปส. ใช้เงินคุ้มค่าหรือไม่ สำรวจงบประมาณที่ถูกตั้งคำถาม เพราะว่ามี สส. ช่วงหลังเนี่ย กรรมาธิการต่างๆก็ทำงานกันเข้มข้นขึ้น ก็ตั้งคำถาม คำตอบก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจครับ คือนอกจากปัญหาเชิงโครงสร้างแล้วเนี่ย อืม การใช้งบประมาณในการบริหารงานของ สปส. ก็ถูกสังคมถามถึงความคุ้มค่าและความโปร่งใสในหลายโครงการเหมือนกัน อ่า เช่นอะไร มีกราฟฟิกที่ให้ดูด้วยนะครับ ทำกราฟฟิกให้ดูเลยว่าคำถามข้อสงสัยของประชาชน ใช้เงินซึ่งเป็นเงินของเรานะ ไปดูงานต่างประเทศเป็นต้น ไอ้เงินไปดูงานต่างประเทศก็ถูกวิจารณ์ว่าหรูหราเกินจำเป็น เช่นมีอยู่ตัวอย่างงบประมาณ 2,200,000 บาท สำหรับ 2 คนเดินทางชั้น First Class นะครับ มีสิทธิ์อะไรที่เดินทาง First Class ไปพักโรงแรม 5 ดาวครับ สพส. กองทุนประกันสังคมเนี่ย ชี้แจงว่าเป็นไปตามแนวปฏิบัติราชการ 5 ปีที่บอร์ดอนุมัติและอยู่ในกรอบงบประมาณ 3% แต่นั้นมันไม่ได้อธิบายครับ มันลดได้นี่ครับ มีความจำเป็นอะไรครับ ที่ไปดูงานต่างประเทศ แล้วต้องนั่งชั้น 1 ชั้นธุรกิจ นี่ก็ถือว่าหรูเกินไปแล้วนะครับ นั่นคือเรื่องที่ 1

เรื่องที่ 2 ปฏิทินครับ ปฏิทินพิมพ์กันเยอะมาก มีข้อสงสัยเรื่องงบประมาณจัดทำปฏิทินปีละ 50-70 ล้านบาทในช่วงปี 2559 ถึง 2560 ที่ผ่านมา แต่ผู้ประกันตนส่วนใหญ่ยืนยันว่าไม่เคยได้รับปฏิทินนี้ สพส. ชี้แจงว่าเป็นไปตามแผนงานที่ได้รับอนุมัติ อีกเหมือนกัน อ้าว อธิบายกันง่ายๆอย่างนี้แหละ เออ แผนงานอนุมัตินี่ ด้วยเหตุผลอันใด คุ้มค่าแค่ไหน จำเป็นแค่ไหน ใครได้ประโยชน์บ้าง ไม่ตอบ ยังมีอีกคำถามหนึ่ง แอปพลิเคชัน SSO ถูกต้อง คำถามเรื่องงบประมาณในการพัฒนาแอปนี้ SSO ใช้เงินเท่าไหร่ครับ 276 ล้านบาท บอกว่าคุ้มค่ากับฟังก์ชันการใช้งานจริงหรือไม่ ถามว่าไอ้ 270 กว่าล้านบาทเนี่ย ไปทำแอปเนี่ย มันคุ้มค่ามั้ย สพส. ชี้แจงว่า เป็นไปตามแผนงานที่ได้รับอนุมัติ คือตอบดื้อๆอย่างนี้แหละ ก็แผนงานอนุมัตินี่ ก็เลยมีสิทธิ์จะใช้คำชี้แจงอ้างถึงแผนงานที่ได้รับอนุมัติ แต่ประเด็นทั้งหมดนี้เนี่ย มันสะท้อนถึงคำถามสำคัญจากเจ้าของเงินตัวจริงคือใคร คือผู้ประกันตนทุกคน เราถูกตัดเงินเดือนออกไปทุกเดือน 400 750 แล้วแต่ประเภท มันต้องมีการถามความคุ้มค่าและความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ พอเห็นปัญหาที่โครงสร้างและงบประมาณแล้วเนี่ย ก็ดูอีกด้านหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการนำเงินไปลงทุนครับ เต็มไปด้วยบทเรียนราคาแพง มีข้อถกเถียงที่ยังไม่จบไม่สิ้นครับ นั่นอีกประเด็นนึงคือลงทุน เอาเงินไปลงทุน การนำเงินกองทุนไปลงทุนเพื่อหวังจะงอกเงยเป็นรายได้นั้นจำเป็นครับ แต่การลงทุนก็มาพร้อมกับความเสี่ยง และนี่คือกรณีศึกษาที่สะท้อนถึงความเสี่ยงนั้น

กรณีศึกษา Stark เงิน 300 ล้านกลายเป็นศูนย์ครับ ไปลงทุน Stark หลายคนคงได้ยินนะครับเกี่ยวกับเรื่องทุจริตในบริษัท Stark Corporation หรือ Stark ซึ่งกองทุนประกันสังคมเป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เริ่มต้นยังไง สพส. เข้าไปลงทุนในหุ้น Stark ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ รายใหญ่ด้วยนะครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นคือบริษัท Stark ถูกตรวจพบว่ามีการตกแต่งบัญชี มีการฉ่อโกงกันครั้งใหญ่ มูลค่าหุ้นดิ่งลงแทบจะไม่เหลือมูลค่าเลย เกิดความเสียหาย คาดว่ากองทุนประกันสังคมได้รับความเสียหายจากการลงทุนนี้ประมาณ 300 ล้าน คือเพราะว่าอะไร มูลค่ามันหายไป 99% กลายเป็นหนี้ศูนย์ครับ หนี้ศูนย์นะ NPL เลยนะครับ 99% สูญหายไปเลย แล้วตอนนี้เป็นยังไง ไปถึงไหน เรื่อง Stark อยู่ในระหว่างการฟ้องร้องดำเนินคดีเรียกความเสียหาย ฉะนั้นมันมีบทเรียนสำคัญ คือการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ แล้วถ้ากระบวนการตรวจสอบและการบริหารความเสี่ยงไม่ดีพอก็จะสร้างความเสียหายมหาศาลให้กับเงินของผู้ประกันตนทุกคนได้ ฉะนั้นนั่นคือกรณีหนึ่ง

การลงทุนที่ขาดมืออาชีพประเมินความเสี่ยง 2 ซื้อตึก Sky N ลงทุนที่คุ้มค่าหรือเป็นการตัดสินใจที่ผิดพร่ำเพรื่อก็มีคำถามอีกเรื่องนึงคือการลงทุนที่กลายเป็นประเด็นถกเถียงคือแผนการเข้าไปซื้ออาคาร Sky N รัชดาภิเษก ใช้เงินเท่าไหร่ 7,000 ล้านบาท เกิดคำถาม เกิดข้อกังขา ความชี้แจงที่มาก็ต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะว่ามีคำถามจากสังคม คนที่ไปตรวจสอบคือราคาซื้อขายเกือบ 7,000 ล้านบาทนั้น สูงเกินจริงหรือเปล่า มีการอ้างว่าราคาประเมินอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านเท่านั้นเอง ยังมีประเด็นเรื่องธรรมาภิบาลในการตัดสินใจด้วย สิ่งที่ สพส. ชี้แจงคืออะไร สพส. ยืนยันว่าราคาที่จ่ายนั้นต่ำกว่าราคาประเมิน และเป็นการลงทุนระยะยาวที่ให้ผลตอบแทนสูงตามแผนยุทธศาสตร์ที่วางเอาไว้ นี่ครับ คืบหน้าล่าสุดคืออดีตรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน คุณพิพัฒน์รัชกิจประการ มีคำสั่งให้ยุติโครงการนี้ไปก่อนเพื่อทบทวนรายละเอียดใหม่อีกครั้งหนึ่ง ฉะนั้นนี่คือบทเรียนในอดีต ลองไปมองข้างหน้าสิ อ่า แผนลงทุนของปี 2569 ปีเนี้ย ซึ่งก็ยังมีหลายประเด็นครับที่ต้องจับตาและติดตามอย่างใกล้ชิด

ส่วนแผนลงทุนปี 69 อนาคตที่มีคนกังวลคือ นอกจากลงทุนที่ผ่านมาแล้วเนี่ย แผนการใช้เงินในการลงทุนอนาคตก็ยังมีโครงการที่น่ากังวลและถูกตั้งคำถามครับ เช่นโครงการใช้เงินประกันตน 12 ล้าน ไปสร้างโรงแรม โรงแรมจะมีคำถามว่าโครงการจะไปสร้างโรงแรมร้างของกระทรวงแรงงานเพื่ออะไร จะบริหารจัดการอย่างไรให้คุ้มค่า สพส. ชี้แจงว่าเป็นโครงการสวัสดิการสาธารณะที่ไม่แสวงหากำไร ให้บริการผู้ประกันตนราคาย่อมเยาว์ นั่นก็ 1 นะ ไปสร้างโรงแรม มีข้อกังขาว่ามูลค่าของโครงการหอพัก TU โดม นี่เป็นอีกโครงการเนี่ย อันพูดถึงการใช้ปีงบ 69 มีข้อกังขาเรื่องหอพัก TU โดม ว่ามูลค่าถ้าโครงการลดลงอย่างมากจาก 800 ล้าน อาจจะเหลือไม่ถึง 100 ล้านบาท ซึ่งมูลค่านั้นมันหายไปลงไป 800 อาจจะเหลือ 100 ล้าน สพส. ชี้แจงว่าตัวเลข 100 ล้านเป็นเพียงมูลค่าธรรมเนียมในตลาด ไม่ใช่มูลค่าจริง ย้ำว่าได้ปันผลไปแล้ว 1.8 หมื่น 8 หมื่นล้าน โดยยังไม่มีข้อยุติที่ชัดเจนว่าคืออะไร มีหุ้น Energy Absolute ไปซื้อหุ้น EA มูลค่าลงทุนดิ่งเหวอย่างหนักจากที่เคยลงทุน 866 ล้านบาท เหลือเพียง 14 ล้านบาท เกิดขึ้นภายในไม่ถึง 1 เดือน สถานการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา เมื่อวานนี้ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจาก สพส. เกี่ยวกับการลงทุนนี้ ข้อมูลทั้งหมดนี้สำรวจมาเพื่อที่จะบอกว่ามีคำถามอะไรเกี่ยวกับฐานะเจ้าของฐานะของกองทุนนี้ เราในฐานะเป็นเจ้าของเงินก็ต้องช่วยกันหาคำตอบ ฉะนั้นนี่คือคำถามใหญ่ครับ ถ้าเราสรุปก็คือคำถามเกี่ยวกับกองทุนของประกันสังคม เราต้องถามต่อไป จากประเด็นทั้งหมดที่ยกมาให้เห็นเฉพาะที่เป็นข่าว สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทาย อุปสรรคที่กองทุนประกันสังคมกำลังเผชิญ คำถามใหญ่ 3 ข้อครับที่สังคมตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องกองทุนประกันสังคม

ความคุ้มค่า เงินที่เราจ่ายสมทั่วไปทุกเดือน ถูกเอาไปบริหารจัดการลงทุนคุ้มค่าและเกิดประโยชน์ต่อผู้ประกันตนจริงหรือไม่ แล้วใครจะประเมิน มีมืออาชีพประเมินมั้ย ที่ประชาชนหรือผู้ประกันตนจะไว้ใจได้ นอกจากความคุ้มค่า ความโปร่งใส การตัดสินใจลงทุนและการใช้งบประมาณของกองทุนประกันสังคม มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบจากสาธารณะได้มากน้อยแค่ไหน พอโปร่งใสเสร็จก็ต้องถามว่า มีการกำกับดูแลอย่างไร ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่จะต้องปฏิรูปโครงสร้างของกองทุนประกันสังคมให้มีความเป็นอิสระจากการเมือง เพราะนักการเมืองเข้าไปเนี่ย จะทำอะไรเนี่ย เราก็ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน เพราะนี่คือพฤติกรรมนักการเมืองที่ผ่านมา ตราบเท่าที่การเมืองไทยยังเป็นเช่นนี้ ความสงสัยของเราเกี่ยวกับเรื่องพฤติกรรมความสะอาด ความบริสุทธิ์ก็ยังมีอยู่ อืม ฉะนั้น ทำยังไงถึงให้กองทุนทุนประกันสังคมนั้น เป็นอิสระจากการเมือง เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปเพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนอย่างแท้จริง เพราะว่าท้ายที่สุดต้องไม่ลืมนะครับว่า เรื่องประกันสังคมไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาไม่มีใครไปเกาะติดไปค้นหาข้อมูลให้กับประชาชน เป็นเรื่องอนาคตทางการเงินของทุกคน การติดตามข่าวสาร การตั้งคำถามเป็นสิทธิ์และความรับผิดชอบของคนรุ่นใหม่ด้วยนะ เพราะว่าอนาคต การถูกหักไปทุกเดือนเนี่ย เราหมายถึงคนรุ่นใหม่มองไปข้างหน้าว่า ไอ้เงินก้อนนี้เนี่ย จะไปช่วยเค้ายังไงตอนตกงาน ตอนเกษียณ หรือตอนเจ็บป่วย เพื่ออะไรครับ เพื่อว่ากระปุกออมสินของคนรุ่นใหม่ใบนี้จะมั่นคง และเป็นที่พึ่งได้เมื่อเราต้องการจริงๆ คำถามนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และไม่ใช่เป็นเรื่องประเด็นการเมือง แต่เป็นประเด็นที่มันสะท้อนถึงความไม่ปกติของระบบค่อนข้างจะหนักเลยทีเดียวครับ ดังนั้นอะไรที่เราจะต้องทำ และอะไรที่จำเป็นต้องเกาะติดและติดตามอย่างกระชั้นชิดนั้น เป็นสิทธิ์เป็นสิทธิ์อันขั้นพื้นฐานของกองทุนประกันสังคม รายละเอียดเกี่ยวกับกองทุนนี้คงได้เห็นเป็นระยะๆ แต่ว่าถ้าเรารวบรวมมาอธิบายกัน เราก็จะเห็นเลยว่ามันมีข้อมูลที่สร้างความแปลกใจ สงสัย และต้องการคำตอบอย่างละเอียด และอย่างเป็นรูปธรรม

คำว่ากองทุนประกันสังคมเป็นสวัสดิการภาคบังคับสำหรับลูกจ้าง ม.33 และภาคสมัครใจ ม.39 กับ ม.40 คำว่า ม.33 เวลาเราได้ยินเนี่ย คือภาคบังคับลูกจ้าง ถ้าเราได้ยินคำว่า ม.39 ม.40 คือภาคสมัครใจ ได้รับการคุ้มครอง 3-7 กรณี คืออะไร เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร ชราภาพ ว่างงาน 7 ข้อนี้เลยนะ ตรงเนี้ยสำคัญ เพราะมันคือการบอกว่า สิทธิ์ของเราอยู่ตรงไหน เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน ผู้ประกันตนและนายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบทุกเดือนตามอัตราที่กำหนด นายจ้างผู้ประลูกจ้างเรียก ผู้ประกันตนเพื่อรับสิทธิ์ที่ประโยชน์ รักษาพยาบาล เงินทดแทนรายได้ และเงินออมชราภาพ นี่แหละครับ ฉะนั้นที่น่าสนใจคือหลักหลักคือ ม.33 มนุษย์เงินเดือน มนุษย์เงินเดือน เงินสมทบ ม.33 หักจากค่าจ้าง 5% หักจากค่าจ้าง 5% สูงสุด 750 บาทต่อเดือน นายจ้างสมทบอีก 5% รัฐบาลช่วยสมทบส่วนหนึ่ง การคุ้มครอง 7 เรื่องที่ผมอธิบายให้ฟัง เจ็บป่วยอุบัติเหตุรักษาพยาบาลฟรีในโรงพยาบาลตามสิทธิ์ คลอดบุตรเหมาจ่ายค่าคลอด และเงินสงเคราะห์ หยุดงาน ทุพพลภาพเงินทดแทนรายได้และค่ารักษาพยาบาล ตายค่าทำศพ 50,000 บาท และเงินสงเคราะห์ สงเคราะห์บุตรเงินรายเดือนต่อบุตรอายุไม่เกิน 6 ปี ว่างงานเงินทดแทนกรณีลาออกหรือถูกเลิกจ้าง ชราภาพเงินก้อนบำเหน็จหรือรายเดือนบำนาญอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน สิทธิประโยชน์อื่นๆ ตรวจสุขภาพฟรีประจำปี ประจำปีนะ ทำฟัน 900 บาทต่อปี เงื่อนไขสำคัญต้องจ่ายเงินสมทบครบตามระยะเวลาที่กำหนดในแต่ละกรณี เช่นว่างานต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน นี่คือมี 3 ประเภท มาตรา 33 คือลูกจ้างประจำ คุ้มครอง 7 กรณีที่ว่า มาตรา 39 คืออดีตเนี่ย คือมาตรา 33 สมัครใจต่อคุ้มครอง 6 กรณีไม่รวมว่างาน จ่าย 432 บาทต่อเดือน ส่วนมาตรา 40 อาชีพอิสระแรงงานนอกระบบ เลือกการคุ้มครองได้ 3 ทางเลือก นี่คือหลักการที่ผมคิดว่าเป็นประโยชน์ที่ทุกๆ ท่านควรจะรับรู้

อาจารย์เอ ไอ้คำถามต่างๆ นานาเกี่ยวกับกองทุนประกันสังคมเนี่ย ที่มีข้อสงสัยต่างๆ นานา ไหนลองสรุปให้ดูสิครับว่าทำไมเราต้องสนใจกองทุนประกันสังคมนี้ครับ

>> เรื่องที่ใกล้ตัวพวกเราที่สุดเลยเนี่ย ก็ น่าจะหนีไม่พ้นเรื่องเงินในกองทุนประกันสังคมนี่แหละครับ ช่วงที่ผ่านมามีดราม่ามีคำถามเกิดขึ้นเยอะแยะไปหมดเลยว่าเงินที่ เราส่งไปทุกๆ เดือนๆ เนี่ย เขาเอาไปบริหารจัดการกันยังไงกันแน่ วันนี้เราจะมาเจาะลึกทุกประเด็นร้อนที่เกิดขึ้นกันครับ เอาจริงๆ นะครับ คำถามที่มันวนอยู่ในหัวของผู้ประกันตนทุกคนก็น่าจะเหมือนๆ กันหมดเลย คือ เอ๊ะ เงินที่เราส่งๆ ไปทุกเดือนเนี่ย มันไปไหน เอาไปทำอะไรกัน แล้วมันจะคุ้มจริงหรอ นี่แหละครับประเด็นหลักที่เราจะมาขยี้กันวันนี้ โอเค เพื่อให้เห็นภาพตรงกันนะครับ เราจะมาอิงจากข้อมูลสรุปประเด็นร้อนๆ เลย ที่เขารวบรวมข้อถกเถียงกันมาเนี่ยแหละ ช่วงปลายปี 68 ถึงต้นปี 69 อื

>> มาดูกันดีกว่าครับว่ามีเรื่องอะไรบ้าง แล้วฝั่งประกันสังคมเขาว่ายังไง ไปทีละเรื่องกันเลยครับ

>> มาเริ่มกันที่เรื่องแรกเลยนะครับ เป็นเรื่องการบริหารจัดการภายในกันก่อนเลย คือการใช้เงินของสำนักงานประกันสังคมเองนี่แหละครับ ตั้งแต่เรื่องดูงาน เรื่องจุกจิกอย่างปฏิทิน ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีเลย

>> เปิดมาเรื่องแรกก็ร้อนเลยครับ เรื่องทริปดูงานต่างประเทศของผู้บริหาร มูลค่าเนี่ย อื

>> ก็มีคนไปเห็นว่าเอ๊ะ มีตัว First Class Business Class ด้วยนะ

>> แต่ทางประกันสังคมเขาก็ออกมาชี้แจงนะครับ ว่านี่เป็นงบที่อนุมัติไว้ในแผน 5 ปีแล้ว ที่ใช้ไปเนี่ย มันแค่ 3% ของงบทั้งหมดเอง

>> อ่า เรื่องเนี้ย หลายคนน่าจะเคยเห็นในโซเชียลกันมาบ้าง เรื่องปฏิทินครับ คือมีคนได้ปฏิทินปีเก่าๆ ไปอ่ะครับ ตั้งแต่ปี 2016 ยัน 2024 เลย ก็เลยเกิดคำถามว่า เอ่อ แบบนี้มันยังไงนะ คุ้มมั้ย ซึ่งคำชี้แจงที่ได้มา ก็คือการพิมพ์เนี่ย มันเป็นไปตามแผนที่อนุมัติไว้ก่อนแล้วครับ

มาต่อกันที่อีกตัวเลขหนึ่งครับ ที่เป็นประเด็นถกเถียงกันหนักมาก 276 ล้านบาท ใช่ครับ 276 ล้านบาท นี่คือค่างบพัฒนาแอป SSO Plus ครับผม พอเห็นตัวเลขกลมๆ แบบนี้ ก็ต้องมีคำถามตามมาแหละครับว่า เฮ้ย พัฒนาแอปตัวนึงเนี่ย มันต้องใช้เงินขนาดนี้เลยหรอ มันคุ้มค่าจริงๆ ใช่มั้ย

>> แล้วคำชี้แจงเรื่องนี้ก็คล้ายๆ เดิมเลยครับ คือเขาบอกว่าการพัฒนาแอปเนี่ย ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานที่ได้รับอนุมัติไว้ก่อนแล้วนั่นเองครับ

>> โอเคครับ จากเรื่องใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ภายใน ทีนี้เรามาขยับไปดูเรื่องที่มันใหญ่ขึ้นกันบ้าง เป็นเรื่องที่กระทบกับเงินในกองทุนโดยตรงเลยนั่นก็คือการลงทุนครับผม โอ้โห เรื่องนี้บอกเลยว่าโดนจับตามองหนักมาก เริ่มกันที่เคสของ SKY9 เลยครับ เคสนี้ไม่ธรรมดาเลย เพราะกองทุนทุ่มเงินไปถึง 7,000 ล้านบาท พอตัวเลขออกมาแบบนี้ คนก็เป็นห่วงสิครับว่า เฮ้ย มันเสี่ยงไปหรือเปล่า แต่ทางกองทุนเขาก็ให้เหตุผลว่าต้องมองยาวๆ นะ นี่เป็นการลงทุนระยะยาว แล้วกลยุทธ์เนี่ย มันก็ปรับเปลี่ยนกันได้อีก

เคสหนึ่งที่น่าจะเป็นบทเรียนราคาแพงเลยก็คือหุ้น Stark ครับ ตอนแรกลงทุนไปเพราะว่าเชื่อมั่นในชื่อของบริษัทใหญ่ไงครับ แต่ผลที่ออกมาคือเสียหายไปประมาณ 300 ล้านบาท แล้วที่ช็อกกว่านั้นคือมูลค่าหุ้นที่ถืออยู่เนี่ย มันหายไปกว่า 99% นะครับ ตอนนี้เรื่องก็ยังสู้กันในศาลอยู่

>> ยังครับ ยังไม่หมด มีอีก 1 เคสครับ เป็นการลงทุนในบริษัทพลังงาน Energy Absolute หรือ EA ที่เรารู้จักกันดี

>> อือ

>> ตอนเริ่มต้นเนี่ย ใส่เงินเข้าไป 866 ล้านบาท แต่ที่มันพีคก็คือจากเงิน 800 กว่าล้าน ตอนนี้มูลค่ามันเหลืออยู่แค่ 14 ล้านบาทครับผม ฟังไม่ผิดครับ 14 ล้าน แล้วที่สำคัญเลยนะครับ คือขาดทุนยับขนาดนี้ แต่จนถึงปลายเดือนมกราคมปี 69 เนี่ย ก็ยังไม่มีคำชี้แจงอะไรออกมาจากฝั่งประกันสังคมเลยนะครับ ทำให้เรื่องนี้ก็ยังเป็นคำถามตัวโตๆ ที่สังคมยังจับตาดูอยู่

เอาล่ะครับ พอเห็นปัญหาที่ผ่านมากันแล้ว คราวนี้เรามามองไปข้างหน้ากันบ้างว่าแล้วอนาคตล่ะ สิทธิประโยชน์ของพวกเราจะเป็นยังไง แล้วกองทุนจะ มีแผนจะเอาเงินไปลงทุนอะไรต่อ เรื่องนี้เป็นประเด็นคลาสสิคเลยครับ คุยกันมาไม่รู้กี่ปีแล้วก็คือเพดานเงินเดือน 15,000 บาทนี่แหละครับ คือเพดานนี้มันถูกใช้มาตั้งแต่ปี 2537 นะครับ 30 กว่าปีแล้ว นั่นแปลว่าอะไร แปลว่าต่อให้เงินเดือนจะ 50,000 จะ 100,000 สุดท้ายสิทธิประโยชน์ที่จะได้กลับมามันก็คิดจากฐานแค่ 15,000 อยู่ดีแล้ว แล้วจนถึงวันนี้ก็ยังเหมือนเดิมครับ แล้วถ้าพูดถึงแผนในอนาคตอันใกล้นี้ก็มีโปรเจกต์ใหญ่อยู่นะครับ คือการลงทุนในโรงพยาบาลเครือโรจนะ ใช้งบถึง 12,000 ล้านบาท ซึ่งกองทุนก็ย้ำนะครับว่านี่คือการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่เป็นการให้กู้ ส่วนอีกที่หนึ่งคือหอพักทิวมอันนี้ลงทุนไป 100 ล้าน ตอนนี้ก็ได้เงินปันผลกลับมาแล้ว 1.8 หมื่น 8 ล้านบาทครับ พอไล่เรียงกันมาทั้งหมดแบบนี้ก็คงจะเห็นภาพนะครับว่า มันยังมีปมอีกหลายอย่างเลยที่ยังค้างคาอยู่ แล้วก็มีคำถามอีกเพียบเลยที่ยังต้องการคำตอบที่มันชัดเจนกว่านี้จากผู้ที่เกี่ยวข้อง และทั้งหมดที่ว่ามาเนี่ย มันก็พาเรามาถึงคำถามสุดท้ายที่อาจจะสำคัญที่สุดเลยก็คือ เงินทุกบาททุกสตางค์ของพวกเราเนี่ย มันถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าแล้วจริงๆ เหรอ

การลงทุนต่างๆ เนี่ยมันโปร่งใสตรวจสอบได้มากน้อยแค่ไหน แล้วก็บางทีอาจจะถึงเวลาที่ต้องมาคิดกันใหม่แล้วครับว่าจริงๆ แล้วเราอยากให้ประกันสังคมเป็นแค่สวัสดิการพื้นฐาน หรือมันควรจะเป็นหลักประกันเป็นเงินออมเพื่ออนาคตที่มั่นคงของเรากันแน่ คำถามพวกนี้ละครับที่เราทุกคนคงต้องช่วยกันหาคำตอบกันต่อไป

ขอบคุณมากครับอาจารย์เอ ต้องหาคำตอบร่วมกันจริงๆ เงินก้อนนี้มหาศาล แล้วถ้านักการเมืองเข้ามาปู้ยยี่ปู้ยำเอามาใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนแล้วก็อันตรายมากๆ ครับ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม