Transcription
มึงรู้ไหม ถ้าวันนึงมึงต้องนอนรอความตาย อยู่บนเตียง แล้วทั้งชีวิตที่ผ่านมา มึงไม่เคยสนใจธรรมะเลยแม้แต่นิดเดียว มึงใช้ชีวิตสุดเหวี่ยง ทำงานหาเงิน ปาร์ตี้ จนร่างกายมันพัง
เพราะถึงเวลาที่หมอ บอกว่าญาติพี่น้องต้องทำใจ ความกลัวมันจะพุ่งปรีดขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอยมึงทันที คำถามคือ ในวินาทีสุดท้ายที่ลมหายใจมึงกำหนึ่งจะขาด มันมีหลักธรรมข้อไหนในพระไตรปิฎก ที่จะช่วยคนดิบๆอย่างมึงได้บ้าง
กูบอกเลยว่ามี และมันเป็นอะไรที่โคตรเรียบง่าย มึงไม่ต้องไปท่องบาลีให้ปวดหัวในตอนที่สายระโยงระยางเต็มตัว มึงไม่ต้องพยายามไปนั่งสมาธิไขว้ห้างบนเตียงผู้ป่วย
ในพระไตรปิฎกมีเรื่องของชายแก่คนนึงชื่อ นกกุลปิตา ตาลุงคนนี้ แก่จนหนังเหี่ยว เดินแทบจะไม่ไหว ป่วยกระเสาะกระแสะ แกก็เดินลากสังขารไปหาพระพุทธเจ้า ด้วยความท้อแท้ แกบอกว่าร่างกายแกมันไม่ไหวแล้ว มันทรมานเหลือเกิน
พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้ลุงแกไปทำพิธีต่อชะตาที่ไหน ท่านพูดประโยคเดียวที่พลิกวิธีคิดของคนใกล้ตายไปตลอดกาล ท่านบอกว่า "กายของมึงกระสับกระส่าย ก็ปล่อยให้มันกระสับกระส่ายไป แต่มึงต้องฝึกว่าใจของกู จะไม่กระสับกระส่ายตามกาย"
ฟังดูเหมือนง่ายนะ แต่มึงลองคิดตามกูดีๆ เวลาที่มึงปวดท้องรุนแรง หรือโดนมีดบาดลึกๆ มึงไม่ได้แค่เจ็บแผล แต่มึงจะหงุดหงิด โวยวาย ทุรนทุราย นั่นแหละคืออาการที่ใจมึงมันป่วยตามร่างกายไปด้วย
ตอนที่มึงกำลังจะตาย ร่างกายมึงมันกำลังพังทลายลง อวัยวะทุกส่วนมันกำลังประท้วงหยุดงานพร้อมกัน ถ้ามึงเอาใจไปผูกไว้กับร่างกาย มึงจะโคตรทรมาน มึงจะรู้สึกว่า "ตัวกูกำลังจะตาย กูไม่อยากตาย"
หลักธรรมข้อนี้สอนให้มึงแยกสับวิทให้ขาดออกจากกัน ร่างกายมันเป็นแค่ก้อนเนื้อที่มึงเช่าโลกนี้มาใช้งาน ตอนนี้หมดสัญญาเช่า เขามาทวงคืน มึงก็แค่คืนเขาไป มึงยอมรับความจริงตรงหน้าว่าความเจ็บปวดมันมีอยู่จริง แต่มึงถอยตัวเองออกมาเป็นแค่คนดูความเจ็บปวดนั้น
มึงไม่ต้องไปดิ้นรนต่อสู้กับความตาย เพราะมึงแพ้แน่นอน มึงแค่รับรู้ว่าตอนนี้ลมหายใจมันกำลังแผ่วลงเรื่อยๆ มึงรับรู้ว่าหัวใจมันเต้นช้าลง ช้าลงจนแทบจะไม่รู้สึก ไม่ต้องนึกถึงอดีตที่แก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว ไม่ต้องไปกังวลถึงอนาคตที่มึงไม่มีวันได้เห็น แค่อยู่กับวินาทีปัจจุบันตรงนี้ เดี๋ยวนี้เท่านั้น
ถ้ามึงเจ็บ มึงก็แค่รู้ว่าก้อนเนื้อก้อนนี้มันกำลังพัง แต่ใจมึงที่เป็นคนเฝ้าดู มันไม่ได้พังตามไปด้วย นี่คือสุดยอดวิชาที่คนไม่เคยเข้าวัดก็สามารถทำได้ แค่มึงมีสติรู้ทันและปล่อยมือจากทุกสิ่งทุกอย่าง
วินาทีที่มึงยอมจำนนต่อธรรมชาติอย่างแท้จริง ความกลัวตายที่เกาะกุมหัวใจมึงมาทั้งชีวิต มันจะหายวับไปเลย มึงจะเห็นความตายเป็นแค่กระบวนการธรรมชาติของธรรมชาติ เหมือนใบไม้แห้งที่หลุดร่วงลงจากต้นลงสู่ผืนดิน ใจมึงจะสงบนิ่ง ไม่ทุรนทุราย ไม่โหยหาอะไรอีก และนั่นคือการจากไปที่สง่างามที่สุดของมนุษย์คนหนึ่ง
ใครที่ชอบคอนเทนต์เล่าเรื่องแบบนี้ กูฝากกดไลก์ กดแชร์ให้ด้วย ส่วนใครที่ถูกใจอยากจะเลี้ยงกาแฟกูซักแก้ว กดเข้าไปจัดกันได้เลยที่ลิงก์ด้านล่างใต้คลิปนี้