📱

Get Our Mobile App

Take your business learning on the go!

Download on the App StoreGet it on Google Play

แรงกระเพื่อม สงครามอิหร่าน ถึงยูเครน, ไต้หวัน! Suthichai live 17-3-69

suthichai live27:47

Transcription

สงครามอิหร่านไม่เพียงแต่จะสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบไปถึงสงครามยูเครน และความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวัน

ยูเครนก็เครียด ไต้หวันก็เครียด เพราะจะเรียกว่าผีเสื้อกระพือปีกที่อิหร่าน มันทำให้เกิดพายุทั้งที่ยูเครนและที่ไต้หวันได้ เผลอๆ มันจะทำให้คลื่นลมในทะเลจีนใต้ใกล้ๆ บ้านเรานี่ เกิดหนักหน่วง รุนแรงขึ้นอย่างชนิดที่คาดไม่ถึงเลยก็ได้

และหนำซ้ำ ผมเชื่อว่าไอ้แรงผีเสื้อขยับปีกเนี่ย มันจะส่งลมพายุหนักไปถึงเกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซึ่งมันก็คือสงครามที่เชื่อมโยงกันอย่างปฏิเสธไม่ได้ เพราะตัวละครมีความละม้ายคล้าย และมีความเกี่ยวพันกันไม่น้อย

ถ้าเราเห็นประธานาธิบดีทรัมป์มันโยงเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน เราก็ต้องมองไปที่ปูติน มองไปที่เซเลนสกี้ที่ยูเครน มองไปที่สีจิ้นผิง ซึ่งก็โยงกับอิหร่านและโยงกับตะวันออกกลางอย่างปฏิเสธไม่ได้

และเนื่องจากอาวุธเนี่ย มันจะมาจากฝั่งของตะวันตกที่ส่งไปยูเครน ก็จะเป็นเจ้าเดียวกับที่จะส่งมาที่อิหร่าน ตะวันออกกลาง และบางส่วนก็ส่งไปที่ไต้หวัน จากเจ้าเดียวกันคืออเมริกา

ทั้งหมดนี้มันทำให้โลกสั่นสะเทือนหวั่นไหวอย่างชนิดที่เราปฏิเสธไม่ได้เลยครับ ว่าถ้าคำว่าสงครามโลกหมายถึงมันมีสงครามหลายๆ จุดในโลกแล้วมันเกิดขึ้นแล้ว แต่ถ้าเป็นสงครามโลกในความหมายที่ว่าสู้รบกันทั้งโลก แบ่งเป็น 2 ฝ่าย สู้กันหัวจรดเท้า เหนือจรดใต้ ตะวันออกจรดตะวันตก แล้วก็มันอาจจะกำลังเกิดขึ้น ถ้าหากการทูตไม่สามารถนำมาซึ่งการเจรจาที่จะนำไปสู่การยุติของสงคราม

ฉะนั้นตอนนี้มีคนวิเคราะห์ว่า สงครามในอิหร่านกลายเป็นของขวัญและบททดสอบของโลกทีเดียวครับ

ถ้ามาดูว่าไอ้ประเด็นสำคัญที่มันสั่นสะเทือนจากยูเครนถึงไต้หวันมันคืออะไรก่อน ในโลกยุคนี้ ปี พ.ศ. 2569 หรือ ค.ศ. 2026 เนี่ย เสียงระเบิดที่ดังขึ้นเหนือกรุงเตฮารานของอิหร่าน และควันไฟที่พวยพุ่งเหนือช่องแคบฮอร์มุสเนี่ย มันไม่ใช่เพียงฉากทัศน์ของสงครามในตะวันออกกลางนะครับ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์โดมิโนที่กำลังเขย่าความมั่นคงและเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง

เมื่อเส้นเลือดใหญ่ทางการค้าที่ลำเลียงน้ำมันกว่า 20% ของโลกเกือบจะหยุดชะงักลง ผลกระทบนี้พุ่งตรงเข้าสู่กระเป๋าตังค์ของคนทั้งโลก รวมทั้งกระเป๋าตังค์คนไทยเล็กๆ ผ่านราคาน้ำมันและห่วงโซ่อุปทานที่เปราะบาง ราคาไข่ไก่ก็เพิ่ม หรือราคาข้าวแกงปากซอยก็ขึ้น ราคาน้ำมันไม่ต้องพูดถึง

ฉะนั้นขณะกระเป๋าทุกใบทั้งโลกกำลังถูกกระทบด้วยราคาน้ำมัน ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ราคาปุ๋ย ราคาข้าวของทุกอย่างเข้ายากหมากแพงจริงๆ ต้นทุนการผลิตเครื่องยนต์ก็โดน

นี่คือยุคที่ทรัพยากรด้านการป้องกันตัวมีจำกัด และเมื่อมหาอำนาจอย่างสหรัฐถูกดึงเข้าสู่การบริหารวิกฤตหลายทางพร้อมกัน สายตาของนักยุทธศาสตร์ทั่วโลกก็ไม่ได้จับจ้องแต่ที่อิหร่านแล้วครับ แต่กำลังมองไปที่ผู้อยู่ในเงามืดที่กำลังฉวยใช้จังหวะนี้เปลี่ยนโฉมหน้าภูมิรัฐศาสตร์โลก

ในขณะที่วอชิงตันกำลังตกอยู่ในสภาวะยุทธศาสตร์ที่กระจัดกระจาย คือต้องกระจายทรัพยากรตัวเอง ทั้งอาวุธ ทั้งเงินทอง ทั้งคน และทั้งความสนใจ ไปหลายๆ จุดพร้อมๆ กัน

แล้วถ้าเราดูบุคลิกของผู้นำอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องของสมาธินั้น ถ้าถูกแบ่งพร้อมๆ กันหลายๆ จุด มีวิกฤตหลายๆ จุดที่ตัวเองจะต้องตัดสินใจ มันน่ากลัว มันเสี่ยงมากทีเดียวครับ

ถ้าเราดูเกมศูนย์รวมของระบบป้องกันภัยทางอากาศ Zero-Sum Game เป็น 0 ผลลัพธ์เป็น 0 แปลว่าอะไร คำว่า Zero-Sum Game แปลว่าคุณได้ตรงนี้ อีกคนนึงต้องเสียตรงนี้ ที่ในสงครามเนี่ย คำว่า Zero-Sum Game จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจวิเคราะห์มาก ซึ่งอาจจะยังไม่มีใครลงลึก เพราะสงครามเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 และมันทำให้ทุกคนต้องนั่งคิดว่า ตกลงถ้าอเมริกาโยกอาวุธจากเกาหลีใต้ จากยูเครนไปที่อิหร่าน จะเกิดอะไรขึ้น

Zero-Sum Game คือเกมผลรวมเป็นศูนย์ แนวคิดทางเศรษฐศาสตร์นะครับ แล้วก็มาจากทฤษฎีเกม (Game Theory) ด้วย คำว่า Zero-Sum Game เนี่ย ที่ใช้ในการวิเคราะห์ตอนนี้ สงครามอิหร่านโยงกับสงครามยูเครนและไต้หวันยังไงเนี่ย Zero-Sum Game หมายถึงสถานการณ์ที่ฝ่ายหนึ่งได้ เท่ากับอีกฝ่ายหนึ่งต้องเสียหมด คนนี้ได้ 1 อีกคนนึงต้องเป็น 0 ไม่ใช่เป็น Win-Win ไม่ใช่เป็นแบ่งกันคนละครึ่ง แบ่งกันคนละส่วน ไม่ใช่ผลรวมของผลประโยชน์ทั้งหมดในเกมรวมกันแล้วเท่ากับ 0 พูดง่ายๆคือกำไรของคนหนึ่งคือขาดทุนของอีกคนหนึ่ง มันเหมือนการพนันนะครับ ถ้าคนนึงเล่นไพ่เล่นไพ่กัน 2 คน สมมุติคนนึงชนะ 1,000 บาท อีกคนนึงก็ต้องเสีย 1,000 บาท เงินรวมในระบบไม่ได้เพิ่มขึ้น แค่เปลี่ยนมือ คือบวกลบคูณหาร เงินในระบบยังเป็น 2,000 อยู่ เพียงแต่มันเปลี่ยนมือเท่านั้น

นี่คือ Zero-Sum Game ในสงครามล่ะที่เราพูดถึงเนี่ย คือ Zero-Sum Game ในสงคราม ในสงครามหลายๆ คนมองสงครามแบบดั้งเดิมว่าเป็น Zero-Sum เช่น ประเทศ A ได้ดินแดน ประเทศ B เสียดินแดน สิ่งที่ฝ่ายหนึ่งได้คือสิ่งที่อีกฝ่ายหนึ่งเสีย

ถ้าเป็นการเมืองล่ะ Zero-Sum Game คืออะไร การเมืองแบบชนะทุกอย่างในบางระบบการเมืองนะ พรรค A ชนะเลือกตั้ง พรรค B สูญเสียอำนาจ จึงถูกมองว่าเป็น Zero-Sum Game

แล้วอะไรล่ะคือคำตรงกันข้ามกับ Zero-Sum Game คำตรงกันข้ามคือ Positive-Sum Game ครับ Positive-Sum Game คืออะไร ทุกฝ่ายได้ประโยชน์พร้อมกัน ตัวอย่างการค้าโลก ธุรกิจ การลงทุน เทคโนโลยีใหม่เนี่ย ทุกคนได้ประโยชน์พร้อมกัน จะเท่ากันหรือไม่เท่ากัน แต่ได้ประโยชน์ เช่น การค้าไทยกับญี่ปุ่น ไทยไปได้ส่งออก ญี่ปุ่นได้สินค้า ทั้ง 2 ฝ่ายได้

แต่ในภูมิรัฐศาสตร์ บ่อยครั้งครับ มันไม่ใช่อย่างนั้น ในโลกการเมืองระหว่างประเทศ บางประเทศมองว่าโลกมันเป็น Zero-Sum ตัวอย่างแนวคิด ถ้าจีนแข็งแรงขึ้น อเมริกา ก็ต้องอ่อนลง นี่คือ Zero-Sum ถ้า รัสเซียมีอิทธิพลเพิ่ม NATO ก็ต้องเสียอิทธิพล

แต่บางนักคิดก็บอกว่าโลกจริงๆ มันไม่ใช่ Zero-Sum Game เสมอไปนะ Zero-Sum Game คือเกมผลรวมเป็นศูนย์ คนนึงได้ คนนึงเสีย แต่ในความเป็นจริงเนี่ย มันคือ มันอาจจะเป็นไม่ได้มะ ไม่ได้เป็นขนาดนั้น

แต่ในกรณีของสงครามอิหร่านเนี่ย แล้วโยงกับสงครามอื่นๆ ที่มีในโลกใบนี้ มันคือ Zero-Sum Game ของระบบป้องกันภัยทางอากาศ เอาเฉพาะระบบป้องกันภัยทางอากาศ เพราะว่าในโลกของความมั่นคงทุกวันนี้เนี่ย ความปลอดภัยของที่หนึ่ง มักจะแลกมาด้วยการเปราะบางของอีกจุดหนึ่งเสมอ

เมื่ออิหร่านเริ่มเปิดฉากโจมตีด้วยฝูงโดรนและขีปนาวุธ อเมริกาตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกในการจัดสรรระบบป้องกันภัยทางอากาศระดับสูง เช่น Patriot, ระบบที่มันเคลื่อนที่แล้วก็ยิงได้แล้วมันสกัดกั้นขีปนาวุธได้ด้วยเนี่ย ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือความไม่สมมาตรของต้นทุน เพราะว่าฝ่ายหนึ่งใช้ต้นทุนต่ำ แต่มีอาวุธมหาศาล เช่น โดรนเนี่ย ผลิตแต่ละตัวเนี่ยถูก แต่มันผลิตเป็นร้อยๆ พันๆ ตัวเลย หรือทุ่นระเบิดผลิตไม่แพง เอาไปทิ้งไว้ในทะเล โอ้ เรือผ่านมาเมื่อไหร่ เจ๊งเมื่อนั้น ก็ต้นทุนขึ้นต่ำแต่พลังทำลายสูง สร้างความหวาดกลัว สร้าง Disruption คือความไม่ปกติอย่างสูง

ฉะนั้นพันธมิตรในอ่าวอาหรับกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องยิงขีปนาวุธสกัดกั้นราคาลูกละหลายล้านเหรียญ เพื่อทำลายโดรนของอิหร่านที่มีต้นทุนเพียงเศษเสี้ยวนิดเดียว ความต้องการเครื่องยิง เครื่องยิง และลูกขีปนาวุธที่พุ่งสูงขึ้นเนี่ย มันทำให้เกิดการโยกย้ายทรัพยากรครั้งใหญ่เลยครับ

โดยเฉพาะการถอนระบบ THAAD จากเกาหลีใต้นี่ของอเมริกา THAAD นี่เป็นที่รู้กันว่าเป็นอาวุธที่น่ากลัวที่สุดระบบหนึ่ง ใครแต่ใครก็อยากได้ แต่มันแพงมากแล้วมันมีน้อยมาก อเมริกามีไปติดตั้งไว้ที่เกาหลีใต้ เพราะมันคือ Terminal High Altitude Area Defense ป้องกันเขตใหญ่ได้ THAAD เนี่ยเป็นระบบป้องกันขีปนาวุธพิสัยไกลของอเมริกาที่ออกแบบมาสกัดทำลายขีปนาวุธในช่วงปลายของการบิน (Terminal Phase) ช่วงท้ายๆ ก่อนที่มันจะตกลงสู่เป้าหมาย และเนี่ยคือสิ่งที่หลายประเทศต้องการ อเมริกามาตั้งเอาไว้ที่เกาหลีใต้เพื่อยันเกาหลีเหนือ และก็ยันจีนด้วยเนี่ย ตอนนี้ทำท่าจะย้ายไปที่สมรภูมิอิหร่านขึ้นมาแล้ว โอ้ สร้างความตื่นตกใจให้กับเกาหลีใต้พอสมควร

จะย้ายจากเกาหลีใต้ไปเสริมกำลังที่ตะวันออกกลาง ผู้เชี่ยวชาญเค้าก็มองว่าโอกาสนี้เนี่ย มันเป็นการใช้ขีปนาวุธทุกลูกที่ป้องกันซาอุดิอาระเบีย หรือประเทศใกล้เคียง บาห์เรน UAE ทุกลูกที่ใช้ป้องกันประเทศในตะวันออกกลางที่เป็นพันธมิตรเมริกา คือทรัพยากรที่หายไปจากคลังที่จะไปที่ยูเครน เห็นมั้ยครับ ยูเครนก็โดนลดพลังอาวุธ ขณะเดียวกันเกาหลีใต้ก็ถูกลดพลังอาวุธ และแน่นอนว่ามันจะลดทอนความสามารถในการป้องกัน ป้องปรามในเอเชียแปซิฟิกด้วย ก็แปลว่าก็เป็นการอ่อนแรงลงของสถานะของสหรัฐในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างปฏิเสธไม่ได้ ย่อมส่งผลดีต่อใครบางคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน และมันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะดูว่าคนๆ นั้นคือใคร ตอบไม่ยากใช่มั้ย ใครอ่อนแรงลงล่ะ ใครได้ล่ะ

2. เรื่องของผลกระทบจากตะวันออกกลางไปสู่จุดต่างๆ ทั่วโลก ราคาน้ำมันและเส้นเลือดใหญ่ของรัสเซียครับ นี่รัสเซียได้ประโยชน์มาก บอกว่าสงครามอิหร่านคือของขวัญอันล้ำค่าที่ช่วยต่อลมหายใจให้กับเครื่องจักรสงครามของรัสเซียในยูเครน งบประมาณปี 2026 ของรัสเซียตั้งอยู่บนสมมุติฐานว่าราคาน้ำมัน น้ำมันดิบของรัสเซียที่เรียกว่า Urals ตอนที่จัดงบประมาณปีนี้ รัสเซียตั้งราคาไว้ว่าถ้าขายน้ำมันดิบได้ 59 เหรียญต่อบาร์เรลเท่านั้น แต่การปิดช่องแคบฮอร์มุส ราคาพุ่งสูงเกิน 70 เหรียญไปแล้ว โอ้ นี่มันขึ้นไปถึง 70 80 ถ้าเป็น Brent น้ำมันดิบ 105 106 แต่แน่นอน Urals คงไม่ได้ราคาเท่ากัน เอาเป็นว่าถ้าตั้งเอาไว้ว่าน่าจะได้รายได้จากการขายน้ำมันดิบของรัสเซียเองที่ 59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตอนนี้ขึ้นมา 70 80 นี่รวยมหาศาลทันทีเลย

รัสเซียได้เปรียบขึ้นทันที เพราะเส้นทางส่งออกน้ำมันของรัสเซียผ่านทะเลบอลติกแล้วท่าเรือแปซิฟิกไม่ได้รับผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุสแต่ประการใด ในทางกลับกันครับ เมื่อน้ำมันจากอ่าวอาหรับส่งออกไปเอเชียไม่ได้ คือผ่านช่องแคบฮอร์มุสไม่ได้ รัสเซียก็ก้าวเข้ามาเสียบแทนทันทีอย่างเห็นได้ชัด มีข้อมูลบอกว่าอินเดีย นำเข้าน้ำมันจากรัสเซียเพิ่มขึ้นเป็น 38% จีนพุ่งขึ้น 48% เห็นมั้ยครับ จีนกับอินเดียได้ประโยชน์ น้ำมันซื้อจากอินเดีย ซื้อจากรัสเซีย ถึงแม้ว่ารัสเซียจะขายราคา มิตรภาพ แต่ก็ยังดีกว่าราคาเดิมที่ตั้งเอาไว้แน่นอน

ฉะนั้นแปลว่าสงครามในยูเครนยิ่งยืดเยื้อเท่าไหร่ ปูตินยิ่งรวยขึ้นเท่านั้น อ้าว แล้วอย่างงี้เท่ากับทรัมป์ช่วยปูตินมีรายได้เพิ่มเพื่อไปทำสงคราม เอ่อ เล่นยูเครนต่อสิ ทั้งที่ทรัมป์ยุติสงครามนี้ คุยกับปูติน คุยกับเซเลนสกี้ 4 ปีมาแล้วยังไม่จบเลย อ้า นี่ ยิ่งไปเสริมกำลังให้กับปูตินในการทำสงครามมากขึ้นสิครับ นี่ นี่อเมริกา ตะวันตกคว่ำบาตรรัสเซีย ตอนเกิดสงครามยูเครน ตอนนี้กลับต้องไปขอให้ปูตินบอก เอาเลยยูขายเลย เพราะว่าถ้ายูขายเนี่ย ราคาน้ำมันโลกมันจะได้ลดลง อเมริกาจะถูกด่า้น้อยลงว่าทำสงครามแล้วทำให้ราคาพุ่งจนกระทั่งชาวบ้านเดือดร้อนกันไปทั่วโลก เห็นมั้ยครับ นี่ นั่นคือเรียกว่าส้มหล่นสำหรับรัสเซีย 2 เรื่องนะ

แล้วนะ อาวุธของอเมริกาถูกลากถูไปจากยูเครน ลงมาที่อิหร่าน จากเกาหลีใต้ จากเอเชียไปที่อิหร่าน จีนก็รู้สึกดีขึ้น เกาหลีเหนือรู้สึกดีขึ้น เพราะเกาหลีใต้ไม่มีอาวุธร้ายแรงแล้ว ทางโน้นสงครามยูเครน ปูตินก็แฮปปี้ รายได้ก็มากขึ้น อาวุธของยูเครนก็น้อยลง นี่ 3

ยังมีเรื่องของการทูตโดรนครับ เรียก Drone Diplomacy ของยูเครน เมื่อนักเรียนกลายเป็นครู นี่ผลกระทบเป็นอะไร คือท่ามกลางวิกฤต ระบบ Patriot ขาดแคลน ระบบต่อต้านอากาศยานราคาแพงของอเมริกาเนี่ยเนี่ย ขาดแคลน ยูเครนสร้างบทบาทใหม่ในเวทีโลกที่น่าทึ่งมาก อืม ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ที่เซเลนสกี้เรียกว่า War Plan ปิดน่านฟ้า หยุดการรุกคืบ ตัดทรัพยากรศัตรู เปลี่ยนสถานะจากผู้รับความช่วยเหลือมาเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับโลกในการทำลายโดรนตระกูล Shahed ของอิหร่าน โดรนตระกูล Shahed ของอิหร่านดังนะครับ โดรน Kamikaze พลีชีพ แล้วก็ยังส่งไปช่วยรัสเซียสู้รบอีกในสมรภูมิยูเครน ทำให้ยูเครนต้องคิดประดิษฐ์ระบบต่อต้านโดรนของอิหร่านอย่างได้ผล ปรากฏว่าอเมริกาเองต้องไปถามเซเลนสกี้ เฮ้ย ยูมีระบบต่อต้านโดรนของอิหร่านได้ผลเนี่ย ยูเอามาช่วยไอหน่อยซิในสมรภูมิในตะวันออกกลาง เห็นมั้ย เซเลนสกี้เดิมทีเป็นนักเรียน ตอนนี้กลายเป็นครูเรื่องอาวุธต่อต้านโดรนแล้ว อืม

ฉะนั้นยูเครนก็ได้ยื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยนที่ค่อนข้างฉลาดเฉลียว คือยูเครนเสนอจะส่งเทคโนโลยีต่อต้านโดรนไปให้ แล้วก็จะส่งโดรนประสิทธิภาพสูง เช่น FPV, Flamingo และผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์รบจริงไปช่วยกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับนะ แต่ต้องแลกกับการที่ประเทศเหล่านั้นจะต้องแบ่งปันระบบ Patriot ระบบต่อต้านอากาศยานอเมริกามาให้ยูเครนและกัน เพื่อยูเครนจะได้ใช้ Patriot ป้องกันการโจมตีของขีปนาวุธอิสกันเดอร์ของรัสเซียไง อ่า เห็นมั้ย นี่เอาไปกุ้งฝอยไปแลกกับปลากระพงแล้ว ตอนนี้ได้ผลด้วย เพราะกุ้งฝอยตัวนี้อร่อย

ฉะนั้นทุกวันนี้ยูเครนกำลังเจรจาโดยตรงอย่างน้อย 2 ประเทศในอ่าวอาหรับ เพื่อส่งทีม Operator ไปประจำการที่นั่นให้กับประเทศในอ่าวอาหรับ เพื่อสู้กับโดรนของอิหร่าน ยูเครนช่วยพันธมิตรที่ช่วยรับประกันความมั่นคงของชาวอ่าวอาหรับด้วย และเซเลนสกี้บอก เซเลนสกี้พูดอย่างนี้ บอกว่ายูเครนก็จะช่วยพันธมิตรที่ช่วยรับประกันความมั่นคงของเรา และปกป้องชีวิตของประชาชนยูเครนด้วย

ฉะนั้นการขยับตัวครั้งนี้มันสะท้อนความสำเร็จของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของยูเครน ที่สามารถพัฒนาอาวุธขึ้นมาตอบโต้โรงงานผลิตขีปนาวุธในอิหร่านด้วยตัวเอง ทำให้ยูเครนกลายเป็นพันธมิตรที่นำขีดความสามารถที่จับต้องได้เนี่ย มาวางบนโต๊ะเจรจาเลย ไม่ใช่แค่รอรับเงินอุดหนุนแต่เพียงอย่างเดียวเหมือนแต่ก่อนแล้ว

อ่านี่คือแรงกระเพื่อมอีกทิศทางนึงของสงครามอิหร่านที่มีต่อสงครามยูเครน

จุดอ่อนที่แท้จริงของไต้หวันก็โผล่เลยครับ ตอนนี้เพราะพลังงานและสัญญาณเตือนจากช่องแคบฮอร์มุสเกิดขึ้น ไต้หวันเนี่ย มองดูสงครามอิหร่านไม่ไกลตัวเลยแม้แต่น้อย เป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าที่น่ากลัว นักวิเคราะห์ที่เขาติดตามเรื่องนี้เขาบอกว่า ความเปราะบางที่แท้จริงของไต้หวันเนี่ย ไม่ใช่แค่เรื่องกำลังรบ แต่คือความมั่นคงทางพลังงานและ Logistics ไต้หวันพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มหาศาลเลย แล้วก็มีคลังสำรองที่จำกัดด้วย พอช่องแคบฮอร์มุสถูกปิด ค่าประกันภัยการเดินเรือก็พุ่งสูงขึ้นทันที

สำคัญที่สุด คือกองเรือกองทัพเรือสหรัฐเนี่ย ได้ส่งสัญญาณชัดเจนนะว่าไม่สามารถจัดหาเรือคุ้มกันผ่านฮอร์มุสได้ในขณะนี้ นี่คือความจริงที่เจ็บปวดมากนะครับ สำหรับประเทศที่พึ่งพาเส้นทางการเดินเรือและร่มเงาความมั่นคงจากสหรัฐ

นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่า Distraction Risk คือความเสี่ยงที่จะดึงความสนใจของอเมริกาจากไต้หวันไปสู่ตะวันออกกลางแทน เพราะว่าอเมริกาต้องส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินไปประจำการในตะวันออกกลาง ปักกิ่งอาจจะฉวยจังหวะนี้แหละ เพิ่มการกดดันไปที่พื้นที่สีเทารอบๆ ไต้หวัน เพื่อทดสอบว่าในวันที่อเมริกาเหนื่อยล้าเนี่ย วอชิงตันจะยังคงรักษาสัญญาที่มีต่อไต้หวันจริงหรือเปล่า

ไม่ในสภาวะที่ทรัพยากรถูกดึงไปในหลายสมรภูมิพร้อมๆ กันอย่างนี้ จีนดูออกครับ จีนเห็นเลยว่าอเมริกาตอนนี้กระจาย เหมือนกับคนที่จะต้องโยนเล่นลูกบอลกลางอากาศหลายๆ ลูกพร้อมกันเนี่ย สมาธิมันก็จะไม่มีเพียงพอต่อลูกใดลูกหนึ่งแล้ว ถ้าเผลอๆ โยนไม่เป็นร่วงลงมาด้วย

อีกประเด็นนึงที่มันเกี่ยวกับเรื่องของแรงกระเพื่อมอันมาจากสงครามอิหร่าน คือภาพลวงตาของการเป็นพันธมิตรอักษะ จริงๆ แล้วมันอาจจะไม่ใช่ นักวิเคราะห์พูดอย่างนี้ หลังฉากของความร่วมมือระหว่างรัสเซีย จีน อิหร่าน เรียกสภาวะที่สหรัฐกำลังเผชิญว่า เป็นความไม่สอดคล้องยุทธศาสตร์ เปิดโอกาสให้จีนกลายเป็นผู้ชนะที่แท้จริง ในขณะที่รัสเซียแทบไม่ได้ช่วยอิหร่านในเชิงรูปธรรมเลย เพราะติดลมอยู่ในยูเครน เพราะรัสเซียติดลมอยู่ในยูเครน

จีนกลับดำเนินเกมที่ซับซ้อนกว่า ปักกิ่งเจรจาส่งมอบขีปนาวุธต่อต้านเรือความเร็วเหนือแสง CM302 และระบบไซเบอร์ให้อิหร่าน เพื่อให้มั่นใจว่าอิหร่านสามารถดึงความสนใจและทรัพยากรของสหรัฐให้ออกจากแปซิฟิกให้นานที่สุด จีนช่วยอิหร่านเนี่ย ให้ดูเหมือนมีอาวุธเพิ่ม อเมริกาจะได้เสริมทัพตรงนี้ อเมริกาเสริมทัพตรงนี้ก็ต้องดึงจากแถวเอเชียแปซิฟิก ซึ่งแปลว่าแรงเสริมของอเมริกาในเอเชียแปซิฟิกก็จะอ่อนลง จีนก็จะสบายใจขึ้น นี่ครับ

ยิ่งอิหร่านอ่อนแอจากการสู้รบ อิหร่านก็ยิ่งต้องพึ่งพาจีนมากขึ้นใช่มั้ยครับ นี่คือตรรกะชัดเจน ไม่ว่าจะด้านเศรษฐกิจหรือเทคโนโลยี จนอิหร่านอาจจะอยู่ในฐานะกลายเป็นบริวาร ที่ไม่อาจจะปฏิเสธข้อเสนอของปักกิ่ง

ในสภาวะนี้ทำให้สหรัฐอยู่ภาวะที่กระจัดกระจาย ยุทธศาสตร์กระจัดกระจายของอเมริกา เป็นประโยชน์ เป็นส้มหล่นให้กับจีน เหมือนกับกรณีน้ำมันที่รัสเซียขายน้ำมันได้ เพราะอเมริกายอม ส้มหล่นลงที่รัสเซียลูกนึง ส้มมาหล่นที่จีนลูกนึง

นี่ เมื่ออเมริกาต้องใช้ยุทธศาสตร์กระจัดกระจาย ต้องเลือกปกป้องทุกที่ไม่ได้ ผลลัพธ์คือความน่าเชื่อถือในการป้องปรามลดลงในทุกจุด ซึ่งเป็นสิ่งที่จีนเฝ้ารออย่างใจเย็นอดทน เพื่อให้ระบอบสหรัฐอ่อนแรงลงด้วยตัวเองมายาวนานพอสมควร

ฉะนั้นเราพูดถึงความเปราะบางในยุคสมัยนี้น่าสนใจมาก สงครามในอิหร่านผ่านปีนี้คือบทเรียนสำคัญ ว่าโลกยุคหลังความมั่นคงที่ผูกขาดโดยสหรัฐ (Post Pax Americana) คำว่า Pax Americana คือยุคที่อเมริกาผูกขาดอิทธิพล แต่ตอนนี้เป็นยุคหลังจากนั้นแล้ว เป็นยุคเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีผลผูกพันโดยตรงกับชัยชนะในยูเครนและความอยู่รอดของไต้หวัน ทรัพยากรป้องกันตัวไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคนในเวลาเดียวกันอีกต่อไป

ฉะนั้นคำถามสำคัญคือ ในโลกที่ทรัพยากรป้องกันตัวมีจำกัด เราจะเลือกปกป้องใครก่อน เมื่อศัตรูของประชาธิปไตยกำลังร่วมมือกันอย่างเป็นระบบ และอะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศที่ฝากชีวิตไว้กับร่มคุ้มกันความมั่นคง ที่กำลังจะหุบลง ไอ้ร่มนี้ถูกหุบลง ย้ายไปกลางที่อื่น ในยามคับขันนี่ครับ

ฉะนั้นบทพิสูจน์นี้ก็มาถึงจุดคำถามที่ว่า ความมั่นคงที่แท้จริง อาจจะไม่ใช่การมีพันธมิตรที่แข็งแกร่งที่สุดนะ แต่คือการมีขีดความสามารถในการยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเอง ในวันที่มหาอำนาจต้องหันหลังไปจัดการปัญหาของตัวเองก่อน

นี่ครับ นี่คือส้มหล่นที่ลงมาที่รัสเซีย ลงมาที่จีน และอเมริกากำลังกลายเป็นคนที่ต้องใช้ยุทธศาสตร์กระจาย สมาธิไม่นิ่ง และถ้าสูญเสียตรงนี้มาก ก็ต้องยิ่งไปดึงทรัพยากรจากที่อื่นมาก ก็ยิ่งจะทำให้พันธมิตรตัวเองในยุโรป ในเอเชีย แม้กระทั่งในตะวันออกกลางเนี่ย จะอ่อนเปียกลงไปอย่างมีนัยยะสำคัญเลยทีเดียว

นี่คือโจทย์ใหม่ อันเกิดจากสงครามอิหร่าน ที่มันมีแรงกระเพื่อมไปทั่วโลกจริงๆ มากมายเกินกว่าที่เราจะสามารถวิเคราะห์ได้ ณ จุดใดจุดหนึ่ง ณ เวลาใดเวลาหนึ่งจริงๆ ครับ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ สวัสดีครับ